<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ย้ำร่วมมือ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 04 Feb 2024 13:06:20 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ย้ำร่วมมือ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เปิดบ้าน ‘เอสซีจี ลำปาง’ โชว์ ​Best Practice &#8216;อุตสาหกรรม -ธรรมชาติ -ชุมชน&#8217; เติบโตร่วมกัน​ตามยุทธศาสตร์ ESG 4 Plus</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/02/best-practice-scg-lampang-driving-esg4plus/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 04 Feb 2024 13:06:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[ESG 4 Plus]]></category>
		<category><![CDATA[GO GREEN]]></category>
		<category><![CDATA[Lean เหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[Low-carbon Cement]]></category>
		<category><![CDATA[Manufacturing]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ปูนคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ปูนลำปาง]]></category>
		<category><![CDATA[มุ่ง Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[ย้ำร่วมมือ]]></category>
		<category><![CDATA[วรการ พงษ์ศิริกุล]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี ลำปาง]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการรักษ์ภูผามหานที]]></category>
		<category><![CDATA[โอบบุญ แย้มศิริกุล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23752</guid>

					<description><![CDATA[<p>ด้วยแนวคิด “โรงงานอยู่ที่ไหน ป่าต้องเขียวที่นั่น” สะท้อนได้ว่า SCG ให้ความสำคัญกับการเป็นพลเมืองที่ดีในแต่ละพื้นที่ที่ธุรกิจได้เข้าไปตั้งอยู่ ทั้งการมีส่วนช่วยดูแล ฟื้นฟู สิ่งแวดล้อมโดยรอบโรงงาน พร้อมมีส่วนช่วยขับเคลื่อนการพัฒนา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชน ภายใต้กลยุทธ์ ESG 4 Plus ซึ่งขับเคลื่อนผ่าน 4 มิติ ประกอบด้วย​ 1. มุ่ง Net Zero 2. GO Green 3. Lean เหลื่อมล้ำ และ 4. ย้ำร่วมมือ เพื่อเป็นแนวทางสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน เช่นเดียวกับการดำเนินธุรกิจของ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ลำปาง) จำกัด หรือ เอสซีจี ลำปาง อีกหนึ่งฐานการผลิตปูนซิเมนต์ในภาคเหนือ ด้วยสัดส่วน​การผลิต​ราว 15% ของกำลังผลิตรวมทั้งหมดของเอสซีจี ซึ่งตลอด 30 ปี ที่ได้ขับเคลื่อนโรงปูนแห่งนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 ก็ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับภาคชุมชนและสังคมในพื้นที่ เพื่อร่วมกันหาโซลูชันการพัฒนาที่เข้าใจความต้อง​ต้องการและปัญหาภายในพื้นที่ รวมถึงสอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้คน ​โดยนำ​กลยุทธ์หลักอย่าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/best-practice-scg-lampang-driving-esg4plus/">เปิดบ้าน ‘เอสซีจี ลำปาง’ โชว์ ​Best Practice &#8216;อุตสาหกรรม -ธรรมชาติ -ชุมชน&#8217; เติบโตร่วมกัน​ตามยุทธศาสตร์ ESG 4 Plus</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ด้วยแนวคิด <strong>“โรงงานอยู่ที่ไหน ป่าต้องเขียวที่นั่น”</strong> สะท้อนได้ว่า SCG ให้ความสำคัญกับการเป็นพลเมืองที่ดีในแต่ละพื้นที่ที่ธุรกิจได้เข้าไปตั้งอยู่ ทั้งการมีส่วนช่วยดูแล ฟื้นฟู สิ่งแวดล้อมโดยรอบโรงงาน พร้อมมีส่วนช่วยขับเคลื่อนการพัฒนา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชน ภายใต้กลยุทธ์ <strong>ESG 4 Plus</strong> ซึ่งขับเคลื่อนผ่าน 4 มิติ ประกอบด้วย​ 1. มุ่ง Net Zero 2. GO Green 3. Lean เหลื่อมล้ำ และ 4. ย้ำร่วมมือ เพื่อเป็นแนวทางสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-23752"></span></p>
<p>เช่นเดียวกับการดำเนินธุรกิจของ <strong>บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ลำปาง) จำกัด</strong> หรือ เอสซีจี ลำปาง อีกหนึ่งฐานการผลิตปูนซิเมนต์ในภาคเหนือ ด้วยสัดส่วน​การผลิต​ราว 15% ของกำลังผลิตรวมทั้งหมดของเอสซีจี ซึ่งตลอด 30 ปี ที่ได้ขับเคลื่อนโรงปูนแห่งนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 ก็ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับภาคชุมชนและสังคมในพื้นที่ เพื่อร่วมกันหาโซลูชันการพัฒนาที่เข้าใจความต้อง​ต้องการและปัญหาภายในพื้นที่ รวมถึงสอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้คน ​โดยนำ​กลยุทธ์หลักอย่าง <strong>ESG 4 Plus</strong> มาปรับเข้ากับ​การขับเคลื่อนแบบ Area-based เพื่อให้ได้มาซึ่งแนวทางที่​สร้างประโยชน์และสามารถจับต้องได้ให้กับชุมชน</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23754 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/k-worakarn.jpg" alt="" width="533" height="799" /></p>
<p><strong>คุณวรการ พงษ์ศิริกุล</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย (ลำปาง) จำกัด กล่าวว่า<strong> ​เอสซีจี ลำปาง​​</strong> ขับเคลื่อนธุรกิจโดยมุ่งเน้น<strong> &#8216;สร้างงาน สร้างความเจริญ รักษาสิ่งแวดล้อม และเป็นพลเมืองดีของลำปาง&#8217; </strong>เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวก​ทั้งต่อธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านการขับเคลื่อนในแต่ละแกนของ ESG 4 Plus ทั้งการพัฒนากระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น ทั้งในภาคการผลิต หรือการดำเนินธุกิจ โดยตั้งเป้า​ลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลสำหรับการผลิตปูนซิเมนต์ เหลือเพียง 60% โดยหันมาใช้เชื้อเพลิงไบโอแมส ​หรือเชื้อเพลิง RDF จากขยะพลาสติก หรือขยะมูลฝอยต่างๆ จากชุมชน ในสัดส่วนประมาณ  40%</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-23755 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Llow-carbon-ciment.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ขณะเดียวกัน ยังมีแผนเพิ่มสัดส่วนการใช้ Renewable ​เป็น 30% ในอีก 5 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันมีสัดส่วน 26% ด้วยการเพิ่มแหล่งพลังงาน Solar Floating ในการขยายเฟสที่ 3 ของแผนพลังงานทดแทน​เพิ่มเติม ​โดยโรงปูนลำปางยังเป็นโรงงานแห่งแรกในเครือที่เปลี่ยนมาใช้รถบรรทุก EV Truck ทั้งหมด จำนวน 12 คัน สำหรับวิ่งภายในโรงงาน ​รวมทั้งเป็นรายแรกที่พัฒนาปูนคาร์บอนต่ำ ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วน 90% ของกำลังผลิต และจะขยับเป็น 100% ในอนาคต</p>
<p>ซึ่ง​กระบวนการผลิตของปูนคาร์บอนต่ำนี้จะสร้างคาร์บอนน้อยกว่าปูนทั่วไป​​ 0.05 ตัน CO2 ต่อการผลิต 1 ตัน และลดการใช้พลังงานภาพรวมลงได้กว่า 38% พร้อมทั้งได้ส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย หมู่เกาะมัลดีฟส์ ​และอยู่ระหว่างการพัฒนารุ่นที่ 2 ซึ่งสามารถลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า​รุ่นแรกเพิ่มขึ้น 5% ซึ่งตอบโจทย์การขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net zero ของเอสซีจี</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-23758 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/9.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ด้านการทำงานร่วมกับชมุชนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เอสซีจี ลำปาง ​ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของชุมชนที่​เป็นเกษตรกร ​โดยได้ต่อยอด &#8216;<strong>โครงการรักษ์ภูผามหานที</strong>&#8216; เพื่อดูแลป่าต้นน้ำ ผ่านเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ ทั้งการสร้างฝาย สระพวง หรือแก้มลิง ที่นอกจากช่วยสร้างความอุดมสมบูรณ์​แล้ว แก้ภัยแล้วแล้ว ยังช่วยป้องกันการเกิดไฟป่าในพื้นที่ได้ด้วย  ทำให้ไม่มีการเกิดไฟป่ามา 7-8 ปีแล้ว โดยมีพื้นที่ป่าที่​ปูนลำปางดูแลอยู่มากกว่า 7,300 ไร่​ และดำเนินการสร้างฝายแล้วกว่า 8.8 หมื่นแห่ง ใน 60 ชุมชน พร้อมช่วยอนุรักษ์พื้นที่ป่าได้มากกว่า 2.35 แสนไร่ และได้ขึ้นทะเบียนเป็นป่าชุมชนแล้ว 16 แปลง ขณะที่การมีน้ำอย่างพอเพียงก็นำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดี เพราะสามารถเพาะปลูกพืชผักได้หลากหลายและมีผลผลิตที่ดีมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23760 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/7.jpg" alt="" width="1200" height="782" /></p>
<p><em>&#8220;การขับเคลื่อนงานในชุมชนต้องอาศัยความร่วมมือกับคนในชุมชนเป็นสำคัญ ซึ่งสิ่งสำคัญที่ทำให้คนในชุมชนร่วมมือกับภาคธุรกิจ คือ ความจริงใจ และการขับเคลื่อนต่างๆ นั้น สามารถสร้างให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเอสซีจี ลำปาง เน้นการทำงานและเรียนรู้ ร่วมกับชุมชน ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้หรือเทคโนโลยีจากภาคธุรกิจ และภูมิปัญญาของชุมชนที่ตอบโจทย์ของแต่ละพื้นที่ เพื่อหาโซลูชันที่สามารถนำมาพัฒนาให้เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย และสามารถขับเคลื่อนได้ต่อเนื่องเพื่อความยั่งยืน เช่น การขับเคลื่อนโครงการ &#8216;ชิงเก็บ ลดเผา&#8217; ที่เอสซีจี เข้าไปรับซื้อ วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอย่างฟางข้าว เปลือกข้าวโพด กิ่งไม้ใบไม้ เพื่อนำมาเป็นเชื้อเพลิงไบโอแมส ที่ช่วยลดทั้งต้นทุนในการซื้อเชื้อเพลิงฟอสซิล  ขณะเดียวกันยังสอดคล้องกับนโยบาย Net zero ขององค์กร นอกจากนี้ ยังป้องกันการเผาซึ่งเป็นต้นเหตุปัญหาฝุ่น PM 2.5 และปัญหาด้านสุขภาพของคนในพื้นที่​ด้วย ซึ่งจากโครงการนี้ช่วยเพิ่มรายได้</em>ให้ชุมชนเพิ่มได้กว่า  1.2 แสนบาท และลดพื้นที่การเผาไปกว่า 300 ไร่ รวมทั้งลดต้นทุนจากพลังงานฟอสซิลลงได้กว่า 2 หมื่นบาท &#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23756 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน <strong>คุณโอบบุญ แย้มศิริกุล</strong> ผู้อำนวยการสำนักงาน Enterprise Brand Management เอสซีจี กล่าวเพิ่มเติมว่า ​เอสซีจีดำเนินธุรกิจด้วยกลยุทธ์ ESG 4 Plus เร่งสร้างสังคม Net Zero ที่น่าอยู่ ตั้งเป้าบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 ​โดยทุกธุรกิจ​​มุ่งใช้กระบวนการผลิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พัฒนานวัตกรรมรักษ์โลก และร่วมกับทุกภาคส่วนลดเหลื่อมล้ำให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น ได้แก่ โครงการรักษ์ภูผามหานที เพื่อให้ชุมชนมีน้ำใช้ตลอดปี ด้วยการสร้างฝายชะลอน้ำ ซึ่งทำไปแล้วกว่า 120,000 ฝาย และโครงการพลังชุมชน อบรมให้ความรู้ เปลี่ยนวิธีคิด สร้างอาชีพ มีรายได้เพิ่มจากการเพิ่มมูลค่าสินค้าในท้องถิ่นให้โดดเด่นและตอบความต้องการตลาด ปัจจุบันมีผู้ร่วมเข้าทั้ง 2 โครงการ กว่า 200,000 คน จาก 500 ชุมชน ใน 37 จังหวัด เกิดเป็นเครือข่ายชุมชนเข้มแข็งไปทั่วประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23759 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/10.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/best-practice-scg-lampang-driving-esg4plus/">เปิดบ้าน ‘เอสซีจี ลำปาง’ โชว์ ​Best Practice &#8216;อุตสาหกรรม -ธรรมชาติ -ชุมชน&#8217; เติบโตร่วมกัน​ตามยุทธศาสตร์ ESG 4 Plus</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอสซีจี ตั้งงบ 4 หมื่นล้านบาท ​​เร่งเติมพอร์ตสินค้ากรีนครบทุกกลุ่ม เดินหน้าทรานส์ฟอร์มสู่ธุรกิจ Low Carbon และ Net zero​​​ คาดสิ้นปีเติบโตเพิ่ม 20%</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/01/scg-direction-2024-accelerates-green-businesses/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Jan 2024 12:35:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[ESG 4 Plus]]></category>
		<category><![CDATA[GO GREEN]]></category>
		<category><![CDATA[Lean เหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Logistics]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC GREEN POLYMERTM]]></category>
		<category><![CDATA[SCGP]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ซีเมนต์]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ปิโตรเคมี]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ย้ำร่วมมือ]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[ลดก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[เคมีภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี คลีนเนอร์ยี่]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น แอนด์ รีเทล]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง]]></category>
		<category><![CDATA[แพคเกจจิ้ง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23642</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอสซีจี วางงบลงทุน 4 หมื่นล้านบาท ขยายกลุ่มกรีนต่อเนื่องทุกธุรกิจภายในเครือ เร่งเดินหน้า​ทรานส์ฟอร์มสู่องค์กร​คาร์บอนต่ำ และ​มุ่งสร้าง​ Net zero ​รับกระแสเทรนด์โลกเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน พร้อมขยายตลาดต่างประเทศ คาดสิ้นปีเติบโตเพิ่ม 20% คุณ​ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า ทุกกลุ่มธุรกิจของเอสซีจีจะเร่งสร้างการเติบโตผ่านนวัตกรรมรักษ์โลก &#8211; พลังงานสะอาด &#8211; Low Carbon ทั้งสำหรับทำตลาดในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสอดคล้องกับทิศทางการขับเคลื่อนของโลกที่มุ่งสู่ความยั่งยืน ​และการขับเคลื่อนสู่เป้าหมายในการก้าวสู่ Net zero จากดีมานด์ในตลาดที่มีแนวโน้มขยายตัวได้อีกมากในอนาคต สะท้อนจากสัดส่วนยอดขายมากกว่าครึ่ง หรือ 54% ของยอดขายในปี 2566  มาจากสินค้าในกลุ่ม SCG Green Choice รวมทั้ง เร่ง​พัฒนาสินค้าและนวัตกรรมมูลค่าสูงหรือ HVA (High-Value Added Products &#38; Services) เพื่อสามารถตอบโจทย์ความต้องการ​ลูกค้าได้อย่างตรงจุดและรวดเร็ว สามารถรับมือกับความท้าทาย และความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งผันผวน เศรษฐกิจโลกยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ การมีสินค้า HVA และตอบโจทย์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/scg-direction-2024-accelerates-green-businesses/">เอสซีจี ตั้งงบ 4 หมื่นล้านบาท ​​เร่งเติมพอร์ตสินค้ากรีนครบทุกกลุ่ม เดินหน้าทรานส์ฟอร์มสู่ธุรกิจ Low Carbon และ Net zero​​​ คาดสิ้นปีเติบโตเพิ่ม 20%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div>เอสซีจี วางงบลงทุน 4 หมื่นล้านบาท ขยายกลุ่มกรีนต่อเนื่องทุกธุรกิจภายในเครือ เร่งเดินหน้า​ทรานส์ฟอร์มสู่องค์กร​คาร์บอนต่ำ และ​มุ่งสร้าง​ Net zero ​รับกระแสเทรนด์โลกเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน พร้อมขยายตลาดต่างประเทศ คาดสิ้นปีเติบโตเพิ่ม 20%</div>
<p><span id="more-23642"></span></p>
<p><strong>คุณ​ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า ทุกกลุ่มธุรกิจของเอสซีจีจะเร่งสร้างการเติบโตผ่านนวัตกรรมรักษ์โลก &#8211; พลังงานสะอาด &#8211; Low Carbon ทั้งสำหรับทำตลาดในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสอดคล้องกับทิศทางการขับเคลื่อนของโลกที่มุ่งสู่ความยั่งยืน ​และการขับเคลื่อนสู่เป้าหมายในการก้าวสู่ Net zero จากดีมานด์ในตลาดที่มีแนวโน้มขยายตัวได้อีกมากในอนาคต สะท้อนจากสัดส่วนยอดขายมากกว่าครึ่ง หรือ 54% ของยอดขายในปี 2566  มาจากสินค้าในกลุ่ม SCG Green Choice</p>
<p>รวมทั้ง เร่ง​พัฒนาสินค้าและนวัตกรรมมูลค่าสูงหรือ HVA (High-Value Added Products &amp; Services) เพื่อสามารถตอบโจทย์ความต้องการ​ลูกค้าได้อย่างตรงจุดและรวดเร็ว สามารถรับมือกับความท้าทาย และความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งผันผวน เศรษฐกิจโลกยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ การมีสินค้า HVA และตอบโจทย์ Green จะทำให้ธุรกิจมีโอกาสเติบโตได้อย่างเข้มแข็งในระยะยาว  เช่น นวัตกรรมปูนคาร์บอนต่ำ สมาร์ทโซลูชันเพื่อการอยู่อาศัย พลาสติกรักษ์โลก บรรจุภัณฑ์ยั่งยืนที่ใช้ซ้ำ และรีไซเคิลได้ โซลูชั่นพลังงานสะอาดครบวงจร และนวัตกรรมเม็ดพลาสติกคุณภาพสูงจากโครงการลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์ เน้นบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23644 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Resize-ธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;คาดว่าในปีนี้จะสามารถผลักดันยอดขายให้เติบโตได้ 20% ทั้งจากโปรเจ็กต์ใหม่ๆ ที่ลงทุนไว้ รวมทั้งการทรานสฟอร์มธุรกิจที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนและคาร์บอนต่ำ ที่แม้ในช่วงแรกจะมีต้นทุนการลงทุนที่สูง แต่เป็นธุรกิจมูลค่าสูงที่สามารถรักษาผลตอบแทนได้ในระยะยาวตลอด 10-30 ปีนี้  และเป็นการรักษาความมั่นคงของธุรกิจได้ในระยะยาว รวมทั้งเป็นการสร้างโอกาสที่มากขึ้นทั้งในตลาดประเทศไทยและต่างประเทศ ต่างจากการลงทุนในกลุ่มคาร์บอนสูง ที่อาจจะมีกำไรในระยะสั้นแต่ไม่มั่นคงในระยะยาว&#8221;</em></p>
<p>สำหรับรายละเอียดการดำเนินงานและการขับเคลื่อนของแต่ละกลุ่มธุรกิจเอสซีจี ประกอบด้วย</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ธุรกิจเคมิคอลส์ หรือ SCGC</strong></span></p>
<p>&#8211; ตลาดปิโตรเคมี​มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น​ช่วงครึ่งหลังของปี 2567 จากความต้องการสินค้าที่เพิ่มมากขึ้นและอุปทานที่ลดลง</p>
<p>&#8211; ธุรกิจจะเร่งเพิ่มสัดส่วนการพัฒนาพลาสติกรักษ์โลก รวมทั้งสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (High-Value Added Products &amp; Services – HVA) โดยที่ผ่านมามีดีมานด์ในตลาดมากขึ้น ส่งผลให้มีสัดส่วน​ยอดขาย 39% เพิ่มขึ้นจากปีก่อน และช่วยรักษาความสามารถการแข่งขันในภาวะตลาดฟื้นตัวได้เป็นอย่างดี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23645 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/เม็ดพลาสติกคุณภาพสูงจากโรงงาน-Long-Son-Petrochemicals-LSP.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>&#8211; โปรเจ็กต์สำคัญอย่าง &#8216;โ<strong>ครงการลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์&#8217;</strong> ดำเนินการก่อสร้างลุล่วงตามแผนภายใต้งบประมาณที่กำหนดไว้ การเดินเครื่องจักรและทดสอบประสิทธิภาพการเดินโรงงานทั้งระบบเป็นไปได้ด้วยดี คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงไตรมาสแรกของปี 2567</p>
<p>&#8211; ส่วนกลุ่มพลาสติกรักษ์โลก ‘<strong>SCGC GREEN POLYMER’</strong> ​ส้รางยอดขายในปีที่ผ่านมาได้​​ 218,000 ตัน เพิ่มขึ้น​ 56% จากปีก่อน พร้อมตั้งเป้าเพิ่มเป็น 1 ล้านตัน ในปี 2573</p>
<p>&#8211; มีแผน​​ขยาย​สู่<strong> ‘อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า’</strong> ด้วยนวัตกรรมพลาสติกสำหรับการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์น้ำหนักเบา ช่วยประหยัดพลังงาน และความร่วมมือกับ Denka ในการผลิตและจำหน่ายอะเซทิลีนแบล็ก (Acetylene Black) ส่วนประกอบสำคัญสำหรับนำไฟฟ้าในการผลิตขั้วแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบชาร์จไฟได้สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งมีปริมาณความต้องการสูง</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ธุรกิจเอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน</strong></span></p>
<p>&#8211; ศักยภาพในการบริหารต้นทุนพลังงาน โดยเพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงทดแทนมาอยู่ที่​​ 40%</p>
<p>&#8211; พัฒนาแพลตฟอร์ม <strong>‘KITCARBON’</strong> (คิดคาร์บอน) โซลูชั่นการออกแบบอาคารที่ช่วยคำณวนการปล่อย CO2 ในโครงการก่อสร้างต่างๆ เพื่อเพิ่มโอกาสทำตลาด รับการฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างต่างๆ ทั้งตลาดในประเทศและตลาดอาเซียนที่ส่งสัญญาณฟื้นตัวดีขึ้น</p>
<p>&#8211; ขยายตลาด ‘<strong>ปูนคาร์บอนต่ำ</strong>’ ซึ่งสร้างการ​ยอมรับได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งจาก​คุณภาพที่แข็งแรง ทนทานและผิวเรียบเนียนเป็นพิเศษ  โดยมียอดขายเพิ่มขึ้น​ 15% ​และสามารถขยายการส่งออกไปยัง​อเมริกาและมาเลเซียได้แล้ว</p>
<p>&#8211;  เตรียมออก &#8216;<strong>ปูนคาร์บอนต่ำ เจนเนเรชันที่ 2&#8242;</strong> ซึ่งลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้เพิ่มขึ้นอีก 5% จากคาร์บอนที่ตำกว่าปูนพอร์ตแลนด์ 10% เป็น 15%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23647 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Resize-ปูนคาร์บอนต่ำ-เอสซีจี.jpg" alt="" width="675" height="613" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ธุรกิจเอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง</strong></span></p>
<p>&#8211;  เติบโตได้ต่อเนื่อง จากการ​บริหารจัดการต้นทุนด้วยการปรับใช้พลังงานสะอาดในกระบวนการผลิต</p>
<p>&#8211; พัฒนาสมาร์ทโซลูชันตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ที่ต้องการประหยัดพลังงาน มีสุขอนามัยที่ดี ห่างไกล PM 2.5 และมีความปลอดภัยในการใช้ชีวิต เช่น ‘<strong>SCG Active Air Quality’</strong> นวัตกรรมเติมอากาศดีให้บ้าน ป้องกันมลพิษ ฝุ่น PM 2.5 เชื้อโรค แบคทีเรีย ไวรัส <strong>‘หลังคาเอสซีจี เมทัลรูฟ</strong> <strong>รุ่น คอมฟอร์ท ลอน Snap Lock’</strong> นวัตกรรมหลังคาช่วยป้องกันเสียงจากภายนอก และกันความร้อน ประหยัดการใช้พลังงานภายในบ้าน และ <strong>‘SCG Solar Roof Solutions’</strong> ซึ่งมียอดขายเติบโตโดดเด่น เพิ่มขึ้น​ 105% จากปีก่อน</p>
<p>&#8211; ขยายสมาร์ทโซลูชันสู่ตลาดใหม่ ๆ อาทิ ติดตั้งนวัตกรรมบำบัดอากาศเสียพร้อมประหยัดพลังงาน ‘<strong>SCG Air Scrubber</strong>’ ให้อาคาร Keppel Bay Tower โครงการอสังหาฯ ระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสิงคโปร์ และเป็นอาคารแห่งแรกในสิงคโปร์ที่ได้รางวัล Green Mark Platinum (Zero Energy) หรือรางวัลอาคารประหยัดพลังงาน ซึ่งนวัตกรรมดังกล่าวช่วยประหยัดพลังงานจากระบบปรับอากาศได้สูงสุด 30%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23648 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/SCG-Air-Scrubber.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ธุรกิจเอสซีจี ดิสทริบิวชั่น แอนด์ รีเทล</strong> </span></p>
<p>&#8211;  ขยายความแข็งแกร่งสู่ตลาดที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง อย่างภูมิภาค SAMEA (เอเซียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา) โดย SCG International ตั้งสำนักงานในกรุงริยาด ซาอุดิอาระเบียอย่างเป็นทางการ พร้อมเป็น International Supply Chain Partner  บริหารจัดการตั้งแต่การหาแหล่งผลิตสินค้าจนถึงการสร้างตลาดให้คู่ค้าจากทั่วทุกมุมโลก ขยายโอกาสธุรกิจและเจาะโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ (Giga Project)</p>
<p>&#8211; ร่วมสร้างสังคม Net Zero ผ่านกลุ่มสินค้าซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างรักษ์โลก พร้อมด้วยกลุ่มสินค้าวัตถุดิบ ชิ้นส่วนอุตสาหกรรม กระดาษและแพคเกจจิ้ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23651 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/SCG-International-ปักหมุดซาอุฯ-เชื่อมต่อการค้าทั่วโลก-.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ธุรกิจเอสซีจี คลีนเนอร์ยี่</strong> </span></p>
<p>&#8211; ​ธุรกิจพลังงานสะอาดครบวงจร มีดีมานด์มา​กขึ้นตามทิศทางเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำของโลก และจากจุดแข็งของธุรกิจด้านการบริการที่มีความน่าเชื่อถือ ทำให้มีโอกาสเติบโตอีกมาก</p>
<p>&#8211; การพัฒนาระบบ Smart Grid ที่ช่วยให้การซื้อ-ขายไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดเข้าถึงได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยปี 2566 มีกำลังการผลิตที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ รวม 450 เมกะวัตต์</p>
<p>&#8211; การขยายโครงการโซลาร์รูฟ โดยได้ติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ในหลายพื้นที่ อาทิ กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม กลุ่มบริษัทสหยูเนี่ยน บางปะกง นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ รวมถึงกลุ่มโรงพยาบาลพญาไทและเปาโล และเตรียมขยายไปยังตลาดอาเซียน ทั้งเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ในปี 2567</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23650 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/เอสซีจี-คลีนเนอร์ยี่-ติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ให้กลุ่มโรงพยาบาล.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ธุรกิจแพคเกจจิ้ง หรือ SCGP</strong> </span></p>
<p>&#8211; การเติบโตของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ในปี 2566 ที่ผ่านมา จากความต้องการภาคบริโภคในเวียดนาม และอินโดนีเซียเริ่มฟื้นตัวได้เป็นอย่างดี รวมทั้งสินค้าส่งออก โดยเฉพาะอาหารแช่แข็งและอาหารสัตว์เลี้ยง</p>
<p>&#8211; ส่วนในปี 2567 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น รวมถึงมีแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวและส่งออก</p>
<p>&#8211;  เพิ่มโซลูชันบรรจุภัณฑ์กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมขยายกำลังผลิตและ M&amp;P (Merger &amp; Partnership) ในธุรกิจวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ บรรจุภัณฑ์อาหาร และการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ Bio-Solutions ที่เป็นเมกะเทรนด์และเติบโตสูง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23653 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/โซลูชันบรรจุภัณฑ์กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม.jpg" alt="" width="1200" height="898" /></p>
<p>&#8211; การบริหารต้นทุนและการผลิตสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ นำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการผลิต เพิ่มสัดส่วนใช้พลังงานทางเลือกเป็นร้อยละ 35 ของการใช้พลังงานทั้งหมด เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจด้วย ESG (Environmental, Social, Governance)  และการพัฒนาบุคลากร เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23649 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/โรงงาน-LSP-ปิโตรเคมีครบวงจรแห่งแรกในเวียดนาม.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>สำหรับ​ผลประกอบการ เอสซีจีในปี 2566 ที่ผ่านมา รายได้ลดลงจากปีก่อนหน้า 12% โดยมีรายได้​เกือบ 5 แสนล้านบาท​ จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก และตลาดปิโตรเคมีที่อ่อนตัว ​ความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ลดลง และราคาสินค้าเคมีภัณฑ์ที่ปรับตัวลดลง รวมทั้งยังไม่ได้รวมยอดขายของ SCG Logistics เข้ามาในพอร์ต  รวมทั้งการด้อยค่าสินทรัพย์​โรงงานซีเมนต์ในเมียนมา และรวมผลประกอบการของโรงงานปิโตรเคมี ลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์ (Long Son Petrochemicals – LSP) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่ อย่างไรก็ตาม เอสซีจียังคงรักษาความมั่นคงของสถานะการเงินได้อย่างต่อเนื่อง สิ้นปี 2566 มีเงินสดคงเหลือ 68,000 ล้านบาท</p>
<p><strong>คุณธรรมศักดิ์</strong> กล่าวปิดท้ายว่า “เศรษฐกิจไทยเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดี ซึ่งมีโอกาสเติบโตอีกมาก  หากเร่งผลักดันโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพร้อมเร่งเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ และอำนวยความสะดวกในการลงทุนเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน นอกจากนี้ ควรส่งเสริมการดำเนินธุรกิจตาม ESG ซึ่งนักลงทุนทั่วโลกให้การยอมรับ เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว ล่าสุด เอสซีจี ได้รับดัชนีความยั่งยืนชั้นนำโลก ESG Industry Top Rated ลำดับที่ 1 จาก 125 บริษัทในกลุ่ม Industrial Conglomerate ทั่วโลก ซึ่งจัดอันดับโดย Morningstar Sustainalytics สะท้อนถึงธุรกิจที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ควบคู่กับการพัฒนาสังคม สิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน จากการดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ ESG 4 Plus (มุ่ง Net Zero – Go Green – Lean เหลื่อมล้ำ &#8211; ย้ำร่วมมือ &#8211; ภายใต้เชื่อมั่น โปร่งใส)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23652 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/เอสซีจี-เผยแผนเร่งเครื่องธุรกิจ-สร้างการเติบโต-พร้อมสังคม-Net-Zero.jpg" alt="" width="960" height="1200" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/scg-direction-2024-accelerates-green-businesses/">เอสซีจี ตั้งงบ 4 หมื่นล้านบาท ​​เร่งเติมพอร์ตสินค้ากรีนครบทุกกลุ่ม เดินหน้าทรานส์ฟอร์มสู่ธุรกิจ Low Carbon และ Net zero​​​ คาดสิ้นปีเติบโตเพิ่ม 20%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“CPAC Green Solution” จับมือ 6 พาร์ทเนอร์ นำร่องความร่วมมือด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/06/cpac-green-solution-waste-management-solution/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Jun 2023 05:37:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[#ซีแพคกรีนโซลูชัน]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Construction Waste Management Solution]]></category>
		<category><![CDATA[CPAC GreenSolution]]></category>
		<category><![CDATA[CPAC Waste Management Solution]]></category>
		<category><![CDATA[ESG 4 Plus]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste Management Solution]]></category>
		<category><![CDATA[GO GREEN]]></category>
		<category><![CDATA[Lean เหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีแพคคอนสตรัคชั่นโซลูชั่น จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บวิค - ไทย จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท วิมานสุริยา จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC)]]></category>
		<category><![CDATA[ปรเมศวร์ พิมพบุตร]]></category>
		<category><![CDATA[ย้ำร่วมมือ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[โซลูชันเพื่อจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ภายในโครงการก่อสร้าง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=19363</guid>

					<description><![CDATA[<p>CPAC Green Solution  ชู &#8220;CPAC Waste Management Solution&#8221; โซลูชันการบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ในงานก่อสร้าง ยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้าง สู่การพัฒนาตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน  CPAC Green Solution ผู้นำด้านนวัตกรรมก่อสร้างเพื่อสิ่งแวดล้อม จับมือกับ 6 พาร์ทเนอร์ชั้นนำ ในความร่วมมือด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม นำ &#8220;CPAC Waste Management Solution&#8221; โซลูชันเพื่อจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ภายในโครงการก่อสร้าง มาใช้ภายในโครงการเพื่อช่วยบริหารจัดการลดผลกระทบการบริหารปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม (Waste) ที่เกิดขึ้นในกระบวนการก่อสร้าง และเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต ตอกย้ำการเสริมสร้างด้านการจัดการทรัพยากร ตามหลักการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเพื่อรองรับการพัฒนาและการก่อสร้างโครงการต่างๆ ในประเทศไทยที่เติบโตอย่างรวดเร็ว นายปรเมศวร์ พิมพบุตร Commercial and infrastructure Director-Green Construction Business บริษัท ซีแพคคอนสตรัคชั่นโซลูชั่น จำกัด เปิดเผยว่า &#8220;CPAC Waste Management Solution&#8221; เป็นโซลูชันที่ทาง CPAC Green Solution [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/cpac-green-solution-waste-management-solution/">“CPAC Green Solution” จับมือ 6 พาร์ทเนอร์ นำร่องความร่วมมือด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>CPAC Green Solution  </b><strong>ชู &#8220;</strong><strong>CPAC Waste Management Solution&#8221; </strong><strong>โซลูชันการบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ในงานก่อสร้าง </strong><strong>ยกระดับ</strong><strong>อุตสาหกรรมก่อสร้าง สู่การพัฒนาตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน</strong><strong> </strong><span id="more-19363"></span></p>
<p><strong>CPAC Green Solution </strong><strong>ผู้นำ</strong><strong>ด้านนวัตกรรมก่อสร้างเพื่อสิ่งแวดล้อม จับมือกับ </strong><strong>6</strong><strong> พาร์ทเนอร์ชั้นนำ ในความร่วมมือด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม นำ &#8220;</strong><strong>CPAC Waste Management Solution&#8221; </strong><strong>โซลูชันเพื่อจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ภายในโครงการก่อสร้าง มาใช้ภายในโครงการเพื่อช่วยบริหารจัดการลดผลกระทบการบริหารปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม (</strong><strong>Waste) </strong><strong>ที่เกิดขึ้นในกระบวนการก่อสร้าง และเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต ตอกย้ำการเสริมสร้างด้านการจัดการทรัพยากร ตามหลักการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (</strong><strong>Circular Economy) </strong><strong>และเพื่อรองรับการพัฒนาและการก่อสร้างโครงการต่างๆ ในประเทศไทยที่เติบโตอย่างรวดเร็ว</strong></p>
<p><strong>นายปรเมศวร์ พิมพบุตร</strong> Commercial and infrastructure Director-Green Construction Business บริษัท ซีแพคคอนสตรัคชั่นโซลูชั่น จำกัด เปิดเผยว่า &#8220;CPAC Waste Management Solution&#8221; เป็นโซลูชันที่ทาง CPAC Green Solution พัฒนาขึ้นตามนโยบาย ESG 4 Plus ของเอสซีจี ESG 4 Plus ได้แก่ 1. มุ่ง Net Zero  2. Go Green 3. Lean เหลื่อมล้ำ 4. ย้ำร่วมมือ และดำเนินการตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งเป็นหลักการที่เอสซีจีให้ความสำคัญ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19365 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/CPAC2.jpg" alt="" width="1200" height="560" /></p>
<p>โดย<strong> &#8220;CPAC Waste Management Solution&#8221;</strong> เป็นโซลูชันที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในกระบวนการก่อสร้าง เพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น ประกอบไปด้วย Construction Waste Management Solution โซลูชันบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ในงานก่อสร้าง ตัวช่วยในการบริหารจัดการเศษหัวเสาเข็ม ที่พัฒนาเป็น Module ต่างๆ ตั้งแต่ขั้นการลำเลียงออกจากไซต์/ บดย่อย / คัดแยก และนำเศษวัสดุเหล่านั้นกลับมาใช้ใหม่ ไม่ว่าจะนำมาทดแทนวัสดุรองพื้นทาง นำกลับมาเป็นส่วนผสมของพื้นผิวถนน หรือเป็นส่วนหนึ่งของวัสดุตกแต่งผิวอาคาร ผ่านการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีเครื่องจักรและ Material ของ CPAC Green Solution มาใช้ในการพัฒนาและ Food Waste Management Solution โซลูชันบริหารจัดการขยะจากเศษอาหาร นวัตกรรมจัดการขยะเศษอาหารที่มาจากการเตรียมอาหาร และการรับประทานเหลือตามสถานที่ก่อสร้าง อาคารที่พักอาศัย ห้างสรรพสินค้า หรือพื้นที่ที่มีกิจกรรมเกี่ยวกับอาหาร ด้วยการนําขยะเศษอาหารมาเปลี่ยนให้เป็นปุ๋ยที่มีประโยชน์ต่อต้นไม้และพืชผักที่ปลูกไว้ผ่านกระบวนการ “ใส่ (ขยะ) เปิด (เครื่อง) ใช้ (ปุ๋ย)” ที่ตัดขั้นตอนการใช้สารเคมีหรือจุลินทรีย์ออกไป จึงสามารถช่วยลดขยะเศษอาหารที่จะนําไปฝังกลบได้ถึง 100%</p>
<p>“ในยุคปัจจุบันนี้ ปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและการจัดการของเสียในกระบวนการก่อสร้าง นับเป็นหัวใจสำคัญในการบริหารการก่อสร้างโครงการของทุกองค์กร ซึ่ง CPAC Green Solution เข้าใจถึงความสำคัญของการดำเนินกิจกรรมที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเห็นถึงภาวะที่เกิดขึ้นจากปัญหาของการจัดการของเสียที่ไม่เหมาะสมจากงานก่อสร้าง ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม จึงเป็นที่มาของการพัฒนา &#8220;<strong>CPAC Waste Management Solution</strong>&#8221; เพื่อช่วยในการบริหารจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ภายในโครงการก่อสร้างขึ้น เพื่อตอบโจทย์ให้กับผู้ประกอบการ ผู้พัฒนาโครงการต่างๆ ในปัจจุบัน ช่วยให้เกิดความมีระบบและประสิทธิภาพในการจัดการขยะที่เกิดขึ้น ไม่เพียงแต่ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยลดต้นทุนในกระบวนการก่อสร้างด้วย”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19366 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/CPAC3.jpg" alt="" width="1200" height="560" /></p>
<p>สำหรับ พาร์ทเนอร์ ทั้ง 6 ราย ประกอบไปด้วย บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) , บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด , บริษัท วิมานสุริยา จำกัด , บริษัท บวิค &#8211; ไทย จำกัด และ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) ที่ได้มีการนำโซลูชัน  Construction Waste Management Solution โซลูชันบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ในงานก่อสร้าง ตัวช่วยในการบริหารจัดการเศษหัวเสาเข็ม ที่พัฒนาเป็น Module ต่างๆ ตั้งแต่ขั้นการลำเลียงออกจากไซต์/ บดย่อย / คัดแยก และ นำเศษวัสดุเหล่านั้นกลับมาใช้ใหม่ และบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ เมเนจเมนท์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด นำโซลูชัน Food Waste Management Solution ไปบริหารจัดการขยะจากเศษอาหาร นวัตกรรมจัดการขยะเศษอาหารที่มาจากการเตรียมอาหาร และการรับประทานเหลือตามสถานที่ก่อสร้าง อาคารที่พักอาศัย ห้างสรรพสินค้า หรือพื้นที่ที่มีกิจกรรมเกี่ยวกับอาหาร ด้วยการนําขยะเศษอาหารมา เปลี่ยนให้เป็นปุ๋ยที่มีประโยชน์ต่อต้นไม้และพืชผักที่ปลูกไว้ ด้วยเครื่องย่อยเศษอาหารประสิทธิภาพสูงจำนวน 13 เครื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19367 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Cpac4.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ด้วยความร่วมมือของ 6 พาร์ทเนอร์ชั้นนำ ในการนำ &#8220;<strong>CPAC Waste Management Solution&#8221;</strong> ไปใช้ในการบริหารจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ภายในโครงการก่อสร้างในครั้งนี้ ทาง CPAC Green Solution  จึงมั่นใจว่าจะสามารถช่วยพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการก่อสร้างให้มีผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ทั้งสิ่งแวดล้อมและธุรกิจ และยังเป็นตัวอย่างที่ดีในการดำเนินงานที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมสู่สาธารณะ อีกทั้งยังสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าและคู่ค้าที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และสร้างสิ่งแวดล้อมที่เป็นสิ่งสำคัญในยุคปัจจุบัน สุดท้าย CPAC Green Solution  ยังมุ่งหวังว่าความร่วมมือนี้จะนำไปสู่การเป็นแบบอย่างในอุตสาหกรรมก่อสร้างของประเทศไทย โดยที่สามารถลดปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในกระบวนการก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/cpac-green-solution-waste-management-solution/">“CPAC Green Solution” จับมือ 6 พาร์ทเนอร์ นำร่องความร่วมมือด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;SCG Cleanergy&#8217; จากโซลูชันแก้ปัญหาต้นทุนพลังงาน​ สู่ New Business Model พร้อมโอกาสสร้าง New S-curve ของเอสซีจี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/02/scg-cleanergy-and-renewable-new-engine-of-scg-scurve-growth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Feb 2023 08:39:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[circular]]></category>
		<category><![CDATA[ESG 4]]></category>
		<category><![CDATA[GO GREEN]]></category>
		<category><![CDATA[green]]></category>
		<category><![CDATA[Lean เหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[New Engine]]></category>
		<category><![CDATA[New S-Curve]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Cleanergy]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานชีวมวล]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[ย้ำร่วมมือ]]></category>
		<category><![CDATA[วิสุทธ จงเจริญกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[อรรถพงศ์ สถิตมโนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี คลีนเนอร์ยี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17148</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากความต้องการแก้ Painpoint ด้านต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงต่อเนื่อง นำมาสู่การระดมความเชี่ยวชาญภายใน ทั้งจากคน และองค์ความรู้ที่มี ทำให้ไม่เพียงแก้ปัญหาได้สำเร็จ แต่ยังสามารถสร้าง ​​New Engine ให้กับธุรกิจ และนำมาซึ่งการสร้าง​​ New S-curve ให้องค์กรได้อีกด้วย ปัญหาต้นทุนด้านพลังงานพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี และยังมีแนวโน้มขยายตัวในทิศทางที่เพิ่มขึ้นในอนาคตต่อไป นำมาซึ่งการปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะการหันมาใช้พลังงานทดแทนเพื่อช่วยลดต้นทุนพลังงาน เพื่อศักยภาพในการเติบโตได้ดีขึ้น เช่นเดียวกับ SCG ซึ่งอยู่ในภาคการผลิตและมีการใช้พลังงานจำนวนมหาศาล ที่ต้องมีการปรับตัวสู่การใช้ Renewable​  Energy ต่างๆ ให้เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการมองหาแหล่งพลังงานที่มีศักยภาพในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น Solar Power จากแสงอาทิตย์ รวมทั้งการผลิตพลังงานชีวมวลจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร มาแปลงเป็นพลังงานทดแทน แทนพลังงานจากฟอสซิล ​ซึ่งจากการขับเคลื่อนพัฒนาโซลูชันต่อเนื่องมาหลายปี ทั้งเรียนรู้ แก้ปัญหา ทำเองใช้เอง จนได้องค์ความรู้และมีความเชี่ยวชาญที่มากพอ ประกอบกับประสิทธิภาพที่พิสูจน์จากต้นทุนด้านพลังงานขององค์กรที่ลดลงได้กว่า 20-30% พร้อมต้นทุนองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญสำหรับต่อยอดนวัตกรรมในอนาคต นำมาสู่การ Spin off จากหน่วยธุรกิจใน SCG มาสู่อีกหนึ่งองค์กรใหม่ในเครืออย่าง SCG Cleanergy หรือ บริษัท [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/02/scg-cleanergy-and-renewable-new-engine-of-scg-scurve-growth/">&#8216;SCG Cleanergy&#8217; จากโซลูชันแก้ปัญหาต้นทุนพลังงาน​ สู่ New Business Model พร้อมโอกาสสร้าง New S-curve ของเอสซีจี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากความต้องการแก้ Painpoint ด้านต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงต่อเนื่อง นำมาสู่การระดมความเชี่ยวชาญภายใน ทั้งจากคน และองค์ความรู้ที่มี ทำให้ไม่เพียงแก้ปัญหาได้สำเร็จ แต่ยังสามารถสร้าง ​​New Engine ให้กับธุรกิจ และนำมาซึ่งการสร้าง​​ New S-curve ให้องค์กรได้อีกด้วย</p>
<p><span id="more-17148"></span></p>
<p>ปัญหาต้นทุนด้านพลังงานพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี และยังมีแนวโน้มขยายตัวในทิศทางที่เพิ่มขึ้นในอนาคตต่อไป นำมาซึ่งการปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะการหันมาใช้พลังงานทดแทนเพื่อช่วยลดต้นทุนพลังงาน เพื่อศักยภาพในการเติบโตได้ดีขึ้น เช่นเดียวกับ SCG ซึ่งอยู่ในภาคการผลิตและมีการใช้พลังงานจำนวนมหาศาล ที่ต้องมีการปรับตัวสู่การใช้ Renewable​  Energy ต่างๆ ให้เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน</p>
<p>โดยเฉพาะการมองหาแหล่งพลังงานที่มีศักยภาพในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น Solar Power จากแสงอาทิตย์ รวมทั้งการผลิตพลังงานชีวมวลจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร มาแปลงเป็นพลังงานทดแทน แทนพลังงานจากฟอสซิล ​ซึ่งจากการขับเคลื่อนพัฒนาโซลูชันต่อเนื่องมาหลายปี ทั้งเรียนรู้ แก้ปัญหา ทำเองใช้เอง จนได้องค์ความรู้และมีความเชี่ยวชาญที่มากพอ ประกอบกับประสิทธิภาพที่พิสูจน์จากต้นทุนด้านพลังงานขององค์กรที่ลดลงได้กว่า 20-30% พร้อมต้นทุนองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญสำหรับต่อยอดนวัตกรรมในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-17156 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/DJI_0065.jpg" alt="" width="1200" height="899" /></p>
<p>นำมาสู่การ Spin off จากหน่วยธุรกิจใน SCG มาสู่อีกหนึ่งองค์กรใหม่ในเครืออย่าง <strong>SCG Cleanergy</strong> หรือ <strong>บริษัท เอสซีจี คลีนเนอร์ยี่ จำกัด</strong> เพื่อรองรับการเติบโตตามเมกะเทรนด์โลก พร้อมการ  Roll out เพื่อขยายสเกลให้สร้างประโยชน์ได้มากกว่าแค่ในองค์กร แต่สามารถนำเสนอบริการให้อุตสาหกรรมและธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีการใช้พลังงานจำนวนมากทั่วประเทศ ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนให้ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ในเชิงธุรกิจเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ โดยเฉพาะเงื่อนไขด้านภาษีคาร์บอนต่างๆ ที่จะเริ่มมีการประกาศใช้ในกลุ่มส่งออก  รวมทั้งดีต่อสภาวะแวดล้อมของโลก​ จากปัญหา Climate change  และสอดคล้องกับแนวทาง <strong>ESG 4 </strong>ของเอสซีจี ที่ประกอบด้วย <strong>​​ Net Zero – Go Green – Lean เหลื่อมล้ำ – ย้ำร่วมมือ</strong> เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน</p>
<figure id="attachment_17153" aria-describedby="caption-attachment-17153" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-17153 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/นายอรรถพงศ์-สถิตมโนธรรม-ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-บริษัท-เอสซีจี-คลีนเนอร์ยี่-จำกัด-แล.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-17153" class="wp-caption-text"><em><strong>คุณอรรถพงศ์ สถิตมโนธรรม</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCG Cleanergy Co,ltd. และ <strong>คุณวิสุทธ จงเจริญกิจ</strong> Green Circularity Business Director SCG</em></figcaption></figure>
<p><strong>ตั้งเป้าผู้นำพลังงานสะอาดครบวงจร </strong></p>
<p><strong>คุณอรรถพงศ์ สถิตมโนธรรม</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีจี คลีนเนอร์ยี่ จำกัด กล่าวว่า แม้ SCG Cleanergy จะมีอายุอย่างเป็นทางการได้ราว 2 ปี แต่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ และติดตามเทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาดมากกว่า 10  ปี โดยเฉพาะการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่สามารถต่อยอดนวัตกรรม <strong>พัฒนาเป็นโซลูชันครบวงจร ทั้งการผลิตพลังงานไฟฟ้า การติดตั้ง การบำรุงดูแลรักษาตลอดอายุการใช้งาน เพื่อช่วยแก้ปัญหาด้านต้นทุนพลังงานสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่</strong> ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ โรงแรม ห้างสรรพสินค้า เครือโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ที่ล้วนมีความต้องการลดต้นทุนพลังงาน และมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนสู่  Net Zero ตามทิศทางของประเทศและของโลกเช่นกัน กลายเป็นโอกาสเติบโตให้แก่ธุรกิจพลังงานสะอาดในอนาคตได้อย่างมาก</p>
<p><em>&#8220;ปัจจุบัน SCG Cleanergy สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้กว่า 234 เมกะวัตต์​  ซึ่งสัดส่วนหลักกว่า 190 เมกะวัตต์ จะใช้อยู่ภายในกลุ่มธุรกิจของ SCG เอง และส่วนที่เหลืออีกกว่า 40​ เมกะวัตต์ ได้เริ่มให้บริการลูกค้าภายนอกในกลุ่มที่มีความต้องการใช้พลังงานและพลังงานความร้อนจำนวนมาก โดยสามารถช่วยลูกค้าลดต้นทุนด้านพลังงานลงได้ราว 30% เช่น โตโยต้า สภากาชาดไทย โรงพยาบาลในเครือ BDMS รวมทั้งห้างสรรพสินค้ารายใหญ่ <strong>โดยในปีนี้ได้ตั้งเป้าสปีดการเติบโต ด้วยการขยายฐานลูกค้านอกกลุ่ม SCG ให้เพิ่มมากขึ้น พร้อมเร่งกำลังผลิตเพื่อรองรับแผนการเติบโตให้มากขึ้นอีก  4 เท่า หรืออีกราว 160 เมกะวัตต์​ ภายใต้งบลงทุนเพิ่มเติมราว 3 พันล้านบาท สำหรับใช้ทางด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีเข้ามารองรับดีมานด์ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น</strong> รวมทั้งการศึกษาเทคโนโลยี Thermo Battery เพื่อแปลงพลังงานไฟฟ้าที่ได้ไปเป็นพลังงานความร้อน และมีแผนในการขยายโมเดลไปในต่างประเทศ โดยจะเริ่มในประเทศที่มีฐานธุรกิจของเอสซีจี เช่น เวียดนาม หรืออินโดนีเซีย เป็นต้น&#8221;​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17157 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/Solar-Robot-Cleaning.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับจุดเด่นในการเป็น provider พลังงานแสงอาทิตย์อย่างครบวงจร เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้า คือ การมีโซลูชันด้านพลังงานที่หลากหลาย ทั้งการติดตั้งแบบฟาร์ม แบบลอยน้ำ รวมทั้งการติดตั้งบนหลังคา ตามความเหมาะสมของพื้นที่ว่างเปล่าที่ลูกค้ามี ​โดยมีผู้ให้คำปรึกษาและดูแลตลอดการติดตั้งโดยไม่ต้องลงทุนติดตั้งเอง รวมทั้งการขออนุญาตติดตั้ง การคำนวณต้นทุนและกำลังการผลิตที่เหมาะสม การซ่อมบำรุง และการดูแลในทุกขั้นตอนด้วยโรบอท เพื่อความสะดวก รวดเร็วและปลอดภัย รวมทั้งการระบบซื้อ-ขายไฟอัจฉริยะผ่านระบบสมาร์ทกริด เมื่อมีการผลิตได้เกินกว่าความต้องการใช้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17173 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/Info.jpg" alt="" width="559" height="699" /></p>
<p><strong>เร่งเพิ่มศักยภาพเม็ดพลังงานชีวมวล</strong></p>
<p>อีกหนึ่งพลังงานทดแทนที่มีศักยภาพของ SCG และอยู่ระหว่างการพัฒนาประสิทธิภาพให้เพิ่มมากขึ้น คือ <strong>การใช้พลังงานชีวมวล </strong>หรือ<strong> Biomass</strong> เนื่องจาก ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม และมีเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรค่อนข้างมากถึง 21 ล้านตันต่อปี เช่น ฟางข้าว ใบอ้อย เปลือกข้าวโพด ซึ่งส่วนใหญกลุ่มเกษตรกรมักจะกำจัดด้วยการเผา ก่อนจะทำการเพาะปลูกแปลงใหม่ ซึ่งทาง SCG จะเข้าไปดำเนินการรับซื้อ เพื่อนำมาเป็นวัตุดิบผลิต Biomass รวมทั้งยังช่วยลดต้นตอปัญหาฝุ่นควัน​ที่เกิดจากการเผา ช่วยลดมลพิษทางอากาศ รวมทั้งปัญหาฝุ่น PM 2.5 และช่วยลดโลกร้อน</p>
<p><strong>คุณวิสุทธ จงเจริญกิจ</strong> Green Circularity Business Director เอสซีจี กล่าวว่า เอสซีจีได้เข้าไปดำเนินการรับซื้อเศษวัสดุทางการเกษตรจากเกษตรกรทั่วประเทศ หรือกลุ่มวิสาหกิจชุมชนต่างๆ เพื่อนำมาใช้เทคโนโลยีในการบีบอัดเศษวัสดุที่ทันสมัยเพื่อเปลี่ยนเป็น <strong>เม็ดพลังงานชีวมวล (</strong><strong>Energy Pellet)</strong> สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนสำหรับใช้ในเตาเผาธุรกิจซิเมนต์ซึ่งมีความต้องการเชื้อเพลิงสำหรับให้ความร้อนอยู่แล้ว โดยมีการพัฒนาให้เม็ดพลังงานชีวมวลที่ได้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ทั้งการให้ค่าความร้อนที่มากขึ้น เพื่อให้ได้ความร้อนและอุณหภูมิสูงกว่า Biomass ทั่วไป ​เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการนำไปใช้ในกระบวนการผลิตได้ดีขึ้น รวมทั้งสามารถ Roll out สำหรับการนำไปใช้นอกเครือได้ในอนาคต&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17154 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/Biomass_เชื้อเพลิงชีวมวล.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><em>&#8220;เอสซีจีได้รับซื้อวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรกว่า 300,000 ตัน ทั้งใบอ้อย เปลือกข้าวโพด รากยางพารา ฟางข้าว แกลบ และอื่นๆ จากพื้นที่จังหวัดรอบโรงงานปูนซีเมนต์ในจังหวัดสระบุรี ลพบุรี กาญจนบุรี อยุธยา ลำปาง เชียงใหม่ เชียงราย นครศรีธรรมราช นครราชสีมา จากความต้องการใช้ได้ถึงกว่า 1 ล้านตัน ซึ่งยังสามารถขยายการรับซื้อได้อีกมาก ​รวมทั้งการเร่งพัฒนาเม็ดพลังงานชีวมวลในหลายรูปแบบ ทั้งชีวมวลประสิทธิภาพสูง (High Efficiency Renewable Fuel) ทั้งด้านการใช้งาน และค่าพลังงานอื่นๆ  เพื่อขยายเป็นธุรกิจในอนาคตได้ด้วยจากปัจจุบันยังเป็นการผลิตเพื่อใช้ภายในเครือเอสซีจีอยู่เท่านั้น&#8221;</em></p>
<p>ทั้งนี้ ในปี 2565 เอสซีจีได้เพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงทดแทนเป็น 34% จากสัดส่วน 26% ในปีก่อนหน้า และมีแผนเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนให้มากขึ้น เพื่อทดแทนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลทั้งหมดในอนาคต ซึ่งถือเป็น Key trend ของอนาคต โดยเฉพาะโอกาสจากกลุ่มพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานชีวมวล ซึ่งมีโอกาสเติบโตได้อย่างสูงมาก ทั้งจากเทรนด์การเติบโตด้านพลังงานสะอาดของโลก ต้นทุนพลังงานที่ยังสูงต่อเนื่อง รวมทั้งการขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาสภาพอากาศ ที่มีการตั้งเป้าหมายทั้งในระดับองค์กร ระดับประเทศ และระดับโลก ขณะที่ช่องว่างในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดที่มีโอกาสเติบโตในระดับสูง เมื่อเทียบจากสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศในปัจจุบันที่มีมากถึง 48,000 เมกะวัตต์ แต่การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ในภาพรวมยังอยู่ที่ราว 3,000 เมกะวัตต์เท่านั้น ซึ่งเชื่อว่า เทคโนโลยีและองค์ความรู้ต่างๆ ที่พัฒนาขึ้น จะทำให้สามารถผลิตพลังงานสะอาดได้มากขึ้น และกลายเป็นโอกาสเติบโตที่สำคัญทั้งของกลุ่ม Renewable รวมทั้งของเอสซีจีด้วยเช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17152 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ระบบเครือข่ายไฟฟ้าอัจริยะ-Smart-Grid-ที่กลุ่มบริษัท-สหยูเนี่ยน-บางปะกง_2.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/02/scg-cleanergy-and-renewable-new-engine-of-scg-scurve-growth/">&#8216;SCG Cleanergy&#8217; จากโซลูชันแก้ปัญหาต้นทุนพลังงาน​ สู่ New Business Model พร้อมโอกาสสร้าง New S-curve ของเอสซีจี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
