<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วิชญะภัทร์ ภิรมย์ศานต์ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%8D%E0%B8%B0%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C-%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 05 Nov 2024 03:21:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>วิชญะภัทร์ ภิรมย์ศานต์ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วิจัยชี้ หากไทยเปลี่ยนผ่านใช้โปรตีนจากพืชได้ 50% ในปี 2050 ช่วยเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ 1.3 ล้านล้านบาท เพิ่มงาน 1.15 ล้านตำแหน่ง พร้อมลดก๊าซเรือนกระจก 35.5 ล้านตันต่อปี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/11/protein-diversification-built-thailand-to-kitchen-of-the-future/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 Nov 2024 03:21:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Asia Research and Engagement]]></category>
		<category><![CDATA[diversification]]></category>
		<category><![CDATA[Kitchen of the Future]]></category>
		<category><![CDATA[Madre Brava]]></category>
		<category><![CDATA[Plant-based]]></category>
		<category><![CDATA[Plant-based Protein]]></category>
		<category><![CDATA[Protein]]></category>
		<category><![CDATA[research]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ครัวของโลก]]></category>
		<category><![CDATA[ครัวแห่งอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[ปศุสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[วิชญะภัทร์ ภิรมย์ศานต์]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[แหล่งโปรตีน]]></category>
		<category><![CDATA[โปรตีน]]></category>
		<category><![CDATA[โปรตีนจากพืช]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=30031</guid>

					<description><![CDATA[<p>งานวิจัยล่าสุดจาก Madre Brava เรื่อง “ครัวแห่งอนาคต: ประโยชน์ด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม หากประเทศไทยสร้างความหลากหลายของแหล่งโปรตีน” ที่จัดทำร่วมกับ Asia Research and Engagement พบว่า ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการเป็นศูนย์กลางโปรตีนที่ยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเปลี่ยนจากการผลิตโปรตีนจากสัตว์ไปสู่โปรตีนจากพืช และการเปลี่ยนผ่านนี้สามารถสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมอย่างมาก คุณวิชญะภัทร์ ภิรมย์ศานต์ ผู้อำนวยการ Madre Brava ประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตโปรตีนชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเป็นผู้ส่งออกโปรตีนสุทธิเพียงรายเดียวในทวีปเอเชีย ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่เดิม ความเชี่ยวชาญในการผลิตอาหาร และชื่อเสียงในฐานะ “ครัวของโลก” ทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางโปรตีนที่ยั่งยืนของโลกในอนาคต ผลการศึกษา พบว่า  ขณะนี้ประเทศไทยยังคงพึ่งพาการนำเข้าสัตว์และวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในด้านราคาและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจาก อุตสาหกรรมผลิตเนื้อสัตว์ ปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emission) ถึง 15%  ของ GHG Emission ทั้งโลก รวมทั้งการทำปศุสัตว์ยังใช้พื้นที่ถึง 80% ของโลก แต่ผลิตอาหารให้มนุษย์ได้ไม่ถึง 20% ซึ่งไม่ตอบโจทย์ในเรื่องของประสิทธิภาพในการใช้พื้นที่ ขณะที่การเปลี่ยน​ไปใช้โปรตีนจากพืชอาจลดการพึ่งพาวัตถุดิบที่นำเข้า ลดการตัดไม้ทำลายป่า และบรรเทาการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยการศึกษานี้จำลองสถานการณ์สามแบบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/protein-diversification-built-thailand-to-kitchen-of-the-future/">วิจัยชี้ หากไทยเปลี่ยนผ่านใช้โปรตีนจากพืชได้ 50% ในปี 2050 ช่วยเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ 1.3 ล้านล้านบาท เพิ่มงาน 1.15 ล้านตำแหน่ง พร้อมลดก๊าซเรือนกระจก 35.5 ล้านตันต่อปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>งานวิจัยล่าสุดจาก <strong>Madre Brava</strong> เรื่อง <strong>“ครัวแห่งอนาคต: ประโยชน์ด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม หากประเทศไทยสร้างความหลากหลายของแหล่งโปรตีน”</strong> ที่จัดทำร่วมกับ Asia Research and Engagement พบว่า ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการเป็นศูนย์กลางโปรตีนที่ยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเปลี่ยนจากการผลิตโปรตีนจากสัตว์ไปสู่โปรตีนจากพืช และการเปลี่ยนผ่านนี้สามารถสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมอย่างมาก</p>
<p><span id="more-30031"></span></p>
<p><strong>คุณวิชญะภัทร์ ภิรมย์ศานต์</strong> ผู้อำนวยการ <strong>Madre Brava </strong>ประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตโปรตีนชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเป็นผู้ส่งออกโปรตีนสุทธิเพียงรายเดียวในทวีปเอเชีย <em><strong>ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่เดิม ความเชี่ยวชาญในการผลิตอาหาร และชื่อเสียงในฐานะ “ครัวของโลก” ทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางโปรตีนที่ยั่งยืนของโลกในอนาคต</strong></em></p>
<p>ผลการศึกษา พบว่า  ขณะนี้ประเทศไทยยังคงพึ่งพาการนำเข้าสัตว์และวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในด้านราคาและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจาก <strong>อุตสาหกรรมผลิตเนื้อสัตว์ ปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emission) ถึง 15%  ของ GHG Emission ทั้งโลก รวมทั้งการทำปศุสัตว์ยังใช้พื้นที่ถึง 80% ของโลก แต่ผลิตอาหารให้มนุษย์ได้ไม่ถึง 20%</strong> ซึ่งไม่ตอบโจทย์ในเรื่องของประสิทธิภาพในการใช้พื้นที่ ขณะที่การเปลี่ยน​ไปใช้โปรตีนจากพืชอาจลดการพึ่งพาวัตถุดิบที่นำเข้า ลดการตัดไม้ทำลายป่า และบรรเทาการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยการศึกษานี้จำลองสถานการณ์สามแบบ ได้แก่ การดำเนินการตามปกติ การใช้โปรตีนจากพืชแทนโปรตีนจากสัตว์ 30% และ 50% ภายในปี 2050 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ที่สามารถเกิดขึ้นในด้านสภาพภูมิอากาศ การใช้ที่ดิน และการสร้างงาน</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30032 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/S__7249954.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em><strong>“การเปลี่ยนไปใช้โปรตีนจากพืชแทนโปรตีนจากสัตว์ในประเทศไทย 50% ภายในปี 2050 สามารถนำมาซึ่งประโยชน์หลายด้าน ได้แก่ การสร้างมูลค่าเศรษฐกิจได้ถึง 1.3 ล้านล้านบาท และเพิ่มความพึ่งพาตนเอง การสร้างงานสูงสุด 1.15 ล้านตำแหน่งในอุตสาหกรรมโปรตีนจากพืช การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 35.5 ล้านตันต่อปี</strong> <strong>ซึ่งเทียบเท่ากับการลดจำนวนรถยนต์ 8.45 ล้านคันในสหรัฐอเมริกา และการประหยัดพื้นที่การผลิตถึง 21,700 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเทียบเท่ากับจังหวัดนครราชสีมา</strong> สรุปแล้ว การสร้างความหลากหลายของแหล่งโปรตีนนี้มีศักยภาพในการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในประเทศไทย” </em></p>
<p><strong>ทำอย่างไรให้ประเทศไทยก้าวสู่ฐานะศูนย์กลางอาหารจากพืชแห่งทวีปเอเชีย</strong></p>
<p>ผู้อำนวยการ <strong>Madre Brava </strong>ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่ฐานะศูนย์กลางอาหารจากพืชแห่งทวีปเอเชีย จำเป็นต้องมีมาตรการเร่งด่วนในการส่งเสริมโปรตีนจากพืชแทนโปรตีนจากสัตว์ร้อยละ 50 ภายในปี 2050 โดยสามารถดำเนินการได้ดังนี้:</p>
<p><strong>&#8211; สร้างความเท่าเทียมในตลาด :</strong> รัฐบาลควรพิจารณานโยบายภาษีเพื่อสร้างแรงจูงใจในการจำหน่ายโปรตีนจากพืช และทำให้อาหารจากพืชเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เพื่อสนับสนุนการเลือกอาหารที่มีสุขภาพดีและยั่งยืน</p>
<p><strong>&#8211; การจัดซื้อของภาครัฐ:</strong> ส่งเสริมการจัดเมนูอาหารที่เน้นพืชในกิจกรรมของหน่วยงานรัฐบาล และเพิ่มตัวเลือกเมนูอาหารจากพืชในโรงอาหารของรัฐ โรงเรียน และโรงพยาบาล</p>
<p><strong>&#8211; การเปลี่ยนผ่านด้านโปรตีนอย่างเป็นธรรม:</strong> พัฒนาแนวทางสนับสนุนทางการเงินและโครงการพัฒนาศักยภาพสำหรับเกษตรกรไทย เพื่อให้สามารถเปลี่ยนมาผลิตพืชผลสำหรับโปรตีนจากพืชได้</p>
<p>โดยการดำเนินการตามมาตรการเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นการเติบโตของโปรตีนจากพืชในประเทศไทยและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมในระดับภูมิภาคอีกด้วย</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-30033 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/info-TH1.jpg" alt="" width="677" height="672" /></p>
<p><em>“เราต้องสร้างความหลากหลายในอาหารการกินของเราตอนนี้ พอพูดถึงโปรตีน เราก็จะนึกถึงเนื้อสัตว์ เนื้อปลา แต่จริงๆ แล้ว โปรตีนมาจากหลายแหล่งได้ มาจากพืช มาจากสัตว์ รวมกันได้ ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารก็แนะนำว่าให้หาแหล่งโปรตีนจากพืชมาเสริม และโปรตีนจากพืชควรจะเป็นแหล่งโปรตีนหลักในอาหารของเรา ความหลากหลายก็คือ มาจากพืช มาจากสัตว์ รวมกัน ไม่ใช่โปรตีนจากสัตว์อย่างเดียว”</em> วิชญะภัทร์กล่าว</p>
<p><strong>บทบาทของภาครัฐและเอกชนในการเพิ่มการเข้าถึงโปรตีนที่ยั่งยืน</strong></p>
<p>นอกจากนั้น ภาคเอกชนสามารถมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการเข้าถึงโปรตีนที่ยั่งยืนสำหรับผู้บริโภคได้ โดยเฉพาะในกลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหารขนาดใหญ่ บริการจัดหาอาหาร และผู้ผลิตอาหาร โดยจากงานวิจัยมีข้อเสนอแนะสำหรับแต่ละกลุ่มมีดังนี้</p>
<p><strong>1. ซูเปอร์มาร์เก็ต</strong>: ควรตั้งเป้าหมายเพื่อเพิ่มยอดขายโปรตีนที่ยั่งยืน โดยลดราคาผลิตภัณฑ์จากพืชให้เทียบเท่ากับโปรตีนจากสัตว์ เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงอาหารสุขภาพ และจัดแสดงผลิตภัณฑ์จากพืชในตำแหน่งที่เด่นชัด พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการเตรียมอาหารและคุณค่าทางโภชนาการ</p>
<p><strong>2. ผู้ผลิตอาหาร</strong>: ควรปรับใช้กลยุทธ์ความหลากหลายของแหล่งโปรตีนในแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและความยั่งยืน โดยลงทุนในการวิจัยและพัฒนาเพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์โปรตีนทางเลือกให้มีรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการสูงขึ้น พร้อมราคาเหมาะสม</p>
<p><strong>3. บริษัทให้บริการอาหาร</strong>: ควรเพิ่มเมนูที่ทำจากพืชและแสดงให้เห็นควบคู่กับเมนูปกติ โดยควรตั้งราคาเมนูจากพืชให้เทียบเท่ากับเมนูปกติเพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคในการเลือกซื้อ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-30035 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/S__7249962.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“เราอยากจะเห็นอนาคตที่มีพืชมาเป็นทางเลือกให้คนรับประทาน เป็นอนาคตสำหรับคนไทยที่มีโปรตีนจากพืชที่ดีต่อสุขภาพ ที่ยั่งยืนกว่า หาซื้อได้ง่าย ไม่ต้องเสียสละ ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม เราอยากจะเห็นสภาพแวดล้อมด้านอาหารที่ทุกคนสามารถทำเพื่อสิ่งแวดล้อมได้โดยที่ไม่ลำบากเกินไป”</em> วิชญะภัทร์กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>บทบาทของ <strong>Madre Brava </strong>คือการสร้างองค์ความรู้และผลักดันการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบอาหารที่ดีต่อสุขภาพ มีความยั่งยืน และราคาเข้าถึงได้ 100% โดยทำการศึกษาวิจัยและประยุกต์ข้อมูลที่มีอยู่แล้วให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ต่างๆ รวมถึงสื่อสารองค์ความรู้ และสร้างบทสนทนากับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อให้ตระหนักถึงโอกาสและเห็นความสำคัญในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ผลิตและบริโภคโปรตีนที่ยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/protein-diversification-built-thailand-to-kitchen-of-the-future/">วิจัยชี้ หากไทยเปลี่ยนผ่านใช้โปรตีนจากพืชได้ 50% ในปี 2050 ช่วยเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ 1.3 ล้านล้านบาท เพิ่มงาน 1.15 ล้านตำแหน่ง พร้อมลดก๊าซเรือนกระจก 35.5 ล้านตันต่อปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
