<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ฝุ่น PM 2.5 &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%9D%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99-pm-2-5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 26 Feb 2025 12:44:35 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ฝุ่น PM 2.5 &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>บ้านปู ส่งเสริม &#8216;Karen Design&#8217; กิจการเพื่อสังคมที่ใช้ &#8216;กะเหรี่ยงคราฟต์&#8217; แก้ปัญหา &#8216;เผาป่า &#8211; ชุมชนขาดรายได้&#8217; </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/02/banpu-champions-for-change-karen-design/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2025 09:15:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Banpu Champions for Change]]></category>
		<category><![CDATA[BC4C]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[Karen Design]]></category>
		<category><![CDATA[SE]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มชาติพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[กะเหรี่ยงคราฟต์]]></category>
		<category><![CDATA[กิจการเพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คาเรน ดีไซน์]]></category>
		<category><![CDATA[จีรพันธ์ บุญมา]]></category>
		<category><![CDATA[ชุณวัณ บุญมา]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนแม่โถน้อย จ.แม่ฮ่องสอน]]></category>
		<category><![CDATA[ทางเลือกอาชีพใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษทางอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐพล สุคันธี]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยง]]></category>
		<category><![CDATA[วิถีชีวิต​]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบัน ChangeFusion]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่นผ้าทอสไตล์กะเหรี่ยง]]></category>
		<category><![CDATA[โคมไฟจากเปลือกข้าวโพด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31476</guid>

					<description><![CDATA[<p>1 ใน 3 สุดยอดกิจการเพื่อสังคมที่คว้าทุนสนับสนุนจาก “บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)”  ในโครงการ Banpu Champions For Change (BC4C) ปีที่ 13 ชุมชนแม่โถน้อย บนยอดดอยสูงในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นที่อยู่อาศัยของกลุ่มชาติพันธุ์ ชาวกะเหรี่ยง ที่พึ่งพาการปลูกข้าวโพดเป็นรายได้หลัก กำลังเผชิญกับปัญหาด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากการทำไร่ข้าวโพดแบบดั้งเดิมไม่สามารถสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้กับชุมชน และการเผาพื้นที่เพาะปลูกทุกปี ยังก่อให้เกิดมลพิษ PM 2.5 อีกด้วย ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ วิถีชีวิตและภูมิปัญญาการทอผ้าของชาวกะเหรี่ยงได้กลายเป็นแรงบันดาลใจใหม่ในการสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวของสองพี่น้องผู้ก่อตั้งกิจการเพื่อสังคม “Karen Design” (คาเรน ดีไซน์) อย่าง คุณจีรพันธ์ และ คุณชุณวัณ บุญมา ที่นำเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยงมาผสานเข้ากับดีไซน์ที่ทันสมัย จนกลายเป็นงานคราฟต์ 2 สไตล์ได้อย่างลงตัว “แฟชั่นผ้าทอสไตล์กะเหรี่ยง” ได้ถูกปรับโฉมให้ร่วมสมัย ใส่ได้ทุกวันแบบไม่เคอะเขิน และ “โคมไฟจากเปลือกข้าวโพด” ที่นำวัสดุเหลือทิ้งมาสร้างเป็นงานคราฟต์ที่มีเอกลักษณ์ โดยหลังการเข้าร่วมโครงการ “พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม” (Banpu Champions for Change: [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/banpu-champions-for-change-karen-design/">บ้านปู ส่งเสริม &#8216;Karen Design&#8217; กิจการเพื่อสังคมที่ใช้ &#8216;กะเหรี่ยงคราฟต์&#8217; แก้ปัญหา &#8216;เผาป่า &#8211; ชุมชนขาดรายได้&#8217; </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>1 ใน </em><em>3</em><em> สุดยอดกิจการเพื่อสังคมที่คว้าทุนสนับสนุนจาก “<strong>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)”</strong>  </em><em>ในโครงการ </em><em>Banpu Champions For Change </em><em>(</em><em>BC4C)</em><em> ปีที่ </em><em>13 </em></p>
<p><span id="more-31476"></span></p>
<p>ชุมชนแม่โถน้อย บนยอดดอยสูงในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นที่อยู่อาศัยของกลุ่มชาติพันธุ์ ชาวกะเหรี่ยง ที่พึ่งพาการปลูกข้าวโพดเป็นรายได้หลัก กำลังเผชิญกับปัญหาด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากการทำไร่ข้าวโพดแบบดั้งเดิมไม่สามารถสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้กับชุมชน และการเผาพื้นที่เพาะปลูกทุกปี ยังก่อให้เกิดมลพิษ PM 2.5 อีกด้วย</p>
<p>ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ วิถีชีวิตและภูมิปัญญาการทอผ้าของชาวกะเหรี่ยงได้กลายเป็นแรงบันดาลใจใหม่ในการสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวของสองพี่น้องผู้ก่อตั้งกิจการเพื่อสังคม<strong> “</strong><strong>Karen Design” (</strong><strong>คาเรน ดีไซน์)</strong> อย่าง <strong>คุณจีรพันธ์</strong> และ <strong>คุณชุณวัณ บุญมา</strong> ที่นำเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยงมาผสานเข้ากับดีไซน์ที่ทันสมัย จนกลายเป็นงานคราฟต์ 2 สไตล์ได้อย่างลงตัว</p>
<p><strong>“แฟชั่นผ้าทอสไตล์กะเหรี่ยง”</strong> ได้ถูกปรับโฉมให้ร่วมสมัย ใส่ได้ทุกวันแบบไม่เคอะเขิน และ “<strong>โคมไฟจากเปลือกข้าวโพด”</strong> ที่นำวัสดุเหลือทิ้งมาสร้างเป็นงานคราฟต์ที่มีเอกลักษณ์ โดยหลังการเข้าร่วมโครงการ <strong>“พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม” (</strong><strong>Banpu Champions for Change: BC</strong><strong>4</strong><strong>C) </strong><strong>ปีที่ 13</strong> กับ <strong>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และสถาบัน </strong><strong>ChangeFusion</strong> สองพี่น้องสามารถนำองค์ความรู้ไปปรับใช้จนสามารถสร้างรายได้ถึงหลักแสนและเพิ่มการกระจายรายได้ให้ชุมชนในเวลาไม่ถึง 1 ปี</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31823 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/1.-นายจีรพันธุ์-นางสาวชุณวัณ-บุญมา-สองพี่น้องเจ้าของกิจการเพื่อสังคม-Karen-Design.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>สร้าง “ทางเลือกอาชีพใหม่” ด้วย “กะเหรี่ยงคราฟต์” </strong></p>
<p><strong>นางสาวจีรพันธ์-นายชุณวัณ บุญมา สองพี่น้องผู้ก่อตั้ง </strong><strong>Karen Design</strong> เผยถึงความเป็นมาว่า “Karen Design เกิดจากปัญหาปากท้องของคนในชุมชนแม่โถน้อย จ.แม่ฮ่องสอน ที่มีทางเลือกในการทำมาหากินไม่มากไปกว่าการปลูกข้าวโพดและธัญพืชอื่นๆ บนดอย มีความลำบากในการเข้าถึงทรัพยากรพื้นฐาน เช่น การไม่มีไฟฟ้าใช้เวลาฝนตก สัญญาณโทรศัพท์ติดขัด การเดินทางที่ยากลำบากเพราะอยู่ในพื้นที่ห่างไกล แต่ความอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในบ้านของเรา ทำให้ต้องมองหาโอกาสใหม่ๆ จึงนำเอาภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ถูกมองข้ามอย่างการทอผ้ากะเหรี่ยง มาต่อยอดให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ทำให้สามารถใส่ได้ในชีวิตประจำวัน ไม่เชย และ ไม่จำเป็นต้องใส่เฉพาะพิธีสำคัญอย่าง ‘การแต่งงาน’ เท่านั้น เมื่อมองเห็นลู่ทางนี้ เราจึงขยายเครือข่ายรวมกลุ่มแม่บ้าน และดัดแปลงสินค้าให้มีหลายหลาก ไม่ว่าจะเป็น เสื้อ ชุดเดรส ย่าม และอื่นๆ รวมไปถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ ‘เปลือกข้าวโพด’ วัสดุเหลือทิ้งจากการเก็บเกี่ยวในภาคการเกษตรให้เป็นโคมไฟตกแต่งที่ทันสมัย สไตล์มินิมอล ตอบโจทย์คนชอบแต่งบ้านด้วยวัสดุธรรมชาติ”</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-31826 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/ภาพบรรยากาศการเวิร์กชอปและพิชชิ่งของ-Karen-Design-1.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>สร้าง “รายได้หลักแสน” จาก “องค์ความรู้-ทุนสนับสนุน” ในโครงการ </strong><strong>Banpu Champions for Change</strong></p>
<p>“การเข้าร่วมโครงการฯ ของบ้านปู ทำให้ได้รับโอกาสและแรงบันดาลใจ จากเพื่อนๆ และรุ่นพี่ผู้ประกอบกิจการเพื่อสังคม รวมถึงคณะกรรมการและพี่เลี้ยงซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ที่คอยให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ทำให้เราสามารถตั้งหลักด้านความคิด และกำหนดเป้าหมายได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เราเริ่มต้นด้วยการคำนวณต้นทุนและตั้งราคาขายโดยการกำหนดกำไรที่เหมาะสม พร้อมศึกษาพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าอย่างละเอียด โดยโครงการฯ ให้ทุน 80,000 บาท ในช่วงทดลองตลาด 3 เดือน จึงเน้นการขายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะการโปรโมทบน TikTok ที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่ายและรวดเร็ว ทำให้สามารถสร้างยอดขายสินค้าทั้ง 2 แบบ ได้เกือบ 250,000 บาท แบ่งเป็นออเดอร์ผ้าทอกะเหรี่ยงกว่า 200 ตัว สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน 2,000 – 5,000 บาทต่อเดือน และออเดอร์โคมไฟจากเปลือกข้าวโพด จำนวนกว่า 80 ตัว สร้างรายได้ต่อคนประมาณ 1,500 บาทต่อเดือน” <strong>จีรพันธ์</strong> กล่าวเสริม</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-31825 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Karen2.jpg" alt="" width="1200" height="679" /></p>
<p><strong>เปลี่ยน “พื้นที่ปลูกข้าวโพด 50%” เป็น “ไม้ผล-พืชเศรษฐกิจอื่น” เพื่อสร้างความยั่งยืน</strong></p>
<p>Karen Design ไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน แต่ยังมุ่งเน้นการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม โดยชวนชาวบ้านลดพื้นที่ปลูกข้าวโพดและหันมาเพาะปลูกไม้ผล ไม้เศรษฐกิจ และไม้ดั้งเดิมทดแทนปัจจุบันสามารถลดจำนวนข้าวโพดได้มากกว่า 50% หรือประมาณ 195 จาก 390 ไร่ ช่วยลดการเผาป่าและเพิ่มความหลากหลายทางการเกษตรให้กับพื้นที่ในอนาคต และยังวางแผนขยายฐานการผลิตไปยังชุมชนอื่นๆ เพื่อรองรับออเดอร์ที่เพิ่มขึ้น ที่สำคัญ Karen Design ได้นำทุนสนับสนุนจากการเป็นหนึ่งในสามผู้ชนะในโครงการ BC4C จำนวน 250,000 บาท มาใช้ในการพัฒนาระบบการผลิตให้ดียิ่งขึ้น เพื่อสร้างรายได้ที่ต่อเนื่องให้กับคนในชุมชน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31822 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/2.-นายรัฐพล-สุคันธี-ผู้อำนวยการสายอาวุโส-สื่อสารองค์กร-บริษัท-บ้านปู-จำกัด-มหาชน.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>บ้านปู พร้อมดันศักยภาพ </strong><strong>SE </strong><strong>รุ่นใหม่ </strong></p>
<p>ด้าน <strong>คุณรัฐพล สุคันธี ผู้อำนวยการสายอาวุโส – สื่อสารองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวถึงการสนับสนุนโครงการ BC4C ว่า &#8220;บ้านปูรู้สึกชื่นชมแพสชันอันแรงกล้าของ SE ที่มีใจรักสิ่งแวดล้อมและกล้าที่จะนำพาชุมชนของตนเองสู่การเปลี่ยนแปลงเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน <u>‘Karen Design’ </u><u>มีความมุ่งมั่น ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค สามารถนำความรู้ที่ได้จากโครงการฯ ไปต่อยอดโมเดลธุรกิจและสร้างอิมแพคต่อชุมชน โดยมีการวัดผลที่ชัดเจน</u> เราหวังว่า Karen Design จะเป็นแรงบันดาลใจให้ SE คนรุ่นใหม่ โดยบ้านปูจะยังคงร่วมสร้างระบบนิเวศกิจการเพื่อสังคม (SE Ecosystem) ของไทยให้ขยายอย่างแข็งแกร่งร่วมกับภาคีเครือข่าย สำหรับในปี 2568 ผู้ประกอบกิจการเพื่อสังคมท่านใดสนใจเข้าร่วมโครงการ BC4C ปีที่ 14 เรากำลังจะเปิดรับสมัครเร็วๆ นี้ สามารถติดตามได้จากเพจ Banpu Champions for Change”</p>
<p>สนใจผลิตภัณฑ์ของ Karen Design สามารถติดตามได้ที่  Tiktok: <a href="https://www.tiktok.com/@kate_jee24" target="_blank" rel="noopener">https://www.tiktok.com/@kate_jee24</a> , Facebook: เคทผ้าทอกะเหรี่ยง <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100076218292843" target="_blank" rel="noopener">https://www.facebook.com/profile.php?id=100076218292843</a> , พร้อมติดตามข่าวสารการรับสมัครและความเคลื่อนไหวของโครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม หรือ Banpu Champions for Change ปีที่ 14  ได้ทางเพจเฟซบุ๊ก<a href="https://www.facebook.com/banpuchampions/" target="_blank" rel="noopener">https://www.facebook.com/banpuchampions/</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/banpu-champions-for-change-karen-design/">บ้านปู ส่งเสริม &#8216;Karen Design&#8217; กิจการเพื่อสังคมที่ใช้ &#8216;กะเหรี่ยงคราฟต์&#8217; แก้ปัญหา &#8216;เผาป่า &#8211; ชุมชนขาดรายได้&#8217; </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โลกจ๋า…ข้ามาแล้ว! &#8216;นันยาง รีบอร์น&#8217; ชุบชีวิตขยะรองเท้าไร้ค่า สู่ 3 รุ่นรักษ์โลก ร่วมแก้วิกฤตสภาพอากาศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/01/nanyang-reborn-project-to-decarbonization/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Jan 2025 11:55:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[NANYANG]]></category>
		<category><![CDATA[Nanyang REBORN]]></category>
		<category><![CDATA[Nanyang Remake]]></category>
		<category><![CDATA[Nanyang Retake]]></category>
		<category><![CDATA[Nanyang Retry]]></category>
		<category><![CDATA[Product of Trash]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.จักรพล จันทวิมล]]></category>
		<category><![CDATA[นันยาง]]></category>
		<category><![CDATA[นันยาง รีบอร์น]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[รองเท้า]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31541</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางสถานการณ์โลกร้อนในปัจจุบันที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงมลภาวะทางอากาศอย่างฝุ่น PM 2.5 นันยางในฐานะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเช่นเดียวกับคนทุกคน ตระหนักถึงปัญหาและต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม พร้อมเปิดตัวโครงการ Nanyang REBORN (นันยาง รีบอร์น)  นิยามใหม่ของรองเท้าที่นำเสนอความยั่งยืน ผ่านเศษวัสดุจากการผลิตรองเท้าหรือการนำรองเท้าที่มีตำหนิ ดูไร้ค่าแต่ยังมีคุณภาพดีมาชุบชีวิตใหม่อย่างสร้างสรรค์ พร้อมยังคงความคุ้มค่าและคุณภาพตามมาตรฐาน ให้กับผู้สวมใส่เหมือนเดิมทุกประการ การกำเนิดขึ้นของ Nanyang REBORN​ สะท้อน​ความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพียงแต่มีสไตล์และความทนทานเท่านั้น แต่ยังเชิญชวนให้ผู้บริโภคเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาของโลกร่วมกันเพื่อความยั่งยืนในทุกก้าวอย่างแท้จริง “โดยทั่วไป รองเท้าผ้าใบ 1 คู่ ตั้งแต่กระบวนการผลิตวัตถุดิบ จนถึงการส่งมอบถึงลูกค้า จะสร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์เฉลี่ย 14 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO₂e) ซึ่งเท่ากับการขับรถ 56 กิโลเมตร โครงการ “Nanyang REBORN” ภายใต้แนวคิด ‘Product of Trash’ มีความตั้งใจที่จะใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะเศษยางและผ้า หรือสินค้าที่ถูกคัดออกเพราะไม่ผ่านมาตรฐานด้านความสวยงามจนเกิดเป็นขยะอุตสาหกรรม ซึ่งจะถูกกำจัดด้วยวิธีการฝังกลบหรือทำเป็นเชื้อเพลิง โครงการนี้มุ่งเน้นการใช้วัสดุและกระบวนการผลิตที่ยั่งยืน สนับสนุนการผลิตและบริโภคที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น ที่สำคัญยังเป็นการขยายวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์และเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค” ดร.จักรพล จันทวิมล กรรมการผู้จัดการ บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด เล่าถึงหลักคิดเบื้องหลังการเกิดขึ้นของ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/nanyang-reborn-project-to-decarbonization/">โลกจ๋า…ข้ามาแล้ว! &#8216;นันยาง รีบอร์น&#8217; ชุบชีวิตขยะรองเท้าไร้ค่า สู่ 3 รุ่นรักษ์โลก ร่วมแก้วิกฤตสภาพอากาศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ท่ามกลางสถานการณ์โลกร้อนในปัจจุบันที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงมลภาวะทางอากาศอย่างฝุ่น PM 2.5 นันยางในฐานะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเช่นเดียวกับคนทุกคน ตระหนักถึงปัญหาและต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม</p>
<p><span id="more-31541"></span></p>
<p>พร้อมเปิดตัวโครงการ <strong>Nanyang REBORN</strong> (นันยาง รีบอร์น)  นิยามใหม่ของรองเท้าที่นำเสนอความยั่งยืน ผ่านเศษวัสดุจากการผลิตรองเท้าหรือการนำรองเท้าที่มีตำหนิ ดูไร้ค่าแต่ยังมีคุณภาพดีมาชุบชีวิตใหม่อย่างสร้างสรรค์ พร้อมยังคงความคุ้มค่าและคุณภาพตามมาตรฐาน ให้กับผู้สวมใส่เหมือนเดิมทุกประการ</p>
<p>การกำเนิดขึ้นของ <strong>Nanyang REBORN</strong>​ สะท้อน​ความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพียงแต่มีสไตล์และความทนทานเท่านั้น แต่ยังเชิญชวนให้ผู้บริโภคเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาของโลกร่วมกันเพื่อความยั่งยืนในทุกก้าวอย่างแท้จริง</p>
<p><em>“โดยทั่วไป รองเท้าผ้าใบ 1 คู่ ตั้งแต่กระบวนการผลิตวัตถุดิบ จนถึงการส่งมอบถึงลูกค้า จะสร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์เฉลี่ย 14 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO₂e) ซึ่งเท่ากับการขับรถ 56 กิโลเมตร โครงการ <strong>“Nanyang REBORN”</strong> ภายใต้แนวคิด <strong>‘Product of Trash’</strong> มีความตั้งใจที่จะใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะเศษยางและผ้า หรือสินค้าที่ถูกคัดออกเพราะไม่ผ่านมาตรฐานด้านความสวยงามจนเกิดเป็นขยะอุตสาหกรรม ซึ่งจะถูกกำจัดด้วยวิธีการฝังกลบหรือทำเป็นเชื้อเพลิง โครงการนี้มุ่งเน้นการใช้วัสดุและกระบวนการผลิตที่ยั่งยืน สนับสนุนการผลิตและบริโภคที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น ที่สำคัญยังเป็นการขยายวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์และเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค”</em> <strong>ดร.จักรพล จันทวิมล กรรมการผู้จัดการ บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด เล่าถึงหลักคิดเบื้องหลังการเกิดขึ้นของ </strong><strong>Nanyang REBORN</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31546 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Re-KV-Reborn-packshot-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>Nanyang REBORN ประกอบด้วยรองเท้า 3 รุ่น ได้แก่<strong> 1. Nanyang Remake :</strong> รองเท้าที่ปะเย็บใหม่จากเศษผ้าและพื้นจากเศษยาง <strong>2.</strong> <strong>Nanyang Retake:</strong> รองเท้าที่ถูกคัดออก <strong>3. Nanyang Retry:</strong> รองเท้าที่มีรอยเปรอะเปื้อน โดยจะนำมาวางจำหน่าย ในวันที่ 28 ม.ค. 2568 เป็นต้นไป ที่ Nanyang official store ทาง Lazada, Shopee, TikTok​ และร้านค้านันยางที่ร่วมรายการ</p>
<p>นันยางประเมินว่าจะมีจำนวนรองเท้าจากโปรเจกต์ Nanyang REBORN ประมาณ 10,000 คู่ต่อปี ที่ทดแทนการผลิตรองเท้าใหม่ ซึ่งจะสามารถลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 140,000 kgCO₂e เสมือนการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ของต้นไม้ 7,000 ต้นในหนึ่งปี หรือการขับรถยนต์ที่ใช้น้ำมันระยะทางรอบโลกได้ 20 รอบ</p>
<p><em>“การขับเคลื่อนของนันยางในครั้งนี้ คงไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยก็เราได้ทำในส่วนที่เราพอทำได้ เพื่อส่งสัญญาณว่าทุกคนก็ทำในส่วนของตัวเองได้เช่นกัน</em>” ผู้บริหารนันยางกล่าวทิ้งท้าย</p>
<p><strong>รายละเอียด </strong><strong>Nanyang Reborn </strong><strong>รองเท้าไร้ค่าที่หวังดี </strong><strong>ประกอบด้วยรองเท้า 3 รุ่น ได้แก่</strong><strong> Remake, Retake, Retry</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>1. Nanyang</strong><strong> Remake:</strong> <strong>รองเท้าที่ปะเย็บใหม่จากเศษผ้าและพื้นจากเศษยางที่เหลือจากกระบวนการผลิต</strong> เกิดใหม่มาจากเศษผ้าและยางของกระบวนการผลิตปกติที่จะนำไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงหรือฝังกลบ สรรค์สร้างขึ้นใหม่อย่างพิถีพิถันและออกแบบให้มีเอกลักษณ์เฉพาะคู่สะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์และความใส่ใจในสิ่งแวดล้อม</p>
<p><strong>&#8211; </strong>ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 30% จากการใช้วัสดุรีไซเคิล เมื่อเทียบกับรองเท้าปกติ</p>
<p>&#8211; ราคา 790 บาท  9 ขนาด ( เบอร์ 36 – 44 )  ผสมสีคละแบบ (ขาว,ดำ,น้ำตาล)</p>
<p><strong>2. Nanyang</strong><strong> Retake: </strong><strong>รองเท้าที่ถูกคัดออกจากกระบวนการผลิต </strong>เนื่องจากมีรูปลักษณ์ภายนอกที่ไม่สมบูรณ์แต่ภายในยังคงคุณสมบัติและมาตราฐานเดิม เป็นการคืนค่าคุณภาพแก่รองเท้าที่ถูกมองข้ามจากรอยตำหนิทางรูปลักษณ์ แต่ยังคงมีความเหมาะสมในการใช้งาน</p>
<p><strong>&#8211; </strong>ลดการปล่อยคาร์บอนประมาณ 14 kgCO₂e จากการไม่ผลิตรองเท้าคู่ใหม่</p>
<p>&#8211; ราคา 269 บาท​ 22 ขนาด ( เบอร์ 28 – 49 )  3 สี (ขาว ดำ น้ำตาล)</p>
<p><strong>3.</strong> <strong>Nanyang</strong><strong> Retry:</strong> <strong>รองเท้าที่มีรอยเปรอะเปื้อน </strong>รองเท้าไร้ค่าที่ไม่มีใครต้องการแต่ยังคงความสมบูรณ์ของคุณภาพที่ให้ความปลอดภัย ใส่สบาย ทนทาน พร้อมกับความมั่นใจในการเลือกใส่สิ่งที่แตกต่างอย่างคุ้มค่า</p>
<p><strong>&#8211; </strong>ลดการปล่อยคาร์บอนประมาณ 14 kgCO₂e จากการไม่ผลิตรองเท้าคู่ใหม่</p>
<p>&#8211; ราคา 169 บาท 22 ขนาด ( 28 – 49 )  1 สี (ขาว)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31543 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/KV-Reborn-802x1024.jpg" alt="" width="631" height="805" /></p>
<p>Nanyang Reborn วางจำหน่ายทั้ง 3 รุ่น ตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม 2568 ที่ Nanyang official store ทาง Lazada, Shopee, TikTok​ และร้านค้านันยางที่ร่วมรายการ โดยจะมีจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยข้อจำกัดของ ‘<strong>การเกิดใหม่’</strong> อาจทำให้มีจำนวนจำกัดในบางช่วงเวลา</p>
<p>รายละเอียดเพิ่มเติม Facebook: นันยาง Nanyang และทุกช่องทาง Social @NanyangLegend</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/nanyang-reborn-project-to-decarbonization/">โลกจ๋า…ข้ามาแล้ว! &#8216;นันยาง รีบอร์น&#8217; ชุบชีวิตขยะรองเท้าไร้ค่า สู่ 3 รุ่นรักษ์โลก ร่วมแก้วิกฤตสภาพอากาศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“พัชรวาท” ผนึกกำลัง “ธรรมนัส” สยบฝุ่น PM 2.5 สั่งเตรียมทำฝนหลวงรับมือ หากพบพื้นที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ชี้สุดสัปดาห์นี้ชาวกรุง หายใจโล่งขึ้น</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/02/solving-the-dust-problem-by-royal-rain/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Feb 2024 16:03:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[กรมควบคุมมลพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[​คพ.]]></category>
		<category><![CDATA[ทส.]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาเรื่องฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23709</guid>

					<description><![CDATA[<p>พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่า หลังจากกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) รายงานค่าฝุ่น PM 2.5 ให้รับทราบเป็นประจำทุกวัน ซึ่งพบว่าระยะนี้มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานต่อเนื่องในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ กทม. ปริมณฑล จึงเรียกหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วน ให้ฝุ่นเบาบางลง ลดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน โดยทีมนักวิชาการจาก คพ. มีข้อเสนอว่า ปัญหาเรื่องฝุ่นในระยะเร่งด่วนสามารถแก้ปัญหาด้วยการทำฝนหลวง ดังนั้นจึงได้ประสานไปยัง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อขอให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ทำฝนหลวง ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส ตอบรับในทันทีโดยได้สั่งเร่งด่วนไปยังกรมฝนหลวงฯเตรียมลงมือปฏิบัติการ อย่างไรก็ตาม ตนยังได้มอบหมายให้ คพ.ประสานกับกรมฝนหลวงฯ เพื่อปฏิบัติการสยบฝุ่น PM 2.5 ร่วมกัน โดย คพ.ที่มีข้อมูลเรื่องฝุ่นในมือ ต้องชี้เป้าให้กับฝนหลวงฯ ว่าในแต่ละวัน หรือแต่ละสัปดาห์จะมีการเคลื่อนย้ายของฝุ่นไปจังหวัดใดบ้าง เพื่อให้กรมฝนหลวงฯ ประเมินความชื้นและเมฆหรือปัจจัยอื่นที่จะทำให้การทำฝนหลวงได้สำเร็จตามเป้าหมาย โดยการบูรณาการ การทำงานร่วมกันเชื่อว่าจะทำให้ลดปัญหาฝุ่นลงได้ ทั้งนี้ คพ.ได้รายงานให้ทราบว่าช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ ชาวกทม. – ปริมณฑล จะหายใจกันโล่งขึ้น เพราะปริมาณฝุ่นเริ่มลดลงเนื่องจากมีลมเข้ามา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/solving-the-dust-problem-by-royal-rain/">“พัชรวาท” ผนึกกำลัง “ธรรมนัส” สยบฝุ่น PM 2.5 สั่งเตรียมทำฝนหลวงรับมือ หากพบพื้นที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ชี้สุดสัปดาห์นี้ชาวกรุง หายใจโล่งขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ</strong> รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่า หลังจากกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) รายงานค่าฝุ่น PM 2.5 ให้รับทราบเป็นประจำทุกวัน ซึ่งพบว่าระยะนี้มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานต่อเนื่องในหลายพื้นที่</p>
<p><span id="more-23709"></span></p>
<p>โดยเฉพาะ กทม. ปริมณฑล จึงเรียกหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วน ให้ฝุ่นเบาบางลง ลดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน</p>
<p>โดยทีมนักวิชาการจาก คพ. มีข้อเสนอว่า ปัญหาเรื่องฝุ่นในระยะเร่งด่วนสามารถแก้ปัญหาด้วยการทำฝนหลวง ดังนั้นจึงได้ประสานไปยัง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อขอให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ทำฝนหลวง ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส ตอบรับในทันทีโดยได้สั่งเร่งด่วนไปยังกรมฝนหลวงฯเตรียมลงมือปฏิบัติการ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ตนยังได้มอบหมายให้ คพ.ประสานกับกรมฝนหลวงฯ เพื่อปฏิบัติการสยบฝุ่น PM 2.5 ร่วมกัน โดย คพ.ที่มีข้อมูลเรื่องฝุ่นในมือ ต้องชี้เป้าให้กับฝนหลวงฯ ว่าในแต่ละวัน หรือแต่ละสัปดาห์จะมีการเคลื่อนย้ายของฝุ่นไปจังหวัดใดบ้าง เพื่อให้กรมฝนหลวงฯ ประเมินความชื้นและเมฆหรือปัจจัยอื่นที่จะทำให้การทำฝนหลวงได้สำเร็จตามเป้าหมาย โดยการบูรณาการ การทำงานร่วมกันเชื่อว่าจะทำให้ลดปัญหาฝุ่นลงได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23711 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/2.jpg" alt="" width="1200" height="811" /><br />
ทั้งนี้ คพ.ได้รายงานให้ทราบว่าช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ ชาวกทม. – ปริมณฑล จะหายใจกันโล่งขึ้น เพราะปริมาณฝุ่นเริ่มลดลงเนื่องจากมีลมเข้ามา แต่สถานการณ์สัปดาห์หน้าที่น่าเป็นห่วงคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานในหลายพื้นที่ ดังนั้นขอให้ประชาชนเฝ้าระวังป้องกันตัว และเรื่องการเผาพื้นที่เกษตรกรรม ยังคงต้องขอความร่วมมือกับประชาชนให้งดเว้นด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/solving-the-dust-problem-by-royal-rain/">“พัชรวาท” ผนึกกำลัง “ธรรมนัส” สยบฝุ่น PM 2.5 สั่งเตรียมทำฝนหลวงรับมือ หากพบพื้นที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ชี้สุดสัปดาห์นี้ชาวกรุง หายใจโล่งขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โลตัส ร่วมกับ กทม. สนับสนุนแคมเปญลดฝุ่น PM 2.5 “รถคันนี้ลดฝุ่น” เพียงโชว์สติกเกอร์ รับสิทธิ์เพิ่มเวลาจอดรถฟรี ที่ห้างโลตัส 10 สาขา ในกรุงเทพ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/01/lotus-join-bma-to-reduce-pm25-reduce-campaign/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Jan 2024 17:48:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. อภิรักษ์ เดชวรสิทธิ]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหามลพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[รถคันนี้ลดฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[โลตัส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23532</guid>

					<description><![CDATA[<p>โลตัส ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร (กทม.) สนับสนุนแคมเปญลดฝุ่น PM 2.5 “รถคันนี้ลดฝุ่น” หลัง กทม.ประกาศเชิญชวนประชาชน ตรวจสอบสภาพยานยนต์ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและไส้กรองเพื่อลดการปล่อยค่าฝุ่นในอากาศ พร้อมแจกสติกเกอร์ ‘รถคันนี้#ลดฝุ่น’ ให้กับผู้เข้ารับบริการ เพื่อรับสิทธิ์พิเศษจอดรถฟรี 4 ชั่วโมงแรก ในโลตัสไฮเปอร์มาร์เก็ตที่เข้าร่วมแคมเปญ 10 สาขา ตั้งแต่วันนี้ – 29 กุมภาพันธ์ 2567 นี้ เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมลดฝุ่น PM 2.5 จากยานยนต์บนท้องถนน เพิ่มอากาศบริสุทธิ์ให้คนกรุง สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาที่ความยั่งยืน ครอบคลุมมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (หรือ ESG) ดร.อภิรักษ์ เดชวรสิทธิ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานกลยุทธ์และสนับสนุนธุรกิจ โลตัส กล่าวว่า “โลตัส ในฐานะห้างค้าปลีก เราตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในการช่วยขับเคลื่อนความยั่งยืนของประเทศ เพื่อสร้างคุณค่าอย่างแท้จริงให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดย โลตัส มีความยินดีร่วมสนับสนุน กรุงเทพมหานคร (กทม.) แก้ไขปัญหามลพิษให้กับคนกรุงเทพและปริมณฑล เพื่อลดปริมาณฝุ่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/lotus-join-bma-to-reduce-pm25-reduce-campaign/">โลตัส ร่วมกับ กทม. สนับสนุนแคมเปญลดฝุ่น PM 2.5 “รถคันนี้ลดฝุ่น” เพียงโชว์สติกเกอร์ รับสิทธิ์เพิ่มเวลาจอดรถฟรี ที่ห้างโลตัส 10 สาขา ในกรุงเทพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โลตัส ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร (กทม.) สนับสนุนแคมเปญลดฝุ่น PM 2.5 “<strong>รถคันนี้ลดฝุ่น</strong>” หลัง กทม.ประกาศเชิญชวนประชาชน ตรวจสอบสภาพยานยนต์ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและไส้กรองเพื่อลดการปล่อยค่าฝุ่นในอากาศ</p>
<p><span id="more-23532"></span></p>
<p>พร้อมแจกสติกเกอร์ <strong>‘รถคันนี้#ลดฝุ่น’</strong> ให้กับผู้เข้ารับบริการ เพื่อรับสิทธิ์พิเศษจอดรถฟรี 4 ชั่วโมงแรก ในโลตัสไฮเปอร์มาร์เก็ตที่เข้าร่วมแคมเปญ 10 สาขา ตั้งแต่วันนี้ – 29 กุมภาพันธ์ 2567 นี้ เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมลดฝุ่น PM 2.5 จากยานยนต์บนท้องถนน เพิ่มอากาศบริสุทธิ์ให้คนกรุง สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาที่ความยั่งยืน ครอบคลุมมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (หรือ ESG)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23533 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/L1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.อภิรักษ์ เดชวรสิทธิ</strong> ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานกลยุทธ์และสนับสนุนธุรกิจ โลตัส กล่าวว่า “โลตัส ในฐานะห้างค้าปลีก เราตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในการช่วยขับเคลื่อนความยั่งยืนของประเทศ เพื่อสร้างคุณค่าอย่างแท้จริงให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดย โลตัส มีความยินดีร่วมสนับสนุน กรุงเทพมหานคร (กทม.) แก้ไขปัญหามลพิษให้กับคนกรุงเทพและปริมณฑล เพื่อลดปริมาณฝุ่น PM 2.5 จากควันยานพาหนะที่เสื่อมสภาพ</p>
<p>อีกทั้งร่วมกระตุ้นให้ประชาชนหันมาช่วยกันลดปริมาณฝุ่นควันจากยานยนต์ ซึ่ง โลตัส ได้มอบสิทธิ์จอดรถฟรี 4 ชั่วโมง ในโลตัส 10 สาขาที่ร่วมแคมเปญ วันนี้ถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 สำหรับรถที่โชว์สติกเกอร์ ‘รถคันนี้#ลดฝุ่น’ ที่ได้รับจากการเข้าร่วมเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและไส้กรองในแคมเปญของ กทม. ทั้งนี้การร่วมกับ กทม. ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการกระตุ้นให้ทุกคนมาช่วยกันลดปริมาณฝุ่นแล้ว ยังช่วยลดผลกระทบด้านสุขภาพจากมลพิษ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลตัส ที่มุ่งขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อมที่ดี พร้อมร่วมส่งเสริมการมีสุขภาพและสุขภาวะที่ดีของประชาชน (Health &amp; Well-being) อีกด้วย”</p>
<p>นอกจากนี้ โลตัส ยังเป็นห้างค้าปลีกแรกที่ติดตั้งสถานีชาร์จรถยนตร์ไฟฟ้า EV Station Charging ไว้ให้บริการครอบคลุมมากที่สุดทั่วประเทศไทย โดยลูกค้าสามารถใช้บริการสถานีชาร์จรถไฟฟ้าได้ที่ โลตัสไฮเปอร์มาร์เก็ต 100 สาขา ทั้งในกรุงเทพและหัวเมืองท่องเที่ยว และจะเดินหน้าขยายการเปิดให้บริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในสาขาโลตัสทั่วไทยในอนาคต เพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด และลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23535 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/L3.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>สำหรับลูกค้าที่มีสติกเกอร์ ‘รถคันนี้#ลดฝุ่น’ สามารถรับสิทธิ์เพิ่มเวลาจอดรถฟรี ได้ที่ โลตัสไฮเปอร์มาร์เก็ต ทั้ง 10 สาขา ดังนี้</p>
<p>1. โลตัส สาขา ลาดพร้าว<br />
2. โลตัส สาขา พระราม1<br />
3. โลตัส สาขา ประชาชื่น<br />
4. โลตัส สาขา พระราม2<br />
5. โลตัส สาขา บางแค<br />
6. โลตัส สาขา พระราม4<br />
7. โลตัส สาขา สุขุมวิท50<br />
8. โลตัส สาขา พระราม3<br />
9. โลตัส สาขา บางกะปิ<br />
10. โลตัส สาขา มีนบุรี</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/lotus-join-bma-to-reduce-pm25-reduce-campaign/">โลตัส ร่วมกับ กทม. สนับสนุนแคมเปญลดฝุ่น PM 2.5 “รถคันนี้ลดฝุ่น” เพียงโชว์สติกเกอร์ รับสิทธิ์เพิ่มเวลาจอดรถฟรี ที่ห้างโลตัส 10 สาขา ในกรุงเทพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีพี &#8211; ซีพีเอฟ ประกาศความสำเร็จ ไม่รับซื้อข้าวโพดจากพื้นที่รุกป่า และผลผลิตที่มาจากการเผาในไทยและเมียนมาได้แล้ว 100% เร่งขยายผลในลาวและเวียดนาม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/03/cp-and-cpf-expand-corn-traceability-system/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Mar 2023 04:27:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[“เกษตรกรพึ่งตน ข้าวโพดยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[Corn Traceability]]></category>
		<category><![CDATA[Feed Ingredients Trading Business Group]]></category>
		<category><![CDATA[FIT]]></category>
		<category><![CDATA[For Farm]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวโพด]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี เมียนมา]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพีเอฟ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[​ระบบตรวจสอบย้อนกลับ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[เครือเจริญโภคภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[แอปพลิเคชั่น ฟ ฟาร์ม]]></category>
		<category><![CDATA[ไพศาล เครือวงศ์วานิช]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17712</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ (Feed Ingredients Trading Business Group : FIT) เครือเจริญโภคภัณฑ์ และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ นำ​เทคโนโลยี​ระบบตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งเพาะปลูก​ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (corn traceability) สอดคล้องกับมาตรฐานสากลมาใช้ สร้างหลักประกัน​การจัดหาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปราศจากการบุกรุกป่าและไม่เผา  ซึ่งดำเนินการอย่างเป็นระบบและประสบความสำเร็จอย่างดีในประเทศไทย และยังได้ส่งเสริมประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีการเพาะปลูกข้าวโพดจำนวนมาก นำระบบดังกล่าวไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ​ เช่น เมียนมา สปป.ลาว และเวียดนาม   คุณไพศาล เครือวงศ์วานิช ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ ในฐานะเป็นผู้จัดหาสินค้าเกษตรที่เป็นวัตถุดิบหลักทางการเกษตรของเครือซีพี  กล่าวว่า ซีพีและซีพีเอฟให้ความสำคัญกับการสร้างห่วงโซ่การผลิตอาหารที่ยั่งยืน และสนับสนุนการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน โดยมุ่งมั่นจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งปลูกที่ปราศจากการบุกรุกพื้นที่ป่าอย่างต่อเนื่อง ตามแนวทาง “ไม่เขา ไม่เผา เราซื้อ” ตลอดจนได้พัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (Corn Traceability)  ซึ่งนำมาใช้ในกิจการประเทศไทยตั้งแต่ปี 2560 และสามารถตรวจสอบถึงแหล่งปลูกที่มีเอกสารสิทธิ์ได้ 100%  กลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ ร่วมกับ ซีพี เมียนมา ซึ่ง​เป็น​บริษัทในเครือซีพี ได้นำระบบตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไปใช้ในการรับซื้อผลผลิตข้าวโพดในเขตประเทศเมียนมาตั้งแต่ ปี 2563 เป็นต้นมา ปัจจุบัน ข้าวโพดที่บริษัทจัดหาในเมียนมาทั้งหมด ได้รับการตรวจสอบย้อนกลับว่าได้มาจากพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง โดยเกษตรกรร่วมลงทะเบียนเอกสารสิทธิ์ที่ถูกต้อง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/03/cp-and-cpf-expand-corn-traceability-system/">ซีพี &#8211; ซีพีเอฟ ประกาศความสำเร็จ ไม่รับซื้อข้าวโพดจากพื้นที่รุกป่า และผลผลิตที่มาจากการเผาในไทยและเมียนมาได้แล้ว 100% เร่งขยายผลในลาวและเวียดนาม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="x_x_x_x_x_x_x_x_MsoNormal"><span class="x_x_x_x_x_x_x_x_ContentPasted0" lang="TH">กลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ (</span><span class="x_x_x_x_x_x_x_x_ContentPasted0">Feed Ingredients Trading Business Group : FIT) <span class="x_x_x_x_x_x_x_x_ContentPasted0" lang="TH">เครือเจริญโภคภัณฑ์ และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ นำ​เทคโนโลยี​ระบบตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งเพาะปลูก​ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (</span>corn traceability) <span class="x_x_x_x_x_x_x_x_ContentPasted0" lang="TH">สอดคล้องกับมาตรฐานสากลมาใช้ สร้างหลักประกัน​การจัดหาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปราศจากการบุกรุกป่าและไม่เผา </span></span></p>
<p><span id="more-17712"></span></p>
<p class="x_x_x_x_x_x_x_x_MsoNormal"><span class="x_x_x_x_x_x_x_x_ContentPasted0"><span class="x_x_x_x_x_x_x_x_ContentPasted0" lang="TH"> ซึ่งดำเนินการอย่างเป็นระบบและประสบความสำเร็จอย่างดีในประเทศไทย และยังได้ส่งเสริมประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีการเพาะปลูกข้าวโพดจำนวนมาก นำระบบดังกล่าวไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ​ เช่น เมียนมา สปป.ลาว และเวียดนาม </span> </span></p>
<p class="x_x_x_x_x_x_x_x_MsoNormal"><b><span class="x_x_x_x_x_x_x_x_ContentPasted0" lang="TH">คุณไพศาล เครือวงศ์วานิช</span></b><span class="x_x_x_x_x_x_x_x_ContentPasted0" lang="TH"> ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ ในฐานะเป็นผู้จัดหาสินค้าเกษตรที่เป็นวัตถุดิบหลักทางการเกษตรของเครือซีพี <span class="x_x_x_x_x_x_x_x_ContentPasted0"> </span>กล่าวว่า ซีพีและซีพีเอฟให้ความสำคัญกับการสร้างห่วงโซ่การผลิตอาหารที่ยั่งยืน และสนับสนุนการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน โดยมุ่งมั่นจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งปลูกที่ปราศจากการบุกรุกพื้นที่ป่าอย่างต่อเนื่อง ตามแนวทาง </span><span class="x_x_x_x_x_x_x_x_ContentPasted0"><strong>“<span class="x_x_x_x_x_x_x_x_ContentPasted0" lang="TH">ไม่เขา ไม่เผา เราซื้อ</span>”</strong> <span class="x_x_x_x_x_x_x_x_ContentPasted0" lang="TH">ตลอดจนได้พัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (</span>Corn Traceability) <span class="x_x_x_x_x_x_x_x_ContentPasted0" lang="TH"> ซึ่งนำมาใช้ในกิจการประเทศไทยตั้งแต่ปี 2560 และสามารถตรวจสอบถึงแหล่งปลูกที่มีเอกสารสิทธิ์ได้ 100%</span> </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17715 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Corn-Cpf2-.jpg" alt="" width="1200" height="877" /></p>
<p class="x_x_x_x_x_x_x_x_MsoNormal"><span class="x_x_x_x_x_x_x_x_ContentPasted0" lang="TH">กลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ ร่วมกับ ซีพี เมียนมา ซึ่ง​เป็น​บริษัทในเครือซีพี ได้นำระบบตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไปใช้ในการรับซื้อผลผลิตข้าวโพดในเขตประเทศเมียนมาตั้งแต่ ปี 2563 เป็นต้นมา ปัจจุบัน ข้าวโพดที่บริษัทจัดหาในเมียนมาทั้งหมด ได้รับการตรวจสอบย้อนกลับว่าได้มาจากพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง โดยเกษตรกรร่วมลงทะเบียนเอกสารสิทธิ์ที่ถูกต้อง พร้อมพิกัดดาวเทียมจีพีเอสของพื้นที่มาใช้เพื่อยืนยัน​ว่าเป็นข้าวโพดที่มีแหล่งที่มาไม่บุกรุกพื้นที่ป่าได้ 100%</span></p>
<p class="x_x_x_x_x_x_x_x_MsoNormal"><span class="x_x_x_x_x_x_x_x_ContentPasted0" lang="TH">“ความมุ่งมั่นในการจัดหาวัตถุดิบหลักทางการเกษตรด้วยความรับผิดชอบ ตามนโยบายการจัดหายั่งยืนของซีพีเอฟ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคตลอดห่วงโซ่อุปทานอาหาร และยังเป็นการสนับสนุนเกษตรกรเพาะปลูกบนพื้นที่ปลูกถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมทั้งส่งเสริมคู่ค้าธุรกิจ มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และดูแลผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ และร่วมจัดการปัญหาหมอกควันอย่างยั่งยืน” นายไพศาลกล่าว </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17717 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Corn-CPF4.jpg" alt="" width="1200" height="883" /></p>
<p class="x_x_x_x_x_x_x_x_MsoNormal"><span class="x_x_x_x_x_x_x_x_ContentPasted0" lang="TH">สำหรับการจัดหาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้กับโรงงานอาหารสัตว์ในประเทศไทย เกษตรกรสามารถลงทะเบียนและยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชั่น </span><span class="x_x_x_x_x_x_x_x_ContentPasted0" lang="TH">ฟ ฟาร์ม (</span><span class="x_x_x_x_x_x_x_x_ContentPasted0">For Farm) </span><span class="x_x_x_x_x_x_x_x_ContentPasted0" lang="TH"><span class="x_x_x_x_x_x_x_x_ContentPasted0"> </span>พร้อมยังยกระดับความเชื่อมั่นในระบบตรวจสอบย้อนกลับ โดยนำเทคโนโลยีบล็อกเชน (</span><span class="x_x_x_x_x_x_x_x_ContentPasted0">Blockchain Traceability) <span class="x_x_x_x_x_x_x_x_ContentPasted0" lang="TH">ที่เพิ่มความโปร่งใสและความเชื่อมั่นในระบบตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในกิจการประเทศไทยที่เชื่อมโยงตั้งแต่แปลงเพาะปลูกถึงโรงงานอาหารสัตว์ เป็นหลักการที่บริษัทปฏิบัติอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด ตลอดจนสอดคลัองกับนโยบายการค้าโลกในการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม </span> </span></p>
<p class="x_x_x_x_x_x_x_x_MsoNormal"><span class="x_x_x_x_x_x_x_x_ContentPasted0" lang="TH">ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังพัฒนาศักยภาพเกษตรกรผู้ปลูก เพื่อสร้างห่วงโซ่การผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รวมถึงแก้ปัญหาฝุ่นละออง </span><span class="x_x_x_x_x_x_x_x_ContentPasted0">PM 2.5<span class="x_x_x_x_x_x_x_x_ContentPasted0" lang="TH"> ที่ยั่งยืน โดยริเริ่มจัดทำโครงการ <strong>“เกษตรกรพึ่งตน ข้าวโพดยั่งยืน</strong>” ตั้งแต่ปี 2559 เพื่อแบ่งปันองค์ความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีให้เกษตรกรที่เพาะปลูกในพื้นที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องในประเทศไทย เพิ่มผลผลิตและลดต้นทุน ส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งมีแนวปฏิบัติในการเพาะปลูกที่ปลอดการเผา และตั้งจุดรับซื้อพิเศษ</span></span><span class="x_x_x_x_x_x_x_x_ContentPasted0" lang="TH">ที่ใกล้กับพื้นที่ปลูกของเกษตรกร เพื่อลดจำนวนเที่ยวรถขนส่งข้าวโพดไปโรงงาน และฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นจากการขนส่งผลผลิต</span><span class="x_x_x_x_x_x_x_x_ContentPasted0">  <span class="x_x_x_x_x_x_x_x_ContentPasted0" lang="TH">พร้อมทั้งลงพื้นที่ถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกร </span> </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17714 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Corn-CPF1.jpg" alt="" width="1200" height="899" /></p>
<p class="x_x_x_x_x_x_x_x_MsoNormal"><span class="x_x_x_x_x_x_x_x_ContentPasted0" lang="TH">นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้นำระบบถ่ายภาพทางดาวเทียมช่วยวิเคราะห์จุดที่ยังมีการเผาหลังเก็บเกี่ยวเพื่อให้เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ลงไปแนะนำเกษตรกรลด ละ เลิกการเผาตอซัง เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นละอองจากการเพาะปลูกที่ยั่งยืน</span><span class="x_x_x_x_x_x_x_x_ContentPasted0" lang="TH"> พร้อมยังอำนวยความสะดวกให้เกษตรกรเข้าถึงความรู้ได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ และแอปพลิเคชั่น ฟ.ฟาร์ม</span><span class="x_x_x_x_x_x_x_x_ContentPasted0" lang="TH"> สอดคล้องตามที่บริษัทฯ ได้ประกาศนโยบายการจัดหาอย่างยั่งยืน และความมุ่งมั่นต่อต้านการตัดไม้ทำลาย และปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อสร้างห่วงโซ่ผลิตอาหารที่ยั่งยืน และยกระดับความเชื่อมั่นของคู่ค้าและผู้บริโภคทั่วโลก</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/03/cp-and-cpf-expand-corn-traceability-system/">ซีพี &#8211; ซีพีเอฟ ประกาศความสำเร็จ ไม่รับซื้อข้าวโพดจากพื้นที่รุกป่า และผลผลิตที่มาจากการเผาในไทยและเมียนมาได้แล้ว 100% เร่งขยายผลในลาวและเวียดนาม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>OR ร่วมแก้วิกฤติฝุ่น PM 2.5 จำหน่ายน้ำมันกำมะถันต่ำสูตรพิเศษที่ พีทีที สเตชั่น กว่า 400 แห่ง และเชิญชวนประชาชนตรวจเช็คเครื่องยนต์ที่ ฟิต ออโต้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/02/or-participate-solve-problem-the-nano-dust/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Feb 2023 04:36:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[FIT Auto]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[OR]]></category>
		<category><![CDATA[OR ร่วมแก้วิกฤติฝุ่น PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[PTT Station]]></category>
		<category><![CDATA[ดิษทัต ปันยารชุน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[พีทีที สเตชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์บริการยานยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์บริการยานยนต์ ฟิต ออโต้]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีบริการ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17144</guid>

					<description><![CDATA[<p>พีทีที สเตชั่น และ ฟิต ออโต้ ร่วมป้องกันและควบคุมปัญหามลพิษฝุ่นละออง PM 2.5 ด้วยน้ำมันดีเซลหมุนเร็วสูตรพิเศษกำมะถันต่ำเฉลี่ยประมาณ 10 PPM และโปรโมชั่น “FIT Auto TUNE UP” ที่จะช่วยลดการปล่อยไอเสียและฝุ่นละอองขนาดเล็ก จนถึงเดือน เม.ย. 66 นี้ นายดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนนั้น OR ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว และในฐานะผู้บริหารแบรนด์สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น (PTT Station) ซึ่งเป็นผู้นำการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง OR จึงได้ร่วมมือกับ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC โดย GC กลั่นน้ำมันดีเซลหมุนเร็วที่มีค่ากำมะถันต่ำเฉลี่ยประมาณ 10 PPM ซึ่งต่ำกว่าค่าที่กฎหมายกำหนด (50 PPM) ถึงประมาณ 5 เท่า และ OR นำมาผลิตเป็นน้ำมันดีเซลหมุนเร็วสูตรพิเศษสำหรับน้ำมันกลุ่มดีเซลทุกประเภทที่จำหน่ายที่สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก รวมกว่า 400 สถานี รวมทั้งจำหน่ายให้กลุ่มลูกค้าโรงงานอุตสาหกรรมหน่วยงานราชการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/02/or-participate-solve-problem-the-nano-dust/">OR ร่วมแก้วิกฤติฝุ่น PM 2.5 จำหน่ายน้ำมันกำมะถันต่ำสูตรพิเศษที่ พีทีที สเตชั่น กว่า 400 แห่ง และเชิญชวนประชาชนตรวจเช็คเครื่องยนต์ที่ ฟิต ออโต้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="x_MsoNormal"><i><span lang="TH">พีทีที สเตชั่น และ ฟิต ออโต้ ร่วมป้องกันและควบคุมปัญหามลพิษฝุ่นละออง </span></i><i>PM 2<span lang="TH">.</span>5 <span lang="TH">ด้วยน้ำมันดีเซลหมุนเร็วสูตรพิเศษกำมะถันต่ำเฉลี่ยประมาณ 10 </span>PPM <span lang="TH">และโปรโมชั่น “</span>FIT Auto TUNE UP<span lang="TH">” ที่จะช่วยลดการปล่อยไอเสียและฝุ่นละอองขนาดเล็ก จนถึงเดือน เม.ย. </span>66 <span lang="TH">นี้</span></i><span id="more-17144"></span></p>
<p class="x_MsoNormal"><b><span lang="TH">นายดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)</span></b><span lang="TH"> หรือ </span><b>OR</b><span lang="TH"> เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก </span>PM 2<span lang="TH">.</span>5 <span lang="TH">ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนนั้น </span>OR <span lang="TH">ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว และในฐานะผู้บริหารแบรนด์สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น (</span>PTT Station<span lang="TH">) ซึ่งเป็นผู้นำการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง </span>OR<span lang="TH"> จึงได้ร่วมมือกับ <strong>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ </span>GC<span lang="TH"> โดย </span>GC<span lang="TH"> กลั่นน้ำมันดีเซลหมุนเร็วที่มีค่ากำมะถันต่ำเฉลี่ยประมาณ 10 </span>PPM <span lang="TH">ซึ่งต่ำกว่าค่าที่กฎหมายกำหนด (50 </span>PPM<span lang="TH">) ถึงประมาณ 5 เท่า และ</span> OR <span lang="TH">นำมาผลิตเป็นน้ำมันดีเซลหมุนเร็วสูตรพิเศษสำหรับน้ำมันกลุ่มดีเซลทุกประเภทที่จำหน่ายที่สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก รวมกว่า 400 สถานี</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17146 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/OR1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH"> รวมทั้งจำหน่ายให้กลุ่มลูกค้าโรงงานอุตสาหกรรมหน่วยงานราชการ โดยมีปริมาณการจ่ายประมาณ 40 ล้านลิตรต่อเดือน ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา จนถึงเดือนเมษายน 2566 อีกทั้งยังส่งเสริมการจำหน่ายน้ำมันพรีเมียม ดีเซล (มาตรฐานยูโร 5) โดยจำหน่ายน้ำมัน </span>Super Power Diesel B7<span lang="TH"> ซึ่งเป็นน้ำมันเกรดพรีเมียมสูตรที่ดีที่สุดจาก พีทีที สเตชั่น มีกำมะถันต่ำ และมีคุณสมบัติต่างจากน้ำมันสูตรมาตรฐานคือ แรง และคุ้มค่ากว่า ปัจจุบันมีจำหน่ายใน พีทีที สเตชั่น กว่า </span>1,300 <span lang="TH">สถานีทั่วประเทศ</span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">นอกจากนี้ <strong>ศูนย์บริการยานยนต์ ฟิต ออโต้ (</strong></span><strong>FIT Auto</strong><span lang="TH"><strong>)</strong> ยังจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อช่วยลดการปล่อยไอเสียและลดการปล่อยฝุ่นละอองขนาดเล็ก </span>PM 2<span lang="TH">.</span>5 <span lang="TH">“</span>FIT Auto TUNE UP<span lang="TH">” เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนนำรถยนต์เข้าตรวจเช็ก </span>35 <span lang="TH">รายการก่อนการเดินทาง เติมลมยางไนโตรเจนเพื่อลดการบวมของยาง และเช็ดฆ่าเชื้อ </span>Covid<span lang="TH">&#8211;</span>19 <span lang="TH">ฟรี!</span>  <span lang="TH">พร้อมรับส่วนลดสินค้าและบริการต่างๆ ตั้งแต่วันที่ </span>1 <span lang="TH">ธันวาคม </span>2565 <span lang="TH">&#8211; </span>30 <span lang="TH">เมษายน </span>2566 <span lang="TH">สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.</span>1365 Contact Center</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/02/or-participate-solve-problem-the-nano-dust/">OR ร่วมแก้วิกฤติฝุ่น PM 2.5 จำหน่ายน้ำมันกำมะถันต่ำสูตรพิเศษที่ พีทีที สเตชั่น กว่า 400 แห่ง และเชิญชวนประชาชนตรวจเช็คเครื่องยนต์ที่ ฟิต ออโต้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
