<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ยานยนต์ไฟฟ้า &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 11 Dec 2025 17:20:34 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.8</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ยานยนต์ไฟฟ้า &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>แกร็บ ผนึก สมาคมแท็กซี่ไทย อัปสกิลดิจิทัลแก่คนขับแท็กซี่ 5 สหกรณ์ ในงาน “แท็กซี่ยุคใหม่ พร้อมใจเปลี่ยน”   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/grab-supports-taxi-to-ev-transition/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Dec 2025 17:20:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[GRAB]]></category>
		<category><![CDATA[Grab Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[GrabTaxi]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[วิฑูรย์ แนวพานิช]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมแท็กซี่ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สหกรณ์มิตรแท้แท็กซี่]]></category>
		<category><![CDATA[สหกรณ์แท็กซี่ภูมิพลัง]]></category>
		<category><![CDATA[สหกรณ์แท็กซี่สยาม]]></category>
		<category><![CDATA[สหกรณ์แท็กซี่สหมิตร]]></category>
		<category><![CDATA[สหกรณ์แท็กซี่เหลืองทอง]]></category>
		<category><![CDATA[เดือน สุวรรณพุ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[เมธิณี อนวัชกุล]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แท็กซี่ยุคใหม่ พร้อมใจเปลี่ยน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38678</guid>

					<description><![CDATA[<p>แกร็บ ประเทศไทย ผู้นำแพลตฟอร์มเรียกรถอันดับ 1 ผนึกสมาคมการค้าเครือข่ายแท็กซี่ไทย พร้อมด้วยพันธมิตรภาครัฐ-เอกชน จัดงาน “แท็กซี่ยุคใหม่ พร้อมใจเปลี่ยน” หนุนคนขับแท็กซี่จาก 5 สหกรณ์ใหญ่ ได้แก่ สหกรณ์แท็กซี่สยาม สหกรณ์มิตรแท้แท็กซี่ สหกรณ์แท็กซี่ภูมิพลัง สหกรณ์แท็กซี่สหมิตร และสหกรณ์แท็กซี่เหลืองทอง ปรับเปลี่ยนมุมมอง พร้อมเสริมทักษะและความรู้เพื่อเตรียมพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัลผ่าน 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่ “เปลี่ยนสู่สิ่งแวดล้อมที่ดีกว่า” ที่เปิดโอกาสให้ได้ทดลองและเรียนรู้เกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้า “เปลี่ยนสู่สุขภาวะที่ดีกว่า” เพื่อชวนให้หันมาดูแลสุขภาพและใส่ใจในเรื่องความปลอดภัยระหว่างการให้บริการ และ “เปลี่ยนสู่การให้บริการที่ดีกว่า” ด้วยการเสริมทักษะด้านดิจิทัล พร้อมแนะนำช่องทางในการสร้างรายได้เสริมและสิทธิประโยชน์บนแพลตฟอร์มแกร็บ  นางสาวเมธิณี อนวัชกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจการเดินทางและบริหารคนขับ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “แกร็บดำเนินงานในประเทศไทยมาเป็นเวลากว่า 12 ปี โดยเริ่มต้นจากการให้บริการ GrabTaxi ก่อนที่จะขยายบริการเรียกรถให้มีความหลากหลาย และครอบคลุมทุกความต้องการของผู้ใช้อย่างเช่นปัจจุบัน โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เรามุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสร้างมาตรฐานการให้บริการ ที่มาพร้อมกับความสะดวกและความปลอดภัยให้กับคนขับและผู้โดยสาร รวมถึงเรายังได้ทำงานร่วมกับกลุ่มคนขับแท็กซี่อย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยกันยกระดับขนส่งมวลชนไทยให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งสำหรับในปีนี้ แกร็บ ยังคงเดินหน้าสนับสนุนกลุ่มคนขับแท็กซี่อย่างต่อเนื่อง ด้วยการจับมือกับสมาคมการค้าเครือข่ายแท็กซี่ไทย จัดงาน ‘แท็กซี่ยุคใหม่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/grab-supports-taxi-to-ev-transition/">แกร็บ ผนึก สมาคมแท็กซี่ไทย อัปสกิลดิจิทัลแก่คนขับแท็กซี่ 5 สหกรณ์ ในงาน “แท็กซี่ยุคใหม่ พร้อมใจเปลี่ยน”   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>แกร็บ ประเทศไทย ผู้นำแพลตฟอร์มเรียกรถอันดับ </strong><strong>1</strong><strong> ผนึกสมาคมการค้าเครือข่ายแท็กซี่ไทย พร้อมด้วยพันธมิตรภาครัฐ-เอกชน จัดงาน “แท็กซี่ยุคใหม่ พร้อมใจเปลี่ยน” หนุนคนขับแท็กซี่จาก </strong><strong>5 </strong><strong>สหกรณ์ใหญ่ ได้แก่ สหกรณ์แท็กซี่สยาม สหกรณ์มิตรแท้แท็กซี่ สหกรณ์แท็กซี่ภูมิพลัง สหกรณ์แท็กซี่สหมิตร และสหกรณ์แท็กซี่เหลืองทอง</strong></p>
<p><span id="more-38678"></span></p>
<p><strong> ปรับเปลี่ยนมุมมอง พร้อมเสริมทักษะและความรู้เพื่อเตรียมพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัลผ่าน </strong><strong>3 </strong><strong>กิจกรรมหลัก ได้แก่ “เปลี่ยนสู่สิ่งแวดล้อมที่ดีกว่า” ที่เปิดโอกาสให้ได้ทดลองและเรียนรู้เกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้า “เปลี่ยนสู่สุขภาวะที่ดีกว่า” เพื่อชวนให้หันมาดูแลสุขภาพและใส่ใจในเรื่องความปลอดภัยระหว่างการให้บริการ และ “เปลี่ยนสู่การให้บริการที่ดีกว่า” ด้วยการเสริมทักษะด้านดิจิทัล พร้อมแนะนำช่องทางในการสร้างรายได้เสริมและสิทธิประโยชน์บนแพลตฟอร์มแกร็บ</strong></p>
<p><strong> </strong><strong>นางสาวเมธิณี อนวัชกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจการเดินทางและบริหารคนขับ แกร็บ ประเทศไทย </strong>กล่าวว่า “แกร็บดำเนินงานในประเทศไทยมาเป็นเวลากว่า 12 ปี โดยเริ่มต้นจากการให้บริการ GrabTaxi ก่อนที่จะขยายบริการเรียกรถให้มีความหลากหลาย และครอบคลุมทุกความต้องการของผู้ใช้อย่างเช่นปัจจุบัน โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เรามุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสร้างมาตรฐานการให้บริการ ที่มาพร้อมกับความสะดวกและความปลอดภัยให้กับคนขับและผู้โดยสาร รวมถึงเรายังได้ทำงานร่วมกับกลุ่มคนขับแท็กซี่อย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยกันยกระดับขนส่งมวลชนไทยให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งสำหรับในปีนี้ แกร็บ ยังคงเดินหน้าสนับสนุนกลุ่มคนขับแท็กซี่อย่างต่อเนื่อง ด้วยการจับมือกับสมาคมการค้าเครือข่ายแท็กซี่ไทย จัดงาน ‘แท็กซี่ยุคใหม่ พร้อมใจเปลี่ยน’ เพื่อเชิญชวนคนขับแท็กซี่จากสหกรณ์ในเครือข่ายมาร่วมเรียนรู้ทักษะใหม่  เพื่อเตรียมความพร้อมในการก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างมั่นใจ และสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมการเดินทางได้อย่างยั่งยืน”</p>
<p><strong>นายวิฑูรย์ แนวพานิช นายกสมาคมการค้าเครือข่ายแท็กซี่ไทย และประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพมหานคร</strong> กล่าวว่า “ปัจจุบันคนขับแท็กซี่ต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งจากต้นทุนค่าครองชีพ และค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น  รวมถึงเทคโนโลยีและพฤติกรรมของผู้โดยสารที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ทำให้รูปแบบการทำงานของแท็กซี่ไทยจำเป็นต้องเกิดการ ‘เปลี่ยนแปลง’ เพื่อปรับตัวให้ทันต่อสภาพแวดล้อมการทำงานยุคใหม่ ซึ่งถึงแม้ว่าขณะนี้จะมีคนขับแท็กซี่กว่าหลายหมื่นรายที่ใช้แพลตฟอร์ม Grab เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างรายได้ผ่านแอปพลิเคชัน แต่ต้องยอมรับว่ายังมีคนขับแท็กซี่อีกจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่เคยเข้าร่วมแพลตฟอร์มดิจิทัล ดังนั้น ความร่วมมือในครั้งนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการเปิดโอกาสให้คนขับแท็กซี่ในสหกรณ์เครือข่ายของสมาคมฯ ได้แก่ สหกรณ์แท็กซี่สยาม สหกรณ์มิตรแท้แท็กซี่ สหกรณ์แท็กซี่ภูมิพลัง สหกรณ์แท็กซี่สหมิตร และสหกรณ์แท็กซี่เหลืองทอง รวมเป็นจำนวนกว่า 80,000 คัน สามารถเข้าใจโลกยุคใหม่ พร้อมเข้าถึงองค์ความรู้ เครื่องมือ และแนวทางที่จำเป็นต่อการยกระดับการให้บริการและการสร้างรายได้ในยุคดิจิทัลต่อไปในอนาคต”</p>
<p><strong>สำหรับไฮไลท์สำคัญของงาน “แท็กซี่ยุคใหม่ พร้อมใจเปลี่ยน” ในครั้งนี้</strong> มุ่งเน้นการส่งเสริม 3 ทักษะสำคัญให้กับกลุ่มคนขับแท็กซี่ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต และมาตรฐานการให้บริการอย่างยั่งยืน ซึ่งประกอบด้วย</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38680 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Grab-Taxi2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; การส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้า</strong> <strong>เพื่อ</strong> <strong>“เปลี่ยนสู่สิ่งแวดล้อมที่ดีกว่า”</strong> ผ่านการเจาะลึกข้อมูลโครงการ GrabEV ที่ช่วยให้คนขับแท็กซี่เข้าใจถึงประโยชน์ในการเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุนด้านเชื้อเพลิง และการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมเปิดให้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่จริงยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นต่างๆ อาทิ รุ่น AION ES รุ่น AION Y Plus และ รุ่น MG EP</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-38681 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Grab-Taxi3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; การดูแลสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน เพื่อ “เปลี่ยนสู่สุขภาวะที่ดีกว่า” </strong>ผ่านการเรียนรู้วิธีดูแลรักษาสุขภาพ พร้อมตรวจร่างกายฟรี จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)รวมถึงการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยบนท้องถนน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อการประกอบอาชีพอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (สสปท.)</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-38682 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Grab-Taxi4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; การเสริมทักษะด้านดิจิทัล เพื่อ “เปลี่ยนสู่การให้บริการที่ดีกว่า”</strong> ผ่านการส่งเสริมให้คนขับแท็กซี่เห็นประโยชน์จากการใช้เครื่องมือดิจิทัลในการเพิ่มโอกาสในการหารายได้ พร้อมสอนการใช้แอปพลิเคชันแกร็บ เพื่อให้บริการเรียกรถ และแนะนำสิทธิประโยชน์ต่างๆ อาทิ บริการทางการเงิน และประกันอุบัติเหตุ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38683 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Grab-Taxi5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายเดือน สุวรรณพุ่ม คนขับภายใต้สหกรณ์แท็กซี่ภูมิพลัง</strong> กล่าวว่า “ผมขับแท็กซี่มานานกว่า 38 ปี และเป็นหนึ่งในแท็กซี่กลุ่มแรกที่เปิดใจลองใช้แพลตฟอร์มแกร็บในการช่วยเสริมรายได้ จากแต่ก่อนที่ต้องตระเวนหาผู้โดยสาร ตอนนี้เราสามารถรับงานผ่านแอปได้ ทำให้ผมมีรายได้เพิ่มขึ้น ทำงานได้สะดวกขึ้น การได้มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ช่วยเปิดโลกการทำงานให้กับผมเป็นอย่างมาก ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น วิธีดูแลสุขภาพของตัวเอง และการได้มาลองขับรถไฟฟ้า ที่จะเป็นตัวเลือกในการช่วยประหยัดต้นทุนให้กับคนขับแท็กซี่ได้อย่างมาก  ผมเชื่อว่าการทำงานในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลา เราจะต้องเรียนรู้และปรับตัวอยู่เสมอ ผมจึงอยากแนะนำให้เพื่อนคนขับแท็กซี่เปิดใจ และลองเปลี่ยนวิธีการทำงานของตัวเองให้ทันยุคสมัยต่อไป”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38684 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Grab-Taxi6.jpg" alt="" width="1200" height="723" /></p>
<p><em>*แอปเรียกรถยอดนิยมอันดับ 1 ในไทยปี 2024 โดย Kantar       </em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/grab-supports-taxi-to-ev-transition/">แกร็บ ผนึก สมาคมแท็กซี่ไทย อัปสกิลดิจิทัลแก่คนขับแท็กซี่ 5 สหกรณ์ ในงาน “แท็กซี่ยุคใหม่ พร้อมใจเปลี่ยน”   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มาแล้ว &#8216;รถขนฝัน&#8217; คันใหม่ &#8216;ไทย สมายล์ บัส&#8217; ส่งมอบ EV Bus มูลค่า 4.5 ล้านบาท ช่วยสานฝัน​ &#8216;หมอนทองวิทยา&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/11/tsb-delivered-ev-bus-to-monthongwittaya-school/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Nov 2025 06:30:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Hop Card]]></category>
		<category><![CDATA[Monthongwittaya School]]></category>
		<category><![CDATA[TSB]]></category>
		<category><![CDATA[กุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถขนฝัน]]></category>
		<category><![CDATA[รถบัสพลังงานไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รสบัสไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[หมอนทองวิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[เด็ก-เยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[เต -วรากร ช่างเขียนดี]]></category>
		<category><![CDATA[เยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[แรงบันดาลใจ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนหมอนทองวิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย สมายล์ บัส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37905</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด (TSB) เดินทางไปยังโรงเรียนหมอนทองวิทยา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อส่งมอบ รถบัสพลังงานไฟฟ้า EV 100% ให้แก่โรงเรียน โดยมี ผอ. ใย ยศยิ่ง ผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมคณะครู โค้ช และนักเตะทีมฟุตบอลโรงเรียน เป็นตัวแทนรับมอบ โดยซีอีโอ TSB เปิดเผยว่า เรื่องราวของ &#8216;รถขนฝันโรงเรียนหมอนทองวิทยา&#8217; ได้สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนจำนวนมาก เราเองก็ได้เห็นถึงพลัง ความตั้งใจ และความอบอุ่นระหว่างครูกับนักเรียน ที่ร่วมกันสร้างโอกาสให้เยาวชนได้เดินตามความฝัน จึงขอเป็นอีกหนึ่งพลังเล็กๆ ที่ช่วยสานต่อโอกาส ด้วยการส่งมอบรถบัสพลังงานไฟฟ้าเพื่อให้นักเรียนได้ใช้ประโยชน์ในต่อไป และเดินทางสู่สนามของความฝันอย่างปลอดภัยและยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับที่ผ่านมา TSB ได้ดำเนินโครงการสนับสนุนบัตรโดยสาร HOP Card ให้แก่นักเรียน นักศึกษา เปิดโอกาสให้เด็ก-เยาวชนได้เข้าถึงขนส่งสาธารณะพลังงานสะอาด เชื่อมโยง การเดินทางเข้ากับการเรียนรู้ และการพัฒนาเยาวชนอย่างต่อเนื่อง “ไทย สมายล์ บัส ไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้บริการรถโดยสารไฟฟ้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/tsb-delivered-ev-bus-to-monthongwittaya-school/">มาแล้ว &#8216;รถขนฝัน&#8217; คันใหม่ &#8216;ไทย สมายล์ บัส&#8217; ส่งมอบ EV Bus มูลค่า 4.5 ล้านบาท ช่วยสานฝัน​ &#8216;หมอนทองวิทยา&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คุณกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด (TSB) เดินทางไปยังโรงเรียนหมอนทองวิทยา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อส่งมอบ รถบัสพลังงานไฟฟ้า EV 100% ให้แก่โรงเรียน โดยมี <strong>ผอ. ใย ยศยิ่ง</strong> ผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมคณะครู โค้ช และนักเตะทีมฟุตบอลโรงเรียน เป็นตัวแทนรับมอบ</p>
<p><span id="more-37905"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37906 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/942061.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยซีอีโอ TSB เปิดเผยว่า เรื่องราวของ &#8216;รถขนฝันโรงเรียนหมอนทองวิทยา&#8217; ได้สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนจำนวนมาก เราเองก็ได้เห็นถึงพลัง ความตั้งใจ และความอบอุ่นระหว่างครูกับนักเรียน ที่ร่วมกันสร้างโอกาสให้เยาวชนได้เดินตามความฝัน จึงขอเป็นอีกหนึ่งพลังเล็กๆ ที่ช่วยสานต่อโอกาส ด้วยการส่งมอบรถบัสพลังงานไฟฟ้าเพื่อให้นักเรียนได้ใช้ประโยชน์ในต่อไป และเดินทางสู่สนามของความฝันอย่างปลอดภัยและยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับที่ผ่านมา TSB ได้ดำเนินโครงการสนับสนุนบัตรโดยสาร HOP Card ให้แก่นักเรียน นักศึกษา เปิดโอกาสให้เด็ก-เยาวชนได้เข้าถึงขนส่งสาธารณะพลังงานสะอาด เชื่อมโยง การเดินทางเข้ากับการเรียนรู้ และการพัฒนาเยาวชนอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37907 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/942055.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“ไทย สมายล์ บัส ไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้บริการรถโดยสารไฟฟ้า แต่คือองค์กรที่ขับเคลื่อนพันธกิจด้าน ESG ควบคู่กับ IDG ที่เราเชื่อว่า ‘<strong>การสนับสนุนเยาวชน’</strong> คือจุดเริ่มต้นของเมืองที่ยั่งยืน การสร้างโอกาสให้เด็กๆ ได้เรียนรู้และเติบโตอย่างมีคุณภาพคือการลงทุนระยะยาวที่สำคัญที่สุดของสังคมไทย”</em> คุณกุลพรภัสร์ กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37911 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/914022.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ด้าน<strong> ผอ.​ใย ยศยิ่ง</strong> ผู้อำนวยการโรงเรียนหมอนทองวิทยา ได้กล่าวขอบคุณ TSB ที่ให้ความสำคัญกับเยาวชนและการศึกษา โดยรถบัสไฟฟ้าคันนี้จะเป็น “ห้องเรียนเคลื่อนที่” ที่ช่วยเปิดโลกการเรียนรู้ให้กับนักเรียนทั้งในกิจกรรมแข่งขัน กีฬา และการเรียนรู้นอกห้องเรียน พร้อมเป็นแรงบันดาลใจให้นักเรียนรุ่นต่อๆ ไปมุ่งมั่นพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>ขณะที่<strong> &#8216;เต&#8217; วรากร ช่างเขียนดี</strong> นักเตะของทีมหมอนทองฯ บอกว่า ตนเองดีใจมาก ที่โรงเรียนได้รับรถคันใหม่ แอร์เย็นมากด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37909 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/942069.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37910 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/942065.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37908 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/914032.jpg" alt="" width="1200" height="848" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/tsb-delivered-ev-bus-to-monthongwittaya-school/">มาแล้ว &#8216;รถขนฝัน&#8217; คันใหม่ &#8216;ไทย สมายล์ บัส&#8217; ส่งมอบ EV Bus มูลค่า 4.5 ล้านบาท ช่วยสานฝัน​ &#8216;หมอนทองวิทยา&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Dat Bike ได้รับเงินลงทุนเพิ่มเติม 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐในการระดมทุนรอบล่าสุด เพิ่มขนาดเงินทุนเป็นสองเท่า เพื่อเร่งการปฏิวัติยานยนต์ไฟฟ้าในเวียดนาม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/dat-bike/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 20 Sep 2025 11:03:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Dat Bike]]></category>
		<category><![CDATA[จักรยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ซอน เหงียน]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36464</guid>

					<description><![CDATA[<p>ด้วยเงินลงทุนรอบใหม่ 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะช่วยให้ Dat Bike สามารถขยายกำลังการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ขยายตลาด และสร้างเครือข่ายการจัดจำหน่าย เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของเวียดนาม  และ Dat Bike ยังมีแผนขยายการลงทุนมายังตลาดประเทศไทย Dat Bike สตาร์ทอัพรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของเวียดนาม ได้รับเงินลงทุนรอบใหม่กว่า 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการระดมทุน Series B ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าการระดมทุนครั้งก่อนถึงหนึ่งเท่าตัว ทำให้สัดส่วนการลงทุนรวมแตะ 47 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การระดมทุนรอบใหม่นี้นำโดย F.C.C ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว และ Rebright Partner บริษัทเวนเจอร์แคปิตอลจากญี่ปุ่น รวมถึง Jungle Venture หนึ่งในบริษัทเวนเจอร์แคปิตอลชั้นนำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ก็เข้าร่วมลงทุนในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มนักลงทุนรายใหม่ อาทิ Cathay Venture ซึ่งเป็นหน่วยลงทุนของกลุ่มบริษัทการเงินใหญ่ที่สุดในไต้หวัน AiViet Venture กองทุนเวนเจอร์แคปิตอลที่เน้นลงทุนในสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีและสุขภาพ โดยได้รับการสนับสนุนจากผู้นำในอุตสาหกรรมอย่าง FPT, MoMo, Galaxy และ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/dat-bike/">Dat Bike ได้รับเงินลงทุนเพิ่มเติม 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐในการระดมทุนรอบล่าสุด เพิ่มขนาดเงินทุนเป็นสองเท่า เพื่อเร่งการปฏิวัติยานยนต์ไฟฟ้าในเวียดนาม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>ด้วยเงินลงทุนรอบใหม่</em><em> 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะช่วยให้ Dat Bike สามารถขยายกำลังการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ขยายตลาด และสร้างเครือข่ายการจัดจำหน่าย เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของเวียดนาม  และ Dat Bike ยังมีแผนขยายการลงทุนมายังตลาดประเทศไทย</em></p>
<p><span id="more-36464"></span></p>
<p>Dat Bike สตาร์ทอัพรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของเวียดนาม ได้รับเงินลงทุนรอบใหม่กว่า 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการระดมทุน Series B ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าการระดมทุนครั้งก่อนถึงหนึ่งเท่าตัว ทำให้สัดส่วนการลงทุนรวมแตะ 47 ล้านดอลลาร์สหรัฐ</p>
<p>การระดมทุนรอบใหม่นี้นำโดย F.C.C ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว และ Rebright Partner บริษัทเวนเจอร์แคปิตอลจากญี่ปุ่น รวมถึง Jungle Venture หนึ่งในบริษัทเวนเจอร์แคปิตอลชั้นนำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ก็เข้าร่วมลงทุนในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มนักลงทุนรายใหม่ อาทิ Cathay Venture ซึ่งเป็นหน่วยลงทุนของกลุ่มบริษัทการเงินใหญ่ที่สุดในไต้หวัน AiViet Venture กองทุนเวนเจอร์แคปิตอลที่เน้นลงทุนในสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีและสุขภาพ โดยได้รับการสนับสนุนจากผู้นำในอุตสาหกรรมอย่าง FPT, MoMo, Galaxy และ Kyber Network</p>
<p>การระดมทุนนี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของเวียดนามกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ จากนโยบายภาครัฐที่สนับสนุนการใช้ยานหาพนะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และความพยายามในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ รวมถึงการห้ามรถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในเขตเมืองฮานอย ซึ่งกฎหมายนี้จะมีผลบังคับใช้ในเดือนกรกฎาคม ปี 2569 การเติบโตของ Dat Bike ไม่เพียงสะท้อนถึงความสำเร็จทางธุรกิจเท่านั้น แต่บริษัทยังมีส่วนสำคัญในการผลักดันการเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย</p>
<p><em>“ความสำเร็จในครั้งนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นของ Dat Bike ภายใต้การสนับสนุนจากนักลงทุนทั่วโลก เราสามารถขยายกำลังการผลิต และเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ควบคู่กับการผลักดันรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสำหรับคนเวียดนามและประเทศต่างๆ ในภูมิภาค” </em><strong>ซอน เหงียน ซีอีโอ</strong><strong> Dat Bike </strong>กล่าว<em> </em></p>
<p><em>“ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นประกอบกับความเข้าใจเชิงลึกในห่วงโซ่อุปทานของประเทศ ทำให้เราสามารถสร้างนวัตกรรมและพัฒนารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องเพื่อแข่งขันกับรถน้ำมัน ทั้งในด้านของสมรรถนะและระยะทางวิ่ง การลงทุนในครั้งนี้เป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาระบบนิเวศของยานยนต์ไฟฟ้าของเวียดนาม รวมถึงขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36496 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Dat-bike1.jpg" alt="" width="1200" height="796" /></p>
<p><strong>ยุคของการเติบโต</strong></p>
<p>การระดมทุนของ Dat Bike ในครั้งนี้ จะนำไปใช้เพื่อการขยายกำลังการผลิตของโรงงาน การปรับปรุงเครื่องจักรที่ทันสมัย และการนำระบบ Automation มาช่วยในการผลิต เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตให้ทันกับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงพัฒนาบริการหลังการขายกับลูกค้านับหมื่นราย ที่ใช้รถจักรยานยนต์ของบริษัทเป็นพาหนะในการเดินทางที่สะดวก ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</p>
<p>นอกจากนี้เงินทุนอีกส่วนหนึ่ง จะถูกนำไปใช้เพื่อพัฒนางานวิจัยของ Dat Bike ทั้งในด้านการค้นคว้าเทคโนโลยีใหม่ๆ  และการขยายโมเดลรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นต่อไป รวมถึงการใช้เงินลงทุนครั้งนี้เพื่อพัฒนาบริการในช่องทางการจัดจำหน่ายและบริการหลังการขายสำหรับลูกค้าทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า</p>
<p>นอกจากนี้ บริษัทยังมีความร่วมมือกับแพลตฟอร์มด้านการขนส่ง และผู้ให้บริการสินเชื่อเพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับลูกค้าในการเปลี่ยนจากรถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงไปเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น รวมถึงการระดมทุนในครั้งนี้ยังเป็นการบรรลุความร่วมมือของการเป็นหุ้นส่วนในเชิงกลยุทธ์ระหว่าง F.C.C. และ Dat Bike เพื่อส่งเสริมการใช้จักรยานยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น</p>
<p><em>“Dat Bike เป็นสตาร์ทอัพชั้นนำของประเทศเวียดนามที่พัฒนา ผลิต และจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ที่มีโอกาสในการเติบโตสูงมากในตลาดอาเซียน ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งและมีวิสัยทัศน์ในระยะกลางและระยะยาว เราจึงตกลงเป็นหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์สำหรับภูมิภาคอาเซียน” </em>โฆษกของ F.C.C. กล่าวและขยายความว่า</p>
<p><em>&#8220;ความร่วมมือหุ้นส่วนในเชิงกลยุทธ์ระหว่าง Dat Bike และ F.C.C.</em> <em>จะครอบคลุมการจัดหาชิ้นส่วนของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงข้อตกลงร่วมกันในการสร้างสังคมแห่งการขับขี่อย่างยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคม โดยตอบสนองความต้องการของชุมชน การแก้ไขปัญหาสังคม ผ่านการสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า การบริหารจัดการที่ดี และการจัดการกับห่วงโซ่อุปทานด้วยศักยภาพในฐานะผู้นำตลาดระดับโลกในธุรกิจผลิตคลัตช์ของเรา</em><em>”</em></p>
<p><strong>ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตเร็วที่สุดในเวียดนาม</strong></p>
<p>Dat Bike ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2562 ในฐานะแบรนด์รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ราคาประหยัดของเวียดนาม Dat Bike สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการนำเสนอรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่มีสมรรถนะสูงคุ้มค่ากับการลงทุน Dat Bike สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งที่พึ่งพาการนำเข้า ด้วยการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่งขึ้นภายในประเทศ ด้วยการค้นคว้าวิจัยและการพัฒนาส่วนประกอบของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ตั้งแต่แชสซี หน้ากากรถจักรยานยนต์ ระบบควบคุม ชุดแบตเตอรี่ และชุดซอฟต์แวร์แบบครบวงจร</p>
<p>ความเชี่ยวชาญในเชิงลึกของ Dat Bike ช่วยให้ธุรกิจสามารถควบคุมคุณภาพและต้นทุนในการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของ Dat Bike  มีสมรรถนะที่เหนือกว่าในราคาที่จับต้องได้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันในตลาด รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของ Dat Bike ส่งมอบประสบการณ์ที่ดีในการขับขี่ ความคล่องตัว และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จึงเข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกระดับ และได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าหลายหมื่นราย</p>
<p><strong>โอกาสเติบโตและการรุกตลาดในประเทศไทย</strong></p>
<p>การเติบโตของตลาดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้นโยบายของภาครัฐ มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า นอกเหนือจากประเทศเวียดนามแล้ว ประเทศไทยได้กลายเป็นศูนย์กลางของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค ด้วยนโยบายสนับสนุนการใช้รถ EV และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของพลังงานสะอาด ประเทศไทยมีศักยภาพสูงจากตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ ที่มียอดจำหน่ายมากกว่า 1.71 ล้านคันในปี 2567 แม้ปัจจุบันตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจะมีสัดส่วนประมาณ 1% ของตลาดโดยรวม แต่การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้ายังมีการเติบโตอย่างรวดเร็วตามนโยบาย EV 3.0 ของรัฐบาล ภายใต้นโยบายนี้ภาครัฐจะส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าผ่านการนำเสนอสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่น การลดภาษี การให้เงินสนับสนุน การให้ส่วนลด รวมถึงการลดภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิต การสนับสนุนเหล่านี้ช่วยเร่งให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตขึ้น และเป็นโอกาสที่ดีในการขยายตลาดและสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรของ Dat Bike</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/dat-bike/">Dat Bike ได้รับเงินลงทุนเพิ่มเติม 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐในการระดมทุนรอบล่าสุด เพิ่มขนาดเงินทุนเป็นสองเท่า เพื่อเร่งการปฏิวัติยานยนต์ไฟฟ้าในเวียดนาม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยพาณิชย์ หนุน SME เปลี่ยนผ่านสู่  &#8216;Green Logistics’ เพิ่มศักยภาพแข่งขัน เพื่อเติบโตอย่างยั่งยืนยุคคาร์บอนต่ำ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/08/scb-support-sme-transition-to-green-logistics/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 25 Aug 2024 11:56:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[BOI]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[EV Charger]]></category>
		<category><![CDATA[EV Commercial Fleet]]></category>
		<category><![CDATA[Financial]]></category>
		<category><![CDATA[Fleet]]></category>
		<category><![CDATA[Green Logistics]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[SCB EIC]]></category>
		<category><![CDATA[SCB SME]]></category>
		<category><![CDATA[SME]]></category>
		<category><![CDATA[SME ​ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Finance]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[กรีนโฮม โซลูชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์เอสเอ็มอี]]></category>
		<category><![CDATA[ขนส่งสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ขนส่งสีเขียว เปลี่ยนธุรกิจ SME ให้ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ฐิตา เภกานนท์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บีพีเอส เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อีโวลท์ เทคโนโลยี จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โชเซ่น ดิจิตอล จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พูนพัฒน์ โลหารชุน]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[วรพจน์ รื่นเริงวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สุรพงษ์ สาเรชพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[อุษณีย์ ถิ่นเกาะแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เอสเอ็มอี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28352</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เป็นทั้งโอกาสและความท้าทายในการดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในภาคขนส่งกับการมาถึงของยานยนต์ไฟฟ้า ธนาคารไทยพาณิชย์ โดยกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี  มุ่งมั่นสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่มากกว่าแค่การให้ “สินเชื่อ” จึงระดมเครือข่ายพันธมิตรด้านยานยนต์ไฟฟ้า ร่วมให้คำแนะนำและองค์ความรู้ในการวางกลยุทธ์เอสเอ็มอี เพื่อสามารถเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำและเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน ผ่านงานเสวนา “ขนส่งสีเขียว เปลี่ยนธุรกิจ SME ให้ยั่งยืน” อีไอซี แนะ 3 แนวทาง เอสเอ็มอีคว้าโอกาสยานยนต์ไฟฟ้า คุณฐิตา เภกานนท์ นักวิเคราะห์อาวุโส ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ชี้ว่า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์มีทิศทางปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกันกับรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล สะท้อนจากยอดจดทะเบียนตั้งแต่ปี 2561 – พฤษภาคม 2567 รถบัสไฟฟ้ามีจำนวน 2,567 คัน หรือคิดเป็น 5% ของจำนวนยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด ขณะที่รถบรรทุกไฟฟ้ามีจำนวน 461 คัน หรือประมาณ 0.20% และรถตู้ไฟฟ้ามีจำนวน 434 คัน หรือประมาณ 0.03% โดยปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในระยะถัดไป คือ แผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกสาขาคมนาคมขนส่ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/scb-support-sme-transition-to-green-logistics/">ไทยพาณิชย์ หนุน SME เปลี่ยนผ่านสู่  &#8216;Green Logistics’ เพิ่มศักยภาพแข่งขัน เพื่อเติบโตอย่างยั่งยืนยุคคาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เมื่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ </strong><strong>เป็นทั้งโอกาสและความท้าทายในการดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในภาคขนส่งกับการมาถึงของยานยนต์ไฟฟ้า </strong></p>
<p><span id="more-28352"></span></p>
<p><strong>ธนาคารไทยพาณิชย์ โดยกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี  มุ่งมั่นสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่มากกว่าแค่การให้ “สินเชื่อ” จึงระดมเครือข่ายพันธมิตรด้านยานยนต์ไฟฟ้า ร่วมให้คำแนะนำและองค์ความรู้ในการวางกลยุทธ์เอสเอ็มอี เพื่อสามารถเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำและเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน ผ่านงาน</strong><strong>เสวนา</strong><strong> “</strong><strong>ขนส่งสีเขียว เปลี่ยนธุรกิจ </strong><strong>SME </strong><strong>ให้ยั่งยืน</strong><strong>”</strong></p>
<p><strong>อีไอซี แนะ </strong><strong>3</strong><strong> แนวทาง เอสเอ็มอีคว้าโอกาสยานยนต์ไฟฟ้า</strong></p>
<p><strong>คุณฐิตา เภกานนท์</strong> นักวิเคราะห์อาวุโส ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ชี้ว่า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์มีทิศทางปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกันกับรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล สะท้อนจากยอดจดทะเบียนตั้งแต่ปี 2561 – พฤษภาคม 2567 รถบัสไฟฟ้ามีจำนวน 2,567 คัน หรือคิดเป็น 5% ของจำนวนยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด ขณะที่รถบรรทุกไฟฟ้ามีจำนวน 461 คัน หรือประมาณ 0.20% และรถตู้ไฟฟ้ามีจำนวน 434 คัน หรือประมาณ 0.03%</p>
<p><strong>โดยปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในระยะถัดไป </strong>คือ แผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกสาขาคมนาคมขนส่ง  มาตรการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ โดยสามารถหักภาษีได้ 1.5 &#8211; 2 เท่า และภาคเอกชนตื่นตัวกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนส่งแบบ Last Mile และแบบเดลิเวอรี่</p>
<p>ดังนั้น แนวทางการปรับตัวและโอกาสที่เอสเอ็มอีจะคว้าได้จากเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้า ประกอบด้วย 3 แนวทาง ได้แก่ 1. คัดสรรสินค้า/บริการที่ทันสมัยหลากหลายและตอบโจทย์ 2. พัฒนาสินค้า กระบวนการการผลิตและทักษะแรงงานให้สอดรับกับความต้องการในห่วงโซ่อุปทาน และ 3. ขยายโอกาสในการดำเนินธุรกิจร่วมกับผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่ที่หันมาให้ความสำคัญกับประเด็นความยั่งยืนมากขึ้น</p>
<p><strong>เปลี่ยนรถองค์กรเป็น </strong><strong>Fleet </strong><strong>สร้างความคุ้มค่าระยะยาว</strong></p>
<p><strong>คุณพูนพัฒน์ โลหารชุน</strong> กรรมการสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีโวลท์ เทคโนโลยี จำกัด ผู้เชี่ยวชาญการให้บริการระบบยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร ทั้งจัดหาเครื่องชาร์จ แพลตฟอร์ม และการบริหารจัดการรอบด้าน (Platform &amp; Soft Management) กล่าวว่า โครงสร้างพื้นฐานของไทยมีความพร้อมอย่างมากในการดึงดูดการลงทุนจากประเทศผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า และด้วยโลจิสติกส์ที่แข็งแรง ส่งผลให้ธุรกิจปรับมาใช้ยานพาหนะในองค์กรในรูปแบบ Fleet เพิ่มมากขึ้น เพราะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในองค์กรอย่างเป็นระบบ</p>
<p>ประเทศไทยมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านจากรถขนส่งเชิงพาณิชย์จากเชื้อเพลิงเดิมสู่รถขนส่งไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (EV Commercial Fleet) เป็นจำนวน 1 แสนคันในปี 2030 จากปัจจุบันที่มีเพียง 3,000 คัน ซึ่งเทียบสัดส่วนไม่ถึง 1% ของยานยนต์ไฟฟ้าในไทย และด้วยระบบบริหารจัดการของรถขนส่งไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ที่แตกต่างจากรถไฟฟ้าส่วนบุคคล จากปัจจัยการกำหนดเส้นทาง และการใช้สถานีชาร์จที่มีขนาดแตกต่างกัน สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ การออกแบบด้านวิศวกรรมตั้งแต่ต้นจนจบและใช้แพลตฟอร์มไปใช้เพื่อให้เกิด utilization ที่สูงขึ้น</p>
<p>ทั้งนี้ 5 ปัจจัยหลักที่เอสเอ็มอีต้องคำนึงก่อนตัดสินใจลงทุนใช้ EV Commercial Fleet ประกอบด้วย</p>
<p><strong>1. </strong><strong>การวางแผนการดําเนินงาน (</strong><strong>Operation Plan)</strong> เพื่อให้องค์กรสามารถลดต้นทุนได้สำเร็จในระยะยาวตามเป้าหมายที่วางไว้</p>
<p><strong>2. </strong><strong>การเลือกยานพาหนะ </strong>การเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ต้องตอบโจทย์และคุ้มค่าต่อการใช้งานมากที่สุด</p>
<p><strong>3. Charging Infrastructure</strong> โครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จไฟฟ้า</p>
<p><em><strong>4. Energy Management</strong></em> มีระบบจัดการพลังงาน เพื่อช่วยวิเคราะห์ บริหารจัดการ ควบคุม และติดตามการใช้พลังงานไฟฟ้า</p>
<p><strong>5. </strong><strong>การประเมินต้นทุนโดยรวม</strong> ซึ่งผู้ประกอบการต้องวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายแบบครบวงจร</p>
<p><strong>คุณวรพจน์ รื่นเริงวงศ์</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โชเซ่น ดิจิตอล จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจพัฒนาซอฟต์แวร์สำเร็จรูประบบควบคุม EV Charger เสริมในประเด็นดังกล่าว กล่าวว่า บริษัทสามารถช่วยคำนวณต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการที่สนใจใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ตั้งแต่การตั้งสถานีชาร์จ EV และช่วยธุรกิจกำหนดขีดจำกัดของการใช้ Fleet Card เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งแม้ว่าปัจจุบันรถบรรทุกไฟฟ้าจะมีต้นทุนสูงกว่ารถที่ใช้แก๊สประมาณ 1.5 เท่า ในต้นทุนพลังงาน และในเชิงการบำรงุรักษา ยานยนต์ไฟฟ้ามีความคุ้มค่าที่ยาวนานกว่าเมื่อเทียบกับรถที่ใช้แก๊ส</p>
<p><strong>สถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าต่อยอดธุรกิจและคุณค่าให้เอสเอ็มอี</strong></p>
<p><strong>คุณสุรพงษ์ สาเรชพันธุ์</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีพีเอส เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการกรีนโฮม โซลูชั่น กล่าวว่า การที่ประเทศไทยประกาศปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2065 ทำให้องค์กรขนาดใหญ่นำร่อง​เปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนกันไปมากพอสมควร ในมุมของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการปรับตัวเองไปสู่เส้นทางสังคมคาร์บอนต่ำ ได้ด้วยการมองการลงทุนสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า โดยติดตั้งได้ทั้งที่สถานที่ทำงาน หรือ เป็นบริการเสริมต่อยอดจากบริการหลัก ซึ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ธุรกิจได้ทั้ง การส่งเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่องค์กรกรณีไม่คิดค่าบริการชาร์จไฟฟ้าแก่ลูกค้าที่มาใช้บริการในธุรกิจหลัก และการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้แก่ตัวผู้ประกอบการเอง  ซึ่งเชื่อว่า การลงทุนทำสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะสร้างจุดคุ้มทุนและสร้างความคุ้มค่าให้แก่ธุรกิจในระยะเวลาอันรวดเร็ว</p>
<p><strong>BOI </strong><strong>พร้อมหนุนสิทธิประโยชน์ภาษี เร่งลงทุนขนส่งสีเขียว</strong></p>
<p><strong>คุณอุษณีย์ ถิ่นเกาะแก้ว</strong> นักวิชาการส่งเสริมการลงทุน กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กล่าวว่า ซึ่งการสร้างฐานอุตสาหกรรมอีวี ถือเป็นนโยบายระดับประเทศที่หลายหน่วยงานร่วมกันผลักดัน โดย BOI พร้อมสนับสนุนสิทธิประโยชน์ทางภาษีครอบคลุมการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าทุกเซกเมนต์ และชิ้นส่วนที่เชื่อมโยงซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งการลงทุนติดตั้งสถานีชาร์จ โดยต้องมีขนาดลงทุนไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน ไม่น้อยกว่า 5 แสนบาท สำหรับผู้ประกอบการ SMEs และไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการทั่วไป</p>
<p>นอกจากนี้  ทางสำนักงานฯ มีมาตรการยกระดับอุตสาหกรรมเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ สำหรับกิจการที่แผนจะปรับเปลี่ยนสายการผลิต หรือ การใช้พลังงานทดแทนโดยการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งกิจการที่ดำเนินการอยู่แล้วสามารถขอรับการส่งเสริมจาก BOI ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเคยได้รับส่งเสริมหรือไม่ก็ตาม  โดยได้รับสิทธิและประโยชน์การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% ของเงินลงทุนไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียนในโครงการนั้นๆ</p>
<p><strong>ไทยพาณิชย์นำเสนอสินเชื่อปลุกเอสเอ็มอีรักษ์โลก</strong></p>
<p><strong>คุณศุภฤทธิ์ เมฆอรุณกมล</strong> ผู้อำนวยการอาวุโส SME Bangkok 1 Function ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธนาคารพร้อมสนับสนุนการเติบโตลูกค้าผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพื่อนำไปสู่โอกาสในการใช้นวัตกรรมการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนช่วยให้ธุรกิจลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์  โดย <em><strong>ผู้ประกอบการที่สนใจลงทุนเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในองค์กร หรือ เพื่อการขนส่งเชิงพาณิชย์ ธนาคารมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อความยั่งยืนของธุรกิจ (Sustainable Finance) สินเชื่อระยะยาว ให้วงเงินสูงสุดไม่เกิน 100% ของโครงการ ดอกเบี้ยพิเศษ 3.99% (1 ปีแรก) ผ่อนนาน 10 ปี วงเงินหมุนเวียนในธุรกิจ ไม่ต้องใช้หลักประกัน สูงสุด 50 ล้านบาท  ผ่อนนาน10 ปี</strong></em></p>
<p>นอกจากนี้ <em><strong>ยังมีสินเชื่อเพื่อเช่าซื้อรถประหยัดพลังงาน วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาท ผ่อนนานสูงสุด 5 ปี เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเปลี่ยนธุรกิจเป็นธุรกิจรักษ์โลก</strong></em> ด้วยเงินทุนสนับสนุนการปรับปรุงด้าน ESG ลงทุนเทคโนโลยีที่ลดการใช้พลังงานและทรัพยากร ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงระบบหรืออุปกรณ์เพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในอาคาร, เงินทุนซื้อรถประหยัดพลังงาน เปลี่ยนยานพาหนะเป็นประเภทไฟฟ้าหรือไฮบริดสำหรับธุรกิจ,สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า</p>
<p>ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถติดตามข้อมูลเคล็ดลับธุรกิจ และกิจกรรมงานสัมมนาที่จะเป็นประโยชน์สำหรับธุรกิจจากธนาคารไทยพาณิชย์และพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนได้ตลอดทั้งปี รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการลูกค้าเอสเอ็มอี ผ่านช่องทาง website : www.scb.co.th/th/sme-banking Facebook: www.facebook.com/groups/scbsme/ หรือ ติดต่อสอบถามข้อมูลธุรกิจได้ทาง SCB SME Business Call Center โทร. 02-722-2222.</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/scb-support-sme-transition-to-green-logistics/">ไทยพาณิชย์ หนุน SME เปลี่ยนผ่านสู่  &#8216;Green Logistics’ เพิ่มศักยภาพแข่งขัน เพื่อเติบโตอย่างยั่งยืนยุคคาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วินฟาสต์ เล็งใช้ระบบ Battery Subscribtions รุกตลาด EV ประเทศไทย ​ดันแบรนด์เป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้า​อาเซียน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/04/vinfast-aim-introduce-battery-subscription-programs-to-ev-thai-market/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Apr 2024 14:39:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[EV Hub]]></category>
		<category><![CDATA[Global]]></category>
		<category><![CDATA[Ipsos]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[VinFast]]></category>
		<category><![CDATA[กฤษฎา อุตตโมทย์]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[นธี กองเกตุใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท นทียูนิตี้ มอเตอร์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท วินฟาสต์ ออโต้ (ประเทศไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[วินกรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[วินฟาสต์]]></category>
		<category><![CDATA[วินฟาสต์ ออโต้]]></category>
		<category><![CDATA[ฮานา วู]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25458</guid>

					<description><![CDATA[<p>ด้วยประสบการณ์อันแข็งแกร่งในระดับโลก และความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในตลาดอาเซียน วินฟาสต์ แบรนด์รถยนต์หน้าใหม่จากเวียดนาม กำลังสยายปีกสู่ประเทศไทย ​พร้อมท้าชิงผู้เล่นที่มีฐานธุรกิจอันแข็งแกร่งกว่าในตลาดที่ได้ชื่อว่าเป็น “ศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าแห่งใหม่ของโลก” วินฟาสต์ คือบริษัทผลิตรถยนต์ในเครือของวินกรุ๊ป บริษัทเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม ก่อตั้งขึ้นในปี 2560 และเริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2564 จากนั้นได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ในปี 2566 ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญซึ่งทำให้บริษัทเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก นับจากนั้น วินฟาสต์ก็ค่อยๆ เริ่มขยายธุรกิจสู่ตลาดใหญ่ของโลก อย่างสหรัฐอเมริกาและแคนาดา โดยปัจจุบันกำลังสร้างโรงงานรถยนต์ไฟฟ้าในรัฐนอร์ธแคโรไลนา สหรัฐฯ และอินเดีย และมีแผนจะสร้างโรงงานเพิ่มเติมในอินโดนีเซีย ความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจตั้งแต่เริ่มก่อตั้งได้ไม่นานเป็นผลมาจากกลยุทธ์ที่ดี รวมทั้งการศึกษาวิจัยตลาดอย่างถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจ จากประสบการณ์ระดับโลกสู่ความสำเร็จในตลาดโลคอล ปีนี้วินฟาสต์เล็งขยายธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างจริงจัง โดยอาศัยประสบการณ์จากตลาดในอเมริกา มาสู่การรุกตลาดอินโดนีเซียและไทย ซึ่งได้รับประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียน จากการสำรวจของ Ipsos ในช่วงปลายปี 2566 พบว่าคนไทยถึง 84% มีแนวโน้มที่จะพิจารณาซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในการซื้อรถคันต่อไป แม้ว่าการใช้รถ EV จะช่วยประหยัดได้ในระยะยาว โดย 65% ของผู้ตอบแบบสำรวจของ Ipsos เห็นว่าการประหยัดค่าเชื้อเพลิงเป็นเหตุผลหลักในการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า แต่ค่าใช้จ่ายก้อนโตก้อนแรกในการซื้อรถยนต์ไฟฟ้ายังคงเป็นอุปสรรคสำหรับคนไทยถึงเกือบครึ่ง หรือ 48% นอกจากนั้น นายกฤษฎา อุตตโมทย์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/vinfast-aim-introduce-battery-subscription-programs-to-ev-thai-market/">วินฟาสต์ เล็งใช้ระบบ Battery Subscribtions รุกตลาด EV ประเทศไทย ​ดันแบรนด์เป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้า​อาเซียน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;" align="center"><b>ด้วยประสบการณ์อันแข็งแกร่<wbr />งในระดับโลก และความเข้าใจอย่างลึกซึ้<wbr />งในตลาดอาเซียน วินฟาสต์ แบรนด์รถยนต์หน้าใหม่จากเวี<wbr />ยดนาม กำลังสยายปีกสู่ประเทศไทย ​พร้อมท้าชิงผู้เล่นที่มี<wbr />ฐานธุรกิจอันแข็งแกร่งกว่<wbr />าในตลาดที่ได้ชื่อว่าเป็น “ศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าแห่งใหม่<wbr />ของโลก”</b></p>
<p align="center"><span id="more-25458"></span></p>
<p>วินฟาสต์ คือบริษัทผลิตรถยนต์<wbr />ในเครือของวินกรุ๊ป บริษัทเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในเวี<wbr />ยดนาม ก่อตั้งขึ้นในปี 2560 และเริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2564 จากนั้นได้เข้าจดทะเบี<wbr />ยนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ในปี 2566 ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญซึ่<wbr />งทำให้บริษัทเป็นที่รู้จักไปทั่<wbr />วโลก</p>
<p>นับจากนั้น วินฟาสต์ก็ค่อยๆ เริ่มขยายธุรกิจสู่ตลาดใหญ่<wbr />ของโลก อย่างสหรัฐอเมริกาและแคนาดา โดยปัจจุบันกำลังสร้างโรงงานรถยนต์ไฟฟ้<wbr />าในรัฐนอร์ธแคโรไลนา สหรัฐฯ และอินเดีย และมีแผนจะสร้างโรงงานเพิ่มเติมในอินโดนีเซีย ความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจตั้<wbr />งแต่เริ่มก่อตั้งได้ไม่นานเป็<wbr />นผลมาจากกลยุทธ์ที่ดี รวมทั้งการศึกษาวิจัยตลาดอย่างถี่ถ้วนก่อนตัดสิ<wbr />นใจ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25460 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/VinFast-​1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><b>จากประสบการณ์ระดับโลกสู่<wbr />ความสำเร็จในตลาดโลคอล</b></p>
<p>ปีนี้วินฟาสต์เล็งขยายธุรกิจในเอเชี<wbr />ยตะวันออกเฉียงใต้อย่างจริงจัง โดยอาศัยประสบการณ์<wbr />จากตลาดในอเมริกา มาสู่การรุกตลาดอินโดนีเซียและไทย ซึ่งได้รับประโยชน์จากข้<wbr />อตกลงการค้าเสรีอาเซียน</p>
<p>จากการสำรวจของ <strong>Ipsos</strong> ในช่วงปลายปี 2566 พบว่าคนไทยถึง 84% มีแนวโน้มที่จะพิจารณาซื้<wbr />อรถยนต์ไฟฟ้าในการซื้อรถคันต่<wbr />อไป แม้ว่าการใช้รถ EV จะช่วยประหยัดได้ในระยะยาว โดย 65% ของผู้ตอบแบบสำรวจของ Ipsos เห็นว่าการประหยัดค่าเชื้อเพลิ<wbr />งเป็นเหตุผลหลักในการเปลี่<wbr />ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า แต่ค่าใช้จ่ายก้อนโตก้<wbr />อนแรกในการซื้อรถยนต์ไฟฟ้ายั<wbr />งคงเป็นอุปสรรคสำหรับคนไทยถึ<wbr />งเกือบครึ่ง หรือ 48%</p>
<p>นอกจากนั้น<strong> นายกฤษฎา อุตตโมทย์</strong> นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ยังได้คาดการณ์ว่ายอดจดทะเบี<wbr />ยนรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ในไทยจะสูงถึง 150,000 คัน ภายในสิ้นปี 2567 หรือเพิ่มขึ้นสองเท่าจากปีที่ผ่<wbr />านมา</p>
<p>แนวโน้มดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าว่<wbr />าตลาด EV ในประเทศกำลังขยายตัวขึ้นทุกปี ด้วยนโยบายสนับสนุนจากรัฐบาล ซึ่งการเติบโตดังกล่าวนี้ย่<wbr />อมหมายถึงศักยภาพทางธุรกิจสำหรั<wbr />บวินฟาสต์</p>
<p>สำหรับการรุกตลาดประเทศไทยนั้น วินฟาสต์มีแผนเปิดตัวรถยนต์<wbr />หลากหลายรุ่นในประเทศไทยภายใน 2567 นี้ ประกอบด้วย รุ่น VF e34 ในเดือนมิถุนายน 2567 รุ่น VF 5 ในเดือนสิงหาคม หรือกันยายน 2567 และรุ่น VF 6 และ VF 7 ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งเป็นกลยุทธ์เชิงรุกที่<wbr />กำหนดมาเพื่อแข่งขันกับแบรนด์ EV ของจีนที่เริ่มติดตลาดประเทศไทยแล้วในช่วงที่ผ่านมา</p>
<p><b>ฮานา วู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วินฟาสต์ ออโต้ (ประเทศไทย)</b> กล่าวว่า “เป้าหมายแรกของเราคือ การวัดผลตอบรับของตลาดไทย เราอยากรู้ว่ารถยนต์รุ่นใดของวิ<wbr />นฟาสต์ที่โดนใจผู้บริ<wbr />โภคชาวไทยมากที่สุด”</p>
<p>แม้ว่าตลาดรถยนต์<wbr />ในประเทศไทยจะมีการแข่งขันสูง แต่วินฟาสต์เชื่อมั่นว่ายังมี<wbr />แนวโน้มที่ดีสำหรับการรุกตลาดยานยนต์ไฟฟ้าของไทย  ยิ่งไปกว่านั้น เป็นที่รู้กันดีว่าผู้บริ<wbr />โภคชาวไทยมีความพิถีพิถั<wbr />นและความต้องการรถยนต์ที่สะท้อนถึงตัวตนของเจ้าของ มากกว่าความเหมาะสมในการใช้<wbr />งานจริง และมักเลือกใช้รถยนต์ที่สอดคล้<wbr />อง และสะท้อนให้เห็นถึงไลฟ์สไตล์<wbr />ของตนเอง</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ วินฟาสต์จึงให้ความสำคัญเป็นพิ<wbr />เศษกับการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์<wbr />ในประเทศไทย เช่นเดียวกับในตลาดอื่นๆ ​เช่น รุ่น VF 5 ซึ่งเป็นรถยนต์สำหรั<wbr />บครอบครัว ​เหมาะสำหรับคนเมืองส่วนใหญ่ โดยคาดว่าจะเปิดตั<wbr />วในประเทศไทยช่วงปลายปีนี้</p>
<p>เมื่อมีการขยายธุรกิจไปทั่วโลก วินฟาสต์ได้ให้ความสำคัญกั<wbr />บความยืดหยุ่นมากขึ้น ทั้งในด้านตัวผลิตภัณฑ์และแผนธุ<wbr />รกิจของบริษัทที่พร้อมปรับตั<wbr />วให้เข้ากับตลาดในประเทศต่าง ๆ</p>
<p>“ความยืดหยุ่นเป็นกุญแจสำคั<wbr />ญในแผนการจัดจำหน่ายของเรา และเราพร้อมที่จะปรับตัวให้<wbr />สอดคล้องกับผลตอบรับและความต้<wbr />องการของตลาดประเทศไทย” ซีอีโอของวินฟาสต์ ออโต้ (ประเทศไทย) กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25459 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/VinFast-2.jpg" alt="" width="1200" height="817" /></p>
<p><b>บริการแบตเตอรี่แบบสมัครสมาชิก</b> <b>โซลูชั่นเพื่อคนไทย</b></p>
<p>ตลาด EV ที่กำลังเติบโตไม่ได้รับประกั<wbr />นว่าผู้เล่นทุกรายจะสามารถคว้<wbr />าส่วนแบ่งได้เท่ากัน ด้วยบทเรียนจากประสบการณ์<wbr />ในการขยายธุรกิจไปทั่วโลก วินฟาสต์ใช้อินไซต์จากลูกค้าเป็<wbr />นข้อมูลในการตัดสินใจทางธุรกิ<wbr />จในประเทศไทย ซึ่งปัจจัยสำคัญหนึ่งคือค่าใช้<wbr />จ่าย</p>
<p>วินฟาสต์เชื่อว่าบริการแบตเตอรี่<wbr />รถไฟฟ้าในระบบสมัครสมาชิกของบริ<wbr />ษัทซึ่งจะเตรียมเปิดตัวเร็ว ๆ นี้ จะสามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้ โดยวินฟาสต์จะจำหน่ายรถยนต์ที่<wbr />ไม่ได้ติดตั้งแบตเตอรี่ และผู้ซื้อรถสามารถเช่าแบตเตอรี่<wbr />โดยจ่ายค่าธรรมเนียมรายเดือนเพี<wbr />ยงเล็กน้อย ซึ่งเป็นรูปแบบที่วินฟาสต์ใช้<wbr />มาแล้วในอินโดนีเซีย</p>
<p>ด้วยการแยกแบตเตอรี่ซึ่งเป็นส่<wbr />วนประกอบที่แพงที่สุดในรถยนต์<wbr />ไฟฟ้าออกจากตัวรถ วินฟาสต์เชื่อว่าจะสามารถลดค่<wbr />าใช้จ่ายก้อนแรกในการซื้อรถยนต์<wbr />ไฟฟ้าได้อย่างมาก และลดค่าใช้จ่ายโดยรวมในการใช้<wbr />รถ EV สู่ระดับที่ใกล้เคียงกับรถยนต์<wbr />ที่ใช้น้ำมัน</p>
<p>บริษัทยังมีนโยบายหลังการขายที่<wbr />ดีเยี่ยม ด้วยการบำรุงรักษาและการเปลี่<wbr />ยนแบตเตอรี่ฟรีเมื่อพบว่าความจุ<wbr />ของแบตเตอรี่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่<wbr />กำหนด (หรือ 70% ของความจุเดิม) เพื่อให้มั่นใจว่าแบตเตอรี่มี<wbr />สมรรถนะที่ดีที่สุดสำหรับการใช้<wbr />งาน</p>
<p><strong>นายนธี กองเกตุใหญ่</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท นทียูนิตี้ มอเตอร์ จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายวินฟาสต์ กล่าวว่า “ความมุ่งมั่นในการให้บริการหลั<wbr />งการขายที่เป็นเลิศนี้จะเป็นข้<wbr />อได้เปรียบในการแข่งขันที่สำคั<wbr />ญของวินฟาสต์ในการดึงดูดลูกค้<wbr />าชาวไทย และประสบความสำเร็จในประเทศไทย”</p>
<p>ด้วยฐานธุรกิจที่กำลังเติบโตอย่<wbr />างต่อเนื่อง บริษัทรถยนต์หน้าใหม่จากเวี<wbr />ยดนามรายนี้เชื่อมั่นว่า ด้วยประสบการณ์ในระดั<wbr />บโลกและความเข้าใจอย่างลึกซึ้<wbr />งเกี่ยวกับตลาดโลคอล วินฟาสต์พร้อมจะเดินหน้าสู่<wbr />ความสำเร็จในตลาดศูนย์<wbr />กลางยานยนต์ไฟฟ้าของอาเซียนแห่<wbr />งนี้ได้ไม่ยากนัก</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/vinfast-aim-introduce-battery-subscription-programs-to-ev-thai-market/">วินฟาสต์ เล็งใช้ระบบ Battery Subscribtions รุกตลาด EV ประเทศไทย ​ดันแบรนด์เป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้า​อาเซียน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>4 กลุ่มธุรกิจ &#8216;หุ้นยั่งยืน&#8217; ​มาแรง สำหรับนักลงทุนในปี 2024 คาดเติบโตรับเทรนด์โลกทั้ง Ecosystem</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/01/innovestx-forcast-rising-sustainability-stock-for-investor-in-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Jan 2024 13:40:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Clean Energy]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[Future Trend]]></category>
		<category><![CDATA[FUTURE TRENDS AHEAD 2024]]></category>
		<category><![CDATA[green energy]]></category>
		<category><![CDATA[InnovestX]]></category>
		<category><![CDATA[Investment]]></category>
		<category><![CDATA[Investor]]></category>
		<category><![CDATA[SCBX]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[Wellness Tourism]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[นักลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้น ESG]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ลงทุน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23267</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX ) ในเครือ SCBX ได้คาดการณ์เทรนด์การลงทุนที่มาแรงในปี 2024 ​ผ่านหนังสือ Future Trends Ahead 2024  โดยมีหุ้นใน 4 กลุ่ม &#8216;ธุรกิจยั่งยืน&#8217; ที่เชื่อว่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนจะสามารถเติบโตได้เป็นอย่างดี สอดคล้องกับการเติบโตของเทรนด์เรื่องความยั่งยืน หรือ Sustainability ที่มาแรงทั่วโลก จากการเผชิญความเสี่ยงเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ส่งผลให้ทุกฝ่ายหันมาให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ ควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม (ESG) รวมทั้งนักลงทุนที่ให้ความสำคัญในการลงทุนผ่านบริษัทหรือธุรกิจที่มีนโยบายในเรื่องของความยั่งยืน โดยมี 4 กลุ่มธุรกิจ​​ ที่คาดว่าจะมีการเติบโตได้อย่างโดดเด่นตามเทรนด์ ESG ในปี 2024 นี้ ประกอบด้วย 1. ยานยนต์ไฟฟ้า (EV ) คาดว่ายอดขาย EV ทั่วโลกจะเติบโตจากนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจนขึ้นของประเทศต่างๆ เช่น การก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) โดย InnoveastX คาดว่ายอดขายรถยนต์ EV ทั่วโลกจะเพิ่มเป็น 20.5 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/innovestx-forcast-rising-sustainability-stock-for-investor-in-2024/">4 กลุ่มธุรกิจ &#8216;หุ้นยั่งยืน&#8217; ​มาแรง สำหรับนักลงทุนในปี 2024 คาดเติบโตรับเทรนด์โลกทั้ง Ecosystem</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX )</strong> ในเครือ SCBX ได้คาดการณ์เทรนด์การลงทุนที่มาแรงในปี 2024 ​ผ่านหนังสือ<strong> Future Trends Ahead 2024 </strong> โดยมีหุ้นใน 4 กลุ่ม &#8216;ธุรกิจยั่งยืน&#8217; ที่เชื่อว่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนจะสามารถเติบโตได้เป็นอย่างดี</p>
<p><span id="more-23267"></span></p>
<p>สอดคล้องกับการเติบโตของเทรนด์เรื่องความยั่งยืน หรือ Sustainability ที่มาแรงทั่วโลก จากการเผชิญความเสี่ยงเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ส่งผลให้ทุกฝ่ายหันมาให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ ควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม (ESG) รวมทั้งนักลงทุนที่ให้ความสำคัญในการลงทุนผ่านบริษัทหรือธุรกิจที่มีนโยบายในเรื่องของความยั่งยืน</p>
<p>โดยมี 4 กลุ่มธุรกิจ​​ ที่คาดว่าจะมีการเติบโตได้อย่างโดดเด่นตามเทรนด์ ESG ในปี 2024 นี้ ประกอบด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23271 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Ev1.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>1. ยานยนต์ไฟฟ้า (EV )</strong></p>
<p>คาดว่ายอดขาย EV ทั่วโลกจะเติบโตจากนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจนขึ้นของประเทศต่างๆ เช่น การก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) โดย InnoveastX คาดว่ายอดขายรถยนต์ EV ทั่วโลกจะเพิ่มเป็น 20.5 -20.7 ล้านคัน ภายในปี 2025  และ 36.9 -40.4 ล้านคัน ภายในปี 2030 จากยอดขายที่กว่า  10.2 ล้านคัน เมื่อ​ปี2022</p>
<p>ขณะที่ประเทศไทยตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางการผลิตรถ EV ของภูมิภาคเอเชีย พร้อมทั้งการออกมาตรการส่งเสริมการลงทุนต่างๆ ทั้งกระตุ้นการลงทุนของค่ายรถยนต์ และกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภค ซึ่งนอกจากประเทศไทยแล้ว ยังมีอีกหลายประเทศในอาเซียนกำลังพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ EV ด้วยเช่นกัน</p>
<p>ดังนั้น แม้การลงทุนเรื่องของ EV จะไม่ใช่เรื่องใหม่แต่ก็ถือเป็นการลงทุนที่มีปัจจัยสนับสนุนการลงทุนให้ยังคงเติบโตในระยะยาว โดยหุ้น EV จะมีความชัดเจนมากกว่าในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับแบตเตอรี่และสถานีชาร์จ ขณะที่อีกด้านหนึ่งอุตสาหกรรม EV ยังอยู่ในช่วงแรกของการเติบโต ทำให้มีหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23268 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/EV-Ecosystem-SET.jpg" alt="" width="1200" height="933" /></p>
<p><strong>2.  ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ  (Wellness Tourism)</strong></p>
<p>ปัจจัยสนับสนุนมาจากการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เทรนด์การรักสุขภาพ และการดูแลสุขภาพเชิงการป้องกัน โดย GWI (Global Wellness Institute) คาดการณ์มูลค่าเศรษฐกิจด้านเวลเนสทั่วโลกจะเติบโตเฉลี่ย 10% ต่อปี โดยมูลค่าจะเพิ่มขึ้นจาก 4.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2020 เพิ่มเป็น 7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2025  โดยเทรนด์มีการเติบโตอย่างชัดเจนหลังการแพร่ระบาดของโควิด -19</p>
<p>โดย Wellness Tourism หรือการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ไม่ได้เจาะจงกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ป่วย แต่สามารถจัดสรรเวลาจากการท่องเที่ยวเพื่อมาทำกิจกรรมเพื่อความสมบูรณ์หรือฟื้นฟูสุขภาพทั้งกายและจิตใจ ต่างจาก Medical Tourism หรือการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ที่จะให้น้ำหนักในการเดินทางมาเพื่อใช้บริการทางการแพทย์หรือดูแลปัญหาด้านสุขภาพ แต่ทั้ง 2 กลุ่มมีเป้าหมายเดียวกันคือการมีสุขภาพที่ดี</p>
<p>ประเทศไทย มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของ Wellness Tourism จากความแข็งแกร่งด้านการท่องเที่ยว ด้วยความสามารถในการดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าประเทศได้กว่า 40 ล้านคน ถือเป็นอันดับ 8 ของโลก ในปี 2019 และมีรายได้สูงเป็นอันดับ 4 ของโลก รวมทั้งได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำด้านการให้บริการด้านสุขภาพระดับโลกที่โดดเด่น ทำให้ได้รับอานิสสงส์จากการขยายตัวของเทรนด์ Wellnwss Tourism  และโอกาสจากการลงทุนด้าน Wellness Tourism ซึ่งเป็นการลงทุนในระยะยาว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23269 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Wellness.jpg" alt="" width="1200" height="542" /></p>
<p><strong>3. บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน (Advance Materials)</strong></p>
<p>บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน (Sustainable Packaging) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต แม้ภาครัฐอาจจะยังไม่ได้สนับสนุนมากนักโดยเฉพาะมาตรการทางภาษี แต่แรงขับเคลื่อนมาจากฟากของผู้บริโภค และภาคการผลิตที่มีการใช้บรรจุภัณฑ์เป็นจำนวนมาก เพื่อขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Carbon Neutral หรือ Net Zero</p>
<p>นำมาสู่การเพิ่มสัดส่วนการใช้บรรจุภัณฑ์รีไซเคิล หรือพลาสติกชีวภาพ รวมไปถึงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสะอาด รวมถึงเศรษฐกิจหมุนเวียน และเทคโนโลยีที่สามารถแปลงวัตถุดิบตั้งต้นให้สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติมีความต้องการเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าข้อกำหนดของภาครัฐในแต่ละประเทศจะยังมีความหลากหลายและไม่ชัดเจน แต่การใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจะกลายเป็นกลยุทธ์ในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ที่ผู้ประกอบการระดับโลกหันมาให้ความสนใจเพิ่มมากขึ้น</p>
<p>ส่วนการลงทุนในหุ้นที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ภายใต้กรอบการลงทุนในหุ้น ESG ซึ่งมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นตามความตื่นตัวในเรื่องสิ่งแวดล้อมของผู้บริโภค โดยเฉพาะในประเทศพัฒนาแล้ว ส่วนประเทศไทยแนวโน้มดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ภายใต้กลยุทธ์การขับเคลื่อน BCG Model</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23270 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Plastic-Recycling3.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>4. เทคโนโลยียั่งยืน (Clean /Green Energy , Carbon Credit)</strong></p>
<p>จากความกังวลในปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงแบบสุดขั้ว และหลายประเทศเริ่มประสบภัยธรรมชาติรุนแรงมากขึ้น นำมาซึ่งการทำข้อตกลง COP26 เพื่อป้องกันไม่ให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นเกิน 2 องศาจากยุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรม โดยมี 197 ประเทศร่วมลงนามรวมทั้งประเทศไทยด้วย นำมาซึ่งการประกาศเป้าหมาย Net zero</p>
<p>โดยเฉพาะการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น พลังงานสะอาด รวมทั้งเทรนด์ที่จะเข้ามามีบทบาทในอนาคตเพิ่มขึ้นคือ คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) เพื่อเพิ่มอัตราเร่งในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาช่วยชดเชย และคาดว่าจะมีราคาเพิ่มสูงมากขึ้นในอนาคต ​</p>
<p>ขณะที่โอกาสในการลงทุนเป็นการลงทุนแบบระยะยาว ในกลุ่มพลังงานสะอาด และคาร์บอนเครดิต โดยจะมีผู้เล่นทั้งจากกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องมีการใช้พลังงานจำนวนมาก หรือในกลุ่มโรงไฟฟ้าที่มีการใช้ฟอสซิล และต้องหาทางชดเชยด้าน Sustainability ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/innovestx-forcast-rising-sustainability-stock-for-investor-in-2024/">4 กลุ่มธุรกิจ &#8216;หุ้นยั่งยืน&#8217; ​มาแรง สำหรับนักลงทุนในปี 2024 คาดเติบโตรับเทรนด์โลกทั้ง Ecosystem</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดีลสำเร็จ! ไทยคว้า &#8216;CATARC&#8217;​​ สาขาอาเซียน ตั้ง​ศูนย์วิจัยเทคโนโลยียานยนต์จีน แห่งที่ 4 ของโลก เสริมแกร่งประเทศสู่ EV Hub</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/12/4th-catarc-office-established-in-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 10 Dec 2023 12:12:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[CATARC]]></category>
		<category><![CDATA[China Automotive Technology and Research Center]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[EV Hub]]></category>
		<category><![CDATA[จีน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ณัฐพล รังสิตพล]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์แห่งอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ยายนยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยเทคโนโลยียานยนต์จีน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยียานยนต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=22807</guid>

					<description><![CDATA[<p>รัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรม ดึงศูนย์วิจัยเทคโนโลยียานยนต์จีน หรือ CATARC เข้ามาตั้งในประเทศไทยได้สำเร็จ ช่วยกระตุ้นการวิจัยพัฒนายานยนต์แห่งอนาคต พร้อมเสริมสมรรถนะเป้าหมายปั้นไทยสู่ EV Hub ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า รัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไปพร้อมกับการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องยนต์สันดาป (ICE) โดยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ขับเคลื่อนนโยบายและมาตรการต่างๆ ผ่านคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ พร้อมให้ความสำคัญกับการวางรากฐานของการวิจัยและพัฒนายานยนต์และชิ้นส่วนในประเทศ รวมทั้งการกำหนดมาตรฐาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ดังนั้น หน่วยงานกำหนดมาตรฐาน และหน่วยงานทดสอบและรับรอง ถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน ซึ่งการจัดตั้งศูนย์วิจัยเทคโนโลยียานยนต์จีน หรือ China Automotive Technology and Research Center (CATARC) สำนักงานสาขาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประจำประเทศไทย ถือเป็นจุดเริ่มต้นความร่วมมือในการนำศักยภาพด้านการพัฒนานโยบาย การกำหนดมาตรฐาน และการรับรอง รวมทั้งเครือข่ายอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ของจีนมาเชื่อมโยงในการพัฒนาอุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐานยานยนต์ของประเทศไทย เพื่อรองรับการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ของภูมิภาคอาเซียน และฐานการผลิตที่สำคัญของโลก &#8220;หนึ่งในเป้าหมายสำคัญที่รัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรมเร่งดำเนินการ คือ การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-curve ของประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ ที่มุ่งเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขัน และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศในเวทีการประชุมสุดยอดด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยได้สนับสนุนมาตรการส่งเสริมการใช้และการผลิตยานยนต์สมัยใหม่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/4th-catarc-office-established-in-thailand/">ดีลสำเร็จ! ไทยคว้า &#8216;CATARC&#8217;​​ สาขาอาเซียน ตั้ง​ศูนย์วิจัยเทคโนโลยียานยนต์จีน แห่งที่ 4 ของโลก เสริมแกร่งประเทศสู่ EV Hub</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="col-xs-12 col-sm-6 padding-sm1 news-2">
<p class="font_level2 Circular color3">รัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรม ดึงศูนย์วิจัยเทคโนโลยียานยนต์จีน หรือ CATARC เข้ามาตั้งในประเทศไทยได้สำเร็จ ช่วยกระตุ้นการวิจัยพัฒนายานยนต์แห่งอนาคต พร้อมเสริมสมรรถนะเป้าหมายปั้นไทยสู่ EV Hub</p>
</div>
<p><span id="more-22807"></span></p>
<p><strong>ดร.ณัฐพล รังสิตพล</strong> ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า รัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไปพร้อมกับการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องยนต์สันดาป (ICE) โดยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ขับเคลื่อนนโยบายและมาตรการต่างๆ ผ่านคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ พร้อมให้ความสำคัญกับการวางรากฐานของการวิจัยและพัฒนายานยนต์และชิ้นส่วนในประเทศ รวมทั้งการกำหนดมาตรฐาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่น</p>
<div class="col-xs-12 padding-sm1 news-2 Circular">
<p class="font_level2 Circular color3">ดังนั้น หน่วยงานกำหนดมาตรฐาน และหน่วยงานทดสอบและรับรอง ถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน ซึ่งการจัดตั้งศูนย์วิจัยเทคโนโลยียานยนต์จีน หรือ <strong>China Automotive Technology and Research Center (CATARC)</strong> สำนักงานสาขาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประจำประเทศไทย ถือเป็นจุดเริ่มต้นความร่วมมือในการนำศักยภาพด้านการพัฒนานโยบาย การกำหนดมาตรฐาน และการรับรอง รวมทั้งเครือข่ายอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ของจีนมาเชื่อมโยงในการพัฒนาอุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐานยานยนต์ของประเทศไทย เพื่อรองรับการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ของภูมิภาคอาเซียน และฐานการผลิตที่สำคัญของโลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22812 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/EV-CHINA-RD1.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>&#8220;หนึ่งในเป้าหมายสำคัญที่รัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรมเร่งดำเนินการ คือ การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-curve ของประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ ที่มุ่งเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขัน และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศในเวทีการประชุมสุดยอดด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยได้สนับสนุนมาตรการส่งเสริมการใช้และการผลิตยานยนต์สมัยใหม่ โดยเฉพาะมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ หรือ มาตรการ EV3 ซึ่งมีผู้ประกอบการเข้าร่วม 10 แบรนด์ มียอดจองรถยนต์ BEV ไปแล้วกว่า 50,000 คัน รวมถึง​ส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งการกำหนดมาตรฐานสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าไปแล้วกว่า 150 มาตรฐาน&#8221; ดร.ณัฐพล กล่าว</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีการให้บริการทดสอบและรับรองมาตรฐานของศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (ATTRIC) รวมทั้งการพัฒนาบุคลากรและเตรียมความพร้อมในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า และยานยนต์สมัยใหม่ <strong>ส่งผลให้ในไตรมาสแรกของปี 2566 ประเทศไทยมีการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า คิดเป็น  78%  ของปริมาณการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในอาเซียน และในปี 2565 ประเทศไทยมีการผลิตยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า หรือ xEV เป็นอันดับ 1 ของอาเซียนประมาณ 72,000 คัน</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22813 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/EV-CHINA-RD2.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p class="font_level2 Circular color3">ทั้งนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงกระแสการตอบรับของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย รวมทั้งสะท้อนความพร้อมในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์สมัยใหม่ ​ซึ่งในปัจจุบันผู้ผลิตรถยนต์ระดับแนวหน้าของประเทศจีนหลายค่ายได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเป็นฐานการผลิตของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่สามารถแข่งขันได้ในอาเซียน และเวทีโลก</p>
<p>สำหรับ​ศูนย์วิจัยเทคโนโลยียานยนต์จีน สำนักงานสาขาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้จัดตั้งขึ้นในประเทศไทย เป็นสาขาลำดับที่ 4 ต่อจากเยอรมนี สวิสเซอร์แลนด์ และญี่ปุ่น ซึ่งหน่วยงานรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ของจีน รับผิดชอบงานด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างครบวงจร ทั้งด้านกำหนดนโยบาย ด้านวิจัยพัฒนา ด้านมาตรฐานและการทดสอบ ครอบคลุม ยานยนต์ทุกประเภท และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล จนทำให้ยานยนต์ไฟฟ้าของจีนเติบโตอย่างก้าวกระโดด และเป็นฐานการผลิตอันดับต้น ๆ ของโลก</p>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/4th-catarc-office-established-in-thailand/">ดีลสำเร็จ! ไทยคว้า &#8216;CATARC&#8217;​​ สาขาอาเซียน ตั้ง​ศูนย์วิจัยเทคโนโลยียานยนต์จีน แห่งที่ 4 ของโลก เสริมแกร่งประเทศสู่ EV Hub</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยพาณิชย์เร่งหนุนภาคธุรกิจเปลี่ยนผ่านเมืองไทยสู่ Net Zero ปล่อยสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนช่วง 9 เดือนแรกแล้วกว่า 52,000 ล้านบาท </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/10/scb-annouce-release-sustainable-finance-q3-52-billion/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 31 Oct 2023 04:51:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[EV Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Green Loan]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[SME]]></category>
		<category><![CDATA[SSME]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Finance]]></category>
		<category><![CDATA[กฤษณ์ จันทโนทก]]></category>
		<category><![CDATA[การเงินยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[การเติบโตอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=22062</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารไทยพาณิชย์ ชี้ความยั่งยืนไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอดที่ทุกคนต้องก้าวไปด้วยกัน เร่งสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยทุกมิติบนเส้นทางสู่ Net Zero ประกาศความสำเร็จให้การสนับสนุนการเงินยั่งยืน (Sustainable Finance) ตลอด 3 ไตรมาสแรก ทะลุ 52,000 ล้านบาท คิดเป็น 52% ของเป้าหมาย 3 ปี ที่ตั้งไว้ 1 แสนล้านบาทภายในปี 2025 โดยผลสำเร็จนี้ เกิดจากความร่วมมือระหว่างธนาคารและลูกค้าทุกกลุ่ม ที่มุ่งมั่นสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้แก่ประเทศไทย เดินหน้าปรับการดำเนินงานภายในธนาคารสู่ Net Zero ในปี 2030 พร้อมผลักดันการเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคมโดยรวมสร้างสรรค์อนาคตที่ยั่งยืน คุณกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ดำเนินธุรกิจอยู่คู่กับคนไทยมากว่า 116 ปี เรายึดมั่นในการดำเนินองค์กรเพื่อความยั่งยืนบนหลักการธรรมภิบาลโดยตระหนักถึงการสร้างคุณค่าให้แก่องค์กร ลูกค้า และสังคมโดยรวม เมื่อทั่วโลกกำลังเผชิญความท้าทายทางด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การดำเนินธุรกิจในปัจจุบันจึงให้ความสำคัญกับการนำนโยบาย ESG เข้ามาผสานไว้ในแผนธุรกิจเพื่อรักษาขีดความสามารถและการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายการปฏิบัติงานเพื่อมุ่งสู่ Net Zero จากการดำเนินงานภายในของธนาคารภายในปี 2030 และ จากการให้สินเชื่อและการลงทุนภายในปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/scb-annouce-release-sustainable-finance-q3-52-billion/">ไทยพาณิชย์เร่งหนุนภาคธุรกิจเปลี่ยนผ่านเมืองไทยสู่ Net Zero ปล่อยสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนช่วง 9 เดือนแรกแล้วกว่า 52,000 ล้านบาท </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ธนาคารไทยพาณิชย์ ชี้ความยั่งยืนไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอดที่ทุกคนต้องก้าวไปด้วยกัน เร่งสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยทุกมิติบนเส้นทางสู่ </strong><strong>Net Zero </strong><strong>ประกาศความสำเร็จให้การสนับสนุนการเงินยั่งยืน </strong><strong>(Sustainable Finance</strong><strong>) ตลอด </strong><strong>3 </strong><strong>ไตรมาสแรก ทะลุ </strong><strong>52,000</strong><strong> ล้านบาท คิดเป็น </strong><strong>52% </strong><strong>ของเป้าหมาย </strong><strong>3 </strong><strong>ปี ที่ตั้งไว้ </strong><strong>1 </strong><strong>แสนล้านบาทภายในปี </strong><strong>2025 </strong></p>
<p><span id="more-22062"></span></p>
<p><strong>โดยผลสำเร็จนี้ เกิดจากความร่วมมือระหว่างธนาคารและลูกค้าทุกกลุ่ม ที่มุ่งมั่นสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้แก่ประเทศไทย เดินหน้าปรับการดำเนินงานภายในธนาคารสู่ </strong><strong>Net Zero</strong><strong> ในปี </strong><strong>2030 </strong><strong>พร้อมผลักดันการเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคมโดยรวมสร้างสรรค์อนาคตที่ยั่งยืน</strong></p>
<p><strong>คุณกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ </strong>กล่าวว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ดำเนินธุรกิจอยู่คู่กับคนไทยมากว่า 116 ปี เรายึดมั่นในการดำเนินองค์กรเพื่อความยั่งยืนบนหลักการธรรมภิบาลโดยตระหนักถึงการสร้างคุณค่าให้แก่องค์กร ลูกค้า และสังคมโดยรวม เมื่อทั่วโลกกำลังเผชิญความท้าทายทางด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การดำเนินธุรกิจในปัจจุบันจึงให้ความสำคัญกับการนำนโยบาย ESG เข้ามาผสานไว้ในแผนธุรกิจเพื่อรักษาขีดความสามารถและการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายการปฏิบัติงานเพื่อมุ่งสู่ Net Zero จากการดำเนินงานภายในของธนาคารภายในปี 2030 และ จากการให้สินเชื่อและการลงทุนภายในปี 2050 โดยมุ่งเน้นการนำพาองค์กร ลูกค้า และสังคม ให้ก้าวไปข้างหน้า สร้างการเติบโตทางธุรกิจและเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน โดยมีแนวทางปฏิบัติใน 3 ส่วน ได้แก่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22063 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/k-Krit.jpg" alt="" width="667" height="1000" /></p>
<p><strong>&#8211; ปรับการดำเนินงานภายในองค์กรสู่ </strong><strong>Net Zero </strong><strong>ภายในปี </strong><strong>2030 </strong>ธนาคารได้เริ่มทยอยปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้พลังงานในอาคารสำนักงานใหญ่เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อาทิ ลดการใช้พลังงานในอาคาร 10-15% ด้วยการเพิ่มแสงสว่างในอาคาร การเปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED และระบบถ่ายเทความร้อนในอาคาร เตรียมการติดตั้ง Solar Cell ที่สำนักงานใหญ่ เปลี่ยนเป็นเครื่องปรับอากาศที่ใช้สารทำความเย็น R32 ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกว่า 3,000 เครื่อง รวมถึงเปลี่ยนการใช้รถยนต์เป็นรถ EV 100% โดยคาดว่าการดำเนินการทั้งหมดจะสำเร็จ 100% ภายในปี 2028</p>
<p><strong>&#8211; </strong><strong>สนับสนุนผลิตภัณฑ์การเงินยั่งยืนให้ลูกค้ามุ่งสู่ </strong><strong>Net Zero </strong><strong>ภายในปี </strong><strong>2050 </strong>ธนาคารต้องการมีส่วนในการผลักดันให้ลูกค้าทุกกลุ่มเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ Low Carbon Economy เพื่อเตรียมความพร้อมสู่เส้นทางของ Net Zero ร่วมกัน ผ่านการสนับสนุนการเงินเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Finance) ในรูปแบบต่างๆ ให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม โดยมีเป้าหมายการให้สินเชื่อและการลงทุนจำนวน 100,000 ล้านบาทภายในปี 2025 พร้อมด้วยการให้ความรู้ สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการปรับองค์กรให้แก่ลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าทุกกลุ่มสามารถปรับตัวรองรับกับโลกใหม่ที่ยั่งยืนไปด้วยกันได้</p>
<p><strong>&#8211; </strong><strong>ผลักดันการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมโดยรวม </strong>ธนาคารดำเนินการให้ความรู้แก่ลูกค้าธุรกิจทั้งขนาดใหญ่และ SME เพื่อปรับตัวสู่ความยั่งยืน โดยปีนี้มีลูกค้าสนใจเข้าร่วมกว่า 500 บริษัท ดำเนินโครงการการช่วยเหลือสังคมเพื่อความยั่งยืนของสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมกว่า 14 โครงการหลัก อาทิ โครงการปลูกและอนุรักษ์ป่า โครงการจัดหาแหล่งน้ำ การพัฒนาชีวิตเยาวชน และชุมชนที่ดำเนินการมามากกว่า 30 ปี มุ่งเน้นผลักดันให้ภาคธุรกิจ และประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนเพื่อให้คนไทยเห็นภาพตรงกันว่าเราต้องเคลื่อนเรื่องนี้ไปด้วยกัน</p>
<p><strong> </strong><strong>นายกฤษณ์</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า “ธนาคารเร่งเสริมสร้างความตระหนักรู้ของลูกค้าในประเด็นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและโอกาสจาการดำเนินธุรกิจ พร้อมจัดสัมมนาและแบ่งปันความรู้ผ่านหลักสูตรต่างๆ รวมถึงเสริมสร้างองค์ความรู้ และแนวทางปฏิบัติที่ดีกับลูกค้าพันธมิตรที่มีประสบการณ์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ เอสเอ็มอี และลูกค้ารายย่อย ให้ความสนใจและปรับตัวเพื่อสอดรับกับเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก ส่งผลให้สินเชื่อและการลงทุนเพื่อความยั่งยืนในรอบ 9 เดือนแรกของปีนี้ทะยานสู่ 52,000ล้านบาท เติบโตมากกว่าเป้าหมายของปีนี้ที่วางไว้ที่ 3 หมื่นล้านบาท และมาครึ่งทางของเป้าหมาย 3 ปี ที่ 1 แสนล้านบาทในปี 2568</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22064 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/SCB-Info.jpg" alt="" width="960" height="1200" /></p>
<p><em><strong>การสนับสนุนการเงินเพื่อความยั่งยืน 52,000ล้านบาทในระยะเวลา 9 เดือนแรกของปี 2023 ครอบคลุมการสนับสนุนลูกค้าทุกกลุ่มของธนาคาร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำในกว่า 11 อุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ อาทิ การท่องเที่ยว พลังงาน และภาคการผลิต เป็นต้น โดยมุ่งเน้นโครงการเปลี่ยนผ่านสู่ไฟฟ้าพลังงานทางเลือกจำนวน 12,600 ล้านบาท กลุ่มธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้ากว่า 10,000 ล้านบาท การสนับสนุนการเงินที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืนกว่า 26,100 ล้านบาท รวมทั้งธุรกิจ SME SSME และลูกค้าบุคคลอีกกว่า 3,000 ล้านบาท</strong></em></p>
<p>นายกฤษณ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ พร้อมจะเป็นกำลังสำคัญ ผ่านการทำหน้าที่ของสถาบันการเงินหลักของประเทศด้วยความมุ่งมั่น และจะเป็นผู้นำในการสนับสนุนด้านการเงินเพื่อความยั่งยืนแก่ลูกค้าทุกระดับ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศและโลกไปสู่เป้าหมาย Net Zero และการรับมือกับความเสี่ยงต่างๆ ตลอดจนร่วมสนับสนุนในการให้ความรู้แก่องค์กรต่างๆ ในการบูรณาการแนวทางความยั่งยืนให้เป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเพื่อให้ทุกคนสามารถเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกั</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/scb-annouce-release-sustainable-finance-q3-52-billion/">ไทยพาณิชย์เร่งหนุนภาคธุรกิจเปลี่ยนผ่านเมืองไทยสู่ Net Zero ปล่อยสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนช่วง 9 เดือนแรกแล้วกว่า 52,000 ล้านบาท </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดีเอชแอล โกลเบิล ฟอร์เวิร์ดดิ้ง ประเทศไทย เปิดตัวรถขนส่งพลังงานไฟฟ้าในกรุงเทพฯ รองรับขนส่งลาสไมล์ คาดลดคาร์บอนกว่า 8.5 หมื่นกิโลกรัมต่อปี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/10/dhl-global-forwarding-launch-ev-truck-delivery-in-bangkok/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Oct 2023 09:14:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[DHL Global Forwarding]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[GoGreen]]></category>
		<category><![CDATA[MyDHLi]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ดีเอชแอล]]></category>
		<category><![CDATA[ดีเอชแอล โกลเบิล ฟอร์เวิร์ดดิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจขนส่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถขนส่งไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ลดก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[โธมัส ทีเบอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=21764</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดีเอชแอล โกลเบิล ฟอร์เวิร์ดดิ้ง ประเทศไทย ใช้รถตู้และรถบรรทุกที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าในกรุงเทพฯ รองรับการจัดส่งแบบลาสไมล์ ที่ยั่งยืนสำหรับลูกค้า การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของบริษัทในการลดการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ดีเอชแอล โกลเบิล ฟอร์เวิร์ดดิ้ง (DHL Global Forwarding) ผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งสินค้าของกลุ่มบริษัทดีเอชแอล ประกาศก้าวสำคัญในเส้นทางสู่ความยั่งยืน ด้วยการเปิดตัวรถขนส่งพลังงานไฟฟ้า (EV) สำหรับการใช้งานในกรุงเทพฯ โดยรถไฟฟ้าเหล่านี้จะวิ่งขนส่งรวมระยะทางเกิน 28,000 กิโลเมตรต่อเดือน และจัดส่งสินค้าประมาณ 1,000 ตันให้กับลูกค้า ด้วยการใช้รถขนส่งพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่นี้ ดีเอชแอล โกลเบิล ฟอร์เวิร์ดดิ้ง ประเทศไทย ตั้งเป้าที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 85,000 กิโลกรัมต่อปี เทียบเท่ากับเที่ยวบินไป-กลับ 27 เที่ยวบินจากกรุงเทพฯ ไปยังลอนดอนสำหรับนักท่องเที่ยวหนึ่งคน รถ EV รุ่นใหม่มีความสามารถในการชาร์จที่รวดเร็ว โดยใช้เวลาในการชาร์จเกินกว่าหนึ่งชั่วโมงเล็กน้อย โดยรถตู้ไฟฟ้ ที่ชาร์จไฟเต็ม สามารถเดินทางไกลได้ถึง 200 กิโลเมตร และบรรทุกของได้มากถึง 800 กิโลกรัม ขณะที่รถบรรทุกไฟฟ้าสามารถวิ่งได้ไกลถึง 350 กิโลเมตร และบรรทุกของได้สูงสุด 5,000 กิโลกรัม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/dhl-global-forwarding-launch-ev-truck-delivery-in-bangkok/">ดีเอชแอล โกลเบิล ฟอร์เวิร์ดดิ้ง ประเทศไทย เปิดตัวรถขนส่งพลังงานไฟฟ้าในกรุงเทพฯ รองรับขนส่งลาสไมล์ คาดลดคาร์บอนกว่า 8.5 หมื่นกิโลกรัมต่อปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ดีเอชแอล โกลเบิล ฟอร์เวิร์ดดิ้ง ประเทศไทย ใช้รถตู้และรถบรรทุกที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าในกรุงเทพฯ รองรับการจัดส่งแบบลาสไมล์</strong> <strong>ที่ยั่งยืนสำหรับลูกค้า </strong><strong>การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของบริษัทในการลดการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์</strong></p>
<p><span id="more-21764"></span></p>
<p><strong>ดีเอชแอล โกลเบิล ฟอร์เวิร์ดดิ้ง (DHL Global Forwarding)</strong> ผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งสินค้าของกลุ่มบริษัทดีเอชแอล ประกาศก้าวสำคัญในเส้นทางสู่ความยั่งยืน ด้วยการเปิดตัวรถขนส่งพลังงานไฟฟ้า (EV) สำหรับการใช้งานในกรุงเทพฯ โดยรถไฟฟ้าเหล่านี้จะวิ่งขนส่งรวมระยะทางเกิน 28,000 กิโลเมตรต่อเดือน และจัดส่งสินค้าประมาณ 1,000 ตันให้กับลูกค้า</p>
<p><em><strong>ด้วยการใช้รถขนส่งพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่นี้ ดีเอชแอล โกลเบิล ฟอร์เวิร์ดดิ้ง ประเทศไทย ตั้งเป้าที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 85,000 กิโลกรัมต่อปี เทียบเท่ากับเที่ยวบินไป-กลับ 27 เที่ยวบินจากกรุงเทพฯ ไปยังลอนดอนสำหรับนักท่องเที่ยวหนึ่งคน </strong></em></p>
<p>รถ EV รุ่นใหม่มีความสามารถในการชาร์จที่รวดเร็ว โดยใช้เวลาในการชาร์จเกินกว่าหนึ่งชั่วโมงเล็กน้อย โดยรถตู้ไฟฟ้ ที่ชาร์จไฟเต็ม สามารถเดินทางไกลได้ถึง 200 กิโลเมตร และบรรทุกของได้มากถึง 800 กิโลกรัม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21766 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/4-10.jpg" alt="" width="1200" height="807" /></p>
<p>ขณะที่รถบรรทุกไฟฟ้าสามารถวิ่งได้ไกลถึง 350 กิโลเมตร และบรรทุกของได้สูงสุด 5,000 กิโลกรัม โดยมีคุณสมบัติด้านความปลอดภัยมาตรฐาน ได้แก่ ระบบเบรก ABS, ระบบล็อคอัตโนมัติ, สัญญาณเตือนโดยใช้เซ็นเซอร์ และระบบควบคุมการกระจายแรงเบรก (EBD) เพื่อรับรองความปลอดภัยในการขับขี่ให้กับพนักงานขนส่ง</p>
<p><strong>โธมัส ทีเบอร์ ซีอีโอ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ ดีเอชแอล โกลเบิล ฟอร์เวิร์ดดิ้ง</strong> นำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการนี้ โดยกล่าวว่า “ที่ดีเอชแอล เราเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ในพลังของนวัตกรรมและความยั่งยืน ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้เรามุ่งมั่นสร้างสรรค์อนาคตที่สดใสยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน การที่เรานำรถ EV มาใช้ในการดำเนินงานในกรุงเทพฯ ทำให้เราใช้วิธีการขนส่งที่เป็นมิตรมากขึ้น และเป็นผู้นำในเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ลูกค้าและประชาชนทั่วไปเข้าร่วมการเดินทางที่ดีกว่าไปกับเรา”</p>
<p>การริเริ่มใช้รถ EV ในกรุงเทพฯ เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ GoGreen ในวงกว้างของบริษัทฯ โดยอีกตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจคือ แนวทางปฏิบัติที่มีมายาวนานของดีเอชแอล โกลเบิล ฟอร์เวิร์ดดิ้ง ในการช่วยเหลือลูกค้าในการประเมินการปล่อยก๊าซคาร์บอนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์แบบครบวงจร MyDHLi ซึ่งมอบทางเลือกให้กับลูกค้าในการลดคาร์บอนแบบอินเซ็ต (Inset) และการชดเชยคาร์บอน (Offset) เพื่อช่วยลดการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการขนส่งของลูกค้า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21767 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/2-6.jpg" alt="" width="1200" height="797" /></p>
<p>ภายใต้ก้าวย่างที่สำคัญในการบรรลุวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน ดีเอชแอลได้ลงทุนกับการดำเนินงานอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นในระดับโลก <strong>โดยกลุ่มบริษัทดีเอชแอลมีแผนที่จะลงทุน 7 พันล้านยูโร ภายในปี 2573 ในโครงการริเริ่มที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยตั้งเป้าที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เหลือน้อยกว่า 29 ล้านตัน ซึ่งสอดคล้องกับโครงการ Science-Based Targets Initiative</strong></p>
<p>การใช้รถขนส่งพลังงานไฟฟ้าในกรุงเทพฯ เป็นเพียงมุมหนึ่งของกลยุทธ์ของดีเอชแอล โดยดีเอชแอลได้เริ่มใช้ยานยนต์ไฟฟ้า 60% เพื่อการขนส่งลาสไมล์ ควบคู่ไปกับการปรับปรุงการใช้เชื้อเพลิงที่ยั่งยืนสำหรับการขนส่งทางอากาศและทางทะเล และดำเนินโครงการริเริ่มที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้เครือข่ายทั่วโลกของบริษัทฯ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/dhl-global-forwarding-launch-ev-truck-delivery-in-bangkok/">ดีเอชแอล โกลเบิล ฟอร์เวิร์ดดิ้ง ประเทศไทย เปิดตัวรถขนส่งพลังงานไฟฟ้าในกรุงเทพฯ รองรับขนส่งลาสไมล์ คาดลดคาร์บอนกว่า 8.5 หมื่นกิโลกรัมต่อปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>EA &#8211; SCB ลงนามสินเชื่อ Green Loan 2,000 ลบ. เดินเครื่องรถโดยสารไฟฟ้าสาธารณะ (EV-Bus) เต็มสูบ ขยายธุรกิจ “Pay Pop” สร้างการลงทุนโครงการใหม่ในธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/04/ea-scb-sign-agreement-green-loan-support-paypop/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Apr 2023 10:25:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[EA]]></category>
		<category><![CDATA[EA’s EV Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[EV Bus]]></category>
		<category><![CDATA[Green Loan]]></category>
		<category><![CDATA[Pay Pop]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[Transportation]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. ยรรยง  ไทยเจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถโดยสารไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถโดยสารไฟฟ้าสาธารณะ]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สมโภชน์ อาหุนัย]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17957</guid>

					<description><![CDATA[<p>บมจ. พลังงานบริสุทธิ์ (EA) และ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ร่วมลงนามสัญญาเงินกู้สีเขียว 2,000 ล้านบาท เพื่อการลงทุนในโครงการรถโดยไฟฟ้าสารสาธารณะ (EV-Bus) ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล สยายปีกเปย์ป๊อป (Pay Pop) ธุรกิจให้เช่าซื้อรถโดยสารไฟฟ้า สนับสนุน EA สู่ธุรกิจรถโดยสารไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ไร้มลพิษอย่างครบวงจร โดยมี นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) และ ดร. ยรรยง  ไทยเจริญ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ Wholesale ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมพิธีลงนาม ณ SCB Academy ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. พลังงานบริสุทธิ์ หรือ EA เปิดเผยว่า การร่วมลงนามในสัญญาสนับสนุนสินเชื่อสีเขียว (Green Loan) มูลค่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/ea-scb-sign-agreement-green-loan-support-paypop/">EA &#8211; SCB ลงนามสินเชื่อ Green Loan 2,000 ลบ. เดินเครื่องรถโดยสารไฟฟ้าสาธารณะ (EV-Bus) เต็มสูบ ขยายธุรกิจ “Pay Pop” สร้างการลงทุนโครงการใหม่ในธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p dir="ltr"><strong>บมจ. พลังงานบริสุทธิ์ (EA)</strong> และ <strong>ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB)</strong> ร่วมลงนามสัญญาเงินกู้สีเขียว 2,000 ล้านบาท เพื่อการลงทุ<wbr />นในโครงการรถโดยไฟฟ้าสารสาธารณะ (EV-Bus) ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล สยายปีกเปย์ป๊อป (<strong>Pay Pop</strong>) ธุรกิจให้เช่าซื้อรถโดยสารไฟฟ้า สนับสนุน EA สู่ธุรกิจรถโดยสารไฟฟ้าเชิงพาณิ<wbr />ชย์ไร้มลพิษอย่างครบวงจร</p>
<p dir="ltr"><span id="more-17957"></span></p>
<p dir="ltr">โดยมี <strong>นายสมโภชน์ อาหุนัย</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร <strong>บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)</strong> และ<strong> ดร. ยรรยง  ไทยเจริญ</strong> รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ Wholesale ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมพิธีลงนาม ณ SCB Academy ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่</p>
<p dir="ltr"><strong>นายสมโภชน์ อาหุนัย</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. พลังงานบริสุทธิ์ หรือ EA เปิดเผยว่า การร่วมลงนามในสัญญาสนับสนุนสิ<wbr />นเชื่อสีเขียว (Green Loan) มูลค่า 2,000 ล้านบาท  ระยะเวลา 4 ปี สนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน เสริมความแข็งแกร่งทางการเงิ<wbr />นของกลุ่มบริษัทฯ เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของธุ<wbr />รกิจใหม่ (New S-Curve)  สำหรับวัตถุประสงค์สำคั<wbr />ญการลงนามครั้งนี้ เพื่อนำเงินไปสนับสนุนการลงทุ<wbr />นใน บจก. เปย์ป๊อป (Pay Pop) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในกลุ่ม EA สู่การบริหารจัดการธุรกิจเช่าซื้<wbr />อรถโดยสารไฟฟ้าสาธารณะ(EV Bus) โดยระยะแรกเป็นการให้เช่าซื้<wbr />อแก่ผู้ประกอบการที่ให้บริ<wbr />การรถโดยสารไฟฟ้าสาธารณะในพื้<wbr />นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ยกระดับการเดินทาง ลดปัญหามลพิษ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่<wbr />มให้ธุรกิจได้<wbr />จากผลตอบแทนจากการเดินรถนำไปสู่<wbr />การแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิ<wbr />ตรถโดยสาร EV เป็นโครงการแรกของเอเชีย</p>
<p dir="ltr"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17959 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/EA-SCB-2000-m-3.jpg" alt="" width="1200" height="797" /></p>
<p dir="ltr">“EA มุ่งเน้นในการขยายสู่ธุรกิจใหม่ เพื่อต่อยอดการดำเนินงานธุรกิ<wbr />จปัจจุบันของกลุ่มบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการสนับสนุนสินเชื่อสีเขียว (Green Loan) จากธนาคารไทยพาณิชย์ ในครั้งนี้ จะช่วยเสริมศักยภาพธุรกิ<wbr />จยานยนต์ไฟฟ้าที่ครบวงจร ภายใต้การดำเนินการของ บจก.เปย์ป๊อป (Pay Pop) เพื่อสอดรับนโยบายของบริษัทฯ ที่มุ่งสู่การเป็นบริษัทผู้<wbr />นำนวัตกรรมด้านพลั<wbr />งงานสะอาดของประเทศ ที่ดำเนินธุรกิจครอบคลุมทุ<wbr />กการบริหารจัดการด้านพลั<wbr />งงานไฟฟ้าและยานยนต์ไฟฟ้าสร้<wbr />างนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EA’s EV Ecosystem)  โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเป็<wbr />นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อประโยชน์สูงสุด อีกทั้งช่วยสร้างความเชื่อมั่<wbr />นและสร้างโอกาสการลงทุนร่วมกั<wbr />บพันธมิตรในธุรกิจสีเขียว จะเป็นพลังสำคัญทำให้ EA เติบโตไปพร้อมกับการสร้างสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม สู่สังคมไร้มลพิษอย่างยั่งยืน” นายสมโภชน์กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/ea-scb-sign-agreement-green-loan-support-paypop/">EA &#8211; SCB ลงนามสินเชื่อ Green Loan 2,000 ลบ. เดินเครื่องรถโดยสารไฟฟ้าสาธารณะ (EV-Bus) เต็มสูบ ขยายธุรกิจ “Pay Pop” สร้างการลงทุนโครงการใหม่ในธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
