<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ภากร ปีตธวัชชัย &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3-%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%95%E0%B8%98%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 30 Jul 2024 13:30:37 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ภากร ปีตธวัชชัย &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>SET เตรียมทรานสฟอร์มมาตรฐานยั่งยืนสู่ FTSE​​ ESG Scores​​ นำร่องตรวจสอบ &#8216;พี่ใหญ่&#8217; ใน  SET 100 ที่ยังไม่ได้ประเมิน ESG Rating​</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/transition-set-esg-ratings-to-ftse-russells-esg-scores/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Jul 2024 13:06:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[FTSE ESG Scores]]></category>
		<category><![CDATA[FTSE Russell]]></category>
		<category><![CDATA[FTSE Russell ESG Scores]]></category>
		<category><![CDATA[Governance)]]></category>
		<category><![CDATA[Investment]]></category>
		<category><![CDATA[Investor]]></category>
		<category><![CDATA[SET]]></category>
		<category><![CDATA[SET 100]]></category>
		<category><![CDATA[SET ESG Ratings]]></category>
		<category><![CDATA[Standard]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[นักลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ภากร ปีตธวัชชัย]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27726</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เตรียมยกระดับมาตรฐาน  SET ESG Rating สู่ระดับสากล ​ร่วมกับพันธมิตรผู้ประเมิน ESG ระดับโลกอย่าง FTSE Russell (ฟุตซี่ รัสเซล) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในกลุ่มตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน (LSEG : London Stock Exchange Group) ในการเป็นผู้ประเมินมาตรฐาน ESG ให้กับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทยตามเกณฑ์ ​Global Standard คาดใช้เวลาเปลี่ยนผ่านและเตรียมความพร้อมบริษัทจดทะเบียนไทย 2 ปี ก่อนเปลี่ยนใช้ชื่อ FTSE ​​ESG Scores (ฟุตซี่อีเอสจีสกอร์) เพื่อสร้างการยอมรับและดึงดูดนักลงทุนได้จากทั่วโลก คุณภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การยกระดับมาตรฐานด้าน​ความยั่งยืนไทยให้เป็นมาตรฐานเดียวกับสากล จะทำให้ตลาดทุนไทยได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ  ซึ่งที่ผ่านมา SET ได้ปรับมาตรฐาน ESG Rating เพื่อสะท้อนการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (บจ.) ​และพยายามผลักดันให้ภาคธุรกิจเห็นความสำคัญ พร้อมทั้ง​เปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนเพิ่มมากขึ้น ​เพื่อเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจสำหรับนักลงทุนใช้ในการพิจารณาการลงทุน โดยเฉพาะการร่วมมือกับ FTSE Russell [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/transition-set-esg-ratings-to-ftse-russells-esg-scores/">SET เตรียมทรานสฟอร์มมาตรฐานยั่งยืนสู่ FTSE​​ ESG Scores​​ นำร่องตรวจสอบ &#8216;พี่ใหญ่&#8217; ใน  SET 100 ที่ยังไม่ได้ประเมิน ESG Rating​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)</strong> เตรียมยกระดับมาตรฐาน  <strong>SET ESG Rating</strong> สู่ระดับสากล ​ร่วมกับพันธมิตรผู้ประเมิน ESG ระดับโลกอย่าง<strong> FTSE Russell</strong> (ฟุตซี่ รัสเซล) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในกลุ่มตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน (LSEG : London Stock Exchange Group) ในการเป็นผู้ประเมินมาตรฐาน ESG ให้กับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทยตามเกณฑ์ ​Global Standard คาดใช้เวลาเปลี่ยนผ่านและเตรียมความพร้อมบริษัทจดทะเบียนไทย 2 ปี ก่อนเปลี่ยนใช้ชื่อ <strong>FTSE ​​ESG Scores</strong> (ฟุตซี่อีเอสจีสกอร์) เพื่อสร้างการยอมรับและดึงดูดนักลงทุนได้จากทั่วโลก</p>
<p><span id="more-27726"></span></p>
<p><strong>คุณภากร ปีตธวัชชัย</strong> กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การยกระดับมาตรฐานด้าน​ความยั่งยืนไทยให้เป็นมาตรฐานเดียวกับสากล จะทำให้ตลาดทุนไทยได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ  ซึ่งที่ผ่านมา SET ได้ปรับมาตรฐาน ESG Rating เพื่อสะท้อนการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (บจ.) ​และพยายามผลักดันให้ภาคธุรกิจเห็นความสำคัญ พร้อมทั้ง​เปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนเพิ่มมากขึ้น ​เพื่อเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจสำหรับนักลงทุนใช้ในการพิจารณาการลงทุน โดยเฉพาะการร่วมมือกับ FTSE Russell คร้ังนี้ จะทำให้ตลาดทุนได้ประโยชน์ใน 4 มิติ สำคัญ ได้แก่</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27729 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/SET1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>1. ก​ารเพิ่มความโปร่งใสและลดภาระให้ บจ.</strong> เนื่องจาก เปลี่ยนวิธีในการประเมินจากเดิมที่ใช้การตอบแบบสอบถามโดย บจ. ที่ต้องการเข้ารับการประเมินเป็นผู้ตอบเอง​​ มาเป็นการใช้ข้อมูลที่เปิดเผยสู่สาธารณะ ทั้งจากการเปิดเผยของแต่ละธุรกิจเอง (Self-Declare) รวมถึงข้อร้องเรียนจากภาคส่วนต่างๆ  จากการมอนิเตอร์ของผู้ประเมิน ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับที่ Global Standard ใช้ประเมิน รวมทั้งลดภาระในการจัดเก็บและส่งข้อมูลของภาคธุรกิจ​</p>
<p><strong>2. เพิ่มการยอมรับในมาตรฐานการดำเนินงานของภาคธุรกิจไทยในสากล</strong> เนื่องจาก​ ประเมินโดยผู้ประเมิน​ที่มีมาตรฐานระดับโลก ทำให้เพิ่มโอกาสของหุ้นจากตลาดทุนไทยได้รับการยอมรับและพิจารณาการลงทุนจากทั่วโลกมากขึ้น</p>
<p><strong>3. เพิ่ม Best Practice ให้ภาคธุรกิจไทย</strong> จากแนวทางการประเมินของ FTSE Russell ที่มีการพิจารณาปัจจัยที่ธุรกิจในแต่ละอุตสาหกรรมต้องให้ความสำคัญอย่างละเอียด ทั้งกรอบโดยรวม และเฉพาะเจาะจงของแต่ละกลุ่ม ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ใช้ประเมินในบริษัทกว่า 8 พันแห่ง จาก 47 ประเทศทั่วโลก</p>
<p><strong>4. ยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนในประเทศไทยให้เป็นสากล</strong> จากการประเมินที่สอดคล้องกับโมเดลของ FTSE ESG Scores ภายใต้การกำกับดูแลจากหน่วยงานอิสระในหลายแขนงทั้งภาคธุรกิจ นักลงทุน NGO และนักวิชาการ ภายใต้การประเมินที่สอดคล้องกับมุมมองของผู้มีส่วนได้เสียหลากหลายกลุ่ม</p>
<p><em>&#8220;ในช่วงนำร่อง 1-2 ปีนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะทำการประเมินทั้ง 2 มาตรฐาน คือ<strong> SET ESG Rating</strong> และ <strong>FTSE Russell ESG Scores</strong> โดยยังไม่มีการเผยแพร่ผลประเมินของทางฟุตซี่ฯ เพื่อเปิดโอกาสให้ทาง บจ. ปรับตัวและแก้ไข โดยจะเริ่มเผยแพร่ผลประเมินและเปลี่ยนผ่านมาใช้มาตรฐาน FTSE Russell ESG Scores อย่างเป็นทางการในปี 2569 ซึ่งในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ  จะเร่งสื่อสารทำความเข้าใจกระบวนการในการเปลี่ยนผ่าน มาตรฐานและตัวชี้วัดการประเมินให้ภาคธุรกิจทราบและปรับตัว ทั้งการจัดอบรมสัมมนา Workshop ให้ความรู้ทั้งบริษัทจดทะเบียน บริษัทหลักทรัพย์ นักวิเคราะห์ รวมทั้งการสื่อสารในวงกว้างเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้​&#8221;</em></p>
<p><strong>นำร่องประเมินพี่ใหญ่ SET 100 ช่วงเปลี่ยนผ่าน </strong></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-27728 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/SET3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร</strong> รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยเพิ่มเติมถึงทิศทางและโรดแม็พในการเปลี่ยนผ่านว่า โมเดลในการประเมินของ FTSE ESG นั้น พิจารณาจาก 3 มิติ คือ ส่ิงแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) 14 ธีม แบ่งแยกย่อยในแต่ละมิติ เช่น สิ่งแวดล้อม จะมีเรื่อง Biodiversity, Climate Change, Pollution ​ทรัพยากรต่างๆ เช่น น้ำ รวมทั้งซัพพลายเชน ส่วนมิติสังคม ทั้งเรื่องของแรงงาน สิทธิมนุษยชน ความปลอดภัยและการดูแลสุขภาพพนักงาน หรือความรับผิดชอบต่อลูกค้า  ส่วนเรื่องธรรมาภิบาล เช่น การป้องกันคอรัปชั่น การจัดการด้านความเสี่ยง และความโปร่งใสด้านภาษี  โดยในระดับโลกจะมี​การใช้ตัวชีวัดต่างๆ ​มากกว่า 300 ตัวชี้วัด ​ขณะที่บริบทและลักษณะธุรกิจในประเทศไทยจะใช้ตัวชี้วัดเฉลี่ยที่ราว 140 ตัวชี้วัด</p>
<p><em>&#8220;ที่ผ่านมา เรามีการยกระดับมาตรฐาน SET ESG Rating มาโดยตลอด ทั้งการเปิดเผยข้อมูลที่รอบด้านมากขึ้น​ ​รวมทั้งการจัดเรตติ้งเพื่อประเมินการดำเนินงาน ซึ่งมีพัฒนาการมากขึ้น มีบริษัทเข้ารับการประเมินแล้ว 192 บริษัท​ แต่หากเทียบกับภาพรวมที่มีบริษัทจดทะเบียนเกือบ 900 บริษัท ยังถือว่าไม่มากนัก การจะเพิ่มมาตรฐานความยั่งยืนให้ครอบคลุมมากขึ้นด้วยการรอความสมัครใจจากภาคธุรกิจจึงอาจไม่ตอบโจทย์ ​ทำให้ต้องเปลี่ยนมาใช้มาตรฐานการประเมินที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ประกอบกับในช่วงก่อนหน้านี้ ข้อมูลจากสาธารณะต่างๆ อาจจะยังมีไม่มากพอสำหรับนำมาประเมิน แต่ในยุคปัจจุบันมีแหล่งข้อมูลหลากหลายและรอบด้านมากขึ้น ทำให้มีความเหมาะสมสำหรัลการใช้อ้างอิงในปัจจุบัน ซึ่ง <strong>ในปีแรกจะนำร่องด้วยการประเมิน 192 บริษัทที่อยู่ใน SET ESG Rating รวมท้ังอีก 35 บริษัทใน SET 100 ที่ยังไม่ได้เข้าประเมิน ​รวมทั้งบริษัทขนาดกลางหรือเล็กที่สมัครใจเข้าร่วมประเมินในปี 2568 โดยตั้งเป้าจะสามารถเพิ่มการประเมินมาตรฐาน ESG เพิ่มขึ้นจาก 192 บริษัท เป็น 300-400 บริษัท หรือประมาณ 50% ของจำนวนบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ และครอบคลุม Market Cap หรือมูลค่าหลักทรัพย์ในตลาดได้ราว 90%</strong> &#8221; </em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-27727 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/FTSE-Model.jpg" alt="" width="1200" height="681" /></p>
<p>ท้ังนี้  ในช่วงเปลี่ยนผ่าน จะมีการประเมินทั้ง 2 มาตรฐานควบคู่กันไป แต่จะยังไม่เปิดเผยมาตรฐาน FTSE ESG Scores โดยจะส่ง​ผลการประเมินตรงไปยังบริษัทที่ถูกประเมิน เพื่อให้รับทราบทำการปรับปรุงแก้ไข ก่อน​เผยแพร่สู่สาธารณะในปี 2569 ซึ่ง​หากภาคธุรกิจที่ได้รับการประเมินไม่เห็นด้วยต่อผลการประเมินที่ได้ สามารถชี้แจง หรือสอบถามมาตรฐานการประเมินจากทาง FTSE  ซึ่งกา​รตรวจสอบการประเมินต่างๆ จะเป็นไปอย่างเปิดเผย แต่ไม่สามารถห้ามการเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะได้</p>
<p>สำหรับการเลือกใช้มาตรฐาน FTSE Russell เนื่องจาก เป็นพันธมิตรที่เข้ามาร่วมทำงานเพื่อการยกระดับ​มาตรฐาน ESG กับทาง SET มาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นราวปี 2565 ​ประกอบกับ ​มีภารกิจในการประเมินบริษัทในตลาดหุ้นของไทยครอบคลุมกว่า 30-40 บริษัทอยู่แล้ว ทำให้กลายเป็นพาร์ทเนอร์รายแรกเพื่อนำร่อง​การประเมินตามมาตรฐานสากล​ แต่ในอนาคต ทางตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดกว้างสำหรับพันธมิตรรายใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน เนื่องจาก ​การจัดมาตรฐาน​ในบางประเทศก็มีการใช้ในหลากหลายระบบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27731 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/Roadmap.jpg" alt="" width="1200" height="676" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ความกังวล​ถึงความเชื่อมั่นต่อมาตรฐานด้าน ESG ​ซึ่งที่ผ่านมาพบว่า แม้หลายธุรกิจ ที่ได้รับการประเมินอยู่ในลิสต์หุ้นยั่งยืน แต่กลับมีปัญหาเรื่องของการทุจริต หรือความโปร่งใสต่างๆ นั้น ทาง ดร.ศรพล ให้ความเห็นว่า​ <em>&#8220;เรื่องความน่าเชื่อถือของธุรกิจที่ได้รับการประเมินด้วยเรตติ้งระดับสูง ถือเป็นปัญหาคลาสิกที่หลายคนกังวล ซึ่ง <strong>ต้องยอมรับว่าไม่มีมาตรฐานใดที่สามารถรับรองความถูกต้องได้ 100% แต่การมีข้อมูล ดีกว่าไม่มีข้อมูล และการใช้ข้อมูลที่เปิดเผยไว้ในสาธารณะ เหมือนกับการมีหลายตาช่วยกันตรวจสอบ ทั้งนักวิเคราะห์ NGO หรือหน่วยงานกำกับต่างๆ และเป็นอีกหนึ่งข้อดีของการขยับมาใช้มาตรฐานใหม่นี้</strong> จากเดิมที่เป็นการเซอร์เวย์ มาเป็นการใช้ข้อมูลสาธารณะ เพราะการมีข้อมูลมากพอมีความสำคัญ รวมทั้งการมีคู่เทียบที่เพิ่มมากขึ้น จากเดิมที่อาจมีอยู่แค่ภายในประเทศ 100-200 ราย มาเป็นกว่า 8 พันราย ทำให้เราสามารถตรวจจับความผิดปกติของข้อมูลต่างๆ ได้ดีขึ้น แต่ต้องยอมรับว่าไม่มีอะไรที่สามารถป้องกันได้ 100% แต่ต้องมีการติดตาม ตรวจสอบ ปรับปรุงอยู่เสมอ เหมือนที่ทางตลาดหลักทรัพย์ฯ กำลังยกระดับและปรับปรุงมาตรฐานให้สูงขึ้น&#8221;​</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/transition-set-esg-ratings-to-ftse-russells-esg-scores/">SET เตรียมทรานสฟอร์มมาตรฐานยั่งยืนสู่ FTSE​​ ESG Scores​​ นำร่องตรวจสอบ &#8216;พี่ใหญ่&#8217; ใน  SET 100 ที่ยังไม่ได้ประเมิน ESG Rating​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตลาดหลักทรัพย์ฯ พัฒนาระบบ SET Carbon จับมือพันธมิตร ร่วมยกระดับคุณภาพข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สู่เป้าหมาย Net Zero ค.ศ. 2050</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/06/set-carbon-ghg-emissions-inventory-tool/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Jun 2024 06:57:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[GHG Emissions Inventory]]></category>
		<category><![CDATA[I-TRACK]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero Commitment]]></category>
		<category><![CDATA[SET]]></category>
		<category><![CDATA[SET Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[SET ESG Data Platform]]></category>
		<category><![CDATA[SET…Make it ‘Work’ for Every Future]]></category>
		<category><![CDATA[The International Tracking Standard]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์ฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ภากร ปีตธวัชชัย]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบการจัดการข้อมูลก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[เทพรัตน์ เทพพิทักษ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26237</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลาดหลักทรัพย์ฯ ก้าวสู่ปีที่ 50 มุ่งพัฒนาตลาดทุนอย่างยั่งยืน สู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net&#8211;zero Commitment) เดินหน้าพัฒนาระบบ SET Carbon เปิดเผยข้อมูลการจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของตลาดทุน ตามแผนกลยุทธ์ปี 2567 โดยนำเทคโนโลยีมาพัฒนาการจัดการข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) และเชื่อมต่อข้อมูลกับหน่วยงานด้านพลังงานและทรัพยากร หวังยกระดับข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social, Governance: ESG) เพื่อประโยชน์ของการใช้ข้อมูล พร้อมลดกระบวนการทำงานของ บจ. ล่าสุด ร่วมกับ กฟผ. แลกเปลี่ยนข้อมูลการใช้พลังงาน บจ. โดยระบบ SET Carbon เฟสแรกจะเปิดให้บริการสำหรับ บจ. ที่สนใจ ภายในไตรมาสแรกปี 2568 ดร.ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ สนับสนุนการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนทั้งภายในและภายนอกองค์กร ซึ่งปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อาทิ ภัยธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเล และอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อธุรกิจ โดยสาเหตุสำคัญมาจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกิจกรรมของมนุษย์ ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำลังจะก้าวเข้าสู่ปีที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/set-carbon-ghg-emissions-inventory-tool/">ตลาดหลักทรัพย์ฯ พัฒนาระบบ SET Carbon จับมือพันธมิตร ร่วมยกระดับคุณภาพข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สู่เป้าหมาย Net Zero ค.ศ. 2050</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ตลาดหลักทรัพย์ฯ </strong><strong>ก้าวสู่ปีที่ </strong><strong>50 </strong><strong>มุ่งพัฒนาตลาดทุนอย่างยั่งยืน สู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (</strong><strong>Net</strong><strong>&#8211;</strong><strong>zero Commitment</strong><strong>)</strong> <strong>เดินหน้า</strong><strong>พัฒนาระบบ </strong><strong>SET Carbon </strong><strong>เปิดเผยข้อมูลการจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของตลาดทุน </strong><strong>ตามแผนกลยุทธ์ปี </strong><strong>2567 </strong></p>
<p><span id="more-26237"></span></p>
<p><strong>โดยนำเทคโนโลยีมาพัฒนา</strong><strong>การจัดการข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจาก</strong><strong>การดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) และ</strong><strong>เชื่อมต่อข้อมูลกับหน่วยงานด้านพลังงานและทรัพยากร</strong> <strong>หวังยกระดับข้อมูล</strong><strong>ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (</strong><strong>Environmental, Social, Governance</strong><strong>: </strong><strong>ESG</strong><strong>) เพื่อประโยชน์ของการใช้ข้อมูล พร้อมลดกระบวนการทำงานของ บจ. ล่าสุด ร่วมกับ กฟผ. แลกเปลี่ยนข้อมูลการใช้พลังงาน บจ. โดย</strong><strong>ระบบ </strong><strong>SET Carbon </strong><strong>เฟสแรกจะเปิดให้บริการสำหรับ บจ. ที่สนใจ </strong><strong>ภายในไตรมาสแรกปี </strong><strong>2568</strong></p>
<p><strong>ดร.ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย</strong> เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ สนับสนุนการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนทั้งภายในและภายนอกองค์กร ซึ่งปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อาทิ ภัยธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเล และอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อธุรกิจ โดยสาเหตุสำคัญมาจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกิจกรรมของมนุษย์</p>
<p>ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำลังจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 50 ได้กำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-zero Commitment) ขององค์กรภายในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) โดยปัจจุบัน อยู่ระหว่างพัฒนาระบบการจัดการข้อมูลก๊าซเรือนกระจก หรือระบบ SET Carbon เพื่อเป็นเครื่องมือจัดการ จัดเก็บ และคำนวณข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกิจกรรมทางธุรกิจ โดยนำเทคโนโลยีและมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับ มาจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26238 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/k-Pakorm.jpg" alt="" width="534" height="608" /></p>
<p>“ระบบ SET Carbon จะยกระดับคุณภาพข้อมูล ESG บจ. เพื่อให้ผู้ลงทุนและผู้เกี่ยวข้องใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนและติดตามการเปิดเผยข้อมูลของธุรกิจ และธุรกิจใช้วางแผนจัดการก๊าซเรือนกระจกอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนลดต้นทุนและกระบวนการของ บจ. โดยข้อมูลจากระบบ SET ESG Data Platform พบว่า ในปี 2567 มี บจ. เปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและได้รับการทวนสอบแล้ว 266 บริษัท หรือ 32% ของ บจ.ทั้งหมด ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ บจ. เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวมาจากมาตรการสนับสนุนการลงทุนในกองทุน Thai ESG และการเตรียมพร้อมของ บจ. สำหรับการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบต่างๆ  ทั้งนี้ การพัฒนาระบบ SET Carbon ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลากหลายภาคส่วน โดยในปีนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งเป็นศูนย์กลางข้อมูลพลังงานระดับประเทศ โดยจะมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ให้ความรู้แก่ บจ. ด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเชื่อมต่อข้อมูลผ่านระบบ SET Carbon เพื่อนำไปใช้ในการกำหนดนโยบายและแนวทางบริหารจัดการด้านพลังงานที่ตอบโจทย์ทุกภาคส่วน รวมทั้งเปิดรับพันธมิตรอื่น ๆ ในการพัฒนายกระดับคุณภาพและการใช้ข้อมูล ESG เพื่อการเปลี่ยนผ่านประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำต่อไป” นายภากรกล่าว</p>
<p><strong>นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์</strong> ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า กฟผ. พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านความร่วมมือในการบูรณาการข้อมูลด้านพลังงานและกลไกทางเศรษฐศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนกับตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการตัดสินใจของผู้ลงทุน ซึ่งส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ ที่ผ่านมา กฟผ. ในฐานะผู้ได้รับสิทธิ์จากมาตรฐาน The International Tracking Standard (I-TRACK) หรือชื่อเดิม The International REC Standard (I-REC) ให้เป็นผู้รับรอง (Local Issuer) โดยผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียนของไทยได้มีการขอออกใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate: REC) แล้วกว่า 20 ล้านใบรับรอง ตามการขยายตัวเพิ่มขึ้นของตลาดการซื้อขาย REC ในทุกปี และความต้องการของบริษัทชั้นนำต่าง ๆ ในการเข้าถึงพลังงานสะอาด เพื่อเดินหน้าประเทศไทยสู่สังคมสีเขียวต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26240 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/SET-CARBON1.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ระบบ SET Carbon จัดการข้อมูลโดยแยกเป็นกลุ่มรายการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emissions Inventory) ครอบคลุมการใช้พลังงานและทรัพยากรในกิจกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ โดยจำแนกข้อมูลตามกลุ่มอุตสาหกรรม และสามารถจัดทำรายงานในรูปแบบ Dashboard ตลอดจนสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น อาทิ SET ESG Data Platform ของตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมถึงหน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลการใช้พลังงานและทรัพยากร ปัจจุบันอยู่ระหว่างพัฒนาระบบต้นแบบ (prototype) โดยมี บจ. นำร่อง  20 บริษัทจากทุกกลุ่มอุตสาหกรรมร่วมทดสอบ ก่อนเปิดใช้อย่างเป็นทางการภายในไตรมาสแรกปี 2568 โดยในเฟสแรก เน้น บจ. ที่สนใจใช้เครื่องมือจัดทำและเปิดเผยข้อมูลก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 1 (การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรงจากกิจกรรมขององค์กร) และขอบเขตที่ 2 (การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน) พร้อมทวนสอบข้อมูลก๊าซเรือนกระจกตามข้อกำหนดของ 56-1 One Report และจะขยายไปสู่ขอบเขตที่ 3 (การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากห่วงโซ่คุณค่า) ของ บจ. ในเฟสต่อไป บจ. ที่สนใจ ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายพัฒนาบริการด้านความยั่งยืน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โทร 0 2009 9894 หรือ 0 2009 9887</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/set-carbon-ghg-emissions-inventory-tool/">ตลาดหลักทรัพย์ฯ พัฒนาระบบ SET Carbon จับมือพันธมิตร ร่วมยกระดับคุณภาพข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สู่เป้าหมาย Net Zero ค.ศ. 2050</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>5 What&#8217;s Next ตลาดทุนไทย ​ก้าวสู่ปีที่ 50 ยกระดับสู่ตลาดภูมิภาค ขยายโอกาสธุรกิจทุกเซ็กเม้นต์ เสริมเทคโนโลยี พร้อมขับเคลื่อนความยั่งยืนต่อเนื่อง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/05/set-50th-anniversary-embracing-future-for-all/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 May 2024 14:53:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[50 ปี ตลาดหลักทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Exchange]]></category>
		<category><![CDATA[Future]]></category>
		<category><![CDATA[Human Right]]></category>
		<category><![CDATA[Human Rights]]></category>
		<category><![CDATA[New Economy]]></category>
		<category><![CDATA[SET]]></category>
		<category><![CDATA[SET…Make it ‘Work’ for Every Future]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Trends]]></category>
		<category><![CDATA[What's Next]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์ฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ภากร ปีตธวัชชัย]]></category>
		<category><![CDATA[ร่วมสร้างอนาคต เพื่อโอกาสของทุกคน]]></category>
		<category><![CDATA[สิทธิมนุษยชน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26046</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ก้าวสู่ปีที่ 50 ย้ำแนวคิด Make it “Work” for Every Future &#8211; ร่วมสร้างอนาคต เพื่อโอกาสของทุกคน มุ่งเน้นเดินหน้าสู่เป้าหมายอนาคต พร้อม​ยกระดับสู่ตลาดหลักทรัพย์ภูมิภาค ​ขยายโอกาสระดมทุนสนับสนุนธุรกิจทุกขนาด​ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงธุรกิจครอบครัวขนาดใหญ่ บริษัทต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจในไทย SMEs Startups พร้อมสร้างศักยภาพในอุตสาหกรรมใหม่ๆ (New Economy) เสริมเทคโนโลยีดิจิทัล​มาเสริมศักยภาพให้ตลาดทุน นอกจากนี้ จะเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงานและการกำกับดูแล และสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้วยเทคโนโลยี AI ขับเคลื่อนความยั่งยืนทุกมิติ นำไปสู่การขับเคลื่อนประเทศอย่างแข็งแกร่ง พร้อมสร้างสมดุลสิ่งแวดล้อมและอนาคตของสังคมไทยอย่างยั่งยืน นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ เริ่มเปิดให้มีการซื้อขายครั้งแรกในปี พ.ศ. 2518 และก้าวสู่ปีที่ 50 ของการดำเนินงานในปีนี้ โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งพัฒนาตลาดทุนไทยให้เป็นตลาดทุนแห่งอนาคตที่สนับสนุนผู้เกี่ยวข้องทุกกลุ่ม โดยกำหนดแนวคิดสำหรับการก้าวสู่ปีที่ 50 ว่า Make it “Work” for Every Future [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/set-50th-anniversary-embracing-future-for-all/">5 What&#8217;s Next ตลาดทุนไทย ​ก้าวสู่ปีที่ 50 ยกระดับสู่ตลาดภูมิภาค ขยายโอกาสธุรกิจทุกเซ็กเม้นต์ เสริมเทคโนโลยี พร้อมขับเคลื่อนความยั่งยืนต่อเนื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ก้าวสู่ปีที่ </strong><strong>50 ย้ำ</strong><strong>แนวคิด </strong><strong>Make it “Work” for Every Future &#8211; </strong><strong>ร่วมสร้างอนาคต เพื่อโอกาสของทุกคน มุ่งเน้นเดินหน้าสู่เป้าหมายอนาคต</strong></p>
<p><span id="more-26046"></span></p>
<p><strong>พร้อม​ยกระดับสู่ตลาดหลักทรัพย์ภูมิภาค ​ขยายโอกาสระดมทุนสนับสนุนธุรกิจทุกขนาด​ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงธุรกิจครอบครัวขนาดใหญ่ บริษัทต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจในไทย </strong><strong>SMEs Startups </strong><strong>พร้อมสร้างศักยภาพในอุตสาหกรรมใหม่ๆ (</strong><strong>New Economy)</strong><strong> เสริมเทคโนโลยีดิจิทัล​มาเสริมศักยภาพให้ตลาดทุน </strong></p>
<p><strong>นอกจากนี้ จะเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงานและการกำกับดูแล และสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้วยเทคโนโลยี </strong><strong>AI </strong><strong>ขับเคลื่อนความยั่งยืนทุกมิติ นำไปสู่การขับเคลื่อนประเทศอย่างแข็งแกร่ง พร้อมสร้างสมดุลสิ่งแวดล้อมและอนาคตของสังคมไทยอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p><strong>นายภากร ปีตธวัชชัย</strong> กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ เริ่มเปิดให้มีการซื้อขายครั้งแรกในปี พ.ศ. 2518 และก้าวสู่ปีที่ 50 ของการดำเนินงานในปีนี้ โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งพัฒนาตลาดทุนไทยให้เป็นตลาดทุนแห่งอนาคตที่สนับสนุนผู้เกี่ยวข้องทุกกลุ่ม โดยกำหนดแนวคิดสำหรับการก้าวสู่ปีที่ 50 ว่า <strong>Make it “Work” for Every Future &#8211; </strong><strong>ร่วมสร้างอนาคต เพื่อโอกาสของทุกคน </strong>ทั้งการสร้างสรรค์สินค้าและบริการที่ตอบโจทย์เป้าหมายอนาคตของผู้ออมและผู้ลงทุน เป็นกลไกให้ภาคธุรกิจเข้าถึงโอกาสการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว นำไปสู่การขับเคลื่อนประเทศอย่างแข็งแกร่ง พร้อมสร้างสมดุลสิ่งแวดล้อม และอนาคตของสังคมไทยอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26050 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/1-9.jpg" alt="" width="1200" height="856" /></p>
<p>“มองไปในอนาคต ตลาดทุนจะยังพบความเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องทั้งจากปัจจัยภายในและนอกประเทศ ความต้องการของภาคธุรกิจและผู้ลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไป การแข่งขันที่เข้มข้น ตลอดจนเทคโนโลยีที่ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้าสร้างอนาคต เพื่อโอกาสของทุกคน โดยมองบทบาทที่จะเปลี่ยนไปและมุ่งสู่เป้าหมายอนาคต ใน 5 ด้าน ประกอบด้วย</p>
<p><strong>1)</strong> <strong>ยกระดับสู่ตลาดหลักทรัพย์ภูมิภาค</strong> ทั้งในด้านการเป็นแหล่งระดมทุนของบริษัทในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งการเพิ่มเติมทางเลือกการลงทุนต่างประเทศผ่านกลไกตลาดทุนไทย</p>
<p><strong>2)</strong>  <strong>ขยายโอกาสการระดมทุน</strong> ให้บริษัททุกขนาดในภูมิภาค โดยมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายทั้งบริษัทขนาดใหญ่ รวมถึงธุรกิจครอบครัวขนาดใหญ่ (Mega Family Business) บริษัทต่างชาติที่มีการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย บริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ (New Economy) และ SMEs Startups พร้อมส่งเสริมการพัฒนา Data Platform สำหรับบริษัทจดทะเบียน เพื่อสร้างฐานข้อมูลที่มีคุณภาพ (Data Pools) นำมาต่อยอดเป็นข้อมูลเชิงวิเคราะห์ (Data Analytics) อาทิ Industry Highlights สำหรับเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์ฯ และพันธมิตร</p>
<p><strong>3)  </strong><strong>พัฒนาตลาดทุนแบบดิจิทัลเข้ามาเสริมตลาดทุนดั้งเดิมที่มีความเข้มแข็งในปัจจุบัน</strong> เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ระดมทุนและผู้ลงทุนยุคใหม่</p>
<p><strong>4) </strong><strong>เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงานและการกำกับดูแล และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุนที่แข็งแกร่ง</strong> โดยพิจารณาในการนำเทคโนโลยี AI และ Generative AI เข้ามาช่วยพัฒนางานในหลายด้านเพิ่มขึ้น เช่น ระบบกำกับดูแลการซื้อขายและบริษัทจดทะเบียน ระบบช่วยนักวิเคราะห์ในการจัดทำบทวิเคราะห์หลักทรัพย์โดยเฉพาะขนาดกลางและขนาดเล็ก ระบบแปลเนื้อหาข้อมูลบริษัทจดทะเบียน หรือความรู้ด้านการลงทุนสำหรับผู้ลงทุนต่างชาติ รวมทั้งแนะนำบริการด้านต่าง ๆ ตามโจทย์พฤติกรรมผู้ลงทุน (Personalization) เป็นต้น</p>
<p><strong>5)</strong> <strong>ขับเคลื่อนความยั่งยืน </strong><strong>(Sustainability) </strong><strong>ในทุกมิติ</strong> โดยมุ่งเน้นการเตรียมบริษัทจดทะเบียน ผู้ลงทุน และบุคลากรตลาดทุน ให้พร้อมรองรับความท้าทายและโอกาสจากประเด็นความยั่งยืน และพัฒนาการของกฎเกณฑ์กำกับใหม่ ๆ อาทิ วิกฤตสภาพภูมิอากาศ (Climate Crisis) ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) และสิทธิมนุษยชน (Human Rights)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26053 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/SET-ก้าวสู่ปีที่-50_2-RE.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;ตลอด 5 ทศวรรษ ตลาดหลักทรัพย์ฯ พัฒนาธุรกิจและตลาดทุนต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยเป็นแพลตฟอร์มเพื่อการระดมทุนสำหรับธุรกิจทุกขนาดทั้งในภาวะปกติและวิกฤต ปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียนกว่า 850 บริษัท มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมกว่า 17.4 ล้านล้านบาท จำนวนผู้ลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องล่าสุดที่กว่า 5.8 ล้านบัญชี และพัฒนาสินค้าบริการเพื่อตอบโจทย์ผู้ลงทุนทุกกลุ่ม รวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงต่างประเทศในหลากหลายรูปแบบ อาทิ DR DRx ETF DW ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการขยายตัวของตลาด และสนับสนุนการทำงานของอุตสาหกรรมตลาดทุน ซึ่งรวมถึงการมีแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัล ควบคู่การนำ ESG เป็นหลักในการดำเนินธุรกิจ และขับเคลื่อนตลาดทุนในมิติต่างๆ การให้ความรู้การเงินการลงทุน ดูแลสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมภาคสังคมให้เติบโตไปพร้อมกัน โดยปัจจุบัน บริษัทจดทะเบียนไทยเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนระดับสากล&#8221;​ </em></p>
<p>ด้าน <strong>ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร​</strong> รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กรและโครงการกลยุทธ์ หัวหน้าสายงานพัฒนาความยั่งยืนตลาดทุน และหัวหน้ากลุ่มงานกลยุทธ์องค์กร SET  เปิดเผยว่า การขับเคลื่อนเรื่องของความยั่งยืนในภาคธุรกิจ มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามบริบทในสังคม และโอกาสในการเกิดความเสี่ยง หรือปัจจัยต่างๆ ที่ผู้คนและสังคม จะเริ่มถามหาความรับผิดชอบต่อภาคธุรกิจ ซึ่งอาจจะกลายเป็นเงื่อนไขในการกีดกันการค้า เป็นอุปสรรคในการทำธุรกิจในอนาคต โดยเฉพาะการค้าขายระหว่างประเทศในตลาดโลก ซึ่งในอนาคตจะมีประเด็นในมิติต่างๆ ที่มากกว่าแค่เรื่องของธรรมาภิบาล สิ่งแวดล้อม และสังคม หรือ ESG</p>
<p>&#8220;​ปัจจุบันเทรนด์อาจจะเด่นชัดในเรื่องของ Environment จากความกังวลต่อปัญหา Climate Change ทำให้มีความตื่นตัวในเรื่องของ Carbon Risk หลายฝ่ายพยายามขับเคลื่อนเพื่อลดคาร์บอน และวางเป้าหมายที่จะเป็น Net zero ​แต่ในอนาคตอีกไม่กี่ปีมิติสิ่งแวดล้อมอื่นๆ จะขยายกรอบ​ออกไปกว้างมากขึ้น​โดยเฉพาะความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity)​ ที่เริ่มมีคนพูดถึงมากขึ้น แต่ในไทยยังไม่มีความพร้อมในการกำหนดมาตรฐาน หรือทิศทางในการขับเคลื่อนเรื่องนี้ที่จับต้องได้ ​รวมทั้ง​มิติทางสังคม​ทั้งเรื่องของสิทธิมนุษยชน (Human Rights) รวมไปถึงการขับเคลื่อน Financial Literacy ​เพื่อ​ดูแลคุณภาพชีวิตของประชากร ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่ม​ขึ้น รวมทั้งมีอายุเฉลี่ย​มากขึ้น การวางแผนการเงินหลังเกษียณจะมีความจำเป็นเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน เพื่อป้องกัน​ปัญหาหนี้ครัวเรือน รวมทั้งการสร้างภูมิคุ้มกัน​จากการหลอกลวงทางไซเบอร์ที่เริ่มซับซ้อน และมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เป็นเครื่องมือมากขึ้นด้วย&#8221;​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26051 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/2-9.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ทั้งนี้ SET จะทำหน้าที่ในการส่งสัญญาณให้ธุรกิจเห็นถึงเทรนด์ด้านความยั่งยืนใหม่ๆ ที่เริ่ม​เข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น เพื่อสร้าง Awareness ให้เตรียมรับมือ พร้อมกำหนด Guideline ​เพื่อให้บริษัทต่างๆ เริ่มวางทิศทางในการขับเคลื่อนเพื่อรับมือต่อความเสี่ยงเหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ​ผ่าน 4 กลยุทธ์ คือ ESG in Action , ESG Investment ESG Tech &amp; Infrastructure  และ ESG Academy</p>
<p>นอกจากนี้  ระหว่างปี 2567-2568 ภายใต้วาระตลาดหลักทรัพย์ฯ ก้าวสู่ปีที่ 50 จะมีการจัดกิจกรรมถ่ายทอดพัฒนาการตลาดหลักทรัพย์ฯ อาทิ นิทรรศการ 50 ปี ตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ห้องสมุดมารวย หนังสือ 50 ปี “5 Decades of SET” และจัดทำซีรีส์สื่อสารผ่านช่องทางต่าง ๆ รวมทั้งส่งเสริม ESG ทั้งด้านการขับเคลื่อนภาคเอกชนสู่การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ด้านสังคมที่มีการดูแลกลุ่มเปราะบาง โดยสนับสนุนรถพยาบาลแก่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เด็กและเยาวชนด้วย Financial Literacy และส่งเสริมสุขภาวะประชาชนผ่านกีฬาเทเบิลเทนนิส และด้านการส่งเสริม CG ภาคธุรกิจ การประกวดงานวิจัยด้าน ESG ที่จะมีขึ้นในปีนี้ รวมทั้งการจัดทำหนังสือเกี่ยวกับกฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/set-50th-anniversary-embracing-future-for-all/">5 What&#8217;s Next ตลาดทุนไทย ​ก้าวสู่ปีที่ 50 ยกระดับสู่ตลาดภูมิภาค ขยายโอกาสธุรกิจทุกเซ็กเม้นต์ เสริมเทคโนโลยี พร้อมขับเคลื่อนความยั่งยืนต่อเนื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่อยอดสร้างครูกระบวนกร ส่งต่อความรู้การลงทุนสู่ระบบการศึกษา</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/05/investory-investment-learning-design-bootcamp/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 May 2024 09:20:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[active learning]]></category>
		<category><![CDATA[Financial Literacy]]></category>
		<category><![CDATA[INVESTORY Investment Learning Design Bootcamp]]></category>
		<category><![CDATA[SET]]></category>
		<category><![CDATA[SET…Make it Work for Everyone]]></category>
		<category><![CDATA[Show & Share]]></category>
		<category><![CDATA[ครูกระบวนกร]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์ฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ภากร ปีตธวัชชัย]]></category>
		<category><![CDATA[รัตนชาติ สาระโป]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องเรียนพารวย]]></category>
		<category><![CDATA[องค์ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ออกแบบโมเดลการเรียนรู้การเงินการลงทุน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25713</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มุ่งมั่นส่งเสริม financial literacy เยาวชนไทย จัดโครงการ “INVESTORY Investment Learning Design Bootcamp” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สนับสนุนให้ครูระดับมัธยมศึกษาออกแบบโมเดลการเรียนรู้การเงินการลงทุน เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้แก่นักเรียนในรูปแบบ active learning หวังต่อยอดเป็นหลักสูตรการลงทุนสำหรับนักเรียนมัธยมให้แก่ระบบการศึกษาของประเทศ โดยที่ผ่านมาสร้างครูกระบวนกรแล้วใน 66 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่งเสริมความรู้ด้านการเงินและการลงทุน หรือ financial literacy ให้แก่คนไทยมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน เพราะตระหนักดีว่าองค์ความรู้ที่ถูกต้องจะช่วยสร้างทักษะในการบริหารจัดการเงินซึ่งเยาวชนสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ พร้อมเล็งเห็นว่าผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการปลูกฝังและถ่ายทอดความรู้ดังกล่าวก็คือครูผู้สอน เนื่องจากมีความใกล้ชิด รู้จักและเข้าใจนักเรียนของตนเป็นอย่างดี ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงให้พื้นที่เรียนรู้แก่ครูในการนำองค์ความรู้จากตลาดหลักทรัพย์ฯ ไปออกแบบการเรียนการสอนด้านการลงทุนให้เหมาะสมสำหรับนักเรียนในแต่ละโรงเรียนต่อไป “โครงการ INVESTORY Investment Learning Design Bootcamp เน้นการสนับสนุนและเตรียมความพร้อมแก่ครูระดับมัธยม เนื่องจากพบว่านักเรียนมัธยมเริ่มมีความสนใจใฝ่รู้เรื่องการลงทุน การปูพื้นฐานตั้งแต่ช่วงแรกเริ่มจึงเป็นการเริ่มต้นที่สำคัญ โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำหน้าที่เป็นโค้ชของครู ให้องค์ความรู้ เครื่องมือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/investory-investment-learning-design-bootcamp/">ตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่อยอดสร้างครูกระบวนกร ส่งต่อความรู้การลงทุนสู่ระบบการศึกษา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย</strong> มุ่งมั่นส่งเสริม financial literacy เยาวชนไทย จัดโครงการ <strong>“INVESTORY Investment Learning Design Bootcamp”</strong> ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2</p>
<p><span id="more-25713"></span></p>
<p>สนับสนุนให้ครูระดับมัธยมศึกษาออกแบบโมเดลการเรียนรู้การเงินการลงทุน เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้แก่นักเรียนในรูปแบบ active learning หวังต่อยอดเป็นหลักสูตรการลงทุนสำหรับนักเรียนมัธยมให้แก่ระบบการศึกษาของประเทศ โดยที่ผ่านมาสร้างครูกระบวนกรแล้วใน 66 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ</p>
<p><strong>นายภากร ปีตธวัชชัย</strong> กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่งเสริมความรู้ด้านการเงินและการลงทุน หรือ financial literacy ให้แก่คนไทยมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน เพราะตระหนักดีว่าองค์ความรู้ที่ถูกต้องจะช่วยสร้างทักษะในการบริหารจัดการเงินซึ่งเยาวชนสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ พร้อมเล็งเห็นว่าผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการปลูกฝังและถ่ายทอดความรู้ดังกล่าวก็คือครูผู้สอน เนื่องจากมีความใกล้ชิด รู้จักและเข้าใจนักเรียนของตนเป็นอย่างดี ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงให้พื้นที่เรียนรู้แก่ครูในการนำองค์ความรู้จากตลาดหลักทรัพย์ฯ ไปออกแบบการเรียนการสอนด้านการลงทุนให้เหมาะสมสำหรับนักเรียนในแต่ละโรงเรียนต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25714 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/7-2.jpg" alt="" width="508" height="559" /></p>
<p>“โครงการ INVESTORY Investment Learning Design Bootcamp เน้นการสนับสนุนและเตรียมความพร้อมแก่ครูระดับมัธยม เนื่องจากพบว่านักเรียนมัธยมเริ่มมีความสนใจใฝ่รู้เรื่องการลงทุน การปูพื้นฐานตั้งแต่ช่วงแรกเริ่มจึงเป็นการเริ่มต้นที่สำคัญ โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำหน้าที่เป็นโค้ชของครู ให้องค์ความรู้ เครื่องมือ และสื่อความรู้ เพื่อให้ครูทำหน้าที่เป็นครูกระบวนกร สร้างสรรค์กระบวนการเรียนรู้แบบ active learning และพัฒนาสื่อการสอนที่ตรงกับความต้องการของนักเรียนและสอดคล้องกับบริบทของแต่ละห้องเรียน ทั้งนี้ ที่ผ่านมาโครงการนี้ได้สร้างครูกระบวนกรสอนการลงทุนแล้วใน 66 สถาบันการศึกษา จาก 24 จังหวัดทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ขยายผลสู่นักเรียนรวม 11,422 คน ปัจจุบันมีห้องเรียนลงทุนตัวอย่างแล้ว 19 ห้องเรียน พร้อมกันนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะพัฒนาชุดความรู้การลงทุนสำหรับนักเรียนมัธยมที่ครูสามารถนำไปใช้ต่อได้โดยสะดวก คาดหวังว่าความรู้การลงทุนจะเข้าสู่ระบบการศึกษาได้กว้างขวางยิ่งขึ้น” นายภากรกล่าว</p>
<p>กิจกรรม “<strong>Show &amp; Share”</strong> ในโครงการ INVESTORY Investment Learning Design Bootcamp ปีนี้ เปิดเวทีให้ครูนำกิจกรรมและกระบวนการสอนที่ได้พัฒนาขึ้นและได้ทดลองสอนในห้องเรียนจริงแล้ว มาเผยแพร่เป็นโมเดลการเรียนรู้และแบ่งปันให้แก่ครูท่านอื่น ๆ รวมถึงสาธารณชน และยังมีครูกระบวนกรสอนการลงทุน 3 คน จาก 2 โรงเรียนได้นำประสบการณ์มาแบ่งปันด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25718 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/4-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นางสาวกมลชนก สกนธวัฒน์</strong> โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม เจ้าของผลงาน <strong>“ห้องเรียนพารวย</strong>” กล่าวว่า การได้เข้าร่วมโครงการในรุ่น 1 ทำให้เข้าใจชัดเจนขึ้นในประเด็นการลงทุนที่เคยเข้าใจผิด มีความมั่นใจมากขึ้นที่จะสอนการลงทุนในห้องเรียน รวมทั้งได้รู้จักพี่ ๆ เพื่อน ๆ ทั้งในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทีมงานของ BlackBox และเพื่อนครูต่างโรงเรียน ทำให้มีเครือข่ายที่ดีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไอเดียการสอน ทีมงานของตลาดหลักทรัพย์ฯ และบริษัท BlackBox คอยให้คำปรึกษา ให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับการสอนเรื่องการลงทุน แม้ว่าจะจบการอบรมในรุ่นที่ 1 ไปแล้ว ก็ยังสามารถมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับรุ่นอื่น ๆ ได้เสมอ เรียกได้ว่าอบรมจบแต่ความเป็นกลุ่ม Bootcamp ไม่มีวันจบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25716 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/6-4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายรัตนชาติ สาระโป</strong> โรงเรียนบ้านแม่งอนขี้เหล็ก อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าของผลงาน “<strong>แสงไฟในดงดอย</strong>” กล่าวว่า เรื่องการเงินการลงทุนเป็นสิ่งท้าทายไม่ใช่แค่กับนักเรียน แม้แต่ครูเองก็ยังต้องลองผิดลองถูกและยังไม่สามารถจัดการให้ดีได้ มันจะดีกว่าไหมถ้าเราได้ลองผิดพลาด ลองเรียนรู้ร่วมกันในห้องเรียน เพื่อปรับเปลี่ยนชีวิตและอนาคตของเราและนักเรียน ด้วยความรู้ด้านการเงินและการลงทุน ด้าน นางสาวเฉลิมขวัญ วงศ์พานิช โรงเรียนบ้านแม่งอนขี้เหล็ก เจ้าของผลงาน “แสงไฟในดงดอย” เช่นกัน กล่าวเสริมว่า โครงการนี้เป็นเพื่อนที่จริงใจกับครูในการออกแบบห้องเรียนการเงินการลงทุนให้แก่เด็ก ๆ ที่โรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นความรู้ ไอเดียการสอน และการเสริมแรงกายแรงใจทุก ๆ อย่าง โครงการนี้ช่วยให้เรื่องการเงินและการลงทุนเข้าใกล้เด็ก ๆ ของเรามากขึ้น รวมทั้งยังช่วยเปลี่ยนทัศนคติการใช้เงินของตัวครูเองด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25717 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/3-5.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ครูอาจารย์ที่สนใจสามารถติดตามโครงการ <strong>INVESTORY Investment Learning Design Bootcamp</strong> ได้ที่เว็บไซต์พิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน INVESTORY https://investory.setgroup.or.th</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/investory-investment-learning-design-bootcamp/">ตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่อยอดสร้างครูกระบวนกร ส่งต่อความรู้การลงทุนสู่ระบบการศึกษา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศเกณฑ์รางวัล SET Awards ประจำปี 2567 พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องในตลาดทุน ส่งข้อมูลเข้าชิงรางวัลในกลุ่ม Business Excellence และ Sustainability Excellence</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/04/set-awards-2024-business-and-sustainability-excellence/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Apr 2024 13:27:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Business Excellence]]></category>
		<category><![CDATA[Make it Work for Every Future]]></category>
		<category><![CDATA[SET]]></category>
		<category><![CDATA[SET Awards]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Excellence]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ภากร ปีตธวัชชัย]]></category>
		<category><![CDATA[สันติ วิริยะรังสฤษฎ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=24906</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับวารสารการเงินธนาคาร เผยว่ารางวัล SET Awards ในปีนี้ได้ปรับปรุงเกณฑ์รางวัล Best Investor Relations Awards และ Best Asset Management Company Awards-ESG โดยเน้นความสำคัญด้านการกำกับดูแลและความยั่งยืน สอดรับการยกระดับการกำกับดูแลบริษัทจดทะเบียน และบริบทโลกในปัจจุบัน และเชิญบริษัทจดทะเบียน รวมถึงผู้เกี่ยวข้องในตลาดทุนที่สนใจเข้าร่วมรับการพิจารณารางวัล SET Awards สามารถส่งข้อมูลประกอบการพิจารณารางวัลสำหรับกลุ่มรางวัล Business Excellence และ กลุ่มรางวัล Sustainability Excellence ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาและมอบรางวัลในเดือนตุลาคม 2567 นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ก้าวเข้าสู่ปีที่ 50 ของการดำเนินงาน เดินหน้าสร้างอนาคตสำหรับทุกภาคส่วน ภายใต้แนวคิด Make it “Work” for Every Future  โดยการจัดงาน SET Awards ประจำปี 2567 ร่วมกับวารสารการเงินธนาคารต่อเนื่องเป็นปีที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/set-awards-2024-business-and-sustainability-excellence/">ตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศเกณฑ์รางวัล SET Awards ประจำปี 2567 พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องในตลาดทุน ส่งข้อมูลเข้าชิงรางวัลในกลุ่ม Business Excellence และ Sustainability Excellence</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับวารสารการเงินธนาคาร </strong><strong>เผยว่ารางวัล </strong><strong>SET Awards </strong><strong>ในปีนี้ได้ปรับปรุงเกณฑ์รางวัล </strong><strong>Best Investor Relations Awards </strong><strong>และ </strong><strong>Best Asset Management Company Awards-ESG </strong><strong>โดยเน้นความสำคัญด้านการกำกับดูแลและความยั่งยืน </strong></p>
<p><span id="more-24906"></span></p>
<p><strong>สอดรับการยกระดับการกำกับดูแลบริษัทจดทะเบียน และบริบทโลกในปัจจุบัน และเชิญบริษัทจดทะเบียน รวมถึงผู้เกี่ยวข้องในตลาดทุนที่สนใจเข้าร่วมรับการพิจารณารางวัล </strong><strong>SET Awards </strong><strong>สามารถส่งข้อมูลประกอบการพิจารณารางวัลสำหรับ</strong><strong>กลุ่มรางวัล </strong><strong>Business Excellence </strong><strong>และ</strong> <strong>กลุ่มรางวัล </strong><strong>Sustainability Excellence</strong><strong> ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาและมอบรางวัลในเดือนตุลาคม </strong><strong>2567 </strong></p>
<p><strong>นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย</strong> เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ก้าวเข้าสู่ปีที่ 50 ของการดำเนินงาน เดินหน้าสร้างอนาคตสำหรับทุกภาคส่วน ภายใต้แนวคิด Make it “Work” for Every Future  โดยการจัดงาน SET Awards ประจำปี 2567 ร่วมกับวารสารการเงินธนาคารต่อเนื่องเป็นปีที่ 21 เพื่อยกย่องบริษัทที่มีความโดดเด่นเป็นองค์กรต้นแบบในตลาดทุนทั้งด้านการดำเนินงานและด้านคุณภาพ สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพตลาดทุนไทย ควบคู่การขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน</p>
<p>“รางวัล SET Awards เป็นรางวัลสำคัญที่สะท้อนถึงกลไกสำคัญในการวางรากฐานและยกระดับมาตรฐานความเป็นเลิศของตลาดทุนไทย และได้รับการยอมรับในแวดวงตลาดทุนไทยและสร้างความภาคภูมิใจแก่ผู้ที่ได้รับรางวัล ซึ่งในปีนี้ ได้มีการปรับปรุงเกณฑ์คัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้นของรางวัล SET Awards เพื่อให้สอดคล้องการปรับปรุงเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการยกระดับการกำกับดูแลบริษัทจดทะเบียน เพื่อเป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นและเสถียรภาพในตลาดทุนไทย ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอเชิญบริษัทจดทะเบียน และผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดทุนที่สนใจเข้าร่วมรับการพิจารณารางวัล SET Awards สามารถส่งข้อมูลประกอบการพิจารณา ทั้งกลุ่มรางวัล Business Excellence และ Sustainability Excellence ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ประกาศผล และมอบรางวัล SET Awards ในเดือนตุลาคม 2567” นายภากรกล่าว</p>
<p>ทั้งนี้ ประเภทรางวัลที่บริษัทจะต้องส่งข้อมูลประกอบการพิจารณารางวัลสำหรับกลุ่มรางวัล Business Excellence ได้แก่ รางวัล Best Investor Relations Awards รางวัล Best Innovative Company Awards รางวัล Deal of the Year Awards รางวัล Best Securities Company Awards และ รางวัล Best Asset Management Company Awards-ESG สำหรับกลุ่มรางวัล Sustainability Excellence ได้แก่ รางวัล Sustainability Awards และรางวัล Supply Chain Management Awards ส่วนรางวัลประเภทอื่น ๆ จะพิจารณาจากข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ</p>
<p><strong>นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานบรรณาธิการ วารสารการเงินธนาคาร</strong> ผู้ร่วมจัดงาน SET Awards และคณะทำงานผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อพิจารณาตัดสินรางวัล SET Awards กล่าวว่า การมอบรางวัล SET Awards ประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2567 เป็นการจัดงานเป็นปีที่ 21 คณะทำงานฯ ได้ปรับปรุงเกณฑ์รางวัล Best Investor Relations Awards และ Best Asset Management Company Awards-ESG โดยเพิ่มน้ำหนักเกี่ยวกับเรื่องความยั่งยืนมากขึ้นเพื่อให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ที่ทั่วโลกให้ความสำคัญในเรื่องการพัฒนาความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>รางวัล SET Awards แบ่งเป็น 2 กลุ่มรางวัล ได้แก่ 1) กลุ่มรางวัล Business Excellence มอบให้แก่ บริษัทจดทะเบียน ผู้บริหารสูงสุดของบริษัทจดทะเบียน บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บริษัทที่ปรึกษาทางการเงินและทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และ 2) กลุ่มรางวัล Sustainability Excellence ซึ่งมอบให้แก่บริษัทจดทะเบียน ที่มีการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้อย่างโดดเด่น ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มรางวัลมีสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (SASIN) เป็นผู้ทำการประมวลผลรางวัล นอกจากนี้ ยังมีรางวัลเกียรติยศแห่งความสำเร็จ หรือ SET Awards of Honor สำหรับบริษัทหรือบุคคลที่สามารถรักษาความโดดเด่นในด้านต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป</p>
<p>ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเกณฑ์พิจารณารางวัล SET Awards และรายชื่อบริษัทจดทะเบียนที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้นได้ที่ <a href="http://www.set.or.th/setawards" target="_blank" rel="noopener">www.set.or.th/setawards</a> สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มรางวัล Business Excellence ติดต่อฝ่ายผู้ออกหลักทรัพย์ 0 2009 9768 และกลุ่มรางวัล Sustainability Excellence ติดต่อฝ่ายพัฒนาการลงทุนอย่างยั่งยืน 0 2009 9886</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/set-awards-2024-business-and-sustainability-excellence/">ตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศเกณฑ์รางวัล SET Awards ประจำปี 2567 พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องในตลาดทุน ส่งข้อมูลเข้าชิงรางวัลในกลุ่ม Business Excellence และ Sustainability Excellence</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อวยยศ 193 บจ. ได้รับรอง &#8216;หุ้นยั่งยืน&#8217; SET ESG Ratings 2023 ตัวเลขเพิ่มจากปีก่อนหน้าที่ได้ 166 แห่ง สะท้อนธุรกิจไทยใส่ใจความยั่งยืนมากขึ้น</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/11/set-annouce-esg-ratings-list-of-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Nov 2023 12:47:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Environmental]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Governance)]]></category>
		<category><![CDATA[SET]]></category>
		<category><![CDATA[SET ESG Ratings]]></category>
		<category><![CDATA[Social]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Sustainability Investment]]></category>
		<category><![CDATA[THSI]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ประกาศผลหุ้นยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ประเมินผลหุ้นยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ภากร ปีตธวัชชัย]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=22185</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปลี่ยนชื่อหุ้นยั่งยืน THSI (Thailand Sustainability Investment) เป็น SET ESG Ratings พร้อมยกระดับการประกาศผลในรูปแบบของเรตติ้ง โดยแบ่งเป็น 4 ระดับ คือ AAA, AA,  A  และ BBB เพื่อเป็นข้อมูลให้แก่ผู้ลงทุนเพิ่มขึ้น โดยในปี 2566 มีบริษัทจดทะเบียนที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกและได้รับการประกาศผลประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings 193 บริษัท เพิ่มขึ้นจาก 166 บริษัทในปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงการให้ความสำคัญของบริษัทจดทะเบียนต่อการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงปัจจัยด้าน ESG ที่เพิ่มขึ้น   คุณภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ สนับสนุนให้ภาคธุรกิจดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) เพื่อสร้างความเข้มแข็งและการเติบโตที่ยั่งยืน โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ มีการประกาศผลหุ้นยั่งยืน THSI [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/11/set-annouce-esg-ratings-list-of-2023/">อวยยศ 193 บจ. ได้รับรอง &#8216;หุ้นยั่งยืน&#8217; SET ESG Ratings 2023 ตัวเลขเพิ่มจากปีก่อนหน้าที่ได้ 166 แห่ง สะท้อนธุรกิจไทยใส่ใจความยั่งยืนมากขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปลี่ยนชื่อหุ้นยั่งยืน </strong><strong>THSI </strong><strong>(</strong><strong>Thailand Sustainability Investment</strong><strong>) เป็น </strong><strong>SET ESG Ratings</strong><strong> พร้อมยกระดับการประกาศผลในรูปแบบของเรตติ้ง โดยแบ่งเป็น </strong><strong>4</strong><strong> ระดับ คือ </strong><strong>AAA, AA,  A  </strong><strong>และ </strong><strong>BBB </strong><strong>เพื่อเป็นข้อมูลให้แก่ผู้ลงทุนเพิ่มขึ้น </strong></p>
<p><span id="more-22185"></span></p>
<p><strong>โดยในปี </strong><strong>2566 </strong><strong>มีบริษัทจดทะเบียนที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกและได้รับการประกาศผลประเมินหุ้นยั่งยืน </strong><strong>SET ESG Ratings 193 </strong><strong>บริษัท เพิ่มขึ้นจาก </strong><strong>166 </strong><strong>บริษัทในปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงการให้ความสำคัญของบริษัทจดทะเบียนต่อ</strong><strong>การดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงปัจจัยด้าน </strong><strong>ESG </strong><strong>ที่เพิ่มขึ้น  </strong></p>
<p><strong>คุณภากร ปีตธวัชชัย</strong> กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ สนับสนุนให้ภาคธุรกิจดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) เพื่อสร้างความเข้มแข็งและการเติบโตที่ยั่งยืน โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ มีการประกาศผลหุ้นยั่งยืน THSI มาตั้งแต่ปี 2558 และมี บจ. สมัครใจเข้าร่วมประเมินและผ่านการประเมินเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี สะท้อนถึงการให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของ บจ. ขณะเดียวกันผู้มีส่วนได้เสียในตลาดทุนต่างให้ความสำคัญและนำข้อมูลด้าน ESG มาใช้ประกอบการวิเคราะห์และพิจารณาลงทุนเพิ่มขึ้น ควบคู่ไปกับข้อมูลทางการเงิน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22194 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/ดร.-ภากร-ปีตธวัชชัย-.jpg" alt="" width="667" height="1000" /></p>
<p>“ปัจจุบันปัจจัยด้าน ESG ไม่ว่าจะเป็นบรรษัทภิบาล ความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประเด็นสิทธิมนุษยชนในองค์กรและห่วงโซ่อุปทาน ล้วนมีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจทั้งสิ้น ผู้ลงทุนต้องการข้อมูลเพื่อให้ทราบว่า บจ. มีการบริหารจัดการความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ เหล่านี้อย่างไร ข้อมูล ESG จึงมีความสำคัญและเป็นปัจจัยหนึ่งที่ผู้ลงทุนใช้พิจารณาการลงทุน การยกระดับประกาศผลประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ในรูปแบบของเรตติ้งจะช่วยให้ผู้ลงทุน นักวิเคราะห์การลงทุน และผู้จัดการกองทุนมีข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการวิเคราะห์และตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น รวมทั้งสามารถใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นเพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนต่อไป ขณะที่ บจ. สามารถนำไปใช้เป็น benchmark ในการพัฒนาผลการดำเนินงานด้าน ESG ของบริษัท และยังช่วยสร้างความน่าสนใจต่อผู้ลงทุน เพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้นได้อีกด้วย” นายภากรกล่าว</p>
<p>บจ. ที่ผ่านเกณฑ์และได้รับการประกาศผลประเมินหุ้นยั่งยืน <em><strong>SET ESG Ratings ปี 2566 มีจำนวน 193 บริษัท แบ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในระดับ AAA (คะแนนรวม 90-100) จำนวน 34 บริษัท ระดับ AA (คะแนนรวม 80-89) จำนวน 70 บริษัท ระดับ A (คะแนนรวม 65-79) จำนวน 64 บริษัท และระดับ BBB (คะแนนรวม 50-64) จำนวน 25 บริษัท โดยมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม 13 ล้านล้านบาทหรือคิดเป็น 72% เมื่อเทียบกับมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดทั้งหมดของ SET และ mai</strong> </em>(ณ 1 พฤศจิกายน 2566)</p>
<p>จากผลการประเมินความยั่งยืนปี 2566 พบว่า <em><strong>บจ. ส่วนใหญ่มีการดำเนินการและสามารถเปิดเผยข้อมูลได้ดีขึ้น โดยเฉพาะนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม การดำเนินงานเพื่อลดการใช้ไฟฟ้า/พลังงาน ลดการใช้น้ำ และการจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ การเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และข้อมูลที่เกี่ยวกับการจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัยต่างๆ</strong></em> เป็นต้น</p>
<p>อย่างไรก็ตาม <em><strong>บจ. ยังต้องปรับปรุงการเปิดเผยข้อมูลการบริหารความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการจัดการประเด็นสิทธิมนุษยชนในองค์กรและห่วงโซ่อุปทาน และการวัดผลสำเร็จที่ได้จากโครงการพัฒนาชุมชนและสังคม</strong></em></p>
<p>การประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ในปีนี้ได้พัฒนาแบบประเมินความยั่งยืนให้สอดคล้องกับความเสี่ยงและแนวโน้ม  ESG ที่สำคัญทั้งในระดับสากลและระดับประเทศ เช่น ประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สิทธิมนุษยชน เป็นต้น โดยในการคัดเลือก SET ESG Ratings คัดเลือกจาก บจ. ที่มีคะแนนจากการตอบแบบประเมินความยั่งยืนผ่าน 50%ในแต่ละมิติ (มิติบรรษัทภิบาลเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม)</p>
<p>และผ่านเกณฑ์คุณสมบัติตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนด เช่น เป็นบริษัทที่มีผลการประเมิน CGR 3 ดาวขึ้นไป ไม่เป็นบริษัทที่ถูกกล่าวโทษหรือได้รับการตัดสินความผิดจากหน่วยงานทางการ มีผลกำไรสุทธิ 3 ใน 5 ปีย้อนหลัง เป็นต้น ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ นำผลประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ไปใช้เป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกสมาชิกในดัชนี SETESG เพื่อส่งเสริมการลงทุนอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังใช้ในการคัดเลือกรางวัล SET Awards กลุ่ม Sustainability Excellence เพื่อเฟ้นหา บจ. ต้นแบบด้านความยั่งยืน ผู้สนใจสามารถติดตามกระบวนการและวิธีการประเมิน รวมทั้งผลประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ได้ที่ <a href="http://www.setsustainability.com/ESG-ratings" target="_blank" rel="noopener">www.setsustainability.com/<br />
ESG-ratings</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/11/set-annouce-esg-ratings-list-of-2023/">อวยยศ 193 บจ. ได้รับรอง &#8216;หุ้นยั่งยืน&#8217; SET ESG Ratings 2023 ตัวเลขเพิ่มจากปีก่อนหน้าที่ได้ 166 แห่ง สะท้อนธุรกิจไทยใส่ใจความยั่งยืนมากขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตลาดหลักทรัพย์ฯ ผนึก อบก. จัดงาน Climate Care Forum 2023 : Time to Reduce “ลด-เพื่อ-โลก” เชิดชูองค์กรแนวร่วมลดก๊าซเรือนกระจก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/10/set-join-tgo-organized-climate-care-forum-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 21 Oct 2023 03:58:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Care the Bear]]></category>
		<category><![CDATA[Care the Whale]]></category>
		<category><![CDATA[Care the Wild]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Care Forum 2023]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Care Platform]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Crisis : Time to Reduce]]></category>
		<category><![CDATA[LESS]]></category>
		<category><![CDATA[Low Emission Support Scheme]]></category>
		<category><![CDATA[SET]]></category>
		<category><![CDATA[SET Social Impact]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[ตลท.]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ภากร ปีตธวัชชัย]]></category>
		<category><![CDATA[ลด-เพื่อ-โลก]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[อบก]]></category>
		<category><![CDATA[เกียรติชาย ไมตรีวงษ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=21869</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) จัดงาน Climate Care Forum 2023 : Time to Reduce “ลด-เพื่อ-โลก” เชิดชูองค์กรแนวร่วมลดก๊าซเรือนกระจก ภายใต้ความร่วมมือ “Climate Care Platform ” พร้อมเป็นต้นแบบให้กับองค์กรอื่น ในการสร้างการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมคนในองค์กรที่ร่วมกันลด และจัดการทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ภายในงานมีการมอบใบประกาศเกียรติคุณโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (โครงการ LESS) จาก อบก. พร้อมปาฐกถาพิเศษ “Climate Crisis: Time to Reduce” โดยมีสัญลักษณ์คือ “Climate Clock” ที่สะท้อนถึง “เวลา” และ “เวลาที่หมดไป” เพื่อเตือนให้เราไม่รอช้าที่จะลดเพื่อโลก  นำไปสู่เป้าหมายที่ประเทศไทยมีความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 และบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2065 นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมทั้งภาคธุรกิจ ภาคสังคม ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของโลกในปัจจุบัน จึงได้ดำเนินโครงการความร่วมมือด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม “Climate Care Platform” ตั้งแต่ปี 2561 โดยมีเป้าหมายร่วมกันลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งส่งเสริมแนวนโยบายของภาครัฐ และสอดคล้องกับเป้าประสงค์ของสหประชาชาติเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน (UNSDG Goal) ในข้อ 13 Climate Action ข้อ 12 Responsible Consumption and Production และข้อ 17 Partnership [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/set-join-tgo-organized-climate-care-forum-2023/">ตลาดหลักทรัพย์ฯ ผนึก อบก. จัดงาน Climate Care Forum 2023 : Time to Reduce “ลด-เพื่อ-โลก” เชิดชูองค์กรแนวร่วมลดก๊าซเรือนกระจก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="font-weight: 400;"><strong>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) จัดงาน </strong><strong>Climate Care Forum 2023 : Time to Reduce “ลด-เพื่อ-โลก” เชิดชูองค์กรแนวร่วมลดก๊าซเรือนกระจก ภายใต้ความร่วมมือ “Climate Care Platform ”</strong></p>
<p><span id="more-21869"></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong> พร้อมเป็นต้นแบบให้กับองค์กรอื่น ในการสร้างการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมคนในองค์กรที่ร่วมกันลด และจัดการทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ภายในงานมีการมอบใบประกาศเกียรติคุณโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (โครงการ LESS) จาก อบก. พร้อมปาฐกถาพิเศษ “Climate Crisis: Time to Reduce” โดยมีสัญลักษณ์คือ “Climate Clock” ที่สะท้อนถึง “เวลา” และ “เวลาที่หมดไป” เพื่อเตือนให้เราไม่รอช้าที่จะลดเพื่อโลก </strong><strong> นำไปสู่เป้าหมายที่ประเทศไทยมีความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี </strong><strong>2050 และบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2065</strong></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย</strong> กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมทั้งภาคธุรกิจ ภาคสังคม ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของโลกในปัจจุบัน จึงได้ดำเนินโครงการความร่วมมือด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม “Climate Care Platform” ตั้งแต่ปี 2561 โดยมีเป้าหมายร่วมกันลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งส่งเสริมแนวนโยบายของภาครัฐ และสอดคล้องกับเป้าประสงค์ของสหประชาชาติเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน (UNSDG Goal) ในข้อ 13 Climate Action ข้อ 12 Responsible Consumption and Production และข้อ 17 Partnership for the Goal</p>
<p style="font-weight: 400;">“Climate Care Forum 2023 : Time to Reduce “ลด-เพื่อ-โลก” ร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกในครั้งนี้ สะท้อนความร่วมมือระหว่างองค์กรทุกภาคส่วนในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมด้วยการลดการใช้ทรัพยากรที่ฟุ่มเฟือยเพื่อบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกร่วมกัน โดยพันธมิตรใน Climate Care Platform ได้มุ่งมั่นและตั้งใจในการร่วมกันลดก๊าซเรือนกระจกซึ่งที่ผ่านมาได้สร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม นำไปสู่การขยายผล แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และพัฒนาการจัดการสิ่งแวดล้อมบนแนวทาง Circular economy อย่างต่อเนื่องต่อไป” นายภากรกล่าว</p>
<p style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ความร่วมมือ <strong>“Climate Care Platform”</strong> ประกอบด้วยโครงการ <strong>Care the Bear </strong>การลดก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของมนุษย์ โครงการ <strong>Care the Whale </strong>การลดก๊าซเรือนกระจกจากการบริหารจัดการขยะและของเสีย และ โครงการ<strong> Care the Wild</strong> การดูดซับก๊าซเรือนกระจกด้วยการปลูกป่า โดยใน Climate Care Platform ได้จัดทำข้อมูลแนวทางการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าที่ทุกคนในองค์กรสามารถลงมือทำร่วมกันได้ มีระบบคำนวณการวัดปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม  เพื่อมุ่งส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนสามารถบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน  ปัจจุบันมีองค์กรที่ร่วมเป็นสมาชิกทั้ง 3 โครงการรวม 669 บริษัท ร่วมกันลดก๊าซเรือนกระจกจากโครงการ Care the Bear และ Care the Whale ได้รวม 63,794.75 tonCO<sub>2</sub>e ร่วมกันดูดซับก๊าซเรือนกระจกจากโครงการ Care the Wild ได้ 702,000 kgCO<sub>2</sub>e</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>นายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์</strong> ผู้อำนวยการ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก กล่าวว่า องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO เป็นองค์กรภาครัฐที่ทำหน้าที่ส่งเสริมการลดก๊าซเรือนกระจก ภายใต้วิสัยทัศน์เป็นองค์การสนับสนุนหลักขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกให้ประเทศไทย มุ่งสู่เศรษฐกิจสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน จึงได้ดำเนินการสร้างเครื่องมือและกลไกต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญของการลดก๊าซเรือนกระจกทั้งในด้านการบริโภคและการผลิต และได้ดำเนินโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (<strong>Low Emission Support Scheme: LESS</strong>) มาตั้งแต่ปี 2558 เพื่อยกย่องและสร้างการยอมรับให้แก่องค์กรผู้มุ่งมั่นลดก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง โดยโครงการความร่วมมือ Climate Care Platform ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ถือเป็นโครงการที่สร้างความตระหนักและสร้างจิตสำนึก ปรับพฤติกรรมคนในองค์กรให้ช่วยกันลดก๊าซเรือนกระจก ช่วยกันแก้ปัญหาภาวะโลกเดือดในขณะนี้ ซึ่งสอดคล้องกับโครงการ LESS และเชื่อมั่นว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะนำเครื่องมือและกลไกลดก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ ของ TGO ไปบูรณาการกับกิจกรรมต่าง ๆ ต่อไป เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21871 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Climate-Care1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p style="font-weight: 400;">งาน <strong>Climate Care Forum 2023: Time to Reduce “ลด-เพื่อ-โลก”</strong> จัดขึ้นในวันที่ 20 ตุลาคม 2566 ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นการลดการใช้ทรัพยากรที่ฟุ่มเฟือย และหันมาใช้ทรัพยากรที่มีอยู่รอบตัวอย่างรู้คุณค่าให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมเป็นการส่งเสริมและยกย่องสมาชิก Climate Care Platform ที่ดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง โดยในงานมีการนำเสนอข้อมูล “29 เรื่องราว ลด-เพื่อ-โลก” ขององค์กรที่บริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและนำไปสู่การลดก๊าซเรือนกระจกจนเป็นรูปธรรม เพื่อเป็นแนวทางสำหรับองค์กรอื่น ๆ นำไปปรับใช้เพื่อมุ่งสู่ความยั่งยืน นอกจากนี้ ยังมีปาฐกถาพิเศษ <strong>“</strong><strong>Climate Crisis : Time to Reduce” </strong>ที่ชี้ถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น จึงจำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องหันมาร่วมลดการใช้ทรัพยากรที่ฟุ่มเฟือยอย่างจริงจัง ผู้สนใจติดตามข้อมูลโครงการความร่วมมือ “Climate Care Platform” และข้อมูล “29 เรื่องราว ลด-เพื่อ-โลก” รวมทั้งรับชมงาน Climate Care Forum 2023 : Time to Reduce “ลด-เพื่อ-โลก” ย้อนหลัง ได้ที่ Facebook: SET Social Impact</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/set-join-tgo-organized-climate-care-forum-2023/">ตลาดหลักทรัพย์ฯ ผนึก อบก. จัดงาน Climate Care Forum 2023 : Time to Reduce “ลด-เพื่อ-โลก” เชิดชูองค์กรแนวร่วมลดก๊าซเรือนกระจก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ประเทศไทยยืนหนึ่งเป็น ผู้นำด้านความยั่งยืน โดยมีถึง 12 บริษัท อยู่ในระดับ Gold Class ของ​ S&#038;P Global ​มากเป็นอันดับหนึ่งของโลก   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/03/thailand-corporate-in-the-sustainability-yearbook-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 04 Mar 2023 10:33:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[DJSI]]></category>
		<category><![CDATA[Dow Jones Sustainability Indices]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Governance)]]></category>
		<category><![CDATA[S&P ESG Index Family]]></category>
		<category><![CDATA[S&P Global]]></category>
		<category><![CDATA[SET]]></category>
		<category><![CDATA[Social]]></category>
		<category><![CDATA[The Sustainability Yearbook 2023]]></category>
		<category><![CDATA[To Make the Capital Market ‘Work’ for Everyone]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดัชนีความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ภากร ปีตธวัชชัย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17491</guid>

					<description><![CDATA[<p>ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยข้อมูล บริษัทไทยติดอันดับด้านความยั่งยืนใน The Sustainability Yearbook 2023 จากการประกาศผลของ S&#38;P Global จำนวน 37 บริษัท โดยในจำนวนนี้มีบริษัทไทยได้รับการจัดอันดับในระดับ Gold Class 12 บริษัท มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก สะท้อนการเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนและตอกย้ำความเชื่อมั่นในสายตาผู้ลงทุนทั่วโลก คุณภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ สนับสนุนธุรกิจให้บูรณาการแนวทางความยั่งยืนในการดำเนินงาน โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environment, Social, Governance: ESG) เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดต่อธุรกิจและประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา บริษัทจดทะเบียนไทยเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยจำนวนมากอยู่ในดัชนีความยั่งยืนระดับสากลทั้ง MSCI, FTSE และ S&#38;P Global อย่างต่อเนื่อง สะท้อนความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนตลาดทุนไทยสู่ความยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ในการพัฒนาตลาดทุนเพื่อทุกภาคส่วน “To Make the Capital Market ‘Work’ for Everyone” “ล่าสุด การประกาศ The Sustainability Yearbook 2023 โดย S&#38;P Global บริษัทไทยได้รับการจัดอันดับในระดับ Gold Class จำนวน 12 บริษัทได้แก่ AWC, BJC, BTS, HMPRO, PTTGC, SCC, SCGP, TOP, TRUEE, TU, VGI และ ThaiBev ซึ่งมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก สะท้อนถึงความโดดเด่นของธุรกิจไทยเมื่อเทียบกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกันจากทั่วโลก ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอชื่นชมความมุ่งมั่นในการพัฒนาองค์กรให้ยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนไทย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/03/thailand-corporate-in-the-sustainability-yearbook-2023/">ประเทศไทยยืนหนึ่งเป็น ผู้นำด้านความยั่งยืน โดยมีถึง 12 บริษัท อยู่ในระดับ Gold Class ของ​ S&#038;P Global ​มากเป็นอันดับหนึ่งของโลก   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ข้อมูลจาก</strong><strong>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยข้อมูล บริษัทไทยติดอันดับด้านความยั่งยืนใน</strong><strong> The Sustainability Yearbook 2023 </strong><strong>จากการประกาศผลของ</strong><strong> S&amp;P Global </strong><strong>จำนวน</strong><strong> 37 </strong><strong>บริษัท โดยในจำนวนนี้มีบริษัทไทยได้รับการจัดอันดับในระดับ</strong><strong> Gold Class 12 </strong><strong>บริษัท มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก สะท้อนการเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนและตอกย้ำความเชื่อมั่นในสายตาผู้ลงทุนทั่วโลก</strong><span id="more-17491"></span></p>
<p><strong>คุณภากร ปีตธวัชชัย</strong> กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ สนับสนุนธุรกิจให้บูรณาการแนวทางความยั่งยืนในการดำเนินงาน โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environment, Social, Governance: ESG) เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดต่อธุรกิจและประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา บริษัทจดทะเบียนไทยเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยจำนวนมากอยู่ในดัชนีความยั่งยืนระดับสากลทั้ง MSCI, FTSE และ S&amp;P Global อย่างต่อเนื่อง สะท้อนความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนตลาดทุนไทยสู่ความยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ในการพัฒนาตลาดทุนเพื่อทุกภาคส่วน <strong>“To Make the Capital Market ‘Work’ for Everyone”</strong></p>
<p><em>“ล่าสุด การประกาศ The Sustainability Yearbook 2023 โดย S&amp;P Global บริษัทไทยได้รับการจัดอันดับในระดับ Gold Class จำนวน 12 บริษัทได้แก่ AWC, BJC, BTS, HMPRO, PTTGC, SCC, SCGP, TOP, TRUEE, TU, VGI และ ThaiBev ซึ่งมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก สะท้อนถึงความโดดเด่นของธุรกิจไทยเมื่อเทียบกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกันจากทั่วโลก ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอชื่นชมความมุ่งมั่นในการพัฒนาองค์กรให้ยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนไทย ทั้งนี้ S&amp;P Global เป็นผู้จัดทำดัชนีที่ผู้ลงทุนทั่วโลกใช้ในการวิเคราะห์และพิจารณาตัดสินใจลงทุน การได้รับจัดอันดับจะสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ทำให้บริษัทอยู่ในสายตาของผู้ลงทุนทั่วโลก นอกจากนี้ ยังมี 5 บริษัทจดทะเบียนไทยที่เป็น Industry Mover คือมีพัฒนาการโดดเด่น มีคะแนนการประเมินความยั่งยืนเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งได้แก่ AWC, CRC, SCGP, VGI และ WHA ด้วย”</em> นายภากรกล่าว</p>
<p>ทั้งนี้ S&amp;P Global ได้ประเมินความยั่งยืนบริษัททั่วโลก 7,822 บริษัท โดยมี 710 บริษัทที่ได้รับการประกาศใน The Sustainability Yearbook 2023 ในจำนวนนี้เป็นบริษัทไทย 37 บริษัทซึ่งมากเป็นอันดับ 5 ของโลก การประกาศยังแบ่งการจัดอันดับเป็น 4 ระดับ ได้แก่ Gold, Silver, Bronze และ Member โดยระดับ Gold Class มีบริษัทไทย 12 บริษัท ลำดับที่สองคือสหรัฐอเมริกา 11 บริษัท ลำดับสามคือไต้หวันและอิตาลี 7 บริษัท</p>
<p>ในปีนี้ S&amp;P Global ได้เพิ่มเกณฑ์การคัดกรองด้านความยั่งยืนที่เข้มข้นขึ้นสอดคล้องกับแนวทางการลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบ โดยจะไม่ประกาศรายชื่อบริษัทในอุตสาหกรรมยาสูบ (Tobacco) และอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงที่มาจากถ่านหิน (Coal &amp; Consumable Fuel) ใน The Sustainability Yearbook 2023 ทั้งนี้ รายชื่อบริษัทดังกล่าวจะถูกนำไปคัดเลือกเพื่อเข้าสู่ดัชนีด้านความยั่งยืนต่างๆ ของ S&amp;P Global ทั้ง Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) และ S&amp;P ESG Index Family ต่อไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/03/thailand-corporate-in-the-sustainability-yearbook-2023/">ประเทศไทยยืนหนึ่งเป็น ผู้นำด้านความยั่งยืน โดยมีถึง 12 บริษัท อยู่ในระดับ Gold Class ของ​ S&#038;P Global ​มากเป็นอันดับหนึ่งของโลก   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตลาดหลักทรัพย์ฯ วางโรดแม็พ 3 ปี เดิน 4 กลยุทธ์ ทำตลาดทุนให้เป็นเรื่องง่าย พร้อมยกระดับมาตรฐาน หวังแข่งขันได้ เพื่อเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/02/set-4-strategic-to-make-capital-market-work-for-everyone/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 05 Feb 2023 13:31:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Capital Market]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Governance)]]></category>
		<category><![CDATA[IPO]]></category>
		<category><![CDATA[SET]]></category>
		<category><![CDATA[Social]]></category>
		<category><![CDATA[To Make the Capital Market ‘Work’ for Everyone]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมาภิบาล]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ภากร ปีตธวัชชัย]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ระดมทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17108</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วางวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนตามโรดแม็พ 3 ปี (2566 &#8211; 2568) ​คือ  “To Make the Capital Market ‘Work’ for Everyone” ซึ่งหมายถึง การทำให้ตลาดทุนเป็นพื้นที่สำหรับโอกาสและสร้างประโยชน์ให้แก่ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบธุรกิจและนักลงทุน ความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมตลาดทุนของไทยที่ต้องแข่งขันกับนานาชาติ  รวมทั้งสังคม และประเทศชาติ นับเป็นการมองภาพที่กว้างและลึกมากขึ้นกว่าแค่การตอบโจทย์ให้เพียงธุรกิจและผู้ลงทุน แต่มองอย่างรอบด้านและครอบคลุมทั้ง Ecosystem ของอุตสาหกรรมตลาดทุนตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ ​และนำมาสู่การวางกลยุทธ์ เพื่อการขับเคลื่อนอย่างสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ข้างต้น เพื่อใช้เป็นเข็มทิศของ SET ตลอด 3 ปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นในมิติที่เกี่ยวข้องกับการระดมทุนและการลงทุนเพื่อประโยชน์และโอกาสของธุรกิจและผู้ลงทุน การยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรม รวมทั้งการขับเคลื่อนธุรกิจโดยคำนึงถึงความยั่งยืนเป็นแกนกลาง เพื่อสังคมและประเทศชาติ ​ 4 กลยุทธ์ ขับเคลื่อนโรดแม็พ 3 ปี สำหรับทั้ง​ 4 กลยุทธ์ ประกอบด้วย 1.ทำตลาดทุนให้เป็นเรื่องง่าย 2.ยกระดับมาตรฐานเพื่ออุตสาหกรรม 3.ร่วมสร้างโอกาสเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัด และ 4. [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/02/set-4-strategic-to-make-capital-market-work-for-everyone/">ตลาดหลักทรัพย์ฯ วางโรดแม็พ 3 ปี เดิน 4 กลยุทธ์ ทำตลาดทุนให้เป็นเรื่องง่าย พร้อมยกระดับมาตรฐาน หวังแข่งขันได้ เพื่อเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย </strong>(<strong>SET</strong>) วางวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนตามโรดแม็พ 3 ปี (2566 &#8211; 2568) ​คือ  “<strong>To Make the Capital Market ‘Work’ for Everyone</strong>” ซึ่งหมายถึง การทำให้ตลาดทุนเป็นพื้นที่สำหรับโอกาสและสร้างประโยชน์ให้แก่ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบธุรกิจและนักลงทุน ความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมตลาดทุนของไทยที่ต้องแข่งขันกับนานาชาติ  รวมทั้งสังคม และประเทศชาติ</p>
<p><span id="more-17108"></span></p>
<p>นับเป็นการมองภาพที่กว้างและลึกมากขึ้นกว่าแค่การตอบโจทย์ให้เพียงธุรกิจและผู้ลงทุน แต่มองอย่างรอบด้านและครอบคลุมทั้ง Ecosystem ของอุตสาหกรรมตลาดทุนตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ ​และนำมาสู่การวางกลยุทธ์ เพื่อการขับเคลื่อนอย่างสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ข้างต้น เพื่อใช้เป็นเข็มทิศของ SET ตลอด 3 ปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นในมิติที่เกี่ยวข้องกับการระดมทุนและการลงทุนเพื่อประโยชน์และโอกาสของธุรกิจและผู้ลงทุน การยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรม รวมทั้งการขับเคลื่อนธุรกิจโดยคำนึงถึงความยั่งยืนเป็นแกนกลาง เพื่อสังคมและประเทศชาติ ​</p>
<p><strong>4 กลยุทธ์ ขับเคลื่อนโรดแม็พ 3 ปี</strong></p>
<p>สำหรับทั้ง​ 4 กลยุทธ์ ประกอบด้วย <strong>1.ทำตลาดทุนให้เป็นเรื่องง่าย 2.ยกระดับมาตรฐานเพื่ออุตสาหกรรม 3.ร่วมสร้างโอกาสเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัด และ 4. ยึดหลักความยั่งยืนเป็นแกนขับเคลื่อนในการทำงาน</strong> ซึ่งเป็นเหมือนการกำหนดเป้าหมายย่อยๆ ในแต่ละมิติ พร้อมวาง Action Plan เพื่อให้เห็นกรอบในการขับเคลื่อนได้อย่างชัดเจนของแต่ละกลยุทธ์ ​ที่ช่วยทั้งเสริมความแข็งแกร่งของตลาดทุนไทย ลดความเสี่ยงจากปัจจัยที่ไม่แน่นอนรอบด้าน ที่ทั้งธุรกิจ อุตสาหกรรม นักลงทุนต้องเผชิญ รวมท้ังคำนึงถึงผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไปด้วย</p>
<p><strong>คุณภากร ปีตธวัชชัย</strong> กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ​ทั้ง 4 กลยุทธ์ดังกล่าว จะมีส่วนในการสร้างโอกาสที่มากกว่าสำหรับผู้เกี่ยวข้องทุกกลุ่มได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นการขยายโอกาสการระดมทุน และการลงทุนสำหรับผู้ประกอบการและผู้ลงทุน การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมตลาดทุน ​รวมถึงการดูแลสังคม ควบคู่กับสิ่งแวดล้อมเพื่อการเติบโตที่สมดุล และยั่งยืนไปพร้อมกันทั้งธุรกิจ ตลาดทุน เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และประเทศชาติ โดยมิติในการขับเคลื่อนทั้ง  4 กลยุทธ์ ผ่านแนวทางต่อไปนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17110 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/แถลงแผนกลยุทธ์.jpg" alt="" width="1200" height="744" /></p>
<p><strong>1. </strong><strong>ทำตลาดทุนให้เป็นเรื่องง่าย </strong><strong>(Make fundraising &amp; investment simple)</strong></p>
<p><strong>เพิ่มโอกาสการระดมทุน</strong>  มุ่งส่งเสริมให้ธุรกิจทั้งเล็ก กลาง ใหญ่ เข้ามาใช้ประโยชน์จากตลาดทุนได้ง่ายขึ้นและมากขึ้น โดยเฉพาะการสนับสนุนอุตสาหกรรมใหม่ตั้งแต่กระบวนการให้ข้อมูลและเตรียมความพร้อมให้ธุรกิจที่มีศักยภาพ และจะมุ่งพัฒนาเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพ ต่อยอดจาก LiVE Academy และ LiVE Platform เพื่อให้มีความพร้อมในการเข้าถึงแหล่งระดมทุนได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ จะพัฒนาศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไทย (Thai Digital Assets Exchange: TDX) เป็นแพลตฟอร์มสำหรับการซื้อขายโทเคนดิจิทัลทั้ง investment token และ utility token ในไตรมาส 3/2566</p>
<p><strong>เพิ่มโอกาสการลงทุน</strong> มุ่งเพิ่มความหลากหลายด้วยผลิตภัณฑ์ที่ใช้เงินลงทุนไม่มากสำหรับผู้ลงทุนรายเล็ก รวมทั้งศึกษาการออกผลิตภัณฑ์ลงทุนที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (environment-linked) และการขยายเวลาซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อเพิ่มความสะดวกในการลงทุน เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการเปิดบัญชีลงทุนเพื่อสร้างโอกาสการเข้าถึงตลาดทุนที่ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการพัฒนาแพลตฟอร์มของ Settrade เพื่อเป็น <strong>“</strong><strong>Capital Market Super App”</strong> ในการเชื่อมต่อโอกาสการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong>2. </strong><strong>ยกระดับมาตรฐานเพื่ออุตสาหกรรม </strong><strong>(Move industry &amp; ecosystem with standard)</strong>  ผ่านการพัฒนาระบบซื้อขายใหม่ภายในไตรมาสแรกของปีนี้​ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบนิเวศการลงทุน และรองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ๆ พร้อมยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์ร่วมกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม รวมทั้งปรับปรุงกฎเกณฑ์การซื้อขายที่เกี่ยวข้องให้ทันสมัย และให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนไปและระบบซื้อขายใหม่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17111 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/SET-2023-2.jpg" alt="" width="1200" height="672" /></p>
<p><strong>3. </strong><strong>ร่วมสร้างโอกาสเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัด (</strong><strong>Match partners for synergy)</strong> พัฒนาการเผยแพร่ข้อมูลผ่าน SMART Marketplace เพิ่มข้อมูลและฟังก์ชันที่ใช้ในการวิเคราะห์เพื่อตอบโจทย์การใช้งาน รวมทั้งต่อยอดงานวิจัยแบบ Thematic และ Issue-based เพื่อให้สามารถนำไปใช้ได้จริงในการพัฒนาตลาดทุนด้านต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น  ขณะเดียวกัน จะมีการรวบรวมข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) ของบริษัทจดทะเบียนมาไว้บน ESG Data Platform โดยเริ่มเผยแพร่ข้อมูลได้ในไตรมาส 2/2566 นอกจากนี้ จะพัฒนาการจัดทำ ESG Ratings เพื่อสนับสนุนการออกสินค้า ESG-Linked</p>
<p><strong>4. </strong><strong>ยึดหลักความยั่งยืนเป็นแกนขับเคลื่อนการทำงาน (</strong><strong>Merge ESG with substance)</strong> ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้นำมิติทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธุรกิจ (ESG) ​​มาขับเคลื่อนกระบวนการดำเนินงานทั้งภายในและภายนอกองค์กร ผ่านการทำงานร่วมกับพันธมิตร เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน ตามแนวทางต่อไปนี้</p>
<p><strong>ด้านสิ่งแวดล้อม </strong><strong>(</strong><strong>Environmental)</strong> พัฒนาบุคลากรด้าน ESG ในตลาดทุนและสถาบันการศึกษา รวมทั้งส่งเสริมให้มี ESG Champion ด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมผ่าน ESG Academy และพัฒนา Climate Care Platform ให้ครอบคลุมฟังก์ชันการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและการเชื่อมต่อพันธมิตร นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero รวมทั้งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านการใช้ Cloud และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของ Data Center (Green Data Center)</p>
<p><strong>ด้านสังคม</strong><strong> </strong><strong>(</strong><strong>Social)</strong> ส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่วัยเกษียณและกลุ่มผู้มีรายได้น้อย จัดให้มีการวัดระดับความรู้ทางการเงินของคนไทยเพื่อพัฒนาเนื้อหาและช่องทางที่ตอบโจทย์ พร้อมทั้งเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการโดยจะมุ่งเน้นธุรกิจครอบครัว (Family Business) ผ่าน LiVE Platform และกระบวนการพัฒนาธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise: SE) รวมทั้งร่วมกับมหาวิทยาลัยและอาชีวศึกษาสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ขณะเดียวกัน จะมีการเตรียมความพร้อมและพัฒนาทักษะให้แก่บุคลากรของตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการขับเคลื่อนตลาดทุนสู่อนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17116 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ด้านธรรมาภิบาลในการขับเคลื่อนธุรกิจ</strong><strong> </strong><strong>(</strong><strong>Governance)</strong> เร่งปรับปรุงกฎเกณฑ์การกำกับดูแลให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน พัฒนาเครื่องมือการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพให้สามารถรองรับผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ รวมทั้งประสานการทำงานร่วมกับภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแล นอกจากนี้ จะขยายเครือข่ายความร่วมมือไปยังองค์กรต่าง ๆ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาตลาดทุนในระยะยาว ทั้งนี้ ด้านกระบวนการภายใน ดำเนินการเตรียมพร้อมยกระดับการบริหารความเสี่ยงองค์กร พร้อมนำเทคโนโลยีและข้อมูลเชิงวิเคราะห์มาพัฒนากระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><em>&#8220;ภาคธุรกิจยังคงอยู่ทามกลางหลายปัจจัยเสี่ยง​ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ทั้งเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภค รวมทั้งความผันผวนของการเคลื่อนย้ายเงินทุน และความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของโลกจากภาวะเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ การขับเคลื่อนจากนี้ จึงต้องมองรอบด้านเพื่อให้ทุกภาคส่วนในระบบนิเวศของตลาดทุนไทยสามารถเติบโตไปพร้อมกันได้ ทั้งผู้ประกอบธุรกิจ อุตสาหกรรมตลาดทุน สังคม และประเทศ&#8221;</em></p>
<p><strong>ยังแข็งแกร่งท่ามกลางปัจจัยเสี่ยง</strong></p>
<p>ขณะที่การขับเคลื่อนแผนงานในปีที่ผ่านมา ได้มีการปูแนวทางเพื่อส่งต่อมาสู่ 4 กลยุทธ์ข้างต้น ทั้งการเชื่อมโยงโอกาสในการเข้าถึงการลงทุนจากทุกภาคส่วน การพัฒนานวัตกรรมโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ รวมถึงการขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวทางเพื่อความยั่งยืน เพื่อเพิ่มศักยภาพของตลาดทุนไทยและบุคลากรให้มีความแข็งแกร่งและสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ​ ซึ่งสะท้อนผ่านผลงานที่ขับเคลื่อนในปีที่ผ่านมา ​ทั้งในเชิงความแข็งแกร่งของตลาด อาทิ ​มูลค่าหุ้น IPO ที่มีการเสนอขายสูงที่สุดในอาเซียน ด้วยมูลค่า 127,836 ล้านบาท และเป็นอันดับ 4 ในเอเชีย โดยมี 9 บริษัทจดทะเบียนอยู่ในอุตสาหกรรมที่เป็น New Economy ช่วยเสริมสร้างความหลากหลายและน่าสนใจให้กับตลาดทุน ขณะเดียวกัน​ ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีสภาพคล่องสูงสุดในอาเซียนต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2555 โดยในปี 2565 มีมูลค่าการซื้อขายหุ้นเฉลี่ย 76,773 ล้านบาทต่อวัน ​พร้อมทั้งการเพิ่มแพลตฟอร์มใหม่อย่าง LiVE Exchange (LiVEx) เพื่อเพิ่มโอกาสให้กลุ่มสตาร์ทอัพเข้ามาระดมทุนได้ ​ขณะที่ในปีนี้คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าหุ้น IPO เพิ่มมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา รวมทั้งมีมาร์เก็ตแคปเพิ่มขึ้นเช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17117 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/4-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากนี้ ยังได้วางแนวทางปรับปรุงกระบวนการและกลไกการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหลักทรัพย์ ทั้งการพิจารณาลูกค้า พัฒนาศูนย์ข้อมูลลูกค้า รวมถึงการรับหลักทรัพย์ กฎเกณฑ์การซื้อขาย ตรวจสอบข้อมูล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกลไกการดำเนินงานให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ควบคู่ไปกับการยกระดับนวัตกรรมโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น การพัฒนา e-Meeting ระบบการจัดประชุมผู้ถือหุ้นแบบ end-to-end เพื่อรองรับวิถีชีวิตใหม่ (New normal) เพื่อให้บริการแก่บริษัทจดทะเบียน การมีปพลตฟอร์ม​ SMART Marketplace เพิ่มข้อมูล ESG และข้อมูล บจ. และเปิดตัว ESG Data Platform ฐานข้อมูลด้าน ESG เชื่อมโยงความยั่งยืนจากบริษัทจดทะเบียน สู่ผู้ลงทุน และสังคม พร้อมด้วยการขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนอื่นๆ ​เช่น เพิ่มความรู้ทางการเงินให้แก่คนไทย รวมทั้งกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ โดยปัจจุบัน ​มีบริษัทจดทะเบียนของไทย 26 ราย​  ที่อยู่ในดัชนี DJSI มากที่สุดในอาเซียนเป็นปีที่ 9  และมากกว่า 400 แห่ง ร่วมลดโลกร้อนผ่าน Climate Care Collaboration และนำเสนอโครงการ Care the Bear แก่นานาชาติในการประชุม APEC 2022 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ รวมทั้งอาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/02/set-4-strategic-to-make-capital-market-work-for-everyone/">ตลาดหลักทรัพย์ฯ วางโรดแม็พ 3 ปี เดิน 4 กลยุทธ์ ทำตลาดทุนให้เป็นเรื่องง่าย พร้อมยกระดับมาตรฐาน หวังแข่งขันได้ เพื่อเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
