<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ปิยบุตร จารุเพ็ญ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b9%87%e0%b8%8d/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 17 Aug 2024 06:47:47 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.8</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ปิยบุตร จารุเพ็ญ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>บี.กริม ผนึก บีไอจี เร่งผลิตไฟฟ้าจากไฮโดรเจน ลดปล่อยคาร์บอนกว่า 10,000 ตัน/ปี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/08/bgrimm-mou-big-climate-tech-collarboration/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 17 Aug 2024 06:44:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[B.Grimm]]></category>
		<category><![CDATA[BIG]]></category>
		<category><![CDATA[carbon emissions]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Technology Company]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Generating a Cleaner Future]]></category>
		<category><![CDATA[GreenLeap-Global and Green]]></category>
		<category><![CDATA[Hydrogen]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Fuels]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ฮาราลด์ ลิงค์]]></category>
		<category><![CDATA[บี.กริม เพาเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[บีไอจี]]></category>
		<category><![CDATA[ปิยบุตร จารุเพ็ญ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงไฮโดรเจน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28121</guid>

					<description><![CDATA[<p>บี.กริม เพาเวอร์ ผนึกกำลัง บีไอจี ผู้นำนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อสภาพภูมิอากาศ (Climate Technology Company) ลงนามความร่วมมือศึกษาพัฒนาการใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนมาใช้ในการผลิตไฟฟ้า ทดแทนการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นหลัก ยกระดับสู่การผลิตพลังงานสีเขียว ผลักดันการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน ด้วยการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีจากไฮโดรเจนตอบโจทย์เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี ค.ศ. 2050 ร่วมกัน ดร. ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าภาคเอกชนรายใหญ่ที่สุดของประเทศ เปิดเผยว่า จากแนวทางการดำเนินธุรกิจของ บี.กริม เพาเวอร์ ตามยุทธศาสตร์ “GreenLeap – Global and Green” ซึ่งได้ประกาศเมื่อปี 2566 ถือเป็นกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อมุ่งสู่ตลาดพลังงานที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั่วโลก เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป โดยมีกลยุทธ์หลักคือ สนับสนุนการขยายโครงการพลังงานหมุนเวียน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงจัดหาพลังงานที่สะอาด ยั่งยืน มีเสถียรภาพในระดับสูง และราคาที่เข้าถึงได้ให้กับลูกค้า ควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ การจัดหาแหล่งพลังงานทางเลือกเพื่อการผลิตไฟฟ้าสำหรับอนาคต (Sustainable Fuels) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/bgrimm-mou-big-climate-tech-collarboration/">บี.กริม ผนึก บีไอจี เร่งผลิตไฟฟ้าจากไฮโดรเจน ลดปล่อยคาร์บอนกว่า 10,000 ตัน/ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บี.กริม เพาเวอร์</strong> ผนึกกำลัง <strong>บีไอจี</strong> ผู้นำนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อสภาพภูมิอากาศ (Climate Technology Company) ลงนามความร่วมมือศึกษาพัฒนาการใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนมาใช้ในการผลิตไฟฟ้า ทดแทนการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นหลัก ยกระดับสู่การผลิตพลังงานสีเขียว ผลักดันการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน ด้วยการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีจากไฮโดรเจนตอบโจทย์เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี ค.ศ. 2050 ร่วมกัน</p>
<p><span id="more-28121"></span></p>
<p><strong>ดร. ฮาราลด์ ลิงค์</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าภาคเอกชนรายใหญ่ที่สุดของประเทศ เปิดเผยว่า จากแนวทางการดำเนินธุรกิจของ บี.กริม เพาเวอร์ ตามยุทธศาสตร์ “<strong>GreenLeap – Global and Green</strong>” ซึ่งได้ประกาศเมื่อปี 2566 ถือเป็นกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อมุ่งสู่ตลาดพลังงานที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั่วโลก</p>
<p>เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป โดยมีกลยุทธ์หลักคือ สนับสนุนการขยายโครงการพลังงานหมุนเวียน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงจัดหาพลังงานที่สะอาด ยั่งยืน มีเสถียรภาพในระดับสูง และราคาที่เข้าถึงได้ให้กับลูกค้า ควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ การจัดหาแหล่งพลังงานทางเลือกเพื่อการผลิตไฟฟ้าสำหรับอนาคต (Sustainable Fuels) การศึกษาความเป็นไปได้​ในเรื่องในการใช้ Hydrogen ในการผลิตไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งถือเป็นการพลิกโฉมการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ใหม่ ภายใต้วิสัยทัศน์ การขยายธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี เพื่อก้าวสู่ผู้นำด้านการพัฒนาด้านพลังงานที่ยั่งยืนและปลอดภัย</p>
<p>ความร่วมมือกับ บีไอจี ซึ่งเป็นผู้นำนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อสภาพภูมิอากาศ ในครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญตามยุทธศาสตร์ <strong>Green Leap – Global and Green</strong> ในการยกระดับความร่วมมือ ด้วยการผนึกจุดแข็ง ความชำนาญ และประสบการณ์ของทั้งสององค์กร เพื่อร่วมกันศึกษาและผลักดันการใช้ไฮโดรเจนมาผสมร่วมกับก๊าซธรรมชาติมาใช้ในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งจะขยายโอกาสทางการตลาดสำหรับผู้บริโภคที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะผลักดันให้ บี.กริม เพาเวอร์ เดินหน้าสู่เป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนมากกว่า 50% ในปี 2573 จากปัจจุบันที่มีอยู่ 25% และก้าวไปสู่การเป็นผู้ผลิตพลังงานชั้นนำระดับโลกและบรรลุเป้าหมายการก้าวสู่องค์กรที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Carbon Emissions) ภายในปี ค.ศ. 2050 (พ.ศ. 2593)</p>
<p><strong>คุณปิยบุตร จารุเพ็ญ</strong> กรรมการผู้จัดการ บีไอจี กล่าวว่า บีไอจีเดินหน้าในการนำนวัตกรรมจากไฮโดรเจนที่บีไอจีและแอร์โปรดักส์ (บริษัทแม่ของบีไอจีจากประเทศสหรัฐฯ) มีความชำนาญและเป็นผู้ลงทุนโครงการกรีนไฮโดรเจนรายใหญ่ที่สุดของโลก บีไอจีตระหนักถึงการใช้พลังงานสะอาดเพื่อร่วมผลักดันการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) ในประเทศไทยภายใต้กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ <strong>GENERATING A CLEANER FUTURE</strong> ด้วยการผลักดันการผลิตและการใช้ประโยชน์จากพลังงานไฮโดรเจน ซึ่งเป็นหนึ่งใน Climate Technology เป็นแรงสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่าการใช้ไฮโดรเจนในการผลิตไฟฟ้าจะสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 10,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) ต่อปี ซึ่งเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ถึง 600,000 ต้น</p>
<p>ความร่วมมือกับบี.กริม เพาเวอร์ในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญสำหรับภาคเอกชนในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดครั้งแรกในประเทศไทยและร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาพลังงานไฮโดรเจนในประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในอนาคต อีกทั้งการนำไฮโดรเจนมาผลิตไฟฟ้าเป็นการผลิตไฟฟ้าทางเลือกในการใช้เชื้อเพลิงสะอาดที่สามารถตอบสนองแผนพัฒนากําลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (Power Development Plan: PDP) ทั้งนี้ ไฮโดรเจนคาร์บอนต่ำจากบีไอจีได้รับใบรับรองฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ (CFP) จากองค์กรบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ว่าปล่อยคาร์บอนลดลด 95% เทียบเท่าการผลิตบูลไฮโดรเจน (Blue Hydrogen) และนอกจากการผลิตไฟฟ้าแล้ว ไฮโดรเจนยังมีศักยภาพในการเป็นโซลูชันในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรมและภาคขนส่ง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/bgrimm-mou-big-climate-tech-collarboration/">บี.กริม ผนึก บีไอจี เร่งผลิตไฟฟ้าจากไฮโดรเจน ลดปล่อยคาร์บอนกว่า 10,000 ตัน/ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บีไอจี จับมือ ราช กรุ๊ป ศึกษาและพัฒนากรีนไฮโดรเจนจากพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทยและต่างประเทศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/06/big-join-ratch-climate-technology-collaboration/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Jun 2024 23:35:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BIG]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Technology Company]]></category>
		<category><![CDATA[Hydrogen 7 Hubs]]></category>
		<category><![CDATA[hydropower.]]></category>
		<category><![CDATA[Ratch Group]]></category>
		<category><![CDATA[Renewal Energy]]></category>
		<category><![CDATA[กรีนไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[นิทัศน์ วรพนพิพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บีไอจี]]></category>
		<category><![CDATA[ปิยบุตร จารุเพ็ญ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26211</guid>

					<description><![CDATA[<p>บีไอจี ผู้นำนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรม และเทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อสภาพภูมิอากาศ (Climate Technology Company) จับมือ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัทชั้นนำด้านพลังงานและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ลงนามความร่วมมือศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตกรีนไฮโดรเจนจากพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทยและต่างประเทศ เพื่อรองรับความต้องการพลังงานสะอาดของภาคอุตสาหกรรม ภาคขนส่งและการผลิตไฟฟ้าในอนาคต ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของทั้งสองบริษัทฯ ที่จะร่วมผลักดันการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อไปสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ รวมทั้งการสร้างสรรค์สังคมคาร์บอนต่ำในอนาคต คุณนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นความเป็นพันธมิตรของราชกรุ๊ป กับบีไอจี เพื่อนำจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาร่วมกันพัฒนาเชื้อเพลิงไฮโดรเจนจากพลังงานทดแทนและโอกาสทางธุรกิจ บริษัทฯ ถือเป็นผู้นำในธุรกิจผลิตไฟฟ้า ซึ่งสามารถนำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านไฟฟ้ามาคิดค้นวิธีการและรูปแบบในการนำไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนมาผลิตกรีนไฮโดรเจน อีกทั้งยังมีโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่สามารถนำมาสนับสนุนได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โครงการนี้ ถือเป็นก้าวแรกของบริษัทฯ ที่จะเข้าสู่ธุรกิจเชื้อเพลิงไฮโดรเจน ซึ่งเป็นการต่อยอดจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าโดยสามารถขยายธุรกิจไปยังฐานผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนของบริษัทฯ โดยเฉพาะออสเตรเลีย อีกทั้งยังเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพที่จะสร้างมูลค่าให้กับบริษัทฯ ในอนาคตระยะยาว เพราะกรีนไฮโดรเจน ถือเป็นเชื้อเพลิงแห่งอนาคตที่ความต้องการเติบโตอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ธุรกิจเชื้อเพลิงไฮโดรเจน ยังตอบสนองแผนการลดก๊าซเรือนกระจก และเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ปี 2050 เช่นกัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/big-join-ratch-climate-technology-collaboration/">บีไอจี จับมือ ราช กรุ๊ป ศึกษาและพัฒนากรีนไฮโดรเจนจากพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทยและต่างประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บีไอจี</strong> ผู้นำนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรม และเทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อสภาพภูมิอากาศ (Climate Technology Company) จับมือ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัทชั้นนำด้านพลังงานและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ลงนามความร่วมมือศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตกรีนไฮโดรเจนจากพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทยและต่างประเทศ</p>
<p><span id="more-26211"></span></p>
<p>เพื่อรองรับความต้องการพลังงานสะอาดของภาคอุตสาหกรรม ภาคขนส่งและการผลิตไฟฟ้าในอนาคต ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของทั้งสองบริษัทฯ ที่จะร่วมผลักดันการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อไปสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ รวมทั้งการสร้างสรรค์สังคมคาร์บอนต่ำในอนาคต</p>
<p><strong>คุณนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นความเป็นพันธมิตรของราชกรุ๊ป กับบีไอจี เพื่อนำจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาร่วมกันพัฒนาเชื้อเพลิงไฮโดรเจนจากพลังงานทดแทนและโอกาสทางธุรกิจ บริษัทฯ ถือเป็นผู้นำในธุรกิจผลิตไฟฟ้า ซึ่งสามารถนำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านไฟฟ้ามาคิดค้นวิธีการและรูปแบบในการนำไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนมาผลิตกรีนไฮโดรเจน อีกทั้งยังมีโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่สามารถนำมาสนับสนุนได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โครงการนี้ ถือเป็นก้าวแรกของบริษัทฯ ที่จะเข้าสู่ธุรกิจเชื้อเพลิงไฮโดรเจน ซึ่งเป็นการต่อยอดจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าโดยสามารถขยายธุรกิจไปยังฐานผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนของบริษัทฯ โดยเฉพาะออสเตรเลีย อีกทั้งยังเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพที่จะสร้างมูลค่าให้กับบริษัทฯ ในอนาคตระยะยาว เพราะกรีนไฮโดรเจน ถือเป็นเชื้อเพลิงแห่งอนาคตที่ความต้องการเติบโตอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ธุรกิจเชื้อเพลิงไฮโดรเจน ยังตอบสนองแผนการลดก๊าซเรือนกระจก และเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ปี 2050 เช่นกัน</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26218 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Ratch2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณปิยบุตร จารุเพ็ญ</strong> กรรมการผู้จัดการ บีไอจี กล่าวว่า บีไอจีเดินหน้าในการนำนวัตกรรมจากไฮโดรเจนที่บีไอจีและแอร์โปรดักส์ บริษัทแม่ของบีไอจีจากประเทศสหรัฐฯ มีความชำนาญและเป็นผู้ลงทุนโครงการกรีนไฮโดรเจนรายใหญ่ที่สุดของโลก ในโครงการผลิตกรีนไฮโดรเจน Neom ประเทศซาอุดิอาระเบีย ที่มีกำลังการผลิตกรีนไฮโดรเจนกว่า 600 ตันต่อวัน และต่อยอดการลงทุนในการผลิตไฮโดรเจนคาร์บอนต่ำในการพัฒนาศูนย์กลางไฮโดรเจนระดับภูมิภาค 7 แห่ง (Hydrogen 7 Hubs) ของประเทศสหรัฐฯ มุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืนในระดับสากล มีกลยุทธ์ Generating A Cleaner Future ร่วมกับทุกภาคส่วน บีไอจีตระหนักถึงการใช้พลังงานสะอาดเพื่อร่วมผลักดันการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) ในประเทศไทยด้วยการผลักดันการผลิตและการใช้ประโยชน์จากพลังงานไฮโดรเจนซึ่งเป็นหนึ่งใน Climate Technology เพื่อเป็นแรงสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และการร่วมมือศึกษาธุรกิจและพัฒนาการผลิตกรีนไฮโดรเจนจากพลังงานหมุนเวียน (Renewal Energy) โดยมีแหล่งพลังงานที่หลากหลาย อาทิ พลังงานน้ำ (Hydropower) พลังงานลมและพลังงานแสงแดดจากสปป. ลาว รวมถึงพลังงานลมและพลังงานแสงแดดจากแผงโซล่าเซลล์ในประเทศออสเตรเลียนี้ กรีนไฮโดรเจนที่ได้จะถูกนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานเพื่อส่งเสริมให้อุตสาหกรรมและประเทศบรรลุเป้าหมาย NDC Plan 2573 ได้สำเร็จ การใช้กรีนไฮโดรเจนนี้ยังช่วยผลักดันภาคอุตสาหกรรมในการแข่งขันในตลาดโลกจากมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (CBAM) ด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/big-join-ratch-climate-technology-collaboration/">บีไอจี จับมือ ราช กรุ๊ป ศึกษาและพัฒนากรีนไฮโดรเจนจากพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทยและต่างประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GC จับมือ บีไอจี ร่วมผลักดันเศรษฐกิจไฮโดรเจน (Hydrogen Economy) ครั้งแรกในประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/05/gc-hands-big-for-driving-hydrogen-economy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 May 2024 04:15:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BIG]]></category>
		<category><![CDATA[Blue Hydrogen]]></category>
		<category><![CDATA[Clean Hydrogen Hub]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Technology Company]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Transition]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[Generating a Cleaner Future]]></category>
		<category><![CDATA[Green Hydrogen]]></category>
		<category><![CDATA[Hydrogen]]></category>
		<category><![CDATA[Hydrogen Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[NEOM]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[SAF]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Aviation Fuel]]></category>
		<category><![CDATA[กรีนไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ทศพร บุณยพิพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมก๊าซ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บลูไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[บีไอจี]]></category>
		<category><![CDATA[ปิยบุตร จารุเพ็ญ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25615</guid>

					<description><![CDATA[<p>GC ร่วมมือกับ บีไอจี ประกาศความร่วมมือทางธุรกิจ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของ Hydrogen Economy ในประเทศไทย รวมถึงการบริหารจัดการและพัฒนานวัตกรรมเพื่อผลักดันการใช้ไฮโดรเจน มุ่งสู่การลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas: GHG) ในปี 2573 สอดรับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2593 มุ่งสู่การเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ (Net Zero Company) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต ร่วมกับ บีไอจี ผู้นำนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อสภาพภูมิอากาศ (Climate Technology Company) และเป็นผู้ริเริ่มในการสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจในการร่วมผลักดันเศรษฐกิจไฮโดรเจน (Hydrogen Economy) พลังงานเชื้อเพลิงที่สะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สอดรับกลยุทธ์การรับมือกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในอนาคต สร้างความสามารถทางการแข่งขันในระยะยาว ผ่านการใช้จุดแข็ง และความเชี่ยวชาญ ในธุรกิจด้านไฮโดรเจนและคาร์บอน นำมาต่อยอดและพัฒนาเป็นธุรกิจใหม่ (Necessity &#38; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/gc-hands-big-for-driving-hydrogen-economy/">GC จับมือ บีไอจี ร่วมผลักดันเศรษฐกิจไฮโดรเจน (Hydrogen Economy) ครั้งแรกในประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong> GC </strong>ร่วมมือกับ <strong>บีไอจี</strong> ประกาศความร่วมมือทางธุรกิจ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของ Hydrogen Economy ในประเทศไทย รวมถึงการบริหารจัดการและพัฒนานวัตกรรมเพื่อผลักดันการใช้ไฮโดรเจน มุ่งสู่การลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas: GHG) ในปี 2573 สอดรับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2593 มุ่งสู่การเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ (Net Zero Company)</p>
<p><span id="more-25615"></span></p>
<p><strong>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) </strong>หรือ<strong> GC</strong> ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต ร่วมกับ<strong> บีไอจี</strong> ผู้นำนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อสภาพภูมิอากาศ (Climate Technology Company) และเป็นผู้ริเริ่มในการสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจในการร่วมผลักดันเศรษฐกิจไฮโดรเจน (Hydrogen Economy) พลังงานเชื้อเพลิงที่สะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สอดรับกลยุทธ์การรับมือกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในอนาคต สร้างความสามารถทางการแข่งขันในระยะยาว ผ่านการใช้จุดแข็ง และความเชี่ยวชาญ ในธุรกิจด้านไฮโดรเจนและคาร์บอน นำมาต่อยอดและพัฒนาเป็นธุรกิจใหม่ (Necessity &amp; Opportunity in New Landscape) ของ GC และ บีไอจี ความร่วมมือครั้งนี้ มุ่งเน้นการพัฒนาและขยายโครงสร้างพื้นฐาน และการกระตุ้นให้เกิดทั้งอุปสงค์และอุปทานตลอดห่วงโซ่ธุรกิจไฮโดรเจนในประเทศไทย ประกอบด้วย</p>
<p><strong>&#8211; การผลิตและการแสวงหานวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านไฮโดรเจน</strong></p>
<p><strong>&#8211; โอกาสในการขยายธุรกิจไฮโดรเจนคาร์บอนต่ำ</strong> เพื่อรองรับความต้องการพลังงานเชื้อเพลิงปลอดคาร์บอนในอนาคต อาทิเช่น ในอุตสาหกรรมยานยนต์และธุรกิจการบินที่ให้ความสำคัญกับเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF)</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-25620 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/GC-BIG3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณทศพร บุณยพิพัฒน์</strong> ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีขั้นต้นและขั้นกลาง บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า GC มีแผนการดำเนินงานและการวัดผลสำเร็จตามเป้าที่ชัดเจนสอดรับกลยุทธ์ 3 Steps Plus ได้แก่ Step Change ยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน Step Out แสวงหาโอกาสการเติบโตในธุรกิจใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ Step Up การดำเนินธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืน และ Necessity &amp; Opportunity in New Landscape การแสวงหาโอกาสและพัฒนาต่อยอดให้เกิดธุรกิจใหม่ด้านไฮโดรเจนและคาร์บอน และการใช้ไฮโดรเจนพลังงานสะอาดในกระบวนการผลิต สู่การผลิตและส่งมอบผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำให้กับผู้บริโภคเพื่อสร้างระบบนิเวศสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืนร่วมกันสอดรับการขับเคลื่อนธุรกิจยั่งยืนตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ พร้อมมุ่งสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593</p>
<p><strong>คุณปิยบุตร จารุเพ็ญ</strong> กรรมการผู้จัดการ บีไอจี เปิดเผยว่า บีไอจี ผู้นำนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย เป็นบริษัทในเครือ Air Products จากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจไฮโดรเจนรายใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยเงินลงทุนโครงการบลูและกรีนไฮโดรเจนมูลค่ากว่า 15,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยล่าสุดได้สร้างคอมเพล็กซ์ผลิตกรีนไฮโดรเจนที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่เมืองนีออม (NEOM) ประเทศ ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งใช้พลังงานหมุนเวียนมาผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าเพื่อผลิตเป็นกรีนแอมโมเนียขนส่งไปทั่วโลก และยังเป็นหนึ่งในผู้ผลิตไฮโดรเจนของโครงการ Clean Hydrogen Hub ประเทศสหรัฐอเมริกา</p>
<p>สำหรับประเทศไทยนั้น บีไอจีเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจไฮโดรเจนรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มุ่งเน้นสร้างความยั่งยืนด้วยการนำเทคโนโลยีไฮโดรเจนคาร์บอนต่ำมาช่วยแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครอบคลุมทั้งในภาคขนส่ง อุตสาหกรรม การผลิตไฟฟ้า เป็นต้น เราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือกับ GC ในครั้งนี้จะเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของบีไอจีที่จะสร้างอนาคตที่สะอาด (Generating a Cleaner Future) โดยผลักดันการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เน้นการลงมือทำอย่างแท้จริง พร้อมกับการพัฒนา Ecosystem เพื่อประสานความเชี่ยวชาญที่หลากหลายของทั้งสององค์กร ด้วยเป้าหมายเดียวกันคือการสร้างอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับการลดผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมและประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย Net Zero ไปด้วยกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/gc-hands-big-for-driving-hydrogen-economy/">GC จับมือ บีไอจี ร่วมผลักดันเศรษฐกิจไฮโดรเจน (Hydrogen Economy) ครั้งแรกในประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“บีไอจี” ก้าวสู่ผู้นำ Climate Tech มุ่งเน้นคลีนไฮโดรเจน และ สมาร์ทแพลตฟอร์มลดคาร์บอน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/09/big-drive-climate-technology-transform-to-growth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 16 Sep 2023 05:52:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Air Products]]></category>
		<category><![CDATA[Blue Hydrogen]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Tech]]></category>
		<category><![CDATA[Green Hydrogen]]></category>
		<category><![CDATA[บีไอจี]]></category>
		<category><![CDATA[ปิยบุตร จารุเพ็ญ]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[แอร์โปรดักส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=21045</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในโอกาสครบรอบ 35 ปี “บีไอจี” ประกาศทรานส์ฟอร์มองค์กร พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจด้วย Climate Technology ชูศักยภาพคลีนไฮโดรเจนและเทคโนโลยีสมาร์ทแพลตฟอร์มลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อสภาพภูมิอากาศ เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ร่วมผลักดันประเทศให้บรรลุเป้าหมาย Net Zero คุณปิยบุตร จารุเพ็ญ กรรมการผู้จัดการ บีไอจี เปิดเผยว่า ในโอกาสครบรอบ 35 ปี บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด ประกาศทรานส์ฟอร์มองค์กร พร้อมใช้ชื่อ “บีไอจี” เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำและการขับเคลื่อนเพื่อเป้าหมาย Net Zero ที่ “บีไอจี” มุ่งมั่นการพัฒนานวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรมเพื่อก้าวสู่เป้าหมายของความยั่งยืนอย่างแท้จริงด้วย Climate Technology “บีไอจี” เป็นบริษัทในเครือแอร์โปรดักส์ (Air Products) จากประเทศสหรัฐอเมริกา ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรม ซึ่งดำเนินธุรกิจมากว่า 35 ปีในประเทศไทย พร้อมรุกด้าน Climate Technology มุ่งเน้นการสร้างความยั่งยืน และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยมุ่งสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์หรือ Net Zero [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/big-drive-climate-technology-transform-to-growth/">“บีไอจี” ก้าวสู่ผู้นำ Climate Tech มุ่งเน้นคลีนไฮโดรเจน และ สมาร์ทแพลตฟอร์มลดคาร์บอน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในโอกาสครบรอบ 35 ปี <strong>“บีไอจี”</strong> ประกาศทรานส์ฟอร์มองค์กร พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจด้วย Climate Technology ชูศักยภาพคลีนไฮโดรเจนและเทคโนโลยีสมาร์ทแพลตฟอร์มลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อสภาพภูมิอากาศ เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ร่วมผลักดันประเทศให้บรรลุเป้าหมาย Net Zero</p>
<p><span id="more-21045"></span></p>
<p><strong>คุณปิยบุตร จารุเพ็ญ</strong> กรรมการผู้จัดการ บีไอจี เปิดเผยว่า ในโอกาสครบรอบ 35 ปี บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด ประกาศทรานส์ฟอร์มองค์กร พร้อมใช้ชื่อ “บีไอจี” เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำและการขับเคลื่อนเพื่อเป้าหมาย Net Zero ที่ “บีไอจี” มุ่งมั่นการพัฒนานวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรมเพื่อก้าวสู่เป้าหมายของความยั่งยืนอย่างแท้จริงด้วย Climate Technology</p>
<p>“บีไอจี” เป็นบริษัทในเครือแอร์โปรดักส์ (Air Products) จากประเทศสหรัฐอเมริกา ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรม ซึ่งดำเนินธุรกิจมากว่า 35 ปีในประเทศไทย พร้อมรุกด้าน Climate Technology มุ่งเน้นการสร้างความยั่งยืน และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยมุ่งสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์หรือ Net Zero ให้ได้เร็วกว่าเป้าหมายที่ประเทศวางไว้ในปี ค.ศ. 2065</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-21048 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/4-7.jpg" alt="" width="1200" height="926" /><br />
“บีไอจีพร้อมขับเคลื่อนนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Climate Technology เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรที่สอดรับกับเป้าหมายของประเทศไทยในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี ค.ศ. 2050 และ Net Zero ภายในปี ค.ศ. 2065 ซึ่งขณะนี้เอง บีไอจี ก็ได้ลงมือทำไปแล้วมีความก้าวหน้าในการลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิจากการลดใช้ไฟฟ้าในกระบวนการผลิตของเราได้กว่า 20% แล้ว จากเป้าหมาย 33% ในปี ค.ศ. 2030 เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย Net Zero ด้วย Climate Technology ในปี 2050” คุณปิยบุตร กล่าว</p>
<p>หนึ่งใน Climate technology ที่สำคัญคือ ไฮโดรเจน ซึ่งในปัจจุบัน &#8220;บีไอจี&#8221; เป็นผู้ผลิตไฮโดรเจนคาร์บอนต่ำเพื่อนำมาใช้ในงานพาณิชย์รายใหญ่ที่สุดในประเทศ มีความเชี่ยวชาญทางด้านนวัตกรรม และการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับไฮโดรเจน โดยบริษัทได้ใช้เทคโนโลยีจากบริษัทแม่คือ แอร์โปรดักส์ ที่เป็นผู้ผลิตไฮโดรเจนรายใหญ่สุดของโลกซึ่งกำลังมีโครงการใหญ่ที่มีมูลค่าการลงทุนกว่า 15,000 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการเกี่ยวกับไฮโดรเจนสีน้ำเงิน (Blue Hydrogen) และไฮโดรเจน สีเขียว (Green Hydrogen) ปัจจุบันมีความคืบหน้าโครงการไปแล้วกว่า 50% แล้ว และคาดว่าจะพร้อมใช้งานเต็มรูปแบบในปี ค.ศ. 2026-2027 ในส่วนของประเทศไทย บีไอจีได้ร่วมมือกับ กลุ่มบริษัท ปตท. และ โตโยต้าจัดตั้งสถานีบริการเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนให้กับภาคยานยนต์แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ตั้งแต่ปี 2565</p>
<p>นอกจากนี้ บีไอจียังมีแผนจะนำเทคโนโลยีการเก็บกักคาร์บอนและเทคโนโลยีอีเล็คโตรไลซิสเพื่อพัฒนาไฮโดรเจนสีน้ำเงินและไฮโดรเจนสีเขียวร่วมกับองค์กรชั้นนำในประเทศ โดยมุ่งเน้นโครงการสำคัญที่ทำได้จริง เพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านจากพลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานไฮโดรเจนอย่างเต็มรูปแบบ ถือความก้าวที่สำคัญที่ช่วยประเทศไทยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero Emissions มีการประเมิน มูลค่าทางเศรษฐกิจของไฮโดรเจน ในช่วง 2025-2030 คาดว่าอยู่ที่ประมาณ 50,000 ล้านบาท และภายหลังจากปี 2030 คาดว่าจะมีมูลค่าอยู่ที่ 200,000-300,000แสนล้านบาท</p>
<p>คุณปิยบุตรกล่าวว่า ในสถานการณ์การส่งเสริมอุตสาหกรรม มีความต้องการให้ภาครัฐ มีการกำหนด และวางแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไปสู่อนาคต เนื่องจากอุตสาหกรรมได้มีการเปลี่ยนไป จากการที่ไทยเติบโตมาต่อเนื่อง ตลอด 35 ปี จากต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติที่ถูก แต่ปัจจุบันต้นทุนได้ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งราคาก๊าซธรรมชาติ และค่าแรงงาน จำเป็นต้องมองว่าทิศทางอุตสาหกรรมในระยะต่อไป ควรจะผลิตแบบเดิมๆ หรือผลิตอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน เพื่อการผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสามารถส่งออกไปยัง สหรัฐ และยุโรป ที่มีมูลค่าสูงกว่า รัฐบาลควรวางโครงสร้างพื้นฐานซัพพลายเชนทั้งระบบ รวมถึงการทำภาษีคาร์บอน ( Carbon Tax )ซึ่งในต่างประเทศ จะมีการติดตามว่ามีการจัดการคาร์บอน รวมถึงนโยบายของภาครัฐในการบริหารจัดการ ทำ Net Zero ได้อย่างไร ให้เป็นรูปธรรม</p>
<p>“ส่วนการส่งเสริมการใช้ไฮโดเจนในภาคยานยนต์ ที่หลายฝ่ายจะเปรียบเทียมกับยานยนต์ไฟฟ้า อาจแข่งขันไม่ได้ หากนำเอาไฮโดรเจนมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์นั่ง เพราะในความเป็นจริงรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ต้องเป็นรถยนต์ EV อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ EV ไม่สามารถตอบสนองในเรื่องประสิทธิภาพในกลุ่มยานยนต์ขนส่งขนาดใหญ่ที่ต้องใช้ปริมาณเชื้อเพลิงให้สอดรับกับระยะทางตั้งแต่ 500-1,000 กิโลเมตร เพราะหากเป็นรถยนต์ขนส่งEV จะมีต้องมีการติดตั้งแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ทำให้รถไม่สามารถบรรทุกสินค้าได้ในปริมาณที่มากเท่าที่ควร รวมถึงระยะเวลาการชาร์จต้องใช้เวลานาน เมื่อเทียบกับการใช้ก๊าซไฮโดรเจน ใช้เวลาเติมเพียง 3-5 นาที วิ่งได้ระยะ ไกล ถึง 700 กิโลเมตร สามารถตอบโจทย์และใช้งานได้จริง”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21046 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/3-11.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>นอกจากนี้ บีไอจียังได้พัฒนาอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ด้าน Climate Technology คือ สมาร์ทแพลตฟอร์มสำหรับการลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิของภาคอุตสาหกรรม ผ่านระบบ Carbon Accounting Platform ด้วยดิจิทัลเทคโนโลยี โดยเริ่มจากการวัดเพื่อทราบปริมาณการปลดปล่อยคาร์บอนสุทธิในกระบวนการผลิตทั้งหมดแบบเรียลไทม์ จากนั้นบีไอจีจะนำโซลูชั่นหลากหลายรวมไปถึงนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรมที่มีปริมาณคาร์บอนต่ำเป็นพิเศษที่บีไอจีผลิตได้เพียงรายเดียวในประเทศไทยมาช่วยลดการปล่อยคาร์บอนที่มาจากกระบวนการผลิตที่ถูกวัด และสุดท้ายแพลตฟอร์มนี้ยังสามารถทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนซื้อขายคาร์บอนเครดิตกับบีไอจีเองและภาคส่วนต่างๆ จากทุกอุตสาหกรรม ทั้งหมดนี้ เพื่อตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมให้บรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิและการสร้างความยั่งยืน โดยภาคอุตสาหกรรมสามารถนำไปวางแผนและดำเนินการเพื่อลดการปลดปล่อยคาร์บอนสุทธิในกระบวนการผลิตได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>บีไอจีจึงผลักดัน Climate Technology พร้อมขับเคลื่อนและร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมไทยด้วยศักยภาพความเป็นผู้นำทั้งในระดับโลกและระดับประเทศทางด้านไฮโดรเจนและเทคโนโลยีดิจิทัลแพลตฟอร์มอย่างเต็มรูปแบบ สอดรับนโยบายประเทศเพื่อบรรลุเป้าหมายความยั่งยืนร่วมกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/big-drive-climate-technology-transform-to-growth/">“บีไอจี” ก้าวสู่ผู้นำ Climate Tech มุ่งเน้นคลีนไฮโดรเจน และ สมาร์ทแพลตฟอร์มลดคาร์บอน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
