<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ศานนท์ หวังสร้างบุญ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%8C-%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%8D/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Mon, 07 Sep 2026 14:41:30 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.10</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ศานนท์ หวังสร้างบุญ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>มอนเดลีซ ผนึก กทม. และ แทรชลัคกี้ ลุย “Trash Right” ปีที่ 5 ส่งเสริมเยาวชน “ทูตรีไซเคิล” คัดแยกขยะ MLP ตั้งแต่ต้นทาง ลดขยะฝังกลบ–ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/09/mondelez-trash-right-program/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 07 Sep 2026 14:41:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[MLP Recycling]]></category>
		<category><![CDATA[Mondelez]]></category>
		<category><![CDATA[Mondeléz International]]></category>
		<category><![CDATA[Trash Right]]></category>
		<category><![CDATA[Trash Right Program]]></category>
		<category><![CDATA[Trash Right TH]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะฝังกลบ]]></category>
		<category><![CDATA[ทูตรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[มอนเดลีซ]]></category>
		<category><![CDATA[มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[ศานนท์ หวังสร้างบุญ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แทรชลัคกี้]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนรักษ์โลก แยกขยะลุ้นโชคกับมอนเดลีซ]]></category>
		<category><![CDATA[ไอดารา หวัง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=44094</guid>

					<description><![CDATA[<p>มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) ผู้นำขนมและของว่างระดับโลก ร่วมกับกรุงเทพมหานคร และ แทรชลัคกี้ สานต่อโครงการ “โรงเรียนรักษ์โลก แยกขยะลุ้นโชคกับมอนเดลีซ” (Trash Right Program) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ชวนเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่เปลี่ยนขยะให้มีค่า ผ่านการเรียนรู้และลงมือคัดแยกขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกหลายชั้น หรือ MLP อย่างถูกวิธีตั้งแต่ต้นทาง พร้อมส่งต่อพฤติกรรมการคัดแยกขยะจากโรงเรียนสู่ครอบครัวและชุมชน เพื่อช่วยลดปริมาณขยะที่เข้าสู่หลุมฝังกลบ ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า &#8220;กรุงเทพมหานครมุ่งมั่นทำให้การคัดแยกขยะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน โดยเริ่มจากการลดและแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง โดยมีเป้าหมายในการลดปริมาณขยะที่กรุงเทพมหานครต้องนำไปกำจัด เพื่อสร้างกรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองที่สะอาด น่าอยู่ และยั่งยืน โครงการ Trash Right สะท้อนถึงพลังความร่วมมือระหว่าง กทม. และภาคเอกชน ที่เปลี่ยนการแยกขยะให้เป็นเรื่องสนุกและทำได้จริงสำหรับเด็กและเยาวชน ซึ่งการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำพวกเขาสามารถนำความรู้กลับไปใช้ที่บ้าน พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้ครอบครัวและชุมชนได้ร่วมกันปฏิบัติตาม&#8221; โครงการ Trash Right มุ่งส่งเสริมให้ “ทูตรีไซเคิล” สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนในชุมชนร่วมเปลี่ยนพฤติกรรม โดยเริ่มจากเรื่องง่ายๆ ใกล้ตัวในการคัดแยกขยะพลาสติก เพื่อลดปริมาณขยะฝังกลบตั้งแต่ต้นทางตามแนวทาง การขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/mondelez-trash-right-program/">มอนเดลีซ ผนึก กทม. และ แทรชลัคกี้ ลุย “Trash Right” ปีที่ 5 ส่งเสริมเยาวชน “ทูตรีไซเคิล” คัดแยกขยะ MLP ตั้งแต่ต้นทาง ลดขยะฝังกลบ–ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) ผู้นำขนมและของว่างระดับโลก ร่วมกับกรุงเทพมหานคร และ แทรชลัคกี้ สานต่อโครงการ</em><em> “โ<strong>รงเรียนรักษ์โลก แยกขยะลุ้นโชคกับมอนเดลีซ</strong>” (</em><em>Trash Right Program) </em><em>ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5</em></p>
<p><span id="more-44094"></span></p>
<p><em>ชวนเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่เปลี่ยนขยะให้มีค่า ผ่านการเรียนรู้และลงมือคัดแยกขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกหลายชั้น หรือ </em><em>MLP </em><em>อย่างถูกวิธีตั้งแต่ต้นทาง พร้อมส่งต่อพฤติกรรมการคัดแยกขยะจากโรงเรียนสู่ครอบครัวและชุมชน เพื่อช่วยลดปริมาณขยะที่เข้าสู่หลุมฝังกลบ ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (</em><em>Circular Economy)</em></p>
<p><strong>นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</strong> เปิดเผยว่า &#8220;กรุงเทพมหานครมุ่งมั่นทำให้การคัดแยกขยะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน โดยเริ่มจากการลดและแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง โดยมีเป้าหมายในการลดปริมาณขยะที่กรุงเทพมหานครต้องนำไปกำจัด เพื่อสร้างกรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองที่สะอาด น่าอยู่ และยั่งยืน โครงการ Trash Right สะท้อนถึงพลังความร่วมมือระหว่าง กทม. และภาคเอกชน ที่เปลี่ยนการแยกขยะให้เป็นเรื่องสนุกและทำได้จริงสำหรับเด็กและเยาวชน ซึ่งการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำพวกเขาสามารถนำความรู้กลับไปใช้ที่บ้าน พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้ครอบครัวและชุมชนได้ร่วมกันปฏิบัติตาม&#8221;</p>
<p>โครงการ Trash Right มุ่งส่งเสริมให้ “<strong>ทูตรีไซเคิล”</strong> สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนในชุมชนร่วมเปลี่ยนพฤติกรรม<br />
โดยเริ่มจากเรื่องง่ายๆ ใกล้ตัวในการคัดแยกขยะพลาสติก เพื่อลดปริมาณขยะฝังกลบตั้งแต่ต้นทางตามแนวทาง<br />
การขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ทั้งนี้ยังสอดคล้องกับทิศทางของแผนปฏิบัติการจัดการขยะ<br />
อย่างยั่งยืนสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนของกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2570–2573 ซึ่งให้ความสำคัญกับการลดปริมาณขยะ<br />
และส่งเสริมการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44095 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/MLP1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นางไอดารา หวัง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด</strong> กล่าวว่า “บรรจุภัณฑ์พลาสติกหลายชั้น หรือ MLP มีบทบาทสำคัญในการช่วยรักษาความสดใหม่ของอาหารและลดขยะอาหาร แต่หากไม่ได้รับการคัดแยกอย่างถูกต้อง อาจถูกนำไปฝังกลบได้ โดยเราได้ร่วมกับ PRO-Thailand Network ทำโครงการนำร่องรีไซเคิลขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกหลายชั้น หรือ MLP มาตั้งแต่ปี 2567 และได้พิสูจน์แล้วว่าการเก็บรวบรวม และคัดแยกขยะอย่างมีประสิทธิภาพ จะนำไปสู่วัสดุรีไซเคิลที่มีคุณภาพดีขึ้น และสามารถนำกลับมาสร้างคุณค่า และใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง ซึ่งเราได้นำองค์ความรู้และประสบการณ์มาต่อยอดผ่านโครงการ Trash Right เพื่อให้โรงเรียนเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง และเห็นว่าการคัดแยกขยะบรรจุภัณฑ์หนึ่งชิ้นอย่างถูกวิธีตั้งแต่ต้นทาง สามารถช่วยลดปริมาณขยะที่เข้าสู่หลุมฝังกลบ เพิ่มคุณค่าให้กับวัสดุเหลือใช้ และมีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)”</p>
<p>โครงการ “<strong>โรงเรียนรักษ์โลก แยกขยะลุ้นโชคกับมอนเดลีซ</strong>” ปีที่ 5 ได้ยกระดับการเรียนรู้ด้านการจัดการขยะขึ้นอีกขั้น โดยเป็นครั้งแรกที่ส่งเสริมให้โรงเรียนระดับประถมศึกษาร่วมคัดแยกบรรจุภัณฑ์พลาสติกหลายชั้น หรือ MLP ตั้งแต่ต้นทาง เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง และเข้าใจว่าการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธีสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมได้</p>
<p>เด็กๆ จะได้เรียนรู้วิธีสังเกตและจำแนกขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกหลายชั้น หรือ MLP ที่พบในชีวิตประจำวันเรียนรู้การคัดแยกอย่างถูกวิธี รวมถึงติดตามเส้นทางของขยะหลังจากผ่านการรวบรวม เพื่อให้เข้าใจว่าขยะไม่จำเป็นต้องจบลงที่การถูกทิ้ง แต่สามารถผ่านเทคโนโลยีเฉพาะทางด้านการรีไซเคิล เพื่อเปลี่ยนขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกหลายชั้นหรือMLP ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณค่า ช่วยลดขยะที่เข้าสู่หลุมฝังกลบ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ทั้งนี้ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมให้กับเด็กๆ และเยาวชนในโครงการได้มีกิจกรรมที่สนุกและสร้างแรงจูงใจ โดยเปิดโอกาสให้นักเรียน ครู และบุคลากรของโรงเรียนสะสมคะแนนและลุ้นรับรางวัลจากการคัดแยกขยะ เพื่อมุ่งสร้างทูตรีไซเคิลที่สามารถเป็นผู้นำพฤติกรรมการคัดแยกขยะนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน และเป็นพลังในการส่งต่อแนวคิดและสร้างแรงบันดาลใจให้ครอบครัวและชุมชนร่วมกันคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง โดยการดำเนินงานตลอดระยะ 4 ปีที่ผ่านมา โครงการฯ ได้สร้างฑูตรีไซเคิล มากกว่า 32,500 คน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-44096 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/MLP2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ในปีนี้โครงการ <strong>Trash Right</strong> ได้เพิ่ม 3 รางวัลใหม่ เปิดโอกาสให้โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ด้านการจัดการขยะและแบ่งปันแนวคิดให้กับโรงเรียนอื่นๆ ได้แก่ <strong>Best Creative Recycling Initiative</strong> รางวัลสำหรับโรงเรียนที่มีแนวคิดหรือกิจกรรมด้านการรีไซเคิลที่โดดเด่นและสร้างสรรค์, <strong>Best School Video</strong> รางวัลสำหรับคลิปวิดีโอรณรงค์ที่สร้างสรรค์และสามารถสร้างการมีส่วนร่วมได้ดีที่สุด และ <strong>MLP Avengers Award</strong> รางวัลสำหรับโรงเรียน<br />
ที่สามารถรวบรวมขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกหลายชั้น หรือ MLP  ได้ในปริมาณสูงสุด โดยโรงเรียนที่ได้รับรางวัลในแต่ละประเภทจะได้รับทุนการศึกษาเพื่อสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนต่อไป</p>
<p>การเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนสามารถเริ่มต้นได้จากการลงมือทำของเด็กและเยาวชน เมื่อทุกคนมีส่วนร่วมแม้แต่การคัดแยกขยะเพียง 1 ชิ้น ก็สามารถเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และร่วมผลักดันประเทศไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น</p>
<p>มอนเดลีซ ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นดำเนินโครงการที่ส่งเสริมพลังของเด็กและเยาวชนและร่วมดูแลรักษาโลกโดยมองว่าโครงการ Trash Right มีบทบาทสำคัญในการช่วยสร้างวัฒนธรรมการคัดแยกขยะให้เกิดขึ้นในครัวเรือน ชุมชน และสังคมในวงกว้าง พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงกรุงเทพมหานครสู่เมืองหลวงที่รักษ์โลกและมีความยั่งยืนมากขึ้น</p>
<p><strong>นางสาวสุนีย์ มีธรรม ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดบึงทองหลาง</strong> กล่าวว่า โรงเรียนของเราเข้าร่วมโครงการTrash Right ตั้งแต่ปีแรก และได้เห็นว่าความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมสามารถเปลี่ยนให้กลายเป็นพฤติกรรมในชีวิตประจำวันได้ เมื่อเด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ จะทำให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น เช่นการคัดแยกขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกหลายชั้น หรือ MLP อย่างถูกวิธี สามารถช่วยทำให้ขยะได้เกิดประโยชน์อีกครั้ง และพฤติกรรมนี้ยังสามารถส่งต่อจากห้องเรียนไปสู่ครอบครัวและชุมชน ทำให้การคัดแยกขยะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้อีกด้วย</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-44098 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/MLP4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับโครงการ Trash Right ปีที่ 5 มีโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครเข้าร่วมทั้งหมด 13 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนวัดคู้บอน (วัฒนานันท์อุทิศ), โรงเรียนวัดนิมมานรดี, โรงเรียนคลองกุ่ม (เสรีไทย อนุสรณ์), โรงเรียนวัดบำรุงรื่น, โรงเรียนพิชัยพัฒนา, โรงเรียนวัดสามัคคีสุทธาวาส, โรงเรียนวัดบางเตย, โรงเรียนนาคนาวาอุปถัมภ์, โรงเรียนคลองลำเจียก (หวังทองบำรุง), โรงเรียนสุเหร่าคลองหนึ่ง (มานะราษฎร์บำรุง), โรงเรียนประภาสวิทยา, โรงเรียนวัดบึงทองหลาง (พิทักษ์วิทยาคาร) และโรงเรียนวัดกำแพง ทั้งนี้ ทางโครงการฯ มีแผนขยายการให้ความรู้สู่โรงเรียนที่สนใจด้านสิ่งแวดล้อมและการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธีเพิ่มเติมอีก 3 แห่ง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/mondelez-trash-right-program/">มอนเดลีซ ผนึก กทม. และ แทรชลัคกี้ ลุย “Trash Right” ปีที่ 5 ส่งเสริมเยาวชน “ทูตรีไซเคิล” คัดแยกขยะ MLP ตั้งแต่ต้นทาง ลดขยะฝังกลบ–ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>AIS บุกโรงเรียน กทม. จัดกิจกรรม “วัยรุ่นตัว TOP STOP ภัยไซเบอร์” เดินหน้าสู่การเป็น โรงเรียนอุ่นใจไซเบอร์ 100% ผ่าน “หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์”   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/02/ais-join-bma-aunjai-cyber-school-tour/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Feb 2024 11:17:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AIS]]></category>
		<category><![CDATA[AIS อุ่นใจ Cyber]]></category>
		<category><![CDATA[BAM]]></category>
		<category><![CDATA[TCWI]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Cyber Wellness Index]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กทม. x AIS]]></category>
		<category><![CDATA[พลเมืองดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[วัยรุ่นตัว TOP STOP ภัยไซเบอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ศานนท์ หวังสร้างบุญ]]></category>
		<category><![CDATA[สายชล ทรัพย์มากอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาวะดิจิทัลของคนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[อุ่นใจ CYBER School Tour]]></category>
		<category><![CDATA[เอไอเอส]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนอุ่นใจไซเบอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23875</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลการศึกษาดัชนีชี้วัดสุขภาวะดิจิทัลของคนไทย หรือ Thailand Cyber Wellness Index (TCWI) พบว่าในกลุ่มเด็กนักเรียนอายุ 10-15 ปี ในพื้นที่ กรุงเทพฯ กว่า 82.97% อยู่ในระดับที่ต้องพัฒนา นั่นหมายความว่าเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อภัยไซเบอร์ นอกจากนี้ยังพบอีกว่า 81.49% ขาดทักษะด้านการจัดสรรเวลาในการใช้งานบนโลกออนไลน์ และ 75.15% ขาดความรู้ความเข้าใจในการป้องกันตัวเองจากภัยในโลกไซเบอร์ ซึ่งที่ผ่านมา AIS อุ่นใจ CYBER และ กรุงเทพมหานคร ได้ทำงานร่วมกันผ่านการนำหลักสูตรการเรียนรู้ด้านทักษะดิจิทัล “หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์  ให้ครู บุคลากรทางการศึกษาและนักเรียนในโรงเรียสังกัด กทม. ทั้ง 437 แห่ง ได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ ล่าสุดเดินหน้าจัดกิจกรรม “กทม. x AIS อุ่นใจ CYBER School Tour วัยรุ่นตัว TOP STOP ภัยไซเบอร์” ด้วยแนวคิด Gamification หรือ โลกแห่งการเรียนรู้ผ่านเกม นำร่องใน 4 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/ais-join-bma-aunjai-cyber-school-tour/">AIS บุกโรงเรียน กทม. จัดกิจกรรม “วัยรุ่นตัว TOP STOP ภัยไซเบอร์” เดินหน้าสู่การเป็น โรงเรียนอุ่นใจไซเบอร์ 100% ผ่าน “หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์”   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ผลการศึกษาดัชนีชี้วัดสุขภาวะดิจิทัลของคนไทย</strong> หรือ <strong>Thailand Cyber Wellness Index (TCWI)</strong> พบว่าในกลุ่มเด็กนักเรียนอายุ 10-15 ปี ในพื้นที่ กรุงเทพฯ กว่า 82.97% อยู่ในระดับที่ต้องพัฒนา นั่นหมายความว่าเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อภัยไซเบอร์</p>
<p><span id="more-23875"></span></p>
<p>นอกจากนี้ยังพบอีกว่า 81.49% ขาดทักษะด้านการจัดสรรเวลาในการใช้งานบนโลกออนไลน์ และ 75.15% ขาดความรู้ความเข้าใจในการป้องกันตัวเองจากภัยในโลกไซเบอร์ ซึ่งที่ผ่านมา AIS อุ่นใจ CYBER และ กรุงเทพมหานคร ได้ทำงานร่วมกันผ่านการนำหลักสูตรการเรียนรู้ด้านทักษะดิจิทัล “หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์  ให้ครู บุคลากรทางการศึกษาและนักเรียนในโรงเรียสังกัด กทม. ทั้ง 437 แห่ง ได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้</p>
<p>ล่าสุดเดินหน้าจัดกิจกรรม “<strong>กทม. </strong><strong>x AIS </strong><strong>อุ่นใจ </strong><strong>CYBER School Tour </strong><strong>วัยรุ่นตัว </strong><strong>TOP STOP </strong><strong>ภัยไซเบอร์</strong>” ด้วยแนวคิด Gamification หรือ โลกแห่งการเรียนรู้ผ่านเกม นำร่องใน 4 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนนาหลวง, โรงเรียนวัดยายร่ม (วัฒนราษฎร์รังสรรค์), โรงเรียนประชาอุทิศ(จันทาบอนุสรณ์) และ โรงเรียนบ้านบางกะปิ  ตั้งเป้าเป็น <strong>โรงเรียนอุ่นใจไซเบอร์ </strong>พร้อมขยายผลการสร้างพลเมืองดิจิทัล ยกระดับการใช้งานสื่อและโลกออนไลน์ให้บุคลากรทางการศึกษาและนักเรียนของโรงเรียนในสังกัด กทม.กว่า 250,000 คน เข้าศึกษาหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์และได้รับประกาศนียบัตรทุกโรงเรียนรวม 437 แห่ง ภายในปีการศึกษา 2567  โดยเอไอเอสจะได้ร่วมกับสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร จัดรูปแบบการส่งเสริมที่เหมาะสมโดยบูรณาการการเรียนรู้หลักสูตร “อุ่นใจไซเบอร์” ให้สอดคล้องกับตัวชี้วัดของการเรียนการสอนที่สนับสนุนทักษะวิทยาการคำนวณ และการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) แก่โรงเรียนในสังกัด กทม.ต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23878 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Stop-Cyber4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</strong> กล่าวว่า “กลุ่ม Gen Z หรือเด็กในที่อยู่ในช่วงประถม มัธยม เป็นกลุ่มที่เติบโตมาพร้อมกับโลกดิจิทัล ทำให้พวกเขามีความคุ้นเคยกับการใช้งานในรูปแบบต่างๆ แต่ในอีกแง่หนึ่งก็เป็นการที่เด็กๆ ต้องใกล้ชิดกับภัยที่แฝงมากับการใช้งานอย่างไม่รู้ตัว โดยที่ผ่านมาเราให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการใช้งานดิจิทัลเพื่อให้เด็กและเยาวชนรู้เท่าทันภัยไซเบอร์ สอดคล้องกับภารกิจด้านการศึกษาของกรุงเทพมหานครในปีนี้ที่เราต้องการสร้างทักษะการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ หรือ Critical Thinking ให้กับเด็กๆ นักเรียน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23880 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Stop-Cyber3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อย่างการทำงานร่วมกับ AIS โดยนำหลักสูตรดิจิทัลอย่าง หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ มาใช้ในโรงเรียน กทม. เรามุ่งหวังให้เข้าไปบูรณาการเป็นสื่อการเรียนการสอนของครู ผ่านไปยังนักเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม. ทั้ง 437 แห่ง จึงได้ร่วมกันจัดกิจกรรมนำร่องใน 4 พื้นที่ได้แก่ โรงเรียนนาหลวง, โรงเรียนวัดยายร่ม (วัฒนราษฎร์รังสรรค์), โรงเรียนประชาอุทิศ(จันทาบอนุสรณ์) และ โรงเรียนบ้านบางกะปิ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างโรงเรียนต้นแบบที่ ครู นักเรียน และบุคลากร ผ่านการศึกษาหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ มีทักษะด้านดิจิทัลแบบครบถ้วน และเราต้องการที่จะทำงานร่วมกันไปอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะสร้างโรงเรียนอุ่นใจปลอดภัยไซเบอร์ 100% ในปีการศึกษา 2567 ในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา ให้นักเรียนและเยาวชนในพื้นที่ กทม. ใช้งานโลกออนไลน์อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และสร้างสรรค์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23877 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Stop-Cyber2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน <strong>นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าหน่วยธุรกิจประชาสัมพันธ์และงานธุรกิจสัมพันธ์ </strong><strong>AIS </strong>กล่าวว่า “กิจกรรมวัยรุ่นตัว TOP STOP ภัยไซเบอร์ เกิดขึ้นจากความตั้งใจระหว่าง AIS กับ กทม. ในการส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ด้านดิจิทัลให้กับน้องๆ นักเรียน ด้วยการถ่ายทอดเนื้อหาจากหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ออกมาในรูปแบบ Gamification เพื่อให้เข้าถึงเด็กนักเรียนได้ง่าย ที่นอกจากจะมีความสนุกสนานแล้วยังสอดแทรกไปด้วยความรู้ และนำไปสู่การเข้าไปเรียนรู้บทเรียนเต็มต่อไป กิจกรรมในครั้งนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นครั้งสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ให้กับน้องๆ นักเรียน เยาวชน เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรมนี้จะทำให้ระดับสุขภาวะด้านดิจิทัลของนักเรียนใน กทม. ดียิ่งขึ้น จนนำไปสู่การแก้ไขและลดปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้งานออนไลน์ทุกรูปแบบ AIS อุ่นใจ CYBER พร้อมเป็นแกนกลางในการสร้างความตระหนักรู้เพราะเราเชื่อว่าจะเป็นการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาภัยไซเบอร์ได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23879 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Stop-Cyber5.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ดูรายละเอียดเพิ่มเติมของหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ได้ที่ <a href="https://sustainability.ais.co.th/th/sustainability-projects/thailands-cyber-wellness-index" target="_blank" rel="noopener">https://sustainability.ais.co.th/th/sustainability-projects/thailands-cyber-wellness-index</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/ais-join-bma-aunjai-cyber-school-tour/">AIS บุกโรงเรียน กทม. จัดกิจกรรม “วัยรุ่นตัว TOP STOP ภัยไซเบอร์” เดินหน้าสู่การเป็น โรงเรียนอุ่นใจไซเบอร์ 100% ผ่าน “หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์”   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Sustrends 2024 จุดเริ่มต้นงานสัมมนาความยั่งยืนแนวใหม่!  พันธมิตรทุกภาคส่วนร่วมกันเสนอ 50 แนวคิดทำเรื่องยั่งยืนให้ยั่งยืนอย่างแท้จริง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/09/sustrends-2024-sustainable-trens-change-the-world/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Sep 2023 02:13:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[50 เทรนด์ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[Good Governance]]></category>
		<category><![CDATA[Nature Integrity]]></category>
		<category><![CDATA[OPA]]></category>
		<category><![CDATA[Open Data]]></category>
		<category><![CDATA[SDG]]></category>
		<category><![CDATA[SDG Move]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustrends 2024]]></category>
		<category><![CDATA[Traffy Fondue]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[การสร้างเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ทรงกลด บางยี่ขัน]]></category>
		<category><![CDATA[ทุ่งน้ำนูนีนอย]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ชล บุนนาค]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิโลกสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ศานนท์ หวังสร้างบุญ]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=20916</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม สำหรับงานสัมมนาความยั่งยืนแนวใหม่! Sustrends 2024 งานที่นำเสนอ 50 เทรนด์ความยั่งยืนที่กำลังเปลี่ยนโลก ผ่าน 20 วิทยากรด้านความยั่งยืนตัวจริงจาก 10 วงการในเวทีเดียว เพื่อส่งต่อองค์ความรู้และเทรนด์ต่าง ๆ ด้วยการสรุปเนื้อหาให้สั้นกระชับเข้าใจง่าย สนุกสนาน และจัดงานด้วยความยั่งยืนอย่างแท้จริง เพื่อช่วยให้การทำงานด้านความยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ แต่ทำอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ซึ่งจะได้พบกับ Sustrends 2025ในปีหน้าอย่างแน่นอน นายทรงกลด บางยี่ขัน บรรณาธิการบริหาร The Cloud และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Cloud &#38; Ground จำกัด ผู้จัดงาน Sustrends 2024 กล่าวว่า “รู้สึกประทับใจมากที่งาน Sustrends 2024 มีกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากทุกภาคส่วน ทั้งการรวมวิทยาการจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ นักวิชาการ ประชาสังคม และเยาวชนไว้บนเวทีเดียวกัน ผู้เข้าร่วมกว่า 1,000 คน ก็เป็นคนในวงการที่สนใจเรื่องนี้อย่างแท้จริง จนเหมือนงานนี้เป็นงานรวมญาติของคนในวงการความยั่งยืน แม้ว่าอากาศจะร้อนไปบ้าง เพราะเราตั้งใจจัดงานโดยสร้างผลกระทบให้น้อยที่สุด จึงเลือกจัดในอาคารที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดก็มาจากโซลาร์เซลล์ คาร์บอนจากการเดินทางของผู้เข้าร่วมงาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/sustrends-2024-sustainable-trens-change-the-world/">Sustrends 2024 จุดเริ่มต้นงานสัมมนาความยั่งยืนแนวใหม่!  พันธมิตรทุกภาคส่วนร่วมกันเสนอ 50 แนวคิดทำเรื่องยั่งยืนให้ยั่งยืนอย่างแท้จริง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม สำหรับงานสัมมนาความยั่งยืนแนวใหม่! Sustrends 2024 งานที่นำเสนอ 50 เทรนด์ความยั่งยืนที่กำลังเปลี่ยนโลก ผ่าน 20 วิทยากรด้านความยั่งยืนตัวจริงจาก 10 วงการในเวทีเดียว</p>
<p><span id="more-20916"></span></p>
<p>เพื่อส่งต่อองค์ความรู้และเทรนด์ต่าง ๆ ด้วยการสรุปเนื้อหาให้สั้นกระชับเข้าใจง่าย สนุกสนาน และจัดงานด้วยความยั่งยืนอย่างแท้จริง เพื่อช่วยให้การทำงานด้านความยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ แต่ทำอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ซึ่งจะได้พบกับ Sustrends 2025ในปีหน้าอย่างแน่นอน</p>
<p><strong>นายทรงกลด บางยี่ขัน บรรณาธิการบริหาร </strong><strong>The Cloud </strong><strong>และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท </strong><strong>Cloud &amp; Ground </strong><strong>จำกัด ผู้จัดงาน </strong><strong>Sustrends 2024</strong> กล่าวว่า “รู้สึกประทับใจมากที่งาน Sustrends 2024 มีกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากทุกภาคส่วน ทั้งการรวมวิทยาการจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ นักวิชาการ ประชาสังคม และเยาวชนไว้บนเวทีเดียวกัน ผู้เข้าร่วมกว่า 1,000 คน ก็เป็นคนในวงการที่สนใจเรื่องนี้อย่างแท้จริง จนเหมือนงานนี้เป็นงานรวมญาติของคนในวงการความยั่งยืน แม้ว่าอากาศจะร้อนไปบ้าง เพราะเราตั้งใจจัดงานโดยสร้างผลกระทบให้น้อยที่สุด จึงเลือกจัดในอาคารที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดก็มาจากโซลาร์เซลล์ คาร์บอนจากการเดินทางของผู้เข้าร่วมงาน เราชดเชยด้วยคาร์บอนเครดิต และจากความสำเร็จของการจัดงานในครั้งนี้ ช่วยตอกย้ำความคิดตั้งแต่วันแรกที่คิดโครงการนี้ ว่าอยากเป็นงานสัมมนาด้านความยั่งยืนที่จัดขึ้นทุกปี ดังนั้น ในปีหน้าจะได้พบกับ Sustrends 2025 อย่างแน่นอน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20929 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/PA1_4781-copy-1.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน ปรับมุมคิดและเปลี่ยนวิธีการใหม่</strong></p>
<p><strong>ผศ.ชล บุนนาค ผู้อำนวยการโครงการ </strong><strong>SDG Move</strong> มองว่า การจะบรรลุ SDGs (Sustainable Development Goals) ได้ ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันขับเคลื่อน และไม่เร่งทำสิ่งเดิมให้เร็วขึ้น แต่ต้องพลิกโฉมสิ่งที่ทำอยู่ เปลี่ยนไปใช้วิธีการใหม่ ๆ เน้นทำงานแบบบูรณาการ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ เพราะในขณะที่เป้าหมายหนึ่งเคลื่อนไปข้างหน้า อาจดึงเป้าหมายอื่นให้ถอยหลัง สิ่งสำคัญคือ ต้องเปลี่ยนวิธีคิด มองเรื่อง SDGs ใหม่ พร้อมปรับตัว ปรับใจ และปรับวิธีการทำงาน ซึ่ง 5 ประเด็นที่จะนำไปสู่ความร่วมมือกันขับเคลื่อนทางด้านความยั่งยืนมีดังนี้   1. รู้เรื่องระบบธรรมาภิบาล เพื่อสร้างกลไกการทำงานร่วมกัน 2. รู้เรื่องเศรษฐกิจและการเงิน เพื่อสร้างกลไกทางตลาด และสร้างแรงดึงดูดให้กับสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์เรื่องความยั่งยืน 3. ทำให้คนทั่วไปและชุมชน ตลอดจนทุกภาคส่วนมาร่วมขับเคลื่อนแบบบูรณาการ 4. การวิจัยนำเทคโนโลยีมาใช้ตอบโจทย์อย่างบูรณาการ กระตุ้นให้นำองค์ความรู้มาใช้ในการขับเคลื่อน และ 5. เพิ่มศักยภาพของทุกภาคส่วน ผ่านการศึกษาและกิจกรรมการให้ความรู้ และสร้างความตระหนักรู้ในวงกว้าง</p>
<p>“ความยั่งยืนเป็นเป้าหมายของคนธรรมดาทุกคน ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน ที่สำคัญเราจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิด วิธีมองเรื่อง SDGs เพื่อให้พลิกโฉมการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนให้ก้าวไปไกลขึ้น ซึ่งวันนี้โลกเต็มไปด้วยปัญหาที่ซับซ้อนเกินกว่าจะแก้ปัญหาด้วยวิธีเดิม ๆ ดังนั้น การบรรลุความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้เราต้องเปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนวิธีทำงาน และเปลี่ยนวิธีการขับเคลื่อน SDGs เพื่อให้โลกมีความยั่งยืนสำหรับเราทุกคน และลูกหลานของพวกเราในอนาคต” ผศ.ชล กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20930 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/ศานนท์-02.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>การเปลี่ยนผ่านสู่การพัฒนาเมืองที่ยั่งยืน</strong></p>
<p><strong>ด้าน นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</strong> กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่จะนำไปสู่ความยั่งยืนคือ การร่วมมือกัน เพื่อรองรับเรื่อง SDGs กรุงเทพมหานครได้นำหลากหลายเครื่องมือและกิจกรรมมาทำให้ความร่วมมือเป็นเรื่องง่ายขึ้น  ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์ม Traffy Fondue (LINE : @traffyfondue) รับแจ้งทุกประเด็นปัญหาของกรุงเทพฯ ผ่านไลน์ และสภาเมืองคนรุ่นใหม่ ที่เป็นเวทีเปิดรับความคิดเห็นประชาชนในทุก 3 เดือน รวมถึงปรับพื้นที่ทางกายภาพ ส่งเสริมการใช้ขนส่งสาธารณะและลดใช้รถยนต์เพื่อลดการปล่อยคาร์บอน นอกจากนี้ ยังปรับปรุงจุดจอดจักรยานและเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั่วเมือง ท้ายที่สุดคือ การปรับกฎหมาย เพื่อการใช้งานพื้นที่ต่าง ๆ อย่างยั่งยืน  เช่น ควบคุมการเข้าออกของรถบรรทุกเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนในบางโซน ปรับผังเมืองเพื่อให้เกิดการขยายเมือง และสร้างตึกสูงอย่างปลอดภัย พร้อมมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสมกับผู้อยู่อาศัย การตั้งราคาขยะเพื่อกระตุ้นให้คนแยกขยะมากขึ้น ปรับพื้นที่ใต้ทางด่วนให้เกิดประโยชน์ และย้ายท่าเรือคลองเตยเพื่อลดมลภาวะในชุมชนโดยรอบ เป็นต้น</p>
<p>“ความร่วมมือเป็นสิ่งเดียวที่เป็นความยั่งยืนที่สุด ไม่ว่าเมืองจะดีหรือไม่ดี รัฐบาลจะดีหรือไม่ หากขาดความมีส่วนร่วมและไม่ฟังเสียงประชาชนก็ยากที่จะพัฒนาเมืองให้เปลี่ยนผ่านไปสู่ความยั่งยืน ยกตัวอย่างเช่น เรื่องขยะที่กรุงเทพมหานครรณรงค์ขอความร่วมมือจากภาคประชาชน ซึ่งได้รับความร่วมมือค่อนข้างดี ทำให้ตลอด 7 เดือนที่ผ่านมา ลดขยะได้เฉลี่ยวันละ 400 ตันต่อวัน โดยเฉพาะในเดือนกรกฎาคมลดไปได้ถึง 700 ตัน ถือว่าเยอะมากที่สุด เป็นผลมาจากความร่วมมือที่ทุกคนช่วยกันแยกขยะ” ศานนท์กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20931 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/ดร.สรณรัชฎ์-02.jpg" alt="" width="1560" height="1040" /></p>
<p><strong>Nature Integrity </strong><strong>ความสมบูรณ์ขององคาพยพเพื่อดำรงประสิทธิภาพการทำงานของระบบนิเวศ</strong></p>
<p><strong>ด้าน ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ อดีตประธานมูลนิธิโลกสีเขียวและผู้ร่วมก่อตั้งทุ่งน้ำนูนีนอย</strong> กล่าวว่า การเพิ่มจำนวนสายพันธุ์ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Net Gain) เป็นเทรนด์ที่ต้องใส่ใจในปี 2024 เพราะผลจากการเจรจากรอบงานคุนหมิง-มอนทรีออล แสดงให้เห็นว่าสังคมโลกได้มีความเห็นร่วมกันถึงกรอบแนวทางปฏิบัติ ที่จะประเมิน ติดตาม และตรวจสอบแนวโน้มการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของความหลากหลายทางชีวภาพ และหลายประเทศได้มีมาตรการตามแนวทางปฏิบัติดังกล่าวอย่างชัดเจน เช่น ประเทศอังกฤษได้ออกกฎหมายที่กำลังจะมีผลบังคับใช้ เพื่อให้การพัฒนาเมืองหรือพื้นที่อื่น ๆ ต้องออกแบบให้เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพอย่างน้อย 10% เป็นต้น นอกจากนี้ การเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพจะทำให้สิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆ ได้ทำหน้าที่ในการฟื้นกลไกการทำงานของระบบนิเวศที่ล่มสลายไปแล้วขึ้นมาใหม่ และเปิดโอกาสให้ธรรมชาติจัดสรรตัวเอง แต่ในบางกรณีเราอาจต้องช่วยลั่นไกเพื่อริเริ่มกระบวนการฟื้นฟู รวมถึงการ Rewild เริ่มต้นจากเรื่องเล็ก ๆ รอบตัวได้ เช่น การปล่อยให้หญ้าท้องถิ่นขึ้นมาแทนสนามหญ้าที่เรามักจะตัดให้เตียน เพื่อฟื้นประชากรแมลงที่มีอยู่ตามธรรมชาติ เป็นต้น ที่สำคัญการเริ่มต้นเล็ก ๆ นี้ ต่อยอดและเชื่อมโยงต่อไปในระดับชุมชน ในเมือง ในพื้นที่เกษตร ในแม่น้ำลำธาร จนถึงพื้นที่อนุรักษ์ขนาดใหญ่ได้ เพื่อสร้างผลกระทบในวงกว้างอย่างยั่งยืน</p>
<p>“ความสลับซับซ้อนอันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติอยู่เหนือความเข้าใจและความสามารถของมนุษย์ เราจึงไม่ควรเข้าไปควบคุมหรือกำกับ แต่ต้องเคารพในสิทธิการดำรงอยู่และกฎกติกาของธรรมชาติ ทำให้ในปัจจุบัน เริ่มมีการออกกฎหมายเพื่อให้มนุษย์ยอมรับในสิทธิโดยชอบธรรมของธรรมชาติ โดยที่ธรรมชาติไม่ต้องพิสูจน์คุณค่าหรือมูลค่าของตัวเอง ในปี 2024 เราจะได้เห็นเทรนด์การเปลี่ยนทัศนคติจากการมองเห็นมูลค่าทางเศรษฐกิจของธรรมชาติ ไปสู่การตระหนักในคุณค่าของธรรมชาติที่อุ้มชูและแยกออกจากชีวิตเราไม่ได้เลย ความอดทนอดกลั้นกับการทำลายธรรมชาติควรจะต้องเป็นศูนย์ (Zero Tolerance) เพราะเราสูญเสียธรรมชาติไปมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว” ดร.สรณรัชฎ์ กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20932 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/ดร.ต่อภัสสร์-03.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>เปิดเทรนด์ </strong><strong>OPA </strong><strong>สร้างระบบกำกับดูแลที่ดี ตัวช่วยเพิ่มความสำเร็จ</strong></p>
<p><strong>ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค ผู้อำนวยการศูนย์ความรู้เพื่อความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชั่นและส่งเสริมธรรมาภิบาลในระดับภูมิภาค จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong> กล่าวว่า การมีระบบนิเวศธรรมาภิบาล หรือการกำกับดูแลที่ดี (Good Governance) จะช่วยเพิ่มความสำเร็จในการนำพาประเทศไทยไปสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง ซึ่งวันนี้ขอนำเสนอ 3 เทรนด์ความสำเร็จจากประเทศเกาหลีใต้ที่ขอเรียกว่า “OPA”  ประกอบด้วย เทรนด์ O มาจากคำว่า Open Data คือ การเปิดเผยข้อมูลที่เป็นมาตรฐานสากล เพื่อทำให้ประชาชนสามารถติดตามการทำงานของภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทรนด์ P มาจาก Participation หมายถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างถึงแท้จริง และสุดท้ายเทรนด์ A มาจาก Accountability เป็นเรื่องความรับผิดรับชอบ ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะถ้าสังคมมีสิ่งนี้จะทำให้คนโกงทำได้ยาก และคนที่มีความซื่อสัตย์จะมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน</p>
<p>“เกาหลีใต้สร้างการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นระบบ มีพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมส่งข้อร้องเรียนต่าง ๆ สามารถติดตามการทำงานของหน่วยงานรัฐได้ จนสามารถจับประธานาธิบดีเข้าคุกได้ สะท้อนว่า 3 เทรนด์นี้ยิ่งใหญ่มาก ประเทศไทยเองก็ยังมีความหวัง วันนี้เรามีโครงสร้างพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งสิ่งสำคัญเรามีประชาชนที่ตื่นรู้สู้โกงไม่ยอมรับการทุจริต ดังนั้น หากมีเทรนด์ที่สำเร็จในประเทศอื่นนำมาประยุกต์ใช้ สร้าง OPA ขึ้นมาได้ เพื่อทำให้ประเทศไทยมีระบบนิเวศของธรรมาภิบาลหรือการกำกับดูแลที่ดีได้ ก็จะเพิ่มความสำเร็จในการรักษาทรัพยากรป่าไม้ การปฏิรูปการศึกษา การสร้างสวัสดิการให้กับประชาชน เปลี่ยนผ่านประเทศไทยไปสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง” ดร.ต่อภัสร์ กล่าว</p>
<p>นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของบทสรุปในงาน Sustrends 2024 งานสัมมนาที่ทำให้ทุกคนเข้าใจง่าย ผ่านการบรรยายเพียง 3 สไลด์ จำกัดเวลาคนละ 10 นาที แต่อัดแน่นสาระความรู้สอดแทรกความสนุก มุ่งหวังกระตุ้นให้ทุกคน ทุกองค์กรในประเทศไทยหันมาใส่ใจเรื่องความยั่งยืนอย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงกระแสที่พัดมาแล้วผ่านไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/sustrends-2024-sustainable-trens-change-the-world/">Sustrends 2024 จุดเริ่มต้นงานสัมมนาความยั่งยืนแนวใหม่!  พันธมิตรทุกภาคส่วนร่วมกันเสนอ 50 แนวคิดทำเรื่องยั่งยืนให้ยั่งยืนอย่างแท้จริง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>AIS ลุยต่อหลักสูตร &#8220;อุ่นใจไซเบอร์&#8221; สอนน้องๆ กทม. “รู้ทันภัยออนไลน์” ในโรงเรียนสังกัดกทม. 437 แห่ง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/08/ais-expand-aunjai-cyber-to-bma-affiliated-schools/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 08 Aug 2023 22:34:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[AIS]]></category>
		<category><![CDATA[BMA]]></category>
		<category><![CDATA[Cyber Literacy]]></category>
		<category><![CDATA[Cyberbullying]]></category>
		<category><![CDATA[Old People Playing Young]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Cyber Wellness Index]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ดัชนีชี้วัดสุขภาวะดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[รู้ทันภัยออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ศานนท์ หวังสร้างบุญ]]></category>
		<category><![CDATA[สายชล ทรัพย์มากอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=20335</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากการเดินทางของ AIS ในการสร้างพลเมืองดิจิทัลที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2019 มาวันนี้ การเดินทางดังกล่าวกำลังก้าวหน้าไปอย่างต่อเนื่อง เมื่อ AIS จับมือภาคีเครือข่ายสำคัญอย่าง กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข &#8211; มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และกรุงเทพมหานครฯ ส่งหลักสูตร &#8220;อุ่นใจไซเบอร์&#8221; เข้าสู่โรงเรียนในสังกัด กทม. ที่มีมากถึง 437 แห่ง หรือคิดเป็นจำนวนนักเรียน มากกว่า 250,000 คนที่จะได้เรียนรู้หลักสูตรดังกล่าว สำหรับการเดินทางของหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์เข้าสู่โรงเรียนในสังกัด กทม. นั้น ส่วนหนึ่งอาจมาจากความท้าทายที่ AIS พบจากผลการศึกษาล่าสุดของดัชนีชี้วัดสุขภาวะดิจิทัลของคนไทย หรือ Thailand Cyber Wellness Index ว่า กลุ่มนักเรียนที่แม้จะมีความสามารถในการเรียนรู้ และใช้งานสื่อดิจิทัลได้อย่างเชี่ยวชาญนั้น แท้จริงอาจเป็นอีกกลุ่มสำคัญที่ต้องเพิ่มทักษะความรู้ความเข้าใจในการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างถูกต้องร่วมด้วย คุณสายชล ทรัพย์มากอุดม  รักษาการหัวหน้าหน่วยธุรกิจประชาสัมพันธ์และธุรกิจสัมพันธ์ AIS กล่าวว่า แม้ตัวเลขจากดัชนีชี้วัดสุขภาวะดิจิทัลของคนไทยของเด็กในกรุงเทพมหานครจะอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่หากมองลึกลงไปในชุดข้อมูล จะพบว่ามีบางจุดที่ต้องได้รับการพัฒนา เช่น ความสามารถในการสื่อสาร และกาทำงานร่วมกันบนเทคโนโลยีดิจิทัล ฯลฯ ด้วยเหตุนี้ หลังจากที่ AIS [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/08/ais-expand-aunjai-cyber-to-bma-affiliated-schools/">AIS ลุยต่อหลักสูตร &#8220;อุ่นใจไซเบอร์&#8221; สอนน้องๆ กทม. “รู้ทันภัยออนไลน์” ในโรงเรียนสังกัดกทม. 437 แห่ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากการเดินทางของ <strong>AIS </strong>ในการสร้างพลเมืองดิจิทัลที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2019 มาวันนี้ การเดินทางดังกล่าวกำลังก้าวหน้าไปอย่างต่อเนื่อง เมื่อ AIS จับมือภาคีเครือข่ายสำคัญอย่าง<strong> กรมสุขภาพจิต </strong>กระทรวงสาธารณสุข &#8211;<strong> มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี </strong>และ<strong>กรุงเทพมหานครฯ </strong>ส่งหลักสูตร <strong>&#8220;อุ่นใจไซเบอร์&#8221;</strong> เข้าสู่โรงเรียนในสังกัด กทม. ที่มีมากถึง 437 แห่ง หรือคิดเป็นจำนวนนักเรียน มากกว่า 250,000 คนที่จะได้เรียนรู้หลักสูตรดังกล่าว</p>
<p><span id="more-20335"></span></p>
<p>สำหรับการเดินทางของหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์เข้าสู่โรงเรียนในสังกัด กทม. นั้น ส่วนหนึ่งอาจมาจากความท้าทายที่ AIS พบจากผลการศึกษาล่าสุดของ<strong>ดัชนีชี้วัดสุขภาวะดิจิทัลของคนไทย</strong> หรือ <strong>Thailand Cyber Wellness Index</strong> ว่า กลุ่มนักเรียนที่แม้จะมีความสามารถในการเรียนรู้ และใช้งานสื่อดิจิทัลได้อย่างเชี่ยวชาญนั้น แท้จริงอาจเป็นอีกกลุ่มสำคัญที่ต้องเพิ่มทักษะความรู้ความเข้าใจในการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างถูกต้องร่วมด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20338 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/info.jpg" alt="" width="878" height="488" /></p>
<p><strong>คุณสายชล ทรัพย์มากอุดม</strong>  รักษาการหัวหน้าหน่วยธุรกิจประชาสัมพันธ์และธุรกิจสัมพันธ์ AIS กล่าวว่า แม้ตัวเลขจากดัชนีชี้วัดสุขภาวะดิจิทัลของคนไทยของเด็กในกรุงเทพมหานครจะอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่หากมองลึกลงไปในชุดข้อมูล จะพบว่ามีบางจุดที่ต้องได้รับการพัฒนา เช่น ความสามารถในการสื่อสาร และกาทำงานร่วมกันบนเทคโนโลยีดิจิทัล ฯลฯ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20337 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Pic-5-กทม.-จับมือ-AIS-เดินหน้าขยายผลหลักสูตร-อุ่นใจไซเบอร์-สู่-437-โรงเรียนสังกัด-กทม-.jpg" alt="" width="1200" height="845" /></p>
<p>ด้วยเหตุนี้ หลังจากที่ AIS ได้จับมือกับทาง สพฐ. นำหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์เข้าไปปรับใช้ในโรงเรียนสังกัด สพฐ. กว่า 29,000 แห่งไปแล้วเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา (ปัจจุบัน มียอดการเข้าเรียนสูงกว่า 7.4 แสนครั้ง) (อ่านเพิ่มเติม: <a href="https://www.sdthailand.com/2022/09/ais-launched-aunjaicyber-program-1st-in-thailand/" target="_blank" rel="noopener">ครั้งแรกของไทย AIS เร่งสร้างภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ เปิดตัว “หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์”​ ผ่านระบบการศึกษาทั่วประเทศ</a> )</p>
<p>โรงเรียนในสังกัด กทม. ก็เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์เช่นกัน โดยการนำหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์เข้าไปบูรณาการเป็นสื่อการเรียนการสอนของโรงเรียนในสังกัด กทม. นั้น พบว่าจะไปอยู่ในบทเรียนวิชาวิทยาการคำนวณ สังคมและแนะแนว ทั้งโรงเรียนระดับอนุบาล – ประถมศึกษา, ระดับประถมศึกษา – มัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งไม่เพียงทำให้คุณครู นักเรียน ผู้ปกครอง รวมถึงประชาชนโดยรอบชุมชนมากกว่า 250,000 คน ได้เข้าถึงองค์ความรู้ใหม่ ๆ และมีทักษะการใช้งานสื่อดิจิทัลแล้ว ยังอาจช่วยให้พวกเขามีสติ รู้ทัน และรอดพ้นจากการตกเป็นเหยื่ออาชญากรออนไลน์ที่แพร่ระบาดอย่างมากในปัจจุบันด้วย</p>
<p><strong>คุณศานนท์ หวังสร้างบุญ</strong> รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า ถือเป็นการพัฒนาด้านการศึกษา ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจของทางกรุงเทพมหานคร ภายใต้นโยบายเรียนดีของผู้ว่าฯ กทม.ท่านชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อยู่แล้ว เนื่องจากหลักสูตรดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายของ กทม. ที่มุ่งพัฒนาการเรียนการสอนของโรงเรียนในสังกัดให้มีความทันสมัยสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของโลกดิจิทัลและเทคโนโลยี</p>
<p>&#8220;ที่ผ่านมา นอกจากการพยายามให้เด็กเรียนรู้ และเข้าใจถึงความหลากหลาย ทั้งการแต่งกาย ทรงผม แล้ว ในด้านการเรียนการสอนก็เช่นกัน หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์นี้ ทาง กทม. จะเปิดให้แต่ละโรงเรียนสามารถออกแบบการเรียนการสอนได้เองว่าจะประยุกต์ใช้อย่างไร เช่น คุณครูอาจนำไปใช้ประกอบในวิชาที่เกี่ยวข้อง นำไปสอนเพิ่มในวันเสาร์ หรือสอนเพิ่มในตอนเย็น (ปัจจุบัน ทางโรงเรียนในสังกัด กทม. มีจัดคอร์สสอนเพิ่มในวันช่วงเย็น &#8211; วันเสาร์ให้กับบุคคลภายนอกได้เรียนรู้เพิ่มเติม) ได้ทั้งหมด และเราจะมีการถอดวิธีคิด ความสำเร็จที่โรงเรียนต่าง ๆ นำไปประยุกต์ใช้มาแบ่งปันให้โรงเรียนอื่น ๆ ได้ทราบด้วย”</p>
<p>ข้อดีของการเป็นหลักสูตรออนไลน์ก็คือความสามารถในการเพิ่มเติมเนื้อหาได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็วด้วย เห็นได้จากที่ผ่านมา AIS ได้มีการพัฒนาหลักสูตรสำหรับผู้สูงอายุขึ้นมาโดยเฉพาะ และนำไปใช้กับกลุ่ม <strong>OPPY (Old People Playing Young)</strong> มาแล้วเช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20339 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Pic-9-กทม.-จับมือ-AIS-เดินหน้าขยายผลหลักสูตร-อุ่นใจไซเบอร์-สู่-437-โรงเรียนสังกัด-กทม-.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>อย่างไรก็ดี ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข พบว่า 2 อันดับแรกของภัยออนไลน์ที่พบได้มากในประเทศไทยคือ การติดเกม (Game Addict) และการกลั่นแกล้งกันทางอินเทอร์เน็ต (Cyberbullying) ซึ่งในส่วนของ AIS คุณสายชลยอมรับว่า การเดินทางของหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์จึงมีความท้าทายรออยู่อีกมาก เพราะจากตัวเลขผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตของไทยที่มีมากกว่า 60 ล้านคน การสร้างทักษะดิจิทัลให้คนไทยได้รู้เท่าทันมิจฉาชีพควรจะเป็นสิ่งที่ทำควบคู่กันไปกับตัวเลขเหล่านั้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20340 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Pic-3-กทม.-จับมือ-AIS-เดินหน้าขยายผลหลักสูตร-อุ่นใจไซเบอร์-สู่-437-โรงเรียนสังกัด-กทม-.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>“เอไอเอสเราจะทำให้มากขึ้น รวมถึงการลงไปสำรวจกลุ่มตัวอย่างในภาคต่าง ๆ ว่า Before – After เป็นอย่างไร อัตราการถูกหลอกลวงลดลงไหม นั่นจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่วันนี้ เราได้ทำงานร่วมกับ กรุงเทพมหานคร เพื่อขยายผลหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ไปยังสถานศึกษาในพื้นที่กรุงเทพมหานครนั่นเอง”</p>
<p>ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://sustainability.ais.co.th/th/sustainability-projects/thailands-cyber-wellness-index" target="_blank" rel="noopener">https://sustainability.ais.co.th/th/sustainability-projects/thailands-cyber-wellness-index</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/08/ais-expand-aunjai-cyber-to-bma-affiliated-schools/">AIS ลุยต่อหลักสูตร &#8220;อุ่นใจไซเบอร์&#8221; สอนน้องๆ กทม. “รู้ทันภัยออนไลน์” ในโรงเรียนสังกัดกทม. 437 แห่ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีพี ออลล์-เซเว่นฯ ผนึก กทม. ดึง 437 โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพฯ ร่วมภาคีโรงเรียนไร้ถัง ขยายเครือข่ายจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/10/cp-all-x-bma-expand-green-learning-network/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Oct 2022 09:44:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[BMA]]></category>
		<category><![CDATA[CP ALL]]></category>
		<category><![CDATA[Green Learning Network]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Reuse]]></category>
		<category><![CDATA[Upcycle]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[คัดแยกขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง]]></category>
		<category><![CDATA[ทับสะแกโมเดล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคีโรงเรียนไร้ถัง]]></category>
		<category><![CDATA[ยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ศานนท์ หวังสร้างบุญ]]></category>
		<category><![CDATA[สุวิทย์ กิ่งแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[เซเว่น อีเลฟเว่น]]></category>
		<category><![CDATA[เซเว่น เดลิเวอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่เทรวม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=14905</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในแต่ละปีที่ผ่านมา ทางกรุงเทพมหานคร (กทม.) ต้องเสียงบประมาณด้านการจัดการขยะมากกว่าปีละหมื่นล้านบาท เนื่องจากกระบวนการจัดการขยะตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำยังไม่สอดคล้องกัน ซึ่งหากสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการปัญหาเหล่านี้ได้ดีขึ้น จะช่วยลดงบประมาณในส่วนนี้ เพื่อนำไปจัดสรรให้กับการขับเคลื่อนหรือพัฒนาในมิติอื่นๆ ได้มากยิ่งขึ้น “สัดส่วนงบประมาณในการจัดการขยะที่สูงถึงปีละกว่าหมื่นล้านบาทนั้น สูงกว่างบที่ใช้ในการพัฒนาด้านการศึกษาที่ใช้อยู่ปีละกว่า 4,000 ล้านบาท ถึง 3 เท่าตัว ดังนั้น หากสามารถแก้ปัญหาขยะอย่างยั่งยืน​ ด้วยการดำเนินการไปพร้อมกันทุกส่วนตั้งแต่ต้นน้ำ คือ ปลูกฝังให้ประชาชนเกิดการคัดแยกขยะ กลางน้ำ คือ กทม.จัดเก็บขยะแบบแยก และปลายน้ำ คือการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ จะทำให้สามารถจัดสรรงบประมาณที่ลดลงไปเพิ่มการพัฒนาส่วนอื่นๆ เช่น ด้านการศึกษา ที่แม้ว่าโรงเรียนสังกัด กทม. จะมีระบบเรียนฟรี แต่ก็สามารถนำงบประมาณมาใช้สำหรับการพัฒนาในเชิงกายภาพ การพัฒนาโรงเรียน การพัฒนาหลักสูตร หรือการพัฒนาศักยภาพหรือสวัสดิการครูให้ดีขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ”​  คุณศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการ กทม.  ให้แนวคิด ต่อยอดภาคีเครือข่ายโรงเรียนไร้ถัง เป็นที่มาในการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับสมาชิกภาคีเครือข่ายโรงเรียนไร้ถัง&#8217; ร่วมกับ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) โดยกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้นำโรงเรียนในสังกัด กทม.จำนวน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/10/cp-all-x-bma-expand-green-learning-network/">ซีพี ออลล์-เซเว่นฯ ผนึก กทม. ดึง 437 โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพฯ ร่วมภาคีโรงเรียนไร้ถัง ขยายเครือข่ายจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในแต่ละปีที่ผ่านมา ทาง<strong>กรุงเทพมหานคร (กทม.)</strong> ต้องเสียงบประมาณด้านการจัดการขยะมากกว่าปีละหมื่นล้านบาท เนื่องจากกระบวนการจัดการขยะตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำยังไม่สอดคล้องกัน ซึ่งหากสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการปัญหาเหล่านี้ได้ดีขึ้น จะช่วยลดงบประมาณในส่วนนี้ เพื่อนำไปจัดสรรให้กับการขับเคลื่อนหรือพัฒนาในมิติอื่นๆ ได้มากยิ่งขึ้น</p>
<p><span id="more-14905"></span></p>
<p>“สัดส่วนงบประมาณในการจัดการขยะที่สูงถึงปีละกว่าหมื่นล้านบาทนั้น สูงกว่างบที่ใช้ในการพัฒนาด้านการศึกษาที่ใช้อยู่ปีละกว่า 4,000 ล้านบาท ถึง 3 เท่าตัว ดังนั้น หากสามารถแก้ปัญหาขยะอย่างยั่งยืน​ ด้วยการดำเนินการไปพร้อมกันทุกส่วนตั้งแต่ต้นน้ำ คือ ปลูกฝังให้ประชาชนเกิดการคัดแยกขยะ กลางน้ำ คือ กทม.จัดเก็บขยะแบบแยก และปลายน้ำ คือการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ จะทำให้สามารถจัดสรรงบประมาณที่ลดลงไปเพิ่มการพัฒนาส่วนอื่นๆ เช่น ด้านการศึกษา ที่แม้ว่าโรงเรียนสังกัด กทม. จะมีระบบเรียนฟรี แต่ก็สามารถนำงบประมาณมาใช้สำหรับการพัฒนาในเชิงกายภาพ การพัฒนาโรงเรียน การพัฒนาหลักสูตร หรือการพัฒนาศักยภาพหรือสวัสดิการครูให้ดีขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ”​  <strong>คุณศานนท์ หวังสร้างบุญ</strong> รองผู้ว่าราชการ กทม.  ให้แนวคิด</p>
<p><strong>ต่อยอดภาคีเครือข่ายโรงเรียนไร้ถัง</strong></p>
<p>เป็นที่มาในการลงนาม<span style="font-weight: 400;">บันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ</span>สมาชิกภาคีเครือข่ายโรงเรียนไร้ถัง&#8217; ร่วมกับ <strong>บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)</strong> โดยกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้นำโรงเรียนในสังกัด กทม.จำนวน 437 แห่ง เข้าร่วมเป็นสมาชิกภาคีในฐานะ <strong>“โรงเรียนไร้ถังสังกัดกรุงเทพมหานคร”</strong> เพื่อร่วมกับองค์กรภาคเอกชนกว่า 10 แห่ง และ 443 โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทั่วประเทศ ปลูกฝังให้เกิดการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางให้กับเยาวชนและชุมชน แก้ปัญหาการจัดการขยะ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่และเป็นวาระสำคัญของประเทศ</p>
<p><strong>คุณศานนท์ </strong>กล่าวต่อว่า <span style="font-weight: 400;"> กทม.จะนำโมเดลของภาคีเครือข่ายโรงเรียนไร้ถัง มาดำเนินการทันทีกับโรงเรียนสังกัด กทม.ใน 4 เขต ได้แก่ หนองแขม ปทุมวัน พญาไท และบางเขน รวม 19 โรงเรียน โดย 3 เขตแรก เป็นเขตนำร่องโครงการ <strong>“ไม่เทรวม”</strong> ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา โดยรณรงค์แยกขยะเศษอาหารออกจากขยะทั่วไป ขณะที่เขตบางเขน เป็นเขตที่ทางภาคีเครือข่ายโรงเรียนไร้ถัง มีเครือข่ายชุมชนไร้ถังอยู่แล้ว จึงทำให้สามารถดำเนินการได้ทันที รวมถึงอีก 5 เขต 5 โรงเรียนที่มีต้นทุนและความพร้อมด้านการจัดการขยะอยู่แล้วพร้อมร่วมโครงการทันที รวมทั้งหมดเป็น 9 เขต 24 โรงเรียน และหลังจากนี้ จะค่อยๆ ขยายผลไปยังโรงเรียนอื่นๆ จนครบ 437 แห่ง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14910 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/CP-ALL2.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><em>“สิ่งที่เราพูดมาตลอดคือ ทำอย่างไรจะเปลี่ยนขยะให้เป็นทรัพย์สิน แบบที่หลายประเทศทั่วโลกทำกัน วันนี้ภาคีเครือข่ายต้นกล้าไร้ถัง มีพันธมิตรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการขยะในระดับอีโคซิสเท็ม มีระบบการนำวัสดุรีไซเคิลไปแลกพอยท์ นำพอยท์ไปแลกเป็นเงินหรือเป็นอุปกรณ์การเรียน ซึ่งเป็นแนวคิดที่เป็นประโยชน์มาก การปลั๊กอินกับโมเดลที่มีอยู่แล้ว จะช่วยสร้างทางลัดแก้ไขปัญหาให้กับเมืองได้เร็วขึ้น” </em></p>
<p><strong>คุณยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “โรงเรียนไร้ถัง” เป็นการนำโมเดลการจัดการขยะแบบ <strong>“ทับสะแกโมเดล”</strong> จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งประสบความสำเร็จในการลดปริมาณขยะจาก 15 ตัน/เดือน เหลือเพียง 2 กิโลกรัม/ เดือน ปลูกฝังเยาวชนให้มีองค์ความรู้เกี่ยวกับการคัดแยกขยะ รียูส รีไซเคิล อัพไซเคิล และมีส่วนร่วมคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางภายในโรงเรียน รวมทั้งสร้างรายได้จากการคัดแยกขยะ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ทุกคนหันมาคัดแยกขยะอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน นำสิ่งที่เป็นวัสดุอินทรีย์ วัสดุรีไซเคิล ส่งต่อไปยังหน่วยงานและกระบวนการจัดการขยะที่เหมาะสม สร้างรายได้กลับเข้าสู่โรงเรียนและชุมชน และทำให้โรงเรียนศูนย์การเรียนรู้ชุมชน เพื่อส่งต่อองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการขยะไปยังชุมชนใกล้เคียงโรงเรียน ปลูกฝังให้คนในท้องถิ่นร่วมคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง โดยทางภาคีจะสนับสนุนงบประมาณ และองค์ความรู้ โดยมีคู่มือการดำเนินงาน การจัดฝึกอบรม การลงพื้นที่ และการติดตามผลอย่างใกล้ชิด</p>
<p><em>“สิ่งสำคัญที่สุดของการแก้ปัญหาระดับชาติ คือการสร้างความร่วมมือ รวมพลังกันแก้ปัญหาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ภาคีของเรามีองค์ความรู้หรือ Knowhow ในการจัดการขยะที่ประสบความสำเร็จอย่างทับสะแกโมเดล มีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการขยะครบวงจร ขณะที่ กทม.เองก็มีนโยบายและวิสัยทัศน์ชัดเจนว่าต้องการให้เกิดการคัดแยกขยะอย่างจริงจังตั้งแต่ต้นทาง รวมถึงมีบุคลากร โรงเรียน ชุมชนในสังกัดจำนวนมาก ความร่วมมือกันในครั้งนี้ จึงนับเป็นการรวมพลังครั้งสำคัญ เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาขยะอย่างยั่งยืน ตามปณิธานองค์กร &#8220;ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสต่อกัน” คุณยุทธศักดิ์ กล่าว </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14907 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/10.ซีพี-ออลล์-เซเว่นฯ-ผนึก-กทม.-ดึง-437-โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพฯ-ร่วม-ภาคีโรงเรียนไร้ถัง.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong> ร่วมสร้าง Green Learning Network ที่แข็งแกร่งที่สุด</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ เป้าหมายที่ทางภาคีต้องการให้เกิดขึ้นกับโรงเรียนภายใต้ภาคี ได้แก่ </span></p>
<p><b>1.การบูรณาการเรื่องการจัดการขยะเข้ากับหลักสูตรท้องถิ่น</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อปลูกฝังเยาวชนให้มีองค์ความรู้เกี่ยวกับการคัดแยกขยะ รียูส รีไซเคิล อัพไซเคิล และมีส่วนร่วมคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางภายในโรงเรียน ตามแนวทางของทับสะแกโมเดล ซึ่งประสบความสำเร็จในการลดปริมาณขยะจาก 15 ตันต่อเดือนเหลือเพียง 2 กิโลกรัมต่อเดือน </span></p>
<p><b>2.การสร้างรายได้จากการคัดแยกขยะ</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ทุกคนหันมาคัดแยกขยะอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน นำสิ่งที่เป็นวัสดุอินทรีย์ วัสดุรีไซเคิล ส่งต่อไปยังหน่วยงานและกระบวนการจัดการขยะที่เหมาะสม สร้างรายได้กลับเข้าสู่โรงเรียนและชุมชน และ </span></p>
<p><b>3.การทำให้โรงเรียนศูนย์การเรียนรู้ชุมชน</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อส่งต่อองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการขยะไปยังชุมชนใกล้เคียงโรงเรียน ปลูกฝังให้คนในท้องถิ่นร่วมคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง โดยทางภาคีจะสนับสนุนงบประมาณ และองค์ความรู้ โดยมีคู่มือการดำเนินงาน การจัดฝึกอบรม การลงพื้นที่ และการติดตามผลอย่างใกล้ชิด</span></p>
<p>ด้าน <b>คุณสุวิทย์ กิ่งแก้ว</b> ที่ปรึกษาอาวุโสคณะเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซีพี ออลล์<span style="font-weight: 400;"> </span>ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และ เซเว่น เดลิเวอรี่ <span style="font-weight: 400;">กล่าวว่า ภาคีเครือข่ายโรงเรียนไร้ถัง ถือเป็นภาคีที่มีเครือข่ายด้านการจัดการขยะครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เนื่องจากประกอบด้วยภาครัฐ ภาคเอกชน และโรงเรียนที่เกี่ยวข้องถึง 7 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มผู้ให้ความรู้ 2.กลุ่มผู้ลงมือปฏิบัติการแยกขยะ 3. กลุ่มผู้รับจัดส่งวัสดุและบันทึกข้อมูล 4.กลุ่มผู้รีไซเคิล 5.กลุ่มผู้รวบรวมจัดเก็บ 6.กลุ่มเจ้าของผลิตภัณฑ์ 7.กลุ่มผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ ความร่วมมือกับ โรงเรียนในสังกัด กทม. จึงเป็นการขยายฐานกลุ่มผู้ลงมือปฏิบัติการแยกขยะให้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และเป็นก้าวสำคัญสู่การสร้าง</span><b>ระบบนิเวศการจัดการขยะที่แข็งแกร่งและครบวงจรที่สุดในไทย</b><span style="font-weight: 400;"> ตลอดจนสร้าง </span><b>เครือข่ายการเรียนรู้ด้านการจัดการขยะ (Green Learning Network) ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ </b><span style="font-weight: 400;">  </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14911 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/green-school2.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ</span><b>ภาคีเครือข่ายโรงเรียนไร้ถัง</b><span style="font-weight: 400;"> เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นขององค์กรภาคเอกชนเข้าร่วมเป็นภาคี ประกอบด้วย  </span><span style="font-weight: 400;">1.บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC 3.บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP 4.บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด (Unilever) 5.บริษัท เอส ไอ จี คอมบิบล็อค จำกัด 6.บริษัท ไทย เบเวอร์เรจ แคน จำกัด 7.บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด 8.กลุ่มอำพลฟูดส์ (AMPOLFOOD Group) 9.บริษัท สถานีรีไซเคิล วงษ์พาณิชย์สุวรรณภูมิ จำกัด 10.บริษัท อีโค่ เฟรนด์ลี่ ไทย จำกัด และ 11.วัดจากแดง  </span><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ยังมีโรงเรียนและชุมชนที่ร่วมดำเนินการในฐานะภาคีแล้วกว่า 443 แห่ง มีแผนขยายเครือข่ายสู่โรงเรียนและชุมชนในโครงการสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี รวมกว่า 5,000 แห่งทั่วประเทศต่อไป</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/10/cp-all-x-bma-expand-green-learning-network/">ซีพี ออลล์-เซเว่นฯ ผนึก กทม. ดึง 437 โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพฯ ร่วมภาคีโรงเรียนไร้ถัง ขยายเครือข่ายจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
