<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พนักงาน &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 16 Sep 2026 10:35:21 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.8</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>พนักงาน &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ไบเออร์สด๊อรฟ ประเทศไทย คว้า Great Place to Work® Certification 2026 ตอกย้ำวัฒนธรรมองค์กรแห่งความไว้วางใจ พร้อมเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/09/beiersdorf-great-place-to-work-certification-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Sep 2026 10:35:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Beiersdorf]]></category>
		<category><![CDATA[Care Beyond Skin]]></category>
		<category><![CDATA[Win with Care]]></category>
		<category><![CDATA[Winning with Our People]]></category>
		<category><![CDATA[Workplace]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[วราพร ลิขิตจรรยากุล]]></category>
		<category><![CDATA[ไบเออร์สด๊อรฟ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=44302</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลผิวระดับโลก นีเวีย (NIVEA) และยูเซอริน (Eucerin) ได้รับการรับรองเป็นสถานที่ทำงานยอดเยี่ยมแห่งปี Great Place to Work® ประจำปี 2026 สะท้อนความเชื่อมั่นของพนักงานที่มีต่อองค์กร ตลอดจนความมุ่งมั่นในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปิดกว้าง ให้ความสำคัญกับความไว้วางใจ การยอมรับความแตกต่าง และการเปิดโอกาสให้พนักงานได้พัฒนาและเติบโตไปพร้อมกับองค์กร การรับรองดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดสำคัญของไบเออร์สด๊อรฟ “Care Changes Everything” ที่มองว่า “การดูแล” ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อดูแลผิวของผู้บริโภค แต่ยังครอบคลุมถึงการดูแลพนักงาน คู่ค้า ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจระดับโลก “Care Beyond Skin” Great Place to Work® เป็นองค์กรระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญด้านการประเมินวัฒนธรรมองค์กรและประสบการณ์ของพนักงานมากกว่า 40 ปี และเป็นที่รู้จักในระดับสากลจากการจัดอันดับองค์กรชั้นนำ อาทิ Fortune 100 Best Companies to Work For® หัวใจสำคัญของการได้รับการรับรองเป็น Great [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/beiersdorf-great-place-to-work-certification-2026/">ไบเออร์สด๊อรฟ ประเทศไทย คว้า Great Place to Work® Certification 2026 ตอกย้ำวัฒนธรรมองค์กรแห่งความไว้วางใจ พร้อมเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลผิวระดับโลก นีเวีย (NIVEA) และยูเซอริน (Eucerin) ได้รับการรับรองเป็นสถานที่ทำงานยอดเยี่ยมแห่งปี <strong>Great Place to Work® ประจำปี 2026</strong> สะท้อนความเชื่อมั่นของพนักงานที่มีต่อองค์กร ตลอดจนความมุ่งมั่นในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปิดกว้าง ให้ความสำคัญกับความไว้วางใจ การยอมรับความแตกต่าง และการเปิดโอกาสให้พนักงานได้พัฒนาและเติบโตไปพร้อมกับองค์กร</p>
<p><span id="more-44302"></span></p>
<p>การรับรองดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดสำคัญของไบเออร์สด๊อรฟ “Care Changes Everything” ที่มองว่า “การดูแล” ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อดูแลผิวของผู้บริโภค แต่ยังครอบคลุมถึงการดูแลพนักงาน คู่ค้า ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจระดับโลก<strong> “Care Beyond Skin”</strong></p>
<p>Great Place to Work® เป็นองค์กรระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญด้านการประเมินวัฒนธรรมองค์กรและประสบการณ์ของพนักงานมากกว่า 40 ปี และเป็นที่รู้จักในระดับสากลจากการจัดอันดับองค์กรชั้นนำ อาทิ Fortune 100 Best Companies to Work For® หัวใจสำคัญของการได้รับการรับรองเป็น Great Place to Work® คือ การประเมินจากเสียงของพนักงานโดยตรง ผ่าน Trust Index© Survey ซึ่งครอบคลุมประสบการณ์การทำงานในหลายมิติ ทั้งความน่าเชื่อถือของผู้นำ การได้รับความเคารพและการสนับสนุน ความเป็นธรรม ความภาคภูมิใจในงาน รวมถึงความสัมพันธ์และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของทีม การได้รับการรับรองในปีนี้จึงเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความผูกพันของพนักงานที่มีต่อไบเออร์สด๊อรฟ ประเทศไทย รวมถึงวัฒนธรรมการทำงานที่ทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างขึ้นร่วมกัน</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44304 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/S__111255588.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณวราพร ลิขิตจรรยากุล</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การได้รับการรับรอง Great Place to Work® 2026 เป็นความภาคภูมิใจของพวกเราทุกคน เพราะสำหรับไบเออร์สด๊อรฟ ความสำเร็จขององค์กรเริ่มต้นจากคน เราเชื่อว่าพนักงานจะสามารถสร้างผลงานที่ดีที่สุดได้ เมื่อพวกเขารู้สึกได้รับความไว้วางใจ ได้รับการดูแล มีพื้นที่ในการแสดงความคิดเห็น และมองเห็นโอกาสในการเติบโตของตัวเอง สำหรับเรา Care จึงไม่ใช่เพียงคุณค่าที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ แต่เป็นวิธีคิดที่อยู่ในทุกมิติของการทำงาน ตั้งแต่วิธีที่เราทำงานร่วมกัน ไปจนถึงการสร้างคุณค่าให้กับผู้บริโภค สังคม และสิ่งแวดล้อม เราจะเดินหน้าสร้างองค์กรที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่ กล้าคิด กล้าลงมือทำ และเติบโตไปพร้อมกับองค์กรอย่างยั่งยืน”</p>
<p>สำหรับไบเออร์สด๊อรฟ ประเทศไทย แนวทางการดูแลและพัฒนาพนักงานครอบคลุม 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การส่งเสริมสุขภาวะและความยืดหยุ่นในการทำงาน การสนับสนุนให้พนักงานสามารถสร้างสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน ผ่านแนวทางการทำงานที่ยืดหยุ่น และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาวะของตนเองและครอบครัว</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-44303 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/S__111255586.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>ภายใต้กลยุทธ์ระดับโลก Win with Care ไบเออร์สด๊อรฟมุ่งสร้างการเติบโตทางธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อผู้คนและสังคม โดยหนึ่งในหัวใจสำคัญคือ Winning with Our People ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพพนักงาน การสร้างวัฒนธรรมแห่งความไว้วางใจ และการทำงานร่วมกันบนพื้นฐานของความหลากหลายและการยอมรับซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างองค์กรที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและเติบโตในอนาคต</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/beiersdorf-great-place-to-work-certification-2026/">ไบเออร์สด๊อรฟ ประเทศไทย คว้า Great Place to Work® Certification 2026 ตอกย้ำวัฒนธรรมองค์กรแห่งความไว้วางใจ พร้อมเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>NEO ดีไซน์ความสุขคนทำงาน ด้วยแนวคิด Workplace Well-Being เดินหน้าโรงงานสีเขียวอัจฉริยะ ปลูกฝังค่านิยมสร้างนวัตกรรมสินค้าคุณภาพสู่ผู้บริโภค</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/07/neo-workplace-well-being/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Jul 2026 18:28:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[NEO]]></category>
		<category><![CDATA[NEO Care Space]]></category>
		<category><![CDATA[Neo Corporate]]></category>
		<category><![CDATA[People-Driven Organization]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Factory]]></category>
		<category><![CDATA[Well being]]></category>
		<category><![CDATA[Well-Being Organizations]]></category>
		<category><![CDATA[Workplace Well-Being]]></category>
		<category><![CDATA[ณิศรา ถกลศรี]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บุคลากร]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42972</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายคนอาจคิดว่า &#8220;คุณภาพสินค้า&#8221; เริ่มต้นจากวัตถุดิบที่ดีและเทคโนโลยีการผลิตเพียงเท่านั้น แต่สำหรับ บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) หรือ NEO เราเชื่อว่าคุณภาพของสินค้าเริ่มต้นจาก &#8220;ความสุขของผู้ร่วมงาน&#8221; ที่อยู่เบื้องหลังสายการผลิต ในวันที่หลายองค์กรแข่งขันกันด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม อีกหนึ่งปัจจัยที่กำลังได้รับความสนใจไม่แพ้กัน คือการลงทุนกับ &#8220;คุณภาพชีวิตของคนทำงาน&#8221; เพราะหลายผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า Workplace Well-Being ไม่เพียงส่งผลต่อความสุขของผู้ร่วมงาน แต่ยังเชื่อมโยงกับประสิทธิภาพการทำงาน ความคิดสร้างสรรค์ และการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว แนวคิดดังกล่าวกำลังถูกนำมาปรับใช้ในหลายองค์กรทั่วโลก รวมถึง NEO ในฐานะผู้นำนวัตกรรมสินค้าอุปโภคของไทย ด้วยความเชื่อว่า &#8220;ความสุขของผู้ร่วมงานคือจุดเริ่มต้นของสินค้าที่ดี&#8221; จึงให้ความสำคัญกับการสร้าง Workplace Well-Being เพื่อให้บุคลากรทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมส่งต่อความใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิตไปยังผู้บริโภค นางสาวณิศรา ถกลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายปฏิบัติการ บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “Well-Being เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน เพราะเมื่อผู้ร่วมงานมีสุขภาพกายและใจที่ดี ย่อมมีแรงบันดาลใจในการทำงาน เกิดความคิดสร้างสรรค์ และใส่ใจในรายละเอียดมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดสะท้อนออกมาเป็นคุณภาพของสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคได้รับ” &#8220;ความสุขของผู้ร่วมงาน ไม่ได้เป็นเพียงเป้าหมายด้านทรัพยากรบุคคล แต่เป็นรากฐานสำคัญของการสร้างนวัตกรรมและมาตรฐานการผลิต [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/neo-workplace-well-being/">NEO ดีไซน์ความสุขคนทำงาน ด้วยแนวคิด Workplace Well-Being เดินหน้าโรงงานสีเขียวอัจฉริยะ ปลูกฝังค่านิยมสร้างนวัตกรรมสินค้าคุณภาพสู่ผู้บริโภค</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลายคนอาจคิดว่า &#8220;คุณภาพสินค้า&#8221; เริ่มต้นจากวัตถุดิบที่ดีและเทคโนโลยีการผลิตเพียงเท่านั้น แต่สำหรับ บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) หรือ NEO เราเชื่อว่าคุณภาพของสินค้าเริ่มต้นจาก &#8220;ความสุขของผู้ร่วมงาน&#8221; ที่อยู่เบื้องหลังสายการผลิต</p>
<p><span id="more-42972"></span></p>
<p>ในวันที่หลายองค์กรแข่งขันกันด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม อีกหนึ่งปัจจัยที่กำลังได้รับความสนใจไม่แพ้กัน คือการลงทุนกับ <strong>&#8220;คุณภาพชีวิตของคนทำงาน&#8221;</strong> เพราะหลายผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า Workplace Well-Being ไม่เพียงส่งผลต่อความสุขของผู้ร่วมงาน แต่ยังเชื่อมโยงกับประสิทธิภาพการทำงาน ความคิดสร้างสรรค์ และการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว</p>
<p>แนวคิดดังกล่าวกำลังถูกนำมาปรับใช้ในหลายองค์กรทั่วโลก รวมถึง <strong>NEO</strong> ในฐานะผู้นำนวัตกรรมสินค้าอุปโภคของไทย ด้วยความเชื่อว่า <strong>&#8220;ความสุขของผู้ร่วมงานคือจุดเริ่มต้นของสินค้าที่ดี&#8221;</strong> จึงให้ความสำคัญกับการสร้าง Workplace Well-Being เพื่อให้บุคลากรทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมส่งต่อความใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิตไปยังผู้บริโภค</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42980 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/LINE_20260708_234621.jpg" alt="" width="1200" height="734" /></p>
<p><strong>นางสาวณิศรา ถกลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายปฏิบัติการ บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า “Well-Being เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน เพราะเมื่อผู้ร่วมงานมีสุขภาพกายและใจที่ดี ย่อมมีแรงบันดาลใจในการทำงาน เกิดความคิดสร้างสรรค์ และใส่ใจในรายละเอียดมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดสะท้อนออกมาเป็นคุณภาพของสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคได้รับ”</p>
<p><em>&#8220;ความสุขของผู้ร่วมงาน ไม่ได้เป็นเพียงเป้าหมายด้านทรัพยากรบุคคล แต่เป็นรากฐานสำคัญของการสร้างนวัตกรรมและมาตรฐานการผลิต เพราะเมื่อคนทำงานอย่างมีความสุข ความใส่ใจในทุกขั้นตอนก็จะถูกส่งต่อไปยังสินค้าทุกชิ้น&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42974 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/LINE_20260708_234543.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>แนวคิดดังกล่าวถูกถ่ายทอดออกมาเป็นรูปธรรม ทั้งที่สำนักงานใหญ่ NEO Corporate และที่โรงงาน NEO Factory ผ่านการออกแบบสถานที่ทำงานที่คำนึงถึงคุณภาพชีวิตของผู้ร่วมงานในทุกมิติ ยกตัวอย่างเช่น อาคารโรงงานผลิตสินค้า Personal Care หลังใหม่ของ NEO ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยกว่า 45,000 ตร.ม. ถูกออกแบบให้มีพื้นที่เปิดโล่งและมี Courtyard หรือลานปลูกต้นไม้กลางอาคารที่เปิดรับแสงธรรมชาติ สร้างบรรยากาศการทำงานที่ผ่อนคลายและลดการใช้พลังงานในเวลากลางวัน  พร้อมจัดโซนพื้นที่นั่งพักผ่อนที่มองเห็นธรรมชาติ เพื่อให้บุคลากรได้ Recharge ระหว่างวัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42978 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/LINE_20260708_234604.jpg" alt="" width="1200" height="673" /></p>
<p>ขณะเดียวกัน NEO ยังนำเทคโนโลยี Smart Factory และแนวคิด Industry 4.0 เข้ามาพัฒนากระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (Automation &amp; Robotics) เข้ามาช่วยในขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนหรือต้องใช้แรงงานหนักเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต นอกจากนี้ เรายังจัดให้มี <strong>NEO Care Space</strong> พื้นที่ส่วนกลางสุดสร้างสรรค์ที่มอบแรงบันดาลใจ สำหรับการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนไอเดีย และทำ Workshop สะท้อนแนวคิดการลงทุนกับคนควบคู่กับการลงทุนด้านเทคโนโลยี เพราะเราเชื่อว่า &#8220;โรงงานอัจฉริยะ&#8221; จะสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อ &#8220;คน&#8221; เติบโตไปพร้อมกับนวัตกรรม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42975 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/LINE_20260708_234625.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของ NEO คือการมุ่งสู่การเป็น People-Driven Organization ผ่านการปลูกฝัง DNA ขององค์กร 4 ด้าน ได้แก่ <strong>Passion, Innovation, Insightful</strong> และ <strong>Resourceful</strong> เพื่อส่งเสริมให้ผู้ร่วมงานกล้าคิด กล้าสร้างสรรค์ เข้าใจผู้บริโภค และพร้อมพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง สำหรับ NEO การสร้าง Workplace Well-Being เป็นการสร้างระบบนิเวศการทำงานที่ช่วยให้คน เทคโนโลยี และวัฒนธรรมองค์กรเติบโตไปพร้อมกัน เพราะเราเชื่อว่าเมื่อผู้ร่วมงานได้รับการสนับสนุนให้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพ ความภาคภูมิใจและความรับผิดชอบจะเกิดขึ้นจากภายใน ซึ่งสะท้อนออกมาเป็นความใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอน ส่งผลถึงคุณภาพของสินค้าที่ผู้บริโภคสัมผัสได้ในทุกวัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42977 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/LINE_20260708_234636.jpg" alt="" width="1200" height="673" /></p>
<p>จากความมุ่งมั่นในการดูแลเอาใจใส่บุคลากรในทุกมิติ ทำให้บริษัทได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่างน่าภาคภูมิใจ อาทิ การได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ <strong>Well-Being Organizations Awards </strong><strong>2025 ระดับ </strong><strong>Gold</strong> จาก PMAT นอกจากนี้ยังได้รับ 2 รางวัลจากเวที HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2025 ได้แก่ รางวัล Best Company to Work For in Asia (GOLD WINNER) สุดยอดองค์กรที่น่าทำงานด้วยมากที่สุดในเอเชีย เป็นปีที่ 6 และรางวัล Most Caring Company ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 พร้อมด้วยรางวัลด้านการบริหารงานบุคคลและองค์กรดีเด่นอีกหลายรายการ</p>
<p><em> </em><em>“สำหรับ </em><em>NEO </em><em>การดูแลผู้ร่วมงานไม่ใช่เพียงการสร้างองค์กรที่น่าทำงาน แต่คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เรียนรู้ เติบโต และพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างต่อเนื่อง เพราะเราเชื่อว่า เมื่อคนเติบโต องค์กรก็จะเติบโต และสามารถส่งต่อสิ่งที่ดีที่สุดไปยังผู้บริโภคได้อย่างยั่งยืน”</em> <strong>นางสาวณิศรา กล่าวสรุป</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42976 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/LINE_20260708_234601.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/neo-workplace-well-being/">NEO ดีไซน์ความสุขคนทำงาน ด้วยแนวคิด Workplace Well-Being เดินหน้าโรงงานสีเขียวอัจฉริยะ ปลูกฝังค่านิยมสร้างนวัตกรรมสินค้าคุณภาพสู่ผู้บริโภค</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CRG สานต่อโครงการ “เพาะต้นกล้าเพื่ออนาคต” มอบทุนการศึกษาแก่พนักงานและบุตร 126 ทุน มูลค่ากว่า 8 แสนบาท  สะท้อนแนวคิด CARE for People &#038; Partner เดินหน้าสร้างองค์กรที่เติบโตเคียงข้างพนักงาน และครอบครัวอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/crg-scholarship-for-employee-children/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Jun 2026 08:56:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Belonging]]></category>
		<category><![CDATA[CARE for People & Partner]]></category>
		<category><![CDATA[CRG]]></category>
		<category><![CDATA[DEI&B]]></category>
		<category><![CDATA[Diversity]]></category>
		<category><![CDATA[Employee Engagement]]></category>
		<category><![CDATA[Equity]]></category>
		<category><![CDATA[Inclusion ​]]></category>
		<category><![CDATA[จารุวรรณ งามพิสุทธิ์ไพศาล]]></category>
		<category><![CDATA[ซีอาร์จี]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[เพาะต้นกล้าเพื่ออนาคต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42387</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) จัดโครงการ “เพาะต้นกล้าเพื่ออนาคต” ประจำปี 2569 เพื่อมอบทุนการศึกษาแก่พนักงาน และบุตรพนักงานที่มีผลการเรียนและความประพฤติดี ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงระดับอุดมศึกษา จำนวนทั้งสิ้น 126 ทุน รวมมูลค่า 810,000 บาท เพื่อร่วมสนับสนุนโอกาสทางการศึกษา และแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ครอบครัวของพนักงาน คุณจารุวรรณ งามพิสุทธิ์ไพศาล Head of Human Resources กล่าวว่า โครงการ “เพาะต้นกล้าเพื่ออนาคต” เป็นหนึ่งในแนวทางการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของ CRG ภายใต้แนวคิด “CARE for People &#38; Partner” ที่มุ่งดูแลบุคลากร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกมิติ ผ่านการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี การส่งเสริมความผูกพันในองค์กร รวมถึงการสนับสนุนให้พนักงานและครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่มั่นคงมากยิ่งขึ้น “CRG เชื่อว่าการศึกษาเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนาศักยภาพ และสร้างโอกาสในอนาคต เราจึงตั้งใจให้โครงการนี้เป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนที่ช่วยเติมกำลังใจให้ทั้งพนักงาน และบุตรหลานสามารถก้าวต่อไปได้อย่างมั่นใจ” คุณจารุวรรณ กล่าว โครงการ “เพาะต้นกล้าเพื่ออนาคต” ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องกว่า 16 ปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/crg-scholarship-for-employee-children/">CRG สานต่อโครงการ “เพาะต้นกล้าเพื่ออนาคต” มอบทุนการศึกษาแก่พนักงานและบุตร 126 ทุน มูลค่ากว่า 8 แสนบาท  สะท้อนแนวคิด CARE for People &#038; Partner เดินหน้าสร้างองค์กรที่เติบโตเคียงข้างพนักงาน และครอบครัวอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (</strong><strong>CRG)</strong> จัดโครงการ <strong>“เพาะต้นกล้าเพื่ออนาคต”</strong> ประจำปี 2569 เพื่อมอบทุนการศึกษาแก่พนักงาน และบุตรพนักงานที่มีผลการเรียนและความประพฤติดี ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงระดับอุดมศึกษา จำนวนทั้งสิ้น 126 ทุน รวมมูลค่า 810,000 บาท เพื่อร่วมสนับสนุนโอกาสทางการศึกษา และแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ครอบครัวของพนักงาน</p>
<p><span id="more-42387"></span></p>
<p><strong>คุณจารุวรรณ งามพิสุทธิ์ไพศาล </strong><strong>Head of Human Resources</strong> กล่าวว่า โครงการ<strong> “เพาะต้นกล้าเพื่ออนาคต” </strong>เป็นหนึ่งในแนวทางการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของ CRG ภายใต้แนวคิด “<strong>CARE for People &amp; Partner</strong>” ที่มุ่งดูแลบุคลากร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกมิติ ผ่านการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี การส่งเสริมความผูกพันในองค์กร รวมถึงการสนับสนุนให้พนักงานและครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่มั่นคงมากยิ่งขึ้น</p>
<p>“CRG เชื่อว่าการศึกษาเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนาศักยภาพ และสร้างโอกาสในอนาคต เราจึงตั้งใจให้โครงการนี้เป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนที่ช่วยเติมกำลังใจให้ทั้งพนักงาน และบุตรหลานสามารถก้าวต่อไปได้อย่างมั่นใจ” คุณจารุวรรณ กล่าว</p>
<p>โครงการ “<strong>เพาะต้นกล้าเพื่ออนาคต</strong>” ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องกว่า 16 ปี สะท้อนความมุ่งมั่นของ CRG ในการดูแลพนักงานอย่างรอบด้าน ทั้งด้านคุณภาพชีวิต ความเท่าเทียม และโอกาสในการเติบโต ตามแนวทาง Diversity, Equity, Inclusion &amp; Belonging (DEIB) เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ทุกคนรู้สึกมีคุณค่า ได้รับการสนับสนุน และเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/crg-scholarship-for-employee-children/">CRG สานต่อโครงการ “เพาะต้นกล้าเพื่ออนาคต” มอบทุนการศึกษาแก่พนักงานและบุตร 126 ทุน มูลค่ากว่า 8 แสนบาท  สะท้อนแนวคิด CARE for People &#038; Partner เดินหน้าสร้างองค์กรที่เติบโตเคียงข้างพนักงาน และครอบครัวอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;Gen Z ต้องการอะไรจากองค์กร&#8217; โรเบิร์ต วอลเทอร์ส แนะ 6 กลยุทธ์ &#8216;ดีล GenZ&#8217; ในโลกการทำงานยุคไฮบริด หาโซลูชั่น Win-Win ระหว่างองค์กร และพนักงานรุ่นใหม่</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/robert-walters-overview-of-thailands-genz-market/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 01 Feb 2026 12:20:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Gen Z]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[Insight]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[Robert Walters]]></category>
		<category><![CDATA[workforce]]></category>
		<category><![CDATA[Workplace]]></category>
		<category><![CDATA[คนทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[คนรุ่นใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โรเบิร์ต วอลเทอร์ส]]></category>
		<category><![CDATA[ปุณยนุช ศิริสวัสดิ์วัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39767</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อโลกการทำ​งานมีความเป็นไฮบริดจากการมีคนหลากหลายวัยมากขึ้น โดยเฉพาะ Gen Z ที่เริ่มเข้าสู่วัยทำงานมากขึ้น ​องค์กรจึงควรเข้าใจความต้องการ ความท้าทาย และความคาดหวังที่แตกต่างของคนรุ่นนี้ ที่​จะ​ส่งผลต่อรูปแบบการทำงานขององค์กรอย่างชัดเจน ด้วยการสร้างสภาพแวดลล้อมที่เปิดกว้างและครอบคลุม เพื่อให้ทุกวัยสามารถเติบโตและประสบความสำเร็จไปด้วยกันได้ โรเบิร์ต วอลเทอร์ส เผยอินไซต์จากการสำรวจเชิงลึกเพื่อเข้าใจความต้องการและความชอบของ Gen Z ในสถานที่ทำงาน รวมถึงมุมมองและการมีปฏิสัมพันธ์ขององค์กรต่อ Gen Z ในโลกการทำงานยุคปัจจุบัน เพื่อ​​สามารถ​อุดช่องโหว่ พร้อมหาสมดุลและปรับกลยุทธ์องค์กรให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ เพื่อดึงศักยภาพมาใช้ได้อย่างสูงสุด สร้างการมีส่วนร่วม และรักษาพนักงานไว้ได้ในระยะยาว ​​  Gen Z ต้องการอะไรจากองค์กร ผลสำรวจ​พบว่า การดีลกับ Gen Z ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญขององค์กร โดยมี Gen Z ไม่ถึงครึ่งที่มองว่า องค์กรมี &#8216;ความพร้อม&#8216; ในการตอบโจทย์ความต้องการได้ ทำให้จำนวนมากกว่าครึ่ง ตั้งใจจะทำงานในองค์กร​เพียง 1-2 ปีเท่านั้น  และไม่ถึง 1 ใน 3 ​คาดว่าจะอยู่ต่อราว 3-5 ปี ก่อนจะมองหาโอกาสใหม่ บริษัท โรเบิร์ต วอลเทอร์ส ​ให้ข้อมูลว่า  Gen [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/robert-walters-overview-of-thailands-genz-market/">&#8216;Gen Z ต้องการอะไรจากองค์กร&#8217; โรเบิร์ต วอลเทอร์ส แนะ 6 กลยุทธ์ &#8216;ดีล GenZ&#8217; ในโลกการทำงานยุคไฮบริด หาโซลูชั่น Win-Win ระหว่างองค์กร และพนักงานรุ่นใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อโลกการทำ​งานมีความเป็นไฮบริดจากการมีคนหลากหลายวัยมากขึ้น โดยเฉพาะ Gen Z ที่เริ่มเข้าสู่วัยทำงานมากขึ้น ​องค์กรจึงควรเข้าใจความต้องการ ความท้าทาย และความคาดหวังที่แตกต่างของคนรุ่นนี้ ที่​จะ​ส่งผลต่อรูปแบบการทำงานขององค์กรอย่างชัดเจน ด้วยการสร้างสภาพแวดลล้อมที่เปิดกว้างและครอบคลุม เพื่อให้ทุกวัยสามารถเติบโตและประสบความสำเร็จไปด้วยกันได้</p>
<p><span id="more-39767"></span></p>
<p><strong>โรเบิร์ต วอลเทอร์ส</strong> เผยอินไซต์จากการสำรวจเชิงลึกเพื่อเข้าใจ<span lang="TH" data-olk-copy-source="MessageBody">ความต้องการและความชอบของ </span>Gen Z <span lang="TH">ในสถานที่ทำงาน รวมถึงมุมมองและการมีปฏิสัมพันธ์ขององค์กรต่อ </span>Gen Z <span lang="TH">ในโลกการทำงานยุคปัจจุบัน เพื่อ<b>​</b>​สามารถ​อุดช่องโหว่ พร้อมหาสมดุลและปรับกลยุทธ์องค์กรให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ เพื่อดึงศักยภาพมาใช้ได้อย่างสูงสุด สร้างการมีส่วนร่วม และรักษาพนักงานไว้ได้ในระยะยาว ​​ </span></p>
<p><strong>Gen Z ต้องการอะไรจากองค์กร</strong></p>
<p class="x_MsoNormal">ผลสำรวจ​พบว่า การดีลกับ Gen Z ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญขององค์กร โดยมี Gen Z ไม่ถึงครึ่งที่มองว่า องค์กรมี &#8216;ค<strong>วามพร้อม</strong>&#8216; ในการตอบโจทย์ความต้องการได้ ทำให้จำนวนมากกว่าครึ่ง ตั้งใจจะทำงานในองค์กร​เพียง 1-2 ปีเท่านั้น  และไม่ถึง 1 ใน 3 ​คาดว่าจะอยู่ต่อราว 3-5 ปี ก่อนจะมองหาโอกาสใหม่</p>
<p><strong>บริษัท โรเบิร์ต วอลเทอร์ส</strong> ​ให้ข้อมูลว่า  <strong>Gen Z</strong> เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับเทคโนโลยี มีจุดแข็งในด้านความคล่องตัวทางดิจิทัล และการคิดสร้างสรรค์เชิงนวัตกรรม และให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นในการทำงาน การดูแลด้านสุขภาวะ และการทำงานที่ขับเคลื่อนอย่างมี <strong>&#8216;เป้าหมาย&#8217; </strong></p>
<p>ขณะเดียวกัน แม้ Gen Z จะนำมุมมองใหม่และศักยภาพอันมหาศาลมาสู่องค์กร แต่หลายองค์กรยังคงเผชิญความท้าทายในการทำงานร่วมกับคนกลุ่มนี้ และยังไม่สามารถรองรับความต้องการของ Gen Z ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดึงศักยภาพของคนรุ่นใหม่ออกมาให้เกิดประโยชน์สูงสุด</p>
<p><b> </b>ข้อมูลสะท้อนให้เห็นถึง &#8216;<strong>ลำดับความสำคัญ&#8217; </strong> ที่ชัดเจนของคนรุ่น Gen Z ในการเลือกสถานที่ทำงาน โดย <strong>ความยืดหยุ่น (flexibility)</strong> เป็นความต้องการอันดับต้น ๆ มากกว่าครึ่ง (54%) ของพนักงาน Gen Z ต้องการรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น (flexible remote work)</p>
<p>รองลงมาคือ <strong>การทำงานที่มีโครงสร้างชัดเจน (25%)</strong> และ <strong>การทำงานแบบร่วมมือเป็นทีม (17%)</strong> แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่าคนรุ่นนี้ต้องการความเป็นอิสระและการปรับตัวที่รวดเร็วเพื่อให้เกิดสมดุลของชีวิตและงาน (work-life balance) โดยมองว่า<em><strong>ความยืดหยุ่นเป็น &#8216;มาตรฐานที่ควรมี&#8217; มากกว่าจะเป็นเพียงสวัสดิการเพิ่มเติม</strong></em></p>
<p>อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ <strong>โอกาสการเรียนรู้และพัฒนา (learning &amp; development)</strong> โดย 50% ของ Gen Z ระบุว่า การเรียนรู้จากการทำงานจริง (on-the-job training) เป็นวิธีพัฒนาที่มีประสิทธิภาพที่สุด</p>
<p>รองลงมาคือ<strong> โปรแกรมพี่เลี้ยง (25%)</strong> และ <strong>การเข้าร่วมเวิร์กช็อปและสัมมนา (17%)</strong>  ส่วน &#8216;การเรียนรู้ผ่านคอร์สภายนอก&#8217; ได้รับความสนใจน้อยที่สุด โดยมีเพียง 1 ใน 10 เท่านั้นที่เลือก สะท้อนให้เห็นว่า<em><strong> Gen Z  ชอบการเรียนรู้แบบ &#8216;ลงมือทำจริง&#8217; ที่จะได้พัฒนาทักษะไปพร้อมกับการสร้างผลงานที่ตนได้มีส่วนร่วม</strong><strong> องค์กรจึงควรเชื่อมโยงรูปแบบ การเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (immersive learning) เพื่อดึงดูดบุคลากรคุณภาพ เสริมสร้างความผูกพันในระยะยาว และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของพนักงานรุ่นใหม่</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39768 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/K-Piyanuch.jpg" alt="" width="400" height="600" /></p>
<p><strong>คุณปุณยนุช ศิริสวัสดิ์วัฒนา</strong> ผู้จัดการประจำประเทศไทย ของบริษัท โรเบิร์ต วอลเทอร์ส ให้ความเห็นว่า<strong> โอกาสในการเติบโตและความก้าวหน้าในสายอาชีพยังคงเป็นปัจจัยสำคัญสูงสุดสำหรับพนักงาน Gen Z</strong> โดย 52% มองว่าเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจอยู่กับองค์กร สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับความก้าวหน้าในอาชีพอย่างชัดเจน นอกจากนี้ <strong>วัฒนธรรมองค์กรที่ดีและเปิดกว้าง</strong> ถือเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยอยู่ในอันดับที่สอง (24%) ขณะที่ <strong>ความยืดหยุ่นด้านชั่วโมงการทำงานและสถานที่ทำงาน</strong> อยู่ในอันดับที่สาม (20%) ซึ่งตอกย้ำว่าคนรุ่นนี้ให้ความสำคัญกับ สมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน (work-life balance) เป็นอย่างมาก</p>
<p><em>&#8220;ในการพิจารณาเลือกสถานที่ทำงาน ค<strong>วามมั่นคงของงาน และ การสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดี เป็นประเด็นที่พนักงาน Gen Z ให้ความสำคัญมากที่สุด</strong> โดย 37% ให้ความสำคัญกับความมั่นคงในการทำงาน และอีก 37% ให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดี <strong>แม้ว่าความมั่นคงทางการเงินและความก้าวหน้าในสายอาชีพจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่ สุขภาพจิต และ คุณภาพชีวิต ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน</strong>  ส่วนประเด็น <strong>&#8216;ความภักดีต่อองค์กร&#8217;</strong> ยังคงเป็นความท้าทาย เนื่องจาก <strong>56% ของพนักงาน Gen Z คาดว่าจะทำงานกับนายจ้างรายเดิมเพียง 1–2 ปี เท่านั้น</strong> ดังนั้น หากองค์กรต้องการรักษาบุคลากรกลุ่มนี้ให้อยู่กับองค์กรในระยะยาว องค์กรจำเป็นต้องสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานแบบองค์รวมที่ผสานทั้งความมั่นคงและการสนับสนุนที่ตอบโจทย์ความคาดหวังของ Gen Z และให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นผ่านการสื่อสารที่เปิดเผยตั้งแต่เริ่มต้น&#8221;</em></p>
<p><strong>ความท้าทายในการบริหารจัดการพนักงาน Gen Z</strong></p>
<p>แม้พนักงาน Gen Z จะมีจุดแข็ง เช่น ทักษะด้านดิจิทัล (52%) และความคิดสร้างสรรค์  (25%) แต่การผสานคนรุ่นนี้เข้ากับการทำงานในองค์กรยังคงเป็นความท้าทายที่ต้องให้ความสำคัญ</p>
<p>เนื่องจาก Gen Z เติบโตมากับเทคโนโลยีและนวัตกรรม ทำให้มีวิธีการทำงานและรูปแบบการสื่อสารที่แตกต่างจากรุ่นอื่นๆ ผลสำรวจพบว่า<strong> 44% ของผู้จัดการระบุว่าการบริหารพนักงาน Gen Z เป็นเรื่องยาก</strong> เนื่องจากความคาดหวังและแนวทางการทำงานที่ไม่เหมือนกับคนต่างช่วงวัย Gen Z มักชอบการสื่อสารผ่านช่องทางดิจิทัล (digital-first) ซึ่งมีความรวดเร็วและสะดวก แต่ในบางครั้งอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน หรือถูกมองว่าขาด ทักษะการสื่อสารระหว่างบุคคล (interpersonal skills) ซึ่งอาจส่งผลต่อการทำงานร่วมกันเป็นทีมได้</p>
<p>แนวคิดของ <strong>Gen Z ที่ให้ความสำคัญกับ ความยืดหยุ่น ความเป็นอิสระ และการทำงานที่มีเป้าหมาย</strong> มักแตกต่างจากวัฒนธรรมการทำงานแบบดั้งเดิม โดยพวกเขาต้องการทำงานที่มีความหมาย มีโอกาสเติบโตอย่างรวดเร็ว และมองหาความสอดคล้องกับค่านิยมองค์กร​​ ส่งผลให้ <em><strong>องค์กรจำเป็นต้องทบทวนแนวทางการบริหารจัดการใหม่ ผ่านการส่งเสริม การสื่อสารอย่างเปิดเผย ความยืดหยุ่นในการทำงาน และระบบพี่เลี้ยง (mentorship)</strong></em> แม้ Gen Z จะนิยมใช้เครื่องมือดิจิทัลในการทำงานและการสื่อสาร แต่สิ่งนี้สะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวเข้ากับการสื่อสารยุคใหม่ มากกว่าจะเป็นการต่อต้านการสื่อสารแบบพบหน้าโดยตรง</p>
<p><em>&#8220;แม้จะมีความท้าทายในการบริหาร Gen Z แต่องค์กรจำนวนมากยังคงให้ความสำคัญกับศักยภาพของคนรุ่นนี้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย มากกว่า 72% ขององค์กร ระบุว่าเปิดรับการจ้างงานพนักงาน Gen Z เพื่อเชื่อมช่องว่างระหว่างช่วงวัยในที่ทำงาน องค์กรต่างๆ จึงให้ความสำคัญกับแนวทาง เช่น การส่งเสริมการสื่อสารอย่างเปิดเผย การจัดระบบพี่เลี้ยง (mentorship) และการเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงาน เพื่อสนับสนุนให้ Gen Z สามารถปรับตัวและทำงานร่วมกับทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&#8221;</em></p>
<figure id="attachment_39769" aria-describedby="caption-attachment-39769" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-39769 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Robert-Pic1.png" alt="" width="1200" height="627" /><figcaption id="caption-attachment-39769" class="wp-caption-text">ภาพ : robertwalters.co.th</figcaption></figure>
<p><strong>การเชื่อมช่องว่างระหว่างความคาดหวังของ Gen Z และความพร้อมขององค์กร</strong></p>
<p>ธุรกิจควรนำกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับค่านิยมและรูปแบบการทำงานที่ Gen Z ให้ความสำคัญมาปรับใช้ โดยแนวทางที่องค์กรสามารถพิจารณาได้มีดังนี้​</p>
<p><strong>1. ส่งเสริมความยืดหยุ่นในการทำงาน :</strong> จัดให้มีรูปแบบการทำงานแบบไฮบริดหรือทำงานทางไกลควบคู่กับบทบาทงานที่มีโครงสร้างชัดเจน เพื่อตอบโจทย์ความคาดหวังของ Gen Z  แต่ควรวางระบบการทำงานดังกล่าวอย่างรอบคอบ และดำเนินการเฉพาะเมื่อเหมาะสมกับโครงสร้างและรูปแบบการบริหารขององค์กร</p>
<p><strong>2. ให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติและทักษะ soft skills :</strong> จัดการเรียนรู้ผ่านการทำงานจริง (on-the-job training) และการเข้าร่วมเวิร์กช็อปและสัมมนา เพื่อรองรับแนวทางการเรียนรู้แบบลงมือทำจริงที่ Gen Z ให้ความนิยม พร้อมทั้งเสริมทักษะอื่นที่สำคัญ เช่น การแก้ปัญหา ภาวะผู้นำ และการสื่อสาร</p>
<p><strong>3. สนับสนุนด้านสุขภาวะความเป็นอยู่ที่ดี :</strong> จัดให้มีโครงการดูแลสุขภาพจิต การสนับสนุนด้านการเงิน และมาตรการอื่น ๆ ที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรเชิงบวก</p>
<p><strong>4. ลงทุนในระบบพี่เลี้ยงและการทำงานร่วมกัน :</strong> จับคู่พนักงาน Gen Z กับพี่เลี้ยง (mentor) เพื่อให้คำแนะนำและช่วยพัฒนาทักษะ soft skills รวมถึงสนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างคนต่างรุ่น เพื่อเสริมความเข้าใจ แลกเปลี่ยนทักษะ และลดช่องว่างระหว่างวัยในการทำงาน</p>
<p><strong>5.ให้ข้อเสนอแนะอย่างทันท่วงที :</strong> ให้ feedback หรือการประเมินผลเชิงสร้างสรรค์ที่ไม่ใช่เพียงการวัดผลตามเป้าหมาย แต่ครอบคลุมถึงทักษะ soft skills โดยระบุความคาดหวัง แนวทางปรับปรุง และคำแนะนำที่ชัดเจน การให้ข้อมูลที่สะท้อนผลการทำงาน (feedback) อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้พนักงาน Gen Z เห็นจุดแข็งและโอกาสในการพัฒนาตนเองได้ชัดเจนยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>6. จัดเตรียมเครื่องมือที่เหมาะสม :</strong> สนับสนุนการเข้าถึงเทคโนโลยีและทรัพยากรที่ทันสมัย พร้อมจัดการฝึกอบรมเพื่อให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการทำงาน เสริมความมั่นใจ และสอดคล้องกับความถนัดด้านเทคโนโลยีของ Gen Z</p>
<p><em>“พนักงาน Gen Z มีความสามารถในการปรับตัวสูง มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และมีแนวคิดเชิงนวัตกรรม ซึ่งมีศักยภาพในการยกระดับและเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานในประเทศไทยได้อย่างมาก หากองค์กรต้องการดึงศักยภาพนี้ออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จำเป็นต้องปรับวัฒนธรรมองค์กรให้สอดคล้องกับความคาดหวังของคนรุ่นนี้ พร้อมทั้งบริหารจัดการความท้าทายด้านการทำงานร่วมกันและการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพ โดยการสื่อสารอย่างเปิดเผยและโปร่งใสถือเป็นหัวใจสำคัญ—ทั้งสองฝ่ายต้องสามารถสื่อสารความคาดหวังได้อย่างชัดเจน เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันและนำไปสู่ความสำเร็จ”</em> คุณ​ปุณยนุช กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/robert-walters-overview-of-thailands-genz-market/">&#8216;Gen Z ต้องการอะไรจากองค์กร&#8217; โรเบิร์ต วอลเทอร์ส แนะ 6 กลยุทธ์ &#8216;ดีล GenZ&#8217; ในโลกการทำงานยุคไฮบริด หาโซลูชั่น Win-Win ระหว่างองค์กร และพนักงานรุ่นใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จับตา 6 เทรนด์ &#8216;ธุรกิจยั่งยืน&#8217; 2026</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/6-sustainability-trends-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 03 Jan 2026 08:39:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Adaptation]]></category>
		<category><![CDATA[BusinessTrends]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[Green Mandate]]></category>
		<category><![CDATA[Green Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[Longevity Economy]]></category>
		<category><![CDATA[MegaTrends]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Mobility]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[sustainability Trends]]></category>
		<category><![CDATA[sustainable]]></category>
		<category><![CDATA[SustainableGrowth]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Trends]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโต]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39200</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปี 2026 เป็นหนึ่ง จุดเปลี่ยน สำคัญของภาคธุรกิจ เพื่อสอดคล้องเป้าหมายประเทศไทยในการบรรลุ Net zero 2050 การดำเนินธุรกิจของทุกองค์กร จากนี้ จำเป็นต้องปรับตัว สู่ความยั่งยืน อย่างฉลาดขึ้น เขียวขึ้น และ เข้าใจมนุษย์มากขึ้น ผ่านการวางแผนและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน พร้อมจับตา 6 เทรนด์ ธุรกิจที่เข้ามามีบทบาทในการช่วยองค์กรขับเคลื่อนไปสู่ความยั่งยืน ในปี 20261. SmartMobility / Green Solutions ใช้ดิจิทัลวิเคราะห์ ปรับปรุง ติดตามการใช้ทรัพยากรและพลังงาน ตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ เพิ่มการใช้รถ EV พัฒนาระบบขนส่งอัจฉริยะ สนับสนุนเส้นทางสีเขียว ช่วยธุรกิจลดต้นทุน ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม / ได้ประโยชน์ด้านภาษี 2. Green Mandate ESG ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็น ‘เงื่อนไขการค้า’ และเพิ่มโอกาสเข้าถึง GreenFinance ธุรกิจต้องเร่งปรับตัวตามเป้าหมาย Net Zero 2050 เตรียมรับระบบ Emissions Trading System [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/6-sustainability-trends-2026/">จับตา 6 เทรนด์ &#8216;ธุรกิจยั่งยืน&#8217; 2026</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปี 2026 เป็นหนึ่ง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">จุดเปลี่ยน</span> สำคัญของภาค<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ธุรกิจ</span> เพื่อสอดคล้องเป้าหมายประเทศไทยในการบรรลุ <strong>Net zero 2050</strong> การดำเนินธุรกิจของทุก<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">องค์กร</span> จากนี้ จำเป็นต้อง<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ปรับตัว</span> สู่<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความยั่งยืน</span> อย่างฉลาดขึ้น เขียวขึ้น และ เข้าใจมนุษย์มากขึ้น ผ่านการวางแผนและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน</p>
<p><span id="more-39200"></span></p>
<p>พร้อมจับตา <strong>6 เทรนด์ </strong>ธุรกิจที่เข้ามามีบทบาทในการช่วยองค์กรขับเคลื่อนไปสู่ความยั่งยืน ในปี 2026<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>1. <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">SmartMobility</span> / Green Solutions</strong></p>
<ul>
<li>ใช้ดิจิทัลวิเคราะห์ ปรับปรุง ติดตามการใช้ทรัพยากรและพลังงาน ตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ</li>
<li>เพิ่มการใช้รถ EV พัฒนาระบบขนส่งอัจฉริยะ สนับสนุนเส้นทางสีเขียว</li>
<li>ช่วยธุรกิจลดต้นทุน ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม / ได้ประโยชน์ด้านภาษี</li>
</ul>
<p><strong>2. <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Green</span> Mandate</strong></p>
<ul>
<li><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ESG</span> ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็น ‘เงื่อนไขการค้า’ และเพิ่มโอกาสเข้าถึง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">GreenFinance</span></li>
<li>ธุรกิจต้องเร่งปรับตัวตามเป้าหมาย <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Net Zero 2050</span></li>
<li>เตรียมรับระบบ Emissions Trading System และภาษีคาร์บอน</li>
</ul>
<p><strong>3. <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">พลังงานสะอาด</span> และพลังงานหมุนเวียน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Renewable</span></strong></p>
<ul>
<li>การลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์ ลม และพลังงานทดแทนอื่น ๆ</li>
<li>ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Decarbonization</span></li>
</ul>
<p><strong>4. <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ZeroWaste</span> &amp; <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Circular</span> Economy</strong></p>
<ul>
<li>ลดขยะและส่งเสริมการหมุนเวียนทรัพยากรในทุกขั้นตอน</li>
<li>ครอบคลุมตลอดการผลิตและการดำเนินงาน</li>
</ul>
<p><strong>5. <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Longevity</span> Economy</strong></p>
<ul>
<li>อัตราการเกิดลดลง สัดส่วนประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง</li>
<li>พัฒนาเทคโนโลยีด้านสุขภาพ และความปลอดภัย</li>
<li>ออกแบบสินค้า/บริการ เพื่อดูแลสุขภาพ และเพิ่มคุณภาพชีวิต</li>
</ul>
<p><strong>6. การมีส่วนร่วมของ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">พนักงาน</span> และ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ชุมชน</span></strong></p>
<ul>
<li>ส่งเสริมพฤติกรรมที่ยั่งยืน แยกขยะ ลดใช้พลาสติก</li>
<li>รณรงค์การใช้พลังงานสะอาด</li>
<li>จัดกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว</li>
</ul>
<p><strong>องค์กรควรเตรียมตัวอย่างไร ?</strong></p>
<p>แนวทางในการปรับตัวของภาคธุรกิจ เพื่อสร้างโอกาสเติบโตได้ในปี 2026 นี้ ประกอบด้วย</p>
<ul>
<li>วางแผนกลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนด้านความยั่งยืน พร้อมกำหนดเป้าหมายแต่ละมิติอย่างชัดเจน</li>
<li>สร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนการทำงานอย่างต่อเนื่อง</li>
<li>สื่อสาร สร้างความรับผิดชอบต่อสังคมให้แก่พนักงานและประชาชน</li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/6-sustainability-trends-2026/">จับตา 6 เทรนด์ &#8216;ธุรกิจยั่งยืน&#8217; 2026</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไมโครซอฟท์ เผยเทรนด์ AI ที่น่าจับตาในปี 2568 มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวก พร้อมปลดล็อกศักยภาพให้ทั้ง​​พนักงานและองค์กร</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/01/microsoft-points-ai-trends-in-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 05 Jan 2025 11:26:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Agentic World]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[AI Trends]]></category>
		<category><![CDATA[Data Security]]></category>
		<category><![CDATA[Microsoft]]></category>
		<category><![CDATA[Microsoft Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Multi AI Agent]]></category>
		<category><![CDATA[Multimodal AI]]></category>
		<category><![CDATA[Organization]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[Responsible AI]]></category>
		<category><![CDATA[Scaling Laws]]></category>
		<category><![CDATA[Technology]]></category>
		<category><![CDATA[จริยธรรม AI]]></category>
		<category><![CDATA[ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ปลดล็อก]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบเชิงบวก]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ AI]]></category>
		<category><![CDATA[เพิ่มประสิทธิภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เพิ่มศักยภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31182</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นปีแห่งการเริ่มต้นนำ AI เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร รวมถึง​ส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของพนักงานและผู้คนทั่วไป  และในปี 2568 นี้ มั่นใจว่า AI ​ยังคงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้มีความฉลาดและการทำงานที่หลากหลายมากขึ้น สร้างผลกระทบเชิงบวก และนำไปประยุกต์ใช้ในวงกว้างมากขึ้น ทั้งช่วยปลดล็อคการทำงานของพนักงาน สร้างขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร หาแนวทางรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของประเทศไทยและโลก ตลอดจนสร้างหลักการกำกับดูแลการใช้งาน AI ให้มีจริยธรรมและความรับผิดชอบอย่างเป็นรูปธรรม คุณธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย เผยเทรนด์ AI ที่น่าจับตามองในปี 2568 เพื่อให้องค์กรไทยทั้งภาคธุรกิจ ภาครัฐ และคนไทยเตรียมความพร้อมประยุกต์ใช้ AI ในวงกว้างมากขึ้น เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ สร้างสิ่งใหม่ๆ ความคิดสร้างสรรค์ และก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกให้กับตนเอง สังคม และประเทศ ดังนี้ 1. Scaling Laws: AI จะยกระดับศักยภาพและเติบโตอย่างก้าวกระโดด การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของ AI ​ยิ่งกว่าทุกการปฏิวัติอุตสาหกรรมที่ผ่านมา ฉีกกฏการเติบโตจากเดิมที่เติบโตด้วยตัวเองอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามกาลเวลา โดยคาดว่า AI จะเพิ่มขึ้นแบบเป็นทวีคูณในทุกๆ ครึ่งปี จากประสิทธิภาพการทำงานของคอมพิวเตอร์ที่ทรงพลังในทุกมิติ และการนำเทคนิคที่เก่งกว่าเดิมมาประยุกต์ใช้กับข้อมูลและอัลกอริทึมของ AI [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/microsoft-points-ai-trends-in-2025/">ไมโครซอฟท์ เผยเทรนด์ AI ที่น่าจับตาในปี 2568 มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวก พร้อมปลดล็อกศักยภาพให้ทั้ง​​พนักงานและองค์กร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นปีแห่งการเริ่มต้นนำ AI เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร รวมถึง​ส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของพนักงานและผู้คนทั่วไป  และในปี 2568 นี้ มั่นใจว่า AI ​ยังคงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้มีความฉลาดและการทำงานที่หลากหลายมากขึ้น สร้างผลกระทบเชิงบวก และนำไปประยุกต์ใช้ในวงกว้างมากขึ้น</p>
<p><span id="more-31182"></span></p>
<p>ทั้งช่วยปลดล็อคการทำงานของพนักงาน สร้างขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร หาแนวทางรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของประเทศไทยและโลก ตลอดจนสร้างหลักการกำกับดูแลการใช้งาน AI ให้มีจริยธรรมและความรับผิดชอบอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><strong>คุณธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ </strong>กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย เผยเทรนด์ AI ที่น่าจับตามองในปี 2568 เพื่อให้องค์กรไทยทั้งภาคธุรกิจ ภาครัฐ และคนไทยเตรียมความพร้อมประยุกต์ใช้ AI ในวงกว้างมากขึ้น เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ สร้างสิ่งใหม่ๆ ความคิดสร้างสรรค์ และก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกให้กับตนเอง สังคม และประเทศ ดังนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31183 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Dhanawat-Microsoft-TH.jpg" alt="" width="1200" height="797" /></p>
<p><strong>1. Scaling Laws: AI </strong><strong>จะยกระดับศักยภาพและเติบโตอย่างก้าวกระโดด</strong></p>
<p>การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของ AI ​ยิ่งกว่าทุกการปฏิวัติอุตสาหกรรมที่ผ่านมา ฉีกกฏการเติบโตจากเดิมที่เติบโตด้วยตัวเองอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามกาลเวลา<em> <strong>โดยคาดว่า AI จะเพิ่มขึ้นแบบเป็นทวีคูณในทุกๆ ครึ่งปี</strong> <strong>จากประสิทธิภาพการทำงานของคอมพิวเตอร์ที่ทรงพลังในทุกมิติ และการนำเทคนิคที่เก่งกว่าเดิมมาประยุกต์ใช้กับข้อมูลและอัลกอริทึมของ AI</strong></em> ซึ่งองค์กรที่เริ่มใช้และยังไม่ได้ใช้ AI จึงควรปรับตัวตามเรื่องนี้ให้ทัน</p>
<p><em><strong>AI ไม่ได้เป็นแค่เทคโนโลยี แต่จะเข้ามาเป็นผู้ช่วยในการใช้ชีวิตและทำงานของทุกคน</strong> </em>ภาคองค์กรต้องตระหนักถึงการนำ AI มาใช้เพื่อช่วยปรับปรุงกระบวนการทำงานตลอดจนโมเดลธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งปัจจุบันมีหลายองค์กรในไทยนำ AI มาประยุกต์ใช้ในการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพงาน และลดระยะเวลาการทำงานให้พนักงานแล้ว</p>
<p><a href="https://blogs.microsoft.com/blog/2024/11/12/idcs-2024-ai-opportunity-study-top-five-ai-trends-to-watch/" target="_blank" rel="noopener">รายงานของ IDC ประจำปี 2567</a> พบว่า 60% ขององค์กรทั่วโลก วางแผน​​นำ AI เข้ามามีส่วนร่วมกับธุรกิจอย่างเต็มประสิทธิภาพใน 2 ปีข้างหน้า ​สูงกว่าการสำรวจในปี 2566 ที่มีสัดส่วนเพียง 46%​ <em><strong>โดยอุตสาหกรรมที่มีความพร้อมมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ การศึกษา สุขภาพ และการเงิน</strong></em></p>
<p>ดังนั้น หากมองภาพรวมระดับประเทศ องค์กรต่างๆ ในไทยจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับนำ AI มาปรับใช้ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันให้เท่าทันกับการใช้งาน AI ของประเทศอื่น</p>
<p><em>“ในเวลาไม่ถึง 2 ปีที่ผ่านมา AI มีพัฒนาการเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว สามารถช่วยทำงานที่ซับซ้อน และเข้าใจการสื่อสารได้เหมือนมนุษย์อย่างเป็นธรรมชาติ สร้างโอกาสและประโยชน์อย่างมหาศาล เราเริ่มเห็นความแตกต่างของคนที่ใช้ AI กับคนที่ไม่ใช้มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งปัจจุบัน AI เป็นเทคโนโลยีที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้งานได้ ​การปฏิวัติ​ด้านเทคโนโลยี Gen AI เพิ่งเริ่มต้น จึงเป็นโอกาสของทุกคน ทุกบริษัท และทุกประเทศ ในการใช้ AI ​ได้อย่างเท่าเทียม​ ในเวลาใกล้ๆ กัน ด้วยต้นทุนที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น หรือแม้กระทั่งใช้งานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ​​เช่น <a href="https://www.microsoft.com/th-th/edge/copilot?ep=859&amp;es=162&amp;form=MA13SQ&amp;msockid=0e8d6c22c559681f22b37920c49e6907&amp;cs=361911829" target="_blank" rel="noopener">Microsoft Copilot</a> ที่มีให้ใช้ฟรี ทั้งใน Windows 11, Edge และ Bing ดังนั้น ประเทศ องค์กร และคนไทย ควรมองภาพของเทคโนโลยีอัจฉริยะนี้ในแง่มุมใหม่ เพื่อเปิดรับและก้าวทันเทคโนโลยี AI ที่ทุกประเทศต่างกำลังเร่งพัฒนาแนวทางการใช้งานเพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืน”</em></p>
<p><strong>2. Agentic World: </strong><strong>เสริมประสิทธิภาพให้องค์กร และช่วยพนักงานมุ่งเน้นการทำงานที่สำคัญ</strong></p>
<p>AI Agent จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานและกระบวนการทำงาน ช่วยแบ่งเบาภาระการทำงาน Routine Work เพื่อให้พนักงานมีเวลาไปโฟกัสกับการทำงานที่สำคัญกว่า และยังช่วยให้องค์กรจัดสรรทรัพยากรบุคคลได้เกิดประโยชน์สูงสุด ในอนาคตเราจะเห็นการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI อย่างแพร่หลาย</p>
<p>เราจะได้เห็น AI Agent มาช่วยสนับสนุนพนักงานในการค้นหาข้อมูล เข้าถึงองค์ความรู้ทั้งภายในและนอกองค์กรได้มากขึ้น ตลอดจนการทำงานร่วมกันแบบ Multi AI Agent และที่สำคัญผู้ใช้งานที่ไม่ความรู้ด้านไอที ก็สามารถสร้าง AI Agent ของตนเองได้อย่างง่ายดายและสะดวกรวดเร็ว ผ่านเครื่องมือต่างๆ อาทิ <a href="https://support.microsoft.com/en-us/topic/get-started-with-agents-for-microsoft-365-copilot-169469d7-328d-4d37-9090-bfc2058a39bd" target="_blank" rel="noopener">Microsoft 365 Copilot</a> และ <a href="https://learn.microsoft.com/th-th/microsoft-copilot-studio/" target="_blank" rel="noopener">Microsoft Copilot Studio</a> เป็นต้น</p>
<p>เช่น ​กลุ่มธุรกิจธนาคาร​ ที่สามารถแบ่งกระบวนการการตรวจสอบเครดิตลูกค้าออกมาได้หลายขั้นตอน พนักงานธนาคารอาจมองเห็นโอกาสว่างานการตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารจากลูกค้าเป็นงานที่ใช้ AI ช่วยได้ ในการทำหน้าที่ตรวจสอบเอกสารต่างๆ ที่มีอยู่จำนวนมาก เมื่อ AI แจ้งว่าได้รับเอกสารครบถ้วนแล้ว พนักงานจึงทำหน้าที่ตรวจทานอีกครั้ง ในกรณีที่ลูกค้าส่งเอกสารมาไม่ครบ AI จะทำการแจ้งเตือนพนักงาน</p>
<p>นอกจากนี้ AI ยังสามารถช่วยตรวจสอบได้ด้วยว่า ข้อมูลในเอกสารที่ลูกค้ายื่นนั้นถูกต้องหรือไม่ เช่น ถ้าลูกค้าแจ้งว่าทำงานที่บริษัทนั้น ๆ แต่ AI ตรวจสอบแล้วไม่พบข้อมูล AI จะสามารถแจ้งเตือนพนักงานให้ตรวจสอบข้อมูลนี้อีกครั้งได้เช่นกัน ซึ่งการใช้ประโยชน์จาก AI แบบนี้ถือเป็นคอนเซปต์ของการใช้ AI ในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31185 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Microsoft-TH_AI-Trends_01.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>3. Multimodal AI: </strong><strong>สรรค์สร้างนวัตกรรม จาก </strong><strong>AI </strong><strong>ที่รองรับข้อมูลจากสื่อทุกประเภท </strong></p>
<p>แหล่งข้อมูลที่เราใช้ในการทำงานหรือจัดเก็บในปัจจุบัน ไม่ได้มาจากเอกสารหรือข้อความเพียงอย่างเดียว ยังมีข้อมูลรูปแบบอื่นๆ เช่น ข้อความ รูปภาพ เสียง ซึ่งในอนาคต AI จะสามารถนำข้อมูลที่อยู่ในสื่อหลากหลายประเภทนี้ออกมาใช้งานให้เกิดประโยชน์ และบูรณาการร่วมกันได้ โดยสามารถประมวลผลข้อมูลออกมาได้ครบถ้วนและสอดคล้องในทุกบริบท ก้าวข้ามขีดจำกัดในการป้อนข้อมูล คำสั่ง และแสดงผลลัพธ์ในรูปแบบของข้อความเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ทำให้การสื่อสารกับ AI เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น</p>
<p>ปัจจุบัน <a href="https://www.microsoft.com/th-th/microsoft-copilot/meet-copilot?msockid=0e8d6c22c559681f22b37920c49e6907" target="_blank" rel="noopener">Copilot ของ Microsoft</a> สามารถใส่ prompt ได้ทั้งข้อความ เสียงพูดเป็นภาษาไทย และรูปภาพ สามารถมองเห็นสิ่งที่เราเห็นบนหน้าจอ หรือต้องการแสดงให้เห็นภาพกล้องที่มีอยู่บนดีไวซ์ต่าง ๆ รวมถึงฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่จะทำให้เกิด user interface อันชาญฉลาด ใช้งานง่าย และเป็นภาษาธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบ Voice Recognition ที่แม่นยำรวดเร็ว หรือ <a href="https://openai.com/index/sora/" target="_blank" rel="noopener">Sora</a> โมเดล AI ที่จะช่วยให้เราสร้างวิดีโอที่สมจริงได้จากข้อความ เราจะเห็นโซลูชันต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงความสามารถนี้ สร้างสรรค์บริการใหม่ ๆ เพื่ออำนวยความสะดวก และสร้างแต้มต่อในการให้บริการลูกค้า</p>
<p><strong>4. </strong><strong>Data Security: </strong><strong>หัวใจสำคัญที่จะต้องพัฒนาควบคู่กับการประยุกต์ </strong><strong>AI</strong></p>
<p>หนึ่งในเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล เนื่องจาก AI สามารถเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดได้ จึงมีความจำเป็นที่องค์กรจะต้องระมัดระวังอย่างยิ่งในการแบ่งปันข้อมูล หากมีการแชร์ข้อมูลอย่างเกินควรและไม่ได้รับการป้องกัน ข้อมูลที่ไม่ควรเปิดเผยก็อาจถูกมองเห็นได้ เช่น ข้อมูลส่วนตัวของพนักงานและลูกค้า ซึ่งจะต้องเป็นความลับขององค์กร</p>
<p>ในอดีตการแชร์ข้อมูลโดยไม่มีการควบคุมอาจยังไม่เป็นปัญหาใหญ่ เพราะไม่มีเครื่องมือที่สามารถรวบรวมข้อมูลทั้งหมดได้ แต่ในปัจจุบัน สิ่งเหล่านี้เปลี่ยนไป การรักษาความปลอดภัยข้อมูลจึงเป็นเรื่องที่ทุกองค์กรต้องให้ความสำคัญควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงการกำหนดแนวทางการจัดการข้อมูล (data governance)</p>
<p>ไมโครซอฟท์ เสนอ 4 <a href="https://www.microsoft.com/en-us/security/blog/2024/07/30/new-microsoft-whitepaper-shares-how-to-prepare-your-data-for-secure-ai-adoption/" target="_blank" rel="noopener">แนวทางในการเตรียมข้อมูลสำหรับการใช้งาน AI</a> คือ การรู้จักข้อมูล การควบคุมข้อมูล การปกป้องข้อมูล และการป้องกันการสูญเสียข้อมูล การดำเนินการตามขั้นตอนเหล่านี้สามารถช่วยบรรเทาความกังวลของผู้นำ และลดความเสี่ยงด้านข้อมูลได้เป็นอย่างมาก พร้อมนำเสนอเครื่องมืออย่าง <a href="https://www.microsoft.com/security/business/microsoft-purview?msockid=1c062e13522c6c1c298c3a3753b36d1d#areaheading-oca579" target="_blank" rel="noopener">Microsoft Purview</a> ช่วยรักษาความปลอดภัยข้อมูลแบบเรียลไทม์และการควบคุมการปฏิบัติตามข้อกำหนด ทำให้<br />
การใช้งาน AI ในองค์กรปลอดภัย มั่นคง และมีประสิทธิภาพสูงสุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31186 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Microsoft-TH_AI-Trends_02-re.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>5. Responsible AI: </strong><strong>จริยธรรม </strong><strong>AI </strong><strong>ต้องใช้อย่างเป็น &#8216;ธรรม&#8217; กับทุกฝ่าย</strong></p>
<p>เพื่อให้ AI ถูกนำไปใช้งานอย่างสร้างสรรค์ เป็นธรรม และเกิดประโยชน์กับทุกคนในสังคมอย่างแท้จริง บริษัทผู้พัฒนายักษ์ใหญ่ในหลายประเทศต่างร่วมกันในการหาแนวทางกำกับดูแลการใช้งาน AI โดยไมโครซอฟท์ ได้กำหนดมาตรการใช้งาน AI อย่างมีจริยธรรมและรับผิดชอบต่อสังคม มุ่งเน้นความโปร่งใส ความเป็นธรรม และความปลอดภัย ทั้งยังมีคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่าบริการ AI ใหม่ ๆ ที่สร้างขึ้นจะต้องผ่านเกณฑ์ <a href="https://www.microsoft.com/en-us/ai/responsible-ai?msockid=0e8d6c22c559681f22b37920c49e6907" target="_blank" rel="noopener">Responsible AI</a> ก่อนการนำออกมาใช้</p>
<p>พร้อมกันนี้ ไมโครซอฟท์ยังได้เสริมมาตรการ AI Guardrail เพื่อป้องกันการใช้งาน AI ในรูปแบบที่ไม่ได้รับอนุญาตอย่างเข้มงวด เพื่อให้แน่ใจว่า AI จะถูกใช้งานตามวัตถุประสงค์ที่ถูกต้องและเป็นธรรม โดยมีการกำหนดเกณฑ์การใช้งานที่ชัดเจนและป้องกันการใช้งานในทางที่ผิด เช่น การใช้งานที่ละเมิดความเป็นส่วนตัว การใช้เพื่อการก่ออาชญากรรม หรือการใช้ในการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จ</p>
<p>จากเทรนด์เทคโนโลยีที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นว่า  AI สามารถสร้างฉากทัศน์ใหม่ และเกิดประโยชน์มหาศาลต่อภาคธุรกิจได้อย่างไรบ้าง โดยผู้บริหารควรกำหนดแนวทางที่ชัดเจนในการใช้ AI ผ่านการวิเคราะห์ภาพรวมการทำงานภายในองค์กร และนำ AI เข้าไปช่วยแก้ไขกระบวนการทำงานที่ล่าช้าหรือขาดประสิทธิภาพเหล่านั้น เปลี่ยน AI เป็นผู้ช่วยทำงานร่วมกับพนักงาน ขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยไมโครซอฟท์ ในฐานะผู้ให้บริการโซลูชัน AI มุ่งมั่นที่จะพัฒนา AI อย่างสร้างสรรค์ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม สร้างความเท่าเทียมในการใช้งานเทคโนโลยี ที่ครอบคลุมทั้งระดับบุคคล องค์กร และระดับประเทศ รวมถึงริเริ่มโครงการต่าง ๆ ที่มีจุดมุ่งหมาย เพื่อสร้างทักษะและส่งเสริมการใช้งาน AI ในวงกว้าง</p>
<p><em>“AI ไม่ใช่กระแสของเทคโนโลยี แต่เป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ในการพลิกโฉมธุรกิจ ปลดล็อคข้อจำกัดและสร้างขีดความสามารถการแข่งขันใหม่ๆ โจทย์ของ AI คือเรื่องของธุรกิจ ซึ่งหัวใจสำคัญในการนำ AI เข้าไปใช้งานคือ ผู้บริหารจะต้องให้การสนับสนุน มีการกำหนดกลยุทธ์การใช้ AI ที่ชัดเจน เพิ่มทักษะและจัดหาเครื่องมือที่เหมาะสมให้พนักงาน รวมถึงมีมาตรการการควบคุม เพื่อให้ใช้ AI ได้เกิดประโยชน์สูงสุดและมีความรับผิดชอบ”</em> คุณธนวัฒน์กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/microsoft-points-ai-trends-in-2025/">ไมโครซอฟท์ เผยเทรนด์ AI ที่น่าจับตาในปี 2568 มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวก พร้อมปลดล็อกศักยภาพให้ทั้ง​​พนักงานและองค์กร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สหพัฒนพิบูล เปิดห้องเรียนจัดคลาสยกระดับองค์ความรู้พนักงาน พร้อมก้าวทันเทรนด์ดิจิทัล ตอกย้ำแนวคิด “รู้จริง ทำจริง เชี่ยวชาญ”</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/12/sahapat-training-program-expertise-to-excellence/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Dec 2024 06:39:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[SAHAPAT]]></category>
		<category><![CDATA[SAHAPAT Training Program]]></category>
		<category><![CDATA[Skill]]></category>
		<category><![CDATA[SPC]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[นพวรรณ คล้ายโอภาส]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาศักยภาพพนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สหพัฒนพิบูล]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์การตลาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31032</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางนพวรรณ คล้ายโอภาส ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคชั้นนำของไทย กล่าวว่า นอกจากการดำเนินธุรกิจแล้ว สหพัฒนพิบูล เป็นองค์กรที่พัฒนาขีดความสามารถให้กับพนักงานอย่างต่อเนื่อง ด้วยแนวคิด “Personalize your Learned Through SAHAPAT Training Program รู้จริง ทำจริง เชี่ยวชาญ Expertise to Excellence” โดยมองว่าพนักงานเป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดและเป็นปัจจัยสำคัญที่นำองค์กรไปสู่ความสำเร็จ ทั้งนี้ ในการพัฒนาศักยภาพพนักงาน ได้มีการจัดโปรแกรมและหลักสูตรต่าง ๆ ได้แก่ &#8211; วันนักการตลาด Digital Marketing 2024 The New World of AI ความน่าสนใจและประโยชน์ของ AI  และการนำ AI มาเป็นเครื่องมือช่วยในการทำตลาดอย่างสร้างสรรค์ &#8211; Business Visualization with Power BI [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/sahapat-training-program-expertise-to-excellence/">สหพัฒนพิบูล เปิดห้องเรียนจัดคลาสยกระดับองค์ความรู้พนักงาน พร้อมก้าวทันเทรนด์ดิจิทัล ตอกย้ำแนวคิด “รู้จริง ทำจริง เชี่ยวชาญ”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นางนพวรรณ คล้ายโอภาส ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>SPC </strong><strong>ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคชั้นนำของไทย</strong> กล่าวว่า นอกจากการดำเนินธุรกิจแล้ว สหพัฒนพิบูล เป็นองค์กรที่พัฒนาขีดความสามารถให้กับพนักงานอย่างต่อเนื่อง ด้วยแนวคิด <strong>“</strong><strong>Personalize your Learned Through SAHAPAT Training Program </strong><strong>รู้จริง ทำจริง เชี่ยวชาญ </strong><strong>Expertise to Excellence”</strong> โดยมองว่าพนักงานเป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดและเป็นปัจจัยสำคัญที่นำองค์กรไปสู่ความสำเร็จ</p>
<p><span id="more-31032"></span></p>
<p>ทั้งนี้ ในการพัฒนาศักยภาพพนักงาน ได้มีการจัดโปรแกรมและหลักสูตรต่าง ๆ ได้แก่</p>
<p><strong>&#8211; วันนักการตลาด </strong><strong>Digital Marketing </strong><strong>2024 </strong><strong>The New World of AI </strong>ความน่าสนใจและประโยชน์ของ AI  และการนำ AI มาเป็นเครื่องมือช่วยในการทำตลาดอย่างสร้างสรรค์</p>
<p><strong>&#8211; Business Visualization with Power BI for User </strong>การทำรายงานข้อมูลเชิงลึกและแดชบอร์ดอัตโนมัติ เพื่อการวิเคราะห์ การตัดสินใจในเชิงธุรกิจที่ต้องการความถูกต้องและรวดเร็ว เพิ่มพลังการวิเคราะห์ ข้อมูลรายงานด้วย Power BI for User ปูพื้นฐาน สร้างความเข้าใจกับการใช้ Power BI สร้าง Data Visualization รู้จัก Data Analysis Expression (DAX) รู้จัก Query &amp; Transform Data และ Power BI Mobile App</p>
<p><strong>&#8211; Digital Asset </strong><strong>สู่การลงทุนยุคใหม่ในสินทรัพย์ดิจิทัล </strong>ปูพื้นฐานด้านสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับธุรกิจ ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคสินทรัพย์ดิจิทัล สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล การลงทุนซื้อขายใน Orbix ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31034 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/SH2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นับเป็นหลักสูตรที่ตอบโจทย์และสอดคล้องกับเทรนด์ดิจิทัล ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกิจและการทำตลาดในปัจจุบัน เป็นการเสริมองค์ความรู้และสร้างประสบการณ์ในการเรียนรู้ให้กับพนักงาน เพื่อเตรียมพร้อมกับภารกิจใหม่และความท้าทายใหม่ และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนองค์กรที่เติบโตในอนาคต</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/sahapat-training-program-expertise-to-excellence/">สหพัฒนพิบูล เปิดห้องเรียนจัดคลาสยกระดับองค์ความรู้พนักงาน พร้อมก้าวทันเทรนด์ดิจิทัล ตอกย้ำแนวคิด “รู้จริง ทำจริง เชี่ยวชาญ”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรุงศรี เปิดกลยุทธ์ &#8216;3C&#8217; แนวทางสร้างวัฒนธรรมองค์กร ที่ช่วย​ดึงดูด Talent รุ่นใหม่</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/09/krungsri-3c-strategy-build-sustainable-workplace/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Sep 2024 09:09:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[3C]]></category>
		<category><![CDATA[Banking]]></category>
		<category><![CDATA[Care]]></category>
		<category><![CDATA[Coach]]></category>
		<category><![CDATA[Communication]]></category>
		<category><![CDATA[Employee]]></category>
		<category><![CDATA[Employee Engagement]]></category>
		<category><![CDATA[Financing]]></category>
		<category><![CDATA[Krungsri]]></category>
		<category><![CDATA[Leading Sustainable & Regional Bank]]></category>
		<category><![CDATA[Organization]]></category>
		<category><![CDATA[Skill]]></category>
		<category><![CDATA[Talent]]></category>
		<category><![CDATA[Workplace]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงศรี]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[คนรุ่นใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วศิน อุดมรัชตวนิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28659</guid>

					<description><![CDATA[<p>เพราะ &#8216;พนักงาน&#8217; เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กร ขณะที่การสร้าง &#8216;วัฒนธรรมองค์กร&#8217; ที่ดีและแข็งแรงก็จะเป็นปัจจัยสำคัญขององค์กรในการรักษาพนักงานที่มีคุณภาพ รวมทั้งดึงดูดคนรุ่นใหม่ๆ ที่มีความสามารถให้อยากมาร่วมงานด้วยเช่นเดียวกัน กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) จึงให้ความสำคัญด้านกลยุทธ์ Employee Engagement ด้วยการสร้างภาพลักษณ์ธนาคาร รวมทั้ง​​วัฒนธรรมองค์กรให้ตอบโจทย์ความต้องการคนรุ่นใหม่ ที่ไม่ได้ตัดสินใจเลือกทำงานในองค์กรใหญ่หรือมีชื่อเสียง แต่มองหา Value ที่ตรงกัน หรือการพิจารณาสิ่งที่แต่ละองค์กรส่งมอบหรือขับเคลื่อนว่าตอบโจทย์มุมมองการใช้ชีวิตหรือเป้าหมายของตัวเองอย่างไร ​ความสำเร็จของกรุงศรีในการเชื่อมโยงทั้งภาพลักษณ์และแบรนดิ้งการเป็นองค์กรสมัยใหม่ ผ่านการติดอยู่ใน Top 50 องค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด ในปีล่าสุดนี้ ประกอบกับการคว้า 4 รางวัล ด้านการบริหารจัดการองค์กรและทรัพยากรบุคคลทั้งของกรุงศรี และบริษัทในเครือ ได้แก่ Gold Award for Excellence in Talent Management และ Gold Award for Excellence in Hybrid Work  ของกรุงศรี , รางวัล Silver Award for Excellence [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/krungsri-3c-strategy-build-sustainable-workplace/">กรุงศรี เปิดกลยุทธ์ &#8216;3C&#8217; แนวทางสร้างวัฒนธรรมองค์กร ที่ช่วย​ดึงดูด Talent รุ่นใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เพราะ <strong>&#8216;พนักงาน&#8217;</strong> เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กร ขณะที่การสร้าง &#8216;<strong>วัฒนธรรมองค์กร&#8217;</strong> ที่ดีและแข็งแรงก็จะเป็นปัจจัยสำคัญขององค์กรในการรักษาพนักงานที่มีคุณภาพ รวมทั้งดึงดูดคนรุ่นใหม่ๆ ที่มีความสามารถให้อยากมาร่วมงานด้วยเช่นเดียวกัน</p>
<p><span id="more-28659"></span></p>
<p><strong>กรุงศรี</strong> (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) จึงให้ความสำคัญด้านกลยุทธ์<strong> Employee Engagement</strong> ด้วยการสร้างภาพลักษณ์ธนาคาร รวมทั้ง​​วัฒนธรรมองค์กรให้ตอบโจทย์ความต้องการคนรุ่นใหม่ ที่ไม่ได้ตัดสินใจเลือกทำงานในองค์กรใหญ่หรือมีชื่อเสียง แต่มองหา Value ที่ตรงกัน หรือการพิจารณาสิ่งที่แต่ละองค์กรส่งมอบหรือขับเคลื่อนว่าตอบโจทย์มุมมองการใช้ชีวิตหรือเป้าหมายของตัวเองอย่างไร</p>
<p>​ความสำเร็จของกรุงศรีในการเชื่อมโยงทั้งภาพลักษณ์และแบรนดิ้งการเป็นองค์กรสมัยใหม่ ผ่านการติดอยู่ใน<strong> Top 50 องค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด </strong>ในปีล่าสุดนี้ ประกอบกับการคว้า 4 รางวัล ด้านการบริหารจัดการองค์กรและทรัพยากรบุคคลทั้งของกรุงศรี และบริษัทในเครือ ได้แก่ <strong>Gold Award for Excellence in Talent Management</strong> และ<strong> Gold Award for Excellence in Hybrid Work</strong>  ของกรุงศรี , รางวัล<strong> Silver Award for Excellence in HR Communication Strategy</strong> ของกรุงศรี ออโต้ และ รางวัล <strong>Silver Award for Excellence in Workforce Flexibility</strong> ของกรุงศรี คอนซูมเมอร์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28661 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/2-2.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>ดร.วศิน อุดมรัชตวนิชย์</strong> ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านทรัพยากรบุคคล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของกรุงศรี เพื่อตอบโจทย์วิสัยทัศน์สำคัญในการมุ่งสู่การเป็นสถาบันการเงินชั้นนำในระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน (Leading Sustainable &amp; Regional Bank) รวมทั้งการมุ่งสนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพพนักงาน ให้มีความพร้อมและทักษะที่จำเป็นสำหรับ​​การเรียนรู้และการ​พัฒนาทั้งในปัจจุบันและในอนาคต เพื่อบ่มเพาะและสร้าง Telent จากภายในองค์กรเพื่อ​เป็นกำลังร่วมขับเคลื่อนการเติบโต ขณะเดียวกันยังสามารถดึงดูดกลุ่มทาเลนท์จากภายนอกเข้ามาได้ด้วยเช่นกัน</p>
<p><em>&#8220;การมีวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแรงและชัดเจน เพื่อสื่อสารให้ทั้งคนภายในและภายนอกเข้าใจถึงตัวตนความเป็นกรุงศรีจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะภาพลักษณ์ความเป็นธนาคาร ที่คนภายนอกอาจมองว่า​เป็นองค์กร Traditional ที่เก่าแก่ เชื่องช้า ยึดถือระเบียบเดิมๆ ไม่ปรับตัว ​ประกอบกับภาพจำผ่านรายการที่ธนาคารเคยสนับสนุนมานาน ทำให้คาแร็คเตอร์ของแบรนด์ค่อนข้างมีอายุมาก  ขณะที่​การเร่งสื่อสารและปรับตัว ​ทั้งการพัฒนาด้านเทคโนโลยีดิจิทัล รวมทั้งการเชื่อมโยงแบรนด์ให้เข้ากับคนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ทำให้อายุของแบรนด์เริ่มดูเด็กลง และเป็นที่ยอมรับในกลุ่มคนรุ่นใหม่และคนทำงานเพิ่มมากขึ้น&#8221;</em></p>
<p>ขณะที่แนวทางสร้างวัฒนธรรมองค์กร กรุงศรีวางการขับเคลื่อนผ่านแนวทาง <strong>3C</strong> ประกอบด้วย</p>
<p><strong>Coach</strong> เพื่อมุ่งสู่การเป็น Coaching Organization หรือองค์กรที่เต็มไปด้วยโอกาสในการเรียนรู้สำหรับทุกคน ​ทั้งการสอนงานและส่งต่อองค์ความรู้ภายในองค์กร ไปจนถึงการถ่ายทอดมุมมอง วิธีคิด และทัศนคติ เพื่อช่วยบ่มเพาะการสร้างศักยภาพให้เกิดขึ้นได้ภายในองค์กร</p>
<p><strong>Communicate</strong> ที่เน้นการสื่อสารเพื่อความเข้าใจและชัดเจนระหว่างกัน รวมทั้งทำให้ทั้งองค์กรมีเป้าหมายที่มุ่งไปในทิศทางเดียวกัน</p>
<p><strong>Care</strong> เพื่อสะท้อนการเป็นองค์กรที่ใส่ใจทุกองค์ประกอบโดยรอบ ทั้งการที่บริษัทใส่ใจพนักงาน หัวหน้าใส่ใจลูกน้อง การใส่ใจเพื่อนร่วมงาน รวมทั้งการทำธุรกิจที่ใส่ใจ  Stakeholders โดยรอบทุกมิติ</p>
<p>ซึ่งทั้ง 3C นี้ จะอยู่บนพื้นฐาน <strong>Compliance + Consistency</strong> เนื่องจาก ความเป็นสถาบันการเงิน ที่ยังต้องอยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานกำกับ เพื่อดำเนินธุรกิจอยู่บนพื้นฐานความโปร่งใส และน่าเชื่อถือ ขณะเดียวกัน ต้องมีการขับเคลื่อนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นสิ่งที่ปลูกฝังอยู่ภายในองค์กรเพื่อส่งต่อได้แบบรุ่นสู่รุ่น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28660 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/1-1.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>ปัจจุบัน สัดส่วนพนักงานคนรุ่นใหม่ของกรุงศรีมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย 55% เป็นกลุ่มเจนเนอเรชั่น Y ขณะที่แนวโน้มเจนเนอเรชั่น Z เริ่มเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีฟังก์ชันงานด้านเทคโนโลยีหรือดิจิทัล จะมีพนักงานคนรุ่นใหม่จำนวนมาก ทำให้ต้องมีการปรับกลยุทธ์ Employee Engagement ให้สอดคล้องกับความต้องการและตอบโจทย์ที่ยืดหยุ่นเพิ่มมากขึ้น เช่น การมีนโยบาย<strong> Flexible Benefit</strong> ในการเลือกสวัสดิการตามไลฟ์สไตล์พนักงานแต่ละกลุ่ม หรือการเก็บเงินสะสมสำรองเลี้ยงชีพพนักงาน ที่สามารถเลือกจ่ายในอัตราที่แตกต่างกันไปตามความต้องการ ​รวมท้ังรูปแบบการทำงาน​ที่ผสานทั้งการเข้าออฟฟิศ และ Work from home</p>
<p>รวมทั้งการให้ความสำคัญกับการฟังเสียงพนักงานผ่านการสำรวจ <strong>VOK (Voice of Krungsri)</strong> เพื่อนำข้อมูลจริงที่ได้จากการสำรวจพนักงานทั้งหมด มาวิเคราะห์ Painpoint ในการทำงานของพนักงาน และหาแนวทางแก้ไข โดยมีตัวแทน VOK Champion ที่เลือกกลุ่มทาเลนท์จากแต่ละสายงาน มาทำหน้าที่ขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหาต่างๆ ​ให้กับพนักงานในระดับฟังก์ชันตามแต่ละสายงาน รวมทั้งการตั้งทีม <strong>Culture Troop</strong> ซึ่งเป็นตัวแทนจากกลุ่ม Talent ในการรับปัญหาที่ต้องเชื่อมโยงไปสู่การขับเคลื่อนด้านนโยบายภาพใหญ่ เพื่อให้ระดับ Top Management ขององค์กรรับรู้และมีส่วนในการเข้ามาช่วยแก้ปัญหา</p>
<p><em>&#8220;การวางกลยุทธ์ที่สอดคล้องความต้องการพนักงานทำให้อัตราการลาออกของพนักงานโดยรวมของกรุงศรีลดลงมาอยู่ที่ 7% จากก่อนหน้าช่วงปี 2010 มีอัตราที่ 20% และช่วงก่อนโควิดอยู่ที่ราว 10% ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่ค่อนข้างมีความแข็งแรง ทั้งจากการปรับนโยบายด้าน Employee Engagement ให้ตอบโจทย์ความต้องการของพนักงานได้มากขึ้น ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันทำให้คนเปลี่ยนงานน้อยลง ขณะที่ทางกรุงศรีจะมุ่งพัฒนาทักษะให้พนักงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ตอบโจทย์การทำงานทั้งในปัจจุบันรวมทั้งในอนาคต ทั้ง Soft Skill และ Hasrd Skill โดยเฉพาะการปลูกฝัง Growth Mindset เพื่อสร้างทัศนคติให้ยอมรับและปรับตัวเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลง รวมทั้งการเติมทักษะด้านเทคโนโลยี ดิจิทัล หรือฟินเทค ​ที่มีความจำเป็นในสายงานการเงินเพิ่มมากขึ้น ผ่านรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย ทั้งจากประสบการณ์ในการทำงาน (Learning by Doing) การสอนงานกันภายในองค์กรและสายงาน รวมทั้งจากการเทรนนิ่ง รวมทั้งแพลตฟอร์หรือช่องทางที่​ทางองค์กรบรรจุไว้ ผ่านหลากหลายโปรแกรมเพื่อให้พนักงานสามารถเข้าไปเรียนรู้ได้อย่างสะดวก ​ตอบโจทย์เป้าหมาย หรือการวาง​การเติบโตในสายงานที่​พนักงานแต่ละคนได้วางแผนเอาไว้&#8221;​</em></p>
<p>กรุงศรี ยังให้ความสำคัญในการบ่มเพาะเพื่อสร้าง Future Leader ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการพัฒนาให้องค์กรเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยเชื่อมั่นว่าวัฒนธรรมองค์กรที่วางรากฐานไว้ จะสามารถพัฒนาให้คนกรุงศรีเติบโตขึ้นได้อย่างมีศักยภาพ สามารถทดแทนผู้บริหารที่เกษียณหรือลาออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ซึ่งปัจจุบันเรามีกลุ่ม Talent ในองค์กรไม่ต่ำกว่า 100 คน ในทุกสายงาน รวมท้ังยังมุ่งมั่นที่จะสร้างกลุ่มทาเลนต์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการดูจาก Performance หรือความสามารถที่มีอยู่ในปัจจุบัน รวม​ทั้งการดูจาก Potential หรือโอกาสในการพัฒนาศักยภาพเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ทั้งจากการอัพสกิล การปลูกฝังทัศนคติ หรือการเน้นโปรแกรม Rotation เพื่อเพิ่มทักษะในสายงานที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อสร้างความพร้อมสำหรับโอกาสในการเติบโตได้ในอนาคต ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญในการรักษาพนักงานที่มีศักยภาพไว้กับองค์กร ด้วยการดูแลไม่ต่างจากคนในครอบครัว โดยเฉพาะการสร้างความสุขภายในองค์กร เพื่อให้พนักงานรู้สึกถึงความรัก ความปลอดภัย รวมทั้งโอกาสในการเติบโตในอนาคต หรือการตอบโจทย์ความต้องการถึงระดับ Self-esteem เพราะความสุขที่พนักงานได้รับ สุดท้ายจะได้รับการส่งต่อไปยังลูกค้า รวมทั้ง Stakeholders ทุกมิติได้ในที่สุด</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/krungsri-3c-strategy-build-sustainable-workplace/">กรุงศรี เปิดกลยุทธ์ &#8216;3C&#8217; แนวทางสร้างวัฒนธรรมองค์กร ที่ช่วย​ดึงดูด Talent รุ่นใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทาเลนท์กลุ่ม Green Skills มีโอกาสได้งานมากกว่าแรงงานทั่วไป 29% ชี้เป็นทักษะหายาก 8 คน มีแค่ 1 คน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/08/linkedin-global-green-skills-report-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 Aug 2024 15:41:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Employee]]></category>
		<category><![CDATA[Employer]]></category>
		<category><![CDATA[Global Green Skills Report 2023]]></category>
		<category><![CDATA[Green Jobs]]></category>
		<category><![CDATA[Green Skills]]></category>
		<category><![CDATA[Green Talent]]></category>
		<category><![CDATA[Linkedin]]></category>
		<category><![CDATA[Linkedin Economic Graph]]></category>
		<category><![CDATA[Skills]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Talent]]></category>
		<category><![CDATA[TCC Business Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[workforce]]></category>
		<category><![CDATA[งาน]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะ]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28073</guid>

					<description><![CDATA[<p>รายงาน Global Green Skills Report 2023 โดย Linkedin Economy Graph เก็บข้อมูลเพื่อศึกษาตลาดงานและแรงงานจากผู้ใช้ 48 ประเทศทั่วโลก พบว่า ​กลุ่ม &#8216;Green Talent&#8217; หรือผู้ที่มีทักษะที่จำเป็นอย่างน้อย 1 ทักษะ ในงานที่เกี่ยวข้องกับการรับมือต่อปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ยังมีความขาดแคลนในระดับสูง โดยพบว่า ช่วงระหว่างปี 2022 &#8211; 2023 ​ปริมาณงานที่​ต้องการผู้ที่มี Green Skills อย่างน้อยหนึ่งทักษะที่มาโพสต์ประกาศผ่านแพลตฟอร์มมีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้นกว่า 22.4% จากจำนวนประกาศทั้งหมด โดยมีการเติบโตของดีมานด์เฉลี่ย 15.2% (ข้อมูลจากการประกาศรับสมัครงานใน Linkedin ช่วง ก.พ. ปี 2022 &#8211; ก.พ. 2023) ขณะที่ฝั่ง​ซัพพลายหรือผู้ที่มี Green Talent มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น​ 12.3% จากแรงงานทั่วไป หรือมีการเติบโตเฉลี่ยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/linkedin-global-green-skills-report-2023/">ทาเลนท์กลุ่ม Green Skills มีโอกาสได้งานมากกว่าแรงงานทั่วไป 29% ชี้เป็นทักษะหายาก 8 คน มีแค่ 1 คน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>รายงาน<strong> Global Green Skills Report 2023</strong> โดย <strong>Linkedin</strong> <strong>Economy Graph</strong> เก็บข้อมูลเพื่อศึกษาตลาดงานและแรงงานจากผู้ใช้ 48 ประเทศทั่วโลก พบว่า ​กลุ่ม <strong>&#8216;Green Talent&#8217;</strong> หรือผู้ที่มีทักษะที่จำเป็นอย่างน้อย 1 ทักษะ ในงานที่เกี่ยวข้องกับการรับมือต่อปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ยังมีความขาดแคลนในระดับสูง</p>
<p><span id="more-28073"></span></p>
<p>โดยพบว่า ช่วงระหว่างปี 2022 &#8211; 2023 ​ปริมาณงานที่​ต้องการผู้ที่มี Green Skills อย่างน้อยหนึ่งทักษะที่มาโพสต์ประกาศผ่านแพลตฟอร์มมีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้นกว่า 22.4% จากจำนวนประกาศทั้งหมด โดยมีการเติบโตของดีมานด์เฉลี่ย 15.2% (ข้อมูลจากการประกาศรับสมัครงานใน Linkedin ช่วง ก.พ. ปี 2022 &#8211; ก.พ. 2023) ขณะที่ฝั่ง​ซัพพลายหรือผู้ที่มี Green Talent มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น​ 12.3% จากแรงงานทั่วไป หรือมีการเติบโตเฉลี่ยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2018-2023) ที่ฟากของดีมานด์มีสัดส่วนเติบโตราว 9.2% ขณะที่ซัพพลายเติบโตราว 5.4%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28076 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Linkedin-LOGO.jpg" alt="" width="737" height="430" /></p>
<p>จึงถือว่า​ในตลาดแรงงานยัง​ขาดแคลน Green Skills ​เมื่อเทียบกับความจำเป็นในการขับเคลื่อนเพื่อรับมือปัญหาสภาพอากาศในปัจจุบัน ​​โดยข้อมูลระบุว่า​ ในแรงงานทั่วโลก 8 คน จะมีเพียง 1 คนเท่านั้น ที่มี Green Skill อย่างน้อย 1 ทักษะ หรือมากกว่า ซึ่งในอีกมุมหนึ่งคือ มีแรงงานทั่วโลกถึง 7 ใน 8 คน ที่ไม่มี​ทักษะด้านงานสีเขียวเลยแม้แต่เพียงทักษะเดียว จึง​เป็นความท้าทายสำคัญของโลกอย่างมากในยุคที่การหยุดยั้งปัญหาสภาพอากาศของโลกต้องอาศัยการพัฒนาด้าน Green Jobs ต่างๆ</p>
<p>ขณะเดียวกันยังเป็นโอกาสของกลุ่มคนที่มีทักษะ หรือกลุ่ม Green Talent ​ที่จะมีโอกาสได้รับการจ้างงานสูงกว่ากลุ่มแรงงานทั่วไปถึง 29%  โดยเฉพาะใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืน ได้แก่ ภาคการผลิตพลังงาน และภาคการขนส่ง ซึ่งจัดเป็นกลุ่ม High Emission ที่มีการปลดปล่อยคาร์บอนในระดับสูง และในภาคการเงิน ในฐานะผู้สนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้อย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28077 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Green-Skills-.jpg" alt="" width="1200" height="756" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/linkedin-global-green-skills-report-2023/">ทาเลนท์กลุ่ม Green Skills มีโอกาสได้งานมากกว่าแรงงานทั่วไป 29% ชี้เป็นทักษะหายาก 8 คน มีแค่ 1 คน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;โรเบิร์ต วอลเทอร์ส&#8217; ระบุ 78% ของพนักงานในประเทศไทยกำลังวางแผนเปลี่ยนงาน ตัวกระตุ้นสำคัญเกินครึ่งมาจาก &#8216;วัฒนธรรมองค์กร&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/08/robert-walters-points-thai-employees-want-to-change-jobs-nearly/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Aug 2024 07:25:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Career]]></category>
		<category><![CDATA[Career Cushioning]]></category>
		<category><![CDATA[Companies]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[Employee]]></category>
		<category><![CDATA[Employer]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[Human Capital]]></category>
		<category><![CDATA[Jobs]]></category>
		<category><![CDATA[Robert Walters]]></category>
		<category><![CDATA[Skill]]></category>
		<category><![CDATA[Talent]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[นายจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[บุคลากร]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ลูกจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[วรัปสร พงษ์ศิริบัญญัติ]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[โรเบิร์ต วอลเทอร์ส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27871</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลสำรวจล่าสุดของ &#8216;โรเบิร์ต วอลเทอร์ส&#8217; ชี้ พนักงาน​ 3 ใน 4 ​กำลังมองหา “แผนสำรอง” หรือเริ่มวาง Plan B ในอาชีพการงาน โดย 78% ​เริ่มต้นหรือกำลังวางแผนหางานใหม่ในปีนี้ พร้อมเตรียม Career Cushioning (การเตรียมตัวเพื่อยกระดับความสามารถของตัวเอง) เพื่อหางานได้เร็วขึ้น ขณะที่วัฒนธรรมองค์กรที่ไม่ดีและระดับความพึงพอใจในการทำงานที่ต่ำเป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้พนักงานเริ่มมองหางานใหม่ กว่า  70% ของพนักงานในประเทศไทยกำลังวางแผนเปลี่ยนงาน จากผลสำรวจล่าสุดโดย โรเบิร์ต วอลเทอร์ส บริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดหางานระดับโลก พบว่า 62% ของพนักงานเหล่านี้เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าการเตรียมตัวเพื่อยกระดับความสามารถของตัวเองจะช่วยให้ได้งานใหม่เร็วขึ้น แนวโน้มดังกล่าวกำลังเป็นที่นิยมในหมู่พนักงานในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการแสวงหาความก้าวหน้าในอาชีพ การเตรียมตัวเพื่อยกระดับความสามารถของตัวเอง หรือ Career Cushioning ถือเป็นกลยุทธ์เชิงรุกที่พนักงานใช้เพื่อรองรับกับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นกับงานในปัจจุบันของตน  โดยถือเป็นการแสวงหาโอกาสในการพัฒนาทักษะ เพิ่มพูนองค์ความรู้ใหม่ๆ และได้รับประสบการณ์ที่หลากหลาย  สิ่งเหล่านี้จะเสริมสร้างความสามารถในรับมือกับความไม่แน่นอนในตลาดงานและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรม “การพัฒนาและยกระดับทักษะในปัจจุบันไม่เพียงแต่จะช่วยด้านการพัฒนาตนเองและการเติบโตทางอาชีพ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการเรียนรู้ การเปิดรับแนวคิดใหม่ๆ และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง มันเป็นทั้งการต่อยอดทักษะปัจจุบันและการแสวงหาทักษะใหม่ ซึ่งทำให้การเตรียมตัวเพื่อยกระดับความสามารถเป็นแนวคิดที่น่าสนใจและตอบโจทย์ในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง&#8221; คุณวรัปสร พงษ์ศิริบัญญัติ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน กฎหมาย และ เทคโนโลยีและทรานส์ฟอร์เมชั่น ที่โรเบิร์ต วอลเทอร์ส [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/robert-walters-points-thai-employees-want-to-change-jobs-nearly/">&#8216;โรเบิร์ต วอลเทอร์ส&#8217; ระบุ 78% ของพนักงานในประเทศไทยกำลังวางแผนเปลี่ยนงาน ตัวกระตุ้นสำคัญเกินครึ่งมาจาก &#8216;วัฒนธรรมองค์กร&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span lang="TH">ผลสำรวจล่าสุดของ &#8216;โรเบิร์ต วอลเทอร์ส&#8217; ชี้ พนักงาน​ 3 ใน 4 ​กำลังมองหา “แผนสำรอง” หรือเริ่มวาง Plan B ในอาชีพการงาน โดย 78% ​เริ่มต้นหรือกำลังวางแผนหางานใหม่ในปีนี้ พร้อมเตรียม Career Cushioning (การเตรียมตัวเพื่อยกระดับความสามารถของตัวเอง) เพื่อหางานได้เร็วขึ้น ขณะที่วัฒนธรรมองค์กรที่ไม่ดีและระดับความพึงพอใจในการทำงานที่ต่ำเป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้พนักงานเริ่มมองหางานใหม่ </span></strong><span id="more-27871"></span></p>
<p><span lang="TH" style="font-family: -apple-system, BlinkMacSystemFont, 'Segoe UI', Roboto, 'Helvetica Neue', Arial, 'Noto Sans', sans-serif, 'Apple Color Emoji', 'Segoe UI Emoji', 'Segoe UI Symbol', 'Noto Color Emoji'; font-size: 1rem;">กว่า </span><span lang="TH" style="font-family: -apple-system, BlinkMacSystemFont, 'Segoe UI', Roboto, 'Helvetica Neue', Arial, 'Noto Sans', sans-serif, 'Apple Color Emoji', 'Segoe UI Emoji', 'Segoe UI Symbol', 'Noto Color Emoji'; font-size: 1rem;"> </span><span lang="EN-US" style="font-family: -apple-system, BlinkMacSystemFont, 'Segoe UI', Roboto, 'Helvetica Neue', Arial, 'Noto Sans', sans-serif, 'Apple Color Emoji', 'Segoe UI Emoji', 'Segoe UI Symbol', 'Noto Color Emoji'; font-size: 1rem;">70%<b> </b></span><span lang="TH" style="font-family: -apple-system, BlinkMacSystemFont, 'Segoe UI', Roboto, 'Helvetica Neue', Arial, 'Noto Sans', sans-serif, 'Apple Color Emoji', 'Segoe UI Emoji', 'Segoe UI Symbol', 'Noto Color Emoji'; font-size: 1rem;">ของพนักงานในประเทศไทยกำลังวางแผนเปลี่ยนงาน จากผลสำรวจล่าสุดโดย <strong>โรเบิร์ต วอลเทอร์ส</strong> บริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดหางานระดับโลก พบว่า </span><span lang="EN-US" style="font-family: -apple-system, BlinkMacSystemFont, 'Segoe UI', Roboto, 'Helvetica Neue', Arial, 'Noto Sans', sans-serif, 'Apple Color Emoji', 'Segoe UI Emoji', 'Segoe UI Symbol', 'Noto Color Emoji'; font-size: 1rem;">62% </span><span lang="TH" style="font-family: -apple-system, BlinkMacSystemFont, 'Segoe UI', Roboto, 'Helvetica Neue', Arial, 'Noto Sans', sans-serif, 'Apple Color Emoji', 'Segoe UI Emoji', 'Segoe UI Symbol', 'Noto Color Emoji'; font-size: 1rem;">ของพนักงานเหล่านี้เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าการเตรียมตัวเพื่อยกระดับความสามารถของตัวเองจะช่วยให้ได้งานใหม่เร็วขึ้น แนวโน้มดังกล่าวกำลังเป็นที่นิยมในหมู่พนักงานในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการแสวงหาความก้าวหน้าในอาชีพ</span></p>
<p><span lang="TH">การเตรียมตัวเพื่อยกระดับความสามารถของตัวเอง หรือ <b>Career Cushioning</b> ถือเป็นกลยุทธ์เชิงรุกที่พนักงานใช้เพื่อรองรับกับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นกับงานในปัจจุบันของตน</span>  <span lang="TH">โดยถือเป็นการแสวงหาโอกาสในการพัฒนาทักษะ เพิ่มพูนองค์ความรู้ใหม่ๆ และได้รับประสบการณ์ที่หลากหลาย</span>  <span lang="TH">สิ่งเหล่านี้จะเสริมสร้างความสามารถในรับมือกับความไม่แน่นอนในตลาดงานและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรม</span></p>
<p><em><b><span lang="EN-US">“</span></b></em><span lang="TH"><em>การพัฒนาและยกระดับทักษะในปัจจุบันไม่เพียงแต่จะช่วยด้านการพัฒนาตนเองและการเติบโตทางอาชีพ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการเรียนรู้ การเปิดรับแนวคิดใหม่ๆ และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง มันเป็นทั้งการต่อยอดทักษะปัจจุบันและการแสวงหาทักษะใหม่ ซึ่งทำให้การเตรียมตัวเพื่อยกระดับความสามารถเป็นแนวคิดที่น่าสนใจและตอบโจทย์ในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง&#8221;</em> <strong>คุณวรัปสร พงษ์ศิริบัญญัติ</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน กฎหมาย และ เทคโนโลยีและทรานส์ฟอร์เมชั่น ที่โรเบิร์ต วอลเทอร์ส ประเทศไทย กล่าว</span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">ผลสำรวจล่าสุดที่จัดทำโดยโรเบิร์ต วอลเทอร์ส ประเทศไทย พบข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้​</span></p>
<p><span lang="TH">&#8211; <em><strong>แรงจูงใจที่ทำให้พนักงานเริ่มหางานใหม่ ได้แก่ วัฒนธรรมองค์กรที่ไม่ตอบโจทย์</strong></em></span><em><strong>  (55%), <span lang="TH">ความพึงพอใจในการทำงานต่ำ (</span>20%) <span lang="TH">และความไม่มั่นคงในงาน (</span>16%)</strong></em></p>
<p><span lang="TH">&#8211; <em><strong>กลยุทธ์การเตรียมตัวเพื่อยกระดับความสามารถของตัวเองที่เป็นที่นิยม ได้แก่ การพัฒนาทักษะ/การฝึกอบรม (</strong></em></span><em><strong>33%), <span lang="TH">การทำอาชีพเสริมควบคู่กับงานประจำ (</span>17%) <span lang="TH">และการขอคำปรึกษาจากโค้ชด้านอาชีพ (</span>6%)</strong></em></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">คุณวรัปสร ยังเน้นว่า การพัฒนาทักษะและความสามารถไม่เพียงแต่สร้างความมั่นใจให้กับตนเอง แต่ยังเป็นการเพิ่มคุณค่าให้องค์กร ทำให้ตนเองเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญสำหรับองค์กร ส่งผลให้พนักงานมีความรู้สึกมั่นคงในงานรวมถึงความภาคภูมิใจงาน ซึ่งส่งผลดีต่อขวัญและกำลังใจโดยรวม</span></p>
<p class="x_MsoNormal"><b><span lang="TH">บริษัทสนับสนุนให้พนักงานพัฒนาตนเองเพื่อรักษาบุคลากร</span></b></p>
<p class="x_MsoNormal"><b><span lang="EN-US"> </span></b><span lang="TH">บริษัทส่วนใหญ่มีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการให้พนักงานเตรียมตัวเพื่อยกระดับความสามารถ ซึ่งบริษัทมากกว่า </span><b><span lang="EN-US">50%</span></b><span lang="EN-US">  </span><span lang="TH">มองว่า เป็นหนึ่งในแนวทางที่พนักงานจะแสวงหาความก้าวหน้าทางอาชีพ  </span><span lang="TH">ขณะที่ </span><strong><span lang="EN-US">35%</span><span lang="EN-US"> </span></strong><span lang="TH"><strong>เชื่อว่าจะกระตุ้นให้เกิดแนวคิดใหม่ในบริษัท</strong></span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH"> อย่างไรก็ตาม แม้ว่าบริษัทจะให้การสนับสนุนแนวทางนี้ แต่บริษัทยังจำเป็นต้องมุ่งเน้นการรักษาพนักงานให้อยู่กับบริษัท เพื่อลดโอกาสที่พวกเขาจะลาออกไปเริ่มงานใหม่</span>  <span lang="TH">ซึ่งทำได้โดยการสื่อสารแนวทางที่ชัดเจนแก่พนักงาน ประเมินผลการทำงานอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการให้ฟีดแบคเชิงสร้างสรรค์ และลงทุนในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้พนักงานมีทักษะที่พร้อม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27872 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/RW1.jpg" alt="" width="451" height="677" /></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">คุณวรัปสร สรุปว่า “ด้วยแรงสนับสนุนและการเตรียมพร้อมจากองค์กร การเตรียมตัวเพื่อยกระดับความสามารถของตัวเองมีผลกระทบสำคัญต่อการรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กร โดยการเสริมสร้างทักษะ ความรู้ และประสบการณ์ที่พนักงานต้องการ เพื่อให้เป้าหมายที่ตั้งไว้สำเร็จ องค์กรต้องรับรู้แนวโน้มและทิศทางในอุตสาหกรรม และให้การฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องแก่พนักงาน กลยุทธ์เหล่านี้ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการสนับสนุนโอกาสทางอาชีพแก่พนักงาน แต่ยังให้ประโยชน์ทั้งพนักงานและนายจ้างเช่นเดียวกัน”</span><b><span lang="EN-US"> </span></b></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โรเบิร์ต วอลเทอร์ส ในประเทศไทย กรุณาเข้าชมที่เว็บไซต์ </span><a title="ได้รับการป้องกันโดย Outlook: http://www.robertwalters.co.th/ คลิกหรือแตะเพื่อติดตามลิงก์" href="https://na01.safelinks.protection.outlook.com/?url=http%3A%2F%2Fwww.robertwalters.co.th%2F&amp;data=05%7C02%7C%7Ca82f49d2ad224e94be0c08dcb2ac92f5%7C84df9e7fe9f640afb435aaaaaaaaaaaa%7C1%7C0%7C638581701495662485%7CUnknown%7CTWFpbGZsb3d8eyJWIjoiMC4wLjAwMDAiLCJQIjoiV2luMzIiLCJBTiI6Ik1haWwiLCJXVCI6Mn0%3D%7C0%7C%7C%7C&amp;sdata=FtoXB6P3Qt4ty4hIf6XPNwAcqGdUBskb%2BqtkDeq45Xc%3D&amp;reserved=0" target="_blank" rel="noopener noreferrer" data-auth="Verified" data-linkindex="0">www.robertwalters.co.th</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/robert-walters-points-thai-employees-want-to-change-jobs-nearly/">&#8216;โรเบิร์ต วอลเทอร์ส&#8217; ระบุ 78% ของพนักงานในประเทศไทยกำลังวางแผนเปลี่ยนงาน ตัวกระตุ้นสำคัญเกินครึ่งมาจาก &#8216;วัฒนธรรมองค์กร&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
