<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วรฉัตร ลักขณาโรจน์ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%93%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b9%8c/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 14 Feb 2025 02:21:06 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.9</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>วรฉัตร ลักขณาโรจน์ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>แกร็บ ประกาศแต่งตั้ง &#8216;จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม&#8217; ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/02/new-md-grab-thailand-chansuda/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Feb 2025 02:21:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Deliveries]]></category>
		<category><![CDATA[Enterprise Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[Financial Services]]></category>
		<category><![CDATA[GRAB]]></category>
		<category><![CDATA[Grab Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[GrabFood]]></category>
		<category><![CDATA[GrabForGood]]></category>
		<category><![CDATA[GrabMart]]></category>
		<category><![CDATA[Mobility]]></category>
		<category><![CDATA[Unilever]]></category>
		<category><![CDATA[จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิทัลแพลตฟอร์ม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจการเดินทาง]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจลูกค้าองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเดลิเวอรี]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้นำองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[ฟู้ดเดลิเวอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิลีเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[วรฉัตร ลักขณาโรจน์]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ…เพื่อชีวิตที่ดีกว่า]]></category>
		<category><![CDATA[แต่งตั้งผู้บริหารใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31877</guid>

					<description><![CDATA[<p>แกร็บ ผู้นำซูเปอร์แอปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศแต่งตั้ง นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม ขึ้นดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย แทนนายวรฉัตร ลักขณาโรจน์ ซึ่งได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งดังกล่าว โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 เป็นต้นไป การประกาศปรับเปลี่ยนผู้บริหารในครั้งนี้เป็นไปตามแผนการสืบทอดตำแหน่งระยะยาวที่บริษัทฯ ได้วางไว้ ซึ่งสะท้อนถึงนโยบายการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของผู้บริหารรุ่นใหม่ที่มีประสบการณ์และความสามารถในการบริหารธุรกิจดิจิทัล โดยจันต์สุดาจะเข้ามานำทัพทีมบริหารเพื่อขับเคลื่อนองค์กรและสร้างการเติบโตทางธุรกิจของแกร็บในประเทศไทย ซึ่งครอบคลุมการวางแผนกลยุทธ์ การกำหนดทิศทางขององค์กร ตลอดจนการพัฒนาต่อยอด 4 กลุ่มธุรกิจหลัก อันได้แก่ กลุ่มธุรกิจการเดินทาง (Mobility) กลุ่มธุรกิจเดลิเวอรี  (Deliveries) กลุ่มธุรกิจการเงิน (Financial Services) และกลุ่มธุรกิจลูกค้าองค์กร (Enterprise Solutions) พร้อมสานต่อพันธกิจ “GrabForGood” หรือ แกร็บ…เพื่อชีวิตที่ดีกว่า ซึ่งมุ่งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ จันต์สุดามุ่งมั่นที่จะยกระดับและเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแกร็บเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำแพลตฟอร์มยอดนิยมอันดับหนึ่ง ทั้งในบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันและบริการฟู้ดเดลิเวอรี การรักษาความสมดุลของอีโคซิสเต็มโดยคำนึงถึงประโยชน์ของคนในวงจรธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นคนขับหรือพาร์ทเนอร์ร้านค้า ควบคู่ไปกับการสร้างความยั่งยืนผ่าน 3 เสาหลัก นั่นคือ ธุรกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนบุคลากร จันต์สุดาเริ่มงานกับแกร็บในปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/new-md-grab-thailand-chansuda/">แกร็บ ประกาศแต่งตั้ง &#8216;จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม&#8217; ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แกร็บ ผู้นำซูเปอร์แอปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศแต่งตั้ง <strong>นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม </strong>ขึ้นดำรงตำแหน่ง <strong>กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย</strong> แทนนายวรฉัตร ลักขณาโรจน์ ซึ่งได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งดังกล่าว <strong>โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ </strong><strong>1 </strong><strong>เมษายน </strong><strong>2568</strong> เป็นต้นไป การประกาศปรับเปลี่ยนผู้บริหารในครั้งนี้เป็นไปตามแผนการสืบทอดตำแหน่งระยะยาวที่บริษัทฯ ได้วางไว้ ซึ่งสะท้อนถึงนโยบายการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของผู้บริหารรุ่นใหม่ที่มีประสบการณ์และความสามารถในการบริหารธุรกิจดิจิทัล</p>
<p><span id="more-31877"></span></p>
<p>โดยจันต์สุดาจะเข้ามานำทัพทีมบริหารเพื่อขับเคลื่อนองค์กรและสร้างการเติบโตทางธุรกิจของแกร็บในประเทศไทย ซึ่งครอบคลุมการวางแผนกลยุทธ์ การกำหนดทิศทางขององค์กร ตลอดจนการพัฒนาต่อยอด 4 กลุ่มธุรกิจหลัก อันได้แก่ กลุ่มธุรกิจการเดินทาง (Mobility) กลุ่มธุรกิจเดลิเวอรี  (Deliveries) กลุ่มธุรกิจการเงิน (Financial Services) และกลุ่มธุรกิจลูกค้าองค์กร (Enterprise Solutions) พร้อมสานต่อพันธกิจ <strong>“GrabForGood”</strong> หรือ แกร็บ…เพื่อชีวิตที่ดีกว่า ซึ่งมุ่งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ จันต์สุดามุ่งมั่นที่จะยกระดับและเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแกร็บเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำแพลตฟอร์มยอดนิยมอันดับหนึ่ง ทั้งในบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันและบริการฟู้ดเดลิเวอรี การรักษาความสมดุลของอีโคซิสเต็มโดยคำนึงถึงประโยชน์ของคนในวงจรธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นคนขับหรือพาร์ทเนอร์ร้านค้า ควบคู่ไปกับการสร้างความยั่งยืนผ่าน 3 เสาหลัก นั่นคือ ธุรกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนบุคลากร</p>
<p>จันต์สุดาเริ่มงานกับแกร็บในปี 2561 ในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ แกร็บ ประเทศไทย โดยดูแลรับผิดชอบงานในด้านการตลาดและการสื่อสารแบรนด์เชิงกลยุทธ์ ทั้งยังเป็นหนึ่งในผู้ปลุกปั้นแบรนด์ GrabFood ให้กลายเป็นที่นิยมจนสามารถคว้ารางวัล No.1 Brand Thailand มาครองติดต่อกันถึง 5 ปีซ้อน ด้วยประสบการณ์ด้านธุรกิจที่เต็มเปี่ยมและผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ ทำให้จันต์สุดาได้รับความไว้วางใจให้ขยายความรับผิดชอบเพื่อดูแลธุรกิจในด้านอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น การบริหารงานด้านพันธมิตรทางธุรกิจในปี 2564 เพื่อสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจร่วมกับพันธมิตรและคู่ค้าชั้นนำ การรุกตลาดเพื่อขยายบริการ GrabMart ในปี 2565 การดูแลรับผิดชอบสายงานพาณิชย์ในปี  2566 เพื่อผลักดันและสร้างการเติบโตทางธุรกิจทั้งกับกลุ่มผู้บริโภค (B2C) และลูกค้าองค์กร (B2B) รวมถึงบทบาทล่าสุดในการดูแลรับผิดชอบบริการทางการเงินในปี 2567 ที่ผ่านมา</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31878 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/CHANTSUDA-01.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ก่อนร่วมงานกับแกร็บ จันต์สุดาถือเป็นผู้บริหารผู้มากความสามารถและมีประสบการณ์อย่างยาวนานในด้านการตลาดและอีคอมเมิร์ซจากบริษัท ยูนิลีเวอร์ (Unilever) ซึ่งเป็นผู้นำธุรกิจ FMCG ระดับโลก โดยได้ดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ หัวหน้าฝ่ายอีคอมเมิร์ซ ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย และ หัวหน้าฝ่ายการตลาด ยูนิลีเวอร์ ประเทศลาว โดยถือเป็นกำลังสำคัญในการวางรากฐานและกำหนดนโยบายเชิงกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตให้กับแบรนด์ต่างๆ ของยูนิลีเวอร์ ทั้งยังเคยดำรงตำแหน่งผู้จัดการแบรนด์ กลุ่มธุรกิจไอศกรีม ซึ่งอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผลิตภัณฑ์คอร์นเนตโตในประเทศไทย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/new-md-grab-thailand-chansuda/">แกร็บ ประกาศแต่งตั้ง &#8216;จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม&#8217; ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นิสิตจุฬาฯ คว้าแชมป์การประกวดแผนธุรกิจ “GrabSpark 2024”</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/01/grabspark-2024-business-plan-contest/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 18 Jan 2025 08:52:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Ever Grow and Never Ending]]></category>
		<category><![CDATA[Gen Z]]></category>
		<category><![CDATA[GRAB]]></category>
		<category><![CDATA[Grab Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[GrabFood]]></category>
		<category><![CDATA[GrabMart]]></category>
		<category><![CDATA[GrabSpark]]></category>
		<category><![CDATA[GrabSpark 2024]]></category>
		<category><![CDATA[Social Impact]]></category>
		<category><![CDATA[The Next Chapter of Superapp: Unlocking Potential for Accelerated Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[คณิตา เนตรดวงมณี]]></category>
		<category><![CDATA[วรฉัตร ลักขณาโรจน์]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31297</guid>

					<description><![CDATA[<p>แกร็บ ประเทศไทย เดินหน้าปลุกพลังคนรุ่นใหม่ เสริมแรงบันดาลใจให้ Gen Z ผ่านการประกวดแผนธุรกิจ GrabSpark 2024 เปิดเวทีโชว์ศักยภาพในการนำเสนอไอเดียที่สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดธุรกิจให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี-บิ๊กดาต้าเสริมทักษะด้านธุรกิจและนวัตกรรม พร้อมปลูกฝังแนวคิดด้านความยั่งยืนซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการขับเคลื่อนธุรกิจยุคดิจิทัล เพื่อเตรียมความพร้อมให้คนรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจอย่างมั่นใจ โดย 4 นิสิตจากรั้วจามจุรีสามารถฝ่าด่านการแข่งขันกับผู้สมัครนับพันจาก 32 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ จนคว้ารางวัลชนะเลิศด้วยแผนธุรกิจ “Ever Grow and Never Ending” นำเสนอโซลูชันที่ช่วยผลักดันให้บริการซูเปอร์แอปเติบโตแบบก้าวกระโดด พร้อมเชื่อมโยงคนในอีโคซิสเต็มเพื่อสร้างความแข็งแกร่งและยั่งยืนให้ธุรกิจ นายวรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “นับเป็นปีที่สามแล้วที่ แกร็บ ประเทศไทย ได้จัดการประกวดแผนธุรกิจ GrabSpark โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของนิสิตนักศึกษาไทย ซึ่งถือเป็นตัวแทนของ Gen Z ที่จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต โดยเฉพาะเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งมีอัตราการเติบโตกว่า 2 เท่าของ GDP ในปีนี้ โดย Gen Z เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีและโลกอินเทอร์เน็ต ทำให้ได้รับข้อมูลข่าวสารที่ฉับไว เห็นโลกกว้าง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ มองเห็นโอกาสใหม่ๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/grabspark-2024-business-plan-contest/">นิสิตจุฬาฯ คว้าแชมป์การประกวดแผนธุรกิจ “GrabSpark 2024”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>แกร็บ ประเทศไทย เดินหน้าปลุกพลังคนรุ่นใหม่ เสริมแรงบันดาลใจให้ </strong><strong>Gen Z </strong><strong>ผ่านการประกวดแผนธุรกิจ </strong><strong>GrabSpark 2024 </strong><strong>เปิดเวทีโชว์ศักยภาพในการนำเสนอไอเดียที่สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดธุรกิจให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม </strong></p>
<p><span id="more-31297"></span></p>
<p><strong>โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี-บิ๊กดาต้าเสริมทักษะด้านธุรกิจและนวัตกรรม พร้อมปลูกฝังแนวคิดด้านความยั่งยืนซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการขับเคลื่อนธุรกิจยุคดิจิทัล เพื่อเตรียมความพร้อมให้คนรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจอย่างมั่นใจ โดย </strong><strong>4 </strong><strong>นิสิตจากรั้วจามจุรีสามารถฝ่าด่านการแข่งขันกับผู้สมัครนับพันจาก </strong><strong>32 </strong><strong>มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ จนคว้ารางวัลชนะเลิศด้วยแผนธุรกิจ</strong><strong> “Ever Grow and Never Ending” </strong><strong>นำเสนอโซลูชันที่ช่วยผลักดันให้บริการซูเปอร์แอปเติบโตแบบก้าวกระโดด พร้อมเชื่อมโยงคนในอีโคซิสเต็มเพื่อสร้างความแข็งแกร่งและยั่งยืนให้ธุรกิจ</strong></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-31306 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Grab-Spark2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายวรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า</strong> “นับเป็นปีที่สามแล้วที่ แกร็บ ประเทศไทย ได้จัดการประกวดแผนธุรกิจ GrabSpark โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของนิสิตนักศึกษาไทย ซึ่งถือเป็นตัวแทนของ Gen Z ที่จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต โดยเฉพาะเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งมีอัตราการเติบโตกว่า 2 เท่าของ GDP ในปีนี้ โดย Gen Z เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีและโลกอินเทอร์เน็ต ทำให้ได้รับข้อมูลข่าวสารที่ฉับไว เห็นโลกกว้าง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ มองเห็นโอกาสใหม่ๆ และกล้าตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ทั้งยังเป็นเจเนอเรชันที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความเปลี่ยนแปลงทางสังคม (Social Impact) ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม  ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจในการดำเนินธุรกิจของแกร็บที่มุ่งพัฒนาและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหา (Pain Point) และตอบสนองความต้องการให้กับผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ การเปิดเวทีให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพผ่านการนำเสนอแผนธุรกิจถือเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจที่แกร็บต้องการผลักดันให้พวกเขาได้ใช้ความรู้และทักษะที่มีคิดต่อยอดเพื่อพัฒนาโซลูชันใหม่ๆ โดยสามารถใช้ประโยชน์จากบิ๊กดาต้าและเทคโนโลยีดิจิทัลมาบูรณาการ ทั้งยังส่งเสริมการทำงานร่วมกันเป็นทีม พร้อมปลูกฝังแนวคิดด้านความยั่งยืนซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจและธุรกิจแห่งอนาคตอีกด้วย”</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-31303 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Grab-Spark7.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>การประกวดแผนธุรกิจ <strong> GrabSpark</strong> จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2022 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ GrabCampus ที่มุ่งส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพให้กับกลุ่มนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในประเทศไทย โดยในปีนี้แกร็บได้เปิดโอกาสให้เยาวชนจากทุกสถาบันเข้าร่วมการประกวดแผนธุรกิจภายใต้โจทย์ <strong>“The Next Chapter of Superapp: Unlocking Potential for Accelerated Sustainable Growth”</strong> เพื่อนำเสนอไอเดียและแผนการตลาดในการผลักดันบริการซูเปอร์แอปให้สามารถเติบโตได้แบบก้าวกระโดดและยั่งยืน โดยมีนิสิตนักศึกษากว่า 1,116 คนจาก 32 มหาวิทยาลัย<br />
ทั่วประเทศให้ความสนใจเข้าร่วมการแข่งขันเพื่อแสดงศักยภาพ และชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และสิทธิพิเศษ Fast-track เพื่อเข้าร่วมโปรแกรม GrabIntern ซึ่งเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกงานที่ แกร็บ ประเทศไทย เพื่อสัมผัสประสบการณ์การทำงานในธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์ม พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาทักษะในระดับมืออาชีพในโลกธุรกิจจริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31302 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Grab-Spark5.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>ทั้งนี้ หลังผ่านการประกวดที่เข้มข้นและการพิจารณาตัดสินจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหาร<br />
ผู้มากประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญในหลายสาขา ทีมที่สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศในการประกวดแผนธุรกิจ GrabSpark 2024 ไปครองคือ <strong>ทีม </strong><strong>G Good </strong><strong>จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong> ที่โดดเด่นด้วยแผนธุรกิจที่ชื่อ<br />
<strong>“Ever Grow and Never Ending” </strong></p>
<p><strong>นางสาวคณิตา เนตรดวงมณี ตัวแทนจากทีม </strong><strong>G Good</strong> กล่าวว่า “แผนธุรกิจของเรามุ่งเน้นไปที่การสร้างความสมดุลระหว่างการสนับสนุนพาร์ทเนอร์ร้านค้าของแกร็บและการตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้บริการ โดยเรามองเห็นโอกาสในการพัฒนาบริการ GrabFood และ GrabMart ซึ่งมีฐานลูกค้าแข็งแกร่งอยู่แล้ว พร้อมต่อยอดความสำเร็จที่มีอยู่เดิม โดยสำหรับ GrabFood เราได้วิเคราะห์และออกแบบโซลูชันที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพให้พาร์ทเนอร์ร้านค้า และพัฒนาฟีเจอร์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างรอบด้าน ตั้งแต่การเดินทางไปจนถึงการทานอาหารที่ร้าน</p>
<p>ส่วน GrabMart เราเน้นการขยายพาร์ทเนอร์ในระบบเพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการเลือกซื้อสินค้าคุณภาพ พร้อมสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้แก่พาร์ทเนอร์ร้านค้าอีกด้วย นอกจากนี้ เรายังเสนอการทำ Gamification ที่เชื่อมโยงบริการต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างความเพลิดเพลินและความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว โดยเรามั่นใจว่าแผนธุรกิจนี้จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับพาร์ทเนอร์และผู้ใช้บริการ ผ่านกลยุทธ์ที่เน้นสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของแกร็บในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคม”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31304 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Grab-Spark6.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/grabspark-2024-business-plan-contest/">นิสิตจุฬาฯ คว้าแชมป์การประกวดแผนธุรกิจ “GrabSpark 2024”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เทคโนโลยีพิชิตโลกร้อน…สู่ป่า GrabForGood ผลิตผลของโครงการ “ชดเชยคาร์บอน” จากการมีส่วนร่วมของผู้ใช้บริการแกร็บ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/09/grab-for-good-to-esg-goals/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 22 Sep 2024 06:25:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Offset Feature]]></category>
		<category><![CDATA[CNF]]></category>
		<category><![CDATA[Conserve Natural Forests]]></category>
		<category><![CDATA[EcoMatcher]]></category>
		<category><![CDATA[GRAB]]></category>
		<category><![CDATA[Grab’s ESG Goals]]></category>
		<category><![CDATA[GrabForGood]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[TreeCorder]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Emissions Day]]></category>
		<category><![CDATA[การเก็บข้อมูลต้นไม้]]></category>
		<category><![CDATA[บาส ฟรานเซน]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกต้นไม่]]></category>
		<category><![CDATA[วรฉัตร ลักขณาโรจน์]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29106</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายคนอาจเคยตั้งคำถามว่า เหตุใดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หน่วยงานและองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ต่างออกมาแสดงจุดยืนและประกาศนโยบายในด้านสิ่งแวดล้อมที่มีความเข้มข้น ซึ่งรวมถึงเป้าหมายที่จะบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) กันอย่างจริงจัง นั่นเป็นเพราะเราทุกคนกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์ทางด้านสิ่งแวดล้อมที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนส่งผลต่อภาวะโลกรวน (Global Warming) รวมถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ อย่างปรากฏการณ์เอลนีโญและลานีญา ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า กิจกรรมต่างๆ ในเชิงธุรกิจและภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนกิจกรรมในชีวิตประจำวันของเราทุกคนทั้งทางตรงและทางอ้อม ล้วนมีส่วนในการปล่อยก๊าซคาร์บอน ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวการหลักที่ทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมดังกล่าว แกร็บ (Grab) ในฐานะผู้ให้บริการแอปพลิเคชันที่ช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันให้กับคนไทย รวมถึงผู้คนนับล้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นหนึ่งในองค์กรภาคเอกชนที่มีความตื่นตัวและขับเคลื่อนนโยบายในด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม แม้ดูผิวเผินธุรกิจหลักของ Grab อาจไม่ได้สร้างผลกระทบใดๆ ต่อสิ่งแวดล้อม เพราะเป็นเพียงแค่แพลตฟอร์มตัวกลางที่คอยเชื่อมโยงระหว่างผู้ใช้บริการ (ไม่ว่าจะเป็น ผู้โดยสาร ผู้สั่งอาหารหรือสินค้า) กับร้านค้าและคนขับ แต่ต้องยอมรับว่าบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันและบริการเดลิเวอรีต่างมีส่วนในการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากยานยนต์ในท้องถนนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น ในปี 2565 แกร็บจึงได้มีการประกาศเป้าหมายในด้านความยั่งยืนขององค์กร (Grab’s ESG Goals) ซึ่งรวมถึงประเด็นในด้านสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินต่างๆ ในวงจรธุรกิจ พร้อม ตั้งเป้าที่จะบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ทั่วทั้งภูมิภาคให้ได้ภายในปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/grab-for-good-to-esg-goals/">เทคโนโลยีพิชิตโลกร้อน…สู่ป่า GrabForGood ผลิตผลของโครงการ “ชดเชยคาร์บอน” จากการมีส่วนร่วมของผู้ใช้บริการแกร็บ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลายคนอาจเคยตั้งคำถามว่า เหตุใดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หน่วยงานและองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ต่างออกมาแสดงจุดยืนและประกาศนโยบายในด้านสิ่งแวดล้อมที่มีความเข้มข้น ซึ่งรวมถึงเป้าหมายที่จะบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) กันอย่างจริงจัง</p>
<p><span id="more-29106"></span></p>
<p>นั่นเป็นเพราะเราทุกคนกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์ทางด้านสิ่งแวดล้อมที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนส่งผลต่อภาวะโลกรวน (Global Warming) รวมถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ อย่างปรากฏการณ์เอลนีโญและลานีญา ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า กิจกรรมต่างๆ ในเชิงธุรกิจและภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนกิจกรรมในชีวิตประจำวันของเราทุกคนทั้งทางตรงและทางอ้อม ล้วนมีส่วนในการปล่อยก๊าซคาร์บอน ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวการหลักที่ทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมดังกล่าว</p>
<p><strong>แกร็บ (Grab)</strong> ในฐานะผู้ให้บริการแอปพลิเคชันที่ช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันให้กับคนไทย รวมถึงผู้คนนับล้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นหนึ่งในองค์กรภาคเอกชนที่มีความตื่นตัวและขับเคลื่อนนโยบายในด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม <strong>แม้ดูผิวเผินธุรกิจหลักของ </strong><strong>Grab </strong><strong>อาจไม่ได้สร้างผลกระทบใดๆ ต่อสิ่งแวดล้อม เพราะเป็นเพียงแค่แพลตฟอร์มตัวกลางที่คอยเชื่อมโยงระหว่างผู้ใช้บริการ (ไม่ว่าจะเป็น ผู้โดยสาร ผู้สั่งอาหารหรือสินค้า) กับร้านค้าและคนขับ แต่ต้องยอมรับว่าบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันและบริการเดลิเวอรีต่างมีส่วนในการปล่อยก๊าซคาร์บอน</strong>จากยานยนต์ในท้องถนนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</p>
<p>ดังนั้น ในปี 2565 แกร็บจึงได้มีการประกาศเป้าหมายในด้านความยั่งยืนขององค์กร (Grab’s ESG Goals) ซึ่งรวมถึงประเด็นในด้านสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินต่างๆ ในวงจรธุรกิจ พร้อม <strong>ตั้งเป้าที่จะบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (</strong><strong>Carbon Neutrality) </strong><strong>ทั่วทั้งภูมิภาคให้ได้ภายในปี</strong><strong> 2583</strong> ผ่าน 4 แนวทางสำคัญ คือ</p>
<p>1) การส่งเสริมให้มีการเปลี่ยนไปใช้ยานยนต์ที่ปล่อยคาร์บอนต่ำอย่างรถ EV</p>
<p>2) การใช้พลังงานทดแทนในสำนักงานต่างๆ ในทุกประเทศ</p>
<p>3) การใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจและลดผลกระทบในด้านสิ่งแวดล้อม</p>
<p>4) การดำเนินโครงการที่มุ่งลดหรือหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซคาร์บอน พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมกับคนในวงจรธุรกิจ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29109 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/03_GrabForGood-Forest.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p><strong>เงินบริจาคเพียง </strong><strong>1-2 </strong><strong>บาท สู่การเพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยต้นไม้กว่า </strong><strong>200,000</strong><strong> ต้น</strong><strong> </strong></p>
<p>หนึ่งในโครงการเรือธงที่แกร็บริเริ่มและดำเนินการมากว่า 3 ปี คือ <strong>โครงการชดเชยคาร์บอน ผ่านการพัฒนาฟีเจอร์ชดเชยคาร์บอน (</strong><strong>Carbon Offset Feature) </strong><strong>ที่เปิดให้ผู้ใช้บริการร่วมบริจาคเงินเพื่อซื้อคาร์บอนเครดิต และนำไปปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว</strong> โดยแกร็บได้ร่วมมือกับพันธมิตรรายสำคัญอย่าง <strong>EcoMatcher</strong> แพลตฟอร์มตัวกลางที่ทำงานร่วมกับองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการปลูกต้นไม้ในท้องถิ่น โดยนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าไปดูข้อมูลและเยี่ยมชมต้นไม้ที่งอกเงยจากเงินบริจาคของผู้ใช้บริการ ซึ่งวันนี้ได้กลายเป็นพื้นที่ป่า “GrabForGood”</p>
<p><strong>คุณวรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย</strong> เล่าว่า “แกร็บได้เริ่มเปิดตัวฟีเจอร์ชดเชยคาร์บอนบนแอปพลิเคชัน Grab มาตั้งแต่ในปี 2564 พร้อม<strong>เชิญชวนให้ผู้ใช้บริการร่วมบริจาคเงินจำนวน </strong><strong>2 </strong><strong>บาทสำหรับบริการเดินทางด้วยรถยนต์ หรือจำนวน </strong><strong>1 </strong><strong>บาทสำหรับบริการเดลิเวอรีหรือบริการเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์</strong> โดยเงินบริจาคเหล่านี้ได้ถูกนำไปสนับสนุนโครงการคาร์บอนเครดิต เพื่อชดเชยคาร์บอนที่เกิดจากการใช้บริการบนแพลตฟอร์มของ Grab และโครงการปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29108 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/02_Worachat-Luxkanalode-Country-Head-of-Grab-Thailand.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>“หลังเปิดตัวมาเกือบ 3 ปี ฟีเจอร์ชดเชยคาร์บอนได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องจากผู้ใช้บริการในประเทศไทย โดย <strong>​ปี 2566 ที่ผ่านมา </strong><strong>มีการร่วมบริจาคเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากปีก่อนหน้า โดยมีการบริจาคผ่านการใช้บริการเรียกรถและสั่งอาหารรวมกันมากกว่า </strong><strong>24 </strong><strong>ล้านครั้ง</strong> และเงินบริจาคเหล่านี้จะถูกนำไปซื้อคาร์บอนเครดิต พร้อมใช้ในโครงการปลูกป่า <strong>GrabForGood</strong> ที่เราได้ร่วมมือกับแพลตฟอร์มเทคโนโลยีอย่าง EcoMatcher และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ชื่อ <strong>Conserve Natural Forests (CNF)</strong> ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการปลูกต้นไม้ในพื้นที่ท้องถิ่น ทั้งยังได้นำเทคโนโลยีมาช่วยระบุตำแหน่งและข้อมูลของต้นไม้ ทำให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ <strong>ซึ่งปัจจุบันเราได้ปลูกต้นไม้ในประเทศไทยไปแล้วกว่า </strong><strong>200,000 </strong><strong>ต้นในจังหวัดกระบี่และแม่ฮ่องสอน”วรฉัตร</strong> กล่าวเสริม</p>
<p><strong>พลิกมุมมองการปลูกต้นไม้ให้สนุก โปร่งใส และเข้าถึงง่ายด้วยเทคโนโลยี</strong></p>
<p>หลายคนอาจไม่คุ้นหูกับชื่อนี้ แต่อันที่จริงแล้ว EcoMatcher ถือกำเนิดมาแล้วกว่า 8 ปี ในฐานะแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างแบรนด์และองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการปลูกต้นไม้ โดยปัจจุบันได้ดำเนินโครงการปลูกต้นไม้ใน 14 ประเทศ ครอบคลุมทั้งทวีปแอฟริกา อเมริกาใต้ ตะวันออกกลางและเอเชีย พร้อมส่งเสริมให้คนในท้องถิ่นมีส่วนในการปลูกและดูแลต้นไม้เหล่านั้น ที่สำคัญคือคือมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการช่วยเก็บข้อมูลของการปลูกต้นไม้ โดยบนแพลตฟอร์มของ EcoMatcher จะมีข้อมูลต่างๆ ตั้งแต่พิกัดของต้นไม้ ภาพของต้นกล้าที่ปลูก สายพันธุ์ต้นไม้ ประวัติของคนปลูก รวมไปถึงการฟังเสียงป่า และการพูดคุยกับต้นไม้ผ่านเทคโนโลยี Chatbot</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29110 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/04_Bas-Fransen-CEO-EcoMatcher.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p><strong>บาส ฟรานเซน ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร </strong><strong>EcoMatcher</strong> กล่าวว่า “EcoMatcher เกิดมาจากแนวคิดที่อยากจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการให้ของขวัญขององค์กรที่มักจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากพลาสติก มาเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางใจและเป็นประโยชน์ต่อโลก เราจึงได้ร่วมมือกับองค์กรพันธมิตร ไม่ว่าจะเป็น มูลนิธิหรือองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร (NGO) ที่มีความเชี่ยวชาญในการปลูกต้นไม้ พัฒนาแอปพลิเคชันติดตามต้นไม้ที่ชื่อว่า <strong>‘</strong><strong>TreeCorder’</strong> เพื่อให้องค์กรเหล่านี้สามารถเก็บข้อมูลต้นไม้ที่ปลูกทุกต้นได้ ทำให้การสนับสนุนการปลูกต้นไม้มีความโปร่งใสและเข้าถึงง่าย และเป็นประโยชน์ต่อแบรนด์ต่างๆ ในการใช้การปลูกต้นไม้เป็นของขวัญให้กับลูกค้า หรือเชิญชวนให้ผู้ใช้บริการมีส่วนร่วมในการปลูกต้นไม้ เช่นเดียวกับ Grab ที่เชิญชวนให้ผู้ใช้บริการร่วมบริจาคเงินเพียงเล็กน้อยเพื่อปลูกต้นไม้ชดเชยคาร์บอกน โดยทุกคนสามารถเข้าไปเยี่ยมชมต้นไม้ผ่านแพลตฟอร์มของ EcoMatcher ได้ง่ายๆ”</p>
<p>“เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวันปลอดมลพิษโลก (<strong>Zero Emissions Day)</strong> ซึ่งตรงกับวันที่ 21 กันยายนของทุกปี เมื่อเร็วๆ นี้ แกร็บ ประเทศไทย จึงได้ร่วมกับ EcoMatcher และ Conserve Natural Forests (CNF) จัดกิจกรรมพาพนักงานและพี่ๆ คนขับไปร่วมปลูกต้นไม้ในพื้นที่เขาพนมเบญจาในจังหวัดกระบี่ โดยมีเจ้าหน้าที่จากกรมป่าไม้และชาวบ้านในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมด้วย ซึ่งภารกิจนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่ยังเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับชุมชนท้องถิ่น และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคนในวงจรธุรกิจของแกร็บให้ร่วมกันทำสิ่งเล็กๆ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่และยั่งยืนต่อโลกได้” <strong>วรฉัตร</strong> ปิดท้าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29111 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/05_GrabForGood-Forest.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>ผู้ใช้บริการแกร็บสามารถมีส่วนร่วมในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้ผ่านฟีเจอร์ชดเชยคาร์บอน และเข้าไปเยี่ยมชมป่า GrabForGood ได้ที่ EcoMatcher.com/GrabTH</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/grab-for-good-to-esg-goals/">เทคโนโลยีพิชิตโลกร้อน…สู่ป่า GrabForGood ผลิตผลของโครงการ “ชดเชยคาร์บอน” จากการมีส่วนร่วมของผู้ใช้บริการแกร็บ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แกร็บ เผยรายงานความยั่งยืนประจำปี 2566 มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนและสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้น</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/06/grab-esg-report-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Jun 2024 12:03:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Report 2023]]></category>
		<category><![CDATA[GRAB]]></category>
		<category><![CDATA[GrabForGood]]></category>
		<category><![CDATA[TerraCycle Thai Foundation]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงเชิงบวก]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[วรฉัตร ลักขณาโรจน์]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ…เพื่อชีวิตที่ดีกว่า]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26690</guid>

					<description><![CDATA[<p>แกร็บ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนพันธกิจ “GrabForGood หรือ แกร็บ…เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนและสิ่งแวดล้อม ผ่านรายงานความยั่งยืนประจำปี 2566 (ESG Report 2023) ที่รวบรวมผลการดำเนินงานของแกร็บที่ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับผู้คนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งครอบคลุม 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้คนในสังคม การส่งเสริมและดูแลสิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลกิจการอย่างยั่งยื่น โดยในปีที่ผ่านมา (2566) แพลตฟอร์มแกร็บช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในภูมิภาคมากกว่า 1.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินโดยให้สินเชื่อกับพาร์ทเนอร์คนขับและร้านค้ารวมกว่า 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนมากกว่า 71,000 ตัน และลดปริมาณขยะพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งมากกว่า 7,365 ตัน นายวรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “ปัจจุบันแพลตฟอร์มของแกร็บกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตผู้คนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย ไม่เฉพาะแต่ผู้ใช้บริการที่มีมากกว่า 35.5 ล้านคนทั่วทั้งภูมิภาค แต่ยังรวมถึงพาร์ทเนอร์คนขับและร้านค้ากว่า 13 ล้านรายที่อาศัยแพลตฟอร์มของเราเป็นช่องทางในการหารายได้ เราตระหนักดีว่าแกร็บไม่ได้เป็นเพียงแค่แอปพลิเคชันที่ช่วยตอบสนองความสะดวกสบายอีกต่อไป แต่เรายังสามารถมีส่วนในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย ดังนั้น ที่ผ่านมาเราจึงได้พยายามพัฒนาแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้บริการ ขณะเดียวกันก็ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจโดยให้ความสำคัญกับประเด็นด้านความยั่งยืน ซึ่งครอบคลุมใน 3 มิติหลัก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/grab-esg-report-2023/">แกร็บ เผยรายงานความยั่งยืนประจำปี 2566 มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนและสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>แกร็บ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนพันธกิจ</strong><strong> “GrabForGood </strong><strong>หรือ แกร็บ…เพื่อชีวิตที่ดีกว่า</strong><strong>” </strong><strong>ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนและสิ่งแวดล้อม ผ่าน</strong><a href="https://assets.grab.com/wp-content/uploads/media/si/reports/2023/Grab-ESG-Report-2023.pdf" target="_blank" rel="noopener"><strong>รายงานความยั่งยืนประจำปี </strong><strong>2566 (ESG Report 2023)</strong></a> <strong>ที่รวบรวมผลการดำเนินงานของแกร็บที่ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับผู้คนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</strong></p>
<p><span id="more-26690"></span></p>
<p><strong>ซึ่งครอบคลุม </strong><strong>3 </strong><strong>ประเด็นหลัก ได้แก่ การสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้คนในสังคม การส่งเสริมและดูแลสิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลกิจการอย่างยั่งยื่น โดยในปีที่ผ่านมา (</strong><strong>2566) </strong><strong>แพลตฟอร์มแกร็บช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในภูมิภาคมากกว่า </strong><strong>1.1 </strong><strong>หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินโดยให้สินเชื่อกับพาร์ทเนอร์คนขับและร้านค้ารวมกว่า </strong><strong>1.5 </strong><strong>พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนมากกว่า </strong><strong>71,000 </strong><strong>ตัน และลดปริมาณขยะพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งมากกว่า </strong><strong>7,365 </strong><strong>ตัน</strong></p>
<p><strong>นายวรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า “ปัจจุบันแพลตฟอร์มของแกร็บกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตผู้คนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย ไม่เฉพาะแต่ผู้ใช้บริการที่มีมากกว่า 35.5 ล้านคนทั่วทั้งภูมิภาค แต่ยังรวมถึงพาร์ทเนอร์คนขับและร้านค้ากว่า 13 ล้านรายที่อาศัยแพลตฟอร์มของเราเป็นช่องทางในการหารายได้ เราตระหนักดีว่าแกร็บไม่ได้เป็นเพียงแค่แอปพลิเคชันที่ช่วยตอบสนองความสะดวกสบายอีกต่อไป แต่เรายังสามารถมีส่วนในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย ดังนั้น ที่ผ่านมาเราจึงได้พยายามพัฒนาแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้บริการ ขณะเดียวกันก็ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจโดยให้ความสำคัญกับประเด็นด้านความยั่งยืน ซึ่งครอบคลุมใน 3 มิติหลัก ได้แก่ การสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้คนในสังคม (Social Impact) ซึ่งโฟกัสไปที่การเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถสร้างอาชีพและรายได้จากแพลตฟอร์มของเรา การส่งเสริมและดูแลสิ่งแวดล้อม (Environment) โดยมุ่งใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนในการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม และการใช้ธรรมาภิบาลในการกำกับดูแลกิจการเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน (Governance) โดยทั้งหมดนี้สอดคล้องไปกับพันธกิจ GrabForGood ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญที่แกร็บในทุกประเทศยึดถือมาตลอดนับตั้งแต่เริ่มต้นดำเนินธุรกิจ”</p>
<p>สำหรับรายงานความยั่งยืนของแกร็บประจำปี 2566 ได้นำเสนอภาพรวมการดำเนินงานที่แกร็บทั่วทั้งภูมิภาได้สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมในปีที่ผ่านมา โดยมีไฮไลท์์สำคัญ ดังนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26704 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/IMPACT3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>การสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้คนในสังคม:</strong></p>
<p><strong>&#8211; พาร์ทเนอร์คนขับและร้านค้าสามารถสร้างรายได้ผ่านแพลตฟอร์มแกร็บได้รวมกันมากกกว่า </strong><strong>1.1 </strong><strong>หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ </strong><strong>4.07 </strong><strong>แสนล้านบาท) </strong>ขณะที่รายได้ต่อชั่วโมงของพาร์ทเนอร์คนขับเพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า</p>
<p>&#8211; ส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินโดย<strong>ให้สินเชื่อพาร์ทเนอร์คนขับและร้านค้าเป็นมูลค่ารวมกว่า </strong><strong>1.5 </strong><strong>พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ </strong><strong>5.55 </strong><strong>หมื่นล้านบาท) </strong>เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 57% โดย 1 ใน 3 ของพาร์ทเนอร์คนขับทั้งแพลตฟอร์มได้รับสินเชื่อจากแกร็บ</p>
<p>&#8211; พัฒนาทักษะและศักยภาพของพาร์ทเนอร์เพื่อเพิ่มโอกาสในการหารายได้ ด้วยการจับมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาหลักสูตรต่างๆ อาทิ หลักสูตรการเงิน การตลาดดิจิทัล การอบรมภาษาอังกฤษ และภาษาจีน รวมถึงการเรียนรู้เกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้า <strong>โดยในปี </strong><strong>2566 </strong><strong>มีพาร์ทเนอร์คนขับเข้ารับการอบรมออนไลน์ผ่านโครงการ </strong><strong>GrabAcademy </strong><strong>มากถึง </strong><strong>1.2 </strong><strong>ล้านคน</strong></p>
<p>&#8211; รักษามาตรฐานด้านความปลอดภัย โดย <strong>99.99% </strong><strong>ของเที่ยวเดินทางในการรับส่งผู้โดยสารและบริการเดลิเวอรีปลอดภัยจากอุบัติเหตุ</strong> ขณะที่จำนวนเที่ยวการเดินทางจากให้บริการทั้งสองประเภทเพิ่มขึ้นถึง 11% ในปีที่ผ่านมา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26703 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/IMPACT2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>การส่งเสริมและดูแลสิ่งแวดล้อม:</strong></p>
<p><strong>&#8211; ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง </strong><strong>71,000 </strong><strong>ตัน</strong> จากการสนับสนุนให้พาร์ทเนอร์คนขับเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ที่ปล่อยคาร์บอนต่ำหรือเป็นศูนย์ ในการให้บริการ</p>
<p><strong>&#8211; สนับสนุนการปลูกต้นไม้กว่า </strong><strong>280,000 </strong><strong>ต้น </strong>จากการบริจาคเงินของผู้ใช้บริการผ่านฟีเจอร์ชดเชยคาร์บอนทุกครั้งที่ใช้บริการเรียกรถและเดลิเวอรี</p>
<p><strong>&#8211; ลดการใช้ช้อนส้อมพลาสติกไปเป็นจำนวนรวมกว่า </strong><strong>817 </strong><strong>ล้านชุด และลดปริมาณขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวได้มากถึง </strong><strong>7,365 </strong><strong>ตัน </strong>จากฟีเจอร์งดรับช้อนส้อมพลาสติกและการส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์แบบรีไซเคิลได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26705 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/IMPACt4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“สำหรับในประเทศไทย แกร็บยังคงเดินหน้าสานต่อพันธกิจ GrabForGood อย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน โดยในปีที่ผ่านมา นอกจากการพัฒนาและปรับแผนธุรกิจให้สอดรับกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปหลังโควิด โดยยังคงเปิดโอกาสให้คนไทยใช้แพลตฟอร์มของเราในการสร้างรายได้แล้ว เรายังได้ส่งเสริมให้พาร์ทเนอร์คนขับ-ร้านค้าที่มีข้อจำกัดสามารถเข้าถึงบริการทางการเงิน ด้วยการให้สินเชื่อแก่พาร์ทเนอร์กว่า 100,000 ราย ในด้านสิ่งแวดล้อม เรายังคงมุ่งผลักดันโครงการ Grab EV โดยผนึกความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจเพื่อสนับสนุนให้พาร์ทเนอร์คนขับเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ขณะเดียวกันเราก็ยังเดินหน้าโครงการชดเชยคาร์บอน (Carbon Offset) โดยส่งเสริมให้ผู้ใช้บริการร่วมบริจาคผ่านฟีเจอร์ชดเชยคาร์บอนเมื่อใช้บริการต่างๆ ของแกร็บ ซึ่งเฉพาะในปีที่ผ่านมา เราได้นำเงินบริจาคไปซื้อคาร์บอนเครดิต และปลูกต้นไม้เพื่อชดเชยคาร์บอนได้มากกว่า 150,000 ต้นในจังหวัดกระบี่” นายวรฉัตร กล่าวเสริม</p>
<p>นอกจากนี้ เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลกที่ผ่านมา แกร็บ ประเทศไทย ยังได้จัดกิจกรรม GrabForGood เพื่อปลุกจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมให้กับพนักงาน โดยร่วมกับมูลนิธิเทอร์ราไซเคิล ไทย (TerraCycle Thai Foundation) ชวนพนักงานจิตอาสาไปร่วมเก็บขยะในคลองลาดพร้าว พร้อมเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการและการคัดแยกขยะที่ถูกวิธี โดยสามารถเก็บขยะได้เป็นจำนวนกว่า 1.3 ตัน เพื่อนำมาคัดแยกและรีไซเคิลต่อไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/grab-esg-report-2023/">แกร็บ เผยรายงานความยั่งยืนประจำปี 2566 มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนและสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แกร็บ ผนึกภาครัฐ-เอกชนจัดเสวนาเชิงนโยบาย “GrabNEXT 2024” ฉายภาพอุตสาหกรรมท่องเที่ยว หนุนซอฟต์พาวเวอร์-ผลักดันเศรษฐกิจไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/05/grabnext-2024-driving-towards-the-future-of-tourism/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 May 2024 07:10:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Driving towards the Future of Tourism]]></category>
		<category><![CDATA[GrabNEXT 2024]]></category>
		<category><![CDATA[การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ขับเคลื่อนการท่องเที่ยว สู่อนาคตที่ดีกว่า]]></category>
		<category><![CDATA[ซอฟต์พาวเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[วรฉัตร ลักขณาโรจน์]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25811</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินหน้าส่งเสริมและผลักดันการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืนตามนโยบายของรัฐบาล พร้อมร่วมเป็นประธานเปิดงานเสวนาเชิงนโยบายประจำปี “GrabNEXT 2024: Driving towards the Future of Tourism ขับเคลื่อนการท่องเที่ยว สู่อนาคตที่ดีกว่า” ซึ่งจัดขึ้นโดย แกร็บ ประเทศไทย เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและหาแนวทางในการส่งเสริมเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศ ด้วยการยกระดับการท่องเที่ยวไทยให้พร้อมตอบสนองพฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ผ่านกลยุทธ์ “T.R.A.V.E.L.” พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งจากภาครัฐและเอกชน อันได้แก่ นายนิธิ สีแพร รองผู้ว่าการด้านการสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย กรรมการผู้จัดการ และหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร นางสาวเพลินพิศ โกศลยุทธสาร ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการตลาดด้านการท่องเที่ยวและพันธมิตร บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า “การทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ถือเป็นเป้าหมายของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในปีนี้ ซึ่งนอกจากการที่กระทรวงต้องการยกระดับประเทศไทยให้เป็น Tourism Hub หรือศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภูมิภาค เรายังต้องการที่จะบรรลุเป้าหมายของการเป็น Aviation Hub ที่มีศักยภาพรองรับนักท่องเที่ยวและผู้เดินทางกว่า 150 ล้านคนต่อปีภายในปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/grabnext-2024-driving-towards-the-future-of-tourism/">แกร็บ ผนึกภาครัฐ-เอกชนจัดเสวนาเชิงนโยบาย “GrabNEXT 2024” ฉายภาพอุตสาหกรรมท่องเที่ยว หนุนซอฟต์พาวเวอร์-ผลักดันเศรษฐกิจไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินหน้าส่งเสริมและผลักดันการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืนตามนโยบายของรัฐบาล พร้อมร่วมเป็นประธานเปิดงานเสวนาเชิงนโยบายประจำปี “</strong><strong>GrabNEXT </strong><strong>2024: </strong><strong>Driving towards the Future of Tourism </strong><strong>ขับเคลื่อนการท่องเที่ยว สู่อนาคตที่ดีกว่า” ซึ่งจัดขึ้นโดย แกร็บ ประเทศไทย </strong></p>
<p><span id="more-25811"></span></p>
<p><strong>เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและหาแนวทางในการส่งเสริมเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศ ด้วยการยกระดับการท่องเที่ยวไทยให้พร้อมตอบสนองพฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ผ่านกลยุทธ์ “</strong><strong>T.R.A.V.E.L.” </strong><strong>พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งจากภาครัฐและเอกชน อันได้แก่ นายนิธิ สีแพร รองผู้ว่าการด้านการสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย กรรมการผู้จัดการ และหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร นางสาวเพลินพิศ โกศลยุทธสาร ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการตลาดด้านการท่องเที่ยวและพันธมิตร บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)</strong></p>
<p><strong>นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า </strong>“การทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ถือเป็นเป้าหมายของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในปีนี้ ซึ่งนอกจากการที่กระทรวงต้องการยกระดับประเทศไทยให้เป็น Tourism Hub หรือศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภูมิภาค เรายังต้องการที่จะบรรลุเป้าหมายของการเป็น Aviation Hub ที่มีศักยภาพรองรับนักท่องเที่ยวและผู้เดินทางกว่า 150 ล้านคนต่อปีภายในปี 2573 ตามนโยบายของรัฐบาลด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ จากการที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นจุดแข็งของประเทศไทย ทำให้ทางกระทรวงมีการตั้งเป้าหมายรายได้จากการท่องเที่ยวอยู่ที่ 3.5 ล้านล้านบาท โดยการที่จะบรรลุจุดมุ่งหมายดังกล่าว ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากหน่วยงานทุกภาคส่วน ซึ่งทางกระทรวงต้องขอขอบคุณ แกร็บ ประเทศไทย ที่จัดงานในครั้งนี้ พร้อมทั้งยังช่วยสนับสนุน ผลักดัน การเดินทางท่องเที่ยวที่มีประสิทธิภาพทั่วประเทศไทยด้วยดีเสมอมา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าองค์กรต่างๆ จะเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพลิกฟื้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และนำพาเศรษฐกิจไทยให้เจริญรุดหน้าต่อไป”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25816 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/Grab5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายวรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า </strong>“การพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวถือเป็นเป้าหมายหลักที่รัฐบาลเร่งผลักดันเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยเมื่อเร็วๆ นี้รัฐบาลได้ประกาศวิสัยทัศน์ IGNITE THAILAND เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน ซึ่งหนึ่งในวิสัยทัศน์สำคัญคือการพลิกฟื้นการท่องเที่ยว และตั้งเป้าผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภูมิภาค (Tourism Hub) ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศและส่งเสริมเศรษฐกิจ แกร็บจึงได้จัดงาน <strong>GrabNEXT</strong> เพื่อนำความเชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยี และความแข็งแกร่งของอีโคซิสเต็มของแกร็บที่ให้บริการครอบคลุมทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มาเติมเต็มและสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ไร้รอยต่อ ผ่านกลยุทธ์  T.R.A.V.E.L. ที่จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางมายังประเทศไทย พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นและมหภาค และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน”<strong>   </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25815 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/Grab4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>เพื่อเป็นการสานต่อแนวทางการดำเนินงานของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในการยกระดับการท่องเที่ยวให้พร้อมตอบสนองพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ แกร็บจึงได้เผยกลยุทธ์ T.R.A.V.E.L. ซึ่งประกอบไปด้วย 6 ประเด็นสำคัญ ได้แก่</p>
<p><strong>&#8211; Technological Integration </strong><strong>การนำเทคโนโลยีดิจิทัลอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว:</strong></p>
<p>นักท่องเที่ยวในกลุ่ม F.I.T. (Free Independent Travelers) หรือนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตนเองกลายเป็นคนกลุ่มใหญ่ที่เดินทางมาประเทศไทยในปัจจุบัน ดังนั้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวในกลุ่มนี้ แกร็บ จึงได้ออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยีมาเพื่อรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยว ตั้งแต่การวางแผนการเดินทางไปจนถึงการอำนวยความสะดวกระหว่างการท่องเที่ยว อาทิ หน้าจอต้อนรับนักท่องเที่ยว<br />
ที่ให้นักท่องเที่ยวสามารถสำรวจ และวางแผนการเดินทางบนแอปพลิเคชัน Grab ตั้งแต่ก่อนมาถึงประเทศไทย การพัฒนาแอปพลิเคชันให้มีหลายภาษา ทั้งอังกฤษ จีน ญี่ปุ่นและเกาหลี หรือ การเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันชั้นนำให้สามารถใช้บริการเรียกรถของ Grab ผ่านแพลตฟอร์มอย่าง WeChat Booking.com และ Trip.com ได้ รวมถึง การขยายช่องทางการชำระเงินดิจิทัลผ่าน Alipay และ Kakao Pay</p>
<p><strong>&#8211; Reliability &amp; Safety </strong><strong>การสร้างความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว:</strong></p>
<p>ความปลอดภัยเป็นปัจจัยหลักที่นักท่องเที่ยวคำนึงถึงในการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกที่พักหรือการใช้บริการขนส่งสาธารณะต่างๆ ดังนั้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว แกร็บ จึงได้ยกระดับความปลอดภัยผ่านการพัฒนา 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ <strong>เทคโนโลยีด้านความปลอดภัย</strong> อาทิ<br />
ฟีเจอร์ Safety Centre สำหรับแจ้งขอความช่วยเหลือ หรือ ฟีเจอร์ Audio Protect เพื่อบันทึกเสียงระหว่างการเดินทาง <strong>มาตรการด้านความปลอดภัย</strong> ด้วยการคัดกรองและอบรมพาร์ทเนอร์คนขับ การกำหนดมาตรฐานการให้บริการที่มุ่งเน้นด้านความปลอดภัย และการทำประกันเพื่อคุ้มครองทั้งผู้โดยสารและพาร์ทเนอร์คนขับ และสุดท้ายกับการจัด<strong>แคมเปญรณรงค์ส่งเสริมความปลอดภัย</strong> ที่ล่าสุด แกร็บได้จับมือกับกรุงเทพมหานคร เพื่อรณรงค์เรื่องการขับขี่ปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา</p>
<p><strong>&#8211; Accessibility </strong><strong>การส่งเสริมการเดินทางเพื่อเข้าถึงเมืองหลัก และเมืองรอง</strong></p>
<p>ปัจจุบันนักท่องเที่ยวต่างชาติหันมาสนใจเดินทางไปยังเมืองรองมากขึ้น สะท้อนจากรายได้จากการท่องเที่ยวเมืองรองในปีที่ผ่านที่เติบโตขึ้นถึง 38% ดังนั้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปยังจังหวัดในเมืองหลักและเมืองรองได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น แกร็บ จึงได้มุ่งสร้างประสบการณ์การเดินทางแบบไร้รอยต่อด้วยบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันที่มีให้บริการแล้วใน 71 จังหวัด ครอบคลุมทั้งเมืองหลักและเมืองรอง ทั้งยังได้ผนึกความร่วมมือกับ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เปิดจุดรับ-ส่งผู้โดยสารเพื่อให้บริการในสนามบินหลัก ทั้งภูเก็ต เชียงใหม่ ดอนเมือง และสุวรรณภูมิ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25814 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/GRAB2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; Valuable Experiences </strong><strong>การสร้างประสบการณ์การเดินทางที่น่าจดจำ:</strong></p>
<p>ความเป็นเลิศในด้านการบริการที่สอดแทรกเสน่ห์ของความเป็นไทย เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดและพิชิตใจนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางกลับมายังประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวในทุกเที่ยวการเดินทาง แกร็บ จึงได้พัฒนาศักยภาพให้กับพาร์ทเนอร์คนขับผ่านคอร์สอบรมออนไลน์ภายใต้โครงการ GrabAcademy ครอบคลุมทั้งในด้านมาตรฐานการให้บริการ<br />
การสื่อสารภาษาต่างประเทศเบื้องต้น และการขับขี่อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ ยังได้ยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้พิเศษยิ่งขึ้นผ่านบริการ GrabCar Premium ซึ่งเป็นที่นิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยมอบความสะดวกสบายสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับนักท่องเที่ยวในทุกการเดินทาง</p>
<p><strong>&#8211; Environmentally Friendly </strong><strong>การส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบรักษ์โลก:</strong></p>
<p>การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมถือเป็นประเด็นสำคัญที่คนทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ ซึ่งจากการสำรวจพบว่า กว่า 90% ของนักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับเรื่องความยั่งยืน เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวที่เน้นคุณภาพและความยั่งยืน แกร็บ จึงได้มุ่งพัฒนาและนำเสนอตัวเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้กับผู้ใช้บริการไม่ว่าจะเป็น การริเริ่มโครงการ Grab EV ที่ส่งเสริมให้พาร์ทเนอร์คนขับเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในการให้บริการเรียกรถ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้โดยสาร และการพัฒนาฟีเจอร์ชดเชยการปล่อยคาร์บอน (Carbon Offset) ที่ผู้ใช้บริการสามารถร่วมบริจาคเงิน 2 บาทต่อการเดินทาง หรือ 1 บาทจากการสั่งอาหาร เพื่อนำไปปลูกต้นไม้เพื่อชดเชยคาร์บอน ซึ่งจากการบริจาคเงินของผู้ใช้บริการในปี 2566 แกร็บสามารถนำไปปลูกต้นไม้ได้เป็นจำนวนกว่า 150,000 ต้น</p>
<p><strong>&#8211; Local Touch </strong><strong>การผลักดันให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่น:</strong></p>
<p>การดึงเอกลักษณ์ความเป็นไทยมาพัฒนาเป็นซอฟต์พาวเวอร์ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวถือเป็นกลยุทธ์ระดับชาติในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยจากการสำรวจพบว่า 65% ของนักท่องเที่ยวให้ความสนใจที่จะมาสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น การไปเทศกาลประจำจังหวัดต่างๆ การได้ลิ้มลองอาหารพื้่นบ้าน หรือการอุดหนุนสินค้าชุมชน ดังนั้น แกร็บ ในฐานะแพลตฟอร์มที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงผู้บริโภคกับผู้ประกอบการรายย่อย และพาร์ทเนอร์คนขับ จึงได้มุ่งสนับสนุนการเข้าถึงประสบการณ์ท้องถิ่น และวัฒนธรรมไทยในมิติต่างๆ อาทิ การส่งเสริมการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจผ่านการทำหนังสือไกด์บุค Grab &amp; Go ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การโปรโมทอาหารไทยเมนูเด็ดจากร้านอาหารรายย่อยผ่าน GrabFood และการจำหน่ายสินค้าท้องถิ่นฝีมือคนไทยผ่าน GrabMart เพื่อให้ชาวต่างชาติสามารถเลือกซื้อได้สะดวกยิ่งขึ้น เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25817 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/Grab6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ภายในงานยังได้มีการจัดเสวนาในหัวข้อ <strong>“</strong><strong>พลิกโฉมประสบการณ์การท่องเที่ยวไทย สู่มาตรฐานใหม่ที่ยั่งยืน</strong><strong>” </strong>โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ได้แก่ <strong>นายนิธิ สีแพร</strong> รองผู้ว่าการด้านการสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย<strong> ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย</strong> กรรมการผู้จัดการ และหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร <strong>นางสาวเพลินพิศ โกศลยุทธสาร</strong> ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการตลาด ด้านการท่องเที่ยวและพันธมิตร บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) <strong>นางสาวเมธิณี อนวัชกุล</strong> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจการเดินทางและบริหารพาร์ทเนอร์คนขับ แกร็บ ประเทศไทย มาร่วมแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นและหารือถึงแนวทางในการผลักดันท่องเที่ยวให้ตอบรับกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ โดยมุ่งเน้นไปที่ 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ ทิศทางและอนาคตการท่องเที่ยวของประเทศไทย การกำหนดยุทธศาสตร์ด้านความปลอดภัยของการท่องเที่ยว การสนับสนุนประสบการณ์ท้องถิ่นชูจุดเด่นซอฟต์พาวเวอร์ และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อสร้างสมดุลระหว่างสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/grabnext-2024-driving-towards-the-future-of-tourism/">แกร็บ ผนึกภาครัฐ-เอกชนจัดเสวนาเชิงนโยบาย “GrabNEXT 2024” ฉายภาพอุตสาหกรรมท่องเที่ยว หนุนซอฟต์พาวเวอร์-ผลักดันเศรษฐกิจไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แกร็บ ผนึก กทม. ผุดแคมเปญ &#8216;Safe Ride &#124; Safe Road&#8217; รณรงค์ &#8216;ขับขี่-ท่องเที่ยว-เดินทาง&#8217; ปลอดภัย พร้อมแจกโค้ดลดตลอดเดือน ร่วมฉลองสงกรานต์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/04/grab-thailand-safe-ride-safe-road-songkarn-festival/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Apr 2024 12:20:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[BMA]]></category>
		<category><![CDATA[GRAB]]></category>
		<category><![CDATA[Rider]]></category>
		<category><![CDATA[Safe Ride | Safe Road]]></category>
		<category><![CDATA[Songkarn]]></category>
		<category><![CDATA[Songkarn Festival]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ขับขี่ปลอดภัย]]></category>
		<category><![CDATA[ขับขี่ปลอดภัย เดินทางมั่นใจไปกับ Grab]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[พฤติกรรมขับขี่ปลอดภัย]]></category>
		<category><![CDATA[วรฉัตร ลักขณาโรจน์]]></category>
		<category><![CDATA[เดินทาง]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อนเดินทาง]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25060</guid>

					<description><![CDATA[<p>แกร็บ ประเทศไทย จับมือ กรุงเทพมหานคร ส่งแคมเปญ “Safe Ride &#124; Safe Road : ขับขี่ปลอดภัย เดินทางมั่นใจไปกับ Grab” มุ่งรณรงค์พฤติกรรมการขับขี่ปลอดภัยในกลุ่มพาร์ทเนอร์คนขับ พร้อมจัดกิจกรรมพิเศษต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ ชวนคนไทยเดินทางกลับบ้าน-ท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย จัดเต็มด้วยส่วนลดค่าบริการเรียกรถผ่านแอปฯ (เพียงใส่รหัส SONGKRAN) ตลอดเดือนเมษายนรวมกว่า 3.7 ล้านบาท พร้อมแจกถุง “เพื่อนเดินทาง” กว่า 6,500 ชุด หวังปลุกจิตสำนึกด้านความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว คุณวรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า ​ในฐานะผู้ให้บริการแพลตฟอร์มชั้นนำ แกร็บให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับประเด็นด้านความปลอดภัยนับตั้งแต่เริ่มต้นดำเนินธุรกิจ โดยที่ผ่านมาเราได้พัฒนาเทคโนโลยีและมาตรฐานด้านความปลอดภัยต่างๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อมุ่งลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุให้เป็นศูนย์ และสร้างความอุ่นใจให้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็น ผู้ใช้บริการ พาร์ทเนอร์คนขับ รวมถึงผู้คนในสังคม ครอบคลุมทั้งการส่งเสริมการขับขี่ปลอดภัย การป้องกันอาชญากรรม หรือแม้แต่การคุกคามหรือล่วงละเมิดทางเพศ อาทิ การมีระบบคัดกรองพาร์ทเนอร์คนขับที่เข้มข้น โดยตรวจประวัติอาชญากรรมย้อนหลัง 7 ปี การนำเทคโนโลยี AI มาใช้เพื่อยืนยันตัวตนของคนขับ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/grab-thailand-safe-ride-safe-road-songkarn-festival/">แกร็บ ผนึก กทม. ผุดแคมเปญ &#8216;Safe Ride | Safe Road&#8217; รณรงค์ &#8216;ขับขี่-ท่องเที่ยว-เดินทาง&#8217; ปลอดภัย พร้อมแจกโค้ดลดตลอดเดือน ร่วมฉลองสงกรานต์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>แกร็บ ประเทศไทย จับมือ กรุงเทพมหานคร ส่งแคมเปญ “</strong><strong>Safe Ride | Safe Road : </strong><strong>ขับขี่ปลอดภัย เดินทางมั่นใจไปกับ </strong><strong>Grab” </strong><strong>มุ่งรณรงค์พฤติกรรมการขับขี่ปลอดภัยในกลุ่มพาร์ทเนอร์คนขับ</strong></p>
<p><span id="more-25060"></span></p>
<p><strong> พร้อมจัดกิจกรรมพิเศษต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ ชวนคนไทยเดินทางกลับบ้าน-ท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย จัดเต็มด้วยส่วนลดค่าบริการเรียกรถผ่านแอปฯ (เพียงใส่รหัส </strong><strong>SONGKRAN) </strong><strong>ตลอดเดือนเมษายนรวมกว่า </strong><strong>3.7</strong><strong> ล้านบาท พร้อมแจกถุง “เพื่อนเดินทาง” กว่า </strong><strong>6</strong><strong>,500</strong><strong> ชุด หวังปลุกจิตสำนึกด้านความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว</strong></p>
<p><strong>คุณวรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า ​ในฐานะผู้ให้บริการแพลตฟอร์มชั้นนำ แกร็บให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับประเด็นด้านความปลอดภัยนับตั้งแต่เริ่มต้นดำเนินธุรกิจ โดยที่ผ่านมาเราได้พัฒนาเทคโนโลยีและมาตรฐานด้านความปลอดภัยต่างๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อมุ่งลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุให้เป็นศูนย์ และสร้างความอุ่นใจให้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็น ผู้ใช้บริการ พาร์ทเนอร์คนขับ รวมถึงผู้คนในสังคม ครอบคลุมทั้งการส่งเสริมการขับขี่ปลอดภัย การป้องกันอาชญากรรม หรือแม้แต่การคุกคามหรือล่วงละเมิดทางเพศ อาทิ การมีระบบคัดกรองพาร์ทเนอร์คนขับที่เข้มข้น โดยตรวจประวัติอาชญากรรมย้อนหลัง 7 ปี การนำเทคโนโลยี AI มาใช้เพื่อยืนยันตัวตนของคนขับ การจัดอบรมด้านความปลอดภัยภาคบังคับสำหรับคนขับ การพัฒนาระบบตรวจสอบการเดินทางแบบเรียลไทม์ รวมถึงฟีเจอร์ล่าสุดอย่าง AudioProtect ที่ช่วยบันทึกเสียงระหว่างการเดินทางเพื่อป้องกันเหตุร้าย และใช้เป็นหลักฐานหากเกิดความขัดแย้ง เป็นต้น ซึ่งส่งผลให้แกร็บมีอัตราชี้วัดการดำเนินงานด้านความปลอดภัยที่ค่อนข้างสูง โดยสะท้อนผ่านเที่ยวการรับส่งผู้โดยสารและการให้บริการที่ไร้อุบัติเหตุซึ่งสูงถึง 99.99% ทั่วทั้งแพลตฟอร์ม”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25070 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/66.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“สำหรับในปีนี้ แกร็บยังคงเดินหน้าพัฒนาบริการโดยให้ความสำคัญกับประเด็นด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งคาดว่าจะมีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติออกเดินทางท่องเที่ยวหรือกลับบ้านเป็นจำนวนมาก อันเนื่องมาจากนโยบายด้านการท่องเที่ยวและการผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐบาลเพื่อร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวและการเดินทางที่ปลอดภัยในช่วงเทศกาล แกร็บจึงได้จัดแคมเปญ<br />
Safe Ride | Safe Road เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยบนแพลตฟอร์ม พร้อมร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกรุงเทพมหานครดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่จะช่วยรณรงค์จิตสำนึกด้านการขับขี่อย่างปลอดภัยและสร้างความมั่นใจในการเดินทางให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยว”</p>
<p>ภายใต้แคมเปญ <strong>“Safe Ride | Safe Road : </strong><strong>ขับขี่ปลอดภัย เดินทางมั่นใจไปกับ </strong><strong>Grab”</strong> แกร็บ ได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเพื่อร่วมรณรงค์ความปลอดภัยใน 3 ประเด็นหลัก คือ</p>
<p><strong>&#8211; ขับขี่ปลอดภัย:</strong> นอกเหนือจากการรณรงค์ให้พาร์ทเนอร์คนขับแกร็บที่ให้บริการจัดส่งอาหาร-สินค้า ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัดและห้ามขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า ซึ่งเป็นไปตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกรุงเทพมหานคร กับบริษัทผู้ให้บริการต่างๆ แล้ว แกร็บยังได้ร่วมกับกรุงเทพมหานครพัฒนาคอร์สอบรมออนไลน์ เพื่อรณรงค์พฤติกรรมการขับขี่ปลอดภัยให้กับพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บทั่วประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ GrabAcademy โดยได้รับเกียรติจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร <strong>คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์</strong> ร่วมให้ความรู้และปลูกจิตสำนึกในคลิปวิดีโอ พร้อมมอบหมวกกันน็อครุ่นพิเศษเพื่อยกย่องตัวแทนพาร์ทเนอร์คนขับที่ผ่านการอบรมและมีพฤติกรรมการขับขี่ที่ปลอดภัย ตลอดจนมีคะแนนการให้บริการที่ดี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25064 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/7.png" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; ท่องเที่ยวปลอดภัย:</strong> แกร็บร่วมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาฉลองเทศกาลมหาสงกรานต์ในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในบริเวณสนามหลวง ถนนราชดำเนิน ถนนข้าวสารและพื้นที่ใกล้เคียง โดยร่วมมือกับสถานีตำรวจนครบาลชนะสงครามอำนวยความสะดวกในด้านการเดินทาง โดยจะจัดพื้นที่จุดรับ-ส่งสำหรับผู้ที่เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ พร้อมยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนนบริเวณพื้นที่จัดกิจกรรมโดยปรับข้อมูลจุดรับ-ส่งและการจราจรบนระบบแผนที่ของแกร็บ (GrabMaps) ให้สอดคล้องกับสถานการณ์โดยรอบพื้นที่จัดงาน พร้อมจัดเต็นท์อำนวยความสะดวกเพื่อแจกน้ำดื่มและซองกันน้ำ และประชาสัมพันธ์การเดินทางกลับอย่างปลอดภัย  นอกจากนี้ แกร็บยังมอบส่วนลดค่าเดินทางให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติตลอดเดือนเมษายนรวมมูลค่ากว่า 3.7 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดท่องเที่ยว อาทิ เชียงใหม่ ภูเก็ต อยุธยา ชลบุรี ขอนแก่น เพียงใส่รหัส SONGKRAN รับส่วนลดสูงสุด 60 บาทต่อเที่ยว ( เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25066 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/4-4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; เดินทางปลอดภัย:</strong> แกร็บ ร่วมต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ส่งทุกคนกลับบ้านอย่างปลอดภัย โดยจัดทำถุง “เพื่อนเดินทาง” ซึ่งบรรจุน้ำดื่ม โค้ก ลูกอม ยาดม และผ้าเย็น จำนวนรวมกว่า 6,500 ถุง รวมมูลค่ากว่า 8 แสนบาท เพื่อแจกให้กับคนที่เดินทางกลับต่างจังหวัด อาทิ บริเวณบูธ Grab ณ สถานีขนส่ง ผู้โดยสารกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) ระหว่างวันที่ 8 &#8211; 11 เมษายน 2567 และ SAMYAN MITRTOWN (สามย่านมิตรทาวน์) ระหว่างวันที่ 13 &#8211; 15 เมษายน 2567 หรือจนกว่าจะหมด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25065 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/2-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/grab-thailand-safe-ride-safe-road-songkarn-festival/">แกร็บ ผนึก กทม. ผุดแคมเปญ &#8216;Safe Ride | Safe Road&#8217; รณรงค์ &#8216;ขับขี่-ท่องเที่ยว-เดินทาง&#8217; ปลอดภัย พร้อมแจกโค้ดลดตลอดเดือน ร่วมฉลองสงกรานต์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดตัว &#8216;Grab EV&#8217; เร่งเครื่อง &#8216;ฟลีทพลังงานสะอาด&#8217; ผนึก 7 พันธมิตร ช่วยคนขับเป็นเจ้าของ​ EV ได้ง่ายขึ้น ตั้งเป้าเฟสแรก 8 พันคัน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/10/grab-thailand-launch-grab-ev-lution-expand-clean-energy-fleet/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Oct 2023 13:53:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Auto Drive EV]]></category>
		<category><![CDATA[BYD]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[EV Bike]]></category>
		<category><![CDATA[EV Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[EV Station PluZ]]></category>
		<category><![CDATA[Grab EV-LUTION]]></category>
		<category><![CDATA[Grab Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[H SEM Motor]]></category>
		<category><![CDATA[Ladi Delano]]></category>
		<category><![CDATA[Moove]]></category>
		<category><![CDATA[Rever Automotive]]></category>
		<category><![CDATA[STROM]]></category>
		<category><![CDATA[Swap & Go]]></category>
		<category><![CDATA[Triple Bottom Line]]></category>
		<category><![CDATA[มร. ลาดี เดอลาโน่]]></category>
		<category><![CDATA[รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[วรฉัตร ลักขณาโรจน์]]></category>
		<category><![CDATA[วิศิษฎ์ พิทยะวิริยากุล]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[อาวีมาศ สิริแสงทักษิณ]]></category>
		<category><![CDATA[เปลี่ยน…เพื่อสิ่งแวดล้อมและชีวิตที่ดีกว่า]]></category>
		<category><![CDATA[เมธิณี อนวัชกุล]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=22049</guid>

					<description><![CDATA[<p>แกร็บ ผนึก 7 พันธมิตร เดินหน้าโครงการ &#8216;Grab EV&#8217; ขยายโอกาสคนขับเป็นเจ้าของ EV ป้ายแดง BYD และ EV Bike ได้ง่ายขึ้น ตั้งเป้าหมายเฟสแรก จะเพิ่มรถ EV ในฟลีท 8,000 คัน ภายในปี 2568 พร้อมเร่งแผน 5 ปี (2565-2569) ขยายฟลีทพลังงานสะอาดให้มีสัดส่วน 10% ของจำนวนพาร์ทเนอร์คนขับทั้งหมด ผ่าน 2 โปรแกรม คือ ‘ผ่อนขับรับรถ’ และ ‘เช่าครบจบบนแอป’  แกร็บ ประเทศไทย จัดงาน &#8216;Grab EV-LUTION เปลี่ยน…เพื่อสิ่งแวดล้อมและชีวิตที่ดีกว่า&#8216; ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ 7 พันธมิตรชั้นนำใน EV Ecosystem ได้แก่ Rever Automotive, Moove, Swap &#38; Go, [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/grab-thailand-launch-grab-ev-lution-expand-clean-energy-fleet/">เปิดตัว &#8216;Grab EV&#8217; เร่งเครื่อง &#8216;ฟลีทพลังงานสะอาด&#8217; ผนึก 7 พันธมิตร ช่วยคนขับเป็นเจ้าของ​ EV ได้ง่ายขึ้น ตั้งเป้าเฟสแรก 8 พันคัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b> <strong>แกร็บ ผนึก 7 พันธมิตร เดินหน้าโครงการ </strong><strong>&#8216;Grab EV&#8217; ขยายโอกาส</strong><strong>คนขับเป็นเจ้าของ </strong><strong>EV ป้ายแดง BYD และ EV Bike ได้ง่ายขึ้น ตั้งเป้าหมายเฟสแรก จะเพิ่มรถ EV ในฟลีท </strong><strong>8</strong><strong>,</strong><strong>000 คัน ภายในปี 2568 พร้อมเร่งแผน 5 ปี (2565-2569) ขยายฟลีทพลังงานสะอาดให้มีสัดส่วน 10% ของจำนวนพาร์ทเนอร์คนขับทั้งหมด ผ่าน 2 </strong></b><strong>โปรแกรม คือ</strong><strong> ‘</strong><strong>ผ่อนขับรับรถ</strong><strong>’ </strong><strong>และ</strong><strong> ‘</strong><strong>เช่าครบจบบนแอป</strong><strong>’ </strong></p>
<p><span id="more-22049"></span></p>
<p><strong>แกร็บ ประเทศไทย</strong> จัดงาน <strong>&#8216;Grab EV-LUTION เปลี่ยน…เพื่อสิ่งแวดล้อมและชีวิตที่ดีกว่า</strong>&#8216; ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ 7 พันธมิตรชั้นนำใน EV Ecosystem ได้แก่ <strong>Rever Automotive, Moove, Swap &amp; Go, EV Station PluZ, H SEM Motor, STROM </strong>และ<strong> Auto Drive EV </strong>เดินหน้าโครงการ “<strong>Grab EV”</strong> เพื่อผลักดันเป้าหมายในการเพิ่มจำนวนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในกลุ่มพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บให้ได้ 10% ภายในปี 2569 ​</p>
<p><strong>คุณวรฉัตร ลักขณาโรจน์</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า  ในฐานะผู้ให้บริการแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางและขนส่ง แกร็บตระหนักถึงบทบาทในการป้องกันและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจในทุกประเทศ รวมถึงส่งเสริมให้ภายใน Ecosystem ของธุรกิจ​ มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาและบรรเทาปัญหาสิ่งแวดล้อม จึงได้​​ประกาศเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายด้านความยั่งยืนภายใต้แนวคิด <strong>Triple Bottom Line</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22052 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Grab-EV-01.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับในประเทศไทย แกร็บได้ส่งเสริมและผลักดันประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการ <strong>‘Grab EV</strong>’ ที่มุ่งส่งเสริมให้พาร์ทเนอร์คนขับ-ผู้จัดส่งอาหารหันมาใช้รถ EV เพื่อให้บริการ โดยตั้งเป้าตามแผน 5 ปี จะสามารถเพิ่ม​​จำนวนผู้ใช้รถ EV ภายในฟลีทขนส่งโดยรวมให้ได้ 10% ของพาร์ทเนอร์ทั้งหมดภายในปี 2569</p>
<p>“แม้ปัจจุบันจะมีพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บให้ความสนใจและต้องการเปลี่ยนมาใช้ EV สูงถึง 85%  แต่ยังคงมีหลายปัจจัยที่ถือเป็นข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็น ราคารถที่ค่อนข้างสูง สมรรถนะของรถที่ไม่ตอบโจทย์การให้บริการ รวมถึงระบบโครงสร้างและสถานีชาร์จที่อาจยังมีไม่เพียงพอ ดังนั้น แกร็บจึงได้ผนึกความร่วมมือกับ 7 พันธมิตรในแวดวง EV ทั้ง Rever Automotive, H SEM Motor, STROM, Swap &amp; Go, Auto Drive EV, EV Station PluZ, และ Moove ​ซึ่งเป็น Ecosystem ที่ครอบคลุมแบรนด์รถยนต์ EV อย่าง BYD รวมทั้งรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ผู้ให้บริการสถานีชาร์จ ผู้ให้บริการเปลี่ยนแบตสำหรับ EV BIKE  รวมไปถึงผู้ให้บริการด้านสินเชื่อด้วย เพื่อเข้ามามีส่วนร่วมในการลด Painpoint ในการเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าของคนขับ พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็นฟลีทพลังงานสะอาดได้​ตามเป้าหมายของแกร็บในที่สุด&#8221;</p>
<p>นอกจากนี้ แกร็บ ประเทศไทย ยังได้เปิดตัว 2 โปรแกรมใหม่​ที่จะช่วยปลดล็อก พร้อมช่วยแบ่งเบาภาระ เพื่อทำให้พาร์ทเนอร์คนขับแกร็บสามารถเข้าถึง EV ได้ง่ายขึ้น  ได้แก่<strong> ‘ผ่อนขับรับรถ’ (Drive-to-Own)</strong> โปรแกรมสินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้าแบบผ่อนจ่ายรายวัน สำหรับรถยนต์ EV และ  <strong>‘เช่าครบจบบนแอป’ (End-to-End EV Bike Rental)</strong> โปรแกรมเช่ารถ EV Bike ราคาเริ่มต้นเพียง 125 บาทต่อวัน เจาะกลุ่มไรเดอร์ที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายในการให้บริการเดลิเวอรีหรือรับ-ส่งผู้โดยสาร โดยคาดว่าจะช่วยให้คนขับเข้าถึง EV ได้ไม่ต่ำกว่า 8,000 คันภายในปี 2568 หรือในอีก 3 ปีข้างหน้า พร้อมชวนผู้ใช้บริการร่วมรักษ์โลกผ่านฟีเจอร์ <strong> ‘Grab EV rides’</strong> ที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยเพิ่มโอกาสค้นหารถ EV ในพื้นที่และช่วงเวลานั้นๆ มาให้บริการเป็นตัวเลือกแรก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22056 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/3-10.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน <strong>คุณเมธิณี อนวัชกุล</strong> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจการเดินทางและบริหารพาร์ทเนอร์คนขับ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า  แกร็บเริ่มทดลองทำโครงการนำร่องเพื่อส่งเสริมการใช้ EV ในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2563 โดยได้ศึกษาพฤติกรรมการใช้งานและความต้องการของพาร์ทเนอร์คนขับมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เราเข้าใจอินไซต์ของผู้ใช้งานจริง ตลอดจนปัญหาและข้อจำกัดต่างๆ และพยายามใช้ประโยชน์จากข้อมูลเหล่านี้ในการพัฒนาโครงการ Grab EV เพื่อส่งเสริมการเข้าถึง EV ในกลุ่มพาร์ทเนอร์คนขับให้มากขึ้น</p>
<p>&#8220;ปัจจุบันแกร็บทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงกับภาคส่วนต่างๆ ทั้งบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่าย EV  ผู้ให้บริการสถานีชาร์จและระบบบริหารจัดการชาร์จแบตเตอรี ตลอดจนสถาบันการเงิน เพื่อแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาโซลูชันที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานของพาร์ทเนอร์คนขับให้เหมาะสมที่สุด อาทิ  การพัฒนาฟังก์ชันและคุณสมบัติของ EV ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าให้เหมาะกับรูปแบบการให้บริการ การระบุตำแหน่งสถานีชาร์จหรือจุดสลับแบตเตอรีในบริเวณที่มีผู้ใช้บริการหรือพาร์ทเนอร์คนขับหนาแน่น เป็นต้น”</p>
<p>สำหรับรายละเอียดของ 2 โปรแกรมใหม่ ที่จะเข้ามาช่วย​ทลายข้อจำกัดในด้านการเงินซึ่งถือเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงรถ EV ได้มากขึ้น ประกอบด้วย</p>
<p><strong>1. โปรแกรม “ผ่อนขับรับรถ” (Drive-to-Own):</strong>  ภายใต้ความร่วมมือกับ Moove ผู้ให้บริการด้านสินเชื่อยานยนต์ และ Rever Automotive ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า BYD เพื่อเปิดโอกาสให้พาร์ทเนอร์คนขับรายเดิมที่ขับรถในแพลตฟอร์มาเป็นระยะเวลาหนึ่ง สามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อใช้ให้บริการรับส่งผู้โดยสารได้โดยไม่ต้องใช้ประวัติทางการเงิน แต่จะพิจารณาอนุมัติสินเชื่อจากประวัติในการให้บริการกับแกร็บ โดยความพิเศษของโปรแกรมสินเชื่อที่มีระยะเวลาผ่อนนานสูงสุด 72 เดือนนี้คือ พาร์ทเนอร์คนขับไม่ต้องวางเงินดาวน์ และสามารถผ่อนจ่ายได้แบบรายวันผ่านการหักรายได้จากการให้บริการในแต่ละวัน</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีสิทธิประโยชน์เสริมอื่นๆ อาทิ ฟรีค่าซ่อมบำรุงรถ รวมถึงครอบคลุมการทำประกันรถยนต์ ประกันสุขภาพและประกันชีวิตให้กับพาร์ทเนอร์คนขับ ทั้งนี้ โปรแกรมดังกล่าวจะเริ่มเปิดให้พาร์ทเนอร์คนขับแกร็บสามารถจองรถยนต์ไฟฟ้าจาก BYD ได้ในได้ในช่วงต้นปี 2567 และคาดว่าจะทำให้พาร์ทเนอร์คนขับสามารถเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าได้ทั้งสิ้น 5,000 คันภายในปี 2568</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22057 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/4-14.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>2. โปรแกรม “เช่าครบจบบนแอป” (End-to-end EV Bike rental):</strong>  ผ่านการ​ผนึกความร่วมมือกับ 3 ผู้ผลิต EV Bike และผู้นำแพลตฟอร์มสลับแบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ​ได้แก่ STROM, H SEM Motor และ Swap &amp; Go เพื่อให้บริการเช่ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับพาร์ทเนอร์คนขับที่ให้บริการจัดส่งอาหารผ่าน GrabFood จัดส่งพัสดุผ่าน GrabExpress หรือรับส่งผู้โดยสารผ่าน GrabBike</p>
<p>โดยมีอัตราค่าเช่าเริ่มต้นเพียง 125 บาทต่อวัน พร้อมด้วยสิทธิประโยชน์ต่างๆ อาทิ การสลับแบตเตอรีได้ไม่จำกัดรอบตลอด 24 ชั่วโมง การจัดหาอุปกรณ์เสริมให้ เช่น ตะแกรงท้าย ที่วางโทรศัพท์มือถือ และสายชาร์จแบตเตอรีสำหรับชาร์จไฟที่บ้านหรือที่สถานี การจัดหารถสำรองให้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน รวมถึงสนับสนุนค่าบำรุงรักษารถ การทำประกันรถยนต์ชั้น 3+ พร้อมมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลให้คำแนะนำตลอดการใช้งานโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โดยคาดว่าโปรแกรมนี้จะช่วยให้พาร์ทเนอร์คนขับแกร็บสามารถเข้าถึงรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของทั้งสามพันธมิตรหลักได้กว่า 3,000 คัน ภายในปี 2567</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22055 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/2-10.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ภาคเอกชนร่วมส่งเสริมการใช้ EV ในไทย</strong></p>
<p>ภายในงานยังมีการจัดเสวนาพิเศษในหัวข้อ <strong>“บทบาทของภาคเอกชนในการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทย”</strong> โดยได้รับเกียรติจาก 3 ผู้บริหารของบริษัทพันธมิตร ซึ่งประกอบด้วย <strong>คุณวิศิษฎ์ พิทยะวิริยากุล</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด <strong>คุณอาวีมาศ สิริแสงทักษิณ</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท สวอพ แอนด์ โก จำกัด<strong> มร. ลาดี เดอลาโน่</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง Moove พร้อมด้วย <strong>คุณเมธิณี อนวัชกุล</strong> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจการเดินทางและบริหารพาร์ทเนอร์คนขับ แกร็บ ประเทศไทย ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และทรรศนะในการผลักดันการใช้ EV ในประเทศไทย พร้อมหาแนวทางในการสนับสนุนพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บให้สามารถเข้าถึง EV ได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><strong>คุณอาวีมาศ สิริแสงทักษิณ</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท สวอพ แอนด์ โก จำกัด กล่าวว่า “บริษัท สวอพแอนด์โก จำกัด ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพของ ปตท. มีเป้าหมายที่จะเร่งเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ร่วมขับเคลื่อนการใช้พลังงานสะอาด โดยได้พัฒนาแพลตฟอร์มสลับแบตเตอรี่สำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใ้ห้กับผู้บริโภคในการร่วมผลักดันการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ซึ่งความร่วมมือกับแกรปในครั้งนี้ จะเป็นการส่งเสริมระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร ตอบสนองให้ทันต่อการเปลี่ยนผ่านตามทิศทางการใช้พลังงานของประเทศ  พรัอมทั้งร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืนต่อไป”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22053 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Grab-EV-03.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ฝั่งของพาร์ทเนอร์ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์ไฟฟ้า BYD อย่างเป็นทางการในประเทศไทย <strong>คุณวิศิษฎ์ พิทยะวิริยากุล</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด เล่าว่า “Rever Automotive มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำเพื่อลดมลพิษทางสิ่งแวดล้อม ผ่านการนำเสนอรถยนต์พลังงานไฟฟ้า BYD หลากหลายรุ่นสู่ตลาดไทย โดยเราได้ส่งนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของ BYD มาทั้ง 3 รุ่นเพื่อผลักดันการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บภายใต้โครงการ Grab EV ทั้งนี้ เราเชื่อว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ช่วยส่งเสริมให้คนไทยเห็นความสำคัญของการใช้รถ EV และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคกล้าที่เปลี่ยนเพื่อสิ่งแวดล้อมและชีวิตที่ดีกว่า”</p>
<p><strong>มร. ลาดี เดอลาโน่ (Ladi Delano)</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม และผู้ร่วมก่อตั้ง MOOVE กล่าวว่า “การเข้าถึงสินเชื่อรถยนต์ถือเป็นหนึ่งในอุปสรรคของพาร์ทเนอร์ในการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า ดังนั้น เพื่อรับมือกับความท้าทายนี้ Moove ได้ผนึกกำลังกับ Grab เพื่อเปิดโอกาสให้พาร์ทเนอร์คนขับสามารถเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าผ่านผลิตภัณฑ์ <strong>Drive To Own</strong> ของเราได้  โดยเชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นประโยชน์ต่อพาร์ทเนอร์คนขับของ Grab เท่านั้น แต่ยังจะช่วยสร้างผลกระทบเชิงบวกด้านสิ่งแวดล้อมให้กับคนไทย และยังขยายไปในระดับภูมิภาคอีกด้วย”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/grab-thailand-launch-grab-ev-lution-expand-clean-energy-fleet/">เปิดตัว &#8216;Grab EV&#8217; เร่งเครื่อง &#8216;ฟลีทพลังงานสะอาด&#8217; ผนึก 7 พันธมิตร ช่วยคนขับเป็นเจ้าของ​ EV ได้ง่ายขึ้น ตั้งเป้าเฟสแรก 8 พันคัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แกร็บ เผยรายงานความยั่งยืนประจำปี 2565 พร้อมอัพเดทฟีเจอร์ Carbon Offset ของแกร็บ ประเทศไทย ร่วมปลูกต้นไม้แล้ว 5​ หมื่นต้น</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/06/grab-sustainability-report-2022/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Jun 2023 09:35:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Building Sustainable Partner Livelihoods]]></category>
		<category><![CDATA[CNF]]></category>
		<category><![CDATA[Conserve Natural Forests]]></category>
		<category><![CDATA[EcoMatcher]]></category>
		<category><![CDATA[Ensuring a Safe & Trusted Platform]]></category>
		<category><![CDATA[Fostering a Lasting Planet]]></category>
		<category><![CDATA[GRAB]]></category>
		<category><![CDATA[Grab Go Green]]></category>
		<category><![CDATA[Grab Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยบนแพลตฟอร์ม]]></category>
		<category><![CDATA[การยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับพาร์ทเนอร์]]></category>
		<category><![CDATA[การส่งเสริมและดูแลสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[การเติบโตอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ชดเชยคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ฟีเจอร์ Carbon Offset]]></category>
		<category><![CDATA[วรฉัตร ลักขณาโรจน์]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=19488</guid>

					<description><![CDATA[<p>แกร็บ ผู้นำซูเปอร์แอปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตอกย้ำพันธกิจในการสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม และการส่งเสริมในด้านสิ่งแวดล้อม เผยรายงานความยั่งยืนประจำปี 2565 (ESG Report 2022) ที่รวบรวมผลการดำเนินงานต่างๆ ที่แกร็บได้สร้างผลกระทบเชิงบวกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยครอบคลุม 3 ไฮไลท์หลัก ได้แก่ การยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับพาร์ทเนอร์ การพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยบนแพลตฟอร์ม และ การเดินหน้าพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมฉลองผลตอบรับที่ดีของโครงการ “ชดเชยคาร์บอน” ซึ่ง แกร็บ ประเทศไทย ร่วมกับองค์กร EcoMatcher และ Conserve Natural Forests (CNF) ปลูกต้นไม้เพื่อดูดซับคาร์บอนไปแล้วกว่า 50,000 ต้นจากการมีส่วนร่วมของผู้ใช้บริการผ่านฟีเจอร์ Carbon Offset ตลอดปีที่ผ่านมา รวมทั้งยังได้ชวนพนักงานร่วมกิจกรรม Grab Go Green เพื่อเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก  คุณวรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีของการดำเนินธุรกิจ แกร็บมุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีและใช้แพลตฟอร์มของเรามาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเราเชื่อว่าการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนได้นั้น จะต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในสังคม และการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/grab-sustainability-report-2022/">แกร็บ เผยรายงานความยั่งยืนประจำปี 2565 พร้อมอัพเดทฟีเจอร์ Carbon Offset ของแกร็บ ประเทศไทย ร่วมปลูกต้นไม้แล้ว 5​ หมื่นต้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>แกร็บ ผู้นำซูเปอร์แอปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตอกย้ำพันธกิจในการสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม และการส่งเสริมในด้านสิ่งแวดล้อม เผย</strong><strong>รายงานความ</strong><strong>ยั่งยืน</strong><strong>ประจำปี </strong><strong>2565 (ESG Report 2022)</strong> <strong>ที่รวบรวมผลการดำเนินงานต่างๆ ที่แกร็บได้สร้างผลกระทบเชิงบวกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</strong></p>
<p><span id="more-19488"></span></p>
<p><strong> โดยครอบคลุม </strong><strong>3 </strong><strong>ไฮไลท์หลัก ได้แก่ การยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับพาร์ทเนอร์ การพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยบนแพลตฟอร์ม และ การเดินหน้าพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม</strong><strong> </strong><strong>พร้อมฉลองผลตอบรับที่ดีของโครงการ</strong><strong> “</strong><strong>ชดเชยคาร์บอน</strong><strong>” </strong><strong>ซึ่ง แกร็บ ประเทศไทย ร่วมกับองค์กร </strong><strong>EcoMatcher</strong> <strong>และ </strong><strong>Conserve Natural Forests (CNF)</strong> <strong>ปลูกต้นไม้เพื่อดูดซับคาร์บอนไปแล้วกว่า </strong><strong>50,000 </strong><strong>ต้นจากการมีส่วนร่วมของผู้ใช้บริการผ่านฟีเจอร์ </strong><strong>Carbon Offset </strong><strong>ตลอดปีที่ผ่านมา</strong><strong> </strong><strong>รวมทั้งยังได้ชวนพนักงานร่วมกิจกรรม </strong><strong>Grab Go Green </strong><strong>เพื่อเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก</strong><strong> </strong></p>
<p><strong>คุณวรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย </strong>กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีของการดำเนินธุรกิจ แกร็บมุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีและใช้แพลตฟอร์มของเรามาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเราเชื่อว่าการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนได้นั้น จะต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในสังคม และการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งในปีที่ผ่านมา แกร็บทั่วทั้งภูมิภาคได้พัฒนาการทำงานในหลายส่วนโดยมุ่งผลักดันใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การสร้างโอกาสทางรายได้ให้กับของพาร์ทเนอร์ การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยบนแพลตฟอร์ม และการส่งเสริมประเด็นในด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งถูกรวบรวมไว้ในรายงานความยั่งยืนฉบับล่าสุด”</p>
<p>สำหรับรายงานความยั่งยืนของแกร็บประจำปี 2565 ได้นำเสนอภาพรวมของการดำเนินงานที่ได้สร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีไฮไลท์สำคัญ คือ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19490 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/info1.jpg" alt="" width="1920" height="995" /></p>
<p><strong>1. การยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับพาร์ทเนอร์ (</strong><strong>Building Sustainable Partner Livelihoods):</strong></p>
<p><strong>&#8211; เปิดโอกาสให้พาร์ทเนอร์คนขับ-ร้านค้ากว่า </strong><strong>10 </strong><strong>ล้านคนทั่งทั้งภูมิภาค </strong>สร้างรายได้บนแพลตฟอร์ม ซึ่งรวมถึงผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกายกว่า 2,100 คน</p>
<p>&#8211; โดยในปีที่ผ่านมา <strong>พาร์ทเนอร์คนขับและพาร์ทเนอร์ร้านค้าสามารถสร้างรายได้ผ่านแพลตฟอร์มได้รวมกันมากกกว่า </strong><strong>6 </strong><strong>พันล้านเหรียญสหรัฐฯ </strong>หรือประมาณ 3.6 แสนล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2564 ถึง 19%</p>
<p><strong>&#8211; ช่วยให้พาร์ทเนอร์ร้านค้าขนาดเล็กมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนสูงขึ้นกว่า </strong><strong>26% </strong>หลังจากเปิดร้านบนแพลตฟอร์มเป็นเวลาหนึ่งปี</p>
<p><strong>2. การพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยบนแพลตฟอร์ม (</strong><strong>Ensuring a Safe &amp; Trusted Platform): </strong></p>
<p><strong>&#8211; 99% </strong><strong>ของการเดินทางเพื่อให้</strong>บริการรับส่งผู้โดยสารและบริการเดลิเวอรี <strong>ปลอดภัยจากอุบัติเหตุ</strong></p>
<p><strong>&#8211; แกร็บเป็นแพลตฟอร์มแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่พัฒนา </strong><strong>2 </strong><strong>นวัตกรรมเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย</strong> ได้แก่ ฟีเจอร์ AudioProtect และฟีเจอร์ Quite Ride</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19491 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/2-9.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>3. การส่งเสริมและดูแลสิ่งแวดล้อม (</strong><strong>Fostering a Lasting Planet):</strong></p>
<p><strong>&#8211; ลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก (</strong><strong>GHG) </strong><strong>กว่า </strong><strong>48,000 </strong><strong>ตัน </strong>จากการดำเนินงานใน 3 ส่วน ได้แก่   1) ให้บริการรูปแบบใหม่ที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ เช่น การขนส่งโดยจักรยาน หรือการเดิน 2) เพิ่มการใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) และ 3) ปรับปรุงประสิทธิภาพในการให้บริการ</p>
<p><strong>&#8211; สนับสนุนการปลูกต้นไม้กว่า </strong><strong>200,000 </strong><strong>ต้น จากโครงการชดเชยคาร์บอนที่ส่งเสริมให้ผู้ใช้บริการร่วมบริจาค</strong></p>
<p><strong>&#8211; ลดปริมาณขยะพลาสติกกว่า </strong><strong>8,100 </strong><strong>ตันจากการงดใช้ช้อนส้อมพลาสติกรวม </strong><strong>898 </strong><strong>ล้านชุดของผู้ใช้บริการ</strong>ในปีที่ผ่านมา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19492 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/1-12.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับในประเทศไทย นอกเหนือจากการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในกลุ่มพาร์ทเนอร์คนขับ และการพัฒนาฟีเจอร์เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้บริการงดรับช้อนส้อมพลาสติก อีกหนึ่งกิจกรรมที่ริเริ่มขึ้นช่วยลดผลกระทบในด้านสิ่งแวดล้อม คือการเปิดตัว <strong>“ฟีเจอร์ Carbon Offset”</strong> ในปี 2564 โดยได้เชิญชวนให้ผู้ใช้บริการมีส่วนร่วมในการชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนเมื่อใช้บริการต่างๆ ของแกร็บ ผ่านการบริจาคเงินจำนวน 2 บาทต่อเที่ยวการเดินทางด้วยรถยนต์ หรือ 1 บาทต่อเที่ยวการเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ หรือการใช้บริการเดลิเวอรี</p>
<p>เพื่อสมทบเข้าโครงการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าไม้ในประเทศไทย ซึ่งดำเนินการโดย Conserve Natural Forests (CNF) องค์กรไม่แสวงหากำไรในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่มีภารกิจหลักในการฟื้นฟูภูมิทัศน์ป่าธรรมชาติในประเทศไทย และ EcoMatcher แพลตฟอร์มที่ช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถติดตามการเติบโตของต้นไม้ หรือดูข้อมูลต่างๆ ของต้นไม้ที่ตนเองร่วมบริจาคได้ โดยโครงการนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ใช้บริการเป็นอย่างมาก จนทำให้ในปีที่ผ่านมา สามารถ <strong>ปลูกต้นไม้เพื่อช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนในประเทศไทยไปแล้วกว่า </strong><strong>50,000 </strong><strong>ต้นในจังหวัดกระบี่ และแม่ฮ่องสอน ทั้งยังเป็นการช่วยเหลือคนในพื้นที่กว่า </strong><strong>51 </strong><strong>ครอบครัว</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19493 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/3-6.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>“และเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลกที่ผ่านมา เรายังได้จัดกิจกรรม Grab Go Green เพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้คนในองค์กร ด้วยการเชิญชวนพนักงานแกร็บมาร่วมเรียนรู้ถึงความหลากหลายทางชีวภาพ พร้อมร่วมกิจกรรมเพาะกล้าและปลูกต้นไม้ และปั้น EM ball ซึ่งช่วยบำบัดน้ำเสียในชุมชน สร้างความสมบูรณ์ให้กลับคืนสู่ธรรมชาติ ณ หมู่บ้านหิ่งห้อย บางกระสอบ จังหวัดสมุทรปราการ” <strong>นายวรฉัตร</strong> ปิดท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/grab-sustainability-report-2022/">แกร็บ เผยรายงานความยั่งยืนประจำปี 2565 พร้อมอัพเดทฟีเจอร์ Carbon Offset ของแกร็บ ประเทศไทย ร่วมปลูกต้นไม้แล้ว 5​ หมื่นต้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
