<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วัคซีนป้องกันโควิด-19 &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%84%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%94-19/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 30 Dec 2021 13:49:48 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>วัคซีนป้องกันโควิด-19 &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>AZ ส่งมอบวัคซีนโควิดให้ไทยครบตามสัญญา 61 ล้านโดส</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2021/12/astrazeneca-thailand-year-end/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Dec 2021 13:49:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[astrazeneca]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[วัคซีนป้องกันโควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[แอสตร้าเซนเนก้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=10567</guid>

					<description><![CDATA[<p>แอสตร้าเซนเนก้า เปิดเผยวันนี้ว่า ตลอดเดือนธันวาคม บริษัทฯ ได้ส่งมอบวัคซีนป้องกันโควิด-19 (ChAdOx1-S [Recombinant]) จำนวนกว่า 15 ล้านโดส ให้กับกระทรวงสาธารณสุข รวมยอดส่งมอบวัคซีน ณ ปัจจุบันครบจำนวน 61 ล้านโดส ตามแผนการจัดหาวัคซีนให้กับประเทศไทย ทั้งนี้ แอสตร้าเซนเนก้าจะทำการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพิ่มอีกจำนวน 60 ล้านโดส ให้แก่ประเทศไทยสำหรับใช้ในการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน โดยจะทำการทยอยส่งมอบในปี 2565 ตามสัญญาการจัดซื้อวัคซีนที่แอสตร้าเซนเนก้า และรัฐบาลไทยได้ร่วมลงนามเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาเพื่อสนับสนุนแผนการฉีดวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งสามารถดำเนินการเปลี่ยนเป็นวัคซีนรุ่นใหม่ได้หลังจากได้รับการรับรองการขึ้นทะเบียนจากหน่วยงานกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพในประเทศไทย มร.เจมส์ ทีก ประธาน บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “แอสตร้าเซนเนก้าตระหนักถึงหน้าที่สำคัญในการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดยสิ่งที่เราให้ความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดในขณะนี้ คือ การผลิตและส่งมอบวัคซีนที่มีคุณภาพ เพื่อสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุขในการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งในขณะนี้ได้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่อย่าง โอไมครอน เราได้เร่งการผลิตและส่งมอบวัคซีนในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา และจะยังคงเดินหน้าสนับสนุนประเทศไทยในการยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง” วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตในประเทศไทยโดยสยามไบโอไซเอนซ์ ได้รับการขึ้นทะเบียนให้นำมาใช้ในภาวะฉุกเฉิน (EUL) จากองค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งเป็นการยืนยันว่าวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าเป็นวัคซีนที่มีคุณภาพสูง และผลิตตามเกณฑ์มาตรฐานเดียวกันทั่วโลกไม่ว่าจะผลิตจากที่ใดก็ตาม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/12/astrazeneca-thailand-year-end/">AZ ส่งมอบวัคซีนโควิดให้ไทยครบตามสัญญา 61 ล้านโดส</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">แอสตร้าเซนเนก้า เปิดเผยวันนี้ว่า ตลอดเดือนธันวาคม บริษัทฯ ได้ส่งมอบวัคซีนป้องกันโควิด-19 (ChAdOx1-S [Recombinant]) จำนวนกว่า 15 ล้านโดส ให้กับกระทรวงสาธารณสุข รวมยอดส่งมอบวัคซีน ณ ปัจจุบันครบจำนวน 61 ล้านโดส ตามแผนการจัดหาวัคซีนให้กับประเทศไทย</span></h4>
<p><span id="more-10567"></span></p>
<p>ทั้งนี้ แอสตร้าเซนเนก้าจะทำการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพิ่มอีกจำนวน 60 ล้านโดส ให้แก่ประเทศไทยสำหรับใช้ในการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน โดยจะทำการทยอยส่งมอบในปี 2565 ตามสัญญาการจัดซื้อวัคซีนที่แอสตร้าเซนเนก้า และรัฐบาลไทยได้ร่วมลงนามเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาเพื่อสนับสนุนแผนการฉีดวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งสามารถดำเนินการเปลี่ยนเป็นวัคซีนรุ่นใหม่ได้หลังจากได้รับการรับรองการขึ้นทะเบียนจากหน่วยงานกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพในประเทศไทย</p>
<p>มร.เจมส์ ทีก ประธาน บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “แอสตร้าเซนเนก้าตระหนักถึงหน้าที่สำคัญในการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดยสิ่งที่เราให้ความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดในขณะนี้ คือ การผลิตและส่งมอบวัคซีนที่มีคุณภาพ เพื่อสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุขในการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งในขณะนี้ได้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่อย่าง โอไมครอน เราได้เร่งการผลิตและส่งมอบวัคซีนในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา และจะยังคงเดินหน้าสนับสนุนประเทศไทยในการยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง”</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class=" wp-image-10568 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/AZ1.jpg" alt="" width="534" height="556" /></p>
<p>วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตในประเทศไทยโดยสยามไบโอไซเอนซ์ ได้รับการขึ้นทะเบียนให้นำมาใช้ในภาวะฉุกเฉิน (EUL) จากองค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งเป็นการยืนยันว่าวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าเป็นวัคซีนที่มีคุณภาพสูง และผลิตตามเกณฑ์มาตรฐานเดียวกันทั่วโลกไม่ว่าจะผลิตจากที่ใดก็ตาม</p>
<p>ผลสรุป แอสตร้าเซนเนก้าและพันธมิตรผู้ผลิตได้ส่งมอบวัคซีนป้องกันโควิด-19 ซึ่งคิดค้นและพัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด กว่า 2.3 พันล้านโดสให้แก่ประเทศต่างๆ กว่า 170 ประเทศทั่วโลก โดย 2 ใน 3 ของจำนวนวัคซีนดังกล่าวได้ถูกส่งมอบให้กับกลุ่มประเทศที่มีรายได้ต่ำและกลุ่มประเทศที่มีรายได้ปานกลางค่อนไปทางต่ำ ทั้งนี้ นับตั้งแต่มีการเริ่มใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า วัคซีนได้ช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 กว่า 50 ล้านราย ป้องกันอาการเจ็บป่วยจากโรคโควิด-19 ในระดับที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลกว่า 5 ล้านราย และได้ช่วยปกป้องชีวิตผู้คนกว่า 1 ล้านชีวิตจากโรคโควิด-19 โดยข้อมูลจากการทดลองทางคลินิกและการใช้งานจริงบ่งชี้ว่าวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้ามีความปลอดภัยต่อผู้ที่ได้รับวัคซีน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/12/astrazeneca-thailand-year-end/">AZ ส่งมอบวัคซีนโควิดให้ไทยครบตามสัญญา 61 ล้านโดส</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แอสตร้าเซนเนก้า ยืนยันวัคซีนโควิดของสยามไบโอไซเอนซ์ ส่งมอบทันมิ.ย.นี้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2021/05/astrazeneca-covid-vaccine-production-in-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 May 2021 06:35:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[AstraZeneca COVID-19 vaccine]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19 Vaccine in Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Siam Bioscience]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[วัคซีนป้องกันโควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[แอสตร้าเซนเนก้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=9257</guid>

					<description><![CDATA[<p>แอสตร้าเซนเนก้าเผย การผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในประเทศไทยมีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก ยืนยันพร้อมทยอยส่งมอบวัคซีนล็อตแรกที่ผลิตโดยสยามไบโอไซเอนซ์ให้แก่รัฐบาลไทยตามกำหนดภายในเดือนมิถุนายนนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประกาศรับรองสยามไบโอไซเอนซ์เป็นโรงงานผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าแล้ว ซึ่งจากการสนับสนุนของอย.และรัฐบาลไทยส่งผลให้การผลิตวัคซีนคืบหน้าไปอย่างรวดเร็วและเป็นไปตามแผน ขณะนี้ ทั้งสองบริษัทกำลังเร่งผลิตวัคซีนและจะทยอยส่งมอบให้กับรัฐบาลไทยเพื่อนำไปดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนต่อไป โรงงานสยามไบโอไซเอนซ์แห่งนี้ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพและการผลิตในระดับสากลมากมาย อาทิ GMP, ISO9001, ISO17025 และ ISO13485 จึงได้รับคัดเลือกจากแอสตร้าเซนเนก้าให้เป็นฐานการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของประเทศไทย และอีก 8 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานแล้ว แอสตร้าเซนเนก้ายังให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ดังนั้น วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าในแต่ละรุ่นการผลิตจึงต้องผ่านการตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพต่างๆ รวมกันมากกว่า 60 ครั้ง นับตั้งแต่เริ่มกระบวนการผลิตไปจนถึงการฉีดวัคซีน ซึ่งการตรวจสอบคุณภาพแต่ละครั้งนั้นใช้เวลาและถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนมั่นใจได้ว่าจะได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงตามมาตรฐานสากล เจมส์ ทีก ประธาน บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “แอสตร้าเซนเนก้าและสยามไบโอไซเอนซ์ตระหนักถึงหน้าที่สำคัญในการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ได้มาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุด เราตรวจสอบและควบคุมคุณภาพของวัคซีนอย่างเคร่งครัดในทุกขั้นตอน เพื่อส่งมอบวัคซีนที่มีคุณภาพให้กับรัฐบาลไทยใช้ยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ให้ได้โดยเร็วที่สุด” นอกจากนี้ เจมส์ ทีก กล่าวต่อไปว่า “แอสตร้าเซนเนก้าเชื่อมั่นว่าสยามไบโอไซเอนซ์มีมาตรฐานการผลิตสูงและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล บริษัทฯ จึงได้เลือกสยามไบโอไซเอนซ์ให้เป็นผู้ผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับประเทศไทยและอีก 8 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/05/astrazeneca-covid-vaccine-production-in-thailand/">แอสตร้าเซนเนก้า ยืนยันวัคซีนโควิดของสยามไบโอไซเอนซ์ ส่งมอบทันมิ.ย.นี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">แอสตร้าเซนเนก้าเผย การผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในประเทศไทยมีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก ยืนยันพร้อมทยอยส่งมอบวัคซีนล็อตแรกที่ผลิตโดยสยามไบโอไซเอนซ์ให้แก่รัฐบาลไทยตามกำหนดภายในเดือนมิถุนายนนี้</span></h4>
<p><span id="more-9257"></span></p>
<p>สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประกาศรับรองสยามไบโอไซเอนซ์เป็นโรงงานผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าแล้ว ซึ่งจากการสนับสนุนของอย.และรัฐบาลไทยส่งผลให้การผลิตวัคซีนคืบหน้าไปอย่างรวดเร็วและเป็นไปตามแผน ขณะนี้ ทั้งสองบริษัทกำลังเร่งผลิตวัคซีนและจะทยอยส่งมอบให้กับรัฐบาลไทยเพื่อนำไปดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนต่อไป<br />
โรงงานสยามไบโอไซเอนซ์แห่งนี้ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพและการผลิตในระดับสากลมากมาย อาทิ GMP, ISO9001, ISO17025 และ ISO13485 จึงได้รับคัดเลือกจากแอสตร้าเซนเนก้าให้เป็นฐานการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของประเทศไทย และอีก 8 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>
<p><img decoding="async" class=" wp-image-9259 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/05/astra-3.jpg" alt="" width="636" height="358" /></p>
<p>นอกจากกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานแล้ว แอสตร้าเซนเนก้ายังให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ดังนั้น วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าในแต่ละรุ่นการผลิตจึงต้องผ่านการตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพต่างๆ รวมกันมากกว่า 60 ครั้ง นับตั้งแต่เริ่มกระบวนการผลิตไปจนถึงการฉีดวัคซีน ซึ่งการตรวจสอบคุณภาพแต่ละครั้งนั้นใช้เวลาและถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนมั่นใจได้ว่าจะได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงตามมาตรฐานสากล</p>
<p>เจมส์ ทีก ประธาน บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “แอสตร้าเซนเนก้าและสยามไบโอไซเอนซ์ตระหนักถึงหน้าที่สำคัญในการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ได้มาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุด เราตรวจสอบและควบคุมคุณภาพของวัคซีนอย่างเคร่งครัดในทุกขั้นตอน เพื่อส่งมอบวัคซีนที่มีคุณภาพให้กับรัฐบาลไทยใช้ยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ให้ได้โดยเร็วที่สุด”</p>
<p>นอกจากนี้ เจมส์ ทีก กล่าวต่อไปว่า “แอสตร้าเซนเนก้าเชื่อมั่นว่าสยามไบโอไซเอนซ์มีมาตรฐานการผลิตสูงและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล บริษัทฯ จึงได้เลือกสยามไบโอไซเอนซ์ให้เป็นผู้ผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับประเทศไทยและอีก 8 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่งผลให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตและกระจายวัคซีนให้กับประชาชนในประเทศต่างๆ ได้เข้าถึงวัคซีนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม”</p>
<p><img decoding="async" class=" wp-image-9258 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/05/astra-1.jpg" alt="" width="603" height="391" /></p>
<p>วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าได้รับอนุมัติให้ใช้ในกรณีฉุกเฉินในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก ซึ่งรวมถึงองค์การอนามัยโลก และการได้รับอนุมัติทะเบียนโดยองค์การอนามัยโลกนี้จะช่วยเร่งการเข้าถึงวัคซีนโดยผ่านกลไกการจัดซื้อและจัดสรรวัคซีนของโครงการโคแวกซ์สำหรับ 142 ประเทศทั่วโลก</p>
<p>ผลการทดลองทางคลินิก ยืนยันว่า ผู้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าสามารถทนต่อผลข้างเคียงของวัคซีนได้ดีและวัคซีนยังช่วยป้องกันอาการเจ็บป่วยจากโรคโควิด-19 ในทุกระดับความรุนแรง นอกจากนี้ จากข้อมูลการใช้วัคซีนในประชากรหลายสิบล้านคนทั่วโลกยังแสดงให้เห็นว่า วัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้ามีประสิทธิผลลดความรุนแรงของโรคโควิด-19 ในระดับที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ได้มากถึง 80% หลังจากการฉีดเข็มแรก</p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>หน่วยงานกำกับดูแลด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพในสหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป รวมไปถึงองค์การอนามัยโลกให้ข้อสรุปว่าประโยชน์ที่ได้รับจากวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 นั้นมีมากกว่าความเสี่ยงที่อาจเกิดอาการไม่พึงประสงค์</strong></span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/05/astrazeneca-covid-vaccine-production-in-thailand/">แอสตร้าเซนเนก้า ยืนยันวัคซีนโควิดของสยามไบโอไซเอนซ์ ส่งมอบทันมิ.ย.นี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>5 วัคซีน สื่อสารในภาวะวิกฤติ ท่ามกลางโควิดแพร่ระบาด</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2020/03/5-tips-vacine-for-management-covid-crisis/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Mar 2020 05:51:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[วัคซีนป้องกันโควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตโควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[โคโรนาไวรัส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=7246</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานการณ์โควิด 19 เปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่เข้าใกล้พวกเราชาวไทย และล้อมประเทศเพื่อนบ้านอย่างหนาแน่นในห้วงเวลานี้ เฟลชแมนฮิลลาร์ด ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารระดับโลก และมีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะในเรื่องการสื่อสารในภาวะวิกฤติ ได้มีการตั้งคณะทำงานอันประกอบด้วยผู้นำของบริษัทฯ กว่า 80 สำนักงานทั่วโลก เรียกว่า “คณะทำงานเฉพาะกิจเรื่อง โคโรนาไวรัส” เพื่อสร้างระบบปฏิบัติการในการสื่อสาร และการสร้าง เกณฑ์มาตรฐาน (Benchmarking) และได้จัดทำรายงานสถานการณ์รายวันและการสร้างแผนการสื่อสารในภาวะฉุกเฉิน เพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถใช้เป็นแนวทางหรือวัคซีนป้องกันผลกระทบทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โสพิส เกษมสหสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฟลชแมนฮิลลาร์ด ประเทศไทย เสนอแนวทางการสื่อสารแก่ผู้ประกอบการ ผู้บริหารองค์กร ผู้กำกับนโยบายภาครัฐและวิสาหกิจ เกี่ยวกับข้อควรพิจารณา เพื่อการสื่อสารในภาวะวิกฤติที่มีประสิทธิภาพท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโคโรนาไวรัส (COVID-19) &#160; &#160; วัคซีนที่ 1 ดูแลทุกคนในองค์กร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้ทั่วถึง การสื่อสารที่สม่ำเสมอและมีประสิทธิภาพ มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อองค์กร โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของโรคอย่างต่อเนื่อง บริษัท ห้างร้านต่างๆ ต้องเข้าใจถึงความพลิกผันของสถานการณ์ ที่อาจสร้างความขัดแย้ง ความเห็นและความต้องการที่แตกแยก และแตกต่าง กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่องค์กรต้องดูแลในระดับนี้ ครอบคลุมถึง พนักงานประจำและพนักงานชั่วคราว คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ ชุมชนใกล้เคียงที่องค์กร/บริษัท ดำเนินกิจการในพื้นที่นั้นๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2020/03/5-tips-vacine-for-management-covid-crisis/">5 วัคซีน สื่อสารในภาวะวิกฤติ ท่ามกลางโควิดแพร่ระบาด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">สถานการณ์โควิด 19 เปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่เข้าใกล้พวกเราชาวไทย และล้อมประเทศเพื่อนบ้านอย่างหนาแน่นในห้วงเวลานี้ เฟลชแมนฮิลลาร์ด ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารระดับโลก และมีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะในเรื่องการสื่อสารในภาวะวิกฤติ ได้มีการตั้งคณะทำงานอันประกอบด้วยผู้นำของบริษัทฯ กว่า 80 สำนักงานทั่วโลก</span><span id="more-7246"></span></h4>
<p>เรียกว่า <strong>“คณะทำงานเฉพาะกิจเรื่อง โคโรนาไวรัส”</strong> เพื่อสร้างระบบปฏิบัติการในการสื่อสาร และการสร้าง เกณฑ์มาตรฐาน (Benchmarking) และได้จัดทำรายงานสถานการณ์รายวันและการสร้างแผนการสื่อสารในภาวะฉุกเฉิน เพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถใช้เป็นแนวทางหรือวัคซีนป้องกันผลกระทบทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong>โสพิส เกษมสหสิน</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฟลชแมนฮิลลาร์ด ประเทศไทย เสนอแนวทางการสื่อสารแก่ผู้ประกอบการ ผู้บริหารองค์กร ผู้กำกับนโยบายภาครัฐและวิสาหกิจ เกี่ยวกับข้อควรพิจารณา เพื่อการสื่อสารในภาวะวิกฤติที่มีประสิทธิภาพท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโคโรนาไวรัส (COVID-19)</p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_7247" aria-describedby="caption-attachment-7247" style="width: 521px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-7247" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/VAC.jpg" alt="" width="521" height="346" /><figcaption id="caption-attachment-7247" class="wp-caption-text">โสพิส เกษมสหสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฟลชแมนฮิลลาร์ด ประเทศไทย</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #993366;"><strong>วัคซีนที่ 1</strong></span></p>
<p>ดูแลทุกคนในองค์กร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้ทั่วถึง การสื่อสารที่สม่ำเสมอและมีประสิทธิภาพ มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อองค์กร โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของโรคอย่างต่อเนื่อง บริษัท ห้างร้านต่างๆ ต้องเข้าใจถึงความพลิกผันของสถานการณ์ ที่อาจสร้างความขัดแย้ง ความเห็นและความต้องการที่แตกแยก และแตกต่าง กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่องค์กรต้องดูแลในระดับนี้ ครอบคลุมถึง พนักงานประจำและพนักงานชั่วคราว คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ ชุมชนใกล้เคียงที่องค์กร/บริษัท ดำเนินกิจการในพื้นที่นั้นๆ รวมทั้งการประสานความร่วมมือและบูรณาการทางการสื่อสารกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับสาธารณสุขในพื้นที่ กรมควบคุมโรค ผู้นำชุมชน ผู้บริหารนโยบายภาครัฐทั้งในระดับท้องถิ่น และระดับประเทศ เป็นต้น</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #993366;"><strong>วัคซีนที่ 2 </strong></span></p>
<p>รับฟัง และเตรียมพร้อมในการสื่อสารกับหน่วยงานนอกองค์กรและอย่าประเมินสถานการณ์ในองค์กรต่ำเกินไป ผู้บริหารและบริษัทต่างต้องเข้าใจและพร้อมเผชิญกับความจริง หากพนักงานหรือบริษัทตกอยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคภายในองค์กร นั่นคือสิ่งที่ทุกคนในสังคมและในประเทศนี้ ต้องเผชิญความจริงที่น่าตระหนกนี้ไปด้วยกัน และสามารถปฎิบัติการและสื่อสารด้วยข้อมูลที่ถูกต้องจากองค์กรที่รับผิดชอบและเป็นผู้เชี่ยวชาญต่อเรื่องการระบาดวิทยา และการจัดการเรื่องสุขภาพและสาธารณสุขของประชาชน ทั้งจากต่างประเทศ และในประเทศ ไม่ว่าจะเป็น องค์การอนามัยโลก (World Health Organization : WHO) กระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค กองโรคติดต่อทั่วไป มติคณะรัฐมนตรี คณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และการประกาศต่อการปรับยุทธศาสตร์ในการเตรียมความพร้อม ป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #993366;"><strong>วัคซีนที่ 3 </strong></span></p>
<p>ตัดสินใจ และสื่อสารที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเห็นอกเห็นใจ คุณค่าของความเคารพสิทธิส่วนบุคคล เสรีภาพของความเป็นมนุษย์ และบนความรับผิดชอบต่อผู้อื่นและสังคม ในทุกสถานการณ์ที่บีบบังคับให้องค์กรต้องเผชิญกับความเสี่ยง และความกดดันต่างๆ ขอแนะนำให้ผู้บริหารและองค์กรใช้หลักการของมนุษยธรรม และความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ในการชี้นำการตัดสินใจในการบริหารความเสี่ยงและการสื่อสารในภาวะวิกฤติที่คับขันเช่นนี้ องค์กรจำเป็นต้องบริหารการสื่อสารบนเป้าหมายที่ต้องการบรรลุในภาวะวิกฤติ (communications with a sense of purpose) ไม่เป็นการสื่อสารบนอารมณ์ ความกดดัน และความรู้สึกในห้วงขณะนั้น การสื่อสารที่อยู่บนการบริหารความต้องการและความสนใจของทุกกลุ่มที่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย</p>
<p>เป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับผู้บริหารและโฆษกขององค์กรควรต้องสื่อสารที่แสดงถึงความเข้าอกเข้าใจในสถานการณ์และรับผิดชอบในข้อความที่ใช้ในการสื่อสารอย่างระมัดระวัง บนความเปราะบางในการรับสารของผู้รับฟังและประชาชน ที่อยู่ภายใต้อารมณ์ความรู้สึกของผู้ตกเป็นเหยื่อโรคระบาด ครอบครัว และผู้คนที่แวดล้อม โดยไม่สร้างความตื่นตระหนกมากเกินไปต่อการดำเนินชีวิตปกติสุขของคน และต่อผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-7248 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/VAC-1.jpg" alt="" width="475" height="594" /></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #993366;"><strong>วัคซีนที่ 4</strong></span></p>
<p>ยอมรับ และตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวและชัดเจน แม้ว่าในขณะนั้น อาจไม่มีข้อมูลที่สมบูรณ์แบบทั้งหมดในมือ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งภายในไทย และต่างประเทศ เรามักจะได้รับทราบข้อมูลที่เป็นข่าวลือ ข่าวปลอม ข่าวสารที่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ข่าวที่สร้างความตื่นกลัว เผยแพร่อย่างรวดเร็วในสังคมออน์ไลน์ สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นเสมอในภาวะวิกฤติ อย่ารีรอให้มีข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์ จึงจะสื่อสาร</p>
<p>เพราะเหตุการณ์ที่สามารถพลิกผันตลอดเวลา อาจทำให้องค์กรและผู้บริหารไม่สามารถทำการสื่อสาร ทำความเข้าใจหรือแสดงจุดยืนได้ทันท่วงที นั่นคือ โอกาสที่ให้บุคคลอื่นฉกฉวยการสื่อสารสร้างข้อมูลเท็จ บิดเบือน และสร้างความสับสน ดังนั้น องค์กรต้องเท่าทันกับข้อมูลจากภาครัฐ และหน่วยงานที่เชื่อถือได้ เพื่อสื่อสารกับพนักงานในกรณีที่ต้องเปลี่ยนแปลง กำหนดการเข้าทำงาน การเดินทาง ความปลอดภัยและสุขอนามัยของสถานประกอบการ ค่าจ้าง และอื่นๆ ที่องค์กรต้องตัดสินใจเรื่องแผนการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan)</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #993366;"><strong>วัคซีนที่ 5 </strong></span></p>
<p>เปิดใจต่อความเห็นที่แตกต่าง และความขัดแย้ง แม้ว่าการเผชิญกับวิกฤติโรคระบาดโควิด 19 เป็นปัญหาและความท้าทายกับพวกเราทุกคนในโลกนี้ ไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ ฐานะและวรรณะ เราต้องมีความเข้าใจที่จะบริหารจัดการกับกลุ่มคนที่อาจมีวิสัยทัศน์และความเห็นที่แตกต่างและมีปฏิกิริยาต่อต้านบนพื้นฐานของการปกป้องผลประโยชน์ของกลุ่ม อาทิ สหภาพพนักงานอาจต้องการเสนอข้อเรียกร้องและต้องการสื่อสารกับสื่อมวลชน เพื่อให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง คู่แข่งทางธุรกิจ อาจใช้โอกาสนี้ ในการปล่อยข่าวลือเพื่อดิสเครดิตในเรื่องการให้บริการ หรือคุณภาพของสินค้า พันธมิตรทางธุรกิจ ชุมชน หรือหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคจากบริษัท ห้างร้านของท่านอาจไม่เห็นด้วย หรือต่อต้านกับวิธีการรับมือและการสื่อสารของท่าน</p>
<p>ดังนั้น ขอแนะนำให้บริหารการสื่อสารบนพื้นฐานของการประสานความร่วมมือในทุกภาคส่วน รัดกุมในการออกแบบและเลือกถ้อยคำในการสื่อสารที่สร้างผลลัพธ์เชิงบวก ชัดเจน ไม่สร้างความคลุมเครือให้มีการตีความที่สร้างความแตกแยก หรือความไม่พอใจในสังคม ภายใต้เงื่อนไขที่พวกเราต้องรวมพลังความร่วมมือและความเป็นเอกภาพในการแก้ปัญหาและผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้ด้วยกัน</p>
<h4></h4>
<h4 style="text-align: center;"><span style="color: #008080;"><strong>10 คำถามสำคัญที่องค์กรต้องถามใจตัวเอง</strong></span></h4>
<h4 style="text-align: center;"><span style="color: #008080;"><strong>1 องค์กรของคุณตั้งคณะบูรณาการทำงานจากหลายฝ่าย </strong></span></h4>
<h4 style="text-align: center;"><span style="color: #008080;"><strong>หลายแผนกในการดูแลพนักงาน และดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง</strong></span></h4>
<h4 style="text-align: center;"><span style="color: #008080;"><strong> หากสถานการณ์โรคระบาดก้าวข้ามขั้นรุนแรงหรือไม่</strong></span></h4>
<h4></h4>
<h4 style="text-align: center;"><span style="color: #008080;"><strong>2 องค์กรของคุณมีแผนกการบริหารการสื่อสารในภาวะวิกฤต</strong></span></h4>
<h4 style="text-align: center;"><span style="color: #008080;"><strong> ที่ได้รับการอนุมัติในกรณีของการแพร่กระจายโรคระบาดหรือไม่</strong></span></h4>
<h4></h4>
<h4 style="text-align: center;"><span style="color: #008080;"><strong>3จัดระบบการบริหารกลุ่มงานที่รับผิดชอบและ</strong></span></h4>
<h4 style="text-align: center;"><span style="color: #008080;"><strong>ดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ขององค์กรไว้หรือไม่</strong></span></h4>
<h4 style="text-align: center;"><span style="color: #008080;"><strong> ระบุกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจนหรือไม่ ว่าคือใครบ้าง</strong></span></h4>
<h4></h4>
<h4 style="text-align: center;"><span style="color: #008080;"><strong>4 ความกังวลของกลุ่มผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียคือสิ่งใดบ้าง</strong></span></h4>
<h4></h4>
<h4 style="text-align: center;"><span style="color: #008080;"><strong>5องค์กร สามารถจัดระบบการทำงานที่บ้านได้หรือไม่</strong></span></h4>
<h4></h4>
<h4 style="text-align: center;"><span style="color: #008080;"><strong>6 มีมาตรการอย่างไร ในการสื่อสารและ</strong></span></h4>
<h4 style="text-align: center;"><span style="color: #008080;"><strong>ปฏิบัติต่อพนักงานที่ป่วยด้วยโรคโควิด-19</strong></span></h4>
<h4></h4>
<h4 style="text-align: center;"><span style="color: #008080;"><strong>7 การหยุดชะงักในธุรกิจขององค์กรท่าน</strong></span></h4>
<h4 style="text-align: center;"><span style="color: #008080;"><strong> ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างไร</strong></span></h4>
<h4></h4>
<h4 style="text-align: center;"><span style="color: #008080;"><strong>8 การหยุดชะงักในการผลิตขององค์กรท่าน </strong></span></h4>
<h4 style="text-align: center;"><span style="color: #008080;"><strong>ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของประเทศหรือไม่ อย่างไร</strong></span></h4>
<h4></h4>
<h4 style="text-align: center;"><span style="color: #008080;"><strong>9 ธุรกิจขององค์กรท่านมีแผนจัดการประชุม </strong></span></h4>
<h4 style="text-align: center;"><span style="color: #008080;"><strong>งานพบปะ งานเปิดตัวสินค้าขนาดใหญ่ทั้งภายในและ</strong></span></h4>
<h4 style="text-align: center;"><span style="color: #008080;"><strong>ภายนอกองค์กรในอีก 3 เดือนข้างหน้าหรือไม่ จะปรับกลยุทธ์อย่างไร</strong></span></h4>
<h4></h4>
<h4 style="text-align: center;"><span style="color: #008080;"><strong>10 องค์กรมีมาตรการรับมือกับความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นอย่างไร</strong></span></h4>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2020/03/5-tips-vacine-for-management-covid-crisis/">5 วัคซีน สื่อสารในภาวะวิกฤติ ท่ามกลางโควิดแพร่ระบาด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
