<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ฟิลิปปินส์ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%9F%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B9%8C/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Mon, 26 May 2025 23:37:27 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ฟิลิปปินส์ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>บี.กริม เพาเวอร์ ลงทุนโครงการ Caronsi โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 65 เมกะวัตต์ ในฟิลิปปินส์ ลุยขยายพอร์ท “พลังงานทดแทน” พร้อมกดปุ่ม COD ไตรมาสแรกปี 2570</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/bgrimm-solar-power-invest-in-caronsi-solar-energy-corporation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 May 2025 23:37:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[B.Grimm]]></category>
		<category><![CDATA[B.Grimm Solar Power Inc.]]></category>
		<category><![CDATA[BOI Green Lane]]></category>
		<category><![CDATA[carbon emissions]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ฮาราลด์ ลิงค์]]></category>
		<category><![CDATA[บี.กริม]]></category>
		<category><![CDATA[บี.กริม เพาเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ฟิลิปปินส์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33821</guid>

					<description><![CDATA[<p>B.Grimm Solar Power Inc. บริษัทย่อยที่บี.กริม เพาเวอร์ ถือหุ้น 100% ได้เข้าลงทุนโดยการซื้อหุ้นเพิ่มทุนใน Caronsi Solar Energy Corporation ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เพื่อการพัฒนาและดำเนินการโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ กำลังการผลิตติดตั้ง 65 เมกะวัตต์ โดย B.Grimm Solar Power Inc. ถือหุ้นในสัดส่วน 97% ของหุ้นที่ออกทั้งหมด โดยมีมูลค่าการลงทุน 200 ล้านเปโซฟิลิปปินส์ (เทียบเท่ามูลค่าประมาณ 118.52 ล้านบาท) ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2570 ดร. ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ดังกล่าวตั้งอยู่ที่เมือง Tuguegarao จังหวัด Cagayan ทางตอนเหนือของเกาะ Luzon สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ โดยได้รับสิทธิในการจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นระยะเวลา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/bgrimm-solar-power-invest-in-caronsi-solar-energy-corporation/">บี.กริม เพาเวอร์ ลงทุนโครงการ Caronsi โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 65 เมกะวัตต์ ในฟิลิปปินส์ ลุยขยายพอร์ท “พลังงานทดแทน” พร้อมกดปุ่ม COD ไตรมาสแรกปี 2570</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>B.Grimm Solar Power Inc. บริษัทย่อยที่บี.กริม เพาเวอร์ ถือหุ้น 100% ได้เข้าลงทุนโดยการซื้อหุ้นเพิ่มทุนใน Caronsi Solar Energy Corporation ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เพื่อการพัฒนาและดำเนินการโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ กำลังการผลิตติดตั้ง 65 เมกะวัตต์</p>
<p><span id="more-33821"></span></p>
<p>โดย B.Grimm Solar Power Inc. ถือหุ้นในสัดส่วน 97% ของหุ้นที่ออกทั้งหมด โดยมีมูลค่าการลงทุน 200 ล้านเปโซฟิลิปปินส์ (เทียบเท่ามูลค่าประมาณ 118.52 ล้านบาท) ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2570</p>
<p><strong>ดร. ฮาราลด์ ลิงค์</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ดังกล่าวตั้งอยู่ที่เมือง Tuguegarao จังหวัด Cagayan ทางตอนเหนือของเกาะ Luzon สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ โดยได้รับสิทธิในการจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นระยะเวลา 25 ปี (สามารถต่ออายุได้) ภายใต้สัญญา Solar Energy Operating จาก Department of Energy ของสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ รวมถึงมีสิทธิการเช่าที่ดินระยะยาวเป็นเวลา 25 ปี (สามารถต่ออายุได้)</p>
<p>โดยได้รับการอนุมัติและรับใบอนุญาตครบถ้วนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ โครงการยังได้รับการอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการ “<strong>BOI Green Lane</strong>” มาตรการสนับสนุนจากรัฐบาล ซึ่งช่วยเร่งรัดกระบวนการอนุมัติและออกใบอนุญาตต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมในการเข้าสู่ขั้นตอนก่อสร้างและดำเนินการโครงการ ซึ่งถือเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่โครงการที่ 2 ในสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ของ บี.กริม เพาเวอร์</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33822 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/BGRIM-Phillippine.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ทั้งนี้ จากความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงขึ้นต่อเนื่องในสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ การลงทุนในครั้งนี้จึงถือเป็นการวางกลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนภาคพลังงานสะอาด และขยายการลงทุนของ บี.กริม เพาเวอร์ ในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนตามแนวโน้มการใช้พลังงานที่เกิดขึ้นทั่วโลก ตลอดจนเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับฐานการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนของบริษัทให้สอดคล้องกับแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของโลก ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจ พร้อมผลักดันเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ระยะยาวให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคง ตามยุทธศาสตร์ GreenLeap-Global and Green ของ บี.กริม เพาเวอร์ ที่มุ่งยกระดับความร่วมมือทางธุรกิจระดับโลกกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อก้าวสู่เป้าหมายการเป็นผู้นำในธุรกิจพลังงานทดแทน และผู้ผลิตพลังงานชั้นนำระดับโลก</p>
<p>ทั้งนี้ บี.กริม เพาเวอร์ มีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนมากกว่า 50% เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติในระยะยาวและยังเป็นการขยายความร่วมมือทางธุรกิจเพื่อสร้างพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อการต่อยอดและสร้างโอกาสทางธุรกิจ มุ่งสู่เป้าหมายกำลังผลิตไฟฟ้า 10,000 เมกะวัตต์ ในปี 2573 และก้าวสู่เป้าหมายองค์กรที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net-Zero Carbon Emissions ภายในปี 2593</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/bgrimm-solar-power-invest-in-caronsi-solar-energy-corporation/">บี.กริม เพาเวอร์ ลงทุนโครงการ Caronsi โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 65 เมกะวัตต์ ในฟิลิปปินส์ ลุยขยายพอร์ท “พลังงานทดแทน” พร้อมกดปุ่ม COD ไตรมาสแรกปี 2570</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรีนพีซ เปิดผลศึกษา &#8216;มลพิษทางอากาศ&#8217; ชี้คนไทยทั้งประเทศ ได้รับ PM 2.5 สูงกว่า​ WHO แนะนำ แถมเกือบครึ่งประเทศเข้าไม่ถึงข้อมูลด้านคุณภาพอากาศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/09/greenpeace-open-the-inequity-air-research/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 11 Sep 2022 09:46:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Air Inequity]]></category>
		<category><![CDATA[Air Pollution]]></category>
		<category><![CDATA[Greenpeace]]></category>
		<category><![CDATA[PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[pollution]]></category>
		<category><![CDATA[WHO]]></category>
		<category><![CDATA[WHO Guideline]]></category>
		<category><![CDATA[กรีนพีซ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำจากมลพิษทางอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ตุรกี]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ฟิลิปปินส์]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษทางอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[มาเลเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[วิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การอนามัยโลก]]></category>
		<category><![CDATA[อินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดนีเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[แอฟริกาใต้]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=14483</guid>

					<description><![CDATA[<p>มลพิษทางอากาศ นับเป็นวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นทั่วโลก และเป็นความเสี่ยงด้านสุขภาพอันดับต้นๆ ของโลก เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยและเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของคนนับล้านคนในแต่ละปีทั่วโลก โดยภาระด้านสุขภาพมักจะตกอยู่กับประชากรในประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลาง อากาศที่สะอาด ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความเท่าเทียมและเป็นธรรมที่ทุกคนควรเข้าถึงอากาศที่สะอาดได้สำหรับการหายใจ  แต่วิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นทั่วโลกยังส่งผลกระทบต่อความเหลื่อมล้ำ ซึ่งกลุ่มเปราะบางมักเป็นกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด​ กรีนพีซ ได้เผยแพร่รายงาน “ความแตกต่างใต้ท้องฟ้าเดียวกัน: ความเหลื่อมล้ำจากมลพิษทางอากาศ” หลังทำการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับคุณภาพอากาศและสถานการณ์มลพิษจาก PM 2.5 ใน 7 ประเทศ ประกอบด้วย อินเดีย มาเลเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ตุรกี และแอฟริกาใต้ รายงานระบุว่า มลพิษทางอากาศเป็นปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูงหรือร่างกายอ่อนแอ​ ได้แก่ เด็กทารก ผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 65 ปี และหญิงตั้งครรภ์ ที่มีแนวโน้มว่าจะได้รับมลพิษสูง หรือมีความยากลำบากในการเข้าถึงข้อมูลด้านมลพิษทางอากาศเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรทั้งหมดของประเทศ ขณะที่ผลการศึกษาในครั้งนี้ ได้ค้นพบประเด็นที่น่าสนใจ ได้แก่ &#8211; มากกว่า 99% ของประชากรในแต่ละประเทศที่ระบุไว้ในรายงาน ซึ่งคิดเป็นจำนวนมากกว่า 1 ใน 4 ของประชากรโลก ได้รับฝุ่น PM2.5 สูงเกินกว่าค่าแนะนำด้านคุณภาพอากาศขององค์การอนามัยโลก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/greenpeace-open-the-inequity-air-research/">กรีนพีซ เปิดผลศึกษา &#8216;มลพิษทางอากาศ&#8217; ชี้คนไทยทั้งประเทศ ได้รับ PM 2.5 สูงกว่า​ WHO แนะนำ แถมเกือบครึ่งประเทศเข้าไม่ถึงข้อมูลด้านคุณภาพอากาศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>มลพิษทางอากาศ นับเป็นวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นทั่วโลก และเป็นความเสี่ยงด้านสุขภาพอันดับต้นๆ ของโลก เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยและเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของคนนับล้านคนในแต่ละปีทั่วโลก โดยภาระด้านสุขภาพมักจะตกอยู่กับประชากรในประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลาง</p>
<p><span id="more-14483"></span></p>
<p>อากาศที่สะอาด ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความเท่าเทียมและเป็นธรรมที่ทุกคนควรเข้าถึงอากาศที่สะอาดได้สำหรับการหายใจ  แต่วิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นทั่วโลกยังส่งผลกระทบต่อความเหลื่อมล้ำ ซึ่งกลุ่มเปราะบางมักเป็นกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด​</p>
<p dir="ltr">กรีนพีซ ได้เผยแพร่รายงาน “ความแตกต่างใต้ท้องฟ้าเดียวกั<wbr />น: ความเหลื่อมล้ำจากมลพิ<wbr />ษทางอากาศ” หลังทำการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับคุณภาพอากาศและสถานการณ์มลพิษจาก PM 2.5 ใน 7 ประเทศ ประกอบด้วย อินเดีย มาเลเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ตุรกี และแอฟริกาใต้</p>
<p dir="ltr">รายงานระบุว่า มลพิษทางอากาศเป็นปัจจัยเสี่<wbr />ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุ<wbr />ดต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสู<wbr />งหรือร่างกายอ่อนแอ​ ได้แก่ เด็กทารก ผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 65 ปี และหญิงตั้งครรภ์ ที่มีแนวโน้มว่<wbr />าจะได้รับมลพิษสูง หรือมีความยากลำบากในการเข้าถึ<wbr />งข้อมูลด้านมลพิษทางอากาศเมื่<wbr />อเทียบกับจำนวนประชากรทั้<wbr />งหมดของประเทศ</p>
<p>ขณะที่ผลการศึกษาในครั้งนี้ ได้ค้นพบประเด็นที่น่าสนใจ ได้แก่</p>
<p dir="ltr" role="presentation">&#8211; มากกว่า 99% ของประชากรในแต่ละประเทศที่ระบุ<wbr />ไว้ในรายงาน ซึ่งคิดเป็นจำนวนมากกว่า 1 ใน 4 ของประชากรโลก ได้รับฝุ่น PM2.5 สูงเกินกว่าค่าแนะนำด้านคุ<wbr />ณภาพอากาศขององค์การอนามัยโลก (WHO Guideline) เพิ่มขึ้นจากในปี 2562 ที่มีสัดส่วน 90% <em>(อ้างอิงจากผลกระทบด้านสุขภาพจากมลพิษทางอากาศ โดยมีการปรับค่ามลพิษในระดับต่ำกว่าที่เคยพิจารณามาก่อนที่ไม่เกิน 5  ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งหากได้รับฝุ่นเป็นเวลานาน แม้จะมีความเข้มข้นของค่ามลพิษต่ำ ก็เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยด้วยโรคที่สำคัญได้​)​</em></p>
<p dir="ltr" role="presentation">&#8211; อินเดียเป็นหนึ่งในประเทศที่มี<wbr />คุณภาพอากาศแย่ที่สุด โดยมีสัดส่วนผู้ที่ได้รับฝุ่น PM2.5 สูงกว่า WHO Guideline กำหนดไว้กว่า 5 เท่า ถึง 95% <em>(ความเข้มข้นมากกว่า 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ) และ  57% ที่ได้รับฝุ่น PM 2.5 สูงกว่า​ WHO Guideline </em>​ถึง 10 เท่า <em>(ความเข้มข้นมากกว่า 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ) </em>โดยเฉพาะกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่<wbr />ที่มีมลพิษทางอากาศสูงเมื่อเที<wbr />ยบกับจำนวนประชากรทั้งหมด</p>
<p><img decoding="async" class="wp-image-14490 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Air-pollution-thai.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p dir="ltr" role="presentation">&#8211;  ประชากรทั้ง 100% ในประเทศไทย ได้รั<wbr />บฝุ่น PM2.5 มากกว่าที่​ WHO Guideline กำหนดไว้ แม้แต่ในจังหวัดที่มีฝุ่นน้อยที่สุดก็ตาม โดยมีถึง 44 จังหวัดทั่วประเทศ ที่มีปริมาณฝุ่น PM2.5 สูงกว่าที่ WHO Guideline กำหนดไว้ถึง 5 เท่า ซึ่งมากเป็นอันดับ 3 ของการศึกษาครั้งนี้ รองจาก อินเดีย และตุรกี</p>
<p dir="ltr" role="presentation">&#8211; ขณะที่เด็กทารกและผู้สูงอายุของไทย มีแนวโน้<wbr />มอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มี<wbr />ความเข้มข้นของฝุ่น PM 2.5 สูงกว่า WHO Guideline กำหนดไว้ถึง 5 เท่า (ความเข้มข้นมากกว่า 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ซึ่งเด็กทารกทั้ง 100% ได้รับฝุ่น PM2.5 สูงกว่าที่ WHO Guideline กำหนดไว้</p>
<p dir="ltr" role="presentation">&#8211; ไม่เพียงแค่ความเสี่ยงจากการต้องเผชิญกับมลพิษเท่านั้น แต่ยังมีความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมอีกด้วย โดยประชากรมากกว่าครึ่งหนึ่งในเกือบทุกประเทศที่ศึ<wbr />กษาในรายงานนี้ รวมทั้งประเทศไทย (48%) ​ไม่สามารถเข้าถึงสถานีวัดคุ<wbr />ณภาพอากาศภายในรัศมี  25 กิโลเมตร โดยเฉพาะในอินเดีย ที่มากกว่า 70% ของประชากรทั้งหมดในประเทศไม่<wbr />สามารถเข้าถึงข้อมูลของสถานี<wbr />ตรวจวัดคุณภาพอากาศภายในระยะรั<wbr />ศมี 25 กิโลเมตรได้</p>
<p dir="ltr"><strong>อวินาช ชันชาล ผู้จัดการฝ่ายงานรณรงค์ กรีนพีซ อินเดีย</strong> กล่าวว่า “รายงานฉบับนี้ ทำให้เห็นว่าสถานีตรวจวัดคุ<wbr />ณภาพอากาศของอินเดียมีจำนวนน้<wbr />อยจนน่าตกใจเมื่อพิ<wbr />จารณาจากขนาดของประเทศ การรายงานคุณภาพอากาศแบบเรี<wbr />ยลไทม์คือขั้นตอนแรกของการแก้<wbr />ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องดำเนิ<wbr />นการจัดทำระบบตรวจวัดคุ<wbr />ณภาพอากาศที่มีประสิทธิภาพทั่<wbr />วทั้งประเทศ และเผยแพร่ข้อมูลสู่<wbr />สาธารณะแบบเรียลไทล์ควบคู่ไปกั<wbr />บการแนะนำด้านสุขภาพ และมีระบบการแจ้งเตือน เช่น “การแจ้งเตือนสีแดง” สำหรับวันที่มีมลพิษทางอากาศสูง เพื่อให้ประชาชนสามารถปกป้องสุ<wbr />ขภาพของตัวเองได้ และกำหนดมาตรการให้ผู้ที่ปล่<wbr />อยมลพิษลดการปล่อยมลพิษเพื่อเป็<wbr />นการปกป้องสิ่งแวดล้อม”</p>
<p dir="ltr"><strong>เฉินหย่งเหริน  ผู้ประสานงานรณรงค์อาวุโส ฝ่ายงานรณรงค์ด้านมลพิ<wbr />ษทางอากาศทั่วโลก</strong> กล่าวว่า “การเข้าถึงข้อมูลด้านคุ<wbr />ณภาพอากาศ และการเข้าถึงอากาศสะอาดคือปั<wbr />ญหาของความเหลื่อมล้ำ ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงคือผู้ที่<wbr />ต้องการใช้ประโยชน์สูงสุ<wbr />ดจากการเข้าถึงข้อมูลด้านคุ<wbr />ณภาพอากาศ ซึ่งทุกคนควรมีสิทธิได้เข้าถึ<wbr />งอากาศสะอาดและสิ่งแวดล้อมที่ดี<wbr />  นโยบายของรัฐเพื่อให้<wbr />ประชาชนสามารถเข้าถึ<wbr />งอากาศสะอาดถือเป็นเรื่องเร่งด่<wbr />วนและสำคัญในการรักษาสิทธิขั้<wbr />นพื้นฐานของประชาชน”</p>
<p><img decoding="async" class="wp-image-14492 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Air-pollution.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ส่วนในประเทศไทย สถานีตรวจวัดคุ<wbr />ณภาพอากาศของภาครัฐในไทยยังมีน้<wbr />อยเมื่อเทียบกับประชากรทั้<wbr />งหมดของประเทศ ประชาชนในบางจังหวัดไม่<wbr />สามารถเข้าถึงข้อมูลจากสถานี<wbr />ตรวจวัดคุณภาพอากาศได้ในระยะรั<wbr />ศมี 25 กิโลเมตร มีประชากรเพียงร้อยละ 26.8 เท่านั้นที่พักอาศัยอยู่<wbr />ในระยะรัศมี 5 กิโลเมตร การรับรู้ข้อมูลด้านคุณภาพอากาศ ณ สถานที่และเวลาจริงจะช่วยให้<wbr />ประชาชนสามารถปกป้องสุขภาพตั<wbr />วเองได้ และหน่วยงานรัฐสามารถนำข้อมู<wbr />ลไปแก้ไขปัญหาด้านมลพิ<wbr />ษทางอากาศได้ตรงจุดมากขึ้น</p>
<p><strong>อัลลิยา เหมือนอบ </strong>ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านมลพิ<wbr />ษทางอากาศกรีนพีซ ประเทศไทย กล่าวว่า “เพื่อให้การแก้ปัญหามลพิ<wbr />ษทางอากาศของไทยมีประสิทธิ<wbr />ภาพและเป็นรูปธรรม รัฐบาลต้องประกาศใช้กฎหมายควบคุ<wbr />มการปล่อยฝุ่น PM2.5 จากปลายปล่องโรงงานอุตสาหกรรม และกฎหมายการรายงานและเปิดเผยข้<wbr />อมูลการปลดปล่อยและเคลื่อนย้<wbr />ายสารมลพิษ (Pollutant Release and Transfer Register หรือ PRTR) และระบุให้ฝุ่น PM2.5 อยู่ในรายชื่อสารที่ภาคอุ<wbr />ตสาหกรรมต้องรายงานข้อมูลการปล่<wbr />อยสู่สาธารณะ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้ามามี<wbr />ส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และป้องกันสุขภาพประชาชนจากฝุ่น PM2.5 ได้”</p>
<p>ทั้งนี้ รายงาน “ความแตกต่างใต้ท้องฟ้<wbr />าเดียวกัน: ความเหลื่อมล้ำจากมลพิ<wbr />ษทางอากาศ” ในส่วนของประเทศไทย สามารถดูได้ที่ <a href="https://www.greenpeace.org/thailand/publication/24564/climate-airpollution-inequity-report/" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.greenpeace.org/thailand/publication/24564/climate-airpollution-inequity-report/&amp;source=gmail&amp;ust=1662963731462000&amp;usg=AOvVaw2nlFcK99VBfyEc0LDsdRu6">https://www.greenpeace.org/<wbr />thailand/publication/24564/<wbr />climate-airpollution-inequity-<wbr />report/</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/greenpeace-open-the-inequity-air-research/">กรีนพีซ เปิดผลศึกษา &#8216;มลพิษทางอากาศ&#8217; ชี้คนไทยทั้งประเทศ ได้รับ PM 2.5 สูงกว่า​ WHO แนะนำ แถมเกือบครึ่งประเทศเข้าไม่ถึงข้อมูลด้านคุณภาพอากาศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
