<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>รศ. ดร. นพ.ไชยพร ยุกเซ็น &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%A3%E0%B8%A8-%E0%B8%94%E0%B8%A3-%E0%B8%99%E0%B8%9E-%E0%B9%84%E0%B8%8A%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%A3-%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B9%87%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 14 Dec 2025 05:50:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.7</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>รศ. ดร. นพ.ไชยพร ยุกเซ็น &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>จากพลังแห่งการให้ ผ่านมูลนิธิรามาธิบดีฯ สู่ศูนย์อุบัติเหตุและเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลรามาธิบดี ด่านหน้าที่พร้อมดูแลคนไทยตลอด 24 ชั่วโมง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/ramathibodi-health-care/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 14 Dec 2025 05:50:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[คำว่าให้ไม่สิ้นสุด]]></category>
		<category><![CDATA[รศ. ดร. นพ.ไชยพร ยุกเซ็น]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์อุบัติเหตุและเวชศาสตร์ฉุกเฉิน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลรามาธิบดี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38754</guid>

					<description><![CDATA[<p> ความไม่แน่นอนสามารถเกิดขึ้นได้ทุกวินาที แม้ในช่วงเวลาที่ผู้คนกำลังเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขก็ตาม เหตุฉุกเฉินอาจเปลี่ยนชีวิตได้ในชั่วพริบตา อ้างอิงข้อมูลจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ระบุว่าในปีล่าสุดมี ผู้ป่วยฉุกเฉินมากกว่า 1.7 ล้านรายทั่วประเทศ ซึ่งสะท้อนถึง ความท้าทายของระบบสาธารณสุขไทย และย้ำให้เห็นว่า ทุกวินาทีคือโอกาสในการช่วยชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลที่ ปริมาณผู้ป่วยฉุกเฉินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นี่จึงเป็นช่วงเวลาที่บทบาทของศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินระดับตติยภูมิ มีความสำคัญยิ่งกว่าที่เคย รศ. ดร. นพ.ไชยพร ยุกเซ็น หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า “จุดเริ่มต้นของการก่อตั้งศูนย์อุบัติเหตุและเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลรามาธิบดี เกิดจากความจำเป็นในการเติมเต็มช่องว่างของระบบสาธารณสุขไทย ซึ่งในอดีตยังขาดศูนย์ฉุกเฉินระดับสูงที่มีศักยภาพเพียงพอรองรับผู้ป่วยอุบัติเหตุและภาวะวิกฤตที่ต้องการการดูแลเร่งด่วน ศูนย์ฯ จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นกลไกสำคัญในการช่วยชีวิตผู้ป่วยในช่วงนาทีทอง ด้วยความพร้อมของบุคลากรเฉพาะทาง เทคโนโลยีช่วยชีวิต และระบบการทำงานที่ต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ภารกิจหลักคือการทำให้ทุกวินาทีในชั่วโมงวิกฤตเป็นโอกาสสูงสุดในการรักษา ตั้งแต่การรับแจ้งเหตุ การดูแลก่อนถึงโรงพยาบาล การคัดแยกอาการ ไปจนถึงการรักษาและการส่งต่ออย่างแม่นยำ เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลที่รวดเร็ว ปลอดภัย และได้มาตรฐานสูงที่สุด” นวัตกรรมการรักษาที่พร้อมดูแลตั้งแต่วินาทีแรกที่พบผู้ป่วย ไปจนถึงขั้นตอนการรักษา ด้วยปริมาณผู้ป่วยฉุกเฉินเฉลี่ยกว่า 150 รายต่อวัน โดย 30% เป็นผู้ป่วยอาการรุนแรง ศูนย์อุบัติเหตุและเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลรามาธิบดีจึงต้องทำงานด้วยความแม่นยำและรวดเร็วในทุกนาที ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยต้องอยู่ในห้องฉุกเฉินยาวนาน 24–48 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/ramathibodi-health-care/">จากพลังแห่งการให้ ผ่านมูลนิธิรามาธิบดีฯ สู่ศูนย์อุบัติเหตุและเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลรามาธิบดี ด่านหน้าที่พร้อมดูแลคนไทยตลอด 24 ชั่วโมง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b> </b>ความไม่แน่นอนสามารถเกิดขึ้นได้ทุกวินาที แม้ในช่วงเวลาที่ผู้คนกำลังเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขก็ตาม เหตุฉุกเฉินอาจเปลี่ยนชีวิตได้ในชั่วพริบตา อ้างอิงข้อมูลจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ระบุว่าในปีล่าสุดมี <strong>ผู้ป่วยฉุกเฉินมากกว่า </strong><strong>1.7 </strong><strong>ล้านรายทั่วประเทศ</strong> ซึ่งสะท้อนถึง <strong>ความท้าทายของระบบสาธารณสุขไทย</strong> และย้ำให้เห็นว่า <strong>ทุกวินาทีคือโอกาสในการช่วยชีวิต</strong> โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลที่ ปริมาณผู้ป่วยฉุกเฉินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นี่จึงเป็นช่วงเวลาที่บทบาทของศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินระดับตติยภูมิ มีความสำคัญยิ่งกว่าที่เคย</p>
<p><span id="more-38754"></span></p>
<p><strong>รศ. ดร. นพ.ไชยพร ยุกเซ็น หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี</strong> กล่าวว่า “จุดเริ่มต้นของการก่อตั้งศูนย์อุบัติเหตุและเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลรามาธิบดี เกิดจากความจำเป็นในการเติมเต็มช่องว่างของระบบสาธารณสุขไทย ซึ่งในอดีตยังขาดศูนย์ฉุกเฉินระดับสูงที่มีศักยภาพเพียงพอรองรับผู้ป่วยอุบัติเหตุและภาวะวิกฤตที่ต้องการการดูแลเร่งด่วน ศูนย์ฯ จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นกลไกสำคัญในการช่วยชีวิตผู้ป่วยในช่วงนาทีทอง ด้วยความพร้อมของบุคลากรเฉพาะทาง เทคโนโลยีช่วยชีวิต และระบบการทำงานที่ต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ภารกิจหลักคือการทำให้ทุกวินาทีในชั่วโมงวิกฤตเป็นโอกาสสูงสุดในการรักษา ตั้งแต่การรับแจ้งเหตุ การดูแลก่อนถึงโรงพยาบาล การคัดแยกอาการ ไปจนถึงการรักษาและการส่งต่ออย่างแม่นยำ เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลที่รวดเร็ว ปลอดภัย และได้มาตรฐานสูงที่สุด”</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38756 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/RAMA5.jpg" alt="" width="400" height="600" /></p>
<p><strong><u>นวัตกรรมการรักษาที่พร้อมดูแลตั้งแต่วินาทีแรกที่พบผู้ป่วย ไปจนถึงขั้นตอนการรักษา</u></strong></p>
<p>ด้วยปริมาณผู้ป่วยฉุกเฉินเฉลี่ยกว่า <strong>150 </strong><strong>รายต่อวัน</strong> โดย <strong>30% </strong><strong>เป็นผู้ป่วยอาการรุนแรง</strong> ศูนย์อุบัติเหตุและเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลรามาธิบดีจึงต้องทำงานด้วยความแม่นยำและรวดเร็วในทุกนาที ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยต้องอยู่ในห้องฉุกเฉินยาวนาน <strong>24–48 </strong><strong>ชั่วโมง</strong> จากข้อจำกัดด้านเตียงวิกฤต ขณะที่ข้อมูลในปีที่ผ่านมาพบว่า <strong>กว่า </strong><strong>80% </strong><strong>เป็นผู้ป่วยอายุรกรรมฉุกเฉิน</strong> เช่น ภาวะหัวใจหยุดเต้น โรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน ระบบไหลเวียนล้มเหลว และภาวะติดเชื้อรุนแรง <strong>ส่วนผู้ป่วยอุบัติเหตุและบาดเจ็บคิดเป็นประมาณ</strong> <strong>20%</strong> ซึ่งต้องการการประเมินและตัดสินใจที่แม่นยำในเสี้ยววินาที สถานการณ์เหล่านี้สะท้อนบทบาทสำคัญของศูนย์ฯ ที่ต้องพร้อมรับมือเหตุวิกฤตทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>เพราะทุกวินาทีมีความหมายต่อชีวิต ศูนย์ฯ จึงออกแบบระบบการดูแลให้เริ่มตั้งแต่จุดเกิดเหตุ ผ่านเทคโนโลยีสำคัญอย่างกล้องติดตัว Portable X-ray และอัลตราซาวนด์แบบพกพา ที่เชื่อมข้อมูลสู่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแบบเรียลไทม์ผ่าน Telemedicine ทำให้การวินิจฉัยและการรักษาเริ่มได้ทันทีแม้อยู่ระหว่างการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย เมื่อถึงโรงพยาบาล ระบบ Fast Track จะเข้ารับช่วงต่อทันที ตั้งแต่การทำ CT Scan การตรวจ EKG การให้ยาละลายลิ่มเลือด ไปจนถึงการนำผู้ป่วยเข้าสู่ Cath Lab เพื่อรักษาโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลันอย่างทันท่วงที</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-38760 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/RAMA2.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ศูนย์ฯ ยังทำหน้าที่เป็นจุดรับส่งต่อหลักของกรุงเทพฯ และปริมณฑล ผ่านระบบส่งต่อดิจิทัลที่ประเมินผู้ป่วยแบบเรียลไทม์ พร้อมพัฒนาเครือข่าย Tele consult และระบบ AI เพื่อช่วยประเมินความรุนแรงและเลือกโรงพยาบาลปลายทางที่เหมาะสมที่สุด ยกระดับการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินให้รวดเร็ว แม่นยำ และปลอดภัยยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ศูนย์ฯ ยังเป็นหน่วยงานสำคัญด้านการจัดการอุบัติภัยหมู่และสาธารณภัย โดยมีระบบบัญชาการเหตุการณ์ที่ผ่านการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง สามารถรองรับสถานการณ์ที่มีผู้ป่วยจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong><u>ทีมแพทย์ฉุกเฉินกับภารกิจการดูแลประชาชนในทุกพื้นที่</u></strong></p>
<p>ด้วยความมุ่งมั่นในการยืดหยัดเคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน ภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับแพทยสภา และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ สนับสนุนทีมแพทย์ทางอากาศและเทคโนโลยีการรักษาเพื่อช่วยบรรเทาวิกฤตมหาอุทกภัย ณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา</p>
<p>โดยทีมแพทย์ทางอากาศ หรือ Sky Doctor มีภารกิจสำคัญในการวินิจฉัย และเคลื่อนย้ายผู้ป่วยวิกฤตผ่านทางอากาศด้วยเฮลิคอปเตอร์ เพื่อส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลปลายทางได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางอุปสรรคในการคมนาคม พร้อมทั้งมีการสนับสนุนทีมแพทย์ เพื่อให้บริการตรวจประเมินสุขภาพเบื้องต้น และให้คำแนะนำในการรักษาดูแลสุขภาพ รวมถึงแจกจ่ายยาป้องกันโรคฉี่หนู (Leptospirosis) เพื่อป้องกันการระบาดและลดความเสี่ยงของการติดเชื้อที่อาจมาพร้อมกับสภาวะน้ำท่วมขัง</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-38758 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/RAMA4.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>“หัวใจของงานเวชศาสตร์ฉุกเฉินคือ <strong>‘ทุกวินาทีคือชีวิต’ </strong>ในฐานะศูนย์ตติยภูมิ ที่เพรียบพร้อมทั้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นวัตกรรมแพทย์ และการส่งต่อผู้ป่วย ศูนย์อุบัติเหตุและเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลรามาธิบดี จึงมุ่งมั่นที่จะยืนหยัดเคียงข้างคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ประชาชนต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด โดยวิสัยทัศน์ของศูนย์ฯ ไม่ได้หยุดอยู่แค่เพียงการรักษา แต่ต้องการเป็นศูนย์กลางการผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉิน ผ่านการจัดการเรียนการสอนและหลักสูตรอบรมเฉพาะทาง การเสริมสร้างทักษะผ่านสถานการณ์จำลอง รวมถึงความร่วมมือกับ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนและพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน (EMS) ของประเทศ พร้อมยกระดับขีดความสามารถในการดูแลและรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันทุกรูปแบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในวันนี้และในวันหน้า” <strong>รศ. ดร. นพ.ไชยพร </strong>กล่าวเสริม</p>
<p>ศูนย์อุบัติเหตุและเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลรามาธิบดี พร้อมยืนหยัดเคียงข้างประชาชนในทุกช่วงเวลา ทั้งยามวิกฤตที่ต้องการการช่วยเหลือเร่งด่วน หรือช่วงเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี ทีมแพทย์ฉุกเฉินและผู้เชี่ยวชาญยังคงปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดูแลความปลอดภัยและความสุขของคนไทยอย่างไม่หยุดยั้ง ศักยภาพทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากพลังแห่งการให้ของผู้ใจบุญทุกท่านผ่านมูลนิธิรามาธิบดีฯ ที่สนับสนุนเทคโนโลยีทางการแพทย์ รวมถึงรถพยาบาลฉุกเฉินขั้นสูง ศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ อาคารฉุกเฉินและอุบัติเหตุ การพัฒนาหลักสูตร และการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์รามาธิบดีที่มีคุณภาพ ส่งกลับมาเป็นระบบการดูแลที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างทั่วถึง สะท้อนคุณค่าของ <strong>“คำว่าให้…ไม่สิ้นสุด”</strong> ที่ส่งต่อจากผู้ให้&#8230;กลับไปสู่ชีวิตของคนไทยทุกคน<b><i> </i></b></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38755 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/RAMA1.jpg" alt="" width="581" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/ramathibodi-health-care/">จากพลังแห่งการให้ ผ่านมูลนิธิรามาธิบดีฯ สู่ศูนย์อุบัติเหตุและเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลรามาธิบดี ด่านหน้าที่พร้อมดูแลคนไทยตลอด 24 ชั่วโมง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
