<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พลังงานหมุนเวียน &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 19 May 2026 04:00:29 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>พลังงานหมุนเวียน &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>CKPower เผยกำไรสุทธิ Q1/2569 เติบโตต่อเนื่องแม้ในฤดูแล้ง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/ckpower-release-performance-q12026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 May 2026 04:00:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CKP]]></category>
		<category><![CDATA[CKPower]]></category>
		<category><![CDATA[El Nino]]></category>
		<category><![CDATA[NN2]]></category>
		<category><![CDATA[XPCL]]></category>
		<category><![CDATA[ธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[เอลนีโญ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าพลังน้ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41904</guid>

					<description><![CDATA[<p>พอร์ตพลังงานหมุนเวียนสะท้อนความแข็งแกร่ง ท่ามกลางความผันผวนราคาพลังงาน เดินหน้ารับมือเอลนีโญด้วยระบบคาดการณ์น้ำ นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1/2569 CKPower มีผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Core Net Profit) จำนวน 115.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.5 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 82.9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน การเติบโตดังกล่าวมาจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโรงไฟฟ้าพลังน้ำทั้งสองแห่งของบริษัท โดยบริษัทรับรู้ส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) จำนวน 198.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 190.7 ล้านบาทเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ที่มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น อีกทั้งได้รับปัจจัยหนุนจากต้นทุนทางการเงินของ XPCL ที่ลดลงจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว และอัตราดอกเบี้ยลดลลงตามแนวโน้มดอกเบี้ยโลก นอกจากนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/ckpower-release-performance-q12026/">CKPower เผยกำไรสุทธิ Q1/2569 เติบโตต่อเนื่องแม้ในฤดูแล้ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>พอร์ตพลังงานหมุนเวียนสะท้อนความแข็งแกร่ง ท่ามกลางความผันผวนราคาพลังงาน เดินหน้ารับมือเอลนีโญด้วยระบบคาดการณ์น้ำ</p>
<p><span id="more-41904"></span></p>
<p><strong>นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1/2569 CKPower มีผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Core Net Profit) จำนวน 115.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.5 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 82.9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน</p>
<p>การเติบโตดังกล่าวมาจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโรงไฟฟ้าพลังน้ำทั้งสองแห่งของบริษัท โดยบริษัทรับรู้ส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของ <strong>บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL)</strong> จำนวน 198.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 190.7 ล้านบาทเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ที่มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น อีกทั้งได้รับปัจจัยหนุนจากต้นทุนทางการเงินของ XPCL ที่ลดลงจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว และอัตราดอกเบี้ยลดลลงตามแนวโน้มดอกเบี้ยโลก</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41906 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/S__89735214.jpg" alt="" width="1200" height="797" /></p>
<p>นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานของ <strong>บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด (NN2)</strong> ปรับตัวดีขึ้นจากปริมาณการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนเช่นกัน จากระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำ ณ ช่วงต้นปี 2569 สูงกว่าปีก่อน และมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำในไตรมาส 1/2569 เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผลการดำเนินงานของ CKPower ในไตรมาส 1 ปีนี้ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้อยู่ในช่วงฤดูแล้ง</p>
<p><strong>นายธนวัฒน์</strong> กล่าวเสริมว่า จากโครงสร้างสัดส่วนกำลังการผลิตของ CKPower ซึ่งมาจากพลังงานหมุนเวียนเป็นหลัก ทำให้ผลการดำเนินงานไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางและความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก โดยจะมีผลกระทบเฉพาะต้นทุนเชื้อเพลิงในส่วนของไฟฟ้าที่จำหน่ายให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมของ บริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด (BIC) ซึ่งคิดเป็นประมาณร้อยละ 3 ของปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั้งหมดของ CKPower เท่านั้น</p>
<p>&#8220;จากข้อมูลการพยากรณ์สภาพภูมิอากาศที่บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ของการเข้าสู่ภาวะเอลนีโญ (El Niño) ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทได้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ด้วยการพัฒนาระบบติดตามและคาดการณ์ปริมาณน้ำ (Hydrometeorological Monitoring and Forecasting System) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการประกาศความพร้อมในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำของบริษัท ขณะที่โครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง มีความคืบหน้าการก่อสร้าง ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 อยู่ที่ร้อยละ 72 ซึ่งเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้&#8221;</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41907 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/S__89735215.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p>สำหรับฐานะการเงิน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีอัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 1.78 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 0.47 เท่า สะท้อนถึงการบริหารสภาพคล่องและความสามารถในการชำระหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ หากอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐอเมริกาและของประเทศไทยมีการปรับลดเพิ่มเติม จะช่วยลดต้นทุนทางการเงินและสนับสนุนผลการดำเนินงานของ CKPower ต่อเนื่องในปี 2569 โดยบริษัทจะยังคงติดตามการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ยและการบริหารจัดการหนี้สินระยะยาวให้มีความเหมาะสมอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>นายธนวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแผนงาน 5 ปี (2569-2573) CKPower ตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตจากโครงการไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ ทั้งในรูปแบบ Private PPA และการเข้าร่วมประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนจากภาครัฐ ควบคู่ไปกับการขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (RECs) ทั้งนี้ในปี 2568 โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในกลุ่ม CKPower สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนส่งให้ประเทศไทยได้กว่า 10 ล้านเมกะวัตต์-ชั่วโมง (MWh) หรือคิดเป็นร้อยละ 17 ของไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่ใช้ในประเทศและสามารถหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 5.34 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า บริษัทเชื่อมั่นว่าไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/ckpower-release-performance-q12026/">CKPower เผยกำไรสุทธิ Q1/2569 เติบโตต่อเนื่องแม้ในฤดูแล้ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CKPower ประสบความสำเร็จในการเสนอขาย Green Bond ยอดจองเกินวงเงินมากกว่า 2 เท่า</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/ckpower-success-of-green-debentures/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 May 2026 08:52:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[CKPower]]></category>
		<category><![CDATA[Green Bond]]></category>
		<category><![CDATA[Green Debentures]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพรินต์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41749</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 &#8211; 29 เมษายนที่ผ่านมา CKPower ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Debentures) ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ จำนวน 3 ชุด มูลค่ารวม 5,000 ล้านบาท โดยมียอดจองเกินวงเงินที่เสนอขายมากกว่า 2 เท่า ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพการดำเนินธุรกิจและทิศทางการเติบโตของบริษัท ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก “CKPower ขอขอบคุณนักลงทุนทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจและเชื่อมั่นในหุ้นกู้และการดำเนินงานของบริษัท รวมถึงผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ซึ่งประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ที่มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนให้การออกหุ้นกู้ในครั้งนี้ประสบความสำเร็จและได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างมาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/ckpower-success-of-green-debentures/">CKPower ประสบความสำเร็จในการเสนอขาย Green Bond ยอดจองเกินวงเงินมากกว่า 2 เท่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คุณธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 &#8211; 29 เมษายนที่ผ่านมา CKPower ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Debentures) ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ จำนวน 3 ชุด มูลค่ารวม 5,000 ล้านบาท</p>
<p><span id="more-41749"></span></p>
<p>โดยมียอดจองเกินวงเงินที่เสนอขายมากกว่า 2 เท่า ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพการดำเนินธุรกิจและทิศทางการเติบโตของบริษัท ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก</p>
<p><em>“CKPower ขอขอบคุณนักลงทุนทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจและเชื่อมั่นในหุ้นกู้และการดำเนินงานของบริษัท รวมถึงผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ซึ่งประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ที่มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนให้การออกหุ้นกู้ในครั้งนี้ประสบความสำเร็จและได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างมาก สะท้อนความเชื่อมั่นต่อพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งของบริษัท และแนวทางการดำเนินธุรกิจพลังงานหมุนเวียนที่มุ่งสร้างความมั่นคงทางพลังงานควบคู่กับการเติบโตอย่างยั่งยืน”</em> คุณธนวัฒน์กล่าว</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41750 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/นายธนวัฒน์-ตรีวิศวเวทย์-กรรมการผู้จัดการ-บริษัท-ซีเค-พาวเวอร์-จำกัด-มหาชน.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับหุ้นกู้ของ CKPower ในครั้งนี้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือโดยทริสเรทติ้งที่ &#8216;A-&#8216; แนวโน้มคงที่ ซึ่งเท่ากับอันดับเครดิตองค์กร และได้รับการจัดประเภทเป็น &#8216;<strong>หุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Debentures)&#8217;</strong> ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน Green Bond Principles 2021, Green Loan Principles 2025 และ Thailand Taxonomy 2023 และได้ผ่านการสอบทานโดยองค์กรรับรองมาตรฐานชั้นนำของโลก DNV ในฐานะผู้สอบทานอิสระ (Independent External Reviewer) สะท้อนถึงมาตรฐานการระดมทุนที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับแนวปฏิบัติในระดับสากล โดยหุ้นกู้มีจำนวน 3 ชุด ประกอบด้วย</p>
<ul>
<li>หุ้นกู้อายุ 4 ปี จำนวน 2,500 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 89 ต่อปี</li>
<li>หุ้นกู้อายุ 7 ปี จำนวน 1,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 46 ต่อปี โดยผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนวันครบกำหนด และ</li>
<li>หุ้นกู้อายุ 10 ปี จำนวน 1,500 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 75 ต่อปี โดยผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนวันครบกำหนด</li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41751 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/โครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้า-Re.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>เงินที่ได้รับจากการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้จะนำไปใช้ในการลงทุนในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพทางพลังงานของประเทศไทย และรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนที่สอดคล้องกับทิศทางพลังงานของโลก</p>
<p>ความสำเร็จในการเสนอขายครั้งนี้ยังตอกย้ำบทบาทของ CKPower ในฐานะผู้ออก Green Bond ที่เชื่อมโยงการระดมทุนเข้ากับการพัฒนาโครงการพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/ckpower-success-of-green-debentures/">CKPower ประสบความสำเร็จในการเสนอขาย Green Bond ยอดจองเกินวงเงินมากกว่า 2 เท่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GULF ผนึก ปิดทองหลังพระฯ ชูความเชี่ยวชาญด้านพลังงานหมุนเวียน ติดตั้งระบบสูบน้ำโซลาร์บ้านโคกล่าม-บ้านแสงอร่าม จ.อุดรฯ ยกระดับคุณภาพชีวิตสร้างรายได้ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/04/gulf-solar-water-pumping-system/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Apr 2026 02:54:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[GULF]]></category>
		<category><![CDATA[กัลฟ์]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ญาณิศา วัฒนคำนวณ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านแสงอร่าม]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านโคกล่าม]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิปิดทองหลังพระ]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ]]></category>
		<category><![CDATA[วรยุทธ เนาวรัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซลล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41402</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF  จับมือ มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ และ สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ นำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านพลังงานหมุนเวียน มาขยายผลและต่อยอดโครงการยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยการจัดการน้ำและเกษตรปลอดภัย บ้านโคกล่ามและบ้านแสงอร่าม ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ด้วยการสนับสนุนการติดตั้งระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์และหอถังสูง รวมถึงวางระบบท่อส่งน้ำและระบบกระจายน้ำไปยังแปลงเพาะปลูก ขณะเดียวกันยังสนับสนุนโรงเรือนปลูกผักปลอดภัยจำนวน 10 โรงเรือน พร้อมทั้งขยายระบบส่งน้ำไปยังแหล่งน้ำสาธารณประโยชน์ของชุมชนเพื่อให้คนในชุมชนสามารถปลูกผัก ปลูกไม้ผล ไม้เศรษฐกิจ พัฒนาสู่ ‘ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง’ ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน สร้างงานสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนต่อไป น.ส.ญาณิศา วัฒนคำนวณ ผู้อำนวยการด้านการบริหารฝ่ายกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม GULF กล่าวว่า “GULF ให้ความสำคัญกับส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้คน โดยนำความรู้ความเชี่ยวชาญของธุรกิจมาเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานเพื่อสังคม อย่างการทำงานร่วมกับมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ ในพื้นที่บ้านโคกล่ามและบ้านแสงอร่าม GULF นำความเชี่ยวชาญด้านพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ โซลาร์เซลล์ มาประยุกต์ใช้เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่ถือเป็นต้นทุนสำคัญของเกษตรกร โดยสนับสนุนการติดตั้งระบบสูบน้ำจากโซลาร์เซลล์และหอถังสูง พร้อมวางระบบท่อส่งน้ำและกระจายน้ำเข้าสู่แปลงเพาะปลูก ตลอดจนสนับสนุนโรงเรือนปลูกผักปลอดภัยจำนวน 10 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/gulf-solar-water-pumping-system/">GULF ผนึก ปิดทองหลังพระฯ ชูความเชี่ยวชาญด้านพลังงานหมุนเวียน ติดตั้งระบบสูบน้ำโซลาร์บ้านโคกล่าม-บ้านแสงอร่าม จ.อุดรฯ ยกระดับคุณภาพชีวิตสร้างรายได้ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) </strong>หรือ<strong> GULF </strong> จับมือ <strong>มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ</strong> และ <strong>สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ</strong> นำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านพลังงานหมุนเวียน มาขยายผลและต่อยอดโครงการยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยการจัดการน้ำและเกษตรปลอดภัย บ้านโคกล่ามและบ้านแสงอร่าม ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี</p>
<p><span id="more-41402"></span></p>
<p>ด้วยการสนับสนุนการติดตั้งระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์และหอถังสูง รวมถึงวางระบบท่อส่งน้ำและระบบกระจายน้ำไปยังแปลงเพาะปลูก ขณะเดียวกันยังสนับสนุนโรงเรือนปลูกผักปลอดภัยจำนวน 10 โรงเรือน พร้อมทั้งขยายระบบส่งน้ำไปยังแหล่งน้ำสาธารณประโยชน์ของชุมชนเพื่อให้คนในชุมชนสามารถปลูกผัก ปลูกไม้ผล ไม้เศรษฐกิจ พัฒนาสู่ ‘ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง’ ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน สร้างงานสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41403 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/น.ส.ญาณิศา-วัฒนคำนวณ-ผู้อำนวยการด้านการบริหารฝ่ายกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม-GULF.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>น.ส.ญาณิศา วัฒนคำนวณ</strong> ผู้อำนวยการด้านการบริหารฝ่ายกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม GULF กล่าวว่า “GULF ให้ความสำคัญกับส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้คน โดยนำความรู้ความเชี่ยวชาญของธุรกิจมาเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานเพื่อสังคม อย่างการทำงานร่วมกับมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ ในพื้นที่บ้านโคกล่ามและบ้านแสงอร่าม GULF นำความเชี่ยวชาญด้านพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ โซลาร์เซลล์ มาประยุกต์ใช้เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่ถือเป็นต้นทุนสำคัญของเกษตรกร โดยสนับสนุนการติดตั้งระบบสูบน้ำจากโซลาร์เซลล์และหอถังสูง พร้อมวางระบบท่อส่งน้ำและกระจายน้ำเข้าสู่แปลงเพาะปลูก ตลอดจนสนับสนุนโรงเรือนปลูกผักปลอดภัยจำนวน 10 โรงเรือน เพื่อสร้างงานสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกรในพื้นที่ นอกจากนี้ยังขยายระบบส่งน้ำไปยังพื้นที่แหล่งน้ำของชุมชน เพื่อให้ชุมชนมีน้ำใช้อย่างพอเพียงแม้ในช่วงฤดูแล้ง และยังสามารถปลูกผักและไม้ผล ไม้เศรษฐกิจ นำไปสู่การพัฒนาเป็นป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง นอกจากนี้ยังนำวิศวกรจาก GULF1 ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่มีความเชี่ยวชาญด้านโซลาร์เซลล์ มาถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการดูแลรักษาโซลาร์ที่ถูกต้อง เพื่อการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41406 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/GULF_02.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>“การที่ GULF เลือกสนับสนุนโครงการให้แก่พื้นที่บ้านโคกล่ามและบ้านแสงอร่าม จุดเริ่มต้นเกิดจากพื้นที่นี้มีกลุ่มเกษตรกรที่มีความเข้มแข็งอยู่แล้วในระดับหนึ่ง เพียงแต่ยังขาดโอกาสในการเข้าถึงพลังงานสะอาดเพื่อประหยัดต้นทุนด้านพลังงาน ซึ่งไม่เพียงจะช่วยให้ชุมชนลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนลง แต่ยังช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงขึ้นอีกด้วย และหวังว่ากลุ่มจะมีการเติบโตโดยมีชาวบ้านที่สนใจมาร่วมกันขยายผลต่อยอดไปสู่ชาวชุมชนทุกครัวเรือน พัฒนาเป็นต้นแบบอาชีพเกษตรกรรมในระดับตำบล สู่ระดับอำเภอ และระดับจังหวัดต่อไป”</p>
<p><strong>นายวรยุทธ เนาวรัตน์</strong> ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ กล่าวว่า “จากจุดเริ่มต้นที่บ้านโคกล่ามและบ้านแสงอร่ามเคยประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาพัฒนาอ่างเก็บน้ำห้วยคล้ายอันเนื่องมาจากพระราชดำริอย่างเป็นระบบ ทั้งการเพิ่มความจุอ่างเก็บน้ำ และการวางระบบกระจายน้ำเข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรมควบคู่ไปกับการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ และเมื่อน้ำมีความอุดมสมบูรณ์เกษตรกรจึงเปลี่ยนจากการทำนาเชิงเดี่ยวสู่เกษตรผสมผสานและเกษตรอินทรีย์ จนเกิดการรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกผักที่เข้มแข็ง ถือเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางอาหารและสร้างรายได้แก่คนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนผ่านตัวเลขรายได้ครัวเรือนที่เติบโตจาก 95,000 บาทในปี 2553 สู่ 435,000 บาทในปี 2568 พร้อมสัดส่วนหนี้สินที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41408 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/นายวรยุทธ-เนาวรัตน์-ผู้อำนวยการสถาบันปิดทองหลังพระฯ.jpg" alt="" width="1200" height="786" /></p>
<p>“และวันนี้เรายกระดับโครงการไปอีกขั้น ผ่านการบูรณาการความร่วมมือกับภาคเอกชนอย่าง GULF ในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในการสูบน้ำและกระจายน้ำเข้าสู่แปลงเกษตร ซึ่งช่วยลดต้นทุนพลังงานได้เป็นอย่างมาก พร้อมกับการสร้างโรงเรือนปลูกผักปลอดภัยมูลค่าสูงเพิ่มอีก 10 โรงเรือน เพื่อเป็นฐานการผลิตที่ทันสมัยให้แก่ชาวบ้าน การสนับสนุนในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเติมเต็มปัจจัยการผลิตที่เหมาะสม แต่ยังเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับเกษตรกร โดยตั้งเป้าจะให้พื้นที่แห่งนี้เป็นโมเดลต้นแบบในการขยายผลไปสู่พื้นที่ใกล้เคียงและชุมชนอื่น ๆ โดยเฉพาะการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบาง อาทิ ผู้สูงอายุและผู้พิการ เพื่อให้เขาสามารถพึ่งพาตนเองได้ต่อไป”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41404 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/GULF_09.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน<strong> นางสุภาวดี ปั้นสง่า</strong> คณะกรรมการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกผัก บ้านโคกล่ามและบ้านแสงอร่าม กล่าวว่า “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ เกิดจากการรวมตัวของเกษตรกรในหมู่บ้านที่เริ่มจากการปลูกผักไว้บริโภคและจำหน่ายในพื้นที่ ต่อมาได้มีการส่งเสริมการปลูกผักในโรงเรือนแบบกระบะยกสูงและใช้ระบบน้ำหยด ภายใต้หลักการ ‘ปลูกน้อยแต่รายได้สูง’ โดยมีการบริหารจัดการแปลงอย่างเป็นระบบ วางแผนการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวตลอดทั้งปี เพื่อให้มีผลผลิตสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการปลูกผักในแต่ละรอบจะใช้เวลา 45 วัน เมื่อนำไปขายจะมีรายได้ 4,000 – 5,000 บาทต่อโรงเรือน และใน 1 ปี สามารถปลูกผักได้ 8 รอบ ตรงนี้สร้างรายได้เสริมให้แก่สมาชิกเกษตรกร ปีละกว่า 32,000 – 40,000 บาท นอกจากจะเพิ่มรายได้และลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ยังยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด”</p>
<p>“ก้าวสำคัญที่ทำให้กลุ่มพัฒนาไปอีกขั้นคือ การสนับสนุนจาก GULF ที่เข้ามาติดตั้งระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมหอถังสูงและระบบกระจายน้ำที่ช่วยลดต้นทุน ตลอดจนสนับสนุนโรงเรือนเกษตรอีก 10 โรง ตรงนี้ไม่เพียงช่วยให้ผักเติบโตได้มาตรฐานตามความต้องการของตลาดแม้ในฤดูแล้ง แต่ยังช่วยให้ชาวบ้านที่ไม่มีที่ดินทำกินสามารถมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง ต้องขอบคุณทั้ง GULF และมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ ในการนำนวัตกรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่ม และคืนรอยยิ้มให้กับเกษตรกรบ้านโคกล่ามและบ้านแสงอร่ามอย่างยั่งยืน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41409 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/GULF_13.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>เช่นเดียวกับ <strong>นางสุพรรณ พันพรม</strong> ผู้ใหญ่หมู่ที่ 3 บ้านโคกล่าม กล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ชาวบ้านใช้น้ำบาดาลรดพืชผักที่ปลูกไว้ แต่ด้วยค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้รายได้จากการขายผักแทบไม่เหลือเก็บ เมื่อ GULF เข้ามาสนับสนุนระบบโซลาร์เซลล์และโรงเรือนเพิ่มอีก 10 หลัง นอกจากจะช่วยลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ให้กับชาวบ้านเกษตรกรแล้ว ยังได้ขยายพื้นที่รับน้ำไปยังรอบสระเก็บน้ำเพื่อให้คนในหมู่บ้านใช้ปลูกผัก ปลูกไม้ผล ไม้เศรษฐกิจ และสามารถพัฒนาเป็นป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้ในอีกทางหนึ่งด้วย นอกจากนี้ GULF ยังได้สนับสนุนหอถังสูงสำหรับเก็บน้ำบาดาลเพื่อใช้อุปโภคบริโภคในช่วงหน้าแล้งอีกด้วย”</p>
<p>อย่างไรก็ตามในการทำงานร่วมกับชุมชน GULF ยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืน จึงร่วมกับมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ ส่งเสริมให้เกษตรกรจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำและโรงเรือน โดยนำรายได้ส่วนหนึ่งจากจำหน่ายพืชผักมาดูแลรักษาระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ตลอดจนนำความรู้ที่ได้รับทั้งด้านการเกษตร การจัดการน้ำ และเทคโลโลยีต่าง ๆ ไปถ่ายทอดและขยายผล จะทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งสามารถพึ่งพาตนเองได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนไปด้วยกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41411 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/GULF_06-1.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/gulf-solar-water-pumping-system/">GULF ผนึก ปิดทองหลังพระฯ ชูความเชี่ยวชาญด้านพลังงานหมุนเวียน ติดตั้งระบบสูบน้ำโซลาร์บ้านโคกล่าม-บ้านแสงอร่าม จ.อุดรฯ ยกระดับคุณภาพชีวิตสร้างรายได้ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CKPower เผยกำไรสุทธิปี 2568 เติบโตแข็งแกร่ง อานิสงส์จากปริมาณน้ำหนุนผลประกอบการ   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/ckpower-growth-performance-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Feb 2026 15:23:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[CKPower]]></category>
		<category><![CDATA[NN2]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[XPCL]]></category>
		<category><![CDATA[ธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40204</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลการดำเนินงานในปี 2568 ของ CKPower เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Core Net Profit) จำนวน 2,323 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,036 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 81% จากปีก่อน คุณธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยว่า การเติบโต​ดังกล่าวมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) จำนวน 1,814 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,214 ล้านบาท หรือ 202% จากปีก่อน จากปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรีเฉลี่ยในปี 2568 ที่มากกว่าปีก่อนถึง 7% ประกอบกับการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งได้รับปัจจัยหนุนจากต้นทุนทางการเงินของ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/ckpower-growth-performance-2025/">CKPower เผยกำไรสุทธิปี 2568 เติบโตแข็งแกร่ง อานิสงส์จากปริมาณน้ำหนุนผลประกอบการ   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ผลการดำเนินงานในปี 2568 ของ CKPower เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Core Net Profit) จำนวน 2,323 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,036 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 81% จากปีก่อน</p>
<p><span id="more-40204"></span></p>
<p><strong>คุณธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ <strong>CKPower</strong> (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยว่า การเติบโต​ดังกล่าวมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของ <strong>บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL)</strong> จำนวน 1,814 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,214 ล้านบาท หรือ 202% จากปีก่อน จากปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรีเฉลี่ยในปี 2568 ที่มากกว่าปีก่อนถึง 7%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40208 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/CKP1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ประกอบกับการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งได้รับปัจจัยหนุนจากต้นทุนทางการเงินของ XPCL ที่ลดลงตามแนวโน้มดอกเบี้ยโลก</p>
<p>ขณะเดียวกัน<strong> บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด (NN2)</strong> ก็มีผลการดำเนินงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีที่ผ่านมา โดย NN2 มีรายได้จากการขายไฟฟ้าจำนวน 4,365 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 291 ล้านบาท หรือ 7% จากปีก่อน เนื่องจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำในช่วงต้นปีและมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำในปี 2568 สูงกว่าปีก่อน</p>
<p>โดยเฉพาะในช่วงเดือนกรกฎาคมที่มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ ทำให้ผลการดำเนินงานของ CKPower ในภาพรวมเติบโตอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><strong>คุณธนวัฒน์</strong> กล่าวว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำของ NN2 ในช่วงต้นปี 2569 ยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าปีก่อน และมีปริมาณน้ำไหลเข้าในเดือนมกราคมมากกว่าปีก่อน ส่งผลดีต่อการบริหารจัดการการผลิตไฟฟ้าในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2569 ที่โดยปกติจะมีฝนตกน้อย ขณะที่ XPCL มีปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าเฉลี่ยในเดือนมกราคมสูงกว่าปีก่อนเช่นกัน ส่งผลดีต่อการผลิตไฟฟ้าในช่วงเดือนมกราคมต่อเนื่องถึงเดือนกุมภาพันธ์ ด้านโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง มีความคืบหน้าการก่อสร้าง ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 อยู่ที่ 65% ซึ่งเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40210 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/CKP3.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>สำหรับฐานะการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้น 6% จากสิ้นปี 2567 สาเหตุหลักมาจากการทยอยลงทุนเพิ่มเติมใน <strong>บริษัท หลวงพระบาง พาวเวอร์ จำกัด (LPCL)</strong> และผลการดำเนินงานของ XPCL ในปี 2568 ที่เติบโตต่อเนื่อง รวมถึงการมีเงินสดรับจากการออกหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมครั้งที่ 1/2568 และเงินสดจากการดำเนินงาน โดยอัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 2.26 เท่า เพิ่มขึ้น 0.40 เท่า ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 0.50 เท่า สะท้อนถึงการบริหารสภาพคล่องและความสามารถในการชำระหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>ทั้งนี้ หากอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐอเมริกาและของประเทศไทยมีการปรับลดเพิ่มเติม จะช่วยลดต้นทุนทางการเงินและหนุนผลการดำเนินงานของ CKPower ต่อเนื่องไปในปี 2569 โดยบริษัทจะยังคงติดตามการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ยและบริหารจัดการหนี้สินระยะยาวให้มีความเหมาะสมอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><strong>นายธนวัฒน์</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า ปีที่ผ่านมาเป็นอีกปีที่มีความท้าทายทั้งจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจโลก ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และบริบทด้านพลังงานที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถปรับตัวและบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และได้รับการประเมินจากเวทีทั้งในประเทศและระดับสากลตามมาตรฐานความยั่งยืน อาทิ ASEAN CG Scorecard และนิตยสาร The Asset ซึ่งสะท้อนหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีในระดับเอเชีย</p>
<p>นอกจากนี้ CKPower ยังได้รับการประเมิน SET ESG Ratings ที่ระดับ &#8220;AAA&#8221; ซึ่งเป็นระดับสูงสุดจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และได้รับคัดเลือกให้อยู่ใน ESG100 บริษัทวิถียั่งยืนที่น่าลงทุนจากสถาบันไทยพัฒน์อย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยบริษัทยังคงขับเคลื่อนการเติบโตผ่านการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนตลอดห่วงโซ่คุณค่า ควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทย และการยกระดับความพร้อมขององค์กรด้านบุคลากร เทคโนโลยี การบริหารความเสี่ยง ตลอดจนการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/ckpower-growth-performance-2025/">CKPower เผยกำไรสุทธิปี 2568 เติบโตแข็งแกร่ง อานิสงส์จากปริมาณน้ำหนุนผลประกอบการ   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GULF ประสบความสำเร็จในการจัดหาเงินกู้ 60,000 ล้านบาท สำหรับลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนรวม 27 โครงการ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/gulf-signing-to-renewable-energy-plant/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 08 Feb 2026 11:08:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[ADB]]></category>
		<category><![CDATA[Asian Development Bank]]></category>
		<category><![CDATA[BESS]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Green Finance]]></category>
		<category><![CDATA[Green Loan]]></category>
		<category><![CDATA[GULF]]></category>
		<category><![CDATA[Industrial Waste]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[Mr. Aaron Batten]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable Energy Plant]]></category>
		<category><![CDATA[Signing]]></category>
		<category><![CDATA[Solar]]></category>
		<category><![CDATA[กฤษณ์ จันทโนทก]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[สารัชถ์ รัตนาวะดี]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าจากขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39917</guid>

					<description><![CDATA[<p>GULF ประสบความสำเร็จในการจัดหาเงินกู้ 60,000 ล้านบาท ลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน มุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด หนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ปี 2593 บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ประสบความสำเร็จในการจัดหาเงินกู้ในวงเงิน 60,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน รวมทั้งสิ้น 27 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 939 เมกะวัตต์ ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนทั้ง​ 27 แห่ง ประกอบด้วย โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน จำนวนรวม 15 โครงการ รวมกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 843 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม จำนวนรวม 12 โครงการ รวมกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 96 เมกะวัตต์ ผ่านบริษัทย่อย ได้แก่ บริษัท กัลฟ์ รีนิวเอเบิล เอ็นเนอร์จี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/gulf-signing-to-renewable-energy-plant/">GULF ประสบความสำเร็จในการจัดหาเงินกู้ 60,000 ล้านบาท สำหรับลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนรวม 27 โครงการ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>GULF ประสบความสำเร็จในการจัดหาเงินกู้ 60,000 ล้านบาท ลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน มุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด หนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ปี 2593</p>
<p><span id="more-39917"></span></p>
<p><strong>บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF</strong> ประสบความสำเร็จในการจัดหาเงินกู้ในวงเงิน 60,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน รวมทั้งสิ้น 27 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 939 เมกะวัตต์</p>
<p>ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนทั้ง​ 27 แห่ง ประกอบด้วย โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน จำนวนรวม 15 โครงการ รวมกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 843 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม จำนวนรวม 12 โครงการ รวมกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 96 เมกะวัตต์ ผ่านบริษัทย่อย ได้แก่ บริษัท กัลฟ์ รีนิวเอเบิล เอ็นเนอร์จี จำกัด และบริษัท กัลฟ์ เวสท์ ทู เอ็นเนอร์จี โฮลดิ้งส์ จำกัด</p>
<p>นับเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ GULF และการมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี ค.ศ. 2050 ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39923 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Gulf2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน จำนวนรวม 15 โครงการ ซึ่งมีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 843 เมกะวัตต์ มีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ระหว่างปี 2567-2569 นั้น มีมูลค่าการลงทุนรวมทั้งสิ้นกว่า 43,000 ล้านบาท หรือประมาณ 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และได้รับการสนับสนุนเงินกู้ จากสถาบันการเงินชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ โดยมี Asian Development Bank (ADB) เป็นธนาคารผู้จัดหาเงินกู้หลัก (mandated lead arranger and bookrunner) พร้อมทั้งวงเงินกู้ร่วมจาก Asian Infrastructure Investment Bank (AIIB), Deutsche Investitions- und Entwicklungsgesellschaft (DEG), Development Finance Institute Canada (FinDev Canada), Export Finance Australia (EFA), Export-Import Bank of China (CEXIM), Japan International Cooperation Agency (JICA), KEXIM Global (Singapore) (KGS), ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์, Sumitomo Mitsui Banking Corporation, Bangkok Branch, Sumitomo Mitsui Trust Bank (Thai), และ DBS Bank</p>
<p>ทั้งนี้ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานดังกล่าว เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เป็นที่เรียบร้อยแล้วไป 12 โครงการ (กำลังการผลิตตามสัญญารวม 649 เมกะวัตต์) ในปี 2567–2568 และอีก 3 โครงการ (กำลังการผลิตตามสัญญารวม 194 เมกะวัตต์) อยู่ระหว่างก่อสร้างและมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2569</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39922 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/GULF3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ GULF ยังเดินหน้าส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน ผ่านการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมจำนวน 12 โครงการ ซึ่งมีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 96 เมกะวัตต์ และมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2570 โดยมุ่งแปรรูปขยะอุตสาหกรรมให้เป็นพลังงานอย่างยั่งยืน ลดการพึ่งพาการฝังกลบ และยกระดับการจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ โดยโครงการดังกล่าว ได้รับวงเงินกู้ระยะยาวรวมประมาณ 17,000 ล้านบาท (หรือประมาณ 550 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) จากกลุ่มสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนา ได้แก่ ADB และ AIIB รวมถึงสถาบันการเงินพาณิชย์ชั้นนำ อาทิ ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารทหารไทยธนชาต, Sumitomo Mitsui Banking Corporation, Bangkok Branch และ Standard Chartered Bank</p>
<p><strong>คุณสารัชถ์ รัตนาวะดี</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขอขอบคุณธนาคารเพื่อการพัฒนาพหุภาคี (Multilateral Development Bank หรือ MDB) สถาบันการเงินเพื่อการพัฒนา (Development Finance Institution หรือ DFI) เช่น ADB รวมถึงธนาคารพาณิชย์ชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่ให้การสนับสนุนเงินกู้ในครั้งนี้ ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่กลุ่มสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศมีต่อ GULF</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39920 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Gulf5.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><em>&#8220;ปัจจุบัน GULF มีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ครอบคลุมทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน โรงไฟฟ้าพลังงานลม โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ และโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ การสนับสนุนจากภาคการเงินในครั้งนี้เป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการขับเคลื่อนพลังงานสะอาด ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการลดก๊าซเรือนกระจก (Decarbonization) ของประเทศไทย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปีพ.ศ. 2593”</em> คุณสารัชถ์ กล่าว</p>
<p><strong>Mr. Aaron Batten</strong> ผู้อำนวยการสำนักงานเอดีบีประจำประเทศไทย กล่าวว่า ในฐานะธนาคารผู้จัดหาเงินกู้หลัก (Sole Mandated Lead Arranger and Bookrunner) สำหรับกลุ่มโครงการพลังงานหมุนเวียน และในฐานะผู้ประสานงานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม (Environmental and Social Coordinator) สำหรับกลุ่มโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะอุตสาหกรรม ADB​ ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนธุรกรรมทางการเงิน​ครั้งนี้ ซึ่ง<em><strong>การสนับสนุนของ ADB สะท้อน​บทบาทสำคัญของการลงทุนจากภาคเอกชนในการผลักดันให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายด้านพลังงานหมุนเวียนที่ได้ตั้งไว้</strong></em>  ความร่วมมือครั้งนี้ยังถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนระบบพลังงานที่ยั่งยืนในระยะยาวสำหรับภูมิภาคอีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39921 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/S__238002221.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณกฤษณ์ จันทโนทก</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารไทยพาณิชย์มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนกลุ่มบริษัท GULF ในโครงการด้านความยั่งยืนอย่างครบวงจร ตั้งแต่โครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ อาทิ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน ไปจนถึงโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นโครงการที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน <em><strong>การสนับสนุนครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของธนาคารในการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน และโครงสร้างพื้นฐานเชิงนวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์ทั้งปัญหาการจัดการขยะและความต้องการใช้พลังงานคาร์บอนต่ำที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</strong></em> โครงสร้างทางการเงินของโครงการนี้นับเป็นต้นแบบสำหรับโครงการด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต และตอกย้ำว่าความยั่งยืนของภาคอุตสาหกรรมและความสามารถในการสร้างผลตอบแทนทางการเงินมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด สามารถดำเนินควบคู่ไปพร้อมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้บริบทของตลาดพลังงานไทยที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/gulf-signing-to-renewable-energy-plant/">GULF ประสบความสำเร็จในการจัดหาเงินกู้ 60,000 ล้านบาท สำหรับลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนรวม 27 โครงการ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เทรดคาร์บอน &#8216;โทเคน&#8217; ไม่ได้ช่วย ลดโลกร้อน ?</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/ttb-quote-tokenization/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Feb 2026 14:14:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Carbonfootprint]]></category>
		<category><![CDATA[CarbonNeutraul]]></category>
		<category><![CDATA[Currency]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Digital]]></category>
		<category><![CDATA[NetZero]]></category>
		<category><![CDATA[REC]]></category>
		<category><![CDATA[Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[TMBThanachart]]></category>
		<category><![CDATA[Token]]></category>
		<category><![CDATA[Tokenization]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[ttb]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ทีเอ็มบีธนชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ปิติ ตัณฑเกษม]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[โทเคน]]></category>
		<category><![CDATA[โทเคนดิจิทัล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39308</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; &#8220;เราต้องเริ่มมองการพัฒนาจากพื้นฐานก่อน มองที่การสนับสนุนโครงสร้างที่ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริง ไม่ใช่มองข้ามขั้นไปที่เรื่องของการเทรดโดยไม่เชื่อมโยงกับพื้นฐาน เพราะไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นคนละเรื่อง กลายเป็นเพียงการพัฒนา &#8216;คาร์บอนคอยน์&#8217; เพื่อมาใช้ในการเก็งกำไรเท่านั้น โดยไม่ได้ช่วยเปลี่ยนแปลงอะไรให้โลกนี้ดีขึ้น​​&#8221; มุมมองของ คุณปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาติ หรือ TTB ​ที่มีต่อการนำเทคโนโลยี Tokenization หรือการแปลงมูลค่าสินทรัพย์ที่ได้จากกระบวนการลดก๊าซเรือนกระจก Decarbonization ให้อยู่ในรูปแบบ​ &#8216;โทเคนดิจิทัล&#8217;ไม่ว่าจะเป็น คาร์บอนเครดิต , REC หรือใบรับรองการใช้ไฟฟ้าจาก พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate) รวมทั้งสิทธิ์ในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon Allowance) เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์​คุณปิติ กล่าวว่า ttb ยังไม่มีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ในแผน และมองว่ายังเร็วเกินไปที่จะพิจารณา รวมทั้งยังมองว่าเป็นคนละประเด็นกับการลงทุนเพื่อช่วยขับเคลื่อนการ​ปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ลดน้อยลง&#8220;ประเด็นนี้เป็น 2 เรื่องที่ไม่ได้เชื่อมโยงกันเลย แต่อาจทำให้คนเข้าใจได้ว่า การเทรดคาร์บอนโทเคนจะช่วยลด โลกร้อน ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วกลับให้ผลที่ตรงข้ามกัน ยิ่งเทรดโลกยิ่งร้อน เพราะการเทรดต้องใช้พลังงานสูงมาก&#8221;คุณปิติ ให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า เราต้องเริ่มมองการพัฒนาจากพื้นฐานก่อน มองที่การสนับสนุนโครงสร้างที่ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริง ไม่ใช่มองข้ามขั้นไปที่เรื่องของการเทรดโดยไม่เชื่อมโยงกับพื้นฐาน เพราะเป็นคนละเรื่อง ไม่อย่างนั้นจะเป็นเพียงการพัฒนา คาร์บอนคอยน์ เพื่อมาใช้ในการเก็งกำไร​เท่านั้น โดยไม่ได้ช่วยเปลี่ยนอะไรให้โลกดีขึ้นเลย&#8220;เราต้องมองเรื่องนี้ไปที่ &#8216;แก่น&#8217; ไม่ใช่​ &#8216;เปลือก&#8217; เพราะหากไม่พิจารณาให้ดี แล้วมุ่งพัฒนา​แค่เปลือกจะทำให้เกิดความ​สับสน หรืออาจจะเกิดความตื่นเต้นที่สามารถทำให้เรื่องนี้ให้สำเร็จได้ แต่ผลที่ได้กลับไม่สามารถแก้ปัญหา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/ttb-quote-tokenization/">เทรดคาร์บอน &#8216;โทเคน&#8217; ไม่ได้ช่วย ลดโลกร้อน ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><em>&#8220;เราต้องเริ่มมองการพัฒนาจากพื้นฐานก่อน มองที่การสนับสนุนโครงสร้างที่ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริง ไม่ใช่มองข้ามขั้นไปที่เรื่องของการเทรดโดยไม่เชื่อมโยงกับพื้นฐาน เพราะไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นคนละเรื่อง กลายเป็นเพียงการพัฒนา &#8216;คาร์บอนคอยน์&#8217; เพื่อมาใช้ในการเก็งกำไรเท่านั้น โดยไม่ได้ช่วยเปลี่ยนแปลงอะไรให้โลกนี้ดีขึ้น​​&#8221;</em></p>
<p><span id="more-39308"></span></p>
<p>มุมมองของ <strong>คุณปิติ ตัณฑเกษม</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ทีเอ็มบีธนชาติ</span> หรือ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">TTB</span> ​ที่มีต่อการนำเทคโนโลยี <strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Tokenization</span></strong> หรือการแปลงมูลค่าสินทรัพย์ที่ได้จากกระบวนการลดก๊าซเรือนกระจก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Decarbonization</span> ให้อยู่ในรูปแบบ​ <strong>&#8216;โทเคนดิจิทัล&#8217;</strong><br class="html-br" /><br class="html-br" />ไม่ว่าจะเป็น <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">คาร์บอนเครดิต</span> , <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">REC</span> หรือใบรับรองการใช้ไฟฟ้าจาก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">พลังงานหมุนเวียน</span> (Renewable Energy Certificate) รวมทั้งสิทธิ์ในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Allowance</span>) เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์​<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>คุณปิติ</strong> กล่าวว่า ttb ยังไม่มีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ในแผน และมองว่ายังเร็วเกินไปที่จะพิจารณา รวมทั้งยังมองว่าเป็นคนละประเด็นกับการลงทุนเพื่อช่วยขับเคลื่อนการ​ปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ลดน้อยลง<br class="html-br" /><br class="html-br" /><em>&#8220;ประเด็นนี้เป็น 2 เรื่องที่ไม่ได้เชื่อมโยงกันเลย แต่อาจทำให้คนเข้าใจได้ว่า การเทรดคาร์บอนโทเคนจะช่วยลด <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">โลกร้อน</span> ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วกลับให้ผลที่ตรงข้ามกัน ยิ่งเทรดโลกยิ่งร้อน เพราะการเทรดต้องใช้พลังงานสูงมาก&#8221;</em><br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>คุณปิติ</strong> ให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า เราต้องเริ่มมองการพัฒนาจากพื้นฐานก่อน มองที่การสนับสนุนโครงสร้างที่ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริง ไม่ใช่มองข้ามขั้นไปที่เรื่องของการเทรดโดยไม่เชื่อมโยงกับพื้นฐาน เพราะเป็นคนละเรื่อง ไม่อย่างนั้นจะเป็นเพียงการพัฒนา <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">คาร์บอนคอยน์</span> เพื่อมาใช้ในการเก็งกำไร​เท่านั้น โดยไม่ได้ช่วยเปลี่ยนอะไรให้โลกดีขึ้นเลย<br class="html-br" /><br class="html-br" /><em>&#8220;เราต้องมองเรื่องนี้ไปที่ &#8216;แก่น&#8217; ไม่ใช่​ &#8216;เปลือก&#8217; เพราะหากไม่พิจารณาให้ดี แล้วมุ่งพัฒนา​แค่เปลือกจะทำให้เกิดความ​สับสน หรืออาจจะเกิดความตื่นเต้นที่สามารถทำให้เรื่องนี้ให้สำเร็จได้ แต่ผลที่ได้กลับไม่สามารถแก้ปัญหา หรือเปลี่ยนแปลงอะไรที่แก่นได้เลย สิ่งสำคัญคือ การสร้างความเข้าใจ และผลักดันให้เกิดการลงทุนเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านและสร้างผลลัพธ์คือ การลดคาร์บอนฟุตพรินท์ได้จริง&#8221;</em><br class="html-br" /><br class="html-br" />ประกอบกับหากมองที่ผลสัมฤทธิ์ในการระดมทุนเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน เราก็มีระบบกลางที่มีหลักเกณฑ์​ มีความน่าเชื่อถือ ผ่านการเทรดหุ้น ในรูปแบบ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Centralize</span> โดยการควบคุมของตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งมีประสิทธิภาพอยู่แล้ว จึงไม่เห็นด้วยนักกับการที่ต้อง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Decentralize</span> เพื่อต้องการบรรลุเป้าหมาย​ในสิ่งเดียวกัน แถมยังต้องใช้พลังงานมากมายในการดำเนินการ รวมทั้งอาจไม่ได้มีส่วน​ช่วย​ให้เกิดการแก้ปัญหาได้จริง<br class="html-br" /><br class="html-br" />ขณะที่สังคมเอง ก็อาจจะ​โฟกัสอยู่แค่การนำเสนอ &#8216;เปลือก&#8217; ในหลากหลายรูปแบบ ​โดยไม่ได้หันกลับไปมองที่แก่นของเรื่องที่ถูกจุดอย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/ttb-quote-tokenization/">เทรดคาร์บอน &#8216;โทเคน&#8217; ไม่ได้ช่วย ลดโลกร้อน ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จับตา 6 เทรนด์ &#8216;ธุรกิจยั่งยืน&#8217; 2026</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/6-sustainability-trends-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 03 Jan 2026 08:39:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Adaptation]]></category>
		<category><![CDATA[BusinessTrends]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[Green Mandate]]></category>
		<category><![CDATA[Green Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[Longevity Economy]]></category>
		<category><![CDATA[MegaTrends]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Mobility]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[sustainability Trends]]></category>
		<category><![CDATA[sustainable]]></category>
		<category><![CDATA[SustainableGrowth]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Trends]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโต]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39200</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปี 2026 เป็นหนึ่ง จุดเปลี่ยน สำคัญของภาคธุรกิจ เพื่อสอดคล้องเป้าหมายประเทศไทยในการบรรลุ Net zero 2050 การดำเนินธุรกิจของทุกองค์กร จากนี้ จำเป็นต้องปรับตัว สู่ความยั่งยืน อย่างฉลาดขึ้น เขียวขึ้น และ เข้าใจมนุษย์มากขึ้น ผ่านการวางแผนและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน พร้อมจับตา 6 เทรนด์ ธุรกิจที่เข้ามามีบทบาทในการช่วยองค์กรขับเคลื่อนไปสู่ความยั่งยืน ในปี 20261. SmartMobility / Green Solutions ใช้ดิจิทัลวิเคราะห์ ปรับปรุง ติดตามการใช้ทรัพยากรและพลังงาน ตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ เพิ่มการใช้รถ EV พัฒนาระบบขนส่งอัจฉริยะ สนับสนุนเส้นทางสีเขียว ช่วยธุรกิจลดต้นทุน ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม / ได้ประโยชน์ด้านภาษี 2. Green Mandate ESG ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็น ‘เงื่อนไขการค้า’ และเพิ่มโอกาสเข้าถึง GreenFinance ธุรกิจต้องเร่งปรับตัวตามเป้าหมาย Net Zero 2050 เตรียมรับระบบ Emissions Trading System [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/6-sustainability-trends-2026/">จับตา 6 เทรนด์ &#8216;ธุรกิจยั่งยืน&#8217; 2026</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปี 2026 เป็นหนึ่ง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">จุดเปลี่ยน</span> สำคัญของภาค<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ธุรกิจ</span> เพื่อสอดคล้องเป้าหมายประเทศไทยในการบรรลุ <strong>Net zero 2050</strong> การดำเนินธุรกิจของทุก<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">องค์กร</span> จากนี้ จำเป็นต้อง<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ปรับตัว</span> สู่<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความยั่งยืน</span> อย่างฉลาดขึ้น เขียวขึ้น และ เข้าใจมนุษย์มากขึ้น ผ่านการวางแผนและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน</p>
<p><span id="more-39200"></span></p>
<p>พร้อมจับตา <strong>6 เทรนด์ </strong>ธุรกิจที่เข้ามามีบทบาทในการช่วยองค์กรขับเคลื่อนไปสู่ความยั่งยืน ในปี 2026<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>1. <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">SmartMobility</span> / Green Solutions</strong></p>
<ul>
<li>ใช้ดิจิทัลวิเคราะห์ ปรับปรุง ติดตามการใช้ทรัพยากรและพลังงาน ตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ</li>
<li>เพิ่มการใช้รถ EV พัฒนาระบบขนส่งอัจฉริยะ สนับสนุนเส้นทางสีเขียว</li>
<li>ช่วยธุรกิจลดต้นทุน ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม / ได้ประโยชน์ด้านภาษี</li>
</ul>
<p><strong>2. <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Green</span> Mandate</strong></p>
<ul>
<li><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ESG</span> ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็น ‘เงื่อนไขการค้า’ และเพิ่มโอกาสเข้าถึง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">GreenFinance</span></li>
<li>ธุรกิจต้องเร่งปรับตัวตามเป้าหมาย <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Net Zero 2050</span></li>
<li>เตรียมรับระบบ Emissions Trading System และภาษีคาร์บอน</li>
</ul>
<p><strong>3. <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">พลังงานสะอาด</span> และพลังงานหมุนเวียน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Renewable</span></strong></p>
<ul>
<li>การลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์ ลม และพลังงานทดแทนอื่น ๆ</li>
<li>ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Decarbonization</span></li>
</ul>
<p><strong>4. <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ZeroWaste</span> &amp; <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Circular</span> Economy</strong></p>
<ul>
<li>ลดขยะและส่งเสริมการหมุนเวียนทรัพยากรในทุกขั้นตอน</li>
<li>ครอบคลุมตลอดการผลิตและการดำเนินงาน</li>
</ul>
<p><strong>5. <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Longevity</span> Economy</strong></p>
<ul>
<li>อัตราการเกิดลดลง สัดส่วนประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง</li>
<li>พัฒนาเทคโนโลยีด้านสุขภาพ และความปลอดภัย</li>
<li>ออกแบบสินค้า/บริการ เพื่อดูแลสุขภาพ และเพิ่มคุณภาพชีวิต</li>
</ul>
<p><strong>6. การมีส่วนร่วมของ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">พนักงาน</span> และ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ชุมชน</span></strong></p>
<ul>
<li>ส่งเสริมพฤติกรรมที่ยั่งยืน แยกขยะ ลดใช้พลาสติก</li>
<li>รณรงค์การใช้พลังงานสะอาด</li>
<li>จัดกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว</li>
</ul>
<p><strong>องค์กรควรเตรียมตัวอย่างไร ?</strong></p>
<p>แนวทางในการปรับตัวของภาคธุรกิจ เพื่อสร้างโอกาสเติบโตได้ในปี 2026 นี้ ประกอบด้วย</p>
<ul>
<li>วางแผนกลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนด้านความยั่งยืน พร้อมกำหนดเป้าหมายแต่ละมิติอย่างชัดเจน</li>
<li>สร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนการทำงานอย่างต่อเนื่อง</li>
<li>สื่อสาร สร้างความรับผิดชอบต่อสังคมให้แก่พนักงานและประชาชน</li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/6-sustainability-trends-2026/">จับตา 6 เทรนด์ &#8216;ธุรกิจยั่งยืน&#8217; 2026</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SCX Corporation จับมือ “Vasticity Assets” แตกไลน์ธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ เปิดตัว “Smart Solar Energy Solutions” ยกระดับ Green Industrial Property ด้วยพื้นที่ติดตั้ง Solar Rooftop รวมกว่า 100,000 ตร.ม. ลดต้นทุนผู้เช่า-ตอบรับ Net Zero</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/scx-x-vas-launch-smart-solar-energy-solutions/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Dec 2025 06:24:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Green Industrial Property]]></category>
		<category><![CDATA[SC Asset]]></category>
		<category><![CDATA[SC Engine 2]]></category>
		<category><![CDATA[SC is Quality]]></category>
		<category><![CDATA[SC การเงินแข็งแกร่ง]]></category>
		<category><![CDATA[SCX Corporation]]></category>
		<category><![CDATA[SCX Logistics]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Solar Energy Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[The Way Forward]]></category>
		<category><![CDATA[Vasticity Assets]]></category>
		<category><![CDATA[ธนวัฒน์ วงศ์นภาจันทร์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท วาสทิซิตี้ แอสเซท จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[รชฎ นันทขว้าง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39147</guid>

					<description><![CDATA[<p>SCX Corporation บริษัทในเครือ SC Asset เดินหน้าขยายพอร์ต Engine 2 ต่อยอดธุรกิจโลจิสติกส์และพลังงานสะอาด ภายใต้แนวคิด “The Way Forward” ยกระดับศักยภาพสู่การพัฒนา Green Industrial Property ทั้งเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และสร้างรายได้ประจำ เปิดตัวโซลูชัน “Smart Solar Energy Solutions” เดินเครื่องติดตั้งโซลาร์รวมกว่า 100,000 ตร.ม.ในคลังสินค้า SCX Logistics ทุกแห่ง ลดต้นทุนผู้เช่า-เพิ่มรายได้ธุรกิจ-ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน สนับสนุนไทยสู่ Net Zero ชูจุดแข็งดึงผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานสะอาด “Vasticity Assets” เสริมการให้บริการแก่ลูกค้าในโครงการ เริ่มนำร่องแห่งแรก SCX Logistics บางนา กม.20 นายรชฎ นันทขว้าง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ SCX Corporation เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเดินหน้าต่อยอดธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/scx-x-vas-launch-smart-solar-energy-solutions/">SCX Corporation จับมือ “Vasticity Assets” แตกไลน์ธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ เปิดตัว “Smart Solar Energy Solutions” ยกระดับ Green Industrial Property ด้วยพื้นที่ติดตั้ง Solar Rooftop รวมกว่า 100,000 ตร.ม. ลดต้นทุนผู้เช่า-ตอบรับ Net Zero</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>SCX Corporation</strong> บริษัทในเครือ SC Asset เดินหน้าขยายพอร์ต Engine 2 ต่อยอดธุรกิจโลจิสติกส์และพลังงานสะอาด ภายใต้แนวคิด “<strong>The Way Forward</strong>” ยกระดับศักยภาพสู่การพัฒนา <strong>Green Industrial Property</strong> ทั้งเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และสร้างรายได้ประจำ</p>
<p><span id="more-39147"></span></p>
<p>เปิดตัวโซลูชัน “<strong>Smart Solar Energy Solutions</strong>” เดินเครื่องติดตั้งโซลาร์รวมกว่า 100,000 ตร.ม.ในคลังสินค้า SCX Logistics ทุกแห่ง ลดต้นทุนผู้เช่า-เพิ่มรายได้ธุรกิจ-ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน สนับสนุนไทยสู่ Net Zero ชูจุดแข็งดึงผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานสะอาด “Vasticity Assets” เสริมการให้บริการแก่ลูกค้าในโครงการ เริ่มนำร่องแห่งแรก SCX Logistics บางนา กม.20</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39148 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/SCX-rachot.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายรชฎ นันทขว้าง</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ SCX Corporation เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเดินหน้าต่อยอดธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ หรือ Engine 2 ของเครือเอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC Asset) ภายใต้วิสัยทัศน์ <strong>The Way Forward พั</strong>ฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ นำโซลูชันการให้บริการพลังงานแสงอาทิตย์ เข้ามาเสริมแกร่งคลังสินค้า เพื่อให้เกิด “<strong>Smart Solar Energy Solutions</strong>” สร้าง Green Industrial Property ที่ช่วยลูกค้าลดต้นทุนพลังงาน พร้อมทั้งสอดคล้องกับมาตรฐานด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมสมัยใหม่</p>
<p>“ลูกค้าโลจิสติกส์ยุคนี้ไม่ได้มองหาเพียงคลังสินค้าและโรงงานอีกต่อไป แต่ต้องการโครงการที่ช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบอำนวยความสะดวก และต้นทุนพลังงานที่สามารถบริหารจัดการได้ โดยเฉพาะความต้องการพลังงานสีเขียวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาโซลูชั่น Solar Smart Warehouse จึงเป็นการวางยุทธศาสตร์ด้านพลังงานให้คลังสินค้าของ SCX Corporation เติบโตไปพร้อมกับมาตรฐาน ESG ของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ” นายรชฎ กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39151 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/SCX3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับโซลูชัน <strong>Smart Solar Energy Solutions</strong> จะดำเนินการติดตั้ง Solar Rooftopในโครงการ SCX Logistics ทุกแห่ง คิดเป็นพื้นที่รวมกว่า 100,000 ตร.ม. สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้มากกว่า 20 เมกะวัตต์ชั่วโมง (MWh) หรือเทียบเท่าการผลิตไฟฟ้า 29,200,000 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ต่อปี รวมถึงการติดตั้งระบบที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ประมาณ 20-30% ขณะเดียวกัน ยังช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 14,600 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) ต่อปี หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 1.62 ล้านต้น</p>
<p><strong>นายรชฎ</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า โซลูชัน<strong> Smart Solar Energy Solutions</strong> จะช่วยให้การดำเนินธุรกิจของ SCX Corporation เป็นไปอย่างยั่งยืน ผ่านการสร้างคุณค่าใน 3 มิติ ได้แก่ <strong>1.Peopl</strong>e ช่วยให้ผู้เช่าอาคารเข้าถึงพลังงานสะอาดโดยไม่ต้องลงทุนเอง ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และตอบโจทย์มาตรฐาน ESG ของบริษัทข้ามชาติที่ต้องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก <strong>2.Planet</strong> ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ สนับสนุนทิศทางประเทศที่เลื่อนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) เร็วขึ้น เป็นปี 2050 พร้อมทั้งเสริมเป้าหมาย Green Logistics และ Green Industry ของกระทรวงพลังงาน และกระทรวงอุตสาหกรรม และ<strong> 3.Profit</strong> ช่วยสร้างรายได้ใหม่ให้แก่บริษัทจากการขายพลังงานแสงอาทิตย์ภายใต้ Power Purchase Agreement (PPA) คิดเป็นประมาณ 10-15% จากรายได้ค่าเช่าอาคาร พร้อมทั้งตอกย้ำภาพของบริษัทในฐานะผู้พัฒนาโครงการ Green Industrial Property ของไทย โดยบริษัทได้ร่วมมือกับ Vasticity Assets ในฐานะ Strategic Partner ที่มีประสบการณ์ด้านพลังงานสะอาดและเทคโนโลยี ESCO (Energy Service Company) มานานกว่า 10 ปี ให้เข้ามาช่วยดูแลการดำเนินงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39150 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/SCX2.jpg" alt="" width="1200" height="896" /></p>
<p><strong>นายธนวัฒน์ วงศ์นภาจันทร์</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท วาสทิซิตี้ แอสเซท จำกัด หรือ Vasticity Assets กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาพลังงานสะอาดมาอย่างต่อเนื่อง แม้ปัจจุบันพลังงานแสงอาทิตย์อาจยังถูกมองว่าเป็น “ทางเลือก” แต่บริษัทมองเห็นชัดเจนว่า พลังงานแสงอาทิตย์จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบพลังงานในอนาคต ความร่วมมือกับ SCX ซึ่งมีวิสัยทัศน์ตรงกันในการผลักดัน Smart Solar Energy Solutions สู่ภาคธุรกิจการผลิตและโลจิสติกส์ จะช่วยวางรากฐานด้านพลังงานที่ยั่งยืน และตอบโจทย์ผู้เช่าได้อย่างแท้จริง ต่อยอดสู่การสร้าง Green Ecosystem ที่แข็งแรงขึ้น พร้อมช่วยสนับสนุนความยั่งยืนทั้งเชิงเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมให้กับประเทศ</p>
<p>ทั้งนี้ Vasticity Assets จะเข้ามาช่วยเสริมแกร่งกระบวนการด้านวิศวกรรม การติดตั้ง รวมถึงระบบบริหารจัดการพลังงานแบบครบวงจร เพื่อให้ระบบสามารถผลิตไฟฟ้าได้ตามเป้าหมายและรองรับการขยายขนาดการใช้งานไปยังทุกอาคารของ SCX Logistics ในอนาคต เบื้องต้น มีแผนติดตั้ง Solar Rooftop ในโครงการนำร่องแห่งแรกที่ SCX Logistics บางนา กม.20 เฟสแรก ประมาณ 20,000 ตร.ม.ในปี 2026 ก่อนจะขยายการติดตั้งทั้งโครงการภายในปี 2027 และจะไปยังโครงการของ SCX Logistics ทุกแห่งต่อไป คาดว่าจะติดตั้งจนครบทุกแห่ง ภายในปี 2028</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/scx-x-vas-launch-smart-solar-energy-solutions/">SCX Corporation จับมือ “Vasticity Assets” แตกไลน์ธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ เปิดตัว “Smart Solar Energy Solutions” ยกระดับ Green Industrial Property ด้วยพื้นที่ติดตั้ง Solar Rooftop รวมกว่า 100,000 ตร.ม. ลดต้นทุนผู้เช่า-ตอบรับ Net Zero</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CKPower กำไรสุทธิ 9 เดือนปี 2568 เติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง รับอานิสงส์บวกจากปัจจัยฤดูกาล อัตราดอกเบี้ยนโยบายลดส่งผลดีต่อธุรกิจ   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/11/ckpower-9months-2025-performance/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Nov 2025 16:34:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CKP]]></category>
		<category><![CDATA[CKPower]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพรินต์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37895</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้นำในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยในไตรมาสที่ 3/2568 และงวด 9 เดือนของปี 2568 ว่า CKPower มีผลการดำเนินที่แข็งแกร่งและเติบโตต่อเนื่องจากครึ่งปีแรกของปี โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Core Net Profit) ในไตรมาส 3 และงวด 9 เดือน จำนวน 1,227 ล้านบาท และ 1,643 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 641 ล้านบาท และ 1,151 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 110 และ ร้อยละ 234 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนตามลำดับ สำหรับปัจจัยสำคัญที่ส่งผลดีต่อผลการดำเนินงาน คือ ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี อยู่ในระดับที่เหมาะสม สามารถผลิตไฟฟ้าได้โดยไม่มีการหยุดเดินเครื่องตลอดช่วง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/ckpower-9months-2025-performance/">CKPower กำไรสุทธิ 9 เดือนปี 2568 เติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง รับอานิสงส์บวกจากปัจจัยฤดูกาล อัตราดอกเบี้ยนโยบายลดส่งผลดีต่อธุรกิจ   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ <strong>CKPower</strong> (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้นำในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยในไตรมาสที่ 3/2568 และงวด 9 เดือนของปี 2568 ว่า CKPower มีผลการดำเนินที่แข็งแกร่งและเติบโตต่อเนื่องจากครึ่งปีแรกของปี โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Core Net Profit) ในไตรมาส 3 และงวด 9 เดือน จำนวน 1,227 ล้านบาท และ 1,643 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 641 ล้านบาท และ 1,151 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 110 และ ร้อยละ 234 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนตามลำดับ</p>
<p><span id="more-37895"></span></p>
<p>สำหรับปัจจัยสำคัญที่ส่งผลดีต่อผลการดำเนินงาน คือ ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี อยู่ในระดับที่เหมาะสม สามารถผลิตไฟฟ้าได้โดยไม่มีการหยุดเดินเครื่องตลอดช่วง 9 เดือนปี 2568 ทำให้ปริมาณการขายไฟฟ้าของ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) ในช่วง 9 เดือนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 27 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ผนวกกับต้นทุนทางการเงินของ XPCL ลดลงตามแนวโน้มดอกเบี้ยโลก บริษัทจึงรับรู้ส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของ XPCL ในไตรมาส 3 และงวด 9 เดือน จำนวน 904 ล้านบาท และ 1,125 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 536 ล้านบาท และ 1,110 ล้านบาท ประกอบกับรายได้จากการขายไฟฟ้าของ บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด (NN2) เพิ่มขึ้นจากปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำในช่วง 9 เดือนเพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยเฉพาะในเดือนกรกฎาคม 2568 ที่มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ ทำให้มีปริมาณการขายไฟฟ้ามากกว่าปีก่อนร้อยละ 26</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37897 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/PIC01-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>&#8220;NN2 ได้รับประโยชน์จากปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำที่ค่อนข้างมากโดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา จากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “วิภา” ส่งผลให้ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำอยู่ในระดับสูง โดยคาดว่าระดับน้ำจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องจนถึงสิ้นปีนี้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการบริหารจัดการการผลิตไฟฟ้าในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2569 นอกจากนี้ จากแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินและหนุนผลการดำเนินงานของ CKPower ต่อเนื่องไปในปี 2569 ได้ ขณะที่โครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง มีความคืบหน้าการก่อสร้าง ณ สิ้นเดือนกันยายน 2568 อยู่ที่ร้อยละ 59 ซึ่งเป็นไปตามแผน&#8221; นายธนวัฒน์ กล่าวเสริม</p>
<p>สำหรับฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 บริษัทฯ มีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากสิ้นปี 2567 สาเหตุหลักมาจากเงินสดรับจากการออกหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมครั้งที่ 1/2568 ของบริษัท เงินสดจากการดำเนินงาน ซึ่งใช้ในการลงทุนเพิ่มเติมใน บริษัท หลวงพระบาง พาวเวอร์ จำกัด (LPCL) รวมถึงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของ XPCL ในช่วง 9 เดือนปี 2568 พร้อมกันนี้บริษัทยังมีความสามารถในการชำระหนี้ที่แข็งแกร่งจากอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ในระดับต่ำที่ 0.53 เท่า และอัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ยที่ 6.50 เท่า ตอกย้ำถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง และการบริหารสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทจะยังคงติดตามการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ยและบริหารจัดการหนี้สินระยะยาวให้มีสัดส่วนที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37898 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/PIC_Re1.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>นายธนวัฒน์</strong> กล่าวว่า CKPower ยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนการเติบโตผ่านการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนและเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำประเทศไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ พัฒนาโครงสร้างทางพลังงานที่มั่นคงและมีเสถียรภาพ ควบคู่ไปกับการสนับสนุนและผลักดันให้เกิดการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมการเพื่อลดการใช้พลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้า ตลอดจนสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงานตลอดห่วงโซ่คุณค่าขององค์กร เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/ckpower-9months-2025-performance/">CKPower กำไรสุทธิ 9 เดือนปี 2568 เติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง รับอานิสงส์บวกจากปัจจัยฤดูกาล อัตราดอกเบี้ยนโยบายลดส่งผลดีต่อธุรกิจ   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CKPower เร่ง​สปีด &#8216;พลังงานหมุนเวียน&#8217; เพิ่มมาตรการ &#8216;การเงินสีเขียว&#8217; ​เดินหน้าขาย RECs ขยายตลาดเพิ่ม​ทั้งในไทยและภูมิภาค</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/ckpower-expands-recs-business-model/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Oct 2025 05:44:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[CKP]]></category>
		<category><![CDATA[CKPower]]></category>
		<category><![CDATA[Clean Electricity]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Green Energy Transitions]]></category>
		<category><![CDATA[Green Finance]]></category>
		<category><![CDATA[Kind Neighbor]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Partnership for Life]]></category>
		<category><![CDATA[Power Plant]]></category>
		<category><![CDATA[RECs]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การเงินสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ซีเค พาวเวอร์​]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37617</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเปลี่ยนผ่านในธุรกิจพลังงาน​ (Energy Transitions) จากพลังงานฟอสซิลมาเป็นการใช้พลังงานสะอาดจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) กลายเป็นวาระสำคัญของโลก เพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกันในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์หรือ Net Zero ภายในปี 2593 เนื่องจากปฏิเสธไม่ได้ว่า &#8216;ภาคพลังงาน&#8216; เป็นหนึ่งในภาคส่วนสำคัญที่สร้างก๊าซเรือนกระจกในปริมาณสูง (High GHG Emission) แต่ขณะเดียวกันก็เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนให้ระบบเศรษฐกิจเติบโต  ดังนั้น การมองหาพลังงานสะอาด เพื่อนำมาเป็นทรัพยากรต้นทางสำหรับการผลิตกระแสไฟฟ้า จึงเป็นหนึ่งในโซลูชั่นสำคัญของการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ Green Energy Transitions ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับภาพสะท้อนการเติบโตกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทย ที่มีทิศทางการขับเคลื่อนเช่น​เดียวกับเทรนด์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ตามข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ที่คาดการณ์ความต้องการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ในปี 2569 ซึ่งจะเพิ่มสูงขึ้นทั้งในกลุ่มภาครัฐและภาคเอกชน โดยประเมินการขายให้ส่วนของภาครัฐอยู่ที่ 24,303 GWh และภาคเอกชนราว 4,249 GWh หรือมีปริมาณเพิ่มขึ้น 2.8% และ 8% ตามลำดับ เทรนด์ที่เกิดขึ้น ถือเป็นโอกาสสำคัญของ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/ckpower-expands-recs-business-model/">CKPower เร่ง​สปีด &#8216;พลังงานหมุนเวียน&#8217; เพิ่มมาตรการ &#8216;การเงินสีเขียว&#8217; ​เดินหน้าขาย RECs ขยายตลาดเพิ่ม​ทั้งในไทยและภูมิภาค</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การเปลี่ยนผ่านในธุรกิจพลังงาน​ (Energy Transitions) จากพลังงานฟอสซิลมาเป็นการใช้พลังงานสะอาดจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) กลายเป็นวาระสำคัญของโลก เพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกันในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์หรือ Net Zero ภายในปี 2593</p>
<p><span id="more-37617"></span></p>
<p>เนื่องจากปฏิเสธไม่ได้ว่า &#8216;<strong>ภาคพลังงาน</strong>&#8216; เป็นหนึ่งในภาคส่วนสำคัญที่สร้างก๊าซเรือนกระจกในปริมาณสูง (High GHG Emission) แต่ขณะเดียวกันก็เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนให้ระบบเศรษฐกิจเติบโต  ดังนั้น การมองหาพลังงานสะอาด เพื่อนำมาเป็นทรัพยากรต้นทางสำหรับการผลิตกระแสไฟฟ้า จึงเป็นหนึ่งในโซลูชั่นสำคัญของการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ <strong>Green Energy Transitions</strong> ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>สอดคล้องกับภาพสะท้อนการเติบโตกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทย ที่มีทิศทางการขับเคลื่อนเช่น​เดียวกับเทรนด์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ตามข้อมูลจาก <a href="https://www.kasikornresearch.com/th/analysis/k-social-media/Pages/IAO143-Electricity-FB-2025-09-03.aspx" target="_blank" rel="noopener">ศูนย์วิจัยกสิกรไทย</a> ที่คาดการณ์ความต้องการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ในปี 2569 ซึ่งจะเพิ่มสูงขึ้นทั้งในกลุ่มภาครัฐและภาคเอกชน โดยประเมินการขายให้ส่วนของภาครัฐอยู่ที่ 24,303 GWh และภาคเอกชนราว 4,249 GWh หรือมีปริมาณเพิ่มขึ้น 2.8% และ 8% ตามลำดับ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37623 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Recs.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>เทรนด์ที่เกิดขึ้น ถือเป็นโอกาสสำคัญของ <strong>บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>CKPower (CKP)</strong> ในฐานะผู้นำด้านการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Renewable  Energy) ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง โดยเฉพาะศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ และพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ปัจจุบัน <em><strong>CKPower สามารถ​​ผลิตพลังงานไฟฟ้าจาก Renewable  Energy รวมกันได้แล้ว 93% ของพอร์ตโฟลิโอ และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 95% ภายในปี 2586 รวมทั้งการใช้ไฟฟ้าภายในองค์กร​ที่ต้องมาจากพลังงานสะอาดทั้ง 100%</strong></em> ภายในปีเดียวกัน</p>
<p>ที่สำคัญคือ สามารถลดระดับการ​​ปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG  Intensity) ในการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วยที่ต่ำกว่าค่ากลางในการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Thailand Grid) ถึง 86% ดังนั้น CKPower จึงถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียนรายหลักให้ประเทศ โดยปี 2567 ที่ผ่านมาสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนส่งให้ประเทศไทยได้กว่า 8.8 ล้านเมกะวัตต์ชั่วโมง (MWh) หรือคิดเป็น​ 16% ของไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใช้ในประเทศ ​​ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 4.4 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) ต่อปี</p>
<p>อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของ CKPower คือการตั้งเป้าบรรลุ Net Zero ภายในปี 2593 จึงมุ่งมั่น​เพิ่มศักยภาพการผลิตพลังงานหมุนเวียน ​​ควบคู่ไปกับการ​พัฒนานวัตกรรมเพื่อลดการใช้พลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต เพื่อขับเคลื่อนทั้งการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดควบคู่ไปกับการสร้างเสถียรภาพในระบบพลังงานของประเทศ สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดย​วางโรดแม็พธุรกิจ <em><strong>ภายในปี ​2568-2573​​ เพื่อ​ขยายกำลังการผลิตโครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งในรูปแบบ Private PPA และยื่นประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนเฟส 2 จากภาครัฐ ควบคู่ไปกับการขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificates : RECs) เพื่อสามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านได้ทั้ง Ecosystem ของธุรกิจ</strong>  </em>รวมทั้งยังเป็นการสนับสนุนให้พันธมิตรทางธุรกิจสามารถบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ไปจนถึง Net Zero ได้ตามเป้าหมายที่แต่ละองค์กรวางไว้ได้ ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37621 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Pic-03-CKPower-Advances-Renewable-Energy-Delivery-Expands-REC-Business.jpg" alt="" width="1200" height="824" /></p>
<p><strong>เร่งแผน​ RECs  ขยาย​โอกาสใหม่ผ่านการเงินสีเขียว​</strong></p>
<p><em><strong>นอกจากรายได้หลักจากการขายไฟฟ้าแล้ว การขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (RECs) ยังเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการเพิ่มโมเดลธุรกิจใหม่ให้​​ CKPower ซึ่งถือเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพ​การเติบโตระดับสูง ในยุคที่ทุกองค์กรกำลังมุ่งขับเคลื่อนสู่การเป็นธุรกิจคาร์บอนต่ำ และให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ Decarbonization </strong></em></p>
<p><strong>RECs </strong>เป็นตราสารทางการตลาดที่ใช้ยืนยันว่า ไฟฟ้าที่ใช้มาจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น ลม แสงอาทิตย์ หรือน้ำ เพียงพอที่จะผลิตไฟฟ้า 1 เมกะวัตต์-ชั่วโมง (MWh) แล้วส่งเข้าโครงข่ายไฟฟ้า โดยผู้ผลิตไฟฟ้าหรือโรงไฟฟ้าจะได้รับ RECs ทุกครั้งที่มีการส่งไฟฟ้า MWh ดังกล่าวเข้าโครงข่ายไฟฟ้า ซึ่ง RECs จะแยกออกจากไฟฟ้าเชิงกายภาพ และสามารถซื้อขายกันได้ เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถอ้างสิทธิ์ว่า <strong>&#8216;ใช้ไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน&#8217;</strong> จากจำนวน MWh ตามที่ซื้อ RECs ไป ซึ่งถือเป็นการใช้กลไกทางด้าน Green Finance หรือการเงินสีเขียวมาเพิ่มโอกาสใหม่ให้ธุรกิจ</p>
<p>โดยธุรกิจที่มี RECs เท่ากับได้รับการยืนยันว่าไฟฟ้าที่ใช้อยู่ตามปริมาณที่รับรอง มาจากแหล่งพลังงานสะอาด และสามารถนำไประบุไว้ในรายงานความยั่งยืน ทำให้ช่วยลด​ปริมาณการปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ในภาพรวมธุรกิจ​ลงได้ และจะเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญที่ช่วยให้พันธมิตรที่มี  RECs จากทาง CKPower สามารถบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutral และ Net Zero ได้ตามแผนที่วางไว้ ทั้งใน Scope 2 จากการใช้ไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียนภายในองค์กร ไปจนถึงการส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านให้พันธมิตรภายในซัพพลายเชนหรือในส่วนของ Scope 3 ได้ด้วยเช่นกัน</p>
<p>สำหรับโอกาสของธุรกิจ RECs ในประเทศไทย จากรายงานของ <a href="https://www.datamintelligence.com/research-report/thailand-renewable-energy-certificate-market?utm_source=chatgpt.com" target="_blank" rel="noopener">Data Intelligence</a> ระบุไว้ว่า ตลาดใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (REC) ของประเทศไทย มีมูลค่า 11.51 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 และคาดว่าจะเติบโตถึง 25.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2575 โดย​เติบโตเฉลี่ยได้​ถึง 9.7% ​ต่อปี จึงถือเป็นโอกาสที่น่าสนใจสำหรับ CKPower เพื่อเติบโตในตลาดใหม่ๆ ผ่านกลไกด้าน Green Finance ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งตลาดสำคัญในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37622 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/PIC-03-CKP-Q1-2025-Performance.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ ​​​CKPower กำลังเดินหน้าขยายการขึ้นทะเบียนโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ภายใต้ <strong>บริษัท บางเขนชัย จำกัด (BKC)</strong> สามารถเข้าสู่ธุรกิจซื้อขาย RECs ได้แล้วราว 3 ปี นับจากปี 2565 และสามารถส่งมอบ RECs ได้แล้วจำนวน 39,660.46 RECs เพื่อร่วมขับเคลื่อน​การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสะอาด​ในระดับภูมิภาคร่วมกัน</p>
<p>การขับเคลื่อนของ CKPower สอดคล้องกับกลยุทธ์ความยั่งยืนตามกรอบ <strong> C-K-P</strong> (<strong>Clean Electricity &#8211; Kind Neighbor &#8211; Partnership for Life</strong>) ในมิติของ <strong>Partnership for Life</strong> ทั้งเรื่องของธรรมาภิบาล และการปรับตัวเพื่อสร้างความยืดหยุ่นและเพิ่มโอกาส​ใหม่อันจะนำไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืนให้องค์กร ผ่านการพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่​ เพื่อรองรับการขยายฐานลูกค้า รวมทั้งการพัฒนานวัตกรรม และความร่วมมือใหม่ๆ ในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ซึ่งไม่ใช่​​เพียง​เพื่อ​​สร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจในระยะยาวเท่านั้น แต่ยัง​สร้างผลกระทบเชิงบวก ช่วยบรรเทาวิกฤตสภาพภูมิอากาศ  พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพเพื่อขับเคลื่อนทั้งการดูแลสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้เกิดความมั่นคงทางพลังงานทั้งภายในประเทศไปจนถึงในระดับภูมิภาคได้​อย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/ckpower-expands-recs-business-model/">CKPower เร่ง​สปีด &#8216;พลังงานหมุนเวียน&#8217; เพิ่มมาตรการ &#8216;การเงินสีเขียว&#8217; ​เดินหน้าขาย RECs ขยายตลาดเพิ่ม​ทั้งในไทยและภูมิภาค</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
