<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ราช กรุ๊ป &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A-%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B9%8A%E0%B8%9B/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 26 Sep 2024 11:43:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.11</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ราช กรุ๊ป &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>&#8216;ป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว จ.ร้อยเอ็ด&#8217; ต้นแบบ &#8216;คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน&#8217; ชนะเลิศป่าชุมชนระดับประเทศ ปี 2567  กรมป่าไม้ &#8211; ราช กรุ๊ป หนุนลดวิกฤตโลกร้อนแบบ Nature-based Solutions    </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/09/ratch-group-support-community-forrest-project/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Sep 2024 10:32:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[Community Forrest]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Nature-based Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[NbS]]></category>
		<category><![CDATA[PPP]]></category>
		<category><![CDATA[Ratch Group]]></category>
		<category><![CDATA[Role Model]]></category>
		<category><![CDATA[กรมป่าไม้]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การประกวดป่าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[การเพิ่มพื้นที่ป่าไม้]]></category>
		<category><![CDATA[คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำรอบป่า]]></category>
		<category><![CDATA[นิทัศน์ วรพนพิพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชุมชนต้นแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าไม้]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าไม้แห่งชาติ พ.ศ. 2562]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยพิบัติทางธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ราช กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[สุรชัย อจลบุญ]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายพิทักษ์ป่า]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[โลกเดือด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29205</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มีความถี่ขึ้นและไม่อาจคาดการณ์ได้ในหลายๆ ภูมิภาคทั่วโลก รวมถึงพายุรุนแรง ฝนตกหนักจนเกิดอุทกภัยและดินถล่มในภาคต่างๆ ของประเทศไทย เป็นสัญญาณเตือนให้สังคมตระหนักถึงภัยพิบัติ และผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้น ปัจจุบันนานาประเทศได้ร่วมกันกำหนดแนวทางและเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ โดยประเทศไทยได้ร่วมแสดงเจตจำนงและประกาศเป้าหมายในปี 2065 การเพิ่มพื้นที่ป่าไม้เป็นหนทางที่จะทำให้อุณหภูมิของโลกลดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ เพราะจะช่วยดูดกลับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปลดปล่อยจากกิจกรรมของมนุษย์มากักเก็บไว้ในรูปของเนื้อไม้ ทั้งนี้ ป่าชุมชนถือเป็นวิธีที่ทรงประสิทธิภาพทั้งการรักษาฟื้นฟูป่าและเพิ่มพื้นที่ป่าเพราะมีชุมชนเป็นกำลังสำคัญในการดูแล ขณะเดียวกันชุมชนก็สามารถพึ่งพิงป่าเป็นแหล่งอาหาร แหล่งน้ำในการดำรงชีวิตได้อย่างยั่งยืน จึงถือเป็นอีกหนึ่งโซลูชันในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมตามแนวทาง Nature-based Solutions (NbS) กรมป่าไม้ และ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกันสนับสนุนส่งเสริมป่าชุมชนมาตั้งแต่ปี 2551 ภายใต้โครงการ &#8216;คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน&#8217; ทุกปีจะมีการเฟ้นหาป่าชุมชนต้นแบบที่มีความเข้มแข็งในการดูแลรักษาป่า การฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าให้มีความยั่งยืน รวมถึงการใช้ประโยชน์จากป่าอย่างพอเพียง จากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อมอบรางวัล &#8216;คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน&#8217; เป็นการเชิดชูเกียรติและเป็นขวัญกำลังใจแก่ชุมชน รวมทั้งช่วยปลุกสังคมให้เกิดการรับรู้และตระหนักถึงความสำคัญของป่าไม้ ซึ่งเป็นแหล่งดูดกลับก๊าซเรือนกระจก ลดภาวะโลกรวนและยังเป็นกลไกในการป้องกันภัยพิบัติธรรมชาติทั้งพายุ ฝนตกหนัก ดินถล่ม น้ำท่วม น้ำแล้ง ซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ สำหรับ รางวัลคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ประจำปี 2567 ป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว ตำบลช้างเผือก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/ratch-group-support-community-forrest-project/">&#8216;ป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว จ.ร้อยเอ็ด&#8217; ต้นแบบ &#8216;คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน&#8217; ชนะเลิศป่าชุมชนระดับประเทศ ปี 2567  กรมป่าไม้ &#8211; ราช กรุ๊ป หนุนลดวิกฤตโลกร้อนแบบ Nature-based Solutions    </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ท่ามกลางสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มีความถี่ขึ้นและไม่อาจคาดการณ์ได้ในหลายๆ ภูมิภาคทั่วโลก รวมถึงพายุรุนแรง ฝนตกหนักจนเกิดอุทกภัยและดินถล่มในภาคต่างๆ ของประเทศไทย เป็นสัญญาณเตือนให้สังคมตระหนักถึงภัยพิบัติ และผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้น ปัจจุบันนานาประเทศได้ร่วมกันกำหนดแนวทางและเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ โดยประเทศไทยได้ร่วมแสดงเจตจำนงและประกาศเป้าหมายในปี 2065</p>
<p><span id="more-29205"></span></p>
<p>การเพิ่มพื้นที่ป่าไม้เป็นหนทางที่จะทำให้อุณหภูมิของโลกลดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ เพราะจะช่วยดูดกลับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปลดปล่อยจากกิจกรรมของมนุษย์มากักเก็บไว้ในรูปของเนื้อไม้</p>
<p>ทั้งนี้ ป่าชุมชนถือเป็นวิธีที่ทรงประสิทธิภาพทั้งการรักษาฟื้นฟูป่าและเพิ่มพื้นที่ป่าเพราะมีชุมชนเป็นกำลังสำคัญในการดูแล ขณะเดียวกันชุมชนก็สามารถพึ่งพิงป่าเป็นแหล่งอาหาร แหล่งน้ำในการดำรงชีวิตได้อย่างยั่งยืน จึงถือเป็นอีกหนึ่งโซลูชันในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมตามแนวทาง Nature-based Solutions (NbS)</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29215 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Re-ป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว-จ.ร้อยเอ็ด-1.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>กรมป่าไม้</strong> และ <strong>บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> ได้ร่วมกันสนับสนุนส่งเสริมป่าชุมชนมาตั้งแต่ปี 2551 ภายใต้โครงการ &#8216;<strong>คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน&#8217;</strong> ทุกปีจะมีการเฟ้นหาป่าชุมชนต้นแบบที่มีความเข้มแข็งในการดูแลรักษาป่า การฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าให้มีความยั่งยืน รวมถึงการใช้ประโยชน์จากป่าอย่างพอเพียง จากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อมอบรางวัล &#8216;คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน&#8217; เป็นการเชิดชูเกียรติและเป็นขวัญกำลังใจแก่ชุมชน รวมทั้งช่วยปลุกสังคมให้เกิดการรับรู้และตระหนักถึงความสำคัญของป่าไม้ ซึ่งเป็นแหล่งดูดกลับก๊าซเรือนกระจก ลดภาวะโลกรวนและยังเป็นกลไกในการป้องกันภัยพิบัติธรรมชาติทั้งพายุ ฝนตกหนัก ดินถล่ม น้ำท่วม น้ำแล้ง ซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ</p>
<p>สำหรับ <em><strong>รางวัลคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ประจำปี 2567 ป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว ตำบลช้างเผือก อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด คว้ารางวัลป่าชุมชนชนะเลิศระดับประเทศ</strong></em> รับถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินกองทุนอนุรักษ์ป่าชุมชน 200,000 บาท</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-29208 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/การมีส่วนร่วมในป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว-จ.ร้อยเอ็ด-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดย <strong>ป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว​ </strong>เป็นป่าดิบแล้งและป่าเต็งรังพื้นที่ 1,013 ไร่  มีต้นพะยูงจำนวนมาก แสดงถึงดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างดี พร้อมพันธุ์ไม้หลักอื่นๆ ​เช่น แดง ประดู่ มะค่าแต้ ยางนา มะพอก พืชสมุนไพร ได้แก่ โด่ไม่รู้ล้ม ย่านาง กำแพงเก้าชั้น เครือหมาน้อย มะเกลือ มะขามป้อม มะตูม</p>
<div class="x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">ป่าแห่งนี้ใช้แนวคิดจัดการแบบ <strong>“น้ำรอบป่า”</strong> ด้วยการปลูก ฟื้นฟูจนป่าอุดมสมบูรณ์สามารถดูดซับน้ำไว้ใต้ดิน เพื่อนำมาใช้เป็นน้ำในการอุปโภคบริโภคของชุมชน พร้อมหล่อเลี้ยงป่า โดย​ชุมชนมีความเข้มแข็งและมีความรักหวงแหนในผืนป่า ผนึกกำลังกันปกป้องผืนป่าจากการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่ากว่า 19 ปี และฟื้นฟูผืนป่าจนอุดมสมบูรณ์หลุดพ้นจากปัญหาการขาดแคลนน้ำได้สำเร็จ</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-29210 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/การมีส่วนร่วมในป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว-จ.ร้อยเอ็ด-5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></div>
<div dir="auto"></div>
</div>
<div class="x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">พร้อมทั้งติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้าสำหรับระบบน้ำบาดาล และวางท่อประปารอบผืนป่าเพื่อให้น้ำแก่ต้นไม้ สัตว์ป่าและสรรพชีวิตในป่า รวมทั้งปล่อยสู่แหล่งน้ำในชุมชนเพื่อประโยชน์ทางการเกษตรด้วย</div>
</div>
<div class="x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ที่สำคัญสมาชิกชุมชนมีส่วนร่วมในการร่วมคิดร่วมทำแผนพัฒนาและกำหนดกฎระเบียบข้อบังคับการใช้ป่าชุมชน ทั้งเป็นแหล่งอาหาร พืชสมุนไพรพื้นบ้าน ทั้งการบริโภคใช้สอยในครัวเรือน และจัดจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ โดยมีมูลค่าผลผลิตจากป่าช่วยลดรายจ่าย/สร้างรายได้แก่ชุมชน ปีละกว่า 200,000 บาท</div>
</div>
<div class="x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">อีกทั้งยังสร้างเครือข่ายพิทักษ์ป่าร่วมกับป่าชุมชนใกล้เคียง จัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติและฐานเรียนรู้ ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับเยาวชนและผู้ที่สนใจ มุ่งขยายกลุ่มคนรักษ์ป่าออกไปในวงกว้าง และก่อตั้ง &#8216;หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงนิเวศ&#8217; แหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติ​สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน เพื่อช่วยกันรักษาและปกป้องผืนป่าให้อยู่ยืนยงชั่วลูกชั่วหลาน</div>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29212 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/นายสุรชัย-อจลบุญ-อธิบดีกรมป่าไม้.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้</strong> กล่าวว่า <em><strong>กรมป่าไม้มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ได้ 55% ของประเทศ ตามที่กำหนดในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ทั่วประเทศให้ได้อย่างน้อย 40% ตามนโยบายป่าไม้แห่งชาติ พ.ศ. 2562</strong> </em>ตลอดจนร่วมเป็นแรงหนุนประเทศไปสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยส่งเสริมให้ชุมชน เข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการ ฟื้นฟู รักษา และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลร่วมกับภาครัฐ ในรูปแบบของป่าชุมชน ตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 ถือเป็นยุทธศาสตร์การเพิ่มพื้นที่ป่า ที่กรมป่าไม้ให้ความสำคัญ ด้วยเล็งเห็นว่าการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้จะยั่งยืนได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากองคาพยพของสังคม โดยเฉพาะประชาชนและชุมชนซึ่งเป็นผู้อยู่ใกล้ชิดป่ามากที่สุด โดยตั้ง <em><strong>เป้าหมายขยายการจัดตั้งป่าชุมชนทั่วประเทศให้ถึง 15,000 แห่ง รวมพื้นที่ 10 ล้านไร่ ภายในปี 2570</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29214 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/ผลิตผลจากป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว-จ.ร้อยเอ็ด-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“ผลสำเร็จของป่าชุมชนที่ได้รับรางวัลเป็นภาพสะท้อนที่แจ่มชัดว่า คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างสมดุลและเกื้อกูลกัน เมื่อมีการพัฒนาและบริหารจัดการป่าที่ดี ชุมชนก็สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตจากป่าที่สมบูรณ์ ลดรายจ่าย สร้างรายได้ ต่อยอดพัฒนาอาชีพได้อย่างยั่งยืน โดยไม่จำเป็นต้องบุกรุกทำลายป่า และป่าชุมชนต้นแบบเหล่านี้จะเป็นแหล่งข้อมูลด้านการบริหารจัดการป่าชุมชนที่สำคัญ ให้ประชาชนได้เข้ามาศึกษาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการดูแล ป่าชุมชน เพื่อนำไปปรับใช้ในการพัฒนาป่าชุมชนของตนเองต่อไป ซึ่งโครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ถือได้ว่าเป็นโครงการต้นแบบที่บูรณาการความร่วมมือหน่วยงานรัฐ ภาคประชาชน และภาคเอกชน (PPP)หลอมรวมเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืน ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม”</em> นายสุรชัย กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29211 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/นายนิทัศน์-วรพนพิพัฒน์-กรรมการผู้จัดการใหญ่-บมจ.ราช-กรุ๊ป-2.jpg" alt="" width="1200" height="857" /></p>
<p><strong>นายนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) </strong>กล่าวว่า ในสภาวการณ์ที่สภาพภูมิอากาศของโลกกำลังแปรปรวนอย่างหนัก ทุกประเทศต่างยอมรับว่า การเพิ่มพื้นที่ป่าไม้จะช่วยลดปัญหานี้ได้ ดังนั้น ป่าชุมชน จึงเป็นความหวังและพลังในการรักษา ฟื้นฟู ดูแลผืนป่าและขับเคลื่อนสังคม <em><strong>ตลอดระยะเวลา 17 ปีของโครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน บริษัทฯ ได้เห็นก้าวย่างการพัฒนาป่าชุมชน ทั้งการสนับสนุนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และศักยภาพความสามารถของชุมชนในการบริหารจัดการป่าและความสามัคคีของชุมชนที่นับวันจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29216 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Re-ป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว-จ.ร้อยเอ็ด-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" />&#8220;บริษัทฯ ภูมิใจที่ได้ร่วมสนับสนุนชุมชนคนรักษ์ป่าทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ บริษัทฯ ขอชื่นชมและยกย่องป่าชุมชนที่ได้รับรางวัลคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชนทั้ง 16 แห่ง ที่ร่วมมือร่วมใจมุ่งมั่นดูแลป่าไม้อย่างจริงจังและต่อเนื่องยาวนาน ทุกท่านล้วนเป็นทรัพยากรบุคคลอันทรงคุณค่าของประเทศ ที่ช่วยรักษาความอุดมสมบูรณ์ของป่าที่เป็นต้นกำเนิดของน้ำและความหลากหลายทางชีวภาพที่ทุกคนในสังคมพึ่งพาอาศัย บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนป่าชุมชนเพื่อตอบสนองเป้าหมายยุทธศาสตร์ของชาติ ความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ต่อไป&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29206 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/ป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว-จ.ร้อยเอ็ด-คว้ารางวัลคนรักษ์ป่า-ป่ารักชุมชน-ชนะเลิศระดับประเ-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับการประกวดป่าชุมชน ภายใต้โครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ประจำปี 2567 มีป่าชุมชนที่ได้รับรางวัล 16 แห่ง รวมพื้นที่ป่า 37,062.61 ไร่ มีความสามารถในการกักเก็บคาร์บอนได้ 233,494.443 ตันคาร์บอน (ค่าเฉลี่ยอัตราการ​กักเก็บคาร์บอนของป่าไม้ประมาณ 6.3 ตัน/ไร่) รวมตลอด 17 ปี ที่ผ่านมา โครงการได้สนับสนุนป่าชุมชนไปแล้ว 1,779 แห่ง พื้นที่ป่ารวม 1,607,072.23 ไร่ ซึ่งสามารถกักเก็บและดูดกลับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 10,124,555.049 ​​ตันคาร์บอน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/ratch-group-support-community-forrest-project/">&#8216;ป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว จ.ร้อยเอ็ด&#8217; ต้นแบบ &#8216;คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน&#8217; ชนะเลิศป่าชุมชนระดับประเทศ ปี 2567  กรมป่าไม้ &#8211; ราช กรุ๊ป หนุนลดวิกฤตโลกร้อนแบบ Nature-based Solutions    </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ราช กรุ๊ป  ลงทุนครึ่งปีหลัง 1 หมื่นล้าน ทั้ง​ไทย สปป.ลาว ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย เร่งศึกษาเทคโนโลยีใหม่เติมพอร์ตพลังงาน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/09/ratch-group-1h-2024-performance-and-direction/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 01 Sep 2024 08:47:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Battery Energy Storage System]]></category>
		<category><![CDATA[BESS]]></category>
		<category><![CDATA[Brownfields]]></category>
		<category><![CDATA[Direct PPA]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Greenfields]]></category>
		<category><![CDATA[Nuclear]]></category>
		<category><![CDATA[PPA]]></category>
		<category><![CDATA[Ratch Group]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Small Reactor Modular]]></category>
		<category><![CDATA[SMR]]></category>
		<category><![CDATA[กรีนไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[การซื้อขายไฟฟ้าแบบตรง]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[ราช กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[แผนลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28253</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประกาศหนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนและเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593 โดย​กลยุทธ์ขับเคลื่อนได้วางให้สอดคล้องไปกับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศเป้าหมาย ได้แก่ ประเทศไทย สปป. ลาว ออสเตรเลีย และอินโดนีเซีย เพื่อสนับสนุนให้เกิดความมั่นคงด้านพลังงาน และการขับเคลื่อนสู่​ Carbon Neutrality และ Net Zero ที่แต่ละประเทศได้ตั้งเป้าหมายไว้ คุณนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทสามารถรักษาผลการดำเนินงานให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยผล​ดำเนินงานรอบ 6 เดือน ของปี 2567 ​มีรายได้รวม 22,351 ล้านบาท รายได้หลัก 94% มาจากธุรกิจไฟฟ้ารวม 21,020 ล้านบาท ทั้งโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลัก 17,895 ล้านบาท และโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน 3,125 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากสาธารณูปโภคและส่วนอื่นๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/ratch-group-1h-2024-performance-and-direction/">ราช กรุ๊ป  ลงทุนครึ่งปีหลัง 1 หมื่นล้าน ทั้ง​ไทย สปป.ลาว ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย เร่งศึกษาเทคโนโลยีใหม่เติมพอร์ตพลังงาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) </strong>ประกาศหนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนและเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593</p>
<p><span id="more-28253"></span></p>
<p>โดย​กลยุทธ์ขับเคลื่อนได้วางให้สอดคล้องไปกับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศเป้าหมาย ได้แก่ ประเทศไทย สปป. ลาว ออสเตรเลีย และอินโดนีเซีย เพื่อสนับสนุนให้เกิดความมั่นคงด้านพลังงาน และการขับเคลื่อนสู่​ Carbon Neutrality และ Net Zero ที่แต่ละประเทศได้ตั้งเป้าหมายไว้</p>
<p><strong>คุณนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์</strong><strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยว่า บริษัทสามารถรักษาผลการดำเนินงานให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยผล​ดำเนินงานรอบ 6 เดือน ของปี 2567 ​มีรายได้รวม 22,351 ล้านบาท รายได้หลัก 94% มาจากธุรกิจไฟฟ้ารวม 21,020 ล้านบาท ทั้งโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลัก 17,895 ล้านบาท และโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน 3,125 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากสาธารณูปโภคและส่วนอื่นๆ อีก 6% หรือ 1,331 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 3,827 ล้านบาท เติบโต 7.1% รวมทั้งอนุมัติ​จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลรอบ 6 เดือนแรก 0.80 บาทต่อหุ้น​ รวมเป็นจำนวน 1,740 ล้านบาท ​โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 20 กันยายน ที่จะถึงนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28547 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะที่แนวทาง​ขับเคลื่อนเพื่อสร้างการเติบโตจากนี้​ จะมุ่งเน้น​ 3 เรื่อง ​คือ</p>
<p><strong>1. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินทรัพย์</strong> โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าที่เป็นแหล่งรายได้หลักและกระจายอยู่ในหลายประเทศ โดยจะนำดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยในการติดตามการดำเนินงานและการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าให้ดียิ่งขึ้น</p>
<p><strong>2. บริหารโครงการในมือที่มีอยู่แล้วให้เสร็จตามเป้าหมาย</strong> ซึ่งปัจจุบันมี 15 โครงการ กำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น รวม 1,773 เมกะวัตต์ ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและก่อสร้าง ในจำนวนนี้มี 4 โครงการ ได้แก่ โรงไฟฟ้าอาร์อีเอ็น โคราช โรงไฟฟ้านวนครส่วนขยาย โรงไฟฟ้าพลังน้ำซองเกียง1 เวียดนาม และโครงการกักเก็บพลังงานระบบแบตเตอรี่ LG2 ออสเตรเลีย กำลังผลิตตามสัดส่วนถือหุ้น รวม 40 เมกะวัตต์ มีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จในครึ่งหลังของปีนี้</p>
<p>และยังมี 3 โครงการที่ดำเนินการสำเร็จไปแล้วในครึ่งแรกของปีนี้ ได้แก่ โรงไฟฟ้าหินกอง ชุดที่ 1 กำลังผลิตตามสัดส่วนถือหุ้น 392.7 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าไพตัน อินโดนีเซีย กำลังการผลิต 742 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าคาลาบังก้า ฟิลิปปินส์ กำลังการผลิต 36.36 เมกะวัตต์</p>
<p><strong>3. การลงทุนขยายธุรกิจ</strong> ​​มุ่งเน้นลงทุนในโครงการตามแนวทาง และกรอบการพัฒนาของประเทศเป้าหมายแต่ละแห่ง ทั้งในไทย ​ลาว ออสเตรเลีย และอินโดนีเซีย ​ซึ่ง​ครอบคลุมกำลังการผลิตพลังงานทดแทน (Greenfields) และเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (Brownfields) ควบคู่ไปกับการศึกษาโมเดลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น ระบบกักเก็บพลังงานแบบแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) การผลิตเชื้อเพลิงไฮโดรเจนสีเขียว การซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนโดยตรง (Direct Power Purchase Agreement: DPPA) และการผลิตไฟฟ้าจากเทคโนโลยีนิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Reactor Modular: SMR)</p>
<p><i>&#8220;หลักการลงทุนของราช กรุ๊ป จะยึดจากศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของเราเป็นหลัก โดยเฉพาะความเชี่ยวชาญจากประสบการณ์ลงทุนทั้ง Greenfields และ​ Grid Connection และความคุ้นเคยในโครงสร้างและตลาดไฟฟ้าของประเทศเป้าหมายที่ดำเนินการอยู่ ทำให้สามารถเข้าใจสภาพตลาดและความต้องการของผู้บริโภค ที่มีต่อทั้งสินค้า บริการ และราคาที่ต้องการ ทำให้สามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างแข็งแกร่ง&#8221; </i></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28550 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Re-Toora-Wind-Australia.jpg" alt="" width="1200" height="806" /></p>
<p><strong>ศึกษาเทคโนโลยีใหม่ รับแผนเปลี่ยนผ่านสู่​พลังงานสะอาด 100%</strong></p>
<p>​ปัจจุบัน ราช กรุ๊ป สามารถ​รับรู้กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการลงทุนรวม 10,817.28 MW ​โดย 72.5% เป็นกำลังผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล รวม 7,842.61 เมกะวัตต์ และ 27.5% เป็นกำลังผลิตจากพลังงานทดแทน รวม 2,974.67 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะสามารถ​ถึงเป้าหมายที่ตั้งเป้าสัดส่วน Renewable ให้ได้ 30% ภายในปี  2573 และเพิ่มเป็น 40% ภายในปี 2578</p>
<p>ทำให้บริษัทอยู่ระหว่างการเตรียมปรับยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างการเติบโตให้สอดคล้องกับโอกาส และบริบททางธุรกิจที่มุ่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาด ทั้งจากมาตรการด้านภาษี  การประกาศ Carbon Tax หรือการตื่นตัวของโลกด้านความยั่งยืน พร้อม​ทบทวนจุดแข็ง ศักยภาพ หรือการเร่งลงทุนในบางเทคโนโลยี เพื่อให้สามารถปรับตัวไปทันกับทิศทางโลก รวมทั้งสอดคล้องกับเป้าหมายสุดท้าย​ที่จะต้องเปลี่ยนผ่านมาสู่ Greenfields ทั้ง 100% ของพอร์ตธุรกิจภายในปี 2593 ​ซึ่งจำเป็นต้องเร่งศึกษาทั้งโมเดลและเทคโนโลยีในการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าที่เป็นกลุ่มพลังงานสะอาด ​รวมท้ังในกลุ่มที่ช่วยกักเก็บพัลงงาน​ห​รือสามารถเสริมประสิทธิภาพเพื่อรักษาความมั่นคงด้านพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วง Energy Transition นี้​ เช่น ระบบแบตเตอรี่ หรือ​การนำระบบ Synchronous Condenser มาใช้</p>
<p><em>&#8220;บริษัทตั้งงบลงทุน​ช่วงครึ่งหลังของปีนี้ราว 1 หมื่นล้านบาท ​</em>เพื่อ​ลงทุนทั้งในโครงการกรีนฟิลด์ และบราวน์ฟิลด์ โดยจะเข้าร่วมพัฒนาโรงไฟฟ้าในประเทศเป้าหมาย โดยประเทศไทยและอินโดนีเซีย มีโอกาสลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และก๊าซธรรมชาติ  ส่วน​ สปป. ลาว มีศักยภาพที่จะลงทุนด้านพลังงานน้ำเพื่อส่งจำหน่ายให้กับประเทศไทย และในออสเตรเลียจะเป็นโครงการพลังงานลม แสงอาทิตย์ ระบบกักเก็บพลังงาน และโครงการประเภท Synchronous Condenser ที่ต่อยอดจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยเสริมประสิทธิภาพด้านการรักษาความมั่นคงทางพลังงาน&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28549 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Re-LAOS3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับโครงการที่ ราช กรุ๊ป เริ่มศึกษาเพื่อพัฒนาโมเดล​ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า​ใหม่ๆ รวมทั้งเทคโนโลยีด้านพลังงานอนาคตที่ยังไม่มีผู้เล่นหลัก หรือเจ้าตลาด เพื่อขยายไปสู่การเติบโตใหม่ๆ รวมท้ังสอดคล้องกับแผน Energy Transition ประกอบด้วย</p>
<p>&#8211;  โครงการกรีนไฮโดรเจน ได้ร่วมกับ BIG พัฒนาการผลิตไฮโดรเจนจากพลังงานทดแทน​ใน​ไทย ​ลาว และออสเตรเลีย เพื่อจำหน่ายภาคอุตสาหกรรม ภาคขนส่ง และการผลิตไฟฟ้าในอนาคต</p>
<p>&#8211; ระบบกักเก็บพลังงานในรูปแบบแบตเตอรี่ (BESS) ซึ่งบริษัทย่อยในออสเตรเลียกำลังศึกษาโครงการขนาด 100 MW/200 MWh ในรัฐนิวเซาท์เวลส์</p>
<p>&#8211; โครงการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดโดยตรงในประเทศไทย (DPPA) ซึ่งกำลังร่วมกับพันธมิตรศึกษาโครงการนำร่องในนิคมอุตสาหกรรม</p>
<p>นอกจากนี้ บริษัทยังได้ร่วมกับพันธมิตร เพื่อศึกษาการสร้างโรงไฟฟ้า​นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ​ทั้งการศึกษาด้านเทคโนโลยี กฎระเบียบ ศักยภาพและความเหมาะสมของทำเลที่ตั้ง พร้อมทั้งการ​ประเมินผลกระทบด้านต่างๆ อย่างรอบด้าน เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีความปลอดภัยสูงหากมีการนำมาใช้ เนื่องจากความท้าทายสำคัญ​มากกว่าทุกเรื่อง คือ การทำให้ประชาชนยอมรับและเกิดความมั่นใจ จึงต้องเน้นการให้ข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจกับประชาน รวมทั้งยังต้องรอขั้นตอน​ให้ประเทศไทยได้รับใบอนุญาตในการเป็นประเทศที่จะสามารถดำเนินโครงการในลักษณะนี้ได้เสียก่อน ซึ่ง​คาดว่ามีเวลาในการเตรียมตัวสำหรับการขับเคลื่อนได้อีกหลายปี</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/ratch-group-1h-2024-performance-and-direction/">ราช กรุ๊ป  ลงทุนครึ่งปีหลัง 1 หมื่นล้าน ทั้ง​ไทย สปป.ลาว ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย เร่งศึกษาเทคโนโลยีใหม่เติมพอร์ตพลังงาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ราช กรุ๊ป ขยายเฟส 3 โครงการการศึกษาพร้อมเสริมทักษะ​อาชีพในลาว เพิ่มโฟกัสกลุ่ม​พลังงานทดแทน รับบริบทโลกใหม่ยุคเปลี่ยนผ่านสู่ Zero Carbon</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/ratch-group-mou-phase3-empowerment-project-in-laos/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Jul 2024 13:28:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[Career Empowerment]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Security]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[Productivity]]></category>
		<category><![CDATA[Ratch Group]]></category>
		<category><![CDATA[Ratch Laos]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[UN SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ราช กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[ราช ลาว]]></category>
		<category><![CDATA[ลาว]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมทักษะอาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[แรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการการศึกษาเสริมทักษะสร้างอาชีพ สปป.ลาว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27502</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในฐานะองค์กรที่มีส่วนร่วมพัฒนาสังคมให้ สปป. ลาว มาอย่างต่อเนื่องกว่าทศวรรษ ทำให้กระทรวงศึกษาธิการและกีฬา สปป.ลาว ได้มอบเหรียญตราพัฒนา (Cross of Development) ให้แก่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด​ (มหาชน)​ ซึ่งได้รับมอบให้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว  หลังจากได้รับครั้งแรกเมื่อปี 2018 ทั้งนี้ ราช กรุ๊ป  เข้ามาดำเนินธุรกิจใน สปป. ลาว ​ตั้งแต่ปี 2011 หรือกว่า 13 ปี ​​พร้อม​เข้าไปส่งเสริมการ​พัฒนาทั้งความรู้และทักษะฝีมือแรงงานชั้นสูงให้แก่ครูและนักเรียนอาชีวศึกษา ผ่าน &#8220;โครงการการศึกษาเสริมทักษะสร้างอาชีพ สปป.ลาว&#8221; ซึ่งได้ดำเนินการมาแล้ว 2 เฟส ภายใต้ความร่วมมือกับรัฐบาลลาว โดยกระทรวงศึกษาธิการและกีฬา​ เพื่อร่วมพัฒนาทั้งความรู้และทักษะฝีมือให้แก่ครูและนักเรียนอาชีวะศึกษา โดยเฉพาะในสาขาเชื่อมโลหะ ซ่อมบำรุงทั่วไป เครื่องกล ไฟฟ้าควบคุม และพลังงานทดแทน ให้มีความทันสมัยและสอดรับกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งการขับเคลื่อน ในเฟสที่ 1 และเฟส 2 ที่ผ่านมานั้น ทางโครงการได้ผลิตครูที่มีศักยภาพให้กรมอาชีวศึกษาแล้วกว่า 118 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/ratch-group-mou-phase3-empowerment-project-in-laos/">ราช กรุ๊ป ขยายเฟส 3 โครงการการศึกษาพร้อมเสริมทักษะ​อาชีพในลาว เพิ่มโฟกัสกลุ่ม​พลังงานทดแทน รับบริบทโลกใหม่ยุคเปลี่ยนผ่านสู่ Zero Carbon</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในฐานะองค์กรที่มีส่วนร่วมพัฒนาสังคมให้ สปป. ลาว มาอย่างต่อเนื่องกว่าทศวรรษ ทำให้กระทรวงศึกษาธิการและกีฬา สปป.ลาว ได้มอบเหรียญตราพัฒนา (Cross of Development) ให้แก่<strong> บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด​ (มหาชน)​ </strong>ซึ่งได้รับมอบให้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว  หลังจากได้รับครั้งแรกเมื่อปี 2018</p>
<p><span id="more-27502"></span></p>
<p>ทั้งนี้ <strong>ราช กรุ๊ป</strong>  เข้ามาดำเนินธุรกิจใน สปป. ลาว ​ตั้งแต่ปี 2011 หรือกว่า 13 ปี ​​พร้อม​เข้าไปส่งเสริมการ​พัฒนาทั้งความรู้และทักษะฝีมือแรงงานชั้นสูงให้แก่ครูและนักเรียนอาชีวศึกษา ผ่าน &#8220;<strong>โครงการการศึกษาเสริมทักษะสร้างอาชีพ สปป.ลาว&#8221;</strong> ซึ่งได้ดำเนินการมาแล้ว 2 เฟส ภายใต้ความร่วมมือกับรัฐบาลลาว โดยกระทรวงศึกษาธิการและกีฬา​ เพื่อร่วมพัฒนาทั้งความรู้และทักษะฝีมือให้แก่ครูและนักเรียนอาชีวะศึกษา โดยเฉพาะในสาขาเชื่อมโลหะ ซ่อมบำรุงทั่วไป เครื่องกล ไฟฟ้าควบคุม และพลังงานทดแทน ให้มีความทันสมัยและสอดรับกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมได้ดียิ่งขึ้น</p>
<p>ซึ่งการขับเคลื่อน ในเฟสที่ 1 และเฟส 2 ที่ผ่านมานั้น ทางโครงการได้ผลิตครูที่มีศักยภาพให้กรมอาชีวศึกษาแล้วกว่า 118 คน พร้อมให้การสนับสนุนในรูปแบบทุน สำหรับครูและนักเรียน สำหรับการศึกษาต่อรวม 51 ทุน พร้อมทั้งพัฒนา​ ปรับปรุงห้องฝึกปฏิบัติการของโรงเรียนเทคนิคให้ทันสมัยรวม 7 แห่ง และมีนักเรียนชั้นปีสุดท้ายจากวิทยาลัยเทคนิค 7 แห่ง ที่ได้รับการฝึกอบรมพัฒนาทักษะฝีมือก่อนจบการศึกษาเพื่อออกไปประกอบอาชีพในสาขาเป้าหมายรวม 1,646 คน ภายใต้งบประมาณในการขับเคลื่อนแต่ละเฟสไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27507 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/1-3.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ที่สำคัญคือ นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯ หลังจบการศึกษาได้งานทำ ได้ศึกษาต่อ รวมทั้งมีทักษะที่สามารถต่อยอดไปสู่การเป็นผู้ประกอบการรายย่อย หรือ SME ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของลาว ​รวมทั้งมีจำนวนนักเรียนที่มีงานทำ และศึกษาต่อรวม 88.15% นับเป็นการผลิคบุคลากรเข้มแข็งเพื่อไปเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้​​ สปป. ลาว มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>ต่อยอด​เฟส 3 ​เพิ่มแรงงานเทคนิค และพลังงานทดแทน</strong></p>
<p>จากความสำเร็จใน 2 โครงการ นำมาสู่การต่อยอดความร่วมมือในระยะที่ 3 เพื่อเสริมให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของ สปป.ลาว โดยเฉพาะในมิติการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ด้วยการ​​ขยายการพัฒนามาสู่แรงงานด้านเทคนิคและพลังงานทดแทนเพิ่มมากขึ้น เพื่อสอดคล้องกับทั้งบริบทในการขับเคลื่อนประเทศที่มีเป้าหมายหลุดจากการเป็นประเทศด้อยพัฒนาภายใน 2 ปีนับจากนี้ รวมทั้งบริบทของโลกโดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ในปี 2050</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27506 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/MOU.jpg" alt="" width="1200" height="803" /></p>
<p>โดยมี <strong>ท่านสุลิอุดง สูนดารา</strong> รัฐมนตรีช่วยกระทรวงศึกษาธิการและกีฬา สปป.ลาว ​​ร่วมลงนามกับ<strong> คุณนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เพื่อ​ขับเคลื่อนความร่วมมือในเฟสที่ 3​ ร่วมกัน ซึ่งได้ปรับแผนให้สอดคล้องกับดีมานด์ของภาคอุตสาหกรรมและตลาดแรงงานในปัจจุบัน โดยเฉพาะการยกระดับความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคนิค และทักษะต่างๆ ตลอดจนทัศนคติการทำงาน​ที่เน้นการเพิ่ม Productivity ได้มากขึ้น</p>
<p>โดยเฉพาะ​การพัฒนาความรู้และทักษะด้านพลังงานทดแทน พร้อม​สร้างเครือข่ายผ่านวิทยาลัยอาชีวศึกษา ซึ่งนำร่องด้วยวิทยาลัยอาชีวศึกษาแขวงคำม่วน สปป.ลาว เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้และต้นแบบการเรียนการสอน สาขาการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน ทั้งจากพืชพลังงาน พลังงานจากขยะ และพลังงานแสงอาทิตย์ โดยเฉพาะการติดตั้งและซ่อมบำรุงอุปกรณ์ระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์  และการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน​ซึ่งมีความจำเป็นต่อการพัฒนาหลักสูตรสาขาพลังงานทดแทน  ​</p>
<p>พร้อมท้ังการขยายโอกาสการฝึกทักษะฝีมือไปยังกลุ่มเปราะบางและที่อยู่นอกภาคการศึกษา ผ่านการจัดฝึกอบรมระยะสั้นด้านเกษตรกรรม หัตถกรรม เช่น นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ผู้พิการ ผู้ต้องหาชั้นดีที่ใกล้พ้นโทษ เพื่อสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพที่จะมาสร้างสรรค์สังคมและขับเคลื่อนประเทศร่วมกัน ​​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27508 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/4-2.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>ท่านหนูพัน อุดสา</strong> อธิบดีกรมอาชีวะศึกษา กระทรวงศึกษาธิการและกีฬา สปป.ลาว กล่าวว่า การยกระดับศักยภาพบุคลากรในประเทศของ สปป.ลาว มีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะหากประเทศพ้นจากการเป็นประเทศด้อยพัฒนาแล้ว จำเป็นต้องขับเคลื่อนการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งด้วยตัวเอง เพราะอาจจะถูกตัดความเช่วยเหลือต่างๆ จากนานาประเทศที่เคยได้รับอุดหนุนในฐานะประเทศด้อยพัฒนา การเพิ่มความรู้ทั้งการทำให้คนในชาติทั้ง 6-7 ล้านคน ต้องได้รับการศึกษาตามเกณฑ์บังคับในระดับมัธยมปลายทั้งหมด รวมทั้งการเพิ่มทักษะทางด้านอาชีวะ หรือเทคนิคมาช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ประเทศจึงมีความสำคัญอย่างมาก รวมทั้งการพัฒนาให้ได้ตามมาตรฐาน​ของภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ที่เข้ามาลงทุนในลาว เพื่อสามารถขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งโครงการที่ร่วมขับเคลื่อนกับราช กรุ๊ป สามารถตอบโจทย์ในมิติเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี</p>
<p><strong>มุ่งขับเคลื่อน​ Energy Transition​​ ตามกรอบ ESG ​</strong></p>
<p><strong> คุณนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นโยบายของราช กรุ๊ป ให้ความสำคัญทั้งการพัฒนาให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าทางสังคมและการดูแลสิ่งแวดล้อมในทุกพื้นที่ที่ได้ขยายธุรกิจเข้าไป ​(ESG) ซึ่ง สปป.ลาว ก็ถือเป็นอีกหนึ่งฐานธุรกิจที่สำคัญของราช กรุ๊ป เช่นเดียวกัน โดยจะ​​​ใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของบริษัทด้านการพัฒนาและผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนทั้ง พลังงานแสงอาทิตย์​ และพลังงานลม มาช่วยเพิ่มทักษะและพัฒนาทั้งหลักสูตรรวมทั้งคุณภาพของบุคลากรในสายงานด้านนี้ให้กับประชาชนใน สปป.ลาว ตลอดการดำเนินงานทั้ง 7 ปี (2024-2030) พร้อมการสนับสนุนงบประมาณรวม 23.8 ล้านบาท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27504 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/Re-LAOS3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>​สำหรับเป้าหมายในการขับเคลื่อนโครงการยังสอดคล้องไปกับแนวทางการพัฒนาตาม UN SDGs ในเป้าหมายที่ 4 ที่มุ่งสร้างความเท่าเทียมในการศึกษาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมทั้งเป้าหมายข้อ 8 ที่ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างครอบคลุม ต่อเนื่อง และยั่งยืน พร้อมขยายโอกาสในการสร้างงานที่เหมาะสมและมีผลิตภาพสำหรับทุกคน พร้อมทั้งคำนึงถึงการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่จะไม่นำมาซึ่งความเสื่อมโทรมหรือผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ​</p>
<p>ขณะที่ราช กรุ้ป เองได้วางเป้าหมายให้ทั้งองค์กรมีความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 โดยการขับเคลื่อนในแต่ละพื้นที่จะสอดคล้องไปกับนโยบายและทิศทางของแต่ละประเทศ โดยจะพยามยามลดพอร์ตฟอสซิลให้ลดลง และเพิ่มการลงทุนในกลุ่มพลังงานทดแทน ด้านพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม รวมทั้งการลงทุน​กลุ่มแบตเตอรี่ เพื่อเพิ่มศักยภาพ Storage System เพื่อลดความผันผวนด้านความมั่นคงทางพลังงาน จากแหล่งพลังงานจากธรรมชาติที่มีความไม่แน่นอนสูง ภายใต้เม็ดเงินลงทุนรวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท สำหรับทุกประเทศทั้งในไทย ลาว ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย โดยตั้งเป้าเพิ่มพอร์ตในกลุ่มพลังงานทดแทน​ (Renewable) ประมาณ 70% ​ และกลุ่มฟอสซิลเหลือ 30% ภายในอีก 3-4 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันมีสัดส่วน Renewable ในพอร์ตธุรกิจประมาณ 20%</p>
<p><em>&#8220;การลงทุนในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของกรุ๊ป จะสอดคล้องกับทิศทาง นโยบาย และความเร่งด่วนของแต่ละประเทศที่เข้าไปลงทุน แต่เชื่อว่าโดยภาพรวมจะลดพอร์ตในกลุ่มฟอสซิลลงได้ตามโรดแม็พ จากการประเมินตามระยะสัญญาสัมปทานที่เหลืออยู่ ขณะที่การลงทุนโครงการใหม่ๆ จะมุ่งที่การใช้พลังงานสะอาด​ และแบตเตอรี่ ​​โดยคาดว่าประเทศที่จะขับเคลื่อนได้เร็วที่สุดจะเป็นออสเตรเลีย ตามเป้าหมายของประเทศที่ตั้งเป้าเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2030 รวมท้ังต้องการเป็น Hydrogen Hub ​ส่วนพื้นที่อื่นๆ จะมีระยะการเปลี่ยนผ่านแตกต่างไปตามศักยภาพ​ทั้งเรื่อง​เทคโนโลยีและเม็ดเงินที่ต้องลงทุนในช่วงเปลี่ยนผ่าน ซึ่งถือเป็นข้อจำกัดสำคัญในการขับเคลื่อนช่วง Energy Transition ส่วนทางราช กรุ๊ป มีเป้าหมายแน่นอนวางไว้ในปี 2050 เพื่อให้ธุรกิจทุกประเทศเป็นพลังงานสะอาดทั้งหมด ขณะที่วิธีการในการขับเคลื่อน จะค่อยๆ พิจารณาทั้งเทคโนโลยี ที่ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมและการคุ้มค่าในการลงทุนเป็นเรื่องสำคัญด้วย&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27505 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/Re-Windy-Hill-Australia.jpg" alt="" width="1200" height="694" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อน Energy Transition มี 3 pillars ที่ต้องคำนึงถึง ทั้งเรื่องของความมั่นคงทางพลังงาน ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและต้นทุนในการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งต้องมีความสมดุลกันทั้ง 3 ด้าน จึงจะสามารถขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะหากจะคำนึงถึงแต่ประเด็นสิ่งแวดล้อม แล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานสะอาดทั้งหมด แต่ไฟติดๆ ดับๆ หรือต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูงที่ราคาแพงมาก ก็ไม่สามารถมีใครพร้อมที่จะลงทุนได้  โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความมั่นคง หรือ Energy Security ถือว่ามีความสำคัญมากที่สุด เพราะถือเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานของประเทศ และยังเป็นอีกหนึ่งจุดที่ช่วยดึงดูดการลงทุน ดึงดูดเม็ดเงินเข้ามาพัฒนาประเทศ และสะท้อนความสามารถทางการแข่งขันของประเทศนั้นๆ ด้วยเช่นกัน</p>
<p><em>&#8220;ก่อนหน้านี้บริบทในเรื่องของสิ่งแวดล้อม อยู่ที่การไม่สร้างมลภาวะมากเ​กินมาตรฐาน แต่เมื่อบริบทในปัจจุบันและมาตรฐานได้ถูกยกระดับมากขึ้น การปล่อย Carbon Emission ซึ่งเป็นเรื่องที่มาคู่กับการผลิตไฟฟ้ากลายเป็นประเด็นที่ทั่วโลกมีความกังวล และมีการยกระดับเพื่อควบคุมปริมาณการปลดปล่อยซึ่งกระทบต่อ​อุตสาหกรรม​ แต่ก็ถือเป็น​ความท้าทายใหม่ที่ผู้อยู่ในอุตสาหกรรมทุกรายต้องสามารถสร้างให้เกิดความสมดุลขึ้นมาให้ได้ในสุด&#8221;​​ </em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/ratch-group-mou-phase3-empowerment-project-in-laos/">ราช กรุ๊ป ขยายเฟส 3 โครงการการศึกษาพร้อมเสริมทักษะ​อาชีพในลาว เพิ่มโฟกัสกลุ่ม​พลังงานทดแทน รับบริบทโลกใหม่ยุคเปลี่ยนผ่านสู่ Zero Carbon</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
