<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สถาบันไทยพัฒน์ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b9%8c/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 03 Jun 2026 06:11:19 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>สถาบันไทยพัฒน์ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ไทยพัฒน์ เปิดโผ 17 หุ้น ESG เข้าใหม่ ปี 2569 พร้อมจัดทำรายชื่อหุ้น ESG100 ให้ผู้ลงทุนสถาบัน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/thaipat-release-esg-100-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 Jun 2026 06:11:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Finance & Invest]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Emerging]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Rating]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Turnaround]]></category>
		<category><![CDATA[ESG100]]></category>
		<category><![CDATA[Thaipat]]></category>
		<category><![CDATA[Thaipat Institute]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ]]></category>
		<category><![CDATA[ทำเนียบหลักทรัพย์ ESG]]></category>
		<category><![CDATA[นักลงทุนสถาบัน]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันไทยพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยพัฒน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42200</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันไทยพัฒน์ ประกาศรายชื่อหลักทรัพย์ที่เข้าทำเนียบ ESG100 เป็นครั้งแรก พร้อมกับจัดทำ 100 รายชื่อหลักทรัพย์ที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental Social and Governance: ESG) จากการประเมินหลักทรัพย์จดทะเบียน ในปี พ.ศ. 2569 ให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 สถาบันไทยพัฒน์ โดยหน่วยงาน ESG Rating ซึ่งเป็นผู้พัฒนาข้อมูลด้านความยั่งยืนของธุรกิจในประเทศไทย และเป็นผู้จัดทำข้อมูลกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 ได้จัดทำรายชื่อหลักทรัพย์มีการดำเนินงานโดดเด่นด้าน ESG ประจำปี 2569 ด้วยการคัดเลือกจาก 931 บริษัท/กองทุน/ทรัสต์เพื่อการลงทุน ทำการประเมินโดยใช้ข้อมูลที่เกี่ยวกับ ESG จาก 6 แหล่ง [1] จำนวนกว่า 17,242 จุดข้อมูล ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ ประธาน สถาบันไทยพัฒน์ กล่าวว่า “การพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์เข้าใหม่ในทำเนียบ ESG100 ในปีนี้ พิจารณาจากข้อมูลการดำเนินงานที่สะท้อนปัจจัยด้าน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/thaipat-release-esg-100-2026/">ไทยพัฒน์ เปิดโผ 17 หุ้น ESG เข้าใหม่ ปี 2569 พร้อมจัดทำรายชื่อหุ้น ESG100 ให้ผู้ลงทุนสถาบัน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สถาบันไทยพัฒน์ ประกาศรายชื่อหลักทรัพย์</strong><strong>ที่เข้าทำเนียบ </strong><strong>ESG100 </strong><strong>เป็นครั้งแรก พร้อมกับจัดทำ</strong><strong> 100 </strong><strong>รายชื่อ</strong><strong>หลักทรัพย์ที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (</strong><strong>Environmental Social and Governance: ESG) </strong><strong>จากการประเมินหลักทรัพย์จดทะเบียน ในปี พ.ศ.</strong><strong> 2569 </strong><strong>ให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน ต่อเนื่องเป็นปีที่ </strong><strong>12</strong></p>
<p><span id="more-42200"></span></p>
<p>สถาบันไทยพัฒน์ โดยหน่วยงาน ESG Rating ซึ่งเป็นผู้พัฒนาข้อมูลด้านความยั่งยืนของธุรกิจในประเทศไทย และเป็นผู้จัดทำข้อมูลกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 ได้จัดทำรายชื่อหลักทรัพย์มีการดำเนินงานโดดเด่นด้าน ESG ประจำปี 2569 ด้วยการคัดเลือกจาก 931 บริษัท/กองทุน/ทรัสต์เพื่อการลงทุน ทำการประเมินโดยใช้ข้อมูลที่เกี่ยวกับ ESG จาก 6 แหล่ง <a href="#_ftn1" name="_ftnref1">[1]</a> จำนวนกว่า 17,242 จุดข้อมูล</p>
<p><strong>ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ</strong> ประธาน สถาบันไทยพัฒน์ กล่าวว่า <em>“</em><em>การพิจารณาคัดเลือก</em><em>หลักทรัพย์เข้าใหม่ในทำเนียบ </em><em>ESG100 </em><em>ในปีนี้ พิจารณาจากข้อมูลการดำเนินงานที่สะท้อนปัจจัยด้าน </em><em>ESG </em><em>ตามที่บริษัทเปิดเผยต่อสาธารณะ และผ่านเกณฑ์คัดกรองเบื้องต้นที่ใช้ในการประเมินหลักทรัพย์ </em><em>ESG100 </em><em>ของสถาบันไทยพัฒน์ โดยอ้างอิงตัวชี้วัดด้านความยั่งยืนซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล อาทิ </em><em>WFE, GRI, IFRS, UN PRI</em><em>”</em></p>
<p>สำหรับหลักทรัพย์ซึ่งได้เข้าอยู่ในทำเนียบ ESG100 เป็นครั้งแรกในปีนี้ มีจำนวน 17 หลักทรัพย์ ประกอบด้วย  ASW BTG CCET CTW DITTO DMT IMPACT KCC METCO MRDIYT NTF PSGC SCGD TIPH TMAN TMW TRT</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42201 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ESG-Emerging.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ในปี 2569 นี้ สถาบันไทยพัฒน์ยังได้คัดเลือกและจัดทำรายชื่อหลักทรัพย์ที่มีผลประกอบการพลิกฟื้นกลุ่ม ESG Turnaround เพื่อเป็นทางเลือกเพิ่มเติมสำหรับการลงทุนที่คำนึงถึงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ด้วยโอกาสการสร้างผลตอบแทนจากหลักทรัพย์ที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวและมีปัจจัย ESG สนับสนุน</p>
<p>สำหรับหลักทรัพย์กลุ่ม ESG Turnaround ประกอบด้วย DUSIT HANA PAP PTTGC SNC TKS TMT TWPC  รวมจำนวน 8 หลักทรัพย์</p>
<p>การพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์ที่มีผลประกอบการพลิกฟื้นกลุ่ม ESG Turnaround ในปีนี้ เป็นปีที่สี่ของการจัดทำรายชื่อบริษัทที่มี ESG ซึ่งได้ตามเกณฑ์ในรอบปีการประเมิน แต่ยังมีผลประกอบการติดลบหรือต่ำกว่าตลาด (Underperform) โดยมีสัญญาณการพลิกฟื้นและโอกาสในการไต่ระดับขึ้น (Upside) ของราคาหลักทรัพย์ จากการฟื้นตัวของตลาด และศักยภาพในธุรกิจแกนหลัก (Core Business) ของกิจการที่มี ESG เป็นปัจจัยสนับสนุน</p>
<p>ทั้งนี้ หลักทรัพย์กลุ่ม ESG100 ที่ได้รับคัดเลือกในปี 2569 จะใช้เป็นข้อมูลนำเข้าในการปรับหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของ Thaipat ESG Index ประจำปี สำหรับใช้เป็นดัชนีเปรียบเทียบผลตอบแทนจากการลงทุน (Benchmark Index) และใช้เป็นดัชนีอ้างอิงสำหรับการลงทุนแก่บริษัทจัดการลงทุนที่มีการให้บริการผลิตภัณฑ์การลงทุนในธีม ESG โดยผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ S&amp;P Dow Jones&#8217; Custom Indices</p>
<p>สำหรับรายชื่อหลักทรัพย์กลุ่ม ESG100 ที่ได้รับคัดเลือกตั้งแต่ปี พ.ศ.2558-2568 สถาบันไทยพัฒน์ได้ทำการเปิดเผยผ่านเว็บไซต์ https://thaipat.esgrating.com</p>
<p><em>หมายเหตุ: การนำเสนอข้อมูลกลุ่มหลักทรัพย์จดทะเบียน </em><em>ESG100 </em><em>รวมถึงข้อมูลอื่นๆ ที่สถาบันไทยพัฒน์เป็นผู้ประเมิน เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้เป็นข้อมูลเท่านั้น ไม่ถือว่าเป็นคำแนะนำในการลงทุน หรือการเสนอซื้อเสนอขายใดๆ ทั้งสิ้น</em></p>
<p><a href="#_ftnref1" name="_ftn1"><em><strong>[1]</strong></em></a> <em>ประกอบด้วย ข้อมูลในหัวข้อความรับผิดชอบต่อสังคมในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี</em><em>/</em><em>รายงานประจำปี</em><em> (แบบ 56-1 </em><em>One Report</em><em>) <strong>สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์</strong> ข้อมูลการประเมินการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียน (</em><em>ESG Rating) </em><strong><em>บริษัท อีเอสจี เรตติ้ง จำกัด</em></strong><em> ข้อมูลรางวัลการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน <strong>ประชาคมการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน (</strong></em><strong><em>SDC)</em></strong> <em>ข้อมูลผลสำรวจการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียน (</em><em>CG Scoring) </em><strong><em>สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (</em></strong><strong><em>IOD)</em></strong> <em>ข้อมูลโครงการประเมินระดับการพัฒนาความยั่งยืนของกิจการ (</em><em>CSR Progress Indicator) </em><strong><em>สถาบันไทยพัฒน์</em></strong><em> และข้อมูลการประเมินระดับการต้านทุจริตของกิจการ </em><em>(</em><em>Anti-corruption Indicator) </em><strong><em>เครือข่ายหุ้นส่วนต้านทุจริตเพื่อประเทศไทย </em></strong><strong><em>(</em></strong><strong><em>PACT)</em></strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/thaipat-release-esg-100-2026/">ไทยพัฒน์ เปิดโผ 17 หุ้น ESG เข้าใหม่ ปี 2569 พร้อมจัดทำรายชื่อหุ้น ESG100 ให้ผู้ลงทุนสถาบัน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมื่อโลก &#8216;ผันผวน&#8217; ธุรกิจต้อง &#8216;พร้อมผัน&#8217; ไทยพัฒน์ แนะขับเคลื่อน &#8216;Corporate Resilience Framework&#8217; ​ปรับกลยุทธ์ยั่งยืนระยะยาว สู่สร้างประโยชน์ระยะสั้น รับมือ 6 ธงแดง สัญญาณเตือนจาก ESG Trends 2026</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/03/thaipat-corportae-resilience-framework/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Mar 2026 10:44:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Adaptation]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Corporate Resilience Framework]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Backlash]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Trends 2026]]></category>
		<category><![CDATA[Governance)]]></category>
		<category><![CDATA[Mitigation]]></category>
		<category><![CDATA[Resilience]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Red Flags]]></category>
		<category><![CDATA[Thaipat]]></category>
		<category><![CDATA[ความพร้อมผัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ฌานสิทธิ์ ยอดพฤติการณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ]]></category>
		<category><![CDATA[ธงแดง]]></category>
		<category><![CDATA[วรณัฐ เพียรธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันไทยพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันไทยพัฒน์ มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40340</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อโลกปัจจุบัน เต็มไปด้วยความผันผวนและไม่แน่นอน ​​รวมทั้งกำลังเผชิญกับหลายปัจจัยความเสี่ยงรอบด้าน ทั้งวิกฤตความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ วิกฤตสภาพอากาศ ​ รวมทั้งภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัว และการแข่งขันในระดับสูง ​ซึ่งล้วนแต่เป็นปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ ความเสี่ยงเหล่านี้กลายเป็นความท้าทายสำคัญในการขับเคลื่อนเรื่องของ &#8216;ความยั่งยืน&#8217; (Sustainability) จากการที่ประเทศมหาอำนาจ​ถอนตัวจากข้อตกลง​ปารีส หรือแม้แต่การที่ยุโรปเลื่อนกรอบเวลาในการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืน ทำให้เริ่มมองเห็นการชะลอการขับเคลื่อนนโยบายด้านความยั่งยืนลงจากช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา​ ซึ่งถือเป็นช่วงสูงสุดของการตื่นตัวในการขับเคลื่อนนโยบาย ESG เปิด ESG Trends 2026 กับ 6 สัญญาณธงแดง ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ ประธานสถาบันไทยพัฒน์ มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ​ทิศทางการขับเคลื่อน ESG ของโลก ได้ผ่านจุดสูงสุดมาแล้ว และกำลังเข้าสู่ภาวะ ESG Backlash หรือ การตีกลับด้านความยั่งยืน เป็นการย่อตัวลง​จากที่เคยอยู่ในจุดสูงสุด มาสู่การปรับฐานใหม่ ​จากความผันผวนที่เกิดขึ้นทั่วโลก  ทำให้หลายธุรกิจอยู่ระหว่างการทบทวนว่าจะยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง หรือ​จะลดความเข้มข้นในการขับเคลื่อนลง เพื่อหันมารักษาเสถียรภาพ และความสามารถในการแข่งขันเฉพาะหน้าให้แก่​ธุรกิจ ขณะที่อีกด้านหนึ่งปัญหาวิกฤตสภาพอากาศ ก็ถูกยกระดับเป็นให้ปัจจัยเสี่ยงที่สามารถส่งผล​กระทบในปัจจุบันแบบจับต้องได้ และจำเป็นต้องหาแนวทางในการรับมือด้วยเช่นกัน &#8220;จากการติดตามทิศทางการขับเคลื่อน ESG ในระดับโลก พบว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/thaipat-corportae-resilience-framework/">เมื่อโลก &#8216;ผันผวน&#8217; ธุรกิจต้อง &#8216;พร้อมผัน&#8217; ไทยพัฒน์ แนะขับเคลื่อน &#8216;Corporate Resilience Framework&#8217; ​ปรับกลยุทธ์ยั่งยืนระยะยาว สู่สร้างประโยชน์ระยะสั้น รับมือ 6 ธงแดง สัญญาณเตือนจาก ESG Trends 2026</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อโลกปัจจุบัน เต็มไปด้วยความผันผวนและไม่แน่นอน ​​รวมทั้งกำลังเผชิญกับหลายปัจจัยความเสี่ยงรอบด้าน ทั้งวิกฤตความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ วิกฤตสภาพอากาศ ​ รวมทั้งภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัว และการแข่งขันในระดับสูง ​ซึ่งล้วนแต่เป็นปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้</p>
<p><span id="more-40340"></span></p>
<p>ความเสี่ยงเหล่านี้กลายเป็นความท้าทายสำคัญในการขับเคลื่อนเรื่องของ <strong>&#8216;ความยั่งยืน&#8217; </strong>(Sustainability) จากการที่ประเทศมหาอำนาจ​ถอนตัวจากข้อตกลง​ปารีส หรือแม้แต่การที่ยุโรปเลื่อนกรอบเวลาในการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืน ทำให้เริ่มมองเห็นการชะลอการขับเคลื่อนนโยบายด้านความยั่งยืนลงจากช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา​ ซึ่งถือเป็นช่วงสูงสุดของการตื่นตัวในการขับเคลื่อนนโยบาย ESG</p>
<p><strong>เปิด ESG Trends 2026 กับ 6 สัญญาณธงแดง</strong></p>
<p><strong>ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ</strong> ประธานสถาบันไทยพัฒน์ มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ​ทิศทางการขับเคลื่อน ESG ของโลก ได้ผ่านจุดสูงสุดมาแล้ว และกำลังเข้าสู่ภาวะ <strong>ESG Backlash </strong>หรือ การตีกลับด้านความยั่งยืน เป็นการย่อตัวลง​จากที่เคยอยู่ในจุดสูงสุด มาสู่การปรับฐานใหม่ ​จากความผันผวนที่เกิดขึ้นทั่วโลก  ทำให้หลายธุรกิจอยู่ระหว่างการทบทวนว่าจะยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง หรือ​จะลดความเข้มข้นในการขับเคลื่อนลง เพื่อหันมารักษาเสถียรภาพ และความสามารถในการแข่งขันเฉพาะหน้าให้แก่​ธุรกิจ ขณะที่อีกด้านหนึ่งปัญหาวิกฤตสภาพอากาศ ก็ถูกยกระดับเป็นให้ปัจจัยเสี่ยงที่สามารถส่งผล​กระทบในปัจจุบันแบบจับต้องได้ และจำเป็นต้องหาแนวทางในการรับมือด้วยเช่นกัน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-40344 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Re-Dr-pipat-.jpg" alt="" width="467" height="700" /></p>
<p><em>&#8220;จากการติดตามทิศทางการขับเคลื่อน ESG ในระดับโลก พบว่า ในปี 2025 ที่ผ่านมา มีภาคธุรกิจกว่า 70% จากจำนวนที่ทำการสำรวจ ได้รายงานว่า มีการทบทวนเป้าหมาย หรือลดทอนความเข้มข้นด้านการขับเคลื่อน ESG  ลง ซึ่งมากกว่าปี 2024 ที่มีจำนวน 13% ขณะที่การขับเคลื่อนของภาคธุรกิจแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มสำคัญ คือ กลุ่มที่ตัดสินใจหยุดหรือชะลอการขับเคลื่อนลง กับอีกกลุ่มหนึ่ง ที่ยังให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนต่อเนื่อง และพยายามมองหาวิธีเพื่อให้ การขับเคลื่อน ESG สามารถสร้างประโยชน์ให้ธุรกิจได้แบบเฉพาะหน้าหรือระยะสั้น มากกว่าการรอให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาวแบบ Long Term เช่น เพิ่มความสามารถในการสร้างรายได้ หรือช่วยลดตันทุน เพิ่มศักยภาพหรือประสิทธิภาพในการแข่งขัน โดยสามารถสร้างประโยชน์ที่จับต้องได้แบบเฉพาะหน้า หรือในระยะสั้นช่วง 3-5 ปีนี้ได้&#8221;​</em></p>
<p>พร้อมกันนี้<strong> ดร. พิพัฒน์</strong> ยังได้เปิดเผย<strong> ESG Trends 2026</strong> ซึ่งสะท้อนสัญญาณการขับเคลื่อนด้าน ESG ที่น่าสนใจ เพื่อให้ธุรกิจเตรียมรับมือ และปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย</p>
<p><strong>1. ESG Backlash: </strong><strong>การตีกลับด้านความยั่งยืน</strong></p>
<p>ในปี 2569 กิจการในไทย จะมีการทบทวนจุดยืนในเรื่อง ESG ใหม่ สถาบันการเงินจะถอนการผูกมัดตนเองกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ด้วยเงื่อนไขแวดล้อมที่ไม่สามารถดำเนินการได้ บริษัทส่วนหนึ่งจะยกเลิกการกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยศาสตร์ทางภูมิอากาศกับหน่วยงาน SBTi (Science Based Targets initiative) ด้วยข้อจำกัดทางข้อมูลที่มีความยุ่งยาก รวมทั้งจะมีการปรับทิศทางการดำเนินงานเรื่อง ESG ที่เน้นให้เกิดประโยชน์ในระยะสั้น แทนการหวังผลในระยะยาว</p>
<p><strong>2. Climate-driven Recession: </strong><strong>ภาวะ (เศรษฐกิจ)ถดถอยจากสภาพภูมิอากาศ</strong></p>
<p>ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้เลื่อนสถานะจากภัยคุกคามในอนาคต มาเป็นภัยคุกคามในปัจจุบัน เกษตรกรได้รับผลกระทบจากผลผลิตที่เสียหาย ครัวเรือนได้รับผลกระทบจากราคาอาหารที่แพงขึ้น ธุรกิจได้รับผลกระทบจากการจัดส่งสินค้าที่ไม่เป็นไปตามกำหนด ทำให้กิจการจะมีการดำเนินกลยุทธ์ธุรกิจโดยผนวกปัจจัยด้านภูมิอากาศ ความสามารถในการรับมือกับวิกฤตน้ำ และการพึ่งพิงธรรมชาติ เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างต้นทุน ระดับความเสี่ยง กระแสการลงทุน ห่วงโซ่อุปทาน สำหรับการพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันในอนาคต</p>
<p><strong>3. Nature Call: การทวงถามจากธรรมชาติ</strong></p>
<p>กิจการที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับธรรมชาติ จะแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวกับธรรมชาติ การพึ่งพาบริการจากระบบนิเวศ และผลกระทบต่อธรรมชาติ ซึ่งสามารถส่งผลต่อมูลค่าองค์กร ผ่านการเปลี่ยนแปลงของรายได้ โครงสร้างต้นทุน การเข้าถึงแหล่งทุน และมูลค่าตราสินค้า รวมถึงสามารถอธิบายถึง การปรับตัวของธุรกิจต่อความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ ต่อการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบ หรือต่อความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนชี้ให้เห็นถึงโอกาสที่เกี่ยวกับธรรมชาติในการช่วยเสริมสร้างมูลค่าในระยะยาวของกิจการ</p>
<p><strong>4. Value Chain Challenges: </strong><strong>ความท้าทายในห่วงโซ่คุณค่า</strong></p>
<p>กิจการที่มีการกำหนดเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) จะคิดวิธีดำเนินการกับคาร์บอนในฐานะปัจจัยด้านผลิตภาพ (Factor of Productivity) ที่ช่วยเชื่อมโยงการลดก๊าซเรือนกระจกเข้ากับการสร้างมูลค่า ภาวะพร้อมผัน และขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ รวมถึงการริเริ่มปรับแนวนโยบายองค์กรให้สอดรับกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศ ตลอดจนการยกระดับวิธีดำเนินงานด้วยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการผลักดันการเติบโตที่ชุมชนมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง</p>
<p><strong>5. Governance under Constraint: </strong><strong>ธรรมาภิบาลภายใต้ขีดจำกัด</strong></p>
<p>ความท้าทายหลักต่อการดำเนินงาน ESG มิใช่เรื่องที่ซีอีโอและผู้บริหารระดับสูงจะเลือกได้ แต่เป็นเรื่องของการทำอย่างคัดสรรและมีวินัย ในปี 2569 กิจการจะเพิ่มความกระชับในการตรวจสอบดูแล การจัดลำดับความสำคัญกับความเสี่ยงและโอกาสที่เป็นสาระสำคัญต่อธุรกิจ และทำให้แน่ใจว่าความพยายามในการกำกับดูแลและการขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืน จะช่วยเสริมความเชื่อมั่น ความพร้อมผัน (Resilience) ในระยะใกล้ และการสร้างมูลค่าในระยะยาว ท่ามกลางสภาพแวดล้อมการดำเนินงานที่แยกส่วนและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน</p>
<p><strong>6. Disclosure Gap: </strong><strong>ช่องว่างการเปิดเผยข้อมูล</strong></p>
<p>จากข้อจำกัดที่มาตรฐานการรายงานความยั่งยืนไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ส่งผลให้การเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนที่เกี่ยวข้องกับกิจการ มีลักษณะกระจัดกระจายและแตกต่างกัน ทำให้ธุรกิจที่ต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งกับผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียต่อการใช้ข้อมูล ESG ของกิจการ จะมีแนวทางการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนโดยใช้การวิเคราะห์ประเด็นสาระสำคัญตามบริบทของกิจการ มีการจัดทำดัชนีข้อมูลที่อิงตามมาตรฐานการรายงานที่เกี่ยวข้อง และมีการวางแนวเนื้อหาให้สอดคล้องกับเกณฑ์ประเมินของหน่วยงานผู้ประเมินซึ่งเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-40346 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Corporate-Resilience1.png" alt="" width="1200" height="639" /></p>
<p><strong>เมื่อโลก &#8216;ผันผวน&#8217; ธุรกิจต้อง &#8216;พร้อมผัน&#8217;</strong></p>
<p><em>&#8220;โจทย์สำคัญที่ธุรกิจต้องถามตัวเองในวันนี้คือ จะทำอย่างไร เพื่อให้การขับเคลื่อน <strong>&#8216;ความยั่งยืน&#8217;</strong> จากที่เคยหวังผลในระยะไกล (Long Term) มาสู่การสร้างประโยชน์ในระยะใกล้ (Near Term) และยังคงสามารถขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนได้ในอีกรูปแบบหนึ่ง​ที่เรียกว่า <strong>Resilience </strong>หรือ <strong>&#8216;ความพร้อมผัน&#8217;</strong> เพื่อให้ธุรกิจยังคง​เดินหน้าเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความยั่งยืนได้ ควบคู่ไปกับการรักษาความสามารถในการแข่งขัน และการรักษาความเข้มแข็งภายในองค์กรในระยะสั้นไปพร้อมกัน ภายใต้การขับเคลื่อนตามกรอบ <strong>Corporate Resilience Framework</strong>&#8221;  </em></p>
<p>มุมมองของ <strong>ดร.พิพัฒน์</strong> ต่อการขับเคลื่อน &#8216;<strong>ความยั่งยืน&#8217;</strong> ของภาคธุรกิจจากนี้ ที่ต้องมีความเข้าใจ​ &#8216;<strong>Corpoarate Resilience Framework&#8217; </strong>เพื่อเป็นกรอบสำหรับองค์กรในการขับเคลื่อนเพื่อสร้าง &#8216;<strong>ความพร้อมผัน&#8217;</strong> และสามารถนำไปสู่การสร้างความยั่งยืนให้แก่องค์กรได้ในที่สุด โดยสามารถนำไปวิเคราะห์ได้ทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ทั้งนี้ การทำกรอบความพร้อมผันของธุรกิจหรือองค์กร (Corporate Resilience Framework) จำเป็นต้องเข้าใจปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลกระทบกับธุรกิจ ทั้งความจำเป็นของธุรกิจใน​การพึ่งพาสิ่งใดสิ่งหนึ่ง (Dependencies)  ความเสี่ยงและโอกาสของธุรกิจ (Risk&amp; Opportunity) รวมท้ังผลกระทบที่ธุรกิจสามารถสร้างให้เกิดได้ (Impact) ​</p>
<p>พร้อมทั้งเข้าใจรูปแบบการขับเคลื่อนว่าต้องการนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด เช่น ทำเพื่อบรรเทาผลกระทบ  (Mitigation) ซึ่งเป็นการรับมือเมื่อมีผลกระทบจากเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นแล้วหรือกำลังจะเกิดขึ้น และต้องการบรรเทาหรือป้องกันให้มีความเสียหายเกิดขึ้นได้น้อยที่สุด โดยมีปัจจัย​ที่องค์กรต้องนำมาพิจารณาคือ ความเสี่ยงหรือโอกาส และอิมแพ็กหรือผลกระทบที่เกิดขึ้นจากองค์กร</p>
<p>ส่วนอีก 2 รูปแบบ คือ การปรับตัว (Adaptation) ซึ่งเป็นการรับมือในระยะสั้น เพื่อเตรียมพร้อมในการอยู่รอด ภายใต้ปัจจัยที่เกี่ยวข้องจากความเสี่ยง (โอกาส) หรือการตกอยู่ในภาวะพึ่งพาสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น สภาพอากาศ หรือทรัพยากรธรมชาติ จึงจำเป็นต้องวางแผนเพื่อการปรับตัวจากความไม่แน่นอนที่จะมากระทบต่อความเสี่ยงหรือภาวะพึ่งพาดังกล่าว</p>
<p>ขณะที่​การเปลี่ยนผ่าน (Transition) เป็นการมองในระยะยาว เพื่อสามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม หรือคุณค่าระยะยาวให้แก่ธุรกิจ โดยมีปัจจัยสำคัญในเรื่องภาวะพึ่งพา และผลกระทบต่างๆ ที่ธุรกิจจะสามารถส่งต่อ​ได้ ​</p>
<p><em>&#8220;<strong>กรอบการขับเคลื่อน Resilience สามารถปรับใช้ได้ในทุกมิติของการขับเคลื่อนความยั่งยืน ทั้งเรื่องของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม</strong> จากการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานที่เกี่ยวข้องอย่างรอบดด้านทั้ง <strong>Risk ,Opportunity, Dependecies และ Impact</strong> และนำไปปรับใช้ให้เข้ากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งการบรรเทา การปรับตัว หรือการเปลี่ยนผ่าน เพื่อให้ธุรกิจสามารถรับมือต่อปัจจัยเสี่ยงที่มีอยู่รอบด้านได้ ซึ่งก่อนหน้าหลายคนอาจเข้าใจว่า Resilience คือการลืมแล้วลุกให้ไว แต่ในความเป็นจริง หากธุรกิจเข้าใจการขับเคลื่อนในเรื่อง Resilience  ก็จะสามารถใช้ประโยชน์จากการวิเคราะห์สถานการณ์ เพื่อวางแผนในการสร้างศักยภาพ และเติบโตได้โดยไม่จำเป็นต้องล้ม ซึ่งการมีความพร้อมผัน จะทำให้ธุรกิจหรือองค์กรมีทั้งความสามารถในการไปต่อ และสามารถเติบโตได้  Resilience  จึงถือเป็นการขับเคลื่อนความยั่งยืนขององค์กรในระยะสั้น ขณะที่ Sustainability จะเป็นมิติระยะยาวที่อาจต้องรอการเปลี่ยนผ่านแบบ Generation ต่อ Generation ซึ่งในวาระที่ธุรกิจมีความอ่อนไหวต่อความผันผวนและปัจจัยลบรอบด้านเช่นนี้ Resilience จึงเป็นหนึ่งทางออกที่หลายองค์กรควรเรียนรู้และทำความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น&#8221;​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40345 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/WIT14258.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>Corporate Resilience in a Turbulent World </strong></p>
<p>เพื่อความเข้าใจการขับเคลื่อน &#8216;ความพร้อมผัน&#8217; ภายในองค์กร สถาบันไทยพัฒน์ ยังได้จัดเสวนา <strong>&#8216;Corporate Resilience in a Turbulent World&#8217; </strong>เพื่อเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับกรอบ​ความพร้อมผันของกิจการ (Corporate Resilience Framework) ที่เพิ่มมากขึ้น</p>
<p><strong>คุณวรณัฐ เพียรธรรม</strong> ผู้อำนวยการสถาบันไทยพัฒน์ กล่าวว่า <em>ในสภาวการณ์เช่นนี้ องค์กรควรยกระดับการดำเนินงาน </em><em>ESG </em><em>จาก <strong>การปฏิบัติตามเชิงรับ</strong> สู่ <strong>การสร้างคุณค่าเชิงรุก</strong> ประการแรก เป็นการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน โดยใช้ช่วงเวลานี้วางรากฐานที่แข็งแกร่งกว่าที่กฎหมายกำหนด ประการที่สอง เป็นการเปลี่ยนจาก </em><strong><em>Compliance</em></strong> <em>สู่ </em><strong><em>Value Creation</em></strong> <em>โดยบูรณาการความยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การสร้างมูลค่าทางธุรกิจที่จับต้องได้ และประการที่สาม เป็นการลงทุนในระบบที่แท้จริงด้วยการสร้างระบบการจัดการข้อมูลและการรายงานที่มีคุณภาพ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนองค์กร</em><em>”</em></p>
<p><strong>คุณฌานสิทธิ์ ยอดพฤติการณ์</strong> กรรมการสถาบันไทยพัฒน์ กล่าวเสริมว่า <em>เครื่องมือที่กิจการสามารถนำมาใช้ในกรอบความพร้อมผันของกิจการ ได้แก่ เครื่องมือการประเมินผลตอบแทนจากความพร้อมผัน (</em><em>Return on Resilience &#8211; RoR) </em><em>ที่ใช้ได้ทั้งในระยะของ</em>การบรรเทาผลกระทบ การปรับตัว และการเปลี่ยนผ่าน<em> โดยเชื่อมโยงกับรายจ่ายด้านทุน </em><em>(CAPEX) </em><em>และรายจ่ายดำเนินงาน </em><em>(OPEX) </em><em>และเครื่องมือการคำนวณปันผลสามประโยชน์จากความพร้อมผัน </em><em>(Triple Dividend of Resilience &#8211; TDR) </em><em>ในระยะของการปรับตัว ซึ่งเกี่ยวข้องกับประโยชน์ที่ได้รับจากการพิจารณาปัจจัยการพึ่งพาและปัจจัยเสี่ยงที่ธุรกิจต้องเผชิญอย่างรอบด้าน</em><em>”</em></p>
<p><strong>Corporate Resilience Framework</strong> ที่สถาบันไทยพัฒน์นำมาเปิดเผยในงานนี้เป็นครั้งแรก จะช่วยให้กิจการสามารถใช้เป็นกลไกในการสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขัน ที่มิใช่เพียงการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืนในระยะยาว แต่เป็นกลยุทธ์ในการเพิ่มผลกำไรและลดความเสี่ยงในโลกปัจจุบันที่มีความไม่แน่นอนสูง</p>
<p>องค์กรธุรกิจหรือหน่วยงานที่สนใจ สามารถศึกษาแนวการดำเนินธุรกิจเพื่อรับมือกับสัญญานเตือนด้านความยั่งยืนจากปัจจัย ESG ทั้ง 6 ทิศทาง ในหนังสือ <strong>2026 ESG Trends : Sustainability Red Flags</strong>  ซึ่งสามารถดาวน์โหลด (ไม่มีค่าใช้จ่าย) ได้ทางเว็บไซต์ https://thaipat.org</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/thaipat-corportae-resilience-framework/">เมื่อโลก &#8216;ผันผวน&#8217; ธุรกิจต้อง &#8216;พร้อมผัน&#8217; ไทยพัฒน์ แนะขับเคลื่อน &#8216;Corporate Resilience Framework&#8217; ​ปรับกลยุทธ์ยั่งยืนระยะยาว สู่สร้างประโยชน์ระยะสั้น รับมือ 6 ธงแดง สัญญาณเตือนจาก ESG Trends 2026</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CKPower รับประกาศเกียรติคุณ Sustainability Disclosure Recognition ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ตอกย้ำความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/ckp-sustainability-disclosure-recognition-2568/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Dec 2025 14:26:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CKP]]></category>
		<category><![CDATA[CKPower]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Disclosure Award 2568]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[การเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันไทยพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38582</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้นำในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง ได้รับประกาศเกียรติคุณด้านการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน (Sustainability Disclosure Recognition) ประจำปี 2568 จากสถาบันไทยพัฒน์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ในฐานะองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยมุ่งส่งเสริมให้ภาคธุรกิจเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนอย่างรับผิดชอบ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ เพื่อเสริมสร้างธรรมาภิบาลและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน โดยมีนางสาวตวงพร บุณยะสาระนันท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานการสื่อสารและการบริหารความยั่งยืนองค์กร (ขวามือ) เป็นผู้รับประกาศเกียรติคุณจาก นายวรณัฐ เพียรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันฯ ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อเร็วๆ นี้ โดยในปีนี้ สถาบันไทยพัฒน์ได้จัดพิธีมอบ Sustainability Disclosure Award 2568 ให้แก่องค์กรสมาชิกประชาคมการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน (SDC) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/ckp-sustainability-disclosure-recognition-2568/">CKPower รับประกาศเกียรติคุณ Sustainability Disclosure Recognition ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ตอกย้ำความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อเร็วๆ นี้ <strong>บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower</strong> (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้นำในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง</p>
<p><span id="more-38582"></span></p>
<p>ได้รับประกาศเกียรติคุณด้านการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน (Sustainability Disclosure Recognition) ประจำปี 2568 จากสถาบันไทยพัฒน์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ในฐานะองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยมุ่งส่งเสริมให้ภาคธุรกิจเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนอย่างรับผิดชอบ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ เพื่อเสริมสร้างธรรมาภิบาลและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน โดยมี<strong>นางสาวตวงพร บุณยะสาระนันท์</strong> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานการสื่อสารและการบริหารความยั่งยืนองค์กร (ขวามือ) เป็นผู้รับประกาศเกียรติคุณจาก นายวรณัฐ เพียรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันฯ ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อเร็วๆ นี้</p>
<p>โดยในปีนี้ สถาบันไทยพัฒน์ได้จัดพิธีมอบ Sustainability Disclosure Award 2568 ให้แก่องค์กรสมาชิกประชาคมการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน (SDC) โดยมีองค์กรได้รับรางวัล Sustainability Disclosure Recognition จำนวน 67 แห่ง ซึ่งประเด็นที่องค์กรเปิดเผยข้อมูลมากที่สุด ได้แก่ การต้านทุจริต ความหลากหลายและโอกาสแห่งความเท่าเทียม และผลเชิงเศรษฐกิจ สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่ภาคธุรกิจให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการและการพัฒนาอย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/ckp-sustainability-disclosure-recognition-2568/">CKPower รับประกาศเกียรติคุณ Sustainability Disclosure Recognition ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ตอกย้ำความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ธนาคารกรุงเทพ ติดทำเนียบ ESG100 ปี 2567 มุ่งนำเสนอ Green Financing หนุนโซลูชั่นช่วยธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/11/bbl-listed-esg100-company/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Nov 2024 09:37:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[BBL]]></category>
		<category><![CDATA[Bualuang Green Financing]]></category>
		<category><![CDATA[Bualuang Green Loan]]></category>
		<category><![CDATA[Creating Value for a Sustainable Future]]></category>
		<category><![CDATA[Environmental]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[ESG 100]]></category>
		<category><![CDATA[Governance)]]></category>
		<category><![CDATA[Green Financial]]></category>
		<category><![CDATA[Regional Bank]]></category>
		<category><![CDATA[Social]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Transformation Loan]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มหลักทรัพย์ ESG100]]></category>
		<category><![CDATA[กอบศักดิ์ ภูตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันไทยพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[สรรค์สร้างคุณค่าเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อบัวหลวงกรีน]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=30410</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BBL) ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในบริษัทกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) จากการประเมินหลักทรัพย์จดทะเบียน ในปี พ.ศ.2567 โดยสถาบันไทยพัฒน์  ตอกย้ำถึงการเป็น ‘เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน’ มุ่งดำเนินธุรกิจด้วยความเข้มแข็ง พร้อมสนับสนุนลูกค้า ชุมชนและสังคมเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน คุณกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ และเลขานุการบริษัท ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สถาบันไทยพัฒน์ประกาศให้ ธนาคารกรุงเทพ ติดอันดับ ESG100 ประจำปี 2567 ด้วยการคัดเลือกจาก 920 หลักทรัพย์จดทะเบียน ให้เป็นบริษัทที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ซึ่งต้องผ่านการพิจารณาอย่างเข้มข้นทั้งหลักเกณฑ์ในการดำเนินงานด้าน ESG ควบคู่ไปกับผลประกอบการของธนาคาร “การได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งในกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ประจำปี 2567 นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจของธนาคารกรุงเทพซึ่งมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งมิติสิ่งแวดล้อม สังคม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/bbl-listed-esg100-company/">ธนาคารกรุงเทพ ติดทำเนียบ ESG100 ปี 2567 มุ่งนำเสนอ Green Financing หนุนโซลูชั่นช่วยธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) </strong><strong>(BBL)</strong> <strong>ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในบริษัทกลุ่มหลักทรัพย์ </strong><strong>ESG100 </strong><strong>ที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (</strong><strong>Environmental, Social and Governance: ESG) </strong><strong>จากการประเมินหลักทรัพย์จดทะเบียน ในปี พ.ศ.</strong><strong>2567</strong><strong> โดยสถาบันไทยพัฒน์  ตอกย้ำถึงการเป็น </strong><strong>‘</strong><strong>เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน</strong><strong>’ </strong><strong>มุ่งดำเนินธุรกิจด้วยความเข้มแข็ง พร้อมสนับสนุนลูกค้า ชุมชนและสังคมเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p><span id="more-30410"></span></p>
<p><strong>คุณกอบศักดิ์ ภูตระกูล </strong><strong>กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ และเลขานุการบริษัท ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยว่า สถาบันไทยพัฒน์ประกาศให้ ธนาคารกรุงเทพ ติดอันดับ ESG100 ประจำปี 2567 ด้วยการคัดเลือกจาก 920 หลักทรัพย์จดทะเบียน ให้เป็นบริษัทที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ซึ่งต้องผ่านการพิจารณาอย่างเข้มข้นทั้งหลักเกณฑ์ในการดำเนินงานด้าน ESG ควบคู่ไปกับผลประกอบการของธนาคาร</p>
<p><em>“การได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งในกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ประจำปี 2567 นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจของธนาคารกรุงเทพซึ่งมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล โดยส่งผ่านจากนโยบายมาสู่การดำเนินงานทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้ธนาคารได้เปิดตัว “<strong>สินเชื่อบัวหลวงกรีนเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม”</strong> ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ต้องการผลักดันให้ธุรกิจปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว ธนาคารกรุงเทพมั่นใจว่าจะสามารถเป็น <strong>‘เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน’</strong> ที่สนับสนุนลูกค้าให้เปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจสีเขียวที่สามารถปรับตัวได้ดีและพร้อมแข่งขันท่ามกลางความท้าทายในอนาคต”</em> <strong>คุณกอบศักดิ์ </strong>กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30412 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/BBL_03.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับธนาคารกรุงเทพ ในฐานะ <strong>‘</strong><strong>ธนาคารชั้นนำระดับภูมิภาค</strong><strong>’ </strong>ที่ดำเนินธุรกิจโดยให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ภายใต้แนวคิด ‘<strong>Creating Value for a Sustainable Future &#8211; สรรค์สร้างคุณค่าเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน</strong>’ โดยสนับสนุนให้เกิดความยั่งยืนในกระบวนการธุรกิจทั้ง 5 มิติ ประกอบด้วย</p>
<p><strong>&#8211; Be Responsible</strong> – การดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ โดยสนับสนุนการลงทุนในโครงการที่คำนึงถึงความยั่งยืนของสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมกับส่งเสริมการให้ความรู้ทางการเงินและการเข้าถึงบริการอย่างทั่วถึง เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและสังคม</p>
<p><strong>&#8211; Be Resilient</strong> – การรับมือกับภาวะวิกฤต โดยการบริหารจัดการป้องกันความเสี่ยง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าธนาคารสามารถตอบสนองต่อภาวะวิกฤตและความท้าทายต่าง ๆ รวมถึงสนับสนุนลูกค้า ชุมชนและสังคมสามารถฟื้นตัวสู่ภาวะปกติได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>&#8211; Be Caring </strong>– การใส่ใจดูแลพนักงาน โดยสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน ปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม พร้อมส่งเสริมและสนับสนุนให้พนักงานสามารถพัฒนาทักษะได้อย่างต่อเนื่องและเติมเต็มความใฝ่ฝันทั้งในด้านส่วนตัวและหน้าที่การงาน</p>
<p><strong>&#8211; Be Customer Centric</strong> – การดำเนินธุรกิจโดยยึดถือลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการรูปแบบใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกย่างก้าว ตลอดจนสร้างเสริมและรักษาความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า</p>
<p><strong>&#8211; Be Ethical</strong> – การดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมปลูกฝังธรรมาภิบาลที่ดีในองค์กร พร้อมสนับสนุนให้คู่ค้าปฏิบัติตามหลักจริยธรรมทางธุรกิจ ควบคู่ไปกับการเคารพสิทธิมนุษยชนและไม่ยอมรับการทุจริตคอร์รัปชันในทุกรูปแบบ</p>
<p>ความมุ่งมั่นเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนดังกล่าว นำมาสู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ อย่างต่อเนื่อง นำโดยการสนับสนุนการระดมทุนแก่กิจกรรมที่ส่งเสริมความยั่งยืนของภาครัฐและเอกชนชั้นนำของประเทศไทย ผ่านการเป็นผู้จัดจำหน่ายตราสารหนี้ด้าน ESG (Environmental, Social and Governance) <strong>โดยในปี 2566 ตลาดทุนไทยมีมูลค่าการออกตราสารหนี้ด้าน ESG รวม 37,366 ล้านบาท ในจำนวนดังกล่าวเป็นมูลค่าธุรกรรมที่ธนาคารกรุงเทพ เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่าย 28,366 ล้านบาท หรือ 76% ของมูลค่าตราสารหนี้ด้าน ESG ทั้งหมดในตลาดทุนไทย รวมถึงร่วมกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนในเครือ คัดเลือกและเสนอขายกองทุนเพื่อความยั่งยืนทั้งสิ้น 9 กองทุน คิดเป็นมูลค่า 14,732.15 ล้านบาท</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30413 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/BBL_02.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ธนาคารยังได้พัฒนาโครงการสินเชื่อพิเศษเพื่อส่งเสริมให้เอสเอ็มอีพัฒนาโครงการลงทุนต่างๆ ที่จะนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่าน<strong>สินเชื่อบัวหลวงกรีน</strong> (Bualuang Green Loan) วงเงินรวมกว่า 720 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ลม และน้ำ รวมถึงในปี 2566 ธนาคารได้สนับสนุนบัวหลวงกรีน Solar Energy (Bualuang Green Solar Energy) วงเงินรวมกว่า 2,000 ล้านบาท สำหรับธุรกิจที่ต้องการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป และ <strong>สินเชื่อเพื่อการปรับตัว</strong> ภายใต้ พ.ร.ก. สินเชื่อฟื้นฟูของธนาคารแห่งประเทศไทย (Transformation Loan) ด้านการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green) หรือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Innovation) เพื่อเสริมศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ</p>
<p>และล่าสุดได้พัฒนา “<strong>สินเชื่อบัวหลวงกรีนเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม</strong>” (Bualuang Green Financing for Transition to Environmental Sustainability)  เพื่อสนับสนุนธุรกิจที่ต้องการเงินทุนสำหรับปรับตัวเปลี่ยนผ่านไปสู่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ใน 3 ด้าน คือ 1) ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 2) ปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ 3) ลดการสร้างมลพิษ โดยจัดเตรียมวงเงินสินเชื่อไว้ถึง 10,000 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ผ่อนชำระได้นานสูงสุดถึง 8 ปี</p>
<p>สำหรับสถาบันไทยพัฒน์ เป็นผู้ริเริ่มพัฒนาข้อมูลด้านความยั่งยืนของธุรกิจ ได้เปิดเผยรายชื่อหลักทรัพย์จดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้าน ESG จำนวน 100 บริษัท หรือที่เรียกว่ากลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 เป็นครั้งแรกในปี 2558 และได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนและดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่สิบ</p>
<p>ขณะเดียวกัน การจัดอันดับบริษัทจดทะเบียนด้านการพัฒนาความยั่งยืนของธุรกิจนี้ ถือเป็นแหล่งข้อมูลด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียน เพื่อรองรับความต้องการของผู้ลงทุนที่ให้น้ำหนักการลงทุนในบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ และเพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวแก่ผู้ลงทุน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/bbl-listed-esg100-company/">ธนาคารกรุงเทพ ติดทำเนียบ ESG100 ปี 2567 มุ่งนำเสนอ Green Financing หนุนโซลูชั่นช่วยธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีพี ออลล์ ติดทำเนียบหุ้น ESG100 เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/09/cp-all-listed-esg-100-7-years-in-a-row/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Sep 2024 06:34:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CP ALL]]></category>
		<category><![CDATA[CP ALL Sustainability framework]]></category>
		<category><![CDATA[DAN]]></category>
		<category><![CDATA[Environmental]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[ESG 100]]></category>
		<category><![CDATA[Governance)]]></category>
		<category><![CDATA[Social]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี ออลล์]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมาภิบาล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันไทยพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เซเว่น อีเลฟเว่น]]></category>
		<category><![CDATA[เซเว่น เดลิเวอรี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28810</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และ เซเว่น เดลิเวอรี่ ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในบริษัทกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) จากการประเมินหลักทรัพย์จดทะเบียน ในปี พ.ศ. 2567 โดยสถาบันไทยพัฒน์ นายยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สถาบันไทยพัฒน์ประกาศให้ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ติดอันดับ ESG100 ประจำปี 2567 ด้วยการคัดเลือกจาก 920 หลักทรัพย์จดทะเบียน ให้เป็นบริษัทที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ในกลุ่มบริการ และบริษัทได้เข้าอยู่ในทำเนียบ ESG100 เป็นปีที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/cp-all-listed-esg-100-7-years-in-a-row/">ซีพี ออลล์ ติดทำเนียบหุ้น ESG100 เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และ เซเว่น เดลิเวอรี่ ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในบริษัทกลุ่มหลักทรัพย์ </strong><strong>ESG</strong><strong>100 </strong><strong>ที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (</strong><strong>Environmental, Social and Governance: ESG) </strong><strong>จากการประเมินหลักทรัพย์จดทะเบียน ในปี พ.ศ. </strong><strong>2567 </strong><strong>โดยสถาบันไทยพัฒน์</strong></p>
<p><span id="more-28810"></span></p>
<p><strong>นายยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยว่า สถาบันไทยพัฒน์ประกาศให้ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ติดอันดับ ESG100 ประจำปี 2567 ด้วยการคัดเลือกจาก 920 หลักทรัพย์จดทะเบียน ให้เป็นบริษัทที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ในกลุ่มบริการ และบริษัทได้เข้าอยู่ในทำเนียบ ESG100 เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน (พ.ศ.2561-2567)</p>
<p><strong><em>“</em></strong><strong><em>ซีพี ออลล์ ได้กำหนดกรอบกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน </em></strong><strong><em>2024</em></strong><strong><em>&#8211;</em></strong><strong><em>2025</em></strong><strong><em> (</em></strong><strong><em>CP ALL Sustainability framework) </em></strong><strong><em>ด้วย </em></strong><strong><em>2-</em></strong><strong><em>ลด </em></strong><strong><em>4-</em></strong><strong><em>สร้าง </em></strong><strong><em>1-</em></strong><strong><em>DNA </em></strong><strong><em>ได้แก่ ลดการใช้พลาสติก &#8211; ลดการใช้พลังงาน สร้างคน &#8211; สร้างงาน &#8211; สร้างอาชีพ &#8211; สร้างชุมชนอุ่นใจ และ </em></strong><strong><em>DNA </em></strong><strong><em>ความดี </em></strong><strong><em>24 </em></strong><strong><em>ชั่วโมง โดยบริษัทฯ มุ่งมั่นเป็นองค์กรที่อยู่เคียงคู่ชุมชน สร้างสรรค์สังคมยั่งยืน ผ่านแนวคิด </em></strong><strong><em>ESG </em></strong><strong><em>ครอบคลุมด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล</em></strong> <strong><em>เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่า จนได้รับการรับรองให้อยู่ในทำเนียบ </em></strong><strong><em>ESG</em></strong><strong><em>100</em></strong><strong><em> มาอย่างต่อเนื่อง</em></strong><strong><em>”</em></strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28813 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/CPALL-EDG2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ การจัดอันดับของสถาบันไทยพัฒน์ พิจารณาข้อมูลจากการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) และผลประกอบการของบริษัทควบคู่ไปพร้อมกัน</p>
<p>สำหรับสถาบันไทยพัฒน์ เป็นผู้ริเริ่มพัฒนาข้อมูลด้านความยั่งยืนของธุรกิจ ได้เปิดเผยรายชื่อหลักทรัพย์จดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้าน ESG จำนวน 100 บริษัท หรือที่เรียกว่ากลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 เป็นครั้งแรกในปี 2558 และได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนและดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่สิบในปีนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28814 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/CPALL-ESG3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะที่ การจัดอันดับบริษัทจดทะเบียนด้านการพัฒนาความยั่งยืนของธุรกิจนี้ ถือเป็นแหล่งข้อมูลด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียน เพื่อรองรับความต้องการของผู้ลงทุนที่ให้น้ำหนักการลงทุนในบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ และเป็นทางเลือกให้ผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนในหลักทรัพย์จดทะเบียนที่มีคุณภาพและได้รับผลตอบแทนที่มิได้ด้อยไปกว่าการลงทุนในแบบทั่วไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/cp-all-listed-esg-100-7-years-in-a-row/">ซีพี ออลล์ ติดทำเนียบหุ้น ESG100 เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีเค พาวเวอร์ ต่อยอดกลยุทธ์สู่ความยั่งยืน ติดทำเนียบหุ้น ESG100 จากไทยพัฒน์ สามปีซ้อน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/08/ckpower-listed-esg100-three-years-in-a-row/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Aug 2024 04:07:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CKP]]></category>
		<category><![CDATA[CKPower]]></category>
		<category><![CDATA[Clean Electricity]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[ESG100]]></category>
		<category><![CDATA[Kind Neighbor]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Partnership for Life]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพรินต์]]></category>
		<category><![CDATA[ซีเค พาวเวอร์​]]></category>
		<category><![CDATA[ธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาดเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[วรณัฐ เพียรธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันไทยพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27817</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตอกย้ำเป้าหมายมุ่งขยายโอกาสผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนขานรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ &#8220;C-K-P&#8221; ขานรับแผน PDP 2024 มุ่งขยายโอกาสการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น วางเป้ามุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ เชื่อมไทยสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานได้อย่างยั่งยืน บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้นำในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง ได้รับการคัดเลือกจากสถาบันไทยพัฒน์ให้เป็น 1 ใน 100 บริษัทที่อยู่ในกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 (Environmental, Social and Governance) ประจำปี 2567 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 (พ.ศ. 2565-2567) โดยคัดเลือกจาก 920 บริษัทจดทะเบียน ถือเป็นการจัดอันดับบริษัทหลักทรัพย์ด้านการพัฒนาความยั่งยืนครั้งสำคัญของตลาดทุนไทย นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ซีเค พาวเวอร์ ได้วางกรอบแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่ขานรับต่อทิศทางโลกจากประเด็นการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ซึ่งขับเคลื่อนผ่าน 3 กลุยทธ์หลัก “C-K-P” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/ckpower-listed-esg100-three-years-in-a-row/">ซีเค พาวเวอร์ ต่อยอดกลยุทธ์สู่ความยั่งยืน ติดทำเนียบหุ้น ESG100 จากไทยพัฒน์ สามปีซ้อน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ตอกย้ำเป้าหมายมุ่งขยายโอกาสผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนขานรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน </strong><strong>เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ &#8220;</strong><strong>C-K-P&#8221; </strong><strong>ขานรับแผน </strong><strong>PDP </strong><strong>2024 มุ่งขยายโอกาสการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น วางเป้ามุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ เชื่อมไทยสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานได้อย่างยั่งยืน</strong></p>
<p><span id="more-27817"></span></p>
<p><strong>บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>CKPower (</strong><strong>ชื่อย่อหลักทรัพย์: </strong><strong>CKP)</strong> <strong>หนึ่งในผู้นำในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอน</strong><strong>ฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง ได้รับการคัดเลือกจากสถาบันไทยพัฒน์ให้เป็น </strong><strong>1 </strong><strong>ใน </strong><strong>100 </strong><strong>บริษัทที่อยู่ในกลุ่มหลักทรัพย์ </strong><strong>ESG100 (Environmental, Social and Governance) </strong><strong>ประจำปี </strong><strong>2567 </strong><strong>ต่อเนื่องเป็นปีที่ </strong><strong>3 (</strong><strong>พ.ศ. </strong><strong>2565-2567) </strong><strong>โดยคัดเลือกจาก </strong><strong>920 </strong><strong>บริษัทจดทะเบียน ถือเป็นการจัดอันดับบริษัทหลักทรัพย์ด้านการพัฒนาความยั่งยืนครั้งสำคัญของตลาดทุนไทย</strong></p>
<p><strong>นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า “ซีเค พาวเวอร์ ได้วางกรอบแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่ขานรับต่อทิศทางโลกจากประเด็นการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ซึ่งขับเคลื่อนผ่าน 3 กลุยทธ์หลัก “C-K-P” ที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม (C – Clean Electricity หรือไฟฟ้าสะอาด), มิติสังคม (K – Kind Neighbor หรือ เพื่อนบ้านที่ดี) และมิติบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ (P – Partnership for Life หรือ พันธมิตรที่ยั่งยืน) จากการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG อย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาบริษัทได้ลงทุนและพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนพร้อมวางรากฐานทางพลังงานทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ควบคู่กับการรักษาความสมดุลของระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีในชุมชนและสังคม ผ่านการใช้ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมในการคิดค้นนวัตกรรมและโครงการต่างๆ ตลอดจนขยายผลการสร้างองค์ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียนสู่เยาวชน ชุมชน สังคม ซึ่งการได้รับคัดเลือกจากการประเมินของสถาบันไทยพัฒน์ให้ซีเค พาวเวอร์ เป็นหนึ่งในหุ้น ESG100 ประจำปี 2567 ถือเป็นการตอกย้ำการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับ พันธกิจในการให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องกับสิ่งแวดล้อม ชุมชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนตลอดห่วงโซ่คุณค่า”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27818 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/CKP-1002.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายวรณัฐ เพียรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันไทยพัฒน์</strong> กล่าวว่า “ซีเค พาวเวอร์ ได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 และเป็น 1 ใน 8 บริษัทกลุ่มธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภคที่ได้รับการคัดเลือก จากกลุ่มทรัพยากรทั้งหมดในตลาดหลักทรัพย์ฯ 69 บริษัท สะท้อนให้เห็นว่า บริษัทมีการดำเนินงานด้าน ESG ที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง โดยสะท้อนผ่านผลลัพธ์เชิงประจักษ์จากกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน ซึ่งการจัดอันดับบริษัทจดทะเบียนด้านการพัฒนาความยั่งยืนของธุรกิจ หรือ ESG100 ถือเป็นชุดข้อมูลที่สำคัญ สำหรับรองรับความต้องการข้อมูลของผู้ลงทุนที่ให้น้ำหนักการลงทุนในบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ”</p>
<p>สำหรับในปี 2566 โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในกลุ่ม ซีเค พาวเวอร์ สามารถผลิตไฟฟ้าสะอาดส่งให้ประเทศไทยได้กว่า 8.5 ล้านเมกะวัตต์ชั่วโมง (MWh) หรือคิดเป็นกว่าร้อยละ 17 ของไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่ใช้ในประเทศ และในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ สามารถหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 4.4 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี โดยก้าวเดินต่อจากนี้บริษัทได้วางเป้าหมายการเติบโตในด้านการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน รวมทั้งร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ที่สามารถหวังผลในระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรมภายในปี 2593</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/ckpower-listed-esg100-three-years-in-a-row/">ซีเค พาวเวอร์ ต่อยอดกลยุทธ์สู่ความยั่งยืน ติดทำเนียบหุ้น ESG100 จากไทยพัฒน์ สามปีซ้อน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>6 ทิศทาง CSR ปี 2564: ขับเคลื่อนองค์กรยั่งยืนตลอดห่วงโซ่ธุรกิจในยุคnew normal</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2021/03/6trend-csr-2564/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Mar 2021 05:48:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[trend CSR 2564]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับตัวnew normal]]></category>
		<category><![CDATA[วิถีใหม่ปกติ]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันไทยพัฒน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=9022</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันไทยพัฒน์ ประเมินแนวโน้ม CSR ปี 64 ใน 6 ทิศทางสำคัญ พร้อมแนะธุรกิจปรับตัวเข้าสู่วิถีปกติใหม่ ด้วยการสร้างองค์กรพร้อมผัน (Resilient Enterprise) สอดรับกับสถานการณ์โลกยุคหลังโควิด ก่อให้เกิดเป็นความยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่ธุรกิจ สถาบันไทยพัฒน์ จัดให้มีการเสวนาเรื่อง กลยุทธ์หลังโควิด: จาก ‘ฟื้นฟู’ สู่ ‘พร้อมผัน’ (Post-COVID Strategies: From ‘Recovery’ to ‘Resilience’) เพื่อแนะนำแนวทางสำหรับภาคธุรกิจในการนำประเด็นความยั่งยืนที่เป็นปัจจัยสำหรับการขับเคลื่อนธุรกิจวิถีปกติใหม่ ผนวกเข้าไว้ในกลยุทธ์องค์กร เพื่อกำหนดเส้นทางการพัฒนาใหม่ๆ จากผลพวงของโควิด ที่ธุรกิจจะต้องดำเนินต่อจากนี้ไป ในงานเสวนาได้ทำการประเมินทิศทางความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ CSR ภายใต้รายงานที่มีชื่อว่า 6 ทิศทาง CSR ปี 2564: Building Resilient Enterprise เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับหน่วยงานและองค์กรธุรกิจในการใช้เป็นแนวทางการปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืนภายใต้วิถีปกติใหม่ ดังนี้ 1. Culture of Health การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันองค์กร ด้วยวัฒนธรรมสุขภาพ (Culture of Health) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/03/6trend-csr-2564/">6 ทิศทาง CSR ปี 2564: ขับเคลื่อนองค์กรยั่งยืนตลอดห่วงโซ่ธุรกิจในยุคnew normal</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">สถาบันไทยพัฒน์ ประเมินแนวโน้ม CSR ปี 64 ใน 6 ทิศทางสำคัญ พร้อมแนะธุรกิจปรับตัวเข้าสู่วิถีปกติใหม่ ด้วยการสร้างองค์กรพร้อมผัน (Resilient Enterprise) สอดรับกับสถานการณ์โลกยุคหลังโควิด ก่อให้เกิดเป็นความยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่ธุรกิจ</span></h4>
<p><span id="more-9022"></span></p>
<p><strong>สถาบันไทยพัฒน์</strong> จัดให้มีการเสวนาเรื่อง กลยุทธ์หลังโควิด: จาก ‘ฟื้นฟู’ สู่ ‘พร้อมผัน’ (Post-COVID Strategies: From ‘Recovery’ to ‘Resilience’) เพื่อแนะนำแนวทางสำหรับภาคธุรกิจในการนำประเด็นความยั่งยืนที่เป็นปัจจัยสำหรับการขับเคลื่อนธุรกิจวิถีปกติใหม่ ผนวกเข้าไว้ในกลยุทธ์องค์กร เพื่อกำหนดเส้นทางการพัฒนาใหม่ๆ จากผลพวงของโควิด ที่ธุรกิจจะต้องดำเนินต่อจากนี้ไป</p>
<p>ในงานเสวนาได้ทำการประเมินทิศทางความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ CSR ภายใต้รายงานที่มีชื่อว่า 6 ทิศทาง CSR ปี 2564: Building Resilient Enterprise เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับหน่วยงานและองค์กรธุรกิจในการใช้เป็นแนวทางการปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืนภายใต้วิถีปกติใหม่ ดังนี้</p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>1. Culture of Health</strong></span><br />
<strong>การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันองค์กร ด้วยวัฒนธรรมสุขภาพ (Culture of Health) พร้อมผันธุรกิจสู่วิถีปกติใหม่</strong><br />
กิจการจำเป็นต้องปรับตัวหลังสถานการณ์โควิด เพื่อรักษาการดำเนินงานทางธุรกิจให้สืบเนื่องเป็นปกติ มีการพิจารณาเสริมสร้างภูมิคุ้มกันองค์กร ด้วยวัฒนธรรมสุขภาพ ที่เสมือนเป็นการฉีดวัคซีนองค์กร ให้สามารถต้านทานกับการระบาดที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต และพร้อมผันธุรกิจเข้าสู่วิถีปกติใหม่ (New Normal) ด้วยสุขภาวะองค์กรที่แข็งแรงกว่าเดิม</p>
<p><strong><span style="color: #993366;">2. Near Sourcing</span></strong><br />
<strong>การสรรหาวัตถุดิบใกล้สถานที่ตั้ง (Near Sourcing) เพื่อสำรองในภาวะชะงักงันของสายอุปทาน</strong><br />
กิจการจำเป็นต้องวางแผนพิจารณาสรรหาวัตถุดิบใกล้สถานที่ตั้ง เพื่อสำรองในกรณีที่ภาวะชะงักงันของสายอุปทาน (Supply Chain Disruption) ยังไม่หมดไป ด้วยการทำ Near Sourcing เพื่อบรรเทาปัญหาเรื่องโลจิสติกส์ ที่ส่งผลกระทบต่อความยั่งยืนในสายอุปทาน</p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>3. Social Distance Market</strong></span><br />
<strong>การเข้าถึงตลาดในช่องทางใหม่ที่เกิดจากการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distance Market)</strong><br />
ผู้ประกอบการทั้งที่ได้รับและไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด จำต้องปรับตัวเพื่อสร้างโอกาสการเข้าถึงตลาดในช่องทางใหม่ที่เกิดจากการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distance Market) เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ใช้ช่องทางออนไลน์เป็นทางเลือกในช่วงสถานการณ์โควิดระบาด จะหวนกลับมาใช้ช่องทางหน้าร้านน้อยลง หรือไม่หันกลับมาใช้ช่องทางหน้าร้านในแบบเดิมอีกต่อไป แม้สภาวการณ์จะกลับเป็นปกติแล้วก็ตาม</p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>4. Competition Mix</strong></span><br />
<strong>การรับมือคู่แข่งขันรายใหม่ที่เป็นผลิตผลจากส่วนประสมการแข่งขันข้ามสนาม (Cross-competition)</strong><br />
กิจการที่อยู่ในธุรกิจซึ่งได้รับโอกาสจากสถานการณ์โควิด จำต้องตื่นตัวและเตรียมพร้อมรับมือคู่แข่งขันรายใหม่ที่เป็นผลิตผลจากส่วนประสมการแข่งขัน (Competition Mix) แสวงหาพันธมิตรร่วมดำเนินการที่สามารถเพิ่มแต้มต่อในการแข่งขัน รวมทั้งเสริมสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจเพื่อรักษาฐานตลาด ตลอดจนการวางแผนและบริหารสายอุปทานให้มีความยืดหยุ่นสูงรองรับการแข่งขันข้ามสายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต</p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>5. Digital Nature</strong></span><br />
<strong>การปรับองค์กรให้มีความเป็นดิจิทัลธรรมชาติ (Digital Nature) รองรับธุรกรรมที่มีเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นฐาน</strong><br />
ทุกธุรกิจที่สามารถรอดพ้นจากวิกฤตการณ์โควิด จำต้องดำเนินการปรับองค์กรเพื่อให้มีความเป็นดิจิทัลธรรมชาติ (Digital Nature) สามารถรองรับธุรกรรมที่มีเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นฐาน รวมถึงเพิ่มเติมขีดสมรรถภาพในการดูแลลูกค้าผ่านช่องทางดิจิทัล ตลอดจนการพัฒนาพนักงานให้มีทักษะและความรู้ด้านดิจิทัลให้สามารถทำงานในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปได้อย่างราบรื่น</p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>6. Regenerative Business</strong></span><br />
<strong>การเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจรอนโลก (Degenerative Business) สู่ธุรกิจเกื้อโลก (Regenerative Business)</strong><br />
กิจการที่มีการพัฒนาเพื่อมุ่งสู่ความยั่งยืนอย่างเข้มข้น จะผันองค์กรให้มีการดำเนินธุรกิจที่เกื้อกูลโลก (Regenerative Business) โดยจะทยอยประกาศเป้าหมายการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นลบ (Carbon Negative) หรือแนวทางของกิจการในการเสริมสร้างให้มีสภาพภูมิอากาศเป็นบวก (Climate Positive)</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/03/6trend-csr-2564/">6 ทิศทาง CSR ปี 2564: ขับเคลื่อนองค์กรยั่งยืนตลอดห่วงโซ่ธุรกิจในยุคnew normal</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยพัฒน์ เปิดรายชื่อหุ้นที่โดดเด่นด้านธุรกิจยั่งยืน ESG100 ปี 62</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2019/06/set-esg100-environmental-social-governance/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Jun 2019 04:21:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Environmental]]></category>
		<category><![CDATA[ESG100]]></category>
		<category><![CDATA[ESG2019]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[SET]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Social and Governance]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันไทยพัฒน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=5908</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไทยพัฒน์ ประกาศรายชื่อบริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance) ติดอันดับ ESG 100 ปี 62 พร้อมคัดกองทุนโครงสร้าง พื้นฐาน/รีทส์/อสังหาริมทรัพย์ ด้วยเกณฑ์ ESG เป็นครั้งแรก สร้างทางเลือกสำหรับการลงทุนที่ยั่งยืน และได้รับ ผลตอบแทนที่มิได้ด้อยไปกว่าการลงทุนในแบบทั่วไป &#160; สถาบันไทยพัฒน์โดยหน่วยงาน ESG Rating ซึ่งเป็นผู้พัฒนาข้อมูลด้านความยั่งยืนของธุรกิจในประเทศไทย ได้ ริเริ่มจัดทำและประกาศรายชื่อ 100 หลักทรัพย์จดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้าน สิ่งแวดล้อม สังคม และ ธรรมาภิ บาล เรียกว่ากลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ในปี พ.ศ.2558 เป็นปีแรก การจัดอันดับหลักทรัพย์กลุ่ม ESG100 รอบนี้ ถือเป็นปีที่ห้าของการประเมินโดยทีม ESG Rating ในสังกัด สถาบันไทยพัฒน์ ด้วยการคัดเลือกจาก 771 บริษัทจดทะเบียน (ไม่รวมหลักทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟู) รวมทั้งกองทุน รวมอสังหาริมทรัพย์ (PF) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2019/06/set-esg100-environmental-social-governance/">ไทยพัฒน์ เปิดรายชื่อหุ้นที่โดดเด่นด้านธุรกิจยั่งยืน ESG100 ปี 62</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">ไทยพัฒน์ ประกาศรายชื่อบริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance) ติดอันดับ ESG 100 ปี 62 พร้อมคัดกองทุนโครงสร้าง พื้นฐาน/รีทส์/อสังหาริมทรัพย์ ด้วยเกณฑ์ ESG เป็นครั้งแรก สร้างทางเลือกสำหรับการลงทุนที่ยั่งยืน และได้รับ ผลตอบแทนที่มิได้ด้อยไปกว่าการลงทุนในแบบทั่วไป</span></h4>
<p><span id="more-5908"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-5909 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/06/1.jpg" alt="" width="557" height="379" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>สถาบันไทยพัฒน์โดยหน่วยงาน ESG Rating</strong> ซึ่งเป็นผู้พัฒนาข้อมูลด้านความยั่งยืนของธุรกิจในประเทศไทย ได้ ริเริ่มจัดทำและประกาศรายชื่อ 100 หลักทรัพย์จดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้าน สิ่งแวดล้อม สังคม และ ธรรมาภิ บาล เรียกว่ากลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ในปี พ.ศ.2558 เป็นปีแรก</p>
<p>การจัดอันดับหลักทรัพย์กลุ่ม ESG100 รอบนี้ ถือเป็นปีที่ห้าของการประเมินโดยทีม ESG Rating ในสังกัด สถาบันไทยพัฒน์ ด้วยการคัดเลือกจาก 771 บริษัทจดทะเบียน (ไม่รวมหลักทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟู) รวมทั้งกองทุน รวมอสังหาริมทรัพย์ (PF) ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์(REITs) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (IF) ทางการ ประเมิน โดยใช้ข้อมูลที่เกี่ยวกับ ESG จาก 6 แหล่ง1 จำนวนกว่า 14,278 จุดข้อมูล</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ ประธาน สถาบันไทยพัฒน์</strong> กล่าวว่า <em><strong>“การประเมินในปีนี้ สถาบันไทยพัฒน์ ไดพิจารณาข้อมูลทั้งการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) และผลประกอบการของบริษัทควบคู่ไปพร้อมกัน โดยในปีนี้ เรายังได้ทำการประเมินกองอสังหาฯ &#8211; REITs – โครงสร้างพื้นฐาน โดยใช้เกณฑ์ ESG เป็นครั้งแรก เพื่อเพิ่ม ทางเลือกของการลงทุนที่มีความผันผวนต่ำ แต่สามารถให้ผลตอบแทนที่ไม่ด้อยกว่าการลงทุนในหุ้นทั่วไป”</strong></em> ผลการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่เข้าอยู่ใน Universe ของ ESG100 ประจา ปี 2562 จำแนกตามรายกลุ่มอุตสาหกรรม จำนวน 8 กลุ่ม ประกอบด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_5910" aria-describedby="caption-attachment-5910" style="width: 451px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-5910" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/06/2.jpg" alt="" width="451" height="391" /><figcaption id="caption-attachment-5910" class="wp-caption-text">ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ ประธาน สถาบันไทยพัฒน์</figcaption></figure>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>• กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro &amp; Food Industry) 11 หลักทรัพย์ </strong></span><br />
<span style="color: #0000ff;"><strong>• กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Products) 4 หลักทรัพย์ </strong></span><br />
<span style="color: #0000ff;"><strong>• กลุ่มธุรกิจการเงิน (Financials) 12 หลักทรัพย์ </strong></span><br />
<span style="color: #0000ff;"><strong>• กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม (Industrials) 15 หลักทรัพย์ </strong></span><br />
<span style="color: #0000ff;"><strong>• กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property &amp; Construction) 21 หลักทรัพย์ </strong></span><br />
<span style="color: #0000ff;"><strong>• กลุ่มทรัพยากร (Resources) 10 หลักทรัพย์</strong></span><br />
<span style="color: #0000ff;"><strong>• กลุ่มบริการ (Services) 21 หลักทรัพย์</strong></span><br />
<span style="color: #0000ff;"><strong>• กลุ่มเทคโนโลยี (Technology) 6 หลักทรัพย์ </strong></span></p>
<p>ในจำนวนนี้ มีหลักทรัพย์ที่ได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในกลุ่ม ESG100 ที่มาจากตลาด mai อยู่ 9 หลักทรัพย์ ได้แก่ <strong>FPI, MBAX, MOONG, PPS, TMILL, TPCH, SPA, WINNER, XO</strong> และเป็นกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 กอง ได้แก่</p>
<p>กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 1 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGATIF)<br />
กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน (JASIF)</p>
<p>มีกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (PF) และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ที่ได้รับคัดเลือก จำนวน 7 กอง ได้แก่</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN คอมเมอร์เชียล โกรท (CPNCG) </strong></span><br />
<span style="color: #0000ff;"><strong>กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไพร์มออฟฟิศ (POPF)</strong></span><br />
<span style="color: #0000ff;"><strong>ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์บัวหลวง ออฟฟิศ (B-WORK)</strong></span><br />
<span style="color: #0000ff;"><strong>ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (FTREIT) </strong></span><br />
<span style="color: #0000ff;"><strong>ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์โกลเด้นเวนเจอร์ (GVREIT) </strong></span><br />
<span style="color: #0000ff;"><strong>ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ (LHSC) </strong></span><br />
<span style="color: #0000ff;"><strong>ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART)</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทั้งนี้ มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เกตแคป) รวมกันของหลกัทรัพย์ ESG100 มีมูลค่าราว 10.4 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 62.6 เมื่อเทียบกับมาร์เกตแคปรวมของตลาด (SET) ที่ 16.6 ล้านล้าน รายชื่อหลักทรัพย์ ESG100 ชุดใหม่นี้ มีการเปลี่ยนแปลงจากปีที่แล้ว ในสัดส่วนร้อยละ 27 และจะถูกนา ไปใช้ ทบทวนรายการหลักทรัพย์ที่ในการคำนวณดัชนี อีเอสจี ไทยพัฒน์ หรือ Thaipat ESG Index ในเดือนกรกฎาคมนี้ ผู้ลงทุนที่สนใจข้อมูลหลักทรัพย์จดทะเบียนในกลุ่ม ESG100 สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.esgrating.com</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2019/06/set-esg100-environmental-social-governance/">ไทยพัฒน์ เปิดรายชื่อหุ้นที่โดดเด่นด้านธุรกิจยั่งยืน ESG100 ปี 62</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยพัฒน์ฯแนะ 6 ทิศทาง CSR ปี 2562</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2019/03/csr-sustainability/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 Mar 2019 02:44:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[Impact]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[The Power of Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Value]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันไทยพัฒน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=5305</guid>

					<description><![CDATA[<p>องค์กรเอกชนที่ทำกิจกรรม CSR เพื่อสังคมควรจะต้องupdate เพื่อปรับกระบวนการทางความคิดและเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว โดยสถาบันไทยพัฒน์ ให้ทิศทาง CSR ปี2562ไว้ 6 แนวทาง ถ้าไม่อยากถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ภาคเอกชนจำเป็นจะต้องนำเรื่องความยั่งยืนในประเด็นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น มาปรับบทบาทในการดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างให้เกิดคุณค่าทั้งสังคมและกิจการเอง เพื่อให้สามารถดำรงสถานการเติบโตของกิจการ โดยการสร้างผลกระทบเชิงบวก ลดผลกระทบเชิงลบ รวมถึงการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว ในปีนี้สถาบันไทยพัฒน์ได้ประเมินทิศทางความรับผิดชอบต่อสังคมและแนวโน้มด้านความยั่งยืน ประจำปี 2562 เพื่อให้เอกชนสามารถนำไปใช้วางกลยุทธ์การดำเนินงานทางธุรกิจเพื่อใช้ในการขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืนอย่างมีประสิทธิภาพ &#160; &#160; ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ ประธานสถาบันไทยพัฒน์ กล่าวว่าสถาบันฯได้ขับเคลื่อนเรื่องCSRและความยั่งยืนมาตั้งแต่ปี 2554 สำหรับปี 2562 ทางสถาบันฯได้ประเมินทิศทางความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ CSR ภายใต้รายงานที่มีชื่อว่า 6 ทิศทาง CSR ปี 2562: The Power of Sustainability เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับหน่วยงานและองค์กรธุรกิจในการใช้เป็นแนวทางการดำเนินความรับผิดชอบต่อสังคม ภายใต้ธีม Value x Impact ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรและความคาดหวังของสังคมควบคู่ไปพร้อมกัน “เรื่อง Value x [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2019/03/csr-sustainability/">ไทยพัฒน์ฯแนะ 6 ทิศทาง CSR ปี 2562</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">องค์กรเอกชนที่ทำกิจกรรม CSR เพื่อสังคมควรจะต้องupdate เพื่อปรับกระบวนการทางความคิดและเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว โดยสถาบันไทยพัฒน์ ให้ทิศทาง CSR ปี2562ไว้ 6 แนวทาง</span></h4>
<p><span id="more-5305"></span><br />
ถ้าไม่อยากถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ภาคเอกชนจำเป็นจะต้องนำเรื่องความยั่งยืนในประเด็นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น มาปรับบทบาทในการดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างให้เกิดคุณค่าทั้งสังคมและกิจการเอง เพื่อให้สามารถดำรงสถานการเติบโตของกิจการ โดยการสร้างผลกระทบเชิงบวก ลดผลกระทบเชิงลบ รวมถึงการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p>ในปีนี้<strong>สถาบันไทยพัฒน์</strong>ได้ประเมินทิศทางความรับผิดชอบต่อสังคมและแนวโน้มด้านความยั่งยืน ประจำปี 2562 เพื่อให้เอกชนสามารถนำไปใช้วางกลยุทธ์การดำเนินงานทางธุรกิจเพื่อใช้ในการขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืนอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-5306 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/03/SS-1.jpg" alt="" width="533" height="311" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ</strong> ประธานสถาบันไทยพัฒน์ กล่าวว่าสถาบันฯได้ขับเคลื่อนเรื่องCSRและความยั่งยืนมาตั้งแต่ปี 2554 สำหรับปี 2562 ทางสถาบันฯได้ประเมินทิศทางความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ CSR ภายใต้รายงานที่มีชื่อว่า <strong>6 ทิศทาง CSR ปี 2562: The Power of Sustainability</strong> เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับหน่วยงานและองค์กรธุรกิจในการใช้เป็นแนวทางการดำเนินความรับผิดชอบต่อสังคม ภายใต้ธีม <strong>Value x Impact</strong> ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรและความคาดหวังของสังคมควบคู่ไปพร้อมกัน</p>
<p><em><strong>“เรื่อง Value x Impact ถือเป็นแนวทางหลักของการทำ CSR สำหรับองค์กรที่ต้องการได้ประโยชน์เต็มจากการดำเนินความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อสร้างให้เกิดเป็นคุณค่าทั้งต่อสังคมและต่อกิจการ สามารถดำรงสถานะการเติบโตกิจการ และคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ของกิจการ ในการสร้างผลกระทบเชิงบวก และบรรเทาผลกระทบเชิงลบที่มีน้ำหนักเพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาในระยะสั้น รวมทั้งการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว”</strong></em></p>
<p><strong>สำหรับทิศทางทั้ง 6 ประกอบไปด้วย</strong></p>
<p><strong>1. The Rise of Waste-Free Campaign</strong><br />
<em><strong>แปลงขยะ (Waste) ปลายทาง ให้กลับมาเป็นวัสดุ (Materials) ต้นทาง</strong></em><br />
ปี 2562 ธุรกิจในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคหลายแห่ง จะลุกขึ้นมาจัดการกับขยะบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะพลาสติก ทั้งในแง่ของการส่งเสริมการลดใช้บรรจุภัณฑ์แบบครั้งเดียวทิ้ง การหาวิธีทดแทนบรรจุภัณฑ์เดิม และการใช้ซ้ำบรรจุภัณฑ์ ในขณะที่ธุรกิจในหมวดพาณิชย์ที่เป็นผู้ให้บริการจำหน่ายสินค้าปลีก โดยเฉพาะที่มีหน้าร้านเป็นสถานที่จัดจำหน่าย จะออกแคมเปญเพื่อกระตุ้นหรือจูงใจให้ผู้บริโภค ลดการรับหีบห่อหรือภาชนะที่เป็นพลาสติกอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-5307 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/03/SS-2.jpg" alt="" width="511" height="394" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>2. Inclusive Supply Chain</strong><br />
<em><strong>เปลี่ยนบทบาทผู้ด้อยโอกาส จากการเป็น ‘ผู้รับมอบ’ ความช่วยเหลือ มาเป็น ‘ผู้ส่งมอบ’ ในสายอุปทาน</strong></em><br />
ภาคธุรกิจจะให้ความช่วยเหลือทางสังคมแก่กลุ่มผู้ด้อยโอกาสที่ถูกคัดเลือก ด้วยการพัฒนาทักษะความเป็นผู้ประกอบการ การสร้างอาชีพรายได้ แทนการมอบเงินหรือสิ่งของ ในลักษณะที่เป็น CSR-after-process มาสู่การจัดหาด้วยการเปิดโอกาสให้เป็นผู้ส่งมอบในสายอุปทาน ซึ่งจัดเป็น CSR-in-process ที่ตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>3. The Shift to the SDG Economy</strong><br />
<em><strong>เคลื่อนย้ายสู่ระบบเศรษฐกิจที่ตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน</strong></em><br />
ในปี 2562 เป็นต้นไป ความเข้มข้นของการขับเคลื่อนเพื่อตอบสนองต่อ SDGs ในภาคธุรกิจ จะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการดำเนินงานที่เป็นไปอย่างรับผิดชอบ (Act Responsibly) ต่อผลกระทบในเชิงลบ แต่รวมถึงการแสวงหาโอกาส (Find Opportunities) ที่เป็นการสร้างคุณค่าหรือผลกระทบในเชิงบวก เกิดเป็นระบบเศรษฐกิจที่ตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Economy)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>4. Investment in the Third Dimension</strong><br />
<em><strong>เปิดโลกทัศน์การลงทุน จาก Risk-Return Profile ไปสู่การเพิ่มมิติที่เป็น Real World Impact</strong></em><br />
ผู้ลงทุนประเภทสถาบันที่ให้ความสำคัญกับประเด็นด้าน ESG จะเพิ่มการพิจารณาผลกระทบเพื่อเปลี่ยนแปลงโลก (Real World Impact) เป็นมุมมองของการลงทุนในมิติที่สาม เพิ่มเติมจากการพิจารณาคุณลักษณะความสัมพันธ์ด้านความเสี่ยงและผลตอบแทน (Risk-Return Profile) ในแบบทั่วไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-5308 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/03/SS-3.jpg" alt="" width="511" height="462" /></p>
<p><strong>5. Impact is the New AccountAbility Principle</strong><br />
<em><strong>ใช้หลักการ AccountAbility เพื่อจัดการ Sustainability อย่างบูรณาการ</strong></em><br />
เป็นที่คาดหมายว่า กิจการที่ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือในผลการดำเนินงานและการรายงานด้านความยั่งยืน ผ่านการให้ความเชื่อมั่นจากหน่วยงานภายนอก (External Assurance) จะนำชุดหลักการ AccountAbility ที่ได้เพิ่มเติมหลักผลกระทบ (Impact) ไว้เป็นหลักการที่สี่ มาใช้กำกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน และสื่อสารถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นในรอบปีการดำเนินงานนี้เป็นต้นไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>6. Sustainability S-Curve </strong><br />
<em><strong>ยกระดับจากกลยุทธ์ความยั่งยืน (Sustainability Strategy) ไปสู่กลยุทธ์ที่ยั่งยืน (Sustainable Strategy)</strong></em><br />
วิสาหกิจที่อาศัยกลยุทธ์ความยั่งยืน เป็นเครื่องมือดำเนินงานมาระยะหนึ่ง จะเริ่มผนวกเรื่องความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์องค์กร มีการวิเคราะห์โอกาสและความเสี่ยงด้านความยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ และคณะกรรมการบริษัทจะเป็นผู้กำกับดูแลกลยุทธ์ (องค์กร) ที่ยั่งยืน (Sustainable Strategy) โดยไม่จำเป็นต้องมีคณะผู้รับผิดชอบด้านความยั่งยืนแยกต่างหากอีกต่อไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2019/03/csr-sustainability/">ไทยพัฒน์ฯแนะ 6 ทิศทาง CSR ปี 2562</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยพัฒน์แนะ 6 ทิศทาง CSR ปี 2562</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2019/02/csr-sustainability-value-impact/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 02 Feb 2019 03:00:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Value x Impact]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันไทยพัฒน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=5297</guid>

					<description><![CDATA[<p>องค์กรเอกชนที่ทำกิจกรรม CSR เพื่อสังคมควรจะต้องupdate เพื่อปรับกระบวนการทางความคิดและเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว โดยสถาบันไทยพัฒน์ ให้ทิศทาง CSR ปี2562ไว้ 6 แนวทาง &#160; ภาคเอกชนจำเป็นจะต้องนำเรื่องความยั่งยืนในประเด็นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น มาปรับบทบาทในการดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างให้เกิดคุณค่าทั้งสังคมและกิจการเอง เพื่อให้สามารถดำรงสถานการเติบโตของกิจการ โดยการสร้างผลกระทบเชิงบวก ลดผลกระทบเชิงลบ รวมถึงการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว ในปีนี้สถาบันไทยพัฒน์ได้ประเมินทิศทางความรับผิดชอบต่อสังคมและแนวโน้มด้านความยั่งยืน ประจำปี 2562 เพื่อให้เอกชนสามารถนำไปใช้วางกลยุทธ์การดำเนินงานทางธุรกิจเพื่อใช้ในการขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืนอย่างมีประสิทธิภาพ ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ ประธานสถาบันไทยพัฒน์ กล่าวว่าสถาบันฯได้ขับเคลื่อนเรื่องCSRและความยั่งยืนมาตั้งแต่ปี 2554 สำหรับปี 2562 ทางสถาบันฯได้ประเมินทิศทางความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ CSR ภายใต้รายงานที่มีชื่อว่า 6 ทิศทาง CSR ปี 2562: The Power of Sustainability เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับหน่วยงานและองค์กรธุรกิจในการใช้เป็นแนวทางการดำเนินความรับผิดชอบต่อสังคม ภายใต้ธีม Value x Impact ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรและความคาดหวังของสังคมควบคู่ไปพร้อมกัน &#160; “เรื่อง Value x Impact [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2019/02/csr-sustainability-value-impact/">ไทยพัฒน์แนะ 6 ทิศทาง CSR ปี 2562</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">องค์กรเอกชนที่ทำกิจกรรม CSR เพื่อสังคมควรจะต้องupdate เพื่อปรับกระบวนการทางความคิดและเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว โดยสถาบันไทยพัฒน์ ให้ทิศทาง CSR ปี2562ไว้ 6 แนวทาง</span></h4>
<p><span id="more-5297"></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_5298" aria-describedby="caption-attachment-5298" style="width: 628px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-5298" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/02/SS-1.jpg" alt="" width="628" height="366" /><figcaption id="caption-attachment-5298" class="wp-caption-text">ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ ประธานสถาบันไทยพัฒน์ ขึ้นเวที่บรรยายเรื่อง 6 ทิศทาง CSR ปี 2562: The Power of Sustainability</figcaption></figure>
<p>ภาคเอกชนจำเป็นจะต้องนำเรื่องความยั่งยืนในประเด็นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น มาปรับบทบาทในการดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างให้เกิดคุณค่าทั้งสังคมและกิจการเอง เพื่อให้สามารถดำรงสถานการเติบโตของกิจการ โดยการสร้างผลกระทบเชิงบวก ลดผลกระทบเชิงลบ รวมถึงการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p>ในปีนี้<strong>สถาบันไทยพัฒน์</strong>ได้ประเมินทิศทางความรับผิดชอบต่อสังคมและแนวโน้มด้านความยั่งยืน ประจำปี 2562 เพื่อให้เอกชนสามารถนำไปใช้วางกลยุทธ์การดำเนินงานทางธุรกิจเพื่อใช้ในการขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืนอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong>ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ</strong> ประธานสถาบันไทยพัฒน์ กล่าวว่าสถาบันฯได้ขับเคลื่อนเรื่องCSRและความยั่งยืนมาตั้งแต่ปี 2554 สำหรับปี 2562 ทางสถาบันฯได้ประเมินทิศทางความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ CSR ภายใต้รายงานที่มีชื่อว่า<strong> 6 ทิศทาง CSR ปี 2562: The Power of Sustainability</strong> เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับหน่วยงานและองค์กรธุรกิจในการใช้เป็นแนวทางการดำเนินความรับผิดชอบต่อสังคม ภายใต้ธีม Value x Impact ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรและความคาดหวังของสังคมควบคู่ไปพร้อมกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-5299 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/02/SS-2.jpg" alt="" width="503" height="387" /></p>
<p>“เรื่อง Value x Impact ถือเป็นแนวทางหลักของการทำ CSR สำหรับองค์กรที่ต้องการได้ประโยชน์เต็มจากการดำเนินความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อสร้างให้เกิดเป็นคุณค่าทั้งต่อสังคมและต่อกิจการ สามารถดำรงสถานะการเติบโตกิจการ และคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ของกิจการ ในการสร้างผลกระทบเชิงบวก และบรรเทาผลกระทบเชิงลบที่มีน้ำหนักเพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาในระยะสั้น รวมทั้งการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว”</p>
<p><strong>สำหรับทิศทางทั้ง 6 ประกอบไปด้วย</strong></p>
<p><strong>1. The Rise of Waste-Free Campaign</strong><br />
<strong><em>แปลงขยะ (Waste) ปลายทาง ให้กลับมาเป็นวัสดุ (Materials) ต้นทาง</em></strong><br />
ปี 2562 ธุรกิจในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคหลายแห่ง จะลุกขึ้นมาจัดการกับขยะบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะพลาสติก ทั้งในแง่ของการส่งเสริมการลดใช้บรรจุภัณฑ์แบบครั้งเดียวทิ้ง การหาวิธีทดแทนบรรจุภัณฑ์เดิม และการใช้ซ้ำบรรจุภัณฑ์ ในขณะที่ธุรกิจในหมวดพาณิชย์ที่เป็นผู้ให้บริการจำหน่ายสินค้าปลีก โดยเฉพาะที่มีหน้าร้านเป็นสถานที่จัดจำหน่าย จะออกแคมเปญเพื่อกระตุ้นหรือจูงใจให้ผู้บริโภค ลดการรับหีบห่อหรือภาชนะที่เป็นพลาสติกอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>2. Inclusive Supply Chain</strong><br />
<strong><em>เปลี่ยนบทบาทผู้ด้อยโอกาส จากการเป็น ‘ผู้รับมอบ’ ความช่วยเหลือ มาเป็น ‘ผู้ส่งมอบ’ ในสายอุปทาน</em></strong><br />
ภาคธุรกิจจะให้ความช่วยเหลือทางสังคมแก่กลุ่มผู้ด้อยโอกาสที่ถูกคัดเลือก ด้วยการพัฒนาทักษะความเป็นผู้ประกอบการ การสร้างอาชีพรายได้ แทนการมอบเงินหรือสิ่งของ ในลักษณะที่เป็น CSR-after-process มาสู่การจัดหาด้วยการเปิดโอกาสให้เป็นผู้ส่งมอบในสายอุปทาน ซึ่งจัดเป็น CSR-in-process ที่ตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>3. The Shift to the SDG Economy</strong><br />
<em><strong>เคลื่อนย้ายสู่ระบบเศรษฐกิจที่ตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน</strong></em><br />
ในปี 2562 เป็นต้นไป ความเข้มข้นของการขับเคลื่อนเพื่อตอบสนองต่อ SDGs ในภาคธุรกิจ จะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการดำเนินงานที่เป็นไปอย่างรับผิดชอบ (Act Responsibly) ต่อผลกระทบในเชิงลบ แต่รวมถึงการแสวงหาโอกาส (Find Opportunities) ที่เป็นการสร้างคุณค่าหรือผลกระทบในเชิงบวก เกิดเป็นระบบเศรษฐกิจที่ตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Economy)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-5301 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/02/SS-3-1.jpg" alt="" width="523" height="473" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>4. Investment in the Third Dimension</strong><br />
<em><strong>เปิดโลกทัศน์การลงทุน จาก Risk-Return Profile ไปสู่การเพิ่มมิติที่เป็น Real World Impact</strong></em><br />
ผู้ลงทุนประเภทสถาบันที่ให้ความสำคัญกับประเด็นด้าน ESG จะเพิ่มการพิจารณาผลกระทบเพื่อเปลี่ยนแปลงโลก (Real World Impact) เป็นมุมมองของการลงทุนในมิติที่สาม เพิ่มเติมจากการพิจารณาคุณลักษณะความสัมพันธ์ด้านความเสี่ยงและผลตอบแทน (Risk-Return Profile) ในแบบทั่วไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>5. Impact is the New AccountAbility Principle</strong><br />
<em><strong>ใช้หลักการ AccountAbility เพื่อจัดการ Sustainability อย่างบูรณาการ</strong></em><br />
เป็นที่คาดหมายว่า กิจการที่ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือในผลการดำเนินงานและการรายงานด้านความยั่งยืน ผ่านการให้ความเชื่อมั่นจากหน่วยงานภายนอก (External Assurance) จะนำชุดหลักการ AccountAbility ที่ได้เพิ่มเติมหลักผลกระทบ (Impact) ไว้เป็นหลักการที่สี่ มาใช้กำกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน และสื่อสารถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นในรอบปีการดำเนินงานนี้เป็นต้นไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>6. Sustainability S-Curve </strong><br />
<em><strong>ยกระดับจากกลยุทธ์ความยั่งยืน (Sustainability Strategy) ไปสู่กลยุทธ์ที่ยั่งยืน (Sustainable Strategy)</strong></em><br />
วิสาหกิจที่อาศัยกลยุทธ์ความยั่งยืน เป็นเครื่องมือดำเนินงานมาระยะหนึ่ง จะเริ่มผนวกเรื่องความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์องค์กร มีการวิเคราะห์โอกาสและความเสี่ยงด้านความยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ และคณะกรรมการบริษัทจะเป็นผู้กำกับดูแลกลยุทธ์ (องค์กร) ที่ยั่งยืน (Sustainable Strategy) โดยไม่จำเป็นต้องมีคณะผู้รับผิดชอบด้านความยั่งยืนแยกต่างหากอีกต่อไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2019/02/csr-sustainability-value-impact/">ไทยพัฒน์แนะ 6 ทิศทาง CSR ปี 2562</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
