<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วัฒนธรรมท้องถิ่น &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Mon, 24 Feb 2025 10:20:21 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>วัฒนธรรมท้องถิ่น &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ส่องเทรนด์ &#8216;Conscious travel’ พบนักท่องเที่ยวไทย 94% ยินดีจ่ายเพิ่มขึ้นเพื่อสิ่งแวดล้อม สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/02/site-minder-changing-traveller-report-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Feb 2025 09:46:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Changing Traveller Report 2025]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[Conscious travel]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[Gen Z]]></category>
		<category><![CDATA[Hospitality]]></category>
		<category><![CDATA[Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Millennials]]></category>
		<category><![CDATA[research]]></category>
		<category><![CDATA[SiteMinder]]></category>
		<category><![CDATA[Tourism]]></category>
		<category><![CDATA[Travel Trend]]></category>
		<category><![CDATA[Traveller]]></category>
		<category><![CDATA[Traveller Report]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[นักท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[นักเดินทาง]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์​]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สุภกฤษฎิ์ แผนสมบูรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31975</guid>

					<description><![CDATA[<p>รายงาน Changing Traveller Report 2025 โดย SiteMinder ​ที่สำรวจนักเดินทางกว่า 12,000 คน ใน 14 ตลาดนักท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของโลก ประกอบด้วย ออสเตรเลีย แคนาดา จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย อินโดนีเซีย อิตาลี เม็กซิโก สิงคโปร์ สเปน ไทย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าใจความคิดเห็นนักท่องเที่ยวกลุ่มต่างๆ จากการวางแผนเดินทางและความต้องการในระหว่างเดินทาง โดยเฉพาะ​นักท่องเที่ยวกลุ่ม &#8216;Conscious Travellers&#8217; หรือกลุ่มที่ใส่ใจต่อรายละเอียดในการเดินทาง โดยพบอินไซต์ที่น่าสนใจ​ของนักท่องเที่ยวในปัจจุบัน ที่กำลังมองหาที่พักซึ่งไม่เพียงเติมเต็มประสบการณ์การเดินทาง แต่ยังช่วยให้สามารถ​สัมผัสวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น พร้อมทั้งประเด็นความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมด้วย  โดยพบประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจ ต่อไปนี้ &#8211; นักท่องเที่ยวมากกว่าครึ่งคาดว่าจะ &#8216;ใช้เวลาส่วนใหญ่&#8217; หรือ &#8216;ใช้เวลาค่อนข้างมาก&#8217; ในโรงแรมในปี 2568 ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และเพิ่มสูงขึ้นเป็น 65% ในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย ซึ่งผลออกมาสอดคล้องในทิศทางเดียวกันทั้งการเดินทางคนเดียวหรือการเดินทางกับเพื่อน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/site-minder-changing-traveller-report-2025/">ส่องเทรนด์ &#8216;Conscious travel’ พบนักท่องเที่ยวไทย 94% ยินดีจ่ายเพิ่มขึ้นเพื่อสิ่งแวดล้อม สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>รายงาน <strong><a href="https://bit.ly/4b1xKGe" target="_blank" rel="noopener">Changing Traveller Report 2025</a> </strong>โดย <strong>SiteMinder</strong> ​ที่สำรวจนักเดินทางกว่า 12,000 คน ใน 14 ตลาดนักท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของโลก ประกอบด้วย ออสเตรเลีย แคนาดา จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย อินโดนีเซีย อิตาลี เม็กซิโก สิงคโปร์ สเปน ไทย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา</p>
<p><span id="more-31975"></span></p>
<p>เพื่อเข้าใจความคิดเห็นนักท่องเที่ยวกลุ่มต่างๆ จากการวางแผนเดินทางและความต้องการในระหว่างเดินทาง โดยเฉพาะ​นักท่องเที่ยวกลุ่ม <strong>&#8216;Conscious Travellers&#8217;</strong> หรือกลุ่มที่ใส่ใจต่อรายละเอียดในการเดินทาง โดยพบอินไซต์ที่น่าสนใจ​ของนักท่องเที่ยวในปัจจุบัน ที่กำลังมองหาที่พักซึ่งไม่เพียงเติมเต็มประสบการณ์การเดินทาง แต่ยังช่วยให้สามารถ​สัมผัสวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น พร้อมทั้งประเด็นความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมด้วย  โดยพบประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจ ต่อไปนี้</p>
<p>&#8211; <em><strong>นักท่องเที่ยวมากกว่าครึ่งคาดว่าจะ &#8216;ใช้เวลาส่วนใหญ่&#8217; หรือ &#8216;ใช้เวลาค่อนข้างมาก&#8217; ในโรงแรมในปี 2568 ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.5%</strong> </em>เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และเพิ่มสูงขึ้นเป็น 65% ในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย ซึ่งผลออกมาสอดคล้องในทิศทางเดียวกันทั้งการเดินทางคนเดียวหรือการเดินทางกับเพื่อน</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31976 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/SiteMinder-Conscious-travel-2.jpg" alt="" width="1272" height="848" /></p>
<p>กลุ่มนักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ 29% วางแผนใช้เวลาส่วนใหญ่ในที่พัก เทียบกับ 11% ของผู้วางแผนเดินทางภายในประเทศ แม้ว่าการเดินทางท่องเที่ยว​​ต่างประเทศ อาจมาพร้อมกับค่าใช้จ่าย​ค่อนข้างสูง ทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยม​ออกไปสำรวจสถานที่ต่างๆ ให้มากที่สุด เพื่อให้คุ้มค่า​เงินที่จ่าย แต่ท่ามกลางค่าครองชีพที่สูงขึ้น หลายคนกลับเลือกที่จะปักหลักอยู่ที่ที่พักของตนเอง</p>
<p>​โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ เช่น กลุ่ม<strong> Gen Z</strong> (อายุ 18-27 ปี) และ<strong> Millennials</strong> (อายุ 28-43 ปี) ถือเป็นผู้ขับเคลื่อนเทรนด์การใช้เวลาพักผ่อนในที่พักมากขึ้น โดยวางแผนเข้าพักนานกว่ากลุ่มคนรุ่น Gen X (อายุ 44-59 ปี), Baby Boomers (อายุ 60-78 ปี) และ Radio Babies (อายุ 79-96 ปี)</p>
<p><em><strong>&#8211; สำหรับประสบการณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก หรือกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวต้อง​การใช้เวลาพิเศษ​ภายในโรงแรม</strong></em> เช่น</p>
<p>บริการสปา (37%)  หลังจากการเดินทางอันยาวนานบนเครื่องบิน การนวดและขัดผิวอาจเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวต้องการเพื่อผ่อนคลายอย่างแท้จริง รวมทั้งประสบการณ์การทานอาหารสุดหรูและการชิมไวน์ (35%) การแสดงดนตรีสด (35%) และคลาสโยคะหรือนั่งสมาธิ (18%) ก็เป็นที่นิยมเช่นกัน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-31977 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/SiteMinder-Conscious-travel-1.jpg" alt="" width="901" height="675" /></p>
<p>นอก​จากอาหารและความบันเทิง​​ นักท่องเที่ยวยังให้ความสำคัญกับการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ และการสัมผัส​วัฒนธรรมท้องถิ่น โดยกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมากที่สุด ได้แก่ คลาสทำอาหารประจำท้องถิ่นนั้นๆ (22%) การเล่าเรื่องราว รวมถึงการเต้นรำแบบดั้งเดิม (16%) การทำฟาร์มหรือทำสวน (16%) เรียนภาษา (14%) และการบรรยายโดยผู้เชี่ยวชาญ (13%) ​รวมไปถึงการพักผ่อนทั้งร่างกายและจิตใจ โดยนักท่องเที่ยว 16% มองหาโปรแกรมการพัฒนาการนอนหลับ เพื่อช่วยให้พวกเขาพักผ่อนได้ดีขึ้น</p>
<p>ประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวต้องการจากการเข้าพัก อาจแตกต่างกันไปตาม​เชื้อชาติ โดยพบว่านักท่องเที่ยวชาวไทยให้ความสำคัญกับประสบการณ์การทานอาหารหรูและการชิมไวน์ (61%) และ สปา (50%) มากที่สุด ในขณะที่ชาวอินเดียสนใจคลาสทำอาหารประจำท้องถิ้น(40%) และการปรับปรุงการนอนหลับ (33%) มากที่สุด</p>
<p><strong>เทรนด์ความคุ้มค่า ประสบการณ์ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม</strong></p>
<p>&#8211; ท่ามกลางความกังวลด้านเศรษฐกิจและสังคมทั่วโลก <strong>&#8216;ความคุ้มค่า&#8217; </strong>และ <strong>&#8216;ความสะดวกสบาย</strong>&#8216; ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกที่พัก ทำให้เครือโรงแรมและรีสอร์ทขนาดใหญ่ รวมถึงโฮสเทลและโมเต็ลราคาประหยัด (18%) ยังคงเป็นรูปแบบที่นักท่องเที่ยวนิยม ​โดยกลุ่มคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มที่จะมองหาที่พักราคาประหยัดมากกว่ากลุ่มคนวัยกลางคนถึงวัยเกษียณ ซึ่งคาดว่ามีรายได้สูงกว่าหรือมีเงินออมมากกว่า</p>
<p>ในทางกลับกัน Gen Z (58%) และ Millennials (57%) มีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายมากขึ้นกับการเดินทางครั้งหน้าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งมากกว่า Gen X (35%) หรือ Baby Boomers (28%) โดยกลุ่ม Gen X และ Baby Boomers วางแผนที่จะใช้จ่ายเท่าเดิมหรือน้อยกว่ากับการเข้าพักครั้งถัดไปเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-31979 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/By-Country-.jpg" alt="" width="1200" height="700" /></p>
<p>นอกจากนี้ ความแตกต่างทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมยังส่งผลต่อการเลือกที่พักของนักท่องเที่ยวจากแต่ละประเทศ​ด้วย ชาวออสเตรเลียแสดงให้เห็นถึงความรักที่มีต่อธรรมชาติ และมีแนวโน้ม​จะจองสวนสนุกและสถานที่กางเต็นท์มากที่สุด (11%)  ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวจีน (35%) และชาวสิงคโปร์ (32%) ให้ความสนใจโรงแรมบูติกหรือโรงแรมหรูมากที่สุด ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่คนไทย (23%) เช่นกัน</p>
<p>&#8211; ในภาพรวมยังพบว่า นักท่องเที่ยวยังให้ความสำคัญกับเลือกที่พักที่ให้ความสำคัญเรื่องความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้ง​สถานที่กางเต็นท์หรือรีสอร์ทหรู โดย <strong>นักท่องเที่ยว 7 ใน 10 คนยินดีจ่ายเงินมากขึ้นสำหรับการเข้าพักที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทย ตัวเลขนี้สูงถึง 94% ซึ่งสูงเป็นอันดับสองของโลก รองจากชาวอินโดนีเซียที่มีสัดส่วน 95% </strong></p>
<p>ข้อมูลจากรายงานระบุว่า มีนักท่องเที่ยวเพียง 30% ที่เลือกจะไม่จ่ายเพิ่มเพื่อเข้าพักในโรงแรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดลัอม โดยกลุ่มที่ยอมจ่ายแพงขึ้นกว่าเดิม 10% มีจำนวนมากที่สุดถึง 37% ตามมาด้วยจ่ายเพิ่มขึ้น 25% (21%) , จ่ายเพิ่มขึ้น 50% (10%) และจ่ายเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% (3%) ตามลำดับ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31978 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/By-Spending.jpg" alt="" width="1200" height="805" /></p>
<p><strong>คุณสุภกฤษฎิ์ แผนสมบูรณ์</strong> ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท SiteMinder ​ให้ข้อมูลเชิงลึก​นักท่องเที่ยวกลุ่ม <strong>&#8216;Conscious Travellers&#8217; </strong> หรือกลุ่มที่ใส่ใจต่อรายละเอียดในการเดินทางว่า แม้งบประมาณยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ แต่นักท่องเที่ยวกลุ่ม &#8216;<strong>Conscious Travellers&#8217; </strong>ยัง พร้อมที่จะใช้เงินกับสิ่งที่สำคัญสำหรับพวกเขา รวมถึงการจ่ายเงินเพิ่มสำหรับที่พักที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ผู้ให้บริการที่พักควรให้ความสำคัญกับประสบการณ์ต่าง​ๆ นอกเหนือจากความบันเทิง และสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานมากขึ้น​ เพื่อสามารถตอบโจทย์ผู้มาเข้าพักได้ดีมากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>สิ่งสำคัญพื้นฐานที่ละทิ้งไม่ได้</strong></p>
<p>สำหรับห้องพักส่วนตัว นักท่องเที่ยวยังคงให้ความสนใจและใส่ใจในรายละเอียดพื้นฐาน โดยหมอนและเครื่องนอน (56%), วิวทิวทัศน์ (53%), การควบคุมอุณหภูมิ (35%), ทีวีและเครื่องเสียง (35%), อ่างอาบน้ำ (30%) และแรงดันน้ำฝักบัว (29%) ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้น  ๆ สำหรับนักท่องเที่ยว  อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยว 4 ใน 5 คน พอใจที่จะเห็นผ้าเช็ดตัวแขวนไว้ในห้องน้ำ หรือพับหรือม้วนไว้บนเตียง โดยไม่จำเป็นต้องจัดเตรียมผ้าเช็ดตัวในรูปแบบงานศิลปะ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สร้างความแตกต่างอย่างแท้จริงคือการสร้างประสบการณ์และความสัมพันธ์ที่น่าจดจำ นักท่องเที่ยวหลายคน (37%) กล่าวว่าพวกเขามีแนวโน้มที่จะกลับมาที่โรงแรมอีกครั้ง หากโรงแรมมอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร เช่น อาหารและเครื่องดื่มที่ยอดเยี่ยม บริการสปา หรือกิจกรรมพิเศษต่างๆ โดย 51% ของนักท่องเที่ยวชาวไทย ระบุว่าการบริการลูกค้าที่ยอดเยี่ยมและการสื่อสารที่ชัดเจนมีความสำคัญ และเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจกลับมาพักอีกครั้ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31980 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/SiteMinder-Conscious-travel-3.jpg" alt="" width="434" height="650" /></p>
<p>นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวถึง 20% ยังให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่ใกล้ชิดกับวัฒนธรรมและชุมชนท้องถิ่นอีกด้วย</p>
<p><strong>คุณสุภกฤษฎิ์</strong> กล่าวเสริม “นักท่องเที่ยวในปี 2568 ต้องการให้โรงแรมดูแลสิ่งสำคัญพื้นฐานให้ดี  ควบคู่ไปกับการให้บริการพิเศษเพิ่มเติม ซึ่งความสมดุลนี้คือสิ่งที่นักท่องเที่ยวกลุ่ม Conscious Travellers ให้ความสำคัญ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/site-minder-changing-traveller-report-2025/">ส่องเทรนด์ &#8216;Conscious travel’ พบนักท่องเที่ยวไทย 94% ยินดีจ่ายเพิ่มขึ้นเพื่อสิ่งแวดล้อม สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยเบฟ-มธ. ร่วมสร้างคุณค่า “ผ้าไทย” ตอบแทนสู่สังคม 2 องค์กรหลัก ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการ ขับเคลื่อนกิจกรรมภายใต้โครงการ Creative Young Designers Season 4 ยกระดับผ้าย้อมคราม-ผ้ามัดหมี่ สร้างคุณค่าเพิ่ม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/03/thaibev-creative-young-designers-season-4/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 Mar 2024 07:02:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Creative Young Designers Season 4]]></category>
		<category><![CDATA[Thaibev]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมพร สุทธิบุญ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.สรรพจน์ มาพบสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ผ้าครามบ้านเชียง]]></category>
		<category><![CDATA[พวนคอลเลคชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สมบัติ  มัญญะหงส์]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งทอ]]></category>
		<category><![CDATA[ออกแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[อุดรธานี]]></category>
		<category><![CDATA[เมธารัตน์ คำพิมาน]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยเบฟ x มธ.]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยเบฟฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยเบฟเวอเรจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=24138</guid>

					<description><![CDATA[<p>อีกก้าวจากความตั้งใจของ ที่มุ่งมั่นสร้างประโยชน์ทุกๆ ด้านเพื่อตอบแทนสังคม ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งการสนับสนุน “ผ้าไทย” เป็นหนึ่งในโครงการ Creative Young Designers Season 4 ซึ่งไทยเบฟได้ร่วมกับ โครงการชุมชนดีมีรอยยิ้ม และคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์ เอกสิ่งทอ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.)  เมื่อเร็วๆ นี้ ไทยเบฟและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ลงพื้นที่รับโจทย์ชุมชน เรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าครามบ้านเชียง  จังหวัดอุดรธานี ร่วมขับเคลื่อนเอกลักษณ์ไทย โดย ผศ.สรรพจน์ มาพบสุข รองคณบดีฝ่ายบริหาร  คณะศิลปกรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า เป้าหมายในการลงพื้นที่คือให้ได้ใช้ความรู้ในด้านการออกแบบแฟชั่นและออกแบบสิ่งทอมาพัฒนาชุมชน โดยนำกระบวนการเรียนในห้องเรียนมาทำงานร่วมกับชุมชน เริ่มจากการเก็บข้อมูลในเบื้องต้นได้เห็นความเป็นอยู่ของชาวบ้าน วัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น หากชาวบ้านนั้นเป็นผู้ประกอบการอยู่แล้ว ต้องสอบถามว่าเขาผลิตอะไร ขายให้กับใคร และใครเป็นลูกค้า และเมื่อได้ข้อมูลมาแล้วต้องนำมาวิเคราะห์ว่าเราจะพัฒนาอะไรให้กับชุมชนได้ &#8220;จากที่ได้เก็บข้อมูลในเบื้องต้นนั้น ชุมชนบ้านเชียงเป็นผู้ผลิตที่อยู่ในระดับที่ดีแล้ว เพียงแต่ต้องการความคิดไอเดียของนักศึกษาของกลุ่มคนรุ่นใหม่ไปต่อยอดและพัฒนาสินค้าให้มีความทันสมัยและมีดีไซน์ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น เมื่อนักศึกษาเก็บโจทย์ต่างๆ ที่ชุมชนต้องการแล้ว นักศึกษาต้องนำโจทย์นั้นกลับไปตีความและร่างแบบ สรุปคอนเซ็ปต์ส่งให้ทางคณะฯ พิจารณา  จากนั้นทางคณะฯ ก็จะประมวลผลและส่งผ่านกลับให้ทางชุมชนว่าตรงกับโจทย์ไหม   หากมีการคัดเลือกเรียบร้อยมีการออกแบบดีไซน์ตรงกับที่ชุมชนต้องการก็ทำการตัดเย็บและส่งรูปแบบนั้นกลับให้ทางชุมชนดำเนินการเป็นลำดับถัดไป&#8220; นอกจากนี้ ทางมหาวิทยาลัยต้องการให้ความรู้เพิ่มเติมจากฝั่งอาจารย์และนักวิจัย  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/thaibev-creative-young-designers-season-4/">ไทยเบฟ-มธ. ร่วมสร้างคุณค่า “ผ้าไทย” ตอบแทนสู่สังคม 2 องค์กรหลัก ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการ ขับเคลื่อนกิจกรรมภายใต้โครงการ Creative Young Designers Season 4 ยกระดับผ้าย้อมคราม-ผ้ามัดหมี่ สร้างคุณค่าเพิ่ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>อีกก้าวจากความตั้งใจของ ที่มุ่งมั่นสร้างประโยชน์ทุกๆ ด้านเพื่อตอบแทนสังคม ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งการสนับสนุน “<strong>ผ้าไทย</strong>” เป็นหนึ่งในโครงการ<strong> Creative Young Designers Season 4</strong> ซึ่งไทยเบฟได้ร่วมกับ โครงการชุมชนดีมีรอยยิ้ม และคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์ เอกสิ่งทอ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.)  เมื่อเร็วๆ นี้</p>
<p><span id="more-24138"></span></p>
<p>ไทยเบฟและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ลงพื้นที่รับโจทย์ชุมชน เรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าครามบ้านเชียง  จังหวัดอุดรธานี ร่วมขับเคลื่อนเอกลักษณ์ไทย โดย <strong>ผศ</strong><strong>.</strong><strong>สรรพจน์ มาพบสุข</strong> รองคณบดีฝ่ายบริหาร  คณะศิลปกรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า เป้าหมายในการลงพื้นที่คือให้ได้ใช้ความรู้ในด้านการออกแบบแฟชั่นและออกแบบสิ่งทอมาพัฒนาชุมชน โดยนำกระบวนการเรียนในห้องเรียนมาทำงานร่วมกับชุมชน เริ่มจากการเก็บข้อมูลในเบื้องต้นได้เห็นความเป็นอยู่ของชาวบ้าน วัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น หากชาวบ้านนั้นเป็นผู้ประกอบการอยู่แล้ว ต้องสอบถามว่าเขาผลิตอะไร ขายให้กับใคร และใครเป็นลูกค้า และเมื่อได้ข้อมูลมาแล้วต้องนำมาวิเคราะห์ว่าเราจะพัฒนาอะไรให้กับชุมชนได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24241 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/อาจารย์ศึกษาลายละเอียดผ้าจากพ่อชุมพร-ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนประกายไหมไทย.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>&#8220;จากที่ได้เก็บข้อมูลในเบื้องต้นนั้น ชุมชนบ้านเชียงเป็นผู้ผลิตที่อยู่ในระดับที่ดีแล้ว เพียงแต่ต้องการความคิดไอเดียของนักศึกษาของกลุ่มคนรุ่นใหม่ไปต่อยอดและพัฒนาสินค้าให้มีความทันสมัยและมีดีไซน์ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น เมื่อนักศึกษาเก็บโจทย์ต่างๆ ที่ชุมชนต้องการแล้ว นักศึกษาต้องนำโจทย์นั้นกลับไปตีความและร่างแบบ สรุปคอนเซ็ปต์ส่งให้ทางคณะฯ พิจารณา <strong> </strong>จากนั้นทางคณะฯ ก็จะประมวลผลและส่งผ่านกลับให้ทางชุมชนว่าตรงกับโจทย์ไหม   หากมีการคัดเลือกเรียบร้อยมีการออกแบบดีไซน์ตรงกับที่ชุมชนต้องการก็ทำการตัดเย็บและส่งรูปแบบนั้นกลับให้ทางชุมชนดำเนินการเป็นลำดับถัดไป<b>&#8220;</b></p>
<p>นอกจากนี้ ทางมหาวิทยาลัยต้องการให้ความรู้เพิ่มเติมจากฝั่งอาจารย์และนักวิจัย  โดยการสอนทำแพทเทริ์นรูปแบบพิเศษให้กับช่างเย็บช่างทำแพทเทริ์นของชุมชนบ้านเชียง และกระบวนการด้านสิ่งทอที่ทำให้เกิดอัตลักษณ์ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น <strong> </strong>นอกจากลายผ้าบ้านเชียงที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากที่อื่นแล้ว ยังให้ความรู้เพิ่มในรูปแบบเฉพาะทั้งเรื่องการย้อม พัฒนาเทคนิคการย้อม สีย้อม เทคนิคการทอ ลายทอ เป็นเทคนิคเฉพาะทางด้านสิ่งทอ เพื่อพัฒนาในเรื่องของการออกแบบตัดเย็บให้กับบุคคลเฉพาะกลุ่ม เช่น กลุ่มเด็ก กลุ่มคนรุ่นใหม่ กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มนักท่องเที่ยวเป็นต้น อันเป็นการครบกระบวนการเรียนรู้เรื่องสิ่งทอและแฟชั่น ทางคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต้องขอขอบคุณ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินกิจกรรม โครงการชุมชนดีมีรอยยิ้ม และโครงการ Creative Young Designer Season 4 ซึ่งทำให้วิชาเรียนมีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นเพราะมีความเชื่อมโยงที่เป็นประโยชน์ให้กับนักศึกษา ได้มีการเรียนรู้ร่วมไปกับชุมชน ได้เห็นความจริงได้โจทย์จริงจากชุมชน การทำงานร่วมกับชุมชนและสร้างผลิตภัณฑ์สร้างประโยชน์กับชุมชนโดยแท้จริง <em>   </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24246 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/น้องๆ-ศึกษาเส้นใยผ้าเพื่อนำไปพัฒนาด้านสิ่งทอ.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>ผ้าไทยบ้านเชียงกับแหล่งมรดกโลก</strong> เมื่อเอ่ยถึง<strong> “</strong><strong>แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง”</strong> อ.หนองหาน จ.อุดรธานี เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ย้อนหลังไปหลายพันปี จากหลักฐานที่ค้นพบนี้แสดงให้เห็นถึงขั้นตอนสำคัญของวิวัฒนาการทางสังคมและวัฒนธรรม การดำรงชีวิตในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ในยุคกว่า 5,000 ปีที่แล้ว ซึ่งความสำคัญนี้เองจึงทำให้แหล่งโบราณคดีบ้านเชียงได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จากองค์การยูเนสโก UNESCO เมื่อปี พ.ศ. 2535</p>
<p>ชุมชนบ้านเชียง เป็นกลุ่มชาติพันธุ์พวนที่อาศัยอยู่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมืองเชียงขวาง และต่อมาได้อพยพโยกย้ายถิ่นฐานมาที่บ้านเชียงในปัจจุบัน วิถีชีวิตของชาวบ้านเชียง ผูกพันกับอารยธรรมเก่าแก่โบราณมีการสืบสาน รักษา และต่อยอด ถ่ายทอดภูมิปัญญา วิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณี และอัตลักษณ์ของชาติพันธุ์ ไทพวนบ้านเชียง ไม่ว่าจะเป็น ภาษาไทพวน อาหาร ศิลปะการแสดง และเครื่องแต่งกาย</p>
<p>เครื่องแต่งกายในสมัยโบราณแต่งกายด้วยชุดผ้าฝ้ายที่ทอและย้อมเองใช้สีกรมท่าหรือดำ เครื่องแต่งกายในชีวิตประจำวัน ผู้ชายใส่เสื้อผ้าฝ้ายแขนสามส่วนย้อมครามคอกลม ผ่าหน้า ผูกเชือก นุ่งกางเกงครึ่งแข้ง ส่วนผู้หญิงใส่เสื้อแขนยาวผ้าฝ้ายและใส่ผ้าถุงเป็นผ้าฝ้ายย้อมครามเช่นเดียวกัน</p>
<p>ปัจจุบันการแต่งกายได้นำเอาภูมิปัญญาของบรรพบุรุษมาสานต่อให้เกิดเป็นชิ้นงานที่มีคุณค่ามีเอกลักษณ์ สร้างสรรค์ลวดลายที่มาจากเครื่องปั้นดินเผา และลวดลายโบราณ โดยลวดลายผ้าไทพวนมีลวดลายคล้ายลายนิ้วมือ ก้นหอย หรือรูปทรงไห ซึ่งความแตกต่างจากผ้าพื้นเมืองในแถบอื่น นอกจากนี้ยังมีการคิดค้นวิธีการย้อมคราม และการมัดลายด้วยตนเอง  นับว่าเป็นการยกระดับผ้าย้อมคราม-ผ้ามัดหมี่ สร้างคุณค่าเพิ่ม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24245 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/ประชุม-แบ่งกลุ่มก่อนศึกษางานในชุมชน.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>นายเมธารัตน์ คำพิมาน</strong> หรือน้องแบงค์ เจ้าของร้าน “<strong>พวนคอลเลคชั่น</strong>” ซึ่งดำเนินกิจการเกี่ยวกับด้านเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทยโดยเฉพาะ โดยเริ่มจากความที่ชื่นชอบในศิลปวัฒนธรรมและงานหัตถกรรม จึงทำเป็นแบรนด์สินค้าของตัวเอง  มีการเข้าร่วมอบรมกับหน่วยงานกรมการพัฒนาชุมชน ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพ ศูนย์ส่งเสริมพาณิชย์ เยาวชนโอท็อป  ต่อจากนั้นจึงได้เข้าร่วมการประกวดเรื่องการออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่นดีไซน์ต่างๆ ทำให้ พวนคอลเลคชั่น เป็นร้านที่ใช้ผ้าทอย้อมครามหรือผ้ามัดหมี่บ้านเชียงที่มีความเป็นเอกลักษณ์โบราณเฉพาะถิ่น ลายเครื่องปั้นดินเผา ลายก้นหอย ของกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองเทศบาลบ้านเชียงของพ่อสมบัติ  มัญญะหงส์ มาตัดเย็บ ผสมร่วมกับกลุ่มผ้าทอย้อมครามและผ้ามัดหมี่ ของที่อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มทอผ้าบ้านหนองวัวซอ กลุ่มทอผ้าบ้านพิบูลย์รักษ์ เป็นต้น  ที่ผ่านมา พวนคอลเลคชั่น ได้ดำเนินธุรกิจการตลาดโดยขายสินค้าที่หน้าร้าน และออกงานอีเว้นท์ เป็นหลัก แต่ต่อมาด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด ทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวที่บ้านเชียงและงานอีเว้นท์ก็ไม่มีการจัดงาน ดังนั้นจึงทำให้รูปแบบการซื้อขายเปลี่ยนไป โดยเน้นไปทำการตลาดออนไลน์มากยิ่งขึ้น   ปัจจุบันรายได้ที่มาจากการตลาดออนไลน์มากกว่า 85% และท้ายนี้อยากจะเชิญชวนให้คนไทยสวมใส่ผ้าไทย ผ้าไทยสวมใส่สบายสามารถใส่ในชีวิตประจำวันได้ ให้เห็นคุณค่าของผ้าไทยร่วมกันอนุลักษณ์ไว้ และภูมิใจในความเป็นไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24248 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/ผ้าหลากหลาย.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>นายชุมพร สุทธิบุญ</strong> หรือพ่อชุมพร ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนประกายไหมไทย ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนนี้ได้ก่อตั้งขึ้นมาแล้วเป็นเวลา   35 ปี ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและสร้างงานให้แก่ชุมชน โดยใช้ภูมิปัญญาของคนพื้นถิ่นเป็นผู้ทอผ้าโดยตรง ซึ่งมีทั้งผ้าย้อมครามและผ้ามัดหมี่ โดยมีการลองผิดลองถูกและพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ จนกระทั่งได้คัดสรรจากกรมพัฒนาชุมชชนได้รับโอทอประดับ 5 ดาว โดยมีองค์กรจากภาครัฐเข้ามาสนับสนุน  นอกจากนี้อยากฝากให้ คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์ เอกสิ่งทอ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เข้ามาช่วยพัฒนาสินค้าเข้าสู่สากล ใส่แฟชั่นดีไซน์ ให้เป็นที่น่าสนใจกลุ่มคนทั่วไปสามารถสวมใส่ได้ทุกวัน และให้คนรุ่นใหม่มีความสนใจสินค้าพื้นเมือง   ผ้าฝ้ายทอมือ ผ้าไหมทอมือ เพื่อสืบทอดวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่นอันเป็นเอกลัษณ์ของชุมชนบ้านเชียง และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชน</p>
<p><strong>นายสมบัติ  มัญญะหงส์</strong> หรือพ่อสมบัติ ประธานกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองเทศบาลบ้านเชียง หรือ ส.หงษ์แดง เป็นวิสาหกิจชุมชนบ้านเชียงที่มีความชำนาญด้านการทอผ้าและย้อมสีธรรมชาติมาตั้งแต่ ปี 2514 ซึ่งเป็นยุคสมัยคุณตายาย โดยยุคของพ่อสมบัติเป็นยุคที่ 3 ซึ่งมีการปรับปรุงและพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ ทั้งเครื่องการทอและสีสรรลวดลายก็มีการพัฒนาขึ้นมาต่อเนื่อง เพราะบ้านเชียงของเราเป็นแหล่งท่องเที่ยวมรดกโลก ดังนั้นจึงได้ถอดลวดลายจากภาชนะบ้านเชียงให้มาอยู่บนพื้นผ้า เมื่อคนทั่วไปมาเห็นก็จะรู้ได้เลยว่าเป็นเอกลักษณ์ของบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี  ปัญหาที่พบเจอคือเรื่องของการออกแบบลวดลายผ้านั้นมีเอกลักษณ์ของความเป็นบ้านเชียง แต่รูปแบบของแฟชั่นดีไซน์ยังไม่ทันสมัยเข้ากับคนรุ่นใหม่ อยากจะให้ทางคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เข้ามาช่วยพัฒนา อยากให้ชุมชนมีความพร้อม มีความเข้มแข็ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24242 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/เยี่ยมชมผ้าพื้นเมือง-ไทพวน.jpg" alt="" width="1200" height="718" /></p>
<p>นอกจากนี้แล้วปัญหาที่เกิดขึ้นภายในชุมชนคือปัจจุบันมีผู้สูงวัยแยะ คนที่ทอผ้าและเย็บผ้ามีน้อย สุขภาพไม่ดี มองไม่ค่อยชัด ไม่มีผู้สืบทอดในเรื่องของวัฒนธรรมการทอผ้าไปสู่ลูกหลาน อยากให้ทางมหาวิทยาลัยจัดทำเป็นหลักสูตรมาตรฐาน หลักสูตรท้องถิ่น ให้เด็กมีจิตวิญญาณของบ้านเชียง สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้เกิดความยั่งยืนแก่ชุมชน  ท้ายนี้อยากให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่ชุมชนบ้านเชียง เที่ยวแหล่งมรดกโลกและเรียนรู้วัฒนธรรมของชุมชนบ้านเชียง ทั้งในเรื่องของการทอผ้าย้อมคราม ทอผ้ามัดหมี่ บ้านเชียง เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง และชิมรสอาหารของชาวไทพวนบ้านเชียง กิจกรรมดังกล่าวเป็นความตั้งใจของไทยเบฟในการตอบแทนสังคม  เพราะเชื่อมั่นว่า “การสร้างสรรค์และแบ่งปันคุณค่าจากการเติบโต” เป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาชุมชนและสังคม สร้างความยั่งยืนสู่เศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็ง และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/thaibev-creative-young-designers-season-4/">ไทยเบฟ-มธ. ร่วมสร้างคุณค่า “ผ้าไทย” ตอบแทนสู่สังคม 2 องค์กรหลัก ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการ ขับเคลื่อนกิจกรรมภายใต้โครงการ Creative Young Designers Season 4 ยกระดับผ้าย้อมคราม-ผ้ามัดหมี่ สร้างคุณค่าเพิ่ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ต้นกล้าเอ เหมือนฝัน คงช่วย เดินหน้ารักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น “มโนราห์” ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2018/12/scg-foundation-manora/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Dec 2018 02:00:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิเอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[มโนราห์]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[เหมือนฝัน คงช่วย]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการต้นกล้าชุมชน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=4889</guid>

					<description><![CDATA[<p>มูลนิธิเอสซีจี ขับเคลื่อนการทำงานโดยมุ่งเน้นการพัฒนา “คน” มาอย่างต่อเนื่อง และจากการทำงานร่วมกันกับภาคประชาสังคมได้พบว่า ในพื้นที่สุราษฎร์ธานี มโนราห์เป็นประเด็นสำคัญที่จะสามารถเชื่อมคนเข้าด้วยกัน โดยการเคลื่อนไหวของกลุ่มเด็กและเยาวชน ในพื้นที่ เพื่อจะรักษา เรียนรู้รากเหง้าของตัวเอง &#160; เหมือนฝัน คงช่วย ต้นกล้าชุมชนรุ่น 3 มูลนิธิเอสซีจี ยังคงเดินหน้าทำงานรักษาศิลปะวัฒนท้องถิ่นมโนราห์ พร้อมเชื่อมต่อให้ถึงเด็กๆ และเยาวชนในพื้นที่ ที่จะร่วมรักษาต่อไป &#160; เลือกเส้นทางเอง ก้าวสู่งานชุมชนในวัยเรียน “จุดเปลี่ยนชีวิต” ของแต่ละคนล้วนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ด้วยเหตุผลและสถานการณ์ที่ไม่เหมือนกัน ต้นกล้าเอ เหมือนฝัน คงช่วย จากเด็กเรียนเก่งแทบจะได้ที่ 1 ทุกครั้งตั้งแต่ป.1-ป.6 และเป็นคนจะไม่สุงสิงกับใครเพราะให้ความสำคัญการเรียน และการแข่งขันทางการเรียนมากกว่าเรื่องอื่นๆ แต่แล้ววันหนึ่งก็ตั้งคำถามกับตัวเอง &#160; “เมื่อสอบเข้าเรียนม.1ที่โรงเรียนบ้านนาใหญ่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เอก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่า เรียนทำไม ? แข่งกันไปเพื่ออะไร ซึ่งเป็นจังหวะที่เจอกลุ่มยุวชนสร้างสรรค์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี นำโดยครูอู๊ด นิวัตร โฮ้เต้กิ้ม ทำกิจกรรมในโรงเรียน เลยเกิดความคิดว่า ชีวิตไม่ได้มีอยู่ในเฉพาะโรงเรียน  แต่มีกิจกรรมข้างนอกที่เราไปเรียนรู้ได้ก็ไปกับครูอู๊ด   และเมื่อไปเจอบรรยากาศข้างนอกและได้ช่วยกิจกรรมกับกลุ่มยุวชนสร้างสรรค์ เอก็ได้ค้นพบสิ่งที่ตัวเองชอบ ทำแล้วมีความสุข แล้วเรายิ้มได้เมื่อเราทำงานชาวบ้านตั้งแต่ม.1” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/12/scg-foundation-manora/">ต้นกล้าเอ เหมือนฝัน คงช่วย เดินหน้ารักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น “มโนราห์” ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">มูลนิธิเอสซีจี ขับเคลื่อนการทำงานโดยมุ่งเน้นการพัฒนา “คน” มาอย่างต่อเนื่อง และจากการทำงานร่วมกันกับภาคประชาสังคมได้พบว่า ในพื้นที่สุราษฎร์ธานี มโนราห์เป็นประเด็นสำคัญที่จะสามารถเชื่อมคนเข้าด้วยกัน โดยการเคลื่อนไหวของกลุ่มเด็กและเยาวชน ในพื้นที่ เพื่อจะรักษา เรียนรู้รากเหง้าของตัวเอง</span></h4>
<p><span id="more-4889"></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>เหมือนฝัน คงช่วย</strong> ต้นกล้าชุมชนรุ่น 3 มูลนิธิเอสซีจี ยังคงเดินหน้าทำงานรักษาศิลปะวัฒนท้องถิ่นมโนราห์ พร้อมเชื่อมต่อให้ถึงเด็กๆ และเยาวชนในพื้นที่ ที่จะร่วมรักษาต่อไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #993300;"><strong>เลือกเส้นทางเอง ก้าวสู่งานชุมชนในวัยเรียน</strong> </span></p>
<p><strong>“จุดเปลี่ยนชีวิต”</strong> ของแต่ละคนล้วนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ด้วยเหตุผลและสถานการณ์ที่ไม่เหมือนกัน <strong>ต้นกล้าเอ เหมือนฝัน คงช่วย</strong> จากเด็กเรียนเก่งแทบจะได้ที่ 1 ทุกครั้ง<strong>ตั้งแต่ป.1-ป.6 และเป็นคนจะไม่สุงสิงกับใครเพราะให้ความสำคัญการเรียน และการแข่งขันทางการเรียนมากกว่าเรื่องอื่นๆ</strong> แต่แล้ววันหนึ่งก็ตั้งคำถามกับตัวเอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><em>“เมื่อสอบเข้าเรียนม.1ที่โรงเรียนบ้านนาใหญ่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เอก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่า เรียนทำไม ? แข่งกันไปเพื่ออะไร <strong>ซึ่งเป็นจังหวะที่เจอกลุ่มยุวชนสร้างสรรค์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี นำโดยครูอู๊ด นิวัตร โฮ้เต้กิ้ม ทำกิจกรรมในโรงเรียน เลยเกิดความคิดว่า ชีวิตไม่ได้มีอยู่ในเฉพาะโรงเรียน  แต่มีกิจกรรมข้างนอกที่เราไปเรียนรู้ได้ก็ไปกับครูอู๊ด   และเมื่อไปเจอบรรยากาศข้างนอกและได้ช่วยกิจกรรมกับกลุ่มยุวชนสร้างสรรค์ เอก็ได้ค้นพบสิ่งที่ตัวเองชอบ ทำแล้วมีความสุข แล้วเรายิ้มได้เมื่อเราทำงานชาวบ้านตั้งแต่ม.1”</strong></em></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่โรงเรียนบ้านนาใหญ่ จังหวัดสุราฎร์ธานี ในวันที่เออายุประมาณ 10-11ปี วิถีส่วนตัวก็เปลี่ยนไป ทุกอย่างเริ่มใหม่จากที่นี่ โดยเฉพาะเมื่อได้ทำงานแยกขยะตอนเรียนม.1 จากนั้นก็เริ่มเดินหน้าโครงการต่างๆ ด้วยตัวเองในฐานะ “สมาชิก” กลุ่มโดยมี “ภัสรา รู้พันธ์” หรือ “พี่เอี้ยง” เป็น “พี่เลี้ยง” ที่แนะนำกระบวนการทำงานวิจัยต่างๆ ว่าจะต้องประกอบด้วย การเรียงขั้นตอน การจดบันทึก การนำเสนอ จนกระทั่งขึ้นเป็น<strong> “แกนนำ”</strong> กลุ่มเพื่อนๆ เมื่อเรียน ม.2 เอได้ชักชวนเพื่อนๆ ชักชวนน้องๆ ชักคนอื่นๆ ทำกิจกรรมเพื่อสังคม จนกระทั่งเรียนจบม.3 การเรียนในระบบของเอเป็นอันยุติ !</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><em>“การยุติการเรียนในระบบเมื่อเรียนจบม.3 เป็นการตอบคำถามตัวเองว่า ชีวิตเราจะไม่เป็นแบบคนอื่น เราจะสร้างเส้นทางชีวิตของเราเอง ไม่ว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ก็ตาม เราต้องรับผิดชอบกับมันให้ได้ ซึ่งในเรื่องนี้แม่เคารพการตัดสินใจของเอ โดยจะเล่าทุกเรื่องในการทำกิจกรรมให้แม่ฟังตลอด เวลาเจอใคร มีปัญหาอะไร ดีใจ เสียใจอะไรก็ตามจะเล่าให้แม่ฟังทั้งหมด และให้แม่รู้จักกลุ่มที่เราทำงานว่าเป็นใคร และกำลังทำอะไรกัน ซึ่งรายได้มาจากค่าอาสาสมัคร จากเงิน 500 บาทที่เป็นค่ากิจกรรม ก็เป็นเงินเดือนเดือนละ 2,000 บาท เอก็เอาให้แม่ เพราะเวลาทำงานพี่เลี้ยงก็ช่วยดูแล”</em></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_4890" aria-describedby="caption-attachment-4890" style="width: 709px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4890" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/P-1-4.jpg" alt="" width="709" height="264" /><figcaption id="caption-attachment-4890" class="wp-caption-text">การมีพื้นฐานทำงานอาสาสมัครอย่างต่อเนื่อง ช่วยทำให้เอมีประสบการณ์การทำงานชุมชน)</figcaption></figure>
<p>แม้ว่าจะออกมาทำงานอาสาสมัครเต็มตัว แต่เอก็ยังเลือกการเรียนในรูปแบบ การศึกษาทางเลือก ซึ่งเป็นการศึกษาบนฐานชุมชน ใช้ชุมชนเป็นหลักในการเรียน เรียนรู้วิชาสามัญ เรียนรู้การประกอบอาชีพ เรียนรู้การสื่อสาร โดยเอจะเป็นคนเลือกเรียนเองว่าจะเลือกเรียนอะไร จะทำอะไร เมื่อมีปัญหาก็จะไปหาพี่เลี้ยงทันที เพื่อจะได้รู้ว่า จะหาใครมาแนะนำได้หรือไม่ ถือเป็นการเรียนรู้ร่วมกันกับชุมชน จนกระทั่งมาถึงการเรียนรู้เรื่องมโนราห์ที่เวียงสระ รวมถึงคีรีรัฐและไทยดำ เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เอได้เริ่มรู้จักมูลนิธิเอสซีจี และมีความใกล้ชิดมากขึ้นจาการพูดคุยกับพี่เอี้ยง รวมถึงเมื่อเพื่อนๆ ผู้นำชุมชนที่ทำงานด้วยกัน ได้รับเลือกเป็นต้นกล้าชุมชนรุ่น 1 เอจึงมีความตั้งใจที่จะสมัครเป็นต้นกล้าชุมชน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><em>“เอสมัครโครงการต้นกล้าชุมชน รุ่นที่ 1 ของมูลนิธิเอสซีจี ยังไม่ได้รับเลือกแต่ก็ไม่ละความพยายาม จนกระทั่งมาถึงรุ่นที่ 3 ตอนสัมภาษณ์เรามั่นใจสิ่งที่ทำและเราเรียนรู้มโนราห์ ทำงานกับชุมชน ซึ่งดีใจมากที่ได้โอกาสผ่านเข้ามาในโครงการ”</em></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #993300;"><strong>มโนราห์ ร้อยวิถี วัฒนธรรมเดิมและใหม่อย่างมีคุณค่า</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><em>“การที่ได้รับเลือกเป็นต้นกล้าชุมชนของมูลนิธิเอสซีจี ช่วยในการสร้างคุณค่าวัฒนธรรมท้องถิ่นมโนราห์มาส่งต่อยังคนรุ่นใหม่ โดยมีการรักษาวัฒนธรรม เช่นเรื่องเครื่องแต่งกายที่มีรายละเอียดเสมือนงานศิลปะมากมายที่เอมองว่า จะนำไปใช้กับสินค้าเครื่องประดับให้คนซื้อนำไปใช้ได้จริง เป็นการสร้างรายได้เพิ่มเติมให้กับผู้เกี่ยวข้องกับการแสดงมโนราห์ เพราะปกติจะมีรายได้ในช่วงการแสดงเพียง 6 เดือน หลังจากไม่มีการแสดงก็จะไม่มีรายได้”</em></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_4891" aria-describedby="caption-attachment-4891" style="width: 607px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4891" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/P-2-4.jpg" alt="" width="607" height="455" /><figcaption id="caption-attachment-4891" class="wp-caption-text">มโนราห์ คืองานเป้าหมายที่เอนำชุมชนในท้องถิ่นรักษาไว้</figcaption></figure>
<p>ศิลปะต่างๆ บนเครื่องแต่งกายของมโนราห์นั้น ได้เห็นในยุคหลัง เพราะยุคแรกๆ หากเป็นชายรำจะไม่ใส่เสื้อ จะมีเฉพาะหน้าผ้า หางหงส์ ส่วนลูกปัดต่างๆ ที่มาพร้อมลวดลาย มาเริ่มต้นในยุครัชกาลที่ 6 ที่ผู้หญิงเริ่มรำมากขึ้น อีกทั้งเสมือนการแข่งขันลวดลายว่าผ้าใครลายสวยกว่า ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นการประกวดของคณะมโนราห์ทั้งศาสตร์ และศิลป์ การร้องรำ ว่าบทกลอน เครื่องแต่งกาย ส่งผลให้แต่ละคณะพัฒนาเครื่องแต่งกาย เปลี่ยนสีสัน เปลี่ยนสไตล์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4892 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/P-3-5.jpg" alt="" width="624" height="448" /></p>
<figure id="attachment_4893" aria-describedby="caption-attachment-4893" style="width: 767px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4893" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/Untitled-2.jpg" alt="" width="767" height="416" /><figcaption id="caption-attachment-4893" class="wp-caption-text">เอกลักษณ์งานศิลปะบนเครื่องแต่งกายมโนราห์ ถูกนำมาประยุกต์ ดีไซน์ให้ร่วมสมัย</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>เพราะฉะนั้น สิ่งที่เอตั้งใจสืบสาน ต่อยอด สร้างคุณค่าให้คนยุคปัจจบันนำจุดเด่นต่างๆ ของวัฒนธรรมมโนราห์นำไปใช้ได้จริง ล้วนเป็นความท้าทายในการเป็นต้นกล้าชุมชนของเอมาก</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“การที่มูลนิธิฯมีนโยบายให้เบี้ยเลี้ยงยังชีพกับต้นกล้า และสนับสนุนงบประมาณในการทำกิจกรรม ทำให้เอทำงานได้ง่ายขึ้น มีอิสะในการทำงาน ไม่ต้องพะวงในการหารายได้ เพื่อที่จะมาทำงานแบบก่อนหน้าที่จะมาเป็นต้นกล้าชุมชน ดังนั้นเมื่อเรามีทุนทางความคิด ความตั้งใจในการทำงานชุมชน มาบวกกับเงินทุนที่เป็นเบี้ยเลี้ยง และทุนกิจกรรม ทำให้เราทำอะไรได้เต็มที่ โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวก”</p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_4894" aria-describedby="caption-attachment-4894" style="width: 680px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4894" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/P-4-2.jpg" alt="" width="680" height="244" /><figcaption id="caption-attachment-4894" class="wp-caption-text">ศิลปะ วัฒนธรรมมโนราห์ เป็นแกนหลักเชื่อมเด็กๆ เยาวชน ในท้องถิ่น ในการรักษาไม่ให้สูญหาย</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p>เอในวัย 25 ปี ย้ำว่า สิ่งที่ได้รับจากมูลนิธิเอสซีจี คือการช่วยตอบโจทย์ว่า ต้นกล้าชุมชน ทำงานกับชุมชนจริงๆ โดยได้เรียนรู้เรื่องของ<strong> “แบรนด์”</strong> รวมถึงการสร้างความแตกต่างผลิตภัณฑ์ดังเช่น <strong>Mr. Tadashi Uchida</strong> และทีมที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการขับเคลื่อนพัฒนา และยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน OVOP (One Village One Product) จากเมืองโออิตะ ประเทศญี่ปุ่นได้ให้แนวทางกับเอว่า จะต้องพยายามสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ เพราะกรณีศึกษาที่นำเรื่องวัฒนธรรมมาต่อยอดสร้างรายได้นั้น ตลาดทั่วไปมีเรื่องแบบนี้มาก เอต้องคิดให้ได้ว่าทำอย่างไร ? ที่จะให้นักท่องเที่ยวมาชุมชนเพื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยงโยงกับวัฒนธรรมมโนราห์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-4895 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/P-5.jpg" alt="" width="600" height="434" /></p>
<figure id="attachment_4896" aria-describedby="caption-attachment-4896" style="width: 699px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4896" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/P-6-1.jpg" alt="" width="699" height="333" /><figcaption id="caption-attachment-4896" class="wp-caption-text">ประสบการณ์จาก OVOP ประเทศญี่ปุ่น ถูกนำมาดีไซน์ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนในยุคปัจจุบัน</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p>“การได้เป็นต้นกล้าชุมชนของมูลนิธิฯ ตั้งปีที่แล้ว เป็นสิ่งที่เอมั่นใจว่า เราเป็นผู้นำพัฒนาชุมชนได้ เพราะมีผู้สนับสนุนอยู่ มีชุมชนต้องดูแล เพราะถ้าหากไม่มีสิ่งเหล่านี้เออาจจะยุติบทบาทเรื่องนี้ เพราะเป็นช่วงที่เราก็เคว้งไม่มีใครปรึกษา เนื่องจากแม่ของเอเสียชีวิตไปเมื่อปีที่ได้เลือกให้เป็นต้นกล้าชุมชน”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เอกล่าวเสริมว่า จากประสบการณ์ส่วนตัว การจะเป็นต้นกล้าชุมชน ควรจะจะต้องมีองค์ประกอบคือ</p>
<p><strong>1.มีความตั้งใจจริงต่อความต้องการในการทำงานกับชุมชนนั้นๆ</strong><br />
<strong>2.มีทักษะการทำงานชุมชน และการเข้ากับคน</strong><br />
<strong>3.มีการเรียนรู้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุด</strong><br />
<strong>4.มีการเชื่อมโยงตัวเอง ระหว่างยุคสมัยใหม่กับความเป็นชุมชนเก่า</strong><br />
<strong>5.มีการกำหนดเป้าหมายงานสายพัฒนาชุมชนชัดเจน</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“คงไม่ไปทำอาชีพอื่น ไปทำงานยิ่งไม่ได้ เพราะรู้ว่าเส้นทางสายนักพัฒนาคืออาชีพของเอ ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่เอต้องไปหาคำตอบ และคำถามอีกมากมาย ซึ่งศักยภาพเราแค่นี้ไม่พอ ต้องเพิ่มและพัฒนาตัวเองอย่างสม่ำเสมอเพื่อนำสิ่งที่เรียนรู้ไปพัฒนาคนอื่น ขณะเดียวกันตัวเองก็เปลี่ยนแปลง เอเชื่อว่า เมื่อคนอื่นเห็นเราเปลี่ยนแปลง เขาก็อาจจะเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน” <strong>เหมือนฝัน คงช่วย</strong> หรือ<strong> เอ</strong> กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/12/scg-foundation-manora/">ต้นกล้าเอ เหมือนฝัน คงช่วย เดินหน้ารักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น “มโนราห์” ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
