<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ภูมิปัญญาท้องถิ่น &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%96%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 22 Nov 2025 05:15:04 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ภูมิปัญญาท้องถิ่น &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ ร่วมขับเคลื่อนอัตลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก สร้างคุณค่าร่วม เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/11/central-group-support-local-products/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 22 Nov 2025 05:15:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CENTEL]]></category>
		<category><![CDATA[CRC]]></category>
		<category><![CDATA[CRG]]></category>
		<category><![CDATA[Livelihood for Community]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[จริงใจ ฟาร์เมอร์ มาร์เก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[ท็อปส์ ท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท กรีนฟู้ด แฟคทอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัล พัฒนา จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[พิชัย จิราธิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิปัญญาท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สลัดแฟคทอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล ทำ]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล รีเทล]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัลพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทารา]]></category>
		<category><![CDATA[โก โฮลเซลล์]]></category>
		<category><![CDATA[ไทวัสดุ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38179</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มเซ็นทรัล ตอกย้ำพันธกิจ &#8216;เติบโตเคียงข้างสังคมไทยอย่างยั่งยืน&#8217; ผ่านการสนับสนุนและพัฒนาสินค้าท้องถิ่นที่สะท้อนอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของแต่ละชุมชนทั่วประเทศ พร้อมผนึกกำลังบริษัทในเครือขับเคลื่อนโครงการต่างๆ เพื่อยกระดับคุณภาพ มาตรฐาน และศักยภาพของผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดสมัยใหม่ โดยกลุ่มเซ็นทรัลเชื่อว่า &#8216;รากของความยั่งยืน เริ่มจากรากของชุมชน&#8217; การสนับสนุนสินค้าชุมชนถือเป็นหัวใจสำคัญในการต่อยอดภูมิปัญญาไทย นำความรู้และวัตถุดิบเฉพาะถิ่นมาสร้างนวัตกรรมและประสบการณ์ใหม่ให้ผู้บริโภค ทั้งยังช่วยสร้างรายได้หมุนเวียนกลับสู่ชุมชน เสริมรากฐานเศรษฐกิจไทยให้แข็งแกร่งและยั่งยืน และชุมชนมีความภาคภูมิใจในถิ่นกำเนิดของตนเอง ทั้งนี้ ด้วยความมุ่งมั่นของทุกบริษัทในเครือกลุ่มเซ็นทรัล ได้แก่ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC, บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN และ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL / เซ็นทารา สนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนในมิติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างและเปิดโอกาส ช่องทางการตลาด การออกแบบ และพัฒนาแพ็กเกจจิ้งให้ได้มาตรฐาน การยกระดับคุณภาพสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ รวมถึงการส่งเสริมแนวทางการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คุณพิชัย  จิราธิวัฒน์  กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/central-group-support-local-products/">กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ ร่วมขับเคลื่อนอัตลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก สร้างคุณค่าร่วม เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กลุ่มเซ็นทรัล</strong> ตอกย้ำพันธกิจ &#8216;<strong>เติบโตเคียงข้างสังคมไทยอย่างยั่งยืน&#8217;</strong> ผ่านการสนับสนุนและพัฒนาสินค้าท้องถิ่นที่สะท้อนอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของแต่ละชุมชนทั่วประเทศ</p>
<p><span id="more-38179"></span></p>
<p>พร้อมผนึกกำลังบริษัทในเครือขับเคลื่อนโครงการต่างๆ เพื่อยกระดับคุณภาพ มาตรฐาน และศักยภาพของผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดสมัยใหม่ โดยกลุ่มเซ็นทรัลเชื่อว่า<strong> &#8216;รากของความยั่งยืน เริ่มจากรากของชุมชน&#8217; </strong>การสนับสนุนสินค้าชุมชนถือเป็นหัวใจสำคัญในการต่อยอดภูมิปัญญาไทย นำความรู้และวัตถุดิบเฉพาะถิ่นมาสร้างนวัตกรรมและประสบการณ์ใหม่ให้ผู้บริโภค ทั้งยังช่วยสร้างรายได้หมุนเวียนกลับสู่ชุมชน เสริมรากฐานเศรษฐกิจไทยให้แข็งแกร่งและยั่งยืน และชุมชนมีความภาคภูมิใจในถิ่นกำเนิดของตนเอง</p>
<p>ทั้งนี้ ด้วยความมุ่งมั่นของทุกบริษัทในเครือกลุ่มเซ็นทรัล ได้แก่ <strong>บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>CRC,</strong><strong> บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>CPN </strong><strong>และ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>CENTEL / </strong><strong>เซ็นทารา</strong> สนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนในมิติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างและเปิดโอกาส ช่องทางการตลาด การออกแบบ และพัฒนาแพ็กเกจจิ้งให้ได้มาตรฐาน การยกระดับคุณภาพสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ รวมถึงการส่งเสริมแนวทางการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38181 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/k-pichai1.jpg" alt="" width="533" height="800" /></p>
<p><strong>คุณพิชัย  จิราธิวัฒน์  กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล</strong> กล่าวว่า “กลุ่มเซ็นทรัลเชื่อมั่นมาโดยตลอดว่า ‘ความยั่งยืนของประเทศเริ่มต้นจากความเข้มแข็งของชุมชน’ เราจึงให้ความสำคัญกับการสร้างระบบเศรษฐกิจที่เติบโตจากฐานราก สนับสนุนให้ภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ท้องถิ่นได้ต่อยอดเป็นพลังสร้างสรรค์ทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน</p>
<p>สำหรับเรา การพัฒนาชุมชนไม่ใช่เพียงความรับผิดชอบขององค์กร แต่เป็นหัวใจของวิสัยทัศน์ที่กลุ่มเซ็นทรัลยึดถือมายาวนาน เรามุ่งใช้พลังของธุรกิจเป็นเครื่องมือเชื่อมโยงคุณค่าของผู้คน ท้องถิ่น และสังคม ให้เติบโตไปด้วยกันอย่างสมดุล เพื่อให้ความเจริญทางเศรษฐกิจเดินคู่ไปกับความภูมิใจในรากเหง้าความเป็นไทย เราจึงมุ่งมั่นร่วมพัฒนาสินค้าชุมชน (Community Product) ให้มีศักยภาพทางการตลาด ผ่านความร่วมมือกับภาครัฐและเครือข่ายพันธมิตรในระดับพื้นที่ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้หมุนเวียนกลับสู่ชุมชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงบนพื้นฐานของความยั่งยืน”</p>
<p><strong><u>กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ ร่วมสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนในมิติต่างๆ ดังนี้</u></strong></p>
<p><strong><u>โครงการด้านความยั่งยืน เซ็นทรัล ทำ ของกลุ่มเซ็นทรัล</u></strong></p>
<p><strong>&#8211; โครงการ “ชุมชนเกษตรอินทรีย์วิถีชีวิตยั่งยืนแม่</strong><strong>ทา</strong><strong>” อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่</strong> ดำเนินงานร่วมกับมูลนิธิสายใยแผ่นดิน (Earth Net Foundation) ตั้งแต่ปี 2560 เพื่อส่งเสริมเกษตรอินทรีย์และพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้ขับเคลื่อนการเกษตรอย่างยั่งยืน พร้อมสนับสนุนการพัฒนาผลผลิต การรับซื้อ แปรรูป และจัดจำหน่ายผ่าน <strong>“จริงใจ </strong><strong>Farmers’ Market” </strong><strong>และ “ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต”</strong> รวมถึงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิต และโลจิสติกส์ให้ได้มาตรฐาน อย. นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรโดยจัดตั้ง “วิสาหกิจชุมชนแม่ทา ออร์แกนิก” เป็นศูนย์การเรียนรู้และโฮมสเตย์ด้านเกษตรอินทรีย์ สร้างรายได้ให้ชุมชนกว่า 14 ล้านบาทมีจำนวนสมาชิกว่า 130 ครัวเรือน และต้อนรับผู้มาเยือนและศึกษาดูงานกว่า 800 คน ในปี 2567</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-38183 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/13.โครงการศูนย์การเรียนรู้พัฒนาผลผลิตการเ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; โครงการศูนย์การเรียนรู้พัฒนาผลผลิตการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน บ้านเทพพนา อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ</strong> ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น สถาบันการศึกษา และวิสาหกิจชุมชน พัฒนาเกษตรมูลค่าสูงด้วยเทคนิคคาร์บอนต่ำ พลิกฟื้นพื้นที่เสื่อมโทรมกว่า 5,000 ไร่ สู่เกษตรยั่งยืน นำผลผลิตจำหน่ายที่ <strong>ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต</strong> และ <strong>จริงใจ </strong><strong>Farmers’ Market</strong> สร้างรายได้รวมกว่า <strong>41 </strong><strong>ล้านบาท</strong> พร้อมขยายเครือข่ายผู้ปลูกอะโวคาโดกว่า <strong>1,000 </strong><strong>ราย</strong> โครงการยังได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนระดับเขตเข้าประกวดเกษตรกรดีเด่นระดับชาติ และได้รับการต่อยอดโดยโครงการ “<strong>เซ็นทรัล ทำ</strong>” ของกลุ่มเซ็นทรัล ได้พัฒนาต่อยอดด้านการท่องเที่ยวชุมชนเชิงเกษตรอินทรีย์ ร่วมกับสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด จัดทำเส้นทางท่องเที่ยวรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นทุกปี</p>
<p><strong>&#8211; โครงการศูนย์การเรียนรู้ทอผ้าย้อมครามและสีธรรมชาติ บ้านกุดจิก</strong> วิสาหกิจชุมชนทอผ้าแปรรูปบ้านกุดจิก จ.สกลนคร สืบสานภูมิปัญญาการย้อมครามและสีธรรมชาติ พัฒนานวัตกรรมย้อมผ้าให้ทันสมัยและคงทน ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมสร้างโรงย้อม โรงทอ และพื้นที่จัดแสดงผลิตภัณฑ์ ได้มีการส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์และช่องทางจำหน่ายผ่าน Good Goods และห้างเซ็นทรัล ช่วยขยายตลาด และเพิ่มรายได้ให้ชุมชนจาก 5 แสนบาท เป็นกว่า 3.6 ล้านบาท ดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 3,000 คนต่อปี สะท้อนการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong><u>บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ </u></strong><strong><u>CRC</u></strong> <strong><u>กับการส่งเสริมสินค้าชุมชน และในมิติต่างๆ</u></strong></p>
<p><strong>&#8211; Central Robinson Love the Earth Project</strong> มุ่งสนับสนุนสินค้าที่มีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่าน <em>Central Edition</em> ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์จากชุมชนทั่วไทย และร่วมกับดีไซน์เนอร์รุ่นใหม่ 24 ราย นำวัสดุเหลือใช้กลับมาออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ สร้างประโยชน์และรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน ล่าสุดเปิดตัว <em>Organic Zone</em> ในแผนกบิวตี้ ห้างเซ็นทรัลชิดลม ซึ่งเป็นครั้งแรกของห้างในไทยที่สนับสนุนผลิตภัณฑ์ความงามที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังรณรงค์ใช้วัสดุธรรมชาติ ย่อยสลายได้ หรือรีไซเคิลได้ เพื่อลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง พร้อมส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างงาน สร้างรายได้ และกระจายโอกาสสู่ชุมชน รวมถึงเปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าชุมชนที่ผลิตจากวัสดุพื้นถิ่นและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ร่วมกับพันธมิตรแบรนด์ชั้นนำ ครอบคลุมทุกหมวดสินค้าในห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสันทั่วประเทศ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-38182 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/04.ท็อปส์-ท้องถิ่น.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; </strong><strong>ท็อปส์ ท้องถิ่น</strong> เป็นโครงการสนับสนุน SME ไทยที่มีศักยภาพสูง แม้เป็นธุรกิจขนาดเล็ก ให้สามารถเติบโตและเข้าถึงเครือข่าย <strong>Tops</strong> ทั่วประเทศ รวมถึงขยายสู่ตลาดต่างประเทศ ภายใต้แนวคิด <em>“Local Discoveries – Supporting Thai SMEs to Create Sustainable Growth Together”</em> โครงการได้ผลักดันผู้ประกอบการกว่า 140 ราย ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการสนับสนุนด้านการตลาด การตรวจสอบคุณภาพสินค้า (QA) การออกแบบบรรจุภัณฑ์ รวมถึงเงื่อนไขพิเศษ เช่น เครดิตเทอม 15 วัน และไม่มีค่าแรกเข้า โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่มีรายได้ไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อปี และพนักงานไม่เกิน 50 คน เข้าร่วมเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและอัตลักษณ์ท้องถิ่น “ท็อปส์ ท้องถิ่น” เชื่อว่าความสำเร็จของธุรกิจเล็กคือรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทยที่มั่นคงและยั่งยืน</p>
<p><strong>&#8211; จริงใจ ฟาร์เมอร์ มาร์เก็ต </strong><strong>ที่ท็อปส์ มาร์เก็ต</strong>  ได้เปิดโอกาสให้เกษตรกรท้องถิ่นได้นำพืชผักปลอดภัยและสินค้าขึ้นชื่อของชุมชนมาวางจำหน่ายในพื้นที่ของกลุ่มเซ็นทรัล เพื่อให้เกษตรกรและผู้บริโภคได้พบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำไปพัฒนาสินค้า พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในฐานะศูนย์กลางการใช้ชีวิตของผู้คน (Central to Life) และการสร้างคุณค่าร่วม (Creating Shared Value) กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมและชุมชน ควบคู่กับการพัฒนาสิ่งแวดล้อมให้เติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจทั้งในระดับชุมชนและประเทศ โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2561 ที่ท็อปส์ มาร์เก็ต เซ็นทรัล อุดรธานี ปัจจุบันขยายผลสู่ 28 จังหวัด สนับสนุนกว่า 12,300 ครัวเรือน ยกระดับสินค้าชุมชนกว่า 5,000 SKU สร้างรายได้รวมกว่า 160 ล้านบาทในปี 2025</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38184 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/Tops-JJ1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; โครงการสนับสนุนวิสาหกิจท้องถิ่นขนาดกลางและขนาดเล็กรวมถึงการสนับสนุนผู้ค้า</strong><strong>, </strong><strong>เกษตรกร และชุมชนท้องถิ่นในแต่ละภูมิภาค </strong>โรบินสันไลฟ์สไตล์และท็อปส์พลาซ่า สนับสนุนวิสาหกิจท้องถิ่น ผู้ค้า และเกษตรกรทั่วประเทศ โดยจัดสรรพื้นที่กว่า 50,000 ตร.ม. สำหรับจำหน่ายและแสดงสินค้าชุมชน เพื่อสร้างงาน กระจายรายได้ และรักษาอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน สร้างรายได้กว่า 20 ล้านบาท และอาชีพกว่า 3,000 ตำแหน่งในไตรมาส 1–3 ปี 2568 พร้อมจัดพื้นที่ประจำโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายในหลายจังหวัด เช่น กาดเมืองราช, Sea, Kids Market, ตลาดชุมชนคนแปดริ้ว และอาหารดีวิถีเมืองเพชร</p>
<p><strong>&#8211; ไทวัสดุ</strong> เปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นที่มีศักยภาพในการผลิตสินค้าที่สะท้อนอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ออกสู่ตลาด เพื่อสร้างอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืน โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการชุมชน 5 แห่ง ใน 5 จังหวัด ได้แก่ แพร่ นครปฐม ปราจีนบุรี มหาสารคาม และลำปาง นำผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นมาจำหน่ายในสาขาไทวัสดุทั่วประเทศ ความร่วมมือนี้เริ่มตั้งแต่ปี 2556 ส่งผลให้เกิดรายได้รวมกว่า 1 ล้านบาทต่อปี ครอบคลุม 166 ครัวเรือน และสินค้ากว่า 34 SKU สะท้อนการเติบโตของเศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง</p>
<p><strong>&#8211; ตลาดนัดชุมชน โก โฮลเซลล์ </strong>โก โฮลเซลล์ไม่เพียงเป็นศูนย์จำหน่ายสินค้า แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งโอกาสและความใส่ใจต่อชุมชนในทุกจังหวัดที่เปิดสาขา โดยเปิดพื้นที่ให้คนในชุมชนนำสินค้าท้องถิ่นมาจำหน่ายโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อสร้างรายได้และเสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก กิจกรรมนี้จัดขึ้นเป็นประจำทุกสิ้นเดือน เพื่อให้ชุมชนเติบโตไปพร้อมกัน ปัจจุบันโก โฮลเซลล์มี 13 สาขา สนับสนุนร้านค้าชุมชนแล้วกว่า 247 ร้าน สร้างรายได้รวมกว่า 1 ล้านบาท เพราะสำหรับเรา การทำธุรกิจไม่ใช่แค่การขายสินค้า แต่คือการร่วมแบ่งปันความสุขและความสำเร็จกับชุมชนที่เราอยู่ร่วมกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38185 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/10.เซ็นทรัล-รีเทล-เวียดนาม.jpg" alt="" width="1200" height="756" /></p>
<p><strong>&#8211; เซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม</strong> เดินหน้าโครงการ &#8216;Livelihood for Community&#8217; เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรรายย่อย โดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์และชุมชนภูเขา ผ่านแนวคิด “สร้างคุณค่าร่วม (Creating Shared Value)” ที่เติบโตไปพร้อมธุรกิจอย่างยั่งยืน ตั้งแต่ปี 2017 โครงการได้ช่วยเกษตรกรรายได้น้อยกว่า 7 ล้านด่งต่อเดือน ขยายผลในปี 2024 ครอบคลุม 6 โครงการใน 3 จังหวัด สร้างมูลค่าผลผลิตกว่า 4.4 พันล้านด่อง และยกระดับชีวิตเกษตรกรกว่า 126 ครัวเรือน</p>
<p><strong><u>บริษัท เซ็นทรัล พัฒนา จำกัด (มหาชน) กับการส่งเสริมสินค้าชุมชน</u></strong></p>
<p><strong>&#8211; เซ็นทรัลพัฒนา</strong> กับการจัดสรรพื้นที่จำหน่ายให้กับชุมชน มุ่งส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่น โดยเปิดพื้นที่ภายในศูนย์การค้าทั่วประเทศให้ชุมชนได้นำสินค้าท้องถิ่น ผลิตภัณฑ์ OTOP และของดีประจำจังหวัดมาจำหน่าย รวมกว่า 2,700 กิจกรรม อาทิ งาน Sacit, เพลิน Craft, งานโครงการหลวง และงานจำหน่ายผลไม้ล้นตลาด พร้อมทั้งจัดกิจกรรม “จริงใจมหานคร” ที่เซ็นทรัลเวิลด์เป็นครั้งแรก และร่วมจัดนิทรรศการ <strong>Thailand Rice Fest</strong> เพื่อส่งเสริมผลิตภัณฑ์ข้าวจากเกษตรกรไทย รวมไปถึงการจัดสรรพื้นที่จำหน่ายสินค้าชุมชนและสนับสนุนพื้นที่ฟรีสำหรับกิจกรรมทางศาสนา วัฒนธรรม และประเพณีท้องถิ่น อาทิ งาน “มีเทศน์ มีทอล์ค”, พิธีทำบุญตักบาตร, สรงน้ำพระ, งานประเพณีจังหวัด และการอ่านคัมภีร์อัลกุรอาน พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมภายใต้โครงการ <strong>Go Local Love Local</strong> ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่ออนุรักษ์อัตลักษณ์ท้องถิ่นและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ผ่านกิจกรรมท่องเที่ยวสำคัญ เช่น เขาพับผ้า Unseen Thailand จ.นครศรีธรรมราช, งานแห่เทียนเข้าพรรษา จ.อุบลราชธานี และงาน ปักษ์ใต้ดีไซน์วีค จ.สงขลา เป็นการสร้างรายได้ กระจายโอกาส และขับเคลื่อนความยั่งยืนให้กับชุมชนทั่วประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38186 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/11.เซ็นทรัลพัฒนาสนับสนุนพื้นที่.jpg" alt="" width="800" height="800" /></p>
<p><strong><u>บริษัท</u></strong><u> <strong>โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ </strong></u><strong><u>CENTEL / </u></strong><strong><u>เซ็นทารา</u></strong></p>
<p><strong>&#8211; เซ็นทารา</strong> มุ่งส่งเสริมการพัฒนาชุมชนผ่านการอนุรักษ์และเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยนำเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่มาประยุกต์ในการออกแบบ การตกแต่ง และการบริการภายในโรงแรม รวมถึงสนับสนุนสินค้าชุมชนและงานหัตถกรรมท้องถิ่น เพื่อสร้างรายได้และความยั่งยืนให้กับชุมชน ทั้งยังให้ความสำคัญกับการเคารพวิถีชีวิต ภูมิปัญญา และสถานที่ทางประวัติศาสตร์ พร้อมเผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านกิจกรรม อาหาร และการสื่อสารกับลูกค้า เพื่อสร้างความเข้าใจและคุณค่าในความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน ในปี 2024 โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา สนับสนุนผลิตภัณฑ์สินค้าที่ระลึกจากชุมชน จำนวน 6,066 ชิ้นสินค้า จาก 23 ชุมชน เพื่อวางจำหน่ายในโรงแรมและใช้เป็นของที่ระลึกในห้องพักสำหรับการ เปิดเตียง (Turndown Service) ให้กับลูกค้า</p>
<p><strong><u>บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (</u></strong><strong><u>CRG)</u></strong></p>
<p>&#8211; บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) ร่วมกับ บริษัท กรีนฟู้ด แฟคทอรี่ จำกัด (สลัดแฟคทอรี่) เดินหน้าสานต่อพันธกิจความยั่งยืน ด้วยการสนับสนุนและพัฒนา <strong>“</strong><strong>ฟาร์มสามารถ</strong><strong>”</strong> ณ สมาคมคนพิการ จังหวัดปทุมธานี เพื่อพัฒนาศักยภาพและสร้างอาชีพให้ผู้พิการอย่างยั่งยืน โดยสนับสนุนงบประมาณรวม 1,000,000 บาท สำหรับปรับปรุงพื้นที่ สร้างโรงเรือนปลูกผักปลอดสาร พัฒนาศูนย์การเรียนรู้ ฝึกอบรมทักษะอาชีพ เพื่อสร้างรายได้ให้ผู้พิการ และ จำหน่ายใน <strong>“</strong><strong>ฟาร์มสามารถ คาเฟ่</strong><strong>”</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38187 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/17.โครงการ-ฟาร์มสามารถ.jpg" alt="" width="1200" height="764" /></p>
<p>&#8211; ขณะเดียวกัน <strong>สลัดแฟคทอรี่</strong> ยังส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ในท้องถิ่น ด้วยการรับซื้อผักจากกลุ่มเกษตรกรกว่า 45 ชุมชนทั่วประเทศ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในร้าน ช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกร พร้อมส่งมอบอาหารปลอดภัยให้ผู้บริโภค</p>
<p><strong>กลุ่มเซ็นทรัล</strong>เชื่อมั่นว่า การสนับสนุนสินค้าท้องถิ่นคือรากฐานสำคัญของความยั่งยืนของประเทศ เพราะในทุกผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นล้วนสะท้อนเรื่องราวของผู้คน ภูมิปัญญา และวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละชุมชน การต่อยอดและพัฒนาให้สินค้าชุมชนเติบโตอย่างเข้มแข็งจึงเป็นมากกว่าการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก แต่คือการหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของสังคมไทยให้คงอยู่และก้าวไปข้างหน้าอย่างภาคภูมิ</p>
<p><strong>กลุ่มเซ็นทรัล</strong>จะยังคงเดินหน้าสร้างโอกาสให้กับผู้คนในทุกพื้นที่ ส่งเสริมให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยได้รับการยอมรับในระดับสากล พร้อมร่วมขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคมไทยไปด้วยกันบนเส้นทางแห่งความยั่งยืน เพื่อให้ความเจริญเติบโตเกิดขึ้นอย่างมีคุณค่า แบ่งปันความภาคภูมิใจและความงดงามของความเป็นไทยสู่ทุกชุมชนทั่วประเทศ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/central-group-support-local-products/">กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ ร่วมขับเคลื่อนอัตลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก สร้างคุณค่าร่วม เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุณค่าที่มากกว่าเมล็ดกาแฟ : พัฒนาคน พัฒนาพื้นที่ ยกระดับห่วงโซ่กาแฟคุณภาพ สู่การอนุรักษ์ป่าลุ่มน้ำแม่กวงอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/specialty-coffee-supply-chain-value/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 19 Oct 2025 09:21:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Learning and Innovation Platform]]></category>
		<category><![CDATA[LIP]]></category>
		<category><![CDATA[การอนุรักษ์ป่า]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟอราบิก้า]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกร]]></category>
		<category><![CDATA[บพท.]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิปัญญาท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ภูเมธ ภูมิธันเมธ]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงราย]]></category>
		<category><![CDATA[สุริยนต์ สูงคำ]]></category>
		<category><![CDATA[หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37412</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลุ่มน้ำแม่กวง แหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงผู้คนในพื้นที่มายาวนาน มีอาณาเขตครอบคลุมตำบลแม่เจดีย์ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ตำบลเทพเสด็จ ตำบลป่าเมี่ยง ตำบลเชิงดอย ตำบลลวงเหนือ ตำบลสง่าบ้าน อำเภอดอยสะเก็ด และตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งยังเป็นแหล่งปลูกกาแฟอราบิก้าที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย แต่ในช่วงที่ผ่านมาพื้นที่แห่งนี้ต้องเผชิญปัญหาปริมาณและคุณภาพผลผลิตกาแฟที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนอย่างปรากฏการณ์เอนโซ่ (เอลนีโญและลานีญา) และข้อจำกัดด้านองค์ความรู้และเทคโนโลยีของเกษตรกรในการพัฒนากาแฟให้มีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาด คุณ​สุริยนต์ สูงคำ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และ​คณะวิจัยโครงการนวัตกรรมการพัฒนาและยกระดับมูลค่ากาแฟพืชเศรษฐกิจหลักของชุมชนเกษตรกรรมเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กวง จังหวัดเชียงใหม่-เชียงราย โดยการสนับสนุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) จึงนำเทคโนโลยีพร้อมใช้และองค์ความรู้ที่เหมาะสม ผนวกกับภูมิปัญญาท้องถิ่นมาถ่ายทอดให้กับคนในชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหาการผลิตกาแฟอย่างเป็นระบบ ยกระดับห่วงโซ่กาแฟคุณภาพ ไปพร้อมกับการอนุรักษ์ป่าอย่างยั่งยืน ผ่านกระบวนการ Learning and Innovation Platform (LIP) สร้างความตระหนักด้วยวิทยาศาสตร์อย่างง่าย บ้านห้วยน้ำกืน ตำบลแม่เจดีย์ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เป็นหนึ่งในพื้นที่ป่าต้นน้ำสำคัญของลุ่มน้ำแม่กวง มีกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นนานกว่า 45 ปี แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในพื้นที่ต้องเผชิญกับความท้าทายจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ทำให้วิธีการดั้งเดิมที่เคยใช้ได้ผลไม่เพียงพอที่จะรับมือกับสถานการณ์ปัจจุบันได้อีกต่อไป โดยเฉพาะการทำเกษตรที่พึ่งพาประสบการณ์และการลองผิดลองถูก (Trial &#38; Error) อาทิ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/specialty-coffee-supply-chain-value/">คุณค่าที่มากกว่าเมล็ดกาแฟ : พัฒนาคน พัฒนาพื้นที่ ยกระดับห่วงโซ่กาแฟคุณภาพ สู่การอนุรักษ์ป่าลุ่มน้ำแม่กวงอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ลุ่มน้ำแม่กวง แหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงผู้คนในพื้นที่มายาวนาน มีอาณาเขตครอบคลุมตำบลแม่เจดีย์ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ตำบลเทพเสด็จ ตำบลป่าเมี่ยง ตำบลเชิงดอย ตำบลลวงเหนือ ตำบลสง่าบ้าน อำเภอดอยสะเก็ด และตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งยังเป็นแหล่งปลูกกาแฟอราบิก้าที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย</p>
<p><span id="more-37412"></span></p>
<p>แต่ในช่วงที่ผ่านมาพื้นที่แห่งนี้ต้องเผชิญปัญหาปริมาณและคุณภาพผลผลิตกาแฟที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนอย่างปรากฏการณ์เอนโซ่ (เอลนีโญและลานีญา) และข้อจำกัดด้านองค์ความรู้และเทคโนโลยีของเกษตรกรในการพัฒนากาแฟให้มีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาด</p>
<p><strong>คุณ​สุริยนต์ สูงคำ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา</strong><strong> และ​</strong><strong>คณะวิจัยโครงการ</strong><strong>นวัตกรรมการพัฒนาและยกระดับมูลค่ากาแฟพืชเศรษฐกิจหลักของชุมชนเกษตรกรรมเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กวง จังหวัดเชียงใหม่-เชียงราย</strong> <strong>โดยการสนับสนุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) </strong><strong>จึงนำเทคโนโลยีพร้อมใช้และองค์ความรู้ที่เหมาะสม ผนวกกับภูมิปัญญาท้องถิ่นมาถ่ายทอดให้กับคนในชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหาการผลิตกาแฟอย่างเป็นระบบ ยกระดับห่วงโซ่กาแฟคุณภาพ ไปพร้อมกับการอนุรักษ์ป่าอย่างยั่งยืน ผ่าน</strong><strong>กระบวนการ </strong><strong>Learning and Innovation Platform (LIP)</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37414 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/LIP_Learning-Innovation-Process.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>สร้างความตระหนักด้วยวิทยาศาสตร์อย่างง่าย</strong></p>
<p>บ้านห้วยน้ำกืน ตำบลแม่เจดีย์ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เป็นหนึ่งในพื้นที่ป่าต้นน้ำสำคัญของลุ่มน้ำแม่กวง มีกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นนานกว่า 45 ปี แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในพื้นที่ต้องเผชิญกับความท้าทายจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ทำให้วิธีการดั้งเดิมที่เคยใช้ได้ผลไม่เพียงพอที่จะรับมือกับสถานการณ์ปัจจุบันได้อีกต่อไป</p>
<p>โดยเฉพาะการทำเกษตรที่พึ่งพาประสบการณ์และการลองผิดลองถูก (Trial &amp; Error) อาทิ การใช้ปุ๋ยสูตรสำเร็จ (15-15-15) ตามความเคยชิน หรือตามคำแนะนำของเพื่อนบ้าน โดยขาดความเข้าใจที่แท้จริงว่า ดินและพืชในแปลงของตนต้องการธาตุอาหารชนิดใดในปริมาณเท่าไหร่ ทำให้เกิดต้นทุนที่ไม่จำเป็นและไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด ซึ่งกลายเป็นข้อจำกัดสำคัญในการรักษาและยกระดับคุณภาพผลผลิตกาแฟ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37416 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/การวิเคราะห์ดิน-หนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการผลิตกาแฟคุณภาพ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>การดำเนินงานในพื้นที่ของคณะวิจัยจึงไม่ใช่เพียงการสนับสนุนทางวิชาการ แต่เป็นการประสานความร่วมมือกับชุมชนในฐานะภาคีเครือข่าย โดยมุ่งเน้นการเสริมศักยภาพของเกษตรกรผ่านกระบวนการ <strong>​วิทยาศาสตร์อย่างง่าย </strong>และ <strong>เทคโนโลยีพร้อมใช้​</strong> แทนการนำเสนอเทคโนโลยีที่ซับซ้อนและเข้าถึงยาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ซึ่งหลักการสำคัญของการทำงานร่วมกับชุมชน คือ <strong>การสร้างความเข้าใจผ่านกระบวนการเรียนรู้บนฐานชุดข้อมูล (</strong><strong>Data-Driven Learning)</strong> ที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถทำความเข้าใจเหตุและผลการทำเกษตรอย่างมีหลักการ เพื่อให้สามารถปรับตัวให้สอดรับกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ด้วยวิธีการต่างๆ คือ</p>
<p><strong>1. ใช้ข้อมูลเป็นเครื่องมือ</strong> วิเคราะห์รวบรวมข้อมูลและนำเสนอผลเป็นรายแปลง อาทิ การวิเคราะห์ค่าดินในรูปแบบชุดสีที่เข้าใจง่าย (สีแดง: ระดับอันตราย) เพื่อให้ชาวบ้านที่ใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิมได้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน และเกิดความเชื่อมั่นในเทคโนโลยีที่คณะวิจัยนำเข้าไป</p>
<p><strong>2. เรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ (</strong><strong>Learning By Doing)</strong> โดยให้เกษตรกรเรียนรู้และลงมือปฏิบัติพร้อมกับคณะวิจัยในแปลงทดลอง เป็นการสร้างพื้นที่การเรียนรู้ (Learning Space) เพื่อให้เกษตรกรสามารถวิเคราะห์ ติดตามผล ที่นำไปสู่การ <strong>&#8216;รับ-ปรับ-ใช้&#8217;</strong> องค์ความรู้ อีกทั้งยังทำให้เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของในกระบวนการเรียนรู้และภูมิใจในผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นร่วมกัน</p>
<p><strong>3. </strong><strong>ทบทวนและประเมินผลหลังปฏิบัติงาน (</strong><strong>After Action Review: AAR)</strong> ร่วมกับชุมชนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อแลกเปลี่ยนสถานการณ์การผลิตกาแฟในแปลงของตนเอง พร้อมปรับแนวทางให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงอย่างทันท่วงที</p>
<p><strong>ผู้ช่วยศาสตร์จารย์วิสูตร อาสนวิจิตร หัวหน้าโครงการย่อยที่ </strong><strong>1</strong> อธิบายเพิ่มเติมว่า ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เหล่านี้ <strong>สร้างแรงกระเพื่อมอย่างมีนัยยะสำคัญ</strong> ให้ชุมชนได้รับรู้ว่า การยึดมั่นในแนวทางปฏิบัติเดิมย่อมนำมาซึ่งผลลัพธ์เดิมหรือถดถอยลง แต่เป้าหมายที่สำคัญยิ่งกว่าการพัฒนาคุณภาพผลผลิตกาแฟ คือ <strong>การอนุรักษ์พื้นที่ลุ่มน้ำแม่กวง</strong> ที่เปรียบเสมือนบ้านของชาวบ้านและคณะวิจัยให้คงความอุดมสมบูรณ์ต่อไปยังรุ่นลูกรุ่นหลาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37424 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/ผศ.วิสูตร-อาสนวิจิตร-แลกเปลี่ยนกับนวัตกรในโครงการ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong> </strong><strong>ปั้นคน ปั้นความรู้ สร้างนวัตกรชุมชน </strong></p>
<p>นอกจากการปรับทัศนคติของเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟให้เห็นความสำคัญของการเรียนรู้บนฐานชุดข้อมูล (Data-Driven Learning) แล้ว หัวใจของความสำเร็จที่ยั่งยืนอีกอย่างหนึ่ง คือ การสร้าง &#8216;<strong>นวัตกรชุมชน&#8217; </strong>ให้เป็นตัวกลางในการถ่ายทอดและขยายผลเทคโนโลยีได้ด้วยตนเอง ที่ไม่ได้มองเกษตรกรเป็นเพียงผู้รับการถ่ายทอด แต่มองเป็น &#8216;<strong>หุ้นส่วน&#8217; </strong><strong>​</strong>สำคัญในการสร้างนวัตกรรมที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ เพื่อให้องค์ความรู้ฝังรากลึกในชุมชนแม้โครงการวิจัยจะสิ้นสุดลง</p>
<p>สำหรับกระบวนการคัดเลือกและพัฒนานวัตกร เริ่มต้นจากการลงพื้นที่เพื่อประเมินศักยภาพและความพร้อมของเกษตรกรแต่ละราย โดยใช้เกณฑ์ต่าง ๆ อาทิ ประสบการณ์ในการทำกาแฟ ความสามารถในการชิมและประเมินรสชาติกาแฟของตนเอง และระดับความพร้อมในการรับ-ปรับ-ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ทำให้สามารถจำแนกเกษตรกรออกเป็นนวัตกรในระดับต่าง ๆ ตั้งแต่ระดับต้นไปจนถึงระดับสูงได้</p>
<p><strong>คุณภูเมธ ภูมิธันเมธ คือ ตัวอย่างที่ชัดเจนของเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟบ้านห้วยน้ำกืน ที่ยกระดับตนเองขึ้นเป็นนวัตกรระดับสี่ที่สามารถ &#8216;รับ</strong><strong>&#8211;</strong><strong>ปรับ</strong><strong>&#8211;</strong><strong>ใช้</strong><strong>&#8211;</strong><strong>ขยายผล&#8217; องค์ความรู้และเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ</strong> <strong>อีกทั้งยังเป็น &#8216;นายสถานี&#8217; ที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านกาแฟให้กับเกษตรกรรายอื่นได้</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37415 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/ภูเมธ-ภูมิธันเมธ-คนยืนซ้ายสุด-กับทีมนวัตกร-และ-ผศ.วิสูตร-คนยืนตรงกลาง.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อาทิ การเลือกสายพันธุ์กาแฟที่ตลาดต้องการ การเตรียมแปลงปลูก ไปจนถึงการให้คำแนะนำเชิงลึกในการจัดการโรคและแมลง และด้วยทักษะการชิมและประเมินรสชาติกาแฟ (Cupping Test) ที่ได้รับการพัฒนาจนกลายเป็น<strong>ผู้ชิมและประเมินคุณภาพกาแฟ (</strong><strong>Q-Grader)</strong> จึงสามารถให้ข้อเสนอแนะในเรื่องจุดเด่นและข้อบกพร่องของกาแฟที่ชิมได้อย่างแม่นยำ โดยสามารถวิเคราะห์ย้อนกลับไปได้ถึงกระบวนการดูแลแปลงและการแปรรูป แต่สำคัญที่สุด คือ พื้นที่ปลูกกาแฟของนายภูเมธได้กลายเป็น <strong>ศูนย์เรียนรู้ที่มีชีวิต</strong> หรือพื้นที่ต้นแบบที่มีการติดตั้งเทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับการผลิตกาแฟคุณภาพไว้อย่างครบวงจร เปิดให้ผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงานการผลิตกาแฟคุณภาพของพื้นที่ได้</p>
<p><em>“การเข้าร่วมโครงการได้สร้างการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ทั้งในมิติส่วนตัวและบทบาทต่อชุมชน การมีข้อมูล Big Data และเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์จากโครงการวิจัยเข้ามาสนับสนุน ทำให้สามารถอธิบายเรื่องราวและกระบวนการผลิตกาแฟเชิงวิทยาศาสตร์ได้อย่างเป็นระบบและน่าเชื่อถือ นำไปสู่คุณภาพผลผลิตที่ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน โดย <strong>คุณค่าที่แท้จริง</strong> ที่ได้รับจากโครงการนี้ คือการได้เผยแพร่และส่งต่อความรู้ให้กับคนในชุมชนเพื่อให้เติบโตไปด้วยกัน ซึ่งถือเป็นการสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชน ความสำเร็จในการสร้างนวัตกรชุมชนเช่นนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จส่วนบุคคล แต่ได้ส่งผลกระทบในวงกว้างที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม  และที่สำคัญที่สุดคือการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศป่าต้นน้ำ”  </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37418 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Cupping-Coffee-การให้คะแนนกาแฟจากผู้เชี่ยวชาญ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ติดตั้ง</strong><strong>เทคโนโลยี พลิกคุณค่าเมล็ดกาแฟ สู่มูลค่าที่เพิ่มขึ้น</strong></p>
<p>คณะวิจัยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาและเพิ่มขีดความสามารถกาแฟท้องถิ่นเพื่อทำตลาดในกลุ่มกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ ด้วยการนำเทคโนโลยีที่เรียบง่ายเข้าไปหนุนเสริมฐานทุนความรู้เดิมของชุมชน ซึ่งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต พร้อมทั้งแก้ไข Pain Point ได้อย่างตรงจุดและทันท่วงที โดยอาศัยกระบวนการ Learning and Innovation Platform (LIP) ที่เน้นการมีส่วนร่วมของเกษตรกรผ่านการทำแปลงสาธิตและการติดตามผลทั้ง 8 ด้าน ได้แก่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37423 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/สุริยงค์-สูงคำ-หัวหน้าโครงการวิจัย.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>1. กระบวนการจัดการดินและน้ำเฉพาะที่ (Specific Area) โดยการตรวจวิเคราะห์ดิน และจัดทำแปลงสาธิตปรับปรุงความเป็นกรดดิน ช่วยลดต้นทุนจากการใส่ปุ๋ยที่ไม่จำเป็น และทำให้ต้นกาแฟแข็งแรงทนทานต่อโรค ให้ผลผลิตที่มีคุณภาพมากขึ้น</p>
<p>2. การอนุรักษ์ดินและน้ำในแปลงกาแฟ</p>
<p>3. กระบวนการเก็บเกี่ยวเมล็ดกาแฟผลสุกเต็มที่ จัดทำอุปกรณ์เทียบสีความสุกเมล็ดกาแฟให้กับเกษตรและแรงงานนอกพื้นที่ที่เข้ามารับจ้างเก็บผลผลิต</p>
<p>4. กระบวนการแปรรูปกาแฟพิเศษและการทดสอบรสชาติกาแฟ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37421 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/ตำแหน่งเครื่องมือวัดติดตามสภาพอากาศในแปลงของเกษตกร-แสดงผ่านมือถือ.jpg" alt="" width="525" height="700" /></p>
<p>5. เทคโนโลยีการติดตามสภาพอากาศต่อการผลิตกาแฟ เพื่อแจ้งเตือนเกษตรกรในการเตรียมป้องกันการระบาดของโรคและแมลงสำคัญของกาแฟได้อย่างถูกต้องและทันต่อสถานการณ์</p>
<p>6. เทคโนโลยีการติดตามสภาพอากาศโรงตากกาแฟ ที่มีการตรวจวัดอุณหภูมิและความชื้นในพื้นที่ปลูกและโรงตากกาแฟ ซึ่งประกอบด้วย ระบบเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิและความชื้น 4 จุด ระบบแจ้งเตือนด้วยเสียงและไฟเมื่อเกิดสภาวะไม่เหมาะสม เพื่อแก้ปัญหาเชื้อราที่เกิดจากการตากที่ไม่ได้มาตรฐาน ช่วยรักษาคุณภาพและสีสันของสารกาแฟ (Green Bean) ให้สวยงามสม่ำเสมอ</p>
<p>7. ระบบบัญชีอย่างง่าย ที่ทำให้เกษตรกรได้เห็นต้นทุนการผลิตที่แท้จริงของตนเอง เพื่อให้ตระหนักถึงต้นทุนและผลตอบแทนที่แท้จริง</p>
<p>8. กระบวนการนำเสนออัตลักษณ์กาแฟคุณภาพ โดยการพัฒนาแบรนด์และบรรจุภัณฑ์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37419 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/ควบคุมความชื้นโรงตากกาแฟ-หนึ่งในขั้นตอนสำคัญ.jpg" alt="" width="525" height="700" /></p>
<p>การนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ ส่งผลให้เกิดมูลค่าที่เพิ่มขึ้นของกาแฟตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิตอย่างชัดเจน <strong>จากเดิมที่ขายเชอร์รี่กาแฟได้เพียง</strong><strong> 25 บาทต่อกิโลกรัม เมื่อแปรรูปเป็นสารกาแฟ (Green Bean</strong><strong>s</strong><strong>) ที่มีคุณภาพจะสามารถขายได้ในราคา 500 บาทต่อกิโลกรัม และมูลค่าจะยิ่งทวีคูณขึ้นเมื่อนำไปทำกาแฟคั่วและสร้างแบรนด์ของตนเอง โดยสามารถทำราคาได้ถึง 2,000 บาทต่อกิโลกรัม </strong>นอกจากนี้ <strong>การสร้างกลไกเชื่อมโยงตลาด </strong><strong>Specialty Coffee </strong>ที่เกิดการ Matching กับกลุ่มสหายกาแฟซึ่งเป็นนักชิมและเจ้าของร้านกาแฟในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีการจัดกิจกรรมการประเมินรสชาติ (Cupping Test) ทำให้ผู้ซื้อได้ชิมผลผลิตกาแฟจากพื้นที่วิจัยโดยตรง จากเดิมที่ขายได้เพียงหลักร้อยก็สามารถเพิ่มมูลค่าได้ถึง 10 เท่า</p>
<p>ยิ่งไปกว่านี้ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกาแฟพิเศษบ้านห้วยน้ำกืนยังได้สร้างกลไกทางเศรษฐศาสตร์ที่จูงใจให้เกษตรกรเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ไม่ว่าจะเป็น</p>
<p><strong>&#8211; </strong><strong>การกำหนดมาตรฐานคุณภาพเชอร์รี่กาแฟ </strong>สำหรับเกษตรกรบางรายที่ยังไม่พร้อมเข้าสู่กระบวนการแปรรูป โดยมีการประเมินคุณภาพเชอร์รี่กาแฟระดับความสุก 100%  รับซื้อผลเชอร์รี่ที่ได้ตามมาตรฐานกลุ่มในราคาสูงกว่าตลาด จากเดิม 25 บาทต่อกิโลกรัม อาจเพิ่มเป็น 30 บาทต่อกิโลกรัม</p>
<p><strong>&#8211; การรับซื้อกาแฟกะลามาตรฐานที่ผ่านกระบวนการ </strong><strong>Natural Process </strong>ในราคาสูงถึง 300 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ราคาตลาดทั่วไปอยู่ที่ 180 บาทต่อกิโลกรัม โดยการให้ราคาที่สูงกว่าราคาตลาดนี้เป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรรายอื่นหันมาใส่ใจคุณภาพ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ <strong>คุณภาพนำราคา </strong> เพื่อยกระดับมาตรฐานผลผลิตกาแฟในชุมชน</p>
<p><strong> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37420 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Re-การคัดเมล็ดกาแฟ-ข้อบกพร่อง-Defect-.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></strong></p>
<p><strong>คุณค่าที่มากกว่าเมล็ดกาแฟ </strong></p>
<p>มูลค่าทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์กาแฟ เป็นผลสำเร็จที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม จากความร่วมมือของภาคีเครือข่ายชุมชนลุ่มน้ำแม่กวง ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัย ชุมชน เกษตรอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และพระสงฆ์ เพราะ<strong>พื้นที่ปลูกกาแฟแห่งนี้คือ ป่าต้นน้ำที่สำคัญของชุมชน จึงเกิดเป็นแนวคิด &#8216;กาแฟรักษ์ป่า&#8217;</strong> โดยคุณภูเมธ อธิบายว่า แนวคิดนี้เกิดจากวิถีชีวิตของคนในชุมชนที่พึ่งพาอาศัยทรัพยากรป่ามายาวนาน การปลูกกาแฟอราบิก้าใต้ร่มเงาไม้ใหญ่จึงเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรต้องอนุรักษ์ไม้ใหญ่และสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ เพื่อดึงดูดสิ่งมีชีวิตต่างๆ เข้ามาอาศัย ขณะเดียวกันการดูแลไร่กาแฟและการทำฝายชะลอน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร ยังช่วยสร้างความชุ่มชื้นและป้องกันไฟป่า ซึ่งเป็นการปกป้องผืนป่าต้นน้ำโดยรอบอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับการให้ผลผลิตกาแฟที่มีคุณภาพ</p>
<p><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิสูตร</strong> กล่าวเสริมว่า การมีภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็งทำให้พื้นที่ปลูกกาแฟแห่งนี้เกิดผลลัพธ์เชิงประจักษ์ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ซึ่งนำไปสู่การขยายผล (Scale Up) ทั้งการสร้างความเปลี่ยนแปลงในชุมชน ทั้งตัวนวัตกรและพื้นที่รับรู้ว่าการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพคือ กลไกที่สำคัญที่สุดในการสร้างมูลค่าเพิ่ม ขณะเดียวกัน หลายหน่วยงานในพื้นที่ภาคเหนือ ทั้งภาครัฐและผู้ประกอบการก็ให้ความสนใจเข้ามาศึกษาเทคโนโลยีและกระบวนการทำงาน ร่วมมือกับยุวชนอาสาในการปลูกกาแฟขั้นบันได</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37428 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/นวัตกรสามารถถ่ายทอดความรู้การทำกาแฟคุณภาพได้.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยเฉพาะจังหวัดเชียงรายที่มีนโยบายส่งเสริมการปลูกกาแฟอย่างชัดเจนเพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 และผลักดันให้ไร่กาแฟของคุณภูเมธเป็นแหล่งนำร่องด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ อีกทั้งยังทำให้สหกรณ์การเกษตรดอยสะเก็ดพัฒนาจำกัด รวมถึงกลุ่มวิสาหกิจชุมชนอื่น ๆ ที่รับผลผลิตของเกษตรกรในพื้นที่สามารถขยายการจำหน่ายต่อไปได้</p>
<p><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิสูตร</strong> เน้นย้ำว่า สิ่งที่ย้อนกลับมาสู่คณะวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา คือ การบรรลุพันธกิจของการเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อชุมชน ที่สามารถเชื่อมโยงชุมชนเข้าสู่ภาคการศึกษา ด้วยการลบภาพงานวิจัยที่ว่าเป็นเรื่องจับต้องไม่ได้ กลายเป็นงานวิจัยที่นำมาใช้ประโยชน์เชิงพื้นที่ได้จริง <em>ความสำเร็จที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่คุณภาพกาแฟ แต่เป็นคุณค่าของเรื่องราวที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง นวัตกรรมเทคโนโลยีที่ใช้ไม่ได้เข้าไปเปลี่ยนวิถีชีวิตชุมชน แต่เป็นการเสริมและอุดรอยรั่ว และคงไว้ซึ่งเสน่ห์และความสวยงามของภูมิปัญญาท้องถิ่น ทำให้กาแฟมีคุณค่ามากกว่าคุณภาพ จากเรื่องราวการอนุรักษ์ธรรมชาติและความสวยงามเชิงพื้นที่ที่ผู้บริโภคสามารถสืบหาต้นตอของแหล่งผลิตกาแฟได้</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37422 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/ต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์จากกาแฟใหม่ๆ.jpg" alt="" width="1200" height="676" /></p>
<p><em>“ความผูกพันของภาคีเครือข่ายลุ่มน้ำแม่กวงเป็นรากฐานสำคัญของการทำงานวิจัยเชิงพื้นที่ แม้ว่าโครงการวิจัยจะสิ้นสุดลง แต่การขับเคลื่อนในพื้นที่ยังคงมีอยู่ตลอดไป ผ่านสายสัมพันธ์ของผู้คนภายใต้เป้าหมายและองค์ความรู้ที่หยั่งรากลึกลงในชุมชน ซึ่งความท้าทายต่อไป คือ ทำอย่างไรจึงจะสามารถขยายองค์ความรู้และผลลัพธ์เชิงบวกที่เกิดขึ้นนี้ไปสู่เกษตรกรในวงกว้างให้ได้มากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างผลกระทบในระดับที่ใหญ่กว่าเดิมให้กับอุตสาหกรรมกาแฟไทย”</em> นายสุริยนต์ หัวหน้าโครงการฯ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/specialty-coffee-supply-chain-value/">คุณค่าที่มากกว่าเมล็ดกาแฟ : พัฒนาคน พัฒนาพื้นที่ ยกระดับห่วงโซ่กาแฟคุณภาพ สู่การอนุรักษ์ป่าลุ่มน้ำแม่กวงอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์’ เปิดตัวเฟอร์นิเจอร์กับหัตถศิลป์ทรงคุณค่าคอลเลกชัน ‘เคียงตั๋ว’ สไตล์ Lannavian  สานต่อพันธกิจความยั่งยืนเพื่อสังคม ปีที่ 2</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/04/ilm-launch-lannavian-style-furniture-collection/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 19 Apr 2025 07:26:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Design]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Green Furniture]]></category>
		<category><![CDATA[ILM]]></category>
		<category><![CDATA[Index Living Mall]]></category>
		<category><![CDATA[Lannavian Style Furniture]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Living for Future Lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[กฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนบ้านกิ่วแลน้อย]]></category>
		<category><![CDATA[ดีไซน์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิปัญญาท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[หมู่บ้านวัฒนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ออกแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์]]></category>
		<category><![CDATA[เคียงตั๋ว]]></category>
		<category><![CDATA[เฟอร์นิเจอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33093</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8216;บมจ.อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์&#8216; (ILM) สานต่อพันธกิจสู่ความยั่งยืนเพื่อสังคม (ESG) ปีที่ 2 กับการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ร่วมกับชุมชนท้องถิ่น 1 ปี 1 ภาค ล่าสุดขยายสู่พื้นที่ภาคเหนือ โดยร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์กับหมู่บ้านวัฒนธรรมงานไม้แกะสลักบ้านกิ่วแลน้อย อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ นำเสน่ห์งานคราฟท์ไม้แกะสลักแบบล้านนาที่สืบสานภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมท้องถิ่นจากช่างฝีมือรุ่นสู่รุ่น มานานเกือบ 60 ปี ชูหัตถศิลป์งานไม้แกะสลักอันปราณีตและทรงคุณค่าผสานเข้ากับความทันสมัย ลงบน Living Furniture ให้เป็นคอลเลกชัน ‘เคียงตั๋ว’ ดีไซน์สไตล์ Lannavian ที่คงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมท้องถิ่น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตปัจจุบันที่ร่วมสมัยอย่างลงตัว พร้อมกับยกระดับเศรษฐกิจฐานราก สนับสนุนการสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นภายในชุมชน ควบคู่กับการสืบสานหัตถศิลป์จากภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน นางสาวกฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจร้านค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ภายในบ้าน และของตกแต่งบ้าน เปิดเผยว่า อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ยังคงมุ่งมั่นและเดินหน้าด้านความยั่งยืน (ESG) ในทุกมิติ ทั้งด้านสังคม และสิ่งแวดล้อม (Environmental Social [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/ilm-launch-lannavian-style-furniture-collection/">&#8216;อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์’ เปิดตัวเฟอร์นิเจอร์กับหัตถศิลป์ทรงคุณค่าคอลเลกชัน ‘เคียงตั๋ว’ สไตล์ Lannavian  สานต่อพันธกิจความยั่งยืนเพื่อสังคม ปีที่ 2</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8216;</strong><strong>บมจ.อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์</strong><strong>&#8216; </strong><strong>(</strong><strong>ILM</strong><strong>) สานต่อพันธกิจ</strong><strong>สู่ความยั่งยืนเพื่อสังคม (</strong><strong>ESG</strong><strong>) ปีที่ </strong><strong>2 </strong><strong>กับการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ร่วมกับชุมชนท้องถิ่น </strong><strong>1 </strong><strong>ปี </strong><strong>1</strong><strong> ภาค ล่าสุดขยายสู่พื้นที่ภาคเหนือ โดยร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์กับหมู่บ้านวัฒนธรรมงานไม้แกะสลักบ้านกิ่วแลน้อย อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่</strong></p>
<p><span id="more-33093"></span></p>
<p><strong> นำเสน่ห์งานคราฟท์ไม้แกะสลักแบบล้านนาที่สืบสานภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมท้องถิ่นจากช่างฝีมือรุ่นสู่รุ่น มานานเกือบ 60 ปี ชูหัตถศิลป์งานไม้แกะสลักอันปราณีตและทรงคุณค่าผสานเข้ากับความทันสมัย ลงบน </strong><strong>Living Furniture </strong><strong>ให้เป็นคอลเลกชัน ‘เคียงตั๋ว’ ดีไซน์สไตล์ </strong><strong>Lannavian</strong><strong> ที่คงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมท้องถิ่น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตปัจจุบันที่ร่วมสมัยอย่างลงตัว พร้อมกับยกระดับเศรษฐกิจฐานราก สนับสนุนการสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นภายในชุมชน ควบคู่กับการสืบสานหัตถศิลป์จากภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33094 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/S__27025416.jpg" alt="" width="1200" height="849" /></p>
<p><strong>นางสาวกฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท</strong> <strong>อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน)</strong> ผู้นำธุรกิจร้านค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ภายในบ้าน และของตกแต่งบ้าน เปิดเผยว่า อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ยังคงมุ่งมั่นและเดินหน้าด้านความยั่งยืน (ESG) ในทุกมิติ ทั้งด้านสังคม และสิ่งแวดล้อม (Environmental Social and Governance) ภายใต้การขับเคลื่อนจากแนวคิด &#8220;<strong>Sustainable Living for Future Lifestyle&#8221;</strong> ล่าสุดบริษัทฯ สานต่อกับพันธกิจพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับชุมชนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง ในโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับชุมชนท้องถิ่น 1 ปี 1 ภาค  โดยปีแรกบริษัทฯ ได้ลงพื้นที่ภาคใต้ ร่วมกับ ‘<strong>กลุ่มใบไม้’</strong> ชุมชนบ้านคีรีวง จ.นครศรีธรรมราช นำงานคราฟท์ผ้ามัดย้อมออร์แกนิกมาต่อยอดพัฒนาเป็นเฟอร์นิเจอร์ชุดห้องนอนและห้องนั่งเล่น คอลเลกชัน ‘Happy Vacation’ และสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับชุมชนท้องถิ่น</p>
<p>ในปีที่ 2 ครั้งนี้ บริษัทฯ ได้ขยายพื้นที่ไปภาคเหนือเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์กับ <strong>‘ชุมชนบ้านกิ่วแลน้อย</strong>’ อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นหมู่บ้านวัฒนธรรมที่โดดเด่นด้านงานคราฟท์ไม้แกะสลักสไตล์ล้านนา  จากช่างฝีมือคนไทยที่ถ่ายทอดความปราณีตงดงามผ่านการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาเกือบ 60 ปี เพื่อให้งานแกะสลักด้วยมือ 100% ยังคงอยู่และเป็นหัตถศิลป์ที่ทรงคุณค่า  โดยได้นำอัตลักษณ์ลวดลายความสวยงามของไม้แกะสลักมาร่วมถ่ายทอดบนเฟอร์นิเจอร์ Living Room คอลเลกชัน “<strong>เคียงตั๋ว</strong>” ด้วยการตีความดีไซน์เฟอร์นิเจอร์รูปแบบใหม่ให้มีความร่วมสมัย โดยเชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับการออกแบบชิ้นงานที่ทันสมัยอย่างลงตัว  เพื่อสืบสานศิลปะงานแกะสลักไม้และต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่ง อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ได้นำเสน่ห์ศิลปะล้านนามาผสานเข้ากับความเรียบง่ายของดีไซน์สแกนดิเนเวียน จนเป็นคอลเลกชันที่สะท้อนความงามที่เรียบง่าย อบอุ่น โดดเด่นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว  โดยชาวบ้านกิ่วแลน้อยมีบทบาทสำคัญในกระบวนการสร้างสรรค์และความสำเร็จของผลงานครั้งนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33096 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/S__27025417.jpg" alt="" width="1200" height="805" /></p>
<p>สำหรับ <strong>แรงบันดาลใจในการดีไซน์สู่ </strong><strong>Lannavian Style Furniture </strong><strong>คอลเลกชัน ‘เคียงตั๋ว’</strong> เป็นการถ่ายทอดผลงานศิลปะจากจิตวิญญาณและวัฒนธรรมล้านนา โดยนำลวดลายและท่วงท่าของช้างสัตว์คู่บ้านชาวภาคเหนือ และดอกพุดตาลเอกลักษณ์งานแกะสลักไม้ของชุมชนบ้านกิ่วแลน้อย จ.เชียงใหม่ มาผสานกับเทคนิคการเซาะร่องไม้รูปทรงเรขาคณิตของสามเหลี่ยมลงบนชิ้นงานเฟอร์นิเจอร์ทั้ง 4 ซีรีย์ ได้แก่ <strong>1</strong><strong>) เคียงตั๋ว : ตู้ไซน์บอร์ด</strong> การดีไซน์หน้าบานสไลด์ด้วยไม้แกะสลักแมทซ์กับกระจกลายดอกพิกุล ที่เพิ่มเทคเจอร์ความน่าสนใจให้กับดีไซน์ของตู้ และเพิ่มมิติให้ตู้มีดีเทลและดูอบอุ่นด้วยไฟวอร์มไวท์ <strong> </strong><strong>2</strong><strong>) เคียงตั๋ว : ชั้นวางของ </strong>ด้วยไม้แกะสลักมาพรีเซนต์ความสวยงามของลวดลายงานแกะสลักไม้อันปราณีต  <strong>3</strong><strong>) เคียงตั๋ว : ชุดโต๊ะกลาง+โต๊ะข้าง </strong>นำเอาความโค้งมนคล้ายสรีระของช้างมาดีไซน์ในส่วนโต๊ะกลาง ประกอบกับโต๊ะข้างสีดำที่แกะสลักลายช้าง ที่จินตนาการมาจากช้างที่เคียงคู่กับขอนไม้ที่จะเติมความ Art ให้กับบ้านได้ <strong>4</strong><strong>) เคียงตั๋ว : อาร์มแชร์  </strong>ที่ใช้เส้นโค้งเสมือนงวงช้างมาดีไซน์บนที่วางแขนของอาร์มแชร์  เพื่อเติมเต็มดีไซน์พร้อมกับรองรับการนั่งที่ผ่อนคลาย</p>
<p>ซึ่งการออกแบบที่ถ่ายทอดเรื่องราวทางวัฒนธรรมบวกกับความร่วมสมัยทำให้เฟอร์นิเจอร์คอลเลกชันนี้ จะสามารถตอบโจทย์ดีไซน์การใช้ชีวิตได้อย่างลงตัว และรองรับฐานลูกค้าที่กว้างขึ้นทั้ง GEN  Z-X  (อายุ 35-55 ปี) รายได้ระดับ B ถึง A  ทั้งนี้ยังตอบรับกับกระแสรักษ์โลกที่ทุกภาคส่วนต่างให้ความสำคัญ ทั้งในมุมของผู้บริโภครายย่อย และภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจอสังหาฯ และกลุ่มธุรกิจโรงแรม ทำให้มีการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ส่งผลให้เฟอร์นิเจอร์ในกลุ่ม Eco-Friendly หรือ Green Furniture จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น โดยในปี 2573 คาดว่า ตลาด Eco-Friendly Furniture ทั่วโลก จะมีมูลค่ากว่า 81.9 พันล้านดลลาร์สหรัฐฯ เติบโตเฉลี่ย 8.0%CAGR (ปี 2566-73) เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่มีมูลค่า 47.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เกือบ 2 เท่าตัว (ที่มา : Krungthai COMPASS)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33097 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/5.-คอลเลคชัน-เคียงตั๋ว_โต๊ะกลาง_โต๊ะข้าง.jpg" alt="" width="713" height="900" /></p>
<p><strong>นางสาวกฤษชนก กล่าวว่า </strong>การลงพื้นที่ทำงานร่วมกับกลุ่มชุมชนในพื้นที่บ้านกิ่วแลน้อย ถือเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดร่วมกันระหว่างไอเดียงานศิลปะงานแกะสลักและกระบวนการออกแบบและผลิตเชิงอุตสาหรรม  เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์คอลเลกชันนี้ให้ออกมาสมบูรณ์ที่สุดตามที่ตั้งใจไว้  ซึ่งถือเป็นความท้าทายที่ต้องมาศึกษาร่วมกัน  ทั้งนี้ไม้ที่ใช้แกะสลักเป็นไม้สักที่เหลือใช้จากชุมชนและต้องนำมาประสานไม้ให้เป็นชิ้นเดียวกัน  โดยการต่อลายงานแกะสลักให้ออกมาสวยงาม  ซึ่งเทคนิคพิเศษนี้เป็นภูมิปัญญาของกลุ่มชุมชนและต้องอาศัยความชำนาญเป็นพิเศษ รวมถึงการใช้เทคนิคการออกแบบให้ชิ้นงานดูโมเดิร์นขึ้นด้วยการใส่ลวดลายกราฟฟิกรูปทรงสามเหลี่ยมจากการเซาะร่องไม้ที่ ILM เติมไอเดียให้กับกลุ่มชุมชน  เพื่อผสานให้ชิ้นงานออกมาร่วมสมัยสามารถรองรับกลุ่มลูกค้าได้กว้างมากขึ้น</p>
<p>ทั้งนี้ ‘เคียงตั๋ว’ ไม่เพียงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้คนเท่านั้น  หากแต่เป็นการหลอมรวมธรรมชาติ  วัฒนธรรม และวิถีการใช้ชีวิตของผู้คนเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว  อันจะนำไปสู่ความยั่งยืนที่แท้จริง  สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของ ILM ในการขับเคลื่อนธุรกิจโดยยึดมั่นแนวคิดด้านความยั่งยืน (ESG) อย่างรอบด้าน ซึ่งครั้งนี้นับเป็นพัฒนามิติสังคมและสิ่งแวดล้อม ทั้งการร่วมอนุรักษ์ภูมิปัญญาและศิลปะล้านนาให้คงอยู่และรู้จักแพร่หลายในวงกว้าง  ควบคู่การร่วมสนับสนุนเศรษฐกิจระดับท้องถิ่น การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยเลือกใช้ไม้ยางพาราที่ไม่สามารถผลิตน้ำยางได้แล้วมาเป็นโครงสร้างหลักของเฟอร์นิเจอร์  และยังส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างรู้ค่าโดยนำไม้สักเก่าจากชุมชนกลับมาใช้ใหม่ เพื่อสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนไปพร้อมกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33098 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/3.-คอลเลคชัน-เคียงตั๋ว_ตู้ไซน์บอร์ด.jpg" alt="" width="672" height="900" /></p>
<p><strong>คุณแม่อำพร ศรีหาตา ผู้นำชุมชนแกะสลักไม้บ้านกิ่วแลน้อย จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า “</strong>ถือเป็นครั้งแรกที่กลุ่มชุมชนบ้านกิ่วแลน้อยได้นำงานแกะสลักมาร่วมพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สินค้าชิ้นใหญ่อย่างเฟอร์นิเจอร์  ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่มาก  แม้ว่าจะคลุกคลีกับงานแกะสลักไม้มานานหลายสิบปี  ต้องเท้าความก่อนว่างานแกะสลักไม้ในแบบล้านนาผูกพันกับครอบครัวของแม่มานานเกือบ 60 ปี  เป็นการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น  จากจุดเริ่มต้นการฝึกแกะสลักไม้ลายดอกพุดตาล จึงได้ยึดเอาดอกพุดตาลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในองค์ประกอบของการดีไซน์ไม้แกะสลักบนเฟอร์นิเจอร์คอลเลกชัน ‘เคียงตั๋ว’ นอกจากนี้ยังนำลวดลายของ ‘ช้าง’ สัตว์ที่ชาวล้านนายกย่องให้เป็นสัตว์ที่สง่างาม และมีความผูกพันกับวิถีชีวิตของชาวล้านนามาอย่างยาวนาน  ไม่ว่าจะเป็นการหาไม้ ลากซุง การใช้ชีวิตที่อยู่ท่ามกลางป่าร่วมกัน  เสมือนมีช้างเคียงคู่เป็นเพื่อนช่วยเหลือกันและกันมาโดยตลอด  โดยการร่วมงานกับอินเด็กซ์ฯ และกลุ่มชุมชนบ้านกิ่วแลน้อยเป็นการทำงานที่สนุกได้ร่วมกันคิดในทุกๆ ขั้นตอน  ถือเป็นการแชร์ประสบการณ์ที่ดีร่วมกัน  ซึ่งทางชุมชนได้ความรู้ในมุมมองการผลิตภาคอุตสาหกรรม  อีกทั้งทางชุมชนก็ได้ส่งผ่านความรู้ในมุมมองงานแกะสลัก, ข้อจำกัดและเทคนิคต่างๆ ของงานแกะสลักไม้ให้กับทีมงานอินเด็กซ์ฯ ด้วยเช่นกัน  อยากขอบคุณผู้บริหารและทีมงานทุกคนที่เปิดโอกาสให้ทีมกลุ่มชุมชนได้แสดงผลงานบนชิ้นงานเฟอร์นิเจอร์ไม้แกะสลัก  และเป็นอีกช่องทางในการสื่อสารและถ่ายทอดวัฒนธรรมไทยในสไตล์ล้านนาให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง  และได้ต่อยอดการสร้างผลงานสร้างรายได้ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพให้กับช่างฝีมืองานแกะสลักทุกคนในชุมชนบ้านกิ่วแลน้อย  และงานทุกชิ้นในคอลเลกชันนี้ยังเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของพวกเรา  อยากให้ผู้ที่ชื่นชอบงานศิลป์ทุกท่านได้ลองมาสัมผัสงานแกะสลักที่เราทุ่มเทและตั้งใจถ่ายทอดใน LANNA-THAI STYLE FURNITURE เชื่อว่า ‘เคียงตั๋ว’ จะเป็นสะพานเชื่อมระหว่างวัฒนธรรมท้องถิ่นที่อบอุ่นและจริงใจ  เข้ากับความร่วมสมัยในยุคปัจจุบันได้อย่างกลมกลืน”</p>
<p>ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนรายได้ให้แก่ชุมชนท้องถิ่น พร้อมสัมผัสกลิ่นอายสไตล์ล้านนากับเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ Lannavian    ในคอลเลกชัน “เคียงตั๋ว” ได้ที่ <a href="https://bit.ly/4lnM2FV" target="_blank" rel="noopener">https://bit.ly/4lnM2FV</a> และช้อปสินค้าที่ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ 8 สาขาทั่วประเทศ ได้แก่ สาขาสระบุรี, เชียงใหม่, พัทยา, เกษตร-นวมินทร์, บางนา, รัตนาธิเบศร์, ภูเก็ต, หัวหิน หรือช้อปง่ายๆ ผ่านออนไลน์ <a href="http://www.indexlivingmall.com" target="_blank" rel="noopener">www.indexlivingmall.com</a>  สอบถามโทร. 1379</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/ilm-launch-lannavian-style-furniture-collection/">&#8216;อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์’ เปิดตัวเฟอร์นิเจอร์กับหัตถศิลป์ทรงคุณค่าคอลเลกชัน ‘เคียงตั๋ว’ สไตล์ Lannavian  สานต่อพันธกิจความยั่งยืนเพื่อสังคม ปีที่ 2</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แบรนด์ Good Goods ผสาน Artstory By Autistic Thai  ส่งเสริมศิลปะ สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากเด็กออทิสติก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/09/good-goods-join-artstory-by-autistic-thai/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Sep 2024 05:14:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ARTSTORY BY AUTISTIC THAI]]></category>
		<category><![CDATA[Autistic Thai]]></category>
		<category><![CDATA[CENTRAL GROUP]]></category>
		<category><![CDATA[Central Tham]]></category>
		<category><![CDATA[Design]]></category>
		<category><![CDATA[good goods]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[กุ๊ด กุ๊ดส์]]></category>
		<category><![CDATA[ดีไซน์]]></category>
		<category><![CDATA[พิชัย จิราธิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิปัญญาท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิออทิสติกไทย]]></category>
		<category><![CDATA[วรัท จันทยานนท์]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะบำบัด]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปินออทิสติก]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างงาน สร้างอาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[ออทิสติก]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล ทำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28744</guid>

					<description><![CDATA[<p>Good Goods (กุ๊ด กุ๊ดส์) แบรนด์สินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น ดีไซน์ร่วมสมัยภายใต้ วิสาหกิจเพื่อสังคม เซ็นทรัล ทำ ของกลุ่มเซ็นทรัล ได้มุ่งมั่นในการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมและสนับสนุนการสร้างความสุขอย่างยั่งยืนในชุมชนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมิติที่ผสานงานศิลปะเข้ากับการออกแบบสินค้า เพื่อสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง หนึ่งในความร่วมมือที่เป็นหัวใจสำคัญของ Good Goods คือการทำงานร่วมกันกับ Artstory By Autistic Thai ซึ่งเป็นธุรกิจเพื่อสังคมภายใต้มูลนิธิออทิสติกไทย ที่นำศิลปะมาเป็นสื่อในการบำบัดและสร้างอาชีพให้กับเด็กออทิสติก ความร่วมมือนี้ดำเนินมากว่า 3 ปี เป็นการนำศิลปะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของศิลปินออทิสติกมาใช้ในการสร้างสรรค์โปรเจ็กต์ใหม่ๆ ที่สะท้อนถึงมุมมองที่หลากหลายและอารมณ์ที่ลึกซึ้ง ศิลปะจากคนพิเศษนี้ได้รับการพัฒนาเป็นสินค้าที่มีคุณค่า อาทิ กระเป๋าลายดอกไม้ ตัวอักษรภาษาอังกฤษ และผ้าพันคอคอลเลกชันพิเศษสำหรับเป็นของที่ระลึกแก่ผู้โดยสารการบินไทย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองแบรนด์ในการลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเสมอภาคในการเข้าถึงโอกาสอย่างเท่าเทียม และยังเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อไป พิชัย  จิราธิวัฒน์  กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า แบรนด์ Good Goods ถือกำเนิดจากความตั้งใจในการสร้างพื้นที่จำหน่ายให้แก่สินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ผ่านการพัฒนาให้มีคุณภาพและดีไซน์ที่ร่วมสมัย เพื่อสนับสนุนและสืบสานให้สินค้าที่สะท้อนวัฒนธรรมไทยยังคงอยู่ Good Goods ยังมุ่งมั่นส่งเสริมศักยภาพของผู้ที่ต้องการการสนับสนุนเป็นพิเศษ เช่น การร่วมมือกับ Artstory By Autistic [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/good-goods-join-artstory-by-autistic-thai/">แบรนด์ Good Goods ผสาน Artstory By Autistic Thai  ส่งเสริมศิลปะ สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากเด็กออทิสติก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Good Goods</strong><strong> (กุ๊ด กุ๊ดส์)</strong> แบรนด์สินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น ดีไซน์ร่วมสมัยภายใต้ วิสาหกิจเพื่อสังคม เซ็นทรัล ทำ ของกลุ่มเซ็นทรัล ได้มุ่งมั่นในการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมและสนับสนุนการสร้างความสุขอย่างยั่งยืนในชุมชนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมิติที่ผสานงานศิลปะเข้ากับการออกแบบสินค้า เพื่อสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง</p>
<p><span id="more-28744"></span></p>
<p>หนึ่งในความร่วมมือที่เป็นหัวใจสำคัญของ Good Goods <strong>คือการทำงานร่วมกันกับ</strong> <strong>Artstory By Autistic Thai </strong><strong>ซึ่งเป็นธุรกิจเพื่อสังคมภายใต้มูลนิธิออทิสติกไทย ที่นำศิลปะมาเป็นสื่อในการบำบัดและสร้างอาชีพให้กับเด็กออทิสติก</strong> ความร่วมมือนี้ดำเนินมากว่า 3 ปี เป็นการนำศิลปะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของศิลปินออทิสติกมาใช้ในการสร้างสรรค์โปรเจ็กต์ใหม่ๆ ที่สะท้อนถึงมุมมองที่หลากหลายและอารมณ์ที่ลึกซึ้ง ศิลปะจากคนพิเศษนี้ได้รับการพัฒนาเป็นสินค้าที่มีคุณค่า อาทิ <strong>กระเป๋าลายดอกไม้ ตัวอักษรภาษาอังกฤษ และผ้าพันคอคอลเลกชันพิเศษสำหรับเป็นของที่ระลึกแก่ผู้โดยสารการบินไทย</strong> สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองแบรนด์ในการลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเสมอภาคในการเข้าถึงโอกาสอย่างเท่าเทียม และยังเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อไป</p>
<p><strong>พิชัย  จิราธิวัฒน์  กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล</strong> กล่าวว่า แบรนด์ Good Goods ถือกำเนิดจากความตั้งใจในการสร้างพื้นที่จำหน่ายให้แก่สินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ผ่านการพัฒนาให้มีคุณภาพและดีไซน์ที่ร่วมสมัย เพื่อสนับสนุนและสืบสานให้สินค้าที่สะท้อนวัฒนธรรมไทยยังคงอยู่ Good Goods ยังมุ่งมั่นส่งเสริมศักยภาพของผู้ที่ต้องการการสนับสนุนเป็นพิเศษ เช่น การร่วมมือกับ Artstory By Autistic Thai เพราะเราเล็งเห็นถึงความสำคัญในการกระจายโอกาสอย่างเท่าเทียมเพื่อเสริมศักยภาพและสร้างความเข้มแข็งให้กับครอบครัวของเด็กพิเศษที่เปลี่ยนจากการที่ผู้ปกครองต้องดูแลบุคคลออทิสติกเป็นการที่เด็กๆ สามารถสร้างรายได้ด้วยตนเอง ต่อยอดการพัฒนาอาชีพให้กับพวกเขาอย่างยั่งยืนในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28747 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Au4.jpg" alt="" width="483" height="724" /></p>
<p><strong>วรัท จันทยานนท์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ </strong><strong>Artstory By Autistic Thai </strong><strong>ที่ทำหน้าที่ในการบริหารและกำกับดูแล </strong>กล่าวว่า ได้รู้จักกับแบรนด์ Good Goods ตั้งแต่ตอนช่วงเริ่มต้นในปี 2019-2020 ทราบมาว่าแบรนด์นี้มีแนวคิดที่ดี ในการนําสินค้าชุมชนมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ แต่ยังไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้ร่วมงานกัน เพราะสินค้าของทาง ArtStory ไม่ใช่งานฝีมือหรือสินค้าชุมชน แต่เป็นผลงานศิลปะจากกลุ่มบุคคลออทิสติก แต่ประมาณช่วงสามปีที่แล้ว ทาง Good Goods ได้ติดต่อมาว่าอยากจะให้ทาง ArtStory มาร่วมดีไซน์เสื้อให้ จึงนับเป็นความร่วมมือกันคอลเลกชันแรก ซึ่งต่อมา <strong>Good Goods </strong><strong>และ </strong><strong>Artstory By Autistic Thai </strong><strong>(มูลนิธิออทิสติกไทย)</strong> ยังมีผลงานการร่วมมือกันมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ<strong> การออกแบบลายตัวอักษร </strong><strong>A-Z </strong><strong>เพื่อนำมาผลิตเป็นสติกเกอร์ตกแต่งบนกระเป๋า</strong><strong>,</strong><strong> โปสการ์ดลวดลายจากจินตนาการต่างๆ</strong><strong>, </strong><strong>ผ้าพันคอคอลเลกชันพิเศษเพื่อเป็นของที่ระลึกสำหรับผู้โดยสารการบินไทย บนเที่ยวบินตรงมิลาน-ออสโล-กรุงเทพฯ ในแคมเปญ ‘</strong><strong>A Journey of Seamless Delights’ </strong><strong>และยังมีการจัดกิจกรรมออกบูธวาดภาพอื่นๆ</strong> อีกมากมาย โดยในทุกๆความร่วมมือ ทุกๆโครงการที่ทำร่วมกัน นับเป็นการต่อยอดผลงานของน้องๆ ให้เป็นที่รู้จักทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างที่สุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28748 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Au5.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>สำหรับรายได้จากการจำหน่ายสินค้าในร้าน Good Goods นั้น มีการนำกลับไปสนับสนุน <strong>มูลนิธิออทิสติกไทย</strong> เพื่อสนับสนุนการสร้างงาน สร้างอาชีพที่ยั่งยืนให้แก่บุคคลออทิสติก ลดความเหลื่อมล้ำ และยังเป็นการส่งเสริมการใช้ศิลปะบำบัด เพื่อสร้างสมาธิ การใช้ชีวิตในสังคม ความมั่นคงด้านอารมณ์และจิตใจอีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28745 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Au1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/good-goods-join-artstory-by-autistic-thai/">แบรนด์ Good Goods ผสาน Artstory By Autistic Thai  ส่งเสริมศิลปะ สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากเด็กออทิสติก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
