<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พันธมิตรธุรกิจ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 18 Jul 2026 15:41:05 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.9</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>พันธมิตรธุรกิจ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ก้าวสำคัญของเครือสหพัฒน์ กับการลงนามความร่วมมือ 20 ฉบับ ต่อยอดเทคโนโลยี ขยายการลงทุน สู่การเติบโตระยะยาว</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/07/sahagroup-20-mou-in-sahafair-fest/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 18 Jul 2026 15:41:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[พันธมิตรธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เครือสหพัฒน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=43173</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลอด 4 วันของงานสหกรุ๊ป แฟร์ &#38; เฟส ครั้งที่ 30 นอกจากบรรยากาศการจัดแสดงนวัตกรรม การช็อปสินค้า และกิจกรรมความบันเทิงครั้งใหญ่แล้ว อีกหนึ่งภาพสำคัญที่เกิดขึ้นในงาน คือ การลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding) และการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum of Agreement) ระหว่างเครือสหพัฒน์กับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศจำนวน 20 ฉบับ ซึ่งนับเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 3 ทศวรรษ ความร่วมมือที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการต่อยอดธุรกิจเดิม แต่สะท้อนถึงการมองไกลและการเตรียมความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ ทั้งการเร่งปรับตัวสู่ยุคเอไอ การเชื่อมโยงการค้าระหว่างประเทศ การพัฒนาสุขภาวะและคุณภาพชีวิต การลงทุนในเมืองแห่งอนาคต การสร้างคนรุ่นใหม่ และการผลักดันธุรกิจบนแนวคิดความยั่งยืน หนึ่งในมิติที่โดดเด่นที่สุด คือ การเดินหน้าสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ (AI-Driven Enterprise) ผ่านการผนึกกำลังกับพันธมิตรเทคโนโลยีชั้นนำ ได้แก่ AWS ร่วมกับ SIS Distribution (Thailand), MFEC ผู้ให้บริการ Google Cloud, TrueBusiness, EGG Digital และ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/sahagroup-20-mou-in-sahafair-fest/">ก้าวสำคัญของเครือสหพัฒน์ กับการลงนามความร่วมมือ 20 ฉบับ ต่อยอดเทคโนโลยี ขยายการลงทุน สู่การเติบโตระยะยาว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ตลอด 4 วันของงานสหกรุ๊ป แฟร์ &amp; เฟส ครั้งที่ 30 นอกจากบรรยากาศการจัดแสดงนวัตกรรม การช็อปสินค้า และกิจกรรมความบันเทิงครั้งใหญ่แล้ว อีกหนึ่งภาพสำคัญที่เกิดขึ้นในงาน คือ <strong>การลงนามบันทึกความเข้าใจ (</strong><strong>Memorandum of Understanding</strong><strong>) และการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (</strong><strong>Memorandum of Agreement</strong><strong>) ระหว่างเครือสหพัฒน์กับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศจำนวน 20 ฉบับ</strong> <strong>ซึ่งนับเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ </strong><strong>3 </strong><strong>ทศวรรษ</strong></p>
<p><span id="more-43173"></span></p>
<p>ความร่วมมือที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการต่อยอดธุรกิจเดิม แต่สะท้อนถึงการมองไกลและการเตรียมความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ ทั้งการเร่งปรับตัวสู่ยุคเอไอ การเชื่อมโยงการค้าระหว่างประเทศ การพัฒนาสุขภาวะและคุณภาพชีวิต การลงทุนในเมืองแห่งอนาคต การสร้างคนรุ่นใหม่ และการผลักดันธุรกิจบนแนวคิดความยั่งยืน</p>
<p>หนึ่งในมิติที่โดดเด่นที่สุด คือ การเดินหน้าสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ (AI-Driven Enterprise) ผ่านการผนึกกำลังกับพันธมิตรเทคโนโลยีชั้นนำ ได้แก่ AWS ร่วมกับ SIS Distribution (Thailand), MFEC ผู้ให้บริการ Google Cloud, TrueBusiness, EGG Digital และ SoftBank Corp. เพื่อนำเทคโนโลยี Cloud, Data, Artificial Intelligence (AI) และ Agentic AI มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการข้อมูล การพัฒนาทักษะบุคลากร การยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน การบริการลูกค้า การตลาด ตลอดจนการสร้างโอกาสทางธุรกิจ และการเติบโตในเศรษฐกิจดิจิทัล</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43176 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/20-MOU3.jpg" alt="" width="1200" height="805" /></p>
<p>อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา คือ การสร้างเครือข่ายการค้าและการลงทุนระดับนานาชาติ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงเศรษฐกิจไทยกับจีน ผ่านความร่วมมือด้านการค้าสองทาง การพัฒนาช่องทาง Cross-Border Commerce ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดต่างประเทศได้กว้างขึ้น ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้สินค้าและนวัตกรรมจากต่างประเทศเข้ามาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตลาดไทย</p>
<p>ในขณะที่ความร่วมมือกับพันธมิตรญี่ปุ่นได้ขยายไปสู่ธุรกิจความงาม วัฒนธรรม และคอนเทนต์สร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นการนำแบรนด์ความงามคุณภาพเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย การศึกษาและพัฒนา Tokyo Girls Collection ในประเทศไทย ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรมญี่ปุ่น การพัฒนาเยาวชน อุตสาหกรรมบันเทิง และการค้า ที่ทรงอิทธิพลที่สุดของญี่ปุ่น รวมถึงการส่งเสริมธุรกิจคอนเทนต์และทรัพย์สินทางปัญญาของญี่ปุ่นในไทยและอาเซียน ซึ่งถือเป็นการต่อยอดศักยภาพของเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Soft Power ให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว</p>
<p>ส่วนของความร่วมมือกับเกาหลีใต้ มีทั้งการเปิดร้านอาหารบริการด่วน และการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาธุรกิจกอล์ฟในร่ม</p>
<p>ในเวลาเดียวกัน เครือสหพัฒน์ยังขยายการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีไปสู่มิติของพลังงานสะอาด ผ่านการร่วมมือพัฒนาแพลตฟอร์มวิเคราะห์สมรรถนะระบบพลังงานแสงอาทิตย์ด้วย AI และ Machine Learning ซึ่งสะท้อนแนวทางการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับประสิทธิภาพด้านพลังงานและขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ</p>
<p>ขณะที่ในมิติของไลฟ์สไตล์และความยั่งยืนจะมีการวางรากฐานธุรกิจแฟชั่นหมุนเวียน เพื่อส่งเสริมการใช้ซ้ำ ลดปริมาณขยะ และยกระดับอุตสาหกรรมแฟชั่นให้เติบโตบนหลัก ESG อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43177 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/20-MOU4.jpg" alt="" width="1200" height="693" /></p>
<p>สำหรับด้านสุขภาพ ความร่วมมือที่เกิดขึ้นสะท้อนการให้ความสำคัญของคุณภาพชีวิตคนไทยในทุกช่วงวัย ตั้งแต่การสานต่อโครงการส่งเสริมสุขภาพช่องปากเด็กไทย การขยายการเข้าถึงบริการทันตกรรมผ่านรถทันตกรรมเคลื่อนที่ ไปจนถึงการวิจัยและพัฒนาพืชสมุนไพรและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรด้วยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม เพื่อยกระดับสู่ผลิตภัณฑ์ด้านสุขอนามัยและเวชสำอางที่มีมูลค่าสูง รวมถึงการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและ Senior Living ซึ่งเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์สำคัญของไทยในอนาคต</p>
<p>ด้านอสังหาริมทรัพย์ เครือสหพัฒน์ยังคงเดินหน้าต่อยอดศักยภาพพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของประเทศผ่านการร่วมมือกับพันธมิตรญี่ปุ่นในการพัฒนาพื้นที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ภายใต้แนวคิดเมืองสำหรับการอยู่อาศัย การทำงาน และการลงทุนแห่งอนาคต รองรับการเติบโตของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และการขยายตัวของการลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43178 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/20-MOU5.jpg" alt="" width="1200" height="720" /></p>
<p>นอกจากนี้ การพัฒนาคนและองค์ความรู้ยังเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญของความร่วมมือในปีนี้ ผ่านการจับมือกับสถาบันการศึกษาหลายแห่ง เพื่อร่วมพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ งานวิจัย และนวัตกรรม ตลอดจนสร้างทักษะใหม่ที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจยุคดิจิทัล ทั้งด้าน Big Data, Data Analytics, Artificial Intelligence การสร้างคอนเทนต์ดิจิทัล และ Affiliate Marketing เพื่อเตรียมกำลังคนรุ่นใหม่ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงานและเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต</p>
<p>เมื่อมองภาพรวมที่เกิดขึ้นทั้งหมด จะเห็นว่าความร่วมมือของเครือสหพัฒน์และพันธมิตรในงาน สหกรุ๊ป แฟร์ &amp; เฟส ครั้งที่ 30 ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มจำนวนโครงการหรือการต่อยอดธุรกิจขององค์กรเท่านั้น แต่คือการสร้างระบบนิเวศแห่งการเติบโตที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี การลงทุน การพัฒนาคน นวัตกรรม สุขภาพ และความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้เป้าหมายเดียวกัน คือ การสร้างคุณค่าใหม่ให้เศรษฐกิจไทย และเตรียมพร้อมรับโอกาสของโลกยุคใหม่ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43174 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/20-mou1.jpg" alt="" width="1200" height="720" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/sahagroup-20-mou-in-sahafair-fest/">ก้าวสำคัญของเครือสหพัฒน์ กับการลงนามความร่วมมือ 20 ฉบับ ต่อยอดเทคโนโลยี ขยายการลงทุน สู่การเติบโตระยะยาว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;เนสท์เล่&#8217; ยืนยันเดินหน้าลงทุนผลิต &#8216;เนสกาแฟ&#8217; ในประเทศไทย ช่วยส่งเสริมเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟเกือบ 3 พันราย ทั่วประเทศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/04/nestle-released-statement-to-forward-nestcafe-in-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Apr 2025 07:15:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Case Study]]></category>
		<category><![CDATA[Coffee]]></category>
		<category><![CDATA[Nescafe]]></category>
		<category><![CDATA[Partnership]]></category>
		<category><![CDATA[QCP]]></category>
		<category><![CDATA[Regenerative Agriculture]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[กรณีศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ซัพพลายเชน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักส์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ปลูกกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[พันธมิตรธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[วัตถุดิบ]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกร]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายเกษตรกร]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโตอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เนสกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เนสท์เล่]]></category>
		<category><![CDATA[เนสท์เล่ ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33056</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังมีความชัดเจนต่อข้อพิพาทกับอดีตพันธมิตรอย่างฝั่งมหากิจศิริ ในฐานะหุ้นส่วนบริษัทร่วมทุนอย่าง QCP (บริษัทควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส จำกัด) ​เพื่อผลิตเนสกาแฟ ในประเทศไทย วันนี้ทาง เนสท์เล่ ประเทศไทย ออกมายืนยันถึงการมีสิทธิ์​แต่เพียงผู้เดียว ใช้แบรนด์ &#8216;Nescafé&#8216; และ &#8216;เนสกาแฟ&#8217; ในประเทศไทย พร้อมเดินหน้าเรียกความเชื่อมั่นทั้งต่อผู้ประกอบการธุรกิจ ผู้บริโภค และเกษตรกรที่​ทำงานด้วยว่า จะไม่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการของผู้ถือหุ้นบริษัท QCP รวมทั้งประกาศ​จะลงทุนด้านการผลิตเนสกาแฟในประเทศไทยเพื่อสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในประเทศไทยต่อไป ทั้งนี้ เนสท์เล่ท์ ประเทศไทย ได้ออกประกาศลงวันที่ 16 เมษายน 2568 โดยมีเนื้อหา เนสท์เล่ ยืนยันลงทุนผลิตเนสกาแฟในประเทศไทย เนสกาแฟ แบรนด์กาแฟจากเนสท์เล่ที่ได้รับความนิยมอันดับหนึ่งจากผู้บริโภคชาวไทย ได้มุ่งมั่นสร้างประโยชน์แก่เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมของไทยมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับซื้อเมล็ดกาแฟดิบจากเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟไทยมาเป็นเวลานานกว่า 40 ปี โดยล่าสุดเมื่อต้นปี พ.ศ. 2568 เนสท์เล่ ได้รับซื้อเมล็ดกาแฟโรบัสต้าจากเกษตรกรไทยเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533-2567 เนสท์เล่ ได้มีสัญญากับบริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักส์ จำกัด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/nestle-released-statement-to-forward-nestcafe-in-thailand/">&#8216;เนสท์เล่&#8217; ยืนยันเดินหน้าลงทุนผลิต &#8216;เนสกาแฟ&#8217; ในประเทศไทย ช่วยส่งเสริมเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟเกือบ 3 พันราย ทั่วประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="xdj266r x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r x1vvkbs x126k92a">
<div dir="auto">หลังมีความชัดเจนต่อข้อพิพาทกับอดีตพันธมิตรอย่างฝั่งมหากิจศิริ ในฐานะหุ้นส่วนบริษัทร่วมทุนอย่าง QCP (บริษัทควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส จำกัด) ​เพื่อผลิต<span class="html-span xdj266r x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r xexx8yu x4uap5 x18d9i69 xkhd6sd x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">เนสกาแฟ</span> ในประเทศไทย</div>
</div>
<p><span id="more-33056"></span></p>
<p>วันนี้ทาง เนสท์เล่ ประเทศไทย ออกมายืนยันถึงการมีสิทธิ์​แต่เพียงผู้เดียว ใช้แบรนด์ &#8216;<strong>Nescafé</strong>&#8216; และ &#8216;<strong>เนสกาแฟ&#8217;</strong> ในประเทศไทย</p>
<p>พร้อมเดินหน้าเรียกความเชื่อมั่นทั้งต่อผู้ประกอบการธุรกิจ ผู้บริโภค และเกษตรกรที่​ทำงานด้วยว่า จะไม่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการของผู้ถือหุ้นบริษัท QCP รวมทั้งประกาศ​จะลงทุนด้านการผลิตเนสกาแฟในประเทศไทยเพื่อสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในประเทศไทยต่อไป</p>
<p>ทั้งนี้ เนสท์เล่ท์ ประเทศไทย ได้ออกประกาศลงวันที่ 16 เมษายน 2568 โดยมีเนื้อหา</p>
<div class="x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>เนสท์เล่ ยืนยันลงทุนผลิตเนสกาแฟในประเทศไทย</strong></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">เนสกาแฟ แบรนด์กาแฟจากเนสท์เล่ที่ได้รับความนิยมอันดับหนึ่งจากผู้บริโภคชาวไทย ได้มุ่งมั่นสร้างประโยชน์แก่เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมของไทยมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับซื้อเมล็ดกาแฟดิบจากเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟไทยมาเป็นเวลานานกว่า 40 ปี โดยล่าสุดเมื่อต้นปี พ.ศ. 2568 เนสท์เล่ ได้รับซื้อเมล็ดกาแฟโรบัสต้าจากเกษตรกรไทยเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533-2567 เนสท์เล่ ได้มีสัญญากับบริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักส์ จำกัด (QCP) ให้เป็นผู้ผลิตเนสกาแฟ ในประเทศไทย โดยสูตรกาแฟและเทคโนโลยีการผลิตเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของเนสท์เล่ และทีมงานในสายการผลิตและการบริหารงานทั้งหมดก็เป็นทีมงานของเนสท์เล่</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ภายหลังการสิ้นสุดสัญญาระหว่างเนสท์เล่ กับ QCP ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567 เนสท์เล่ได้ดำเนินการเพื่อจัดหาผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ เพื่อให้ผู้บริโภคไทยยังคงสามารถดื่มด่ำกับผลิตภัณฑ์เนสกาแฟทุกประเภทได้อย่างเต็มที่ด้วยรสชาติและคุณภาพระดับสูงเช่นเดิม โดยเนสท์เล่ได้มีการว่าจ้างบริษัทในประเทศไทยให้ช่วยผลิตผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ พร้อมทั้งนำเข้าผลิตภัณฑ์บางส่วนจากประเทศในแถบอาเซียนเป็นการชั่วคราว เนื่องจากกำลังผลิตภายในประเทศไม่เพียงพอ ทั้งนี้ เนสท์เล่ ยืนยันว่าจะลงทุนเพื่อผลิตเนสกาแฟในประเทศไทยต่อไป และในขณะนี้ เนสท์เล่กำลังเตรียมการเพื่อกลับมาดำเนินการผลิต เนสกาแฟในประเทศ หลังจากที่ได้รับคำสั่งจากศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง โดยในระหว่างที่เรากำลังเตรียมการเพื่อผลิตเนสกาแฟในประเทศไทย เราจะยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนเกษตรกรไทยด้วยการรับซื้อวัตถุดิบในการผลิตจากเกษตรกรไทยให้มากที่สุด</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ก่อนหน้านี้ เนสท์เล่ได้รับคำตัดสินจากศาลอนุญาโตตุลาการสากลว่าเนสท์เล่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญาการร่วมทุนอย่างครบถ้วน และการสิ้นสุดสัญญากับบริษัท QCP เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567 ถูกต้องและมีผลสมบูรณ์ทางกฎหมาย แต่ผู้ถือหุ้นของบริษัท QCP คือ นายเฉลิมชัย มหากิจศิริและครอบครัว กลับยื่นขอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวจากศาลแพ่งมีนบุรี และต่อมาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ในคดีหมายเลขดำที่ ทป 58/2568 มีคำสั่งว่า บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เป็นผู้มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในอันที่จะใช้เครื่องหมายการค้า “Nescafé” ในประเทศไทย ซึ่งมีผลให้เนสท์เล่สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจเนสกาแฟในประเทศได้ตามปกติตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ทั้งนี้ เนสท์เล่จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ประกอบการรายย่อย คู่ค้าซัพพลายเออร์ ผู้บริโภค และเกษตรกรที่เราทำงานด้วยอย่างใกล้ชิด จะไม่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการของผู้ถือหุ้นดังกล่าว</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">เนสท์เล่มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยในระหว่างปี พ.ศ. 2561-2567 เนสท์เล่ได้ลงทุนกว่า 22,800 ล้านบาทในประเทศไทย และเนสท์เล่จะยังคงเดินหน้าลงทุนเพื่อสร้างประโยชน์แก่ลูกค้า ผู้บริโภค พนักงานของเรา เกษตรกรที่ทำงานร่วมกับเรา ตลอดจนพันธมิตรทางธุรกิจของเราต่อไป</div>
</div>
<div dir="auto"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33057 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Statement.jpg" alt="" width="719" height="900" /></div>
<div class="x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">นอกจากการออก <span class="html-span xdj266r x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r xexx8yu x4uap5 x18d9i69 xkhd6sd x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">​Statement</span> เพื่อยืนยันการเดินหน้าธุรกิจในประเทศไทยแล้ว เนสท์เล่ ยังได้ ชี้แจง 7 ประเด็นที่ยังอาจเป็นข้อสงสัย​เกี่ยวกับปัญหา และทิศทางการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย <strong>โดยยืนยันว่ามีความมุ่งมั่นที่จะผลิตเนสกาแฟในประเทศไทย</strong> แต่ยังไม่สามารถให้รายละเอียดที่ชัดเจนได้ในตอนนี้</div>
</div>
<div dir="auto"></div>
<div class="x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">และย้ำว่า กรณีของเนสท์เล่ และตระกูลมหากิจศิริ แตกต่างจากข้อพิพาทระหวว่างพันธมิตรทางธุรกิจ ที่เป็นกรณีศึกษาของตลาดประเทศไทยในอดีตที่ผ่านมา เนื่องจาก<em><strong> เนสท์เล่ เป็นเจ้าของแบรนด์เนสกาแฟแต่เพียงผู้เดียว ขณะที่ตระกูลมหากิจศิริถือหุ้นครึ่งหนึ่งในบริษัท QCP ที่ทำหน้าที่ผลิตเนสกาแฟในประเทศไทย เนสท์เล่ก็ถือหุ้นอีกครึ่งหนึ่ง และเป็นคนบริหารจัดการเรื่องการผลิต การจัดจำหน่าย และทำการตลาดผลิตภัณฑ์เนสกาแฟเองในประเทศไทย สูตรกาแฟกับเทคโนโลยีการผลิตก็เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของเนสท์เล่ และทีมงานในสายการผลิตและการบริหารงานทั้งหมดก็เป็นทีมงานของเนสท์เล่</strong></em></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">พร้อมยืนยัน<strong> ปัญหาที่เกิดขึ้นจนมีประกาศหยุดส่งสินค้าชั่วคราวนั้นไม่ใช่ความตั้งใจในการสร้างกระแสและถือโอกาสปรับราคาสินค้า</strong> แต่เนื่องจากคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลแพ่งมีนบุรีเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา ทำให้เนสท์เล่ มีความห่วงใยผู้ประกอบการรายย่อย เกษตรกรไทย และคู่ค้าซัพพลายเออร์ตลอดห่วงโซ่คุณค่าที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งศาลคุ้มครองชั่วคราว จึงได้​ทำทุกวิถีทางเพื่อแก้ไขสถานการณ์</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33061 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Nescafe-Day4.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ซึ่งขณะนี้มีคำตัดสินล่าสุด ยืนยันแล้วว่า บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เป็นผู้มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในอันที่จะใช้เครื่องหมายการค้า “Nescafé” ในประเทศไทย ทำให้เนสท์เล่สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจเนสกาแฟในประเทศไทยได้ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2568 เป็นต้นมา</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">​ขณะที่ทิศทางการขับเคลื่อนธุรกิจเนสกาแฟในประเทศไทยนั้น ทางบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เคยประกาศกลยุทธ์เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งแและยั่งยืนให้อุตสาหกรรมกาแฟของไทย เพื่อตอบโจทย์ทั้งผู้บริโภคคนไทย ผ่าน​การ​ผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรมกาแฟไทย ควบคู่ไปกับการพัฒนาการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืน เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีผลผลิตเมล็ดกาแฟในระยะยาวที่เพียงพอ เพื่อประโยชน์แก่ผู้บริโภค เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ รวมถึงพันธมิตร คู่ค้า และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทย</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">โดยเฉพาะด้านต้นน้ำในการจัดหาวัตถุดิบ เน้นพัฒนาการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืน ผ่านการเกษตรเชิงฟื้นฟู หรือ Regenerative Agriculture ภายใต้โครงการ “เนสกาแฟ แพลน 2030” ซึ่งเป็นโครงการด้านความยั่งยืนระดับโลกของเนสกาแฟ</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ซึ่งแนวทางการเกษตรเชิงฟื้นฟูจะช่วยเพิ่มความต้านทานต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เพิ่มผลผลิตและคุณภาพของเมล็ดกาแฟ รวมทั้งปกป้องและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพและทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมเดินหน้าขยายพื้นที่การเพาะปลูกกาแฟสู่จังหวัดอื่นๆ เช่น จังหวัดตาก และจังหวัดเลย ซึ่งปัจจุบันมีเครือข่ายผู้ปลูกกาแฟกว่า 2,900 รายทั่วประเทศ</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/nestle-released-statement-to-forward-nestcafe-in-thailand/">&#8216;เนสท์เล่&#8217; ยืนยันเดินหน้าลงทุนผลิต &#8216;เนสกาแฟ&#8217; ในประเทศไทย ช่วยส่งเสริมเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟเกือบ 3 พันราย ทั่วประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;Meaningful Project Maker&#8217; ​​บิ๊กดีล &#8216;เดอะมอลล์ กรุ๊ป&#8217; และ &#8216;ธนาคารกรุงเทพ&#8217; พร้อมกลยุทธ์ดัน​ Bangkok Bank M Visa เป็นบัตรเครดิตระดับโลกที่ทุกคนต้องมีในกระเป๋า</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/10/meaningful-project-maker-the-mall-group-bangkok-bank/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 29 Oct 2023 13:08:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Bank]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Bank M]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Bank M Visa]]></category>
		<category><![CDATA[BBL]]></category>
		<category><![CDATA[Co-branding Card]]></category>
		<category><![CDATA[Financial]]></category>
		<category><![CDATA[Global Destination]]></category>
		<category><![CDATA[Meaningful Project]]></category>
		<category><![CDATA[Meaningful Project Maker]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[the Mall Group]]></category>
		<category><![CDATA[World Class Tourist Destinatoin]]></category>
		<category><![CDATA[ชาติศิริ โสภณพนิช]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[นักท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเดบิต]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรโคแบรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[พันธมิตรธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภลักษณ์​ อัมพุช]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=22017</guid>

					<description><![CDATA[<p>อีกหนึ่งความร่วมมือครั้งสำคัญของสองยักษ์ใหญ่ในแวดวงธุรกิจ ทั้งจากฟากฝั่ง Retail อย่าง บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด และกลุ่ม Financial อย่าง ​ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กับการเปิดตัวบัตร Co-branding &#8216;Bangkok Bank M Visa&#8217; ซึ่ง​ดีลครั้งนี้เป็นมากกว่าแค่การเปิดตัวพันธมิตรบัตรเครดิตและบัตรเครดิตทั่วไป ​แต่เพื่อประกาศให้เห็นถึงความมุ่งหมายสำคัญของทั้ง 2 องค์กร ในการร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตผ่านการพัฒนาโปรเจ็กต์ที่จะช่วยสร้างประโยชน์ให้​ประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง ​​ในฐานะ &#8216;Meaningful Project Maker&#8217; More Than Business Partner ขณะที่ความสัมพันธ์ของทั้งกลุ่มเดอะมอลล์ และธนาคารกรุงเทพนั้น คุณศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ได้ฉายภาพให้เห็นถึงความสัมพันธ์ผ่านคำนิยามว่า &#8216;More Than Business Partner&#8217; เพราะธนาคารกรุงเทพอยู่คู่กับกลุ่มเดอะมอลล์มาตลอดเส้นทางการเติบโตกว่า 42 ปี ​จากความไว้วางใจ และเชื่อมั่นกันมาแบบรุ่นสู่รุ่น ตั้งแต่รุนคุณพ่อ (คุณศุภชัย อัมพุช) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/meaningful-project-maker-the-mall-group-bangkok-bank/">&#8216;Meaningful Project Maker&#8217; ​​บิ๊กดีล &#8216;เดอะมอลล์ กรุ๊ป&#8217; และ &#8216;ธนาคารกรุงเทพ&#8217; พร้อมกลยุทธ์ดัน​ Bangkok Bank M Visa เป็นบัตรเครดิตระดับโลกที่ทุกคนต้องมีในกระเป๋า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>อีกหนึ่งความร่วมมือครั้งสำคัญของสองยักษ์ใหญ่ในแวดวงธุรกิจ ทั้งจากฟากฝั่ง Retail อย่าง <strong>บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด</strong> และกลุ่ม Financial อย่าง<strong> ​ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)</strong> กับการเปิดตัวบัตร Co-branding <strong>&#8216;Bangkok Bank M Visa&#8217;</strong> ซึ่ง​ดีลครั้งนี้เป็นมากกว่าแค่การเปิดตัวพันธมิตรบัตรเครดิตและบัตรเครดิตทั่วไป ​แต่เพื่อประกาศให้เห็นถึงความมุ่งหมายสำคัญของทั้ง 2 องค์กร ในการร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตผ่านการพัฒนาโปรเจ็กต์ที่จะช่วยสร้างประโยชน์ให้​ประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง ​​ในฐานะ <strong>&#8216;Meaningful Project Maker&#8217;</strong></p>
<p><span id="more-22017"></span></p>
<p><strong>More Than Business Partner</strong></p>
<p>ขณะที่ความสัมพันธ์ของทั้งกลุ่มเดอะมอลล์ และธนาคารกรุงเทพนั้น <strong>คุณศุภลักษณ์ อัมพุช</strong> ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ได้ฉายภาพให้เห็นถึงความสัมพันธ์ผ่านคำนิยามว่า <strong>&#8216;More Than Business Partner&#8217;</strong> เพราะธนาคารกรุงเทพอยู่คู่กับกลุ่มเดอะมอลล์มาตลอดเส้นทางการเติบโตกว่า 42 ปี ​จากความไว้วางใจ และเชื่อมั่นกันมาแบบรุ่นสู่รุ่น ตั้งแต่รุนคุณพ่อ (คุณศุภชัย อัมพุช) ที่สามารถลงทุนโครงการแรกของเดอะมอลล์ ที่สาขาท่าพระได้สำเร็จ แม้จะมีเงินสดหมุนเวียนในธุรกิจขณะนั้นเพียง 35 ล้านบาท แต่ได้รับการสนับสนุนสินเชื่อของธนาคารกรุงเทพ ที่อนุมัติวงเงินให้สูงถึง 350 ล้านบาท ทำให้สามารถเปิดบริการสาขาแรกได้ และนำมาสู่การขยายสาขาอื่นๆ ตามมาในภายหลัง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22021 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/BBLxM_07.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;ที่ผ่านมา ธนาคารกรุงเทพให้การสนับสนุน และเชื่อมั่นเดอะมอลล์มาโดยตลอดตั้งแต่ในวันที่ยังไม่มีใครรู้จักเรา เชื่อมั่นในความฝัน ความตั้งใจในการพัฒนาโปรเจ็กต่างๆ ของเดอะมอลล์ ที่เรามอง Beyond ไปมากกว่าแค่การสร้างศูนย์การค้า หรือแค่สร้างช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ แต่<strong>เรากำลังทำในสิ่งที่เป็น Meaningful Project ซึ่งไม่เพียงสร้างประโยชน์ให้แค่องค์กรตัวเองเท่านั้น แต่เป็นการสร้างแลนด์มาร์กใหม่ให้ประเทศไทย</strong> <strong>สร้างย่านการค้า ย่านเศรษฐกิจใหม่ๆ เพื่อนำพาประเทศไทยสู่การเป็น World Class Tourist Destination เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากได้ทั่วโลก</strong> ซึ่งความสำเร็จจากหลากหลายโครงการของเดอะมอลล์ ทั้งเอ็มโพเรียม สยามพารากอน เอ็มควอเทียร์​ และเอ็มสเฟียร์ ที่กำลังจะเข้ามาเติมเต็มเอ็มดิสทริคให้สมบูรณ์แบบ สามารถพิสูจน์ถึงความตั้งใจจริงของเราได้เป็นอย่างดี<strong> โดยทั้งหมดนี้มีธนาคารกรุงเทพเป็นผู้ให้การสนับสนุนและอยู่เคียงข้างมาโดยตลอด</strong>&#8220;</em></p>
<p>นอกจากนี้ ​​ธนาคารกรุงเทพยังอยู่กับเดอะมอลล์ในทุกช่วงเวลาวิกฤต ตั้งแต่วิกฤตค่าเงินในช่วง IMF ที่ช่วยสนับสนุนจนทำให้โปรเจ็กต์ THE EMPORIUM สำเร็จขึ้นได้ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจในขณะนั้น และสามารถเติบโตแบบสวนกระแสเศรษฐกิจได้มากกว่า 30% ทุกปี และกลายเป็นหนึ่ง Milestones ​สำคัญของเดอะมอลล์ในการขยับมาสู่กลุ่มตลาดไฮเอนด์ได้ในที่สุด รวมทั้งวิกฤตครั้งล่าสุดกับการแพร่ระบาดโควิด-19 ซึ่งไม่เพียงแค่การช่วยเหลือกลุ่มเดอะมอลล์เท่านั้น แต่ธนาคารกรุงเทพยังได้เข้ามาดูแลช่วยเหลือพันธมิตรร้านค้า และคู่ค้าของเดอะมอลล์ที่มีมากกว่าพันราย เพื่อให้สามารถรอดพ้นวิกฤต รวมทั้งสามารถฟื้นฟูธุรกิจช่วงหลังวิกฤตเพื่อให้สามารถแข่งขันต่อได้อย่างแข็งแรงอีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22019 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/BBLxM_02.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>สิ่งที่ซ่อนอยู่ในดีล &#8216;Bangkok Bank M​&#8217; </strong></p>
<p>สำหรับความร่วมมือครั้งล่าสุดของธนาคารกรุงเทพและกลุ่มเดอะมอลล์ คือ การเปิดตัวบัตร Co-branding <strong>&#8216;Bangkok Bank M Visa&#8217;</strong> ซึ่งจะมีทั้งบัตรเครดิตและบัตรเดบิต รวมทั้งผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ ทั้งบัตรพรีเพด บัตรกิฟท์การ์ด บัตรกดเงินสด ภายใต้ชื่อ <strong>&#8216;Bangkok Bank M&#8217;</strong>  โดยมีระยะเวลา 10 ปี เพื่อร่วมกันมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่สามารถสร้างความประทับใจสูงสุดให้ผู้ถือบัตรทุกกลุ่มเป้าหมาย ​ทั้งชาวไทยและต่างชาติ จากสิทธิประโยชน์ต่างๆ ความสะดวก รวมทั้งมาตรฐานความปลอดภัยชั้นสูง ​ซึ่งดีลครั้งนี้ยังถือเป็นครั้งแรกในการเข้ามาเป็นพันธมิตรกับกลุ่ม Retail ของธนาคารกรุงเทพอีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22020 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/BBLxM_03.jpg" alt="" width="1200" height="812" /></p>
<p><strong>คุณชาติศิริ โสภณพนิช</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเข้ามาเป็นพันธมิตรผ่านบัตร &#8216;Bangkok Bank M Visa&#8217; ร่วมกับเดอะมอลล์ในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในการขยายฐานมาสู่กลุ่มลูกค้ารายย่อยมากขึ้น ด้วยการร่วมสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ในการช้อปปิ้งผ่านแนวคิด &#8216;THE LEGE<strong>M</strong>DARY ตำนานนักช้อปยุคใหม่&#8217; ที่เชื่อมโลกของการใช้ชีวิตได้ครอบคลุมทุกมิติ สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบันที่มีส่วนผสมทั้งออฟไลน์ และออนไลน์ได้อย่างกลมกลืน ผ่านการนำเสนอความแข็งแกร่งของทั้งสององค์กร เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้าทุกกลุ่มได้อย่างตรงใจ</p>
<p>&#8220;<em>ปัจจุบันลูกค้าบัตรเครดิตของธนาคารมีการใช้จ่าย​ผ่านเครือเดอะมอลล์ที่ราวๆ แสนกว่ารายอยู่แล้ว การผนึกความร่วมมือครั้งนี้ รวมทั้งสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่มอบความคุ้มค่าได้มากยิ่งขึ้น ทั้งการให้คะแนนพิเศษ หรือกิจกรรมพิเศษที่จะมีให้เฉพาะผู้ถือบัตร Bangkok Bank M Visa จะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของลูกค้าได้มากขึ้น ซึ่งคาดว่าช่วยเพิ่มฐานลูกค้าใหม่จากความร่วมมือคร้ังนี้ได้อีกกว่า 1.5 &#8211; 2 ล้านใบ ภายใน 5 ปี จากฐานลูกค้าบัตรเครดิตของธนาคารในปัจจุบันอยู่ที่ราว 2 ล้านใบ&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22022 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/BBLxM_06.jpg" alt="" width="1200" height="808" /></p>
<p><strong>คุณศุภลักษณ์</strong> กล่าวเสริมถึงดีลครั้งนี้ว่า จะช่วยทำให้เดอะมอลล์สามารถขยายฐานบัตรเครดิตโคแบรนด์ได้เพิ่มมากกว่าเท่าตัว จากปัจจุบันมีราว 7-8 แสนราย โดยเฉพาะการขยายไปยังกลุ่ม White Collar หรือพนักงานออฟฟิศ ซึ่งจากจุดเด่นของบัตรโคแบรนด์ที่เน้นความคุ้มค่าของพอยท์ในการให้คะแนนและแลกสิทธิประโยชน์ ทำให้มีการใช้จ่ายสูงกว่าบัตรเครดิตทั่วไปถึง 4.5 เท่า สะท้อนถึงความสามารถในการทำความเข้าใจและตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างแท้จริง ผ่าน​การวิเคราะห์ข้อมูล จากฐานสมาชิก M Card ที่มีรวมกันมากกว่า 5.3 ล้านราย และลูกค้ามากกว่า 50% นิยมชำระผ่าน Digital Payment ทั้งบัตรเครดิต บัตรเดบิต และ QR Code เป็นต้น</p>
<p>เป้าหมายในการสร้างพันธมิตรแบบ Cross Border ของเดอะมอลล์และธนาคารกรุงเทพ ยังมีมากกว่าแค่การขยายฐานไปสู่กลุ่มเป้าหมายของแต่ละฝ่ายเท่านั้น แต่ถือเป็นการสร้างพันธมิตรระยะยาว รวมทั้งความร่วมมือในการขยาย Global Network ร่วมกันอีกด้วย เนื่องจาก <strong>แผนการลงทุนของเดอะมอลล์ยังคงมีต่อเนื่อง โดยเฉพาะในทำเลที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญเช่น ภูเก็ต รวมทั้งโครงการระดับแฟล็กชิพอย่าง Bangkok Mall ซึ่งจำเป็นต้องใช้เม็ดเงินในการลงทุนจำนวนมาก เพื่อสร้าง Global Destination แห่งใหม่ๆ ให้กับประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น</strong> รวมท้ังการดึงแบรนด์พาร์ทเนอร์ระดับโลกให้ขยายการลงทุนสาขาใหม่ๆ เข้ามาในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ​กลุ่มนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกจึงถือเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของทุกๆ โปรเจ็กต์ของกลุ่มเดอะมอลล์ในอนาคต</p>
<p>ขณะที่การพัฒนาระบบ Payment ของบัตรเอง ก็​ต้องสามารถทำให้รองรับการใช้จ่ายได้ทั่วโลก เพื่อให้ง่ายต่อการ​​ขยายฐานผู้ถือบัตรไปสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างประเทศให้เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีการใช้จ่ายในระดับสูง และส่วนใหญ่มีความคุ้นเคยกับดิจิทัลเพย์เมนต์เป็นอย่างดี ซึ่งหากสามารถขยายขอบเขตการใช้จ่ายของบัตรได้มากกว่าแค่ในประเทศไทย ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในการนำบัตรโคแบรนด์ใบนี้ไปใช้จ่ายในประเทศอื่นๆ ได้มากขึ้น จากความคุ้มค่าของพ้อยท์และสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากการสร้างพันธมิตรท่ีมีอยู่ในแต่ละประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22024 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/BBLxM_08.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ซึ่งธนาคารกรุงเทพเอง มีความแข็งแรงในฐานะ Global Bank ที่มีเครือข่ายสาขากระจายอยู่ใน 16 ประเทศ ครอบคลุมหลายภูมิภาคของ​โลก และมี <strong>ความสามารถพัฒนาระบบให้รองรับการนำบัตร​​ไปใช้จ่ายได้ทั่วโลก ประกอบกับสิทธิประโยชน์ ความคุ้มค่า ความสะดวกสบาย และความปลอดภัย จึงเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มโอกาสในการขยับให้บัตร Bangkok Bank M Visa กลายเป็นหนึ่งในบัตรเครดิตชั้นนำระดับโลก ที่ทุกคนต้องการที่จะมีไว้ในกระเป๋า และสามารถเป็นบัตรที่สร้างความคุ้มค่าทำให้นักช้อปนึกถึงเป็นบัตรใบแรกเมื่อต้องการที่จะใช้จ่ายได้ในที่สุด​ </strong></p>
<p>ความร่วมมือในครั้งนี้ จึงมีมากกว่าแค่การเปิดตัวบัตรโคแบรนด์ใบใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และไม่ใช่เป็นเพียงแค่การวางกลยุทธ์เพื่อสร้าง​​การเติบโตให้กับทั้ง 2 องค์กรเท่านั้น แต่ยังถือเป็นส่วนหนึ่งของการวางโรดแม็พ​เพื่อ​มีส่วนช่วย​​ขับเคลื่อนการเติบโตให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ประเทศไทยกลายเป็นหนึ่งใน​ <strong>World Class Tourist Destinatoin</strong> ที่สามารถตอบสนองความต้องการและอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวได้อย่างครอบคลุมและคุ้มค่าได้ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อเพิ่มทั้งระยเวลาในการอยู่ในประเทศไทย รวมทั้งเม็ดเงินที่​​ใช้จ่ายในประเทศไทยให้​เพิ่มมากขึ้นได้อีกทางหนึ่งด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/meaningful-project-maker-the-mall-group-bangkok-bank/">&#8216;Meaningful Project Maker&#8217; ​​บิ๊กดีล &#8216;เดอะมอลล์ กรุ๊ป&#8217; และ &#8216;ธนาคารกรุงเทพ&#8217; พร้อมกลยุทธ์ดัน​ Bangkok Bank M Visa เป็นบัตรเครดิตระดับโลกที่ทุกคนต้องมีในกระเป๋า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GC จับมือ PFG ผสานความร่วมมือต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/06/gcmou-pfg-partnership-for-develop-sustainable-product/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Jun 2023 13:39:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Better for You Better for Our World]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[GC Chemistry for Better Living]]></category>
		<category><![CDATA[PCR]]></category>
		<category><![CDATA[PFG]]></category>
		<category><![CDATA[Post-Consumer Recycled]]></category>
		<category><![CDATA[Upcycling]]></category>
		<category><![CDATA[Waste for Life]]></category>
		<category><![CDATA[YOUเทิร์น]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ดีขึ้นเพื่อคุณดีขึ้นเพื่อโลก]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พัทยาฟู้ดอินดัสตรี จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[พันธมิตรธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[วิชิต อะนะเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[สาโรจน์ พุทธธรรมวงศ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=19403</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC) และ บริษัท พัทยาฟู้ดอินดัสตรี จำกัด (PFG) จับมือลงนามความร่วมมือทางพันธมิตร ต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจร่วมกัน โดยมีเป้าหมายในการแบ่งปันข้อมูลและแลกเปลี่ยนความรู้ทางธุรกิจ รวมถึงการพัฒนาวัสดุและบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน พร้อมสนับสนุนกิจการของ PFG โดยใช้วัสดุทางเลือกและวัสดุทดแทนที่มาจาก GC ด้วยตระหนักถึงการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน รักษาสมดุลครอบคลุมทั้ง 3 มิติอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการดำเนินธุรกิจด้วยหลักธรรมาภิบาล (ESG) เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับทุกคน พร้อมนำนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของทั้ง 2 บริษัท เพื่อส่งต่อโลกใบนี้ที่ดีกว่า นายสาโรจน์ พุทธธรรมวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและการขาย กลุ่มลูกค้าแพลตฟอร์มอุตสาหกรรม บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC) กล่าวว่า “รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ PFG เล็งเห็นความสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนซึ่งสอดคล้องกับการดำเนินงานของ GC ที่ได้ดำเนินการมาตลอด การร่วมมือในครั้งนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/gcmou-pfg-partnership-for-develop-sustainable-product/">GC จับมือ PFG ผสานความร่วมมือต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC)</strong> และ<strong> บริษัท พัทยาฟู้ดอินดัสตรี จำกัด (PFG) </strong>จับมือลงนามความร่วมมือทางพันธมิตร ต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจร่วมกัน</p>
<p><span id="more-19403"></span></p>
<p>โดยมีเป้าหมายในการแบ่งปันข้อมูลและแลกเปลี่ยนความรู้ทางธุรกิจ รวมถึงการพัฒนาวัสดุและบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน พร้อมสนับสนุนกิจการของ PFG โดยใช้วัสดุทางเลือกและวัสดุทดแทนที่มาจาก GC ด้วยตระหนักถึงการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน รักษาสมดุลครอบคลุมทั้ง 3 มิติอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการดำเนินธุรกิจด้วยหลักธรรมาภิบาล (ESG) เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับทุกคน พร้อมนำนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของทั้ง 2 บริษัท เพื่อส่งต่อโลกใบนี้ที่ดีกว่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19405 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/GC1.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p><strong>นายสาโรจน์ พุทธธรรมวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและการขาย กลุ่มลูกค้าแพลตฟอร์มอุตสาหกรรม </strong><strong>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)</strong><strong> (</strong><strong>GC</strong><strong>) กล่าวว่า </strong>“รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ PFG เล็งเห็นความสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนซึ่งสอดคล้องกับการดำเนินงานของ GC ที่ได้ดำเนินการมาตลอด การร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการส่งเสริมพร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การพัฒนาธุรกิจ เพื่อสนับสนุนกิจการกลุ่มธุรกิจของ PFG โดยใช้พลาสติกตลอดจนวัสดุทางเลือกและวัสดุทดแทนประเภทต่างๆ จาก GC Group อาทิ พลาสติกโพลิเอทิลีน (PE), โพลิโพรพิลีน (PP), โพลิสไตรีน (PS) รวมไปถึงพลาสติกชีวภาพ (Bioplastic) และพลาสติกรีไซเคิลจากพลาสติกใช้แล้วในครัวเรือน (Post-Consumer Recycled, PCR) เพื่อการสร้างต้นแบบและขยายผลตลอดห่วงโซ่คุณค่า สำหรับความสำเร็จที่เกิดจากการพัฒนาร่วมกันในก้าวแรก คือ PFG ได้ใช้เม็ดพลาสติกของ GC ในการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกจากพลาสติกใช้แล้วในครัวเรือนภายในประเทศ เช่น ฟิล์มหด ฟิล์มยืด หลอดบรรจุภัณฑ์ และกล่องพลาสติก เป็นต้น ซึ่งนับว่าช่วยให้สิ่งแวดล้อมและสังคมของประเทศเราดีขึ้นได้”</p>
<p><strong>นายวิชิต อะนะเทพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พัทยาฟู้ดอินดัสตรี จำกัด (</strong><strong>PFG</strong><strong>) กล่าวว่า </strong><strong>“</strong>การผนึกกำลังของ 2 องค์กรในครั้งนี้ เกิดจากการมีเป้าหมายเดียวกัน ในการมุ่งเน้นเรื่องการดูแลและรักษาโลกอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงการรักษาสมดุลเพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต นำนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีล้ำสมัย มีการวางแผนร่วมกันในการพัฒนากิจกรรมต่าง ๆ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และการบริการที่ใส่ใจกับผู้บริโภค สังคม รวมถึงตัวพนักงานในองค์กร พร้อมมุ่งสู่การเติบโตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19407 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/GC5.jpg" alt="" width="1200" height="761" /></p>
<p>โดย GC และ PFG ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมที่มุ่งลดปัญหาภาวะโลกร้อน ช่วยสร้างการตระหนักรู้ด้านการบริหารจัดการขยะให้กับพนักงานของ PFG ผ่านการเก็บขวดพลาสติกใช้แล้ว (PET) กลับมาใช้ประโยชน์ จากโครงการ <strong>Waste for Life</strong> ของ PFG ร่วมกับ<strong> YOUเทิร์น แพลตฟอร์ม</strong> ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการพลาสติกใช้แล้วอย่างครบวงจรของ GC นำเข้าสู่กระบวนการอัพไซคลิง (Upcycling) ผลิตออกมาเป็นเสื้อยูนิฟอร์มส่งมอบให้พนักงาน PFG ทั้งในประเทศไทย เวียดนาม และจีน ภายในปี 2566 นี้ โดยโครงการสามารถจัดเก็บขวดพลาสติกใช้แล้วได้ถึง 51,283 ขวด (หรือคิดเป็น 790 กิโลกรัม) เทียบเท่าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงกว่า 1,830 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ (kgCO2e)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19406 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/GC2.jpg" alt="" width="488" height="728" /></p>
<p>GC และ PFG มีเป้าหมายร่วมกันในการวางแผนพัฒนา เพื่อต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ โดยเชื่อว่า การทำธุรกิจที่ยั่งยืนและสร้างคุณค่าให้กับผู้บริโภคและสังคมเป็นสิ่งที่สำคัญในยุคปัจจุบัน ผ่านความร่วมมือนี้ GC และ PFG หวังว่าจะสามารถสร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืนในธุรกิจ รวมถึงสร้างคุณค่าและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับทุกคนได้ในอนาคต</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/gcmou-pfg-partnership-for-develop-sustainable-product/">GC จับมือ PFG ผสานความร่วมมือต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
