<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สถาบันวิทยาการเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อผู้ประกอบการและผู้บริโภค &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 19 May 2026 12:05:00 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>สถาบันวิทยาการเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อผู้ประกอบการและผู้บริโภค &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>นับถอยหลัง &#8216;ยุโรป&#8217; บังคับใช้กฎหมายบรรจุภัณฑ์​ &#8216;PPWR&#8217; ดีเดย์ 12 สิงหาคม 2026 ยุติสมัย &#8216;ใช้แล้วทิ้ง&#8217;และการปรับตัวของผู้ส่งออกไทย​เพื่อยังอยู่ในซัพพลายเชนโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/expoter-adapt-for-eu-ppwr-law/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 May 2026 11:48:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[CE Academy]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Design-for- recycling]]></category>
		<category><![CDATA[EU]]></category>
		<category><![CDATA[Global Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[MTEC]]></category>
		<category><![CDATA[NSTDA]]></category>
		<category><![CDATA[Packaging and Packaging Waste Regulation]]></category>
		<category><![CDATA[PPWR]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมายบรรจุภัณฑ์ยุโรป]]></category>
		<category><![CDATA[กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[การค้าโลก]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติกรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ซัพพลายเชน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.นุจรินทร์ รามัญกุล]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับตัว]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[ม.ล.ภาสกร อาภากร]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[วรมน สินสุวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งออก]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งออกไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันวิทยาการเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อผู้ประกอบการและผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[สหภาพยุโรป]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41765</guid>

					<description><![CDATA[<p>ระเบียบว่าด้วยบรรจุภัณฑ์และของเสียจากบรรจุภัณฑ์ หรือ Packaging and Packaging Waste Regulation (PPWR) เป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญของสหภาพยุโรป (EU) ที่ไม่ใช่เป็นเพียงกฎหมายบังคับ หากแต่เปรียบเสมือนสัญญาประชาคมต่อโลก เพื่อยุติสมัย ‘ใช้แล้วทิ้ง’ อันไร้ความรับผิดชอบและก่อปัญหาขยะบรรจุภัณฑ์ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) อธิบายว่า นโยบายนี้ส่งแรงกระเพื่อมต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกบรรจุภัณฑ์และการบรรจุ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและเร่งรัดการบรรลุเป้าหมายของการเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างเป็นรูปธรรม PPWR ผสานการคิดเชิงระบบ (Systems Thinking) และการคิดแบบวงจรชีวิต (Lifecycle Thinking)  ครอบคลุมทุกส่วนประกอบย่อยของบรรจุภัณฑ์ ภายใต้กระบวนทัศน์ใหม่คือ การออกแบบเพื่อการรีไซเคิล (Design for Recycling)  ซึ่งมุ่งเน้นจำกัดและห้ามใช้บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ครั้งเดียว (Single-use Packaging)  ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมและมีข้อกำหนดอย่างเคร่งครัดสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ซ้ำได้ (Reusable Packaging) เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถใช้งานได้จริงในระบบหมุนเวียน และรีไซเคิลได้เมื่อถึงจุดสิ้นสุดวงจรชีวิต การบังคับใช้ สัดส่วนวัสดุรีไซเคิล (Recycled Content) ในบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภทใหม่ ก็มีความเข้มงวดและต้องดำเนินการภายในกรอบเวลาปี ค.ศ. 2030 ซึ่งไม่ใช่เพียงการบรรลุคุณสมบัติการรีไซเคิลได้ แต่ต้องสามารถเก็บรวบรวม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/expoter-adapt-for-eu-ppwr-law/">นับถอยหลัง &#8216;ยุโรป&#8217; บังคับใช้กฎหมายบรรจุภัณฑ์​ &#8216;PPWR&#8217; ดีเดย์ 12 สิงหาคม 2026 ยุติสมัย &#8216;ใช้แล้วทิ้ง&#8217;และการปรับตัวของผู้ส่งออกไทย​เพื่อยังอยู่ในซัพพลายเชนโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ระเบียบว่าด้วยบรรจุภัณฑ์และของเสียจากบรรจุภัณฑ์</strong> หรือ <strong>Packaging and Packaging Waste Regulation (PPWR)</strong> เป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญของสหภาพยุโรป (EU) ที่ไม่ใช่เป็นเพียงกฎหมายบังคับ หากแต่เปรียบเสมือนสัญญาประชาคมต่อโลก<strong> เพื่อยุติสมัย ‘ใช้แล้วทิ้ง’</strong> อันไร้ความรับผิดชอบและก่อปัญหาขยะบรรจุภัณฑ์</p>
<p><span id="more-41765"></span></p>
<p><strong>ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC)</strong> <strong>สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) </strong>อธิบายว่า นโยบายนี้ส่งแรงกระเพื่อมต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกบรรจุภัณฑ์และการบรรจุ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและเร่งรัดการบรรลุเป้าหมายของการเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><strong>PPWR</strong> ผสานการคิดเชิงระบบ (Systems Thinking) และการคิดแบบวงจรชีวิต (Lifecycle Thinking)  ครอบคลุมทุกส่วนประกอบย่อยของบรรจุภัณฑ์ ภายใต้กระบวนทัศน์ใหม่คือ <strong>การออกแบบเพื่อการรีไซเคิล</strong> (Design for Recycling)  ซึ่งมุ่งเน้นจำกัดและห้ามใช้บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ครั้งเดียว (Single-use Packaging)  ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมและมีข้อกำหนดอย่างเคร่งครัดสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ซ้ำได้ (Reusable Packaging) เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถใช้งานได้จริงในระบบหมุนเวียน และรีไซเคิลได้เมื่อถึงจุดสิ้นสุดวงจรชีวิต</p>
<p>การบังคับใช้ สัดส่วนวัสดุรีไซเคิล (Recycled Content) ในบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภทใหม่ ก็มีความเข้มงวดและต้องดำเนินการภายในกรอบเวลาปี ค.ศ. 2030 ซึ่งไม่ใช่เพียงการบรรลุคุณสมบัติการรีไซเคิลได้ แต่ต้องสามารถเก็บรวบรวม คัดแยก และนำไปแปรรูป ให้ได้วัตถุดิบที่มีคุณภาพและปลอดภัยทัดเทียมกับวัตถุดิบดั้งเดิม</p>
<p>ทั้งนี้ <strong>PPWR</strong> ยังยกระดับการจำกัดและห้ามใช้สารเคมีที่น่ากังวล หรือ <strong>Restrictions on Substances of Concern (SOC)</strong> เพื่อเป็นเครื่องมือในการรับประกันว่า วัตถุดิบที่ได้จากการรีไซเคิลจะไม่ปนเปื้อนด้วยสารอันตราย และสามารถนำกลับมาใช้ได้อย่างแท้จริง ด้วยกลไกนี้จึงช่วยสร้างอุปสงค์ที่ยั่งยืนสำหรับวัตถุดิบทุติยภูมิ (secondary raw materials) และผนวกเอาการจัดการของเสียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่ต้นน้ำอีกด้วย</p>
<p><strong>PPWR จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 12 สิงหาคม ค.ศ.2026</strong> <strong>และก่อให้เกิดข้อผูกพันโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทาน ผู้ประกอบการไทยที่ส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยัง EU จำเป็นต้องทบทวนและปรับปรุงการออกแบบบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน</strong></p>
<p>ผู้ประกอบการจะต้องจัดทำ เอกสารทางเทคนิค (Technical Document) เพื่อยืนยันการใช้บรรจุภัณฑ์ให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น (Packaging Minimization) ตลอดจนแสดงความสอดคล้อง (Conformity) กับข้อกำหนดทางเทคนิค</p>
<p>นอกจากนี้ ยังต้องติดฉลากที่ชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่ว EU เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้อง อำนวยความสะดวกในการคัดแยกของเสียแก่ผู้บริโภค และเป็นส่วนหนึ่งของการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต หรือ Extended Producer Responsibility (EPR) อีกด้วย</p>
<p><strong>เตรียมพร้อมผู้ประกอบการปรับตัวรับ PPWR  </strong></p>
<p>ภายในงานสัมนาโครงการชุดสัมมนาเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อผู้ประกอบการไทย &#8216;<strong>บรรจุภัณฑ์สินค้าส่งออก เพื่อตอบโจทย์ตลาดยุโรป ตามกฎหมาย PPWR</strong>&#8216; ครั้งที่ 2 จัดโดย  คณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อม หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย  ร่วมกับ สถาบันวิทยาการเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อผู้ประกอบการและผู้บริโภค (CE Academy) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41771 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/PWPR1.png" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>ดร.นุจรินทร์ รามัญกุล </strong>ผู้เชี่ยวชาญวิจัย หน่วยวิจัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เผยว่า <em><strong>PPWR เป็นข้อกำหนดสำหรับผู้ผลิต หรือ Manufacturer ที่จะเริ่มบังคับใช้ 12 สิงหาคม 2026 ความน่ากลัวของกฎหมายฉบับนี้ คือ หน้าที่ทั้งหมดมาอยู่ที่ผู้ผลิต ซึ่งต้องทำบรรจุภัณฑ์ให้ยั่งยืน</strong></em></p>
<p>โดยวางกลไกให้ตรวจสอบได้ รีไซเคิลได้ ลดบรรจุภัณฑ์ให้น้อยที่สุด ทำเครื่องหมายให้ผู้ใช้ปลายทางทราบถึงแนวทางปฏิบัติในการทิ้ง การจัดการหลังการใช้งานให้ไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึง จัดทำ Technical Document ออกใบสำแดงความสอดคล้อง เป็นหน้าที่ของผู้ผลิตต้องทำก่อนเอาสินค้าเข้าตลาด โดยขั้นตอนเหล่านี้ต้องเก็บเอกสารไว้ หากเป็นบรรจุภัณฑ์ใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use) ต้องเก็บไว้ระยะเวลา 5 ปี และหากเป็นบรรจุภัณฑ์นำกลับมาใช้ใหม่ได้ (Reusable) ต้องเก็บเอกสาร 10 ปี เพื่อตรวจสอบเอกสารย้อนหลังได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="wp-image-41783 size-full aligncenter" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/1778658736511.jpg" alt="" width="789" height="446" /></p>
<p><em>“อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้บังคับแค่ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ แต่บังคับผู้เกี่ยวข้องทุกรายตลอดห่วงโซ่ที่มีส่วนทำให้บรรจุภัณฑ์เกิดขึ้น  รวมทั้ง​ผู้ผลิตสินค้าทุกอย่างที่บรรจุอยู่ภายในบรรจุภัณฑ์ต้องนำมาคำนวณทั้งหมด ดังนั้น Manufacturer ไม่ได้จำกัดแค่คนผลิต แต่คนจ้างก็ต้องรวมด้วย และอีก 2 ฝ่าย คือ Producer Function ที่ทำให้มีบรรจุภัณฑ์ไปวางตลาด ทำให้เกิดขยะบรรจุภัณฑ์ในอนาคต ต้องรับผิดชอบซากที่เกิดขึ้นในอนาคต และสุดท้าย คือ Surveillance Function ผู้ตรวจสอบ”</em> ดร.นุจรินทร์ กล่าว</p>
<p><strong>&#8216;ปรับตัว&#8217; เปิดโอกาสไทย สู่ซัพพลายเชนโลก</strong></p>
<p>ข้อมูลจาก <strong>WTO Environmental Database</strong> พบว่า ประเทศที่ไทยส่งออกเกินครึ่ง หรือกว่า 55.42% มีมาตรการเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ขณะที่ สหภาพยุโรปซึ่งอยู่อันดับที่ 4 ดูเหมือนจะสัดส่วนไม่มาก อยู่ที่ 7.68% แต่ทำไมเราจึงต้องปรับตัว ?</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="alignnone wp-image-41784 size-large" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/S__84394057-1024x559.jpg" alt="" width="1024" height="559" /></p>
<p><strong>ม.ล.ภาสกร อาภากร </strong>ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพานิชย์ อธิบายว่า เมื่อเราส่งออกไปประเทศในอาเซียน เราอาจจะเป็นหนึ่งในซัพพลายเชนที่ส่งออกไปยุโรป ดังนั้น เป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับผู้ส่งออกเพราะครึ่งหนึ่งของตลาดส่งออกให้ความสำคัญเรื่องนี้ เราเป็นผู้ผลิตในเมืองไทย อาจมองว่าไม่เกี่ยวข้อง แต่เราอาจจะเป็นหนึ่งในซัพพลายเชนโลกโดยไม่รู้ตัว หรือ เราต้องปรับตัวเพื่อเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในซัพพลายเชนโลกให้ได้เพื่อเป็นโอกาสในการค้าในอนาคต</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-41785 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/1778659442044.jpg" alt="" width="871" height="489" /></p>
<p><strong>10 อันดับ ประเทศที่ใช้มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องการการค้า</strong></p>
<p>อันดับ 1 สหรัฐอเมริกา สัดส่วนการส่งออกของไทย 17.20%</p>
<p>อันดับ 2 จีน สัดส่วนการส่งออกของไทย 12.01%</p>
<p>อันดับ 3 ญี่ปุ่น สัดส่วนการส่งออกของไทย 8.66%</p>
<p>อันดับ 4 สหภาพยุโรป (27) สัดส่วนการส่งออกของไทย 7.68%</p>
<p>อันดับ 5 ออสเตรเลีย สัดส่วนการส่งออกของไทย 4.27%</p>
<p>อันดับ 6 เกาหลีใต้ สัดส่วนการส่งออกของไทย 2.13%</p>
<p>อันดับ 7 ไต้หวัน สัดส่วนการส่งออกของไทย 1.68%</p>
<p>อันดับ 8 แคนาดา สัดส่วนการส่งออกของไทย 0.67%</p>
<p>อันดับ 9 บราซิล สัดส่วนการส่งออกของไทย 0.64%</p>
<p>อันดับ 10 นิวซีแลนด์ สัดส่วนการส่งออกของไทย 0.49%</p>
<p><strong><u>รวม </u></strong><strong><u>55.42%  </u></strong></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-41786 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/1778659578165.jpg" alt="" width="873" height="486" /></p>
<p><strong>บรรจุภัณฑ์ส่งออกเพื่อตอบโจทย์ตลาดยุโรป ตามกฎหมาย </strong><strong>PPWR </strong></p>
<p><strong>ม.ล.ภาสกร </strong>กล่าวต่อไปว่า  การสร้างมูลค่าเพิ่มในการพัฒนาธุรกิจบริการให้ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนเป็นจุดสำคัญ เพราะตลาดโลกปัจจุบัน ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม ปัจจุบัน <strong>มาตรฐานสากลให้ความสำคัญ 3 เรื่อง</strong> คือ</p>
<p><strong>1. Green &amp; Sustainability</strong> ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรสินค้า ไม่ว่าจะเป็น ESG , SDGs , Low Carbon , Circular Design , CBAM , EUDR และ PPWR</p>
<p><strong>2. Traceability &amp; Transparency</strong> ตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกขั้นตอนด้วยเทคโนโลยีไม่ว่าจะทาง Supply Chain, QR Code , Blockchain , AI , Data Platform , Digital Product Passport (DPP)</p>
<p><strong>3. Human Rights &amp; Ethical Trade</strong> ดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นหลักจรรยาบรรณ (Code of Conduct) และการตรวจสอบซัพพลายเออร์ (Supplier Audit) หากมาตรฐานไม่อยู่ในระดับสากลก็จะลำบาก</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-41787 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/1778659652357.jpg" alt="" width="871" height="489" /></p>
<p><strong>บทบาทของกรมส่งเสริมการค้าระหว่าประเทศ </strong><strong>4 ด้าน (3P+1S)  </strong></p>
<p>&#8211; พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ (People) โดยการจัดอบรม เทรนนิ่งมาตรการต่างๆ ด้านสิ่งแวดล้อม</p>
<p>&#8211; สร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้า/บริการ (Product) มีหน่วยงานช่วยพัฒนาผู้ประกอบการด้านสินค้าบริการ นวัตกรรม การออกแบบเพื่อให้สินค้าไทยแข็งขันดได้</p>
<p>&#8211; พัฒนาช่องทางการตลาด (Place) มีงานแสดงสินค้า รูปแบบออนไลน์ ออฟไลน์</p>
<p>&#8211; บริการข้อมูลทางการค้า (Service) ให้บริการข้อมูลผู้ประกอบการในเรื่องกฎระเบียบการค้าใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลง</p>
<p><strong>การพัฒนาผู้ประกอบการให้ตอบโจทย์มาตรการใหม่</strong></p>
<p><strong>แม้ในปัจจุบัน กฎหมาย </strong><strong>PPWR จะยังไม่มีหน่วยงานใดที่เป็นเจ้าภาพหลัก แต่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ต่างร่วมมือผลักดันและส่งเสริมผู้ประกอบการเพื่อเตรียมความพร้อมการบังคับใช้ PPWR ในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ รวมถึงระเบียบข้อบังคับอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต </strong></p>
<p>สำหรับ <strong>กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ </strong>มีโครงการพัฒนาผู้ประกอบการด้วยนวัตกรรม เชื่อมโยงผู้ประกอบการกับนักวิจัย ให้ได้ใช้นวัตกรรมจากคนไทยพัฒนาสู่มาตรฐานโลก รวมถึงการพัฒนาด้านการออกแบบ โดยดึงนักออกแบบบรรจุภัณฑ์มาพัฒนาภายใต้แนวคิดเรื่อง<strong> Circular Design</strong> และการนำวัสดุเหลือใช้จากการเกษตร ต่อยอดให้สินค้าด้วย Circular Economy Model และการให้รางวัลกับผู้ประกอบการดีเด่นที่ใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นด้านอาหาร บรรจุภัณฑ์ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการ คัดเลือกผู้ประกอบการ <strong>BCG Hero</strong> เพื่อแนะนำไปยังผู้ค้าทั่วโลกให้หันมาใช้ผู้ประกอบการไทยที่เน้นเรื่องของ BCG</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-41788 size-large" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/S__84394058-1024x550.jpg" alt="" width="1024" height="550" /></p>
<p>ด้าน <strong>กระทรวงการต่างประเทศ</strong> <strong>คุณวรมน สินสุวรรณ ผู้อำนวยการกองสหภาพยุโรป กรมยุโรป​ กระทรวงการต่างประเทศ</strong> เผยว่า ทางกระทรวงฯ ได้ใช้ 3 กลไกที่มี คือ การขับเคลื่อนเชิงนโยบายและประสานงาน ความร่วมมือกับสหภาพยุโรป (EU Engagement) และการสร้างความรับรู้และการมีส่วนร่วม (Raising Awareness) เนื่องจากไทยและ EU มีกรอบความร่วมมือหลักๆ คือ PCA (กรอบความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือรอบด้าน : Partnership and Cooperation Agreement) โดยหนึ่งในกรอบความร่วมมือที่สำคัญ คือ การพัฒนาที่ยั่งยืน และ การเปลี่ยนผ่านสีเขียว</p>
<p>ผ่านการจัดกิจกรรมเสวนาต่างๆ เช่น การจัดการประชุมให้ภาครัฐและเอกชนได้พูดคุยกับทาง EU เพื่อรับฟังและนำไปปรับระเบียบข้อบังคับให้สอดคล้องกับประเทศอื่นๆ อีกทั้ง สถานทูตไทยในกรุงบรัชเซลส์ เบลเยี่ยม ยังติดตามข้อมูล อัปเดตให้ภาคเอกชนและภาครัฐให้ปรับตัวได้เร็วมากขึ้น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-41789 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/1778659465940.jpg" alt="" width="868" height="479" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม <strong>ความท้าทายที่พบ</strong> คือ 1) ความท้าทายด้านข้อมูลเพื่อไปพูดคุยกับทาง EU เนื่องจากยังไม่มีหน่วยงานเจ้าภาพ โดยปัจจุบัน ได้ขอความร่วมมือจาก Krungsri Research ในการทำวิจัยให้</p>
<p>2) ความไม่แน่นอนของกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมของ EU</p>
<p>3) กฎหมาย Packaging and Packaging Waste (PPWR) ที่จะบังคับใช้ในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ ความเร่งด่วนการบังคับใช้ ทำให้ใน EU เอง ก็มีหลายบริษัทเริ่มร้องเรียนกับทางคณะกรรมาธิการยุโรปเพราะไม่สามารถปฏิบัติตามได้ทัน และจะส่งผลกระทบค่อนข้างมาก นี่อาจเป็นจุดหนึ่งที่อาจจะมีการขยับ เพิ่มระยะเวลาให้ไทยได้เตรียมตัวมากขึ้น</p>
<p>4) ปัจจัยอื่น ได้แก่ การเจรจาทำความตกลงทางการค้า (FTA) ไทยและ EU คาดว่าปีหน้าจะแล้วเสร็จ จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะสนับสนุนการดำเนินงาน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-41790 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/1778659931137.jpg" alt="" width="875" height="496" /></p>
<p><em>“ในระยะต่อไป คือ การหา National Focal Point ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางประสานความร่วมมือให้กับกฎหมาย PPWR โดยประสานไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สิ่งสำคัญ คือ ยังเดินหน้าในการทำเรื่อง EU Engagement ต่อไป โดยมีการจัดการประชุมกับทาง EU Delegations เพื่อหารือเรื่องการจัดทำ Technical Documentation และ Declarations of Conformity (DoC) ให้กับภาคเอกชนเพราะเป็น Pain Point สำคัญ และการดึงภาคเอกชนของ EU และภาคเอกชนยุโรปที่อยู่ในไทยมาถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการไทยอีกด้วย” </em> คุณวรมน กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41791 size-large" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/S__84394056-1024x547.jpg" alt="" width="1024" height="547" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ทำความเข้าใจ &#8216;ลูกค้า&#8217; กลไกสำคัญของการปรับตัวภาคเอกชน  </strong></p>
<p>สำหรับในภาคเอกชน <strong>คุณสุพจน์ ชัยวิไล รองประธานกรรมการบริหาร เครือบริษัท ไทย แทฟฟิต้า ผู้ผลิตสิ่งทอครบวงจร</strong> ในฐานะผู้ประกอบการ ที่มีประสบการณ์ในการศึกษาข้อกฎหมาย และมีประสบการณ์จริงในการผลิตสินค้าขายในยุโรป เผยว่า PPWR ต้องดูตลอดทั้งชีวิตของบรรจุภัณฑ์​ ไม่ใช่แค่วัสดุ แต่มองตั้งแต่ดีไซน์ การเก็บรวบรวมข้อมูล รวมถึงฉลากสินค้า ปลายทางรีไซเคิลได้จริงหรือไม่</p>
<p>“สิ่งที่ต้องถามตัวเอง คือ ขายในประเทศไหนใน EU เพราะแต่ละประเทศกฎหมายหลายอย่างยังแยกกันอยู่ บางทีเราทำตามกฎของ EU แต่ไม่ตรงตามประเทศที่จะส่งออกก็ไม่ได้ ดังนั้น สุดท้ายกลับมาที่ลูกค้า อันดับแรก ต้องถามลูกค้าก่อนเสมอ ถัดมา บรรจุภัณฑ์มีกี่ชั้น ทั้งภายนอก ภายใน ไม่ใช่แค่บรรจุภัณฑ์ที่อยู่บนตัวสินค้า แต่รวมทั้งการขนส่ง (Transportation) ขณะเดียวกัน วัสดุมีอะไรบ้างในแต่ละชั้น รีไซเคิลได้จริงหรือไม่ มีเอกสารพิสูจน์หรือไม่ หลักๆ คือ การเก็บข้อมูล จุดอ่อนของผู้ผลิต คือ ไม่ได้เก็บข้อมูล แต่บริษัทที่มี ISO 9000 เรื่องนี้จะค่อนข้างง่าย เพราะถูกบังคับว่าต้องมีการเก็บข้อมูล&#8221;​</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-41792 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/1778659341916.jpg" alt="" width="868" height="485" /></p>
<p><strong>ผู้ผลิต ต้องเริ่มจากตรงไหน ? ให้คุ้มต่อการลงทุน</strong></p>
<p>ทั้งนี้ การส่งออกไปยังสหภาพยุโรป ภาคธุรกิจอาจต้องใช้การลงทุนที่เพิ่มขึ้นเพื่อให้สอดรับกับกฎหมายที่เปลี่ยนแปลงไป <strong>คุณสุพจน์ </strong>แนะว่า การแยกผลิตภัณฑ์ ถือเป็นเรื่องสำคัญโดยเฉพาะ SME การปรับเปลี่ยนต้องใช้การลงทุนที่สูง ดังนั้น ต้องรู้ว่าส่วนไหนควรเปลี่ยนก่อน หรือส่วนไหนที่ไม่ต้องทำ เพราะในบางบริษัทส่งออกไปยุโรปเพียง 10% เท่านั้น</p>
<p>ถัดมา คือ การเลือกวัสดุ ดีไซน์บรรจุภัณฑ์ รวมถึง &#8216;การพิมพ์&#8217; เป็นสิ่งที่คนมักมองข้าม ซึ่งปัจจุบันมีป้ายแท็กที่ระบุว่าพิมพ์จากหมึกที่ทำมาจากถั่วเหลือง รวมไปถึงการลดพื้นที่ของบรรจุภัณฑ์ให้เล็กลง ไม่เพียงแค่การลดการใช้วัสดุเกินจำเป็น แต่ยังลดค่าขนส่งและอยู่ในกฎหมาย ขณะที่ เรื่องรีไซเคิล ต้องมีเอกสารอ้างอิง และสุดท้ายสำคัญที่สุด คือ การพูดคุยกับลูกค้าให้ชัดเจน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-41793 size-full aligncenter" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/1778660210583.jpg" alt="" width="869" height="479" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><em>“ลูกค้าสำคัญที่สุด เพราะลูกค้าก็ต้องรอดเหมือนกัน เป็นความอยู่รอดของทั้งสองฝั่ง และอย่าลืมเรื่องของการตลาด ทำแล้วอย่าลืมนำมาทำการตลาด ต้องสื่อสารในสิ่งที่เราได้ทำ ลงทุนแล้วต้องได้ประโยชน์ให้มากที่สุด ตัวอย่างของบริษัทเองที่ทำเรื่องนี้ </em></strong><strong><em>10 ปีที่ผ่านมา เราได้ลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้นกว่า 7-8% ดังนั้น อย่ากลัว เรียนรู้ คุยกับลูกค้าให้เยอะ แล้วเราจะปรับตัวได้ สุดท้ายลูกค้าก็ต้องอยู่รอดเหมือนกัน”</em></strong> คุณสุพจน์ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/expoter-adapt-for-eu-ppwr-law/">นับถอยหลัง &#8216;ยุโรป&#8217; บังคับใช้กฎหมายบรรจุภัณฑ์​ &#8216;PPWR&#8217; ดีเดย์ 12 สิงหาคม 2026 ยุติสมัย &#8216;ใช้แล้วทิ้ง&#8217;และการปรับตัวของผู้ส่งออกไทย​เพื่อยังอยู่ในซัพพลายเชนโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
