<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ศิรินธร สูตรสนธิ์ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3-%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Mon, 23 Jul 2018 22:55:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ศิรินธร สูตรสนธิ์ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ปลูกข้าวเพื่อสุขภาพโดยอินทัช : พัฒนาคน ใช้เทคโนโลยีหนุนทำงาน สร้างเครือข่ายยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2018/07/intouch-smart-agricultural/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin t]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Jul 2018 22:40:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[จรูญ ราชบรรจง]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกข้าวเพื่อสุขภาพโดยอินทัช]]></category>
		<category><![CDATA[พรรณี ทองเกตุ]]></category>
		<category><![CDATA[ศิรินธร สูตรสนธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[เอนก พนาอภิชน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=4052</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป้าหมายอินทัชเพื่อเพิ่มและพัฒนาผลผลิตของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนให้มีประสิทธิผล สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรง จะช่วยสร้างรายได้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนให้เติบโตอย่างมั่นคง และยั่งยืนนำไปสู่การกินดี อยู่ดี มีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐด้านการพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศ Smart Agricultural Curve “ข้าว” แม้จะเป็นสินค้าประเภทที่ใช้ทดแทนกันได้ก็ตาม และเป็นอาหารหลักของประเทศไทย ที่ภาครัฐผู้เกี่ยวข้อง พยายามปรับปรุงพันธุ์ข้าวให้ดีขึ้นยิ่งขึ้น เพื่อการขาย และช่วยเรื่องสุขภาพผู้บริโภคให้แข็งแรงมากขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้วความสำคัฐญของการ “ปลูกข้าว” คงไม่ได้มีเพียงเท่านี้ แต่มีสิ่งสำคัญที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือ การมีองค์ความรู้มากขึ้น การขยายเครือข่ายกลุ่มวิสาหกิจชุมชนชาวนาโดยการจับมือกับทุกภาคส่วนให้มากขึ้น บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ อินทัช ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว ที่จะมีส่วนช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจที่ดีของชาวนาไทยให้ดีขึ้นในแต่ละพื้นที่ จึงจับมือกับหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนร่วมกันส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีและสร้างความเข้มแข็งให้กับชาวนาไทย รวมถึงกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในโครงการปลูกข้าวเพื่อสุขภาพโดยอินทัช “โครงการปลูกข้าวเพื่อสุขภาพโดยอินทัช เริ่มทำมาตั้งแต่ปี 2555 เป็นการให้ความรู้เพื่อพัฒนาคน เสริมจุดแข็งพัฒนาจุดอ่อน การใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ สร้างโอกาสและช่องทางการตลาดใหม่ๆ สร้างเสริมเครือข่ายการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มและพัฒนาผลผลิตของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนให้มีประสิทธิผลสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรง อันจะช่วยสร้างรายได้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนนำไปสู่การกินดี อยู่ดี มีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐด้านการพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศ Smart Agricultural Curve” เอนก พนาอภิชน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/07/intouch-smart-agricultural/">ปลูกข้าวเพื่อสุขภาพโดยอินทัช : พัฒนาคน ใช้เทคโนโลยีหนุนทำงาน สร้างเครือข่ายยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #339966;">เป้าหมายอินทัชเพื่อเพิ่มและพัฒนาผลผลิตของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนให้มีประสิทธิผล สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรง จะช่วยสร้างรายได้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนให้เติบโตอย่างมั่นคง และยั่งยืนนำไปสู่การกินดี อยู่ดี มีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐด้านการพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศ Smart Agricultural Curve</span></h4>
<p><span id="more-4052"></span></p>
<p><strong>“ข้าว”</strong> แม้จะเป็นสินค้าประเภทที่ใช้ทดแทนกันได้ก็ตาม และเป็นอาหารหลักของประเทศไทย ที่ภาครัฐผู้เกี่ยวข้อง พยายามปรับปรุงพันธุ์ข้าวให้ดีขึ้นยิ่งขึ้น เพื่อการขาย และช่วยเรื่องสุขภาพผู้บริโภคให้แข็งแรงมากขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้วความสำคัฐญของการ “ปลูกข้าว” คงไม่ได้มีเพียงเท่านี้ แต่มีสิ่งสำคัญที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือ การมีองค์ความรู้มากขึ้น การขยายเครือข่ายกลุ่มวิสาหกิจชุมชนชาวนาโดยการจับมือกับทุกภาคส่วนให้มากขึ้น</p>
<p>บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ อินทัช ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว ที่จะมีส่วนช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจที่ดีของชาวนาไทยให้ดีขึ้นในแต่ละพื้นที่ จึงจับมือกับหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนร่วมกันส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีและสร้างความเข้มแข็งให้กับชาวนาไทย รวมถึงกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในโครงการปลูกข้าวเพื่อสุขภาพโดยอินทัช</p>
<h5 style="text-align: center;"><span style="color: #339966;"><em>“โครงการปลูกข้าวเพื่อสุขภาพโดยอินทัช เริ่มทำมาตั้งแต่ปี 2555 เป็นการให้ความรู้เพื่อพัฒนาคน เสริมจุดแข็งพัฒนาจุดอ่อน การใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ สร้างโอกาสและช่องทางการตลาดใหม่ๆ สร้างเสริมเครือข่ายการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มและพัฒนาผลผลิตของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนให้มีประสิทธิผลสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรง อันจะช่วยสร้างรายได้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนนำไปสู่การกินดี อยู่ดี มีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐด้านการพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศ Smart Agricultural Curve”</em></span></h5>
<p><strong>เอนก พนาอภิชน</strong> รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ขยายความต่อเนื่อง หลังทำงานร่วมกันมาจนเข้าสู่ปีที่ 7 ได้เกิดรูปธรรม 3 ด้านหลัก</p>
<p><strong>-ด้านเศรษฐกิจ</strong> ช่วยลดต้นทุนการทำนา และยังสร้างรายได้เพิ่มจากการจำหน่ายข้าวที่มีคุณค่าทางโภชนาการและปลอดสารเคมีในแบรนด์สินค้าของชุมชนซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐาน OTOP สามารถแปรรูปสินค้าเพื่อขายในราคาที่สูงขึ้น มีสินค้าเกษตรอื่นๆ มานำเสนอมากขึ้น บางพื้นที่ เช่น วิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามา นอกจากข้าวแบรนด์หอมกระเจาแล้ว ยังสร้างรายได้เพิ่มแก่กลุ่มจากการขายสินค้าเกษตรอื่นๆ อีกทำให้รายได้ของกลุ่มชาวนาเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด</p>
<p><strong>-ด้านสังคม</strong> ชาวนาสามารถรวมตัวเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่มีการบริหารจัดการกันเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีผู้มาศึกษาดูงาน เป็นตัวอย่างแรงบันดาลใจแก่พื้นที่อื่นได้เป็นอย่างดี</p>
<p><strong>-ด้านสิ่งแวดล้อม</strong> การส่งเสริมให้ปลูกข้าวปลอดสารเคมีช่วยคืนสมดุลย์แก่ระบบนิเวศในแปลงนาให้กลับมาอุดมสมบูรณ์จนได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP เป็นต้น</p>
<figure id="attachment_4059" aria-describedby="caption-attachment-4059" style="width: 800px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="wp-image-4059 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/07/SD-Thailand-อินทัชรวม1.jpg" alt="" width="800" height="600" /><figcaption id="caption-attachment-4059" class="wp-caption-text">แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ โดยเฉพาะเรื่องการตลาด ช่องทางขาย</figcaption></figure>
<p>ทั้งนี้ รูปธรรมหลักทั้งสามที่เกิดขึ้นนั้น กรมการข้าวเองมีนโยบายสนับสนุนชาวนาในการผลิต และการทำตลาดข้าวครบวงจร <strong>พรรณี ทองเกตุ</strong> ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ข้าว กรมการข้าว ฝากข้อแนะนำชาวนาที่เข้าร่วมโครงการปลูกข้าวเพื่อสุขภาพโดยอินทัช ควรให้ความสำคัญกับเรื่องต่อไปนี้</p>
<p>-การขึ้นทะเบียนเกษตรกรเพื่อให้มีข้อมูลตนเองในระบบ<br />
-วางแผนการปลูกข้าวที่มีอุปทานสมดุลกับอุปสงค์ มีตลาดรองรับและรัฐให้การสนับสนุน เช่น ปลูกข้าว กข.43 คือ ข้าวที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ เหมาะกับคนควบคุมน้ำหนักหรือเป็นเบาหวาน หรือปลูกข้าวคุณภาพตามมาตรฐาน GAP และอินทรีย์ เพื่อให้มีตลาดรองรับและได้ราคา<br />
-หาข้อมูลความรู้และร่วมมือกับหน่วยงานรัฐในระดับจังหวัด เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนทั้งความรู้ด้านการปลูก การแปรรูป อุปกรณ์หรือนวัตกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์<br />
-มีการบริหารจัดการกลุ่มที่เน้นการมีส่วนร่วมของกลุ่มสมาชิกจะทำให้กลุ่มสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้</p>
<h5 style="text-align: center;"><span style="color: #339966;">โดยคำแนะนำดังกล่าวได้รวมอยู่ที่ ในงานอินทัช “สานความร่วมมือของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อความมั่งคั่งและยั่งยืน” หลังจากร่วมกันทำงานเข้าสู่ปีที่ 7 มีผู้ร่วมงานประกอบด้วยกลุ่มวิสาหกิจชุมชน 5 พื้นที่และ 1 ศูนย์การเรียนรู้มาร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานคือ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกข้าวเพื่อสุขภาพบ้านดักคะนน จังหวัดชัยนาท กลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกข้าวเพื่อสุขภาพแก่นฝาง จังหวัดขอนแก่น กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทำนาบ้านป่าไหม้ จังหวัดนครศรีธรรมราช กลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี กลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนท่างามแสนสุข จังหวัดพิษณุโลก และกลุ่มเรือนจำชั่วคราวโคกตาบัน สังกัดเรือนจำกลาง จังหวัดสุรินทร์ โดยมีแนวทางและแผนการทำงาน ดังนี้</span></h5>
<figure id="attachment_4058" aria-describedby="caption-attachment-4058" style="width: 800px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-4058 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/07/SD-Thailand-อินทัชรวม-3.jpg" alt="" width="800" height="533" /><figcaption id="caption-attachment-4058" class="wp-caption-text">โครงการปลูกข้าวเพื่อสุขภาพโดยอินทัช</figcaption></figure>
<p><strong>-จัดเวทีแลกเปลี่ยนและเติมความรู้</strong><br />
จัดบรรยายและกิจกรรม “ทิศทางแผนการขับเคลื่อนนโยบาย Smart Agricultural Curve” และ “การพัฒนาสินค้าเพื่อการแข่งขันและการสร้างช่องทางการตลาดสมัยใหม่”, Workshop การสร้างเครื่องมือทางการตลาดโดยใช้โซเชียลมีเดีย (Social Media) ช่วยทำตลาดออนไลน์โดยเฉพาะกลุ่มตลาดอีคอมเมิร์ซที่ช่วยกระจายผลผลิตไปสู่ผู้บริโภคได้รวดเร็วขึ้น รวมถึงการบริหารจัดการที่นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปปรับใช้ในกระบวนการผลิตสินค้าเกษตร จัดทำแผนธุรกิจ และเชื่อมโยงตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong>-สนับสนุนการทำงานร่วมกันภายในเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน</strong> ให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล และติดต่อสื่อสารกันได้สะดวกรวดเร็ว โดยใช้จุดแข็งของแต่ละพื้นที่มาเสริมศักยภาพซึ่งกันละกัน</p>
<p><strong>-สนับสนุนการจัดทำแผนการตลาดของแต่ละกลุ่มวิสาหกิจชุมชน</strong> เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ทั้งแผนระยะสั้นและระยะยาว เพื่อให้สามารถวางแผนการผลิต การจำหน่ายได้อย่างเหมาะสม เช่น การสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าจากการแปรรูปเพื่อตอบสนองตามความต้องการของผู้บริโภค การพัฒนาต่อยอดผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP 5 ดาว เป็นต้น</p>
<p><strong>-สนับสนุนเข้าสู่การรับรองมาตรฐานอย่างเป็นระบบ</strong> ทั้ง GAP และ Organic Thailand เพื่อจัดการผลผลิตให้มีคุณภาพมากขึ้น สามารถนำเทคโนโลยีด้านการเกษตรมาใช้บริหารจัดการและลดต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong>-สนับสนุนการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน</strong> โดยเชื่อมกระบวนการทำงานตามภารกิจของหน่วยงานต่างๆ มาช่วยเสริมการทำงานของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน อาทิ การขนส่งสินค้า การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าว การหาตลาดข้าวจากผู้บริโภคกลุ่มใหม่ๆ การจับคู่ทางการค้าให้ผู้ซื้อเข้าถึงกลุ่มชาวนาได้โดยตรงไม่ต้องผ่านคนกลาง เพื่อเพิ่มรายได้จากการขายมากขึ้น</p>
<p><strong>-การติดตาม ให้คำปรึกษา และประเมินผล</strong>การทำงานของแต่ละกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทั้ง 6 พื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุตามแผนงานและผลสัมฤทธิ์ที่ตั้งไว้</p>
<figure id="attachment_4060" aria-describedby="caption-attachment-4060" style="width: 800px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-4060 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/07/SD-Thailand-อินทัชรวม2.jpg" alt="" width="800" height="600" /><figcaption id="caption-attachment-4060" class="wp-caption-text">ศิรินธร สูตรสนธิ์ ,จรูญ ราชบรรจง และพรรณี ทองเกตุ</figcaption></figure>
<p><em>“เมื่อก่อนเราขายสินค้าให้กับพ่อค้าโดยตรง ไม่ค่อยได้สัมผัสกับผู้บริโภค พอเราได้มาเรียนรู้เกี่ยวกับเว็บเพจ เราก็สามารถเปิดตัวสินค้ากับผู้บริโภคได้โดยตรง และสามารถพูดคุยกับลูกค้าที่มาซื้อสินค้าได้ สินค้าเราก็จะเป็นที่รู้จักมากขึ้นทำให้สามารถขายสินค้าได้หลากหลายไม่จำกัดแค่ผู้ซื้อรายเดียว”</em> <strong>จรูญ ราชบรรจง</strong> ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่างามแสนสุข จังหวัดพิษณุโลก เล่าถึงสิ่งที่เปลี่ยนไปหลังร่วมโครงการปลูกข้าวเพื่อสุขภาพโดยอินทัช</p>
<p><strong>ศิรินธร สูตรสนธิ์</strong> สมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกข้าวเพื่อสุขภาพแก่นฝาง จังหวัดขอนเก่น เล่าถึงประโยชน์ที่ได้จากการเข้าร่วมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ คือ เรื่องของวิธีการขายข้าวแบบใหม่ๆ วิธีการจัดการกับข้อมูลของกลุ่มให้แน่นขึ้นและวิธีการเชื่อมเครือข่ายว่าทุกวันนี้โลกเปลี่ยนไป ทุกอย่างเปลี่ยนไป วิธีการเปลี่ยนไปก็ได้วิธีการใหม่ ๆ ตรงนี้ เพื่อที่จะไปอัพเดทให้แก่นฝางมีเพจ มีไลน์ มีเฟซบุ๊คมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" width="800" height="460" class="size-full wp-image-4057 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/07/SD-Thailand-vอินทัช.jpg" alt="" /></p>
<p><strong><em>“ภูมิใจที่อินทัชได้มีส่วนช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจที่ดีของชาวนาไทยให้ดีขึ้นในแต่ละพื้นที่ จนเกิดผลเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะด้านการตลาด การจัดงานสานความร่วมมือของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อความมั่งคั่งและยั่งยืนในวันนี้ จึงเป็นการต่อยอดขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งจากโครงการที่ริเริ่มขึ้นเมื่อปี 2555 โดยเราตั้งใจและมุ่งหวังให้เกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนทั้ง 6 พื้นที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนให้พวกเขาได้แลกเปลี่ยนการทำงานและประสบการณ์ หนุนเสริมความร่วมมือระหว่างกัน สามารถวางเป้าหมายและแผนงานของตนเองได้อย่างเป็นรูปธรรมทั้งระยะสั้นและระยะยาว เป็นวิสาหกิจชุมชนที่เข้มแข็งและมีความพร้อมในทุกด้าน สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน”</em> เอนกกล่าวในท้ายที่สุด</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/07/intouch-smart-agricultural/">ปลูกข้าวเพื่อสุขภาพโดยอินทัช : พัฒนาคน ใช้เทคโนโลยีหนุนทำงาน สร้างเครือข่ายยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
