<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วัสดุชีวภาพ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%b8%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 09 May 2026 07:36:54 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.8</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>วัสดุชีวภาพ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>GC ต่อยอดไทยสู่ฐานการผลิตไบโอพลาสติก เพิ่มทางเลือกเม็ดพลาสติกที่ไม่ได้มาจากฟอสซิล เปิดโรงงาน NatureWorks แห่งใหม่ ผลิต PLA ครบวงจร ในเอเซีย   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/gc-open-natureworks-factory/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 09 May 2026 07:36:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Bioplastic]]></category>
		<category><![CDATA[Cargill]]></category>
		<category><![CDATA[​Erik Ripple]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[NatureWorks]]></category>
		<category><![CDATA[PLA]]></category>
		<category><![CDATA[Polylactic Acid]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Portfolio]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ณัฐพล รังสิตพล]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สาโรจน์ พุทธธรรมวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[อิริค ริพเพิล ​]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดโรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอพลาสติก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41625</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต เดินหน้าขยายธุรกิจคาร์บอนต่ำภายใต้กลยุทธ์การสร้างความสมดุลระหว่างธุรกิจและความยั่งยืน (Sustainable Portfolio) ผ่านการร่วมทุนใน NatureWorks ผู้ผลิตไบโอพลาสติก ประเภทโพลีแลคติกแอซิด (Polylactic Acid : PLA) ใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมเปิดดำเนินการโรงงานแห่งที่ 2 อย่างเป็นทางการ  ณ โครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมไบโอพลาสติกของไทย สามารถตอบสนองทิศทางของโลกเรื่องความยั่งยืน การเปิดดำเนินการโรงงานแห่งใหม่นี้ สะท้อนวิสัยทัศน์ของ GC ในการมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านนวัตกรรม ประสิทธิภาพการใช้งาน และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดย NatureWorks ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง GC และ Cargill นับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ ตอบรับความต้องการของตลาดที่ให้ความสำคัญกับวัสดุทางเลือก และเพิ่มความยืดหยุ่นของซัพพลายเชนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงด้านความหลากหลายของวัตถุดิบ ท่ามกลางความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ โรงงานแห่งนี้เป็นโรงงานผลิตไบโอพลาสติก ประเภท PLA แห่งที่ 2 ของ NatureWorks ภายใต้ชื่อทางการค้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/gc-open-natureworks-factory/">GC ต่อยอดไทยสู่ฐานการผลิตไบโอพลาสติก เพิ่มทางเลือกเม็ดพลาสติกที่ไม่ได้มาจากฟอสซิล เปิดโรงงาน NatureWorks แห่งใหม่ ผลิต PLA ครบวงจร ในเอเซีย   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>GC </strong><strong>ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต เดินหน้าขยายธุรกิจคาร์บอนต่ำภายใต้กลยุทธ์การสร้างความสมดุลระหว่างธุรกิจและความยั่งยืน (</strong><strong>Sustainable Portfolio) </strong><strong>ผ่านการร่วมทุนใน </strong><strong>NatureWorks </strong><strong>ผู้ผลิตไบโอพลาสติก ประเภทโพลีแลคติกแอซิด (</strong><strong>Polylactic Acid : PLA) </strong><strong>ใหญ่ที่สุดในโลก </strong></p>
<p><span id="more-41625"></span></p>
<p><strong>พร้อมเปิดดำเนินการโรงงานแห่งที่ 2 อย่างเป็นทางการ  ณ โครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมไบโอพลาสติกของไทย สามารถตอบสนองทิศทางของโลกเรื่องความยั่งยืน</strong></p>
<p>การเปิดดำเนินการโรงงานแห่งใหม่นี้ สะท้อนวิสัยทัศน์ของ GC ในการมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านนวัตกรรม ประสิทธิภาพการใช้งาน และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดย NatureWorks ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง GC และ Cargill นับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ ตอบรับความต้องการของตลาดที่ให้ความสำคัญกับวัสดุทางเลือก และเพิ่มความยืดหยุ่นของซัพพลายเชนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงด้านความหลากหลายของวัตถุดิบ ท่ามกลางความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41715 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/GC3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โรงงานแห่งนี้เป็นโรงงานผลิตไบโอพลาสติก ประเภท PLA แห่งที่ 2 ของ<strong> NatureWorks</strong> ภายใต้ชื่อทางการค้า <strong>Ingeo™</strong> โดยใช้เทคโนโลยีไบโอพลาสติกระดับโลก และใช้น้ำตาลจากอ้อยที่ปลูกในประเทศไทยเป็นวัตถุดิบ 100% จนได้ไบโอพลาสติก PLA ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 75,000 ตันต่อปี สะท้อนศักยภาพของการพัฒนาอุตสาหกรรมแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำในประเทศ ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับภาคเกษตรกรรมไทย และเชื่อมโยงสู่การใช้งานในอุตสาหกรรมอื่น ๆ</p>
<p>Ingeo™ PLA ของ NatureWorks เป็นไบโอพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้ในสภาวะที่เหมาะสม มีคาร์บอนฟุตปริ้นท์ต่ำ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายประเภท เช่น นำไปผลิตเป็นถุงชา แคปซูลกาแฟ บรรจุภัณฑ์อาหาร อุปกรณ์และของใช้ภายในบ้าน เช่น ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์สำนักงาน เคสโทรศัพท์ เคสเครื่องสำอาง ผ้าอ้อม ผ้าเช็ดทำความสะอาด หน้ากากอนามัย  รวมถึงเส้นพลาสติกที่ใช้ในงานพิมพ์ชิ้นงานสามมิติ (3D Printing) ซึ่งเป็นจุดตั้งต้นของการคิดค้นนวัตกรรมต่าง ๆ เป็นต้น ทั้งนี้ Ingeo™ PLA ของ NatureWorks ได้รับการรับรองจากมาตรฐานสากลในหลายมิติ ทั้งด้านวัตถุดิบชีวภาพและคาร์บอนหมุนเวียน เช่น USDA BioPreferred รวมถึงด้านวัตถุดิบยั่งยืนผ่าน ISCC PLUS เป็นต้น</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41716 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/GC4.jpg" alt="" width="1200" height="649" /></p>
<p><strong>คุณสาโรจน์ พุทธธรรมวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีมูลค่าเพิ่ม </strong><strong>GC </strong><strong>กล่าวว่า</strong> โรงงานแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ NatureWorks ที่สะท้อนทิศทางการเติบโตของวัสดุคาร์บอนต่ำในระดับโลก ท่ามกลางโลกที่มีความผันผวนสูง วัสดุชีวภาพเข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้นในฐานะอีกหนึ่งโซลูชั่นที่ช่วยเสริมความยืดหยุ่นให้ภาคอุตสาหกรรม GC เชื่อมั่นว่า NatureWorks จะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ Sustainable Portfolio พร้อมยกระดับศักยภาพของอุตสาหกรรมไบโอพลาสติกของไทยสู่ระดับภูมิภาคเอเซีย</p>
<p>ด้าน<strong> ดร. ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า</strong> “โรงงานผลิตไบโอพลาสติกแห่งนี้ถือเป็นการลงทุนที่มีความหมายต่อประเทศไทยอย่างยิ่ง เพราะเป็นการต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบทางการเกษตรของไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและเสริมความมั่นคงให้กับภาคการผลิตในระยะยาว ควบคู่กับการสร้างงาน กระจายรายได้สู่ภูมิภาค และพัฒนาให้พื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านไบโอเทคโนโลยีในอนาคต อีกทั้งยังสอดคล้องกับการขับเคลื่อน Bioeconomy และโมเดลเศรษฐกิจ BCG  ของประเทศ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตไบโอพลาสติกที่สำคัญของโลก”</p>
<p>ขณะที่<strong> มร. อิริค ริพเพิล (</strong><strong>Mr. Erik Ripple) </strong><strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ </strong><strong>NatureWorks</strong><strong> กล่าวว่า </strong>การเปิดโรงงานที่นครสวรรค์ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายกำลังการผลิตไบโอพลาสติกประเภท PLA เพิ่มเติมจากฐานการผลิตแห่งแรกของเรา ตั้งอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา การมีฐานการผลิตแห่งใหม่ในประเทศไทยจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการตอบสนองความต้องการใช้ไบโอพลาสติก โดยเฉพาะอย่างยิ่งภูมิภาคเอเซีย พร้อมสามารถสนับสนุนลูกค้าในการใช้วัสดุที่ยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร ควบคู่กับการผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่วัสดุหมุนเวียนที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำกว่า และเสริมความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานของวัสดุยั่งยืนในภูมิภาคเอเชีย</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41713 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/GC1.png" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โรงงานผลิตไบโอพลาสติกแห่งใหม่นี้ ได้รับการออกแบบให้สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ Ingeo™ ได้หลากหลายเกรด เพื่อตอบสนองการใช้งานในอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การเปิดดำเนินการของโรงงานดังกล่าว ยังตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตวัสดุชีวภาพมูลค่าสูงในภูมิภาค และสะท้อนศักยภาพของความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม และภาครัฐ ในการร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/gc-open-natureworks-factory/">GC ต่อยอดไทยสู่ฐานการผลิตไบโอพลาสติก เพิ่มทางเลือกเม็ดพลาสติกที่ไม่ได้มาจากฟอสซิล เปิดโรงงาน NatureWorks แห่งใหม่ ผลิต PLA ครบวงจร ในเอเซีย   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GC เดินหน้า Biorefinery ครบวงจร ต่อยอดผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพและพลาสติกชีวภาพ ตอกย้ำศักยภาพธุรกิจมูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/04/gc-high-value-low-carbon-business/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Apr 2025 10:43:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[Bio]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-Chemicals]]></category>
		<category><![CDATA[Biorefinery]]></category>
		<category><![CDATA[circular]]></category>
		<category><![CDATA[Co-processing]]></category>
		<category><![CDATA[Co-product]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[Green Economy]]></category>
		<category><![CDATA[High Value & Low Carbon Business]]></category>
		<category><![CDATA[SAF]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Aviation Fuel]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Material]]></category>
		<category><![CDATA[ทศพร บุณยพิพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันอากาศยานยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เคมีภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงกลั่นชีวภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33164</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต เดินหน้าขยายศักยภาพโรงกลั่นชีวภาพ (Biorefinery) ต่อยอดจากความสำเร็จในการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) เป็นรายแรกของประเทศ สู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพ (Bio-Chemicals) และพลาสติกชีวภาพ (Bio-Polymers) มูลค่าสูงที่ตอบโจทย์การใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม รองรับความต้องการของตลาดโลกที่มุ่งสู่วัสดุทางเลือกเพื่อความยั่งยืน เสริมความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมชีวภาพของไทย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่แตกต่างอย่างยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนองค์กรตามกลยุทธ์ขยายธุรกิจมูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำ (High Value &#38; Low Carbon Business) นอกจากการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ที่มีกำลังการผลิตในเฟสแรก 6 ล้านลิตรต่อปีแล้ว GC ยังต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการกลั่นและเคมีภัณฑ์ขั้นสูง โดยการพัฒนากระบวนการ Co-processing ที่สามารถใช้งานร่วมกับหน่วยกลั่นเดิม ได้ นำน้ำมันพืชใช้แล้ว (Used Cooking Oil: UCO) มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพ (Bio-Chemicals) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/gc-high-value-low-carbon-business/">GC เดินหน้า Biorefinery ครบวงจร ต่อยอดผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพและพลาสติกชีวภาพ ตอกย้ำศักยภาพธุรกิจมูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>GC </strong><strong>ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต เดินหน้าขยายศักยภาพโรงกลั่นชีวภาพ (</strong><strong>Biorefinery</strong><strong>) ต่อยอดจากความสำเร็จในการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (</strong><strong>Sustainable Aviation Fuel: SAF) </strong><strong>เป็นรายแรกของประเทศ</strong></p>
<p><span id="more-33164"></span></p>
<p><strong> สู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพ (</strong><strong>Bio-Chemicals) </strong><strong>และพลาสติกชีวภาพ (</strong><strong>Bio-Polymers) </strong><strong>มูลค่าสูงที่ตอบโจทย์การใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม รองรับความต้องการของตลาดโลกที่มุ่งสู่วัสดุทางเลือกเพื่อความยั่งยืน เสริมความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมชีวภาพของไทย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่แตกต่างอย่างยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนองค์กรตามกลยุทธ์ขยายธุรกิจมูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำ (</strong><strong>High Value &amp; Low Carbon Business)</strong></p>
<p>นอกจากการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ที่มีกำลังการผลิตในเฟสแรก 6 ล้านลิตรต่อปีแล้ว GC ยังต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการกลั่นและเคมีภัณฑ์ขั้นสูง โดยการพัฒนากระบวนการ Co-processing ที่สามารถใช้งานร่วมกับหน่วยกลั่นเดิม ได้ นำน้ำมันพืชใช้แล้ว (Used Cooking Oil: UCO) มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพ (Bio-Chemicals) และพลาสติกชีวภาพ (Bio-Polymers) มูลค่าสูง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นการใช้วัสดุทางเลือกที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ทั้งนี้ GC ได้เริ่มผลิตเชิงพาณิชย์แล้ว จำนวน 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ <strong>Bio-Propylene</strong> สำหรับผลิตบรรจุภัณฑ์ พลาสติกแข็ง ของเล่นเด็ก และชิ้นส่วนยานยนต์ <strong>Bio-BD (Bio-Butadiene)</strong> ใช้ในยางรถยนต์และรองเท้ากีฬา และ <strong>Bio-PTA (Bio-Purified Terephthalic Acid) </strong>สำหรับผลิตเส้นใยโพลีเอสเตอร์และขวดพลาสติก PET โดยขณะนี้มีตลาดปลายทางในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ อุตสาหกรรมยาง และอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ ตามลำดับ</p>
<p>นอกจากนี้ GC ยังมีแผนต่อยอด Bio-Naphtha ซึ่งเป็นวัตถุดิบตั้งต้นในการผลิตเคมีภัณฑ์และพลาสติก Bio-PE (Bio-Polyethylene) สำหรับผลิตถุงพลาสติก ฟิล์ม และบรรจุภัณฑ์อาหาร และ Bio-MEG (Bio-Monoethylene Glycol)<strong> </strong>สำหรับผลิตเส้นใยโพลีเอสเตอร์และขวดพลาสติก PET ในอนาคตอีกด้วย</p>
<p>อีกทั้งโรงกลั่นชีวภาพของ GC มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบทางการเกษตรและของเสียในประเทศ โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้มีคุณสมบัติเทียบเท่าวัสดุจากฟอสซิล แต่ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญช่วยลดปัญหาของเสีย เพิ่มรายได้ให้กับชุมชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับเป้าหมายของ GC ในการเป็นผู้นำธุรกิจคาร์บอนต่ำที่เติบโตอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33165 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/GC_Biorefinery-ครบวงจร-re.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>คุณทศพร บุณยพิพัฒน์ ผู้จัดการใหญ่ </strong><strong>GC </strong>กล่าวว่า “GC ไม่เพียงเป็นผู้ผลิต SAF รายแรกของประเทศ แต่เรายังเดินหน้าต่อยอดศักยภาพของ Biorefinery เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพและพลาสติกชีวภาพที่สามารถทดแทนวัตถุดิบจากฟอสซิล ตอบโจทย์ทั้งตลาด ความยั่งยืน และอนาคตของอุตสาหกรรม โดยมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนอย่างน้ำมันพืชใช้แล้วในการผลิตสินค้ามูลค่าสูง สอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ที่ประเทศไทยผลักดัน และเดินหน้าตามกลยุทธ์ขยายธุรกิจมูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำของ GC”</p>
<p>นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ชีวภาพของ GC ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลด้านความยั่งยืนอย่าง ISCC PLUS (International Sustainability and Carbon Certification Plus) ซึ่งมุ่งเน้นการใช้วัตถุดิบชีวภาพและวัสดุหมุนเวียนในกระบวนการผลิตอย่างมีความรับผิดชอบ ช่วยให้แบรนด์ผู้ผลิตสินค้าปลายทางสามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างมั่นใจ</p>
<p>GC ยังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีและขยายความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ  เพื่อส่งมอบโซลูชันเคมีภัณฑ์ครบวงจรที่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาด ตอกย้ำบทบาทของบริษัทในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมที่มุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/gc-high-value-low-carbon-business/">GC เดินหน้า Biorefinery ครบวงจร ต่อยอดผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพและพลาสติกชีวภาพ ตอกย้ำศักยภาพธุรกิจมูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อังกฤษคิดค้นวัสดุทางเลือกจากแบคทีเรีย เพื่อนำมาผลิตรองเท้าแทนวัสดุดั้งเดิมที่เป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/04/microbial-textiles-from-plant-waste-to-sustainable-meterial/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Apr 2023 08:29:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Biotechnology]]></category>
		<category><![CDATA[footwear]]></category>
		<category><![CDATA[microbial textiles]]></category>
		<category><![CDATA[Modern Synthesis]]></category>
		<category><![CDATA[Sneaker]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Fashion]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Material]]></category>
		<category><![CDATA[waste]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะทางการเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[นาโนเซลลูโลส]]></category>
		<category><![CDATA[รองเท้ายั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุชีวภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=18184</guid>

					<description><![CDATA[<p>นับเป็นความก้าวล้ำด้านเทคโนโลยีในการผลิตรองเท้าที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมก็ว่าได้ เมื่อบริษัท Modern Synthesis ซึ่งเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีชีวภาพในลอนดอน ได้เปิดห้องแล็บเพื่อทำการทดลองนำประโยชน์ของน้ำตาลจากซากพืชและจุลินทรีย์มาใช้เพาะ “microbial textiles” หรือ “วัตถุดิบสำหรับสิ่งทอที่ได้จากจุลินทรีย์” เพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตรองเท้า สาเหตุของการคิดค้นดังกล่าว ก็เนื่องจากวัสดุส่วนใหญ่ที่ใช้ผลิตรองเท้านั้น เป็นพลาสติกโพลีเอสเตอร์และไนลอน ซึ่งเป็นวัสดุที่มีราคาเข้าถึงได้ ใช้งานได้หลากหลาย และทนทาน แต่วัสดุเหล่านี้ล้วนมีต้นกำเนิดมาจากปิโตรเลียมทั้งสิ้น ทำให้การผลิตและทำลายมักจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จึงกลายเป็นที่มาของความพยายามในการคิดค้นหาโซลูชันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมดังกล่าว สำหรับกระบวนการผลิตนั้น Modern Synthesis นำวัตถุดิบตั้งต้นอย่างซากผลไม้และขยะทางการเกษตรที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบมาหมักทำให้เกิดแบคทีเรียเพาะน้ำตาล ซึ่งกระบวนการนี้จะทำให้เกิดวัสดุน้ำหนักเบาอย่าง นาโนเซลลูโลส ที่สามารถเติบโตได้บนโครงของด้ายเพื่อผลิตเป็นวัสดุทางเลือกสำหรับนำมาใช้ผลิตรองเท้า “นาโนเซลลูโลส” ที่ได้มีความคล้ายคลึงกับไนลอนแต่ให้ความรู้สึกเหมือนกระดาษ โดย Modern Synthesis ได้อ้างว่า วัสดุดังกล่าวมีความแข็งแกร่งกว่าเหล็กและแข็งกว่าเส้นใยสังเคราะห์เคฟลาร์ (Kevlar) ถึง 8 เท่าเลยทีเดียว เรียกได้ว่า วัสดุที่ได้จากการเพาะแบคทีเรียครั้งนี้เป็นวัสดุทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่ยังสามารถนำไปย้อมสีและเคลือบผิวได้หลากหลาย ทำให้ใช้งานได้หลากหลาย สำหรับรองเท้าที่ผลิตจากวัสดุดังกล่าวยังไม่มีวางขายในตลาด แต่ทาง Modern Synthesis ก็ได้เปิดแล็บแห่งใหม่ใน South London เพื่อผลิตรองเท้าต้นแบบ และคาดว่าจะผลิตเพื่อจำหน่ายในอีกไม่ช้านี้ source source  &#160;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/microbial-textiles-from-plant-waste-to-sustainable-meterial/">อังกฤษคิดค้นวัสดุทางเลือกจากแบคทีเรีย เพื่อนำมาผลิตรองเท้าแทนวัสดุดั้งเดิมที่เป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นับเป็นความก้าวล้ำด้านเทคโนโลยีในการผลิตรองเท้าที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมก็ว่าได้ เมื่อบริษัท <strong>Modern Synthesis</strong> ซึ่งเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีชีวภาพในลอนดอน ได้เปิดห้องแล็บเพื่อทำการทดลองนำประโยชน์ของน้ำตาลจากซากพืชและจุลินทรีย์มาใช้เพาะ “<strong>microbial textiles</strong>” หรือ “วัตถุดิบสำหรับสิ่งทอที่ได้จากจุลินทรีย์” เพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตรองเท้า</p>
<p><span id="more-18184"></span></p>
<p>สาเหตุของการคิดค้นดังกล่าว ก็เนื่องจากวัสดุส่วนใหญ่ที่ใช้ผลิตรองเท้านั้น เป็นพลาสติกโพลีเอสเตอร์และไนลอน ซึ่งเป็นวัสดุที่มีราคาเข้าถึงได้ ใช้งานได้หลากหลาย และทนทาน แต่วัสดุเหล่านี้ล้วนมีต้นกำเนิดมาจากปิโตรเลียมทั้งสิ้น ทำให้การผลิตและทำลายมักจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จึงกลายเป็นที่มาของความพยายามในการคิดค้นหาโซลูชันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมดังกล่าว</p>
<p>สำหรับกระบวนการผลิตนั้น Modern Synthesis นำวัตถุดิบตั้งต้นอย่างซากผลไม้และขยะทางการเกษตรที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบมาหมักทำให้เกิดแบคทีเรียเพาะน้ำตาล ซึ่งกระบวนการนี้จะทำให้เกิดวัสดุน้ำหนักเบาอย่าง นาโนเซลลูโลส ที่สามารถเติบโตได้บนโครงของด้ายเพื่อผลิตเป็นวัสดุทางเลือกสำหรับนำมาใช้ผลิตรองเท้า</p>
<p>“นาโนเซลลูโลส” ที่ได้มีความคล้ายคลึงกับไนลอนแต่ให้ความรู้สึกเหมือนกระดาษ โดย Modern Synthesis ได้อ้างว่า วัสดุดังกล่าวมีความแข็งแกร่งกว่าเหล็กและแข็งกว่าเส้นใยสังเคราะห์เคฟลาร์ (Kevlar) ถึง 8 เท่าเลยทีเดียว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18188 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Shoes1.jpg" alt="" width="1200" height="804" /></p>
<p>เรียกได้ว่า วัสดุที่ได้จากการเพาะแบคทีเรียครั้งนี้เป็นวัสดุทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่ยังสามารถนำไปย้อมสีและเคลือบผิวได้หลากหลาย ทำให้ใช้งานได้หลากหลาย</p>
<p>สำหรับรองเท้าที่ผลิตจากวัสดุดังกล่าวยังไม่มีวางขายในตลาด แต่ทาง Modern Synthesis ก็ได้เปิดแล็บแห่งใหม่ใน South London เพื่อผลิตรองเท้าต้นแบบ และคาดว่าจะผลิตเพื่อจำหน่ายในอีกไม่ช้านี้</p>
<p><a href="https://l.facebook.com/l.php?u=https%3A%2F%2Fdesigntaxi.com%2Fnews%2F422966%2FLab-Grown-Shoe-Material-Stitched-From-Bacteria-Steps-Toward-A-Greener-Future%2F%3Ffbclid%3DIwAR06dSpLUNMHoeAVKdNZMHmQG-nl-Sar1SaPgmYbMkjbMljRo5tyZTCiIcg&amp;h=AT3tYVDSUdAXgpBQhNFGAE4LMI2FucXC-BFqSR2kvo9khB394x-Psa793dNZ82e6CV6XkbDlTyKFiCUE063HHvhqrDM6mDlDLS8EWp8FPaaoWI1f8fliv1K4xirE1xS8PU_IIb4e86N1WGq58ANMtJ7P" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p><a href="https://www.trendhunter.com/trends/modern-synthesis-1?fbclid=IwAR0kaAariFkD_L436VQN_rymBMt1f7PztMVtxb5WQPOMYh0RHnd89mcz0bU" target="_blank" rel="noopener">source </a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/microbial-textiles-from-plant-waste-to-sustainable-meterial/">อังกฤษคิดค้นวัสดุทางเลือกจากแบคทีเรีย เพื่อนำมาผลิตรองเท้าแทนวัสดุดั้งเดิมที่เป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จับตาตลาดวัสดุชีวภาพทางการแพทย์เติบโตสูง คาด 7 ปี มูลค่าทั่วโลกทะลุ 15 ล้านล้านบาท ประเทศกลุ่ม BRICS ครองดีมานด์ 1 ใน 3</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/10/biomaterials-market-raise-to-growth-in-brics-country/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 31 Oct 2022 11:40:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Biomaterials]]></category>
		<category><![CDATA[BRICS]]></category>
		<category><![CDATA[EphMRA]]></category>
		<category><![CDATA[Growth+Reports]]></category>
		<category><![CDATA[Maximize Market Research Analysis]]></category>
		<category><![CDATA[Mynusco Biomaterials Platform]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมวิจัยการตลาดยาแห่งยุโรป]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=15330</guid>

					<description><![CDATA[<p>Growth+Reports บริษัทวิจัยข้อมูลด้านสุขภาพระดับโลก และสมาชิกสมาคมวิจัยการตลาดยาแห่งยุโรป (EphMRA) ซึ่งมีฐานอยู่ทั้งในสหรัฐอเมริกา อินเดีย และสิงคโปร์ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาตลาด Biomaterials พบว่ามีโอกาสเติบโตได้กว่าปีละ 13.7%  จนถึงปี 2030 หรือตลอด 7 ปีข้างหน้านี้ โดยคาดมูลค่าเติบโตได้ถึง 3.95 แสนล้านเหรียญสหรัฐ  หรือกว่า 15 ล้านล้านบาท ทั้งนี้ หากพิจารณาตลาดในสิ้นปี 2564 ที่ผ่านมา มูลค่าอยู่ที่ 1.24 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 4.73  ล้านล้านบาท หรือเติบโตได้กว่า 3 เท่าตัว โดยปัจจัยการเติบโตมาจากโอกาสในการนำไปใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์อย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็นด้านศัลยกรรมกระดูก โรคหัวใจ ระบบประสาทต่างๆ ทั้งฟัน หู และตา รวมทั้งหลอดเลือด กระดูกและข้อต่างๆ ซึ่งวัสดุชีวภาพเหล่านี้สามารถนำไปทดแทนเนื้อเยื่อ หรือการทำงานของอวัยวะต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้มีปริมาณความต้องการเพิ่มมากขึ้น ทั้งจากจำนวนสัดส่วนโครงสร้างประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งจำนวนอุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกิดขึ้นได้ในแต่ละวัน หรือภาวะเจ็บป่วยจากโรคเรื้อรังต่างๆ ของประชากรที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง &#160; สอดคล้องกับข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองมุมไบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/10/biomaterials-market-raise-to-growth-in-brics-country/">จับตาตลาดวัสดุชีวภาพทางการแพทย์เติบโตสูง คาด 7 ปี มูลค่าทั่วโลกทะลุ 15 ล้านล้านบาท ประเทศกลุ่ม BRICS ครองดีมานด์ 1 ใน 3</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Growth+Reports</strong> บริษัทวิจัยข้อมูลด้านสุขภาพระดับโลก และสมาชิกสมาคมวิจัยการตลาดยาแห่งยุโรป (EphMRA) ซึ่งมีฐานอยู่ทั้งในสหรัฐอเมริกา อินเดีย และสิงคโปร์ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาตลาด Biomaterials พบว่ามีโอกาสเติบโตได้กว่าปีละ 13.7%  จนถึงปี 2030 หรือตลอด 7 ปีข้างหน้านี้ โดยคาดมูลค่าเติบโตได้ถึง 3.95 แสนล้านเหรียญสหรัฐ  หรือกว่า 15 ล้านล้านบาท</p>
<p><span id="more-15330"></span></p>
<p>ทั้งนี้ หากพิจารณาตลาดในสิ้นปี 2564 ที่ผ่านมา มูลค่าอยู่ที่ 1.24 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 4.73  ล้านล้านบาท หรือเติบโตได้กว่า 3 เท่าตัว โดยปัจจัยการเติบโตมาจากโอกาสในการนำไปใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์อย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็นด้านศัลยกรรมกระดูก โรคหัวใจ ระบบประสาทต่างๆ ทั้งฟัน หู และตา รวมทั้งหลอดเลือด กระดูกและข้อต่างๆ ซึ่งวัสดุชีวภาพเหล่านี้สามารถนำไปทดแทนเนื้อเยื่อ หรือการทำงานของอวัยวะต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้มีปริมาณความต้องการเพิ่มมากขึ้น ทั้งจากจำนวนสัดส่วนโครงสร้างประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งจำนวนอุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกิดขึ้นได้ในแต่ละวัน หรือภาวะเจ็บป่วยจากโรคเรื้อรังต่างๆ ของประชากรที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15331 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/000.jpg" alt="" width="1200" height="617" /></p>
<p>สอดคล้องกับข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย อ้างอิงศูนย์วิจัย<strong> Maximize Market Research Analysis </strong>ในอินเดีย ​ที่ฉายภาพโอกาสของตลาดใหม่ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีวัสดุระดับนาโน และเทคโนโลยีอื่นๆ ที่มีความสามารถในการ​สมานเข้ากับเนื้อเยื่อ (Bioimpatible) รวมทั้งการดูดซึม (Bioresorbable) จึงนิยมนำมาใช้เป็นวัสดุสำหรับการผลิตอวัยวะเทียมด้วยระบบพิมพ์ 3 มิติ ​</p>
<p>รวมถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใส่เข้าไปในร่างกายของมนุษย์ (implanted devices) ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคต่างๆ ต่ำลง ตอบสนองตลาดผู้ป่วยและผู้สูงอายุในประเทศกำลังพัฒนาอย่างอินเดีย และประเทศในกลุ่ม BRICS (บราซิล, รัสเซีย, อินเดีย, จีน และแอฟริกาใต้) ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 1ใน 3 ของปริมาณความต้องการสินค้าประเภทนี้ เป็นที่สนใจของ​ผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง Starch Medical, BASF, Corbion, Zimmer Biomet ในการเร่งพัฒนาสินค้าในกลุ่มนี้ เพื่อใช้รักษาผู้ป่วย</p>
<p>รวมทั้งยังมีโอกาสใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอินเดียคือ การนำวัสดุชีวภาพไปใช้เป็นวัตถุดิบขั้นกลาง ในอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งในเมืองบังกาลอร์มีการสร้างแพลตฟอร์มใหม่ขึ้นมาเพื่อเป็น​ Marketplace ให้ผู้ผลิตและผู้จัดซื้อวัตถุดิบป้อนโรงงานอุตสาหกรรมได้พบปะกัน เพื่อนำเสนอวัสดุใหม่ๆ ที่โรงงานอาจจะไม่เคยรู้จักมาก่อน</p>
<p>แพลตฟอร์มนี้มีชื่อว่า <strong>Mynusco Biomaterials Platform</strong> โดยใช้ระบบ AI ในการค้นหาวัสดุชีวภาพที่มีมากกว่า 1,000 รายการ มาช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (carbon footprint) ให้ผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะโรงงานที่ต้องการส่งออกไปยังประเทศพัฒนาแล้ว ที่ไม่เพียงต้องการลด กระทบในกระบวนการผลิตเท่านั้น แต่ยังมีมาตรฐานใหม่ที่ครอบคลุมไปตลอดห่วงโซ่อุทานและวงจรชีวิตของสินค้านั้นด้วย (Product Lifecycle Impact) ทั้งในกลุ่มสินค้ายานยนต์ เฟอร์นิเจอร์ สิ่งทอ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดส่วนตัว ของใช้ในบ้าน ร้านอาหารและโรงแรม</p>
<p><a href="https://growthplusreports.com/report/biomaterials-market/7857" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/10/biomaterials-market-raise-to-growth-in-brics-country/">จับตาตลาดวัสดุชีวภาพทางการแพทย์เติบโตสูง คาด 7 ปี มูลค่าทั่วโลกทะลุ 15 ล้านล้านบาท ประเทศกลุ่ม BRICS ครองดีมานด์ 1 ใน 3</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
