<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วิชาญ จิตร์ภักดี &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8d-%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 11 Dec 2025 13:54:07 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>วิชาญ จิตร์ภักดี &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>WHA Group ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ จัดงาน &#8220;WeCYCLE Day 2568&#8221; ผนึกกำลังพันธมิตรระดับประเทศ มุ่งสู่ Net Zero 2050</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/wha-group-wecycle-day-2568/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Dec 2025 13:54:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[NET ZERO 2050]]></category>
		<category><![CDATA[We Shape The Future]]></category>
		<category><![CDATA[WeCYCLE]]></category>
		<category><![CDATA[WeCYCLE Day 2568]]></category>
		<category><![CDATA[WHA]]></category>
		<category><![CDATA[WHA Group]]></category>
		<category><![CDATA[จรีพร จารุกรสกุล]]></category>
		<category><![CDATA[จิตรเทพ เนื่องจำนงค์]]></category>
		<category><![CDATA[ดับบลิวเอชเอ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ปจงวิช พงษ์ศิวาภัย]]></category>
		<category><![CDATA[วิชาญ จิตร์ภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[สาโรจน์ พุทธธรรมวงศ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38668</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)(WHA Group) ผู้นำด้านโลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม สาธารณูปโภคและพลังงาน ดิจิทัลแพลตฟอร์ม และโมบิลิตี้ครบวงจรให้เกียรติเป็นประธานพร้อมนำการจัดงานใหญ่ด้านความยั่งยืนประจำปี “WeCYCLE Day &#8211; Together, We Shape the Future” การจัดงานครั้งนี้เป็นหมุดหมายสำคัญที่ WHA Group ได้กระชับความร่วมมือกับพันธมิตรระดับประเทศ ได้แก่ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)(GC) บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)(SCGP) และบริษัท ธนโชค น้ำมันพืช (2012) จำกัด บริษัทร่วมทุนในบริษัท    บีเอสจีเอฟ จำกัด เพื่อสรุปผลความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมของโครงการ WeCYCLE ในการเปลี่ยน &#8220;ของเหลือใช้&#8221; เป็น &#8220;ทรัพยากรที่มีคุณค่า&#8221; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/wha-group-wecycle-day-2568/">WHA Group ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ จัดงาน &#8220;WeCYCLE Day 2568&#8221; ผนึกกำลังพันธมิตรระดับประเทศ มุ่งสู่ Net Zero 2050</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คุณจรีพร จารุกรสกุล</strong> ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)(WHA Group) ผู้นำด้านโลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม สาธารณูปโภคและพลังงาน ดิจิทัลแพลตฟอร์ม และโมบิลิตี้ครบวงจรให้เกียรติเป็นประธานพร้อมนำการจัดงานใหญ่ด้านความยั่งยืนประจำปี “<strong>WeCYCLE Day &#8211; Together, We Shape the Future”</strong></p>
<p><span id="more-38668"></span></p>
<p>การจัดงานครั้งนี้เป็นหมุดหมายสำคัญที่ WHA Group ได้กระชับความร่วมมือกับพันธมิตรระดับประเทศ ได้แก่ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)(GC) บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)(SCGP) และบริษัท ธนโชค น้ำมันพืช (2012) จำกัด บริษัทร่วมทุนในบริษัท    บีเอสจีเอฟ จำกัด เพื่อสรุปผลความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมของโครงการ WeCYCLE ในการเปลี่ยน &#8220;ของเหลือใช้&#8221; เป็น &#8220;ทรัพยากรที่มีคุณค่า&#8221; ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โครงการสามารถรวบรวมวัสดุใช้แล้วมารีไซเคิล และอัพไซเคิล ส่งผลให้เกิดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้สูงถึง 269 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO<sub>2</sub>e) เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ถึง 29,903 ต้นในระยะเวลา 1 ปี</p>
<p><strong>WHA Group </strong><strong>สร้างพลังความร่วมมือสู่ </strong><strong>Net Zero </strong><strong>2050</strong></p>
<p><strong>คุณจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)(</strong><strong>WHA Group)</strong> เปิดเผยว่า โครงการ WeCYCLE เป็นกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์ ESG ของกลุ่มบริษัทฯ และเป็นหัวใจหลักในการมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี 2050 “ความสำเร็จของ WeCYCLE Day ในทุกปี คือเครื่องพิสูจน์ถึงพลังแห่งความร่วมมือที่ WHA Group สร้างขึ้นร่วมกับลูกค้าและพันธมิตรชั้นนำ เราไม่ได้แค่จัดการขยะ แต่เราได้สร้างมูลค่าใหม่จากทรัพยากรที่ใช้แล้ว โดยใช้หลักการ Upcycling และ Recycling เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ ตัวเลขการลดคาร์บอน 269 tCO<sub>2</sub>e นี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของเราในการสร้างสรรค์สังคมสีเขียวและโลกที่ยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ WHA: WE SHAPE THE FUTURE”</p>
<p><strong> <img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38670 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/WHA-WECYCLE-2025-คุณจรีพร-จารุกรสกุล_Group-CEO_WHA-Group-for-social-media-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></strong></p>
<p><strong>WHA Group </strong><strong>จับมือพันธมิตรยักษ์ใหญ่ร่วมบรรยายพิเศษ ตอกย้ำการขับเคลื่อน </strong><strong>ESG</strong></p>
<p><strong>คุณปจงวิช พงษ์ศิวาภัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด </strong><strong>(</strong><strong>มหาชน</strong><strong>)(WHAID)</strong> กล่าวรายงานโครงการ WeCYCLE  ความสำเร็จของ โครงการ WeCYCLE ซึ่งดำเนินงานต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 4 แล้ว โดยได้รับความร่วมมือที่แข็งแกร่งจากพันธมิตรระดับประเทศ ได้แก่ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) GC, SCGP และ BSGF รวมถึงพันธมิตรจากทุกภาคส่วน ซึ่ง “WeCYCLE” ไม่ได้เป็นเพียงแค่โครงการจัดการขยะ แต่เป็นกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนกลยุทธ์ ESG ของ WHA Group และเป็นหัวใจหลักในการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2593 (2050)</p>
<p><strong>นอกจากนี้หน่วยงานพันธมิตรได้เข้าร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ </strong><strong>ESG: </strong><strong>ขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน ดังนี้</strong></p>
<p><strong>คุณวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) (</strong><strong>SCGP) </strong>กล่าวว่า “การขับเคลื่อน ESG นอกเหนือจากการลดการปล่อยก๊าซ GHG แล้ว ยังต้องพิจารณาเรื่องการทำธุรกิจและต้นทุน ถึงจะสามารถนำธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน โครงการ WeCYCLE ถือเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ธุรกิจที่ไม่มี ESG จะดำเนินธุรกิจต่อไปได้ยากในอนาคต”</p>
<p><strong>คุณสาโรจน์ พุทธธรรมวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ เคมีมูลค่าเพิ่ม บริษัท พีทีที โกลบอลเคมิคอล จำกัด </strong><strong>(</strong><strong>มหาชน</strong><strong>)(GC)</strong> เปิดเผยว่า &#8220;การจัดการพลาสติกใช้แล้วเป็นปัญหาที่ต้องอาศัยความร่วมมือกันทั้งระบบ โครงการ &#8216;ขอขวดของเธอ&#8217; ที่ทำร่วมกับ WHA Group จึงเป็น กลไกสำคัญในการสร้าง Loop Connecting โดยตั้งแต่เริ่มโครงการฯ จนถึงปัจจุบันกว่า 4 ปี ได้นำขวดพลาสติกใช้แล้ว เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและอัพไซคลิงอย่างครบวงจร กว่า 82 ตัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero ของ GC ในปี 2050&#8221;</p>
<p><strong>คุณจิตรเทพ เนื่องจำนงค์ ที่ปรึกษาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนโชค น้ำมันพืช (2012) จำกัด</strong> <strong>บริษัทร่วมทุนใน บริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด</strong> <strong>(</strong><strong>BSGF)</strong> เพื่อสร้างการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของความร่วมมือในการสร้างความยั่งยืนในระดับอุตสาหกรรม กล่าวว่า &#8220;โครงการ &#8216;เธอทอด เราเทิร์น&#8217; แสดงให้เห็นว่าขยะในครัวเรือน สามารถ เปลี่ยนเป็นพลังงานแห่งอนาคตได้จริง BSGF ได้นำน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว 2.58 ตัน มาผลิตเป็น Sustainable Aviation Fuel (SAF) ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการลดการพึ่งพาเชื้อ เพลิงฟอสซิล และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินให้เป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น&#8221;</p>
<p><strong>ผลลัพธ์เชิงประจักษ์: 3 โครงการหลักระหว่างปี </strong><strong>2565-2568 </strong></p>
<p><strong>&#8211; โครงการ ขอ ขวด ของเธอ</strong><strong>:</strong> เป็นความร่วมมือกับ GC ตั้งแต่ปี 2565-2568 เพื่อรวบรวมพลาสติกใช้แล้ว นำไป รีไซเคิล และอัพไซเคิล รวมกับเส้นใยผักตบชวาจากระบบบำบัดน้ำเสียของ WHA เพื่อผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และส่งต่อเป็นให้กับชุมชนและสังคม ตลอดระยะเวลา 4 ปีนี้ สามารถเก็บพลาสติกใช้แล้วได้มากถึง 82 ตัน</p>
<p><strong>&#8211; โครงการ กระดาษเก่า เรา ขอ</strong><strong>:</strong> เป็นความร่วมมือกับ SCGP ตั้งแต่ปี 2566-2568 รวม 3 ปี เพื่อรวบรวมกระดาษใช้แล้ว นำไปรีไซเคิล กว่า 151 ตัน แปรรูปเป็นชั้นวางหนังสือและโต๊ะกระดาษรีไซเคิล เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้แก่โรงเรียนในพื้นที่</p>
<p><strong>&#8211; โครงการ เธอทอด เราเทิร์น</strong><strong>:</strong> เป็นความร่วมมือกับ BSGF ตั้งแต่ปี 2567-2568 รวบรวมน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว นำไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา สามารถรวบรวมน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว 58 ตัน สร้างการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลในอุตสาหกรรมการบิน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-38671 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/WHA-WECYCLE-2025-ภาพรวม-for-website-and-social-media-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ขยายผลความร่วมมือสู่ปี 2569: มุ่งเน้น &#8220;ขยะเศษอาหาร&#8221; อย่างยั่งยืน</strong></p>
<p>WHA Group เดินหน้าขยายผลความร่วมมือในปี 2569 ด้วยการผนึกกำลังครั้งสำคัญกับ สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) เพื่อจัดการกับความท้าทายใหม่ด้านสิ่งแวดล้อม นั่นคือ การบริหารจัดการขยะเศษอาหาร (Food Waste) ภายในงาน รศ.ดร.ธัญญพร วงศ์เนตร อาจารย์ประจำสำนักวิชาวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมชีวโมเลกุล สถาบันวิทยสิริเมธี ได้ร่วมบรรยายและประกาศความร่วมมือในโครงการนำร่องพร้อมใช้ ชุดจัดการขยะเศษอาหาร GreenGen ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  พื้นที่เป้าหมาย: ผ่านโครงการนำร่องใน 3 แห่ง ได้แก่ 1 โรงเรียน, 1 โรงพยาบาล และ 1 ชุมชนต้นแบบ เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการขยะอินทรีย์อย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>ลดปริมาณคาร์บอนเพื่อโลกที่ยั่งยืน : ผลรวมพลังที่ชัดเจน </strong></p>
<p>โครงการ WeCYCLE ได้พิสูจน์ถึงศักยภาพของความร่วมมือที่แท้จริง โดยการดำเนินงานตั้งแต่ปี พ.ศ.2565-2568 สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ได้สูงถึง 527 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) ซึ่งเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ถึง 58,564 ต้น ความสำเร็จนี้สะท้อนบทบาทของ WHA Group ในการเป็น ผู้นำด้านสิ่งแวดล้อม และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการลดภาวะโลกร้อน &#8216;WeCYCLE Day&#8217; ได้เน้นย้ำวิสัยทัศน์ WHA: WE SHAPE THE FUTURE ในการสร้างสรรค์สังคมสีเขียวและโลกที่ยั่งยืน การขยายความร่วมมืออย่างต่อเนื่องไปยังพันธมิตรใหม่อย่าง VISTEC จึงเป็นการตอกย้ำว่าทุกภาคส่วนเห็นเป้าหมายเดียวกัน ด้วยการผนึกกำลังเพื่อขับเคลื่อน ESG ในทุกมิติ ตั้งแต่การรีไซเคิลของเสียไปจนถึงการจัดการขยะอินทรีย์ WHA Group พร้อมเดินหน้าอย่างมั่นคงสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ตามปณิธานด้านความยั่งยืนอย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/wha-group-wecycle-day-2568/">WHA Group ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ จัดงาน &#8220;WeCYCLE Day 2568&#8221; ผนึกกำลังพันธมิตรระดับประเทศ มุ่งสู่ Net Zero 2050</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SCGP ปิดดีล เข้าถือหุ้นร้อยละ 100 ใน MYPAK เสริมแกร่งบรรจุภัณฑ์จากเยื่อและกระดาษในประเทศอินโดนีเซีย   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/scgp-completes-share-acquisition-mypak/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Dec 2025 15:49:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[MYPAK]]></category>
		<category><![CDATA[packaging]]></category>
		<category><![CDATA[SCGP]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[วิชาญ จิตร์ภักดี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38588</guid>

					<description><![CDATA[<p>SCGP เดินหน้าปิดดีล เข้าซื้อหุ้นสัดส่วนร้อยละ 100 ใน MYPAK ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษคุณภาพชั้นนำในอินโดนีเซีย เพื่อเพิ่มมูลค่าและเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูก รวมทั้งยกระดับการนำเสนอบริการด้านบรรจุภัณฑ์รองรับฐานลูกค้าที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เริ่มรับรู้รายได้ในเดือนธันวาคม 2568 นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP เปิดเผยว่า SCGP เดินหน้าขยายการลงทุนในธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรที่มีศักยภาพการเติบโตสูง ล่าสุด ได้เข้าซื้อหุ้น (Merger and Partnership: M&#38;P) ทั้งหมดร้อยละ 100 ใน PT Prokemas Adhikari Kreasi (MYPAK) ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูกชั้นนำ ซึ่งมีฐานการผลิตตั้งอยู่ที่เมือง Bekasi ทางตะวันตกของเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย โดยใช้เงินลงทุน 467 พันล้านรูเปียห์ (ประมาณ 981 ล้านบาท) MYPAK เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูกชั้นนำในประเทศอินโดนีเซีย มีกำลังการผลิต 144,000 ตันต่อปี ลูกค้าเป็นบริษัทข้ามชาติและแบรนด์สินค้าชั้นนำในประเทศที่ดำเนินธุรกิจในตลาดอาหาร เครื่องดื่ม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/scgp-completes-share-acquisition-mypak/">SCGP ปิดดีล เข้าถือหุ้นร้อยละ 100 ใน MYPAK เสริมแกร่งบรรจุภัณฑ์จากเยื่อและกระดาษในประเทศอินโดนีเซีย   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>SCGP </strong><strong>เดินหน้าปิดดีล เข้าซื้อหุ้นสัดส่วนร้อยละ </strong><strong>100</strong><strong> ใน </strong><strong>MYPAK </strong><strong>ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษคุณภาพชั้นนำในอินโดนีเซีย เพื่อเพิ่มมูลค่าและเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูก รวมทั้งยกระดับการนำเสนอบริการด้านบรรจุภัณฑ์รองรับฐานลูกค้าที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เริ่มรับรู้รายได้ในเดือนธันวาคม </strong><strong>2568</strong></p>
<p><span id="more-38588"></span></p>
<p><strong>นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>SCGP</strong> เปิดเผยว่า SCGP เดินหน้าขยายการลงทุนในธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรที่มีศักยภาพการเติบโตสูง ล่าสุด ได้เข้าซื้อหุ้น (Merger and Partnership: M&amp;P) ทั้งหมดร้อยละ 100 ใน PT Prokemas Adhikari Kreasi (MYPAK) ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูกชั้นนำ ซึ่งมีฐานการผลิตตั้งอยู่ที่เมือง Bekasi ทางตะวันตกของเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย โดยใช้เงินลงทุน 467 พันล้านรูเปียห์ (ประมาณ 981 ล้านบาท)</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-38589 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/SCGP1.png" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>MYPAK เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูกชั้นนำในประเทศอินโดนีเซีย มีกำลังการผลิต 144,000 ตันต่อปี ลูกค้าเป็นบริษัทข้ามชาติและแบรนด์สินค้าชั้นนำในประเทศที่ดำเนินธุรกิจในตลาดอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภคบริโภคเป็นหลัก นอกจากนี้ พื้นที่ดังกล่าวยังมีแผนงานที่จะจัดตั้ง Inspired Solutions Studio และการขยายโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคในอนาคต โดยมีรายได้ ณ สิ้นปี 2567 อยู่ที่ 846 พันล้านรูเปียห์ (ประมาณ 1,777 ล้านบาท) และสินทรัพย์ 1,272 พันล้านรูเปียห์ (ประมาณ 2,670 ล้านบาท)</p>
<p>“SCGP ดำเนินงานตามกลยุทธ์ในการขยายการลงทุนเพื่อรักษาการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยการลงทุนในบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรครั้งนี้ ช่วยเพิ่มโอกาส Cross-selling จากฐานลูกค้ากลุ่มสินค้าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภคบริโภค ทั้งในและต่างประเทศ สามารถนำแนวปฏิบัติที่ดีมาปรับใช้ รวมถึงที่ตั้งเชิงกลยุทธ์จะช่วยสร้างประสานประโยชน์ (Synergy) กับเครือข่ายธุรกิจ และเสริมศักยภาพการบูรณาการห่วงโซ่คุณค่ากับธุรกิจกระดาษบรรจุภัณฑ์ (Value Chain Integration) ซึ่งจะช่วยยกระดับความสามารถการแข่งขัน และรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจและความต้องการบรรจุภัณฑ์ในอินโดนีเซีย” <strong>นายวิชาญ</strong> กล่าว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/scgp-completes-share-acquisition-mypak/">SCGP ปิดดีล เข้าถือหุ้นร้อยละ 100 ใน MYPAK เสริมแกร่งบรรจุภัณฑ์จากเยื่อและกระดาษในประเทศอินโดนีเซีย   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SCGP ​เพิ่มบริการ Private Label ระบุ Emission บน​ผลิตภัณฑ์​ ​พร้อมใช้ &#8216;ซอฟต์แวร์คาร์บอนฟุตพริ้นท์&#8217; ช่วยลูกค้าคำนวณสโคป 3</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/08/scgp-sustainability-transformation-to-inclusive-green-growth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 21 Aug 2024 14:21:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Business Model Transformation]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[CFO]]></category>
		<category><![CDATA[CFP]]></category>
		<category><![CDATA[CFR]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Transformation]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Inclusive Green Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[People Transformation]]></category>
		<category><![CDATA[Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[SCGP]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Transformation]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์กระดาษ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[วิชาญ จิตร์ภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[อบก]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี แพคเกจจิ้ง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28238</guid>

					<description><![CDATA[<p>SCGP ชูกลยุทธ์ด้าน ESG เร่งลด​ก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพิ่มบริการ​ &#8216;Private declaration Label&#8217;  ระบุ CFP หรือปริมาณคาร์บอนฟุตพรินท์ไว้บน​​ผลิตภัณฑ์ พร้อมพัฒนา &#8216;ซอฟต์แวร์คาร์บอนฟุตพริ้นท์&#8217; ช่วยคำนวณการปลดปล่อยได้เร็วขึ้น เพิ่มศักยภาพการจัดการ​ Scope 3 ของลูกค้า ตั้งเป้าได้​รับรอง CFP ​สินค้าที่ผลิตในประเทศไทยทั้ง 100% ภายในปี 2027  คุณวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP กล่าวว่า SCGP เร่งทรานส์ฟอร์มธุรกิจ​ทุกด้านมาอย่างต่อเนื่อง ​เพื่อ​สร้างความยืดหยุ่น และการเติบโตของธุรกิจอย่างมีคุณภาพ ผ่าน 4 แกนสำคัญ ทั้ง Business Model Transformation, People Transformation, Digital Transformation รวมทั้ง Sustainability Transformation ซึ่งถือเป็นแนวทาง​ขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ตามแนวคิด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/scgp-sustainability-transformation-to-inclusive-green-growth/">SCGP ​เพิ่มบริการ Private Label ระบุ Emission บน​ผลิตภัณฑ์​ ​พร้อมใช้ &#8216;ซอฟต์แวร์คาร์บอนฟุตพริ้นท์&#8217; ช่วยลูกค้าคำนวณสโคป 3</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>SCGP</strong> ชูกลยุทธ์ด้าน ESG เร่งลด​ก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพิ่มบริการ​ &#8216;<strong>Private declaration Label&#8217;</strong>  ระบุ CFP หรือปริมาณคาร์บอนฟุตพรินท์ไว้บน​​ผลิตภัณฑ์ พร้อมพัฒนา &#8216;<strong>ซอฟต์แวร์คาร์บอนฟุตพริ้นท์&#8217; </strong>ช่วยคำนวณการปลดปล่อยได้เร็วขึ้น เพิ่มศักยภาพการจัดการ​ Scope 3 ของลูกค้า ตั้งเป้าได้​รับรอง CFP ​สินค้าที่ผลิตในประเทศไทยทั้ง 100% ภายในปี 2027 <span id="more-28238"></span></p>
<p><strong>คุณวิชาญ จิตร์ภักดี </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP กล่าวว่า SCGP เร่งทรานส์ฟอร์มธุรกิจ​ทุกด้านมาอย่างต่อเนื่อง ​เพื่อ​สร้างความยืดหยุ่น และการเติบโตของธุรกิจอย่างมีคุณภาพ ผ่าน 4 แกนสำคัญ ทั้ง <strong>Business Model Transformation, People Transformation, Digital Transformation</strong> รวมทั้ง<strong> Sustainability Transformation </strong>ซึ่งถือเป็นแนวทาง​ขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ตามแนวคิด <strong>Inclusive Green Growth</strong> ​เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และสร้างสรรค์คุณค่าแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ผ่านการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ทั้งนี้  SCGP ​กำหนดเป้าหมาย​ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 โดยตั้งเป้าหมายเบื้องต้น​ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Reduction) ลดลง 25% ภายในปี  2030 ​จากฐานในปี 2020 ที่มีการปลดปล่อย (Emission) ราว 4.99 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) ส่วนในสิ้นปีนี้คาดว่าจะลด GHG ในสโคป 1 และ 2 ให้เหลือราว 4.19 -4.2 ล้านต้น CO2e หรือในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา สามารถลดการปลดปล่อยลงได้​กว่า  15.9% หรือประมาณ 1 ล้านตัน CO2e  ขณะ GHG ​ในสโคป 3 ​มีสัดส่วน 34% หรือราว 2 ล้านตัน CO2e</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28242 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/INfo1-1.jpg" alt="" width="1200" height="672" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><em>&#8220;การขับเคลื่อน GHG Reduction ของ SCGP ​ทำผ่าน​ 2 มิติ คือ การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ด้วยการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนในกระบวนการผลิตมากขึ้น เช่น พลังงานโซลาร์ ไบโอแมส แทนเชื้อเพลิงที่มีคาร์บอนสูง รวมท้ังการพัฒนา และปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อ​เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ตลอดจนการสนับสนุนคู่ค้าและลูกค้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งห่วงโซ่คุณค่า เพื่อร่วมลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ&#8221;​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28251 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Process-Certified.jpg" alt="" width="1200" height="671" /></p>
<p>นอกจากนี้ SCGP  ตั้งเป้าให้สินค้า​​​ในกลุ่ม​บรรจุภัณฑ์กระดาษที่ผลิตในประเทศไทยสามารถได้รับการรับรอง CFP ทั้งหมด โดย <strong><em>ล่าสุด  ได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ (CFP) จาก​องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศ ได้แก่ กลุ่มสินค้าเยื่อกระดาษ กระดาษพิมพ์เขียน กระดาษถ่ายเอกสาร กระดาษบรรจุภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์อาหาร บรรจุภัณฑ์พลาสติก จำนวน 128 ผลิตภัณฑ์ แบ่งเป็น ในกลุ่ม B2B (จากวัตถุดิบจนผลิตภัณฑ์ออกจากโรงงาน) จำนวน 109 รายการ และกลุ่ม B2C ที่รับรองตลอดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์  19 รายการ  รวมทั้งการรับรองจากกระบวนการ​พิมพ์และการขึ้นรูปบรรจุภัณฑ์กระดาษรวม 16 กระบวนการ ซึ่งการได้รับรองด้าน Process จะช่วยย่นระยะเวลาในการขอรับรอง CFP ในอนาคตให้ลดลงได้กว่า 50% </em></strong><em>หรือจะใช้ระยะเวลาในการ​​ขอรับรองคาร์บอนของผลิตภัณฑ์แต่ละรายการประมาณ 3 เดือน จากเดิมที่ต้อง​ใช้เวลาราว 6 เดือน </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28239 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/5-2.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><em>&#8220;ในฐานะที่บรรจุภัณฑ์เป็นสโคป 3 ของสินค้าและแบรนด์ต่างๆ SCGP ได้ต่อยอด ​พัฒนา​ &#8216;<strong>ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์&#8217; </strong><strong>(Private Declaration Label)</strong> เพื่อแสดงการปลดปล่อยคาร์บอนของบรรจุภัณฑ์ ​รวมทั้งการใช้ &#8216;<strong>ซอฟต์แวร์คาร์บอนฟุตพริ้นท์&#8217; </strong>เพื่อช่วยคำนวณการปลดปล่อยคาร์บอน​ที่แม่นยำ ง่าย และรวดเร็ว สำหรับเป็นโซลูชันให้​ลูกค้า ​พร้อมเอกสารรับรองการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์เพื่อนำไปใช้เป็นเอกสารอ้างอิง ซึ่งลูกค้าสามารถนำค่า CF (Carbon Footprint) จาก​ SCGP ไปบวกต่อจากกระบวนการอื่นๆ เพื่อทราบการปลดปล่อยสุทธิของตัวเองได้ หรือควบคุมการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เป็นคาร์บอนต่ำ สอดคล้องกับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของภาครัฐที่มีการบังคับใช้มากขึ้นในหลายประเทศ สามารถช่วยเพิ่มโอกาสการขาย การเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ ให้ลูกค้าส่งออกกลุ่มต่างๆ อีกทั้งยัง​ต่อยอดไปสู่การพัฒนาและเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ นับเป็นการช่วยเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ไทยให้มีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมด้วย&#8221;</em></p>
<p>SCGP ตั้งเป้าหมายพัฒนาจุดแข็งด้านดีไซน์และนวัตกรรม เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ทุกรายการมีความสามารถในการลด Emission ได้​มากขึ้นไม่ต่ำกว่า 2% ​​เพื่อยกระดับจากการรับรองฉลาก CFP หรือ ฉลากเขียว ไปสู่การรับรอง CFR (Carbon Footprint Reduction) หรือฉลากทอง ในการรับรองครั้งใหม่​ในอีก 3 ปีข้างหน้า ขณะเดียวกัน ​ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบ​บรรจุภัณฑ์กลุ่มโพลีเมอร์ให้มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม​เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพัฒนาพลาสติกหลายชั้นมาเป็น Mono Material หรือใช้วัสดุเดียว และสามารถนำกลับไปรีไซเคิลได้ รวมทั้งการ​ส่งเสริมกระบวนการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ของแบรนด์ต่างๆ เพื่อเพิ่มปริมาณวัตถุดิบที่เป็นกลุ่ม Recycle Content ให้มีสัดส่วนเพิ่มเข้ามาในระบบให้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการในซัพพลายเชน​ โดยเฉพาะ​ SME เพื่อปรับตัวและเปลี่ยนผ่าน​เข้ากับบริบทใหม่ของธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28240 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/3-3.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><em>“SCGP เดินหน้าการดำเนินธุรกิจตามกรอบแนวคิด ESG มุ่งพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม สร้างความร่วมมือกับผู้ที่อยู่ในห่วงโซ่คุณค่าเติบโตไปพร้อมกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม (Inclusive Green Growth) รวมถึงการศึกษาและติดตามสถานการณ์ เพื่อเตรียมพร้อมรับกับมาตรการใหม่ (New Regulations) ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และพร้อมให้การสนับสนุนและร่วมมือกับลูกค้าในการพัฒนานวัตกรรมและโซลูชันที่จะมาช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน” </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28241 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/4.png" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/scgp-sustainability-transformation-to-inclusive-green-growth/">SCGP ​เพิ่มบริการ Private Label ระบุ Emission บน​ผลิตภัณฑ์​ ​พร้อมใช้ &#8216;ซอฟต์แวร์คาร์บอนฟุตพริ้นท์&#8217; ช่วยลูกค้าคำนวณสโคป 3</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SCGP ได้รับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ครอบคลุมทุกกลุ่มสินค้าบรรจุภัณฑ์กระดาษ พร้อมร่วมมือลูกค้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/scgp-certification-carbon-footprint-all-paper-packaging/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 14 Jul 2024 09:26:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon footprint Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[CFP]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[SCGP]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[วิชาญ จิตร์ภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[อบก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27374</guid>

					<description><![CDATA[<p>SCGP ได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศไทย ที่สามารถระบุปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ครอบคลุมกลุ่มสินค้าเยื่อกระดาษ กระดาษพิมพ์เขียน กระดาษบรรจุภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์กระดาษ บรรจุภัณฑ์อาหาร และบรรจุภัณฑ์พลาสติก เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าได้ใช้บรรจุภัณฑ์ที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อโลกที่ยั่งยืนร่วมกัน นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP เปิดเผยว่า SCGP เห็นถึงความสำคัญของการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทฯ ที่มุ่งสู่ Net Zero ในปี 2050 โดยมุ่งดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างมีคุณภาพไปพร้อมกับการพัฒนานวัตกรรมสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม และดำเนินงานตามมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เช่น สหภาพยุโรปที่กำหนดให้ต้องระบุปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากตัวสินค้า เพื่อส่งมอบบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่ลูกค้า รวมถึงตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ส่งเสริมสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ล่าสุด SCGP ได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ผลิตในประเทศไทย ที่สามารถระบุปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ได้แก่ เยื่อกระดาษ กระดาษ กระดาษบรรจุภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์พลาสติก รวมทั้งสิ้น 109 ผลิตภัณฑ์ และได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากกระบวนการพิมพ์และการขึ้นรูปบรรจุภัณฑ์กระดาษรวม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/scgp-certification-carbon-footprint-all-paper-packaging/">SCGP ได้รับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ครอบคลุมทุกกลุ่มสินค้าบรรจุภัณฑ์กระดาษ พร้อมร่วมมือลูกค้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>SCGP </strong><strong>ได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศไทย ที่</strong><strong>สามารถระบุปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก </strong><strong>จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) </strong><strong>ครอบคลุมกลุ่มสินค้า</strong><strong>เยื่อกระดาษ กระดาษพิมพ์เขียน กระดาษบรรจุภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์กระดาษ บรรจุภัณฑ์อาหาร และบรรจุภัณฑ์พลาสติก </strong><strong>เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าได้ใช้บรรจุภัณฑ์ที่</strong><strong>ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อโลกที่ยั่งยืนร่วมกัน</strong><span id="more-27374"></span></p>
<p><strong>นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>SCGP </strong>เปิดเผยว่า SCGP เห็นถึงความสำคัญของการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทฯ ที่มุ่งสู่ Net Zero ในปี 2050 โดยมุ่งดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างมีคุณภาพไปพร้อมกับการพัฒนานวัตกรรมสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม และดำเนินงานตามมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เช่น สหภาพยุโรปที่กำหนดให้ต้องระบุปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากตัวสินค้า เพื่อส่งมอบบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่ลูกค้า รวมถึงตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ส่งเสริมสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน</p>
<p>ล่าสุด SCGP ได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ผลิตในประเทศไทย ที่สามารถระบุปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ได้แก่ เยื่อกระดาษ กระดาษ กระดาษบรรจุภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์พลาสติก รวมทั้งสิ้น 109 ผลิตภัณฑ์ และได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากกระบวนการพิมพ์และการขึ้นรูปบรรจุภัณฑ์กระดาษรวม 16 กระบวนการ ครอบคลุมทุกกลุ่มสินค้าบรรจุภัณฑ์กระดาษภายใต้การประเมินแบบ Cradle to Gate (B2B) ส่วนกลุ่มสินค้ากระดาษถ่ายเอกสารและบรรจุภัณฑ์อาหาร (Fest) ได้รับการรับรองรวม 19 ผลิตภัณฑ์ ภายใต้การประเมินแบบ Cradle to Grave (B2C) ซึ่งสามารถแสดงข้อมูลให้ผู้บริโภคได้ทราบว่า ตลอดวัฏจักรของผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาปริมาณเท่าไหร่ ตั้งแต่ขั้นตอนการได้มาซึ่งวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การกระจายสินค้า การใช้งาน และการจัดการของเสียหลังจากหมดอายุการใช้งาน</p>
<p>การได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์นี้ ถือเป็นเป้าหมายของ SCGP ในการร่วมมือกับลูกค้าเพื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ช่วยให้ลูกค้าสามารถดำเนินธุรกิจได้สอดคล้องกับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของภาครัฐที่มีการบังคับใช้มากขึ้นในหลายประเทศ ในขณะเดียวกัน การระบุปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ชัดเจนเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกสินค้าที่ช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ง่ายขึ้นอีกด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/scgp-certification-carbon-footprint-all-paper-packaging/">SCGP ได้รับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ครอบคลุมทุกกลุ่มสินค้าบรรจุภัณฑ์กระดาษ พร้อมร่วมมือลูกค้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอสซีจี ผลประกอบการครึ่งปีแรก กำไรโตเพิ่ม 31% ยอดขายเกินครึ่งมาจากกลุ่มเพื่อสิ่งแวดล้อม​​ เร่งเครื่อง 4 กลุ่มนวัตกรรม มุ่งโตตามเมกะเทรนด์โลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/07/scg-announces-operating-results-first_half-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 28 Jul 2023 08:25:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-based Plastic]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-PET]]></category>
		<category><![CDATA[Rondo Energy]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Decor]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC]]></category>
		<category><![CDATA[SCGP]]></category>
		<category><![CDATA[ธนวงษ์ อารีรัชชกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจซีเมนต์]]></category>
		<category><![CDATA[นิธิ ภัทรโชค]]></category>
		<category><![CDATA[ปิโตรเคมี]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส]]></category>
		<category><![CDATA[วิชาญ จิตร์ภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เมกะเทรนด์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี เคมิคอลส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=20162</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอสซีจีรายงานผลประกอบการครึ่งแรกปี 2566 ​​มีรายได้จากการขาย 253,379 ล้านบาท ลดลง​ 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมียอดขายลดลงใน​ทุกกลุ่มธุรกิจตามสถานการณ์ตลาดที่อ่อนตัว แต่มีกำไรสำหรับงวด 24,608 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ ยอดขายเกินกว่าครึ่ง หรือ 54% ของรายได้จากการขายรวม เป็น​ยอดขายสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ Green Choice 137,258 ล้านบาท ขณะที่สินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม หรือ HVA (High-Value Added Products &#38; Services) ​​อยู่ที่ 86,411 ล้านบาท คิดเป็น  34% ​ รวมท้ังยังมีรายได้​จากการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ รวมการส่งออกจากประเทศไทย ในครึ่งปีแรกของปี 2566 ทั้งสิ้น 108,672 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 43% ของรายได้จากการขายรวม สำหรับผลประกอบการเอสซีจี สำหรับ​ไตรมาส 2 นั้น ฟื้นตัวจากการเร่งปรับตัวตามแผนงาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/scg-announces-operating-results-first_half-2023/">เอสซีจี ผลประกอบการครึ่งปีแรก กำไรโตเพิ่ม 31% ยอดขายเกินครึ่งมาจากกลุ่มเพื่อสิ่งแวดล้อม​​ เร่งเครื่อง 4 กลุ่มนวัตกรรม มุ่งโตตามเมกะเทรนด์โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เอสซีจีรายงานผลประกอบการครึ่งแรกปี 2566 ​​มีรายได้จากการขาย 253,379 ล้านบาท ลดลง​ 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมียอดขายลดลงใน​ทุกกลุ่มธุรกิจตามสถานการณ์ตลาดที่อ่อนตัว แต่มีกำไรสำหรับงวด 24,608 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน</p>
<p><span id="more-20162"></span></p>
<p>ทั้งนี้ ยอดขายเกินกว่าครึ่ง หรือ 54% ของรายได้จากการขายรวม เป็น​ยอดขายสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ Green Choice 137,258 ล้านบาท ขณะที่สินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม หรือ HVA (High-Value Added Products &amp; Services) ​​อยู่ที่ 86,411 ล้านบาท คิดเป็น  34% ​</p>
<p>รวมท้ังยังมีรายได้​จากการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ รวมการส่งออกจากประเทศไทย ในครึ่งปีแรกของปี 2566 ทั้งสิ้น 108,672 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 43% ของรายได้จากการขายรวม</p>
<p>สำหรับผลประกอบการเอสซีจี สำหรับ​ไตรมาส 2 นั้น ฟื้นตัวจากการเร่งปรับตัวตามแผนงาน ท่ามกลางเศรษฐกิจอาเซียน จีน โลกชะลอตัว โดยมีรายได้รวมในไตรมาสนี้ 124,631 ล้านบาท  กำไรสำหรับงวด 8,082 ล้านบาท  กำไรจากการดำเนินงาน 5,216 ล้านบาท  เพิ่มขึ้น 14% จากไตรมาสก่อน จากการขายสินค้าพอลิโอเลฟินส์เพิ่มขึ้นในธุรกิจเคมิคอลส์ และต้นทุนพลังงานที่ลดลง</p>
<figure id="attachment_20164" aria-describedby="caption-attachment-20164" style="width: 1200px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-20164 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/1_รุ่งโรจน์-รังสิโยภาส-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี-และ-ธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-รองกรรมการ-ผู.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-20164" class="wp-caption-text"><em><strong>คุณรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส และ คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม </strong></em></figcaption></figure>
<p><strong>คุณรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส</strong> ​กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า “สถานการณ์เศรษฐกิจโลก จีนและอาเซียน ฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดการณ์​​​ โดยเอสซีจี ได้เร่งปรับตัวอย่างต่อเนื่องตามแผนงานด้วยการลดต้นทุน ​เปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาด พัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการมูลค่าเพิ่มสูง (HVA) และสินค้ากรีน  ประกอบกับเศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัว ด้วยอานิสงส์จากการท่องเที่ยว ตลาดวัสดุก่อสร้างดีขึ้นโดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยว  ส่งผลให้ผลประกอบการเอสซีจีดีขึ้นกว่าไตรมาสที่ผ่านมา</p>
<p>พร้อมเตรียมเร่งเครื่องใน 4 กลุ่มธุรกิจ เพื่อสร้างโอกาสเติบโตตามเมกะเทรนด์โลก ประกอบด้วย</p>
<p>1. <strong>โครงการปิโตรเคมีครบวงจรใหญ่สุดในเวียดนาม</strong> ฐานผลิตสำคัญของภูมิภาคอาเซียนที่มีศักยภาพสูง ผลิตเม้ดพลาสติกคุณภาพสูง และนวัตกรรมเคมีภัณฑ์ ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ ป้อนตลาดโลก ซึ่งมีฐานลูกค้าอยู่แล้ว</p>
<p>2. ผนึกกำลังกับคู่ธุรกิจชั้นนำระดับโลกด้านนวัตกรรมกรีน ยกระดับ Green Innovation ตอบโจทย์ความต้องการตลาดโลก และสอดคล้องกับเทรนด์ ESG ได้แก่ <strong>นวัตกรรม ‘Bio-based Plastic จากชิ้นไม้ยูคาลิปตัสสับ’</strong> โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูงผลิตเป็นวัตถุดิบสำหรับพลาสติก <strong>Bio-PET</strong> ที่ย่อยสลายได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20168 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/8_Bio-based-Plastic-จากชิ้นไม้ยูคาลิปตัสสับ.jpg" alt="" width="1200" height="654" /></p>
<p>3. ลงทุนใน<strong>เทคโนโลยีวัสดุกักเก็บความร้อนจากพลังงานสะอาด</strong> ที่เก็บอุณหภูมิได้สูงกว่า 1,000 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของแบตเตอรี่ความร้อน ตอบโจทย์การเติบโตของภาคอุตสาหกรรมสีเขียว ตามเป้าหมาย Net Zero</p>
<p>4. เตรียม <strong>SCG Decor  เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ</strong> ก้าวสู่ผู้นำตลาดอาเซียนด้านวัสดุตกแต่งผิว และสุขภัณฑ์ด้วยนวัตกรรม Smart Bathroom โดยมูลค่าตลาดอาเซียนมีโอกาสโตสูงถึง 78,000 ล้านบาท ในปี 2569</p>
<p>ด้าน <strong>คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม</strong> รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า “เอสซีจีบริหารต้นทุนพลังงานได้ดีในช่วงที่ราคาพลังงานผันผวนช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566  โดยเฉพาะ <strong>ธุรกิจซีเมนต์ในประเทศไทยได้เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนได้ </strong><strong>40% </strong>ขณะที่​ ธุ<strong>รกิจพลังงานสะอาด SCG Cleanergy ซึ่งให้บริการซื้อ-ขายไฟฟ้าครบวงจร สำหรับภาครัฐ ธุรกิจและอุตสาหกรรม เติบโตต่อเนื่อง</strong> โดดเด่นด้วยระบบเครือข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ Smart Grid เริ่มใช้งานแล้วที่กลุ่มบริษัทสหยูเนี่ยน บางปะกง โดยเอสซีจีมีการติดตั้งโซลาร์สำหรับใช้ภายใน และส่วนที่ให้บริการกับภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชนผ่าน SCG Cleanergy คิดเป็นกำลังการผลิตรวมอยู่ที่ 231 เมกะวัตต์ ณ ไตรมาสที่ 2 ปี 2566</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20165 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/4_SCG-Cleanergy-ธุรกิจพลังงานสะอาดครบวงจร.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ขณะเดียวกันเอสซีจียังได้ลงทุนใน <strong>Rondo Energy</strong> สตาร์ทอัพด้านพลังงานสะอาดระดับโลก จากสหรัฐอเมริกา  ร่วมวางแผนผลิตวัสดุกักเก็บความร้อน (Thermal Media) สามารถกักเก็บความร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่า 1,000 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของแบตเตอรี่ความร้อน (Rondo Heat Battery) นำพลังงานแสงอาทิตย์มาเก็บเป็นความร้อน ใช้ในภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกที่มุ่งสู่ Net Zero ตามแนวทาง ESG</p>
<p>นอกจากนี้ <strong>กลุ่มไทยเบฟและเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ได้ร่วมลงทุนใน NocNoc</strong> ศูนย์รวมสินค้าและบริการเรื่องบ้านออนไลน์ เพื่อขยายธุรกิจทั้งในไทยและอาเซียน โดยตั้งเป้าสิ้นปี 2566 เติบโตเป็น 5,000 ล้านบาท</p>
<p>ขณะที่ทิศทางการขับเคลื่อนกลุ่มธุรกิจต่างๆ ของเอสซีจี ประกอบด้วย</p>
<p>&#8211; บริษัทเอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC  <strong>คุณ</strong><strong>ธนวงษ์ อารีรัชชกุล</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่  กล่าวว่า <em>“ยอดขายรวมของ SCGC ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อน จากปริมาณการขายสินค้าพอลิโอเลฟินส์ที่เพิ่มขึ้น  และส่วนต่างราคาสินค้าบางชนิดเพิ่มขึ้น ล่าสุด โครงการปิโตรเคมีครบวงจร LSP เวียดนาม  อยู่ระหว่างการทดสอบระบบต่างๆ ภายในโรงงาน เพื่อเตรียมพร้อมดำเนินการเชิงพาณิชย์ต่อไป ขณะเดียวกันได้ผนึกกำลัง 2 ผู้นำเทคโนโลยีกรีนพลาสติกของโลก  บริษัท Avantium N.V. จากเนเธอร์แลนด์ และ บริษัท ไอเอชไอ (IHI) จากญี่ปุ่น  เตรียมสร้างโรงงานต้นแบบนำก๊าซ CO2 มาแปรสภาพเป็นผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีรักษ์โลก รวมถึงพัฒนาเป็นวัตถุดิบทางเลือกอื่นๆ ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ”</em></p>
<figure id="attachment_20167" aria-describedby="caption-attachment-20167" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-20167 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/9_โครงการปิโตรเคมีครบวงจร-LSP-เวียดนาม.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-20167" class="wp-caption-text">โครงการปิโตรเคมีครบวงจร LSP เวียดนาม</figcaption></figure>
<p>&#8211; ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี  <strong>คุณนิธิ ภัทรโชค</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่  กล่าวว่า  “เศรษฐกิจอาเซียนชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อยอดขายทั้งกลุ่มธุรกิจ ประกอบกับไม่รวมยอดขายของ SCG Logistics เนื่องจากได้รวมกิจการกับ JWD ในไตรมาสแรก  ขณะที่ยอดขายธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างลดลงเล็กน้อย  แต่คาดว่ากำลังซื้อจะกลับมาโดยเฉพาะนวัตกรรมสินค้า บริการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ที่ต้องการความคุ้มค่า สะดวก ปลอดภัย รักษ์โลก ประกอบกับอาเซียนมีประชากรกว่า 560 ล้านคน  เอสซีจีเตรียมคว้าโอกาสนำ SCG Decor เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ  ปักธงเป็นเบอร์หนึ่งในอาเซียน ชูนวัตกรรม Smart Bathroom โดยมูลค่าตลาดอาเซียนมีโอกาสสูงถึง 78,000 ล้านบาท ในปี 2569 ”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20169 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/7_ห้องน้ำอัจฉริยะ-Smart-Bathroom.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>&#8211; บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP <strong> คุณวิชาญ  จิตร์ภักดี</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า  “ไตรมาส 2​ นี้ สามารถทำกำไรเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง​ จากการจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และ​พัฒนานวัตกรรมและโซลูชันให้ตอบโจทย์ผู้บริโภค โดยอยู่ระหว่างพัฒนา Bio-based Plastic จากชิ้นไม้ยูคาลิปตัสสับ ร่วมกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำจากอเมริกา Origin Materials  ซึ่งผลทดสอบล่าสุดได้ผ่านขั้นตอนที่ 1 การทดสอบในห้องปฏิบัติการ และขั้นตอนที่ 2 การปรับคุณสมบัติที่เหมาะสม พร้อมเข้าสู่ขั้นตอนที่ 3 Pilot Plant และเลือกพันธมิตรเพื่อร่วมมือพัฒนาในขั้นตอนต่อไป รวมทั้ง การวิจัยและพัฒนา Biodegradable Wooden Foodservice Packaging จากไม้ยูคาลิปตัส เพื่อสนับสนุนการใช้ทรัพยากรทดแทน ตอบโจทย์เทรนด์การใช้บรรจุภัณฑ์อาหารรักษ์โลก และเพิ่มมูลค่าให้แก่ไม้ยูคาลิปตัส สร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียตั้งแต่ต้นทางการปลูกจนถึงการแปรรูปไม้ยูคาลิปตัส ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน”</p>
<p><em>“นอกจากปัจจัยเรื่องเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ประเทศไทยยังคงต้องเฝ้าระวังปรากฏการณ์ภัยแล้งเอลนีโญ ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงสิงหาคมปีนี้ถึงปลายปีหน้า  อย่างไรก็ตาม สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ หรือ สสน. คาดการณ์ว่า ในเดือนสิงหาคมถึงตุลาคมปีนี้ จะมีฝนตกหนักและเกิดน้ำท่วมในบางพื้นที่  ทุกภาคส่วนควรกักเก็บน้ำสำรองไว้ให้มากที่สุด และใช้น้ำกันอย่างประหยัด เพราะปีหน้าอาจเกิดเอลนีโญระดับรุนแรง และเกิดภาวะขาดแคลนน้ำ ในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นการเกษตร ท่องเที่ยว หรืออุตสาหกรรม”</em> นายรุ่งโรจน์ กล่าวปิดท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/scg-announces-operating-results-first_half-2023/">เอสซีจี ผลประกอบการครึ่งปีแรก กำไรโตเพิ่ม 31% ยอดขายเกินครึ่งมาจากกลุ่มเพื่อสิ่งแวดล้อม​​ เร่งเครื่อง 4 กลุ่มนวัตกรรม มุ่งโตตามเมกะเทรนด์โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอสซีจี รับธุรกิจผ่านช่วงต่ำสุด กำไรร่วง 90% หันโฟกัสธุรกิจใหม่ &#8216;พลังงานสะอาด -สินค้ากรีน&#8217;  ตอบเทรนด์โลก ช่วยหนีวิกฤตซ้อนวิกฤต</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/01/scg-business-direction-2023-how-survive-from-mega-crisis/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Jan 2023 10:57:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[GREEN BUSINESS]]></category>
		<category><![CDATA[Green Polymer]]></category>
		<category><![CDATA[Mega World Trend]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Air Scrubber​]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Built-in Solar Tile​]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC]]></category>
		<category><![CDATA[SCGP]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Living Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chian]]></category>
		<category><![CDATA[ธนวงษ์ อารีรัชชกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[นิธิ ภัทรโชค]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[วิชาญ จิตร์ภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[​เมกะเทรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=16900</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากการเปิดเผยผลประกอบในปีที่ผ่านมา เอสซีจียอมรับว่า ปี2565 ที่ผ่านมา เป็นจุดที่ต่ำสุดของธุรกิจในรอบ 14-15 ปี เพราะแม้รายได้ของธุรกิจยังสามารถเติบโตได้ราว7% แต่กำไรกลับลดลลงอย่างมาก แม้จะเดินหน้าลดต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมาอย่างต่อเนื่องก็ตาม โดยผลประกอบการทั้งปี เอสซีจีมีรายได้ 569,609 ล้านบาท ​ขณะที่มีกำไร 21,382 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขกำไรทั้งปี ลดลงจากเดิมเกินกว่าครึ่ง หรือ 55% แต่หากเทียบตัวเลขเฉพาะไตรมาสที่ 4 กำไรของบริษัทลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าถึงมากกว่า 90% เลยทีเดียว คุณรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ให้ข้อมูลว่า สถานการณ์ปีที่ผ่านมาเป็นการเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งจากปัญหาต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ท้ังต้นทุนทางด้านพลังงาน รวมท้ังต้นทุนทางการเงินที่ไม่เคยเจอมาก่อนในรอบหลายปี รวมทั้งดีมานด์ในตลาดทั่วโลกที่หายไป ทั้งจากผลกระทบของสงครามยูเครน-รัสเซีย รวมท้ังมาตรการเฝ้าระวังโควิดของประเทศจีน​ ประกอบกับวัฏจักรปิโตรเคมีขาลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 20 ปี อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางมรสุมนี้ ​เอสซีจียังมีความเชื่อว่าจะสามารถรักษาการเติบโตให้กับธุรกิจได้ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างสอดคล้องกับเมกะเทรนด์ของโลก เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน จากกลุ่มธุริกจพลังงานสะอาด และสินค้าในกลุ่ม Green Business รวมท้ังการเข้าไปลงทุนในตลาดต่างประเท​ศ ควบคู่ไปกับการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง จากการเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานทดแทน รวมทั้งการรักษาเสถียรภาพทางการเงินอย่างเคร่งครัด ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีความแข็งแรงทางการเงินเป็นอย่างดี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/scg-business-direction-2023-how-survive-from-mega-crisis/">เอสซีจี รับธุรกิจผ่านช่วงต่ำสุด กำไรร่วง 90% หันโฟกัสธุรกิจใหม่ &#8216;พลังงานสะอาด -สินค้ากรีน&#8217;  ตอบเทรนด์โลก ช่วยหนีวิกฤตซ้อนวิกฤต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากการเปิดเผยผลประกอบในปีที่ผ่านมา เอสซีจียอมรับว่า ปี2565 ที่ผ่านมา เป็นจุดที่ต่ำสุดของธุรกิจในรอบ 14-15 ปี เพราะแม้รายได้ของธุรกิจยังสามารถเติบโตได้ราว7% แต่กำไรกลับลดลลงอย่างมาก แม้จะเดินหน้าลดต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมาอย่างต่อเนื่องก็ตาม</p>
<p><span id="more-16900"></span></p>
<p>โดยผลประกอบการทั้งปี เอสซีจีมีรายได้ 569,609 ล้านบาท ​ขณะที่มีกำไร 21,382 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขกำไรทั้งปี ลดลงจากเดิมเกินกว่าครึ่ง หรือ 55% แต่หากเทียบตัวเลขเฉพาะไตรมาสที่ 4 กำไรของบริษัทลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าถึงมากกว่า 90% เลยทีเดียว</p>
<p><strong>คุณรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ให้ข้อมูลว่า สถานการณ์ปีที่ผ่านมาเป็นการเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งจากปัญหาต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ท้ังต้นทุนทางด้านพลังงาน รวมท้ังต้นทุนทางการเงินที่ไม่เคยเจอมาก่อนในรอบหลายปี รวมทั้งดีมานด์ในตลาดทั่วโลกที่หายไป ทั้งจากผลกระทบของสงครามยูเครน-รัสเซีย รวมท้ังมาตรการเฝ้าระวังโควิดของประเทศจีน​ ประกอบกับวัฏจักรปิโตรเคมีขาลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 20 ปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16901 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Info.jpg" alt="" width="800" height="1000" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางมรสุมนี้ ​เอสซีจียังมีความเชื่อว่าจะสามารถรักษาการเติบโตให้กับธุรกิจได้ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างสอดคล้องกับเมกะเทรนด์ของโลก เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน จากกลุ่มธุริกจพลังงานสะอาด และสินค้าในกลุ่ม Green Business รวมท้ังการเข้าไปลงทุนในตลาดต่างประเท​ศ ควบคู่ไปกับการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง จากการเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานทดแทน รวมทั้งการรักษาเสถียรภาพทางการเงินอย่างเคร่งครัด ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีความแข็งแรงทางการเงินเป็นอย่างดี ด้วยจำนวนกระแสเงินสดในธุรกิจมากกว่า 95,000 ล้านบาท</p>
<p>ทั้งนี้ เอสซีจีมีแผนลงทุนต่อเนื่องในปีนี้ ด้วยงบลงทุนราว 5 หมื่นล้านบาท ซึ่ง 50% จะใช้ในการลงทุนต่อเนื่องในเวียดนาม เพื่อให้สามารถเริ่มเดินเครื่องผลิตสินค้าได้ภายในปีนี้ ขณะที่การขับเคลื่อนแต่ละ Business Unit ในปีนี้ มีทิศทางในการขับเคลื่อนดังนี้</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>​กลุ่มธุรกิจพลังงาน</strong></span></p>
<p><strong>คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม</strong> รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี มองว่า ปัญหาวิกฤตพลังงานถือว่าค่อนข้างหนักในปีที่ผ่านมา ซึ่งต้นทุนพลังงานคาดว่าจะเป็นปัญหาในระยะยาว  ​แต่ในวิกฤตยังมีโอกาสสำคัญสำหรับเอสซีจี จากการหันมาขยายธุรกิจในกลุ่มธุรกิจพลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้น ด้วยระบบเครือข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ Smart Grid ที่มีกำลังผลิต 234 เมกะวัตต์ สำหรับนิคมอุตสาหกรรม เครือข่ายโรงงานอุตสาหกรรม โรงแรม โรงพยาบาล ล่าสุดติดตั้งแล้วที่กลุ่มบริษัทสหยูเนี่ยน บางปะกง เชื่อมโยงพลังงานสะอาดระหว่าง 10 บริษัท ช่วยลดต้นทุนพลังงานได้ 30%​ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ปีละ 3,670 ตันคาร์บอน ​โดยปี 2565 เอสซีจีเพิ่มสัดส่วนใช้เชื้อเพลิงทดแทน 34% จาก 26% ในปีก่อนหน้า</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ 194 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นจาก 130 เมกะวัตต์ในปีก่อน ​ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ 3 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ พร้อมทั้งกำลังพัฒนาเทคโนโลยีดักจับและใช้ประโยชน์คาร์บอน (Carbon Capture and Utilization &#8211; CCU) จากการผลิตปูนซีเมนต์ในไทยและอาเซียน เพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero 2050 ​​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16903 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/SCG2.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>กลุ่มธุรกิจ Green Polymer </strong></span></p>
<p><strong>คุณธนวงษ์ อารีรัชชกุล</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ <strong>บริษัทเอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC </strong>กล่าวว่า​ บริษัทเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมพลาสติกรักษ์โลก “<strong>SCGC GREEN POLYMERTM</strong>” ต่อเนื่อง ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากตลาดโลก มียอดขายกว่า 140,000 ตัน เติบโตกว่า 5 เท่า ในปีที่ผ่านมา​ พร้อมทั้งการขยายเข้าสู่ธุรกิจรีไซเคิลพลาสติกครบวงจร โดยนำร่องก่อนในยุโรป ด้วยความพร้อมทั้งของวัตถุดิบ ดีมานด์ในตลาด รวมทั้งบริบททางกฏระเบียบต่างๆ ที่เอื้อต่อการเติบโต โดยบริษัทได้ลงนามซื้อกิจการของคราส (Kras) ผู้นำด้าน Waste Management ของเนเธอร์แลนด์ รวมทั้งในธุรกิจ Green Polymer ของโปรตุเกส เพื่อสามารถนำเทคโนโลยี นวัตกรรมระดับโกลบอลมาปรับใช้ในภูมิภาคและในประเทศได้ในอนาคต</p>
<p>ทั้งนี้ SCGC วางทิศทางในการขับเคลื่อนนวัตกรรม 4 แนวทาง ได้แก่<strong> Redcue</strong> เพื่อลดปริมาณการใช้พลาสติกลงได้ แต่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นได้ <strong>Recyclable</strong> การเพิ่มประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ให้สามารถนำไปรีไซเคิลได้ง่ายขึ้น<strong>  Recycle </strong>การเข้ามาขับเคลื่อนในในธุรกิจพลาสติกรีไซเคิล รวมทั้งการศึกษาแนวทางด้าน<strong>Renewable Plastic</strong> อีกด้วย โดยบริษัทตั้งเป้าหมายในการผลิต Green Polymer ให้ได้ถึง 1 ล้านตัน ภายในปี 2050</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16904 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/SCGC.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>กลุ่ม Smart living </strong></span></p>
<p>ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพในการเติบโตอย่างสูง โดย <strong>คุณนิธิ ภัทรโชค</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี กล่าวว่า จะโฟกัสด้านโซลูชั่นในการประหยัดพลังงานสำหรับกลุ่มผู้บริโภค โดยเฉพาะโซลูชันเพื่อประหยัดพลังงานและค่าไฟ ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดในช่วงค่าไฟปรับตัวสูง โดยในปี 2565 เติบโตเพิ่มขึ้นกว่า​ 40%  อาทิ <strong>SCG Air Scrubber​</strong> นวัตกรรมประหยัดพลังงานระดับโลก สำหรับอาคารขนาดใหญ่ ศูนย์ประชุม หรือห้างสรรพสินค้า มีประสิทธิภาพสูง ประหยัดพลังงานได้ถึง 20-30% ติดตั้งแล้ว 7 อาคารขนาดใหญ่ เช่น ศูนย์การค้า Terminal 21 สาขาพัทยา, Kloud by Kbank สยามสแควร์  ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี จึงจะมีโครงการลงทุนขยายรุ่นสินค้าตามความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น</p>
<p>นอกจากนี้ ได้พัฒนา ​SCG Built-in Solar Tile​ นวัตกรรมแผงโซลาร์สำหรับหลังคาบ้านสไตล์โมเดิร์น ที่ออกแบบเนียนเรียบไปกับผืนหลังคา ช่วยลดค่าไฟได้ถึง 60% ซึ่งนอกจากฟังก์ชันด้านพลังงาน ยังตอบด้านความสวยง​ามอีกด้วย ​ซึ่งเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตสูงจากจำนวนบ้านเรือนอยู่อาศัยที่มีหลายล้านหลังคาเรือน ​</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16902 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Solar-Roof.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>สินค้าในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อม</strong></span></p>
<p><strong>คุณวิชาญ จิตร์ภักดี</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร <strong>บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP</strong> กล่าวว่า​ SCGP กำหนดกลยุทธ์ในการพัฒนานวัตกรรม เพิ่มโซลูชันบรรจุภัณฑ์ ตั้งงบลงทุนและค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมในปี 2566 รวม 800 ล้านบาท โดยพัฒนานวัตกรรม “เส้นใยนาโนเซลลูโลส” จากวัตถุดิบเหลือใช้ทางการเกษตร เพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์อาหาร พร้อมขยายไปยังอุตสาหกรรมเพื่อสุขภาพ และวัสดุคอมโพสิต รวมถึงต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ สู่การปลูกพืชและสมุนไพรมูลค่าสูง ตลอดจนมุ่งพัฒนาวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิตมาเป็นพลังงานหมุนเวียน โดยอยู่ระหว่างการพัฒนา “เทคโนโลยี Torrefaction” เพื่อใช้พลังงานชีวมวล (Biomass) ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เสริมการดำเนินงานด้าน ESG</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/scg-business-direction-2023-how-survive-from-mega-crisis/">เอสซีจี รับธุรกิจผ่านช่วงต่ำสุด กำไรร่วง 90% หันโฟกัสธุรกิจใหม่ &#8216;พลังงานสะอาด -สินค้ากรีน&#8217;  ตอบเทรนด์โลก ช่วยหนีวิกฤตซ้อนวิกฤต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SCGP ​เดินหน้าขยายการลงทุนธุรกิจรีไซเคิลวัสดุบรรจุภัณฑ์ รับดีมานด์ฟื้นตัว ตั้งเป้ายอดขาย 1.5 แสนล้านบาท</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/07/scgp-2022-direction-and-investment-plan/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 Jul 2022 12:07:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[packaging]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[SCGP]]></category>
		<category><![CDATA[Strategic]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[การเติบโต]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[วิชาญ จิตร์ภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี แพคเกจจิิง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=13087</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP เปิดเผยทิศทางลงทุนช่วงครึ่งปีหลัง จะมุ่งสร้างการเติบโตให้มั่นคงต่อเนื่อง โดยตั้งเป้ารายได้จากการขาย  1.5 แสนล้านบาท ​พร้อมวางงบลงทุนรวม  2 หมื่นล้านบาท เพื่อปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต การขยายกำลังการผลิต และสร้างการเติบโตร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ (Merger and Partnership : M&#38;P) โดยไตรมาส 2 ของปี 2565 ได้ขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์กล่องลูกฟูกเพื่อรองรับความต้องการบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทยอีก 75,000 ตันต่อปี พร้อมลงทุนในธุรกิจรีไซเคิลวัสดุบรรจุภัณฑ์ (Packaging Materials Recycling Business) ใน Peute Recycling B.V. (เพอเธ่) และการลงทุนใน Imprint Energy Inc. (Imprint) ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ผลิตแบตเตอรี่ด้วยการพิมพ์ (Printed Battery) ด้วยเงินลงทุนประมาณ 105 ล้านบาท สัดส่วนการถือหุ้น​ 3.3% เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีโอกาสเติบโต [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/07/scgp-2022-direction-and-investment-plan/">SCGP ​เดินหน้าขยายการลงทุนธุรกิจรีไซเคิลวัสดุบรรจุภัณฑ์ รับดีมานด์ฟื้นตัว ตั้งเป้ายอดขาย 1.5 แสนล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>SCGP</strong> เปิดเผยทิศทางลงทุนช่วงครึ่งปีหลัง จะมุ่งสร้างการเติบโตให้มั่นคงต่อเนื่อง โดยตั้งเป้ารายได้จากการขาย  1.5 แสนล้านบาท ​พร้อมวางงบลงทุนรวม  2 หมื่นล้านบาท เพื่อปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต การขยายกำลังการผลิต และสร้างการเติบโตร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ (Merger and Partnership : M&amp;P)</p>
<p><span id="more-13087"></span></p>
<p>โดยไตรมาส 2 ของปี 2565 ได้ขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์กล่องลูกฟูกเพื่อรองรับความต้องการบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทยอีก 75,000 ตันต่อปี พร้อมลงทุนในธุรกิจรีไซเคิลวัสดุบรรจุภัณฑ์ (Packaging Materials Recycling Business) ใน Peute Recycling B.V. (เพอเธ่) และการลงทุนใน Imprint Energy Inc. (Imprint) ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ผลิตแบตเตอรี่ด้วยการพิมพ์ (Printed Battery) ด้วยเงินลงทุนประมาณ 105 ล้านบาท สัดส่วนการถือหุ้น​ 3.3% เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีโอกาสเติบโต สามารถนำความรู้ความเชี่ยวชาญมาขยายสู่ภูมิภาคอาเซียนได้ในอนาคต รวมทั้งการนำเทคโนโลยีมาใช้สำหรับบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะได้ด้วย</p>
<p><strong>คุณวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร </strong><strong>SCGP </strong>ระบุว่า  SCGP มุ่งดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืนตามกรอบแนวคิด ESG และการก้าวไปสู่เป้าหมายในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2593 ด้วยการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตให้ใช้พลังงานในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การพัฒนานวัตกรรมสินค้า บริการ และโซลูชันที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม รวมถึงขยายความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อน ESG</p>
<p>ล่าสุดยังได้ร่วมกับพันธมิตรอย่าง บริษัท คาโอ อินดัสเทรียล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Kao ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคและธุรกิจเคมีภัณฑ์ชั้นนำ เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมและการให้ความสำคัญกับการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้ว เป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญของสองบริษัทที่มีเป้าหมายเดียวกันในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสร้างแนวทางที่ยั่งยืนสำหรับผู้บริโภค</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13089 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/07/SCGP-1.jpg" alt="" width="1200" height="544" /></p>
<p>“ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2565 มีรายได้จากการขายเท่ากับ 74,616 ล้านบาท เพิ่มขึ้น​ 31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเติบโตของทุกสายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และการรวมผลดำเนินงานของ Duy Tan, Intan Group และ Deltalab รวมถึงปริมาณความต้องการบรรจุภัณฑ์กระดาษและบรรจุภัณฑ์อาหารที่เพิ่มขึ้น มี EBITDA เท่ากับ 10,365 ล้านบาท ลดลง 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสำหรับงวดเท่ากับ 3,514 ล้านบาท ลดลง 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น”</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ภาพรวมความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ในครึ่งปีหลังของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนมีแนวโน้มที่ดีขึ้น จากนโยบายเปิดประเทศที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความคึกคักให้กับการท่องเที่ยว รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นในการจับจ่ายใช้สอยสินค้าอุปโภคบริโภค และความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์จากอุตสาหกรรมต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงในหมวดสินค้าแช่แข็ง อาหารกระป๋อง และอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยง มีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยเชิงบวกต่อความต้องการบรรจุภัณฑ์</p>
<p>อย่างไรก็ตามยังคงต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและปัจจัยต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ภาวะเศรษฐกิจถดถอยและความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน ที่มีผลต่อราคาพลังงานในตลาดโลก โดยคาดว่าราคาพลังงานครึ่งปีหลังมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/07/scgp-2022-direction-and-investment-plan/">SCGP ​เดินหน้าขยายการลงทุนธุรกิจรีไซเคิลวัสดุบรรจุภัณฑ์ รับดีมานด์ฟื้นตัว ตั้งเป้ายอดขาย 1.5 แสนล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
