<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 22 May 2026 13:09:42 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กับบทบาทด้านการขับเคลื่อนความหลากหลายทางชีวภาพ ต่อยอดทุนธรรมชาติ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/mflf-3-strategic-driving-biodiversity/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 May 2026 12:20:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity Advisory Service]]></category>
		<category><![CDATA[biodiversity credit]]></category>
		<category><![CDATA[Mae Fah Luang]]></category>
		<category><![CDATA[Mae Fah Luang Foundation]]></category>
		<category><![CDATA[MFL]]></category>
		<category><![CDATA[Nature-based Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[Nature-related Risks]]></category>
		<category><![CDATA[ความหลากหลายทางชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์]]></category>
		<category><![CDATA[สมิทธิ หาเรือนพืชน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41975</guid>

					<description><![CDATA[<p>มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตอกย้ำบทบาทองค์กรต้นแบบด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนบนฐานของคนและธรรมชาติ เนื่องในวันความหลากหลายทางชีวภาพสากล (International Day for Biological Diversity) ซึ่งตรงกับวันที่ 22 พฤษภาคมของทุกปี โดยในปี 2569 แนวคิดระดับโลกคือ &#8216;Acting locally for global impact : ลงมือทำในระดับท้องถิ่น สร้างผลลัพธ์ระดับโลก&#8217; สะท้อนความสำคัญของการขับเคลื่อนจากพื้นที่จริงสู่ผลลัพธ์ในวงกว้าง ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ที่มุ่งยกระดับงานอนุรักษ์และพัฒนาชุมชน สู่การสร้าง &#8216;ทุนธรรมชาติ&#8217; หรือ Natural Capital ที่สามารถสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ โอกาส และการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ความร่วมมือจากภาคเอกชน และทิศทางนโยบายด้านความหลากหลายทางชีวภาพทั้งในระดับประเทศและระดับสากล วาง 3 ยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อน Biodiversity คุณสมิทธิ หาเรือนพืชน์ ประธานสายงานการแก้ไขปัญหาโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐานและโครงการพิเศษ (ประธานสายงาน NbS มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ : Chief Nature-Based Solutions Officer) กล่าวว่า ความหลากหลายทางชีวภาพไม่ใช่เพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/mflf-3-strategic-driving-biodiversity/">มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กับบทบาทด้านการขับเคลื่อนความหลากหลายทางชีวภาพ ต่อยอดทุนธรรมชาติ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์</strong> ตอกย้ำบทบาทองค์กรต้นแบบด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนบนฐานของคนและธรรมชาติ เนื่องในวันความหลากหลายทางชีวภาพสากล (International Day for Biological Diversity) ซึ่งตรงกับวันที่ 22 พฤษภาคมของทุกปี</p>
<p><span id="more-41975"></span></p>
<p>โดยในปี 2569 แนวคิดระดับโลกคือ <strong>&#8216;Acting locally for global impact : ลงมือทำในระดับท้องถิ่น สร้างผลลัพธ์ระดับโลก&#8217;</strong> สะท้อนความสำคัญของการขับเคลื่อนจากพื้นที่จริงสู่ผลลัพธ์ในวงกว้าง ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ที่มุ่งยกระดับงานอนุรักษ์และพัฒนาชุมชน สู่การสร้าง &#8216;<strong>ทุนธรรมชาติ&#8217;</strong> หรือ Natural Capital ที่สามารถสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ โอกาส และการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ความร่วมมือจากภาคเอกชน และทิศทางนโยบายด้านความหลากหลายทางชีวภาพทั้งในระดับประเทศและระดับสากล</p>
<p><strong>วาง 3 ยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อน Biodiversity</strong></p>
<p><strong>คุณสมิทธิ หาเรือนพืชน์</strong> ประธานสายงานการแก้ไขปัญหาโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐานและโครงการพิเศษ (ประธานสายงาน NbS มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ : Chief Nature-Based Solutions Officer) กล่าวว่า ความหลากหลายทางชีวภาพไม่ใช่เพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจ ธุรกิจ และคุณภาพชีวิตของผู้คน</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41976 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ท่ามกลางวิกฤตธรรมชาติที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จึงนำประสบการณ์จากการทำงานในพื้นที่จริง โดยเฉพาะแนวทาง <strong>&#8216;ปลูกคน ปลูกป่า&#8217;</strong> ที่พิสูจน์ผลลัพธ์มาเกือบ 4 ทศวรรษ มาต่อยอดสู่การขับเคลื่อนด้านความหลากหลายทางชีวภาพผ่าน 3 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่</p>
<p><strong>1. ​การแก้ปัญหาโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐาน หรือ Nature-based Solutions (NbS)</strong></p>
<p>การ​ต่อยอดผลสัมฤทธิ์จากแนวทาง <strong>ปลูกป่า ปลูกคน</strong>​ โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงราย มากว่า 38 ปี ในพื้นที่ 91,779 ไร่  พร้อมฐานข้อมูลสิ่งมีชีวิตที่สำคัญของประเทศ โดยพบพันธุ์ไม้ถึง 1,459 ชนิด ซึ่งรวมถึงการค้นพบพืชชนิดใหม่ของโลกถึง 12 ชนิด อาทิ นครินทรา เทียนดอยตุง และม่วงพายัพ รวมทั้งยังพบสัตว์ป่า 1,177 ชนิด โดยมี 8 ชนิดที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างเลียงผาและเต่าปูลู สะท้อนว่าแนวทางการดำเนินงานของมูลนิธิที่ดูแลคนและธรรมชาติไปด้วยกัน สามารถนำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศที่ให้ประโยชน์แก่ทุกสิ่งมีชีวิต โดยเฉพาะชุมชน และทำให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>นอกจากนี้​ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้น เริ่มส่งผลกระทบต่องานพัฒนา ทั้งต่อการเพาะปลูกและผลผลิตของชุมชน ระบบนิเวศ และความเสี่ยงจากภัยพิบัติ มูลนิธิฯ จึงเริ่มศึกษาและขับเคลื่อนการจัดการความเสี่ยงทางธรรมชาติ หรือ<strong> Nature-related Risks</strong> เพื่อเตรียมรับมือกับผลกระทบในระยะยาว</p>
<p><strong><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41980 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/6.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></strong></p>
<p><strong>2. การร่วมขับเคลื่อนด้านความหลากหลายทางชีวภาพในระดับชาติและสากล<br />
คุณธานิษฏ์ กองแก้ว </strong>ผู้อำนวยการด้านความยั่งยืน มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กล่าวว่า มูลนิธิ มุ่งมั่นขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติ หรือ National Biodiversity Strategy and Action Plan (NBSAP) ผ่านความร่วมมือและการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ Office of Natural Resources and Environmental Policy and Planning (ONEP) สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ Biodiversity-Based Economy Development Office (Public Organization) (BEDO) และมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ หรือ National University of Singapore (NUS) เพื่อทำให้โครงการพัฒนาต่าง ๆ ของมูลนิธิฯ สามารถเป็นแบบอย่างด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน</p>
<p>พร้อมทั้งยังอยู่ระหว่าง<em><strong>การผลักดันดอยตุงสู่การเป็นพื้นที่อนุรักษ์นอกเขตอนุรักษ์ หรือ Other Effective Area-based Conservation Measures (OECM) ภายใต้เป้าหมาย 30&#215;30 หรือเป้าหมายการอนุรักษ์พื้นที่บกและทะเลอย่างน้อยร้อยละ 30 ภายในปี 2573</strong> </em>ขณะเดียวกันยังร่วมกับ BEDO ศึกษากลไกเครดิตความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Credit) ภายใต้มาตรฐาน Terrasos จากประเทศโคลอมเบีย</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41979 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/3.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังเตรียมนำเสนอโมเดลการทำงานร่วมกับชุมชนในการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ครั้งที่ 17 หรือ the 17th meeting of the Conference of the Parties to the Convention on Biological Diversity (CBD COP17) ณ กรุงเยเรวาน ประเทศอาร์เมเนีย ในปลายปีนี้ เพื่อแสดงศักยภาพของไทยในการเป็นต้นแบบระดับภูมิภาค</p>
<p>มูลนิธิฯ ยังขยายพื้นที่ศึกษาด้านความหลากหลายทางชีวภาพนอกพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ จังหวัดเชียงราย ไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทย อาทิ</p>
<p>&#8211; จัดทำฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพและการประเมินมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ ในป่าชายเลนเป้าหมาย จังหวัดตรัง พื้นที่ 10,832 ไร่ ระยะเวลาดำเนินงาน 2 ปี (ธันวาคม 2568 – พฤศจิกายน 2570) ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันของหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านระบบนิเวศป่าชายเลน ประกอบด้วย มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือ สำนักงาน กปร. และบริษัท ปตท.สำรวจ และ ผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)</p>
<p>&#8211; ศึกษาความเป็นไปได้ในการขึ้นทะเบียนป่าชุมชน 11 แห่ง ภายใต้โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์นอกเขตอนุรักษ์ (OECM) ผ่านการสนับสนุนงบประมาณจำนวน 5 ล้านบาทจาก High Ambition Coalition for Nature and People (HAC) ซึ่งจะช่วยยกระดับบทบาทของชุมชนในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41977 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/9-re.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>3</strong><strong>. การขยายผลและส่งต่อองค์ความรู้สู่ภาคธุรกิจผ่านบริการที่ปรึกษา</strong></p>
<p>มูลนิธิฯ  ก้าวสู่การเป็นที่ปรึกษาด้านความหลากหลายทางชีวภาพ หรือ <strong>Biodiversity Advisory Service</strong> ให้กับภาคธุรกิจที่ต้องการฟื้นฟูระบบนิเวศในพื้นที่ดำเนินธุรกิจ เช่น โครงการ Rewilding ในพื้นที่ชลบุรี การพัฒนาระบบน้ำในพื้นที่เชียงดาว เป็นต้น โดยเน้นการวัดผลที่จับต้องได้</p>
<p>อย่างไรก็ตาม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เชื่อมั่นว่าการผนวกวิทยาศาสตร์เข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มูลนิธิฯ สั่งสมมาตลอด 38 ปี จะเป็น<strong> &#8216;ทางรอด&#8217;</strong> ที่สำคัญของเศรษฐกิจและโลกใบนี้ การขับเคลื่อนงานในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงการแสดงผลสำเร็จจากอดีต แต่คือการสร้างระบบนิเวศแห่งอนาคตที่คน ป่า และธุรกิจเติบโตไปพร้อมกันอย่างสมดุลและยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41978 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/13.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/mflf-3-strategic-driving-biodiversity/">มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กับบทบาทด้านการขับเคลื่อนความหลากหลายทางชีวภาพ ต่อยอดทุนธรรมชาติ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เดินหน้าขับเคลื่อน &#8216;ความหลากหลายทางชีวภาพ&#8217; เปิดพื้นที่ดอยตุงและป่าชุมชน เป็นฐานข้อมูลสู่งานวิจัยระดับชาติและระดับโลก สู้วิกฤต Climate Change</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/mflf-take-mission-to-biodiversity-supporter/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 27 Dec 2025 10:30:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[BioBlitz]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity Loss]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[DoiTung]]></category>
		<category><![CDATA[Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[eDNA]]></category>
		<category><![CDATA[Environmental DNA]]></category>
		<category><![CDATA[National University of Singapore]]></category>
		<category><![CDATA[NUS]]></category>
		<category><![CDATA[Regenerative]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[การฟื้นฟูป่า]]></category>
		<category><![CDATA[ความหลากหลายทางชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ต้นแบบการพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกป่า ปลูกคน]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชมุชน]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาดอยตุง]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอบลิทซ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39089</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในวันที่โลกเผชิญความรุนแรงขั้นวิกฤตของภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Loss) จนระบบนิเวศเสี่ยงฟื้นตัวไม่ทัน วิกฤตนี้ย้ำว่า &#8216;การดูแลป่าเพียงอย่างเดียวไม่พอ&#8217; โลกจึงหันมาให้ความสำคัญกับ &#8216;ความหลากหลายทางชีวภาพ&#8217; (Biodiversity) ในฐานะรากฐานของน้ำ อาหาร และสุขภาวะของผู้คน มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ เริ่มศึกษาและทำความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพไม่ได้เกิดจากตำรา แต่เกิดจากประสบการณ์จริงเกือบสี่ทศวรรษในพื้นที่ โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงราย จากดอยหัวโล้นเสื่อมโทรม มูลนิธิฯ ทำงานร่วมกับชุมชนตามแนวคิด &#8216;ปลูกป่า ปลูกคน&#8217; ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จนพื้นที่ป่าฟื้นตัวกว่า 90% และสิ่งที่เติบโตเคียงคู่กับผืนป่าคือ &#8216;ชีวิต&#8217; ที่กลับคืนมา ตั้งแต่สัตว์หายากไปจนถึงสิ่งมีชีวิตที่อาจยังไม่เคยมีการบันทึกมาก่อน และสานต่อการค้นคว้าวิจัยเพื่อปรับพื้นที่ป่าให้มีระบบนิเวศที่สมบูรณ์ และถูกต้องมาอย่างต่อเนื่อง โครงการพัฒนาดอยตุงฯ จึงไม่ได้เป็นเพียงต้นแบบการพัฒนาชุมชนเท่านั้น หากยังเป็นพื้นที่ที่มีคุณค่าเชิงนิเวศในระดับประเทศและภูมิภาค จนในวันนี้ ที่มูลนิธิ ขยายพื้นที่การเก็บข้อมูลไปยังพื้นที่ในโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ในป่าชุมชนทั่วประเทศ ทั้งแบบป่าบก และป่าชายเลน ย้ำบทบาท​ผู้ร่วมขับเคลื่อนความหลากหลายทางชีวภาพ  ในปี 2568 ที่ผ่านมา จึงเป็นปีแห่งการขับเคลื่อนบทใหม่ของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ในบทบาทองค์กรที่ทำงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ เริ่มจากการเข้าร่วมเป็นภาคปฏิบัติของ แผนปฏิบัติการด้านความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติ (National Biodiversity Strategy [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/mflf-take-mission-to-biodiversity-supporter/">มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เดินหน้าขับเคลื่อน &#8216;ความหลากหลายทางชีวภาพ&#8217; เปิดพื้นที่ดอยตุงและป่าชุมชน เป็นฐานข้อมูลสู่งานวิจัยระดับชาติและระดับโลก สู้วิกฤต Climate Change</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในวันที่โลกเผชิญความรุนแรงขั้นวิกฤตของภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Loss) จนระบบนิเวศเสี่ยงฟื้นตัวไม่ทัน วิกฤตนี้ย้ำว่า &#8216;การดูแลป่าเพียงอย่างเดียวไม่พอ&#8217; โลกจึงหันมาให้ความสำคัญกับ &#8216;ความหลากหลายทางชีวภาพ&#8217; (Biodiversity) ในฐานะรากฐานของน้ำ อาหาร และสุขภาวะของผู้คน</p>
<p><span id="more-39089"></span></p>
<p><strong>มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์</strong> เริ่มศึกษาและทำความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพไม่ได้เกิดจากตำรา แต่เกิดจากประสบการณ์จริงเกือบสี่ทศวรรษในพื้นที่ <strong>โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงราย</strong> จากดอยหัวโล้นเสื่อมโทรม มูลนิธิฯ ทำงานร่วมกับชุมชนตามแนวคิด <strong>&#8216;ปลูกป่า ปลูกคน&#8217;</strong> ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จนพื้นที่ป่าฟื้นตัวกว่า 90% และสิ่งที่เติบโตเคียงคู่กับผืนป่าคือ <strong>&#8216;ชีวิต&#8217;</strong> ที่กลับคืนมา ตั้งแต่สัตว์หายากไปจนถึงสิ่งมีชีวิตที่อาจยังไม่เคยมีการบันทึกมาก่อน</p>
<p>และสานต่อการค้นคว้าวิจัยเพื่อปรับพื้นที่ป่าให้มีระบบนิเวศที่สมบูรณ์ และถูกต้องมาอย่างต่อเนื่อง <em><strong>โครงการพัฒนาดอยตุงฯ จึงไม่ได้เป็นเพียงต้นแบบการพัฒนาชุมชนเท่านั้น หากยังเป็นพื้นที่ที่มีคุณค่าเชิงนิเวศในระดับประเทศและภูมิภาค</strong></em> จนในวันนี้ ที่มูลนิธิ ขยายพื้นที่การเก็บข้อมูลไปยังพื้นที่ใน<strong><em>โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่า</em><em>เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน </em></strong>ในป่าชุมชนทั่วประเทศ ทั้งแบบป่าบก และป่าชายเลน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39091 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/4-Re.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>ย้ำบทบาท​ผู้ร่วมขับเคลื่อนความหลากหลายทางชีวภาพ </strong></p>
<p>ในปี 2568 ที่ผ่านมา จึงเป็นปีแห่งการขับเคลื่อนบทใหม่ของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ในบทบาทองค์กรที่ทำงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ</p>
<p>เริ่มจากการเข้าร่วมเป็นภาคปฏิบัติของ <strong>แผนปฏิบัติการด้านความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติ</strong> (National Biodiversity Strategy and Action Plan – NBSAP 2566–2570) ร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ<strong> เพื่อบูรณาการบทเรียนจากพื้นที่จริงเข้าสู่การวางนโยบาย</strong> ทั้งในด้านการเพิ่มพื้นที่อนุรักษ์ การบริหารฐานข้อมูล การพัฒนาเครื่องมือทางการเงินด้านความหลากหลายทางชีวภาพ และการสร้างความตระหนักรู้แก่เยาวชน รวมถึงการต่อยอดสู่พื้นที่อนุรักษ์อื่นและ<em>โครงการจัดการคาร์บอนเครดิต</em>ในป่า<em>เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน </em>ในป่าชุมชนทั่วประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39092 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/1-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อีกหนึ่งความร่วมมือสำคัญในปีเดียวกันคือ การทำงานร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย เพื่อ <strong>สำรวจความหลากหลายทางชีวภาพของป่าชายเลนในจังหวัดตรัง</strong> พื้นที่ที่ทางมูลนิธิฯ ร่วมดูแลอยู่กับชุมชนในพื้นที่ และภาคเอกชนซึ่งเป็นระบบนิเวศที่มีบทบาทสำคัญต่อ <strong>ยุทธศาสตร์คาร์บอนสีน้ำเงิน (Blue Carbon) ของโลก</strong> การสร้างฐานข้อมูลที่เป็นมาตรฐานระดับประเทศจึงเป็นก้าวสำคัญที่<em><strong> สะท้อนบทบาทของมูลนิธิฯ ในฐานะผู้ทำงานภาคสนามที่เชื่อมโยงนักวิชาการ หน่วยงานรัฐ และชุมชนเข้าด้วยกัน</strong></em></p>
<p>และ ล่าสุดคือ <strong>ความร่วมมือระดับนานาชาติ ระหว่างมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (National University of Singapore – NUS)</strong> ซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบันชั้นนำของโลกด้านสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศเขตร้อน ความสนใจของ NUS ที่เลือกโครงการพัฒนาดอยตุงฯ เป็นพื้นที่ศึกษาวิจัยไม่ได้เป็นเรื่องบังเอิญ แต่เพราะพื้นที่แห่งนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นตัวอย่างการฟื้นฟูป่าที่โดดเด่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความสมบูรณ์ของระบบนิเวศที่เกิดจากการทำงานร่วมกับชุมชนตลอด 36 ปี คือเหตุผลที่ทำให้ NUS นำเทคโนโลยีวิจัยล้ำสมัยเข้ามาสำรวจอย่างเต็มรูปแบบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39096 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Bioblitz2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ความร่วมมือนี้นำไปสู่การสำรวจภายใต้ชื่อโปรแกรม ​<strong>&#8216;ไบโอบลิทซ์&#8217; (BioBlitz)</strong> ครั้งแรกในพื้นที่ โครงการพัฒนาดอยตุงฯ เมื่อเดือนตุลาคม 2568 โดยใช้เทคโนโลยีบันทึกเสียงชีวภาพตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง (Bioacoustics) ผสานกับการวิเคราะห์ด้วยการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ที่สามารถจำแนกเสียงนกและค้างคาวได้มากกว่า 30 ชนิด รวมถึงการใช้เทคโนโลยีดีเอ็นเอสิ่งแวดล้อม (Environmental DNA – eDNA) เพื่อตรวจหาร่องรอยพันธุกรรมของสัตว์หายากที่ไม่ปรากฏให้เห็นด้วยตา ข้อมูลทั้งหมดสะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ฟื้นฟู และเป็นหลักฐานสำคัญของการอนุรักษ์ที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน ซึ่งหาได้ไม่มากในภูมิภาคนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39095 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/BioBlitz1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยการสำรวจในครั้งนี้ได้เผยให้เห็นข้อมูลเชิงลึกใหม่ ๆ ว่าความสัมพันธ์ระหว่าง <strong>&#8216;คนกับป่า&#8217;</strong> สามารถหล่อเลี้ยงระบบนิเวศให้อุดมสมบูรณ์ได้อย่างไร ผลการสำรวจไม่เพียงบันทึกความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตจำนวนมาก แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่า <em><strong>การดูแลรักษาป่าของชุมชนมีส่วนสำคัญโดยตรงต่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ</strong></em></p>
<p>ทีมนักวิจัยค้นพบปูน้ำจืดหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งบางชนิดอาจยังไม่เคยถูกบันทึกทางวิทยาศาสตร์มาก่อน โดยแต่ละชนิดพบในลำธารที่แตกต่างกัน แสดงให้เห็นว่าทุกลำน้ำต่างมีระบบนิเวศเฉพาะของตนเอง นอกจากนี้ ยังพบร่องรอยของนาก ซึ่งเป็นสัญญาณของแหล่งน้ำสะอาดและอุดมสมบูรณ์ รวมถึงนกนานาชนิดที่บินอยู่ท่ามกลางผู้คนอย่างไม่หวาดกลัว สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันยาวนานและความไว้วางใจระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ อีกหนึ่งสิ่งที่น่าชื่นใจคือการพบลูกนก &#8216;ชะมดแสมขาว&#8217; (White-rumped Shama) ซึ่งเป็นนกเสียงไพเราะที่ใกล้สูญพันธุ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การพบลูกนกแสดงให้เห็นว่าพื้นที่แห่งนี้ยังคงเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ที่ปลอดภัยและอุดมสมบูรณ์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39097 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/12.นกกางเขนดง-white-rumped-shama.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ขณะเดียวกัน บทบาทของชุมชนท้องถิ่นถือว่าสำคัญกับการสำรวจในครั้งนี้ ด้วยความรู้ลึกซึ้งเกี่ยวกับพื้นที่และพฤติกรรมของสัตว์ป่าจึงช่วยให้นักวิจัยเข้าใจระบบนิเวศได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะการจำแนกพันธุ์สัตว์น้ำและการติดตามร่องรอยต่างๆ อีกทั้งชาวบ้านยังได้ถ่ายทอดเทคนิคการจับปลาและปูแบบดั้งเดิมที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งไม่เพียงช่วยเสริมองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ แต่ยังสะท้อนถึงความกลมกลืนระหว่างผู้คนและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นจิตวิญญาณของ &#8216;ดอยตุง&#8217; อย่างแท้จริง</p>
<p>แม้ผลการสำรวจครั้งแรกจะสะท้อนภาพความอุดมสมบูรณ์อย่างชัดเจน แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระยะยาว <em><strong>มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) จะเดินหน้าต่อยอดเพื่อผลักดันบทบาทของประเทศไทยในเวทีโลกด้านการศึกษาระบบนิเวศภูเขาเขตร้อน</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39098 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/15.แมลงสาบ-blattidae.jpg" alt="" width="450" height="600" /></p>
<p>ปี 2568 จึงเป็นปีที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ก้าวข้ามจากบทบาทผู้ฟื้นฟูพื้นที่ โครงการพัฒนาดอยตุงฯ มาสู่การเป็น &#8216;<strong>ผู้ร่วมขับเคลื่อนด้านความหลากหลายทางชีวภาพระดับชาติ</strong>&#8216; บทบาทที่ตั้งอยู่บนความเชื่อว่าการอนุรักษ์จะเกิดผลได้ก็ต่อเมื่อเกิดความร่วมมือจากหลายภาคส่วน และการทำงานร่วมกับชุมชนคนด่านหน้าเพราะความหลากหลายทางชีวภาพคือทุนทางธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงชีวิตมนุษย์ทุกวัน และการดูแลทุนนี้คือหน้าที่ร่วมกันของทุกคน เพื่อกำหนดอนาคตของโลกที่เราจะส่งต่อให้คนรุ่นหลัง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/mflf-take-mission-to-biodiversity-supporter/">มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เดินหน้าขับเคลื่อน &#8216;ความหลากหลายทางชีวภาพ&#8217; เปิดพื้นที่ดอยตุงและป่าชุมชน เป็นฐานข้อมูลสู่งานวิจัยระดับชาติและระดับโลก สู้วิกฤต Climate Change</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ยกทีมเยือน​ COP30 บราซิล ชู Local Best Practice ​&#8217;ดอยตุงโมเดล&#8217; เชื่อมโยงคน​ ธรรมชาติ และเทคโนโลยี ช่วยดูแลได้ทั้ง Climate และ Nature ​ต้นแบบขับเคลื่อนโลก​สู่ Net Zero อย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/mae-fah-luang-foundation-in-cop30/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Dec 2025 11:03:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Climate and Nature]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Collective Capitalism]]></category>
		<category><![CDATA[COP30]]></category>
		<category><![CDATA[Mae Fah Luang]]></category>
		<category><![CDATA[Mae Fah Luang Foundation]]></category>
		<category><![CDATA[Nature-based Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความหลากหลายทางชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ธนพงศ์ ดวงมณี]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สุภัชญา เตชะชูเชิด]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์]]></category>
		<category><![CDATA[รัมภ์รดา นินนาท]]></category>
		<category><![CDATA[สมิทธิ หาเรือนพืชน์]]></category>
		<category><![CDATA[หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล]]></category>
		<category><![CDATA[แม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38344</guid>

					<description><![CDATA[<p>มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นำทีมผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืน เข้าร่วมการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 30 (COP30) เวทีสำคัญของการกำหนดทิศทางโลกด้าน Climate และ Nature ระหว่างวันที่ 10 ถึง 21 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ณ เมืองเบเล็ง รัฐปารา ประเทศบราซิล โดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในหลายเวทีของ UNFCCC และ Thailand Pavilion พร้อมยกบทเรียนจากโครงการพัฒนาดอยตุงฯ (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงราย และพื้นที่ป่าชุมชนของไทยขึ้นสู่การสนทนาเชิงนโยบายระดับสากล สะท้อนแนวทางการพัฒนาที่เชื่อมโยงคน ชุมชน ธรรมชาติ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม ตอกย้ำบทบาทขององค์กรไทยที่นำประสบการณ์จากพื้นที่จริงไปเชื่อมโยงสู่การออกแบบแนวนโยบายระดับโลก และย้ำว่า การแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศและการอนุรักษ์ธรรมชาติจะเกิดผลอย่างยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อ เริ่มจากคนและชุมชนที่เป็นเจ้าของพื้นที่ คุ้มครองสิทธิในที่ดิน ใช้เทคโนโลยีและกลไกทางการเงินที่โปร่งใสเพื่อเสริมพลัง และเปิดพื้นที่ให้องค์ความรู้จากภาคสนามมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของโลกบนฐานความร่วมมือระหว่างประเทศที่ยั่งยืนและเท่าเทียม หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กล่าวในหลายเวทีสำคัญของการประชุม ทั้ง &#8216;Tokenization: [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/mae-fah-luang-foundation-in-cop30/">มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ยกทีมเยือน​ COP30 บราซิล ชู Local Best Practice ​&#8217;ดอยตุงโมเดล&#8217; เชื่อมโยงคน​ ธรรมชาติ และเทคโนโลยี ช่วยดูแลได้ทั้ง Climate และ Nature ​ต้นแบบขับเคลื่อนโลก​สู่ Net Zero อย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์</strong> โดย <strong>หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล</strong> เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นำทีมผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืน เข้าร่วมการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 30 (COP30) เวทีสำคัญของการกำหนดทิศทางโลกด้าน Climate และ Nature ระหว่างวันที่ 10 ถึง 21 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ณ เมืองเบเล็ง รัฐปารา ประเทศบราซิล</p>
<p><span id="more-38344"></span></p>
<p><strong>โดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ</strong> ได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในหลายเวทีของ UNFCCC และ Thailand Pavilion พร้อมยกบทเรียนจากโครงการพัฒนาดอยตุงฯ (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงราย และพื้นที่ป่าชุมชนของไทยขึ้นสู่การสนทนาเชิงนโยบายระดับสากล สะท้อนแนวทางการพัฒนาที่เชื่อมโยงคน ชุมชน ธรรมชาติ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38346 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/3-Re.jpg" alt="" width="1000" height="668" /></p>
<p>ตอกย้ำบทบาทขององค์กรไทยที่นำประสบการณ์จากพื้นที่จริงไปเชื่อมโยงสู่การออกแบบแนวนโยบายระดับโลก และย้ำว่า การแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศและการอนุรักษ์ธรรมชาติจะเกิดผลอย่างยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อ เริ่มจากคนและชุมชนที่เป็นเจ้าของพื้นที่ คุ้มครองสิทธิในที่ดิน ใช้เทคโนโลยีและกลไกทางการเงินที่โปร่งใสเพื่อเสริมพลัง และเปิดพื้นที่ให้องค์ความรู้จากภาคสนามมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของโลกบนฐานความร่วมมือระหว่างประเทศที่ยั่งยืนและเท่าเทียม</p>
<p><strong>หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ</strong> กล่าวในหลายเวทีสำคัญของการประชุม ทั้ง &#8216;<strong>Tokenization: Decentralizing Carbon Market&#8217; </strong> และ <strong>&#8216;Connecting the Dots from Ground Action to Global Commitments Through High Integrity Climate and Nature Implementation&#8217; </strong>ว่า โลกกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจคาร์บอนสูงไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ซึ่งจะเกิดผลได้จริงก็ต่อเมื่อ <strong>&#8216;คนและชุมชน&#8217;</strong> เป็นศูนย์กลางของการเปลี่ยนผ่าน โดยเน้นย้ำว่า <strong><em>หัวใจของ Climate และ Nature ไม่ใช่เทคโนโลยีหรือกลไกทางการเงิน แต่คือผู้คนแนวหน้าที่อยู่กับป่า ทำเกษตร และดูแลระบบนิเวศ  ส่วนเทคโนโลยีควรถูกใช้เพื่อให้โลกมองเห็นและเคารพในคุณค่าของพวกเขาอย่างเป็นธรรม</em></strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38347 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/4.jpg" alt="" width="1000" height="668" /></p>
<p><em>&#8220;ตลาดคาร์บอนในอนาคตควรเปิดกว้าง โปร่งใส และเข้าถึงได้ในระดับประชาชน โดยเทคโนโลยีอย่าง tokenization และ blockchain จะช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือ ทำให้การซื้อขายคาร์บอนเครดิตเกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ และตรวจสอบได้ว่ามูลค่าที่เกิดขึ้นไหลกลับสู่ชุมชนผู้ดูแลป่าอย่างเป็นธรรม  เพราะสุดท้ายแล้วหากคาร์บอนเครดิตกลายเป็นเพียงสินทรัพย์ในตลาด โดยที่ชุมชนไม่ได้รับประโยชน์ โลกก็จะยังติดอยู่ในระบบเศรษฐกิจที่ไม่เท่าเทียมเช่นเดิม”</em></p>
<p>​ขณะที่มุมในเชิงนโยบาย ได้เสนอให้ภาครัฐพิจารณาปรับบางส่วนของงบประมาณด้านพลังงานหรือการอุดหนุนอุตสาหกรรม ไปสนับสนุนการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นการลงทุนที่มีต้นทุนต่ำกว่าแต่สร้างผลกระทบเชิงบวกได้สูงกว่า พร้อมเน้นแนวคิด <strong>&#8216;Collective Capitalism&#8217;</strong> หรือทุนนิยมที่เห็นคุณค่าร่วมระหว่างคน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม <strong>โดย​ต้องเปลี่ยนวิธีคิดจากการใช้ทุนเพื่อผลกำไร มาเป็นการใช้ทุนเพื่อสร้างคุณค่าให้สังคมและธรรมชาติร่วมกัน</strong></p>
<p><strong>หม่อมหลวงดิศปนัดดา</strong> ยังกล่าวถึงบทบาทของเยาวชน โดยมองว่าเสียงของคนรุ่นใหม่กำลังมีอิทธิพลสูงขึ้น ทั้งในฐานะผู้บริโภคและผู้กำหนดทิศทางเศรษฐกิจ ​ขณะที่เรากำลังตัดสินอนาคตของคนที่ยังไม่เกิด ดังนั้น งานด้านสิ่งแวดล้อมจึงต้องคิดข้ามรุ่น ต้องลงมือทำให้เร็ว และต้องเปิดพื้นที่ให้เยาวชนมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38348 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/6.รัมภ์รดา-นินนาท-หัวหน้าสายงานความยั่งยืน-.jpg" alt="" width="1000" height="750" /></p>
<p>ด้าน <strong>คุณรัมภ์รดา นินนาท หัวหน้าสายงานความยั่งยืน มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ</strong> ร่วมแลกเปลี่ยนในเวที &#8216;Forests, Agriculture and the Green Economy of the Global South&#8217; เพื่อนำเสนอกรณีศึกษาจากโครงการพัฒนาดอยตุงฯ พื้นที่ชายแดนไทยกับเมียนมาที่เคยเผชิญความยากจนและการบุกรุกป่า แต่สามารถฟื้นฟูป่าและสร้างรายได้ให้ชุมชนได้อย่างมั่นคง โดยกล่าวว่า <em>“ดอยตุงพิสูจน์แล้วว่าการฟื้นฟูป่าจะยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อคนในพื้นที่มีทางเลือกทางเศรษฐกิจที่ดีกว่าเดิม และองค์ความรู้จากพื้นที่จริงคือสิ่งที่ประเทศกำลังพัฒนาสามารถแบ่งปันให้โลกได้  รวมทั้ง​ความร่วมมือของประเทศในกลุ่มกำลังพัฒนาเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวจากฐานราก&#8221;​ </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38349 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/8.jpg" alt="" width="1000" height="750" /></p>
<p><strong>คุณสมิทธิ หาเรือนพืชน์ หัวหน้าสายงาน </strong><strong>Nature based Solutions </strong><strong>และโครงการพิเศษมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ</strong> เปิดเผยผ่านเวที &#8216;Market Opportunities and Strategies&#8217; และ &#8216;Case Study of Tropical Forest Conservation&#8217; ว่า ความยั่งยืนเกิดขึ้นได้เมื่อชุมชนมีอาชีพมั่นคง สินค้าเกษตรได้มาตรฐาน สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และมีความร่วมมือระยะยาวกับภาคเอกชน โดยมองว่า หากต้องการ​​ให้ป่าอยู่ได้ยาวนาน ต้องทำให้คนที่อยู่กับป่ามองเห็นอนาคตของตัวเองได้ยาวไม่แพ้กัน พร้อมเสนอการใช้ข้อมูลจากดาวเทียมและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสร้างความโปร่งใสในการจัดการไฟป่าและโครงการคาร์บอนเครดิตของชุมชน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38350 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/9.ดร.ธนพงศ์-ดวงมณี-กลาง.jpg" alt="" width="1000" height="668" /></p>
<p><strong>ดร.ธนพงศ์ ดวงมณี ผู้อำนวยการด้านนโยบายสิ่งแวดล้อม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ</strong> ร่วมแลกเปลี่ยนในเวที &#8216;Carbon Accounting 2.0: Accelerating Transparency and Trust on the Road to Net Zero 2050&#8217; โดยชี้ให้เห็นว่า การทำ Carbon Accounting ที่เชื่อถือได้ต้องอาศัยข้อมูลจากพื้นที่จริงและการมีส่วนร่วมของชุมชน เพราะหากระบบบัญชีคาร์บอนเริ่มต้นโดยไม่มีเสียงและข้อมูลจากพื้นที่จริง ต่อให้แบบจำลองซับซ้อนเพียงใดก็สร้างความเชื่อมั่นไม่ได้ พร้อมอธิบายว่า การเชื่อมโยงข้อมูลระดับชุมชนเข้ากับมาตรฐานระดับประเทศจะช่วยยกระดับความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของกลไก Carbon Accounting ของไทยบนเส้นทาง Net Zero</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38351 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/11.ดร.สุภัชญา-เตชะชูเชิด-ซ้ายสุด.jpg" alt="" width="1000" height="667" /></p>
<p>ปิดท้ายด้วย <strong>ดร.สุภัชญา เตชะชูเชิด ผู้เชี่ยวชาญด้าน Nature based Solutions มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ</strong> เข้าร่วมเวที &#8216;Local Experiences in Land Regularization for the Promotion of Sustainable Development&#8217; โดยย้ำว่าสิทธิในที่ดินคือ &#8216;กระดุมเม็ดแรก&#8217; ของการพัฒนา หากไม่จัดการให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ชุมชนจะขาดความมั่นคงและไม่สามารถวางแผนระยะยาวได้ ดังนั้น การคุยเรื่อง Climate และ Nature โดยไม่คุยเรื่องสิทธิในที่ดิน เท่ากับเรายังไม่ได้ติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูก​​ พร้อมยกตัวอย่างแนวทาง​โครงการพัฒนาดอยตุงฯ ที่โมเดลความสำเร็จ เกิดขึ้นจากการทำข้อตกลงร่วมกับชุมชนเพื่อแบ่งเขตป่าและพื้นที่ทำกิน ช่วยให้ชาวบ้านวางแผนปลูกพืชระยะยาวและใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38352 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/13-RE.jpg" alt="" width="750" height="1000" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/mae-fah-luang-foundation-in-cop30/">มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ยกทีมเยือน​ COP30 บราซิล ชู Local Best Practice ​&#8217;ดอยตุงโมเดล&#8217; เชื่อมโยงคน​ ธรรมชาติ และเทคโนโลยี ช่วยดูแลได้ทั้ง Climate และ Nature ​ต้นแบบขับเคลื่อนโลก​สู่ Net Zero อย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title> MFLF Sustainability Forum 2025  &#8216;วิกฤตโลก ทางออกไทย&#8217; มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ระดมความคิด นำเสนอทางออกยั่งยืนให้ประเทศ ท่ามกลางวิกฤตโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Sep 2025 07:13:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[biodiversity credit]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Global Challenges  Local Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[MFLF]]></category>
		<category><![CDATA[MFLF Sustainability Forum 2025]]></category>
		<category><![CDATA[nature credit]]></category>
		<category><![CDATA[Nature-based Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุนด้านความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คนและธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตโลก ทางออกไทย]]></category>
		<category><![CDATA[หม่อมหลวง ดิศปนัดดา ดิศกุล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36640</guid>

					<description><![CDATA[<p>มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงาน MFLF Sustainability Forum 2025 ภายใต้แนวคิด &#8216;วิกฤตโลก ทางออกไทย&#8217; (Global Challenges, Local Solutions at Scale) โดยมี ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ ประธานกรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ  หม่อมหลวง ดิศปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารมูลนิธิฯ ตลอดจนผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง เวทีครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ระดมความคิดและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เชิงปฏิบัติด้านความยั่งยืน โดยชี้ให้เห็น ทั้งความท้าทายและโอกาสของประเทศไทยในการก้าวข้ามวิกฤตสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจโลก ผ่านการผสานความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน และชุมชน  ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า โลกและไทยเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งความขัดแย้งทางการเมือง การค้า และกฎระเบียบสากลที่เข้มขึ้น ขณะเดียวกันวิกฤตสิ่งแวดล้อม เช่น การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและไฟป่ากว่า 42 ล้านไร่ทั่วโลก กดดันเศรษฐกิจฐานรากของไทย แม้ป่าไม้ในประเทศลดลงช้ากว่าหลายภูมิภาค แต่หากไม่มีมาตรการเชิงรุกจะปรับตัวไม่ทัน &#8220;รายงาน IPCC ชี้ว่าการดำเนินงานด้านการเงินและการเชื่อมโยงชุมชนยังไม่พอ ​การแก้ปัญหาต้องอาศัยความร่วมมือทุกภาคส่วน ​ เช่น การขับเคลื่อนของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ​เป็นกรณีศึกษาว่า การอนุรักษ์ต้องควบคู่การใช้ประโยชน์และแบ่งปันผลลัพธ์อย่างเป็นธรรม ด้านการค้า มาตรการ CBAM และ EUDR ของสหภาพยุโรป จะกระทบสินค้าส่งออกและรายได้ของประเทศ ส่วนตลาดคาร์บอนในไทยยังอ่อน จำเป็นต้องเชื่อมโยง T-VER กับภาคบังคับ และผลักดันร่าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025/"> MFLF Sustainability Forum 2025  &#8216;วิกฤตโลก ทางออกไทย&#8217; มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ระดมความคิด นำเสนอทางออกยั่งยืนให้ประเทศ ท่ามกลางวิกฤตโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง</strong><strong> </strong><strong>ในพระบรมราชูปถัมภ์</strong> จัดงาน <strong>MFLF</strong><strong> </strong><strong>Sustainability</strong><strong> </strong><strong>Forum</strong><strong> </strong><strong>2025</strong> ภายใต้แนวคิด &#8216;<strong>วิกฤตโลก</strong><strong> </strong><strong>ทางออกไทย&#8217;</strong> (Global Challenges, Local Solutions at Scale) โดยมี <strong>ท่านผู้หญิงบุตรี </strong><strong>วีระไวทยะ</strong> ประธานกรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เป็นประธานในพิธีเปิด</p>
<p><span id="more-36640"></span></p>
<p>พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ  <strong>หม่อมหลวง</strong><strong> </strong><strong>ดิศปนัดดา</strong><strong> </strong><strong>ดิศกุล</strong><strong> </strong>เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารมูลนิธิฯ ตลอดจนผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36641 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>เวทีครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ระดมความคิดและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เชิงปฏิบัติด้านความยั่งยืน โดยชี้ให้เห็น ทั้งความท้าทายและโอกาสของประเทศไทยในการก้าวข้ามวิกฤตสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจโลก ผ่านการผสานความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน และชุมชน</p>
<p><strong> </strong><strong>ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช </strong>อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า โลกและไทยเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งความขัดแย้งทางการเมือง การค้า และกฎระเบียบสากลที่เข้มขึ้น ขณะเดียวกันวิกฤตสิ่งแวดล้อม เช่น การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและไฟป่ากว่า 42 ล้านไร่ทั่วโลก กดดันเศรษฐกิจฐานรากของไทย แม้ป่าไม้ในประเทศลดลงช้ากว่าหลายภูมิภาค แต่หากไม่มีมาตรการเชิงรุกจะปรับตัวไม่ทัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36643 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/4-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;รายงาน IPCC ชี้ว่าการดำเนินงานด้านการเงินและการเชื่อมโยงชุมชนยังไม่พอ ​การแก้ปัญหาต้องอาศัยความร่วมมือทุกภาคส่วน ​ เช่น การขับเคลื่อนของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ​เป็นกรณีศึกษาว่า การอนุรักษ์ต้องควบคู่การใช้ประโยชน์และแบ่งปันผลลัพธ์อย่างเป็นธรรม ด้านการค้า มาตรการ CBAM และ EUDR ของสหภาพยุโรป จะกระทบสินค้าส่งออกและรายได้ของประเทศ ส่วนตลาดคาร์บอนในไทยยังอ่อน จำเป็นต้องเชื่อมโยง T-VER กับภาคบังคับ และผลักดันร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป้าหมายสำคัญคือสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน ออกกฎหมายและกองทุนภูมิอากาศเชื่อมตลาดคาร์บอนกับภาคบังคับ และกระจายประโยชน์สู่ประชาชน เพื่อให้ไทยก้าวสู่ net zero ปี 2050 ได้อย่างมั่นคง&#8221;</em></p>
<p><strong>หม่อมหลวงดิศปนัดดา</strong><strong> </strong><strong>ดิศกุล</strong> เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กล่าวถึงบทบาทสำคัญของชุมชนและทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนความยั่งยืน โดยชี้ให้เห็นว่าการส่งมอบคาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชนในวันนี้เกินกว่าเป้าหมายที่คาดไว้ถึง 4 เท่า สะท้อนผลลัพธ์จากการทำงานหนักและความร่วมมือของชุมชน พร้อมเน้นว่าการอนุรักษ์และการป้องกันจะเกิดผลอย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อทุกคนได้รับประโยชน์ร่วมกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36642 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/1-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;ประเด็นสำคัญที่ควรคำนึงถึงในการขับเคลื่อนคือ การทำแบบ ​BAU (Business As Usual) ไม่เพียงพอ การทำงานต่อไปต้องลงลึกกว่าการทำงานแบบเดิม และไม่มองเพียงมิติสิ่งแวดล้อม แต่ต้องครอบคลุมถึงความผาสุกโดยรวม รวมถึงเรื่อง well-being ซึ่งมีธรรมชาติอยู่ในนั้นด้วย นอกจากนี้ควรคว้าโอกาสจากปัญหา เราพร้อมหรือยังที่จะลงทุนด้าน nature credits เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืน ขณะเดียวกันต้องพิสูจน์ด้วยผลลัพธ์จริง อย่างโครงการคาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชนแสดงให้เห็นแล้วว่าความสำเร็จเกิดขึ้นได้จริงเมื่อทุกฝ่ายให้ความสำคัญและร่วมมือกัน รวมถึงต้องมองระยะยาวแบบข้ามรุ่น เพราะความยั่งยืนไม่ใช่เพียง 10–15 ปี แต่ต้องมองไปถึงรุ่นถัดไปที่อาจได้รับผลกระทบ&#8221;</em></p>
<p>ทั้งนี้ เศรษฐกิจและความยั่งยืนจึงเป็นเรื่องเดียวกัน และต้องหากฎเกณฑ์ใหม่ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริง และป้องกันไม่ให้ธุรกิจเข้าไปครอบงำการพัฒนาที่ควรเป็นของชุมชน โดยภาคการเกษตรคือหัวใจ หากเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาคการเกษตรจะสามารถสร้างและกระจายรายได้ในวงกว้าง เนื่องจาก supply chain ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในประเทศเรา และที่สำคัญทุกภาคส่วนต้องคำนึงถึง cost of action และ cost of inaction ว่าการลงมือหรือการเพิกเฉยจะส่งผลต่ออนาคตอย่างไร</p>
<p>ภายในงาน ยังมีเสวนาหลัก 3 ช่วง ได้แก่  ช่วงที่ 1<strong> &#8216;วิกฤตโลก ทางออกไทย&#8217; </strong> ช่วงที่ 2<strong> &#8216;กุญแจสู่การอยู่รอดของคนและธรรมชาติ&#8217;</strong> พร้อมเสวนาพิเศษในช่วงที่ 3 โดยตัวแทนชุมชนและตัวแทนจากภาคเอกชน สะท้อน<strong>ความสัมพันธ์ของคนกับป่า และบทบาทของภาคเอกชน</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36652 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ช่วงที่</strong><strong> </strong><strong>1 </strong><strong>วิกฤตโลก</strong><strong> </strong><strong>ทางออกไทย</strong></p>
<p>ผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ ​ <strong>คุณปิยะชาติ</strong><strong> </strong><strong>อิศรภักดี</strong> ประธานร่วม  BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST) <strong>ดร.</strong><strong> </strong><strong>กรินทร์</strong><strong> </strong><strong>บุญเลิศวณิชย์</strong> รองผู้จัดการใหญ่  ธนาคารกสิกรไทย และ <strong>ดร.</strong><strong> </strong><strong>สุภัชญา</strong><strong> </strong><strong>เตชะชูเชิด</strong> ผู้เชี่ยวชาญด้าน Nature based Solutions มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ โดยสะท้อนภาพรวมของโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม จนหลายคนมองว่าการขับเคลื่อนความยั่งยืนขัดกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ</p>
<p>เนื้อหาในการพูดคุยชี้ให้เห็นว่าความยั่งยืนและการพัฒนาเศรษฐกิจที่สามารถเดินไปด้วยกันได้ หากสามารถรักษาความสมดุล​ระหว่างผลกำไรกับผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ทุกภาคส่วนต้องปรับตัวและมองโอกาสจากการลงทุนสีเขียวเพื่อสร้าง S curve ใหม่ ลดต้นทุนของการไม่ทำ และใช้กลไก  Public Private Partnership (PPP) กับระบบนิเวศที่เอื้อให้ภาคธุรกิจและชุมชนมีส่วนร่วม</p>
<p>นอกจากนี้ยังเน้นว่าการบริหารจัดการทรัพยากรควรเริ่มจากการกระจายอำนาจสู่ชุมชน คิดเชิงป้องกันมากกว่ารอแก้ไข และเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในมิติกว้าง ทั้งหมดนี้คือแนวทางที่จะช่วยให้ประเทศไทยก้าวข้ามวิกฤตโลกไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36645 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/7.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>ช่วงที่</strong><strong> </strong><strong>2 </strong><strong>กุญแจสู่การอยู่รอดของคนและธรรมชาติ</strong></p>
<p>ผู้ร่วมเสวนาได้แก่ <strong>คุณณกรณ์</strong><strong> </strong><strong>ตรรกวิรพัท</strong> ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) <strong>คุณทวิโรจน์</strong><strong> </strong><strong>ทรงกำพล</strong> ประธานเจ้าหน้าที่สายกลยุทธ์องค์กร  บริษัท การบินไทย จำกัด  (มหาชน) <strong>คุณนิรันดร์</strong><strong>  </strong><strong>นิรันดร์นุต </strong>Country Project Manager, UNDP BIOFIN และ <strong>คุณสมิทธิ</strong><strong> </strong><strong>หาเรือนพืชน์</strong> หัวหน้าสายงาน  Nature based Solutions  มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ  เนื้อหาสะท้อนบทบาทสำคัญของภาคป่าไม้ต่อเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ รวมถึงความจำเป็นของคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงและเครื่องมือทางการเงินเพื่อความยั่งยืนในฐานะตัวเชื่อมมนุษย์ คาร์บอน และสิ่งแวดล้อม จึงต้องเร่งรักษาและขยายพื้นที่สีเขียวที่ไม่ใช่เพียงเป็นป่าไม้ แต่เป็นพื้นที่เขียวที่มีระบบนิเวศน์สมบูรณ์ โดยเฉพาะป่าชุมชนที่สอดคล้องกับ SDGs และเป้าหมาย Net Zero</p>
<p>ขณะเดียวกัน การลงทุนนวัตกรรมทางการเงิน เช่น  blended finance  และการกำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจน จะเปิดโอกาสสร้างผลลัพธ์หลายด้าน ทั้งลดก๊าซเรือนกระจก รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ และยกระดับชีวิตชุมชน พร้อมส่งเสริมให้ธุรกิจผนวกประเด็นสังคมและสิ่งแวดล้อมเข้ากับกลยุทธ์สร้างมูลค่า</p>
<p>โครงการป่าชุมชนจึงถูกยกเป็นตัวอย่างความสำเร็จของคาร์บอนเครดิตที่มีมาตรฐานสูงและการมีส่วนร่วมของชุมชน และยังเป็นสะพานไปสู่นวัตกรรมการเงินใหม่ๆ เช่น  Biodiversity Credit  และ  Nature Credit ที่กระจายโอกาสการพัฒนาไปยังพื้นที่ชนบท ทำให้การลงทุนด้านความยั่งยืนกลายเป็นทั้งโอกาสทางธุรกิจ และกุญแจสู่การอยู่รอดของทั้งคนและธรรมชาติก็คือการรักษา และเพิ่มปริมาณความหลากหลายทางชีวภาพที่โลกกำลังสูญเสียไปอย่างมากให้กลับคืนมาเพื่อความอยู่รอดของคนรุ่นต่อๆไป เพราะถ้าคนไม่รอด ป่าไม่รอด ธุรกิจก็ไม่รอด<strong> </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36648 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/15.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ช่วงที่</strong><strong> </strong><strong>3 </strong><strong>เสวนาพิเศษ</strong> โดยมี <strong>คุณวิชัย</strong><strong> </strong><strong>เป็งเรือน</strong> ผู้ใหญ่บ้านต้นผึ้งและประธานเครือข่ายป่าชุมชน จังหวัดเชียงใหม่ <strong>คุณทอน</strong><strong> </strong><strong>ใจดี</strong> ประธานเครือข่ายป่าชุมชนจังหวัดพะเยา และตัวแทนภาคธุรกิจ <strong>ไพบูล</strong><strong> </strong><strong>ตันกูล</strong><strong> </strong>ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ หุ้นส่วนและกรรมการบริษัท PwC Thailand ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงของชุมชนที่ร่วมโครงการป่าชุมชน</p>
<p>โดยย้ำว่าการดูแลป่าอย่างเป็นระบบช่วยให้คนกับธรรมชาติเกื้อกูลกันในทุกมิติ ชุมชนทั้งที่แม่โป่งและบ้านปี้มีคณะกรรมการและชาวบ้านทุกช่วงวัยร่วมกันวางกฎระเบียบ ใช้ประโยชน์และดูแลป่าอย่างยั่งยืน จัดการแหล่งน้ำและเชื้อเพลิง ลดไฟป่า และต่อยอดเป็นอาชีพเสริม เช่น ทำจานใบไม้ ไม้กวาด น้ำผึ้ง และการท่องเที่ยวชุมชนจนเกิดกองทุนและเครือข่ายปลอดการเผา</p>
<p>พร้อมทั้งเปิดพื้นที่เป็นแหล่งศึกษาและถ่ายทอดความรู้ให้ชุมชนอื่นด้านภาคเอกชนมองว่าโครงการนี้ตอบโจทย์ทั้งเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศและการลงทุนด้านความยั่งยืน  จึงเข้ามาสนับสนุนและให้คำปรึกษาด้านการตรวจติดตามการเงิน เพื่อเสริมสร้างคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงที่สะท้อนประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง</p>
<p>อีกวาระสำคัญภายในงาน คือพิธีส่งมอบคาร์บอนเครดิตจำนวน 43,123 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO₂e) ซึ่งถือเป็นปริมาณคาร์บอนเครดิตจากโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าที่มากที่สุดที่เคยมีการส่งมอบในประเทศไทย จากโครงการ &#8216;คุณดูแลป่า เราดูแลคุณ : การจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน&#8217; ที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี  2564  ครอบคลุม 12 โครงการ ใน 4 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และพะเยา โดยส่งมอบให้แก่ 7 องค์กรเอกชน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36647 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/10.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ความสำเร็จนี้อาศัยความร่วมมือจาก 14 หน่วยงานและเครือข่ายป่าชุมชน และตั้งอยู่บนรากฐาน &#8216;ปลูกป่า ปลูกคน&#8217; ที่มูลนิธิฯ สานต่อร่วมกับกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และภาคเอกชนกว่า 30 ราย ฟื้นฟูป่าชุมชนแล้วกว่า  250,000  ไร่ ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมพร้อมส่งเสริมศักยภาพชุมชนในการรักษาป่าและเพิ่มการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน การฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่า ตลอดจนการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ</p>
<p>การจัดงาน <strong>MFLF Sustainability Forum 2025</strong> ครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นเวทีแห่งปีในการระดมความคิดและความร่วมมือ และร่วมหาทางออกด้านความยั่งยืน แต่ยังสะท้อนพันธกิจระยะยาวของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ที่จะยืนหยัดเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่เศรษฐกิจที่แข่งขันได้บนฐานความยั่งยืน โดยมีทั้งเวทีนี้และกิจกรรมอื่นๆ เป็นกลไกสำคัญที่จะผลักดันให้ &#8216;ความยั่งยืน&#8217; กลายเป็นพลังขับเคลื่อนจริงในระดับบุคคล องค์กร และประเทศ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025/"> MFLF Sustainability Forum 2025  &#8216;วิกฤตโลก ทางออกไทย&#8217; มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ระดมความคิด นำเสนอทางออกยั่งยืนให้ประเทศ ท่ามกลางวิกฤตโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บางกอกเคเบิ้ล จับมือ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง สนับสนุนการดูแลป้องกันพื้นที่ป่า 6,000 ไร่ เพิ่มพูนการกักเก็บคาร์บอน พร้อมตะลุยติดตั้งโซลาร์เซลล์-พัฒนาศูนย์การเรียนรู้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/03/bangkok-cable-join-mae-fah-laung-foundation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Mar 2025 05:45:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Cable]]></category>
		<category><![CDATA[BCC]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Offset]]></category>
		<category><![CDATA[Mae Fah Luang]]></category>
		<category><![CDATA[Mae Fah Luang Fonudation]]></category>
		<category><![CDATA[Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Science Fair]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจสายไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บางกอกเคเบิ้ล]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกป่า]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[พงศภัค นครศรี]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[สายเคเบิล]]></category>
		<category><![CDATA[แม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32163</guid>

					<description><![CDATA[<p>“บางกอกเคเบิ้ล” จับมือ “มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง” เข้าร่วมโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน สนับสนุนงบประมาณกว่า 17 ล้าน ดูแลพื้นที่ป่า 6,000 ไร่ ป้องกันป่าเสื่อมโทรม-เพิ่มพูนการกักเก็บคาร์บอน หวังลดคาร์บอนมากกว่า 5,400 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า พร้อมมอบเงินพิเศษเพิ่มอีก 1 ล้าน ตะลุยอีก 4 โครงการย่อย ติดตั้งโซลาร์เซลล์ในโรงเรียน-จัดนิทรรศการวิทยาศาสตร์-พัฒนาศูนย์เด็กใฝ่ดี-รับรองปริมาณคาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชน ตอกย้ำแนวคิดเซฟคน-เซฟเมือง-เซฟสิ่งแวดล้อม นายพงศภัค นครศรี ประธานเจ้าหน้าที่สายงานขายและการตลาด บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด หรือ Bangkok Cable (BCC) ผู้นำด้านการผลิตและพัฒนาสายไฟฟ้าและสายเคเบิลชั้นนำของประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทได้ลงนามในสัญญาความร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยร่วมสนับสนุนงบประมาณกว่า 17 ล้านบาท สำหรับการดูแลพื้นที่ป่ากว่า 6,000 ไร่ เพื่อป้องกันไม่ให้พื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ป้องกันการตัดไม้ทำลายป่า ลดปัญหาการเกิดไฟป่า และเพิ่มพูนการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ป่า ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Green House Gas) บรรเทาปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม “เราเป็นองค์กรที่มีความมุ่งมั่นในการเซฟคน เซฟเมือง เซฟสิ่งแวดล้อม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/bangkok-cable-join-mae-fah-laung-foundation/">บางกอกเคเบิ้ล จับมือ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง สนับสนุนการดูแลป้องกันพื้นที่ป่า 6,000 ไร่ เพิ่มพูนการกักเก็บคาร์บอน พร้อมตะลุยติดตั้งโซลาร์เซลล์-พัฒนาศูนย์การเรียนรู้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“บางกอกเคเบิ้ล”</strong> จับมือ<strong> “มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง” เ</strong>ข้าร่วมโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน สนับสนุนงบประมาณกว่า 17 ล้าน ดูแลพื้นที่ป่า 6,000 ไร่ ป้องกันป่าเสื่อมโทรม-เพิ่มพูนการกักเก็บคาร์บอน หวังลดคาร์บอนมากกว่า 5,400 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า พร้อมมอบเงินพิเศษเพิ่มอีก 1 ล้าน ตะลุยอีก 4 โครงการย่อย ติดตั้งโซลาร์เซลล์ในโรงเรียน-จัดนิทรรศการวิทยาศาสตร์-พัฒนาศูนย์เด็กใฝ่ดี-รับรองปริมาณคาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชน ตอกย้ำแนวคิดเซฟคน-เซฟเมือง-เซฟสิ่งแวดล้อม</p>
<p><span id="more-32163"></span></p>
<p><strong>นายพงศภัค นครศรี</strong> ประธานเจ้าหน้าที่สายงานขายและการตลาด บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด หรือ Bangkok Cable (BCC) ผู้นำด้านการผลิตและพัฒนาสายไฟฟ้าและสายเคเบิลชั้นนำของประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทได้ลงนามในสัญญาความร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยร่วมสนับสนุนงบประมาณกว่า 17 ล้านบาท สำหรับการดูแลพื้นที่ป่ากว่า 6,000 ไร่ เพื่อป้องกันไม่ให้พื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ป้องกันการตัดไม้ทำลายป่า ลดปัญหาการเกิดไฟป่า และเพิ่มพูนการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ป่า ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Green House Gas) บรรเทาปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32189 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/S__18940184.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“เราเป็นองค์กรที่มีความมุ่งมั่นในการเซฟคน เซฟเมือง เซฟสิ่งแวดล้อม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ถือเป็นตัวกลางที่ช่วยเชื่อมเราให้เข้าถึงชุมชนที่ใช้ชีวิตอยู่กับป่า เป็นผู้ดูแลป่า เชื่อมให้เราสามารถร่วมสนับสนุนบุคลากรที่มีส่วนสำคัญตั้งแต่รากฐานในการดูแล ป้องกัน และบรรเทาปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น เรามุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการนี้จะช่วยให้ประเทศไทยมีผืนป่าที่ได้รับการดูแลอย่างยั่งยืน มีส่วนร่วมในการบรรเทาปัญหาภาวะโลกร้อนต่อไป” นายพงศภัค กล่าว</p>
<p>สำหรับโครงการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นโครงการภายใต้ความร่วมมือระหว่างมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และภาคีภาครัฐและเอกชน อาทิ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการรับมือกับภาวะโลกร้อนหรือโลกรวน รวมทั้งไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือฝุ่น PM 2.5 ซึ่งมีสาเหตุสำคัญจากการเผาไหม้เครื่องจักร โดยเฉพาะเครื่องยนต์ และฝุ่นควันจากไฟป่า ปัจจุบัน มีพื้นที่ป่าภายใต้ความดูแลของโครงการครอบคลุมพื้นที่ 10 จังหวัด รวม 147,037 ไร่ 120 ชุมชน โดย บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด ถือเป็นสมาชิกรายล่าสุดภายใต้ความร่วมมือนี้ และคาดว่าจะมีส่วนช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์อย่างน้อย 5,400 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ในช่วง 3 ปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32188 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/S__18940177.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายพงศภัค</strong> กล่าวอีกว่า นอกเหนือจากการสนับสนุนมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯภายใต้โครงการดังกล่าวแล้ว บริษัทยังได้บริจาคเงินเพิ่มเติมอีก 1 ล้านบาทให้แก่มูลนิธิ เพื่อดำเนินงานในอีก 4 โครงการย่อย ได้แก่ 1.โครงการติดตั้งโซลาร์เซลล์สำหรับโรงเรียนบ้านขาแหย่งพัฒนา จ.เชียงราย เพื่อช่วยส่งเสริมการเข้าถึงพลังงานสะอาดในพื้นที่ชนบท 2.โครงการ Science Fair ให้เยาวชนดอยตุงได้เรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เพื่อเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้และแรงบันดาลใจในการเติบโตสู่อนาคต 3.โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงราย สนับสนุน “ศูนย์เด็กใฝ่ดี” เพื่อส่งเสริมพัฒนาการและคุณภาพชีวิตที่ดีของเด็กและเยาวชน และ 4.โครงการสนับสนุนการรับรองปริมาณ Carbon Credit จากป่าชุมชน เพื่อส่งเสริมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม</p>
<p>“บางกอกเคเบิ้ล เป็นองค์กรของคนสายวิทย์ พนักงานจำนวนมากของเราเป็นวิศวกร เป็นนักเคมี เป็นช่าง และวันนี้เราไม่ได้ทำแค่สายไฟฟ้า แต่เราพยายามขับเคลื่อนทิศทางองค์กรไปสู่การใช้พลังงานสะอาด ทั้งโซลาร์เซลล์ EV Charger เราจึงอยากเข้าไปมีส่วนร่วมสนับสนุนโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาด การพัฒนาเด็กและเยาวชนด้านวิทยาศาสตร์ ตลอดจนการดูแลสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างยั่งยืน ผ่านการนำร่องสนับสนุนใน 4 โครงการนี้” นายพงศภัค กล่าว</p>
<p>ทั้งนี้ บริษัทจะยังคงมุ่งหน้าขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิด เซฟคน เซฟเมือง เซฟสิ่งแวดล้อม อย่างต่อเนื่อง รวมถึงอาจพิจารณาสร้างความร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯและองค์กรอื่นๆ ในโครงการที่มีส่วนสำคัญในการเซฟคน เซฟเมือง เซฟสิ่งแวดล้อม เพิ่มเติมในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32190 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/S__18940180-Re.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>สำหรับ บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด หรือ Bangkok Cable (BCC) เป็นผู้นำด้านการผลิตและพัฒนาสายไฟฟ้าและสายเคเบิลชั้นนำของประเทศไทย ก่อตั้งในปี พ.ศ.2507 ให้บริการครอบคลุม 7 กลุ่มการใช้งาน ได้แก่ 1.ระบบผลิตและส่งพลังงานไฟฟ้า (Transmission) 2.ระบบจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า (Distribution) 3.ระบบไฟฟ้าภายในบ้านพักและอาคาร (Construction and Building) 4.ระบบขนส่งและคมนาคม (Transportation and Mobility) 5.ระบบไฟฟ้าในโรงงาน และภาคอุตสาหกรรม (Industrial) 6.พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) และ 7.ระบบไฟฟ้าในรถยนต์ (Automotive) เพื่อสร้างความปลอดภัยและขับเคลื่อนเมืองสู่อนาคต ปัจจุบัน มีลูกค้าโครงการขนาดใหญ่ของทั้งภาครัฐและเอกชนจำนวนมากที่ใช้สายไฟฟ้าของบางกอกเคเบิ้ล อาทิ โครงการวัน แบงค็อก (One Bangkok) สนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 2 โครงการสายไฟฟ้าใต้ดิน รถไฟฟ้าสายสีชมพู โครงการรถไฟทางคู่สายตะวันออก และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบลอยน้ำ เขื่อนอุบลรัตน์ นอกจากนี้ บริษัท มีส่วนสนับสนุนโครงการ ASEAN Power Grid โดยเฉพาะโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนหลวงพระบาง (Luang Prabang Hydropower Project) ในประเทศลาว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/bangkok-cable-join-mae-fah-laung-foundation/">บางกอกเคเบิ้ล จับมือ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง สนับสนุนการดูแลป้องกันพื้นที่ป่า 6,000 ไร่ เพิ่มพูนการกักเก็บคาร์บอน พร้อมตะลุยติดตั้งโซลาร์เซลล์-พัฒนาศูนย์การเรียนรู้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;ดอยตุง (DoiTung)&#8217; พลิกนิยามผ้าทอมือไทย ชูคุณค่าแฟชั่นงานคราฟต์เพื่อคนรุ่นใหม่ ผ่านคอลเลคชั่น  Autumn / Winter 2023</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/01/doitung-new-collection-redefines-thai-handwoven-fabric/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 28 Jan 2024 11:46:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[An Enterprise For A Better World]]></category>
		<category><![CDATA[Creative Design]]></category>
		<category><![CDATA[DEmark]]></category>
		<category><![CDATA[Design Excellence Award]]></category>
		<category><![CDATA[DoiTung]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[Everyday]]></category>
		<category><![CDATA[fashion]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Reduce]]></category>
		<category><![CDATA[Repair]]></category>
		<category><![CDATA[Reuse]]></category>
		<category><![CDATA[Social Enterprise]]></category>
		<category><![CDATA[Upcycle]]></category>
		<category><![CDATA[Young Designer]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ดอยตุง]]></category>
		<category><![CDATA[ดีไซเนอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ผ้าทอมือ]]></category>
		<category><![CDATA[ผ้าไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23668</guid>

					<description><![CDATA[<p>ขึ้นชื่อว่า “ผ้าทอมือ” ในสายตาของคนรุ่นใหม่ คงมีเพียงน้อยคนนักที่จะเลือกหยิบมาสวมใส่ในชีวิตประจำวัน นี่คือภารกิจท้าทายครั้งสำคัญที่ ดอยตุง (DoiTung) มุ่งมั่นจะก้าวข้ามให้สำเร็จ พร้อมฉีกกฎเกณฑ์ของผ้าทอไทยให้หลุดจากภาพจำเดิมๆ เพื่อพลิกนิยามของงานหัตถกรรมฝีมือที่เต็มไปด้วยคุณค่าและเรื่องราวนี้ให้กลายเป็นไอเทมแฟชั่นที่จับต้องได้ สามารถนำมามิกซ์แอนด์แมทช์ได้​กับทุกลุค ทุกโอกาส ด้วยลวดลาย รูปทรง และลูกเล่นฟังก์ชั่นต่างๆ ที่แบรนด์ตั้งใจออกแบบให้เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร พร้อมสะท้อนตัวตน​ผู้สวมใส่ให้ออกมามีเสน่ห์สะดุดตา ล่าสุดเปิดเสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่ในกลุ่ม “Everyday” คอลเลคชั่น​ Autumn/Winter 2023 เพื่อตอกย้ำจุดยืนและความตั้งใจที่จะเปลี่ยนมุมมองรวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีต่อผ้าทอมือไทยอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดการเดินทางกว่าสามทศวรรษที่ผ่านมา แบรนด์ดอยตุง​ ยืนหยัดในฐานะธุรกิจเพื่อสังคม ภายใต้การดำเนินงานของ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยสินค้าดอยตุงในหมวดเสื้อผ้าและหัตถกรรม​เป็นกำลังสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมผ้าทอไทยให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ทั้ง​ในประเทศและทั่วทุกมุมโลก พร้อมมุ่งหวังจะเป็น “An Enterprise For A Better World” หรือธุรกิจที่ทำให้โลกดีขึ้น ด้วยโจทย์ตั้งต้นง่ายๆ ว่า “ชาวบ้านได้อะไร สังคมได้อะไร และสิ่งแวดล้อมได้อะไร” นอกจาก​ฝึกฝนทักษะอาชีพเพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีให้ชุมชนชาวเขาแล้ว ดอยตุงยังตั้งปณิธานที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม​ในทุกกระบวนการ ในฐานะแบรนด์ที่มีความรับผิดชอบต่อผลประโยชน์ของส่วนรวม โดยยึดหลักการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมจำกัดการใช้สารเคมีให้น้อยที่สุด และใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่าเพื่อไม่ให้มีส่วนใดเหลือทิ้ง (Zero Waste) ด้วยวิธีการลด (Reduce) การใช้ซ้ำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/doitung-new-collection-redefines-thai-handwoven-fabric/">&#8216;ดอยตุง (DoiTung)&#8217; พลิกนิยามผ้าทอมือไทย ชูคุณค่าแฟชั่นงานคราฟต์เพื่อคนรุ่นใหม่ ผ่านคอลเลคชั่น  Autumn / Winter 2023</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ขึ้นชื่อว่า <strong>“ผ้าทอมือ”</strong> ในสายตาของคนรุ่นใหม่ คงมีเพียงน้อยคนนักที่จะเลือกหยิบมาสวมใส่ในชีวิตประจำวัน นี่คือภารกิจท้าทายครั้งสำคัญที่ <strong>ดอยตุง (</strong><strong>DoiTung</strong><strong>)</strong> มุ่งมั่นจะก้าวข้ามให้สำเร็จ</p>
<p><span id="more-23668"></span></p>
<p>พร้อมฉีกกฎเกณฑ์ของผ้าทอไทยให้หลุดจากภาพจำเดิมๆ เพื่อพลิกนิยามของงานหัตถกรรมฝีมือที่เต็มไปด้วยคุณค่าและเรื่องราวนี้ให้กลายเป็นไอเทมแฟชั่นที่จับต้องได้ สามารถนำมามิกซ์แอนด์แมทช์ได้​กับทุกลุค ทุกโอกาส ด้วยลวดลาย รูปทรง และลูกเล่นฟังก์ชั่นต่างๆ ที่แบรนด์ตั้งใจออกแบบให้เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร พร้อมสะท้อนตัวตน​ผู้สวมใส่ให้ออกมามีเสน่ห์สะดุดตา</p>
<p>ล่าสุดเปิดเสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่ในกลุ่ม “<strong>Everyday</strong><strong>”</strong> คอลเลคชั่น​ Autumn/Winter 2023 เพื่อตอกย้ำจุดยืนและความตั้งใจที่จะเปลี่ยนมุมมองรวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีต่อผ้าทอมือไทยอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>ตลอดการเดินทางกว่าสามทศวรรษที่ผ่านมา แบรนด์<strong>ดอยตุง</strong>​ ยืนหยัดในฐานะธุรกิจเพื่อสังคม ภายใต้การดำเนินงานของ <strong>มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง</strong> <strong>ในพระบรมราชูปถัมภ์</strong> โดยสินค้าดอยตุงในหมวดเสื้อผ้าและหัตถกรรม​เป็นกำลังสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมผ้าทอไทยให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ทั้ง​ในประเทศและทั่วทุกมุมโลก พร้อมมุ่งหวังจะเป็น “<strong>An Enterprise For A Better World</strong>” หรือธุรกิจที่ทำให้โลกดีขึ้น ด้วยโจทย์ตั้งต้นง่ายๆ ว่า<strong> <em>“ชาวบ้านได้อะไร สังคมได้อะไร และสิ่งแวดล้อมได้อะไร”</em></strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23671 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/resize-DoiTung-AW23-Moodshot4.jpg" alt="" width="584" height="876" /></p>
<p>นอกจาก​ฝึกฝนทักษะอาชีพเพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีให้ชุมชนชาวเขาแล้ว ดอยตุงยังตั้งปณิธานที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม​ในทุกกระบวนการ ในฐานะแบรนด์ที่มีความรับผิดชอบต่อผลประโยชน์ของส่วนรวม โดยยึดหลักการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมจำกัดการใช้สารเคมีให้น้อยที่สุด และใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่าเพื่อไม่ให้มีส่วนใดเหลือทิ้ง (Zero Waste) ด้วยวิธีการลด (Reduce) การใช้ซ้ำ (Reuse) การซ่อมแซม (Repair) การแปรรูปนำมาใช้ใหม่ (Recycle) ตลอดจนการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุเหลือใช้ (Upcycle) จนได้รับการการันตีด้วยรางวัล<strong> Design Excellence Award</strong> หรือ DEmark จากสำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ในประเภทกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ กลุ่มความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมผลิตภัณฑ์แฟชั่นเครื่องแต่งกาย และกลุ่มออกแบบบรรจุภัณฑ์ มาแล้วกว่า 5 สมัยติดต่อกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23675 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/DoiTung-AW234.jpg" alt="" width="561" height="561" /></p>
<p>จากเดิมผ้าทอมือเป็นภูมิปัญญาเก่าแก่และวิถีชีวิตของชุมชนที่ดอยตุงได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาหลายชั่วอายุคน วันนี้ดอยตุงเลือกที่จะขับเคลื่อนการเติบโตของแบรนด์ไปสู่อีกขั้น และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้กับผลิตภัณฑ์ โดยลุกขึ้นมาจับมือกับดีไซเนอร์รุ่นใหม่เพื่อปรับปรุงเทคนิคในการผลิตและพัฒนาเส้นใยด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย</p>
<p>พร้อมทั้งบูรณาการ Creative Design การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ โดยถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ เรื่องราวของผู้คน และวัฒนธรรมอันหลากหลายแห่งชนเผ่า  ผสมกับความคลาสสิกดั้งเดิมตามธรรมชาติของผ้าทอมือ จนสามารถคิดค้นออกมาเป็นวัสดุผ้าทอมือที่มีความร่วมสมัย และในขณะเดียวกันก็ยังคงความเป็นงานแฮนด์เมดที่รังสรรค์อย่างประณีตและพิถีพิถันในทุกกระบวนการจากช่างฝีมือของดอยตุง นับตั้งแต่การเลือกเส้นด้ายเพื่อให้ได้วัสดุที่บางเบา สวมใส่สบาย ไปจนถึงการย้อมสี การถักทอไล่เฉดสีและลวดลายให้สวยงาม เรียกได้ว่าทุกตารางนิ้วของเนื้อผ้าทอมือดอยตุงคืองานหัตถกรรมชิ้นเอกที่เต็มไปด้วยรายละเอียดและเรื่องราวให้ค้นหา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23672 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Ready-to-Wear-Textiles.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>ปัจจุบันสินค้าแฟชั่นแบรนด์ดอยตุงแบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ออกเป็น 2 ไลน์ ได้แก่ <strong> </strong><strong>“Classic”</strong> ซึ่งเป็นที่ติดตลาดมาแล้วเป็นเวลานาน โดยมีกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้ที่รักและชื่นชอบผ้าทอมือไทย</p>
<p>และ<strong> “</strong><strong>Everyday</strong><strong>” </strong>ซึ่งปัจจุบันได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในบรรดากลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความเป็นตัวของตัวเอง เน้นมองหาเสื้อผ้าที่ใส่ได้ทุกวัน แพทเทิร์นไม่จำเจ รวมถึงกลุ่มผู้บริโภคที่เล็งเห็นถึงคุณค่าของงานฝีมือที่มาจากใจมากกว่าการสวมใส่ผลิตภัณฑ์ที่เป็น Fast Fashion</p>
<p>สำหรับคอลเล็กชั่น Autumn/Winter 2023 ซึ่งเป็นคอลเล็กชั่นล่าสุด ได้รับการรังสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิด <strong>“The Extraordinary Ordinary”</strong> ประกอบด้วยสินค้าที่เป็นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย (Ready-to-wear) กระเป๋า และปลอกหมอนอิง ซึ่งเน้นโทนสีน้ำเงิน ขาว ดำ เป็นหลัก พร้อมกับสอดแทรกดีเทลที่น่าสนใจเข้าไปในแต่ละชิ้น อาทิ การจับคู่สีพื้นเข้ากับเส้นสายหลากสีสัน การนำเอาลวดลายของผ้าประจำถิ่นชาวเขามาช่วยเสริมเป็นกิมมิค และการแต่งแต้มด้วยลวดลายที่เกิดจากเทคนิคการทอ จนเกิดเป็นลุคเรียบง่ายแต่มีความเก๋ที่ลงตัวตรงตามคอนเซ็ปต์</p>
<p>ทั้งนี้ ไอเทมในคอลเล็กชั่นมาพร้อมกับคัตติ้งที่เนี้ยบ แต่ยังให้ลุคที่ดูสบายๆ สามารถใส่ได้นานและหลากหลายโอกาส โดยทุกชิ้นตัดเย็บด้วยผ้าทอมือที่ผลิตจากเส้นใยธรรมชาติและพลาสติกรีไซเคิล ซึ่งยังคงจุดเด่นของแบรนด์ดอยตุงไว้ นั่นคือวิธีการทอแบบดั้งเดิมโดยใช้กี่กระตุก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23673 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/ผ้าทอจากชุมชน1.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>ไอเทม ไฮไลต์ของคอลเล็กชั่น <strong>“The Extraordinary Ordinary</strong>” ได้แก่ เสื้อครอปผ้าทอมือสีน้ำเงินแต่งฮู้ด ทรงสวยเหมาะกับสาวออฟฟิศที่ต้องการสร้างความโดดไม่ซ้ำใครให้ชีวิตในวันทำงาน กางเกงขาสั้นแต่งระบายและเชือกผูกที่ให้ลุคทะมัดทะแมงแฝงความเก๋ไม่ซ้ำใครด้วยขาข้างหนึ่งที่ใช้เทคนิคการทอลวดลาย กางเกงทรงม้งผ้ายืดใส่สบายที่เพิ่มลูกเล่นให้กับปลายขากางเกง สามารถแมทช์คู่กับรองเท้าบู๊ตได้อย่างเข้ากัน</p>
<p>เสื้อคลุมตัวนอกที่ทอด้วยเส้นใยสีเข้มตัดกับลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ของผ้าทอไทย ดูสวยแปลกตาแต่เข้ากันได้อย่างลงตัว ตลอดจนอีกหนึ่งไฮไลต์อย่างการ Collaboration ร่วมกับแบรนด์ R2R ซึ่งเป็นธุรกิจเพื่อสังคมจากฟิลิปปินส์ ในการรังสรรค์กระเป๋า Multi-way Bag ทั้งหมด 5  ดีไซน์ ที่มาพร้อมกับความอเนกประสงค์ ด้วยฟังก์ชั่นที่สามารถพลิกแพลง ถอดสาย ปรับการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ และมีช่องเก็บของครบครัน รวมถึงการผสมผสานลายถักทอจักสานแบบดั้งเดิมให้เข้ากับรูปทรงกระเป๋าได้อย่างสวยงาม ทันสมัย และไม่เหมือนใคร ซึ่งสะท้อนถึงการสืบสานทางวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23674 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/ผ้าทอจากชุมชน2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>พบกับคอลเล็กชั่น Autumn/Winter 2023 จากแบรนด์ดอยตุงได้แล้ววันนี้ที่ ร้าน DoiTung Lifestyle ทุกสาขา หรือ <a href="http://www.doitung.com" target="_blank" rel="noopener">www.doitung.com</a> สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ <a href="http://www.facebook.com/DoiTungClub" target="_blank" rel="noopener">www.facebook.com/DoiTungClub</a> LINE @DoiTung_Lifestyle  โทร. 0-2252-7114</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/doitung-new-collection-redefines-thai-handwoven-fabric/">&#8216;ดอยตุง (DoiTung)&#8217; พลิกนิยามผ้าทอมือไทย ชูคุณค่าแฟชั่นงานคราฟต์เพื่อคนรุ่นใหม่ ผ่านคอลเลคชั่น  Autumn / Winter 2023</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;ออมสินฮ่วมใจ๋ฮักขุนน่าน&#8217; โมเดลพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม เฟสแรกคืบแล้ว 90% เล็งขยายผล เพิ่มการมีส่วนร่วม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/12/gsb-nan-model-holistic-area-based-development/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Dec 2023 12:59:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Creating Shared Value]]></category>
		<category><![CDATA[CSV]]></category>
		<category><![CDATA[GSB]]></category>
		<category><![CDATA[Holistic Area-Based Development]]></category>
		<category><![CDATA[Social]]></category>
		<category><![CDATA[Social Bank]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืนด้านสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารออมสิน]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[วิทัย รัตนากร]]></category>
		<category><![CDATA[ออมสินฮ่วมใจ๋ฮักขุนน่าน]]></category>
		<category><![CDATA[แปรรูปผลผลิตกาแฟ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=22739</guid>

					<description><![CDATA[<p>ออมสินตอกย้ำ Social Bank อวดผลสำเร็จเฟสแรกโครงการพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม “ออมสินฮ่วมใจ๋ฮักขุนน่าน” มุ่งเพิ่มรายได้ครัวเรือน ส่งเสริมเงินออมชุมชน 8 เดือน ออมได้แล้วกว่า 8 แสนบาท คุณวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เผยผลสำเร็จโครงการพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม (Holistic Area-Based Development) ภายใต้ชื่อ “ออมสินฮ่วมใจ๋ฮักขุนน่าน” ระยะที่ 1 (ปี 2565-2566) ภารกิจทั้ง 10 มิติมีความคืบหน้าด้านการวางรากฐานและงานโครงสร้างต่าง ๆ ตามแผนงานโครงการกว่า 90% ได้แก่ มิติด้านส่งเสริมอาชีพสร้างงานสร้างรายได้ มิติด้านแหล่งทุนและส่งเสริมการออม มิติสุขภาพและคุณภาพชีวิต ด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน ด้านการศึกษาและศาสนา รวมถึงมิติด้านยกระดับการท่องเที่ยว โดยธนาคารเตรียมเดินหน้างานระยะที่ 2 ขยายผลสร้างการมีส่วนร่วม และถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ชุมชนมีความรู้ สามารถดูแลตัวเองได้อย่างเข้มแข็งต่อไปในอนาคต สำหรับความก้าวหน้าที่สำคัญของโครงการ ได้แก่ การส่งเสริมสร้างรายได้เพิ่มแก่ครัวเรือน โดยการก่อสร้างโรงแปรรูปผลผลิตกาแฟโดยความร่วมมือของธนาคารออมสินกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ 100% ซึ่งต่อไปเกษตรกรจะสามารถใช้บริการโรงแปรรูปฯ นี้เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มราคาขายผลิตผลกาแฟที่เก็บเกี่ยวได้มากขึ้นกว่า 10 เท่า รวมถึงการส่งเสริมให้สมาชิกชุมชนเริ่มกิจการโฮมสเตย์เพื่อเป็นรายได้เสริมในช่วงฤดูการท่องเที่ยว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/gsb-nan-model-holistic-area-based-development/">&#8216;ออมสินฮ่วมใจ๋ฮักขุนน่าน&#8217; โมเดลพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม เฟสแรกคืบแล้ว 90% เล็งขยายผล เพิ่มการมีส่วนร่วม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b> ออมสินตอกย้ำ Social Bank อวดผลสำเร็จเฟสแรกโครงการพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม “ออมสินฮ่วมใจ๋ฮักขุนน่าน” มุ่งเพิ่มรายได้ครัวเรือน ส่งเสริมเงินออมชุมชน 8 เดือน ออมได้แล้วกว่า 8 แสนบาท</b></p>
<p><span id="more-22739"></span></p>
<p><strong>คุณวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน</strong> เผยผลสำเร็จโครงการพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม (Holistic Area-Based Development) ภายใต้ชื่อ “<strong>ออมสินฮ่วมใจ๋ฮักขุนน่าน</strong>” ระยะที่ 1 (ปี 2565-2566) ภารกิจทั้ง 10 มิติมีความคืบหน้าด้านการวางรากฐานและงานโครงสร้างต่าง ๆ ตามแผนงานโครงการกว่า 90% ได้แก่ มิติด้านส่งเสริมอาชีพสร้างงานสร้างรายได้ มิติด้านแหล่งทุนและส่งเสริมการออม มิติสุขภาพและคุณภาพชีวิต ด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน ด้านการศึกษาและศาสนา รวมถึงมิติด้านยกระดับการท่องเที่ยว โดยธนาคารเตรียมเดินหน้างานระยะที่ 2 ขยายผลสร้างการมีส่วนร่วม และถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ชุมชนมีความรู้ สามารถดูแลตัวเองได้อย่างเข้มแข็งต่อไปในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22741 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/5.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>สำหรับความก้าวหน้าที่สำคัญของโครงการ ได้แก่ <strong>การส่งเสริมสร้างรายได้เพิ่มแก่ครัวเรือน</strong> โดยการก่อสร้างโรงแปรรูปผลผลิตกาแฟโดยความร่วมมือของธนาคารออมสินกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ 100% ซึ่งต่อไปเกษตรกรจะสามารถใช้บริการโรงแปรรูปฯ นี้เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มราคาขายผลิตผลกาแฟที่เก็บเกี่ยวได้มากขึ้นกว่า 10 เท่า รวมถึงการส่งเสริมให้สมาชิกชุมชนเริ่มกิจการโฮมสเตย์เพื่อเป็นรายได้เสริมในช่วงฤดูการท่องเที่ยว ซึ่งปัจจุบันเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ โดยมีผู้เริ่มทำโฮมสเตย์เพิ่มขึ้นเป็น 37 ราย จากเดิมที่มีโฮมสเตย์เพียง 11 ราย สามารถสร้างรายได้เพิ่มนอกฤดูเกษตรกรรมให้ครัวเรือนได้มากขึ้นกว่าเท่าตัว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22744 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/6-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ <strong>ด้านส่งเสริมการออม</strong> ธนาคารได้สนับสนุนการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ของชุมชนบ้านห้วยฟองให้เริ่มมีเงินออมเป็นครั้งแรก รวมถึงการจัดตั้งธนาคารโรงเรียนรูปแบบพิเศษเป็นแหล่งเงินออมของนักเรียนและครูของโรงเรียนบ้านห้วยฟอง และโรงเรียนบ้านเปียงซ้อ ด้วยระยะเวลาเพียง 8 เดือนชุมชนเล็กๆ ในพื้นที่ห่างไกลแห่งนี้ สามารถมีเงินออมรวมกันกว่า 8 แสนบาท นับเป็นจุดเริ่มต้นการสร้างรากฐานที่เข้มแข็งแก่ชุมชน</p>
<p>ยังมีความคืบหน้าภารกิจมิติอื่น ๆ อาทิ การสนับสนุนการปรับปรุงระบบน้ำอุปโภคบริโภคแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้ง โดยติดตั้งถังกักเก็บน้ำขนาดใหญ่พร้อมระบบกรองน้ำสะอาดเพื่อการบริโภค การติดตั้งระบบไฟฟ้าโซล่าร์ส่องสว่างในชุมชนและโรงเรียน การสนับสนุนเครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ จักรยานยนต์ พร้อมอาคารปฏิบัติงานแก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) รวมถึงระบบอากาศมาตรฐานการแพทย์สำหรับคลินิคทันตกรรม และอุปกรณ์การแพทย์ห้องฉุกเฉิน เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22742 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/3-1.jpg" alt="" width="1200" height="849" /></p>
<p>สำหรับโครงการออมสินฮ่วมใจ๋ฮักขุนน่าน เป็นการพัฒนาชุมชนแบบองค์รวมที่ธนาคารออมสินตั้งเป้าให้เป็นต้นแบบของการพัฒนาที่ยึดโยงกับบริบทแวดล้อมของพื้นที่ มุ่งหวังสร้างคุณค่าร่วมตามกรอบแนวคิด<strong> CSV : Creating Shared Value</strong> ให้ธุรกิจเติบโต ควบคู่กับการสร้างประโยชน์เกิดแก่ชุมชนและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/gsb-nan-model-holistic-area-based-development/">&#8216;ออมสินฮ่วมใจ๋ฮักขุนน่าน&#8217; โมเดลพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม เฟสแรกคืบแล้ว 90% เล็งขยายผล เพิ่มการมีส่วนร่วม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Sustainable Brands &#8217;17 BKK นิยามคุณภาพ “ชีวิตที่ดี” เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2017/12/sustainable-brands-2017-bangkok/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Dec 2017 11:02:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Redefining the Good Life]]></category>
		<category><![CDATA[SB17BKK]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Brands 2017 Bangkok]]></category>
		<category><![CDATA[คุณหญิงพวงร้อย ดิศกุล ณ อยุธยา]]></category>
		<category><![CDATA[ดอยตุง]]></category>
		<category><![CDATA[พระอาจารย์ชยสาโร]]></category>
		<category><![CDATA[พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริกุล เลากัยกุล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=989</guid>

					<description><![CDATA[<p>นับเป็นการขับเคลื่อนธุรกิจในรูปแบบ “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ที่ให้คุณค่าของการแบ่งปันสู่สังคมมากกว่าผลกำไรที่เป็นเงินเพียงอย่างเดียว โดย Social Movement ครั้งนี้ประกอบด้วย นักธุรกิจ ผู้บริหาร นักการตลาด ผู้บริหารแบรนด์ รวมถึง ผู้ที่สนใจเรื่องนี้ทั่วโลก ทั้งหมดได้ร่วมกัน Redefining the Good Life ไลฟ์ ครอบคลุมถึง 8 หัวข้อหลัก ได้แก่ Good Food, Good Home, Good Lifestyle, Good Money, Good Design, Good Energy, Good Technology และ Good Destination ดร. ศิริกุล เลากัยกุล ผู้อำนวยการโครงการ Sustainable Brands ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “งานประชุม Sustainable Brands ถือเป็นศูนย์รวมของนักสร้าง แบรนด์ นักการตลาด นักธุรกิจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2017/12/sustainable-brands-2017-bangkok/">Sustainable Brands &#8217;17 BKK นิยามคุณภาพ “ชีวิตที่ดี” เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นับเป็นการขับเคลื่อนธุรกิจในรูปแบบ “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ที่ให้คุณค่าของการแบ่งปันสู่สังคมมากกว่าผลกำไรที่เป็นเงินเพียงอย่างเดียว โดย Social Movement ครั้งนี้ประกอบด้วย นักธุรกิจ ผู้บริหาร นักการตลาด ผู้บริหารแบรนด์ รวมถึง ผู้ที่สนใจเรื่องนี้ทั่วโลก</strong></p>
<p><span id="more-989"></span></p>
<p>ทั้งหมดได้ร่วมกัน Redefining the Good Life ไลฟ์ ครอบคลุมถึง 8 หัวข้อหลัก ได้แก่ Good Food, Good Home, Good Lifestyle, Good Money, Good Design, Good Energy, Good Technology และ Good Destination</p>
<p><strong>ดร. ศิริกุล เลากัยกุล</strong> ผู้อำนวยการโครงการ Sustainable Brands ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “งานประชุม Sustainable Brands ถือเป็นศูนย์รวมของนักสร้าง แบรนด์ นักการตลาด นักธุรกิจ ที่ให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจอย่างรับผิดชอบ รวมทั้งสร้างแบรนด์เพื่อให้มีส่วนในการพัฒนาอย่างยั่งยืนกับสังคม โดยมีการจัดประชุมในหลายประเทศ การจัดประชุม SB Bangkok นั้นจะเป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้แบรนด์ไทยได้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ซึ่งพบว่าแบรนด์ไทย ก็ไม่แพ้ใครในโลก เพราะฉะนั้นหากเรารวมตัวกันได้ และมีระบบของการแบ่งปันความรู้ที่อยู่ในแพลตฟอร์มของโลกก็จะมีโอกาสทำให้คนรู้จักแบรนด์ไทยมากขึ้น โดยเฉพาะแบรนด์ไทยที่น้อมนำศาสตร์พระราชามาใช้ในเรื่องของการสร้างความยั่งยืน ซึ่งแบรนด์เหล่านี้สามารถเป็นต้นแบบให้โลกได้ทั้งสิ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-997 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2017/12/SD-Thailand-SB17-BKK-1.jpg" alt="" width="500" height="333" /></p>
<p><strong><em>“สิ่งหนึ่งที่เป็นคาแรคเตอร์ของแบรนด์ไทยในเรื่องของความยั่งยืนคือ เราเป็นประเทศที่สามารถจะนำเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงบวกกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้ดีไม่แพ้ประเทศใดในโลก และมั่นใจว่างาน SB’17 Bangkok จะเป็นเวทีที่ทำให้ทุกคนได้มาเรียนรู้ และแบ่งปันสิ่งที่จะทำให้ทุกคนแข็งแกร่งไปด้วยกัน”</em></strong> ดร. ศิริกุลกล่าว</p>
<p>สำหรับวันแรกของการประชุมได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงของมูลนิธิ และองค์กรต่าง ๆ ที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยในหลากหลายด้าน ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อที่น่าสนใจต่าง ๆ อาทิ</p>
<p><strong>คุณหญิงพวงร้อย ดิศกุล ณ อยุธยา</strong> รองเลขาธิการและกรรมการ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ใน พระบรมราชูปถัมภ์ ในหัวข้อ <strong>“Good Life According to Thai Royal Wisdom”</strong> และ<strong>พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรจากโครงการหลวง ในหัวข้อ <strong>“How Food Can Sustain Life”</strong></p>
<p><strong>คุณหญิงพวงร้อย ดิศกุล ณ อยุธยา</strong> รองเลขาธิการและกรรมการ มูลนิธิ แม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งก่อตั้งขึ้นตามพระราชดำริของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า เพื่อแก้ปัญหาความ <strong>“เจ็บ จน ไม่รู้”</strong> อย่างบูรณาการและครบวงจร “ดอยตุงตั้งอยู่ใจกลางสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งสมัยก่อนเป็นพื้นที่ ที่ผลิตฝิ่นมากที่สุดในโลก รวมทั้งเป็นเส้นทางขนฝิ่นด้วย และมีกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า 26 เผ่า ซึ่งคนเหล่านี้เป็นผู้ที่ไม่มีบัตรประชาชน และอยู่ในวงจรของการผลิตฝิ่น การค้ายาเสพติด รวมทั้งมีการเผาป่า ถางไร่ เรียกว่าเป็นกลุ่มคนที่ไม่มีความมั่นคงในชีวิต จึงใช้ชีวิตไปวัน ๆ โดยไม่มีอนาคต ไม่มีความหวังใด ๆ ทั้งสิ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-998 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2017/12/SD-Thailand-SB17-BKK-12.jpg" alt="" width="500" height="333" /></p>
<p>สมเด็จย่าทรงเชื่อว่า ไม่มีใครที่อยากเป็นคนไม่ดี เพียงแต่เขาไม่มีโอกาสที่จะทำความดีเท่านั้นเอง ดังนั้นพระองค์ท่านจึงมีพระราชกรณียกิจในการทำให้คนช่วยเหลือตนเองได้ และให้คนสามารถอยู่กับสิ่งแวดล้อมได้อย่างกลมกลืน โดยคนนั้นถือเป็นหัวใจในการพัฒนาอย่างยั่งยืน เราต้องเรียนรู้ก่อนว่า ความต้องการของเขาคืออะไร เงื่อนไขในชีวิตของเขาคืออะไร แล้วให้เขาเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาตั้งแต่เริ่มต้น เราก็ได้เรียนรู้จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในการให้ความสำคัญกับคน รวมทั้งแบ่งการพัฒนาคนเป็น 3 ระดับ (3 S Model) ได้แก่ การมีชีวิตรอด (Survival) , ความพอเพียง (Sufficiency) และ ความยั่งยืน (Sustainability) ซึ่งโมเดลในการพัฒนานี้ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคน เน้นการพัฒนาที่ยึดคนเป็นศูนย์กลางให้ชุมชนมีส่วนร่วม และรู้สึกเป็นเจ้าของการพัฒนาตั้งแต่แรกเริ่ม แก้ไขปัญหาต่างๆ ที่รากเหง้า ส่งเสริมทางเลือกในการประกอบอาชีพที่สุจริต ตลอดจนหาแนวทางให้คนกับป่าอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ในแง่ของสิ่งแวดล้อม พื้นที่ป่าก็ได้รับการฟื้นฟูจากภูเขาหัวโล้นในอดีต ก็เขียวขจีไปด้วยป่าไม้ในปัจจุบัน และพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศอีกด้วย”</p>
<p><em>“ทุกวันนี้ทางสมัชชาใหญ่ของสหประชาชาติได้มีการผนวกรวมพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เข้าไปในแนวทางพัฒนาของยูเอ็นด้วย โดยได้มีการกำหนดให้อีก 15 ปีข้างหน้า ทั่วโลกจะบรรลุถึงเอสดีจี (SDG) หรือ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งการดำเนินการของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ก็เป็นไปเพื่อตอบสนองเป้าหมายเหล่านี้ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยกลายเป็นผู้ที่ให้ซอฟแวร์สนับสนุนความรู้กับประเทศอื่น ๆ ตามพระราชปณิธาณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จย่า รวมถึงโครงการพัฒนา ดอยตุงฯ ที่กลายเป็นโมเดลการพัฒนาให้เกิดชีวิตที่ดี เป็นชีวิตที่มีโอกาส สามารถเข้าถึงการพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งยังเป็นชีวิตที่มีชีวิตอยู่อย่างรับผิดชอบ เอาใจใส่ และแสวงหาอนาคตที่ดีกว่า”</em></p>
<p><strong>พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรจากโครงการหลวง เล่าถึงจุดเริ่มต้นของดอยคำ ที่เกิดขึ้นมาจาก พระราชวิสัยทัศน์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในการแก้ปัญหาการปลูกฝิ่น อันเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ และเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ โดยส่งเสริมการปลูกพืชผัก ผลไม้ หลากหลายชนิดทดแทน และจึงมีพระราชดำริให้จัดตั้ง &#8220;สหกรณ์ชาวเขา&#8221; และ “โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูป” ซึ่งปัจจุบันมีโรงงานหลวง ฯ ทั้งหมด 4 แห่ง เพื่อช่วยเหลือด้านการรับซื้อผลผลิตจากพืชที่ส่งเสริมในราคาเป็นธรรม โดยนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ในเครื่องหมายการค้า “ดอยคำ” เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-999" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2017/12/SD-Thailand-SB17-BKK-3.jpg" alt="" width="430" height="645" /></p>
<p>ซีอีโอ แบรนด์ดอยคำ ยกตัวอย่างกรณีศึกษาในการสร้างโรงงานหลวงสำเร็จรูป เพื่อแก้ไขปัญหาในแต่ละพื้นที่ ว่า <em>“พระองค์ท่านทรงสร้างโรงงานทางภาคเหนือ 2 แห่ง คือ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ และอ.แม่จัน จ.เชียงราย เพื่อแก้ปัญหาในเรื่องของฝิ่น และทรงสร้างอีก 2 แห่งทางภาคอีสาน 2 แห่ง คือ อ.เตางอย จ.สกลนคร และ อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องความไม่เข้าใจกัน ในเรื่องของความคิด ลัทธิทางการเมือง เนื่องจากปัญหาเรื่องคอมมิวนิสต์ในยุคนั้นอยู่บนเทือกเขาภูพาน ซึ่งอยู่ในพื้นที่เต่างอย และเป็นแหล่งอาหารของคอมมิวนิสต์</em></p>
<p><em>ดังนั้น สิ่งที่พระองค์ท่านทรงทำคือ ทรงสร้างโรงงานหลวง ที่เตางอย ดังนั้นแทนที่เกษตรกรจะส่งวัตถุดิบให้พรรคคอมมิวนิสต์ ก็เปลี่ยนมาจำหน่ายให้โรงงานหลวงฯ ทำให้เกษตรกรขายผลิตผลการเกษตรได้ง่ายขึ้น และสุดท้ายเมื่อพรรคคอมมิวนิสต์ไม่มีอาหารก็ลงมามอบตัว และเป็นการไม่ใช้อาวุธประหัตประหารคนไทยด้วยกัน ซึ่งเป็นแนวพระราชดำริในการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง และยั่งยืนที่สุด ซึ่งปัญหาในพื้นที่ภาคใต้ก็น่าจะนำแนวพระราชดำริเหล่านี้กลับมาใช้ได้ ว่าทรงทำไว้อย่างไร แล้วจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร ทุกวันนี้ดอยคำ เดินตามแนวทางที่พระองค์ท่านทรงวางไว้ เพื่อสร้างฐานทางรากแก้วของสังคมให้เกิดขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการสร้างสุขให้สังคม ด้วยการพัฒนาอย่างสมดุลและยั่งยืน”</em></p>
<p>นอกจากนี้คณะผู้จัดงานได้นำเทปบันทึกการแสดงธรรมเทศนา ของ <strong>พระอาจารย์ชยสาโร</strong> องค์ประธานที่ปรึกษาของมูลนิธิปัญญาประทีป ในหัวข้อ <strong>“ธรรมะกับการทำธุรกิจที่ดี”</strong> เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงคุณค่าของการทำธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมในระยะยาว รวมทั้งสะท้อนถึงการค้นหาความหมายของชีวิตที่ดี ว่า</p>
<p><em>“ในความเป็นมนุษย์เราทุกคนล้วนแก่ขึ้นทุกวัน และต้องจากโลกนี้ไป เมื่อเป็นเช่นนี้ อะไรคือหนทางที่ดีที่สุดในการอยู่ร่วมกัน ที่จะทำให้เราสามารถทำให้โลกน่าอยู่ และส่งต่อโลกนั้นให้กับลูกหลานของเราได้ ดังนั้นจึงควรตระหนักถึงการมีชีวิตอยู่ของเราในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง แทนที่จะให้ความสำคัญกับบางเรื่องมากเกินไป อย่างเช่นคนที่เขาผลิต คนที่ขาย คนที่ซื้อ คนที่บริโภคสินค้าต่าง ๆ โดยไม่มองถึงภาพใหญ่ของสังคม ไม่มองถึงการมีชีวิตอยู่ร่วมกันในโลกที่ทรัพยากรก็มีจำกัด และหากสร้างระบบที่ผลกำไรในระยะสั้นมาเป็นอันดับแรก ก็จะทำให้เรื่องอื่นกลายเป็นเรื่องยาก”</em></p>
<p>พระอาจารย์ชยสาโร กล่าวเพิ่มเติมว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีนั้นเกิดขึ้นรวดเร็วเกินกว่าที่ความสามารถทางจิตใจ หรือปัญญาของเราจะตามได้ ทั้งยังรวดเร็วเกินกว่าจะป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อเราในระยะยาวได้ ดังนั้นทักษะของนักธุรกิจที่แท้จริง จึงเป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการหากำไรซึ่งเป็นผลประโยชน์ในระยะสั้น และการมองถึงคุณประโยชน์ในระยะยาวด้วย</p>
<p><em>“ตอนนี้เรามาถึงจุดที่สามารถพิสูจน์ได้แล้วว่า แนวคิดที่เอาเงินเป็นตัวตั้งเพียงอย่างเดียว อาจไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดในหลาย ๆ ปัจจัย มันเป็นรูปแบบที่ไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ และจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง โดยอาจจะต้องมานั่งจับเข่าคุยกันในรายละเอียด แต่หากความโลภยังเป็นแรงจูงใจที่สำคัญที่สุดอยู่ เราก็จะยังคงได้ผลลัพธ์ที่ไม่ดีอยู่วันยังค่ำ ดังนั้นจึงควรจะมีการพูดคุยกัน เกี่ยวกับคุณภาพชีวิตองค์รวม และพยายามสร้างระบบเศรษฐกิจที่สนองความตัองการของทุกคนได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ก่อให้เกิดการพัฒนาของมนุษย์ได้มากที่สุด และต้องเป็นไปในทิศทางที่ตอบสนองต่อเป้าหมายแบบยั่งยืน เป็นเป้าหมายที่ทุกคนในสังคม สามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งนั้นได้ ไม่ใช่การพัฒนาในแบบที่เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม หรือคนที่ร่ำรวยในประเทศเท่านั้น แต่ควรเป็นการพัฒนาที่เป็นไปเพื่อทุกคน”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1001 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2017/12/SD-Thailand-SB17-BKK.jpg" alt="" width="500" height="375" /></p>
<p>ทั้งนี้ตลอดระยะเวลา 2 วัน ในงานการประชุมระดับนานาชาติ SB’17 Bangkok ผู้ร่วมงานยังได้พบกับสุดยอดผู้นำจากแบรนด์ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ที่จะมาร่วมเสวนาในเรื่องความยั่งยืนของโลกธุรกิจระดับสากลในแง่มุมต่าง ๆ อาทิ <strong>ฮาเวียร์ โกเยเนเช่</strong> ผู้ก่อตั้งแบรนด์อีโคอัลฟ์ (ECOALF) เสื้อผ้าที่ทำจากวัสดุ รีไซเคิลผู้นำขยะจากมหาสมุทรมาเพิ่มมูลค่าสู่แฟชั่นแห่งความยั่งยืน, <strong>บันนี่ เหยียน</strong> เจ้าของแบรนด์ The Squirrelz นักออกแบบผู้สร้างขยะออนไลน์ ให้สามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบได้ฟรี, <strong>แมทท์ แมคโก</strong> ผู้ก่อตั้ง Stok บริษัทที่ปรึกษาด้านการพัฒนาออกแบบและก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืนที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม,  <strong> พอล เฮอร์แมน (Paul Herman)</strong> CEO จาก HIP investor ผู้นำเสนอระบบที่นักลงทุนสามารถที่จะสร้างกำไรไปพร้อมกับการสร้างสิ่งดีๆ สู่โลกได้ด้วย และ  <strong>โธมัส โคลสเตอร์ (Thomas Kolster)</strong> ผู้ก่อตั้ง #Goodvertising เอเจนซี่โฆษณาที่เชี่ยวชาญในการสื่อสารเรื่องความยั่งยืน และนักเขียนหนังสือชื่อ<strong> “Goodversiting”</strong> หนังสือแห่งการสื่อสารเชิงคุณค่าในสากล เป็นต้น</p>
<p>ข่าวเกี่ยวเนื่อง</p>
<p>&#8211;<a href="https://sdthailand.com/2017/11/sustainable-brands-2017-bangkok-social-movement/" target="_blank" rel="noopener">Sustainable Brands 2017 Bangkok : 1 ใน Social Movement ยุคนี้</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2017/12/sustainable-brands-2017-bangkok/">Sustainable Brands &#8217;17 BKK นิยามคุณภาพ “ชีวิตที่ดี” เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดอยตุงประกาศสงครามกับขยะ ปี 61 ต้อง Zero Waste</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2017/12/doitung-zero-waste/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 12 Dec 2017 01:10:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ดอยตุง]]></category>
		<category><![CDATA[ธนพงศ์ ดวงมณี]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์คัดแยกขยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=836</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ขยะ” ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เฉพาะคนในเมืองเท่านั้น แม้แต่บนพื้นที่สูง 1,200 เมตรอย่างดอยตุง ก็กำลังเผชิญกับปัญหาขยะล้นดอย วิกฤติของบ่อฝังกลบขยะกำลังจะเต็มกลายเป็นปัญหาของสวนรวมที่ทุกชุมชนต้องหันหน้ามาร่วมมือกันอย่างจริงจัง “โครงการจัดการขยะ” จึงเกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีที่แล้ว โดยตั้งเป้าการลดขยะให้เป็น Zero Waste ประชากรบนดอยตุงประกอบด้วย โครงการพัฒนาดอยตุง เทศบาลห้วยห้องไคร้ อบต.แม่ฟ้าหลวง ทั้ง 3 หน่วยงานนี้ผลิตขยะรวมกันวันละ 5 ตันหรือปีละ 2,000 ตัน เฉพาะโครงการดอยตุงผลิตขยะวันละ 200 -500 กิโลกรัม โดยขยะทั้ง 3 หน่วยงานจะนำมารวมกันที่บ่อฝังกลบซึ่งสร้างจากงบรัฐบาลเมื่อปี 2551 และขณะนี้หลุมฝังกลบขยะแห่งนี้กำลังจะเต็ม การมองหาหลุมฝังกลบแห่งใหม่ ก็กำลังจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ของชุมชนเช่นกัน เพราะคงไม่มีใครอยากให้ชุมชนของตนเองมีขยะกองโตมาทิ้งไว้หน้าบ้านและส่งกลิ่นเหม็นไปทั้งชุมชน ดังนั้น  มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ผู้บริหารดอยตุง จึงนำร่อง “โครงการจัดการขยะ” เพื่อเป็น “ต้นแบบ” ในการเผยแพร่การจัดการขยะที่เริ่มจากโครงการแม่ฟ้าหลวง เพื่อต่อยอดไปยังชุมชนอื่น ๆ โดยมีเป้าหมายการทำให้ขยะเหลือศูนย์ Zero Waste การทำให้ขยะเหลือ “ศูนย์” คือไม่มีขยะที่จะต้องทิ้งอีกเลย เป็นไปได้หรือไม่ เป็นงานที่ท้าทาย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2017/12/doitung-zero-waste/">ดอยตุงประกาศสงครามกับขยะ ปี 61 ต้อง Zero Waste</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“ขยะ” ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เฉพาะคนในเมืองเท่านั้น แม้แต่บนพื้นที่สูง 1,200 เมตรอย่างดอยตุง ก็กำลังเผชิญกับปัญหาขยะล้นดอย วิกฤติของบ่อฝังกลบขยะกำลังจะเต็มกลายเป็นปัญหาของสวนรวมที่ทุกชุมชนต้องหันหน้ามาร่วมมือกันอย่างจริงจัง “โครงการจัดการขยะ” จึงเกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีที่แล้ว โดยตั้งเป้าการลดขยะให้เป็น Zero Waste</strong><span id="more-836"></span></p>
<p>ประชากรบนดอยตุงประกอบด้วย โครงการพัฒนาดอยตุง เทศบาลห้วยห้องไคร้ อบต.แม่ฟ้าหลวง ทั้ง 3 หน่วยงานนี้ผลิตขยะรวมกันวันละ 5 ตันหรือปีละ 2,000 ตัน เฉพาะโครงการดอยตุงผลิตขยะวันละ 200 -500 กิโลกรัม โดยขยะทั้ง 3 หน่วยงานจะนำมารวมกันที่บ่อฝังกลบซึ่งสร้างจากงบรัฐบาลเมื่อปี 2551 และขณะนี้หลุมฝังกลบขยะแห่งนี้กำลังจะเต็ม</p>
<p>การมองหาหลุมฝังกลบแห่งใหม่ ก็กำลังจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ของชุมชนเช่นกัน เพราะคงไม่มีใครอยากให้ชุมชนของตนเองมีขยะกองโตมาทิ้งไว้หน้าบ้านและส่งกลิ่นเหม็นไปทั้งชุมชน</p>
<figure id="attachment_838" aria-describedby="caption-attachment-838" style="width: 500px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-838" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2017/12/zero-waste-01.jpg" alt="" width="500" height="330" /><figcaption id="caption-attachment-838" class="wp-caption-text">กองขยะบางส่วนบนดอยตุง</figcaption></figure>
<p>ดังนั้น  มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ผู้บริหารดอยตุง จึงนำร่อง<strong> “โครงการจัดการขยะ”</strong> เพื่อเป็น <strong>“ต้นแบบ”</strong> ในการเผยแพร่การจัดการขยะที่เริ่มจากโครงการแม่ฟ้าหลวง เพื่อต่อยอดไปยังชุมชนอื่น ๆ โดยมีเป้าหมายการทำให้ขยะเหลือศูนย์<br />
<strong>Zero Waste</strong> การทำให้ขยะเหลือ<strong> “ศูนย์”</strong> คือไม่มีขยะที่จะต้องทิ้งอีกเลย เป็นไปได้หรือไม่ เป็นงานที่ท้าทาย</p>
<p><strong>“ดร.แจ๊ค”ธนพงศ์ ดวงมณี</strong> วิศวกรสิ่งแวดล้อม ศูนย์การเรียนรู้และเผยแพร่การพัฒนาทางเลือกในการดำรงชีวิตที่ยั่งยืน มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ที่ถูกส่งให้มาดูแลโครงการนี้ เพราะเขามีประสบการณ์และเชี่ยวชาญการบำบัดน้ำเสียและสิ่งปฏิกูลจากบ้านเรือน การเกษตรและอุตสาหกรรม, การบำบัดก๊าซชีวภาพ, พลังงานหมุนเวียน, การนำน้ำกลับมาใช้ใหม่</p>
<figure id="attachment_839" aria-describedby="caption-attachment-839" style="width: 500px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-839" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2017/12/ZERO-WASTE-1.jpg" alt="" width="500" height="451" /><figcaption id="caption-attachment-839" class="wp-caption-text">“ดร.แจ๊ค”ธนพงศ์ ดวงมณี ผู้ดูแลโครงการฯกับภารกิจทำดอยตุงให้เป็น Zero Waste</figcaption></figure>
<p>ดร.แจ๊คเล่าว่า ก่อนจะมีโครงการนี้ก็มีความพยายามจัดการกับขยะมาหลายวิธีด้วยกัน แต่ทำอย่างไม่ต่อเนื่อง ซึ่งปัญหาการเก็บขยะบนพื้นที่สูงคือ รถขยะไม่สามารถเข้าไปตามหมู่บ้านที่อยู่ในพื้นที่ลึกๆ ได้ ชาวบ้านหรือชาวเขาส่วนหนึ่งจึงต้องเผาขยะซึ่งก็กลายเป็นควันลอยขึ้นไปบนชั้นบรรยากาศทำลายสิ่งแวดล้อม</p>
<p>สำหรับโครงการนี้ เป็นการบริหารจัดการขยะของพื้นที่โครงการดอยตุงทั้งหมดที่มีพนักงาน 1,700 คน โดยมีเป้าหมายคือ จะต้องไม่มีขยะที่ใช้ประโยชน์ได้ถูกทิ้งในบ่อกำจัดขยะ  โดยเริ่มจากการทิ้งขยะให้ลงถังขยะที่แยกตามประเภทของขยะ  เริ่มจากการปลุกจิตสำนึกให้เจ้าหน้าที่ทุกคนในโครงการฯหันมาใส่ใจเรื่องขยะ  การทิ้งขยะตามถังที่แยกประเภทและปลุกจิตสำนึกในเรื่องการรักสิ่งแวดล้อม ดร.แจ๊คขยายความว่า</p>
<figure id="attachment_841" aria-describedby="caption-attachment-841" style="width: 500px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-841" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2017/12/S__22224949.jpg" alt="" width="500" height="375" /><figcaption id="caption-attachment-841" class="wp-caption-text">ถังขยะโฉมใหม่ที่ Cafe Doi Tung ซึ่งเป็นรุ่นทดลองแยกแก้วต่าง ๆ น้ำแข็ง ภาชนะและเศษอาหาร</figcaption></figure>
<p><em>“ผมเคยบอกคนบนดอยว่า ถ้าคุณไม่แยกขยะ คนงานแยกขยะจะเหนื่อย โดยพาพวกเขามาดูงานและให้ลองแยกขยะดู ขยะ 1 ถุงจะต้องใช้เวลาแยกนานกว่า 10นาที แต่ถ้าเราแยกจากต้นทางเรียบร้อยจะลดเวลาการแยกขยะลงได้”</em></p>
<p>ขยะทั้งหมดของโครงการดอยตุงจะถูกนำมารวมกันอยู่ที่<strong> “ศูนย์คัดแยกขยะ” </strong>ที่สร้างเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา และคัดแยกตามประเภท ดังนี้</p>
<p><strong>-ขยะขายได้</strong> หรือ <strong>ขยะรีไซเคิล</strong> เช่นขวดพลาสติก กระดาษ กระป๋อง ฯลฯ  จะมีคนมารับซื้อถึงบนดอย</p>
<p><strong>-ขยะประเภทย่อยสลายได้ </strong>นำไปเพิ่มมูลค่า เช่นเศษอาหารนำไปเลี้ยงหมู ส่วนเศษอาหารที่เหลืออยู่ในที่ล้างจานนำไปเป็นอาหารเลี้ยงแมลงวันลาย ซึ่งเป็นหนอนที่มีโปรตีนสูง เมื่อหนอนแมลงวันเติบโตก็นำไปเลี้ยงไก่อีกต่อหนึ่ง เป็นการทดแทนอาหารสัตว์ได้ หรือผักสดที่ทิ้งจากครัวก็นำไปเลี้ยงไส้เดือน เพื่อนำมูลไส้เดือนมาทำปุ๋ยต่อไป</p>
<figure id="attachment_842" aria-describedby="caption-attachment-842" style="width: 500px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-842" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2017/12/zero-waste04.jpg" alt="" width="500" height="545" /><figcaption id="caption-attachment-842" class="wp-caption-text">แม้กระทั่งเศษอาหารที่เหลือจากล้างจาน ยังสามารถนำไปเป็นอาหารของไส้เดือนเพื่อนำมูลมาทำปุ๋ย</figcaption></figure>
<p>&#8211;<strong>ขยะอันตราย</strong> เช่น แบตเตอร์รี่ สีทาบ้าน เป็นต้น ซึ่งมีไม่มากนัก จะเก็บรวมกันเพื่อจ้างบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดการขยะอันตรายมารับไปกำจัดตามกระบวนการที่ถูกต้อง</p>
<p>หลังจากเริ่มโครงการนี้มา 3 ปี ผลที่เกิดขึ้นคือ  สามารถนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ได้ถึง 85 % ส่วนที่เหลืออีก 15 % ที่นำไปทิ้งใบบ่อฝังกลบคือ พลาสติกปนเปื้อนขยะที่ไม่มีใครรับซื้อ จึงต้องทิ้ง</p>
<p>แม้ว่าผลสำเร็จของโครงการจะขยับเข้าใกล้ Zero Waste ก็ตาม แต่ก็ยังไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ เนื่องจากพลาสติกปนเปื้อนขยะยังไม่สามารถกำจัดได้  ดร.แจ๊คเล่าถึงความคืบหน้าเรื่องนี้ว่า</p>
<figure id="attachment_843" aria-describedby="caption-attachment-843" style="width: 500px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-843" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2017/12/ZERO-WASTE-03.jpg" alt="" width="500" height="375" /><figcaption id="caption-attachment-843" class="wp-caption-text">ผักแปลงนี้ใช้ปุ๋ยจากมูลไส่เดือน ซึ่งได้จากการนำขยะเศษอาหารมาเลี้ยง</figcaption></figure>
<p><strong><em>“ ปี 2561 เราตั้งป้าจะใกล้เคียง Zero Waste มากที่สุด คือพยายามจะไม่ให้มีขยะฝังกลบอีกเลย โดยตอนนี้โครงการฯ ได้ค้นพบนวัตกรรมเครื่องล้างขยะพลาสติกที่ปนเปื้อนเศษอาหารจะถูกชะล้างจนสะอาด แล้วนำพลาสติกที่ได้ไปปั่นแห้ง แล้วนำมาอัดเป็นก้อน นำไปขายเพื่อนำไปทำเม็ดพลาสติกต่อไป ก็คงเหลือขยะที่ไม่สามารถกำจัดได้คือ ผ้าอนามัย และแพมเพิสซึ่งต้องทิ้ง สุดท้ายแล้วจะเหลือประมาณ 2 % ถือว่าเราเข้าใกล้ Zero Waste มากที่สุด ”</em></strong></p>
<p>นอกจากนี้ในปี 2561 จะปรับปรุงพื้นที่ 2 ไร่ของศูนย์คัดแยกขยะ ให้เป็นอาคารบ้านดิน เพื่อใช้เป็นศูนย์อบรมที่สามารถจุคนที่เข้าอบรมเรื่องขยะได้ 50 คน และยังสามารถแปลงขยะให้กลายเป็นเงินที่นำกลับมาใช้บริหารจัดการศูนย์ได้โดยไม่ต้องใช้งบประมาณของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงเลย</p>
<figure id="attachment_844" aria-describedby="caption-attachment-844" style="width: 500px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-844" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2017/12/ZERO-WASTE-05.jpg" alt="" width="500" height="375" /><figcaption id="caption-attachment-844" class="wp-caption-text">ศูนย์คัดแยกขยะซึ่งจะสร้างเสร็จต้นปี 2561 สามารถใช้อบรมผู้ที่สนใจเรื่องการคัดแยกขยะ</figcaption></figure>
<p><em>“ที่ศูนย์คัดแยกขยะเป็นธุรกิจเพื่อสังคมเพื่อสิ่งแวดล้อม มีเจ้าหน้าที่ 4 คน ซึ่งจะต้องใช้เงินในการบริหารจัดการปีละ 4 แสนบาท เงินเหล่านี้ได้มาจากการขายขยะแห้ง ขายปุ๋ยจากมูลไส้เดือน เอาน้ำหมักจากฉี่ไส้เดือนมาปลูกผัก พอผักโตก็ขาย นำเศษใบไม้มาใช้เป็นวัสดุปลูกเห็ด และวิธีการอื่นๆ ”</em></p>
<figure id="attachment_845" aria-describedby="caption-attachment-845" style="width: 500px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-845" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2017/12/zero-waste-04.jpg" alt="" width="500" height="295" /><figcaption id="caption-attachment-845" class="wp-caption-text">ป้ายรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวซึ่งมาเที่ยวงานสีสันแห่งดอยตุงแยกขยะ</figcaption></figure>
<p>ภารกิจต่อไปของโครงการจัดการขยะคือ การเข้าไปช่วยชุมชนอื่นๆ ในเรื่องคัดแยกขยะอย่างจริงจัง , ดัดแปลงถังน้ำมันให้เป็นเตาเผาขยะแบบปิด เพื่อนำไปให้ชาวเขาในแต่ละหมู่บ้านใช้แทนการเผาแบบที่โล่งแจ้ง</p>
<p><strong>ดร.แจ๊ค กล่าวทิ้งท้ายว่า <em>“ขยะเป็นปัญหาระดับชาติ ในอนาคตจะหาบ่อฝังกลบยากขึ้น และขยะที่ใส่ลงในบ่อฝังกลบจะเกิดก๊าซมีเทนซึ่งส่งผลทำให้โลกร้อนขึ้น เราจึงต้องลดปริมาณขยะลงและนำขยะมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด”</em></strong></p>
<p>ข่าวเกี่ยวข้อง</p>
<p>&#8211;<a href="https://sdthailand.com/2017/11/doitung/" target="_blank" rel="noopener">เที่ยวกันเถอะ ! “สีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่ 4” เทศกาลสร้างชุมชนยั่งยืน</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2017/12/doitung-zero-waste/">ดอยตุงประกาศสงครามกับขยะ ปี 61 ต้อง Zero Waste</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เที่ยวกันเถอะ ! “สีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่ 4”   เทศกาลสร้างชุมชนยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2017/11/doitung/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Nov 2017 01:55:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[SD Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Social Enterprise]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ดอยตุง]]></category>
		<category><![CDATA[ดอยตุง พลัส]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านสมเด็จย่า]]></category>
		<category><![CDATA[ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[สวนแม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[หอแห่งแรงบันดาลใจ]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงราย]]></category>
		<category><![CDATA[เทศกาลสีสันแห่งดอยตุงครั้งที่4]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=486</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลมหนาวเริ่มมาเยือนบนดอยตุงอีกครั้ง เป็นสัญญาณแห่งสีสัน รอยยิ้มและความสนุกสนานที่จะเกิดขึ้นในเทศกาล “สีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่4” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 ธ.ค. 2560 – 28 ม.ค.2561 ณ โครงการพัฒนาดอยตุงฯ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เทศกาล “สีสันแห่งดอยตุง” จัดเป็นประจำทุกปี โดย มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา เพื่อเป็นเวทีในการเสริมศักยภาพ สร้างความภาคภูมิใจให้ชาวบ้าน และที่สำคัญ คือ การสืบสานพระราชปณิธาน “ช่วยให้ เขาช่วยตัวเอง” ของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีหรือสมเด็จย่า ในการส่งเสริมให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน การก้าวสู่ปีที่ 4 ของงานเทศกาลสีสันแห่งดอยตุงในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ การ “สานต่อ &#8211; ต่อยอด” พระราชปณิธานของสมเด็จย่า พร้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยไฮไลต์ภายในงาน อาทิ งานศิลปะสร้างสรรค์ ผสมผสานภูมิปัญญาและเทคนิคระหว่างช่างฝีมือท้องถิ่นกับสถาปนิกคนเมือง , กาดชนเผ่า ซึ่งเป็นแหล่งรวมสินค้าพื้นเมือง ทั้งอาหารของทั้ง 6 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2017/11/doitung/">เที่ยวกันเถอะ ! “สีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่ 4”   เทศกาลสร้างชุมชนยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ลมหนาวเริ่มมาเยือนบนดอยตุงอีกครั้ง เป็นสัญญาณแห่งสีสัน รอยยิ้มและความสนุกสนานที่จะเกิดขึ้นในเทศกาล “สีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่4” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 ธ.ค. 2560 – 28 ม.ค.2561 ณ โครงการพัฒนาดอยตุงฯ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย</strong><span id="more-486"></span><br />
<strong>เทศกาล “สีสันแห่งดอยตุง”</strong> จัดเป็นประจำทุกปี โดย มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา เพื่อเป็นเวทีในการเสริมศักยภาพ สร้างความภาคภูมิใจให้ชาวบ้าน และที่สำคัญ คือ การสืบสานพระราชปณิธาน<strong> “ช่วยให้ เขาช่วยตัวเอง”</strong> ของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีหรือสมเด็จย่า ในการส่งเสริมให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-487" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2017/11/doitung1.jpg" alt="" width="430" height="608" /><br />
การก้าวสู่ปีที่ 4 ของงานเทศกาลสีสันแห่งดอยตุงในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ การ<strong> “สานต่อ &#8211; ต่อยอด”</strong> พระราชปณิธานของสมเด็จย่า พร้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร<br />
โดยไฮไลต์ภายในงาน อาทิ งานศิลปะสร้างสรรค์ ผสมผสานภูมิปัญญาและเทคนิคระหว่างช่างฝีมือท้องถิ่นกับสถาปนิกคนเมือง , กาดชนเผ่า ซึ่งเป็นแหล่งรวมสินค้าพื้นเมือง ทั้งอาหารของทั้ง 6 ชนเผ่าที่หาทานได้ยาก งานหัตถกรรม ผลผลิตทางการเกษตรกว่า 80 ร้านค้าที่จะมาตั้งเรียงรายต้อนรับนักท่องเที่ยวบนถนนคนเดินที่สูงที่สุดในประเทศไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-488" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2017/11/doitung-2.jpg" alt="" width="500" height="333" /><br />
นอกจากนี้ยังมีงานเวิร์คช็อปงานทำมือ อาทิ งานปั้น เพ้นท์เซรามิค เย็บสมุดกระดาษษา เพื่อสานต่อพระราชกรณียกิจของสมเด็จย่าในการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ตลอดจนการละเล่นอีกมากมายที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับวัฒนธรรมพื้นเมืองอย่างใกล้ชิด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-489" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2017/11/doitung4.jpg" alt="" width="500" height="333" /><br />
ที่พลาดไม่ได้คือจุดท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้บนดอยตุง ได้แก่<strong>พระตำหนักดอยตุง</strong> หรือ “บ้านสมเด็จย่า” ที่สะท้อนถึงพระราชจริยวัตรอันเรียบง่ายและพอเพียงชองสมเด็จย่าได้ชัดเจน , <strong>หอแห่งแรงบันดาลใจ</strong> สถานที่รวบรวมแนวคิดและพระราชประวัติของสมเด็จย่าและราชสกุลมหิดล จุดกำเนิดพระราชกรณียกิจแห่งการให้อันยิ่งใหญ่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-490" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2017/11/doitung5.jpg" alt="" width="430" height="621" /><br />
<strong>สวนแม่ฟ้าหลวงโฉม</strong>ใหม่ที่ร่มรื่นสีสันงดงามไปด้วยดอกไม้นานาพรรณที่ปรับพื้นที่ใหม่ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปชมความงดงามของดอกไม้ได้อย่างใกล้ชิด และสะพานเดินเรือนยอดไม้ ยาว 300 เมตร เป็นการผจญภัยท้าทายบนความสูงสุดยอดไม้เพื่อจะได้เห็นผืนป่าดอยตุงอันเขียวขจี</p>
<p><strong>ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ได้ขยายความของคอนเซ็ปต์ “สานต่อ – ต่อยอด” ว่า</p>
<p><em>“ งานสีสันแห่งดอยตุง ในปีที่ 4 นั้น เราต้องการ สานต่อและต่อยอด โดยเน้นให้ชุมชนบนดอยตุงสามารถพัฒนายกระดับสินค้าของพวกเขาให้มีมาตรฐาน มีการปรับแพคเกจจิ้งให้ทันสมัย หรือเข้าไปสอนเรื่องการออกแบบที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันของคนเมือง เพื่อให้สินค้าชุมชนสามารถลงไปขายในเมืองใหญ่หรือกรุงเทพฯได้ โดยผ่านโครงการดอยตุง พลัส”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-491" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2017/11/doitung6.jpg" alt="" width="420" height="630" /><br />
<strong>ดอยตุง พลัส</strong> <strong>เป็น Social Enterprise หรือธุรกิจเพื่อสังคม ทำหน้าที่เป็น Retail Operationโดยมีเป้าหมายคือทำการตลาดเพื่อแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม สินค้าชุมชนที่ผ่านช่องทางนี้จะต้องเป็นสินค้าเพื่อสังคม ไม่มีผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยต้นปี 2561 ดอยตุง พลัสจะใช้ช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าในรูปแบบ Pop Up Store ตามออฟฟิศ บิวดิ้งต่าง ๆในกรุงเทพฯ</strong></p>
<figure id="attachment_492" aria-describedby="caption-attachment-492" style="width: 420px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-492" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2017/11/doitung7.jpg" alt="" width="420" height="526" /><figcaption id="caption-attachment-492" class="wp-caption-text">ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง</figcaption></figure>
<p>ขณะเดียวกัน ม.ล.ปนัดดา ยังกล่าวเสริมอีกภาระกิจหลักของดอยตุงคือ การสร้างทางเลือกอย่างยั่งยืนให้กับคนรุ่นใหม่บนดอยตุง เพื่อสกัดลูกหลานหรือคนรุ่นใหม่ออกจากพื้นที่ไปหางานทำนอกพื้นที่ ดังนั้นมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงจึงพยายามส่งเสริมอาชีพ สร้างแรงจูงใจ สร้างผลตอบแทนที่สามารถแข่งขันกับคนในเมืองใหญ่ได้</p>
<p><strong>“ ปัจจุบันชุมชนบนดอยตุงสามารถช่วยเหลือตนเองได้ในระดับหนึ่ง ตอนนี้ในชุมชนก็เริ่มทำแบรนด์ของตัวเองขึ้นมาแล้ว เราจึงอยากให้คนรุ่นใหม่มีทางเลือกทำงานในพื้นที่ อยากให้พวกเขารู้สึกว่าดอยตุงคือหนึ่งในทางเลือกที่เขาอยากมาทำและมีความสุข”</strong></p>
<p>ข่าวเกี่ยวข้อง</p>
<p>&#8211;<a href="https://sdthailand.com/2017/12/doitung-zero-waste/" target="_blank" rel="noopener">ดอยตุงประกาศสงครามกับขยะ ปี 61 ต้อง Zero Waste</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2017/11/doitung/">เที่ยวกันเถอะ ! “สีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่ 4”   เทศกาลสร้างชุมชนยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
