<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ผู้นำองค์กร &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%a3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 04 Jul 2025 09:41:40 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ผู้นำองค์กร &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เข้าใจคนทำงานยุคใหม่ ​ เมื่อ &#8216;ความหมายของงาน&#8217; สำคัญกว่าเงินเดือน &#8216;การลงทุนในคน&#8217; คือกุญแจสร้างการเติบโตขององค์กร</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/07/career-trends-and-skills-in-thailand-2025-onward/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 04 Jul 2025 09:41:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Career Trends]]></category>
		<category><![CDATA[Career Trends & Skills in Thailand : 2025 Onward]]></category>
		<category><![CDATA[CareerVisa Digital]]></category>
		<category><![CDATA[CP AXTRA]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[JobThai]]></category>
		<category><![CDATA[Organization]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[Shopee]]></category>
		<category><![CDATA[Skill]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Honda]]></category>
		<category><![CDATA[workforce]]></category>
		<category><![CDATA[คนทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ธีรยา ธีรนาคนาท]]></category>
		<category><![CDATA[ปตุพร บาลเย็น]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้นำองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[มนสิชา สังข์สุวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[วรรณพร ศรีวัฒนางกูร]]></category>
		<category><![CDATA[วสันต์ สินพิทักษ์สกุล]]></category>
		<category><![CDATA[สุชญา ปาลีวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[แสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34511</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อค่านิยมของคนทำงานเปลี่ยนไป &#8216;ค่าตอบแทน&#8217; อาจไม่ใช่คำตอบเดียวสำหรับการเลือกองค์กรอีกต่อไป เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับทัศนคติ ความต้องการ และเป้าหมายของคนทำงานยุคใหม่ ทั้งในด้านทักษะ รูปแบบการทำงานที่พึงประสงค์ รวมถึงองค์กรที่ต้องการร่วมงานด้วย CareerVisa Thailand และ JobThai จึงได้ร่วมกันจัดงาน &#8216;Career Trends &#38; Skills in Thailand: 2025 Onward&#8216; พร้อมสรุป​แนวโน้มสำคัญของตลาดแรงงานไทย และเสียงสะท้อนจากผู้นำองค์กรชั้นนำ ที่ต่างชี้ชัดไปในทิศทางเดียวกันว่า หากองค์กรจะลงทุนเพื่อความยั่งยืนในระยะยาว สิ่งสำคัญที่สุดคือ &#8216;การพัฒนาคน&#8217; ทั้งในแง่ของทักษะ มุมมอง และการสร้างระบบที่หล่อเลี้ยงการเติบโตของคนกับองค์กรไปพร้อมกัน ข้อมูลเหล่านี้จะทำให้องค์กรสามารถนำไปใช้ในการออกแบบกลยุทธ์ด้านทรัพยากรบุคคล (HR) และพัฒนานโยบายที่สามารถตอบโจทย์คนทำงานได้จริง แรงงานยุคใหม่มองหา &#8216;ความหมาย&#8217; และ &#8216;โอกาสพัฒนา&#8217; คุณธีรยา ธีรนาคนาท CEO จาก CareerVisa Digital  เปิดเผยผลการสำรวจทัศนคติของคนทำงานรุ่นใหม่ว่า พวกเขาให้ความสำคัญกับ Soft Skills อย่างการสื่อสารและการปรับตัว ควบคู่ไปกับ Hard Skills ด้านดิจิทัลและการใช้เทคโนโลยี ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานที่ทุกอาชีพจำเป็นต้องมีในปัจจุบัน คนรุ่นใหม่จำนวนมากต้องการพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้น  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/career-trends-and-skills-in-thailand-2025-onward/">เข้าใจคนทำงานยุคใหม่ ​ เมื่อ &#8216;ความหมายของงาน&#8217; สำคัญกว่าเงินเดือน &#8216;การลงทุนในคน&#8217; คือกุญแจสร้างการเติบโตขององค์กร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อค่านิยมของคนทำงานเปลี่ยนไป &#8216;ค่าตอบแทน&#8217; อาจไม่ใช่คำตอบเดียวสำหรับการเลือกองค์กรอีกต่อไป เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับทัศนคติ ความต้องการ และเป้าหมายของคนทำงานยุคใหม่ ทั้งในด้านทักษะ รูปแบบการทำงานที่พึงประสงค์ รวมถึงองค์กรที่ต้องการร่วมงานด้วย</p>
<p><span id="more-34511"></span></p>
<p><strong>CareerVisa Thailand</strong> และ <strong>JobThai</strong> จึงได้ร่วมกันจัดงาน <strong>&#8216;</strong><strong>Career Trends &amp; Skills in Thailand</strong><strong>: 2025 </strong><strong>Onward</strong><strong>&#8216;</strong> พร้อมสรุป​แนวโน้มสำคัญของตลาดแรงงานไทย และเสียงสะท้อนจากผู้นำองค์กรชั้นนำ ที่ต่างชี้ชัดไปในทิศทางเดียวกันว่า หากองค์กรจะลงทุนเพื่อความยั่งยืนในระยะยาว สิ่งสำคัญที่สุดคือ &#8216;การพัฒนาคน&#8217; ทั้งในแง่ของทักษะ มุมมอง และการสร้างระบบที่หล่อเลี้ยงการเติบโตของคนกับองค์กรไปพร้อมกัน</p>
<p>ข้อมูลเหล่านี้จะทำให้องค์กรสามารถนำไปใช้ในการออกแบบกลยุทธ์ด้านทรัพยากรบุคคล (HR) และพัฒนานโยบายที่สามารถตอบโจทย์คนทำงานได้จริง</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34513 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>แรงงานยุคใหม่มองหา &#8216;ความหมาย&#8217; และ &#8216;โอกาสพัฒนา&#8217;</strong></p>
<p><strong>คุณธีรยา ธีรนาคนาท </strong><strong>CEO </strong><strong>จาก </strong><strong>CareerVisa Digital  </strong>เปิดเผยผลการสำรวจทัศนคติของคนทำงานรุ่นใหม่ว่า พวกเขาให้ความสำคัญกับ Soft Skills อย่างการสื่อสารและการปรับตัว ควบคู่ไปกับ Hard Skills ด้านดิจิทัลและการใช้เทคโนโลยี ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานที่ทุกอาชีพจำเป็นต้องมีในปัจจุบัน</p>
<p>คนรุ่นใหม่จำนวนมากต้องการพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้น  ในสายงานเพื่อการเติบโต แต่จุดมุ่งหมายไม่ใช่แค่เรื่องเงินเดือนเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป หากแต่คือ &#8216;ความหมายของงาน และโอกาสในการพัฒนา&#8217;</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ปัญหาอย่างความเหนื่อยล้า การขาดความมั่นใจ และการขาดแหล่งเรียนรู้ที่เหมาะสม ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ และสิ่งที่แรงงานไทยต้องการมากที่สุดในปี 2025 คือ รูปแบบงานที่ยืดหยุ่น ธุรกิจที่มีเป้าหมายชัดเจน และองค์กรที่เข้าใจคน</p>
<p><strong>สำหรับการพูดคุยในประเด็น &#8216;หากจะเริ่มทำเพียงหนึ่งสิ่งที่จะช่วยให้องค์กรไทยรับมือกับความท้าทายของตลาดแรงงานในปี 2025&#8217; คำตอบที่ได้อาจแตกต่างกันไปในรายละเอียด แต่ล้วนมีแกนร่วมกัน นั่นคือ &#8216;</strong><strong>การพัฒนาคน&#8217; ทั้งในมุมของบุคลากรและองค์กรควบคู่กันไป</strong></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-34514 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>องค์กรและคนทำงานต้องเติบโตไปด้วยกัน</strong></p>
<p><strong>คุณแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ </strong><strong>COO &amp; Co-Founder </strong><strong>จาก </strong><strong>JobThai</strong> สะท้อนมุมมองว่า ในฐานะที่ JobThai เป็นตัวกลางในการหางาน สมัครงาน และหาบุคลากร พบว่า ความท้าทายสำคัญของคนทำงานและองค์กรคือการปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานไทยในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ การพัฒนาของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การทำงานร่วมกันของคนหลากหลาย Generation และความท้าทายสำคัญที่เห็นได้ชัดเจนของตลาดแรงงานไทยคือปัญหาเรื่องช่องว่างทักษะ (Skills Gap) ทักษะที่คนทำงานมีอยู่ไม่ตรงกับความต้องการขององค์กรที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นไม่ใช่เรื่องของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง  แต่ทั้งคนหางานและองค์กรต้องพัฒนาไปพร้อมกัน</p>
<p><strong>แบงก์กรุงเทพ กับการปลูกฝัง </strong><strong>Growth Mindset</strong><strong> และ</strong><strong> </strong> <strong>Entrepreneurship</strong></p>
<p><strong>คุณปตุพร บาลเย็น </strong><strong>AVP Recruitment &amp; Selection, HR Division </strong><strong>จากธนาคารกรุงเทพ</strong> กล่าวว่า ธนาคารกรุงเทพเชื่อว่าความสำเร็จระยะยาวไม่ได้เกิดจากการเริ่มต้นสิ่งใหม่เสมอไป แต่เกิดจากการต่อยอดสิ่งที่ทำได้ดีให้แข็งแรงยิ่งขึ้น เราจึงให้ความสำคัญกับการปลูกฝัง  Growth Mindset  และ  Entrepreneurship  เพื่อให้คนของเรากล้าคิดและไม่กลัวความท้าทาย จากนี้ไป ธนาคารกรุงเทพ จะเน้นสร้างระบบและวัฒนธรรมการทำงานที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เติบโต เพราะเราวัดความสามารถจาก &#8216;ความกล้าและความพยายาม&#8217; มากกว่าจุดเริ่มต้น</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-34517 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/5.png" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>Shopee </strong><strong>กับการสร้าง &#8216;</strong><strong>AI Literacy</strong><strong>&#8216; เพื่อการเติบโต</strong></p>
<p><strong>คุณสุชญา ปาลีวงศ์</strong> <strong>Director of People, Shopee </strong>กล่าวว่า การสร้างความรู้เรื่อง AI Literacy <strong> </strong>ให้กับพนักงานไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือการสร้างวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการเติบโตและดึงดูดคนรุ่นใหม่ Shopee ต้องการให้พนักงานมองว่า AI คือ<strong> </strong> Co<strong>&#8211;</strong>pilot ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ไม่ใช่สิ่งที่มาแทนที่ เพราะในมุมของเรา AI คือ<strong> </strong> Game Changer ที่จะเปลี่ยนทั้งวิธีคิด วิธีทำงาน การแข่งขัน และการใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นข้อได้เปรียบสำคัญทางธุรกิจในอนาคต</p>
<p><strong>การพูดคุยในประเด็น &#8216;การสร้างแบรนด์นายจ้างให้แข็งแรงสำหรับคนรุ่นใหม่&#8217; ได้คำตอบว่า องค์กรต้องกลับมาทบทวนอย่างจริงจังว่า “อะไรคือสิ่งจำเป็นที่สุด” ที่จะทำให้คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วย ไม่ใช่แค่สมัครงานเข้ามา แต่เลือกจะอยู่และเติบโตไปด้วยกันในระยะยาว</strong><strong> </strong></p>
<p><strong>SCB </strong><strong>กับการ &#8216;เปลี่ยนภายใน&#8217; เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่</strong></p>
<p><strong>คุณวรรณพร ศรีวัฒนางกูร</strong> <strong>VP, People Communication and Employer Branding </strong><strong>จาก</strong> <strong>SCB </strong>กล่าวว่า SCB เชื่อว่า &#8216;การเปลี่ยนภายใน&#8217; คือหัวใจสำคัญของการสร้างแบรนด์นายจ้างให้แข็งแกร่งในยุคนี้ แม้ SCB จะเป็นองค์กรที่มีประวัติยาวนาน แต่ไม่เคยหยุดพัฒนา โดยใช้เทคโนโลยีและ <strong>Flexible Benefits </strong>เป็นจุดเริ่มต้นในการปรับระบบการทำงานให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความยืดหยุ่น สิ่งที่ท้าทายที่สุดไม่ใช่แค่เครื่องมือใหม่ แต่คือ Core Value และ Mindset ของคนในองค์กรทั้งระบบ เราจึงมองหาคนที่ไม่ใช่แค่เก่ง แต่ &#8220;กล้าคิด กล้าท้าทาย และกล้าเปลี่ยนแปลง&#8221; ไปกับเรา โดย SCB มีความตั้งใจที่จะพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ที่นี่เป็นองค์กรที่ใช่ สำหรับคนที่พร้อมเติบโตไปด้วยกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34516 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>CP Axtra</strong><strong> กับความชัดเจนในเป้าหมายและความจริงใจในการดูแลคน</strong></p>
<p><strong>คุณวสันต์ สินพิทักษ์สกุล </strong><strong>Group Chief People Officer </strong><strong>จาก </strong><strong>CP Axtra</strong> กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการสร้างแบรนด์นายจ้างคือ ความชัดเจนในเป้าหมาย และความจริงใจในการดูแลคน เราไม่ได้อยากให้คนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมงานด้วยเพราะแค่ชื่อเสียงหรือขนาดองค์กร แต่เพราะเห็นว่าเรามีเป้าหมายที่ดีและชัดเจน ทั้งในด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และการเติบโตของคน เราออกแบบเส้นทางการพัฒนาให้คนเติบโตได้อย่างไร้ขีดจำกัด ”Future Beyond Limits” ทั้งในสายงานหน้าร้านและสายดิจิทัล พร้อมสนับสนุนการเรียนรู้จากงานจริง การหมุนเวียนบทบาท และการทำงานแบบยืดหยุ่นที่เคารพชีวิตส่วนตัว</p>
<p>นอกจากนี้ เรายังเป็น<strong> Pioneer Retail Tech Globally </strong> ที่ไม่เพียงแค่นำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในอุตสาหกรรมค้าปลีก แต่สร้างอิมแพคได้จริง และรู้สึกภูมิใจในสิ่งที่ทำ โดยสนับสนุนให้ทุกคนกล้าเป็นตัวของตัวเอง <strong>&#8216;Own It, Unleash Your Spirit&#8217;</strong> เป็นเจ้าของงานและความสำเร็จที่ได้ลงมือทำ เติบโตได้อย่างไร้ขีดจำกัด &#8216;<strong>Accelerate without Limits</strong>&#8216; พร้อมทั้งเป็นองค์กรที่สนับสนุนการทำงานอย่างมีคุณค่าและสร้างความหมายร่วมกับสังคม <strong>&#8216;Ignite Communities Change&#8217;</strong></p>
<p>ที่สำคัญเราให้ความสำคัญกับสุขภาพใจ ผู้นำที่เข้าถึงได้ และวัฒนธรรมการทำงานที่เน้นความร่วมมือ เพราะความรู้สึกที่ดีในที่ทำงาน คือแรงผลักดันที่ทำให้คนรุ่นใหม่อยากอยู่กับเรา และเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน เราไม่ได้แค่เตรียมคนให้พร้อมรับอนาคต แต่เรากำลังสร้างอนาคตที่ไม่มีขีดจำกัด ไปพร้อมกับเขา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34515 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>T</strong><strong>hai Honda </strong><strong>กับแนวคิด &#8216;การฟัง&#8217; และ &#8216;พื้นที่ปลอดภัย&#8217;</strong></p>
<p><strong>คุณมนสิชา สังข์สุวรรณ </strong><strong>General Manager of Human Resources &amp; Associates Relation (HRAR Function) </strong><strong>จาก </strong><strong>Thai Honda</strong> บอกว่า การสร้างแบรนด์นายจ้างที่แข็งแรงต้องเริ่มจากการฟัง  ให้เข้าใจว่าคนรุ่นใหม่ต้องการอะไร ไม่ใช่แค่บอกว่าเราเป็นใคร แต่สร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้เขาอยากอยู่กับเราจริง ๆ เราจึงออกแบบวัฒนธรรมองค์กรภายใต้แนวคิด  DREAM: Dare (กล้าดี), Respect &amp; Collaborate (ทีมดี), Excellent (งานดี), Align (เข้าใจดี) และ Move Fast (เร็วดี) ในทั้งหมดนี้ &#8216;Dare – กล้าดี&#8217; คือหัวใจสำคัญ เพราะเราเชื่อว่า &#8216;ความกล้า&#8217; จะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อมี &#8216;พื้นที่ปลอดภัย&#8217; ให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ ถ้าองค์กรจะเติบโตอย่างยั่งยืน คนของเราก็ต้องเติบโตไปด้วยหัวใจที่กล้าเช่นกัน</p>
<p>นอกจากนั้น  Move Beyond  คือ การขับเคลื่อนพนักงานและสังคมของ Thai Honda โดยให้ความสำคัญกับ 4 Core Pillars ในการดำเนินองค์กร เริ่มจาก Global Trust สะท้อนถึงความเป็นเจ้าตลาดที่มียอดขายอันดับ 1 พร้อมสภาพแวดล้อมการทำงานที่ได้มาตรฐานญี่ปุ่น (High Standard Workplace) ต่อมาคือ Top-Tier Rewards ที่มอบสวัสดิการครบครัน เลือกใช้ได้ตามไลฟ์สไตล์ของพนักงาน ส่วน Embrace Challenges มุ่งสนับสนุนให้พนักงานสร้างงานที่มีความหมาย (Meaningful Work) สุดท้ายคือ Team Momentum ซึ่งพนักงานทุกคนทำงานร่วมกันเพื่อผลักดันเป้าหมายองค์กรให้สำเร็จอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34518 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>จากบทสรุปของงานครั้งนี้ อาจกล่าวได้ว่า หากองค์กรไทยต้องการเติบโตท่ามกลางความผันผวนของโลกการทำงานในปี 2025 และต่อจากนี้ไป คำตอบไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือหรือกลยุทธ์ล้ำยุคเพียงอย่างเดียว แต่คือ <strong>&#8216;การลงทุนในคน&#8217;</strong> ทั้งในด้านทักษะ ความคิด ระบบสนับสนุน และวัฒนธรรม ที่ทำให้พวกเขารู้สึกมีคุณค่า มีเป้าหมาย และอยากเติบโตไปพร้อมกัน เพราะอนาคตขององค์กรจะไปได้ไกลแค่ไหน ขึ้นอยู่กับ &#8216;คนขององค์กร&#8217; เป็นสำคัญ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/career-trends-and-skills-in-thailand-2025-onward/">เข้าใจคนทำงานยุคใหม่ ​ เมื่อ &#8216;ความหมายของงาน&#8217; สำคัญกว่าเงินเดือน &#8216;การลงทุนในคน&#8217; คือกุญแจสร้างการเติบโตขององค์กร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CRG สร้างแรงบันดาลใจผ่านผู้นำยุคใหม่ “ปิยะพงศ์ จิตต์จำนงค์” คว้ารางวัล Most Inspiring Leader จากเวที Employee Experience Awards Thailand 2025</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/07/crg-most-inspiring-leader/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 04 Jul 2025 07:59:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Corporate]]></category>
		<category><![CDATA[CRG]]></category>
		<category><![CDATA[Employee Experience Awards Thailand 2025]]></category>
		<category><![CDATA[John Rutten]]></category>
		<category><![CDATA[KFC South Asia]]></category>
		<category><![CDATA[Leadership]]></category>
		<category><![CDATA[Most Inspiring Leader]]></category>
		<category><![CDATA[จารุวรรณ พิสุทธ์ไพศาล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ปิยะพงศ์ จิตต์จำนงค์]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้นำองค์กร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34458</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) แสดงศักยภาพด้านการบริหารองค์กร และทรัพยากรบุคคล โดย คุณปิยะพงศ์ จิตต์จำนงค์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ “Most Inspiring Leader” จากเวที Employee Experience Awards Thailand 2025 ที่จัดขึ้นโดย Human Resources Online ประเทศสิงคโปร์ เพื่อยกย่องผู้นำที่สามารถขับเคลื่อนองค์กร และสร้างแรงบันดาลใจให้กับทีมงานอย่างแท้จริง รางวัลนี้เป็นผลสะท้อนของการทำงานที่ยึดมั่นใน “พลังของคน” ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของแบรนด์ KFC การเสริมสร้างศักยภาพ และภาพลักษณ์ของแบรนด์ Mister Donut ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ หรือการขับเคลื่อนองค์กรสู่ยุคดิจิทัลจนยอดขายออนไลน์เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทุกก้าวของ คุณปิยะพงศ์ ล้วนสะท้อนถึงความมุ่งมั่น ความใส่ใจ และเป้าหมายที่ชัดเจน เบื้องหลังความสำเร็จนั้น คือหลักการทำงานที่ลงลึก และยึดมั่นใน “พลังของคน” ผ่าน 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่: 1. [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/crg-most-inspiring-leader/">CRG สร้างแรงบันดาลใจผ่านผู้นำยุคใหม่ “ปิยะพงศ์ จิตต์จำนงค์” คว้ารางวัล Most Inspiring Leader จากเวที Employee Experience Awards Thailand 2025</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (</strong><strong>CRG)</strong> แสดงศักยภาพด้านการบริหารองค์กร และทรัพยากรบุคคล <strong>โดย คุณปิยะพงศ์ จิตต์จำนงค์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (</strong><strong>COO) </strong><strong>ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ “</strong><strong>Most Inspiring Leader” </strong><strong>จากเวที </strong><strong>Employee Experience Awards Thailand </strong><strong>2025</strong> ที่จัดขึ้นโดย Human Resources Online ประเทศสิงคโปร์ เพื่อยกย่องผู้นำที่สามารถขับเคลื่อนองค์กร และสร้างแรงบันดาลใจให้กับทีมงานอย่างแท้จริง</p>
<p><span id="more-34458"></span></p>
<p>รางวัลนี้เป็นผลสะท้อนของการทำงานที่ยึดมั่นใน <strong>“พลังของคน”</strong> ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของแบรนด์ KFC การเสริมสร้างศักยภาพ และภาพลักษณ์ของแบรนด์ Mister Donut ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ หรือการขับเคลื่อนองค์กรสู่ยุคดิจิทัลจนยอดขายออนไลน์เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทุกก้าวของ คุณปิยะพงศ์ ล้วนสะท้อนถึงความมุ่งมั่น ความใส่ใจ และเป้าหมายที่ชัดเจน</p>
<p>เบื้องหลังความสำเร็จนั้น คือหลักการทำงานที่ลงลึก และยึดมั่นใน “พลังของคน” ผ่าน 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่:</p>
<p><strong>1. ผู้นำที่อยู่เคียงข้างทีมอย่างแท้จริง</strong> ด้วยการลงพื้นที่เยี่ยมสาขากว่า 1,000 ครั้งด้วยตนเอง เพื่อรับฟังปัญหาอย่างใกล้ชิด และร่วมแก้ไขกับพนักงานหน้าร้าน ทำให้ทีมสัมผัสได้ถึงพลังใจจากผู้นำ พร้อมสร้างความเชื่อมั่น และแรงผลักดันในการทำงาน</p>
<p><strong>2. ปลุกศักยภาพผู้นำในตัวทุกคน</strong> ผ่านโครงการ Leadership Development Pathway และแคมเปญ Be Your Best Self ที่ช่วยให้พนักงานได้ค้นพบ และพัฒนาศักยภาพของตนเอง กล้าที่จะรับผิดชอบ และก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงในบทบาทของ “ผู้นำจากภายใน”</p>
<p><strong>3. สร้างวัฒนธรรมแห่งความภูมิใจ และการมีส่วนร่วม</strong> เปิดพื้นที่รับฟังเสียงของพนักงานผ่านโครงการ Store Voices พร้อมจัดกิจกรรมตอบแทนความทุ่มเท เช่น Special Day, Special Meals เพื่อส่งต่อความสุข ความภาคภูมิใจ และพลังบวกในองค์กรอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><strong>Mr. John Rutten </strong><strong>ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ </strong><strong>KFC South Asia</strong> กล่าวว่า “คุณปิยะพงศ์ คือผู้นำที่ยกระดับมาตรฐานทั้งของตัวเองและคนรอบข้าง เขาไม่เพียงขับเคลื่อนองค์กรด้วยความรับผิดชอบสูงสุด แต่ยังจุดประกายแรงบันดาลใจให้ทุกคนลุกขึ้นมามีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลง”</p>
<p>ด้าน <strong>คุณจารุวรรณ พิสุทธ์ไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท </strong><strong>CRG</strong> กล่าวเสริมว่า “เขาไม่เพียงแค่นำทีม แต่เขาทำให้คนรอบตัวอยากลุกขึ้นมาร่วมเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน”</p>
<p>รางวัล <strong>“Most Inspiring Leader”</strong> คือเครื่องยืนยันถึงภาวะผู้นำที่แท้จริงของคุณปิยะพงศ์ ผู้ขับเคลื่อนองค์กรด้วยความเข้าใจในคุณค่าของคน ควบคู่กับมาตรฐานการทำงานที่มั่นคง และไม่ประนีประนอมต่อเป้าหมายสู่ความเป็นเลิศ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/crg-most-inspiring-leader/">CRG สร้างแรงบันดาลใจผ่านผู้นำยุคใหม่ “ปิยะพงศ์ จิตต์จำนงค์” คว้ารางวัล Most Inspiring Leader จากเวที Employee Experience Awards Thailand 2025</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ” CEO CPF คว้ารางวัล Asia’s Best CEO และ Thailand Top CEO of the YEAR 2025</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/06/ceo-cpf-thailand-top-ceo-of-the-year-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 29 Jun 2025 02:35:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Asia’s Best CEO]]></category>
		<category><![CDATA[CPF]]></category>
		<category><![CDATA[Food Security]]></category>
		<category><![CDATA[Leadership]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainovation]]></category>
		<category><![CDATA[THAILAND TOP CEO OF THE YEAR 2025]]></category>
		<category><![CDATA[ครัวของโลก]]></category>
		<category><![CDATA[ความมั่นคงทางอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพีเอฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ซีอีโอ]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมาภิบาล]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้นำองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34405</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากแนวนโยบายการทำงานที่เน้นขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล นำแนวคิดนวัตกรรมที่ยั่งยืน (Sustainovation) มาใช้ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ให้กับผู้บริโภคทั่วโลก ส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีและสร้างความผูกพันของพนักงานในองค์กร สามารถสร้างความพึงพอใจให้กับผู้มีส่วนได้เสียรอบด้าน รวมถึงการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้กับผู้ถือหุ้น ทำให้ &#8216;นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ&#8216; ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ได้รับการยอมรับจากสถาบันชั้นนำในระดับประเทศและภูมิภาค ด้วยรางวัล Asia’s Best CEO และ THAILAND TOP CEO OF THE YEAR 2025 โดย “รางวัลซีอีโอยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย” (Asia’s Best CEO) ได้รับจากเวที The 15th Asian Excellence Awards 2025 ที่ฮ่องกง จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 15 โดย Corporate Governance Asia สื่อชั้นนำด้านการเงินของฮ่องกง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/ceo-cpf-thailand-top-ceo-of-the-year-2025/">“ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ” CEO CPF คว้ารางวัล Asia’s Best CEO และ Thailand Top CEO of the YEAR 2025</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากแนวนโยบายการทำงานที่เน้นขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล นำแนวคิดนวัตกรรมที่ยั่งยืน (Sustainovation) มาใช้ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ให้กับผู้บริโภคทั่วโลก</p>
<p><span id="more-34405"></span></p>
<p>ส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีและสร้างความผูกพันของพนักงานในองค์กร สามารถสร้างความพึงพอใจให้กับผู้มีส่วนได้เสียรอบด้าน รวมถึงการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้กับผู้ถือหุ้น ทำให้ &#8216;<strong>นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ</strong>&#8216; ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ได้รับการยอมรับจากสถาบันชั้นนำในระดับประเทศและภูมิภาค ด้วยรางวัล Asia’s Best CEO และ THAILAND TOP CEO OF THE YEAR 2025</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34407 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/225410.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดย “<strong>รางวัลซีอีโอยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย”</strong> (Asia’s Best CEO) ได้รับจากเวที The 15th Asian Excellence Awards 2025 ที่ฮ่องกง จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 15 โดย Corporate Governance Asia สื่อชั้นนำด้านการเงินของฮ่องกง และเอเชีย และยังได้รับรางวัล “THAILAND TOP CEO OF THE YEAR 2025” ประเภท เกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร จาก ฯพณฯ นุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี จัดโดยนิตยสาร BUSINESS+ ร่วมกับคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สะท้อนความสามารถในการบริหารงานที่มุ่งเน้นความยั่งยืน พัฒนาองค์กรท่ามกลางความท้าทายและความผันผวน เป็นแบบอย่างของผู้นำในโลกยุคใหม่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34408" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/225411.jpg" alt="" width="823" height="800" /></p>
<p>ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ กล่าวถึง หลักในการทำงานที่นำมาสู่ความสำเร็จว่า องค์กร CPF ต้องคิดเรื่องใหม่ๆ ในฐานะที่เราเป็นองค์กรที่เป็นผู้นำ มีภาระหน้าที่ต้องสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า อีกเรื่องที่สำคัญ คือ การผนึกกำลังในการทำงานเป็นทีมร่วมกัน เพราะทีมที่ทำงานร่วมกันเท่านั้นถึงจะมีพลังเพียงพอในการคิดเรื่องใหม่ๆ ทำเรื่องใหม่ๆ ในการพัฒนาสินค้า กระบวนการ เพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า</p>
<p>นอกจากนี้ ปีนี้ ซีพีเอฟยังคว้ารางวัลจากเวที Asian Excellence Award 2025 ได้แก่ รางวัลซีเอฟโอยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย (Asia’s Best CFO) มอบให้ นายไพศาล จิระกิจเจริญ ประธานผู้บริหารฝ่ายการเงิน จากความสำเร็จในการบริหารการเงินและการวางแผนธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ รางวัลนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย (Best Investor Relations Professional) มอบให้ นางกอบบุญ ศรีชัย ผู้บริหารสูงสุด สายงานกิจการองค์กรและลงทุนสัมพันธ์ จากความโดดเด่นด้านการเปิดเผยข้อมูลตามหลักธรรมาภิบาลที่ดี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34406 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/225412.jpg" alt="" width="1200" height="619" /></p>
<p>รางวัลประเภทองค์กร 2 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลบริษัทนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย (Best Investor Relations Company) สะท้อนถึงมาตรฐานความโปร่งใสและเป็นธรรมในการเผยแพร่ข้อมูล และรางวัลความยั่งยืนแห่งเอเชีย 2025(Sustainable Asia Award 2025) จากการที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดูแลชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม เป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (SDGs)</p>
<p>ความสำเร็จที่ได้รับทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค เป็นบทพิสูจน์ถึงการบริหารงานที่สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก เป็นพลังสำคัญขับเคลื่อน “<strong>ครัวของโลก</strong>” เติบโตแข็งแกร่ง เป็นส่วนหนึ่งของกลไกพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้ยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/ceo-cpf-thailand-top-ceo-of-the-year-2025/">“ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ” CEO CPF คว้ารางวัล Asia’s Best CEO และ Thailand Top CEO of the YEAR 2025</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>S&#038;P แต่งตั้ง &#8216;กำธร ศิลาอ่อน&#8217; ดำรงตำแหน่ง CEO ​คนใหม่ ​​​เผชิญทุกความท้าท้าย เดินหน้าเติบโตอย่างยั่งยืน​ ทั้งในไทยและต่างประเทศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/06/snp-appoint-kamtorn-silaon-to-new-ceo/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Jun 2025 20:40:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Leadership]]></category>
		<category><![CDATA[Management]]></category>
		<category><![CDATA[Restaurant]]></category>
		<category><![CDATA[S&P]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Vision]]></category>
		<category><![CDATA[กำธร ศิลาอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้นำองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[ภัทรา ศิลาอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหารไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เบเกอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[เอส แอนด์ พี]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์ไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34383</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจอาหารและเบเกอรี่ของไทย ประกาศแต่งตั้ง  &#8216;คุณกำธร ศิลาอ่อน&#8216; ขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer) โดยมีผลตั้งแต่วันที่  1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคง ยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์และการบริการ พร้อมเดินหน้าสู่ความยั่งยืนในทุกมิติ คุณกำธร ศิลาอ่อน เป็นทายาทคนกลาง ของคุณภัทรา ศิลาอ่อน ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) (S&#38;P) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจจาก MIT Sloan School of Management   และปริญญาโทสาขาวิศวกรรมเคมี จาก Imperial College London และเคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาทางด้านการเงินและการลงทุนให้กับองค์กรใหญ่ทั้งในและต่างประเทศมานานกว่า 20 ปี ปัจจุบันยังดำรงตำแหน่ง รองประธานคณะกรรมการอาหารและคณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์ กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/snp-appoint-kamtorn-silaon-to-new-ceo/">S&#038;P แต่งตั้ง &#8216;กำธร ศิลาอ่อน&#8217; ดำรงตำแหน่ง CEO ​คนใหม่ ​​​เผชิญทุกความท้าท้าย เดินหน้าเติบโตอย่างยั่งยืน​ ทั้งในไทยและต่างประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) </strong>ผู้นำธุรกิจอาหารและเบเกอรี่ของไทย ประกาศแต่งตั้ง  &#8216;<strong>คุณกำธร ศิลาอ่อน</strong><strong>&#8216;</strong> ขึ้นดำรงตำแหน่ง <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (</strong><strong>Chief Executive Officer</strong><strong>)</strong> โดยมีผลตั้งแต่วันที่  1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคง ยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์และการบริการ พร้อมเดินหน้าสู่ความยั่งยืนในทุกมิติ</p>
<p><span id="more-34383"></span></p>
<p><strong>คุณกำธร ศิลาอ่อน</strong> เป็นทายาทคนกลาง ของคุณภัทรา ศิลาอ่อน ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) (S&amp;P) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจจาก MIT Sloan School of Management   และปริญญาโทสาขาวิศวกรรมเคมี จาก Imperial College London และเคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาทางด้านการเงินและการลงทุนให้กับองค์กรใหญ่ทั้งในและต่างประเทศมานานกว่า 20 ปี</p>
<p>ปัจจุบันยังดำรงตำแหน่ง รองประธานคณะกรรมการอาหารและคณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์ กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ ยังดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการตรวจสอบ การกำกับดูแลกิจการ และบริหารความเสี่ยง ให้กับอีกหลายบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์</p>
<p>สำหรับการเข้ามาบริหารงานในบริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) คุณกำธรเข้ามาช่วยขับเคลื่อนองค์กรอย่างเต็มตัว ตั้งแต่ปี 2557 โดยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในสายการเงิน การผลิต และซัพพลายเชน และดำรงตำแหน่งสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ กรรมการบริหาร ประธานคณะกรรมการความยั่งยืนและบริหารความเสี่ยง ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารในครั้งนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34384 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/K-Kamthorn-SNP.jpg" alt="" width="600" height="900" /></p>
<p><strong>“<em>ผมรู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้รับบทบาทสำคัญในการสานต่อธุรกิจของครอบครัว และขอขอบคุณคณะกรรมการที่ให้ความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งผู้นำคนใหม่ของ </em><em>“</em><em>เอส แอนด์ พี</em><em>” </em><em>ผม</em><em>จะกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์</em> <em>และขับเคลื่อน</em><em>เอส แอนด์ พี</em><em> ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจรูปแบบใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่</em><em> รวมทั้งสร้างคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม</em><em> ตลอดจนพัฒนาองค์กรไปสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืน</em></strong><em><strong>”</strong>  คุณกำธร กล่าวถึงความรู้สึกในฐานะผู้นำทัพองค์กรคนใหม่ พร้อมเป้าหมายที่ต้องการขับเคลื่อนการเติบโต ให้แก่  S&amp;P </em></p>
<p>ทั้งนี้ คุณกำธร เป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และเป็นบุคคลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายตลอดจนมีผลงานที่โดดเด่นและเป็นที่ยอมรับตลอดหลายปีที่ผ่านมา</p>
<p>นอกจากนี้ คุณกำธร มักจะพูดอยู่เสมอว่า S&amp;P เป็นแบรนด์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก และ Passion และพร้อมที่จะส่งมอบความสุขให้ลูกค้าและคนไทยทุกคน ผ่านความใส่ใจในคุณภาพ ความสะอาด และมาตรฐานความปลอดภัยอย่างสูงสุดในการผลิตสินค้าและการให้บริการลูกค้ามาโดยตลอด ทำให้เป็นหนึ่งในแบรนด์แรกๆ ที่คนไทยมักจะนึกถึงเมื่อต้องการมองหาร้านอาหารไทยหรือเบเกอรี่ ทำให้แบรนด์แข็งแรงและเติบโตมาได้กว่า 50 ปี</p>
<p>ขณะที่ความตั้งใจในการขับเคลื่อนแบรนด์ S&amp;P ไปในอนาคต คือ ความสามารถในการรักษาคุณภาพและมาตรฐานสูงสุดไว้ได้อย่างสม่ำเสมอ รวมไปถึงการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงหรือความท้าทายอย่างรอบด้าน ​และไม่ลืมที่จะสร้างการเติบโตควบคู่ไปกับการดูแลช่วยเหลือ​​สังคม และคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบแทนและส่งต่อความรักคืนให้กับลูกค้าทุกคนไม่ต่างจากการดูแลคนในครอบครัว</p>
<p>การประกาศแต่งตั้งผู้นำองค์กรคนใหม่ของ &#8216;<strong>เอส แอนด์ พี&#8217;</strong> ในครั้งนี้  จึงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการปรับตัวและเติบโตของธุรกิจท่ามกลางช่วงเวลาแห่งความท้าทาย และ การเปลี่ยนแปลง ​ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างทีมผู้บริหารที่มีศักยภาพและมีวิสัยทัศน์ที่ทันสมัย เพื่อนำพาองค์กรให้เติบโตและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายได้ไนอนาคต</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/snp-appoint-kamtorn-silaon-to-new-ceo/">S&#038;P แต่งตั้ง &#8216;กำธร ศิลาอ่อน&#8217; ดำรงตำแหน่ง CEO ​คนใหม่ ​​​เผชิญทุกความท้าท้าย เดินหน้าเติบโตอย่างยั่งยืน​ ทั้งในไทยและต่างประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แกร็บ ประกาศแต่งตั้ง &#8216;จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม&#8217; ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/02/new-md-grab-thailand-chansuda/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Feb 2025 02:21:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Deliveries]]></category>
		<category><![CDATA[Enterprise Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[Financial Services]]></category>
		<category><![CDATA[GRAB]]></category>
		<category><![CDATA[Grab Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[GrabFood]]></category>
		<category><![CDATA[GrabForGood]]></category>
		<category><![CDATA[GrabMart]]></category>
		<category><![CDATA[Mobility]]></category>
		<category><![CDATA[Unilever]]></category>
		<category><![CDATA[จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิทัลแพลตฟอร์ม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจการเดินทาง]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจลูกค้าองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเดลิเวอรี]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้นำองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[ฟู้ดเดลิเวอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิลีเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[วรฉัตร ลักขณาโรจน์]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ…เพื่อชีวิตที่ดีกว่า]]></category>
		<category><![CDATA[แต่งตั้งผู้บริหารใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31877</guid>

					<description><![CDATA[<p>แกร็บ ผู้นำซูเปอร์แอปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศแต่งตั้ง นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม ขึ้นดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย แทนนายวรฉัตร ลักขณาโรจน์ ซึ่งได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งดังกล่าว โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 เป็นต้นไป การประกาศปรับเปลี่ยนผู้บริหารในครั้งนี้เป็นไปตามแผนการสืบทอดตำแหน่งระยะยาวที่บริษัทฯ ได้วางไว้ ซึ่งสะท้อนถึงนโยบายการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของผู้บริหารรุ่นใหม่ที่มีประสบการณ์และความสามารถในการบริหารธุรกิจดิจิทัล โดยจันต์สุดาจะเข้ามานำทัพทีมบริหารเพื่อขับเคลื่อนองค์กรและสร้างการเติบโตทางธุรกิจของแกร็บในประเทศไทย ซึ่งครอบคลุมการวางแผนกลยุทธ์ การกำหนดทิศทางขององค์กร ตลอดจนการพัฒนาต่อยอด 4 กลุ่มธุรกิจหลัก อันได้แก่ กลุ่มธุรกิจการเดินทาง (Mobility) กลุ่มธุรกิจเดลิเวอรี  (Deliveries) กลุ่มธุรกิจการเงิน (Financial Services) และกลุ่มธุรกิจลูกค้าองค์กร (Enterprise Solutions) พร้อมสานต่อพันธกิจ “GrabForGood” หรือ แกร็บ…เพื่อชีวิตที่ดีกว่า ซึ่งมุ่งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ จันต์สุดามุ่งมั่นที่จะยกระดับและเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแกร็บเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำแพลตฟอร์มยอดนิยมอันดับหนึ่ง ทั้งในบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันและบริการฟู้ดเดลิเวอรี การรักษาความสมดุลของอีโคซิสเต็มโดยคำนึงถึงประโยชน์ของคนในวงจรธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นคนขับหรือพาร์ทเนอร์ร้านค้า ควบคู่ไปกับการสร้างความยั่งยืนผ่าน 3 เสาหลัก นั่นคือ ธุรกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนบุคลากร จันต์สุดาเริ่มงานกับแกร็บในปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/new-md-grab-thailand-chansuda/">แกร็บ ประกาศแต่งตั้ง &#8216;จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม&#8217; ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แกร็บ ผู้นำซูเปอร์แอปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศแต่งตั้ง <strong>นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม </strong>ขึ้นดำรงตำแหน่ง <strong>กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย</strong> แทนนายวรฉัตร ลักขณาโรจน์ ซึ่งได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งดังกล่าว <strong>โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ </strong><strong>1 </strong><strong>เมษายน </strong><strong>2568</strong> เป็นต้นไป การประกาศปรับเปลี่ยนผู้บริหารในครั้งนี้เป็นไปตามแผนการสืบทอดตำแหน่งระยะยาวที่บริษัทฯ ได้วางไว้ ซึ่งสะท้อนถึงนโยบายการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของผู้บริหารรุ่นใหม่ที่มีประสบการณ์และความสามารถในการบริหารธุรกิจดิจิทัล</p>
<p><span id="more-31877"></span></p>
<p>โดยจันต์สุดาจะเข้ามานำทัพทีมบริหารเพื่อขับเคลื่อนองค์กรและสร้างการเติบโตทางธุรกิจของแกร็บในประเทศไทย ซึ่งครอบคลุมการวางแผนกลยุทธ์ การกำหนดทิศทางขององค์กร ตลอดจนการพัฒนาต่อยอด 4 กลุ่มธุรกิจหลัก อันได้แก่ กลุ่มธุรกิจการเดินทาง (Mobility) กลุ่มธุรกิจเดลิเวอรี  (Deliveries) กลุ่มธุรกิจการเงิน (Financial Services) และกลุ่มธุรกิจลูกค้าองค์กร (Enterprise Solutions) พร้อมสานต่อพันธกิจ <strong>“GrabForGood”</strong> หรือ แกร็บ…เพื่อชีวิตที่ดีกว่า ซึ่งมุ่งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ จันต์สุดามุ่งมั่นที่จะยกระดับและเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแกร็บเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำแพลตฟอร์มยอดนิยมอันดับหนึ่ง ทั้งในบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันและบริการฟู้ดเดลิเวอรี การรักษาความสมดุลของอีโคซิสเต็มโดยคำนึงถึงประโยชน์ของคนในวงจรธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นคนขับหรือพาร์ทเนอร์ร้านค้า ควบคู่ไปกับการสร้างความยั่งยืนผ่าน 3 เสาหลัก นั่นคือ ธุรกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนบุคลากร</p>
<p>จันต์สุดาเริ่มงานกับแกร็บในปี 2561 ในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ แกร็บ ประเทศไทย โดยดูแลรับผิดชอบงานในด้านการตลาดและการสื่อสารแบรนด์เชิงกลยุทธ์ ทั้งยังเป็นหนึ่งในผู้ปลุกปั้นแบรนด์ GrabFood ให้กลายเป็นที่นิยมจนสามารถคว้ารางวัล No.1 Brand Thailand มาครองติดต่อกันถึง 5 ปีซ้อน ด้วยประสบการณ์ด้านธุรกิจที่เต็มเปี่ยมและผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ ทำให้จันต์สุดาได้รับความไว้วางใจให้ขยายความรับผิดชอบเพื่อดูแลธุรกิจในด้านอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น การบริหารงานด้านพันธมิตรทางธุรกิจในปี 2564 เพื่อสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจร่วมกับพันธมิตรและคู่ค้าชั้นนำ การรุกตลาดเพื่อขยายบริการ GrabMart ในปี 2565 การดูแลรับผิดชอบสายงานพาณิชย์ในปี  2566 เพื่อผลักดันและสร้างการเติบโตทางธุรกิจทั้งกับกลุ่มผู้บริโภค (B2C) และลูกค้าองค์กร (B2B) รวมถึงบทบาทล่าสุดในการดูแลรับผิดชอบบริการทางการเงินในปี 2567 ที่ผ่านมา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31878 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/CHANTSUDA-01.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ก่อนร่วมงานกับแกร็บ จันต์สุดาถือเป็นผู้บริหารผู้มากความสามารถและมีประสบการณ์อย่างยาวนานในด้านการตลาดและอีคอมเมิร์ซจากบริษัท ยูนิลีเวอร์ (Unilever) ซึ่งเป็นผู้นำธุรกิจ FMCG ระดับโลก โดยได้ดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ หัวหน้าฝ่ายอีคอมเมิร์ซ ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย และ หัวหน้าฝ่ายการตลาด ยูนิลีเวอร์ ประเทศลาว โดยถือเป็นกำลังสำคัญในการวางรากฐานและกำหนดนโยบายเชิงกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตให้กับแบรนด์ต่างๆ ของยูนิลีเวอร์ ทั้งยังเคยดำรงตำแหน่งผู้จัดการแบรนด์ กลุ่มธุรกิจไอศกรีม ซึ่งอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผลิตภัณฑ์คอร์นเนตโตในประเทศไทย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/new-md-grab-thailand-chansuda/">แกร็บ ประกาศแต่งตั้ง &#8216;จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม&#8217; ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CEO ภาคพลังงาน มอง​ AI และ ESG ​คือ 2 กลยุทธ์หลัก ที่เป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยง ​​โดยมากกว่าครึ่งเชื่อว่าจะบรรลุ Net zero ได้ภายในปี 2573</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/12/ceo-outlook-enrc-2024-by-kpmg/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Dec 2024 10:41:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[CEO Outlook]]></category>
		<category><![CDATA[chemicals]]></category>
		<category><![CDATA[Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[ENRC]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Gen AI]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Insight]]></category>
		<category><![CDATA[KPMG]]></category>
		<category><![CDATA[natural resources]]></category>
		<category><![CDATA[Survey]]></category>
		<category><![CDATA[Technology]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ซีอีโอ]]></category>
		<category><![CDATA[ธิดารัตน์ ฉิมหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[บรรษัทภิบาล]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้นำองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ​]]></category>
		<category><![CDATA[ลดก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อานิช เด]]></category>
		<category><![CDATA[เคพีเอ็มจี]]></category>
		<category><![CDATA[เคมีภัณฑ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31005</guid>

					<description><![CDATA[<p>ซีอีโอภาคพลังงาน มอง​เทคโนโลยี AI และ ESG ​คือ 2 กลยุทธ์หลัก ที่เป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยง โดยเกือบ 2ใน 3 มองว่าเทคโนโลยี Generative AI (Gen AI ) เป็นสิ่งที่องค์กรให้ความสำคัญในการลงทุนมากที่สุด โดย 79% เชื่อว่า AI จะไม่ลดจำนวนตำแหน่งงานในองค์กร ขณะที่ซีอีโอมากกว่าครึ่ง  (58%) คาดว่าจะบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net zero) ได้ภายในปี 2573  โดย​​ 35% ระบุว่าความซับซ้อนของการลดคาร์บอนในห่วงโซ่อุปทานเป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในการบรรลุเป้าหมาย Net zero หรือเป้าหมายทางสภาพภูมิอากาศอื่นที่คล้ายคลึงกัน พร้อมยัง​คงลงทุนกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยแม้เผชิญความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและช่องว่างทางทักษะ KPMG (เคพีเอ็มจี) เผยผลการสำรวจ CEO Outlook ในระดับโลกซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 10 แล้ว​ จากการ​สำรวจซีอีโอในภาคพลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ และเคมีภัณฑ์ (energy, natural resources, and chemicals : [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/ceo-outlook-enrc-2024-by-kpmg/">CEO ภาคพลังงาน มอง​ AI และ ESG ​คือ 2 กลยุทธ์หลัก ที่เป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยง ​​โดยมากกว่าครึ่งเชื่อว่าจะบรรลุ Net zero ได้ภายในปี 2573</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ซีอีโอภาคพลังงาน มอง​เทคโนโลยี AI และ ESG ​คือ 2 กลยุทธ์หลัก ที่เป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยง โดยเกือบ 2ใน 3 มองว่าเทคโนโลยี Generative AI (Gen AI ) เป็นสิ่งที่องค์กรให้ความสำคัญในการลงทุนมากที่สุด โดย 79% เชื่อว่า AI จะไม่ลดจำนวนตำแหน่งงานในองค์กร</p>
<p><span id="more-31005"></span></p>
<p>ขณะที่ซีอีโอมากกว่าครึ่ง  (58%) คาดว่าจะบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net zero) ได้ภายในปี 2573  โดย​​ 35% ระบุว่าความซับซ้อนของการลดคาร์บอนในห่วงโซ่อุปทานเป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในการบรรลุเป้าหมาย Net zero หรือเป้าหมายทางสภาพภูมิอากาศอื่นที่คล้ายคลึงกัน พร้อมยัง​คงลงทุนกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยแม้เผชิญความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและช่องว่างทางทักษะ</p>
<p><strong>KPMG</strong> (เคพีเอ็มจี) เผยผลการสำรวจ <strong>CEO Outlook </strong>ในระดับโลกซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 10 แล้ว​ จากการ​สำรวจซีอีโอในภาคพลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ และเคมีภัณฑ์ (energy, natural resources, and chemicals : ENRC) จำนวน 120 คนทั่วโลก ยังสะท้อนความเชื่อมั่นในระดับสูง แม้จะต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนแปลง</p>
<p>ขณะที่การสำรวจ <strong>CEO Outlook</strong> ในปีล่าสุดนี้ พบ​ว่าซีอีโอ 78% ยังคงมั่นใจ​การเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วง 3 ปีข้างหน้า เช่นเดียวกับผลการสำรวจในปีที่ผ่านมา โดยซีอีโอ 55%  เชื่อว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เป็นความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุด ตามด้วยความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และการแข่งขันเพื่อประยุกต์ใช้ AI และเทคโนโลยีอื่นๆ ในจำนวน 43% เท่ากันทั้งสองหัวข้อ​</p>
<p>ทั้งนี้ ซีอีโอยังคงให้ความสำคัญ​เรื่องเทคโนโลยี Gen AI โดย​​ 58% ชี้ว่า เป็นสิ่งที่องค์กรให้ความสำคัญในการลงทุนมากที่สุดใน 3 ปีข้างหน้า โดยผู้นำองค์กรได้วางแผนการลงทุนสำหรับ​ปฏิรูปองค์กรด้วยเทคโนโลยี AI อย่างระมัดระวัง และมีแบบแผน เพื่อลดความเสี่ยงต่างๆ โดย 65% คาดว่าจะใช้เวลา 3-5 ปี จึงจะเห็นผลตอบแทนจากการลงทุนจากการใช้งาน Gen AI (เทียบกับ 48% ในปี 2566) ในส่วนของบุคลากร ซีอีโอ​ 79% เชื่อว่าเทคโนโลยีใหม่เหล่านี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อจำนวนงานอย่างมีนัยสำคัญ แต่จะเป็นการเพิ่มความต้องการการพัฒนาทักษะพนักงานและการปรับใช้ทรัพยากรที่มีอยู่แทน</p>
<p>สำหรับประเด็น​​การดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) ยังคงเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ธุรกิจ โดซีอีโอ 58% คาดว่าจะบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ได้ภายในปี 2573 แต่ส่วนมาก​ตระหนักดีถึงอุปสรรคที่ต้องเผชิญในการลดคาร์บอน โดย​​ 35% ระบุว่าความซับซ้อนของการลดคาร์บอนในห่วงโซ่อุปทานเป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุด ตามมาด้วยการขาดทักษะและความเชี่ยวชาญ ซึ่งอยู่ที่ 22 % ทำให้การลงทุนกับการพัฒนาบุคลากร เพิ่มทักษะด้าน AI และเทคโนโลยีใหม่ ๆ รวมถึงกระบวนการถ่ายทอดความรู้ที่มีประสิทธิภาพนั้นมีความสำคัญยิ่งขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31007 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Key-Finding.png" alt="" width="1200" height="755" /></p>
<p><em><strong>อานิช เด </strong>หัวหน้าฝ่ายพลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ และเคมีภัณฑ์ระดับโลก เคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล ให้ข้อมูลว่า ​</em><em>บรรยากาศโดยรวมในการประชุมผู้บริหารอาจเป็นไปในทางบวกสำหรับซีอีโอภาค</em><em> ENRC</em> <em>แต่ยังมีอีกหลายประเด็นที่จะเป็นบททดสอบขององค์กร เทคโนโลยี </em><em>AI </em><em>และ </em><em>ESG</em><em> ถูกระบุว่าเป็นสองกลยุทธ์หลัก ที่เป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงทางธุรกิจ </em></p>
<p><em>โดยในส่วนของ </em><em>AI </em><em>แทบไม่มีธุรกิจใดเลยที่ </em><em>AI </em><em>ไม่สามารถเพิ่มมูลค่า</em><em>ได้ ความเสี่ยงที่เกิดขึ้น มาจากความล่าช้า และ</em><em>/</em><em>หรือเกิดข้อผิดพลาดร้ายแรงในเรื่องความเป็นส่วนตัว จริยธรรม เป็นเรื่องที่ต้องจัดการให้ดี ซีอีโอควรมีความมั่นใจในประเด็นเหล่านี้ตราบเท่าที่มีแนวทางป้องกันพื้นฐานที่เหมาะสม การนำ </em><em>AI </em><em>มาใช้เป็นเรื่องของการบริหารความเปลี่ยนแปลง และนั่นคือสิ่งที่ซีอีโอต้องให้ความสำคัญ </em></p>
<p><em>​ขณะที่ ​</em><em>ESG </em><em>แม้​ซีอีโอจะบูรณาการเรื่องของการลดคาร์บอนเข้ากับการดำเนินธุรกิจ​มากขึ้น แต่​สัมผัสได้ว่าส่วนใหญ่ถูกขับเคลื่อนโดยการปฏิบัติตามข้อกำหนด ทั้งนี้ การดำเนินงานด้าน </em><em>ESG </em><em>​นั้นมีต้นทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง​เ</em><em>รื่องการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ </em><em>และการลดคาร์บอนในห่วงโซ่อุปทาน แต่​เป็นสิ่งที่จำเป็นที่ต้องทำ โดยองค์กรที่</em><em>ก้าวไปไกลและรวดเร็วสู่การเปลี่ยนแปลงที่นำโดย </em><em>ESG </em><em>จะสามารถสร้างข้อได้เปรียบทางการตลาดเป็นอย่างมาก </em></p>
<p><em>&#8220;เรากำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนที่สำคัญ สภาวะต่าง ๆ เอื้ออำนวยให้องค์กรภาค</em> <em>ENRC</em> <em>ที่สามารถวางกลยุทธ์ในเรื่องสำคัญได้อย่างถูกต้อง สอดคล้อง เช่น การดำเนินงาน การบริหารต้นทุน การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ และ </em><em>ESG </em><em>จะสามารถก้าวไปข้างหน้า และสร้างผลตอบแทนทางการค้าที่มากยิ่งขึ้นได้</em><em>”</em></p>
<p><b> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31006 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/KPMG.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></b></p>
<p>ด้าน <strong>ธิดารัตน์ ฉิมหลวง </strong>หุ้นส่วน ฝ่ายที่ปรึกษาธุรกิจ และประธานฝ่าย Business Transformation และลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรม เคพีเอ็มจี ประเทศไทย มองว่า <em>“</em><em>เทคโนโลยี </em><em>Gen AI </em><em>และ </em><em>ESG </em><em>ยังคงอยู่ในวาระสำคัญของซีอีโอในภาคพลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ และเคมีภัณฑ์ในประเทศไทย ซึ่งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี </em><em>Gen AI </em><em>และบูรณาการ </em><em>ESG </em><em>เข้ากับการดำเนินธุรกิจจะช่วยเพิ่มคุณค่าให้​องค์กรในระยะยาวได้มากกว่า​การปฏิบัติตามข้อกำหนด และความเชี่ยวชาญของเคพีเอ็มจี สามารถสนับสนุนองค์กรต่างๆ  ผ่านการให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์ และการพัฒนารูปแบบการดำเนินงานที่บูรณาการ </em><em>ESG </em><em>เข้ากับธุรกิจ ตลอดทั้งผสานแนวทางการใช้งาน </em><em>Gen AI</em><em> ที่ให้ความสำคัญกับมนุษย์เป็นอันดับแรก</em><em>”</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/ceo-outlook-enrc-2024-by-kpmg/">CEO ภาคพลังงาน มอง​ AI และ ESG ​คือ 2 กลยุทธ์หลัก ที่เป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยง ​​โดยมากกว่าครึ่งเชื่อว่าจะบรรลุ Net zero ได้ภายในปี 2573</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดีลอยท์ เผย องค์กร 85% เพิ่มเม็ดเงินลงทุนด้านความยั่งยืนเพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมา 50% ขับเคลื่อน Climate Tech แล้ว อีก 42% คาดเริ่มได้ในอีก 2 ปีข้างหน้า</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/09/deloitte-2024-cxo-sustainability-report/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 21 Sep 2024 08:45:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Business Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Action]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[CxO]]></category>
		<category><![CDATA[CxO Sustainability Report]]></category>
		<category><![CDATA[Deloitte]]></category>
		<category><![CDATA[Deloitte’s 2024 CxO Sustainability Report]]></category>
		<category><![CDATA[Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Survey]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ดีลอยท์]]></category>
		<category><![CDATA[ผลสำรวจ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้นำระดับสูง]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้นำองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[วิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[อินไซต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29065</guid>

					<description><![CDATA[<p>รายงาน Deloitte’s 2024 CxO Sustainability Report: Signs of a shift in business climate action ประจําปี 2567 ของดีลอยท์ แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังคงเป็นประเด็นหนึ่งในสามอันดับแรกที่ผู้นําธุรกิจระดับ C-suite level (“CxO”) ทั่วโลกให้ความสำคัญ แซงหน้าความไม่แน่นอนทางการเมือง การแข่งขันเพื่อสรรหาบุคลากรที่มีความสามารถ และสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงไป ตัวบ่งชี้สําคัญที่แสดงว่าสภาพภูมิอากาศยังคงเป็นวาระสำคัญของผู้นําธุรกิจ เห็นได้จาก ​​85% ของ CxO  ระบุว่าได้เพิ่มการลงทุนด้านความยั่งยืนในปีที่ผ่านมา ​เพิ่มขึ้นจากจำนวน​​ 75% ในปี 2566 และ CxO ครึ่งหนึ่ง (50%) ได้เริ่มใช้โซลูชันเทคโนโลยีเพื่อช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ รายงานความยั่งยืนของ CxO ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่สาม ได้สํารวจ CxO กว่า 2,100 ราย จาก 27 ประเทศ เผยให้เห็นว่าผู้นําธุรกิจมีทัศนคติเชิงบวกแต่ในเวลาเดียวกันก็มีความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แม้ว่าการลงทุน การดําเนินการ และนวัตกรรมจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังมีงานอีกหลายอย่างที่ต้องดำเนินการเพื่อขับเคลื่อนความก้าวหน้าที่เป็นรูปธรรม โดยมีประเด็นสำคัญในรายงาน อาทิ &#8211; องค์กร 85%  ลงทุนด้านความยั่งยืนเพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/deloitte-2024-cxo-sustainability-report/">ดีลอยท์ เผย องค์กร 85% เพิ่มเม็ดเงินลงทุนด้านความยั่งยืนเพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมา 50% ขับเคลื่อน Climate Tech แล้ว อีก 42% คาดเริ่มได้ในอีก 2 ปีข้างหน้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="font-weight: 400;">รายงาน <a href="https://www.deloitte.com/global/en/issues/climate/content/deloitte-cxo-sustainability-report.html" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.deloitte.com/global/en/issues/climate/content/deloitte-cxo-sustainability-report.html&amp;source=gmail&amp;ust=1726985902576000&amp;usg=AOvVaw2jvb9GUdrgqppfsEIdDYTx" target="_blank" rel="noopener">Deloitte’s 2024 CxO Sustainability Report: Signs of a shift in business climate action</a> ประจําปี 2567 ของดีลอยท์ แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังคงเป็นประเด็นหนึ่งในสามอันดับแรกที่ผู้นําธุรกิจระดับ C-suite level (“CxO”) ทั่วโลกให้ความสำคัญ แซงหน้าความไม่แน่นอนทางการเมือง การแข่งขันเพื่อสรรหาบุคลากรที่มีความสามารถ และสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงไป</p>
<p><span id="more-29065"></span></p>
<p>ตัวบ่งชี้สําคัญที่แสดงว่าสภาพภูมิอากาศยังคงเป็นวาระสำคัญของผู้นําธุรกิจ เห็นได้จาก ​​85% ของ CxO  ระบุว่าได้เพิ่มการลงทุนด้านความยั่งยืนในปีที่ผ่านมา ​เพิ่มขึ้นจากจำนวน​​ 75% ในปี 2566 และ CxO ครึ่งหนึ่ง (50%) ได้เริ่มใช้โซลูชันเทคโนโลยีเพื่อช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ</p>
<p style="font-weight: 400;">รายงานความยั่งยืนของ CxO ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่สาม ได้สํารวจ CxO กว่า 2,100 ราย จาก 27 ประเทศ เผยให้เห็นว่าผู้นําธุรกิจมีทัศนคติเชิงบวกแต่ในเวลาเดียวกันก็มีความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แม้ว่าการลงทุน การดําเนินการ และนวัตกรรมจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังมีงานอีกหลายอย่างที่ต้องดำเนินการเพื่อขับเคลื่อนความก้าวหน้าที่เป็นรูปธรรม โดยมีประเด็นสำคัญในรายงาน อาทิ</p>
<p><em>&#8211; องค์กร </em><em>85%</em>  <em>ลงทุนด้านความยั่งยืนเพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นจาก </em><em>75%</em><em> ในปี </em><em>2566 </em></p>
<p><em>&#8211; ผู้บริหาร </em><em>70%</em><em> คาดว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะส่งผลกระทบสูงหรือสูงมาก ต่อกลยุทธ์และการดําเนินงานของบริษัทใน 3 ปีข้างหน้า</em></p>
<p><em>&#8211; เกือบครึ่งหนึ่งของ </em><em>CxO ( </em><em>45%) </em><em>ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ เพื่อรับมือความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืน โดยกำหนดเป็นกลยุทธ์หลักขององค์กร </em></p>
<p><em>&#8211; CxO </em><em>50%  </em><em>เริ่มใช้โซลูชันเทคโนโลยีเพื่อช่วยให้บรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศหรือสิ่งแวดล้อมแล้ว โดยอีก </em><em>42% </em><em>คาดว่าจะดําเนินการได้ในอีก 2 ปีข้างหน้า</em></p>
<p><strong>มร.โจ อุคูโซกลู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีลอยท์ โกลบอล</strong> กล่าวว่า  เป็นเรื่องน่ายินดีที่ได้เห็นว่าในปีนี้ มีการลงทุนที่ในด้านความยั่งยืนเพิ่มมากขึ้น ควบคู่ไปกับการเน้นการใช้เทคโนโลยีเป็นแรงขับเคลื่อนในการพัฒนาโซลูชันด้านสภาพอากาศ โดยมี​องค์กรที่ต้องการเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจหลักเพื่อจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพิ่มมากขึ้น ใช้ประโยชน์จากการดําเนินการด้านสภาพภูมิอากาศเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเติบโตของธุรกิจ  สร้างมูลค่าทางธุรกิจใหม่ๆให้กับลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29067 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Conclude-.jpg" alt="" width="1200" height="740" /></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>การขับเคลื่อนด้าน Climate Change กระตุ้นการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม </strong></p>
<p style="font-weight: 400;">การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีด้านสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Tech เป็นสิ่งสําคัญในการแข่งขันเพื่อลดคาร์บอน และแต่ละอุตสาหกรรม ภูมิภาค และองค์กร ต้องการเส้นทางเฉพาะตนที่ไม่เหมือนใคร เมื่อพิจารณาว่า CxO จัดอันดับให้การก้าวให้ทันกับนวัตกรรมใหม่ๆ (รวมถึง Generative artificial intelligence หรือ GenAI) เป็นความท้าทายเร่งด่วนที่สุดในปีหน้า จึงเป็นโอกาสดีที่ผู้นําจะได้จัดลําดับความสําคัญในการลงทุนในโซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการเติบโตทางธุรกิจ</p>
<p style="font-weight: 400;">โดยพบว่า ครึ่งหนึ่งของ CxO เริ่มใช้โซลูชันทางเทคโนโลยีเพื่อช่วยให้บรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศแล้ว โดยอีก​ 42% คาดว่าจะดำเนินการในอีกสองปีข้างหน้า</p>
<p style="font-weight: 400;">ส่วนบรรดาผู้ที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนกิจกรรมด้านความยั่งยืน มากกว่าครึ่งกล่าวว่า นำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ยั่งยืนมากขึ้น โดย CxO​​ 38% คาดหวังประโยชน์จากการดำเนินงานด้านความยั่งยืนในอีกห้าปีข้างหน้า ในเรื่องนวัตกรรมที่เกี่ยวกับบริการและ/ หรือการดําเนินงานของพวกเขา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29075 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Top-Priority-Cencern.jpg" alt="" width="1200" height="671" /></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>ผู้นํามองว่าความยั่งยืนขับเคลื่อนคุณค่าทางธุรกิจ</strong></p>
<p style="font-weight: 400;">ผู้บริหารตระหนักถึงศักยภาพทางธุรกิจในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่ปล่อยมลพิษต่ำ โดย 92% เชื่อว่าบริษัทของตนสามารถเติบโตได้ในขณะที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้นํายังระบุถึงการเปลี่ยนแปลงในปีนี้ว่าเห็นผลกระทบโดยตรงด้านสิ่งแวดล้อมและธุรกิจมากขึ้นจากความพยายามด้านความยั่งยืน</p>
<p style="font-weight: 400;">โดยประโยชน์ 5 อันดับแรก ที่องค์กรจะได้รับจากการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ จากการสำรวจในปีนี้ พบว่า</p>
<p>ความสามารถในการแก้ปัญหาสภาพอากาศ (Climate Change) 39% อยู่ในอันดับสูงที่สุดในปีนี้ เทียบกับปีก่อนหน้าที่อยู่ในอันดับ 5 ​ตามมาด้วย ช่วยเพิ่มการจดจําแบรนด์และชื่อเสียงขององค์กร 38%  ขณะที่การเพิ่ม​ประสิทธิภาพ และ/หรือความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน  37% รวมทั้งอัตรากําไรจากการดําเนินงาน ที่ 37% เท่ากัน และเป็นปัจจัยที่​เข้ามาติดลิสต์ในปีนี้เป็นปีแรก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29068 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/5-Benefit-24-23.jpg" alt="" width="1200" height="679" /></p>
<p>ส่วนประโยชน์ต่อองค์กรในระยะ 5 ปีข้างหน้า มอง​ว่า การพัฒนานวัตกรรมและประสิทธิภาพในการดำเนินงานเป็นอันดับแรก 38% ตามมาด้วยความสามารถในการแก้ปัญหา Climate Change 37% รวมทั้งความสามารถด้านการสรรหาและรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพ (talent) , การช่วยลดต้นทุน​, การเพิ่มศักยภาพภายในซัพพลายเชน และช่วยเพิ่มการจดจำแบรนด์และชื่อเสียงองค์กร ด้วยคะแนน 36% เท่ากัน</p>
<p>ท้ังนี้ ​ด้านการดึงดูด Talent ผลที่ได้ยังสอดคล้องกับการสํารวจ  <a href="https://www.deloitte.com/global/en/issues/work/content/genz-millennialsurvey.html" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.deloitte.com/global/en/issues/work/content/genz-millennialsurvey.html&amp;source=gmail&amp;ust=1726985902577000&amp;usg=AOvVaw1OxVSaXtQMtMZ2W7yHD7_-" target="_blank" rel="noopener">Deloitte’s 2024 Gen Z and Millennial Survey</a> ที่ระบุว่ากว่า 4 ใน 10 ของเจนซี และมิลเลนเนียลได้เปลี่ยนงานหรือวางแผนที่จะเปลี่ยนงานหรืออุตสาหกรรม เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจที่ปล่อยมลพิษต่ำ ทำให้มีแรงงานต้องมีการปรับเปลี่ยนตาม <a href="https://www.deloitte.com/global/en/issues/climate/work-toward-net-zero.html" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.deloitte.com/global/en/issues/climate/work-toward-net-zero.html&amp;source=gmail&amp;ust=1726985902577000&amp;usg=AOvVaw1HEGV5ZKbq0EBAQ8TPTncw" target="_blank" rel="noopener">งาน 800 ล้านตำแหน่งงานทั่วโลกมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากสภาวะอากาศสุดขั้ว</a>และการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจไปสู่การปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งผู้บริหารถึง 55% ที่มองเห็นว่าประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพิ่มขึ้นจาก 46% ในปีที่แล้ว รวมทั้งมีถึง​เกือบครึ่ง (49%) ​ที่ได้เตรียมแรงงานให้พร้อมสําหรับงานสีเขียว (green jobs) รวมทั้งให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมและการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรมเพิ่มมากขึ้น โดยมุ่งมั่นที่จะให้ทุกภาคส่วนได้รับประโยชน์และช่วยเหลือกลุ่มที่อาจได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเท่าเทียม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29066 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/5-Next-Yrs-.jpg" alt="" width="1200" height="679" /></p>
<p><strong>ความกังวลเพิ่มขึ้น แต่การดำเนินการกลับไม่สอดคล้อง</strong></p>
<p style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ มากกว่าครึ่งหนึ่งขององค์กรมุ่งเน้นการดำเนินการขนาดใหญ่ 2-3 อย่าง ที่มีความยากในการดำเนินการ แต่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อขับเคลื่อนผลกระทบทั้งภายในและภายนอกองค์กร เช่น ผูกค่าตอบแทนของผู้บริหารกับเป้าหมายด้านความยั่งยืน หรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าโดยรวมกลับไม่สม่ำเสมอ โดยองค์กร​​ 17%  ดําเนินการดังกล่าว 4-5 อย่าง  ขณะที่องค์กรมากกว่าหนึ่งในสี่มีการดําเนินการขนาดใหญ่ เพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย องค์กรมากกว่าครึ่ง จัดอยู่ในหมวดหมู่ปานกลาง โดยมีการดําเนินการขนาดใหญ่ 2-3 อย่าง แต่ไม่มากไปกว่านั้น</p>
<p style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม มีเหตุผลหลายประการสําหรับการมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับสถานะของการดําเนินการด้านสภาพภูมิอากาศขององค์กรกลุ่มปานกลาง  องค์กรกลุ่มนี้คาดว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะส่งผลกระทบสูงต่อกลยุทธ์และการดําเนินงานในอีกสามปีข้างหน้า</p>
<p style="font-weight: 400;">โดยหนึ่งในห้าคาดว่าจะมีผลกระทบสูงมาก ความมุ่งมั่นในปัจจุบันของกลุ่มนี้ ควบคู่ไปกับความคาดหวังต่ออนาคตในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ชี้ให้เห็นว่ากําลังเตรียมการเพื่อดำเนินการเพิ่มขึ้นสำหรับผลกระทบที่มากขึ้นในอนาคต</p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;"><strong>เจนนิเฟอร์ สไตน์แมน</strong> <strong>ลีดเดอร์ด้านความยั่งยืน ดีลอยท์ โกลบอล</strong> กล่าวว่า ผู้บริหารเริ่มเห็นประโยชน์ที่จับต้องได้มากขึ้น จากการดําเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ  โดยมองว่า ความยั่งยืน​ขับเคลื่อนให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่​​ โมเดลธุรกิจ และการสร้างมูลค่าโดยรวม </span>และจากการวิเคราะห์ บริษัทในกลุ่มปานกลาง พร้อมที่จะใช้ประโยชน์จากโมเมนตัมของตลาดในวงกว้าง โดยต่อยอดจากประสบการณ์ที่มีอยู่เพื่อดําเนินการเปลี่ยนแปลงที่จริงจังยิ่งขึ้น เช่น การกําหนดค่าการดําเนินงานและโครงสร้างพื้นฐานใหม่ให้มีความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศมากขึ้น หรือกําหนดให้ซัพพลายเออร์มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ความยั่งยืนที่ ท้ายที่สุดแล้ว การดําเนินการที่เพิ่มขึ้นนี้จะช่วยเร่งความคืบหน้าในการเดินหน้าไปสู่เป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศทั่วโลกร่วมกัน​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29069 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Consideration.jpg" alt="" width="1200" height="806" /></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>คําแ</strong><strong>นะนําในการเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจเพื่อประโยชน์สูงสุด</strong></p>
<p style="font-weight: 400;">ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นตัวผลักดันให้ผู้นำธุรกิจหันมาลงทุนพัฒนากลยุทธ์ด้านความยั่งยืนมากขึ้น เพราะตระหนักถึงผลประโยชน์ทางสังคมและธุรกิจที่สามารถจับต้องได้ รายงานของดีลอยท์เสนอข้อควรพิจารณาสําหรับผู้นําองค์กรที่ต้องการแสวงหาช่องทางใหม่ๆ  โดยการพัฒนาจุดแข็ง มองหาช่องทางและพันธมิตรใหม่ๆ เพื่อช่วยขับเคลื่อนผลกระทบ และมองหาโอกาสสร้างมูลค่าทางธุรกิจจากความยั่งยืน องค์จะสามารถก้าวหน้าในการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศและวางตำแหน่งตัวเองให้เติบโตในเศรษฐกิจสุทธิเป็นศูนย์ในอนาคตได้&#8221;</p>
<p style="font-weight: 400;">เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับรายงาน  2024 CxO Sustainability Report ของดีลอยท์ ได้ที่  <a href="https://www.deloitte.com/global/en/issues/climate/content/deloitte-cxo-sustainability-report.html" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.deloitte.com/global/en/issues/climate/content/deloitte-cxo-sustainability-report.html&amp;source=gmail&amp;ust=1726985902577000&amp;usg=AOvVaw3hYLV-6SrHOFuVhRgOJYTt" target="_blank" rel="noopener">https://www.deloitte.com/global/en/issues/climate/content/deloitte-cxo-sustainability-report.html</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/deloitte-2024-cxo-sustainability-report/">ดีลอยท์ เผย องค์กร 85% เพิ่มเม็ดเงินลงทุนด้านความยั่งยืนเพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมา 50% ขับเคลื่อน Climate Tech แล้ว อีก 42% คาดเริ่มได้ในอีก 2 ปีข้างหน้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดีลอยท์ ประเทศไทย ศึกษาผู้นำองค์กร สแกนการเตรียมความพร้อมเพื่อการบริหารความเสี่ยงด้านความยั่งยืนในประเทศไทย   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/06/thailand-esg-and-sustainability-survey-report-2022/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Jun 2023 13:23:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Deloitte Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Study]]></category>
		<category><![CDATA[Survey]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand ESG and Sustainability Survey Report 2022]]></category>
		<category><![CDATA[The Global Risks Report 2023]]></category>
		<category><![CDATA[WEF]]></category>
		<category><![CDATA[World Economic Forum]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารความเสี่ยงด้านความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสี่ยงด้านความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดีลอยท์ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[บดินทร์ วงศ์วิทยาภิรมณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้นำองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[ลัญจกร ภาษีผล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=19054</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบันแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน หรือ ESG  มีการพูดถึงอย่างแพร่หลาย และแต่ละองค์กรหันมาให้ความสำคัญอย่างจริงจังมากขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากแรงผลักดันของเวทีระดับโลกอย่างการประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติ นอกจากนี้ รายงาน The Global Risks Report 2023 ซึ่งจัดทำโดยสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum: WEF) พบว่า 5 อันดับแรก ของความเสี่ยงที่ธุรกิจให้ความสำคัญและคิดว่ามีผลกระทบรุนแรงในระยะยาว ส่วนใหญ่เป็นความเสี่ยงด้าน ESG ไม่ว่าจะเป็น 1. ความล้มเหลวกับการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพอากาศ (Failure to mitigate climate change) 2. ความล้มเหลวในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Failure of climate adaption) 3. ภัยธรรมชาติ และภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศแบบกะทันหัน (Natural disaster and extreme weather) 4. การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและการล่มสลายของระบบนิเวศ (Biodiversity loss and ecosystem collapse) 5. การย้ายถิ่นโดยไม่สมัครใจขนาดใหญ่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/thailand-esg-and-sustainability-survey-report-2022/">ดีลอยท์ ประเทศไทย ศึกษาผู้นำองค์กร สแกนการเตรียมความพร้อมเพื่อการบริหารความเสี่ยงด้านความยั่งยืนในประเทศไทย   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปัจจุบันแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน หรือ ESG  มีการพูดถึงอย่างแพร่หลาย และแต่ละองค์กรหันมาให้ความสำคัญอย่างจริงจังมากขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากแรงผลักดันของเวทีระดับโลกอย่างการประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติ</p>
<p><span id="more-19054"></span></p>
<p>นอกจากนี้ รายงาน<strong> The Global Risks Report 2023</strong> ซึ่งจัดทำโดยสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum: WEF) พบว่า 5 อันดับแรก ของความเสี่ยงที่ธุรกิจให้ความสำคัญและคิดว่ามีผลกระทบรุนแรงในระยะยาว ส่วนใหญ่เป็นความเสี่ยงด้าน ESG ไม่ว่าจะเป็น</p>
<p>1. ความล้มเหลวกับการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพอากาศ (Failure to mitigate climate change)</p>
<p>2. ความล้มเหลวในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Failure of climate adaption)</p>
<p>3. ภัยธรรมชาติ และภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศแบบกะทันหัน (Natural disaster and extreme weather)</p>
<p>4. การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและการล่มสลายของระบบนิเวศ (Biodiversity loss and ecosystem collapse)</p>
<p>5. การย้ายถิ่นโดยไม่สมัครใจขนาดใหญ่ (Large-scale involuntary migration)</p>
<p>เช่นเดียวกับข้อมูลจากดีลอยท์ ประเทศไทย ซึ่งได้จัดทำรายงาน <strong>Thailand ESG and Sustainability Survey Report 2022</strong> ​พร้อมผลการศึกษาที่ระบุว่า ผู้นําส่วนใหญ่ให้ความสําคัญกับการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับ ESG ในองค์กร, การบูรณาการ ESG เข้ากับกลยุทธ์องค์กร และให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเน้นการให้ความสำคัญกับหลักธรรมาภิบาล โปร่งใสและตรวจสอบได้</p>
<p>ขณะเดียวกันการให้ความสำคัญด้าน ESG ของผู้บริหารแต่ละระดับมีความแตกต่างกันเล็กน้อย สรุปดังตารางด้านล่าง</p>
<p><strong> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19057 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Deloitte-.jpg" alt="" width="1200" height="549" /></strong></p>
<p><strong>สถานการณ์และความท้าทายของภาคธุรกิจ</strong></p>
<p>ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อยู่ระหว่างจัดทำร่างมาตรฐานการจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (Thailand Taxonomy) เพื่อให้เกิดมาตรฐานการชี้วัดเดียวกันสำหรับแต่ละอุตสาหกรรม ซึ่งในระยะที่ 1 จะเริ่มด้วยการจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคพลังงานและภาคการขนส่งก่อน เนื่องจากเป็นภาคเศรษฐกิจหลักที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสัดส่วนสูง และจะขยายไปในภาคธุรกิจสำคัญอื่นๆ ต่อไป</p>
<p>โดยแนวทางการนำ Thailand Taxonomy ไปใช้เพื่อจำแนกกิจกรรมหรือโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่</p>
<p>1. แบ่งการดำเนินงานของบริษัทออกเป็นระดับกิจกรรม ได้แก่</p>
<p>&#8211; กลุ่มกิจกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือใกล้เคียง หรือกิจกรรมที่มีแนวทางสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ตามแบบจำลอง 5’c (green activities: Green)</p>
<p>&#8211; กลุ่มกิจกรรมในช่วงเปลี่ยนผ่าน หรือกิจกรรมที่ไม่มีแนวทางไปสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (transition activities: Amber)</p>
<p>&#8211; กลุ่มกิจกรรมที่ไม่เข้าข่ายและไม่สอดคล้องกับเป้าหมายการลดคาร์บอน (Red activities: Red)2.</p>
<p>2. ประเมินกิจกรรมตามหลักเกณฑ์คัดกรองทางเทคนิค (Technical Screening Criteria)</p>
<p>3. ตรวจสอบว่ากิจกกรมไม่สร้างผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญ (Do No Significant Harm) ต่อวัตถุประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อมอื่นและประเมินผลกระทบด้านสังคม (Minimum Social Safeguards)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19264 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/CEO1.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>นอกจากนี้<strong> The Committee of Sponsoring Organizations of the Treadway Commission (COSO)</strong> ซึ่งเป็นองค์กรที่เกิดจากการรวมตัวของหน่วยงานสำคัญด้านการบัญชีและการตรวจสอบของประเทศสหรัฐอเมริกา ร่วมมือกับสภาธุรกิจโลกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (World Business Council for Sustainable Development: WBCSD) ได้จัดทำแนวปฏิบัติเพื่อช่วยให้องค์กรมีความเข้าใจที่ดีขึ้นเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ ESG ให้สามารถบริหารจัดการและเปิดเผยผลลัพธ์จากการบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</p>
<p>จากรายงาน <strong>Thailand ESG and Sustainability Survey Report 2022</strong> ของดีลอยท์ระบุว่า องค์กรเห็นว่ายังมีความท้าทายเกี่ยวกับการรายงานด้านความยั่งยืนอยู่ ได้แก่</p>
<p>&#8211; การขาดเทคโนโลยีในการรวบรวมข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ 18%</p>
<p>&#8211; การกํากับดูแล ESG ที่ไม่ชัดเจน / หรือไม่มีบุคลากรสำคัญเพื่อขับเคลื่อน ESG 17%</p>
<p>&#8211; ขาดผู้เชี่ยวชาญและทักษะที่จำเป็นด้าน ESG ภายในองค์กร 15%</p>
<p>&#8211; ขาดการปรับปรุงกระบวนการให้สอดคล้องกับข้อกําหนด ESG 15%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19266 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/CEO4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>การเตรียมความพร้อมของภาคธุรกิจ</strong></p>
<p>จากสถานการณ์ปัจจุบัน และความท้าทายที่แต่ละองค์กรต้องเผชิญ เรื่องการบริหารความเสี่ยงด้าน ESG นั้น ปัจจัยสำคัญที่องค์กรควรพิจารณามีดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>1. องค์กรของท่านมีการกำหนดกลยุทธ์เพื่อให้พร้อมรับความเสี่ยงและโอกาสทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ </strong><strong>ESG </strong><strong>ในปัจจุบัน และอนาคตหรือไม่อย่างไร</strong> ขอให้ท่านมองว่าความเสี่ยงและผลกระทบด้าน ESG ไม่ได้เป็นเพียงภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสในการดำเนินธุรกิจ ที่อาจช่วยเพิ่มยอดขาย และเป็นใบเบิกทางสำหรับองค์กรของท่านเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์หรือการบริการที่สอดรับกับการป้องกันหรือปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อให้สามารถเข้าสู่ตลาดใหม่ ที่ได้ผลตอบแทนที่น่าดึงดูดอีกด้วย</p>
<p><strong>2. องค์กรของท่านมีการสร้างวัฒนธรรม และโครงสร้างการกำกับดูแลด้าน </strong><strong>ESG </strong><strong>อย่างไร </strong>มีการกำหนดคณะกรรมการ หรือ คณะอนุกรรมการเพื่อทำหน้าที่ในการกำกับดูแลเกี่ยวกับ ESG หรือไม่ คณะกรรมการ/คณะอนุกรรมการดังกล่าวให้ความสำคัญ และตระหนักถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ ESG ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจมากน้อยเพียงใด โครงสร้างการกำกับดูแลสนับสนุนงานด้าน ESG และสร้างโอกาสในการทำงานร่วมกันทั้งองค์กรเพียงใด</p>
<p><strong>3. องค์กรของท่านมีการปลูกฝังความรู้ ทักษะ และความสามารถให้กับบุคลากรเกี่ยวกับ </strong><strong>ESG </strong><strong>มากน้อยเพียงไร เพื่อให้สามารถตอบสนองกลยุทธ์และเป้าหมายขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ </strong>เนื่องจากความเสี่ยงด้าน ESG เป็นความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบที่คาดเดาได้ยาก ไม่สามารถคาดการณ์ช่วงเวลาที่จะเกิดได้แน่นอน และประเมินผลกระทบในเชิงปริมาณหรือตีเป็นมูลค่าตัวเงินได้ยาก องค์กรจึงควรกำหนดให้มีการถ่ายทอด แบ่งปันทักษะระหว่างผู้ปฏิบัติงานด้านการบริหารความเสี่ยง และผู้ปฏิบัติงานด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบริหารจัดการความเสี่ยงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong>4. องค์กรของท่านมีการใช้ประโยชน์จากระบบสารสนเทศ เพื่อเก็บรวบรวม ติดตาม สื่อสารเกี่ยวกับ </strong><strong>ESG </strong><strong>อย่างไร </strong>การใช้เทคโนโลยีในการรวบรวมข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ จะทำให้องค์กรมีการปรับปรุงที่ดีขึ้น เกิดการติดตามเป้าหมายด้าน ESG ได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งช่วยในการตัดสินใจ และการบริหารจัดการความเสี่ยงด้าน ESG ได้อย่างทันถ่วงที</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><u>หมายเหตุ</u> บทความข้างต้น เขียนขึ้นโดย<br />
<strong>บดินทร์ วงศ์วิทยาภิรมณ์</strong> ผู้จัดการอาวุโส Sustainability &amp; Climate COE<br />
<strong>ลัญจกร ภาษีผล </strong>ผู้อำนวยการ ที่ปรึกษาความเสี่ยงทางการเงิน ดีลอยท์ ประเทศไทย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/thailand-esg-and-sustainability-survey-report-2022/">ดีลอยท์ ประเทศไทย ศึกษาผู้นำองค์กร สแกนการเตรียมความพร้อมเพื่อการบริหารความเสี่ยงด้านความยั่งยืนในประเทศไทย   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไอบีเอ็มแนะใช้ ​AI ช่วยลดช่องว่างเพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน หลังพบองค์กรทั่วโลกเพียง 10% ขับเคลื่อน KPI ด้าน ESG ได้ตามแผน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/06/ibm-study-ai-key-to-help-organizations-achieve-sustainability-targets/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Jun 2023 10:03:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Data]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Green IT]]></category>
		<category><![CDATA[IBM]]></category>
		<category><![CDATA[IBM Cloud Carbon Calculator]]></category>
		<category><![CDATA[IBM Study]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Targets]]></category>
		<category><![CDATA[กรีนไอที]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการข้อมูล]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้นำองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[อรุณ บิสวัส]]></category>
		<category><![CDATA[เอไอ]]></category>
		<category><![CDATA[แอ็กเนส เฮฟท์เบอร์เกอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ไอบีเอ็ม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=19134</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไอบีเอ็มชี้ AI คือ กุญแจไขข้อมูลเชิงลึก ที่ช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการบริหารจัดการข้อมูลจำนวนมหาศาลในทิศทางที่สอดคล้องกัน เพราะเป้าหมายด้าน ESG จะกลายเป็นสิ่งที่ไร้ความหมาย หากไม่ได้เชื่อมโยงกับข้อมูลการดำเนินงานขององค์กรอย่างแท้จริง  IBM Study เผยผลศึกษาจากผู้นำองค์กรทั่วโลกที่มองว่า การมีปริมาณข้อมูลที่น้อยเกินไป หรือ​การขาดมุมมองเชิงลึกจากข้อมูลที่มีอยู่ คืออุปสรรคสำคัญที่สุดที่ทำให้องค์กรไม่สามารถบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนหรือ ESG ได้ เนื่องจาก ข้อมูลคือหัวใจสำคัญในการช่วยแก้ปัญหาที่ท้าทายด้านความยั่งยืน ขณะที่เป้าหมายที่วางไว้จะไร้ความหมาย หากไม่ได้เชื่อมโยงกับข้อมูลการดำเนินงานจริง ซึ่งทางไอบีเอ็มได้พัฒนาเครื่องมือเพื่อสามารถใช้ AI ​ช่วยองค์กรแปลงข้อมูลที่มีให้เป็นมุมมองเชิงลึก เพื่อช่วยในการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับแนวทางในการพัฒนาที่ยั่งยืนมากขึ้น คุณแอ็กเนส เฮฟท์เบอร์เกอร์ General Manager และ Technology Leader ของ IBM AEANZK ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันผู้นำองค์กรส่วนใหญ่มองเห็นความสำคัญในการวางเป้าหมายด้าน ESG ในการขับเคลื่อนองค์กร โดยซีอีโอเกือบครึ่ง (48%) มองว่าประเด็นความยั่งยืนเป็นหนึ่งในความจำเป็นเร่งด่วนสูงสุดขององค์กร และมากกว่า 3 ใน 4 (76%) ของผู้บริหารทั่วโลกมองว่า ESG เป็นเรื่องที่มีความสำคัญสูงสุดต่อกลยุทธ์ธุรกิจขององค์กร ขณะที่ 7 ใน 10 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/ibm-study-ai-key-to-help-organizations-achieve-sustainability-targets/">ไอบีเอ็มแนะใช้ ​AI ช่วยลดช่องว่างเพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน หลังพบองค์กรทั่วโลกเพียง 10% ขับเคลื่อน KPI ด้าน ESG ได้ตามแผน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ไอบีเอ็มชี้ AI คือ กุญแจไขข้อมูลเชิงลึก ที่ช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการบริหารจัดการข้อมูลจำนวนมหาศาลในทิศทางที่สอดคล้องกัน เพราะเป้าหมายด้าน ESG จะกลายเป็นสิ่งที่ไร้ความหมาย หากไม่ได้เชื่อมโยงกับข้อมูลการดำเนินงานขององค์กรอย่างแท้จริง <span id="more-19134"></span></p>
<p><strong>IBM Study</strong> เผยผลศึกษาจากผู้นำองค์กรทั่วโลกที่มองว่า การมีปริมาณข้อมูลที่น้อยเกินไป หรือ​การขาดมุมมองเชิงลึกจากข้อมูลที่มีอยู่ คืออุปสรรคสำคัญที่สุดที่ทำให้องค์กรไม่สามารถบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนหรือ ESG ได้ เนื่องจาก ข้อมูลคือหัวใจสำคัญในการช่วยแก้ปัญหาที่ท้าทายด้านความยั่งยืน ขณะที่เป้าหมายที่วางไว้จะไร้ความหมาย หากไม่ได้เชื่อมโยงกับข้อมูลการดำเนินงานจริง ซึ่งทางไอบีเอ็มได้พัฒนาเครื่องมือเพื่อสามารถใช้ AI ​ช่วยองค์กรแปลงข้อมูลที่มีให้เป็นมุมมองเชิงลึก เพื่อช่วยในการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับแนวทางในการพัฒนาที่ยั่งยืนมากขึ้น</p>
<p><b>คุณแอ็กเนส เฮฟท์เบอร์เกอร์ </b>General Manager และ Technology Leader ของ IBM AEANZK ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันผู้นำองค์กรส่วนใหญ่มองเห็นความสำคัญในการวางเป้าหมายด้าน ESG ในการขับเคลื่อนองค์กร โดยซีอีโอเกือบครึ่ง (48%) มองว่าประเด็นความยั่งยืนเป็นหนึ่งในความจำเป็นเร่งด่วนสูงสุดขององค์กร และมากกว่า 3 ใน 4 (76%) ของผู้บริหารทั่วโลกมองว่า ESG เป็นเรื่องที่มีความสำคัญสูงสุดต่อกลยุทธ์ธุรกิจขององค์กร ขณะที่ 7 ใน 10 เชื่อว่าการขับเคลื่อน ESG ช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่องค์กร มากกว่าที่จะเป็นภาระทางการเงิน  พร้อมทั้งได้วางเป้าหมายการดำเนินธุรกิจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน พร้อมลดการส้รางขยะและการปล่อยมลพิษไปพร้อมกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19138 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Executive-Survey-.jpg" alt="" width="1200" height="680" /></p>
<p>และถึงแม้ว่าจะมีองค์กรถึง 95% ได้วางแนวทางขับเคลื่อนเรื่อง ESG ไว้ แต่มีเพียง 10% เท่านั้น ที่มีความก้าวหน้าในการดำเนินการอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม โดยอุปสรรคสำคัญมาจากการขาดมุมมองเชิงลึกจากข้อมูลที่มีอยู่ ทำให้องค์กรไม่สามารถบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนได้ และยังพบว่า 2 ใน 3 ของผู้บริหารด้านไอทีทั่วโลกจากการสำรวจ กำลังมองการนำ AI มาใช้เพื่อสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนในอนาคตอันใกล้ โดยเฉพาะในแง่การจัดการกับข้อมูลและการรายงานที่ซับซ้อน  ด้วยการใช้ AI ช่วยให้องค์กรสามารถรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลด้านความยั่งยืนที่กระจายอยู่ทั่วทั้งองค์กรได้อย่างง่ายดาย ​</p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“หากองค์กรต้องการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน </span></i><i><span style="font-weight: 400;">AI จะเป็นเครื่องมือเดียวที่ช่วยจัดการกับข้อมูลมหาศาลที่องค์กรต้องวิเคราะห์เพื่อจัดทำรายงานด้านความยั่งยืน นั่นหมายความว่า </span></i><em><span style="font-weight: 400;"><strong>AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กรเพื่อช่วยไขรหัสข้อมูลจำนวนมหาศาล และบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรม ​​​</strong></span><strong>แต่สิ่งที่จะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ คือการมองเรื่องนี้แบบครอบคลุม 360 องศา ไม่ใช่การมองแค่เพียงมิติใดมิติหนึ่ง</strong></em><i>”</i></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19139 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/IBM_IBV_360-Degree-ESG-Data_Drives_TransparencyValue_TH.jpg" alt="" width="1200" height="838" /></p>
<p>ด้าน <b>คุณอรุณ บิสวัส </b>พาร์ทเนอร์อาวุโสและผู้นำด้านความยั่งยืน ของ IBM Asia Pacific กล่าวว่า การจะบรรลุเป้าหมายด้าน ESG ได้นั้น องค์กรต้องไม่มองว่า ESG เป็นเพียงแนวทางในการจัดทำรายงาน แต่ถือเป็น ‘ปัจจัยในการเพิ่มความโปร่งใส’ ให้องค์กร มุมมองเชิงลึกที่เกี่ยวกับ ESG จะช่วยสร้างโอกาสและสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กร ซึ่งการศึกษาล่าสุดพบว่า <span style="font-weight: 400;"><strong>ความ​เชื่อถือของผู้บริโภคที่มีต่อข้อมูลด้าน ESG ที่องค์กรต่างๆ ได้เปิดเผยออกมานั้น​​ลดลงอย่างเห็นได้ชัด</strong> ทำให้ AI ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการลดช่องว่างด้านความยั่งยืนให้แก่องค์กรได้อีกด้วย</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ผลศึกษาล่าสุด​ชี้ให้เห็นว่า ESG ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของการรายงานหรือปฏิบัติตามกฎข้อบังคับต่างๆ แต่เป็นกลไกที่ช่วยสร้างคุณค่าให้องค์กร พร้อมความสามารถในการบริหารจัดการ ESG อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลต่อผลประกอบการทางธุรกิจที่ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยขับเคลื่อนการทรานส์ฟอร์มของธุรกิจ ขณะเดียวกันยังช่วยลดช่องว่างระหว่างเป้าหมายด้านความยั่งยืนกับความก้าวหน้าในการขับเคลื่อน KPI ด้านความยั่งยืนต่างๆ​  จากการประมวลผลข้อมูลและมุมมองเชิงลึกแบบเรียลไทม์ &#8220;</span></i></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19141 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/AI-powered-360-degree-sustainability-approach-.jpg" alt="" width="1200" height="677" /></p>
<p><strong>AI เครื่องมือต่อกรความท้าทายปัญหาด้านความยั่งยืน </strong></p>
<p>มุมมองของไอบีเอ็มที่มีต่อการขับเคลื่อนความยั่งยืนขององค์กร ต้องมองมากกว่าแค่มิติเรื่องลดการปล่อยมลพิษ แต่จำเป็นต้องดำเนินงานได้แบบ 360 องศา ไม่ว่าจะเป็นการจัดการและรายงานข้อมูล ESG รวมถึงการบริหารความเสี่ยง, การบริหารจัดการอาคาร เครื่องจักรและอุปกรณ์ ระบบ facilities รวมถึงระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ,  กรีนไอที และเทคโนโลยีการบริหารจัดการซัพพลายเชนอย่างยั่งยืน และการหมุนเวียนใช้ทรัพยากรธรรมชาติในห่วงโซ่คุณค่า <span style="font-weight: 400;">(</span>circularity) เป็นต้น</p>
<p>ขณะเดียวกันไอบีเอ็มได้ทำงานร่วมกับองค์กรต่างๆ เพื่อร่วมกันพิจารณาว่า​ก้าวย่างแห่งเป้าหมายด้านความยั่งยืน แต่ละองค์กรควรเริ่มต้นที่ตรงไหน มุ่งหน้าไปในแนวทางไหน และด้วยวิธีการใด โดยนำ AI เข้ามาใช้เพื่อช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมายทั้งในแง่ธุรกิจ รวมทั้งรับมือกับปัญหาความยั่งยืนมิติต่างๆ ในปัจจุบัน เช่น</p>
<p><strong>ความร่วมมือกับองค์การนาซ่า (</strong><strong>NASA)</strong> : เพื่อพัฒนา foundation model สำหรับภูมิสารสนเทศเชิงพื้นที่ โดยข้อมูลจากนาซ่าจะถูกนำมาใช้เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นสู่เป้าหมายการติดตามและปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศของโลกที่กำลังเปลี่ยนไป แนวทางดังกล่าวจะสามารถนำมาช่วยประเมินความเสี่ยงด้านสภาพอากาศต่อพืชผล อาคารบ้านเรือน หรือระบบโครงสร้างพื้นฐาน การมอนิเตอร์ป่าสำหรับโครงการการชดเชยคาร์บอน (carbon offset) รวมถึงการพัฒนาโมเดลการคาดการณ์ต่างๆ เพื่อช่วยให้องค์ กรสามารถวางกลยุทธ์เพื่อบรรเทาความเสี่ยงและรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนไปได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19154 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Screen-Shot-2566-06-13-at-09.37.59.png" alt="" width="1810" height="1078" /></p>
<p><strong>เครื่องมือ IBM Cloud Carbon Calculator : เพื่อช่วยเหลือองค์กรใน​การวัด ติดตาม บริหารจัดการ และรายงานการปล่อยคาร์บอนในด้านที่เกี่ยวกับการใช้ไฮบริดคลาวด์ได้ รวมทั้งการวิเคราะห์แนวโน้มการปล่อยมลพิษและสร้างมุมมองเชิงลึกเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจและการดำเนินการอย่างทันท่วงที เพื่อจัดการกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เชื่อมโยงกับเวิร์คโหลดบนคลาวด์ของตน</strong></p>
<p><strong>ความร่วมมือกับ </strong><strong>The Reef Company  </strong>: อีกหนึ่งโปรเจ็กต์ที่ประกาศเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา เพื่อฟื้นฟูและคืนชีวิตให้กับระบบนิเวศน์ทางทะเล เพื่อคงไว้ซึ่งระบบที่สร้างคุณประโยชน์มหาศาลต่อมนุษย์ ที่รวมถึงการดักจับคาร์บอน ในการนำความสามารถของ generative AI อย่าง watsonx และ foundation models ที่ได้รับการฝึกไว้แล้ว เข้ามาวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลจากหลากหลายแหล่ง อาทิ ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม ข้อมูลเซ็นเซอร์ใต้น้ำ รวมถึงข้อมูลย้อนหลังต่างๆ เพื่อระบุรูปแบบและคาดการณ์ภัยคุกคามที่เกิดต่อปะการัง แนวทางแบบ proactive ดังกล่าว จะช่วยให้นักอนุรักษ์สามารถดำเนินการต่างๆ ได้ในเวลาที่เหมาะสม รวมถึงวางกลยุทธ์และการดำเนินการเพื่อบรรเทาสถานการณ์และจัดการทรัพยากรต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยจะเริ่มโฟกัสที่ประเทศโปรตุเกส แต่ก็ได้มีการมองถึงการขยายวงสู่อาเซียนด้วยเช่นกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/ibm-study-ai-key-to-help-organizations-achieve-sustainability-targets/">ไอบีเอ็มแนะใช้ ​AI ช่วยลดช่องว่างเพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน หลังพบองค์กรทั่วโลกเพียง 10% ขับเคลื่อน KPI ด้าน ESG ได้ตามแผน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดในเอเชียแปซิฟิกยังท้าทาย หลายประเทศนโยบายยังไม่นิ่ง แถม 59% องค์กรอาเซียนเชื่อรัฐยังหนุนใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/06/renewable-energy-research-study-in-asia-pacific/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Jun 2023 09:17:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[=o]]></category>
		<category><![CDATA[Clean Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Fossil]]></category>
		<category><![CDATA[green energy]]></category>
		<category><![CDATA[Kantar]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Research Study]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[ความท้าทาย]]></category>
		<category><![CDATA[ช่วงเปลี่ยนผ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[นิรันพัล ซิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้นำองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[รายงาน]]></category>
		<category><![CDATA[อาเซียน]]></category>
		<category><![CDATA[เบย์วา อาร์.อี. เอ็นเนอยี่ โซลูชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[เอเชียแปซิฟิค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=19021</guid>

					<description><![CDATA[<p>รายงานด้านพลังงานในเอเชียแปซิฟิกเรื่อง “เป้าหมายทางสภาพภูมิอากาศในเอเชียแปซิฟิกตกอยู่ในความเสี่ยง &#8211; ความจำเป็นอันเร่งด่วนในการทำข้อตกลงเชิงรุก” ซึ่งจัดทำขึ้นช่วงปลายปี 2565 โดย เบย์วา อาร์.อี. ผู้พัฒนา ผู้ผลิตพลังงานอิสระ ผู้ให้บริการ และผู้จัดจำหน่ายพลังงานทดแทนระดับโลก และ Kantar บริษัทที่ปรึกษาและผู้ให้บริการข้อมูลเชิงลึกชั้นนำระดับโลก ซึ่งเป็นการสำรวจผู้มีอิทธิพลในการตัดสินใจด้านพลังงาน 346 คน ในองค์กรที่มีพนักงานมากกว่า 100 คน ในออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไทย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม โดยผลการศึกษาพบว่า ขณะนี้ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังมาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญ จากแรงต้านและแรงกดดันในภูมิภาค เช่น ปัจจัยทางสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน การขาดแรงสนับสนุนจากภาครัฐ ตลอดจนราคาพลังงานและอัตราดอกเบี้ยที่ผันผวน ทำให้แผนการเดินหน้าเปลี่ยนแปลงและเป้าหมายทางสภาพภูมิอากาศกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงครั้งใหญ่ อีกทั้งนโยบายภาครัฐที่ไม่ต่อเนื่องยังทำให้บริษัทต่างๆ ต้องลุกขึ้นมาเรียกร้องแสวงหาความร่วมมือระหว่างกันเพื่อผลักดันเป้าหมายความยั่งยืนให้บรรลุผล นิรันพัล ซิงห์ ผู้จัดการทั่วไป เบย์วา อาร์.อี. เอ็นเนอยี่ โซลูชั่น ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค กล่าวว่า &#8220;ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนที่สูงขึ้น และอัตราเงินเฟ้อ ยังคงเป็นแรงต้านหลักต่อการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อุปสรรคเหล่านี้จะยังคงอยู่ต่อไป [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/renewable-energy-research-study-in-asia-pacific/">เปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดในเอเชียแปซิฟิกยังท้าทาย หลายประเทศนโยบายยังไม่นิ่ง แถม 59% องค์กรอาเซียนเชื่อรัฐยังหนุนใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>รายงานด้านพลังงานในเอเชียแปซิฟิกเรื่อง<strong> “เป้าหมายทางสภาพภูมิอากาศในเอเชียแปซิฟิกตกอยู่ในความเสี่ยง &#8211; ความจำเป็นอันเร่งด่วนในการทำข้อตกลงเชิงรุก”</strong> ซึ่งจัดทำขึ้นช่วงปลายปี 2565</p>
<p><span id="more-19021"></span></p>
<p>โดย <strong>เบย์วา อาร์.อี.</strong> ผู้พัฒนา ผู้ผลิตพลังงานอิสระ ผู้ให้บริการ และผู้จัดจำหน่ายพลังงานทดแทนระดับโลก และ<strong> Kantar</strong> บริษัทที่ปรึกษาและผู้ให้บริการข้อมูลเชิงลึกชั้นนำระดับโลก ซึ่งเป็นการสำรวจผู้มีอิทธิพลในการตัดสินใจด้านพลังงาน 346 คน ในองค์กรที่มีพนักงานมากกว่า 100 คน ในออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไทย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม</p>
<p>โดยผลการศึกษาพบว่า ขณะนี้ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังมาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญ จากแรงต้านและแรงกดดันในภูมิภาค เช่น ปัจจัยทางสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน การขาดแรงสนับสนุนจากภาครัฐ ตลอดจนราคาพลังงานและอัตราดอกเบี้ยที่ผันผวน ทำให้แผนการเดินหน้าเปลี่ยนแปลงและเป้าหมายทางสภาพภูมิอากาศกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงครั้งใหญ่ อีกทั้งนโยบายภาครัฐที่ไม่ต่อเนื่องยังทำให้บริษัทต่างๆ ต้องลุกขึ้นมาเรียกร้องแสวงหาความร่วมมือระหว่างกันเพื่อผลักดันเป้าหมายความยั่งยืนให้บรรลุผล</p>
<p><strong>นิรันพัล ซิงห์</strong> ผู้จัดการทั่วไป เบย์วา อาร์.อี. เอ็นเนอยี่ โซลูชั่น ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค กล่าวว่า &#8220;<em>ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนที่สูงขึ้น และอัตราเงินเฟ้อ ยังคงเป็นแรงต้านหลักต่อการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อุปสรรคเหล่านี้จะยังคงอยู่ต่อไป ดังนั้น จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจากองค์กรและภาครัฐเพื่อจัดการกับปัญหาดังกล่าว รายงานด้านพลังงานในเอเชียแปซิฟิกฉบับนี้ยังชี้ให้เห็นว่าผู้นำองค์กรได้รับแรงจูงใจให้ประสานกับพันธมิตรและคู่แข่ง เรียกร้องให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย </em><em>Net-Zero เราหวังว่าข้อเรียกร้องอันเร่งด่วนครั้งนี้ จะช่วยผลักดันให้การใช้พลังงานสะอาดในเอเชียแปซิฟิกรุดหน้ายิ่งขึ้น&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19023 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Bewar.jpg" alt="" width="597" height="535" /></p>
<p><strong>ข้อมูลสำคัญจากรายงาน </strong></p>
<p>การดำเนินงานของรัฐบาลที่ล่าช้าทั้งด้านนโนบายพลังงานหมุนเวียน นโยบายที่คาดเดาได้ยาก และสิ่งแวดล้อมในตลาดท้องถิ่น เป็นอุปสรรคต้นๆ ในสัดส่วน 36% และ 33% ตามลำดับ โดยพบว่า</p>
<p>ผู้ตอบแบบสอบถาม 59% ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เชื่อว่าแทนที่จะผลักดันนโยบายพลังงานสีเขียว รัฐบาลในภูมิภาคนี้จะเพิ่มการสนับสนุนพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลในอีก 2-3 ปีข้างหน้า</p>
<p>ขณะที่องค์กรในโอเชียเนียและเอเชียตะวันออก 47% เชื่อว่าการสนับสนุนของรัฐบาลด้านพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลจะยังคงไม่แน่นอนในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ส่วนการปรับเปลี่ยนสู่พลังงานสีเขียว 42% ขององค์กรในเอเชียแปซิฟิกเชื่อว่าภาษีของรัฐบาลด้านพลังงานสีน้ำตาลจะสนับสนุนการผลักดันขององค์กรไปสู่พลังงานหมุนเวียน</p>
<p>นอกจากนี้ ยังพบสัญญาณจากองค์กรต่างๆ ในเอเชียแปซิฟิก ที่ตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานหมุนเวียน ซึ่งถือเป็นความท้าทายและอุปสรรคที่ต้องเอาชนะ โดยองค์กรเกือบครึ่งหนึ่งที่สำรวจให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงาน โดยองค์กรในเอเชียแปซิฟิก 48% มีเป้าหมายที่จะเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนมากกว่า 40% ภายในทศวรรษนี้ และองค์กรภายในกลุ่มนี้ 79% ตั้งเป้าที่จะบรรลุผลด้านพลังงานหมุนเวียนในอีก 5 ปีข้างหน้า</p>
<p>องค์กรส่วนใหญ่ยังมองเห็นคุณค่าในการเปลี่ยนไปใช้ทางเลือกพลังงานที่สะอาดกว่า โดย 54% สรุปว่าพลังงานหมุนเวียนจะทำให้บริษัทมีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น ครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสำรวจทั้งหมดเห็นด้วยว่าการใช้พลังงานหมุนเวียนจะทำให้บริษัทมีข้อได้เปรียบทางธุรกิจบางประเภท และอีก 42% เสนอว่าพลังงานสีเขียวจะทำให้องค์กรได้เปรียบในการสรรหาบุคลากรและการรักษาทาเลนท์ ​ขณะที่พลังงานโซล่าร์บนหลังคาเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ จะกลายเป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้าที่ถูกกว่ารัฐอุดหนุน ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19022 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Final-Infographic-Thai.jpg" alt="" width="547" height="774" /></p>
<p><strong>เร่งเดินหน้าแผนเปลี่ยนผ่าน</strong></p>
<p>ผู้นำองค์กรที่ได้ร่วมทำแบบสำรวจในรายงานฉบับนี้ ตระหนักถึงความต้องการที่มากขึ้นในการทำงานร่วมกันกับพันธมิตรและคู่แข่ง และเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ทั้งนี้ สองในสาม (68%) ของบริษัทที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงสู่พลังงานหมุนเวียนเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าบริษัทต่างๆ ควรจัดตั้งแนวร่วมและทำงานร่วมกัน เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนเดียวกันยังระบุว่า สนับสนุนให้ประเทศต่างๆ ในเอเชียแปซิฟิกทำงานร่วมกันเพื่อจัดหาพลังงานหมุนเวียน</p>
<p>รายงานฉบับดังกล่าวได้ข้อสรุปว่า ทศวรรษหน้าถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญของภูมิภาคในการผลักดันการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน แต่ยังมีความท้าทายจากหลากหลายปัญหา เช่น ภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ค่าครองชีพและอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น หรือกระทั่งวิกฤติสภาพภูมิอากาศที่เลวร้ายกว่าเดิม</p>
<p>การเปลี่ยนผ่านจากพลังงานยุคเก่าถือเป็นเรื่องสำคัญและควรต้องเร่งเดินหน้าอย่างจริงจัง ผู้มีอำนาจตัดสินใจในองค์กรต้องกล้าเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงภายในเอเชียแปซิฟิกและรวมพลังทุกฝ่ายเข้าด้วยกัน ร่วมมือและกดดันภาครัฐ เร่งรัดกระบวนการและขับเคลื่อนการใช้พลังงานทดแทนให้รุดหน้าอย่างรวดเร็ว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/renewable-energy-research-study-in-asia-pacific/">เปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดในเอเชียแปซิฟิกยังท้าทาย หลายประเทศนโยบายยังไม่นิ่ง แถม 59% องค์กรอาเซียนเชื่อรัฐยังหนุนใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
