<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พิพิธ เอนกนิธิ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98-%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B4/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 04 Jun 2026 15:59:16 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>พิพิธ เอนกนิธิ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) จัดเวทีเสวนาเจาะลึก Climate Crisis วิกฤติที่ไทยที่ต้องรับมือ ร่วมหาทางรอดจากวิกฤติอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/tei-33th-anniversary-climate-crisis/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Jun 2026 15:59:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[3 วิกฤติสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[Adaptation]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity Collapse]]></category>
		<category><![CDATA[Climate crisis]]></category>
		<category><![CDATA[KBank]]></category>
		<category><![CDATA[pollution]]></category>
		<category><![CDATA[TBCSD]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[กรมบัญชีกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดซื้อจัดจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ณกรณ์ ตรรกวิรพัท]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.คุรุจิต นาครทรรพ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สวนิตย์ บุญญาสุวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ปฐมภพ สุวรรณศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[ประเสริฐ บุญสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธ เอนกนิธิ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาครัฐสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[ยุทธนา เจียมตระการ]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42262</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ในโอกาสครบรอบ 33 ปี ของการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) พร้อมแสดงจุดยืนครั้งสำคัญในการก้าวไปสู่องค์กรผู้นำในการขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ พร้อมเครือข่ายพันธมิตร โดยได้ชูประเด็นวิกฤติสิ่งแวดล้อมโลก วิกฤติสิ่งแวดล้อมไทย ประกอบด้วย 3 วิกฤติสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Collapse) และ มลพิษ (Pollution) เพื่อร่วมผนึกกำลังกับภาคีเครือข่ายตั้งแต่ระดับพื้นที่ไปจนถึงระดับนโยบายทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ เพื่อร่วมหาทางรอดจากวิกฤติปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน “ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด ฝ่าวิกฤติ Triple Planetary Crisis” เวทีที่ 1 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นำเสนอผ่านประเด็น Climate Crisis วิกฤติที่ไทยที่ต้องรับมือ ร่วมหาทางรอดจากวิกฤติอย่างยั่งยืน เพื่อร่วมหาทางออกจากวิกฤติปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ในทุกมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม จากสถานการณ์ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นได้ส่งผลให้ทุกภาคส่วนของประเทศทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/tei-33th-anniversary-climate-crisis/">สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) จัดเวทีเสวนาเจาะลึก Climate Crisis วิกฤติที่ไทยที่ต้องรับมือ ร่วมหาทางรอดจากวิกฤติอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ในโอกาสครบรอบ 33 ปี ของการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม <strong>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (</strong><strong>TEI)</strong> พร้อมแสดงจุดยืนครั้งสำคัญในการก้าวไปสู่องค์กรผู้นำในการขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ พร้อมเครือข่ายพันธมิตร</p>
<p><span id="more-42262"></span></p>
<p>โดยได้ชูประเด็นวิกฤติสิ่งแวดล้อมโลก วิกฤติสิ่งแวดล้อมไทย ประกอบด้วย 3 วิกฤติสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Collapse) และ มลพิษ (Pollution) เพื่อร่วมผนึกกำลังกับภาคีเครือข่ายตั้งแต่ระดับพื้นที่ไปจนถึงระดับนโยบายทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ เพื่อร่วมหาทางรอดจากวิกฤติปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน “ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด ฝ่าวิกฤติ Triple Planetary Crisis”</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42263 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/1246467.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>เ</strong><strong>วทีที่ 1 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ </strong>นำเสนอผ่านประเด็น <strong>Climate Crisis </strong><strong>วิกฤติที่ไทยที่ต้องรับมือ ร่วมหาทางรอดจากวิกฤติอย่างยั่งยืน </strong>เพื่อร่วมหาทางออกจากวิกฤติปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ในทุกมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม จากสถานการณ์ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นได้ส่งผลให้ทุกภาคส่วนของประเทศทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ต้องเร่งขับเคลื่อนแผนด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและแผนด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</p>
<p>สำหรับประเทศไทยได้เร่งเครื่องในระดับนโยบายในการผลักดันประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำด้วยการตั้งเป้าให้ประเทศไทยบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2050 โดยเป็นการปรับเป้า Net Zero ให้เร็วขึ้นกว่าเดิม 15 ปี ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเชิงระดับนโยบาย ด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย เพื่อร่วมหาทางออกจากวิกฤติปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างโอกาสให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่การพัฒนาที่สมดุล ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม อันจะเป็นรากฐานสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์</strong> ประธานองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นประธานกล่าวเปิดงานว่า “องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) ในฐานะเครือข่ายธุรกิจด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดเครือข่ายหนึ่งของประเทศมีความมุ่งมั่นในการร่วมสร้างการเปลี่ยนผ่านไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดย TEI และ TBCSD ได้บูรณาการการทำงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนร่วมกับองค์กรสมาชิกและองค์กรพันธมิตร จนทำให้ TBCSD กลายมาเป็นผู้นำภาคธุรกิจในการยกระดับมาตรฐานองค์กรภาคธุรกิจไทย อันเป็นกลไกสำคัญในการสร้างแรงขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวไปสู่การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน”</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42268 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Green-Procure.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>กรมบัญชีกลางเดินหน้ายกระดับ “ภาครัฐสีเขียว” ผลักดันการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</strong> โดย <strong>นางแพตริเซีย มงคลวนิช</strong> อธิบดีกรมบัญชีกลาง “ได้เปิดเผยทิศทางการดำเนินงานมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กรมบัญชีกลางได้เริ่มดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Public Procurement Framework) ซึ่งนำร่องบังคับใช้กับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลังและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในระยะแรกได้กำหนดสินค้าจำนวน 8 รายการ ได้แก่ กระดาษถ่ายเอกสาร เครื่องถ่ายเอกสาร ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้น กระดาษอนามัยรถยนต์ (ยกเว้นรถตู้) เครื่องดับเพลิงยกหิ้ว ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก และสี โดยมีการนำข้อมูลเชิงลึกจากระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) มาใช้ในการวิเคราะห์และติดตามผลการดำเนินงาน พร้อมทั้งอยู่ระหว่างการเชื่อมโยงข้อมูลสินค้าเข้าสู่ระบบ e-Shopping เพื่ออำนวยความสะดวกหน่วยงานจัดซื้อ มุ่งหวังกระตุ้นผู้ผลิตในตลาด ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมาย Net Zero Emission อย่างเป็นรูปธรรม”</p>
<p>พร้อมทั้ง ได้มีการจัด <strong>พิธีลงนาม</strong><strong>บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (</strong><strong>MOU) </strong><strong>ว่าด้วยเรื่องการส่งเสริมผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สำหรับเกณฑ์อาคารเขียวไทย</strong> ระหว่าง มูลนิธิอาคารเขียวไทย กับ มูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เพื่อเป็นการส่งเสริมผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับมาตรฐานอาคารเขียวด้วยผลิตภัณฑ์ที่ได้การรับรองฉลากสิ่งแวดล้อมของ TEI อันเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42264 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/1246469.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ช่วงการ<strong>เสวนา “</strong><strong>Climate Crisis : </strong><strong>สร้างผลกระทบ – ต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อหาทางรอดจากวิกฤติ</strong><strong>อย่างยั่งยืน” </strong>โดยผู้บริหารขององค์กรพันธมิตรของ TBCSD จำนวน 4 หน่วยงานหลักที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนผ่านภาคธุรกิจไทยไปสู่สังคมและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน ดังนี้</p>
<p><strong>นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท</strong> ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก กล่าวว่า “ปัญหา Climate Change ได้ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงระบบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในมิติของภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงขึ้น ความมั่นคงด้านพลังงาน และความเป็นอยู่ของประชาชนฐานราก โดยคาดการณ์ว่า GDP ของประเทศอาจลดลงถึงร้อยละ 7–14 ภายในปี 2050 หากไม่มีการปรับตัวอย่างเป็นระบบ</p>
<p>แต่ในทางตรงกันข้าม การลงทุนในการปรับตัว (Adaptation) เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำเพียงร้อยละ 1 ของ GDP/ปี จะสามารถสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ถึงร้อยละ 4–5 ภายในปี 2050 สอดรับกับเป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero ของประเทศในปี 2050 ดังนั้น ทุกภาคส่วนจึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินการทั้งในด้าน Adaptation และ Mitigation ควบคู่กับการผลักดันกฎหมาย พรบ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฯ การบังคับใช้ภาษีคาร์บอน และการพัฒนา Green Skills ในภาคการศึกษาและแรงงาน กลไกคาร์บอนเครดิตจะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกที่ยังต้องอาศัยเทคโนโลยีขั้นสูงและองค์ความรู้เฉพาะทาง โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO พร้อมให้การสนับสนุนทางด้านเทคนิควิชาการและการรับรองมาตรฐานโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) แก่ทุกภาคส่วนทั้งพลังงาน อุตสาหกรรม และ SMEs เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของตลาดคาร์บอน พร้อมมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการซื้อขายคาร์บอนเครดิตของภูมิภาคเอเชียอย่างยั่งยืน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42265 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/1246470.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.คุรุจิต นาครทรรพ</strong> ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ความรับผิดชอบร่วมกัน ที่แตกต่างกัน ของทุกประเทศในการแก้ภาวะโลกรวนบนหลักการ Common but Differentiated Responsibilities โดยการออกกฎหมายว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ mandate ระบบ MRV รายงานข้อมูลการปล่อย GHG, Carbon Pricing via ETS การจัดสรรโควตาการปล่อยและการซื้อขายสิทธิและจัดตั้ง Real Carbon Market การบูรณาการจะยั่งยืนต้องดำเนินการไปควบคู่กันในทุกมิติ เศรษฐกิจพัฒนาเติบโตได้ สิ่งแวดล้อมก็สะอาด เพื่อนำไปสู่ความยั่งยืน”</p>
<p><strong>นายยุทธนา เจียมตระการ</strong> ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อม หอการค้าไทย กล่าวว่า “Climate Crisis” ไม่ใช่เพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม แต่ส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขัน โครงสร้างเศรษฐกิจ และความอยู่รอดของธุรกิจไทยหอการค้าไทยในฐานะตัวแทนภาคเอกชน จึงผลักดันแนวคิด “Reinvent Thailand” เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจปรับตัวจากการปฏิบัติตามกติกา ไปสู่การใช้กติกาใหม่เป็นโอกาสในการยกระดับศักยภาพ พร้อมกันนี้ ยังเน้นว่าการสร้างความยั่งยืนต้องบูรณาการทั้งเทคโนโลยี การพัฒนาคน การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน เพื่อเสริม resilience และขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว”</p>
<p><strong>ดร.สวนิตย์ บุญญาสุวัฒน์</strong> ผู้แทนสถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อม และ Climate Change สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ท่ามกลางวิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความผันผวนของเศรษฐกิจโลก อุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญแรงกดดันครั้งสำคัญในการปรับตัวสู่อนาคตคาร์บอนต่ำ “FTI : The New Chapter of Thai Industry” จึงเป็นกรอบยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรมไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านการส่งเสริมเทคโนโลยีสะอาด เศรษฐกิจหมุนเวียน พลังงานสะอาด และการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตควบคู่กับการพัฒนาระบบข้อมูล มาตรฐานด้านสภาพภูมิอากาศ และกลไกสนับสนุนภาคธุรกิจให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลกแนวทางดังกล่าวยังมุ่งสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และองค์กรระหว่างประเทศเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านด้าน Climate Action อย่างเป็นรูปธรรมพร้อมสนับสนุน SME และแรงงานไทยให้สามารถปรับตัวต่อเศรษฐกิจสีเขียวได้อย่างทั่วถึงเป้าหมายสำคัญคือการสร้าง “Inclusive &amp; Sustainable Growth”ที่เติบโตควบคู่กับสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้อุตสาหกรรมไทยก้าวสู่บทใหม่ของการพัฒนาที่แข่งขันได้ ยืดหยุ่น และยั่งยืนในระยะยาว”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42267 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/KBANK.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>บรรยายพิเศษ “</strong><strong>Move forward Challenges and Directions for Net Zero”</strong> ผ่านการนำเสนอโดยคณะกรรมการบริหารองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน สะท้อนให้เห็นถึงการยกระดับมาตรฐานขององค์กรภาคธุรกิจไทย เพื่อสร้างการเปลี่ยนผ่านภาคธุรกิจไทยไปสู่สังคมและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>นายพิพิธ เอนกนิธิ</strong> ประธานกิจยั่งยืน ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาใน 3 มิติ ได้แก่ Economic crisis, Climate crisis และ Bio-diversity crisis โดยที่ผ่านมาธนาคารสามารถใช้เครื่องมือทางการเงินที่มีอยู่ไปช่วยแก้ปัญหาได้ในสองมิติแรก ผ่านการสนับสนุนสินเชื่อสีเขียว แต่ระบบเศรษฐกิจปัจจุบันที่อิงตาม GDP ยังมีจุดบอดที่ไม่ได้ประเมิน &#8216;มูลค่าของธรรมชาติ&#8217; เข้าไปด้วย เราจึงต้องผลักดันแนวคิด Natural Capital Accounting (NCA) หรือการบัญชีต้นทุนทางธรรมชาติ เพื่อแปลงธรรมชาติที่เคยเป็นของฟรีให้เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าทางการเงินที่ชัดเจน การสร้างชุดข้อมูลที่เป็นภาษากลางนี้ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ยกระดับภาคธุรกิจจากการแก้ปัญหาระยะสั้นแบบต่างคนต่างทำ ไปสู่การผนึกกำลังร่วมกัน (Collective Action) เพื่อปกป้องธรรมชาติซึ่งเป็นรากฐานที่แท้จริงของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน”</p>
<p><strong>นายปฐมภพ สุวรรณศิริ</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “Net Zero ไม่ใช่เพียงวาระด้านความยั่งยืนเพื่อลดคาร์บอนขององค์กร แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและภาคอุตสาหกรรม ไทยคมในฐานะผู้นำด้านดาวเทียมและเทคโนโลยีอวกาศ มุ่งสร้างคุณค่าโดยสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ คู่ค้า และลูกค้า ผ่านทั้งบริการสื่อสารผ่านดาวเทียม (SATCOM) และบริการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ (GEOINT) โดยมีตัวอย่างสำคัญ เช่น แพลตฟอร์มติดตามร่องรอยการเผาไหม้ในไร่อ้อยด้วยเทคโนโลยีอวกาศและ AI ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย แพลตฟอร์ม CarbonWatch ที่ได้รับการรับรองจาก อบก. ให้เป็นเครื่องมือประเมินการกักเก็บคาร์บอนภาคป่าไม้ด้วยเทคโนโลยีดาวเทียมรายแรกของไทย โดยร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และโครงการพัฒนาคาร์บอนเครดิตจากการปลูกปาล์มอย่างยั่งยืน ร่วมกับบริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) และ อบก. จากเทคโนโลยีอวกาศ สู่ ESG และความยั่งยืนของประเทศ”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42266 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/1246474.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>เพื่อร่วมหาทางออกจากวิกฤติปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างโอกาสให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่การพัฒนาที่สมดุลทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม อันจะเป็นรากฐานสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/tei-33th-anniversary-climate-crisis/">สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) จัดเวทีเสวนาเจาะลึก Climate Crisis วิกฤติที่ไทยที่ต้องรับมือ ร่วมหาทางรอดจากวิกฤติอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TBCSD ดึง &#8216;องค์กรต้นแบบ&#8217; โชว์วิสัยทัศน์ ร่วมขับเคลื่อนธุรกิจไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำและยั่งยืน   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/08/tbcsd-towards-a-sustainable-future/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 22 Aug 2024 15:16:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Capture and Storage]]></category>
		<category><![CDATA[CarbonWatch]]></category>
		<category><![CDATA[CCS]]></category>
		<category><![CDATA[CEO Forum : Leading Sustainable Business]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Solution]]></category>
		<category><![CDATA[Earth Insights]]></category>
		<category><![CDATA[Green Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[KBank]]></category>
		<category><![CDATA[KOP50]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon and Sustainable Business]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Financing and investment]]></category>
		<category><![CDATA[TBCSD]]></category>
		<category><![CDATA[TBCSD Towards a Sustainable Future]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Business Council for Sustainable Development]]></category>
		<category><![CDATA[กฤษฎา ประเสริฐสุโข]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วิจารย์ สิมาฉายา]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ปฐมภพ สุวรรณศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[ปตท.สผ]]></category>
		<category><![CDATA[ประเสริฐ บุญสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธ เอนกนิธิ]]></category>
		<category><![CDATA[พีระพงศ์ จรูญเอก]]></category>
		<category><![CDATA[มนตรี ลาวัลย์ชัยกุล]]></category>
		<category><![CDATA[มุ่งสร้างแรงขับเคลื่อนธุรกิจ ไทยสู่ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28255</guid>

					<description><![CDATA[<p>องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD : Thailand Business Council for Sustainable Development)  เครือข่ายธุรกิจด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดเครือข่ายหนึ่งของประเทศ  จากการรวมตัวกันขององค์กรภาคธุรกิจไทยและรัฐวิสาหกิจชั้นแนวหน้า จำนวน 45 องค์กร ที่เป็นผู้นำด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ครอบคลุมทุกกลุ่มอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ได้มีความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานองค์กรภาคธุรกิจไทยไปสู่องค์กรต้นแบบธุรกิจ คาร์บอนต่ำและยั่งยืน ได้ร่วมกันจัดงาน “TBCSD Towards a Sustainable Future มุ่งสร้างแรงขับเคลื่อนธุรกิจ ไทยสู่ความยั่งยืน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยงานและองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจ  ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินงานที่ส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมถึงบทบาทขององค์กรภาคธุรกิจไทยในการร่วมแก้ไขปัญหาสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ และการยกระดับมาตรฐานขององค์กรภาคธุรกิจไทยไปสู่การเป็นองค์กรต้นแบบธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน (Low Carbon and Sustainable Business) ยกระดับประเทศสู่เศรษฐกิจและสังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ตามเป้าหมายของประเทศ คุณประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน กล่าวว่า “กว่า 3 ทศวรรษบนเส้นทางการดำเนินงานด้านการพัฒนาที่สมดุลขององค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) ซึ่งเป็นเครือข่ายภาคธุรกิจไทยที่ใหญ่ที่สุดเครือข่ายหนึ่งของประเทศที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการส่งเสริมเครือข่ายองค์กรภาคธุรกิจไทยให้ก้าวพัฒนาไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญในการดำเนินงานธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา TBCSD ได้เข้าไปมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของประเทศ  พร้อมทั้งการยกระดับมาตรฐานขององค์กรไปสู่การเป็นองค์กรต้นแบบธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน เพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ตอบสนองนโยบายและเป้าหมายของประเทศไทย” ช่วงการเสวนา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/tbcsd-towards-a-sustainable-future/">TBCSD ดึง &#8216;องค์กรต้นแบบ&#8217; โชว์วิสัยทัศน์ ร่วมขับเคลื่อนธุรกิจไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำและยั่งยืน   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน</strong> (TBCSD : Thailand Business Council for Sustainable Development)  เครือข่ายธุรกิจด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดเครือข่ายหนึ่งของประเทศ  จากการรวมตัวกันขององค์กรภาคธุรกิจไทยและรัฐวิสาหกิจชั้นแนวหน้า จำนวน 45 องค์กร ที่เป็นผู้นำด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ครอบคลุมทุกกลุ่มอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ได้มีความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานองค์กรภาคธุรกิจไทยไปสู่องค์กรต้นแบบธุรกิจ คาร์บอนต่ำและยั่งยืน</p>
<p><span id="more-28255"></span></p>
<p>ได้ร่วมกันจัด<strong>งาน “</strong><strong>TBCSD Towards a Sustainable Future </strong><strong>มุ่งสร้างแรงขับเคลื่อนธุรกิจ ไทยสู่ความยั่งยืน”</strong> โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยงานและองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจ  ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินงานที่ส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมถึงบทบาทขององค์กรภาคธุรกิจไทยในการร่วมแก้ไขปัญหาสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ และการยกระดับมาตรฐานขององค์กรภาคธุรกิจไทยไปสู่การเป็นองค์กรต้นแบบธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน (Low Carbon and Sustainable Business) ยกระดับประเทศสู่เศรษฐกิจและสังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ตามเป้าหมายของประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28257 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/นายประเสริฐ-บุญสัมพันธ์.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>คุณประเสริฐ บุญสัมพันธ์</strong> ประธานองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน กล่าวว่า <em>“กว่า 3 ทศวรรษบนเส้นทางการดำเนินงานด้านการพัฒนาที่สมดุลขององค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) ซึ่งเป็นเครือข่ายภาคธุรกิจไทยที่ใหญ่ที่สุดเครือข่ายหนึ่งของประเทศที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการส่งเสริมเครือข่ายองค์กรภาคธุรกิจไทยให้ก้าวพัฒนาไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญในการดำเนินงานธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา TBCSD ได้เข้าไปมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของประเทศ  พร้อมทั้งการยกระดับมาตรฐานขององค์กรไปสู่การเป็นองค์กรต้นแบบธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน เพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ตอบสนองนโยบายและเป้าหมายของประเทศไทย”</em></p>
<p>ช่วงการเสวนา “<strong>CEO Forum : Leading Sustainable Business</strong>” มีผู้บริหารจากองค์กรภาคธุรกิจไทยที่เป็นผู้นำด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในการยกระดับมาตรฐานขององค์กรภาคธุรกิจไทยไปสู่การเป็นองค์กรต้นแบบธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน นำโดยคณะกรรมการบริหารองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ดังนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28258 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/ดร.วิจารย์-สิมาฉายา.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา</strong> ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) และเลขาธิการองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน กล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เป็นประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อมสำคัญระดับประเทศ  ระดับภูมิภาค และระดับโลก ซึ่งปัจจุบันองค์กรภาคธุรกิจไทยได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการร่วมแก้ไขปัญหาสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ โดยช่วงที่ผ่านมา  TBCSD  และ TEI   ร่วมยกระดับองค์กรภาคธุรกิจไทยไปสู่มาตรฐานการเป็นองค์กรต้นแบบธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน โดยร่วมมือกับองค์กรภาคีทุกภาคส่วน ในการกำหนดเป้าหมาย มาตรการและกรอบกิจกรรมที่ภาคธุรกิจสามารถดำเนินการร่วมกัน อันเป็นการแสดงออกถึงพลังจากการรวมตัวขององค์กรภาคธุรกิจในการขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำและยั่งยืนที่เชื่อมต่อเป้าหมายของประเทศและระดับนานาชาติ นอกจากนี้ TBCSD ก็ได้ให้ความสำคัญในการร่วมแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ ได้แก่ PM2.5 ขยะพลาสติก ความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นต้น”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28259 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/นายพิพิธ-เอนกนิธิ.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>คุณพิพิธ เอนกนิธิ </strong>ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปัจจุบันประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล หรือ ESG เป็นเรื่องสำคัญมากต่อการทำธุรกิจ ดังนั้น องค์กรต่างๆ จะต้องเปลี่ยนจากการทำธุรกิจที่มุ่งเน้นแต่การหาความมั่งคั่งโดยไม่สนใจสังคมและสิ่งแวดล้อม ให้เป็นการทำธุรกิจที่สร้างความยั่งยืนทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจไปด้วยกัน ปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนผ่าน ได้แก่ ความรู้ เทคโนโลยี และการเงิน ซึ่งบทบาทสำคัญของธุรกิจที่อยู่ในกลุ่มการเงินและธนาคาร นอกจากจะทำให้การดำเนินงานภายในบริษัทตนเองไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังต้องช่วยให้ลูกค้าและสังคมเปลี่ยนผ่านสู่สังคมไร้คาร์บอน</p>
<p>ธนาคารกสิกรไทยตระหนักดีว่าเราเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมและพัฒนาให้เกิดความยั่งยืนในสังคมได้ ธนาคารจึงมีการดำเนินการต่าง ๆ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการดำเนินงานของธนาคาร รวมถึง พยายามลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่จะเกิดจากการปล่อยกู้หรือลงทุนของธนาคาร ผ่านการตั้งเป้าหมาย <strong>Sustainable Financing and investment</strong> มูลค่า 2 แสนล้านภายในปี 2030 การทำ Glidepath and sector strategies และการช่วยเหลือลูกค้าในการปรับตัวและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นอกจากนี้ ธนาคารยังมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนเรื่อง Climate Solution และการสร้าง Green Ecosystem โดยการจัดตั้งบริษัท KOP50 และบริษัทอื่น ๆ เพื่อดำเนินโครงการที่ช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมไร้คาร์บอน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28260 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/นายกฤษฎา-ประเสริฐสุโข.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>คุณกฤษฎา ประเสริฐสุโข</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ธุรกิจกลุ่มปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์นั้นมีความท้าทายตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบคาร์บอนต่ำ การพัฒนากระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงและเทคโนโลยีดิจิทัล การขนส่งที่ปล่อยมลพิษต่ำ ความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลง กฎเกณฑ์และระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมทั้งในและต่างประเทศ โดยมีแนวโน้มความต้องการผลิตภัณฑ์ด้านความยั่งยืน (Sustainable Products) มากขึ้น ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภาคธุรกิจต้องเร่งปรับตัว ได้แก่ นโยบายและกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะในธุรกิจเชื้อเพลิงและเคมีภัณฑ์ชีวภาพ การผลิตและการจัดหาน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนถือเป็นความท้าทายหลักในการมุ่งไปสู่การเป็นธุรกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน พร้อมแสดงวิสัยทัศน์ว่า “การมุ่งสู่การเป็นธุรกิจคาร์บอนต่ำเป็นโอกาสทางธุรกิจ โดยทุกองค์กรต้องวางแผนตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน เพราะเราทำคนเดียวไม่ได้” ดังนั้น ปัจจัยสู่ความสำเร็จที่สำคัญก็คือความร่วมมือกันทุกภาคส่วน เพื่อมุ่งสู่การเป็นธุรกิจคาร์บอนต่ำและเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน ซึ่งจะสนับสนุนให้ประเทศไทยสามารถบรรลุถึงเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี พ.ศ. 2608 ไปด้วยกัน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28263 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/นายพีระพงศ์-จรูญเอก.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>คุณพีระพงศ์ จรูญเอก</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจในรูปแบบ Green Process ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยการดำเนินธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนในทุกขั้นตอน คือ สิ่งที่ออริจิ้นยึดถือและมุ่งมั่นเพื่อให้ไปให้ถึงเป้าหมายด้าน Net Zero Carbon Target โดยเริ่มตั้งแต่ Green people คือ การเลือกและพัฒนาบุคลากรที่มีหัวใจสีเขียว ซึ่งเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้ยั่งยืน  Green Partners และ Green Procurement คือ การพัฒนาร่วมมือกับพาร์ทเนอร์เพื่อมุ่งไปสู่การเป็นธุรกิจคาร์บอนต่ำ เน้นการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และ Green Construction คือ การก่อสร้างที่คำนึงถึงชุมชนและสังคม ไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยออกแบบและก่อสร้างอาคารอย่างยั่งยืน ออริจิ้นมุ่งมั่นสู่การเป็นองค์กรธุรกิจที่ยั่งยืน (Sustainable Business) ภายใต้หลักบรรษัทภิบาล โดยดำเนินธุรกิจไม่มุ่งแต่แสวงหากำไร เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28264 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/นายมนตรี-ลาวัลย์ชัยกุล.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>คุณมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปตท.สผ. เป็นบริษัทสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของคนไทย ซึ่งดำเนินธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้แก่ประเทศ โดยปัจจุบันได้ขยายการลงทุนไปสู่ธุรกิจพลังงานสะอาด และนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการดำเนินงาน รวมทั้ง เทคโนโลยีที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อเป้าหมายการเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ โดยหนึ่งในเทคโนโลยีที่สำคัญ คือ การดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ Carbon Capture and Storage (CCS) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศได้ในปริมาณมาก ซึ่ง ปตท.สผ. กำลังศึกษาและพัฒนาโครงการ CCS ครั้งแรกในประเทศไทยที่แหล่งก๊าซธรรมชาติอาทิตย์ ในอ่าวไทย เพื่อช่วยสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายของประเทศไทยในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังเชื่อมั่นในการสร้างความยั่งยืนจากภายในผ่านการดำเนินงานที่ดี บนรากฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง เพื่อส่งมอบคุณค่าในระยะยาวให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม และให้ความสำคัญกับการสร้างพันธมิตรและความร่วมมือในด้านธุรกิจ ควบคู่กับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในด้านการพัฒนาชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28256 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/นายปฐมภพ-สุวรรณศิริ.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>คุณปฐมภพ สุวรรณศิริ</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “แพลตฟอร์ม<strong> CarbonWatch</strong> เป็นเครื่องมือในการประเมินการกักเก็บคาร์บอนในป่าไม้ด้วยเทคโนโลยีดาวเทียม และ AI ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. เป็นรายแรกของประเทศไทย จึงถือเป็นการตอกย้ำความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจของเราที่ต่อยอดความเชี่ยวชาญในด้านธุรกิจดาวเทียม มาสู่ธุรกิจเทคโนโลยีอวกาศ ด้วยการใช้ข้อมูลจากดาวเทียมสำรวจโลก เช่น ข้อมูลภูมิสารสนเทศ และข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม มาวิเคราะห์ร่วมกับเทคโนโลยี Artificial Intelligence: AI และ Machine Learning: ML จนเกิดเป็นแพลตฟอร์มนี้ขึ้น ซึ่งจะช่วยให้การประเมินคาร์บอนในพื้นที่ป่าขนาดใหญ่มีประสิทธิภาพ แม่นยำ รวดเร็ว ตรวจสอบได้ และคุ้มค่ากว่าวิธีดั้งเดิม ซึ่งนับเป็นหนึ่งในบริการด้านเทคโนโลยีอวกาศของเรา ภายใต้ Earth Insights ที่ให้บริการแก่ลูกค้าของเราในหลายมิติ โดยที่ผ่านมาเรามุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ ESG มาโดยตลอด หลังจากที่แพลตฟอร์ม CarbonWatch ของเราได้รับการรับรองแล้ว จะนำไปใช้งานอย่างจริงจังในพื้นที่ป่าชุมชนของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ  พร้อมทั้งเดินหน้าผนึกกำลังกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันพัฒนาประเทศชาติสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ต่อไป”</p>
<p>นอกจากนี้ TBCSD ได้มีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการยกระดับมาตรฐานขององค์กรไปสู่การเป็นองค์กรต้นแบบธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน ที่มีความเชื่อมโยงสอดคล้องต่อเป้าหมายระดับประเทศ ในการมุ่งไปสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Carbon Neutrality และ Net Zero GHG Emission ผ่านเวที “<strong>Move forward Challenges and Directions for Net Zero</strong>” จากองค์กรสมาชิก TBCSD อันครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรมหลักของประเทศไทย ได้แก่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28262 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/4R2A0959.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><u>กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง</u> <strong>นายวุฒิ วิพันธ์พงษ์</strong> รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน)และ <strong>นายณัฐวุฒิ อินทรส</strong> ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)</p>
<p><u>กลุ่มธุรกิจการเงิน</u> <strong>นายเสถียร เลี้ยววาริณ</strong> Chief Sustainability Officer บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จํากัด (มหาชน)</p>
<p><u>กลุ่มปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์</u> <strong>นายอภิชาติ กิจเจริญวิศาล</strong> Executive Vice President บริษัท เอจีซี วีนิไทย จำกัด (มหาชน) และ <strong>ดร.ณัฐกร ไกรกุล</strong> Vice President หน่วยงาน Decarbonization Center of Excellence บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)</p>
<p><u>กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค (พลังงานเชื้อเพลิง)</u> <strong>นายปัณวรรธน์ นิลกิจศรานนท์</strong> รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายวิศวกรรมโครงสร้าง บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด <strong>นายประนาช โกศายานนท์</strong> รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานกลยุทธ์ แผนและพัฒนาธุรกิจองค์กร บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) <strong>นางสาววรรณวิสาข์ สู่ศุภอรรถ</strong> ผู้จัดการฝ่ายบริหารความยั่งยืน และคุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)  <strong>นางสาวเยาวลักษณ์ ชูโชติ </strong>จัดการฝ่ายกลยุทธ์ความยั่งยืน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ<strong> ดร.อังศุธร มหิทธิกุล </strong>ผู้อำนวยการฝ่ายยุทธศาสตร์และแผนองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)</p>
<p><u>กลุ่มพลังงานไฟฟ้า</u> <strong>นางสาวพินทุ์สุดา เปี่ยมปิติ</strong> Vice President &#8211; Corporate Affairs บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) และ <strong>นายกิตติศักดิ์ วรรณแก้ว</strong> ผู้ช่วยผู้ว่าการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค</p>
<p><u>กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม</u> <strong>นายพิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด และ <strong>นายสมิชฌน์ เพ็ชร์ดี</strong> ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมความยั่งยืน บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด</p>
<p><u>กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม</u> <strong>นายวิเวกอนันต์ ซิสท์ลา</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ความงามและสุขภาพภาคพื้นอาเซียน กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย</p>
<p><strong> </strong>ด้วยความร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งขององค์กรสมาชิก และการทำงานร่วมกันกับองค์กรพันธมิตร และเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ TBCSD จึงเป็นผู้นำในการยกระดับให้มีการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนในวงกว้างและสนับสนุนประเทศไทยให้ก้าวไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำและการพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/tbcsd-towards-a-sustainable-future/">TBCSD ดึง &#8216;องค์กรต้นแบบ&#8217; โชว์วิสัยทัศน์ ร่วมขับเคลื่อนธุรกิจไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำและยั่งยืน   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสิกรตั้ง Creative Climate Research Center ดึงผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนักเคมี นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม เสริมทีมการเงิน เร่งโซลูชั่นปลี่ยนผ่าน ขยา​ย Carbon Ecosystem ประเทศไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/kbank-establish-creative-climate-research-center/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Jul 2024 09:23:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Climate]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Research Center]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Solutions Provider]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[KBank]]></category>
		<category><![CDATA[KOP50]]></category>
		<category><![CDATA[KResearch]]></category>
		<category><![CDATA[NET ZERO CEO]]></category>
		<category><![CDATA[Network]]></category>
		<category><![CDATA[T-VER]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[กสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธ เอนกนิธิ]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[อบก]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27718</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารกสิกรไทย ตั้ง Creative Climate Research Center แพลตฟอร์มมอบ​องค์ความรู้ พร้อมสร้าง Community หนุนภาคธุรกิจเปลี่ยนผ่านรับ Climate Game พร้อมเติมผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านเคมี นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมเสริมทีม เร่งขยายความสมบูรณ์ Carbon Ecosystem ประเทศไทย คุณพิพิธ เอนกนิธิ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย​ (KBank) เปิดเผยว่า ธนาคารมุ่งเติมเต็ม Carbon Ecosystem ในประเทศไทยให้มีความสมบูรณ์มาก​ขึ้น เพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจในการเปลี่ยนผ่าน​สู่การเติบโตอย่างยั่งยืนตามกรอบ ESG ​ท้ังรูปแบบของการให้สินเชื่อ และเงินลงทุนผ่าน​ Green Finance ​ที่คาดว่าภายในปีนี้จะสามารถสนับสนุนได้มากกว่า 1 แสนล้านบาท ​ควบคู่ไปกับ​การพัฒนา Climate Solutions  เพื่อเพิ่มแนวทางและเครื่องมือให้ความ​ช่วยเหลือ​มากกว่าแค่เครื่องมือทางการเงิน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์​ในการเป็น ธนาคารแห่งความยั่งยืน หรือ Bank of Sustainability  &#8220;ธนาคาร​ให้ความสำคัญในการช่วยเหลือภาคธุรกิจเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันยุค Climate Game ที่มิติ​ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมเข้ามามีบทบาทสำคัญ​มากขึ้น โดยล่าสุดได้เปิดตัว Creative Climate Research [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/kbank-establish-creative-climate-research-center/">กสิกรตั้ง Creative Climate Research Center ดึงผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนักเคมี นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม เสริมทีมการเงิน เร่งโซลูชั่นปลี่ยนผ่าน ขยา​ย Carbon Ecosystem ประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ธนาคารกสิกรไทย ตั้ง <strong>Creative</strong> <strong>Climate Research Center </strong>แพลตฟอร์มมอบ​องค์ความรู้ พร้อมสร้าง Community หนุนภาคธุรกิจเปลี่ยนผ่านรับ Climate Game พร้อมเติมผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านเคมี นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมเสริมทีม เร่งขยายความสมบูรณ์ Carbon Ecosystem ประเทศไทย</p>
<p><span id="more-27718"></span></p>
<p><strong>คุณพิพิธ เอนกนิธิ</strong> ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย​ (KBank) เปิดเผยว่า ธนาคารมุ่งเติมเต็ม Carbon Ecosystem ในประเทศไทยให้มีความสมบูรณ์มาก​ขึ้น เพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจในการเปลี่ยนผ่าน​สู่การเติบโตอย่างยั่งยืนตามกรอบ ESG ​ท้ังรูปแบบของการให้สินเชื่อ และเงินลงทุนผ่าน​ Green Finance ​ที่คาดว่าภายในปีนี้จะสามารถสนับสนุนได้มากกว่า 1 แสนล้านบาท ​ควบคู่ไปกับ​การพัฒนา Climate Solutions  เพื่อเพิ่มแนวทางและเครื่องมือให้ความ​ช่วยเหลือ​มากกว่าแค่เครื่องมือทางการเงิน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์​ในการเป็น<strong> ธนาคารแห่งความยั่งยืน</strong> หรือ <strong>Bank of Sustainability </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27720 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/KBank.jpg" alt="" width="1200" height="678" /></p>
<p><em>&#8220;ธนาคาร​ให้ความสำคัญในการช่วยเหลือภาคธุรกิจเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันยุค Climate Game ที่มิติ​ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมเข้ามามีบทบาทสำคัญ​มากขึ้น โดยล่าสุดได้เปิดตัว <strong>Creative Climate Research Center</strong> เพื่อเป็นแพลตฟอร์มรวบรวมองค์ความรู้​ด้าน Climate Solutions เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับภาคธุรกิจและผู้สนใจทั่วไปเกี่ยวกับปัญหาที่เชื่อมโยงกับเรื่องของสภาพภูมิอากาศ ​โดยเป็นการทำงานร่วมกันของธนาคาร และศูนย์วิจัยกสิกรไทย​ (KResearch) ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในภาคธุรกิจต่างๆ <strong>ซึ่งในอนาคตนอกจากผู้เชี่ยวชาญในมิติของนักเศรษฐศาสตร์แล้ว ธนาคารจะมีทั้งผู้เชี่ยวชาญในสาขาเคมี รวมทั้งนักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม มาเข้าร่วมทีม เพื่อสามารถเติมเต็ม Carbon Ecosystem ได้อย่างสมบูรณ์</strong> รวมไปถึงการ​ทำงานร่วมกับหน่วยงานภายนอกที่มุ่งขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก​ (TGO)​​ หรือ​เครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (TCCN) เพื่อศึกษาวิจัยองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ&#8221;​</em></p>
<p><strong>ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์</strong> รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ความต้องการของภาคธุรกิจ มีมากกว่าแค่วงเงินสินเชื่อ หรืออัตราดอกเบี้ยต่ำ แต่ต้องการโซลูชัน ต้องการองค์ความรู้ หรือการมี Community ที่มุ่งขับเคลื่อนในเรื่องเดียวกัน เพื่อเป็นที่ปรึกษาหรือให้คำแนะนำที่น่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะเป็นด้านกลยุทธ์ในการเปลี่ยนผ่าน หรือมี Solutions Provider เพื่อ​แนะนำเครื่องมือหรือเทคโนโลยี​ที่น่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพ ซึ่งบทบาทของ Creative Climate Research Center ที่เป็นทั้งแพลตฟอร์มให้ความรู้ ยังมุ่งสร้าง Community ที่แข็งแรง ผ่านการเปิดคอร์สอบรมเพื่อขยายเครือข่ายการขับเคลื่อน Climate Soluitons ไปสู่วงกว้างมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27719 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/Dr-Krint3.jpg" alt="" width="1200" height="662" /></p>
<p>ทั้งนี้ ปัจจุบันการจัดตั้ง Creative Climate Research Center  อยู่ระหว่างการขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งคาดว่าจะได้รับการอนุญาตพร้อมขับเคลื่อนอย่างจริงจังได้ภายในไม่เกินสิ้นปีนี้ ​โดยระหว่างนี้ ทางธนาคารได้นำร่องความร่วมมือศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดคาร์บอนเครดิตภาคสมัครใจของประเทศไทย (<strong>T-VER</strong>)  ​ร่วมกับทาง TGO และ KResearch พร้อมทั้ง​ภาคธุรกิจที่เป็น Key Playersในการขับเคลื่อนเรื่องคาร์บอนเครดิต​สำหรับความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อ​ได้ข้อมูลที่เจาะลึก ​น่าเชื่อถือ และเป็นผลการศึกษาที่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังเตรียมจัดคอร์ส <strong>NET ZERO CEO</strong> ร่วมกับทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นคอร์สระยะสั้นราว 4 เดือน ที่เตรียมเปิดอบรมในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อเป็นการขยายเครือข่ายให้กว้างและแข็งแรงยิ่งขึ้น</p>
<p><em>&#8220;การขับเคลื่อนเพื่อเติมเต็มระบบนิเวศในมิติต่างๆ ​ตอกย้ำถึงการเป็น Climate Solutions Providers ของธนาคารได้เป็นอย่างดี ​​เนื่องจาก การช่วยเหลือธุรกิจแค่เรื่องเงินอาจยังไม่เพียงพอในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ต้องมาพร้อมโซลูชั่น เหมือนเราให้เงินคนไปซื้อเพชร แต่ถ้าคนซื้อไม่มีความรู้เรื่องเพชร ก็อาจทำให้ได้เพชรด้อยคุณภาพ หรืออาจเป็นของปลอม ดังนั้น องค์ความรู้และเครือข่ายจึงมีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางหรือเล็ก ที่ความพร้อมในการเปลี่ยนผ่านต่างๆ อาจไม่มากเท่าผู้ประกอบการรายใหญ่&#8221;​ ​​</em></p>
<p>ทั้งนี้​ ​ <strong>Creative Climate Research Center</strong> จะจัดตั้งขึ้นภายใต้บริษัทลูกของธนาคารที่ชื่อว่า <strong>KOP50</strong> (ค็อปฟิฟตี้)​ ซึ่งเป็นรูปแบบบริษัทโฮลดิ้งของธนาคารที่ดูแลด้าน <strong>ESG Solutions </strong>โดยเฉพาะ ปัจจุบันมี 3 ​บริษัท ประกอบด้วย <strong>K Energy Plus</strong> ดูแลธุรกิจในกลุ่มพลังงานสะอาด เ บริษัท<strong> K Climate1.5</strong> ​ดูแลงานด้าน Carbon Credit Solutions ทั้ง​การให้คำปรึกษาในการเปลี่ยนผ่าน, การพัฒนาเครื่องมือในการประเมินวัดผล หรือรายงานต่างๆ ​และ <strong>Creative Climate Research Center</strong> เป็นบริษัทที่ 3 ที่เน้นการพัฒนาองค์ความรู้ พร้อมสื่อสารต่อสาธารณะ เพื่อเป็นประโยชน์ในการเปลี่ยนผ่าน รวมทั้งการจัดอบรมเพื่อเสริมความแข็งแรงทั้งในมิติของ Knowledge และ Network รวมทั้งช่วยต่อจิ๊กซอว์ภารกิจของธนาคารในการเติมเต็ม Carbon Ecosystem ด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/kbank-establish-creative-climate-research-center/">กสิกรตั้ง Creative Climate Research Center ดึงผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนักเคมี นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม เสริมทีมการเงิน เร่งโซลูชั่นปลี่ยนผ่าน ขยา​ย Carbon Ecosystem ประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมื่อ &#8216;Carbon = Currency&#8217; KBank ผนึก TGO ​ยกระดับ Carbon Ecosystem ประเทศไทย พร้อมเร่งพัฒนา Climate Solutions ​นำร่องโครงการศึกษา T-VER รอบด้าน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/the-2024-thailands-voluntary-carbon-market/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Jul 2024 12:11:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Market]]></category>
		<category><![CDATA[Crediting Mechanism]]></category>
		<category><![CDATA[GHG Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[KBank]]></category>
		<category><![CDATA[KBank x TGO]]></category>
		<category><![CDATA[KResearch]]></category>
		<category><![CDATA[Premium T-VER]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[research]]></category>
		<category><![CDATA[T-VER]]></category>
		<category><![CDATA[TCNN]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[The 2024 Thailand’s Voluntary Carbon Market]]></category>
		<category><![CDATA[กสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การลดก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. ณัฐริกา วายุภาพ นิติพน]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธ เอนกนิธิ]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[อบก]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27592</guid>

					<description><![CDATA[<p>องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (TGO) เครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (TCNN) ร่วมกับธนาคารกสิกรไทยและศูนย์วิจัยกสิกรไทย ร่วมอัพเดทสถานการณ์ตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจของไทย พร้อมแนวโน้มตลาดในอนาคต ผ่านงานวิจัย “The 2024 Thailand’s Voluntary Carbon Market” ​​จากการสำรวจโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย หรือ T-VER ตั้งแต่ในช่วงไตรมาสแรก ตั้งแต่เดือนมกราคม &#8211; มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา โดยได้จัดส่งแบบสำรวจให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องด้านตลาดคาร์บอน เพื่อรวบรวม วิเคราะห์ พร้อมจัดทำรายงานผลการสำรวจครั้งนี้ เพื่อศึกษาตลาดคาร์บอน พร้อมสำรวจพฤติกรรมจากภาคส่วนต่างๆ รวมทั้งติดตามสถานการณ์​ภายใน Carbon Ecosystem ภาคสมัครใจของตลาดคาร์บอนประเทศไทย ทั้งการกลุ่มผู้ซื้อ กลุ่มผู้ขาย วัตถุประสงค์ในการซื้อ รวมทั้งลักษณะโครงการ T-VER ที่เป็นที่​ต้องการของตลาด และโครงสร้างราคาคาร์บอนเครดิตในประเทศไทย พร้อมท้ัง​วิเคราะห์และประเมินทิศทาง​ตลาดคาร์บอนประเทศไทยในอนาคต เพื่อสร้างการรับรู้และเผยแพร่ข้อมูลสำหรับการพัฒนาเพื่อสร้างประโยชน์ในวงกว้างต่อไป โดยผลวิจัยชี้ว่า ผู้เล่นหน้าใหม่ต้องการความรู้เกี่ยวกับคาร์บอนเครดิต และการพัฒนามาตรฐานคาร์บอนเครดิตให้เทียบเท่าระดับสากล ส่วนกลุ่ม SMEs ต้องการทั้งความรู้และเงินทุน โดยจะมีการนำข้อมูลจากงานวิจัยนี้ ​ประกอบการพิจารณา เสนอแนะนโยบายส่งเสริมและผลักดันการพัฒนาตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจของประเทศไทย ดร. ณัฐริกา วายุภาพ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/the-2024-thailands-voluntary-carbon-market/">เมื่อ &#8216;Carbon = Currency&#8217; KBank ผนึก TGO ​ยกระดับ Carbon Ecosystem ประเทศไทย พร้อมเร่งพัฒนา Climate Solutions ​นำร่องโครงการศึกษา T-VER รอบด้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><em>องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (</em><em>TGO) </em><em>เครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (</em></strong><em><strong>TCNN)</strong> </em><em><strong>ร่วมกับธนาคารกสิกรไทยและศูนย์วิจัยกสิกรไทย</strong> ร่วมอัพเดทสถานการณ์ตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจของไทย</em></p>
<p><span id="more-27592"></span></p>
<p><em> พร้อมแนวโน้มตลาดในอนาคต ผ่านงานวิจัย “</em><strong><em>The </em><em>2024 </em></strong><em><strong>Thailand’s Voluntary Carbon Market</strong>” </em>​​จากการสำรวจโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย หรือ T-VER ตั้งแต่ในช่วงไตรมาสแรก ตั้งแต่เดือนมกราคม &#8211; มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา</p>
<p>โดยได้จัดส่งแบบสำรวจให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องด้านตลาดคาร์บอน เพื่อรวบรวม วิเคราะห์ พร้อมจัดทำรายงานผลการสำรวจครั้งนี้ เพื่อศึกษาตลาดคาร์บอน พร้อมสำรวจพฤติกรรมจากภาคส่วนต่างๆ รวมทั้งติดตามสถานการณ์​ภายใน Carbon Ecosystem ภาคสมัครใจของตลาดคาร์บอนประเทศไทย ทั้งการกลุ่มผู้ซื้อ กลุ่มผู้ขาย วัตถุประสงค์ในการซื้อ รวมทั้งลักษณะโครงการ T-VER ที่เป็นที่​ต้องการของตลาด และโครงสร้างราคาคาร์บอนเครดิตในประเทศไทย พร้อมท้ัง​วิเคราะห์และประเมินทิศทาง​ตลาดคาร์บอนประเทศไทยในอนาคต เพื่อสร้างการรับรู้และเผยแพร่ข้อมูลสำหรับการพัฒนาเพื่อสร้างประโยชน์ในวงกว้างต่อไป</p>
<p><em>โดยผลวิจัยชี้ว่า ผู้เล่นหน้าใหม่ต้องการความรู้เกี่ยวกับคาร์บอนเครดิต และการพัฒนามาตรฐานคาร์บอนเครดิตให้เทียบเท่าระดับสากล ส่วนกลุ่ม </em><em>SMEs </em><em>ต้องการทั้งความรู้และเงินทุน </em>โดยจะมีการนำข้อมูลจากงานวิจัยนี้ ​ประกอบการพิจารณา เสนอแนะนโยบายส่งเสริมและผลักดันการพัฒนาตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจของประเทศไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27595 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/TGO-2.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><em><strong>ดร. ณัฐริกา วายุภาพ นิติพน</strong> รองผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก รักษาการผู้อำนวยการ  </em>TGO กล่าวว่า TGO ได้เริ่มพัฒนาโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย หรือ T-VER​ มาตั้งแต่ปี พ.ศ.​ 2557 <strong>จนถึงปัจจุบันสามารถรับรองคาร์บอนเครดิต ตามมาตรฐาน T-VER ได้แล้วกว่า <em> 19.53 </em>ล้านตันคาร์บอนไดออกไซต์เทียบเท่า <em>(MtCO</em><em><sub>2</sub></em></strong><em><strong>eq) </strong></em><em><strong>จากโครงการ T-VER ทั้งสิ้น 169 โครงการ และมีปริมาณการซื้อขายคาร์บอนเครดิต TVERs ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 จนถึงปัจจุบัน (ถึงเดือนมิถุนายน 2567) มีปริมาณการซื้อขายคาร์บอนเครดิตเกิดขึ้นในตลาดแรก และตลาดรอง จำนวนกว่า 3.42 ล้านตัน CO<sub>2</sub>eq​ คิดเป็นมูลค่าซื้อขายรวมกว่า 299 ล้านบาท</strong></em></p>
<p><em><strong>ทั้งนี้ มีจำนวนผู้ขอขึ้นทะเบียนโครงการรวมทั้งสิ้น 438 โครงการ ซึ่ง 434 โครงการ มาจากโครงการภายใต้มาตรฐาน T-VER และอีก​ 4 โครงการ</strong> <strong>เป็นการขอขึ้นทะเบียนตามมาตรฐานใหม่ ที่เพิ่งเริ่มทำการปรับปรุงเพื่อยกระดับมาตรฐานการรับรองให้เทียบเท่ากับ Global Standard อย่าง VERRA หรือ Gold Standard ตามความต้องการของฝั่งดีมานด์ หรือกลุ่มผู้ซื้อที่ต้องการซื้อคาร์บอนเครดิตที่มีคุณภาพสูงได้เทียบเท่ามาตรฐานในระดับสากล </strong></em><em><strong>ภายใต้</strong></em><strong><em>โครงการใหม่ที่ชื่อว่า Premium T-VER ซึ่งได้ขับเคลื่อนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 จนถึงปัจจุบันมีผู้ยื่นคำร้องขอขึ้นทะเบียนเพิ่มเติม และอยู่ระหว่างการพิจารณาตามกระบวนการรับรองเพื่อขึ้นทะเบียนอีกราว 27 โครงการ </em></strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27596 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/T-VER1.jpg" alt="" width="1200" height="448" /></p>
<p><em><strong>ขณะที่มูลค่าตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจของไทยในระยะ 9 เดือนของปีงบประมาณ 2567 เติบโตขึ้นกว่า 17%</strong> เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า รวมถึงโอกาสที่ตลาดจะขยายตัวจากแรงกระตุ้นของร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. &#8230; ที่จะปรับใช้ในอนาคต อีกด้วย </em></p>
<p><em>&#8220;สำหรับการขับเคลื่อนมาตรฐาน T-VER เป็นการขับเคลื่อนตามแนวทาง Crediting Mechanism ซึ่งเปิดกว้างให้กับทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคประชาชน ในการนำโปรเจ็กต์ต่างๆ ที่ต้องการได้รับการรับรองการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก (GHG) ต้องสามารถพัฒนาโครงการเพื่อขึ้นทะเบียนตามมาตรฐาน T-VER ให้ได้ก่อน หลังจากนั้นหากสามารถทำการลด GHG ภายใต้โครงการนั้นๆ ได้จึงจะได้รับการรับรองปริมาณที่ลดลงหรือ GHG Reduction จึงจะเรียกว่าได้รับการรับรองคาร์บอนเครดิต ซึ่งถือเป็นการดำเนินการในภาคสมัครใจ ขณะที่<strong>การเพิ่มเติมมาตรฐาน Premium T-VER เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องทำการซื้อขายกับต่างประเทศ โดยได้ทำการยกระดับความเข้มข้นในการรับรองเช่นเดียวกับมาตรฐานที่ทั่วโลกให้การยอมรับ ซึ่งจะทำให้การรับรองภายใต้มาตรฐาน Premium T-VER ได้รับการยอมรับในตลาดโลก ในระดับเดียวกับ VERRA หรือ  Gold Standard ​เช่นเดียวกัน</strong>&#8220;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27597 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/T-VER2.jpg" alt="" width="1200" height="447" /></p>
<p>นอกจากนี้ TGO ยังเข้าไปมีบทบาทในการขับเคลื่อนการพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิตในฝั่งผู้ซื้อ (Demand) ผ่านการจัดตั้ง<strong> เครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (Thailand Carbon Neutral Network : </strong><strong>TCNN)</strong> ในปี พ.ศ. 2564 จนถึงปัจจุบันมีสมาชิก 646 องค์กร ทั้งจากภาครัฐ เอกชน อุตสาหกรรม สื่อมวลชน ประชาชน รวทั้งมหาวิทยาลัย เพื่อส่งเสริมการซื้อขายคาร์บอนเครดิตภาคสมัครใจในประเทศไทย</p>
<p><em>ด้าน </em><strong><em>คุณพิพิธ เอนกนิธิ </em></strong><em>ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย​ (KBank) </em><em>กล่าวว่า <strong>ในประเทศไทยปริมาณการซื้อขายคาร์บอนเครดิตถือว่ายังอยู่ในระดับต่ำ คิดเป็นสัดส่วนเพียง </strong></em><strong><em>0.77%</em></strong><em><strong> ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทยทั้งหมด</strong> <strong>โดยอุปสรรคสำคัญหนึ่งก็คือต้นทุนในการดำเนินการ ทั้งต้นทุนค่าประเมินและรับรองคาร์บอนเครดิต ซึ่งส่งผลต่อการเติบโตของตลาดคาร์บอนเครดิตในประเทศ</strong> </em><em>โดยเฉพาะกลุ่มผู้พัฒนาโครงการรายเล็กที่ขาดแคลนเงินทุน</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27598 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/01KBank-x-TGO-re.jpg" alt="" width="1200" height="762" /></p>
<p><em>ขณะที่ <strong>การเพิ่มศักยภาพในการซื้อขายคาร์บอนเครดิต จะสามารถช่วยลดต้นทุนการบรรลุเป้าหมายสู่  Carbon Neutrality และ Net zero ของประเทศได้มากกว่า 50% รวมทั้งสามารถเปรียบเทียบเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ไม่ต่ำกว่า 9 ล้านล้านบาท ภายในปี 2030 ดังนั้น การพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิตสามารถสร้าง GHG Reduction ได้มากกว่า 50% โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็น Net Zero ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้</strong> ​</em><em> ธนาคารจึงเห็นความสำคัญในการศึกษาอุปสงค์ อุปทาย หรือการศึกษาปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลกระทบ ต่อการพัฒนาตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจของประเทศไทย</em></p>
<p>ทั้งนี้ KBank ได้วางวิสัยทัศน์ในการก้าวเข้าสู่การเป็น <strong>ธนาคารแห่งความยั่งยืน</strong> หรือ <strong>Bank of Sustainability</strong>  เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศไทย (Carbon Neutrality)​ รวมทั้งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) โดยเฉพะการช่วยให้ภาคธุรกิจเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขัน <strong><em>ในยุค</em> Climate Game ที่มูลค่าของธุรกิจไม่ได้มองเพียงแค่มิติของผลกำไร แต่ยังต้องดูปัจจัยในเรื่องของสิ่งแวดล้อมและการดูแลสังคมควบคู่ไปด้วย</strong>  โดยที่ผ่านมา ธนาคารได้มีการปรับกระบวนการทำงานให้สอดคล้องกับทิศทางที่จะก้าวไป โดยเฉพาะในบทบาทของภาคการเงินผ่านการสนับสนุน <strong>Sustainable Financing</strong> รวมทั้งขับเคลื่อน Investment Community ซึ่ง<strong>คาดว่ายอดการให้สินเชื่อรวมท้ังการลงทุนที่เชื่อมโยงกับเรื่องของความยั่งยืนในประเทศไทย ทั้งปีนี้น่าจะมากกว่า​ 1 แสนล้านบาท  </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27608 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/KBANK-Carbon3.jpg" alt="" width="1200" height="408" /></p>
<p>และไม่เพียงการสนับสนุนผ่านเม็ดเงิน แต่ยังมีการพัฒนาโซลูชันด้านสิ่งแวดล้อมที่ภาคธุรกิจมีความต้องการ หรือการพัฒนา<strong> Climate Solutions</strong> ทั้งการศึกษา วิจัย การจัดทำ Carbon Accounting รวมทั้งการทำธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับคาร์บอนเครดิตและระบบนิเวศที่เกี่ยวข้อง หรือ Carbon Ecosystem เพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจในการเปลี่ยนผ่าน และรับมือต่อความท้าทายจากระเบียบ กติกาการค้าใหม่ๆ จากทั่วโลก เพื่อสร้าง​โอกาสใหม่ให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้มากขึ้น รวมทั้งการจัดตั้งโครงการ <strong>Creative Climate Research Center</strong> เพื่อเป็นแพลตฟอร์มรวบรวมองค์ความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ</p>
<p>พร้อมนำร่องด้วยการนำเสนอผลการ<em>สำรวจสถานการณ์ตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจของไทย เพื่</em><em>อนำเสนอบทวิเคราะห์แบบเจาะลึกตรงประแด็นและเชื่อถือได้ เพื่อใช้เป็นประโยชน์ในการวางแผนแนวทางการพัฒนาตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจในประเทศไทย ให้เป็นที่ยอมรับในตลาดสากล พร้อมสามารถขยายผล สร้างมูลค่าทางธุรกิจจากตลาดคาร์บอนได้</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27600 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/KBANK-Carbon2.jpg" alt="" width="1200" height="448" /></p>
<p><em>สำหรับผลจากการศึกษาในครั้งนี้ พบหลายประเด็นที่มีความน่าสนใจ เช่น </em></p>
<p><em><strong>&#8211; คาร์บอนเครดิตที่มีการซื้อขายมีปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการลดก๊าซเรือนกระจก </strong></em></p>
<p><em><strong>&#8211; อินไซต์จากฝั่งซัพพลาย พบว่า ผู้พัฒนาโครงการคาร์บอนเครดิต มีแผนจะนำคาร์บอนเครดิตประเภทพลังงานทดแทนออกขายในตลาด ขณะเดียวกันคาร์บอนเครดิตประเภทป่าไม้ที่มีราคาสูงจะมีออกขายในตลาดน้อย เนื่องจากผู้พัฒนามีแนวโน้มจะนำเครดิตไปใช้สำหรับชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตนเองมากกว่า</strong> </em></p>
<p><strong>&#8211; ส่วนมิติด้านราคา พบว่า ผู้พัฒนาโครงการหรือผู้ขายคาร์บอนเครดิตยินดีที่จะขาย มีแนวโน้มสูงกว่าราคาที่ผู้ซื้อยินดีที่จะซื้อในทุกกลุ่มประเภทโครงการ</strong></p>
<p><strong>&#8211; สำหรับด้าน​​มาตรการสนับสนุน</strong> พบว่า ควรมุ่งเน้นไปที่ 2 ส่วน ผ่านการสนับสนุนผู้เล่นใหม่เข้ามาในตลาด ซึ่งต้องการความรู้เกี่ยวกับแนวทางการลดก๊าซเรือนกระจก การพัฒนาโครงการ การขึ้นทะเบียนคาร์บอนเครดิต และกระบวนการซื้อขาย และส่วนที่ 2 ผ่านการพัฒนามาตรฐานคาร์บอนเครดิตในประเทศให้เทียบเท่าและได้รับการยอมรับในระดับสากล</p>
<p>&#8211; <strong>ด้านความต้องการของผู้เล่นในตลาดที่เป็นกลุ่ม SMEs</strong> ต้องการให้มีนโยบายสนับสนุนด้านความรู้และความช่วยเหลือทางการเงิน และสร้างแรงจูงใจโดยการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขอรับรองคาร์บอนเครดิตสำหรับผู้พัฒนาโครงการและมีกลไกอุดหนุนราคาคาร์บอนเครดิตเพื่อให้ธุรกิจ SMEs เข้าร่วมในตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27599 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/KBANK-Carbon1.png" alt="" width="1200" height="446" /></p>
<p>ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดรายงาน<strong> <em>“</em><em>The </em><em>2024 </em></strong><em><strong>Thailand’s Voluntary Carbon Market”</strong> </em>ฉบับเต็มได้<a href="https://carbonmarket.tgo.or.th/tools/files.php?mod=ZG93bmxvYWQ=&amp;type=X0ZJTEVT&amp;files=Mzk=" target="_blank" rel="noopener"> ที่นี่​</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/the-2024-thailands-voluntary-carbon-market/">เมื่อ &#8216;Carbon = Currency&#8217; KBank ผนึก TGO ​ยกระดับ Carbon Ecosystem ประเทศไทย พร้อมเร่งพัฒนา Climate Solutions ​นำร่องโครงการศึกษา T-VER รอบด้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บีซีพีจีจับมือกสิกรไทย ออกหุ้นกู้ “บอนด์พลัสคาร์บอนเครดิต” ตัวแรกของไทยเพื่อการพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิตผ่านนวัตกรรมการระดมทุนโดยจัดจำหน่ายให้ผู้ลงทุนสถาบัน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/bcpg-join-kbank-launch-carbon-credit-bond-plus/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 14 Jul 2024 15:24:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[KBank]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[กสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐริกา วายุภาพ นิติพน]]></category>
		<category><![CDATA[ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไอซีบีซี (ไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[นิวัติ อดิเรก]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บอนด์พลัสคาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธ เอนกนิธิ]]></category>
		<category><![CDATA[สาระ ล่ำซำ]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[เสี่ยวปอ หลี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27387</guid>

					<description><![CDATA[<p>บีซีพีจี จับมือ กสิกรไทย ออกหุ้นกู้ “บอนด์พลัสคาร์บอนเครดิต” เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อการพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิตผ่านนวัตกรรมการระดมทุน โดยจัดจำหน่ายให้ผู้ลงทุนสถาบัน ด้วยมูลค่าบอนด์รวม 2,000 ล้านบาท ซึ่งหุ้นกู้ที่จ่ายดอกเบี้ยคงที่และมีส่วนส่งเสริมการขายของหุ้นกู้ ที่ผู้ลงทุนสามารถเลือกรับคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) ที่ผ่านการรับรองจาก อบก. หรือเลือกรับใบรับรองเครดิตการผลิตพลังงานหมุนเวียน (REC) ซึ่งผ่านการรับรองตามมาตรฐาน I-REC บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนระดับแนวหน้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้ออกและเสนอขายหุ้นกู้รุ่นอายุ 3 ปี และ 5 ปี แก่ผู้ลงทุนสถาบันชั้นนำในประเทศ มูลค่ารวม 2,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 มีธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ในครั้งนี้ โดยหุ้นกู้ดังกล่าวมีความพิเศษ ที่นอกจากผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่เหมือนหุ้นกู้โดยทั่วไปแล้ว ยังมีส่วนส่งเสริมการขายของหุ้นกู้ โดยสามารถเลือกรับเป็นคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) ที่ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานตามโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/bcpg-join-kbank-launch-carbon-credit-bond-plus/">บีซีพีจีจับมือกสิกรไทย ออกหุ้นกู้ “บอนด์พลัสคาร์บอนเครดิต” ตัวแรกของไทยเพื่อการพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิตผ่านนวัตกรรมการระดมทุนโดยจัดจำหน่ายให้ผู้ลงทุนสถาบัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>บีซีพีจี จับมือ กสิกรไทย ออกหุ้นกู้ </em><em>“</em><strong><em>บอนด์พลัสคาร์บอนเครดิต</em></strong><em><strong>”</strong> </em><em>เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อการพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิตผ่านนวัตกรรมการระดมทุน โดยจัดจำหน่ายให้ผู้ลงทุนสถาบัน ด้วยมูลค่าบอนด์รวม </em><em>2,000 </em><em>ล้านบาท </em>ซึ่งหุ้นกู้ที่จ่ายดอกเบี้ยคงที่และมีส่วนส่งเสริมการขายของหุ้นกู้ ที่ผู้ลงทุนสามารถเลือกรับคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) ที่ผ่านการรับรองจาก อบก. หรือเลือกรับใบรับรองเครดิตการผลิตพลังงานหมุนเวียน (REC) ซึ่งผ่านการรับรองตามมาตรฐาน I-REC</p>
<p><span id="more-27387"></span></p>
<p><strong><em>บริษัท บีซีพีจี จำกัด </em><em>(</em><em>มหาชน</em><em>) </em></strong>ผู้ประกอบธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนระดับแนวหน้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้ออกและเสนอขายหุ้นกู้รุ่นอายุ 3 ปี และ 5 ปี แก่ผู้ลงทุนสถาบันชั้นนำในประเทศ มูลค่ารวม 2,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 มีธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ในครั้งนี้ โดยหุ้นกู้ดังกล่าวมีความพิเศษ ที่นอกจากผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่เหมือนหุ้นกู้โดยทั่วไปแล้ว ยังมีส่วนส่งเสริมการขายของหุ้นกู้ โดยสามารถเลือกรับเป็นคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) ที่ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานตามโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) ที่องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) พัฒนาขึ้น หรือเลือกรับเป็นใบรับรองเครดิตการผลิตพลังงานหมุนเวียน (I-REC) ซึ่งผ่านการรับรองตามมาตรฐานของ The International REC Standard Foundation (I-REC) หรือ International Tracking Standard Foundation (I-TRACK Foundation) ทั้งนี้ผู้ลงทุนสามารถนำ Carbon Credit หรือใบรับรองเครดิตการผลิตพลังงานหมุนเวียนดังกล่าวที่ได้รับจากบีซีพีจี ซึ่งผลิตจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องมือสำหรับการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Offsetting) เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปซื้อขายในตลาดรอง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาสภาพคล่องของตลาดการซื้อขายคาร์บอนเครดิตในประเทศไทยอีกด้วย</p>
<p><strong>นายนิวัติ อดิเรก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่</strong> <strong>บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน)</strong> <em>เปิดเผยว่า</em> ในขณะที่โลกกำลังให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น บีซีพีจีเองก็มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการบูรณการความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับนวัตกรรมทางการเงิน ธุรกรรมในครั้งนี้จึงเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะ “สร้างโลกสีเขียวที่ยั่งยืน” ตามวิสัยทัศน์ของบริษัท นอกจากนี้<br />
บีซีพีจียังเป็นหนึ่งในผู้ร่วมจัดตั้ง Carbon Markets Club เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับ คาร์บอนเครดิตและมีแพลทฟอร์มที่สามารถคำนวณการปล่อยปริมาณ Carbon และซื้อขายคาร์บอนเครดิต เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนที่มีอุดมการณ์เดียวกันในการแก้ปัญหาโลกร้อน สามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิตกันได้ตามความสมัครใจ การให้คาร์บอนเครดิตแก่ผู้ลงทุนในครั้งนี้ ยังเป็นการสนับสนุนให้ผู้ลงทุนชั้นนำของไทยเข้าใจเรื่องการซื้อขายคาร์บอนเครคิตในตลาดรองเพิ่มมากขึ้น ในปัจจุบัน บีซีพีจีได้บรรลุเป้าหมายหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในประเทศไทยตั้งแต่ในปี 2565 และตั้งเป้าเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2593</p>
<p><strong>นางณัฐริกา วายุภาพ นิติพน รองผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และรักษาการผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก</strong> ขอแสดงความชื่นชมกับบีซีพีจี ธนาคารกสิกรไทยและผู้ลงทุนทุกท่านกับความสำเร็จของธุรกรรมและความคิดริเริ่มในการนำคาร์บอนเครดิตที่มีความน่าเชื่อถือ ตรวจสอบได้ วัดได้จริง มีมาตรฐานจากการทำโครงการ T-VER และผ่านการรับรองจาก อบก. มาเป็นส่วนเพิ่มเติมให้กับผู้ลงทุน โดย อบก. ดำเนินการโอนคาร์บอนเครดิตจากบัญชีของบีซีพีจีในฐานะผู้พัฒนาโครงการ ไปยังบัญชีของผู้ลงทุนจำนวนรวม 21,600 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า อบก. เชื่อว่าธุรกรรมนี้จะเป็นแรงส่งทำภาคส่วนต่างๆ เห็นความสำคัญในเรื่องการมีส่วนร่วมลดก๊าซเรือนกระจก ส่งผลให้เกิดโครงการลดก๊าซเรือนกระจกเพิ่มมากขึ้น และนำพาให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายได้ในที่สุด</p>
<p>ปัจจุบัน ตลาดคาร์บอนเครดิตภาคสมัครใจในไทย เห็นความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ อบก. ได้มีการผลักดันโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) ออกมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 ปัจจุบัน มีโครงการที่ขึ้นทะเบียนโครงการ T-VER แล้ว 438 โครงการ ในจำนวนนี้มี 169 โครงการที่ได้รับการรับรองคาร์บอนเครดิต และมี(คาร์บอนเครดิต)ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลด/กักเก็บได้ รวมทั้งสิ้น 19,537,269 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยตั้งแต่ปี 2559 มีปริมาณการซื้อขายคาร์บอนเครดิตแล้ว 3,422,956 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า คิดเป็นมูลค่าราว 299 ล้านบาท อบก. เชื่อว่า นอกจากตลาดคาร์บอนเครดิตภาคสมัครใจจะเป็นส่วนช่วยสนับสนุนในการลดก๊าซเรือนกระจกแล้ว ยังก่อให้เกิดผลประโยชน์ร่วมทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เช่น เพิ่มพื้นที่สีเขียวและความหลากหลายทางชีวภาพให้กับชุมชน ลดมลพิษด้านสิ่งแวดล้อม เพิ่มรายได้แก่ชุมชน เพิ่มมูลค่าของเสียหรือของเหลือทิ้งทางการเกษตรและครัวเรือน เป็นต้น</p>
<p><strong>นายพิพิธ เอนกนิธิ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย </strong>เปิดเผยว่า ธนาคารมุ่งมั่นสู่การเป็นผู้นำด้าน ESG ของกลุ่มธนาคารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีเป้าหมายหลักสำคัญ อาทิ การเป็นธนาคารที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ จากการดําเนินงานของธนาคารเป็นศูนย์ภายใน ปี พ.ศ. 2573 รวมถึงการให้บริการที่มากกว่าบริการทางการเงิน เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทย  โดยที่ผ่านมาธนาคารได้ร่วมเสริมสร้างความยั่งยืนผ่านการสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ตลาดทุนที่ร่วมส่งเสริมการลดการปล่อย GHG ของประเทศไทยมาโดยตลอดทั้งในรูปแบบของการออกผลิตภัณฑ์การลงทุน ผลิตภัณฑ์การบริหารความเสี่ยงและบริการระดมทุนผ่านหุ้นกู้  สำหรับการเข้าร่วมเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและเป็นผู้ลงทุนหลัก (Cornerstone Investor) ของหุ้นกู้บีซีพีจีครั้งนี้ ได้ทำให้ธนาคารได้ก้าวไปสู่เป้าหมายสำคัญด้านความยั่งยืนอีกขั้น โดยสามารถเชิญชวนให้ผู้ลงทุนสถาบันต่างๆ เข้ามาเรียนรู้กระบวนการเปิดบัญชีคาร์บอนเครดิตกับทาง อบก. แบ่งปันความรู้ทางด้าน ESG รวมถึงการจัดการด้านการบัญชีและภาษีที่เกี่ยวข้องคาร์บอนเครดิตอีกด้วย ทั้งนี้ สำหรับคาร์บอนเครดิตที่ทางธนาคารได้รับธุรกรรมดังกล่าว จะถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องมือในการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Offsetting) ของธนาคารต่อไป</p>
<p><strong>นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ </strong>เปิดเผยว่า กบข. ให้ความสำคัญกับการบูรณาการปัจจัยด้าน ESG เข้ามาในการดำเนินงานขององค์กรมาโดยตลอด และ กบข. ให้การสนับสนุนผู้ออกตราสารหนี้ ESG และนวัตกรรมใหม่ ๆ ในตลาดการเงินเสมอมา กบข. มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการนำธุรกรรมการลงทุนในตลาดทุนและการพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิตมารวมกันไว้เป็นโครงการนวัตกรรมทางการเงินด้วยกันเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ทั้งนี้ กบข. ยังได้นำคาร์บอนเครดิตที่ได้รับมาไปขายต่อในตลาดรองซึ่งเป็นการส่งเสริมสภาพคล่องให้กับตลาดคาร์บอนเครดิตในประเทศไทยอีกด้วย</p>
<p><strong>นายเสี่ยวปอ หลี่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไอซีบีซี (ไทย)</strong> หนึ่งในกลุ่มไอซีบีซี ธนาคารพาณิชย์ชั้นนำระดับโลก เปิดเผยว่า ธุรกรรมนี้ถือเป็นนวัตกรรมของตลาดตราสารหนี้และตลาดคาร์บอนเครดิต ไอซีบีซี (ไทย) พร้อมสนับสนุนการพัฒนาของตลาดทุนและผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับ ESG อย่างต่อเนื่องในอนาคต โดยทั้งบริษัทผู้ออกตราสารหนี้ และผู้ลงทุนต่างต้องการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม ธุรกรรมครั้งนี้จึงถือเป็นก้าวแรกและก้าวสำคัญในการสร้างนวัตกรรมใหม่ ควบคู่ไปกับการพัฒนาตลาดทุนให้สอดคล้องกับเรื่อง ESG เพื่อให้บริษัทและผู้ลงทุนในวงกว้างรับรู้และให้ความสนใจในธุรกรรมการเงินแบบยั่งยืนมากยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) </strong>เปิดเผยว่า เมืองไทยประกันชีวิตเล็งเห็นถึงความสำคัญที่จะนำแนวคิดการพัฒนามาผสานกับเรื่องของการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงความยั่งยืน ทั้งประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ (ESG) ในทุกกระบวนการ เพื่อส่งมอบคุณค่าระยะยาวแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย โดยธุรกรรมการลงทุนในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินงานของบริษัทในการบูรณาการแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นการช่วยเพิ่มโอกาสในการลงทุนของบริษัท และเป็นการสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิตในประเทศไทยอีกทางหนึ่งอีกด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/bcpg-join-kbank-launch-carbon-credit-bond-plus/">บีซีพีจีจับมือกสิกรไทย ออกหุ้นกู้ “บอนด์พลัสคาร์บอนเครดิต” ตัวแรกของไทยเพื่อการพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิตผ่านนวัตกรรมการระดมทุนโดยจัดจำหน่ายให้ผู้ลงทุนสถาบัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยุค Decarbonization ‘แบงก์ต้องช่วยได้มากกว่าแค่เรื่องเงิน’ อ่านยุทธศาสตร์ KBANK Climate 2024 พร้อมภารกิจช่วยประเทศไทยส่งการบ้าน​ Net Zero ​​​2065</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/03/kbank-climate-strategy-together-transitioning-away/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 Mar 2024 15:15:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Beyond Banking]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Solutions Provider]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Earning Brown]]></category>
		<category><![CDATA[Earning Green]]></category>
		<category><![CDATA[KBank]]></category>
		<category><![CDATA[KBANK Climate Strategy 2024]]></category>
		<category><![CDATA[KBANK Pathway to Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[NDC]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Together ‘Transitioning Away]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[กสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธ เอนกนิธิ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=24593</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป็นหนึ่งในภาคการเงินที่เริ่มขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืนมาจนตกผลึกมาไม่ต่ำกว่า 10 ปี ​ขณะที่ในปัจจุบันถนนทุกสายต่างมุ่งสู่เส้นทางของความยั่งยืน ทำให้ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK กลายเป็นหนึ่งในองค์กรที่มีความเข้าใจในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี ​สามารถเป็นอีกหนึ่ง Best Practice ที่พร้อมแชร์ทั้งความรู้ และเทคโนโลยี รวมทั้งเป็นหนึ่งในไม่กี่องค์กรที่มีความพร้อมในการประกาศเป้าหมายสู่ Net Zero ​ทั้งสโคป 1 และ 2 ได้ภายในปี 2030 นอกจากนี้ ยังเริ่มวางแผนเพื่อขับเคลื่อนสโคป 3 ทั้งการจัดสรรโซลูชั่นทางการเงิน การถ่ายทอดองค์ความรู้ สนับสนุนด้านเทคโนโลยี รวมทั้งการทำ Business Matching​​ ของเครือข่ายที่อยู่ภายในอีโคซิสเต็มเพื่อช่วยเหลือลูกค้าแต่ละกลุ่มภายในพอร์ตโฟลิโอ สำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ซึ่งนอกจากเป็นเป้าหมายของธนาคารเอง ยังเป็นการสนับสนุน​เป้าหมายระดับประเทศ ที่ประกาศจะเป็น Net Zero ภายในปี 2065 อีกด้วย KBANK Pathway to Net Zero  การวางยุทธศาสตร์ KBANK Climate Strategy 2024 ภายใต้แนวคิด Together ‘Transitioning Away’ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/kbank-climate-strategy-together-transitioning-away/">ยุค Decarbonization ‘แบงก์ต้องช่วยได้มากกว่าแค่เรื่องเงิน’ อ่านยุทธศาสตร์ KBANK Climate 2024 พร้อมภารกิจช่วยประเทศไทยส่งการบ้าน​ Net Zero ​​​2065</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เป็นหนึ่งในภาคการเงินที่เริ่มขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืนมาจนตกผลึกมาไม่ต่ำกว่า 10 ปี ​ขณะที่ในปัจจุบันถนนทุกสายต่างมุ่งสู่เส้นทางของความยั่งยืน</p>
<p><span id="more-24593"></span></p>
<p>ทำให้ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK กลายเป็นหนึ่งในองค์กรที่มีความเข้าใจในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี ​สามารถเป็นอีกหนึ่ง Best Practice ที่พร้อมแชร์ทั้งความรู้ และเทคโนโลยี รวมทั้งเป็นหนึ่งในไม่กี่องค์กรที่มีความพร้อมในการประกาศเป้าหมายสู่ Net Zero ​ทั้งสโคป 1 และ 2 ได้ภายในปี 2030</p>
<p>นอกจากนี้ ยังเริ่มวางแผนเพื่อขับเคลื่อนสโคป 3 ทั้งการจัดสรรโซลูชั่นทางการเงิน การถ่ายทอดองค์ความรู้ สนับสนุนด้านเทคโนโลยี รวมทั้งการทำ Business Matching​​ ของเครือข่ายที่อยู่ภายในอีโคซิสเต็มเพื่อช่วยเหลือลูกค้าแต่ละกลุ่มภายในพอร์ตโฟลิโอ สำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ซึ่งนอกจากเป็นเป้าหมายของธนาคารเอง ยังเป็นการสนับสนุน​เป้าหมายระดับประเทศ ที่ประกาศจะเป็น Net Zero ภายในปี 2065 อีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24598 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/KBANK-Pathway.jpg" alt="" width="1200" height="670" /></p>
<p><strong>KBANK Pathway to Net Zero </strong></p>
<p>การวางยุทธศาสตร์ <strong>KBANK Climate Strategy 2024</strong> ภายใต้แนวคิด <strong>Together ‘Transitioning Away’</strong> เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในยุค Decarbonization ซึ่งมีความน่าสนใจทั้งในกระบวนการและวิธีคิด โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านที่ต้องร่วมมือกันทั้งระบบนิเวศ ผ่านการวางไทม์ไลน์ การเลือกกลุ่มที่จะเป็น Priority ในการเข้าไปนำร่องเพื่อเปลี่ยนผ่าน รวมทั้งการตรวจสอบและวัดผลผ่านการวางเป้าหมายไว้ในแต่ละ​ระยะ เพื่อนำไปประเมินสำหรับการขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด</p>
<p><strong>คุณพิพิธ เอนกนิธิ</strong> กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวถึงผลกระทบต่อปัญหา Climate Change ที่มากกว่าความเปลี่ยนแปลงที่มีต่อระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อม หรือสภาพอากาศ​​ แต่ยังมี​มิติที่ใกล้ตัวและส่งผลต่อปากท้องรวมทั้งเงินในกระเป๋าของผู้คนทั่วโลก เพราะหากไม่แก้ไข ปล่อยให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นจนแตะ 3.2 องศาเซลเซียส ภายในปี 2050 จะส่งผลกระทบให้ GDP ทั่วโลกลดลงถึง 18% หรือคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 18 ล้าน​ล้าน​เหรียญสหรัฐ ซึ่งสร้างความเสียหายมากกว่าผลกระทบจากโควิดถึง 6 เท่า จากผลกระทบช่วงโควิดที่ผ่านมาสร้างความเสียหายต่อ GDP โลกที่ราว 3%</p>
<p>ขณะที่การประเมินผลกระทบของประเทศไทย จะส่งผลกระทบต่อ GDP​​ 44% หรือมีมูลค่าความเสียหาย 2.18 แสนล้านเหรียญสหรัฐ​ นอกจากนี้ หาก Big 3 ของโลกทั้งจีน สหรัฐ และยุโรป ขับเคลื่อนกฎระเบียบที่เชื่อมโยงกับปริมาณคาร์บอนฟุตพรินท์ของสินค้าอย่างจริงจัง จะส่งผลต่อผู้ประกอบการส่งออกของไทยถึง 40-45% ซึ่งมีมูลค่ารวมกันกว่า 1.14 แสนล้านเหรียญสหรัฐ รวม​ถึงกฏหมายภายในประเทศที่จะเริ่มกำหนดให้ภาคธุรกิจต้องวัดผลและรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (MRV) มาตรการจำกัดสิทธิผู้ประกอบการเรื่องการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Cap and Trade) มาตรการจัดเก็บภาษีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากสินค้าภาคอุตสาหกรรม (Carbon Tax) รวมถึงการทำธุรกรรมเกี่ยวกับคาร์บอนเครดิต ซึ่งจะกระทบกับผู้ประกอบธุรกิจในวงกว้าง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24596 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/6-5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>​&#8221;ในส่วนของ KBANK ​ได้ปรับตัวให้ความสำคัญเรื่องความยั่งยืนมามากกว่า 10 ปี โดยในปี 2021 ได้ประกาศขับเคลื่อนสู่ Net Zero พร้อมปักธงเพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero Emission ทั้งสโคป 1 และ 2 ภายในปี 2030 ผ่าน <strong>กลยุทธ์ Green Operation หรือการปรับเปลี่ยนกระบวนการภายในองค์กร</strong> เช่น ติดตั้งหลังคาโซลาร์ที่อาคารหลักครบทั้ง 7 แห่ง และตั้งเป้าติดตั้งเพิ่มที่สาขา จำนวน 78 สาขา ภายในกลางปี รวมทั้งการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าภายในองค์กรแล้ว 183 คัน ทำให้ธนาคารสามารถลดคาร์บอนลงได้ต่อเนื่อง โดยปี 2023 ลดลงได้ 12.74% จากปีฐาน (2020) รวมทั้งการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิตและเป็นองค์กร Carbon Neutrality มาแล้ว 6 ปีต่อเนื่อง ประกอบกับการที่เราเริ่มทำก่อน ทำให้มีความเข้าใจ รวมทั้งรู้จักตัวเองว่าสามารถทำอะไรได้ หรือทำอะไรไม่ได้ ซึ่งในส่วนที่ทำไม่ได้ก็จะหาพาร์ทเนอร์เพื่อมาร่วมขับเคลื่อนเพื่อสามารถไปสู่เป้าหมายได้ร่วมกัน&#8221; ​</em></p>
<p>ส่วน<strong>สโคป 2 ได้วางกลยุทธ์ Green Finance</strong> <strong>ผ่านเครื่องมือทางการเงินเพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจ </strong>ในการเปลี่ยนผ่านอย่างครบวงจร ทั้งการให้สินเชื่อ Green Loan , การสนับสนุน Impact Fund สำหรับธุรกิจหรือสตาร์ทอัพที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวก รวมทั้งนำเสนอผลิตภัณฑ์ลงทุนเพื่อนำไปสนับสนุนธุรกิจที่สอดคล้องกับ ESG ต่างๆ โดยตั้งเป้าเม็ดเงินสำหรับลงทุนระยะยาวจนถึงปี 2030 ไว้ที่กว่า 2 แสนล้านบาท โดยปัจจุบันใช้เม็ดเงินไปแล้วรวม 73,397 ล้านบาท และตั้งเป้าใช้เม็ดเงินจนถึงสิ้นปีนี้ที่ 1 แสนล้านบาท ขณะที่ธนาคารได้กำหนด 5 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อนำร่องการเปลี่ยนผ่านในช่วงปี 2022-2023 โดยเน้นกลุ่มที่สร้าง Carbon Emission ในระดับสูง ได้แก่ ธุรกิจโรงไฟฟ้า น้ำมันและแก๊ส ถ่านหิน ซิเมนต์ และอลูมิเนียม ซึ่งหากกลุ่มเหล่านี้เปลี่ยนผ่านได้สำเร็จ ก็จะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนและก๊าซเรือนกระจกในภาพรวมลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ก่อนจะขยายไปสู่ธุรกิจอื่นๆ ที่อยู่ในระบบนิเวศเป็นลำดับต่อไป ซึ่งการขับเคลื่อนที่ผ่านมา หนึ่งในธุรกิจนำร่องอย่างโรงไฟฟ้า ได้รับการสนับสนุนสินเชื่อไปแล้วกว่า 3,800 ล้านบาท ส่งผลให้ Carbon Emission ของธนาคารในพอร์ตกลุ่มนี้ลดลงกว่า 5% เร็วกว่า​เป้าหมายที่ตั้งเป้าจะลดลงได้ 4% ภายในปี 2025</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24600 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/3-Scope.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p><strong>มากกว่า &#8216;แบงก์&#8217; สู่ Climate Solutions Provider </strong></p>
<p>KBANK ประเมินการบรรลุ Net Zero ในสโคป 3 พบปริมาณ Net Zero Emission ที่มากกว่าในสโคป 1 และ 2 ถึง 480 เท่า ดังนั้น <em><strong>การเปลี่ยนผ่านเพื่อมุ่งสู่​การเป็น Net Zero ภายในปี 2065 จึงไม่สามารถทำได้แค่เพียงกำลังของตัวเอง แต่จำเป็นต้องขับเคลื่อนร่วมกันทุกภาคส่วนเพื่อสามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ​ซึ่งไม่เพียงทำให้​ธนาคารจะบรรลุเป้าหมายขององค์กรตัวเองได้เท่านั้น แต่ยังเป็นเหมือนการช่วยให้ประเทศไทยสามารถส่งการบ้านต่อชาวโลก ตามที่เคย​ให้พันธะสัญญา​ไว้บนเวที COP 26 เมื่อปี 2021 ที่ผ่านมาด้วย </strong></em></p>
<p>ขณะที่กลยุทธ์ในการขับเคลื่อนสโคป 3 ต้องอาศัยการบูรณาการและการเชื่อมต่อกันทั้งระบบนิเวศ ทั้ง <strong>กลยุทธ์ Climate Solutions ที่ธนาคารจะต้องให้การสนับสนุนภาคธุรกิจมากกว่าเรื่องทางการเงิน</strong> แต่ต้องสามารถส่งมอบความรู้และคำแนะนำ พร้อมทั้งเร่งสร้างเครื่องมือสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ทั้งลูกค้าบุคคลและผู้ประกอบการ หรือช่วย Matching ​ผู้ที่มีโซลูชั่น​และผู้ที่ต้องการ​​ รวมทั้งกลยุทธ์ <strong>Carbon Ecosystem </strong>เพื่อทำหน้าที่ผู้เชื่อมต่อทั้งระบบนิเวศ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสการพัฒนาบริการหรือธุรกรรมใหม่ๆ มาตอบโจทย์ความต้องการที่เกี่ยวเนื่องกับคาร์บอนเครดิต เช่น การพัฒนาแพลตฟอร์มช่วยวัด รับรอง หรือชดเชยการปลดปล่อยคาร์บอน ​ซึ่งจะเป็นการสร้างโอกาสธุรกิจใหม่ๆ และพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิตของไทยให้ได้มาตรฐานสากล</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24597 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/2-12.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>​ที่ผ่านมา​ ธนาคาร​นำร่องเครื่องมือเพื่อตอบโจทย์การขับเคลื่อนสโคป 3 เช่น <strong>WATT’S UP</strong> แพลตฟอร์มเช่ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร ​พร้อมจุดบริการสลับแบตเตอรี่​​​ มีผู้ใช้งาน 367 ราย โดยมีแผนขยาย​รุ่นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าให้มากกว่า 10 รุ่น และตู้สลับแบตเตอรี่กว่า 70 สาขา หรือ <strong>“ปันไฟ&#8221; (</strong><strong>Punfai) </strong>ที่ธนาคารร่วมกับ กฟผ.​ พัฒนาแอปฯ แลกเปลี่ยนไฟฟ้าแห่งแรกของไทย <strong>แพลตฟอร์มขึ้นทะเบียนและขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (</strong><strong>Renewable Energy Certificate: REC) </strong>ที่ธนาคารร่วมกับ Innopower ช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนรายย่อยและธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ขึ้นทะเบียนและขายใบรับรอง REC ได้ รวมถึงธนาคารได้ศึกษาและเตรียมแนวทางในมิติอื่น ๆ ของระบบนิเวศด้านคาร์บอนเครดิต เช่น การเป็นตัวแทนซื้อขายคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit Broker / Dealer) การออกโทเคนคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit Tokenization) เป็นต้น</p>
<p>&#8220;ในยุคเปลี่ยนผ่านสู่ Decarbonization เช่นในปัจุจบัน การเป็นธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาด จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจได้มากขึ้น ต่างจากก่อนหน้าที่มูลค่าธุรกิจอาจดูแค่จากทรัพย์สินหรือรายได้ ผลประกอบการที่แต่ละธุรกิจทำได้เป็นสำคัญ แต่ในปัจจุบัน ต้นทางและผลกระทบจากการทำธุรกิจ ต่างเป็นปัจจัยสำคัญที่จะต้องถูกนำมาคำนวณด้วยทั้งสิ้น เช่น <strong>Earning Brown</strong> ซึ่งเป็นรายได้จากฝั่งของธุรกิจที่​สร้าง​ผลกระทบ​​ต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม เช่น ​แหล่งพลังงานที่มาจากฟอสซิล หากมีกลุ่มประเภทนี้มากก็ส่งผลให้มูลค่าธุรกิจลดน้อยลงได้ จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านมาสู่  <strong>Earning Green</strong> หรือกลุ่มธุรกิจจากพลังงานสะอาดให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อรักษาคุณค่าของธุรกิจไม่ให้ลดลง&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24594 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Value-Enterprise-.png" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม การทำงานด้าน Climate Change ในระดับประเทศให้บรรลุผลได้นั้น ต้องอาศัยพลังจากทุกคนร่วมมือทำสิ่งนี้ไปด้วยกัน จึงจะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริง และธนาคารกสิกรไทยพร้อมที่จะเป็นจุดเชื่อมต่อของภาคธุรกิจ ลูกค้า  ผู้กำกับดูแล ผู้กำหนดนโยบาย องค์กรแหล่งความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและนวัตกรรม ตลอดจนภาคการเงินและตลาดทุน บูรณาการศักยภาพ ต่าง ๆ เพื่อส่งมอบเครื่องมือ ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจไทยให้สามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่โลกธุรกิจรูปแบบใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงคว้าโอกาสที่จะเกิดขึ้นในเศรษฐกิจการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ไปด้วยกัน ​</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/kbank-climate-strategy-together-transitioning-away/">ยุค Decarbonization ‘แบงก์ต้องช่วยได้มากกว่าแค่เรื่องเงิน’ อ่านยุทธศาสตร์ KBANK Climate 2024 พร้อมภารกิจช่วยประเทศไทยส่งการบ้าน​ Net Zero ​​​2065</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสิกรไทยใช้รถ EV Currency Exchange พร้อมเร่งสปีดใช้บัตรเครดิต/เดบิต ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล ขับเคลื่นอเป้าหมาย Net zero</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/01/kbank-launch-ev-currency-exchange-and-recycle-card/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Jan 2024 05:21:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[credit card]]></category>
		<category><![CDATA[Currency Exchange]]></category>
		<category><![CDATA[Debit Card]]></category>
		<category><![CDATA[EV Currency Exchange]]></category>
		<category><![CDATA[KBank]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กสิกร]]></category>
		<category><![CDATA[กสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเดบิต]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธ เอนกนิธิ]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[รถไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23376</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารกสิกรไทยเดินหน้าลดก๊าซเรือนกระจกทุกมิติมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ปรับการดำเนินงานภายในองค์กรสู่การผลักดันผลิตภัณฑ์และบริการลดคาร์บอน ล่าสุดเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หรือรถ EV Currency Exchange นำร่องใช้งานจริงแล้วในกรุงเทพฯ และภูเก็ต นอกจากนี้ ยังช่วยให้ลูกค้าของธนาคารได้มีส่วนร่วมในการรักษ์โลกได้ง่ายขึ้น ด้วยการจัดทำบัตรเครดิต/เดบิตที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล พร้อมทยอยเปลี่ยนบัตรกว่า 20 ล้านใบให้ครบทั้งหมดภายใน 7 ปี ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้ 770 ตันคาร์บอนฯ หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 51,333 ต้น นายพิพิธ เอนกนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทยตระหนักถึงความสำคัญเร่งด่วนในการแก้ปัญหาโลกร้อน จึงเดินหน้านโยบายและปรับการดำเนินงานต่างๆ ภายในองค์กร รวมถึงส่งเสริมให้คนไทยเข้าถึงไลฟ์สไตล์กรีนเพื่อมุ่งสู่ Net Zero Commitment ตามที่ธนาคารได้ประกาศไว้เมื่อปี 2564 โดยด้านการดำเนินงานเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกภายในองค์กรเมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา ได้มีการเปลี่ยนรถยนต์ของธนาคารจากรถยนต์สันดาปเป็นรถยนต์ไฟฟ้าไปแล้วจำนวน 175 คัน และจะทยอยเปลี่ยนจนครบทั้งหมดภายในปี 2573 มีการทยอยติดตั้งแผงโซลาร์ในอาคารสำนักงานหลักและสาขา โดยตั้งเป้าติดตั้งให้ครบทุกสาขาที่มีศักยภาพในการติดตั้งจำนวน 278 แห่ง ภายใน 2 ปี การปรับเปลี่ยนไปใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปรับกระบวนการทำงานและการให้บริการของธนาคารไปสู่ดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น และให้ความสำคัญกับการจัดการขยะในอาคารสำนักงานหลักเพื่อลดปริมาณขยะที่ไปสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/kbank-launch-ev-currency-exchange-and-recycle-card/">กสิกรไทยใช้รถ EV Currency Exchange พร้อมเร่งสปีดใช้บัตรเครดิต/เดบิต ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล ขับเคลื่นอเป้าหมาย Net zero</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ธนาคารกสิกรไทยเดินหน้าลดก๊<wbr />าซเรือนกระจกทุกมิติมุ่งสู่เป้<wbr />าหมาย Net Zero ปรับการดำเนินงานภายในองค์กรสู่<wbr />การผลักดันผลิตภัณฑ์และบริ<wbr />การลดคาร์บอน</p>
<p><span id="more-23376"></span></p>
<p>ล่าสุดเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้<wbr />าแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ <wbr />หรือรถ<strong> EV Currency Exchange</strong> นำร่องใช้งานจริงแล้วในกรุงเทพฯ และภูเก็ต นอกจากนี้ ยังช่วยให้ลูกค้าของธนาคารได้มี<wbr />ส่วนร่วมในการรักษ์โลกได้ง่ายขึ้<wbr />น ด้วยการจัดทำบัตรเครดิต/เดบิตที่<wbr />ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล พร้อมทยอยเปลี่ยนบัตรกว่า 20 ล้านใบให้ครบทั้งหมดภายใน 7 ปี ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้ 770 ตันคาร์บอนฯ หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 51,333 ต้น</p>
<p><b>นายพิพิธ เอนกนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย</b> เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทยตระหนักถึ<wbr />งความสำคัญเร่งด่วนในการแก้ปั<wbr />ญหาโลกร้อน จึงเดินหน้านโยบายและปรั<wbr />บการดำเนินงานต่างๆ ภายในองค์กร รวมถึงส่งเสริมให้คนไทยเข้าถึ<wbr />งไลฟ์สไตล์กรีนเพื่อมุ่งสู่ Net Zero Commitment ตามที่ธนาคารได้ประกาศไว้เมื่<wbr />อปี 2564 โดยด้านการดำเนินงานเพื่อลดก๊<wbr />าซเรือนกระจกภายในองค์กรเมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา ได้มีการเปลี่ยนรถยนต์<wbr />ของธนาคารจากรถยนต์สันดาปเป็<wbr />นรถยนต์ไฟฟ้าไปแล้วจำนวน 175 คัน และจะทยอยเปลี่ยนจนครบทั้<wbr />งหมดภายในปี 2573 มีการทยอยติดตั้งแผงโซลาร์<wbr />ในอาคารสำนักงานหลักและสาขา โดยตั้งเป้าติดตั้งให้ครบทุ<wbr />กสาขาที่มีศักยภาพในการติดตั้<wbr />งจำนวน 278 แห่ง ภายใน 2 ปี การปรับเปลี่ยนไปใช้วัสดุที่เป็<wbr />นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปรับกระบวนการทำงานและการให้บริ<wbr />การของธนาคารไปสู่ดิจิทัลเพิ่<wbr />มมากขึ้น และให้ความสำคัญกับการจั<wbr />ดการขยะในอาคารสำนักงานหลักเพื่<wbr />อลดปริมาณขยะที่ไปสู่หลุมฝั<wbr />งกลบเป็นศูนย์ รวมทั้งส่งเสริมพนักงานและบุ<wbr />คลากรของธนาคารให้มีความรู้<wbr />และเกิดพฤติกรรมที่ใส่ใจต่อสิ่<wbr />งแวดล้อม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23379 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/re-FX-EV_03.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ธนาคารยังมุ่งมั่นที่<wbr />จะส่งเสริมให้ลูกค้ามีส่วนร่<wbr />วมในการรักษ์โลกได้ง่ายขึ้น ผ่านการใช้บริการของธนาคารที่<wbr />ใส่ใจเรื่องความเป็นมิตรต่อสิ่<wbr />งแวดล้อม ล่าสุด <b>ธนาคารกสิกรไทยได้เปิดตัวนวั<wbr />ตกรรมบริการที่มีเป้าหมายช่<wbr />วยลดก๊าซเรือนกระจก 2 โครงการ</b> <b>เป็นธนาคารแรกในไทย ได้แก่ การพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้<wbr />าแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หรือรถ EV Currency Exchange และการจัดทำและเปลี่ยนบัตรเครดิ<wbr />ตและบัตรเดบิตเป็นบัตรที่ผลิ<wbr />ตจากวัสดุรีไซเคิล</b> ซึ่งทั้<wbr />งสองโครงการได้พัฒนาสำเร็จเป็<wbr />นที่เรียบร้อย และมีการนำไปให้บริการจริงแล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23380 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/re-FX-EV_02.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>สำหรับรถ EV Currency Exchange เป็นรถแลกเปลี่ยนเงินตราต่<wbr />างประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยพลั<wbr />งงานไฟฟ้า 100% ขับเคลื่อนได้สูงสุด 120 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และใช้แบตเตอรี่ที่ได้พลั<wbr />งงานจากแผงโซลาร์ที่ติดตั้งบริ<wbr />เวณหลังคารถสำหรับการให้บริ<wbr />การแลกเปลี่ยนเงินตราในรถได้ต่<wbr />อเนื่องสูงสุด 10 ชั่วโมงโดยไม่ต้องเสียบปลั๊กไฟ ปัจจุบันนำร่องเพิ่<wbr />มความสะดวกสบายในการให้บริ<wbr />การแลกเงินแก่นักท่องเที่<wbr />ยวในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยเริ่มที่ จ.ภูเก็ต เป็นจังหวัดแรก และมีแผนขยายจำนวนรถให้ครอบคลุ<wbr />มมากขึ้นในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23381 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/re-FX-EV_01.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้านบัตรเครดิตและบัตรเดบิ<wbr />ตธนาคารกสิกรไทย มีการเปลี่ยนมาใช้บัตรที่ผลิ<wbr />ตจากวัสดุรีไซเคิล ซึ่งช่วยลดการผลิตเม็ดพลาสติ<wbr />กใหม่ สามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้ใบละ 42 กรัมคาร์บอนฯ หรือลดลง 62% จากการใช้วัสดุแบบเดิม โดยเริ่มมีการทยอยนำบัตรแบบใหม่<wbr />นี้มาใช้ตั้งแต่เดือน พ.ย. 2566 ให้แก่ลูกค้าที่ออกบัตรใหม่ บัตรทดแทน และบัตรต่ออายุ ทั้งนี้คาดว่าจะสามารถเปลี่ยนบั<wbr />ตรกว่า 20 ล้านใบได้ครบทั้งหมดภายใน 7 ปี ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรื<wbr />อนกระจกได้ถึง 770 ตันคาร์บอนฯ เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 51,333 ต้น</p>
<p>นายพิพิธกล่าวตอนท้ายว่า ในปี 2567 ธนาคารยังคงเดินหน้าผลักดันลู<wbr />กค้าให้ร่วม GO GREEN Together อย่างต่อเนื่อง ด้วยการสนับสนุนเงินทุน องค์ความรู้ และการพัฒนา Innovation ใหม่ๆ รวมถึงการจับมือกับพันธมิตรทั้<wbr />งภาครัฐและเอกชน เพื่อสร้าง Green Ecosystem ให้เกิดขึ้นจริง และร่วมกันพาประเทศสู่ Net Zero อย่างยั่งยืนต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23378 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Re_Card-02.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ผู้ที่สนใจร่วมรักษ์โลกไปกั<wbr />บธนาคารสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่<wbr />มเติมและสมัครใช้บริการ ได้ที่</p>
<p>· รถ EV Currency Exchange<b> </b>คลิก <a id="m_8068132584318561249OWA639b822b-d70a-5c57-960b-b90d43d71d4b" href="https://www.kasikornbank.com/k_41QBiGS" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.kasikornbank.com/k_41QBiGS&amp;source=gmail&amp;ust=1705030714640000&amp;usg=AOvVaw1MsTetw7vhIZkFSoOQyO0D">https://www.kasikornbank.com/<wbr />k_41QBiGS</a></p>
<p>· บัตรเครดิตกสิกรไทย คลิก <a id="m_8068132584318561249OWA87088003-6792-b319-0d34-c576117a5c26" href="https://www.kasikornbank.com/k_3RUKVja" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.kasikornbank.com/k_3RUKVja&amp;source=gmail&amp;ust=1705030714640000&amp;usg=AOvVaw1eV7t3f79tvZpUy-H7uOrk">https://www.kasikornbank.com/<wbr />k_3RUKVja</a></p>
<p>· บัตรเดบิตกสิกรไทย คลิก <a id="m_8068132584318561249OWAa0a3f97b-821d-e154-016b-608d9cb29499" href="https://www.kasikornbank.com/k_48r7yTz" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.kasikornbank.com/k_48r7yTz&amp;source=gmail&amp;ust=1705030714640000&amp;usg=AOvVaw10mo2ih44fMpXfgDWK01hb">https://www.kasikornbank.com/<wbr />k_48r7yTz</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/kbank-launch-ev-currency-exchange-and-recycle-card/">กสิกรไทยใช้รถ EV Currency Exchange พร้อมเร่งสปีดใช้บัตรเครดิต/เดบิต ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล ขับเคลื่นอเป้าหมาย Net zero</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสิกรไทยชวนอาเซียนสร้างมาตรฐานการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกร่วมกัน  ผลักดันการเกิด ASEAN Taxonomy</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/09/kbank-join-asean-business-advisory-council-summit-week/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 16 Sep 2023 06:37:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ASEAN Business and Investment Summit หรือ ABIS 2023]]></category>
		<category><![CDATA[ASEAN Taxonomy]]></category>
		<category><![CDATA[Bank of Sustainability​]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Decarbonizing Southeast Asia: Charting ASEAN’s Pathway to a Net-Zero Future]]></category>
		<category><![CDATA[KBank]]></category>
		<category><![CDATA[Net zero emissions]]></category>
		<category><![CDATA[กสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[การประชุมสุดยอดธุรกิจและการลงทุนอาเซียน]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธ เอนกนิธิ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=21058</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสิกรไทยเป็นตัวแทนสถาบันการเงินภาคเอกชนไทย ร่วมการประชุมสุดยอดสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน (ASEAN Business Advisory Council Summit Week) เมื่อต้นเดือนกันยายน ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย และร่วมการเสวนาหัวข้อ Decarbonizing Southeast Asia: Charting ASEAN’s Pathway to a Net-Zero Future ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง บทบาท แนวคิดของภาคเอกชน ในฐานะที่เป็นส่วนสำคัญของแรงขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมายการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions)  พร้อมเชิญชวนกลุ่มประเทศอาเซียนจับมือกันทำเรื่องการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือ Decarbonization ให้เป็นความร่วมมือในระดับภูมิภาค สร้างมาตรฐานร่วมกัน ผลักดันการเกิด ASEAN Taxonomy คุณพิพิธ เอนกนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทยเป็นตัวแทนสถาบันการเงินภาคเอกชนไทย เข้าร่วมงานสัปดาห์การประชุมสุดยอดสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน ระหว่างวันที่ 1-6 กันยายน 2566 ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โดยภายในงานมีกิจกรรม การประชุมสุดยอดธุรกิจและการลงทุนอาเซียน (ASEAN Business [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/kbank-join-asean-business-advisory-council-summit-week/">กสิกรไทยชวนอาเซียนสร้างมาตรฐานการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกร่วมกัน  ผลักดันการเกิด ASEAN Taxonomy</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กสิกรไทยเป็นตัวแทนสถาบันการเงินภาคเอกชนไทย ร่วมการประชุมสุดยอดสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน (ASEAN Business Advisory Council Summit Week) เมื่อต้นเดือนกันยายน ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย และร่วมการเสวนาหัวข้อ Decarbonizing Southeast Asia: Charting ASEAN’s Pathway to a Net-Zero Future</p>
<p><span id="more-21058"></span></p>
<p>ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง บทบาท แนวคิดของภาคเอกชน ในฐานะที่เป็นส่วนสำคัญของแรงขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมายการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions)  พร้อมเชิญชวนกลุ่มประเทศอาเซียนจับมือกันทำเรื่องการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือ Decarbonization ให้เป็นความร่วมมือในระดับภูมิภาค สร้างมาตรฐานร่วมกัน ผลักดันการเกิด<strong> ASEAN Taxonomy</strong></p>
<p><strong>คุณพิพิธ เอนกนิธิ</strong> กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทยเป็นตัวแทนสถาบันการเงินภาคเอกชนไทย เข้าร่วมงานสัปดาห์การประชุมสุดยอดสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน ระหว่างวันที่ 1-6 กันยายน 2566 ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โดยภายในงานมีกิจกรรม การประชุมสุดยอดธุรกิจและการลงทุนอาเซียน (ASEAN Business and Investment Summit หรือ ABIS 2023) ที่จัดขึ้น ภายใต้แนวคิด “ASEAN Centrality: Innovating Towards Greater Inclusivity” มีตัวแทนทั้งจากภาครัฐบาล ภาคธุรกิจ ผู้นำ และผู้บริหารระดับสูงจากภาคธุรกิจทั่วโลกกว่า 2,000 คน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน อีกทั้งยังสร้างโอกาสให้ผู้นำธุรกิจได้มีส่วนร่วมในการเจรจาอย่างสร้างสรรค์กับผู้กำหนดนโยบาย</p>
<p>นอกจากนี้ ธนาคาร ยังได้เข้าร่วมเสวนาภายใต้หัวข้อ <strong>Decarbonizing Southeast Asia: Charting ASEAN’s Pathway to a Net-Zero Future</strong> เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง บทบาท แนวคิดของภาคเอกชน ในฐานะที่เป็นส่วนสำคัญของแรงขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมายการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) รวมถึงแนวทางการกำหนดนโยบายต่าง ๆ ด้านการธนาคาร ที่จะผลักดันให้ธนาคารและลูกค้าทุกภาคส่วน คำนึงถึงการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมความยั่งยืนในระดับภูมิภาค โดยแสดงมุมมองเกี่ยวกับการดำเนินการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกชนิด อื่น ๆ สู่ชั้นบรรยากาศ หรือ Decarbonization ในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งการจะบรรลุเป้าหมายเรื่องนี้ ขึ้นอยู่กับศักยภาพของแต่ละประเทศในการปรับตัว ทั้งด้านการเงิน ความสามารถทางเทคโนโลยี และองค์ความรู้ ประเทศที่มีความพร้อม เช่น สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และประเทศจีน จะเป็นผู้กำหนดแนวทางและกฎเกณฑ์ในระบบเศรษฐกิจ ทั้งนี้ <em><strong>ในกลุ่มประเทศอาเซียนส่วนมากเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาและมีความพร้อมที่แตกต่างกัน แต่ยังพึ่งพากันได้ดีผ่านการค้าและการลงทุน ด้วยมูลค่าการค้าภายในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN intra-trade) ที่มีสัดส่วนสูงถึง 23%</strong></em></p>
<figure id="attachment_21060" aria-describedby="caption-attachment-21060" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-21060 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/KBANK2.jpg" alt="" width="1200" height="843" /><figcaption id="caption-attachment-21060" class="wp-caption-text">คุณพิพิธ เอนกนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย</figcaption></figure>
<p>ภายใต้บริบทดังกล่าว กลุ่มประเทศอาเซียนสามารถหาโอกาสใหม่ ๆ ร่วมกัน โดยการสร้างความร่วมมือเพื่อทำให้ Decarbonization เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือในระดับภูมิภาค (Regional Progressive Dialogue) และสอดรับกับพลวัติการค้าการลงทุนที่เกิดขึ้น โดยการสร้างมาตรฐานการทำงานด้าน Decarbonization เดียวกัน ทั้งเรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านกายภาพ (Hard Infrastructure) ที่แต่ละประเทศสามารถเติมเต็มแหล่งทรัพยากรซึ่งกันและกันได้ และโครงสร้างพื้นฐานด้านกฎหมาย กฎระเบียบ มาตรฐาน (Soft Infrastructure) เช่น การกำหนดให้มี ASEAN Taxonomy ซึ่งนอกจากจะช่วยเรื่องของ Decarbonization ในกลุ่มประเทศอาเซียน แล้ว จะสามารถทำให้อาเซียนเป็นส่วนหนึ่งของความยั่งยืนในระดับเวทีโลกเช่นกัน</p>
<p>ทั้งนี้ สถานการณ์ปัจจุบันของภาคธุรกิจในอาเซียน เรื่องการปรับตัวด้านสิ่งแวดล้อม กลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ (Large Corporates) มีความสามารถในการปรับตัว และปฏิบัติตามกติกาในระดับนานาชาติได้อย่างทันท่วงที ด้วยความพร้อมด้านทรัพยากร เทคโนโลยี เงินทุน และความรู้ ขณะที่กลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอี ยังไม่สามารถปรับตัวได้ด้วยตัวเองทั้งหมด ต้องมีการช่วยเหลือจากรัฐบาลและธนาคาร หรือธนาคารเพื่อการพัฒนาแบบพหุภาคี (Multi Development Banks) เพื่อให้ลูกค้ากลุ่มนี้สามารถเอาตัวรอดได้ สุดท้ายในส่วนของกลุ่มลูกค้ารายย่อย ก็ต้องมีการผลักดันให้เกิดการตระหนักรู้ และสร้างแนวคิดที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมให้เกิดระบบคุณค่าใหม่ (New Value System) ที่จะคอยผลักดันให้เอสเอ็มอี และธุรกิจขนาดใหญ่ปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต</p>
<p>นายพิพิธ กล่าวในตอนท้ายว่า การส่งเสริมการสร้างมาตรฐานร่วมกันด้าน Decarbonization ในภูมิภาคเศรษฐกิจอาเซียน ถือเป็นการตอกย้ำแนวคิดการทำงานตามหลักการธนาคารแห่งความยั่งยืน (Bank of Sustainability) ของธนาคารกสิกรไทย ที่พร้อมจะก้าวสู่การเป็นผู้นำด้าน ESG ของกลุ่มธนาคารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยธนาคารจะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและผลักดันลูกค้า ในเรื่องของการเปลี่ยนผ่านด้านสิ่งแวดล้อม หรือ Decarbonization ในประเทศไทยและกลุ่มประเทศอาเซียน ที่ธนาคารกสิกรไทยมีที่ตั้งอยู่ เพื่อให้เป็นตามนโยบายเป้าหมาย Net Zero Commitment ของแต่ละประเทศต่อไปในอนาคต</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/kbank-join-asean-business-advisory-council-summit-week/">กสิกรไทยชวนอาเซียนสร้างมาตรฐานการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกร่วมกัน  ผลักดันการเกิด ASEAN Taxonomy</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสิกรไทยจับมือ อบก. ร่วมศึกษาและส่งเสริมให้คนไทยซื้อขายคาร์บอนเครดิต หนุนประเทศไทยสู่ Net Zero </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/06/kbank-signing-mou-tgo-educated-carbon-credit-trading/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Jun 2023 09:34:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Finance & Invest]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Bank of Sustainability​]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[GO GREEN Together]]></category>
		<category><![CDATA[KABNK]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[กสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารจัดการคาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารแห่งความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธ เอนกนิธิ]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[อบก]]></category>
		<category><![CDATA[เกียรติชาย ไมตรีวงษ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=18956</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารกสิกรไทยจับมือองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการร่วมศึกษาและพัฒนาธุรกิจการซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิต และการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิต เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปได้เข้ามามีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน ให้การซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิตเข้าถึงง่ายและใช้งานได้จริง ร่วมผลักดันให้ประเทศไทยเดินหน้าสู่ Net Zero คุณพิพิธ เอนกนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารกสิกรไทยดำเนินงานตามแนวทางของธนาคารแห่งความยั่งยืน (Bank of Sustainability) ที่ต้องการสนับสนุนให้คนไทยได้มีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืนผ่านโครงการต่างๆ ภายใต้แนวคิด GO GREEN Together ทั้งนี้คนส่วนใหญ่อาจจะยังไม่เข้าใจแนวคิดเรื่องคาร์บอนเครดิตมากนัก ทำให้ที่ผ่านมาการซื้อขายคาร์บอนเครดิตในไทยจำกัดอยู่ในองค์กรขนาดใหญ่ แต่จากการตื่นตัวเรื่องสิ่งแวดล้อมทำให้ตลาดคาร์บอนเครดิตเริ่มคึกคักขึ้น โดยปริมาณและมูลค่าการซื้อขายคาร์บอนเครดิตเฉพาะ 2 เดือนแรกของปี 2566 เติบโตมากกว่า 5 เท่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว จึงเป็นโอกาสและสร้างแรงจูงใจให้ผู้ที่สนใจตลาดคาร์บอนเครดิตควบคู่ไปกับการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ธนาคารได้รับความร่วมมือจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ซึ่งเป็นพันธมิตรที่มีเจตนารมย์เดียวกับธนาคาร ทั้งยังมีความเชี่ยวชาญและมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทย มาร่วมกันศึกษาพัฒนาให้คนไทยเข้าถึงการซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิตเพื่อสร้างสังคมสีเขียวไปด้วยกัน คุณเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. กล่าวว่า อบก. เป็นองค์กรที่ส่งเสริมสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทย โดยมีบทบาทหลักคือ การกำหนดมาตรฐาน การประเมินผลสำเร็จ ในการลดหรือกักเก็บก๊าซเรือนกระจก หรือที่เรียกว่า “คาร์บอนเครดิต” รวมถึงบทบาทการพัฒนามาตรฐาน ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือที่เรียกว่า &#8220;คาร์บอนฟุตพริ้นท์&#8221; ทั้งในระดับบุคคล ระดับการจัดประชุม ระดับงานอีเวนต์ ระดับผลิตภัณฑ์ ระดับองค์กรธุรกิจเอกชนและภาครัฐ ระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ระดับเมือง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/kbank-signing-mou-tgo-educated-carbon-credit-trading/">กสิกรไทยจับมือ อบก. ร่วมศึกษาและส่งเสริมให้คนไทยซื้อขายคาร์บอนเครดิต หนุนประเทศไทยสู่ Net Zero </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div><span lang="TH">ธนาคารกสิกรไทยจับมือองค์การบริ<wbr />หารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมื<wbr />อว่าด้วยการร่วมศึกษาและพัฒนาธุ<wbr />รกิจการซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์<wbr />บอนเครดิต และการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิ<wbr />ต</span></div>
<p><span id="more-18956"></span></p>
<p><span lang="TH">เพื่อสนับสนุนให้ผู้<wbr />ประกอบการและประชาชนทั่วไปได้<wbr />เข้ามามีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรื<wbr />อนกระจกอย่างยั่งยืน ให้การซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์<wbr />บอนเครดิตเข้าถึงง่ายและใช้<wbr />งานได้จริง ร่วมผลักดันให้ประเทศไทยเดินหน้<wbr />าสู่ </span>Net Zero</p>
<p><b><span lang="TH">คุณพิพิธ เอนกนิธิ </span></b><span lang="TH">กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย</span><span lang="TH"> กล่าวว่า ธนาคารกสิกรไทยดำเนิ<wbr />นงานตามแนวทางของธนาคารแห่<wbr />งความยั่งยืน</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">(</span>Bank of Sustainability<span lang="TH">) ที่ต้องการสนับสนุนให้คนไทยได้<wbr />มีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรื<wbr />อนกระจกอย่างยั่งยืนผ่<wbr />านโครงการต่างๆ ภายใต้แนวคิด<strong> </strong></span><strong>GO GREEN Together<span lang="TH"> </span></strong><span lang="TH">ทั้งนี้คนส่วนใหญ่<wbr />อาจจะยังไม่เข้าใจแนวคิดเรื่<wbr />องคาร์บอนเครดิตมากนัก ทำให้ที่ผ่านมาการซื้อขายคาร์<wbr />บอนเครดิตในไทยจำกัดอยู่ในองค์<wbr />กรขนาดใหญ่ แต่<em><strong>จากการตื่นตัวเรื่องสิ่<wbr />งแวดล้อมทำให้ตลาดคาร์บอนเครดิ<wbr />ตเริ่มคึกคักขึ้น โดย</strong></em></span><em><strong><span lang="TH">ปริมาณและมูลค่าการซื้<wbr />อขายคาร์บอนเครดิต</span><span lang="TH">เฉพาะ </span>2<span lang="TH"> เดือนแรกของปี </span>2566<span lang="TH"> เติบโตมากกว่า </span>5<span lang="TH"> เท่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว</span></strong></em><span lang="TH"><em><strong> </strong></em></span><span lang="TH">จึงเป็นโอกาสและสร้างแรงจู<wbr />งใจให้ผู้ที่สนใจตลาดคาร์<wbr />บอนเครดิตควบคู่ไปกับการลดก๊<wbr />าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18960 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/คุณพิพิธ-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><span lang="TH">ทั้งนี้ ธนาคารได้รับความร่วมมื<wbr />อจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรื<wbr />อนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ซึ่งเป็นพันธมิตรที่มีเจตนารมย์<wbr />เดียวกับธนาคาร ทั้งยังมีความเชี่ยวชาญและมี<wbr />บทบาทสำคัญในการขับเคลื่<wbr />อนการลดก๊าซเรื<wbr />อนกระจกในประเทศไทย มาร่วมกันศึกษาพัฒนาให้คนไทยเข้<wbr />าถึงการซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์<wbr />บอนเครดิตเพื่อสร้างสังคมสีเขี<wbr />ยวไปด้วยกัน</span></p>
<div>
<p><b><span lang="TH">คุณเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ </span></b><span lang="TH">ผู้อำนวยการองค์การบริหารจั<wbr />ดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก.</span><span lang="TH"> กล่าวว่า อบก. เป็นองค์กรที่ส่งเสริมสนับสนุ<wbr />นการลดก๊าซเรื<wbr />อนกระจกในประเทศไทย โดยมีบทบาทหลักคื<wbr />อ การกำหนดมาตรฐาน การประเมินผลสำเร็จ ในการลดหรือกักเก็บก๊าซเรื<wbr />อนกระจก หรือที่เรียกว่า <strong>“คาร์บอนเครดิต</strong>” รวมถึงบทบาทการพัฒนามาตรฐาน ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่<wbr />วมในการประเมินการปล่อยก๊าซเรื<wbr />อนกระจก หรือที่เรียกว่า &#8220;<strong>คาร์บอนฟุตพริ้นท์</strong>&#8221; ทั้งในระดับบุคคล ระดับการจัดประชุม ระดับงานอีเวนต์ ระดับผลิตภัณฑ์ ระดับองค์กรธุรกิจเอกชนและภาครั<wbr />ฐ ระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ระดับเมือง และจังหวัด </span></p>
<p><span lang="TH">นอกจากนี้ อบก. ยังส่งเสริมให้เกิ<wbr />ดกลไกในการนำคาร์บอนเครดิตที่มี<wbr />มาตรฐานไปชดเชยการปล่อยก๊าซเรื<wbr />อนกระจกในแต่ละภาคส่วนที่มี<wbr />การปล่อยสูงกว่าเป้าหมายได้ โดยผ่านกลไกตลาดคาร์บอน อย่างไรก็ตาม <em><strong>สาเหตุที่การซื้<wbr />อขายคาร์บอนเครดิตในไทยยังคงอยู่<wbr />ในวงจำกัด เนื่องจากความต้องการของผู้ซื้<wbr />อและผู้ขายยังไม่สมดุลกัน อีกทั้งยังขาดสิทธิประโยชน์ที่<wbr />เป็นแรงจูงใจ และมีข้อจำกัดทางกฎหมายกฎระเบี<wbr />ยบที่อาจจะเป็นอุปสรรคต่อการซื้<wbr />อขายคาร์บอนเครดิต</strong></em> ดังนั้น การได้ร่วมมือกับธนาคารกสิ<wbr />กรไทยจึงเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่<wbr />อนที่จะช่วยกันผลักดันให้เกิดสั<wbr />งคมคาร์บอนต่ำได้จริง เพื่อสนับสนุนให้ประเทศเดินหน้<wbr />าสู่การเป็น </span>Net Zero</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18961 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/คุณเกียรติชาย-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><span lang="TH">สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ <wbr />ธนาคารกสิกรไทยร่วมกับองค์<wbr />การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่<wbr />าด้วยการศึกษาและพัฒนาธุรกิ<wbr />จการซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์<wbr />บอนเครดิต และการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิ<wbr />ต เพื่อสนับสนุนให้ผู้<wbr />ประกอบการและประชาชนทั่วไปได้มี<wbr />ส่วนร่วมในการลดก๊าซเรื<wbr />อนกระจกอย่าง</span><span lang="TH">ยั่งยืน </span></p>
<p><span lang="TH">โดยจะร่วมกันศึกษาและพัฒนานวั<wbr />ตกรรม ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่<wbr />ยวข้องกับการซื้อขายแลกเปลี่<wbr />ยนคาร์บอนเครดิต และนำไปพัฒนาให้ตอบโจทย์ความต้<wbr />องการของผู้ที่ต้องการซื้<wbr />อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิต รวมทั้งศึกษาการนำเทคโนโลยี<wbr />และนวัตกรรมใหม่ เช่น ระบบบล็อกเชนเข้ามาใช้ในการพั<wbr />ฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อส่งเสริมประสิทธิ<wbr />ภาพในการขึ้นทะเบียน การซื้อขาย และการโอนถ่ายคาร์บอนเครดิต ให้มีความเหมาะสมแก่ผู้ใช้งานทุ<wbr />กกลุ่ม ได้แก่ องค์กรขนาดใหญ่ ธุรกิจเอสเอ็มอี และประชาชนทั่วไปให้สามารถเข้<wbr />าถึงง่ายและใช้งานได้จริง ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้<wbr />จะทำให้การซื้อขายแลกเปลี่<wbr />ยนคาร์บอนเครดิตในไทยแพร่<wbr />หลายมากขึ้น กระตุ้นให้เกิดการเปลี่<wbr />ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นการลด</span><span lang="TH">ก๊าซเรือนกระจกอย่<wbr />างยั่งยืน </span><span lang="TH">ผลักดันให้ประเทศไทยเดินหน้าสู่ </span>Net Zero<span lang="TH"> ได้ตามเป้าหมาย</span><span lang="TH"> </span></p>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/kbank-signing-mou-tgo-educated-carbon-credit-trading/">กสิกรไทยจับมือ อบก. ร่วมศึกษาและส่งเสริมให้คนไทยซื้อขายคาร์บอนเครดิต หนุนประเทศไทยสู่ Net Zero </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>KBank กล่าว “เราบอกน้องๆ ว่า เรารับคนแบบคุณนะ !”</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2018/08/k-capstone-pitching/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin t]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 05 Aug 2018 17:30:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[JustYip]]></category>
		<category><![CDATA[K Capstone Pitching]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[StartUp]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กระทิง-เรืองโรจน์ พูนผล]]></category>
		<category><![CDATA[ธนพงษ์ ณ ระนอง]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธ เอนกนิธิ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=4156</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไปเดินสยามพารากอน ต่อแถวซื้อโคเตะ ชานมไข่มุกที่ชอบ รอคิวนานมากกก แต่ก็รอ พอได้ของแล้วก็ไปไม่คิดอะไร แต่มีคนคิดว่านี่คือ Pain Point ! และเวลาต่อมากลายเป็นแอพฯ JustYip -เพียงแค่ หยิบ-หนึ่งใน Talent ที่ KBank ค้นหา และบอกน้องๆ ว่า “เรารับคนแบบคุณนะ !” มีโอกาสตามงานธนาคารกสิกรไทยเริ่มสร้าง “คน” เพื่อเตรียมรับกับโลกแห่งอนาคตที่กำลังจะมาถึง ด้วยการตั้งแผนก Strategic People Solutions ขึ้นมาเพื่อสร้างคนสายพันธุ์ใหม่มารองรับงานธนาคารในอนาคต ในโปรเจค K Capstone ครั้งแรก เป็นโปรแกรมฝึกงานแบบเข้มข้น โดยรับสมัครนักศึกษาทั่วประเทศ 500 คน แล้วคัดเหลือเพียง 55 คน แล้วก็มาถึงวันสำคัญของธนาคารเอง และนักศึกษาทั้ง 55 คนในวัน K Capstone Pitching ที่หน้าห้องประชุมสมานฉันท์ ชั้น 3 ธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่ราษฎร์บูรณะ นึกว่ากำลังมางานของ StartUpที่กำลังจะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/08/k-capstone-pitching/">KBank กล่าว “เราบอกน้องๆ ว่า เรารับคนแบบคุณนะ !”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #ff0000;">ไปเดินสยามพารากอน ต่อแถวซื้อโคเตะ ชานมไข่มุกที่ชอบ รอคิวนานมากกก แต่ก็รอ พอได้ของแล้วก็ไปไม่คิดอะไร แต่มีคนคิดว่านี่คือ Pain Point ! และเวลาต่อมากลายเป็นแอพฯ JustYip -เพียงแค่ หยิบ-หนึ่งใน Talent ที่ KBank ค้นหา และบอกน้องๆ ว่า “เรารับคนแบบคุณนะ !”</span></h4>
<p><span id="more-4156"></span></p>
<p>มีโอกาสตามงานธนาคารกสิกรไทยเริ่มสร้าง<strong> “คน”</strong> เพื่อเตรียมรับกับโลกแห่งอนาคตที่กำลังจะมาถึง ด้วยการตั้งแผนก Strategic People Solutions ขึ้นมาเพื่อสร้างคนสายพันธุ์ใหม่มารองรับงานธนาคารในอนาคต ในโปรเจค<strong> K Capstone</strong> ครั้งแรก เป็นโปรแกรมฝึกงานแบบเข้มข้น โดยรับสมัครนักศึกษาทั่วประเทศ 500 คน แล้วคัดเหลือเพียง 55 คน</p>
<p>แล้วก็มาถึงวันสำคัญของธนาคารเอง และนักศึกษาทั้ง 55 คนในวัน K Capstone Pitching ที่หน้าห้องประชุมสมานฉันท์ ชั้น 3 ธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่ราษฎร์บูรณะ</p>
<h5 style="text-align: center;"><span style="color: #008000;">นึกว่ากำลังมางานของ StartUpที่กำลังจะ Pitching เพื่อหา Funding !!</span></h5>
<p><img loading="lazy" decoding="async" width="800" height="600" class="size-full wp-image-4162 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/08/SD-Thailand-K-Cap-Apps.jpg" alt="" /></p>
<p>เพราะสิ่งที่เจอคือ บูธต่างๆ มีน้องๆ คอยอธิบายถึงจุดเด่นๆ ของแอพพลิเคชั่น</p>
<p><strong><em>“สวัสดีค่ะ/สวัสดีครับ”</em>  </strong>หลังเริ่มทักทาย <span style="color: #ff0000;"><strong>ทีม Full.stop ; Application</strong></span> เริ่มอธิบาย สำหรับคนชอบเที่ยว ที่มาพร้อม Function วางแผน จองการเดินทาง ที่พัก และควบคุมงบประมาณ ทั้งหมดจบที่เดียว</p>
<p>มาถึง<span style="color: #ff0000;"><strong>ทีม F2L (Fund 2 Loan)</strong> </span>เห็น Pain Point โอกาสการได้รับสินเชื่อของธุรกิจขนาด SME ยากมาก Platform นี้เกิดขึ้นมาเพื่อระดมทุนสำหรับร้านค้าออนไลน์ขนาดเล็ก (SE) ที่ต้องการต่อยอดธุรกิจ และช่องทางลงทุนใหม่ สำหรับผู้อยากลงทุนที่ต้องการดอกเบี้ยสูงกว่าการฝากเงินทั่วไป</p>
<p>ส่วน<strong><span style="color: #ff0000;">ทีม All we ; Application</span> </strong>ที่จะทำให้ ชีวิตของเราจะง่ายขึ้น ลดความยุ่งยากกับการใช้ E-Wallet หลายใบ ทั้งเติมเงิน จ่ายบิล และซื้อของ ผ่าน Wallet ที่เดียว</p>
<p><strong><span style="color: #ff0000;">ทีมถัดมา Cozy+ ; Application</span> </strong>ที่จะแก้ปัญหาการลืมบัตรสมาชิก และไม่พลาดทุก Promotion เด็ดๆ ของร้านค้าต่างๆ ผ่าน Application นี้ที่เดียว</p>
<p>สุดท้าย<strong><span style="color: #ff0000;">ทีม</span></strong> <strong><span style="color: #ff0000;">JustYip</span></strong></p>
<h5 style="text-align: center;"><span style="color: #ff0000;"><em>“ผมไปเดินสยามพารากอน ต่อแถวซื้อโคเตะ ชานมไข่มุกนานมากตั้งแต่ก่อนได้ใบคิวมา พอได้ใบคิวมาก็รอต่อไปหน้าร้านกว่าจะได้ของ เราเห็น Pain Point ทันที จริงอยู่เรื่องคิว มีบางแอพทำแล้ว แต่ไม่มีคนแก้ปัญหาตรงที่จองแล้ว ก็ต้องมารออาหาร ทำยังไงพอมาถึงตามเวลาของคิวก็รับอาหารไปได้เลย”</em></span></h5>
<p><span style="color: #000000;"><strong>เจตวัฒน์ ภัทรรังรอง</strong></span> หรือ<strong><span style="color: #000000;">รถไฟ</span></strong> นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในทีม JustYip เล่าถึง Pain Point ที่เกิดกับตัวเอง ซึ่ง <strong><span style="color: #000000;">ณภาภัช ประชาอนุวงศ์</span> </strong>หรือ<span style="color: #000000;"><strong>เชอร์รี่</strong> </span>นักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล ช่วยเสริมว่า</p>
<p><em>“จาก Pain Point เรามาปรับตามที่พี่ๆ ในแบงก์แนะนำ แต่สุดท้ายตอนตัดสินใจก็ขึ้นอยู่กับเรา ทางทีมเลือกการลงพื้นที่เลย ถามคนเลยว่าเกิดปัญหาจริงไหม จะแก้ไขจะทำอย่างไร  ร้านค้าต้องการเพิ่มออเดอร์ใน ช่วงเวลาท่ีที่นั่งภายในร้านมีจํากัด ในขณะท่ีร้านค้าสามารถรับออเดอร์ได้เพิ่มขึ้นอีก  ข้อมูลเหล่านี้เราก็นำมาแก้แอพฯเราด้วย”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" width="800" height="534" class="size-full wp-image-4164 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/08/SD-Thailand-K-Cap-JustYip.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>JustYip ; Application จะทำให้การซื้อของ Take Home ของเราง่ายขึ้น เพียงแค่กดจอง แล้วหยิบกลับบ้านได้เลย และก็เป็นทีมชนะเลิศของ K Capstone Pitching</strong></p>
<p>เจตวัฒน์ เล่าต่อเนื่องที่มาการคิดชื่อ คิดมาเยอะมาก จนกระทั่งเป็น JustYip เราก็ว่าตรงนะ ควรสื่อความเป็นไทยด้วย เพราะแอพเราฐานลูกค้าอยู่ที่เมืองไทย ซึ่งที่สังเกต แอพดังๆ ต่างประเทศก็ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษ ใช้ภาษาประเทศตัวเองยังดังได้</p>
<figure id="attachment_4163" aria-describedby="caption-attachment-4163" style="width: 800px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4163 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/08/SD-Thailand-K-Cap-Mentors.jpg" alt="" width="800" height="600" /><figcaption id="caption-attachment-4163" class="wp-caption-text">คณะกรรมการตัดสิน (จากขวา) พิพิธ เอนกนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ธนพงษ์ ณ ระนอง กรรมการผู้จัดการบริษัท บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล จำกัด และ กระทิง-เรืองโรจน์ พูนผล ผู้ก่อตั้ง 500 TUK TUK</figcaption></figure>
<h5 style="text-align: center;"><em>“ทีมที่ชนะเนียนหลายเรื่อง แค่ชื่อก็ Wow, Target-Segment ก็ Wow เอาเทคโนโลยีมาใช้ก็ Wow ถามว่าจะทำจริงเป็นสเกลใหญ่ได้ไหม ต้องเป็นความพร้อมของคนหลายกลุ่มในอุตสาหกรรม &#8230;นี่เป็นไอเดีย ซึ่งผมว่าใกล้มาก สามารถนำไปใช้ได้จริง คนที่ Disruption มักเกิดจากคนเล็กๆ ที่มองเห็น Pain Point แล้วเข้าแก้ไข ก่อนขยายใหญ่ นี่คือเกมส์โลกใหม่ เราต้องพร้อมเปิดรับคนเล็กๆ เหล่านั้น โดยขอให้เริ่มจุดโฟกัส Segment โฟกัส Pain Point ที่ Unique ไม่เหมือนใครจริงๆ สร้างนวัตกรรมให้มนุษยชาติ เป็นสิ่งทีดีมาก”</em></h5>
<p><strong>พิพิธ เอนกนิธิ</strong> กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย หนึ่งในคณะกรรมการตัดสินอธิบายต่อเนื่องว่า เดิมเป็นเกมส์คนใหญ่ แต่คนเล็กมองว่ายังมีโอกาสแก้ปัญหาได้อีก อย่ามองว่า Disruption แต่เป็นการ Improve พัฒนาให้ดีขึ้น</p>
<p>นี่คือ <strong>Sustainability</strong> ที่ใช้ดิจิตอลเทคโนโลยีมาช่วย แต่ถ้าไม่มีความเป็นมนุษย์ที่อยากเข้าใจ และแก้ปัญหามนุษย์ สิ่งเหล่านี้ก็จะไม่เกิด</p>
<p>คนรุ่นใหม่ จะต้องเข้าใจทั้งสังคมศาสตร์ และเข้าใจเทคโนโลยี ปัญหาธุรกิจ</p>
<h5 style="text-align: center;"><span style="color: #ff0000;"><em>“ผมเชื่อว่าวันนี้พวกเราเห็นกันแล้ว ถึงแม้ว่าเป็นโจทย์ที่เกี่ยวข้องกับแบงก์ แต่เด็กๆ ตีโจทย์ข้ามจากแบงก์เยอะมากจนกระทั่งแบงก์เหลือนิดเดียว เช่น การเดินทางเป็นครอบครัวที่ใช้เทคโนโลยี ทำให้เป็นปัจเจกบุคคล เด็กๆ ไม่ได้เริ่มจากแบงก์นะว่า Payment หรืออะไร แต่เริ่มจากการเดินทางกับครอบครัว และอีกหลายเรื่อง แล้วเอา Uniqueness แต่ละจุด และเอา Power ของคนที่ให้ข้อมูลไปใช้กับคนมากมาย โดยไม่ได้พูเรื่องแบงก์เลย วันนี้เป็นเรื่อง Financial Inclusion เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เป็นเรื่องของ Sustainability ขององค์กร เป็น Requirements ที่จะต้องไป”</em></span></h5>
<p><strong>พิพิธกล่าวในท้ายที่สุดว่า เราบอกน้องๆว่า เรารับคนแบบคุณนะ เราบอกมหาวิทยาลัยว่า เรายินดีครีเอทไปกับมหาวิทยาลัยในระบบการศึกษา เพื่อพัฒนาประเทศผ่านทาง New Talent, New Generation ซึ่งไม่ได้สร้างให้เฉพาะธนาคารกสิกรไทย หรือธุรกิจธนาคารเท่านั้น แต่เป็นการสร้างให้ประเทศ</strong></p>
<p>ข่าวเกี่ยวข้อง</p>
<ul>
<li><a href="https://sdthailand.com/2018/06/k-bank-k-capstone/" target="_blank" rel="noopener">3 สิ่งที่เครื่องจักรทำแทน “คน”ไม่ได้ &amp; ​KBankต้องการ</a></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/08/k-capstone-pitching/">KBank กล่าว “เราบอกน้องๆ ว่า เรารับคนแบบคุณนะ !”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
