<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วันเด็ก 2561 &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81-2561/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 17 Jan 2018 15:33:36 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.9</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>วันเด็ก 2561 &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>จินตนาการ &#038; สมาธิเด็กน้อย เกิดได้จากการอ่าน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2018/01/scgf-picture-books-for-children/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin t]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Jan 2018 01:45:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[มูลธิเอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[วันเด็ก 2561]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=1299</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถือเป็นหนึ่งในภาระกิจของมูลธิเอสซีจี ที่จะเป็นฟันเฟืองหนึ่งในการเสริมสร้างวัฒนธรรมการเลี้ยงลูกด้วยหนังสือให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอีกด้วย ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ได้เลือก “หนังสือภาพ” เพราะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ใช้ง่าย ประหยัด และทรงพลังที่สุด จะช่วยปลูกฝังให้เด็กไทยรักการอ่าน เมื่อพ่อแม่ลูกน้อยอ่านหนังสือภาพด้วยกัน และสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ 1.เพียงพ่อแม่ผู้ปกครองอ่านหนังสือภาพให้ลูกน้อยฟังวันละ 10 &#8211; 15 นาที จะทำให้พ่อแม่ และลูกน้อย ได้ใช้เวลาพิเศษร่วมกัน 2.น้ำเสียงจากการเล่านิทานและการกอดรัดที่อบอุ่นของพ่อแม่จะทำให้ลูกน้อยจดจำ ซึมซับ เรียนรู้สำเนียง ภาษา ข้อคิด คุณธรรม จริยธรรมตั้งแต่พวกเขายังเล็ก ทำให้เกิดเป็นช่วงเวลาคุณภาพของครอบครัวได้ 3.ขณะที่ลูกน้อยกวาดตามองภาพจากหนังสือภาพนั้น จะทำให้พวกเขาจดจ้อง เกิดจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และมีสมาธิที่ยาวนานขึ้น 4.ช่วยก่อให้เกิดเป็นความทรงจำในวัยเด็กที่งดงาม หยั่งรากลึกในใจลูกน้อย 5.เด็กน้อยที่เคยรู้สึกปิติยินดีกับหนังสือในวัยนี้จะรักและผูกพันกับการอ่านจนชั่วชีวิต ซึ่งจะเป็นภูมิคุ้มกันอย่างดีไม่ให้เด็กติดเกม ติดเพื่อน หรือลุ่มหลงไปกับสิ่งยั่วยุต่างๆ เมื่อโตขึ้น นับเป็นการเสริมสร้างวัฒนธรรมการเลี้ยงลูกด้วยหนังสือให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอีกด้วย **การเลือกหนังสือภาพให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละช่วงวัย วัยแรกเกิด-3 ขวบ หนังสือภาพสำหรับเด็กวัยทารก ไม่ใช่หนังสือสำหรับอ่าน แต่เด็กจะสนใจหนังสือภาพเหมือนเป็นของเล่นชิ้นหนึ่ง เด็กจะเห็นหนังสือภาพเป็นของสี่เหลี่ยมที่มีภาพติดอยู่ และเปิดได้ จึงรู้สึกสนุกกับการค้นพบสิ่งที่น่าสนใจ เช่น ถ้าเปิดหน้าไหนแล้วพบภาพสิ่งที่เด็กรู้จัก เช่น แมว สุนัข [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/01/scgf-picture-books-for-children/">จินตนาการ &#038; สมาธิเด็กน้อย เกิดได้จากการอ่าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ถือเป็นหนึ่งในภาระกิจของมูลธิเอสซีจี ที่จะเป็นฟันเฟืองหนึ่งในการเสริมสร้างวัฒนธรรมการเลี้ยงลูกด้วยหนังสือให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอีกด้วย</strong></p>
<p><span id="more-1299"></span></p>
<p>ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ได้เลือก<strong> “หนังสือภาพ”</strong> เพราะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ใช้ง่าย ประหยัด และทรงพลังที่สุด จะช่วยปลูกฝังให้เด็กไทยรักการอ่าน เมื่อพ่อแม่ลูกน้อยอ่านหนังสือภาพด้วยกัน และสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ</p>
<p style="text-align: left;"><strong>1.เพียงพ่อแม่ผู้ปกครองอ่านหนังสือภาพให้ลูกน้อยฟังวันละ 10 &#8211; 15 นาที จะทำให้พ่อแม่ และลูกน้อย ได้ใช้เวลาพิเศษร่วมกัน</strong><br />
<strong> 2.น้ำเสียงจากการเล่านิทานและการกอดรัดที่อบอุ่นของพ่อแม่จะทำให้ลูกน้อยจดจำ ซึมซับ เรียนรู้สำเนียง ภาษา ข้อคิด คุณธรรม จริยธรรมตั้งแต่พวกเขายังเล็ก ทำให้เกิดเป็นช่วงเวลาคุณภาพของครอบครัวได้</strong><br />
<strong> 3.ขณะที่ลูกน้อยกวาดตามองภาพจากหนังสือภาพนั้น จะทำให้พวกเขาจดจ้อง เกิดจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และมีสมาธิที่ยาวนานขึ้น</strong><br />
<strong> 4.ช่วยก่อให้เกิดเป็นความทรงจำในวัยเด็กที่งดงาม หยั่งรากลึกในใจลูกน้อย</strong><br />
<strong> 5.เด็กน้อยที่เคยรู้สึกปิติยินดีกับหนังสือในวัยนี้จะรักและผูกพันกับการอ่านจนชั่วชีวิต ซึ่งจะเป็นภูมิคุ้มกันอย่างดีไม่ให้เด็กติดเกม ติดเพื่อน หรือลุ่มหลงไปกับสิ่งยั่วยุต่างๆ เมื่อโตขึ้น</strong></p>
<p>นับเป็นการเสริมสร้างวัฒนธรรมการเลี้ยงลูกด้วยหนังสือให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอีกด้วย</p>
<p><em><strong>**การเลือกหนังสือภาพให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละช่วงวัย</strong></em></p>
<p><strong>วัยแรกเกิด-3 ขวบ</strong><br />
หนังสือภาพสำหรับเด็กวัยทารก ไม่ใช่หนังสือสำหรับอ่าน แต่เด็กจะสนใจหนังสือภาพเหมือนเป็นของเล่นชิ้นหนึ่ง เด็กจะเห็นหนังสือภาพเป็นของสี่เหลี่ยมที่มีภาพติดอยู่ และเปิดได้ จึงรู้สึกสนุกกับการค้นพบสิ่งที่น่าสนใจ เช่น ถ้าเปิดหน้าไหนแล้วพบภาพสิ่งที่เด็กรู้จัก เช่น แมว สุนัข รถ กล้วย ส้ม เด็กจะยิ่งสนใจมาก และส่งเสียงร้อง “บื๋อ บื๋อ” เมื่อเห็นภาพรถ เลียนเสียงเห่า <strong>“บ๊อก บ๊อก”</strong> เมื่อเห็นภาพสุนัข และจะใช้นิ้วจิ้มภาพเหล่านั้นด้วยความดีใจ</p>
<p>ดังนั้นหนังสือภาพที่เหมาะสมกับเด็กวัยนี้ควรเป็นหนังสือภาพที่มีรูปสัตว์ ผัก ผลไม้ รถชนิดต่างๆ สิ่งของในชีวิตประจำวัน ภาพเหล่านี้ควรเป็นภาพเหมือนจริง วาดโดยศิลปินฝีมือดี มีความสวยงาม ดูแล้วรู้สึกประทับใจ ไม่ควรเป็นภาพนามธรรม หรือภาพสีลูกกวาดที่ไม่มีความหมาย และไม่ควรมีฉากหลัง หรือส่วนประกอบภาพที่รก</p>
<p><strong>วัย 2-3 ขวบ</strong><br />
เมื่อเด็กเริ่มเข้าสู่วัย 2 ขวบ แต่ละคนจะเริ่มมีความชอบแตกต่างกันแล้วแต่สภาพแวดล้อม และการเลี้ยงดูของพ่อแม่ ดังนั้นควรเลือกหนังสือที่เด็กสนใจ ไม่บังคับให้เด็กดูแต่หนังสือภาพที่พ่อแม่ต้องการให้อ่าน เพราะหนังสือภาพไม่ใช่ตำราเรียน แต่มันคือความสุขของลูก</p>
<p>เด็กวัยนี้มีประสาทสัมผัสทางหูที่ดีมาก หากมีประสบการณ์ด้านภาษา และเสียงที่ดี เด็กจะพัฒนาศักยภาพทางภาษา และดนตรีได้ดี โดยเฉพาะในช่วงวัย 2-4 ขวบ เด็กจะสนใจฟังเสียงและภาษาที่มีจังหวะ ซึ่งเด็กจะจำได้อย่างน่าอัศจรรย์<br />
สำหรับเด็กวัย 3 ขวบ นั้น เป็นวัยที่มีพัฒนาการทางภาษาที่รวดเร็ว มีจินตนาการสร้างสรรค์ และมีความอยากรู้อยากเห็นมากขึ้นด้วย พวกเขาสามารถติดตามและเข้าใจเรื่องเล่าง่ายๆ ได้แล้ว จึงชอบฟังเรื่องซ้ำไปซ้ำมา ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรอ่านเรื่องที่ลูกชอบและร้องขอให้อ่านให้ฟังอย่างซ้ำแล้วซ้ำอีก หากลูกวัยนี้มีประสบการณ์ทางภาษาที่ดี (วรรณกรรม) และภาพที่ดี (ศิลปกรรม) จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างนิสัยรักการอ่านในอนาคตได้</p>
<figure id="attachment_1303" aria-describedby="caption-attachment-1303" style="width: 500px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="wp-image-1303" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/01/SD-Thailand-SCGFหนังสือภาพ.jpg" alt="" width="500" height="375" /><figcaption id="caption-attachment-1303" class="wp-caption-text">มูลนิธิเอสซีจีจัดพิมพ์หนังสือภาพสำหรับเด็กในปี 2560 จำนวน 5 เรื่อง</figcaption></figure>
<p><strong>วัย 4-6 ขวบ</strong><br />
เมื่อเข้าสู่วัย 4 ขวบ ความสามารถทางภาษาของเด็กจะพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ความชอบของเด็กแต่ละคนก็แตกต่างกันอย่างชัดเจน ทำให้การเลือกหนังสือภาพมีข้อจำกัดมากขึ้น หนังสือภาพสำหรับเด็กวัยนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นนิทาน และเรื่องเล่าที่ประพันธ์ขึ้นสำหรับเด็ก</p>
<p>เด็ก 4 ขวบ เป็นวัยสร้างพื้นฐานทางด้านจินตนาการสร้างสรรค์ เมื่อเด็กฟังนิทานทางหู และเข้าไปอยู่ในโลกของนิทาน ในหัวก็จะวาดภาพไปตามเรื่องราวที่ได้ยิน โดยภาษาเล่าเรื่องเป็นภาษาที่มองด้วยตาไม่เห็น แต่เมื่อเด็กได้ฟังนิทาน ภาพของตัวละครในนิทานจะปรากฏขึ้นในหัว แม้ว่าตรงหน้าเด็กจะไม่มีอะไรเลย แต่พลังของเรื่องราวที่เด็กได้ยินจะทำให้เด็กวาดภาพขึ้นเองในสมองได้ อย่างไรก็ตาม ภาพของหนังสือภาพจะช่วยให้เด็กวาดภาพเหล่านั้นในสมองได้ง่ายขึ้น</p>
<p>ส่วนเด็กวัย 5 ขวบนั้น พ่อแม่ควรหาหนังสือภาพที่เด็กหลงใหลให้ได้ 1 เล่ม ส่วนมากเด็กจะชอบหนังสือภาพนิทาน และเรื่องที่ยาวขึ้น โดยการค้นหาหนังสือที่ชอบมากเป็นพิเศษนี้ มีความหมายต่อเด็กมาก เปรียบเสมือนการค้นพบขุมทรัพย์อันล้ำค่าทีเดียว ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากต่อพัฒนาการทางด้านภาษาของเด็ก ประสบการณ์นี้เด็กจะไม่ได้รับในโรงเรียน แม้แต่ในชั่วโมงสอนภาษาก็สอนเด็กไม่ได้ลึกซึ้งฝังใจเหมือนภาษาของหนังสือภาพนิทาน</p>
<p>เมื่อถึงวัย 6 ขวบ ซึ่งลูกโตพอที่พ่อแม่สามารถอ่านนิทานเรื่องยาวให้ลูกฟังเป็นตอนๆ ติดต่อกันทุกวันได้ หรืออ่านร่วมกันกับลูก เด็กก็จะรู้สึกสนุก และเฝ้ารอคอยฟังตอนต่อไปในวันรุ่งขึ้น โดยนิทาน หรือบทประพันธ์ ควรเป็นเรื่องราวที่ชวนให้เด็กรู้สึกสนุกกับการสร้างจินตนาการ และใช้ภาษาที่เหมาะสม เมื่อเด็กอ่านหนังสือออก เด็กจะอ่านเรื่องที่เคยฟังแล้วซ้ำอีก หรือเรื่องที่เขาชอบเป็นพิเศษ และสนุกกับมันได้ด้วยตัวเอง</p>
<p><em><strong>ข้อแนะนำในการใช้หนังสือภาพ</strong></em><br />
1.หนังสือภาพเพื่อเด็ก ไม่ใช่หนังสือที่ให้ประโยชน์ต่อเด็กในทันทีทันใด แต่เป็นหนังสือที่ให้ &#8220;ความสุขและความสนุก&#8221; แก่เด็ก และช่วยจุดประกายความสนใจที่มีต่อหนังสือให้เกิดขึ้นในใจเด็ก<br />
2.หนังสือภาพเพื่อเด็ก ไม่ใช่หนังสือสำหรับเด็กอ่านเอง แต่เป็นหนังสือที่ผู้ใหญ่อ่านให้เด็กฟัง เป็นสื่อกลางสร้างความสุขในครอบครัว และสร้างพื้นฐานด้านมนุษยสัมพันธ์แก่เด็ก<br />
3.หนังสือภาพที่เด็กชอบเป็นพิเศษควรอ่านให้ฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่าเท่าที่เด็กร้องขอ เพราะเป็นพื้นฐานของการสร้างความสามารถในการอ่านหนังสือ และพลังทางภาษาได้ดีทีเดียว<br />
4.เมื่ออ่านหนังสือภาพจบแล้ว ไม่ควรตั้งคำถามทดสอบความเข้าใจของลูกเหมือนครูในโรงเรียน นอกเสียจากลูกจะถามขึ้นเองจึงค่อยอธิบายให้ฟัง<br />
5.ก่อนตัดสินใจเลือกหนังสือภาพ สิ่งที่พ่อแม่ควรพิจารณามากที่สุด คือหนังสือเล่มนั้น จะทำให้ลูกมีความสุขมากเพียงใด เพราะหนังสือภาพคือตัวกระตุ้นที่ดีที่สุดในการสร้างนิสัยรักการอ่านหนังสือแก่เด็กไปจนโต<br />
<strong>ที่มา: สถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.)</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/01/scgf-picture-books-for-children/">จินตนาการ &#038; สมาธิเด็กน้อย เกิดได้จากการอ่าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
