<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>มิตรผล &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%a5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Mon, 20 Apr 2026 12:47:19 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>มิตรผล &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กลุ่มมิตรผลสร้างสถิติใหม่ คว้าผลประเมินด้านความยั่งยืน S&#038;P Global 2025​ ด้วยคะแนนสูงสุด ครองตำแหน่งผู้ผลิตน้ำตาลอย่างยั่งยืนอันดับ 1 ของโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/04/mitr-phol-world-first-csa-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Apr 2026 12:47:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[Corporate Sustainability Assessment]]></category>
		<category><![CDATA[CSA]]></category>
		<category><![CDATA[Mitr Phol]]></category>
		<category><![CDATA[Mitr Phol Group]]></category>
		<category><![CDATA[Mitr Phol Oasis]]></category>
		<category><![CDATA[S&P Global]]></category>
		<category><![CDATA[S&P Global 2025​]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มมิตรผล]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจน้ำตาล]]></category>
		<category><![CDATA[นะโม ตัดสด]]></category>
		<category><![CDATA[บรรเทิง ว่องกุศลกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[มิตรผล]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41294</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มมิตรผล ผู้นำด้านการพัฒนาเพื่อสร้างความยั่งยืนจากภาคเกษตร ตอกย้ำความเป็นผู้นำระดับโลกด้านความยั่งยืน จากผลการประเมิน Corporate Sustainability Assessment (CSA) ประจำปี 2025 ด้วยการครองตำแหน่ง ผู้ผลิตน้ำตาลอย่างยั่งยืนอันดับ 1 ของโลก โดยได้รับคะแนนสูงสุดในกลุ่มผู้ผลิตน้ำตาลทั่วโลกที่เข้าร่วมการประเมิน และยังเป็นคะแนนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของกลุ่มมิตรผลนับตั้งแต่เริ่มเข้าร่วมการประเมินในปี 2018 นอกจากนี้ยังได้รับการจัดอันดับผู้นำด้านความยั่งยืนระดับโลก ในกลุ่ม Top 5% ของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร (Food Products Industry) จากบริษัทที่เข้าร่วมการประเมินกว่า 9,200 แห่ง ครอบคลุม 59 อุตสาหกรรมทั่วโลกในปี 2025 สะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ ที่มุ่งยกระดับ &#8216;ระบบการเกษตรและอาหารที่มั่นคง&#8217; ควบคู่การส่งเสริมเกษตรกรให้ร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้คนในประเทศไทยและทั่วโลก คุณบรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ กลุ่มมิตรผล กล่าวว่า การพัฒนาองค์กรด้วยมาตรฐานระดับโลกอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของให้องค์กรให้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน เป็นเป้าหมายที่กลุ่มมิตรผลให้ความสำคัญและดำเนินงานมาโดยตลอด &#8220;ผลการประเมินจาก S&#38;P Global ครั้งล่าสุดนี้ กลุ่มมิตรผลได้รับคะแนนสูงสุดจากเข้าร่วมประเมินมา 7 ปี เป็นผลจากการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน และลงมือปฏิบัติจริงจากทุกภาคส่วน รวมถึงเกษตรกรคู่ค้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/mitr-phol-world-first-csa-2025/">กลุ่มมิตรผลสร้างสถิติใหม่ คว้าผลประเมินด้านความยั่งยืน S&#038;P Global 2025​ ด้วยคะแนนสูงสุด ครองตำแหน่งผู้ผลิตน้ำตาลอย่างยั่งยืนอันดับ 1 ของโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กลุ่มมิตรผล ผู้นำด้านการพัฒนาเพื่อสร้างความยั่งยืนจากภาคเกษตร ตอกย้ำความเป็นผู้นำระดับโลกด้านความยั่งยืน จากผลการประเมิน Corporate Sustainability Assessment (CSA) ประจำปี 2025 ด้วยการครองตำแหน่ง <strong>ผู้ผลิตน้ำตาลอย่างยั่งยืนอันดับ </strong><strong>1</strong><strong> ของโลก</strong> โดยได้รับคะแนนสูงสุดในกลุ่มผู้ผลิตน้ำตาลทั่วโลกที่เข้าร่วมการประเมิน และยังเป็นคะแนนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของกลุ่มมิตรผลนับตั้งแต่เริ่มเข้าร่วมการประเมินในปี 2018</p>
<p><span id="more-41294"></span></p>
<p>นอกจากนี้ยังได้รับการจัดอันดับผู้นำด้านความยั่งยืนระดับโลก ในกลุ่ม Top 5% ของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร (Food Products Industry) จากบริษัทที่เข้าร่วมการประเมินกว่า 9,200 แห่ง ครอบคลุม 59 อุตสาหกรรมทั่วโลกในปี 2025 สะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ ที่มุ่งยกระดับ <strong>&#8216;ระบบการเกษตรและอาหารที่มั่นคง&#8217;</strong> ควบคู่การส่งเสริมเกษตรกรให้ร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้คนในประเทศไทยและทั่วโลก</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41296 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Mitr1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>คุณบรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ กลุ่มมิตรผล</strong> กล่าวว่า การพัฒนาองค์กรด้วยมาตรฐานระดับโลกอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของให้องค์กรให้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน เป็นเป้าหมายที่กลุ่มมิตรผลให้ความสำคัญและดำเนินงานมาโดยตลอด</p>
<p><em>&#8220;ผลการประเมินจาก S&amp;P Global ครั้งล่าสุดนี้ กลุ่มมิตรผลได้รับคะแนนสูงสุดจากเข้าร่วมประเมินมา 7 ปี เป็นผลจากการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน และลงมือปฏิบัติจริงจากทุกภาคส่วน รวมถึงเกษตรกรคู่ค้า และลูกค้าของเราด้วย นับเป็นการผลักดันให้องค์กรได้ก้าวสู่มาตรฐานความยั่งยืนในระดับสากล โปร่งใส และมีมาตรฐานเช่นเดียวกับบริษัทจดทะเบียนชั้นนำในตลาดหลักทรัพย์ และบริษัทชั้นนำของโลก&#8221;</em></p>
<p><strong>ทั้งนี้ กลุ่มมิตรผลให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อโลก เพื่อตอกย้ำความเป็นเลิศด้านสิ่งแวดล้อม </strong>พร้อมสะท้อนความมุ่งมั่นสู่สังคมคาร์บอนต่ำและเศรษฐกิจหมุนเวียน ผ่านผลลัพธ์สำคัญ ได้แก่</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41298 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Mitr4.jpg" alt="" width="1200" height="1200" /></p>
<p><strong>&#8211; ขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน</strong> – มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2030 และ Net Zero ภายในปี 2050 ด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่า การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการบริหารจัดการคาร์บอนด้วยระบบติดตาม วัดผล และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำให้แก่ผู้บริโภค โดยล่าสุดกลุ่มมิตรผลได้รับการรับรอง Carbon footprint Product กว่า 73 ผลิตภัณฑ์ และ Carbon Footprint Reduction อีก 13 ผลิตภัณฑ์อีกด้วย</p>
<p><strong>&#8211; บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อโลกที่ยั่งยืน </strong>– ตั้งเป้าใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 100% ภายในปี 2030 เดินหน้าความร่วมมือกับพันธมิตรตลอดห่วงโซ่คุณค่า ทั้งความร่วมมือกับลูกค้าในการส่งมอบผลิตภัณฑ์น้ำเชื่อมและน้ำตาลผ่านการขนส่งด้วยรถบรรทุกถัง (Tank Car) ซึ่งช่วยลดการใช้ถุงพลาสติกสำหรับผลิตภัณฑ์ไปได้กว่า 300 ล้านถุง และยังร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและภาคเอกชนในการพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ สนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41299 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Mitr3.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>&#8211; สร้างความมั่นคงของทรัพยากรน้ำ เสริมพลังเกษตรกรผ่านโครงการ </strong><strong>Mitr Phol Oasis</strong> &#8211; พัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่กว่า<strong>1 </strong><strong>ล้านลูกบาศก์เมตร</strong> เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยในพื้นที่ ซึ่งครอบคลุม <strong>4 </strong><strong>โครงการ ในจังหวัดขอนแก่น ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ และสุพรรณบุรี</strong> สนับสนุนพื้นที่ปลูกอ้อยกว่า <strong>22,000 </strong><strong>ไร่</strong> ช่วยเพิ่มผลผลิตและรายได้ <strong>3,000</strong><strong>–</strong><strong>6,000 </strong><strong>บาท/ไร่</strong> และลดต้นทุนค่าน้ำ <strong>3,500 </strong><strong>บาท/ไร่/ปี</strong> พร้อมนำน้ำจากกระบวนการกลับมาใช้ใหม่ได้เฉลี่ย <strong>3,000 </strong><strong>ลูกบาศก์เมตรต่อวัน</strong></p>
<p><strong>&#8211; ขับเคลื่อนการตัดอ้อยสดและพลังงานหมุนเวียนจากภาคเกษตรไทย </strong><strong>&#8211; </strong>สนับสนุนการตัดอ้อยสดผ่านแคมเปญ &#8216;<strong>นะโม ตัดสด&#8217;</strong> ควบคู่โครงการรับซื้อใบอ้อย เพื่อนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าชีวมวลพร้อมสร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกร โดยปัจจุบันมีปริมาณอ้อยสดเข้าสู่โรงงานมากกว่า 96% และมีการรับซื้อใบอ้อยต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 สร้างพลังงานสะอาดจากภาคเกษตรไทย และเป็นองค์กรต้นแบบในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลที่เติบโตอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>สนับสนุนชุมชนเข้มแข็ง </strong><strong>: </strong><strong>มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรและชุมชนตามแนวทางร่วมอยู่ ร่วมเจริญ </strong></p>
<ul>
<li><strong>ส่งเสริมศักยภาพเกษตรกร </strong>ผ่าน “มิตรผล โมเดิร์นฟาร์ม” แนวทางการบริหารจัดการไร่อ้อยสมัยใหม่ที่ผสานองค์ความรู้ เทคโนโลยี และมาตรฐานความยั่งยืนระดับโลก ช่วยเกษตรกรยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มรายได้ ควบคู่กับการดูแลทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ให้เติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว</li>
<li><strong>นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่</strong><strong>ตอบโจทย์ด้านสุขภาพของผู้บริโภค</strong> – ด้วยการบริหารจัดการที่โปร่งใส ตั้งแต่แหล่งที่มาของวัตถุดิบ กระบวนการผลิตที่สะอาด ปลอดภัยได้ และได้รับมาตรฐานระดับสากล เพื่อส่งมอบมือสิ่งที่ดีและคุ้มค่าที่สุดให้กับลูกค้าและผู้บริโภค โดยได้พัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำตาลเพื่อสุขภาพ เช่น Low Cal Sugar Blend และ LOW GI Natural Cane Sugar ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการบริโภคอย่างเหมาะสม</li>
<li><strong>สนับสนุนการสร้างโอกาสที่เท่าเทียม </strong>&#8211; เคารพต่อสิทธิมนุษยชน ให้ความสำคัญต่อความหลากหลายอย่างเท่าเทียม เพื่อให้ทุกคนสามารถเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน โดยกลุ่มมิตรผลได้คว้ารางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชนดีเด่น ระดับ Gold ประจำปี พ.ศ.2568 จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม และรางวัลโล่ประกาศเกียรติคุณระดับเกียรติยศ องค์กรสนับสนุนการจ้างงานคนพิการ ประจำปี พ.ศ.2568 จากกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ สะท้อนความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรและชุมชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างแท้จริง</li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41297 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Mitr2.jpg" alt="" width="424" height="600" /></p>
<p>และอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้คือ <strong>การยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน</strong> ผ่านโครงการกำกับดูแลที่ชัดเจน นโยบายจริยธรรมทางธุรกิจที่เข้มแข็ง และการเปิดเผยข้อมูลที่ตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเป็นรากฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p>ผลการประเมินจาก S&amp;P Global ในปี 2025 นี้นับเป็นสิ่งยืนยันว่ากลุ่มมิตรผลได้สร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตที่ยั่งยืน ผ่านการลงมือทำอย่างจริงจัง การผสานนวัตกรรมและเทคโนโลยี และพลังความมุ่งมั่นของบุคลากร ตลอดจนความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำบทบาทของกลุ่มมิตรผลในฐานะองค์กรชั้นนำระดับโลกที่มุ่งสร้างคุณค่าให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการดำเนินงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (SDG Goals) ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/mitr-phol-world-first-csa-2025/">กลุ่มมิตรผลสร้างสถิติใหม่ คว้าผลประเมินด้านความยั่งยืน S&#038;P Global 2025​ ด้วยคะแนนสูงสุด ครองตำแหน่งผู้ผลิตน้ำตาลอย่างยั่งยืนอันดับ 1 ของโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยูโอบี-มิตรผล จับมือพร้อมสร้างความยั่งยืน ผ่านสินเชื่อ Sustainability-Linked Loan 1,500 ล้านบาท</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/11/uob-x-mitrphol-signing-sustainability-linked-loan/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Nov 2024 06:18:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[​ SBTI]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Green Finance]]></category>
		<category><![CDATA[SLL]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Linked Loan]]></category>
		<category><![CDATA[UOB]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มมิตรผล]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารยูโอบี]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบเชิงบวก]]></category>
		<category><![CDATA[พนิตศนี ตั๊นสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[มิตรผล]]></category>
		<category><![CDATA[วีระเจตน์ ว่องกุศลกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=30346</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ได้อนุมัติสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (Sustainability-Linked Loan: SLL) วงเงิน 1,500 ล้านบาท ให้แก่บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด ผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่อันดับ 4 ของโลก โดยสินเชื่อดังกล่าวจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินธุรกิจของบริษัท นางสาวพนิตศนี ตั๊นสวัสดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บรรษัทธนกิจ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “ธนาคารยูโอบีมุ่งมั่นสนับสนุนภาคธุรกิจในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน ครอบคลุมการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน การให้ Sustainability-Linked Loan ในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยให้ธุรกิจดำเนินงานได้อย่างมีความรับผิดชอบ และยังสอดคล้องกับ แนวทางการเติบโตอย่างยั่งยืนของธนาคาร” สินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ของธนาคารยูโอบี มอบเงื่อนไขทางการเงินพิเศษแก่องค์กรทางธุรกิจตามที่ได้มีการตกลงเกี่ยวกับเป้าหมายการปฏิบัติงาน ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล) สำหรับสินเชื่อดังกล่าวนี้ มิตรผลจะต้องได้รับคะแนน S&#38;P Global ESG Scores ในระดับสูง ซึ่งวัดผลการดำเนินงานของบริษัทและการบริหารความเสี่ยงด้าน ESG โอกาสทางธุรกิจ และผลกระทบเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนอันดับ 1 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/uob-x-mitrphol-signing-sustainability-linked-loan/">ยูโอบี-มิตรผล จับมือพร้อมสร้างความยั่งยืน ผ่านสินเชื่อ Sustainability-Linked Loan 1,500 ล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong> ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย</strong> ได้อนุมัติสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (Sustainability-Linked Loan: SLL) วงเงิน 1,500 ล้านบาท ให้แก่บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด ผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่อันดับ 4 ของโลก โดยสินเชื่อดังกล่าวจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินธุรกิจของบริษัท</p>
<p><span id="more-30346"></span></p>
<p><strong>นางสาวพนิตศนี ตั๊นสวัสดิ์</strong><strong> </strong><strong>ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บรรษัทธนกิจ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า “ธนาคารยูโอบีมุ่งมั่นสนับสนุนภาคธุรกิจในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน ครอบคลุมการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน การให้ Sustainability-Linked Loan ในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยให้ธุรกิจดำเนินงานได้อย่างมีความรับผิดชอบ และยังสอดคล้องกับ<br />
แนวทางการเติบโตอย่างยั่งยืนของธนาคาร”</p>
<p>สินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ของธนาคารยูโอบี มอบเงื่อนไขทางการเงินพิเศษแก่องค์กรทางธุรกิจตามที่ได้มีการตกลงเกี่ยวกับเป้าหมายการปฏิบัติงาน ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล)</p>
<p>สำหรับสินเชื่อดังกล่าวนี้ มิตรผลจะต้องได้รับคะแนน S&amp;P Global ESG Scores ในระดับสูง ซึ่งวัดผลการดำเนินงานของบริษัทและการบริหารความเสี่ยงด้าน ESG โอกาสทางธุรกิจ และผลกระทบเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน</p>
<p><strong>บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด</strong> ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนอันดับ 1 ของโลก ในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร จากผลการประเมินด้านความยั่งยืนขององค์กร หรือ S&amp;P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) ด้วยคะแนน ESG 85 คะแนนในปี 2566 ซึ่งแสดงถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินงาน</p>
<p>ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลที่สอดคล้องกับแนวทางของธนาคารยูโอบี โดยผลการประเมินในแต่ละหัวข้อ มิตรผลได้รับคะแนนด้านสิ่งแวดล้อม 88 คะแนน ซึ่งเป็นผลคะแนนอันดับสูงสุดในกลุ่มอุตสาหกรรมฯ ที่มีค่าเฉลี่ยประมาณ 28 คะแนน เช่นเดียวกับด้านการพัฒนาสังคม ได้รับคะแนน 87 คะแนน ซึ่งเป็นผลคะแนนอันดับสูงสุดในกลุ่มอุตสาหกรรมฯ ที่มีค่าเฉลี่ยประมาณ 30 คะแนน และในด้านธรรมาภิบาล<br />
มีผลคะแนน 80 คะแนน ในขณะที่มีค่าเฉลี่ยของกลุ่มประมาณ 28 คะแนน</p>
<p><strong>นายวีระเจตน์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจน้ำตาลประเทศไทย พลังงาน และ</strong><strong>ธุรกิจใหม่ กลุ่มมิตรผล</strong> กล่าวว่า “เรามีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างการพัฒนาด้านธรรมาภิบาลและเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนในการก้าวสู่องค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2573 และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 และได้มีการยื่นการดำเนินงานอย่างเป็นทางการกับ Science Based Target Initiative (SBTi)”</p>
<p>กลุ่มมิตรผลก่อตั้งขึ้นในปี 2489 โดยครอบครัวว่องกุศลกิจ และปัจจุบันเป็นผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่อันดับ 4 ของของโลก โดยมีกำลังการผลิตรวมกว่า 4 ล้านตันต่อปี นอกจากธุรกิจน้ำตาลแล้ว กลุ่มมิตรผลยังขยายการดำเนินงานสู่ธุรกิจพลังงานทดแทน ธุรกิจวัสดุทดแทนไม้ ธุรกิจปุ๋ย ธุรกิจไบโอเบส และธุรกิจโลจิสติกส์ กลุ่มมิตรผล ได้รับการคงอันดับเครดิตองค์กร (ทริสเรทติ้ง) ที่ระดับ “A” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” ในเดือนพฤษภาคม 2567</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/uob-x-mitrphol-signing-sustainability-linked-loan/">ยูโอบี-มิตรผล จับมือพร้อมสร้างความยั่งยืน ผ่านสินเชื่อ Sustainability-Linked Loan 1,500 ล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดโพล! สุดยอด 50 บริษัท ที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุดประจำปี 2024</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/01/workventure-top-50-companies-thailand-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Jan 2024 15:29:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Agoda]]></category>
		<category><![CDATA[Bangchak]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<category><![CDATA[Line]]></category>
		<category><![CDATA[Mitr Phol]]></category>
		<category><![CDATA[PTT]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[Survey]]></category>
		<category><![CDATA[Thaibev]]></category>
		<category><![CDATA[top 50 companies in thailand 2024]]></category>
		<category><![CDATA[Top50 Companies in Thailand 2024]]></category>
		<category><![CDATA[Toyota Motor]]></category>
		<category><![CDATA[Unilever]]></category>
		<category><![CDATA[Work Venture 2024 Top 50]]></category>
		<category><![CDATA[Work Venture 2024 Top 50 top50companiesinthailand2024]]></category>
		<category><![CDATA[WorkVenture]]></category>
		<category><![CDATA[กูเกิล]]></category>
		<category><![CDATA[บางจาก]]></category>
		<category><![CDATA[ปตท.]]></category>
		<category><![CDATA[มิตรผล]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิลีเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[อโกด้า]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[โตโยต้า มอเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยเบฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ไลน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23659</guid>

					<description><![CDATA[<p>เปิดสุดยอดผลสำรวจกับ WorkVenture ที่ปรึกษาและผู้นำด้านการสร้างแบรนด์นายจ้างให้กับบริษัทชั้นนำในไทยประจำปี 2567 กับคำถามว่าใครเป็นสุดยอดนายจ้างในดวงใจของคนทำงานรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นที่ตั้งตารอคอยจากคนทำงานทั้งประเทศ โดยครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 6 แล้วที่ WorkVenture ได้จัดทำผลสำรวจนี้ขึ้นเพื่อรับฟังเสียงคนทำงานรุ่นใหม่ ว่าพวกเขามีความคิดต่อการทำงาน องค์กร และมีค่านิยมของการทำงานอย่างไร ดังนั้นผลสำรวจนี้ จึงแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในรอบปีที่ผ่านมาของนายจ้างในตลาดแรงงานไทย ว่าโดยรวมแล้วมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหน มีการพัฒนาที่ทำงานให้เหมาะสมกับตลาดแรงงานที่เปลี่ยน GEN คนทำงานไปเรื่อย ๆ หรือไม่ มุมมองจากภายนอกและภายในองค์กรสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงมากน้อยเพียงใด เพราะนั่นเป็นสิ่งสะท้อนที่สร้างการรับรู้ให้กับเหล่าคนทำงานที่กำลังมองหาที่ทำงานใหม่ในปัจจุบัน ​การสำรวจครั้งนี้ จัดทำผ่านทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ โดยโฟกัสที่กลุ่มคนรุ่นใหม่และกลุ่มคนที่เริ่มงานช่วงแรก อายุระหว่าง 22-35 ปี ที่จบระดับปริญญาตรีขึ้นไป อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล กว่า 11,452 คน  ผ่านคำถามที่ให้อิสระทางความคิดเพื่อให้ผู้ตอบคำถามสามารถตอบได้อย่างปราศจากการชี้นำ ว่าบริษัทที่คุณอยากร่วมงานด้วยที่สุดคือใครและเพราะอะไร จากการวิเคราะห์ของ WorkVenture พบว่าภาพรวมของปีนี้บริษัทขนาดใหญ่สัญชาติไทยยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง จากการปรับตัวทั้งในเรื่องของสถานที่ทำงานและรูปแบบการทำงาน รวมถึงความเข้าใจในวัฒนธรรมการทำงานของคนไทยที่ทำให้พัฒนานโยบายด้านทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างตรงจุด ทำให้บริษัทกลายเป็นที่รู้จักในฐานะองค์กรที่น่าทำงานด้วยมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่น้อยหน้าไปกว่าบริษัทจากต่างประเทศ ที่เคยถูกมองว่าให้ประสบการณ์การทำงานที่ว้าวกว่า แต่ผลสำรวจของปีนี้กลับเป็นว่าไม่ใช่อย่างนั้นอีกต่อไปแล้ว ในปีที่ผ่านมาองค์กรต่าง ๆ ยังมีการปรับตัวและการแข่งขันในเรื่องการเข้าหาและรับฟังเรื่องราวการทำงานของคนเจน Z ซึ่งกำลังก้าวเข้ามาเป็นประชากรที่เกือบจะครึ่งหนึ่งของหลาย ๆ องค์กร พนักงานกลุ่มนี้มีแนวโน้มการทำงานที่มองตนเองเป็นสำคัญมากขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/workventure-top-50-companies-thailand-2024/">เปิดโพล! สุดยอด 50 บริษัท ที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุดประจำปี 2024</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เปิดสุดยอดผลสำรวจกับ <strong>WorkVenture</strong> ที่ปรึกษาและผู้นำด้านการสร้างแบรนด์นายจ้างให้กับบริษัทชั้นนำในไทยประจำปี 2567 กับคำถามว่าใครเป็นสุดยอดนายจ้างในดวงใจของคนทำงานรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นที่ตั้งตารอคอยจากคนทำงานทั้งประเทศ</p>
<p><span id="more-23659"></span></p>
<p>โดยครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 6 แล้วที่ WorkVenture ได้จัดทำผลสำรวจนี้ขึ้นเพื่อรับฟังเสียงคนทำงานรุ่นใหม่ ว่าพวกเขามีความคิดต่อการทำงาน องค์กร และมีค่านิยมของการทำงานอย่างไร</p>
<p>ดังนั้นผลสำรวจนี้ จึงแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในรอบปีที่ผ่านมาของนายจ้างในตลาดแรงงานไทย ว่าโดยรวมแล้วมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหน มีการพัฒนาที่ทำงานให้เหมาะสมกับตลาดแรงงานที่เปลี่ยน GEN คนทำงานไปเรื่อย ๆ หรือไม่ มุมมองจากภายนอกและภายในองค์กรสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงมากน้อยเพียงใด เพราะนั่นเป็นสิ่งสะท้อนที่สร้างการรับรู้ให้กับเหล่าคนทำงานที่กำลังมองหาที่ทำงานใหม่ในปัจจุบัน</p>
<p>​การสำรวจครั้งนี้ จัดทำผ่านทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ โดยโฟกัสที่กลุ่มคนรุ่นใหม่และกลุ่มคนที่เริ่มงานช่วงแรก อายุระหว่าง 22-35 ปี ที่จบระดับปริญญาตรีขึ้นไป อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล กว่า 11,452 คน  ผ่านคำถามที่ให้อิสระทางความคิดเพื่อให้ผู้ตอบคำถามสามารถตอบได้อย่างปราศจากการชี้นำ ว่าบริษัทที่คุณอยากร่วมงานด้วยที่สุดคือใครและเพราะอะไร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23664 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/1-6.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>จากการวิเคราะห์ของ WorkVenture พบว่าภาพรวมของปีนี้บริษัทขนาดใหญ่สัญชาติไทยยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง จากการปรับตัวทั้งในเรื่องของสถานที่ทำงานและรูปแบบการทำงาน รวมถึงความเข้าใจในวัฒนธรรมการทำงานของคนไทยที่ทำให้พัฒนานโยบายด้านทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างตรงจุด ทำให้บริษัทกลายเป็นที่รู้จักในฐานะองค์กรที่น่าทำงานด้วยมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่น้อยหน้าไปกว่าบริษัทจากต่างประเทศ ที่เคยถูกมองว่าให้ประสบการณ์การทำงานที่ว้าวกว่า แต่ผลสำรวจของปีนี้กลับเป็นว่าไม่ใช่อย่างนั้นอีกต่อไปแล้ว</p>
<p>ในปีที่ผ่านมาองค์กรต่าง ๆ ยังมีการปรับตัวและการแข่งขันในเรื่องการเข้าหาและรับฟังเรื่องราวการทำงานของคนเจน Z ซึ่งกำลังก้าวเข้ามาเป็นประชากรที่เกือบจะครึ่งหนึ่งของหลาย ๆ องค์กร พนักงานกลุ่มนี้มีแนวโน้มการทำงานที่มองตนเองเป็นสำคัญมากขึ้น เลือกในสิ่งที่ตนเองอยากทำจริง ๆ และมองหาความหมายในงานเหล่านั้น ทำให้พนักงานกลุ่มนี้ไม่ลังเลเลยที่จะเปลี่ยนงานไปสู่สิ่งที่ตนเองมองว่าดีกับตัวเองมากกว่า และมีการเลือกงาน รวมถึงการพูดคุยทาง Social Media เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานก่อนที่จะตัดสินใจเลือกงาน กล่าวได้ว่าผลตอบแทนเพียงอย่างเดียวจึงไม่สามารถจูงใจให้พนักงานเจน Z อยู่ในองค์กรได้</p>
<p>แต่ต้องมีการพูดถึงบริษัทในทางที่ดี มีสวัสดิการที่ตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์และให้ความเป็นตัวเองมากขึ้น อีกทั้งการได้รับมอบหมายงานที่มีความเป็นรูปธรรมให้เห็นว่าผลสำเร็จของงานที่ทำเป็นส่วนใดของภาพใหญ่ของบริษัท จะยิ่งทำให้คนกลุ่มนี้มีความภูมิใจและเลือกอยู่กับองค์กรต่อ</p>
<p>นอกจากนั้นบริษัทที่มีกลุ่มงานที่หลากหลายกลายเป็นที่สนใจเช่นกัน ด้วยความหวังว่าเมื่อเราเริ่มงานใหม่เราอาจจะยังไม่รู้ว่าตัวเองมีความชอบหรือความถนัดด้านใด แต่หากเลือกทำงานในบริษัทที่มีห่วงโซ่ที่ครอบคลุมหลายด้าน จะเปิดโอกาสให้ได้ลองเรียนรู้และลงมือทำหลายสิ่ง หรืออาจจะสามารถเปลี่ยนแปลงหรือย้ายสายงานภายในองค์กร คนรุ่นใหม่ไม่ได้ยึดติดกับสิ่งที่ตนเองเรียนมามากเท่าพนักงานในอดีต แต่พร้อมที่จะเรียนรู้ในสิ่งที่แตกต่างจากสาขาที่ตนเองเรียนอีกด้วย หากบริษัทเปิดโอกาสให้ลองข้ามสายงานหรือเรียนรู้ทักษะเพิ่มเติมเพื่อค้นหาตัวตนโดยไม่มีประสบการณ์ทำงาน ก็จะเป็นองค์กรที่ได้รับความสนใจเช่นเดียวกัน ซึ่ง WorkVenture มองว่านี่เป็นอีกเทรนด์หนึ่งที่คนรุ่นใหม่กำลังปฏิบัติกัน เพื่อเปิดโอกาสให้ตัวเองค้นหาตัวตนที่เหมาะสม บริษัทที่เรียกร้องประสบการณ์การทำงานในตำแหน่งระดับต้น ๆ จึงมักพลาดโอกาสที่จะได้รับแคนดิเดตหน้าใหม่</p>
<p>และนี่คือ <strong>Top50 Companies in Thailand 2024</strong> บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุดประจำปี 2567 บริษัทไหนที่ครองใจคนทำงานรุ่นใหม่มากที่สุดในช่วงเวลานี้? ตามไปดูพร้อม ๆ กันได้เลย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23660 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/1-5.jpg" alt="" width="801" height="1000" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23661 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/2-7.jpg" alt="" width="795" height="860" /></p>
<p><strong>อันดับ 1 | Google : กูเกิล</strong></p>
<p>ไม่แปลกใจเลยที่ Google ยังคงขึ้นแท่นอันดับหนึ่งบริษัทที่คนเก่งอยากร่วมงานมากที่สุด ติดต่อกันเป็นปีที่ 6! เพราะการได้เป็นพนักงานที่นี่นอกจากความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ล้วนสร้างความสุข และเติมเต็มชีวิตของทุกคนทั่วโลกแล้ว Google ยังมีสวัสดิการสุดว้าวที่กล้าพูดได้เลยว่าให้มากกว่า และไม่เหมือนใครในแบบของตัวเองตั้งแต่คุณก้าวเดินออกจากบ้านมาจนถึงบริษัทเลยทีเดียว ทั้ง รถรับ-ส่งพนักงานจากย่านที่อยู่อาศัยพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกในการทำงานและประชุมอย่างครบครัน! อาหารฟรี 3 มื้อ แบบครบหมู่ ไม่จำเจ และที่สำคัญอร่อย! นโยบาย 20 Percent Time ให้พนักงานใช้เวลาทำงาน 20% ไปคิดสร้างสรรค์ โปรเจกต์ที่สร้างประโยชน์ให้กับ Google มากที่สุด นอกจากนั้นยังมี แพทย์ประจำบริษัท ช่างตัดผม ห้องนอนพัก อุปกรณ์/โต๊ะทำงานสุดไฮเทค และอื่น ๆ อีกมากมายซึ่งทุกอย่างผ่านการคำนวณมาแล้วว่าจะเป็นสิ่งที่สร้างความพึงพอใจให้กับพนักงานได้</p>
<p>นอกจากสวัสดิการแล้ว ที่น่าสนใจอีกอย่างสำหรับใครที่อยาก Upskill เร็ว ๆ ก็คือ เมื่อคุณได้เป็นพนักงานที่นี่ ก็เท่ากับว่าคุณได้ติด ‘ป้ายคนเก่ง’ ทันที เพราะ Google มีชื่อเสียงในเรื่องของการดึงเอาคนระดับหัวกะทิจากทั่วโลกมารวมตัวกันเพื่อสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่! เมื่อถูกรายล้อมไปด้วยเพื่อนร่วมงานเจ๋ง ๆ ความสามารถของคุณก็จะได้พัฒนาอย่างก้าวกระโดดแน่นอน</p>
<p><strong>อันดับ 2  | PTT : ปตท.</strong></p>
<p>องค์กรยักษ์ใหญ่ที่ทุกคนในไทยต้องรู้จักอย่างแน่นอนอย่าง ปตท.บริษัทพลังงานแห่งชาติที่เป็นรากฐานความมั่งคั่งและยั่งยืนของประเทศไทยมายาวนานกว่า 40 ปี นอกจากความมีชื่อเสียงแล้ว ปตท.ยังเป็นบริษัทที่โดดเด่นทั้งเรื่องค่าตอบแทนที่คุ้มค่าและการทุ่มเทงบประมาณไปกับการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในองค์กรอย่างไม่หยุดยั้ง โดยตั้งแต่ปี 2565 ที่ผ่านมา ปตท. ได้ปรับกลยุทธ์การพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้ Fit in กับพนักงานส่วนใหญ่ที่เป็น Gen Y และ Gen Z โดยชู S-P-R-I-R-I-T เป็นค่านิยมหลักขององค์กร เน้นวัฒนธรรมองค์กรไปที่การทำงานร่วมกันแบบพี่น้อง และการเปิดใจยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง ทำให้ไม่มีปัญหาระหว่างคนต่างเจน และที่สำคัญ ปตท. ยังเป็นบริษัทแรก ๆ ที่ ‘ส่งเสริมความหลากหลายในกลุ่มพนักงาน’ ให้ความเท่าเทียมกับทุกเพศ ทุกวัย อายุ ภูมิลำเนา ฯลฯ โดยมองที่ความสามารถเป็นหลักอย่างไม่มีปิดกั้น รวมทั้งยังเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนสามารถโยกย้ายสายงานภายในบริษัทได้ เพื่อให้พนักงานทุกคนได้เติบโตและได้ทำงานที่เหมาะสมกับตัวเอง จึงไม่แปลกใจเลยที่คนรุ่นใหม่ยกให้ ปตท. เป็นบริษัทไทยที่พวกเขาอยากร่วมงานด้วยมากที่สุด</p>
<p><strong>อันดับ 3 | SCG : เอสซีจี</strong></p>
<p>ปีนี้ SCG ก็ยังคงได้คะแนนความนิยมอย่างต่อเนื่อง และล้นหลามจากบรรดาเหล่าคนทำงานและคนรุ่นใหม่เพราะไม่เพียงแค่ธุรกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและหลากหลาย SCG ยังขึ้นชื่อว่า &#8220;มีสวัสดิการที่ครองใจคนรุ่นใหม่มากที่สุด&#8217; อีกด้วย โดยเฉพาะสวัสดิการที่ไม่เหมือนใครอย่าง Flexible Benefits คือ ให้พนักงานทุกคนสามารถ จัดสรรงบสวัสดิการตามความต้องการของตนเองได้ เช่น พนักงาน Gen Z ที่มี Passion ในการท่องเที่ยว ก็สามารถแบ่งงบจากส่วนที่เกี่ยวกับสุขภาพไปใช้ในสวัสดิการที่ซัพพอร์ตการท่องเที่ยวแทนได้ และอีกสวัสดิการสุดพีคอย่าง Health Care &amp; Health Club คือ พนักงานสามารถใช้ facilities ที่บริษัทมอบให้ ทั้ง fitness center แบบพรีเมี่ยม คอร์ดแบดมินตัน สนามเทนนิส สนามบาสเกตบอล สนามกอล์ฟจำลอง รวมถึง Class ออกกำลังกายหลังเลิกงานต่าง ๆ</p>
<p>ไม่ว่าจะเป็น โยคะ HIIT ซุมบ้า มวยไทย อื่น ๆ อีกมากมาย และพนักงานทุกคนยังได้รับชั่วโมงเพื่อไปพัฒนาตัวเองกว่า 155 ชั่วโมงต่อปี นอกจากนี้ SCG ยังมอบทุนการศึกษาให้กับพนักงานที่รักการเรียนไป Take Course กับ Top 10 University ระดับโลกทุกปีด้วยนะ มากไปกว่านั้น SCG ยังมีทุนให้คนภายนอกอีกด้วย เอาเป็นว่าที่เกริ่นมานี่ยังไม่ถึง 10% ของสวัสดิการจาก SCG เลยล่ะ! กล้าจัดเต็มให้พนักงานแบบจุก ๆ ขนาดนี้ เชื่อแล้วว่าทำไมถึงไม่เคยหลุดโผบริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากทำงานด้วยมากที่สุดเลย</p>
<p><strong>อันดับ 4 | Agoda : อโกด้า  </strong></p>
<p>องค์กระดับโลก ผู้เป็นเจ้าของแพลตฟอร์มจองที่พัก ท่องเที่ยว และตั๋วเครื่องบินแบบครบวงจรอย่าง Agoda ไต่ขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 4 ในปีนี้ และยังคงเป็นขวัญใจชาวออฟฟิศอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นที่ที่สามารถให้เงินเดือนและสวัสดิการได้เทียบเท่ากับการไปทำงานที่ต่างประเทศขอแค่คุณเก่งจริง! ซึ่งนอกจากเรื่องของค่าตอบแทนแล้ว สิ่งที่ทำให้คนรุ่นใหม่อยากเข้าไปเริ่มต้นชีวิตการทำงานในองค์กรระดับโลกแห่งนี้กันสุด ๆ ก็คือ ที่นี่เปิดโอกาสให้เด็กจบใหม่ได้ลงมือทำจริงในโปรเจกต์ใหญ่ ๆ เป็นการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ดีในช่วงเริ่มทำงาน อีกทั้งยังจะได้เรียนรู้ด้านเทคโนโลยีที่มีความทันสมัย เรียนรู้จากเพื่อนร่วมงานเก่ง ๆ จากกว่า 90 สัญชาติทั่วโลก ในออฟฟิศที่ใหญ่ที่สุดของอโกด้าใจกลางกรุงเทพฯ และที่สำคัญการทำงานที่ Agoda นั้นยืดหยุ่นแบบสุด ๆ เพราะพนักงานสามารถทำงานที่บ้านได้ 3 วันต่อสัปดาห์ ที่ไหนก็ได้ 30 วันต่อปี และมีวันหยุดเริ่มต้นมากถึง 15 วันต่อปี พร้อมส่วนลดที่พักมากมายเมื่อเข้าพักในโรงแรมที่เป็นพาร์ตเนอร์ บอกเลยว่า พนักงานรุ่นใหม่สายท่องเที่ยวพลาดไม่ได้เลยนะ สำหรับสวัสดิการที่โดนใจแบบนี้</p>
<p><strong>อันดับ 5 | Unilever : ยูนิลีเวอร์</strong></p>
<p>Unilever เป็นที่รู้จักดีจากการเป็นผู้ผลิตของใช้ในชีวิตประจำวันมากมายยาวนานกว่า 90 ปี นอกจากธุรกิจที่มั่นคงและยั่งยืนแล้ว ยังเป็นที่รู้กันดีในหมู่คนทำงานว่า ‘ที่นี่มุ่งรักษาพนักงานให้ทำงานอยู่นาน ๆ’</p>
<p>โดยมีวัฒนธรรมการทำงานที่สนับสนุนพนักงานในทุกด้าน ทั้งรูปแบบการทำงานแบบผสมผสาน เช่น ให้พนักงานเข้าทำงานเพียง 2 วัน/สัปดาห์ นอกนั้นสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ตามอัธยาศัย และงดการประชุมทุกวันศุกร์ เพื่อให้พนักงานรีบเคลียร์งานก่อนถึงวันหยุด ถ้าวันไหนมาทำงานที่ออฟฟิศก็ยังมีพื้นที่สำหรับพักผ่อนให้ได้ผ่อนคลายทุกช่วงเวลาที่ต้องการ ทั้งคาเฟ่ และห้องออกกำลังกาย เป็นต้น</p>
<p>Unilever จึงเป็นองค์กรระดับโลกที่ใส่ใจทั้งสุขภาพกายและใจของพนักงานอย่างดีที่สุด นอกจากนั้นยังสนับสนุนเรื่องการเรียนภาษาที่ 2 3 และ 4 ตามแต่ความสนใจของพนักงาน และให้พนักงานสามารถเติบโต ย้ายถิ่นฐานไปทำงานที่ Unilever ทั่วโลกได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เรียกได้ว่า สวัสดิการที่นี่ล้วนเป็นสิ่งที่ถูกใจคนรุ่นใหม่เป็นอย่างมากเลยทีเดียว</p>
<p><strong>อันดับ 6 | LINE : ไลน์</strong></p>
<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่า LINE เป็นแอปพลิเคชันการสื่อสารที่ครองใจคนไทยมากที่สุดในปัจจุบัน เพราะทุก ๆ วันเราต้องเปิดใช้แอปพลิเคชันนี้ อย่างน้อย 1 ครั้งอย่างแน่นอน ด้วยความฮอตของ LINE  จึงทำให้คนรุ่นใหม่อยากเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์แบบที่ตัวเองชอบและใช้งานอยู่ ที่นี่จึงเป็นองค์กรแรก ๆ ที่เหล่าคน Gen Z อยากร่วมงานด้วย แต่นี่ไม่ใช่เหตุผลทั้งหมด เพราะ LINE ยังมีสวัสดิการที่น่าสนใจอื่น ๆ อีกมากมายให้คนรุ่นใหม่กด Love ทั้งวัฒนธรรมองค์กรสุดชิคที่ให้อิสระทางความคิดและการทำงานอย่างสร้างสรรค์ อีกทั้งยังมีสภาพแวดล้อมของออฟฟิศสุดโคซี่ อบอุ่น น่ารัก แถมเดินทางสะดวก มีสวัสดิการสุดว้าวมากมาย เช่น ข้าวเช้าและข้าวกลางวันฟรี! นวดฟรี 15 นาที ประกันสุขภาพครอบคลุมคู่สมรสและบุตร เงินขวัญถุง 20,000 บาทสำหรับการแต่งงาน และพนักงานผู้ชายคนใดที่มีบุตร ก็สามารถใช้สิทธิลาคลอดไปดูแลภรรยาได้อีกด้วยนะ โอ้โหหห &#8230; เข้าใจคนเจนใหม่ขนาดนี้ ไม่ให้ติดอันดับความนิยมยังไงไหว</p>
<p><strong>อันดับ 7 | Toyota Motor : โตโยต้า มอเตอร์      </strong></p>
<p>ที่นี่ยังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับคนรุ่นใหม่ที่สนใจทำงานในด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ เพราะ Toyota Motor มีวิธีการทำงานที่สามารถผลักดันให้พนักงานเก่งขึ้นได้อย่างรวดเร็ว! โดยโตโยต้าขึ้นชื่อเรื่องการทำงานที่เป็นขั้นเป็นตอน และมีแบบแผนแต่ก็เปิดโอกาสให้พนักงานได้แสดงความคิดเห็นและเสนอไอเดียใหม่ ๆ อยู่เสมอ นอกจากเรื่องสไตล์การทำงาน Toyota Motor ยังคงรักษามาตรฐานในเรื่องของ ‘โบนัส’ ที่สูงกว่าบริษัทอื่น ๆ เอาไว้ได้จากยอดขายและความนิยมในแบรนด์ที่มีมาอย่างยาวนาน</p>
<p>Toyota Motor จึงเหมาะจะเป็น ‘ที่ทำงานที่แรก’ ของคนรุ่นใหม่ที่อยากจะเข้าไปพัฒนาตัวเองกับองค์กรที่มีแบบแผนการทำงานเป็นมาตรฐานและมีชื่อเสียงระดับโลก นอกจากสวัสดิการที่ครอบคลุมตั้งแต่ตัวพนักงานไปจนถึงครอบครัวแล้ว ที่นี่ยังสนับสนุนค่าเรียนภาษาและค่าเรียนปริญญาโทด้วย บอกเลยว่า ทำงานที่นี่คุณจะได้อัปเวลแบบเร็วสุด ๆ !</p>
<p><strong>อันดับ 8 | ThaiBev : ไทยเบฟ</strong></p>
<p>คนรุ่นใหม่ทั้งไทยและเทศเทใจให้ไม่หยุดกับไทยเบฟ ที่นอกจากจะเป็นที่รู้จักในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม และร้านอาหารชื่อดังมากมายแล้ว ยังมีชื่อเสียงในเรื่องของการเป็นองค์กรแห่งความหลากหลาย ที่เปิดรับบุคลากรอย่างไม่จำกัดเพศ อายุ สัญชาติ ศาสนา โดยมอบ &#8220;โอกาสไร้ขีดจำกัด&#8221; ให้ทุกคนได้แสดงศักยภาพอย่างถึงที่สุด นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาฝึกงานได้ลงมือทำงานจริง เพื่อเตรียมความพร้อม ปรับตัวสู่การทำงานในอนาคต ปัจจุบันไทยเบฟมีอัตราส่วนพนักงานเป็น Gen Z มากที่สุด เรียกได้ว่าเป็นองค์กรของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง และยังมีโปรแกรมพัฒนาการเรียนรู้ของพนักงานอยู่ตลอดเวลา เรียกว่า ข้อเสนอปังสุด ๆ แบบที่คนรุ่นใหม่มองข้ามไม่ได้เลยล่ะ!</p>
<p><strong>อันดับ 9 | Mitr Phol : มิตรผล</strong></p>
<p>ยังคงยืนหนึ่งอยู่ในใจคนทำงานได้อย่างเหนียวแน่น สำหรับมิตรผล บริษัทชั้นนำระดับโลกในอุตสาหกรรมน้ำตาลและ Bio-based เป็นที่รู้กันดีว่าทำงานที่นี่คุณจะเก่งขึ้น เติบโตขึ้นในทุก ๆ ด้าน เพราะมิตรผลเป็นที่ยอมรับในเรื่องของการให้โอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง จนทำให้ติดอันดับ Top 10 ของ 50 บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุดมาถึง 3 ปีซ้อน! การทำงานที่มิตรผลจะเน้นให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการทำงานที่ท้าทาย สนับสนุนให้โอกาสในการแสดงฝีมือลงมือทำในโปรเจกต์ที่ต่อยอดได้จริงเพื่อผลักดันองค์กรให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง รวมถึงช่วยวาง Career ให้กับพนักงานในองค์กรจนมั่นใจว่าสามารถเติบโตได้ในธุรกิจที่หลากหลายทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังจัดสวัสดิการที่ดูแลสุขภาพทั้งพนักงานและครอบครัวให้อุ่นใจในการทำงาน วันลาพิเศษที่ตอบโจทย์คนทำงานในทุกช่วงวัย รวมถึงเปิดให้พนักงานสามารถเลือกเวลาเข้างานเพื่อ Balance ชีวิตได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย! นี่สิ&#8230;ถึงได้ใจคนรุ่นใหม่ไปเต็ม ๆ</p>
<p><strong>อันดับ 10 | Bangchak : บางจาก   </strong></p>
<p>บางจาก ยังคงติดอันดับ ‘บริษัทมหาชนด้านพลังงานสัญชาติไทย’ ที่เป็นที่สนใจของพนักงานรุ่นใหม่มาอย่างยาวนานต่อเนื่องกันหลายปี เพราะนอกจากมีชื่อเสียงแล้ว ที่นี่โดดเด่นด้านการนําเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้สนับสนุนการทํางานให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยีที่ช่วยลดกระบวนการและร่นเวลาการทำงานลงเท่านั้นที่ทำให้บางจากน่าสนใจ ที่นี่ยังมุ่งพัฒนาศักยภาพพนักงานรอบด้านอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น มีหลักสูตรอบรมหลากหลายตอบโจทย์ความต้องการพนักงานทุก Generation การเปิดให้ขอทุนการศึกษา การให้พื้นที่แสดงความสามารถ การเปิดโอกาสให้คนภายในโยกย้ายสายงานก่อน ก็ล้วนเป็นสวัสดิการที่ส่งเสริมให้พนักงานเติบโตและสร้างผลงานได้ดีขึ้น นอกจากนี้ บางจากยังผลักดันสตาร์ตอัปใหม่ ๆ ให้สร้างสรรค์นวัตกรรมเข้าสู่สังคม ควบคู่ไปกับนโยบาย Greenovation (Green + Innovation) สร้างสรรค์นวัตกรรมสีเขียวเพื่อเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย เรียกได้ว่าทำงานที่นี่ได้ครบคุ้มทุกด้านจริง ๆ ทั้งเงินเดือน สวัสดิการ ความรู้ และการคืนคุณค่าให้แก่สังคม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/workventure-top-50-companies-thailand-2024/">เปิดโพล! สุดยอด 50 บริษัท ที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุดประจำปี 2024</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลุ่มมิตรผล วาง 6 โรดแม็พ ดันอุทยานมิตรผลด่านช้าง เป็นโรงงานต้นแบบด้าน Carbon Neutrality แห่งแรกของไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/06/6-ways-drive-mitr-phol-dan-chang-to-carbon-neutrality/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Jun 2022 12:57:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bioeconomy]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[From Waste to Value Creation]]></category>
		<category><![CDATA[Green Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มมิตรผล]]></category>
		<category><![CDATA[การปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[มิตรผล]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานมิตรผล]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานมิตรผลด่านช้าง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=12174</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มมิตรผล ในฐานะผู้นำด้านการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนในแวดวงเกษตรอุตสาหกรรมของประเทศไทย พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการนำพาประเทศไทยก้าวสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ตามเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ร่วมกับนานาประเทศในเวทีการประชุม COP26 ด้วยการต่อยอดแนวคิด เปลี่ยนแปลงสิ่งที่ไร้ค่าให้เป็นสิ่งที่มีคุณค่า หรือ From Waste to Value Creation โดยมีความมุ่งมั่นในการในการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนอย่างมีคุณค่า และไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ได้ตั้งเป้ามุ่งสู่องค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2030 และมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ​(Net Zero) ภายในปี 2050 เร็วกว่าโรดแม็พด้านความยั่งยืนระดับประเทศ ที่วางเป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2050 พร้อมทั้งเป้าหมายด้าน ​Net Zero​ ในปี 2065 โดยกลุ่มมิตรผลได้วางแผนการดำเนินงานเพื่อสร้างความยั่งยืนอย่างครอบคลุมในทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำของห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจ  พร้อมผลักดัน  &#8220;อุทยานมิตรผลด่านช้าง&#8221;  จังหวัดสุพรรณบุรี ​เป็นโมเดลโรงงานต้นแบบที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี 2023 และถือเป็นโรงงานแห่งแรกของประเทศ ที่สามารถพิชิตเป้าหมายดังกล่าวนี้ได้ ภายใต้โครงการ “สุพรรณบุรี Carbon Neutrality Model”  โดยได้วาง 6 แนวทางในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/06/6-ways-drive-mitr-phol-dan-chang-to-carbon-neutrality/">กลุ่มมิตรผล วาง 6 โรดแม็พ ดันอุทยานมิตรผลด่านช้าง เป็นโรงงานต้นแบบด้าน Carbon Neutrality แห่งแรกของไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="" data-block="true" data-editor="1mn0e" data-offset-key="4p3h7-0-0"><span data-offset-key="5bnaa-0-0">กลุ่มมิตรผล ในฐานะผู้นำด้านการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนในแวดวงเกษตรอุตสาหกรรมของประเทศไทย </span>พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการนำพาประเทศไทยก้าวสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ตาม<span data-offset-key="b01d8-0-0">เป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ร่วมกับนานาประเทศในเวทีการประชุม COP26 </span>ด้วยการต่อยอดแนวคิด เปลี่ยนแปลงสิ่งที่ไร้ค่าให้เป็นสิ่งที่มีคุณค่า หรือ<strong> From Waste to Value Creation </strong>โดยมีความมุ่งมั่นในการในการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนอย่างมีคุณค่า และไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</div>
<p><span id="more-12174"></span></p>
<div class="" data-block="true" data-editor="1mn0e" data-offset-key="2297i-0-0">
<div data-offset-key="2297i-0-0">
<div class="" data-block="true" data-editor="1mn0e" data-offset-key="5bnaa-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="5bnaa-0-0">ทั้งนี้ ได้ตั้งเป้ามุ่งสู่องค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2030 และมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ​(Net Zero) ภายในปี 2050 เร็วกว่าโรดแม็พด้านความยั่งยืนระดับประเทศ ที่วางเป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2050 พร้อมทั้งเป้าหมายด้าน ​Net Zero​ ในปี 2065</div>
</div>
</div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="1mn0e" data-offset-key="2297i-0-0">
<div data-offset-key="2297i-0-0"></div>
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="2297i-0-0"><span data-offset-key="2297i-0-0">โดยกลุ่มมิตรผลได้วางแผนการดำเนินงานเพื่อสร้างความยั่งยืนอย่างครอบคลุมในทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำของห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจ  พร้อมผลักดัน  <strong>&#8220;อุทยานมิตรผลด่านช้าง&#8221; </strong> จังหวัดสุพรรณบุรี ​เป็นโมเดลโรงงานต้นแบบที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี 2023 และถือเป็นโรงงานแห่งแรกของประเทศ ที่สามารถพิชิตเป้าหมายดังกล่าวนี้ได้ ภายใต้โครงการ<strong> “สุพรรณบุรี Carbon Neutrality Model”</strong>  โดยได้วาง 6 </span>แนวทางในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ ดังต่อไปนี้</div>
<div data-offset-key="2297i-0-0"></div>
<div data-offset-key="2297i-0-0"></div>
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="2297i-0-0"><strong>1. เลือกใช้พลังงานทดแทนในกระบวนการผลิต (Green Energy)</strong></div>
<div data-offset-key="2297i-0-0"><span data-offset-key="ghkv-0-0">จากการบริหารจัดการและหมุนเวียนวัสดุเหลือใช้จากอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น นำชานอ้อย </span>และใบอ้อย มาใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าชีวมวลเพื่อวนใช้ภายในโรงงาน พร้อมยกระดับกระบวนการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการสูญเสียพลังงาน ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 180,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า</div>
<div data-offset-key="2297i-0-0"></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="1mn0e" data-offset-key="tpq7-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="tpq7-0-0"><strong>2. ผลักดันผลิตภัณฑ์ ภายใต้หลัก BCG จากผลผลิตทางการเกษตร</strong></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="1mn0e" data-offset-key="5lhfp-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="5lhfp-0-0"><span data-offset-key="5lhfp-0-0">สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจใน 3 มิติของประเทศ ที่มุ่งเน้นในเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ผ่านการต่อยอดสู่ธุรกิจต่อเนื่องจากผลผลิตอ้อยและน้ำตาล เช่น พลังงานไฟฟ้าชีวมวล เม็ดพลาสติกชีวภาพที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์พรีไบโอติกส์ (Prebiotics) จากอ้อยธรรมชาติที่ทั้งมีประโยชน์ต่อร่างกายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 65,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า</span></div>
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="5lhfp-0-0"><span data-offset-key="5lhfp-0-0"><br />
<img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12181 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Mitr-phol3-1.jpg" alt="" width="533" height="800" /><br />
</span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="1mn0e" data-offset-key="6ohn6-0-0">
<div data-offset-key="6ohn6-0-0"></div>
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="6ohn6-0-0"><strong>3. ส่งเสริมการตัดอ้อยสด ลดการเผา มุ่งสู่เกษตรสมัยใหม่อย่างยั่งยืน </strong></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="1mn0e" data-offset-key="vjv4-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="vjv4-0-0"><span data-offset-key="vjv4-0-0">ผ่านความร่วมมือกับชาวไร่ ชุมชน และภาครัฐ ในการสนับสนุนให้เกิดการซื้อ-ขายอ้อยสด เช่น การรับซื้อใบอ้อยจากเกษตรกรเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าชีวมวล การทำ MOU ร่วมกับ 7 โรงงานน้ำตาลในการรณรงค์ตัดอ้อยสด การจัดทำ</span>แนวกันไฟในพื้นที่ไร่อ้อย หรือการจัดกิจกรรมเชิญชวนตัดอ้อยสดกับชาวไร่โดยตรง ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 15,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า</div>
<div data-offset-key="vjv4-0-0"></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="1mn0e" data-offset-key="ekqgs-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="ekqgs-0-0"><span data-offset-key="ekqgs-0-0"><strong>4. บริหารจัดการน้ำเสีย และจัดการขยะในโรงงาน</strong> </span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="1mn0e" data-offset-key="ckqu1-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="ckqu1-0-0"><span data-offset-key="ckqu1-0-0">ด้วยระบบบำบัดน้ำเสียรวม (Activated Sludge) ทำให้กลุ่มมิตรผลสามารถเพิ่มพื้นที่จัดเก็บน้ำดิบ ลดความเสี่ยงจากภัยแล้ง และยังสามารถนำน้ำหลังการบำบัดมาใช้เป็นน้ำต้นทุนหมุนเวียนได้อีกด้วย พร้อมกำหนดแนวทางในการจำแนกประเภทขยะในโรงงานเพื่อนำไปรีไซเคิลอย่างเคร่งครัด ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 10,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า</span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="1mn0e" data-offset-key="4ore4-0-0">
<div data-offset-key="4ore4-0-0"></div>
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="4ore4-0-0"><span data-offset-key="4ore4-0-0"><strong>5. ขยายพื้นที่ปลูกป่า และดูแลต้นน้ำ</strong> </span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="1mn0e" data-offset-key="a578o-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="a578o-0-0"><span data-offset-key="a578o-0-0">ภายใต้โครงการพลิกฟื้นผืนป่าสู่ธรรมชาติที่ยั่งยืนของกลุ่มมิตรผล จากความร่วมมือกับชาวไร่ ชุมชนรอบโรงงาน กรมป่าไม้ และมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์อย่างต่อเนื่อง ด้วยเป้าหมายการปลูกต้นไม้</span>กว่า 700,000 ต้นในจังหวัดสุพรรณบุรี ทั้งยังริเริ่มโครงการ OASIS หรือการสร้างอ่างกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรขนาดใหญ่ เพื่อกักเก็บน้ำในช่วงฤดูน้ำหลากมาไว้สำหรับใช้ในฤดูแล้ง</div>
<div data-offset-key="a578o-0-0"></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="1mn0e" data-offset-key="5eb50-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="5eb50-0-0"><strong>6. ชดเชยคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit Offsetting) </strong></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="1mn0e" data-offset-key="2bu52-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="2bu52-0-0"><span data-offset-key="2bu52-0-0">จากใบรับรองสิทธิในการเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และคาร์บอนเครดิตที่กลุ่มมิตรผลสั่งสมจากการดำเนินงานเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ผ่านมา</span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="1mn0e" data-offset-key="dl2k3-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="dl2k3-0-0"><span data-offset-key="dl2k3-0-0"> </span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="1mn0e" data-offset-key="espv0-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="espv0-0-0"><span data-offset-key="espv0-0-0">ทั้งนี้ คาดว่า การดำเนินงานอย่างครอบคลุมทั้ง 6 ด้านของอุทยานมิตรผลด่านช้าง จะช่วยลดการปล่อย</span>ก๊าซเรือนกระจกได้อย่างน้อย 270,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนจังหวัดสุพรรณบุรี ในการบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อก้าวสู่การเป็นเมืองคาร์บอนต่ำในอนาคต ด้วยการใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่า สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลผลิต ตลอดจนเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ไปพร้อม ๆ กัน</div>
<div data-offset-key="espv0-0-0"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12179 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Mitr-phol4.jpg" alt="" width="800" height="800" /></div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/06/6-ways-drive-mitr-phol-dan-chang-to-carbon-neutrality/">กลุ่มมิตรผล วาง 6 โรดแม็พ ดันอุทยานมิตรผลด่านช้าง เป็นโรงงานต้นแบบด้าน Carbon Neutrality แห่งแรกของไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“กองทุนมิตรผล-บ้านปูฯ”ย้ำจุดยืนเคียงข้างคนไทยสู้ภัยโควิด-19 ใช้งบไปแล้ว 270 ลบ.</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2021/05/mitrphol-banpu-endowment-to-fight-covid-19/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 May 2021 06:14:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุนมิตรผล-บ้านปูฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ชนินท์ ว่องกุศลกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[บรรเทิง ว่องกุศลกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[มิตรผล]]></category>
		<category><![CDATA[เอกชนช่วยโควิด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=9297</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยยังคงยืดเยื้อและทวีความรุนแรงในระลอกใหม่นี้ ‘กองทุนมิตรผล-บ้านปู รวมใจช่วยไทย สู้ภัย COVID-19’ จึงยังคงสานต่อภารกิจของการอยู่เคียงข้างคนไทย โดยมุ่งมั่นที่จะเร่งช่วยเหลือให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจรักษาได้ จากการสนับสนุนให้ทีมแพทย์และพยาบาลสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ อุปกรณ์ป้องกันตัวที่จำเป็นได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็วที่สุด กว่า 1 ปีที่ผ่านมา กองทุนฯ ได้ใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 270 ล้านบาท และยังคงเดินหน้าภารกิจสำคัญนี้ต่อไปจนกว่าสถานการณ์ในประเทศจะกลับมาสู่ภาวะปกติ ในงานแถลงข่าวออนไลน์ “กองทุนมิตรผล-บ้านปูฯ เคียงข้างคนไทยสู้ภัยโควิด-19” กลุ่มมิตรผล และบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังจากที่ทั้งสองบริษัทร่วมกันจัดตั้งกองทุนมิตรผล-บ้านปู ‘รวมใจช่วยไทย สู้ภัย COVID-19’ มูลค่า 500 ล้านบาท ด้วยการระดมทุนบริษัทละ 250 ล้านบาท ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 ปัจจุบัน กองทุนฯ ได้ใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 270 ล้านบาท ท่ามกลางการแพร่ระบาดระลอกที่ 3 กองทุนฯ ได้เร่งระดมทรัพยากรที่มีเพื่อกระจายความช่วยเหลือในรูปแบบของการส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นต่อการตรวจรักษาประชาชนและการป้องกันบุคลากรทางการแพทย์จากความเสี่ยงในการติดเชื้อ เช่น เครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่ระบบดิจิทัล เครื่องช่วยหายใจ ชุด PPE และอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่น ๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/05/mitrphol-banpu-endowment-to-fight-covid-19/">“กองทุนมิตรผล-บ้านปูฯ”ย้ำจุดยืนเคียงข้างคนไทยสู้ภัยโควิด-19 ใช้งบไปแล้ว 270 ลบ.</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยยังคงยืดเยื้อและทวีความรุนแรงในระลอกใหม่นี้ ‘กองทุนมิตรผล-บ้านปู รวมใจช่วยไทย สู้ภัย COVID-19’ จึงยังคงสานต่อภารกิจของการอยู่เคียงข้างคนไทย โดยมุ่งมั่นที่จะเร่งช่วยเหลือให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจรักษาได้ จากการสนับสนุนให้ทีมแพทย์และพยาบาลสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ อุปกรณ์ป้องกันตัวที่จำเป็นได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็วที่สุด</span></h4>
<p><span id="more-9297"></span></p>
<p>กว่า 1 ปีที่ผ่านมา กองทุนฯ ได้ใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 270 ล้านบาท และยังคงเดินหน้าภารกิจสำคัญนี้ต่อไปจนกว่าสถานการณ์ในประเทศจะกลับมาสู่ภาวะปกติ</p>
<figure id="attachment_9298" aria-describedby="caption-attachment-9298" style="width: 615px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-9298" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/05/BP-1.jpg" alt="" width="615" height="410" /><figcaption id="caption-attachment-9298" class="wp-caption-text">จากซ้าย บรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ กลุ่มมิตรผล และ ชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</figcaption></figure>
<p>ในงานแถลงข่าวออนไลน์ “กองทุนมิตรผล-บ้านปูฯ เคียงข้างคนไทยสู้ภัยโควิด-19” กลุ่มมิตรผล และบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังจากที่ทั้งสองบริษัทร่วมกันจัดตั้งกองทุนมิตรผล-บ้านปู ‘รวมใจช่วยไทย สู้ภัย COVID-19’ มูลค่า 500 ล้านบาท ด้วยการระดมทุนบริษัทละ 250 ล้านบาท ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 ปัจจุบัน กองทุนฯ ได้ใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 270 ล้านบาท ท่ามกลางการแพร่ระบาดระลอกที่ 3 กองทุนฯ ได้เร่งระดมทรัพยากรที่มีเพื่อกระจายความช่วยเหลือในรูปแบบของการส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นต่อการตรวจรักษาประชาชนและการป้องกันบุคลากรทางการแพทย์จากความเสี่ยงในการติดเชื้อ<br />
เช่น เครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่ระบบดิจิทัล เครื่องช่วยหายใจ ชุด PPE และอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่น ๆ แก่หน่วยงานสาธารณสุขและโรงพยาบาล จำนวน 33 แห่ง ประกอบด้วย โรงพยาบาลในเขตพื้นที่สีแดงเข้ม ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ และปทุมธานี อีกทั้งยังให้ความช่วยเหลือด้านอุปกรณ์และสิ่งของจำเป็นแก่โรงพยาบาลสนาม 9 แห่ง และโรงพยาบาลที่ดำเนินภารกิจการตรวจคัดกรองเชิงรุก นอกจากนี้ยังมีการส่งมอบแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อกว่า 1 หมื่นลิตร ให้แก่หน่วยงานรัฐและภาคเอกชน ในการแพร่ระบาดระลอกที่ 3 นี้ การช่วยเหลือทั้งหมดมีมูลค่ารวมกว่า 30 ล้านบาท</p>
<figure id="attachment_9299" aria-describedby="caption-attachment-9299" style="width: 608px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-9299" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/05/BP-2.jpg" alt="" width="608" height="405" /><figcaption id="caption-attachment-9299" class="wp-caption-text">มอบเครื่องช่วยหายใจศูนย์การแพทย์ขอนแก่น</figcaption></figure>
<p>โดย <strong>ชนินท์ ว่องกุศลกิจ</strong> ประธานกรรมการ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวสรุปว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมา กองทุนมิตรผล-บ้านปูฯ ได้ให้การสนับสนุนหน่วยงานทางการแพทย์และสาธารณสุขที่เป็นศูนย์กลางอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีความพร้อมรองรับการดูแลรักษาประชาชน เพื่อเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสะดวกและปลอดภัย และเพื่อจุดประกายให้องค์กรอื่น ๆ ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมช่วยให้ประเทศไทยให้ผ่านพ้นจากภัยวิกฤติโควิด-19 ได้ เราคาดหวังว่าการช่วยเหลือของกองทุนฯ จะมีส่วนช่วยป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรค ลดความเสี่ยงในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ได้รับผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ</p>
<p>ซึ่งงบประมาณกว่า 270 ล้านบาทที่ใช้ไปคิดเป็น 54% ของเงินกองทุนทั้งหมด เราจะยังคงสานต่อภารกิจในการอยู่เคียงข้างคนไทย ด้วยการทำงานเชิงรุกเพื่อประเมินสถานการณ์ และประสานข้อมูลกับทั้งหน่วยงานส่วนกลางและหน่วยงานที่ต้องให้ความช่วยเหลือประชาชนที่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือโดยตรง เพื่อให้กองทุนฯ สามารถส่งมอบความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วที่สุด”</p>
<figure id="attachment_9300" aria-describedby="caption-attachment-9300" style="width: 624px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-9300" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/05/BP-3.jpg" alt="" width="624" height="337" /><figcaption id="caption-attachment-9300" class="wp-caption-text">มอบห้องตรวจเชื้อความดันลบ บวก ให้กับโรงพยาบาลศิริราช</figcaption></figure>
<p>ด้าน <strong>บรรเทิง ว่องกุศลกิจ</strong> ประธานกรรมการ กลุ่มมิตรผล กล่าวว่าวิธีการดำเนินงานของกองทุนมิตรผล-บ้านปูฯ ตลอดช่วงวิกฤติที่ผ่านมา คือกระจายกำลังกันไปช่วยเหลือหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ในวงที่กว้างขึ้นและไม่ซ้ำซ้อนกัน โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านสาธารณสุขของภาครัฐ เช่น กรมการแพทย์, กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลรามาธิบดี, โรงพยาบาลราชวิถี เป็นต้น ในการชี้เป้าว่าจุดไหนที่มีความสำคัญและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน และแต่ละบริษัทฯ จะใช้ทรัพยากรที่มี ตลอดจนเครือข่ายในต่างประเทศ เข้ามาสนับสนุนความช่วยเหลือ</p>
<figure id="attachment_9301" aria-describedby="caption-attachment-9301" style="width: 657px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-9301" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/05/BP-4.jpg" alt="" width="657" height="438" /><figcaption id="caption-attachment-9301" class="wp-caption-text">มอบ CT Scan รพ ศรีนครินทร์ ขอนแก่น</figcaption></figure>
<p>“เราได้สนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สำคัญ ๆ เช่น เครื่อง CT Scan, ห้องตรวจเชื้อความดันลบ-บวก, เครื่องช่วยหายใจ, หน้ากาก N95, ชุด PPE, แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย เช่น แพทย์ พยาบาล อาสาสมัครสาธารณสุข ทหาร ตำรวจ หน่วยงานราชการต่าง ๆ ทั้งในระดับจังหวัดและท้องถิ่น รวมถึงชุมชนและเกษตรกรชาวไร่ที่เราดูแลอยู่ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 215 หน่วยงาน ครอบคลุม 35 จังหวัด นอกจากนี้ กลุ่มมิตรผลและบ้านปู ยังได้จัดทำประกันโควิด-19 ให้กับพนักงานเป็นสวัสดิการพิเศษเพื่อช่วยดูแลความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง”</p>
<p>ปัจจุบัน ‘กองทุนมิตรผล-บ้านปู รวมใจช่วยไทย สู้ภัย COVID-19’ ได้ติดตามสถานการณ์เกี่ยวกับโควิด-19 ในประเทศอย่างใกล้ชิด โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานทางการแพทย์และสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและเกิดประสิทธิผล โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจำนวนผู้ป่วยในประเทศไทยจะมีแนวโน้มลดลงเรื่อย ๆ ขณะเดียวกัน ทั้งสองบริษัทยังคงขับเคลื่อนการทำงานในองค์กรอย่างต่อเนื่องด้วยนโยบายการจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management System: BCMS) และนโยบาย Work from Home เต็มรูปแบบ เพื่อลดอัตราความเสี่ยงในการติดเชื้อ</p>
<figure id="attachment_9302" aria-describedby="caption-attachment-9302" style="width: 696px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-9302" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/05/BP-5.jpg" alt="" width="696" height="464" /><figcaption id="caption-attachment-9302" class="wp-caption-text">กองทุนมิตรผล-บ้านปู รวมใจช่วยไทย สู้ภัย COVID-19 ส่งมอบความช่วยเหลือสู่ผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในพัทยา</figcaption></figure>
<p>“การดำเนินการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วน ในฐานะภาคเอกชน เราพร้อมจะปฏิบัติตามนโยบายและมาตรการที่รัดกุมจากภาครัฐ ขณะเดียวกันก็ยินดีที่จะดำเนินการสนับสนุนด้วยทรัพยากร ศักยภาพ และเครือข่ายที่เรามี และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการดำเนินการของกองทุนฯ จะจุดประกายให้ภาคเอกชน และภาคส่วนอื่น ๆ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือประเทศไทยให้สู้ภัยโควิด-19 ไปด้วยกันจนสำเร็จ” ชนินท์ กล่าวปิดท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/05/mitrphol-banpu-endowment-to-fight-covid-19/">“กองทุนมิตรผล-บ้านปูฯ”ย้ำจุดยืนเคียงข้างคนไทยสู้ภัยโควิด-19 ใช้งบไปแล้ว 270 ลบ.</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไม่นอนรอเงินช่วยคนจนจาก รบ. &#8211; เกษตรกร 21 ตำบล ลุกขึ้นทำงานพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2018/12/mitphol/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 22 Dec 2018 03:00:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[มิตรผล]]></category>
		<category><![CDATA[เกษรกรผู้ปลูกอ้อย]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=4940</guid>

					<description><![CDATA[<p>เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยจำนวน 21 ตำบล รวม 9,100 ครัวเรือน เป็นตัวอย่างที่ดีในการพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยเข้า“โครงการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน” ที่มีกลุ่มมิตรผลให้การสนับสนุนเพื่อมุ่งหวังยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรชาวไร่อ้อย ทุกวันนี้พวกเขาสามารถสร้างงานสร้างรายได้ให้กับตนเองอย่างภาคภูมิใจ &#160; &#160; “มิตรผล” กลุ่มทุนไทยผู้ผลิตน้ำตาลใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก มีนโยบายพัฒนาความยั่งยืนให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย โดยริเริ่ม “โครงการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน” ในปี 2555 เพื่อมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยและคนในชุมชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน เริ่มจากการทำงานในพื้นที่ตำบลรอบๆ โรงงาน 9 ตำบล เมื่อปี 2558 โดยลงนามความร่วมมือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อพัฒนาชุมชนท้องถิ่นและสร้างสุขภาวะที่เข็มแข็งใน ต่อมาในปี 2560 ได้ขยายพื้นที่ดำเนินการเป็น 21 ตำบล โดยทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และเริ่มทำ “การวิจัยชุมชน” โดยผลักดันให้คนในชุมชนเป็นแกนหลักสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่น ให้เข้ามามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนเพื่อสร้างความภาคภูมิใจและความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกันของคนในชุมชน เริ่มตั้งแต่การเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นผู้ให้ข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และเป็นผู้นำใช้ข้อมูล เพื่อค้นหาทุนและศักยภาพชุมชนในแต่ละพื้นที่ ก่อนจะนำข้อมูลที่ได้จากการศึกษาวิจัยมากำหนดยุทธศาสตร์เพื่อต่อยอดการพัฒนาชุมชนได้อย่างถูกต้องและตอบสนองความต้องการของชุมชนได้อย่างแท้จริง &#160; &#160; นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้ชุมชนมีกระบวนการพัฒนาและจัดการตนเอง สร้างกระบวนการเรียนรู้โดยคนท้องถิ่น เพื่อพัฒนาศักยภาพคนท้องถิ่นให้ “เก่งขึ้น” เกิดเป็นองค์ความรู้ที่สามารถถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนเพื่อต่อยอดความสำเร็จและเติบโตร่วมกันอย่างแข็งแกร่ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/12/mitphol/">ไม่นอนรอเงินช่วยคนจนจาก รบ. &#8211; เกษตรกร 21 ตำบล ลุกขึ้นทำงานพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยจำนวน 21 ตำบล รวม 9,100 ครัวเรือน เป็นตัวอย่างที่ดีในการพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยเข้า“โครงการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน” ที่มีกลุ่มมิตรผลให้การสนับสนุนเพื่อมุ่งหวังยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรชาวไร่อ้อย ทุกวันนี้พวกเขาสามารถสร้างงานสร้างรายได้ให้กับตนเองอย่างภาคภูมิใจ</span></h4>
<p><span id="more-4940"></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4941 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/M-1.jpg" alt="" width="629" height="418" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>“มิตรผล”</strong> กลุ่มทุนไทยผู้ผลิตน้ำตาลใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก มีนโยบายพัฒนาความยั่งยืนให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย โดยริเริ่ม <strong>“โครงการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน”</strong> ในปี 2555 เพื่อมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยและคนในชุมชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>เริ่มจากการทำงานในพื้นที่ตำบลรอบๆ โรงงาน 9 ตำบล เมื่อปี 2558 โดยลงนามความร่วมมือกับ<strong>สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)</strong> เพื่อพัฒนาชุมชนท้องถิ่นและสร้างสุขภาวะที่เข็มแข็งใน</p>
<p>ต่อมาในปี 2560 ได้ขยายพื้นที่ดำเนินการเป็น 21 ตำบล โดยทำงานร่วมกับ<strong>องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)</strong> และเริ่มทำ<strong> “การวิจัยชุมชน”</strong> โดยผลักดันให้คนในชุมชนเป็นแกนหลักสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่น ให้เข้ามามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนเพื่อสร้างความภาคภูมิใจและความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกันของคนในชุมชน เริ่มตั้งแต่การเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นผู้ให้ข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และเป็นผู้นำใช้ข้อมูล เพื่อค้นหาทุนและศักยภาพชุมชนในแต่ละพื้นที่ ก่อนจะนำข้อมูลที่ได้จากการศึกษาวิจัยมากำหนดยุทธศาสตร์เพื่อต่อยอดการพัฒนาชุมชนได้อย่างถูกต้องและตอบสนองความต้องการของชุมชนได้อย่างแท้จริง</p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_4942" aria-describedby="caption-attachment-4942" style="width: 513px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4942" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/M-2.jpg" alt="" width="513" height="446" /><figcaption id="caption-attachment-4942" class="wp-caption-text">คมกริช นาคะลักษณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานองค์กรสัมพันธ์และบริหารองค์กรเพื่อความยั่งยืน กลุ่มมิตรผล</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้ชุมชนมีกระบวนการพัฒนาและจัดการตนเอง สร้างกระบวนการเรียนรู้โดยคนท้องถิ่น เพื่อพัฒนาศักยภาพคนท้องถิ่นให้ “เก่งขึ้น” เกิดเป็นองค์ความรู้ที่สามารถถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนเพื่อต่อยอดความสำเร็จและเติบโตร่วมกันอย่างแข็งแกร่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>คมกริช นาคะลักษณ์</strong> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานองค์กรสัมพันธ์และบริหารองค์กรเพื่อความยั่งยืน กลุ่มมิตรผล กล่าวว่า “ ‘การวิจัยชุมชน’ เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน โดยให้คนในท้องถิ่นเป็นแกนหลักสำคัญในการพัฒนา ผสานความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน เพื่อค้นหาจุดแข็งและศักยภาพที่แท้จริงของชุมชนแต่ละพื้นที่ ก่อนจะนำไปสู่การวางแผนเพื่อพัฒนาต่อยอดศักยภาพได้อย่างตรงจุด ไม่เสียเวลาและเงินทุนไปอย่างเปล่าประโยชน์หรือพัฒนาไปอย่างหลงทิศทาง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนให้บริหารจัดการและพึ่งพาตนเองได้ และพัฒนาไปสู่ชุมชนต้นแบบเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่พื้นที่อื่นๆ ต่อไป ซึ่งจะเป็นการเสริมความเข้มแข็งให้ชุมชนก้าวไปด้วยกันอย่างยั่งยืนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”</p>
<p>งาน “ฮวมแฮง แบ่งปัน สร้างสรรค์ตำบล มิตรผลร่วมพัฒนา” ซึ่งปีนี้จัดขึ้นที่โรงเรียนบ้านกุดลันน้อยคีรี ต. โคกขมิ้น จ. เลย คือหนึ่งภาพสะท้อนความสำเร็จของแนวทางการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนของกลุ่มมิตรผล โดยภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการแสดงแผนที่ทุนและศักยภาพ ของแต่ละตำบลเครือข่ายซึ่งจัดทำและวิเคราะห์โดยคนในชุมชนเอง รวมถึงการนำเสนอ ผลิตภัณฑ์โดดเด่นของชุมชน รวมทั้งมีการเสวนาเพื่แลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างตำบลและขับเคลื่อนเครือข่ายชุมชนไปด้วยกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_4943" aria-describedby="caption-attachment-4943" style="width: 474px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4943" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/M-3.jpg" alt="" width="474" height="606" /><figcaption id="caption-attachment-4943" class="wp-caption-text">เดชณรงค์ บงแก้ว ประธานศูนย์เรียนรู้ชุมชนตำบลมิตรผลร่วมพัฒนา ต.โคกขมิ้น จ.เลย</figcaption></figure>
<p>เดชณรงค์ บงแก้ว ประธานศูนย์เรียนรู้ชุมชนตำบลมิตรผลร่วมพัฒนา ต.โคกขมิ้น จ.เลย เล่าถึงความสำเร็จของศูนย์ว่า “ศูนย์เรียนรู้ตำบลโคกขมิ้นเกิดจากการร่วมมือกันระหว่างคนในชุมชน มิตรผล ภาครัฐ และภาคีเครือข่าย ในการปรับปรุงพื้นที่รกร้างให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการเกษตรและการเสริมสร้างอาชีพของคนในตำบล ทั้งการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ การปลูกผักปลอดสารพิษ เลี้ยงกบเลี้ยงปลา การแปรรูปอาหาร เป็นต้น การทำวิจัยชุมชน ทำให้เราได้รู้ว่าชุมชนโคกขมิ้นนี้มีทุนและจุดเด่นอยู่ตรงไหนบ้าง และจะนำไปต่อยอดได้อย่างไร”</p>
<p>ปัจจุบัน ศูนย์เรียนรู้ชุมชนฯแห่งนี้เริ่มมีรายได้จากการขายผัก ขายปลา และทำอาหารแปรรูปส่งเข้าโรงครัวมิตรผลและจัดจำหน่ายในตลาดชุมชน สร้างรายได้หมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 5,000 บาทต่อเดือน เป็นเงินปันผลให้กับสมาชิก 50 คนของศูนย์ฯ</p>
<p>“ แม้จะเป็นก้าวเล็กๆ ภายในหนึ่งปีมานี้ แต่ผมเชื่อว่าจะนำไปสู่การเติบโตอย่างเข้มแข็งของชุมชนบ้านโคกขมิ้นในอนาคตต่อไป”</p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_4944" aria-describedby="caption-attachment-4944" style="width: 500px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4944" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/M-4.jpg" alt="" width="500" height="595" /><figcaption id="caption-attachment-4944" class="wp-caption-text">ปราณี นามมุลตรี เลขานุการวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกข้าวเพื่อสุขภาพบ้านนาหว้า-นาคำ ตำบลบ้านเม็ง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p>เช่นเดียวกับ ปราณี นามมุลตรี เลขานุการวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกข้าวเพื่อสุขภาพบ้านนาหว้า-นาคำ ตำบลบ้านเม็ง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ที่เริ่มต้นจากการรวมกลุ่มของคนรักสุขภาพ สู่วิสาหกิจชุมชน เล่าให้ฟังว่า “สมาชิกในกลุ่มเป็นเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่เดิมทีแค่แบ่งพื้นที่ 2-3 ไร่ไว้ปลูกข้าวเพื่อกินเองในครอบครัว แต่หลังจากที่หน่วยงานภาครัฐและกลุ่มมิตรผลเข้ามาสนับสนุน ทำให้ได้ศึกษาแนวทางการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ จึงได้ชักชวนเพื่อนๆ ให้มาร่วมกันทำ เช่น ปลูกผักปลอดสาร เลี้ยงไก่ไข่ ทำฟาร์มหมูหลุม และปลูกข้าวเพื่อสุขภาพ “</p>
<p>ต่อมาได้รวมกลุ่มกันใช้เวลาว่างจากการทำไร่อ้อยมาทำข้าวเพื่อสุขภาพและจำหน่ายเป็นอาชีพเสริม เนื่องจากได้วิเคราะห์ตนเองและเห็นว่าทางกลุ่มมีความโดดเด่นและความสนใจในด้านการทำผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ โดยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและมิตรผลในการหาช่องทางการขาย เช่น ตลาดนัดสีเขียวชุมชน ขายให้โรงงานมิตรผล และหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ จนปัจจุบันกลุ่มผู้ปลูกข้าวเพื่อสุขภาพบ้านนาหว้า-นาคำสามารถสร้างรายได้ประมาณ 150,000 บาท/ปี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-4945 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/M-5.jpg" alt="" width="598" height="353" /><br />
“ นอกจากนี้ยังเริ่มทำโรงเรียนชาวนา เพื่อให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้มาเรียนรู้ ไม่อยากให้ลูกหลานละทิ้งพื้นเพเดิม โดยจะสอนตั้งแต่การปลูก การไถ เก็บเกี่ยว จนออกมาเป็นบรรจุภัณฑ์สูญญากาศ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างความมั่นคงในกับชุมชนต่อไป”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา กลุ่มมิตรผลดำเนินโครงการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน โดยมีทีมพัฒนาชุมชนของแต่ละโรงงานเป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินงานร่วมกับองค์กรและภาคีเครือข่ายการพัฒนาในพื้นที่ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดไว้ 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการจัดการชุมชนอย่างยั่งยืน</p>
<h4><span style="color: #993366;">ด้านการพัฒนาระบบเกษตรชุมชนและอาหารปลอดภัย และด้านการพัฒนาระบบเศรษฐกิจชุมชนโดยตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2564 ทั้ง 21 ตำบลเครือข่าย (ประชากรรวมกว่า 51,000 ครัวเรือน) จะต้องมีศูนย์เรียนรู้ตำบลอย่างน้อยตำบลละ 1 แห่งเพื่อเป็นศูนย์กลางให้กับคนในชุมชนมาเรียนรู้หลักการพึ่งตนเองต่างๆ และอย่างน้อย 30% ของครัวเรือนเกษตรกรทั้ง 21 ตำบล (ประมาณ 9,100 ครัวเรือน) ต้องสามารถพึ่งตนเองได้ โดยมีอย่างน้อย 10% ของครัวเรือน (5,100 ครัวเรือน) เป็นต้นแบบการทำเกษตรผสมผสานเพื่อเป็นแบบอย่างให้เกษตรกรรายอื่นๆ ในชุมชนได้มาเรียนรู้และนำไปสู่การขยายผลต่อไป</span></h4>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/12/mitphol/">ไม่นอนรอเงินช่วยคนจนจาก รบ. &#8211; เกษตรกร 21 ตำบล ลุกขึ้นทำงานพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มิตรผล Modern Farm the Compass ส่งผ่านนศ.เกษตร มข.</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2018/05/modern-farm-the-compass/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin t]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 06 May 2018 15:20:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Bonsucro]]></category>
		<category><![CDATA[Modern Farm the Compass]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[บรรเทิง ว่องกุศลกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ยุพิน ผาสุข]]></category>
		<category><![CDATA[มะลิวัลย์ ชินโคตร]]></category>
		<category><![CDATA[มิตรผล]]></category>
		<category><![CDATA[มิตรผลวิจัย พัฒนาอ้อยและน้ำตาล]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกรไร่อ้อย]]></category>
		<category><![CDATA[โมเดิร์นฟาร์ม ดิ คอมพาส]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานน้ำตาล]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตกระแสไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตเอทานอล]]></category>
		<category><![CDATA[ไร่อ้อยแบบLinear Pivot]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=2936</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไม่เพียงมอบทุนทรัพย์-ความรู้ ยังจุดประกายให้น้องๆ เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในภาคเกษตรของไทย และทั่วโลก รวมทั้งวิธีการทำเกษตรสมัยใหม่แบบ มิตรผล โมเดิร์นฟาร์ม บรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มมิตรผล กล่าวถึงกิจกรรมในครั้งนี้ว่า กลุ่มมิตรผล ได้พัฒนาเรื่อง Smart Farming มากว่า 5 ปี และได้ถ่ายทอดแนวทางนี้สู่ชาวไร่อ้อย ภายใต้ชื่อของการทำไร่อ้อยสมัยใหม่แบบ “มิตรผล โมเดิร์นฟาร์ม” ซึ่งเป็นการนำองค์ความรู้และการบริหารจัดการไร่อ้อยมาตรฐานระดับโลกจากหลายประเทศเข้ามาปรับใช้ให้เหมาะสมกับประเทศไทย โดยเน้นเรื่องการบูรณาการเทคโนโลยี ร่วมกับการใช้เครื่องจักรและการบริหารจัดการไร่ ทำให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น ใช้แรงงานน้อย ลดต้นทุน แต่ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม “สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ เราตั้งใจที่จะเปิดโอกาสให้น้องๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงในแวดวงเกษตรกรรมของของไทยและโลก รวมถึงนวัตกรรมด้านการเกษตรที่จะช่วยให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ อีกทั้งยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้น้องๆ เห็นว่าอาชีพเกษตรกรนั้นน่าภูมิใจและไม่ได้ลำบากเหมือนสมัยก่อน” บรรเทิง กล่าวเสริม เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรรุ่นใหม่สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและองค์ความรู้ต่างๆ เพื่อสร้างผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพในปริมาณที่เพียงพอและเหมาะสม  ในขณะเดียวกันก็มีความมั่นใจในความสำคัญและความก้าวหน้าของสาขาที่ตนกำลังศึกษาอยู่เพิ่มมากขึ้น กิจกรรม “โมเดิร์นฟาร์ม ดิ คอมพาส” เริ่มต้นด้วยกิจกรรม “ล้อมวงคุย ลุยกลางไร่” ซึ่งบรรเทิงได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับการทำการเกษตรสมัยใหม่ของมิตรผลที่ได้รับการยอมรับระดับนานาชาติ ผ่านมาตรฐาน Bonsucro หลังจากนั้น น้องๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/05/modern-farm-the-compass/">มิตรผล Modern Farm the Compass ส่งผ่านนศ.เกษตร มข.</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #0000ff;">ไม่เพียงมอบทุนทรัพย์-ความรู้ ยังจุดประกายให้น้องๆ เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในภาคเกษตรของไทย และทั่วโลก รวมทั้งวิธีการทำเกษตรสมัยใหม่แบบ มิตรผล โมเดิร์นฟาร์ม</span></h4>
<p><span id="more-2936"></span></p>
<p><strong>บรรเทิง ว่องกุศลกิจ</strong> ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มมิตรผล กล่าวถึงกิจกรรมในครั้งนี้ว่า กลุ่มมิตรผล ได้พัฒนาเรื่อง Smart Farming มากว่า 5 ปี และได้ถ่ายทอดแนวทางนี้สู่ชาวไร่อ้อย ภายใต้ชื่อของการทำไร่อ้อยสมัยใหม่แบบ <strong>“มิตรผล โมเดิร์นฟาร์ม”</strong> ซึ่งเป็นการนำองค์ความรู้และการบริหารจัดการไร่อ้อยมาตรฐานระดับโลกจากหลายประเทศเข้ามาปรับใช้ให้เหมาะสมกับประเทศไทย โดยเน้นเรื่องการบูรณาการเทคโนโลยี ร่วมกับการใช้เครื่องจักรและการบริหารจัดการไร่ ทำให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น ใช้แรงงานน้อย ลดต้นทุน แต่ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<h5 style="text-align: center;"><span style="color: #993300;"><em>“สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ เราตั้งใจที่จะเปิดโอกาสให้น้องๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงในแวดวงเกษตรกรรมของของไทยและโลก รวมถึงนวัตกรรมด้านการเกษตรที่จะช่วยให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ อีกทั้งยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้น้องๆ เห็นว่าอาชีพเกษตรกรนั้นน่าภูมิใจและไม่ได้ลำบากเหมือนสมัยก่อน”</em></span></h5>
<p>บรรเทิง กล่าวเสริม เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรรุ่นใหม่สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและองค์ความรู้ต่างๆ เพื่อสร้างผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพในปริมาณที่เพียงพอและเหมาะสม  ในขณะเดียวกันก็มีความมั่นใจในความสำคัญและความก้าวหน้าของสาขาที่ตนกำลังศึกษาอยู่เพิ่มมากขึ้น</p>
<p>กิจกรรม “โมเดิร์นฟาร์ม ดิ คอมพาส” เริ่มต้นด้วยกิจกรรม <strong>“ล้อมวงคุย ลุยกลางไร่”</strong> ซึ่งบรรเทิงได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับการทำการเกษตรสมัยใหม่ของมิตรผลที่ได้รับการยอมรับระดับนานาชาติ ผ่านมาตรฐาน Bonsucro หลังจากนั้น น้องๆ นักศึกษาได้เรียนรู้แนวทางการทำไร่อ้อยสมัยใหม่แบบ “มิตรผล โมเดิร์นฟาร์ม” ที่ไร่กุดจอก อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ผ่านฐานการเรียนรู้ทั้ง 6 ฐาน ได้แก่</p>
<p style="text-align: center;">1.การเตรียมดินและปลูกพืชตระกูลถั่ว<br />
2.การควบคุมรอยล้อเครื่องจักร<br />
3.การลดการไถพรวน<br />
4.การตัดอ้อยสดและทิ้งใบอ้อยคลุมดิน<br />
5.การให้น้ำและระบบให้น้ำ<br />
6.อากาศยานไร้คนขับ (UAV) ซึ่งเป็นหลักการทำไร่อ้อยสมัยใหม่แบบ</p>
<p>“มิตรผล โมเดิร์นฟาร์ม” เพื่อเปิดโลกทัศน์ให้กับน้องๆ ผ่านประสบการณ์ตรงในไร่ ต่อจากนั้น น้องๆ นักศึกษาได้ร่วมทัวร์บริษัท มิตรผลวิจัย พัฒนาอ้อยและน้ำตาล จำกัด (RDI) โรงงานน้ำตาล โรงงานผลิตกระแสไฟฟ้า และโรงงานผลิตเอทานอล ของกลุ่มมิตรผล เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการทั้งหมดในการนำอ้อยมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าทุกส่วน (From Zero Waste to Value Creation) หลังจากนั้น จึงเป็นกิจกรรมนำเสนอผลการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ และปิดท้ายด้วยกิจกรรมการมอบทุนการศึกษาให้กับน้องๆ นักศึกษา</p>
<p><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ยุพิน ผาสุข</strong> รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์  คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า <em>“ทางมหาวิทยาลัยรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่นักศึกษา ได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมที่มีประโยชน์ พร้อมเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้รับความรู้และมุมมองใหม่ๆ รวมถึงได้สัมผัสประสบการณ์ตรงในพื้นที่จริง นอกเหนือจากการศึกษาในห้องเรียน ทั้งยังได้พบปะผู้เชี่ยวชาญในสายงาน  ซึ่งทั้งหมดนี้ จะสร้างแรงบันดาลใจและความกระตือรือร้นให้กับนักศึกษาในการศึกษาและประกอบอาชีพด้านนี้ต่อไปในอนาคต อีกทั้งยังเกิดความมั่นใจว่าสาขาที่กำลังศึกษาอยู่เป็นอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศที่สามารถพัฒนาต่อไปได้อีกมาก”</em></p>
<p><strong>มะลิวัลย์ ชินโคตร</strong> นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาส่งเสริมการเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า <em>“รู้สึกดีใจมากที่ได้ร่วมกิจกรรมนี้ และได้เรียนรู้ว่าเทคโนโลยีสามารถช่วยพัฒนาทั้งงานเกษตรกรรมและเกษตรกรอย่างเห็นได้ชัด ช่วยให้รู้จักการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด เรียกว่า ใช้แรงงานน้อยแต่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยกิจกรรมที่ประทับใจเป็นพิเศษ คือ ฐานการให้น้ำหรือระบบชลประทานในไร่อ้อยแบบลิเนีย พีวอท (Linear Pivot) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ใช้แรงงานน้อยมากแต่สามารถทำการเกษตรบนแปลงขนาดใหญ่ให้เกิดผลผลิตมหาศาลได้ หลังจากการร่วมกิจกรรมแล้ว รู้สึกว่าอาชีพเกษตรกรเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่น่าสนใจ และรู้สึกกระตือรือร้นที่จะศึกษาต่อในด้านนี้ เพื่อประกอบอาชีพที่จะสามารถช่วยสนับสนุนเกษตรกรรมของไทยต่อไปในอนาคต”</em></p>
<h5 style="text-align: center;"><span style="color: #993300;">ในยุคที่เทคโนโลยีสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างฉับไวเช่นนี้ การทำเกษตรสมัยใหม่ คือ แนวทางสำคัญที่สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ โดยนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานจากปัญหาสังคมผู้สูงอายุแล้ว ยังช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมจากอ้อยไฟไหม้และปัญหาผลผลิตอ้อยตกต่ำ อีกทั้งช่วยให้อาชีพเกษตรกรมั่นคงยิ่งขึ้น พร้อมพัฒนาการเกษตรในประเทศอย่างรอบด้าน </span></h5>
<p>บรรเทิงกล่าวในท้ายที่สุดว่า ด้วยเหตุนี้ มิตรผลจึงมุ่งผลักดันการทำไร่อ้อยสมัยใหม่ มิตรผล โมเดิร์นฟาร์ม ในกลุ่มเกษตรกร ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจด้านการเกษตรให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ โดยมีกิจกรรม มิตรผลโมเดิร์นฟาร์ม ดิ คอมพาส  เป็นอีกหนึ่งในกิจกรรมที่ช่วยมอบทักษะความรู้ให้แก่เกษตรกรของประเทศ โดยมิตรผลจะยังคงส่งเสริมการพัฒนางานด้านการเกษตรอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้วยมิตรผล โมเดิร์นฟาร์ม และโครงการอื่นๆ ในอนาคต</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/05/modern-farm-the-compass/">มิตรผล Modern Farm the Compass ส่งผ่านนศ.เกษตร มข.</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
