<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พัฒนา &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 13 May 2026 13:37:23 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>พัฒนา &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>&#8216;Green Skills&#8217; ทักษะเฉพาะ ความยั่งยืน &#8211; คาร์บอนฟุตพรินท์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/sustainability-carbonfootprint-specialist-skills/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 May 2026 13:37:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Carbonfootprint]]></category>
		<category><![CDATA[CFO]]></category>
		<category><![CDATA[CFP]]></category>
		<category><![CDATA[Competency]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Development]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[FutureSkills]]></category>
		<category><![CDATA[GreenSkills]]></category>
		<category><![CDATA[NetZero]]></category>
		<category><![CDATA[Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Report]]></category>
		<category><![CDATA[Skillset]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[SustainableDevelopment]]></category>
		<category><![CDATA[การแข่งขัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสี่ยง]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะ]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมาภิบาล]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41733</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวง อว. ประกาศราชกิจจานุเบกษา เดือนเมษายน 2569 กำหนด ‘ทักษะที่ต้องมี’ สำหรับสายงานด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน (Environment and Sustainability) ​หรือ &#8216;Green Skills&#8217; เพื่อมุ่งพัฒนาคนให้สอดคล้องกับความต้องการและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ และบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ​ รวมทั้งการขับเคลื่อนสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืน กลายเป็นตัวเร่งสำคัญให้เกิดทักษะการทำงานใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ตลาดแรงงาน พร้อม​กำหนดทักษะที่พึงประสงค์ของกำลังคนในกลุ่มสาขาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ 2 ด้านหลัก ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนา ความยั่งยืน และ ผู้เชี่ยวชาญด้าน คาร์บอนฟุตพรินท์ ทั้งนี้ ได้กำหนดทักษะสำคัญที่ทั้ง 2 สายงานจำเป็นต้องมี (Specialist Skills) แบ่งเป็น 3 กลุ่มทักษะ ได้แก่ 1. ทักษะด้านการเก็บรวบรวม วิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูล, 2.ทักษะด้านการเสนอแนะแนวทางในการดำเนินการและขับเคลื่อนเพื่อไปสู่เป้าหมาย และ 3. ทักษะด้านการบริหารจัดการโครงการ โดยสามารถสรุป ทักษะเฉพาะ ของผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสายงานได้ ต่อไปนี้ 1. ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาความยั่งยืน (Sustainability [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/sustainability-carbonfootprint-specialist-skills/">&#8216;Green Skills&#8217; ทักษะเฉพาะ ความยั่งยืน &#8211; คาร์บอนฟุตพรินท์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">กระทรวง อว. ประกาศราชกิจจานุเบกษา เดือนเมษายน 2569 กำหนด <strong>‘ทักษะที่ต้องมี’</strong> สำหรับสายงานด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน (Environment and Sustainability) ​หรือ <strong>&#8216;Green Skills&#8217; </strong>เพื่อมุ่งพัฒนาคนให้สอดคล้องกับความต้องการและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ และบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ​ รวมทั้งการขับเคลื่อนสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืน กลายเป็นตัวเร่งสำคัญให้เกิดทักษะการทำงานใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ตลาดแรงงาน</div>
<p><span id="more-41733"></span></p>
<p>พร้อม​กำหนดทักษะที่พึงประสงค์ของกำลังคนในกลุ่มสาขาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ 2 ด้านหลัก ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนา <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความยั่งยืน</span> และ ผู้เชี่ยวชาญด้าน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">คาร์บอนฟุตพรินท์</span></p>
<p>ทั้งนี้ ได้กำหนดทักษะสำคัญที่ทั้ง 2 สายงานจำเป็นต้องมี (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Specialist</span> Skills) แบ่งเป็น 3 กลุ่มทักษะ ได้แก่ 1. ทักษะด้านการเก็บรวบรวม วิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูล, 2.ทักษะด้านการเสนอแนะแนวทางในการดำเนินการและขับเคลื่อนเพื่อไปสู่เป้าหมาย และ 3. ทักษะด้านการบริหารจัดการโครงการ</p>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">โดยสามารถสรุป <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ทักษะเฉพาะ</span> ของผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสายงานได้ ต่อไปนี้</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>1. ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาความยั่งยืน (Sustainability Development Specialist)</strong></div>
<ul>
<li dir="auto"> พัฒนาและดำเนินกลยุทธ์ขององค์กร ที่เกี่ยวข้องกับ ESG</li>
<li dir="auto">เข้าใจอุตสาหกรรม นโยบาย กฎหมาย มาตรฐานที่เกี่ยวข้องทั้งไทยและสากลอยู่เสมอ​ เช่น GRI, SASB, Paris Agreement และ ISO 14000</li>
<li dir="auto">วิเคราะห์ผลกระทบและความเสี่ยง ด้านสิ่งแวดล้อม <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Environmental</span> และความหลากหลายทางชีวภาพ (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Biodiversity</span>) ความสัมพันธ์ชุมชน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Social</span> และธรรมาภิบาลองค์กร <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Governance</span></li>
<li dir="auto">เก็บข้อมูลรอบด้าน จัดทำรายงานเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย</li>
<li dir="auto">กำหนดเป้าหมายพาองค์กรสู่ความยั่งยืน ตามกรอบเวลา ต้นทุน ทรัพยากร เชื่อมโยงตัวชี้วัดทางการเงิน</li>
<li dir="auto">สร้างความร่วมมือ ติดตาม ประเมินผล ให้คำแนะนำ สื่อสารกลยุทธ์ความยั่งยืน และผลการดำเนินงาน</li>
<li dir="auto">ประสบการณ์ในสายงาน 3 ปีขึ้นไป</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>2. ผู้เชี่ยวชาญด้านคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint Specialist)</strong></div>
<ul>
<li dir="auto">ประมวลผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร</li>
<li dir="auto">เสนอแนวทางการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมองค์กรด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม</li>
<li dir="auto">เข้าใจเงื่อนไขทางอุตสาหกรรม การรายงานการปล่อยและการดูดกลับก๊าซเรือนกระจก</li>
<li dir="auto">เก็บข้อมูลเพื่อคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นต์ ระดับองค์กร (CFO) หรือผลิตภัณฑ์ (CFP)</li>
<li dir="auto">ประมวลผลบัญชีปริมาณก๊าซเรือนกระจก ใช้สารสนเทศก๊าซเรือนกระจก เช่น GIS / ETS</li>
<li dir="auto">เข้าใจมาตรฐานทั้งในประเทศไทยและสากล เช่น GHG Protocol และ ISO 14000</li>
<li dir="auto">เข้าใจความเสี่ยง Climate Risks และ Transition Risks ขององค์กร</li>
<li dir="auto">วิเคราะห์ความคุ้มค่าในตลาดการซื้อขายคาร์บอน (Carbon Market)</li>
<li dir="auto">ประสบการณ์ในสายงาน 3 ปีขึ้นไป</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">นอกจากนี้ ยังกำหนด <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ทักษะทั่วไป</span> (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">General</span> Skills) ที่ทั้ง 2 สายงานจำเป็นต้องมีเหมือนกัน ประกอบด้วย</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">1. การคิดอย่างเป็นระบบ (System Thinking)</div>
<div dir="auto">2. การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking)</div>
<div dir="auto">3. สามารถทำงานเป็นทีมและมีภาวะผู้นำ (Leadership)</div>
<div dir="auto">4. การนำเสนอข้อมูลให้เข้าใจง่ายด้วย Data Visualization / Dashboard</div>
<div dir="auto">5. วิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สื่อสาร สร้างแรงจูงใจให้เครือข่าย</div>
<div dir="auto">6. สื่อสารภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดเฉพาะของแต่ละด้าน</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/sustainability-carbonfootprint-specialist-skills/">&#8216;Green Skills&#8217; ทักษะเฉพาะ ความยั่งยืน &#8211; คาร์บอนฟุตพรินท์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดูแล &#8216;สิ่งแวดล้อม&#8217; ให้เหมือน ดูแลสุขภาพ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/banpu-decarb-festival/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 17 Jan 2026 07:21:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[banpu]]></category>
		<category><![CDATA[Decarb Festival]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Envi]]></category>
		<category><![CDATA[Environmental]]></category>
		<category><![CDATA[Integrated]]></category>
		<category><![CDATA[LowCarbon]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[POWER GREEN]]></category>
		<category><![CDATA[PowerGreenCamp]]></category>
		<category><![CDATA[PowerGreenCamp20]]></category>
		<category><![CDATA[Science]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ดีค้าบ]]></category>
		<category><![CDATA[ดีค้าบเฟสติวัล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สินนท์ ว่องกุศลกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโต]]></category>
		<category><![CDATA[เพาเวอร์กรีน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39316</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8220;การดูแล สิ่งแวดล้อม ก็เหมือนกับการดูแล สุขภาพ ของเราเอง เพราะไม่ว่าเราจะทำงานอย่างหนัก เพื่อหาเงินให้ได้มากแค่ไหน แต่สุดท้าย เราต้องเจ็บป่วย หรือไม่อยู่แล้ว ก็ไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร เช่นเดียวกับการทำ ธุรกิจ ถ้านึกถึงแค่การทำให้ ยอดขาย เติบโต โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสภาพ​แวดล้อมเลย แต่ในอนาคตข้างหน้า ไม่มีโลกให้อยู่แล้ว ถ้าถึงวันนั้น แล้วเราทุกคนจะทำอย่างไร?&#8221;คำกล่าวของ คุณสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) บนเวที​เสวนา &#8216;เชื่อมโยงภารกิจสู่สังคมคาร์บอนต่ำ: รัฐ-การศึกษา-เอกชน&#8217; ภายในกิจกรรม &#8216; Decarb Festival ลดคาร์บอนให้โลกคูลล์&#8217; โครงการค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมเพาเวอร์กรีน ปีที่ 20 PowerGreen Camp ซึ่ง​ถือเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญ ในการช่วยผลักดันให้เด็กและเยาวชนไทยใส่ใจและตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม พร้อมให้ความรู้ และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการลดคาร์บอนอย่างสร้างสรรค์ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำบนเวทีสัมมนา คุณสินนท์ ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงภารกิจ Decarbonization ของ บ้านปู เพื่อบรรลุเป้าหมาย Net zero ภายในปี 2050 และลดการปลดปล่อยคาร์บอนภายในธุรกิจลง 20% ภายในปี 2030 ผ่านการลงทุนด้านเทคโนโลยี และการเปลี่ยนผ่านสู่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/banpu-decarb-festival/">ดูแล &#8216;สิ่งแวดล้อม&#8217; ให้เหมือน ดูแลสุขภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>&#8220;การดูแล <strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สิ่งแวดล้อม</span></strong> ก็เหมือนกับการดูแล <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สุขภาพ</span> ของเราเอง เพราะไม่ว่าเราจะทำงานอย่างหนัก เพื่อหาเงินให้ได้มากแค่ไหน แต่สุดท้าย เราต้องเจ็บป่วย หรือไม่อยู่แล้ว ก็ไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร เช่นเดียวกับการทำ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ธุรกิจ</span> ถ้านึกถึงแค่การทำให้ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ยอดขาย</span> เติบโต โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสภาพ​แวดล้อมเลย แต่ในอนาคตข้างหน้า ไม่มีโลกให้อยู่แล้ว ถ้าถึงวันนั้น แล้วเราทุกคนจะทำอย่างไร?&#8221;</em><br class="html-br" /><span id="more-39316"></span><br class="html-br" />คำกล่าวของ<strong> คุณสินนท์ ว่องกุศลกิจ </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) บนเวที​เสวนา <strong>&#8216;เชื่อมโยงภารกิจสู่สังคมคาร์บอนต่ำ: รัฐ-การศึกษา-เอกชน&#8217; ภายในกิจกรรม &#8216; <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Decarb</span> Festival ลดคาร์บอนให้โลกคูลล์&#8217;</strong> โครงการค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมเพาเวอร์กรีน ปีที่ 20 <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs"><span class="xt0psk2"><span class="xjp7ctv">PowerGreen Camp</span></span></span> ซึ่ง​ถือเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญ ในการช่วยผลักดันให้เด็กและเยาวชนไทยใส่ใจและตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม พร้อมให้ความรู้ และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการลดคาร์บอนอย่างสร้างสรรค์ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สังคมคาร์บอนต่ำ</span><br class="html-br" /><br class="html-br" />บนเวทีสัมมนา คุณสินนท์ ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงภารกิจ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Decarbonization</span> ของ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">บ้านปู</span> เพื่อบรรลุเป้าหมาย<strong> <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Net zero</span></strong> ภายในปี 2050 และลดการปลดปล่อยคาร์บอนภายในธุรกิจลง 20% ภายในปี 2030 ผ่านการลงทุนด้านเทคโนโลยี และการเปลี่ยนผ่านสู่ New Energy เนื่องจากอุตสาหกรรมด้านพลังงานถือเป็นภาคส่วนสำคัญในฐานะต้นทางการขับเคลื่อนการลดคาร์บอนของธุกิจต่างๆ พร้อมทั้งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียว <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Renewable</span><br class="html-br" /><br class="html-br" />ซึ่งที่ผ่านมา บ้านปูมีความพยายาม​ในการขับเคลื่อนเรื่องของ<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">พลังงานสะอาด</span> อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ New Energy ทั้งโซลาร์ฟาร์ม แบตเอตรี่ รวมไปถึงพลังงานนิวเคลียร์ หรือไฮโดรเจน ซึ่งถือเป็นแหล่งพลังงานแห่งอนาคต ที่สามารถช่วยรักษาศักยภาพในการเปลี่ยนผ่าน โดยยังคงรักษาสมดุลในเรื่องของความมีเสถียรภาพ และราคาพลังงานเอาไว้ได้<br class="html-br" /><br class="html-br" />ขณะเดียวกัน ก็ถือเป็นความท้าทายสำคัญของบ้านปู และภาคเอกชนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน ในการหาแนวทางสำหรับใช้​ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่าน ในการพัฒนาและลงทุนด้านพลังงานสะอาด ผ่านการลงทุนเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อสามารถสร้างแหล่งพลังงานใหม่ขึ้นมาได้ทันเวลา​ตามแผนการเปลี่ยนผ่าน พร้อมทั้งรักษาระดับราคาไว้ไม่ให้สูงมากจนเกินไป ​<br class="html-br" /><br class="html-br" />ดังนั้น ​ความชัดเจนของนโยบายในการเปลี่ยนผ่านระดับประเทศ จึงมีความสำคัญ รวมทั้งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้ง​ภาครัฐ ภาคการศึกษา และเอกชน เพื่อการขับเคลื่อนร่วมกันได้อย่างแน่นแฟ้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/banpu-decarb-festival/">ดูแล &#8216;สิ่งแวดล้อม&#8217; ให้เหมือน ดูแลสุขภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สะท้อนมุมมอง CSR ผ่านละคร &#8216;หวานรักต้องห้าม&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/csr-quote-in-sweetest-taboo-ch3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 17 Jan 2026 07:12:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[Corporate]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[CSV]]></category>
		<category><![CDATA[Development]]></category>
		<category><![CDATA[Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[MikePanitan]]></category>
		<category><![CDATA[Mikey]]></category>
		<category><![CDATA[MikeyPanitan]]></category>
		<category><![CDATA[Responsibility]]></category>
		<category><![CDATA[SD]]></category>
		<category><![CDATA[Social]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[TheSweetestTaboo]]></category>
		<category><![CDATA[ซีเอสอาร์]]></category>
		<category><![CDATA[ปณิธาน บุตรแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ภีรนีย์ คงไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ละคร]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[หวานรักต้องห้าม]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[แมท ภีรนีย์ คงไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ไมกี้]]></category>
		<category><![CDATA[ไมกี้ ปณิธาน บุตรแก้ว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39319</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนึ่งมุมมองเกี่ยวกับการทำโครงการเพื่อสังคม หรือ CSRที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถ่ายทอด ผ่านเนื้อหาในละครเรื่องล่าสุดของทาง ช่อง3 อย่าง หวานรักต้องห้าม ไว้ได้อย่างน่าสนใจ พร้อมเส้นเรื่องในละครที่สอดคล้องกับบริบทของสังคมปัจจุบัน ที่สื่อออนไลน์เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน รวมทั้งอิทธิพลในการชี้นำสังคมของบรรดา Content Creator ที่มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก​โดยเฉพาะประเด็นการสร้างคอนเทนต์สายบุญ ของเหล่าแม่ค้าออนไลน์ที่กำลังเป็นประเด็นที่สังคมกำลังจับตา ซึ่งละคร &#8216;หวานรักต้องห้าม&#8216; ได้ถ่ายทอดมิตินี้ ผ่านตัวละคร &#8216;ผกามาลิน&#8216; รับบทโดย แมท ภีรนีย์ คงไทย แม่ค้าออนไลน์ที่สร้างรายได้หลักหลายล้านในแต่ละวันจากการไลฟ์ขายของ และเลือกที่จะทำโครงการ CSR ที่หลากหลายกระจายไปตามพื้นที่ต่างๆ ​เพราะถือว่าเป็นการตอบแทนสังคม ​ขณะที่ ​&#8217;คธา&#8217; นักศึกษา Activist ผู้เคลื่อนไหวกิจกรรมทางสังคม​ รับบทโดย ไมกี้ ปณิธาน บุตรแก้ว ต่อต้านวิธีการดังกล่าว และมองว่าเป็นการทำบุญเพื่อคอนเทนต์ ฉวยโอกาสในการประชาสัมพันธ์จากกลุ่มผู้ด้อยโอกาส และ​เป็นการซ้ำเติมปัญหาให้สังคมโดยตัวละคร &#8216;คธา&#8217; ได้พูดถึงมุมมองในการทำโครงการเพื่อสังคมไว้ได้อย่างน่าสนใจว่า&#8220;โครงการต่างๆ ที่ไม่ได้มาจากความต้องการของชุมชนจริงๆ สุดท้ายแล้วก็ไม่มี ความยั่งยืน หรือการเลือกที่จะไปบริจาคเงินให้โรงพยาบาล โรงเรียน ​หรือการไปเดินแจกเงินตามบ้านในชุมชนแออัด ซึ่งสุดท้ายก็ตอบไม่ได้ว่าจะให้ไปได้ถึงเมื่อไหร่ เพราะคนทำ CSR อาจจะมองว่าเป็นการทำเพื่อให้ได้บุญ ได้ช่วยเหลือคนอื่น แต่สุดท้ายแล้ว เป็นการทำเพราะเป็นเรื่องทางการตลาด การที่เรามีผู้ติดตามจำนวนมาก สิ่งที่เราทำสามารถส่งผลต่อความคิดของผู้คน เราจึงควรทำอะไรให้มากกว่านี้&#8221;Quote ด้านบน​ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/csr-quote-in-sweetest-taboo-ch3/">สะท้อนมุมมอง CSR ผ่านละคร &#8216;หวานรักต้องห้าม&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หนึ่งมุมมองเกี่ยวกับการทำ<strong>โครงการเพื่อสังคม </strong>หรือ<strong> <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">CSR</span></strong>ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถ่ายทอด ผ่านเนื้อหาในละครเรื่องล่าสุดของทาง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ช่อง3</span> อย่าง <strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">หวานรักต้องห้าม</span></strong> ไว้ได้อย่างน่าสนใจ</p>
<p><span id="more-39319"></span><br class="html-br" />พร้อมเส้นเรื่องในละครที่สอดคล้องกับบริบทของสังคมปัจจุบัน ที่สื่อออนไลน์เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน รวมทั้งอิทธิพลในการชี้นำสังคมของบรรดา Content Creator ที่มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก​<br class="html-br" /><br class="html-br" />โดยเฉพาะประเด็นการสร้างคอนเทนต์สายบุญ ของเหล่าแม่ค้าออนไลน์ที่กำลังเป็นประเด็นที่สังคมกำลังจับตา ซึ่งละคร <strong>&#8216;หวานรักต้องห้าม</strong>&#8216; ได้ถ่ายทอดมิตินี้ ผ่านตัวละคร &#8216;<strong>ผกามาลิน</strong>&#8216; รับบทโดย <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">แมท ภีรนีย์</span> คงไทย แม่ค้าออนไลน์ที่สร้างรายได้หลักหลายล้านในแต่ละวันจากการไลฟ์ขายของ และเลือกที่จะทำโครงการ CSR ที่หลากหลายกระจายไปตามพื้นที่ต่างๆ ​เพราะถือว่าเป็นการตอบแทนสังคม ​<br class="html-br" /><br class="html-br" />ขณะที่ ​&#8217;<strong>คธา&#8217;</strong> นักศึกษา Activist ผู้เคลื่อนไหวกิจกรรมทางสังคม​ รับบทโดย <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ไมกี้ ปณิธาน</span> บุตรแก้ว ต่อต้านวิธีการดังกล่าว และมองว่าเป็นการทำบุญเพื่อคอนเทนต์ ฉวยโอกาสในการประชาสัมพันธ์จากกลุ่มผู้ด้อยโอกาส และ​เป็นการซ้ำเติมปัญหาให้สังคม<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>โดยตัวละคร &#8216;คธา&#8217; ได้พูดถึงมุมมองในการทำโครงการเพื่อสังคมไว้ได้อย่างน่าสนใจว่า</strong><br class="html-br" /><br class="html-br" /><em>&#8220;โครงการต่างๆ ที่ไม่ได้มาจากความต้องการของชุมชนจริงๆ สุดท้ายแล้วก็ไม่มี <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความยั่งยืน</span> หรือการเลือกที่จะไปบริจาคเงินให้โรงพยาบาล โรงเรียน ​หรือการไปเดินแจกเงินตามบ้านในชุมชนแออัด ซึ่งสุดท้ายก็ตอบไม่ได้ว่าจะให้ไปได้ถึงเมื่อไหร่ เพราะคนทำ CSR อาจจะมองว่าเป็นการทำเพื่อให้ได้บุญ ได้ช่วยเหลือคนอื่น แต่สุดท้ายแล้ว เป็นการทำเพราะเป็นเรื่องทางการตลาด การที่เรามีผู้ติดตามจำนวนมาก สิ่งที่เราทำสามารถส่งผลต่อความคิดของผู้คน เราจึงควรทำอะไรให้มากกว่านี้&#8221;</em><br class="html-br" /><br class="html-br" /><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Quote</span> ด้านบน​ สะท้อนให้เห็นปัญหาในการขับเคลื่อนโครงการเพื่อสังคมในปัจจุบัน ที่บางครั้งไม่ตอบโจทย์ ไม่สอดคล้องกับความต้องการหรือปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละพื้นที่ ทำให้เสียงบประมาณโดยไม่ได้สร้างประโยชน์ที่แท้จริง เช่น สิ่งที่ตัวละครผกามาลินทำในพื้นที่ เช่น การไปสร้างเรือนปลูกผักออแกนิกส์ไว้บนดอย แต่สุดท้ายกลับถูกทิ้งร้าง เพราะชาวบ้านคุ้นเคยกับการปลูกแบบวิธีดั้งเดิมมากกว่า หรือการไปติดตั้งโซลาร์เซลล์ในพื้นที่ชายแดน แต่ขาดคนดูแลทำให้เสียและไม่สามารถใช้งานได้จริง รวมทั้งโครงการปลูกต้นไม้แต่สุดท้ายปล่อยให้ต้นไม้ทั้งหมดตายไปเพราะไม่มีคนคอยดูแล เป็นตัวอย่างของการทำ CSR ที่ไม่ถูกต้อง เพราะนอกจากไม่สร้างให้เกิดประโยชน์แล้ว แต่กลับสร้างภาระกลายเป็นปัญหาให้กับคนในพื้นที่ในที่สุดด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/csr-quote-in-sweetest-taboo-ch3/">สะท้อนมุมมอง CSR ผ่านละคร &#8216;หวานรักต้องห้าม&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;ป่ารักน้ำ -บ้านเล็กในป่าใหญ่&#8217; พระราชปณิธานแห่งการอนุรักษ์ป่าและดูแลราษฎร โครงการพระราชดำริ &#8216;สมเด็จพระพันปีหลวง&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/hm-queen-sirikit-royal-initiative-projects/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 25 Oct 2025 11:06:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[Forest]]></category>
		<category><![CDATA[Forest Conservation]]></category>
		<category><![CDATA[Her Majesty The Queen Sirikit]]></category>
		<category><![CDATA[QueenSirikit]]></category>
		<category><![CDATA[Royal Initiative Projects]]></category>
		<category><![CDATA[royal project]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าไม้]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ฟื้นฟูดิน]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์]]></category>
		<category><![CDATA[สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[สมเด็จพระพันปีหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[สวรรคต]]></category>
		<category><![CDATA[อนุรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[อนุรักษ์ป่าไม้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37580</guid>

					<description><![CDATA[<p>“พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันจะสร้างป่า” พระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานแก่ราษฎรบ้านถ้ำติ้ว อ.ส่องดาว จ.สกลนคร เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2525 ​พระราชดำรัสอันสะท้อนพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระราชประสงค์ทั้งการดูแลผืนป่า ธรรมชาติ ไปจนถึงความยากไร้และการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของราษฎร นำมาซึ่งพระราชเสาวณีย์ให้จัดตั้งโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่กระจายการพัฒนาไปในหลากหลายพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อช่วยแก้ไขทั้งปัญหาดินเสื่อมโทรม การดูแลป่า ขจัดความแห้งแล้งตามธรรมชาติ และความยากไร้ เพื่อให้พสกนิกรชาวไทยมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น มีอาชีพ พึ่งพาตนเองได้  สามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน ภายใต้การ​เกื้อกูลซึ่งกันและกัน &#8211; โครงการป่ารักน้ำ :  คืนความชุ่มชื้นสู่ผืนดิน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงตระหนักถึงปัญหาความเสื่อมโทรมของป่าไม้ ​สาเหตุของความแห้งแล้ง และดินเสื่อมสภาพ อันเป็นปัจจัยสำคัญในการประกอบอาชีพของราษฎรในชนบท และทรงเห็นความเหนื่อยยากของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรที่ทรงอุทิศพระองค์ในการแก้ไขปัญหาดิน และจัดหาแหล่งน้ำให้ราษฎรในท้องถิ่นห่างไกลและทุรกันดารมาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งหลายพื้นที่มีปัญหาดินเค็ม และหลายพื้นที่เต็มไปด้วย​ฝุ่นทราย และถูกทิ้งร้างไว้นับสิบไร่​ โดยไม่มีพืชพรรณเติบโตขึ้นได้ ประกอบกับความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของราษฎร ที่ตัดไม้ใหญ่ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ เช่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/hm-queen-sirikit-royal-initiative-projects/">&#8216;ป่ารักน้ำ -บ้านเล็กในป่าใหญ่&#8217; พระราชปณิธานแห่งการอนุรักษ์ป่าและดูแลราษฎร โครงการพระราชดำริ &#8216;สมเด็จพระพันปีหลวง&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div dir="auto">
<p><em><strong>“พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันจะสร้างป่า”</strong></em></p>
<p>พระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานแก่ราษฎรบ้านถ้ำติ้ว อ.ส่องดาว จ.สกลนคร เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2525</p>
</div>
<p><span id="more-37580"></span></p>
<p>​พระราชดำรัสอันสะท้อนพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระราชประสงค์ทั้งการดูแลผืนป่า ธรรมชาติ ไปจนถึงความยากไร้และการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของราษฎร</p>
<p>นำมาซึ่งพระราชเสาวณีย์ให้จัดตั้งโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่กระจายการพัฒนาไปในหลากหลายพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อช่วยแก้ไขทั้งปัญหาดินเสื่อมโทรม การดูแลป่า ขจัดความแห้งแล้งตามธรรมชาติ และความยากไร้ เพื่อให้พสกนิกรชาวไทยมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น มีอาชีพ พึ่งพาตนเองได้  สามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน ภายใต้การ​เกื้อกูลซึ่งกันและกัน</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37582 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/1.png" alt="" width="586" height="362" /></p>
<p><strong>&#8211; โครงการป่ารักน้ำ :  คืนความชุ่มชื้นสู่ผืนดิน</strong></p>
<p>สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงตระหนักถึงปัญหาความเสื่อมโทรมของป่าไม้ ​สาเหตุของความแห้งแล้ง และดินเสื่อมสภาพ อันเป็นปัจจัยสำคัญในการประกอบอาชีพของราษฎรในชนบท และทรงเห็นความเหนื่อยยากของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรที่ทรงอุทิศพระองค์ในการแก้ไขปัญหาดิน และจัดหาแหล่งน้ำให้ราษฎรในท้องถิ่นห่างไกลและทุรกันดารมาเป็นเวลานาน</p>
<p>โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งหลายพื้นที่มีปัญหาดินเค็ม และหลายพื้นที่เต็มไปด้วย​ฝุ่นทราย และถูกทิ้งร้างไว้นับสิบไร่​ โดยไม่มีพืชพรรณเติบโตขึ้นได้ ประกอบกับความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของราษฎร ที่ตัดไม้ใหญ่ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ เช่น ไม้แดง และไม้ประดู่เป็นจำนวนมาก หากไม่แก้ไขอาจทำให้พื้นที่กลายเป็นทะเลทรายได้ในอนาคต</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-37583 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Queen-DWR.png" alt="" width="1200" height="803" /></p>
<p>​พระองค์จึงมีพระราชดำริฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติโดยอาศัยความร่วมมือของประชาชน ด้วยทรงตระหนักว่าการรักษาป่าไม้ไว้ให้ได้นั้น จำเป็นต้องสร้างความรู้สึกรักและหวงแหนต้นไม้ให้เกิดแก่ประชาชนเสียก่อน โดยให้ประชาชนรักป่าเหมือนเป็นสมบัติของตนเอง<strong> &#8216;โครงการป่ารักน้ำ&#8217;</strong> จึงถือกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2525ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นแห่งแรก ณ บ้านถ้ำติ้ว อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร</p>
<p><strong>&#8216;โครงการป่ารักน้ำ&#8217;</strong> จึง​เป็นพระราชปณิธานอันแน่วแน่ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่จะบรรเทาวิกฤติการขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง พระองค์ทรงตรัสว่า &#8216;<strong>ขาดน้ำ ทุกชีวิตสิ้นสุดทันที&#8217;</strong> การรักษาแหล่งน้ำไว้เป็นที่พึ่งพาอาศัยของมวลสัตว์โลกทั้งหลายนั้นน่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด น้ำ นอกจากจะมีประโยชน์ในการอุปโภคและบริโภคกับคนแล้ว ยังมีประโยชน์กับระบบนิเวศสิ่งแวดล้อมและสัตว์ป่าทุกชนิด เพราะเป็นการฟื้นฟูสภาพของป่าที่เสื่อมโทรมบริเวณของต้นน้ำลำธาร ให้กลับสภาพเป็นพื้นที่ดูดซับน้ำได้เหมือนเดิม ซึ่งการอนุรักษ์ป่าไม้และสัตว์ป่า จะทำให้พื้นที่บริเวณป่าชุ่มชื้น อุดมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ เป็นการรักษาป่าและต้นน้ำลำธาร ของพื้นที่ป่าและบริเวณใกล้เคียงได้เป็นอย่างดียิ่ง</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-37584 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Queen4.png" alt="" width="1200" height="838" /></p>
<p><strong>&#8211; โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ :  ส่งเสริมให้คนอยู่ร่วมกับป่า</strong></p>
<p>อีกหนึ่งพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงทำเพื่อผืนแผ่นดินไทยและพสกนิกรชาวไทย เพื่อรักษา​ป่าไม้และแหล่งต้นน้ำลำธารให้อุดมสมบูรณ์ และมีพระราชประสงค์ให้คนกับป่าอยู่ร่วมกัน พึ่งพาอาศัย​เกื้อกูลกัน และสร้างความเจริญงอกงามให้แก่กันและกัน โดยเฉพาะผู้คนและชุมชนที่อาศัยอยู่โดยรอบพื้นที่ป่าไม้</p>
<p>จากการที่ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งโครงการ &#8216;บ้านเล็กในป่าใหญ่&#8217;  ทั้งในภาคเหนือ ​ภาคอีสาน รวมทั้งในทุกภูมิภาค เพื่อให้ราษฎรผู้ยากไร้ในพื้นที่ชนบทได้มีที่อยู่ที่ทำกินเป็นหลักแหล่ง โดยมอบที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกินบริเวณโดยรอบป่าสงวนแห่งชาติพร้อมมอบหน้าที่ให้ชาวบ้าน​ในโครงการร่วมดูแลและอนุรักษ์ฟื้นฟูพื้นที่ป่าบริเวณใกล้เคียง เพื่อเป็นกำลังสำคัญร่วมกับเจ้าหน้าที่ในการ<b>​</b>​ช่วยอนุรักษ์และฟื้นฟู​ป่าไม้ แหล่งต้นน้ำให้มีความอุดมสมบูรณ์ รวมทั้งสัตว์ป่านานาชนิด พร้อม​สนับสนุนอาชีพเสริมให้กับประชาชน เพื่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีรายได้เพียงพอ ต่อการเลี้ยงครอบครัว ช่วยแก้ปัญกา​การบุกรุกทำลายป่าไม้ และหันมาช่วยดูแลรักษาป่าไม้ ให้มีสภาพสมบูรณ์ดังเดิม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37585 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Queen-8.png" alt="" width="1624" height="912" /></p>
<p>โครงการ<strong> &#8216;บ้านเล็กในป่าใหญ่&#8217;</strong> จากพระอัจฉริยภาพและพระราชปณิธานอันแรงกล้าในการทรงงานด้านการอนุรักษ์ป่าและแหล่งต้นน้ำ เพื่อสนับสนุนการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยมีน้ำเพียงพอต่อการดำรงชีพ และการเกษตร เพื่อมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยจัดตั้งโครงการแรกขึ้นที่ บ้านห้วยไม้หก อ. อมก๋อย จ.เชียงใหม่ พ.ศ. 2534 ก่อนจะต่อยอดออกไปอีกในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ราษฎรมีที่อยู่ที่ทำกินเป็นหลักแหล่ง มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีอาชีพพึ่งพาตนเองได้ และสามารถอยู่กับป่าได้ โดยไม่ต้องทำลาย หรือบุกรุกป่า และยังมีส่วน​ร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/hm-queen-sirikit-royal-initiative-projects/">&#8216;ป่ารักน้ำ -บ้านเล็กในป่าใหญ่&#8217; พระราชปณิธานแห่งการอนุรักษ์ป่าและดูแลราษฎร โครงการพระราชดำริ &#8216;สมเด็จพระพันปีหลวง&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>History of Sustainability เปิดเส้นทาง ประวัติศาสตร์ ‘การพัฒนาที่ยั่งยืน’</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/history-of-sustainability/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 07 Sep 2025 12:41:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[#ClimateChange]]></category>
		<category><![CDATA[Economic]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[Health]]></category>
		<category><![CDATA[History]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs2030]]></category>
		<category><![CDATA[Social]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[SustainableDevelopmentGoals]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เท่าเทียม]]></category>
		<category><![CDATA[เป้าหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36140</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8216;การพัฒนาที่ยั่งยืน&#8217; คือ การพัฒนาที่สามารถตอบสนองความต้องการที่จำเป็นของคนรุ่นปัจจุบันได้ โดยไม่กระทบต่อขีดความสามารถในการสนองความต้องการที่จำเป็นของคนในรุ่นต่อไปขณะที่ Journey ของการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันเป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อน จะเป็นไปตามกรอบ​ UNSDGs ที่ครอบคลุมการสร้างผลกระทบเชิงบวกได้ทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ESGแต่เส้นทางประวัติศาสตร์ของการพัฒนาและขับเคลื่อน Sustainability มีหลาย Turning Point ที่น่าสนใจ ผ่าน Timeline สำคัญๆ ต่อไปนี้ปี 1972 : การพัฒนาที่ยั่งยืน ถูกพูดถึงครั้งแรก ในการประชุมขององค์การสหประชาชาติที่กรุงสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ซึ่งผู้นำประเทศจากทุกมุมโลกได้ตกลงร่วมกันเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม และเห็นตรงกันว่าการปกป้องสิ่งแวดล้อม เป็นการปกป้องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ รวมถึงความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์ปี 1984 : ก่อตั้งคณะกรรมาธิการโลกว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา (คณะกรรมาธิการบรันท์แลนด์) เพื่อวางกระบวนการทำงานตัวด้านสภาวะแวดล้อมปี 1987 : กำเนิดแนวคิด “การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) จากรายงาน Our Common Future ของคณะกรรมาธิการบรันท์แลนด์ ที่นำเสนอต่อสหประชาชาติถึงแนวทางพัฒนารูปแบบใหม่ ที่มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมปี 1992 : ถือกำเนิดปฏิญญารีโอว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาและแผนปฏิบัติการ 21 ในการประชุม Rio (Earth Summit) กำหนดยุทธศาสตร์ว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/history-of-sustainability/">History of Sustainability เปิดเส้นทาง ประวัติศาสตร์ ‘การพัฒนาที่ยั่งยืน’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">&#8216;การพัฒนาที่ยั่งยืน&#8217;</span></strong> คือ การพัฒนาที่สามารถตอบสนองความต้องการที่จำเป็นของคนรุ่นปัจจุบันได้ โดยไม่กระทบต่อขีดความสามารถในการสนองความต้องการที่จำเป็นของคนในรุ่นต่อไป<br class="html-br" /><br class="html-br" />ขณะที่ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Journey</span> ของการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันเป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อน จะเป็นไปตามกรอบ​ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">UNSDGs</span> ที่ครอบคลุมการสร้างผลกระทบเชิงบวกได้ทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ESG</span><br class="html-br" /><br class="html-br" />แต่เส้นทางประวัติศาสตร์ของการพัฒนาและขับเคลื่อน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Sustainability</span> มีหลาย Turning Point ที่น่าสนใจ ผ่าน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Timeline</span> สำคัญๆ ต่อไปนี้<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>ปี 1972 :</strong> การพัฒนาที่ยั่งยืน ถูกพูดถึงครั้งแรก ในการประชุมขององค์การสหประชาชาติที่กรุงสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ซึ่งผู้นำประเทศจากทุกมุมโลกได้ตกลงร่วมกันเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม และเห็นตรงกันว่าการปกป้องสิ่งแวดล้อม เป็นการปกป้องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ รวมถึงความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>ปี 1984 :</strong> ก่อตั้งคณะกรรมาธิการโลกว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา (คณะกรรมาธิการบรันท์แลนด์) เพื่อวางกระบวนการทำงานตัวด้านสภาวะแวดล้อม<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>ปี 1987 :</strong> กำเนิดแนวคิด “การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) จากรายงาน Our Common Future ของคณะกรรมาธิการบรันท์แลนด์ ที่นำเสนอต่อสหประชาชาติถึงแนวทางพัฒนารูปแบบใหม่ ที่มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>ปี 1992 :</strong> ถือกำเนิดปฏิญญารีโอว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาและแผนปฏิบัติการ 21 ในการประชุม Rio (Earth Summit) กำหนดยุทธศาสตร์ว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา เพื่อเป็นแนวปฏิบัติแก่ประชาคมโลก และถือเป็นแผนแม่บทสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>ปี 2000 :</strong> กำหนดเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">MDGs</span>) Millennium Development Goals ในการประชุม Millennium Summit โดยกำหนดวาระขับเคลื่อนช่วงปี 2001-2015<br class="html-br" /><br class="html-br" />พร้อมกำหนดเป้าหมายหลักการพัฒนาไว้ 8 ข้อ ได้แก่</p>
<p>1. ขจัดความยากจนและความหิวโหย</p>
<p>2. ให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาระดับประถมศึกษา</p>
<p>3. ส่งเสริมความเท่าเทียมกันทางเพศและบทบาทสตรี</p>
<p>4. ลดอัตราการตายของเด็ก</p>
<p>5. พัฒนาสุขภาพของสตรีมีครรภ์</p>
<p>6. ต่อสู้กับโรคเอดส์ มาลาเรีย และโรคสำคัญอื่นๆ</p>
<p>7. รักษาและจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</p>
<p>8. ส่งเสริมการเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาในประชาคมโลก<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>ปี 2012 :</strong> จุดตั้งต้นของการจัดทำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เพื่อใช้แทน MDGs ซึ่งสิ้นสุดลงในปี 2015 ผ่านการรับรองเอกสาร &#8216;The Future We Want&#8217; จากการประชุม Earth Summit เพื่อกำหนดวาระการพัฒนาหลังปี 2015 และจัดทำเป้าหมาย Sustainable Development Goals: SDGs<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>ปี 2015 :</strong> SDGs ได้รับการรับรองจาก 193 ประเทศสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ พร้อมวางกรอบระยะเวลาที่ต้องบรรลุทั้ง 17 เป้าหมาย ภายใน 15 ปี และเป็นที่มาของการวางกรอบพัฒนา โดยมีปีวัดผลสำคัญภายในปี 2030 นั่นเอง<br class="html-br" /><br class="html-br" />โดยทั้ง 17 เป้าหมาย ประกอบด้วย</p>
<p>1.การขจัดความยากจน</p>
<p>2.ความหิวโหย</p>
<p>3. สุขภาวะ</p>
<p>4.การศึกษา</p>
<p>5. ความเท่าเทียมทางเพศ</p>
<p>6. น้ำและการสุขาภิบาล</p>
<p>7. พลังงาน</p>
<p>8. เศรษฐกิจและการจ้างงาน</p>
<p>9. โครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรม</p>
<p>10. ความเหลื่อมล้ำ</p>
<p>11. การพัฒนาเมือง</p>
<p>12. การบริโภคที่ยั่งยืน</p>
<p>13. สภาพภูมิอากาศ</p>
<p>14. ทรัพยากรทางทะเล</p>
<p>15. ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ</p>
<p>16. สังคมและความยุติธรรม</p>
<p>17. ความร่วมมือในการขับเคลื่อน<br class="html-br" /><br class="html-br" />เห็นได้ว่า SDGs 17 นอกจากครอบคลุมทั้ง 3 มิติสำคัญของการพัฒนาทั้ง ESG ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม ยังเติมความสมบูรณ์เพิ่มมากขึ้นอีก 2 ข้อสุดท้ายคือ ด้านสันติภาพและสถาบัน รวมทั้งด้านหุ้นส่วนในการพัฒนาอีกด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/history-of-sustainability/">History of Sustainability เปิดเส้นทาง ประวัติศาสตร์ ‘การพัฒนาที่ยั่งยืน’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ราช กรุ๊ป ขยายเฟส 3 โครงการการศึกษาพร้อมเสริมทักษะ​อาชีพในลาว เพิ่มโฟกัสกลุ่ม​พลังงานทดแทน รับบริบทโลกใหม่ยุคเปลี่ยนผ่านสู่ Zero Carbon</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/ratch-group-mou-phase3-empowerment-project-in-laos/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Jul 2024 13:28:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[Career Empowerment]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Security]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[Productivity]]></category>
		<category><![CDATA[Ratch Group]]></category>
		<category><![CDATA[Ratch Laos]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[UN SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ราช กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[ราช ลาว]]></category>
		<category><![CDATA[ลาว]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมทักษะอาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[แรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการการศึกษาเสริมทักษะสร้างอาชีพ สปป.ลาว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27502</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในฐานะองค์กรที่มีส่วนร่วมพัฒนาสังคมให้ สปป. ลาว มาอย่างต่อเนื่องกว่าทศวรรษ ทำให้กระทรวงศึกษาธิการและกีฬา สปป.ลาว ได้มอบเหรียญตราพัฒนา (Cross of Development) ให้แก่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด​ (มหาชน)​ ซึ่งได้รับมอบให้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว  หลังจากได้รับครั้งแรกเมื่อปี 2018 ทั้งนี้ ราช กรุ๊ป  เข้ามาดำเนินธุรกิจใน สปป. ลาว ​ตั้งแต่ปี 2011 หรือกว่า 13 ปี ​​พร้อม​เข้าไปส่งเสริมการ​พัฒนาทั้งความรู้และทักษะฝีมือแรงงานชั้นสูงให้แก่ครูและนักเรียนอาชีวศึกษา ผ่าน &#8220;โครงการการศึกษาเสริมทักษะสร้างอาชีพ สปป.ลาว&#8221; ซึ่งได้ดำเนินการมาแล้ว 2 เฟส ภายใต้ความร่วมมือกับรัฐบาลลาว โดยกระทรวงศึกษาธิการและกีฬา​ เพื่อร่วมพัฒนาทั้งความรู้และทักษะฝีมือให้แก่ครูและนักเรียนอาชีวะศึกษา โดยเฉพาะในสาขาเชื่อมโลหะ ซ่อมบำรุงทั่วไป เครื่องกล ไฟฟ้าควบคุม และพลังงานทดแทน ให้มีความทันสมัยและสอดรับกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งการขับเคลื่อน ในเฟสที่ 1 และเฟส 2 ที่ผ่านมานั้น ทางโครงการได้ผลิตครูที่มีศักยภาพให้กรมอาชีวศึกษาแล้วกว่า 118 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/ratch-group-mou-phase3-empowerment-project-in-laos/">ราช กรุ๊ป ขยายเฟส 3 โครงการการศึกษาพร้อมเสริมทักษะ​อาชีพในลาว เพิ่มโฟกัสกลุ่ม​พลังงานทดแทน รับบริบทโลกใหม่ยุคเปลี่ยนผ่านสู่ Zero Carbon</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในฐานะองค์กรที่มีส่วนร่วมพัฒนาสังคมให้ สปป. ลาว มาอย่างต่อเนื่องกว่าทศวรรษ ทำให้กระทรวงศึกษาธิการและกีฬา สปป.ลาว ได้มอบเหรียญตราพัฒนา (Cross of Development) ให้แก่<strong> บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด​ (มหาชน)​ </strong>ซึ่งได้รับมอบให้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว  หลังจากได้รับครั้งแรกเมื่อปี 2018</p>
<p><span id="more-27502"></span></p>
<p>ทั้งนี้ <strong>ราช กรุ๊ป</strong>  เข้ามาดำเนินธุรกิจใน สปป. ลาว ​ตั้งแต่ปี 2011 หรือกว่า 13 ปี ​​พร้อม​เข้าไปส่งเสริมการ​พัฒนาทั้งความรู้และทักษะฝีมือแรงงานชั้นสูงให้แก่ครูและนักเรียนอาชีวศึกษา ผ่าน &#8220;<strong>โครงการการศึกษาเสริมทักษะสร้างอาชีพ สปป.ลาว&#8221;</strong> ซึ่งได้ดำเนินการมาแล้ว 2 เฟส ภายใต้ความร่วมมือกับรัฐบาลลาว โดยกระทรวงศึกษาธิการและกีฬา​ เพื่อร่วมพัฒนาทั้งความรู้และทักษะฝีมือให้แก่ครูและนักเรียนอาชีวะศึกษา โดยเฉพาะในสาขาเชื่อมโลหะ ซ่อมบำรุงทั่วไป เครื่องกล ไฟฟ้าควบคุม และพลังงานทดแทน ให้มีความทันสมัยและสอดรับกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมได้ดียิ่งขึ้น</p>
<p>ซึ่งการขับเคลื่อน ในเฟสที่ 1 และเฟส 2 ที่ผ่านมานั้น ทางโครงการได้ผลิตครูที่มีศักยภาพให้กรมอาชีวศึกษาแล้วกว่า 118 คน พร้อมให้การสนับสนุนในรูปแบบทุน สำหรับครูและนักเรียน สำหรับการศึกษาต่อรวม 51 ทุน พร้อมทั้งพัฒนา​ ปรับปรุงห้องฝึกปฏิบัติการของโรงเรียนเทคนิคให้ทันสมัยรวม 7 แห่ง และมีนักเรียนชั้นปีสุดท้ายจากวิทยาลัยเทคนิค 7 แห่ง ที่ได้รับการฝึกอบรมพัฒนาทักษะฝีมือก่อนจบการศึกษาเพื่อออกไปประกอบอาชีพในสาขาเป้าหมายรวม 1,646 คน ภายใต้งบประมาณในการขับเคลื่อนแต่ละเฟสไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27507 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/1-3.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ที่สำคัญคือ นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯ หลังจบการศึกษาได้งานทำ ได้ศึกษาต่อ รวมทั้งมีทักษะที่สามารถต่อยอดไปสู่การเป็นผู้ประกอบการรายย่อย หรือ SME ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของลาว ​รวมทั้งมีจำนวนนักเรียนที่มีงานทำ และศึกษาต่อรวม 88.15% นับเป็นการผลิคบุคลากรเข้มแข็งเพื่อไปเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้​​ สปป. ลาว มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>ต่อยอด​เฟส 3 ​เพิ่มแรงงานเทคนิค และพลังงานทดแทน</strong></p>
<p>จากความสำเร็จใน 2 โครงการ นำมาสู่การต่อยอดความร่วมมือในระยะที่ 3 เพื่อเสริมให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของ สปป.ลาว โดยเฉพาะในมิติการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ด้วยการ​​ขยายการพัฒนามาสู่แรงงานด้านเทคนิคและพลังงานทดแทนเพิ่มมากขึ้น เพื่อสอดคล้องกับทั้งบริบทในการขับเคลื่อนประเทศที่มีเป้าหมายหลุดจากการเป็นประเทศด้อยพัฒนาภายใน 2 ปีนับจากนี้ รวมทั้งบริบทของโลกโดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ในปี 2050</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27506 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/MOU.jpg" alt="" width="1200" height="803" /></p>
<p>โดยมี <strong>ท่านสุลิอุดง สูนดารา</strong> รัฐมนตรีช่วยกระทรวงศึกษาธิการและกีฬา สปป.ลาว ​​ร่วมลงนามกับ<strong> คุณนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เพื่อ​ขับเคลื่อนความร่วมมือในเฟสที่ 3​ ร่วมกัน ซึ่งได้ปรับแผนให้สอดคล้องกับดีมานด์ของภาคอุตสาหกรรมและตลาดแรงงานในปัจจุบัน โดยเฉพาะการยกระดับความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคนิค และทักษะต่างๆ ตลอดจนทัศนคติการทำงาน​ที่เน้นการเพิ่ม Productivity ได้มากขึ้น</p>
<p>โดยเฉพาะ​การพัฒนาความรู้และทักษะด้านพลังงานทดแทน พร้อม​สร้างเครือข่ายผ่านวิทยาลัยอาชีวศึกษา ซึ่งนำร่องด้วยวิทยาลัยอาชีวศึกษาแขวงคำม่วน สปป.ลาว เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้และต้นแบบการเรียนการสอน สาขาการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน ทั้งจากพืชพลังงาน พลังงานจากขยะ และพลังงานแสงอาทิตย์ โดยเฉพาะการติดตั้งและซ่อมบำรุงอุปกรณ์ระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์  และการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน​ซึ่งมีความจำเป็นต่อการพัฒนาหลักสูตรสาขาพลังงานทดแทน  ​</p>
<p>พร้อมท้ังการขยายโอกาสการฝึกทักษะฝีมือไปยังกลุ่มเปราะบางและที่อยู่นอกภาคการศึกษา ผ่านการจัดฝึกอบรมระยะสั้นด้านเกษตรกรรม หัตถกรรม เช่น นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ผู้พิการ ผู้ต้องหาชั้นดีที่ใกล้พ้นโทษ เพื่อสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพที่จะมาสร้างสรรค์สังคมและขับเคลื่อนประเทศร่วมกัน ​​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27508 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/4-2.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>ท่านหนูพัน อุดสา</strong> อธิบดีกรมอาชีวะศึกษา กระทรวงศึกษาธิการและกีฬา สปป.ลาว กล่าวว่า การยกระดับศักยภาพบุคลากรในประเทศของ สปป.ลาว มีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะหากประเทศพ้นจากการเป็นประเทศด้อยพัฒนาแล้ว จำเป็นต้องขับเคลื่อนการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งด้วยตัวเอง เพราะอาจจะถูกตัดความเช่วยเหลือต่างๆ จากนานาประเทศที่เคยได้รับอุดหนุนในฐานะประเทศด้อยพัฒนา การเพิ่มความรู้ทั้งการทำให้คนในชาติทั้ง 6-7 ล้านคน ต้องได้รับการศึกษาตามเกณฑ์บังคับในระดับมัธยมปลายทั้งหมด รวมทั้งการเพิ่มทักษะทางด้านอาชีวะ หรือเทคนิคมาช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ประเทศจึงมีความสำคัญอย่างมาก รวมทั้งการพัฒนาให้ได้ตามมาตรฐาน​ของภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ที่เข้ามาลงทุนในลาว เพื่อสามารถขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งโครงการที่ร่วมขับเคลื่อนกับราช กรุ๊ป สามารถตอบโจทย์ในมิติเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี</p>
<p><strong>มุ่งขับเคลื่อน​ Energy Transition​​ ตามกรอบ ESG ​</strong></p>
<p><strong> คุณนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นโยบายของราช กรุ๊ป ให้ความสำคัญทั้งการพัฒนาให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าทางสังคมและการดูแลสิ่งแวดล้อมในทุกพื้นที่ที่ได้ขยายธุรกิจเข้าไป ​(ESG) ซึ่ง สปป.ลาว ก็ถือเป็นอีกหนึ่งฐานธุรกิจที่สำคัญของราช กรุ๊ป เช่นเดียวกัน โดยจะ​​​ใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของบริษัทด้านการพัฒนาและผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนทั้ง พลังงานแสงอาทิตย์​ และพลังงานลม มาช่วยเพิ่มทักษะและพัฒนาทั้งหลักสูตรรวมทั้งคุณภาพของบุคลากรในสายงานด้านนี้ให้กับประชาชนใน สปป.ลาว ตลอดการดำเนินงานทั้ง 7 ปี (2024-2030) พร้อมการสนับสนุนงบประมาณรวม 23.8 ล้านบาท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27504 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/Re-LAOS3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>​สำหรับเป้าหมายในการขับเคลื่อนโครงการยังสอดคล้องไปกับแนวทางการพัฒนาตาม UN SDGs ในเป้าหมายที่ 4 ที่มุ่งสร้างความเท่าเทียมในการศึกษาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมทั้งเป้าหมายข้อ 8 ที่ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างครอบคลุม ต่อเนื่อง และยั่งยืน พร้อมขยายโอกาสในการสร้างงานที่เหมาะสมและมีผลิตภาพสำหรับทุกคน พร้อมทั้งคำนึงถึงการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่จะไม่นำมาซึ่งความเสื่อมโทรมหรือผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ​</p>
<p>ขณะที่ราช กรุ้ป เองได้วางเป้าหมายให้ทั้งองค์กรมีความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 โดยการขับเคลื่อนในแต่ละพื้นที่จะสอดคล้องไปกับนโยบายและทิศทางของแต่ละประเทศ โดยจะพยามยามลดพอร์ตฟอสซิลให้ลดลง และเพิ่มการลงทุนในกลุ่มพลังงานทดแทน ด้านพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม รวมทั้งการลงทุน​กลุ่มแบตเตอรี่ เพื่อเพิ่มศักยภาพ Storage System เพื่อลดความผันผวนด้านความมั่นคงทางพลังงาน จากแหล่งพลังงานจากธรรมชาติที่มีความไม่แน่นอนสูง ภายใต้เม็ดเงินลงทุนรวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท สำหรับทุกประเทศทั้งในไทย ลาว ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย โดยตั้งเป้าเพิ่มพอร์ตในกลุ่มพลังงานทดแทน​ (Renewable) ประมาณ 70% ​ และกลุ่มฟอสซิลเหลือ 30% ภายในอีก 3-4 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันมีสัดส่วน Renewable ในพอร์ตธุรกิจประมาณ 20%</p>
<p><em>&#8220;การลงทุนในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของกรุ๊ป จะสอดคล้องกับทิศทาง นโยบาย และความเร่งด่วนของแต่ละประเทศที่เข้าไปลงทุน แต่เชื่อว่าโดยภาพรวมจะลดพอร์ตในกลุ่มฟอสซิลลงได้ตามโรดแม็พ จากการประเมินตามระยะสัญญาสัมปทานที่เหลืออยู่ ขณะที่การลงทุนโครงการใหม่ๆ จะมุ่งที่การใช้พลังงานสะอาด​ และแบตเตอรี่ ​​โดยคาดว่าประเทศที่จะขับเคลื่อนได้เร็วที่สุดจะเป็นออสเตรเลีย ตามเป้าหมายของประเทศที่ตั้งเป้าเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2030 รวมท้ังต้องการเป็น Hydrogen Hub ​ส่วนพื้นที่อื่นๆ จะมีระยะการเปลี่ยนผ่านแตกต่างไปตามศักยภาพ​ทั้งเรื่อง​เทคโนโลยีและเม็ดเงินที่ต้องลงทุนในช่วงเปลี่ยนผ่าน ซึ่งถือเป็นข้อจำกัดสำคัญในการขับเคลื่อนช่วง Energy Transition ส่วนทางราช กรุ๊ป มีเป้าหมายแน่นอนวางไว้ในปี 2050 เพื่อให้ธุรกิจทุกประเทศเป็นพลังงานสะอาดทั้งหมด ขณะที่วิธีการในการขับเคลื่อน จะค่อยๆ พิจารณาทั้งเทคโนโลยี ที่ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมและการคุ้มค่าในการลงทุนเป็นเรื่องสำคัญด้วย&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27505 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/Re-Windy-Hill-Australia.jpg" alt="" width="1200" height="694" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อน Energy Transition มี 3 pillars ที่ต้องคำนึงถึง ทั้งเรื่องของความมั่นคงทางพลังงาน ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและต้นทุนในการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งต้องมีความสมดุลกันทั้ง 3 ด้าน จึงจะสามารถขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะหากจะคำนึงถึงแต่ประเด็นสิ่งแวดล้อม แล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานสะอาดทั้งหมด แต่ไฟติดๆ ดับๆ หรือต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูงที่ราคาแพงมาก ก็ไม่สามารถมีใครพร้อมที่จะลงทุนได้  โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความมั่นคง หรือ Energy Security ถือว่ามีความสำคัญมากที่สุด เพราะถือเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานของประเทศ และยังเป็นอีกหนึ่งจุดที่ช่วยดึงดูดการลงทุน ดึงดูดเม็ดเงินเข้ามาพัฒนาประเทศ และสะท้อนความสามารถทางการแข่งขันของประเทศนั้นๆ ด้วยเช่นกัน</p>
<p><em>&#8220;ก่อนหน้านี้บริบทในเรื่องของสิ่งแวดล้อม อยู่ที่การไม่สร้างมลภาวะมากเ​กินมาตรฐาน แต่เมื่อบริบทในปัจจุบันและมาตรฐานได้ถูกยกระดับมากขึ้น การปล่อย Carbon Emission ซึ่งเป็นเรื่องที่มาคู่กับการผลิตไฟฟ้ากลายเป็นประเด็นที่ทั่วโลกมีความกังวล และมีการยกระดับเพื่อควบคุมปริมาณการปลดปล่อยซึ่งกระทบต่อ​อุตสาหกรรม​ แต่ก็ถือเป็น​ความท้าทายใหม่ที่ผู้อยู่ในอุตสาหกรรมทุกรายต้องสามารถสร้างให้เกิดความสมดุลขึ้นมาให้ได้ในสุด&#8221;​​ </em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/ratch-group-mou-phase3-empowerment-project-in-laos/">ราช กรุ๊ป ขยายเฟส 3 โครงการการศึกษาพร้อมเสริมทักษะ​อาชีพในลาว เพิ่มโฟกัสกลุ่ม​พลังงานทดแทน รับบริบทโลกใหม่ยุคเปลี่ยนผ่านสู่ Zero Carbon</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Bezos Earth Fund ตั้งงบ 100 ล้านUSD ​หนุนพัฒนา AI หาโซลูชั่น​รับมือปัญหาสภาพอากาศและความสูญเสียของธรรมชาติ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/04/bezos-earth-fund-ai-for-climate-and-nature-grand-challenge/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 28 Apr 2024 05:18:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Accelerated Program]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[AI for Climate and Nature Grand Challenge]]></category>
		<category><![CDATA[Amazon.com]]></category>
		<category><![CDATA[Andrew Steer]]></category>
		<category><![CDATA[Bezos Earth Fund]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Jeff Bezos]]></category>
		<category><![CDATA[Nature Loss]]></category>
		<category><![CDATA[power grid optimization]]></category>
		<category><![CDATA[StartUp]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Protein]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. แอนดรูว์ สเตียร์]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[วิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์ทอัพ]]></category>
		<category><![CDATA[เจฟฟ์ เบโซส์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี AI]]></category>
		<category><![CDATA[โซลูชัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25395</guid>

					<description><![CDATA[<p>Bezos Earth Fund โดย มร.เจฟฟ์ เบโซส์ (Jeff Bezos) ประธานกรรมการบริหารกองทุน Bezos Earth Fund และผู้ก่อตั้ง Amazon.com ประกาศงบสนับสนุนการพัฒนาโครงการ AI for Climate and Nature Grand Challenge ด้วยเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาโซลูชัน AI เพื่อแก้ปัญหาจากความท้าทายของ​สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) และการสูญเสีย​ทางธรรมชาติ (Nature Loss) นอกจากนี้ ​​ ยังช่วย​จุดประกายการทำงานร่วมกันอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ระหว่างกลุ่มผู้นำที่ทำงานด้านการดูแลและปกป้องสิ่งแวดล้อม รวมทั้งกลุ่มผู้พัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อให้ได้มาซึ่งโซลูชั่นหรือแนวทางการพัฒนาใหม่ๆ เพื่อการแก้ปัญหาในอนาคตได้อย่างยกระดับมากขึ้น โดยเตรียมเปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ ในเดือนพฤษภาคมนี้ &#8220;การพัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อหาแนวทาง​รับมือ​ปัญหาสภาพอากาศและช่วยป้องกันการ​สูญเสียทางธรรมชาติ โดยในรอบแรกของโครงการ​จะมุ่งพัฒนาโซลูชั่นใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ โปรตีนที่ยั่งยืน (Sustainable proteins) การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity conservation) และการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายไฟฟ้า (Power [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/bezos-earth-fund-ai-for-climate-and-nature-grand-challenge/">Bezos Earth Fund ตั้งงบ 100 ล้านUSD ​หนุนพัฒนา AI หาโซลูชั่น​รับมือปัญหาสภาพอากาศและความสูญเสียของธรรมชาติ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Bezos Earth Fund</strong> โดย <strong>มร.เจฟฟ์ เบโซส์</strong> (Jeff Bezos) ประธานกรรมการบริหารกองทุน Bezos Earth Fund และผู้ก่อตั้ง Amazon.com ประกาศงบสนับสนุนการพัฒนาโครงการ <strong>AI for Climate and Nature Grand Challenge</strong> ด้วยเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาโซลูชัน AI เพื่อแก้ปัญหาจากความท้าทายของ​สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) และการสูญเสีย​ทางธรรมชาติ (Nature Loss)</p>
<p><span id="more-25395"></span></p>
<p>นอกจากนี้ ​​ ยังช่วย​จุดประกายการทำงานร่วมกันอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ระหว่างกลุ่มผู้นำที่ทำงานด้านการดูแลและปกป้องสิ่งแวดล้อม รวมทั้งกลุ่มผู้พัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อให้ได้มาซึ่งโซลูชั่นหรือแนวทางการพัฒนาใหม่ๆ เพื่อการแก้ปัญหาในอนาคตได้อย่างยกระดับมากขึ้น <strong>โดยเตรียมเปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ ในเดือนพฤษภาคมนี้</strong></p>
<p><em>&#8220;การพัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อหาแนวทาง​รับมือ​ปัญหาสภาพอากาศและช่วยป้องกันการ​สูญเสียทางธรรมชาติ โดยในรอบแรกของโครงการ​จะมุ่งพัฒนาโซลูชั่นใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ โปรตีนที่ยั่งยืน (Sustainable proteins) การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity conservation) และการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายไฟฟ้า (Power grid optimization) นอกจากนี้ยัง​รวมไปถึงกลุ่ม &#8220;Wild Card&#8221; สำหรับไอเดียที่น่าสนใจและทรงพลังนอกเหนือจาก 3 กลุ่มนี้อีกด้วย โดยในโครงการจะมีโอกาสระดมทุนได้ 2 ครั้ง ซึ่งเฟสแรก​จะ​สนับสนุนให้กับ  30 เมล็ดพันธุ์สำหรับแนวคิดของ AI ที่มุ่งในประเด็นที่โฟกัส ซึ่งผู้ได้รับรางวัลจะได้รับการประกาศในงาน Bezos Earth Fund-TED ในช่วง Climate Week NYC ​ช่วงปลายเดือนกันยายน ส่วนเฟส​ที่สอง ผู้ที่ได้รับรางวัลเหล่านี้จะมีสิทธิ์สมัครขอรับทุนสูงถึง 2 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อพัฒนาแนวคิดของตนให้เป็นโซลูชันที่ใช้งานได้จริง พร้อมรับคำปรึกษา การสนับสนุนด้านเทคโนโลยี และการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐาน​และชุดข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับการขยายผลต่อไป&#8221;</em></p>
<p>ทั้งนี้ Bezos Earth Fund เริ่มเชิญชวนเหล่าผู้ขับเคลื่อน นักวิจัย นักสร้างวรรค์นวัตกรรมต่างๆ ทั้งจากมหาวิทยาลัย องค์กรเอกชน (NGOs) บริษัทเอกชน และองค์กรระดับประเทศ ที่มีสนใจเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยแก้ไขปัญหาสภาพอากาศและธรรมชาติ จากการพัฒนาความเชี่ยวชาญด้าน AI เพื่อนำศักยภาพที่มีมาช่วยในการแก้ปัญหาผ่านการขับเคลื่อนร่วมกัน</p>
<p>ด้าน <strong>ดร. แอนดรูว์ สเตียร์ </strong>(Andrew Steer) ประธานและซีอีโอของ Bezos Earth Fund กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงในอนาคตเป็นเรื่องที่ไม่สามารถคาดเดาได้ โดยเฉพาะการเกิดจุดเปลี่ยนที่สำคัญซึ่งอาจะนำไปสู่ทั้งมิติที่ดี หรือไม่ดี แต่การพัฒนาโซลูชั่น AI ที่มีศักยภาพ จากโครงการนี้ จะมีส่วนเข้ามาช่วยคลี่คลายจากปัญหาที่ยากและท้าทายให้กับโลกได้ร่วมกัน</p>
<p>พร้อมเปิดกว้างให้ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม หรือสมัครเข้าร่วมโครงการได้จาก​ <a href="https://www.bezosearthfund.org/ai-climate-nature" target="_blank" rel="noopener">Bezos Earth Fund</a></p>
<p><iframe loading="lazy" title="AI for Climate and Nature: The Bezos Earth Fund Announces $100M Grand Challenge" width="1170" height="658" src="https://www.youtube.com/embed/nyP3yU5Qu9Y?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/bezos-earth-fund-ai-for-climate-and-nature-grand-challenge/">Bezos Earth Fund ตั้งงบ 100 ล้านUSD ​หนุนพัฒนา AI หาโซลูชั่น​รับมือปัญหาสภาพอากาศและความสูญเสียของธรรมชาติ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำความรู้จัก &#8216;Sustainomy&#8217; ​ภาคต่อระบบ​​ทุนนิยมใหม่ เมื่อโครงสร้างเศรษฐกิจแบบเดิม ไม่สามารถเอื้อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนได้จริง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/03/sustainomy-new-economy-that-upholds-sustainability/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 Mar 2024 03:47:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[3Ps]]></category>
		<category><![CDATA[BRANDi and Companies]]></category>
		<category><![CDATA[Capitalism]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[Planet]]></category>
		<category><![CDATA[Prosperity]]></category>
		<category><![CDATA[Real Sector]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainomy]]></category>
		<category><![CDATA[Virtual Sector]]></category>
		<category><![CDATA[ปิยะชาติ อิศรภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบทุนนิยม]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโต]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจจริง]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจเสมือน]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนดิ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงสร้างเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[โมเดลการพัฒนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=24475</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้ระบบเศรษฐกิจปัจจุบันจะสร้างผลประโยชน์มากมายให้มนุษยชาติ แต่ผลประโยชน์เหล่านั้นไม่สามารถเทียบได้กับผลเสียที่ระบบเศรษฐกิจแบบเดิมๆ สร้างขึ้น อาทิ ความไม่เป็นธรรมในการกระจายความมั่งคั่ง สภาพความเป็นอยู่ของประชาชนที่ย่ำแย่ลง รวมทั้งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ไม่ยั่งยืน จากความ​ &#8216;ย้อนแย้ง&#8216; ที่เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจปัจจุบัน แม้คนหนึ่งคน บริษัทหนึ่งบริษัท หรือประเทศหนึ่งประเทศจะพยายาม​ทำกิจกรรมเพื่อตอบโจทย์ความยั่งยืนมากเพียงไร แต่สุดท้ายธรรมชาติของความต้องการสร้างผลกำไรทำให้พวกเขาต้องกลับมาใช้ชีวิตในระบบ &#8216;ทุนนิยม&#8217; ตามปกติเช่นเดิม เป็นที่มา​ของแนวคิด​ “Sustainomy” ซึ่งมุ่งมั่นในการสร้าง &#8216;นิยามใหม่ของระบบทุนนิยม&#8217; ที่ไม่เพียงให้ความสำคัญแค่เรื่องผลตอบแทนทางการเงิน แต่ต้องให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่นำมาซึ่ง​ความยั่งยืนของ​สิ่งแวดล้อม และความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนในสังคมควบคู่ไปด้วย คุณอาร์ม &#8211; ปิยะชาติ  อิศรภักดี CEO BRANDi and Companies หรือ แบรนดิ กล่าวถึงแนวคิด &#8216;Sustainomy&#8217; ในปาฐกถาพิเศษ The New Global Economy: Making Capitalism Work for the Environment and Communities  จากงาน Economist Impact&#8217;s 3rd annual Sustainability Week [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/sustainomy-new-economy-that-upholds-sustainability/">ทำความรู้จัก &#8216;Sustainomy&#8217; ​ภาคต่อระบบ​​ทุนนิยมใหม่ เมื่อโครงสร้างเศรษฐกิจแบบเดิม ไม่สามารถเอื้อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนได้จริง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แม้ระบบเศรษฐกิจปัจจุบันจะสร้างผลประโยชน์มากมายให้มนุษยชาติ แต่ผลประโยชน์เหล่านั้นไม่สามารถเทียบได้กับผลเสียที่ระบบเศรษฐกิจแบบเดิมๆ สร้างขึ้น อาทิ ความไม่เป็นธรรมในการกระจายความมั่งคั่ง สภาพความเป็นอยู่ของประชาชนที่ย่ำแย่ลง รวมทั้งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ไม่ยั่งยืน</p>
<p><span id="more-24475"></span></p>
<p>จากความ​ &#8216;<strong>ย้อนแย้ง</strong>&#8216; ที่เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจปัจจุบัน แม้คนหนึ่งคน บริษัทหนึ่งบริษัท หรือประเทศหนึ่งประเทศจะพยายาม​ทำกิจกรรมเพื่อตอบโจทย์ความยั่งยืนมากเพียงไร แต่สุดท้ายธรรมชาติของความต้องการสร้างผลกำไรทำให้พวกเขาต้องกลับมาใช้ชีวิตในระบบ <strong>&#8216;ทุนนิยม&#8217;</strong> ตามปกติเช่นเดิม</p>
<p>เป็นที่มา​ของแนวคิด​<strong> “Sustainomy”</strong> ซึ่งมุ่งมั่นในการสร้าง<strong> &#8216;นิยามใหม่ของระบบทุนนิยม&#8217;</strong> ที่ไม่เพียงให้ความสำคัญแค่เรื่องผลตอบแทนทางการเงิน แต่ต้องให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่นำมาซึ่ง​ความยั่งยืนของ​สิ่งแวดล้อม และความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนในสังคมควบคู่ไปด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24478 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/S__28450875_0.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>คุณอาร์ม &#8211; ปิยะชาติ  อิศรภักดี</strong> CEO BRANDi and Companies หรือ แบรนดิ กล่าวถึงแนวคิด<strong> &#8216;Sustainomy&#8217;</strong> ในปาฐกถาพิเศษ <strong>The New Global Economy: Making Capitalism Work for the Environment and Communities </strong> จากงาน <strong>Economist Impact&#8217;s 3rd annual Sustainability Week Asia  </strong>เพื่อฉายโมเดลพัฒนาระบบเศรษฐกิจของโลกตามแนวทางใหม่ เนื่องจากแนวทางที่เป็นอยู่ในปัจจุบันไม่สามารถเอื้อให้เกิดการเศรษฐกิจที่ยั่งยืนได้จริง ​</p>
<p>ประกอบกับความพยายามในการขับเคลื่อนความยั่งยืนที่เกิดขึ้นทั่วโลกโดยส่วนใหญ่ มีลักษณะของการ &#8216;ฝืน&#8217; จากสภาพแวดล้อมในปัจจุบันมากจนเกินไป ส่งผลให้ Scale ของ Unusual หรือความไม่เป็นปกติ ไม่สมดุลกับความพยายามในการสร้างให้เป็นปกติ หรือ ​Usual และถือว่าเป็นปัญหาที่แท้จริงของการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ขับเคลื่อนกันอยู่ในปัจจุบัน</p>
<p>&#8220;<em><strong>การขับเคลื่อนความยั่งยืนทั่วโลกในปัจจุบัน มีลักษณะเหมือนการปลูก &#8216;เมล็ดพันธุ์ที่ดี&#8217; ลงใน &#8216;ดินที่แย่&#8217; ทำให้ปลูกเท่าไหร่ก็ไม่ขึ้น ดังนั้น หากต้องการสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง เราต้องเปลี่ยนทั้งดินและกระถาง </strong><strong>โดยกลับไปทำความเข้าใจระบบเศรษฐกิจในปัจจุบันเสียใหม่ และปรับเปลี่ยนโครงสร้างที่มีอยู่ทั้งหมด เพื่อทำให้เกิด &#8216;สภาพแวดล้อม&#8217; ที่​เอื้อต่อการเติบโต</strong></em> เพื่อเป็นพื้นที่สำคัญในการปลูกโครงสร้าง​แนวทางในการพัฒนาที่สามารถสร้างทั้งความมั่งคั่งไปพร้อมกับการยกระดับความเป็นอยู่ของมนุษย์และการดูแลสิ่งแวดล้อมแบบควบคู่ไปพร้อมกันได้อย่างแท้จริง&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24479 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/S__28450861_0.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ดังนั้น แนวทาง​ที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง​ ต้องสามารถสร้างการเติบโตใหม่​ไปพร้อมความจำเป็นในการรักษาของเก่าให้มั่นคง พร้อมทั้งการสร้างและต่อยอดของใหม่ที่เป็นมิตรต่อผู้คนและสิ่งแวดล้อมโดยไม่ฝืนธรรมชาติ และถือนับเป็นความท้าทายอย่างมากต่อทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการต่อสู้ และเอาชนะกับความเคยชิน และความสบายแบบเดิมๆ เนื่องจาก &#8216;Sustainomy&#8217; เปรียบเสมือนภาคต่อของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมแบบเดิม ซึ่งอาจไม่ใช่ระบบที่ไม่ดีหรือเป็นเรื่องผิด ​แต่อาจ​เพราะเป็นระบบที่อยู่มานานเกินไปและเริ่มไม่สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลง จนทำให้ตัวระบบเองเกิดปัญหา ​(Triple One Effects) มากกว่าที่จะสร้างให้เกิดประโยชน์ได้สูงสุด</p>
<p>ขณะที่ <em><strong>แนวคิด Sustainomy จะนำมามาซึ่งระบบเศรษฐกิจที่เปลี่ยนวิธีคิดจากการหา​ How เพื่อที่จะเดินไปสู่เป้าหมาย มาเป็นการตั้งโจทย์ที่ถูกต้องตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น แล้วจึงหา Way ที่เหมาะสมที่สุด</strong></em> โดยมองบริบทโดยรอบอย่างสอดคล้องเพื่อให้โซลูชันที่ได้มานั้น ไม่จำเป็นต้องแลกมาซึ่งผลลัพธ์ที่อาจสร้างความเสียหาย​ หรืออาจจะต้องแลกกับอะไรที่ไม่คุ้มค่า และสามารถ​​สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่แท้จริงของการพัฒนาอย่างยั่งยืนในปัจจุบันได้อย่างชัดเจน เพื่อสร้างโมเดลการพัฒนาที่ขับเคลื่อนและสร้างผลลัพธ์ที่สามารถเชื่อมโยงระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์ และสภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีได้อย่างแท้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24480 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/S__28450859_0.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>โดยมีประเด็นชี้วัดสำคัญของระบบเศรษฐกิจใหม่อย่าง <strong>&#8216;Sustainomy&#8217;</strong> ภายใต้การขับเคลื่อนผ่าน 3 แนวทางสำคัญ ประกอบด้วย</p>
<p><strong>1. แนวทางที่มุ่งสร้างการเติบโตให้ครอบคลุมมากกว่าแค่ผลกำไร : </strong>มุ่งขยายคำจำกัดความของการเติบโตให้ครอบคลุมทั้งการสร้างความ​มั่งคั่ง <strong>(Prosperity)</strong> ​​ความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คน <strong>(People)</strong> และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม <strong>(Planet)</strong> ด้วย</p>
<p><strong>2. สร้างพอร์ตโฟลิโอที่สมดุล:</strong> ส่งเสริมองค์ประกอบของเศรษฐกิจที่มีความสมดุล โดยมีสัดส่วนของอุตสาหกรรมที่มีมายาวนานและมีความมั่นคง <strong>(เศรษฐกิจจริง — Real Sector)</strong> และอุตสาหกรรมที่ส่งเสริมนวัตกรรม แต่มีความผันผวน <strong>(เศรษฐกิจเสมือน — Virtual Sector)</strong> ที่เหมาะสม</p>
<p><strong>3. เสริมความแข็งแกร่งให้กับ &#8216;ตรงกลาง&#8217; </strong>: ตระหนักถึงบทบาทที่สำคัญของประเทศกำลังพัฒนา วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และกลุ่มชนชั้นกลาง ในการขับเคลื่อนทางออกใหม่ที่ยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24481 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/2-11.jpg" alt="" width="1200" height="879" /></p>
<p>​<em>&#8220;การสร้างระบบ Sustainomy เป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และต้องอาศัย &#8216;<strong>ความร่วมมือ&#8217; เ</strong>ป็นปัจจัยสำคัญเพื่อทำให้ทุกคนและทุกภาคส่วน ​ทั้ง​องค์กร และตลาด​</em><em>ต้องร่วมมือกันเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเปลี่ยนแปลง​เศรษฐกิจภาพใหญ่ เพื่อขับเคลื่อนให้เกิด​เศรษฐกิจใหม่ที่แท้จริง และสามารถสร้างประโยชน์ที่ครอบคลุมให้กับทุกคนได้อย่างทั่วถึง ซึ่งผมมีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า ถ้าโลก ประเทศ สังคม บริษัท หรือแม้กระทั่งตัวเราเองสามารถปรับแนวทาง​ Sustainomy ไปใช้ในทางปฏิบัติ ได้จริง ​จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ตลอดจนสร้างผล​กระทบเชิงบวกได้แบบทวีคูณ&#8221; </em>คุณอาร์ม กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>รายละเอียดเพิ่มเติมของแนวคิด Sustainomy คลิก  <a href="https://www.brandiandcompanies.com/sustainomy" target="_blank" rel="noopener">https://www.brandiandcompanies.com/sustainomy</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/sustainomy-new-economy-that-upholds-sustainability/">ทำความรู้จัก &#8216;Sustainomy&#8217; ​ภาคต่อระบบ​​ทุนนิยมใหม่ เมื่อโครงสร้างเศรษฐกิจแบบเดิม ไม่สามารถเอื้อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนได้จริง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>AIS  ผนึก Singtel Group แชร์ไอเดียขับเคลื่อน ‘ความยั่งยืน’ ผ่านเวที ‘Singtel Group People and Sustainability Symposium 2023’</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/12/ais-organized-singtel-group-people-and-sustainability-symposium-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Dec 2023 05:01:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[AIS]]></category>
		<category><![CDATA[Best Practice]]></category>
		<category><![CDATA[Cyber Wellness Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[e-waste]]></category>
		<category><![CDATA[Environment and Climate]]></category>
		<category><![CDATA[GalileOsis]]></category>
		<category><![CDATA[GalileOsis Night Eco Vision To Action]]></category>
		<category><![CDATA[Governance)]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[Purpose-led sustainability strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Regional Forum]]></category>
		<category><![CDATA[Regional Symposium]]></category>
		<category><![CDATA[​Singtel Group]]></category>
		<category><![CDATA[Singtel Group People and Sustainability Symposium 2023]]></category>
		<category><![CDATA[Social Impact]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Value Creation]]></category>
		<category><![CDATA[Vision สู่ Action]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารคน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพยากรบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[สายชล ทรัพย์มากอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เอไอเอส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=22887</guid>

					<description><![CDATA[<p>ด้วย​เป้าหมายที่ชัดเจนของ AIS ที่ต้องการ​​​​ก้าวสู่การเป็นองค์กรเทคโนโลยีโทรคมนาคมอัจฉริยะหรือ Cognitive Tech-Co เพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่การเป็น Sustainable Nation โดยมุ่ง​สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและ​คำนึงถึงผลกระทบต่อ​ทุกภาคส่วนของ ECOSYSTEM ECONOMY ไม่ว่าจะเป็นผู้คน สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ขยายผล Vision to Action พร้อมการตอกย้ำที่ชัดเจนมากกว่าแค่การวาง Vision ผ่านวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนที่สวยหรู แต่ AIS ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนสู่ Action ที่สามารถจับต้องและปฏิบัติให้เห็นเป็นรูปธรรมได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการเติมเต็ม Cyber Wellness Ecosystem เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำและเกิดการใช้งานที่สร้างสรรค์และปลอดภัยผ่านการพัฒนา หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ และ Thailand Cyber Wellness Index เพื่อยกระดับคนไทยสู่การเป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพ รวมไปถึงการดูแลสิ่งแวดล้อมผ่าน Green Network ทั้งการใช้ AI มาช่วยบริหารจัดการพลังงานหรือ ข้อมูลต่างๆ รวมถึงสร้างการมีส่วนร่วมด้านการจัดการปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Waste อย่างถูกวิธีแบบ Zero to Landfill ได้ในที่สุด ​และอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/ais-organized-singtel-group-people-and-sustainability-symposium-2023/">AIS  ผนึก Singtel Group แชร์ไอเดียขับเคลื่อน ‘ความยั่งยืน’ ผ่านเวที ‘Singtel Group People and Sustainability Symposium 2023’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ด้วย​เป้าหมายที่ชัดเจนของ AIS ที่ต้องการ​​​​ก้าวสู่การเป็นองค์กรเทคโนโลยีโทรคมนาคมอัจฉริยะหรือ <strong>Cognitive Tech-Co</strong> เพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่การเป็น <strong>Sustainable Nation</strong> โดยมุ่ง​สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและ​คำนึงถึงผลกระทบต่อ​ทุกภาคส่วนของ ECOSYSTEM ECONOMY ไม่ว่าจะเป็นผู้คน สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม<span id="more-22887"></span></p>
<p><strong>ขยายผล </strong><strong>Vision to Action</strong></p>
<p>พร้อมการตอกย้ำที่ชัดเจนมากกว่าแค่การวาง Vision ผ่านวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนที่สวยหรู แต่ AIS ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนสู่ Action ที่สามารถจับต้องและปฏิบัติให้เห็นเป็นรูปธรรมได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการเติมเต็ม <strong>Cyber Wellness Ecosystem</strong> เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำและเกิดการใช้งานที่สร้างสรรค์และปลอดภัยผ่านการพัฒนา <strong>หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์</strong> และ <strong>Thailand Cyber Wellness Index</strong> เพื่อยกระดับคนไทยสู่การเป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพ รวมไปถึงการดูแลสิ่งแวดล้อมผ่าน <strong>Green Network</strong> ทั้งการใช้ AI มาช่วยบริหารจัดการพลังงานหรือ ข้อมูลต่างๆ รวมถึงสร้างการมีส่วนร่วมด้านการจัดการปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Waste อย่างถูกวิธีแบบ Zero to Landfill ได้ในที่สุด</p>
<p>​และอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า นับจากนี้แนวคิดเรื่อง <strong>‘</strong><strong>ความยั่งยืน</strong><strong>’</strong> จะถูกนำมา​เชื่อมโยงเข้ากับทุกมิติในการขับเคลื่อนของ AIS คือ การจัดประชุมประจำปีของกลุ่ม Singtel ครั้งล่าสุดในปี 2023 นี้ ซึ่งประเทศไทย โดย AIS เป็นเจ้าภาพจัดประชุมภายใต้ชื่อ ‘<strong>Singtel Group People and Sustainability Symposium 2023’ </strong>โดย​มีบริษัทในเครือ Singtel อีก 5 ประเทศเข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย Airtel จากอินเดีย, Globe จากฟิลิปปินส์, Optus จากออสเตรเลีย Telkomsel จากอินโดนีเซีย และ Singtel จากสิงคโปร์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22898 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/4-4.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22899 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/2-5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>งาน Regional Forum ครั้งนี้ ได้ผนวกแนวคิดเรื่องความยั่งยืนเข้าไปทุกมิติแบบ End to End อย่างแท้จริง โดย <strong>คุณสายชล </strong><strong>ทรัพย์มากอุดม </strong>หัวหน้าหน่วยธุรกิจประชาสัมพันธ์และงานธุรกิจสัมพันธ์ AIS ให้ข้อมูลว่า การขับเคลื่อนความยั่งยืนของ AIS เป็นมากกว่าแค่การสร้างภาพลักษณ์ แต่ขับเคลื่อนจริงผ่านการทำงานทุกมิติ รวมทั้งทุกกิจกรรมต้องเชื่อมโยงเป้าหมายเดียวกัน  เช่นเดียวกับการเป็นเจ้าภาพการจัดประชุมระดับภูมิภาคของ Singtel Group ที่ได้ยกระดับสู่ Regional Symposium พร้อมผนวกรวม 2 วาระ ทั้งเรื่อง​ <strong>‘People’</strong> และ <strong>‘Sustainability’</strong> เข้าไว้ด้วยกัน จากที่ก่อนหน้าจะจัดประชุมแยกกัน รวมทั้งคำนึงถึง Carbon Emission ที่จะเกิดขึ้นจากการประชุมครั้งนี้ทุกมิติ ตั้งแต่การเดินทางเข้ามาของสมาชิกแต่ละประเทศ การเลือกโรงแรมที่พัก การเดินทางในระหว่างการประชุมตลอด 3 วันในประเทศไทย รวมทั้งการส่งต่อ Positive Impact จากการประชุมครั้งนี้ให้แก่ผู้คนและสังคมได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><em>“การจัดงานประชุมระดับนานาชาติแต่ละครั้ง จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก ประกอบกับมิติเรื่องของการพัฒนาคน ถือเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนอยู่แล้ว AIS จึงนำเสนอสมาชิกเพื่อยกระดับการจัดประชุมทั้งวาระในเรื่องของ ‘คน’ และ ‘ความยั่งยืน’ ไว้ด้วยกัน เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า รวมทั้งเป็นประโยชน์ในการแชร์องค์ความรู้ ประสบการณ์ มุมมอง และ Best Practice ต่างๆ ร่วมกัน ซึ่งสามารถแยกกันประชุมได้เมื่อต้องลงรายละเอียดในการขับเคลื่อนของแต่ละภาคส่วน รวมทั้งเน้นการขับเคลื่อนแบบคาร์บอนต่ำ ตั้งแต่การเดินทางระหว่างประเทศที่แนะนำสมาชิกให้เดินทางด้วย Green Airline การเลือกโรงแรมที่พักที่ได้รับมาตรฐานการดำเนินงานอย่างยั่งยืน หรือการทำกิจกรรมในระหว่างการประชุม เมนูอาหารรับรองที่เน้น​ ​Low Carbon รวมทั้งมีการบันทึกคาร์บอนฟุตพรินท์ตลอดกิจกรรมซึ่งจะนำไปชดเชยคาร์บอนส่วนเกิน เพื่อให้งานประชุมครั้ง​​นี้เป็น Carbon Neutral Event ได้อย่างแท้จริง”​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22897 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/6-4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>แชร์ </strong><strong>Best Practice </strong><strong>ขับเคลื่อนอย่างยั่งยืน </strong></p>
<p>สำหรับรูปแบบ Symposium ครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ <strong>Content</strong> หรือการนำเสนอเนื้อหาในที่ประชุม ซึ่ง AIS ได้นำเสนอบทบาทของ​เทคโนโลยีดิจิทัลที่เข้าไปผลักดันให้เกิดความยั่งยืนทั้งในมิติของการสร้าง Cyber Wellness Ecosystem และการขยาย Green Network เพื่อร่วมบริหารจัดการ E-Waste ตลอดทั้ง Supply Chain ซึ่งได้รับความสนใจจากประเทศสมาชิกอย่างมาก โดยเฉพาะไอเดียการพัฒนาหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันจากภัยไซเบอร์ให้แก่ประชาชน ขณะเดียวกัน AIS เองก็ได้รับแรงบันดาลใจในการต่อยอด Thailand Cyber Wellness Index มาสู่​มิติในเรื่องของสิ่งแวดล้อม เพื่อให้กลายเป็นดัชนีที่สามารถชี้วัดการขับเคลื่อนเรื่องของความยั่งยืนได้อย่างรอบด้านทั้งในเรื่องของ Environment , Social และ Governance ได้ครบทุกมิติ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22896 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/7-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อีกส่วนหนึ่งคือ แนวทางในการจัด Activity ซึ่ง AIS ได้จัดกิจกรรมที่สามารถ​ส่งมอบผลกระทบเชิงบวกให้ผู้คนและสังคมอย่างรอบด้านและยั่งยืน ทั้งการจัด <strong>‘GalileOsis Night Eco Vision To Action’</strong> เพื่อต้อนรับสมาชิกจากแต่ละประเทศ ซึ่งทุกมิติของงานเลี้ยงครั้งนี้เป็นหนึ่ง Best Practice ในการขับเคลื่อนเพื่อสร้าง Positive Impact ให้เกิดขึ้นกับผู้คนในชุมชนบ้านครัว​ ตั้งแต่การเลือกสถานที่จัดงานอย่าง <strong>GalileOsis</strong> ที่ผู้ก่อตั้งมีแนวคิดและเป้าหมายในการพัฒนา Art Space ขึ้นภายในพื้นที่ เพื่อมีส่วนช่วยลดปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ให้ลดน้อยลง รวมทั้งการตกแต่งสถานที่แบบ Cart Installation ด้วยสิ่งของและวัสดุในชุมชน เช่น การนำรถเข็นที่อยู่ในชุมชนมาทำ Food Station พร้อมการจัดเตรียมอาหารจาก <strong>เชฟแบล็ก- ภานุภณ บุลสุวรรณ</strong> ด้วยการนำเสนอ Sustainable Dinner จากวัตถุดิบในท้องถิ่นได้อย่างคุ้มค่า รวมทั้ง​ใช้ภาชนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และแยกขยะภายในงานอย่างเป็นระบบ ส่วนการแสดงต้อนรับก็ใช้นักแสดงภายในชุมชน ที่มาพร้อมเครื่องแต่งกายด้วยวัสดุที่ทำมาจากเศษผ้ารีไซเคิล เพื่อให้สมาชิกสัมผัสได้ถึงความเป็นไทยในอีกรูปแบบหนึ่ง ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนไปพร้อมกันด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22895 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/5-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>รวมทั้งยังมี Activity ที่เชื่อมโยงจากการประชุม ซึ่ง AIS เลือกทำกิจกรรมที่เข้าไปสนับสนุนการทำงานของกลุ่ม<strong> สภาเมืองคนรุ่นใหม่ </strong>หรือ <strong>BKK </strong><strong>เรนเจอร์</strong> โดยคัดเลือกเยาวชน 6 กลุ่มที่มีแนวคิดในการแก้ปัญหาเมืองในแต่ละมิติ มา Matching กับสมาชิกแต่ละประเทศ เพื่อรับฟังแนวคิดการขับเคลื่อนของเด็กแต่ละกลุ่ม พร้อมให้คำแนะนำ มุมมองในการพัฒนาและต่อยอดจากผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งผู้บริหารระดับสูง ซึ่งเป็นการ Coaching ต่อเนื่อง 4-6 ครั้ง ครั้งละ 1-2 ชั่วโมง รวมทั้งเปิดโอกาสให้ทั้ง 6 ทีมมาพรีเซ็นต์การขับเคลื่อนโครงการในวัน Activity day ที่สมาชิกทั้ง 6 ประเทศ มาประชุมในประเทศไทย ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้จะช่วยสร้างโอกาสให้เยาวชนไทยมีมุมมองในการพัฒนา Business Model ใหม่ๆ ซึ่งสามารถเติบโตและแข็งแกร่งขึ้นเป็นธุรกิจเพื่อสังคมที่เข้ามาช่วยลดช่องว่างหรือปัญหาต่างๆ ในสังคมไทยในอนาคตได้ด้วย</p>
<p><em>“สิ่งที่ AIS ทำ เราไม่ได้มองแค่สิ่งที่อยู่เฉพาะหน้า แต่มองถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นตามมาและ​สามารถต่อยอดให้เกิดความยั่งยืนได้ในอนาคต ซึ่งการ Matching สมาชิกเข้ากับเด็กไทย เราไม่ได้สนับสนุนด้วยเงิน แต่เราเติมวิธีคิด เติมมุมมองในการต่อยอดปัญหาต่างๆ เพื่อได้โซลูชั่นและนำมาสู่การเกิด Business Model ใหม่ๆ ซึ่งสามารถไปช่วยแก้ปัญหาให้คนอื่นๆ ในสังคมได้ต่อไป เช่น การเปลี่ยนขยะขวดพลาสติกในเมืองเป็นตั๋วรถเมลล์ การพัฒนาแพลตฟอร์มเติมทักษะภาษาอังกฤษให้กลุ่มคนขับแท็กซี่ หรือการแก้ปัญหา Mental Health ภายในโรงเรียน ด้วยการตั้ง Student Reflex Club ซึ่ง​เด็กๆ จะได้ฝึกทั้งทักษะภาษาอังกฤษจากการสื่อสารกับโค้ชหรือผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ​โดยตรง รวมทั้งฝึกวิธีคิดอย่างเป็นระบบและต่อยอดมาสู่การสร้างเป็นแพลตฟอร์มของการพัฒนาซึ่งสิ่งเหล่านี้จะติดตัวเด็กๆ ไปตลอด และสามารถต่อยอดให้เกิดเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อ​​ไปในอนาคต”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22894 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/3-6.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>โดยกรอบความร่วมมือจากการประชุม ที่จะถูกส่งต่อสู่การทำงานของแต่ละประเทศที่จะสร้าง Positive Impact ให้เกิดประโยชน์แก่ทุกกลุ่มเพื่อต่อยอดความยั่งยืน ประกอบด้วย</p>
<p><strong>กลยุทธ์การพัฒนาอย่างยั่งยืนแบบมีเป้าหมาย (Purpose-led sustainability strategy)</strong></p>
<p><strong>1. E-Environment and Climate : </strong>การป้องกันและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดยมีกระบวนการหรือกิจกรรมที่มุ่งเน้นในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การลดการใช้วัสดุหรือการใช้ทรัพยากรโดยคงประสิทธิภาพและคุณภาพของผลิตภัณฑ์หรือบริการ (Dematerialization) เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติมุ่งสู่ Net Zero</p>
<p><strong>2.S-Social Impact: </strong> การหาแนวทางความเป็นไปได้ในการสร้างความปลอดภัยทางดิจิทัล สิทธิมนุษยชน ความหลากหลาย ความเสมอภาค และการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม</p>
<p><strong>3. G-Governance :</strong> การจัดตั้งคณะกรรมการผู้บริหารด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน การปฏิบัติตามข้อกำหนด การให้ความรู้และการฝึกอบรมต่างๆ</p>
<p><strong>4. V-Value Creation :</strong> การสร้างคุณค่าเพิ่มจากผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การสร้างคุณค่าที่มุ่งเน้นไปยังความต้องการของลูกค้า เพื่อนำไปสู่การเป็นแบรนด์ที่เป็นผู้นำด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน</p>
<p>ทั้งนี้ การแลกเปลี่ยนความร่วมมือเพื่อวิเคราะห์หาโอกาสการพัฒนาแผนกลยุทธ์โครงการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Opportunity Framework) ภายในกลุ่ม Singtel  ได้มีการอัปเดทแลกเปลี่ยนความรู้และความสนใจร่วมกันทั้งด้านงาน Sustainability ในฐานะโครงการและกิจกรรมที่สำคัญเกี่ยวกับ ESG ที่ตนเองทำ และมองหาความสนใจร่วมกัน เพื่อวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการร่วมมือกัน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของการบริหารและการรวม ESG เข้ากับธุรกิจและเป็นไปตามแนวทางการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ</p>
<p>ขณะที่กรอบความร่วมมือระหว่าง People และ Sustainability ในการ Empower Every Generation : การสร้างบุคลากรที่มีสามารถขับเคลื่อนวัฒนธรรมขององค์กรผ่านแนวทางปฏิบัติด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน สร้างผลลัพธ์ที่ดีให้เกิดขึ้นต่อองค์กร โดยกรอบความร่วมมือระหว่าง People และ Sustainability นั้นยังคำนึงถึงการปรับทิศทางของค่าตอบแทนหรือแรงจูงใจให้สอดคล้องกับแนวทางด้านความยั่งยืน</p>
<p><em>“การ Set New Standard ระดับภูมิภาคของ AIS ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนความยั่งยืนให้เกิดขึ้นในทุกมิติของการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะการสร้างให้เกิดการเติบโตร่วมกันผ่านแนวคิด Partnership for Inclusive Growth เพื่อเชื่อมต่อเครือข่ายการพัฒนาที่ยั่งยืนให้แข็งแรงมากขึ้น พร้อมส่งต่อผลลัพธ์เชิงบวกให้ขยายผลออกไปในหลากหลายมิติมากขึ้น เพื่อให้แนวคิดด้าน ‘ความยั่งยืน’ กลายเป็นสารตั้งต้นและเข้าไปมีบทบาทสำคัญต่อทุกการขับเคลื่อนทั้งการพัฒนามาตรฐานสินค้า บริการ หรือนวัตกรรมต่างๆ เพื่อสนับสนุนการเดินหน้าของประเทศไทยสู่การเป็น Sustainable Nation ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้อย่างแท้จริง”</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/ais-organized-singtel-group-people-and-sustainability-symposium-2023/">AIS  ผนึก Singtel Group แชร์ไอเดียขับเคลื่อน ‘ความยั่งยืน’ ผ่านเวที ‘Singtel Group People and Sustainability Symposium 2023’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดีลสำเร็จ! ไทยคว้า &#8216;CATARC&#8217;​​ สาขาอาเซียน ตั้ง​ศูนย์วิจัยเทคโนโลยียานยนต์จีน แห่งที่ 4 ของโลก เสริมแกร่งประเทศสู่ EV Hub</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/12/4th-catarc-office-established-in-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 10 Dec 2023 12:12:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[CATARC]]></category>
		<category><![CDATA[China Automotive Technology and Research Center]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[EV Hub]]></category>
		<category><![CDATA[จีน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ณัฐพล รังสิตพล]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์แห่งอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ยายนยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยเทคโนโลยียานยนต์จีน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยียานยนต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=22807</guid>

					<description><![CDATA[<p>รัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรม ดึงศูนย์วิจัยเทคโนโลยียานยนต์จีน หรือ CATARC เข้ามาตั้งในประเทศไทยได้สำเร็จ ช่วยกระตุ้นการวิจัยพัฒนายานยนต์แห่งอนาคต พร้อมเสริมสมรรถนะเป้าหมายปั้นไทยสู่ EV Hub ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า รัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไปพร้อมกับการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องยนต์สันดาป (ICE) โดยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ขับเคลื่อนนโยบายและมาตรการต่างๆ ผ่านคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ พร้อมให้ความสำคัญกับการวางรากฐานของการวิจัยและพัฒนายานยนต์และชิ้นส่วนในประเทศ รวมทั้งการกำหนดมาตรฐาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ดังนั้น หน่วยงานกำหนดมาตรฐาน และหน่วยงานทดสอบและรับรอง ถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน ซึ่งการจัดตั้งศูนย์วิจัยเทคโนโลยียานยนต์จีน หรือ China Automotive Technology and Research Center (CATARC) สำนักงานสาขาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประจำประเทศไทย ถือเป็นจุดเริ่มต้นความร่วมมือในการนำศักยภาพด้านการพัฒนานโยบาย การกำหนดมาตรฐาน และการรับรอง รวมทั้งเครือข่ายอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ของจีนมาเชื่อมโยงในการพัฒนาอุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐานยานยนต์ของประเทศไทย เพื่อรองรับการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ของภูมิภาคอาเซียน และฐานการผลิตที่สำคัญของโลก &#8220;หนึ่งในเป้าหมายสำคัญที่รัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรมเร่งดำเนินการ คือ การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-curve ของประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ ที่มุ่งเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขัน และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศในเวทีการประชุมสุดยอดด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยได้สนับสนุนมาตรการส่งเสริมการใช้และการผลิตยานยนต์สมัยใหม่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/4th-catarc-office-established-in-thailand/">ดีลสำเร็จ! ไทยคว้า &#8216;CATARC&#8217;​​ สาขาอาเซียน ตั้ง​ศูนย์วิจัยเทคโนโลยียานยนต์จีน แห่งที่ 4 ของโลก เสริมแกร่งประเทศสู่ EV Hub</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="col-xs-12 col-sm-6 padding-sm1 news-2">
<p class="font_level2 Circular color3">รัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรม ดึงศูนย์วิจัยเทคโนโลยียานยนต์จีน หรือ CATARC เข้ามาตั้งในประเทศไทยได้สำเร็จ ช่วยกระตุ้นการวิจัยพัฒนายานยนต์แห่งอนาคต พร้อมเสริมสมรรถนะเป้าหมายปั้นไทยสู่ EV Hub</p>
</div>
<p><span id="more-22807"></span></p>
<p><strong>ดร.ณัฐพล รังสิตพล</strong> ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า รัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไปพร้อมกับการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องยนต์สันดาป (ICE) โดยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ขับเคลื่อนนโยบายและมาตรการต่างๆ ผ่านคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ พร้อมให้ความสำคัญกับการวางรากฐานของการวิจัยและพัฒนายานยนต์และชิ้นส่วนในประเทศ รวมทั้งการกำหนดมาตรฐาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่น</p>
<div class="col-xs-12 padding-sm1 news-2 Circular">
<p class="font_level2 Circular color3">ดังนั้น หน่วยงานกำหนดมาตรฐาน และหน่วยงานทดสอบและรับรอง ถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน ซึ่งการจัดตั้งศูนย์วิจัยเทคโนโลยียานยนต์จีน หรือ <strong>China Automotive Technology and Research Center (CATARC)</strong> สำนักงานสาขาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประจำประเทศไทย ถือเป็นจุดเริ่มต้นความร่วมมือในการนำศักยภาพด้านการพัฒนานโยบาย การกำหนดมาตรฐาน และการรับรอง รวมทั้งเครือข่ายอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ของจีนมาเชื่อมโยงในการพัฒนาอุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐานยานยนต์ของประเทศไทย เพื่อรองรับการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ของภูมิภาคอาเซียน และฐานการผลิตที่สำคัญของโลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22812 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/EV-CHINA-RD1.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>&#8220;หนึ่งในเป้าหมายสำคัญที่รัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรมเร่งดำเนินการ คือ การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-curve ของประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ ที่มุ่งเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขัน และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศในเวทีการประชุมสุดยอดด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยได้สนับสนุนมาตรการส่งเสริมการใช้และการผลิตยานยนต์สมัยใหม่ โดยเฉพาะมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ หรือ มาตรการ EV3 ซึ่งมีผู้ประกอบการเข้าร่วม 10 แบรนด์ มียอดจองรถยนต์ BEV ไปแล้วกว่า 50,000 คัน รวมถึง​ส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งการกำหนดมาตรฐานสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าไปแล้วกว่า 150 มาตรฐาน&#8221; ดร.ณัฐพล กล่าว</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีการให้บริการทดสอบและรับรองมาตรฐานของศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (ATTRIC) รวมทั้งการพัฒนาบุคลากรและเตรียมความพร้อมในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า และยานยนต์สมัยใหม่ <strong>ส่งผลให้ในไตรมาสแรกของปี 2566 ประเทศไทยมีการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า คิดเป็น  78%  ของปริมาณการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในอาเซียน และในปี 2565 ประเทศไทยมีการผลิตยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า หรือ xEV เป็นอันดับ 1 ของอาเซียนประมาณ 72,000 คัน</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22813 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/EV-CHINA-RD2.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p class="font_level2 Circular color3">ทั้งนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงกระแสการตอบรับของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย รวมทั้งสะท้อนความพร้อมในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์สมัยใหม่ ​ซึ่งในปัจจุบันผู้ผลิตรถยนต์ระดับแนวหน้าของประเทศจีนหลายค่ายได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเป็นฐานการผลิตของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่สามารถแข่งขันได้ในอาเซียน และเวทีโลก</p>
<p>สำหรับ​ศูนย์วิจัยเทคโนโลยียานยนต์จีน สำนักงานสาขาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้จัดตั้งขึ้นในประเทศไทย เป็นสาขาลำดับที่ 4 ต่อจากเยอรมนี สวิสเซอร์แลนด์ และญี่ปุ่น ซึ่งหน่วยงานรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ของจีน รับผิดชอบงานด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างครบวงจร ทั้งด้านกำหนดนโยบาย ด้านวิจัยพัฒนา ด้านมาตรฐานและการทดสอบ ครอบคลุม ยานยนต์ทุกประเภท และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล จนทำให้ยานยนต์ไฟฟ้าของจีนเติบโตอย่างก้าวกระโดด และเป็นฐานการผลิตอันดับต้น ๆ ของโลก</p>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/4th-catarc-office-established-in-thailand/">ดีลสำเร็จ! ไทยคว้า &#8216;CATARC&#8217;​​ สาขาอาเซียน ตั้ง​ศูนย์วิจัยเทคโนโลยียานยนต์จีน แห่งที่ 4 ของโลก เสริมแกร่งประเทศสู่ EV Hub</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
