<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ศพเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%A8%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%89/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 24 Dec 2019 05:01:30 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ศพเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ตายอย่างสงบศพเป็นปุ๋ย เพื่อการตายที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2019/12/funeral-green-burial-climate-change/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Dec 2019 04:45:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[burial]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[funeral]]></category>
		<category><![CDATA[recompose]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ปู่ยทำมาจาก]]></category>
		<category><![CDATA[ฝังศพ]]></category>
		<category><![CDATA[ศพเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=6882</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้เราจะเชื่อว่ามนุษย์เกิดจากธรรมชาติและเมื่อสิ้นชีวิตลงร่างกายก็ต้องคืนสู่ธรรมชาติ ด้วยพิธีการฝังหรือเผาและปล่อยเถ้าอังคารลงสู่แม่น้ำ แต่นั่นถือเป็นการกลับสู่ธรรมชาติที่ยังไม่สมบูรณ์แบบ ยิ่งในยุคที่สิ่งแวดล้อมกำลังถูกทำลายอย่างรุนแรงสุดจะเยียวยา มนุษย์ที่เสียชีวิตทุก ๆ วันกลับสร้างมลภาวะให้แก่สิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการเผาหรือฝัง วันนี้มีแนวคิดใหม่ที่จะคืนร่างกายมนุษย์กลับสู่ธรรมชาติแบบรักษ์โลก ซึ่งนอกจากจะไม่ทำร้ายโลกแล้ว ร่างกายที่ปราศจากวิญญาณยังทำประโยชน์ให้กับโลกเป็นครั้งสุดท้ายอีกด้วย หากพูดถึงการจัดการศพของคนที่เสียชีวิตก็มักจะเป็นไปตามครรลองประเพณีความเชื่อของบุคคลซึ่งมีหลากหลายวิธีแตกต่างกันไป แต่บริษัท Recompose ที่ตั้งอยู่ใน Seattle กลับผุดไอเดียบรรเจิดในการเปลี่ยนร่างไร้วิญญาณกลายเป็นปุ๋ยภายในระยะเวลาเพียง 30 วัน โดยใช้พลังงานเพียง 1 ใน 8 แถมยังช่วยลดการผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 1 เมตริกตันเมื่อเทียบกับการจัดการศพด้วยวิธีอื่น ซึ่งบริษัทนี้มีศักยภาพสามารถรองรับได้ถึง 75 ศพต่อครั้ง &#160; เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องขำ ๆ ที่คุยกันไปสภากาแฟ เพราะโปรเจ็คนี้ได้ผ่านการพิจารณาจากสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ Washington เมื่อต้นปีที่ผ่านมา นับได้ว่าเป็นรัฐแรกที่อนุญาตให้มีการจัดการศพในรูปแบบนี้ด้วยหลักการว่าเป็นการลดสารอินทรีย์ตามธรรมชาตินั่นเอง โดยกฎหมายฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ในเดือนพฤษภาคม 2563 เมื่อกฏหมายมีการบังคับใช้แล้วจะทำให้ที่เก็บศพสามารถดำเนินการแปลงศพมนุษย์ให้เป็นดินได้อย่างรวดเร็ว และนับเป็นวิธีการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สามารถทำได้ในเขตเมืองที่มีพื้นที่จำกัดสำหรับการฝังศพตามประเพณีเดิม นอกจากนี้ โปรเจ็คนี้ยังตอบโจทย์คนสายกรีนที่กำลังมองหาวิธีที่จะลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อจำกัดความเสียหายต่อโลกท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ “เราถามตัวเองว่าจะสามารถใช้ธรรมชาติในการดูแลจัดการร่างไร้วิญญาณได้อย่างไร และเราก็มองเห็นโอกาสสำหรับช่วงเวลาที่ลึกซึ้งนี้ด้วยการกลับคืนสู่โลกและการเชื่อมโยงตัวเราเองกับวัฏจักรธรรมชาติอีกครั้ง” Katrina Spade, CEO แห่ง Recompose กล่าว &#160; โดยกรรมวิธีเปลี่ยนศพเป็นปุ๋ยของ Recompose นั้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2019/12/funeral-green-burial-climate-change/">ตายอย่างสงบศพเป็นปุ๋ย เพื่อการตายที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">แม้เราจะเชื่อว่ามนุษย์เกิดจากธรรมชาติและเมื่อสิ้นชีวิตลงร่างกายก็ต้องคืนสู่ธรรมชาติ ด้วยพิธีการฝังหรือเผาและปล่อยเถ้าอังคารลงสู่แม่น้ำ แต่นั่นถือเป็นการกลับสู่ธรรมชาติที่ยังไม่สมบูรณ์แบบ</span></h4>
<h4><span style="color: #993366;">ยิ่งในยุคที่สิ่งแวดล้อมกำลังถูกทำลายอย่างรุนแรงสุดจะเยียวยา มนุษย์ที่เสียชีวิตทุก ๆ วันกลับสร้างมลภาวะให้แก่สิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการเผาหรือฝัง วันนี้มีแนวคิดใหม่ที่จะคืนร่างกายมนุษย์กลับสู่ธรรมชาติแบบรักษ์โลก ซึ่งนอกจากจะไม่ทำร้ายโลกแล้ว ร่างกายที่ปราศจากวิญญาณยังทำประโยชน์ให้กับโลกเป็นครั้งสุดท้ายอีกด้วย</span></h4>
<p><span id="more-6882"></span><br />
หากพูดถึงการจัดการศพของคนที่เสียชีวิตก็มักจะเป็นไปตามครรลองประเพณีความเชื่อของบุคคลซึ่งมีหลากหลายวิธีแตกต่างกันไป แต่<strong>บริษัท Recompose</strong> ที่ตั้งอยู่ใน Seattle กลับผุดไอเดียบรรเจิดในการเปลี่ยนร่างไร้วิญญาณกลายเป็นปุ๋ยภายในระยะเวลาเพียง 30 วัน โดยใช้พลังงานเพียง 1 ใน 8 แถมยังช่วยลดการผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 1 เมตริกตันเมื่อเทียบกับการจัดการศพด้วยวิธีอื่น ซึ่งบริษัทนี้มีศักยภาพสามารถรองรับได้ถึง 75 ศพต่อครั้ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class=" wp-image-6884 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/F-1.jpg" alt="" width="581" height="502" /></p>
<p>เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องขำ ๆ ที่คุยกันไปสภากาแฟ เพราะโปรเจ็คนี้ได้ผ่านการพิจารณาจากสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ Washington เมื่อต้นปีที่ผ่านมา นับได้ว่าเป็นรัฐแรกที่อนุญาตให้มีการจัดการศพในรูปแบบนี้ด้วยหลักการว่าเป็นการลดสารอินทรีย์ตามธรรมชาตินั่นเอง โดยกฎหมายฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ในเดือนพฤษภาคม 2563 เมื่อกฏหมายมีการบังคับใช้แล้วจะทำให้ที่เก็บศพสามารถดำเนินการแปลงศพมนุษย์ให้เป็นดินได้อย่างรวดเร็ว และนับเป็นวิธีการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สามารถทำได้ในเขตเมืองที่มีพื้นที่จำกัดสำหรับการฝังศพตามประเพณีเดิม</p>
<p>นอกจากนี้ โปรเจ็คนี้ยังตอบโจทย์คนสายกรีนที่กำลังมองหาวิธีที่จะลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อจำกัดความเสียหายต่อโลกท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</p>
<p>“เราถามตัวเองว่าจะสามารถใช้ธรรมชาติในการดูแลจัดการร่างไร้วิญญาณได้อย่างไร และเราก็มองเห็นโอกาสสำหรับช่วงเวลาที่ลึกซึ้งนี้ด้วยการกลับคืนสู่โลกและการเชื่อมโยงตัวเราเองกับวัฏจักรธรรมชาติอีกครั้ง” <strong>Katrina Spade, CEO แห่ง Recompose</strong> กล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class=" wp-image-6885 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/F-2.jpg" alt="" width="455" height="607" /></p>
<p>โดยกรรมวิธีเปลี่ยนศพเป็นปุ๋ยของ Recompose นั้น เริ่มต้นจากนำศพใส่โลงที่รียูสได้ โรยไม้สับ หญ้าอัลฟัลฟ่า และหญ้าแห้งไว้บนศพและปิดโลงด้วยฝาหกเหลี่ยม ซึ่งอุณหภูมิของศพจะถูกควบคุมไว้ ในขณะที่สภาพแวดล้อมมีอากาศถ่ายเทได้สะดวกทำให้แบคทีเรียที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติสามารถย่อยสลายศพในช่วง 4-7 สัปดาห์ หลังจากนั้นศพจะถูกนำกลับคืนสู่ครอบครัวในรูปแบบของปุ๋ย ซึ่งวิธีดังกล่าวเป็นการจำกัดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาศพและการฝังศพแบบดั้งเดิม ในขณะเดียวกัน วิธีนี้ยังป้องกันการเจือปนของน้ำยาดองศพในดินและน้ำใต้ดินได้อีกด้วย</p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>อย่างไรก็ดี ปุ๋ยที่ได้จากศพมนุษย์บางส่วนสามารถนำไปบริจาคให้กับโครงการดินเพื่อนำไปใช้เพาะปลูกป่าไม้บนภูเขาเบลล์ (Bell Mountain) โดยศพมนุษย์ 1 ศพ สามารถผลิตปุ๋ยได้ถึง 2,000 – 3,000 ปอนด์ สำหรับสถานที่เปลี่ยนศพเป็นปุ๋ยแห่งนี้จะเปิดทำการในปี 2021</strong></span></p>
<p><strong>Credit : https://www.independent.co.uk/news/science/funeral-green-burial-climate-change-environment-soil-composting-recompose-seattle-a9238896.html?fbclid=IwAR3sFMir-bRZT9-va0xgk3NIovFZNt0n_XG4O6ZCykhzir6I7sSw6WSKAr4</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2019/12/funeral-green-burial-climate-change/">ตายอย่างสงบศพเป็นปุ๋ย เพื่อการตายที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
