<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ศูนย์​กันก่อนท่วม &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%a8%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 09 May 2026 10:26:09 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ศูนย์​กันก่อนท่วม &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>&#8216;น้ำ&#8217; เชื่อมโยงโครงสร้าง​เศรษฐกิจไทยกว่า 17 ล้านล้านบาท ศูนย์ &#8216;กันก่อนท่วม&#8217; เร่งผลักดันแนวคิด Water Economy เปลี่ยนความเสี่ยงจากน้ำ ให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/water-resilience-forum-2-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 09 May 2026 10:26:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Chula]]></category>
		<category><![CDATA[Chulalongkorn University]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Water Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Water Resilience]]></category>
		<category><![CDATA[Water Resilience Center]]></category>
		<category><![CDATA[กันก่อนท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[ชยันต์ เมืองสง]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพยากรน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[พลิกน้ำ สร้างชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์​กันก่อนท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[สทนช.)]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพอากาศสุดขั้ว]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41719</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์ &#8216;กันก่อนท่วม&#8217; (Water Resilience Center) เปิดเวที Water Resilience Forum 2/2026 ภายใต้หัวข้อ &#8216;Water Economy : พลิกน้ำ สร้างชาติ&#8217; ชี้ปัญหาประเทศไทย เผชิญทั้งภัยแล้งและน้ำท่วมจากอากาศแปรปรวน (Climate Change) สร้างความสูญเสียซ้ำซาก กด GDP ให้ลดลงต่อเนื่อง พร้อมชวนเปลี่ยนมุมมอง​ น้ำไม่ใช่แค่ภัยพิบัติ แต่เป็น &#8216;โจทย์เศรษฐกิจของประเทศ&#8217; ถ้าบริหารดีสร้างมูลค่า บริหารพลาด สูญเสียมหาศาล ระดมความร่วมมือ จัดการน้ำเชิงรุก เปลี่ยนความเสี่ยงน้ำเป็นโอกาสเศรษฐกิจ พลิกจากรอดสู่รวย  ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญสภาพอากาศสุดขั้ว ทั้งน้ำท่วมและภัยแล้ง ซึ่งส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจ ทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และค่าครองชีพของประชาชน โดย​ความเสียหายจากมหาอุทกภัยปี 2554  ประเมินมูลค่าผลกระทบสูงถึง 1.43 ล้านล้านบาท ขณะที่ 2 ปีต่อจากนั้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/water-resilience-forum-2-2026/">&#8216;น้ำ&#8217; เชื่อมโยงโครงสร้าง​เศรษฐกิจไทยกว่า 17 ล้านล้านบาท ศูนย์ &#8216;กันก่อนท่วม&#8217; เร่งผลักดันแนวคิด Water Economy เปลี่ยนความเสี่ยงจากน้ำ ให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ศูนย์ &#8216;กันก่อนท่วม&#8217; (</strong><strong>Water Resilience Center) </strong><strong>เปิดเวที </strong><strong>Water Resilience Forum 2/2026 </strong><strong>ภายใต้หัวข้อ &#8216;</strong><strong>Water Economy : </strong><strong>พลิกน้ำ สร้างชาติ&#8217; ชี้ปัญหาประเทศไทย เผชิญทั้งภัยแล้งและน้ำท่วมจากอากาศแปรปรวน</strong><strong> (Climate Change) </strong><strong>สร้างความสูญเสียซ้ำซาก กด </strong><strong>GDP ให้</strong><strong>ลดลงต่อเนื่อง</strong></p>
<p><span id="more-41719"></span></p>
<p><strong>พร้อมชวนเปลี่ยนมุมมอง​ น้ำไม่ใช่แค่ภัยพิบัติ แต่เป็น &#8216;โจทย์เศรษฐกิจของประเทศ&#8217; ถ้าบริหารดีสร้างมูลค่า บริหารพลาด สูญเสียมหาศาล ระดมความร่วมมือ จัดการน้ำเชิงรุก เปลี่ยนความเสี่ยงน้ำเป็นโอกาสเศรษฐกิจ พลิกจากรอดสู่รวย </strong></p>
<p><strong>ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร </strong>อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญสภาพอากาศสุดขั้ว ทั้งน้ำท่วมและภัยแล้ง ซึ่งส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจ ทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และค่าครองชีพของประชาชน โดย​ความเสียหายจากมหาอุทกภัยปี 2554  ประเมินมูลค่าผลกระทบสูงถึง 1.43 ล้านล้านบาท ขณะที่ 2 ปีต่อจากนั้น ในปี 2555 &#8211; 2556 ประเทศไทยกลับประสบปัญหาภัยแล้ง ซึ่งสร้างมูลค่าความเสียหายประมาณ 30,000 ล้านบาทตามมา</p>
<p><em> “ประเทศไทยสูญเสียให้กับน้ำทุกปี ไม่ว่าจะแล้งหรือท่วม หากยังแก้ปัญหาแบบเดิม เราจะสูญเสียซ้ำไปเรื่อยๆ  นำมาสู่การผลักดันแนวคิด <strong>Water Economy</strong> เพื่อเปลี่ยนน้ำจากความเสี่ยง เป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ ด้วยความร่วมมือของศูนย์ <strong>&#8216;กันก่อนท่วม&#8217;</strong> (Water Resilience Center) คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับพันธมิตรระดับโลก และภาคเอกชนหลายแห่ง พร้อม <strong>ประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน เน้นการบริหารจัดการเชิงรุกด้วยข้อมูล วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม เพื่อพลิกวิกฤตน้ำให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ</strong>”</em></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41721 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/Water-Resilience4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ผลักดัน Water Economy เปลี่ยนความเสี่ยงจากน้ำ สู่โอกาสทางเศรษฐกิจ</strong></p>
<p><strong>รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์</strong> คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ประธานคณะกรรมการศูนย์ &#8216;กันก่อนท่วม&#8217; (Water Resilience Center) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า <em><strong>ทรัพยากรน้ำไม่ใช่เพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่ ไม่ต่างจากพลังงาน ดิจิทัล หรือระบบโลจิสติกส์ ​ปัจจุบันทรัพยากรน้ำเกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนโครงสร้างเศรษฐกิจมูลค่ากว่า 17 ล้านล้านบาทของประเทศไทย</strong></em></p>
<p>ขณะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงจากความผันผวนของสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น ทั้งปรากฏการณ์เอลนีโญ ภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วง และอุทกภัยรุนแรง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจ สังคม และความ เชื่อมั่นในการลงทุน โดย <strong>บทเรียนจากมหาอุทกภัยปี 2554 แสดงให้เห็นว่าความเสียหายสามารถส่งผลให้ GDP ของ ประเทศลดลงได้ถึง​​ 2.5% ขณะที่ความเสี่ยงในอนาคตมีแนวโน้มรุนแรงและถี่ขึ้นจาก Climate Extremes</strong></p>
<p>ดังนั้น ​มุมมองเกี่ยวกับน้ำจึงควรเปลี่ยนจากภัยพิบัติสู่ &#8216;<strong>สินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ</strong>&#8216; ตามแนวคิด Water Economy ที่มองน้ำเป็น <strong>เหรียญสองด้าน </strong>ของระบบเศรษฐกิจ ในด้านหนึ่ง น้ำคือ <strong>&#8216;ตัวคูณทางเศรษฐกิจ&#8217;</strong> (Economic Generator) ที่สนับสนุนภาคเกษตร อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว สุขภาพ และ คุณภาพชีวิต แต่อีกด้านหนึ่ง หากขาดการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ น้ำจะกลายเป็น <strong>&#8216;ตัวฉุดรั้งเศรษฐกิจ&#8217;</strong> (Economic Disruptor) ที่สร้างความเสียหายต่อธุรกิจ การผลิต และกลุ่มเปราะบางในสังคม</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41722 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/Water-Resilience3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“<strong>โจทย์สำคัญของประเทศไทยไม่ใช่เพียงรับมือภัยแล้งหรือน้ำท่วมเฉพาะหน้า แต่คือการยกระดับระบบ เศรษฐกิจให้มีความยืดหยุ่นต่อความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ (Climate Resilience Economy) ผ่านการลงทุนที่ถูกที่ ถูกเวลา และขับเคลื่อนด้วยข้อมูล วิทยาศาสตร์ และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน</strong> ศูนย์กันก่อนท่วม (Water Resilience Center) เป็นแพลตฟอร์มกลางทางวิชาการที่เป็นมิตรและเป็นกลาง ทำหน้าที่สังเคราะห์ข้อมูล พัฒนาองค์ ความรู้ และสื่อสารความเสี่ยงด้านน้ำเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย โดยร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก อาทิ เนเธอร์แลนด์ญี่ปุ่น และภาคเอกชน <strong>เพื่อผลักดันแนวคิด Water Economy และเปลี่ยน  &#8216;ความเสี่ยงด้านน้ำ&#8217; ให้เป็น  &#8216;โอกาสทางเศรษฐกิจ&#8217; ของประเทศในระยะยาว</strong>” </em></p>
<p><strong>คุณชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)</strong> กล่าวในหัวข้อ<strong> &#8216;พลิกนโยบายน้ำ สร้างเศรษฐกิจ&#8217;</strong> ว่า ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และน้ำเสีย เป็นปัญหาซ้ำซากที่กระทบต่อวิถีชีวิตประชาชนและเศรษฐกิจ สทนช. ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้เป็นเจ้าภาพบูรณาการหน่วยงานด้านน้ำเพื่อป้องกันภัยพิบัติ เพื่อยกระดับการขับเคลื่อนแก้ วิกฤตน้ำให้เป็น “วาระแห่งชาติ”อย่างมีเอกภาพ ลดความซ้ำซ้อน รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ สามารถรองรับการแก้ไขปัญหา น้ำได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะการพยากรณ์อากาศให้มีความแม่นยำและการแจ้งเตือนภัยที่รวดเร็ว ซึ่งจะช่วยให้ ประชาชนรอดพ้นจากวิกฤตได้ทันท่วงที</p>
<p><em>&#8220;​สทนช. ได้เสนอ <strong>มาตรการรับมือฤดูฝน แก้ภัยแล้ง และควบคุมคุณภาพน้ำ</strong> ขณะเดียวกันได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ นอกเขตชลประทาน เพื่อเตรียมจัดหาน้ำอุปโภคบริโภคและการเกษตรช่วยเหลือไม่ให้เกิดผลกระทบ ล่าสุด ครม.มีมติ เห็นชอบการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดครบทั้ง 76 จังหวัด ประกอบกับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างบูรณาการ ทั้งภาคการศึกษาที่มี​ทั้งองค์ความรู้​ เทคโนโลยี รวมทั้งภาคเอกชน​ที่ให้ความสำคัญในการยกระดับการแก้ภัยแล้ง น้ำท่วมได้ครอบคลุมทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ เชื่อว่าจะสามารถช่วยลดผลกระทบต่อปากท้องของประชาชน และนำไปสู่การเตรียมการล่วงหน้า เพื่อสร้างเศรษฐกิจที่เข้มแข็งยั่งยืนร่วมกัน ” </em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41723 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/Water-resilience5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ยกระดับปัญหาน้ำ = วาระแห่งชาติ เดินหน้าแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ</strong></p>
<p><strong>คุณรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส</strong> ที่ปรึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ และรองประธานคณะกรรมการศูนย์ &#8216;กันก่อนท่วม&#8217; จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในช่วงสรุป &#8216;<strong>Water Economy: พลิกน้ำ เปลี่ยนชะตาประเทศไทย&#8217;</strong> ว่า ประเทศไทย กำลังเข้าสู่ยุคที่ <strong>‘น้ำ’ ไม่ใช่เรื่องฤดูกาล แต่คือความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา </strong>โดยชี้ว่า ภายใต้ภาวะเอลนีโญ และ Climate Change ประเทศไทยต้องเผชิญทั้งภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วง และน้ำแปรปรวนรุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ ภาคเกษตร อุตสาหกรรม และค่าครองชีพของประชาชน ขณะที่รัฐยังต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการเยียวยาซ้ำซาก ทุกปีแต่ยังไม่ได้ลงทุนเพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน</p>
<p><em>&#8220;การขับเคลื่อนแนวคิด Water Economy สู่การปฏิบัติให้ประสบความสำเร็จนั้น ประเทศไทยมีต้นแบบที่พิสูจน์ แล้วว่าสามารถ <strong>&#8216;พลิกน้ำเป็นโอกาส&#8217;</strong> ลดความสูญเสียและสร้างเศรษฐกิจได้จริงในระดับพื้นที่ เช่น จังหวัดกาญจนบุรีที่ใช้ การบริหารจัดการเขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ ร่วมกับระบบกระจายน้ำแบบ &#8216;ก้างปลา&#8217; และ &#8216;แก้มลิง ธรรมชาติ&#8217; เพื่อลดแรงมวลน้ำก่อนเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจ รวมทั้ง​โครงการขนาดใหญ่ระดับโลก เช่น เขื่อนสามผา (Three Gorges Dam) ของจีน แสดงให้เห็นว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำสามารถปกป้องพื้นที่เศรษฐกิจขนาดใหญ่ และ สร้างเสถียรภาพให้กับประเทศในระยะยาว&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41724 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/Water-Resilience6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ความท้าทายสำคัญในการบริหารจัดการของไทยคือ <strong>&#8216;การขาดการเชื่อมต่อจากโมเดล พื้นที่สู่ระดับประเทศ&#8217;</strong> ทำให้ศักยภาพที่มีอยู่ยังไม่ถูกขยายผลอย่างเต็มที่ ​ศูนย์ &#8216;กันก่อนท่วม&#8217; จึง​มุ่งขับเคลื่อน Water Economy ผ่าน 3 แนวทาง ประกอบด้วย</p>
<p><strong>1. ยกระดับ ‘วิกฤตน้ำ’ เป็นวาระแห่งชาติอย่างแท้จริง :  </strong>ปรับโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำให้เป็นเอกภาพและบูรณาการร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong>2. สร้าง </strong><strong>Water Smart Community :  </strong>สนับสนุนชุมชนและภาคประชาสังคมให้มีองค์ความรู้และบริหารจัดการน้ำเองได้</p>
<p><strong>3. ลงทุนระบบข้อมูลน้ำแห่งชาติ (</strong><strong>National Water Data Platform) : </strong>ใช้ Real-time Data เพื่อคาดการณ์ เตือนภัย และวางแผนเชิงรุก</p>
<p><strong>Designing Resilience : พลิกการออกแบบเมือง อยู่กับน้ำอย่างชาญฉลาด</strong></p>
<p>ช่วงเสวนาหัวข้อ <strong>&#8216;Designing Resilience: พลิกการออกแบบเมือง อยู่กับน้ำอย่างชาญฉลาด&#8217;</strong> โดย <strong>ศาสตราจารย์มิโฮ มาซูเรียว (</strong><strong>Prof. Miho Mazereeuw) </strong>ผู้อำนวยการ MIT Climate Mission และผู้อำนวยการ Urban Risk Lab และ <strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์สรายุทธ ทรัพย์สุข </strong>คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้นำเสนอ <em><strong>กรณีศึกษาการออกแบบอาคารและพื้นที่ต้นแบบที่สามารถรับมืออุทกภัย ใช้งานได้ในช่วงเกิดภัย พิบัติ และทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของชุมชน</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41726 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/2254006.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong> ​ศาสตราจารย์มิโฮ</strong> ถ่ายทอดตัวอย่างจากประเทศญี่ปุ่น ​สะท้อนแนวคิด การออกแบบ <strong>หนึ่งได้สอง </strong> (dual‑use design) ที่เชื่อมโยงการป้องกันภัยพิบัติกับบริบทเศรษฐกิจน้ำ และให้ ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน ขณะที่ <strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์สรายุทธ </strong>สะท้อนความเปราะบางของเมืองไทยจากรูปแบบการพัฒนาในอดีต พร้อมชี้ให้เห็นบทบาทของสถาปัตยกรรมเชิงยืดหยุ่นในการฟื้นฟูชุมชน ลดความเสี่ยง และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว</p>
<p><strong>คุณประเชิญ คนเทศ</strong> ผู้จัดการมูลนิธิลุ่มน้ำท่าจีนนครปฐม กล่าวว่า พื้นที่นครปฐมเคยเผชิญวิกฤตน้ำซ้ำซาก ทั้ง น้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำเสีย และการบริหารจัดการที่ <strong>ต่างคนต่างทำ</strong> ส่งผลให้ปัญหาของพื้นที่หนึ่งไปซ้ำเติมอีกพื้นที่หนึ่งไม่จบสิ้น</p>
<p>จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อปี 2566 กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ริเริ่มให้ชุมชนใช้ <strong>ผังภูมิสังคม (Geo-Social Map)</strong> มาใช้เป็นฐานข้อมูลกลาง บูรณาการข้อมูลภูมิศาสตร์และข้อมูลชุมชน ทำให้สามารถวางแผนจัดการน้ำได้ทั้งระบบ ครอบคลุมทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง และคุณภาพน้ำ</p>
<p>“จากฐานข้อมูลที่พัฒนาขึ้น นำไปสู่โจทย์สำคัญของชุมชนว่า จะต่อยอดแหล่งน้ำให้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ อย่างไร ทั้งในภาคเกษตร อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว จึงขับเคลื่อนผ่านโครงการวิจัย​​​ ที่ทำหน้าที่เป็น​พื้นที่กลาง​เชื่อมภาครัฐ ภาคเอกชน ท้องถิ่น และภาคประชาสังคม เข้ามาร่วมวางแผนอนาคตบนข้อมูลชุดเดียวกัน เช่น ระบบเตือนภัยที่ทุกคนเข้าถึงได้ทำให้นครปฐมรับมือมวลน้ำได้โดยไม่กระทบวงกว้าง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41720 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/2254033.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>หลังจากนั้นเริ่ม <strong>&#8216;พลิกน้ำเป็นรายได้ จากรอดสู่รวย&#8217;</strong> หลังจากมหาอุทกภัยปี 2554 เกษตรกรที่นครปฐมแทบหมดตัว ไม่มีรายได้ ปัจจุบันเฉพาะ สวนส้มโอ ปีนี้มีผลผลิตเกือบ 6,000 ตัน มูลค่าสูงถึง 1,500 ล้านบาท เฉลี่ยครอบครัวละ 1 ล้านบาท นอกจากนี้ภาคบริการ ท่องเที่ยว ก็ทำรายได้สู่ท้องถิ่นได้ดีชุมชนนครปฐมบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบและเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่ ปีที่ผ่านมา สวนส้มโอไม่เสียหายจากน้ำท่วมเลย พิสูจน์แล้วว่าการจัดการน้ำที่ดี สร้างเศรษฐกิจชุมชนในระยะยาว” นายประเชิญกล่าว</p>
<p><strong>คุณวรสถิตย์ บัวแดง</strong> ต้นกล้าชุมชน มูลนิธิเอสซีจี สะท้อนจากประสบการณ์ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วม​ในภาคเหนือว่า น้ำท่วมไม่ใช่แค่ภัยธรรมชาติ แต่​ยังพรากชีวิตและอนาคตของคนจำนวนมาก การรับมือแบบคลำทางในช่วงวิกฤต ชุมชนจำนวนมากยังขาดข้อมูลพื้นฐานสำคัญ เช่น พื้นที่เสี่ยง จุดปลอดภัย หรือกลุ่มเปราะบาง ทำให้การช่วยเหลือไม่ตรงจุด พร้อมเสนอ 3 แนวทางเร่งด่วนเพื่อ &#8216;ติดอาวุธให้ชุมชน&#8217; เพื่อความมั่นคงของชีวิตและเศรษฐกิจในระยะยาว  ได้แก่</p>
<p>&#8211; สร้าง <strong>Geo-Social Map</strong> ให้ชุมชนรู้พื้นที่และความเสี่ยงของตัวเอง</p>
<p>&#8211; พัฒนา <strong>อาสาสมัครภัยพิบัติในชุมชน</strong> ให้พร้อมรับมือทันที</p>
<p>&#8211; ใช้<strong>เทคโนโลยีและระบบเตือนภัยที่แม่นยำ</strong> เปลี่ยนความตระหนกเป็นตระหนัก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ด้านเยาวชนไทย <strong>คุณกิตตินันท์ สงคำ </strong>และ <strong>คุณณฐนนท์ เขื่อนทา ทีมพัฒนา </strong><strong>AI &#8216;</strong><strong>น้องเฝ้าน้ำ&#8217; </strong>ผู้ชนะเลิศในโครงการ กล้าใหม่ใฝ่รู้ SCB Challenge ปี 2568 เปิดเผยว่า แรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ใน จังหวัดเชียงราย ที่สร้างความเสียหายอย่างหนัก จึงพัฒนา <strong>ระบบ AI คาดการณ์น้ำ</strong> โดยใช้ข้อมูลระดับน้ำแบบเรียลไทม์ วิเคราะห์แนวโน้มล่วงหน้า สามารถติดตามระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง และแจ้งเตือนผ่าน เว็บไซต์ SmartFlood AI และ AI LINE Chatbot  &#8216;น้องเฝ้าน้ำ&#8217; ให้คน ‘รู้ก่อน’ จะได้ ‘รอดก่อน’ ช่วยให้ชุมชนเตรียมรับมือได้ทันท่วงที ลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41725 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/2253985_0.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>เวที Water Resilience Forum 2/2026 สะท้อนชัดว่า การแก้ปัญหาน้ำไม่ใช่หน้าที่ของภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ตั้งแต่ชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น เทคโนโลยี ภาคการศึกษา ภาคเอกชน ไปจนถึงนโยบายระดับประเทศ เมื่อข้อมูลวิทยาศาสตร์ และคนในพื้นที่ทำงานร่วมกัน ประเทศไทย  จะสามารถ &#8216;พลิกน้ำ สร้างชาติ&#8217; ได้อย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/water-resilience-forum-2-2026/">&#8216;น้ำ&#8217; เชื่อมโยงโครงสร้าง​เศรษฐกิจไทยกว่า 17 ล้านล้านบาท ศูนย์ &#8216;กันก่อนท่วม&#8217; เร่งผลักดันแนวคิด Water Economy เปลี่ยนความเสี่ยงจากน้ำ ให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
