<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วราวุธ ศิลปะอาชา &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b8%e0%b8%98-%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 09 Jun 2023 12:50:30 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>วราวุธ ศิลปะอาชา &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ธนาคารกรุงเทพ คิกออฟ “Bualuang Save the Earth: รักษ์ท่าจีน” ต้อนรับ “8 มิถุนายน &#8211; วันทะเลโลก” ชวนลดขยะในแม่น้ำท่าจีนอย่างจริงจังก่อนไหลลงทะเล ชูบทบาท “เพื่อนคู่คิด” อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม-พลังงาน สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/06/bbl-launch-bualuang-save-the-earth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Jun 2023 12:50:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BBL]]></category>
		<category><![CDATA[Bualuang Save the Earth: รักษ์ท่าจีน]]></category>
		<category><![CDATA[Planet Ocean: Tides are Changing]]></category>
		<category><![CDATA[กอบศักดิ์ ภูตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมาภิบาล]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะแม่น้ำท่าจีน]]></category>
		<category><![CDATA[วราวุธ ศิลปะอาชา]]></category>
		<category><![CDATA[วันทะเลโลก]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อนคู่คิด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=19032</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารกรุงเทพ เปิดโครงการ “Bualuang Save the Earth: รักษ์ท่าจีน” เดินหน้ามาตรการลดปริมาณขยะในแม่น้ำท่าจีน ก่อนไหลลงทะเล เตรียมติดตั้งทุ่นกักขยะ พร้อมแผนจัดการขยะในชุมชนริมคลองมหาชัย เน้นแก้ปัญหาครบวงจร-เพิ่มการมีส่วนร่วม-สร้างรายได้ให้ชุมชน สานต่อตามเจตจำนงร่วมมือภาครัฐ-เอกชน จัดการขยะทะเลอย่างเป็นรูปธรรม ยึดมั่นแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน เล็งต่อยอดโปรโมทโครงการ เป็น “เพื่อนคู่คิด” หนุนสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพลังงานในวงกว้าง นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ และเลขานุการบริษัท ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในโอกาส “วันทะเลโลก” ประจำปี 2566 ธนาคารกรุงเทพได้เปิดตัวโครงการ “Bualuang Save the Earth: รักษ์ท่าจีน” เพื่อดำเนินการมาตรการต่าง ๆ โดยมีเป้าหมายลดปริมาณและจัดการขยะในแม่น้ำท่าจีนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบดูแลของธนาคารกรุงเทพ อันเป็น 1 ใน 5 ของแม่น้ำสายหลักอันเป็นเส้นทางสำคัญที่ขยะจะไหลลงสู่ทะเลในบริเวณปากแม่น้ำ โดยในระยะที่ 1 ธนาคารจะดำเนินการติดตั้งทุ่นกักขยะ (Boom) ในบริเวณชุมชนริมคลองมหาชัย ซึ่งเป็นคลองสาขาของแม่น้ำท่าจีนที่น้ำจะมารวมกันและไหลออกสู่ทะเลอ่าวไทยต่อไป ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวนับเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่าง ๆ ได้ร่วมกันลงนามใน “บันทึกแสดงเจตจำนงว่าด้วยความร่วมมือในการจัดการขยะทะเล โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในบริเวณปากแม่น้ำ” ระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมควบคุมมลพิษ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/bbl-launch-bualuang-save-the-earth/">ธนาคารกรุงเทพ คิกออฟ “Bualuang Save the Earth: รักษ์ท่าจีน” ต้อนรับ “8 มิถุนายน &#8211; วันทะเลโลก” ชวนลดขยะในแม่น้ำท่าจีนอย่างจริงจังก่อนไหลลงทะเล ชูบทบาท “เพื่อนคู่คิด” อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม-พลังงาน สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="font-weight: 400;"><strong>ธนาคารกรุงเทพ เปิดโครงการ “</strong><strong>Bualuang Save the Earth: รักษ์ท่าจีน” เดินหน้ามาตรการลดปริมาณขยะในแม่น้ำท่าจีน ก่อนไหลลงทะเล เตรียมติดตั้งทุ่นกักขยะ</strong></p>
<p><span id="more-19032"></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong> พร้อมแผนจัดการขยะในชุมชนริมคลองมหาชัย เน้นแก้ปัญหาครบวงจร-เพิ่มการมีส่วนร่วม-สร้างรายได้ให้ชุมชน สานต่อตามเจตจำนงร่วมมือภาครัฐ-เอกชน จัดการขยะทะเลอย่างเป็นรูปธรรม ยึดมั่นแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน เล็งต่อยอดโปรโมทโครงการ เป็น “เพื่อนคู่คิด” หนุนสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพลังงานในวงกว้าง</strong></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ และเลขานุการบริษัท ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยว่า ในโอกาส “วันทะเลโลก” ประจำปี 2566 ธนาคารกรุงเทพได้เปิดตัว<strong>โครงการ “</strong><strong>Bualuang Save the Earth: รักษ์ท่าจีน”</strong> เพื่อดำเนินการมาตรการต่าง ๆ โดยมีเป้าหมายลดปริมาณและจัดการขยะในแม่น้ำท่าจีนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบดูแลของธนาคารกรุงเทพ อันเป็น 1 ใน 5 ของแม่น้ำสายหลักอันเป็นเส้นทางสำคัญที่ขยะจะไหลลงสู่ทะเลในบริเวณปากแม่น้ำ โดยในระยะที่ 1 ธนาคารจะดำเนินการติดตั้งทุ่นกักขยะ (Boom) ในบริเวณชุมชนริมคลองมหาชัย ซึ่งเป็นคลองสาขาของแม่น้ำท่าจีนที่น้ำจะมารวมกันและไหลออกสู่ทะเลอ่าวไทยต่อไป</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19034 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/BBL_03.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวนับเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่าง ๆ ได้ร่วมกันลงนามใน “บันทึกแสดงเจตจำนงว่าด้วยความร่วมมือในการจัดการขยะทะเล โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในบริเวณปากแม่น้ำ” ระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมควบคุมมลพิษ และกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย ร่วมกับภาคเครือข่ายภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการในระยะนำร่องจำนวน 5 แห่ง แบ่งกันรับผิดชอบดูแล 5 แม่น้ำสายหลัก ซึ่งจะมีความร่วมมือเป็นระยะเวลา 5 ปี นับจากได้ลงนามในวันที่ 8 มิถุนายน 2565 ณ จังหวัดภูเก็ต</p>
<p style="font-weight: 400;">นอกจากแผนดำเนินการติดตั้งทุ่นกักขยะตามแผนงานระยะที่ 1 ซึ่งจะดำเนินการภายในเดือน กรกฎาคม &#8211; ธันวาคม 2566 นี้แล้ว คณะทำงานยังได้เริ่มศึกษาและเตรียมความพร้อมสำหรับแผนงานระยะที่ 2 เกี่ยวกับโครงการจัดการขยะชุมชนริมน้ำ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งต้นเหตุสำคัญของปัญหาขยะ เนื่องจากขยะทะเลส่วนใหญ่กว่า 80% มีแหล่งกำเนิดจากบนบก และอีก 20% เกิดจากในทะเล ดังนั้น การดำเนินการของโครงการจะให้ความสำคัญกับการจัดการขยะอย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวคิดสำคัญของโครงการ ขณะเดียวกัน ธนาคารยังให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมกับชุมชน ภาครัฐ และเอกชน พร้อมกับบูรณาการเข้ากับการจัดการขยะในพื้นที่ เพื่อให้แก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่ความยั่งยืน สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนเพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ต่อไปในระยะยาว</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-19035 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/BBL_05.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>นายกอบศักดิ์</strong> กล่าวอีกว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วนในสังคม และต้องใช้เวลาแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง คงไม่สามารถดำเนินการในครั้งเดียวแล้วสำเร็จในทันที แต่ต้องดำเนินการและเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่องและนำไปปรับแผนดำเนินการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับธนาคารกรุงเทพที่มีความตั้งใจที่จะเข้ามามีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาขยะในทะเลอย่างจริงจังและอยากเชิญชวนทุกคนมาร่วมแก้ไขปัญหานี้ด้วยกัน ด้วยหวังว่าจะช่วยลดขยะตกค้างในทะเลและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับระบบนิเวศ เป็นประโยชน์ต่อคนในพื้นที่และสังคมวงกว้าง ขณะเดียวกันจะเน้นการจัดการขยะเหล่านี้โดยไปแปรรูปเพื่อกลับมาใช้ประโยชน์ได้ใหม่ที่จะช่วยลดการใช้ทรัพยากร และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับนโยบายของธนาคารกรุงเทพ ที่มีความมุ่งมั่นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล</p>
<p style="font-weight: 400;">“ภายใต้โครงการ <strong>Bualuang Save the Earth </strong>เรามีกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์และนำไปสู่การลดใช้พลังงาน ลดการใช้ทรัพยากร ลดปริมาณขยะ และลดก๊าซเรือนกระจก เราสามารถนำมาต่อยอดด้วยการสื่อสารผ่านช่องทางต่าง ๆ ของธนาคาร เพื่อส่งเสริมและสร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพลังงานให้แก่พนักงาน ตลอดจนลูกค้า คู่ค้า และประชาชนทั่วไป เพราะถือเป็นอีกหนึ่งบทบาทของการเป็น <strong>“เพื่อนคู่คิด”</strong> ที่จะคอยแนะนำข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ ช่วยกันส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพลังงานอันจะเป็นส่วนสำคัญต่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน”  <strong>นายกอบศักดิ์ กล่าว</strong></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-19036 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/BBL_07.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ <strong>นายกอบศักดิ์</strong> ยังได้นำคณะผู้บริหารและพนักงานธนาคารกรุงเทพ ร่วมกิจกรรมในงานวันทะเลโลก ประจำปี 2566 ซึ่งจัดโดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด “<strong>Planet Ocean: Tides are Changing”</strong> “เปลี่ยน พลิกฟื้น คืนโลกสีคราม” ในวันที่ 8 มิถุนายน 2566 ทั้งที่เวทีกลาง   ณ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง โดยมีนายวราวุธ ศิลปะอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นประธาน และที่อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร โดยมีนายกองเอก อาวุธ วิเชียรฉาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานในงาน พร้อมด้วยหน่วยงานราชการในท้องถิ่น องค์กรเอกชน และภาคประชาชนเข้าร่วมเพื่อกระตุ้นความตระหนักรู้ของสาธารณชนถึงปัญหาจากขยะที่ถูกทิ้งลงแหล่งน้ำและไหลออกสู่ทะเล ส่งผลให้สัตว์ทะเลบาดเจ็บและตาย ขยะบางส่วนสลายตัวเป็นไมโครพลาสติกซึ่งอาจปนเปื้อนในห่วงโซ่อาหาร และย้อนกลับมาเป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์  ทั้งยังมีขยะอีกส่วนหนึ่งที่ถูกคลื่นซัดกลับสู่ชายฝั่ง ทำให้เสียทัศนียภาพและส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/bbl-launch-bualuang-save-the-earth/">ธนาคารกรุงเทพ คิกออฟ “Bualuang Save the Earth: รักษ์ท่าจีน” ต้อนรับ “8 มิถุนายน &#8211; วันทะเลโลก” ชวนลดขยะในแม่น้ำท่าจีนอย่างจริงจังก่อนไหลลงทะเล ชูบทบาท “เพื่อนคู่คิด” อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม-พลังงาน สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อนาคตประเทศไทย แค่ปลูกต้นไม้ ก็ได้เงิน ด้วยตลาดการค้า Carbon Credit</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2021/08/carbon-credit/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 Aug 2021 05:52:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การซื้อขายCarbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตปรินท์]]></category>
		<category><![CDATA[วราวุธ ศิลปะอาชา]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=9698</guid>

					<description><![CDATA[<p>**กระแสของโลกร้อนกลายเป็นเรื่องที่คนทั้งโลกต้องหันมาให้ความสนใจ เมื่อก่อนอาจจะคิดว่าเรื่องโลกร้อนไกลตัว แต่ตอนนี้ผลต่อกระทบสิ่งแวดล้อมสร้างความเปลี่ยนแปลงในด้านลบต่อชีวิตของมนุษย์ **คำว่า Carbon Credit , Carbon Footprint จึงเริ่มมีคนเอ่ยถึงมากขึ้น มันคืออะไร??? สำคัญอย่างไร??? โดยเฉพาะเจ้าของธุรกิจในอนาคตจะต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับศัพท์คำนี้แล้ว ** อีกคนหนึ่งคำที่จะมาอธิบายเรื่องนี้ชัดเจน คือ วราวุธ ศิลปะอาชา เจ้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่จะมาให้ความกระจ่างเรื่อง Carbon Credit ในแง่การค้าที่ไม่ว่าจะซื้อหรือขายก็ win win ทั้งคู่ ปี 2021 เป็นช่วงเวลาสำคัญ ที่นานาประเทศร่วมมือกันขับเคลื่อนโลกไปสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ซึ่งทุกประเทศ ทุกเมือง รวมถึงองค์กรธุรกิจ จะต้องจัดทำและดำเนินตามแผนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือตั้งเป้าหมายให้ก๊าซคาร์บอนเท่ากับศูนย์ภายในปี 2050 เพื่อรักษาอุณหภูมิเฉลี่ยของโลก ไม่ให้เพิ่มขึ้นเกิน 1.5 &#8211; 2 องศาเซลเซียส ครับ ซึ่งหนึ่งในกลไกที่จะเข้ามามีบทบาท ในการลดปริมาณคาร์บอน จากภาคธุรกิจทั่วโลกก็คือ การคำนวน Carbon Credit จากภาคการผลิต ในแต่ละอุตสาหกรรม ซึ่งจะมีการกำหนดมาตรฐานของอุตสาหกรรมแต่ละประเภท ว่ามีเพดานอยู่ที่เท่าไหร่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/08/carbon-credit/">อนาคตประเทศไทย แค่ปลูกต้นไม้ ก็ได้เงิน ด้วยตลาดการค้า Carbon Credit</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">**กระแสของโลกร้อนกลายเป็นเรื่องที่คนทั้งโลกต้องหันมาให้ความสนใจ เมื่อก่อนอาจจะคิดว่าเรื่องโลกร้อนไกลตัว แต่ตอนนี้ผลต่อกระทบสิ่งแวดล้อมสร้างความเปลี่ยนแปลงในด้านลบต่อชีวิตของมนุษย์ </span><br />
<span style="color: #993366;">**คำว่า Carbon Credit , Carbon Footprint จึงเริ่มมีคนเอ่ยถึงมากขึ้น มันคืออะไร??? สำคัญอย่างไร??? โดยเฉพาะเจ้าของธุรกิจในอนาคตจะต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับศัพท์คำนี้แล้ว </span><br />
<span style="color: #993366;">** อีกคนหนึ่งคำที่จะมาอธิบายเรื่องนี้ชัดเจน คือ วราวุธ ศิลปะอาชา เจ้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่จะมาให้ความกระจ่างเรื่อง Carbon Credit ในแง่การค้าที่ไม่ว่าจะซื้อหรือขายก็ win win ทั้งคู่</span></h4>
<p><span id="more-9698"></span></p>
<p>ปี 2021 เป็นช่วงเวลาสำคัญ ที่นานาประเทศร่วมมือกันขับเคลื่อนโลกไปสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ซึ่งทุกประเทศ ทุกเมือง รวมถึงองค์กรธุรกิจ จะต้องจัดทำและดำเนินตามแผนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือตั้งเป้าหมายให้ก๊าซคาร์บอนเท่ากับศูนย์ภายในปี 2050 เพื่อรักษาอุณหภูมิเฉลี่ยของโลก ไม่ให้เพิ่มขึ้นเกิน 1.5 &#8211; 2 องศาเซลเซียส ครับ</p>
<p>ซึ่งหนึ่งในกลไกที่จะเข้ามามีบทบาท ในการลดปริมาณคาร์บอน จากภาคธุรกิจทั่วโลกก็คือ การคำนวน Carbon Credit จากภาคการผลิต ในแต่ละอุตสาหกรรม ซึ่งจะมีการกำหนดมาตรฐานของอุตสาหกรรมแต่ละประเภท ว่ามีเพดานอยู่ที่เท่าไหร่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-9701 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/CARBON-2.jpg" alt="" width="637" height="331" /></p>
<p>ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆ ดังนี้ครับ</p>
<p>บริษัท A ผลิตสินค้า โดยสร้าง คาร์บอนฟุตปรินท์ทั้งกระบวนการ อยู่ที่ 100 หน่วย<br />
ค่ามาตรฐาน คาร์บอนฟุตปรินท์ ของประเภทสินค้า A ที่กำหนดโดยรัฐบาล อยู่ที่ 70 หน่วย<br />
= บริษัท A มีค่าคาร์บอนเครดิต -30 หน่วย</p>
<p>ค่าคาร์บอนเครดิต ที่ติดลบ 30 หน่วยนี้ อาจส่งผลให้<br />
1. บริษัท A ต้องจ่ายภาษีด้านสิ่งแวดล้อมสูงขึ้น<br />
2. บริษัท A อาจไม่สามารถส่งออกสินค้า ไปยังประเทศที่มีมาตรการกีดกันสินค้าที่ไม่ผ่านมาตรฐานสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ทางออกของบริษัท A ที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้ จึงได้แก่<br />
1. ลงทุนปรับปรุงคุณภาพ ขั้นตอน เทคโนโลยีการผลิต ให้ผลิตคาร์บอน น้อยลง<br />
2. เพิ่มศักยภาพ ภาคดูดซับคาร์บอน เช่น ปลูกสวนป่าในพื้นที่ของบริษัท A<br />
3. ซื้อคาร์บอนเครดิต จากตลาดการค้าคาร์บอน</p>
<p>ทางออกที่ไวที่สุด ก็คือข้อ 3 นี่ล่ะครับ ที่บริษัท A ต้องใช้เงินแก้ปัญหา โดยการซื้อ Carbon Credit มาชดเชยให้สินค้าของตนเอง ซึ่งคาร์บอนเครดิตที่นำมาจำหน่ายนี้ ก็จะได้มาจากบริษัทอื่นๆ ที่สามารถควบคุมปริมาณคาร์บอนของตนเองให้ต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนด จนมีค่า Carbon Credit คงเหลือ สามารถนำมาขายต่อในตลาดได้ ยกตัวอย่าง เช่น TESLA ซึ่งผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จนมีจำนวน Carbon Credit คงเหลือมหาศาล ก็สามารถนำ Carbon Credit ของตัวเองมาขาย จนสร้างรายได้ไปถึง 3,300 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ หรือ คิดเป็นเงินไทย ราวๆ 1 แสนล้านบาทเลยครับ</p>
<p>ซึ่งโอกาสในตลาดการค้าคาร์บอนเครดิต จะไม่ตกอยู่กับแค่ กลุ่มทุนใดกลุ่มหนึ่ง ที่มีเทคโนโลยีนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังสามารถขยายโอกาสในการสร้างรายได้ไปยัง พี่น้องประชาชนในชนบท ผ่านเครือข่ายป่าชุมชนทั่วประเทศ ที่ปลูกต้นไม้ขยายพื้นที่ป่ากันอยู่แล้วด้วย ฉะนั้น ต่อไปในอนาคต การปลูกและรักษาต้นไม้เอาไว้ มีแนวโน้มที่จะสร้างรายได้และประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมให้พี่น้องคนไทย ได้มากกว่าการตัดครับ</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #993366;"><strong>ตลาดการค้า Carbon Credit ประเทศไทย อยู่ตรงไหนในโลก</strong></span></p>
<p>วันนี้ผมจะพูดถึงต่างประเทศครับ ว่ามีที่ไหนในโลกที่มีการใช้ตลาดการค้าคาร์บอนเครดิตกันไปแล้วบ้าง เพราะในอนาคตอันใกล้ ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบ บนเวทีการค้าโลก เนื่องจากชาติมหาอำนาจหลายประเทศ เริ่มสร้างเงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อมกับประเทศคู่ค้ามากขึ้น ด้วยมาตรการกีดกันทางการค้ากับประเทศคู่ค้าที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก (คาร์บอนไดออกไซต์ มีเทน ไนตรัสออกไซด์ หรือก๊าซอื่นๆที่เกี่ยวข้อง) เกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนด โดยมี “คาร์บอนเครดิต” เป็นมาตรวัด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-9700 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/CARDON-1-1.jpg" alt="" width="664" height="431" /><br />
ปัจจุบัน “ตลาดคาร์บอนเครดิต” แบ่งออกได้ 2 กลุ่ม ได้แก่<br />
&#8211; “กลุ่มตลาดทางการ” จัดตั้งขึ้น และมีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สนับสนุนการซื้อขายคาร์บอน เช่น ญี่ปุ่น เริ่มใช้เมื่อปี พ.ศ.2556 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (เยอรมัน ฝรั่งเศส ฯลฯ) เริ่มใช้เมื่อปี พ.ศ. 2561<br />
&#8211; “กลุ่มตลาดสมัครใจ” จัดตั้งขึ้นตามความร่วมมือมือของหน่วยงานหรือองค์กรสนับสนุนให้มีการซื้อขายคาร์บอนแบบสมัครใจ เช่น สหรัฐอเมริกา เริ่มใช้เมื่อปี พ.ศ. 2555 และ ไทย เริ่มต้นใช้ในปี 2564 นี้ครับ<br />
ซึ่งในขณะนี้ อัตราการคำนวนคาร์บอนเครดิต ของแต่ละประเทศ กำลังอยู่ในระหว่าง หาข้อตกลงร่วมกัน เพื่อหาค่ามาตรฐานที่สามารถใช้ร่วมกันได้ต่อไปในอนาคต ซึ่งต่อไป ตลาดคาร์บอนเครดิต ก็จะมีกลไกการทำงานคล้ายคลึง กับตลาดหุ้นที่ค้าสกุลเงินต่างๆอยู่ในขณะนี้ครับ<br />
จากรายงานของธนาคารโลก ได้ระบุว่าการซื้อขายคาร์บอนในตลาดโลก เมื่อปี พ.ศ.2562 มีมูลค่าสูงถึง 33,000 ล้านเหรียญสหรัฐ พุ่งสูงขึ้นถึง 11,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในระยะเวลาแค่ 2 ปี จากปีพ.ศ.2559 ที่มีมูลค่า 22,000 ล้านเหรียญสหรัฐ<br />
สำหรับ ประเทศไทย เรามีหน่วยงานที่ทำงานเกี่ยวข้องกับคาร์บอนเครดิตโดยตรง คือ “องค์การบริหารจัดก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก.” เป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูลคาร์บอนเครดิต สนับสนุนข้อมูลวิชาการ รับรองการซื้อขายคาร์บอนเครดิต ประสานงานองค์การในประเทศและต่างประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำกิจกรรมซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิตครับ<br />
ซึ่งเมื่อเดือนมิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการก่อตั้งกลุ่ม Carbon Markets Club ซึ่งมีองค์การบริหารจัดก๊าซเรือนกระจก ช่วยสนับสนุนการซื้อขายคาร์บอนอย่างเป็นทางการครั้งแรกของประเทศไทย โดยมีการซื้อขาย คาร์บอน จำนวน 2,564 ตันคาร์บอนคาร์บอนไดออกไซด์ เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 1,491 ไร่ ซึ่งเงินที่ได้จากการขายคาร์บอนเครดิตจากโครงการนี้ จะนำไปทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมต่อไปครับ</p>
<p><strong>ข้อมูล เพจTOP Varawut</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/08/carbon-credit/">อนาคตประเทศไทย แค่ปลูกต้นไม้ ก็ได้เงิน ด้วยตลาดการค้า Carbon Credit</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
