<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สมาคมศัลยแพทย์ทรวงอกแห่งประเทศไทย &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%ab/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 18 Sep 2021 07:48:03 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>สมาคมศัลยแพทย์ทรวงอกแห่งประเทศไทย &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ส.ศัลยแพทย์ทรวงอกแนะผู้ป่วยโรคหัวใจ-โรคปอดเร่งฉีดวัคซีนโควิดช่วยป้องกันการเสียชีวิต90%</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2021/09/vaccine-covid/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 18 Sep 2021 07:48:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[คนป่วยโรคปอดฉีดวัคซีนโควิดได้มั๊ย]]></category>
		<category><![CDATA[คนเป็นโรคหัวใจฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้มั๊ย]]></category>
		<category><![CDATA[สถิติการฉีดวัคซีนโควิดป้องกันโรคได้เท่าไหร่]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมศัลยแพทย์ทรวงอกแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[อันตรายจากการฉีดวัคซีนโควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=9923</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมศัลยแพทย์ทรวงอกแห่งประเทศไทย แนะผู้ป่วยโรคหัวใจ และโรคปอด ควรเร่งฉีด “วัคซีนโควิด-19” หลังมีสถิติวิจัยและยืนยันอย่างเป็นทางการว่า “ฉีดวัคซีน” จะสามารถป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ได้ถึง 50-80% และยังช่วยป้องกันการป่วยหนักจนถึงขั้นเสียชีวิต ได้มากถึง 90% ที่สำคัญ และยังมีอัตราความเสี่ยงจากการฉีดวัคซีนเพียงแค่ 0.002% แพทย์หญิงปีนัชนี ชาติบุรุษ ศัลยแพทย์โรคทรวงอก โรงพยาบาลราชวิถี และนายกสมาคม ศัลยแพทย์ทรวงอกแห่งประเทศไทย เผยว่า ท่ามกลางการความพยายามแก้ไขปัญหาโรคโควิด-19 ณ ปัจจุบัน องค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์กรสาธารณสุขทั่วโลกต่างลงความเห็นเดียวกันว่า วิธีจัดการกับการแพร่ระบาดของโควิดได้ดีที่สุด คือเร่งให้ประชากรได้รับวัคซีนอย่างน้อยร้อยละ 70 ขึ้นไป เพื่อให้เกิด Herd Immunity หรือภูมิคุ้มกันหมู่ขึ้นในพื้นที่ ซึ่งองค์กรสาธารณสุขไทยก็เข้าใจในข้อเท็จจริงนี้ดี และได้เร่งให้เกิดการเข้าถึงวัคซีนโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะกับกลุ่มเสี่ยงสูงอย่างกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า, กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป รวมถึงผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเสี่ยง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและลดความรุนแรงให้ลดน้อยลงที่สุด “นอกเหนือจากกระบวนการจัดการด้านวัคซีนแล้ว สาธารณสุขฯ ยังมีหน้าที่แก้ไขความเข้าใจผิดของผู้คนที่เกิดจากความกลัวต่อตัววัคซีนอีกด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงสูงอย่างผู้ป่วยโรคหัวใจ (โรคหัวใจและหลอดเลือด) และโรคปอด (โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง) ในกลุ่ม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/09/vaccine-covid/">ส.ศัลยแพทย์ทรวงอกแนะผู้ป่วยโรคหัวใจ-โรคปอดเร่งฉีดวัคซีนโควิดช่วยป้องกันการเสียชีวิต90%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">สมาคมศัลยแพทย์ทรวงอกแห่งประเทศไทย แนะผู้ป่วยโรคหัวใจ และโรคปอด ควรเร่งฉีด “วัคซีนโควิด-19” หลังมีสถิติวิจัยและยืนยันอย่างเป็นทางการว่า “ฉีดวัคซีน” จะสามารถป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ได้ถึง 50-80% และยังช่วยป้องกันการป่วยหนักจนถึงขั้นเสียชีวิต ได้มากถึง 90% ที่สำคัญ และยังมีอัตราความเสี่ยงจากการฉีดวัคซีนเพียงแค่ 0.002%</span></h4>
<p><span id="more-9923"></span><br />
แพทย์หญิงปีนัชนี ชาติบุรุษ ศัลยแพทย์โรคทรวงอก โรงพยาบาลราชวิถี และนายกสมาคม ศัลยแพทย์ทรวงอกแห่งประเทศไทย เผยว่า ท่ามกลางการความพยายามแก้ไขปัญหาโรคโควิด-19 ณ ปัจจุบัน องค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์กรสาธารณสุขทั่วโลกต่างลงความเห็นเดียวกันว่า วิธีจัดการกับการแพร่ระบาดของโควิดได้ดีที่สุด คือเร่งให้ประชากรได้รับวัคซีนอย่างน้อยร้อยละ 70 ขึ้นไป เพื่อให้เกิด Herd Immunity หรือภูมิคุ้มกันหมู่ขึ้นในพื้นที่ ซึ่งองค์กรสาธารณสุขไทยก็เข้าใจในข้อเท็จจริงนี้ดี และได้เร่งให้เกิดการเข้าถึงวัคซีนโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะกับกลุ่มเสี่ยงสูงอย่างกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า, กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป รวมถึงผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเสี่ยง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและลดความรุนแรงให้ลดน้อยลงที่สุด</p>
<figure id="attachment_9924" aria-describedby="caption-attachment-9924" style="width: 606px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="wp-image-9924" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/1-6.jpg" alt="" width="606" height="377" /><figcaption id="caption-attachment-9924" class="wp-caption-text">แพทย์หญิงปีนัชนี ชาติบุรุษ นายกสมาคม ศัลยแพทย์ทรวงอกแห่งประเทศไทย</figcaption></figure>
<p>“นอกเหนือจากกระบวนการจัดการด้านวัคซีนแล้ว สาธารณสุขฯ ยังมีหน้าที่แก้ไขความเข้าใจผิดของผู้คนที่เกิดจากความกลัวต่อตัววัคซีนอีกด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงสูงอย่างผู้ป่วยโรคหัวใจ (โรคหัวใจและหลอดเลือด) และโรคปอด (โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง) ในกลุ่ม 7 โรคเสี่ยง ที่กังวลว่าความเสี่ยงจากผลข้างเคียงของวัคซีน อาจกระทบต่อโรคประจำตัวที่ตัวเองเป็นอยู่ แต่ความจริงแล้วกลุ่มผู้ป่วยโรคทรวงอก (หัวใจและปอด) ล้วนแต่เป็นผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงสุด และต้องได้รับวัคซีนโควิด-19 โดยเร็วที่สุด เพราะหากผู้ป่วยโรคทรวงอกได้รับเชื้อโควิดเข้าไป โอกาสที่เชื้อจะลุกลามจนลงสู่ปอดและยากต่อการทำการรักษา มีมากกว่าคนทั่วไปถึงหลายสิบเท่า”</p>
<p>สมาคมศัลยแพทย์ทรวงอกแห่งประเทศไทย ที่มีความเชี่ยวชาญการดูแลผู้ป่วยโรคทรวงอก ต้องการสื่อสารให้ได้ทราบถึงความเข้าใจผิดต่อผลข้างเคียง และความจำเป็นที่ผู้ป่วยต้องได้รับวัคซีนโควิด-19 โดยเร็วที่สุด ได้จัดทำสื่อในรูปแบบวิดีโอ ที่มีเนื้อหาครอบคลุมข้อดีและความเสี่ยงในการรับวัคซีนให้เห็นแบบ animation และ infographic โดยองค์การอนามัยโลก มีสถิติวิจัยและยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่าวิธีฉีดวัคซีนจะสามารถป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ได้ถึง 50-80% และยังช่วยป้องกันการป่วยหนักจนถึงขั้นเสียชีวิต ได้มากถึง 90% ที่สำคัญ อัตราความเสี่ยงจากการฉีดวัคซีน ยังน้อยเพียงแค่ 0.002% หรือในจำนวนคน 1 แสนคน จะพบผู้มีความเสี่ยงเพียง 2 คนเท่านั้น</p>
<p><img decoding="async" class=" wp-image-9925 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/2-4.jpg" alt="" width="593" height="340" /></p>
<p>“อันตรายของเชื้อโควิด-19 หลักๆ อยู่ที่ความเร็วในการแพร่ระบาด ความสามารถในการกลายพันธุ์จนเกิดการติดต่อได้ง่ายกว่าเก่า รวมถึงความรุนแรงเมื่อเชื้อลงสู่ปอด ดังนั้นจึงพูดได้เต็มปากว่าผู้ที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะกลุ่มโรคทรวงอกที่เกี่ยวข้องกับระบบหลอดลมทั้งหมด คือหนึ่งในกลุ่มเปราะบางที่สุด เพราะหากได้รับเชื้อโควิดเมื่อไร โอกาสที่เชื้อจะลุกลามลงปอดจะเกิดขึ้นได้ง่ายมาก อีกทั้งการรักษาเยียวยาจะมีความยากยิ่งกว่า และยังมีเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตสูงมากอีกด้วย ดังนั้น จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ผู้ป่วยโรคทรวงอก (หัวใจและปอด) ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลข้างเคียงของวัคซีน และรีบไปรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดยเร็วที่สุด” แพทย์หญิงปีนัชนี ทิ้งท้าย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><iframe title="โรคหัวใจโรคปอดต้องรีบฉีดวัคซีน" width="1170" height="658" src="https://www.youtube.com/embed/UWGI-twZKgs?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/09/vaccine-covid/">ส.ศัลยแพทย์ทรวงอกแนะผู้ป่วยโรคหัวใจ-โรคปอดเร่งฉีดวัคซีนโควิดช่วยป้องกันการเสียชีวิต90%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
