<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 20 May 2026 12:02:37 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ไทยติด Top 50 &#8216;เมืองระบบนิเวศสตาร์ทอัพดีที่สุดในโลก&#8217; พร้อมขึ้น​ผู้นำ MedTech อาเซียน เพิ่ม​โอกาสใหม่ด้าน Wellness Economy</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/thailand-top-50-global-startup-ecosystem/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 May 2026 11:11:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Global Startup Ecosystem Index 2026]]></category>
		<category><![CDATA[Global Startup Hub]]></category>
		<category><![CDATA[MedTech]]></category>
		<category><![CDATA[NIA]]></category>
		<category><![CDATA[Startup Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Startup Nation]]></category>
		<category><![CDATA[StartupBlink]]></category>
		<category><![CDATA[Wellness Economy]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศนวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศสตาร์ตอัป]]></category>
		<category><![CDATA[ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[อว.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41956</guid>

					<description><![CDATA[<p>NIA เผยข่าวดี ประเทศไทยติด Top 50 เมืองที่มีระบบนิเวศสตาร์ทอัพดีที่สุดในโลกในรอบ 6 ปี พร้อมคว้าเบอร์ 1 ด้าน MedTech อาเซียน โอกาสใหม่ของเศรษฐกิจสุขภาวะ (Wellness Ecosystem) ‘กรุงเทพฯ – เชียงใหม่ &#8211; ภูเก็ต’ ขึ้นทำเนียบเมืองแม่เหล็กดึงสตาร์ทอัพจากทั่วโลกสู่ไทย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยผลการจัดอันดับ ดัชนีระบบนิเวศสตาร์ทอัพโลก ประจำปี 2569 (Global Startup Ecosystem Index 2026)​โดย StartupBlink ​แพลตฟอร์มวิจัยและวิเคราะห์ระบบนิเวศสตาร์ทอัพระดับโลกจาก 120 ประเทศ และกว่า 1,500 เมือง โดยปีนี้ภาพรวมประเทศไทยสามารถขยับสู่อันดับที่ 49 ของโลก เข้าสู่อันดับ Top 50 เป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี อันดับ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/thailand-top-50-global-startup-ecosystem/">ไทยติด Top 50 &#8216;เมืองระบบนิเวศสตาร์ทอัพดีที่สุดในโลก&#8217; พร้อมขึ้น​ผู้นำ MedTech อาเซียน เพิ่ม​โอกาสใหม่ด้าน Wellness Economy</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div dir="auto">
<p>NIA เผยข่าวดี ประเทศไทยติด Top 50 เมืองที่มีระบบนิเวศสตาร์ทอัพดีที่สุดในโลกในรอบ 6 ปี พร้อมคว้าเบอร์ 1 ด้าน MedTech อาเซียน โอกาสใหม่ของเศรษฐกิจสุขภาวะ (Wellness Ecosystem) ‘กรุงเทพฯ – เชียงใหม่ &#8211; ภูเก็ต’ ขึ้นทำเนียบเมืองแม่เหล็กดึงสตาร์ทอัพจากทั่วโลกสู่ไทย</p>
</div>
<p><span id="more-41956"></span></p>
<p><strong>สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA</strong> <strong>กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)</strong> เผยผลการจัดอันดับ <strong>ดัชนีระบบนิเวศสตาร์ทอัพโลก ประจำปี 2569 (Global Startup Ecosystem Index 2026)</strong>​โดย <strong>StartupBlink </strong>​แพลตฟอร์มวิจัยและวิเคราะห์ระบบนิเวศสตาร์ทอัพระดับโลกจาก 120 ประเทศ และกว่า 1,500 เมือง</p>
<div dir="auto">
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41961 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/Top10-Ecosystem.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>โดยปีนี้ภาพรวมประเทศไทยสามารถขยับสู่อันดับที่ 49 ของโลก เข้าสู่อันดับ Top 50 เป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี อันดับ 4 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมสร้างอัตราการเติบโตของระบบนิเวศสตาร์ทอัพสูงถึง​ 62.6% และยังติดอันดับเมืองที่เอื้อต่อสตาร์ทอัพกลุ่ม MedTech ดีที่สุดในอาเซียน</p>
<p>ทั้งนี้ <strong>กรุงเทพมหานคร</strong> ยังขยับขึ้นสู่อันดับ 76 ของโลก และอันดับ 4 ของอาเซียน พร้อมคว้าอันดับ 1 เมืองโรโบติกส์อาเซียน (อันดับ 17 โลก) <strong>ด้านเชียงใหม่ &#8211; ภูเก็ต</strong> เติบโตสูงขึ้นกว่า 91.6% และ 85.9% ตามลำดับ</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีเ<strong>มืองใหม่ที่มีศักยภาพสูงเพิ่มอีก 4 แห่ง ได้แก่ พัทยา สมุทรปราการ ปทุมธานี และนครปฐม</strong> ทำให้ไทยเป็นประเทศที่มีจำนวนเมืองติดอันดับมากที่สุดอันดับ 3 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41962 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/Top-City-.jpeg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์</strong> รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า  นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจด้านนวัตกรรมของประเทศไทย หลังผลการจัดอันดับ <strong>Global Startup Ecosystem Index 2026</strong> โดย <strong>StartupBlink</strong>  สามารถขยับขึ้นสู่อันดับ 49 ของโลกและเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปีที่เข้าสู่ Top 50 อันดับ 4 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย</p>
<p><em>&#8220;ผลที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึง <strong>พัฒนาการของเมือง และระบบนิเวศนวัตกรรมไทยที่เติบโตจากการขับเคลื่อนนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน มุ่งสร้างระบบนิเวศให้เอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจนวัตกรรมมาอย่างต่อเนื่อง</strong> รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมและการสร้างผู้ประกอบการเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่อง เพราะมองว่า <strong>สตาร์ทอัพไม่ใช่เพียงธุรกิจเกิดใหม่ แต่เป็นกลไกสำคัญในการสร้าง New Growth Engine ให้กับประเทศ ทั้งในมิติของเศรษฐกิจดิจิทัล การเติบโตของอุตสาหกรรมเป้าหมาย การสร้างงานทักษะสูง และการแข่งขันในเวทีโลก</strong> ซึ่งการที่ประเทศไทยสามารถก้าวเข้าสู่ Top 50 ของโลก และอันดับ 1 ด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ (MedTech) ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อันดับ 8 ของโลก) รวมถึงการที่กรุงเทพมหานครครองอันดับ 1 ด้านวิทยาการหุ่นยนต์ (Robotics) ในภูมิภาค ถือเป็นสัญญาณที่ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุน ผู้ประกอบการ และเครือข่ายนวัตกรรมระดับนานาชาติมากขึ้น”</em></p>
<p>ปัจจุบันกระทรวง อว. และ NIA อยู่ระหว่างเร่งผลักดันและส่งเสริมให้เกิดการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศผ่านโครงการสำคัญทั้งการส่งเสริม <strong>Area – based Innovation Ecosystem, Matching Fund &amp; University Holding Company, Makerspace ชุมชน, การขยายผล Startup Thailand League</strong> รวมถึงการส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นระบบ เพื่อพัฒนา <strong>DeepTech Startup</strong> และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงในสาขายุทธศาสตร์สำคัญ เช่น <strong>MedTech, AI, Robotics, Climate Tech และ FoodTech</strong> ควบคู่กับการพัฒนากำลังคนทักษะสูง การวิจัยและพัฒนาเชิงพาณิชย์ และการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม และภาคการลงทุน เพื่อสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น <strong>&#8216;ชาตินวัตกรรม หรือ Innovation Nation&#8217;</strong> อย่างเต็มรูปแบบ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41958 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/PIC5-re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ศ.ดร.ยศชนัน</strong> กล่าวต่อว่า จุดที่น่าสนใจจากการจัดอันดับคือการที่ไทยขยับสู่การเป็นผู้นำสตาร์ทอัพในด้าน MedTech สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพความพร้อมที่จะพัฒนาเพื่อให้สอดรับกับแนวโน้มโลกที่กำลังเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจสุขภาวะ (Wellness Economy) ที่เปรียบเสมือนเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของไทยในอนาคต ซึ่งผู้ประกอบการในประเทศมีความพร้อมในด้านองค์ความรู้ และความสามารถด้านนวัตกรรมที่จะสามารถพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ที่จะตอบโจทย์ความต้องการด้านการแพทย์ และสุขภาพในตลาดได้ แต่ก็ยังต้องเผชิญกับความท้าทายในหลายปัจจัย เช่น เงินทุนสนับสนุน การเข้าถึงโอกาสทดสอบนวัตกรรมก่อนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงยังขาดการเชื่อมโยงเครือข่ายสนับสนุนการเติบโต รัฐบาลจึงพร้อมสนับสนุนการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน มหาวิทยาลัย นักลงทุน เพื่อร่วมกันสร้างโอกาสตามเป้าหมายการเป็นประเทศรายได้สูงด้วยวิจัยและนวัตกรรม</p>
<p>ด้าน <strong>ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง</strong> ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) กล่าวว่า ผลการจัดอันดับในปีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของระบบนิเวศสตาร์ทอัพไทยในหลายมิติ โดย<strong>ประเทศไทยไม่เพียงก้าวเข้าสู่ Top 50 ของโลกได้เป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี แต่ยังมีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดเป็นอันดับ 4 ในกลุ่ม 50 อันดับแรกของโลกที่ 62.6%</strong> (อันดับ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) สะท้อนถึงศักยภาพของผู้ประกอบการไทย การขยายตัวของการลงทุนด้านเทคโนโลยี และความแข็งแกร่งของเครือข่ายสตาร์ทอัพในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ</p>
<p>รวมถึงการที่ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับด้าน <strong>Startup Community Activity</strong> เป็นอันดับ 2 ของเอเชียแปซิฟิก ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตของกิจกรรมด้านนวัตกรรมและชุมชนผู้ประกอบการที่มีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยเริ่มเห็นการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมในเชิงโครงสร้างอย่างชัดเจนทั้งด้านการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการ นักลงทุน มหาวิทยาลัย และหน่วยงานสนับสนุน ตลอดจนการขยายตัวของกิจกรรมด้านนวัตกรรมสู่ภูมิภาคมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับสูงขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41960 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/PIC4-er.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“กรุงเทพมหานคร ถือเป็นเมืองศูนย์กลางด้านสตาร์ทอัพของประเทศที่สามารถขยับขึ้น 5 อันดับสู่อันดับ 76 ของโลก และอันดับ 4 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมขึ้นเป็นเมืองอันดับ 1 ด้านวิทยาการหุ่นยนต์ของภูมิภาค และอันดับ 17 ของโลก ขณะที่เมืองรองอย่างภูเก็ต และเชียงใหม่ก็มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด สะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวของระบบนิเวศนวัตกรรมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเมืองรองในการดึงดูดผู้ประกอบการ นักลงทุน และกลุ่ม Digital Nomad จากทั่วโลกเข้ามาสร้างธุรกิจและนวัตกรรมในประเทศไทยมากขึ้น&#8221;</em></p>
<p>สำหรับปัจจัยหลักที่ StartupBlink ใช้ในการประเมินจัดอันดับ ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่</p>
<p><strong>1.  Quantity Score</strong> หรือปริมาณกิจกรรมของระบบนิเวศ เช่น จำนวนสตาร์ทอัพ นักลงทุน Accelerator Co-working Space และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระบบนิเวศ</p>
<p><strong>2. Quality Score</strong> หรือคุณภาพและผลกระทบของระบบนิเวศ เช่น การเติบโตของสตาร์ทอัพระดับ Unicorn การลงทุน ความแข็งแกร่งของบริษัทเทคโนโลยี และอิทธิพลของระบบนิเวศในระดับโลก</p>
<p><strong>3. Startup Business Environment Score</strong> ซึ่งประเมินความพร้อมของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบ คุณภาพอินเทอร์เน็ต สภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจ ความพร้อมด้านบุคลากร และบริการสนับสนุนอื่นๆ</p>
<p><em>“ปัจจุบันประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายด้านการท่องเที่ยว แต่ยังเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับผู้ประกอบการเทคโนโลยี นักลงทุน และกลุ่ม Digital Nomad จากทั่วโลก ที่เข้ามาใช้ชีวิต ทำงาน และสร้างธุรกิจ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ และภูเก็ต ซึ่งมีศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐาน คุณภาพชีวิต และชุมชนผู้ประกอบการสร้างสรรค์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง NIA จะปั้น &#8216;<strong>ย่านนวัตกรรมอารีย์&#8217;</strong> ให้เป็นพื้นที่ศูนย์กลางคอมมูนิตี้สตาร์ทอัพของไทยเพื่อเสริมความเข้มแข็งของระบบนิเวศสตาร์ทอัพไทยสู่สากล  สิ่งเหล่านี้จะช่วยเชื่อมโยงองค์ความรู้ เงินทุน เทคโนโลยี และเครือข่ายนวัตกรรมระดับนานาชาติ  สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้ประเทศในอนาคต&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41964 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/PIC1-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>การเติบโตของประเทศไทยในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของอันดับ แต่เป็นสัญญาณสำคัญว่าระบบนิเวศนวัตกรรมไทยกำลังก้าวสู่การเติบโตในระดับสากลเป็น<strong> Global Startup Hub</strong> อย่างชัดเจน โดย NIA จะยังคงเดินหน้าทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย เชื่อมโยงประเทศสู่เครือข่ายนวัตกรรมโลก และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Startup Nation อย่างยั่งยืนต่อไป</p>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/thailand-top-50-global-startup-ecosystem/">ไทยติด Top 50 &#8216;เมืองระบบนิเวศสตาร์ทอัพดีที่สุดในโลก&#8217; พร้อมขึ้น​ผู้นำ MedTech อาเซียน เพิ่ม​โอกาสใหม่ด้าน Wellness Economy</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ออมสิน x NIA เปิดคอร์สฟรี “GSB Innovation for the Future” ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/gsb-innovation-for-the-future/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 May 2026 07:54:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[GSB]]></category>
		<category><![CDATA[GSB Innovation for the Future]]></category>
		<category><![CDATA[NIA]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารออมสิน]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารเพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการรุ่นใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วชิรา การสุทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[หลักสูตร]]></category>
		<category><![CDATA[ออมตังค์]]></category>
		<category><![CDATA[ออมสิน x NIA]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[โมเดลธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41581</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางสาววชิรา การสุทธิ์ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มการตลาดเพื่อความยั่งยืน ร่วมกับ ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เปิดตัวหลักสูตรออนไลน์ “GSB Innovation for the Future” มุ่งพัฒนาทักษะนวัตกรรมและการประกอบธุรกิจให้คนรุ่นใหม่ นักศึกษา และผู้เริ่มต้นธุรกิจ โดยออกแบบเนื้อหาให้เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริง ครอบคลุมตั้งแต่การเริ่มต้นธุรกิจ การสร้างแบรนด์ในยุคดิจิทัล ไปจนถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและ AI เพื่อพัฒนาโมเดลธุรกิจ พร้อมกรณีศึกษาจากภาคธุรกิจจริง โดยตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มีผู้ลงทะเบียนเรียนแล้วกว่า 100,000 ราย และในปี 2569 ได้ปรับเนื้อหาให้ทันสมัยยิ่งขึ้น รองรับโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมเปิดให้เรียนฟรีผ่านเว็บไซต์ “ออมตังค์” โดยธนาคารออมสิน (oomtang.gsb.or.th) ได้ตั้งแต่วันนี้ การพัฒนาหลักสูตรดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนบทบาท “ธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต” ที่ธนาคารมีเป้าหมายช่วยสร้างทักษะการประกอบอาชีพและความสามารถในการดำเนินธุรกิจอย่างมืออาชีพให้ประชาชนได้มีโอกาสสร้างรายได้ สามารถดำรงชีพได้อย่างมั่นคง และเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ภายในงานเปิดตัวยังมีการจัดแสดงผลงานผู้ประกอบการต้นแบบ 11 ราย และเวทีเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจ ณ Next Tech สยามพารากอน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/gsb-innovation-for-the-future/">ออมสิน x NIA เปิดคอร์สฟรี “GSB Innovation for the Future” ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นางสาววชิรา การสุทธิ์</strong> รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มการตลาดเพื่อความยั่งยืน ร่วมกับ <strong>ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง</strong> ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เปิดตัวหลักสูตรออนไลน์ “<strong>GSB Innovation for the Future</strong>” มุ่งพัฒนาทักษะนวัตกรรมและการประกอบธุรกิจให้คนรุ่นใหม่ นักศึกษา และผู้เริ่มต้นธุรกิจ</p>
<p><span id="more-41581"></span></p>
<p>โดยออกแบบเนื้อหาให้เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริง ครอบคลุมตั้งแต่การเริ่มต้นธุรกิจ การสร้างแบรนด์ในยุคดิจิทัล ไปจนถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและ AI เพื่อพัฒนาโมเดลธุรกิจ พร้อมกรณีศึกษาจากภาคธุรกิจจริง โดยตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มีผู้ลงทะเบียนเรียนแล้วกว่า 100,000 ราย และในปี 2569 ได้ปรับเนื้อหาให้ทันสมัยยิ่งขึ้น รองรับโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมเปิดให้เรียนฟรีผ่านเว็บไซต์ “<strong>ออมตังค์</strong>” โดยธนาคารออมสิน (oomtang.gsb.or.th) ได้ตั้งแต่วันนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41583 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/GSB-NIA2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>การพัฒนาหลักสูตรดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนบทบาท “ธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต” ที่ธนาคารมีเป้าหมายช่วยสร้างทักษะการประกอบอาชีพและความสามารถในการดำเนินธุรกิจอย่างมืออาชีพให้ประชาชนได้มีโอกาสสร้างรายได้ สามารถดำรงชีพได้อย่างมั่นคง และเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ภายในงานเปิดตัวยังมีการจัดแสดงผลงานผู้ประกอบการต้นแบบ 11 ราย และเวทีเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจ ณ Next Tech สยามพารากอน เมื่อวันที่ 29 เม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/gsb-innovation-for-the-future/">ออมสิน x NIA เปิดคอร์สฟรี “GSB Innovation for the Future” ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอ็นไอเอ เปิด 3 เทรนด์นวัตกรรมมาแรง ขับเคลื่อน &#8216;เทคโนโลยี -ธุรกิจ-ผู้บริโภค&#8217; ​​พร้อม 4 นโยบาย ขับเคลื่อนไทยสู่ประเทศไทย​ &#8216;เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม’</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/nia-disclose-innovation-trends-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 17 Jan 2026 11:29:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Green Circular]]></category>
		<category><![CDATA[Health & Wellness]]></category>
		<category><![CDATA[Hyper-Personalization]]></category>
		<category><![CDATA[innovation]]></category>
		<category><![CDATA[Innovation Nation]]></category>
		<category><![CDATA[Muketing]]></category>
		<category><![CDATA[National Innovation Agency Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[NIA]]></category>
		<category><![CDATA[PET]]></category>
		<category><![CDATA[Silver Solution]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Technology]]></category>
		<category><![CDATA[Trends]]></category>
		<category><![CDATA[ชาตินวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39416</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิด​ 3 เทรนด์นวัตกรรมที่น่าสนใจในปี 2569 ได้แก่ เทรนด์ทางเทคโนโลยี (Technology Trends) เทรนด์ทางธุรกิจ (Market Trends) และเทรนด์ในผู้บริโภค (Consumer Trends) พร้อมเปิด 4 นโยบายขับเคลื่อนนวัตกรรม ​ประกอบด้วย 1) ส่งเสริมการลงทุนธุรกิจนวัตกรรม (Investment), 2) เชื่อมโยงทุกภาคส่วนเพื่อการพัฒนานวัตกรรม (Innovation Linkages),  3) ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมในระดับพื้นที่ (Regionalization of Innovation) และ 4) ยกระดับทักษะนวัตกรรมของประเทศ (Innovation Competency at Large) เพื่อเร่งส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาศักยภาพการเติบโต และการกระจายตัวของธุรกิจนวัตกรรมให้พร้อมเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยต่อไปอย่างยั่งยืน ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA เปิดเผยว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/nia-disclose-innovation-trends-2026/">เอ็นไอเอ เปิด 3 เทรนด์นวัตกรรมมาแรง ขับเคลื่อน &#8216;เทคโนโลยี -ธุรกิจ-ผู้บริโภค&#8217; ​​พร้อม 4 นโยบาย ขับเคลื่อนไทยสู่ประเทศไทย​ &#8216;เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) </strong>หรือ<strong> NIA</strong> กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิด​ 3 เทรนด์นวัตกรรมที่น่าสนใจในปี 2569 ได้แก่ เทรนด์ทางเทคโนโลยี (Technology Trends) เทรนด์ทางธุรกิจ (Market Trends) และเทรนด์ในผู้บริโภค (Consumer Trends)</p>
<p><span id="more-39416"></span></p>
<p>พร้อมเปิด 4 นโยบายขับเคลื่อนนวัตกรรม ​ประกอบด้วย 1) ส่งเสริมการลงทุนธุรกิจนวัตกรรม (Investment), 2) เชื่อมโยงทุกภาคส่วนเพื่อการพัฒนานวัตกรรม (Innovation Linkages),  3) ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมในระดับพื้นที่ (Regionalization of Innovation) และ 4) ยกระดับทักษะนวัตกรรมของประเทศ (Innovation Competency at Large) เพื่อเร่งส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาศักยภาพการเติบโต และการกระจายตัวของธุรกิจนวัตกรรมให้พร้อมเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยต่อไปอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง</strong> ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA เปิดเผยว่า ​การก้าวกระโดดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค แนวคิดสลับขั้วทางการค้าที่นำไปสู่มาตรการภาษีตอบโต้แบบเท่าเทียมที่สร้างความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและห่วงโซ่มูลค่าโลก ตลอดจนปัญหาสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติทางธรรมชาติ กลายเป็นกระแสความเปลี่ยนแปลงหลักที่เกิดขึ้นในปี 2568</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39531 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/AW-ประกอบข่าว-1.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ทั้งนี้ ​ <strong>‘นวัตกรรม’</strong> ยังคงเป็นส่วนสำคัญ เพื่อรับมือความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนเหล่านี้​ โดยเฉพาะผู้ประกอบการไทย ​ที่ต้องติดตามและปรับตัวให้ทันกระแสความเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด​ เพื่อสามารถขับเคลื่อนการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โ​ดยในปี 2569 นี้ NIA มอง​ Top3 ของเทรนด์นวัตกรรมที่น่าจับตาพร้อมทั้งการเกิดโอกาสทางธุรกิจจากเทรนด์แต่ละด้าน ดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>1. เทรนด์ทางเทคโนโลยี (Technology Trends) : ​</strong>โดยเทรนด์ต่างๆ เหล่านี้จะช่วยให้ธุรกิจ​<strong> ‘ต้นทุนถูกลง’</strong> และ <strong>‘สร้างความสามารถในแข่งขันในระยะยาว’ </strong>โดย​ 3 เทรนด์ทางเทคโนโลยีที่น่าสนใจ ​ได้แก่</p>
<p><strong>&#8211; Agentic AI (ปัญญาประดิษฐ์    เชิงปฏิบัติการ) หรือ AI ที่สามารถทำงานแทนคนได้</strong>อย่างการตอบแชทลูกค้าพร้อมปิดการขาย การจัดการคำสั่งซื้อ  การจองคิว การเปรียบเทียบราคา และการสั่งซื้อสินค้าโดยอัตโนมัติ</p>
<p><strong>&#8211; Hyper-Automation (ระบบอัตโนมัติเชื่อมโยง)</strong> ระบบบอทที่ช่วยลดงานซ้ำๆ เพิ่มประสิทธิภาพ และความแม่นยำ รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลที่ช่วยในการตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น เมื่อมีคำสั่งซื้อจากร้านค้า ข้อมูลจะวิ่งไปตัดสต็อกในระบบบัญชี และออกใบแปะหน้าขนส่งทันทีโดยไม่ต้องใช้คนคีย์ข้อมูลซ้ำ</p>
<p><strong>&#8211; Carbon Accounting (ระบบคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์) </strong>ถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีที่มีการส่งออกหรือเป็นซัพพลายเออร์ให้กับบริษัทใหญ่ โดยต้องจัดทำตั้งแต่การใช้พลังงาน การผลิต การขนส่ง และของเสีย เพื่อให้ทราบถึงร่องรอยการปลดปล่อยคาร์บอน เนื่องจากความเข้มงวดของกฎระเบียบโลก เช่น CBAM ของยุโรป ตลอดจน พ.ร.บ. โลกร้อนที่อยู่ระหว่างการเตรียมการ</p>
<p><strong>2. เทรนด์ทางธุรกิจ (Market Trends) : </strong>สะท้อนแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจและอุตสาหกรรมจากกลุ่มต่างๆ ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีความสามารถในการดึงดูดกำลังซื้อของลูกค้าและผู้บริโภค  โดย 3 เทรนด์กลุ่ม​ธุรกิจที่น่าจับตามอง ประกอบด้วย</p>
<p><strong>&#8211; Health and Wellness (ธุรกิจฮีลกายและใจ)</strong> ที่ไม่ได้มีแค่การ ‘รักษา’ แต่รวมถึงการ ‘ป้องกัน’ และการ ‘บำบัด’ ในกลุ่มคนวัยทำงานที่มีความเครียดสะสมมักพบปัญหา Office Syndrome และปัญหาการนอนหลับ จึงเป็นโอกาสให้กลุ่มธุรกิจและบริการ ​เช่น คลินิกกายภาพบำบัด, ผลิตภัณฑ์เครื่องหอม/เทียนหอมช่วยการนอนหลับ, อาหารเสริมคลายเครียดจากสมุนไพรไทย หรือธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รมทั้งกิจกรรมโยคะ/ทำสมาธิ  เป็นต้น</p>
<p><strong>&#8211; Pet Economy (เศรษฐกิจทาสหมาแมว)</strong>  ตลาดสัตว์เลี้ยงในไทยถือว่าเป็นตลาดที่เติบโตได้สวนกระแสเศรษฐกิจ จากที่เคยเป็นธุรกิจที่มีตลาดเฉพาะกลุ่ม กลายมาเป็นธุรกิจกระแสหลักที่เริ่มมีคนกระโดดเข้ามาแย่งส่วนแบ่งเพิ่มขึ้น เช่น อาหารสัตว์เกรด Holistic/Organic ปรุงสุกใหม่ (Fresh Pet Food), เสื้อผ้าสัตว์เลี้ยงแฟชั่น เฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบให้มีฟังก์ชันสำหรับแมว ตลอดจนบริการสปา คอนโดและโรงแรมสำหรับสัตว์เลี้ยง</p>
<p><strong>&#8211; Green &amp; Circular Business (สร้างคุณค่าจากของเหลือใช้)</strong> เทรนด์รักษ์โลก ทำให้ธุรกิจ ‘Upcycling’ และ ‘Recycling’ ได้รับความสนใจ สินค้าและบริการที่มีความเป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อม หรือมีเรื่องราวสอดรับกับเทรนด์รักษ์โลก ​แม้ว่าจะมีราคาสูงกว่าสินค้าทั่วไป หรือมีภาระด้านต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นในมุมของผู้ผลิต แต่ก็ยังได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาด และช่วยสร้างโอกาสที่ดีสำหรับภาคธุรกิจ หรือ SME ในการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค้าให้วัตถุดิบในท้องถิ่น หรือต่อยอดวัตถุดิบเหลือทิ้ง ผ่านการออกแบบให้ตอบโจทย์การใช้งาน หรือตามเทรนด์แฟชัน ​เช่น ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ชีวภาพ, ธุรกิจแฟชันจากวัสดุหมุนเวียน, สินค้าอุปโภคบริโภคแบบเติม (Refill Station) เพื่อช่วยลดปริมาณขยะพลาสติก  เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39530 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/Re-nia3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>3. เทรนด์ผู้บริโภค (Consumer Trends) : </strong>พฤติกรรมคนไทยเปลี่ยนไป   สู่ความ ‘คุ้มค่า’ และ ‘ใส่ใจตัวเอง’ มากขึ้น โดย 3 เทรนด์​พฤติกรรม​ที่​​เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคที่มีความน่าสนใจ ประกอบด้วย</p>
<p><strong>&#8211; Hyper-Personalization (รู้ใจรายคน)</strong> ลูกค้าไม่ได้ต้องการแค่สินค้าคุณภาพดี แต่ต้องการสินค้าที่<strong> ‘เหมาะกับฉันคนเดียว’</strong> โดยฟันเฟืองสำคัญคือการวิเคราะห์และใช้ประโยชน์ข้อมูล เพื่อเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง เช่น อาหารเสริมที่จัดชุดตามผลตรวจเลือด สกินแคร์ที่ปรับสูตรตามสภาพผิวเฉพาะ เป็นต้น</p>
<p><strong>&#8211; Silver Solution (สูงวัยมีสุข)</strong> ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยสมบูรณ์แบบ ดังนั้น การออกแบบธุรกิจและบริการเพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้กับลูกค้ากลุ่มนี้จะช่วยสร้างความแตกต่าง  ให้กับธุรกิจ เช่น บริการปรับปรุงห้องน้ำ/บ้านเพื่อความปลอดภัย ทัวร์ท่องเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์สำหรับวัยเกษียณ บริการผู้ช่วยพาไปหาหมอ</p>
<p><strong>&#8211; Muketing หรือ Magic Economy (สายมูฮีลใจ)</strong> ความเชื่อและความศรัทธาอยู่คู่กับคนไทยมายาวนานจนกลายเป็นวิถีชีวิต ประเพณีและวัฒนธรรม ที่สามารถนำมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล เหมาะกับการส่งเสริมธุรกิจทัวร์ทำบุญไหว้พระ ผลิตภัณฑ์บนความเชื่ออย่างกำไลข้อมือและตะกรุดแฟชั่น ซึ่งผสมรวมระหว่างงานศิลปะกับความเชื่อเรื่องอำนาจเหนือธรรมชาติที่มีพลังวิเศษ เป็นต้น</p>
<p><strong>4 นโยบายขับเคลื่อนการพัฒนา &#8216;นวัตกรรม&#8217; ประเทศไทย</strong></p>
<p><strong>ดร. กริชผกา</strong> <strong>กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong> ที่ผ่านมา NIA มีเป้าหมายสำคัญในการปรับเปลี่ยนประเทศไปสู่ <strong>‘เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม’ เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาวที่ตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงในอนาคต</strong> โดยมีธุรกิจสตาร์ตอัปและผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งจำเป็นต้องเร่งสร้างอุตสาหกรรมใหม่เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ และผลักดันนวัตกรรมไทยให้เติบโต</p>
<p>ทั้งนี้ ​ก้าวสู่การเป็น <strong>‘ชาตินวัตกรรม’ </strong>​มีเป้าหมายหลัก ได้แก่ <strong>1)</strong> <strong>การพัฒนานวัตกรรมบนฐานเทคโนโลยีขั้นสูง </strong>ซึ่งมีความซับซ้อนที่เป็นจุดแข็งและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันที่คู่แข่งไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ง่าย <strong>2)</strong> <strong>การสร้างผลิตภัณฑ์และบริการมูลค่าสูงบนฐานความคิดสร้างสรรค์และทุนทางวัฒนธรรม </strong>และ <strong>3)</strong> <strong>การเตรียมความพร้อมกำลังคนไปสู่แรงงานสูงที่ก้าวทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว </strong>เพื่อตอบสนอง​ต่อโครงสร้างประชากรและตลาดแรงงานที่เปลี่ยนไป</p>
<p><em>“<strong>NIA ทำงานร่วมกับพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในฐานะผู้กำหนดทิศทางนวัตกรรม (Focal Conductor) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบธุรกิจนวัตกรรมในทุกมิติผ่านแนวคิด 4G </strong>ได้แก่ <strong>Groom</strong> การบ่มเพาะและพัฒนาศักยภาพด้านนวัตกรรม <strong>Grant</strong> การให้เงินทุน <strong>Growth </strong>การสร้างโอกาสขยายตลาดและแหล่งเงินทุน และ <strong>Global</strong> การเข้าสู่ตลาดระดับโลก และเพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจนวัตกรรมไทยสามารถเติบโตอย่างเข้มแข็งและแข่งขันได้ในตลาดโลก&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39532 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/AW-ประกอบข่าว-5.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>สำหรับการขับเคลื่อนของ NIA ​ในปี 2569 ​จะมุ่งเน้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยผ่าน<strong> ‘นโยบายนวัตกรรม’  </strong>ผ่านแนวทางทางการดำเนินงานใน 4 ด้าน ต่อ​ไปนี้</p>
<p><strong>1.  ส่งเสริมการลงทุนธุรกิจนวัตกรรม </strong>โดย NIA มีกลไกสนับสนุนทางการเงินที่หลากหลายในรูปแบบเงินให้เปล่าซึ่งเหมาะกับธุรกิจนวัตกรรมในระยะเริ่มต้น แต่<strong>สำหรับธุรกิจนวัตกรรมในระยะเติบโต ‘การร่วมลงทุน’ </strong>ถือว่าสำคัญมาก เพราะช่วย<strong> ‘เติมเงินทุน’ </strong>ในการนำนวัตกรรมไปสู่ตลาดและการขยายธุรกิจ</p>
<p>ซึ่งปีนี้ <strong>NIA มุ่งเน้นการต่อยอดและขยายผลกลไกการร่วมลงทุน เช่น Corporate Co-funding และ กลไกการร่วมลงทุนจากภาครัฐ (NIA venture)</strong> โดยดำเนินการร่วมกับบริษัทร่วมลงทุน (VC/CVC)  รวมทั้ง​ <strong>โปรแกรม Global Investment Link</strong> เพื่อสนับสนุนการเติบโตและการขยายตัวของธุรกิจนวัตกรรมผ่านการเข้าถึงแหล่งทุนทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจน<strong>มาตรการการยกเว้นภาษี Capital Gains Tax </strong>เพื่อส่งเสริมการระดมทุนในธุรกิจสตาร์ตอัป โดยการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับส่วนเกินทุน</p>
<p><strong>2. เชื่อมโยงทุกภาคส่วนเพื่อการพัฒนานวัตกรรม </strong>ซึ่งต้องอาศัยสภาพแวดล้อมที่ช่วยสนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม/ภาคธุรกิจ เพื่อให้เกิดการแปลงงานวิจัยจากรั้วมหาวิทยาลัยไปสู่การใช้งานจริง</p>
<p><strong> NIA มีการพัฒนากลไกสนับสนุนที่ไม่ใช่การเงินเพื่อยกระดับงานวิจัยไปสู่เชิงพาณิชย์ </strong>ผ่านการเชื่อมโยงองค์ประกอบที่หลากหลายในระบบนิเวศนวัตกรรม ได้แก่ <strong>การเร่งสร้างการเติบโต (NIA Acceleration) </strong>ใน 5 อุตสาหกรรม <strong>การพัฒนาศูนย์กลางเครือข่ายนวัตกรรม (Thailand Innovation Hub)</strong> แพลตฟอร์มเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ประกอบการในพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อยกระดับศักยภาพและส่งเสริมการใช้ประโยชน์งานวิจัยพัฒนาของภาคอุตสาหกรรม ตลอดจน<strong>มาตรการสนับสนุนด้านภาษี </strong>เช่น <strong>สิทธิประโยชน์ด้านภาษีสำหรับย่านนวัตกรรมการแพทย์ </strong>จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในการสนับสนุนสิทธิพิเศษด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล การยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักร/วัตถุดิบ และสิทธิประโยชน์อื่นๆ และในอนาคต NIA มีแผน<strong>การส่งเสริมการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาในการระดมทุน (IP Financing)</strong> เพื่อปลดล็อกมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาของธุรกิจนวัตกรรมและสตาร์ตอัป ให้ธุรกิจสามารถนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ประโยชน์เป็นหลักประกันในการกู้ยืมเงินทุนหรือระดมทุน</p>
<p><strong>3. ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมในระดับพื้นที่ </strong>เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในพื้นที่ ผ่านกลไกการทำงานร่วมกับบุคลากรในพื้นที่อย่าง <strong>หน่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสังคม </strong>ที่ช่วยบ่มเพาะ ยกระดับและพัฒนาขีดความสามารถให้แก่วิสาหกิจเพื่อสังคมหรือผู้ที่สนใจเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาสังคมจนสามารถพัฒนาแนวคิดสู่ต้นแบบหรือโครงการนำร่อง พร้อมทั้งสนับสนุนทุนในการนำแนวคิดนวัตกรรมมาขยายผลผ่าน<strong>โครงการนวัตกรรมแบบเปิด โครงการนวัตกรรมสำหรับเมืองและชุมชน </strong>และ<strong>โครงการหมู่บ้านนวัตกรรมเพื่อสังคม </strong></p>
<p>รวมถึงการนำรูปแบบ <strong>กลไกการให้เงินทุนอุดหนุน </strong>มาจัดทำเป็นแผนภาพการ<strong>สนับสนุนตามการเติบโตของนวัตกรรมสำหรับผู้ประกอบการนวัตกรรม </strong>เพื่อให้เห็นแนวทางการเติบโตได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ตลอดจนการส่งเสริมศักยภาพของผลิตภัณฑ์และบริการนวัตกรรมของนวัตกรในพื้นที่ให้เติบโตไปสู่ตลาดระดับประเทศผ่าน<strong>โครงการ ‘นิลมังกร เดอะเรียลลิตี้’</strong> ที่สร้างแรงบันดาลใจในการสร้างธุรกิจนวัตกรรมให้กับคนทั่วไปที่จะแปลงธุรกิจคนตัวเล็กให้กลายเป็นฮีโร่ของเศรษฐกิจท้องถิ่น กลไกหล่านี้ไม่ใช่แค่เพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจในพื้นที่ แต่เป็น การสร้างงาน สร้างเงินหมุนเวียนและเพิ่มโอกาสในชุมชน เพื่อสร้างความมั่งคั่งที่เติบโตไปพร้อมชุมชน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39529 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/Re-nia.jpg" alt="" width="1200" height="903" /></p>
<p><strong>4. ยกระดับทักษะนวัตกรรมของประเทศ </strong>โดยชุดความคิด ความรู้ ทักษะ และระบบการจัดการด้านนวัตกรรม เป็นสิ่งที่ต้องปลูกฝังให้กับกำลังคนและธุรกิจนวัตกรรมไทย โดยเฉพาะนวัตกรและเจ้าของธุรกิจ การรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลง ความรู้ทางเทคโนโลยีและธุรกิจ ตลอดจนชุดความคิดความเป็นผู้ประกอบการ และการเติบโตสู่ตลาดสากล เป็นสิ่งที่ต้องเตรียมความพร้อมให้กับธุรกิจนวัตกรรมตั้งแต่วันเริ่มต้น</p>
<p><em>&#8220;<strong>NIA ให้ความสำคัญกับการปลูกฝังชุดความคิดและทักษะนวัตกรให้กับกำลังคนรุ่นใหม่ ทั้งในระดับเยาวชนและธุรกิจสตาร์ตอัป</strong> ผ่านโปรแกรม <strong>STEAM4INNOVATOR</strong> และ <strong>Startup Thailand League</strong> ตลอดจนหลักสูตรการฝึกอบรมที่จะช่วยยกระดับธุรกิจด้วยนวัตกรรมของ <strong>สถาบันวิทยาการนวัตกรรม (NIA Academy)</strong> และสำหรับองค์กรธุรกิจและผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ​<strong>การเสริมสร้างขีดความสามารถในการปรับตัว  ไปสู่การเป็น ‘องค์กรนวัตกรรม’</strong> ผ่านการจัดการนวัตกรรมที่เป็นระบบ จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน   ของผู้ประกอบการไทย ซึ่ง <strong>NIA ได้นำกระบวนการ Consultative Assessment </strong>มาช่วยสะท้อนให้ผู้ประกอบการมองเห็นจุดแข็ง จุดอ่อน และโอกาสในการพัฒนา<strong> ‘นวัตกรรม’ </strong>ควบคู่กับการพัฒนา<strong> ‘ผลิตภาพ’ อย่างเป็นระบบ</strong> ผ่าน<strong>โครงการ INNOProductivity for SMEs </strong>เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการนวัตกรรมไทยให้มีการวางระบบการจัดการนวัตกรรมในองค์กรอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับบริบท ขนาด และศักยภาพของธุรกิจ โดย<strong>ในปีนี้จะต่อยอดกิจกรรมไปสู่  การสนับสนุนการวางระบบนวัตกรรมในองค์กรให้เป็นไปอย่างสอดคล้องกับมาตรฐานระบบการจัดการนวัตกรรมสากล อย่าง ISO56001</strong>”  </em>ดร.กริชผกา กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/nia-disclose-innovation-trends-2026/">เอ็นไอเอ เปิด 3 เทรนด์นวัตกรรมมาแรง ขับเคลื่อน &#8216;เทคโนโลยี -ธุรกิจ-ผู้บริโภค&#8217; ​​พร้อม 4 นโยบาย ขับเคลื่อนไทยสู่ประเทศไทย​ &#8216;เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยพาณิชย์ผนึกพันธมิตร แนะผู้ประกอบการสู้เมกะเทรนด์โลก เร่งโตด้วย “นวัตกรรมดิจิทัล” และ “ความยั่งยืน”</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/03/ibe6-digital-sustainovation-program-for-sustainable-growth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 08 Mar 2025 07:31:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[depa]]></category>
		<category><![CDATA[IBE6 Digital Sustainovation]]></category>
		<category><![CDATA[NIA]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[SCB EIC]]></category>
		<category><![CDATA[SCB SME]]></category>
		<category><![CDATA[SMEs]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainovation]]></category>
		<category><![CDATA[กองแก้ว บุญประสิทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.รัฐศาสตร์ กรสูตร]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เรียลสมาร์ท จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญาประดิษฐ์]]></category>
		<category><![CDATA[วิชาญ กุลาตี]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[อุกฤษฏ์ ตั้งสืบกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยพาณิชย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32305</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมกะเทรนด์โลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะการเร่งตัวของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI) ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจตื่นตัวในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อสร้างแต้มต่อการแข่งขัน ทว่าธุรกิจจะเติบโตต่อเนื่องได้ตลอดรอดฝั่ง เมกะเทรนด์สำคัญที่เคลื่อนตัวเคียงคู่กับเทคโนโลยี คือ การสร้างความยั่งยืน (Sustainability) จากเมกะเทรนด์ดังกล่าว จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ผนึกกำลังกันถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านผู้เชี่ยวชาญในการนำเอไอไปใช้ในการดำเนินธุรกิจเชื่อมประสานกับกลยุทธ์สร้างความยั่งยืน รวมถึงการสนับสนุนเครื่องมือต่างๆ ที่เป็นจุดแข็งของแต่ละองค์กร อาทิ แหล่งเงินทุน เครือข่ายภาครัฐ-เอกชน เพื่อเสริมแกร่งให้กับเอสเอ็มอี สู่การเป็น “องค์กรฐานนวัตกรรมดิจิทัล” เติบโตสู่อนาคตที่ยั่งยืน ท้าชนการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ผันผวน ด้วยหลักสูตร IBE6 Digital Sustainovation สร้างองค์กรฐานนวัตกรรมดิจิทัลสู่ความยั่งยืน ไทยพาณิชย์ ชู “3 เอส” เคลื่อนเอสเอ็มอีสู่ความยั่งยืน นางสาวกองแก้ว บุญประสิทธิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Business Banking L2 ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า หลักสูตร IBE6 Digital Sustainovation สะท้อนถึงความสำคัญของดิจิทัลและนวัตกรรมในการขับเคลื่อนการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับเอสเอ็มอี ขณะที่ความร่วมกับ NIA และ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/ibe6-digital-sustainovation-program-for-sustainable-growth/">ไทยพาณิชย์ผนึกพันธมิตร แนะผู้ประกอบการสู้เมกะเทรนด์โลก เร่งโตด้วย “นวัตกรรมดิจิทัล” และ “ความยั่งยืน”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เมกะเทรนด์โลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะการเร่งตัวของปัญญาประดิษฐ์ (</strong><strong>Artificial Intelligence – AI</strong><strong>) ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจตื่นตัวในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อสร้างแต้มต่อการแข่งขัน </strong></p>
<p><span id="more-32305"></span></p>
<p><strong>ทว่าธุรกิจจะเติบโตต่อเนื่องได้ตลอดรอดฝั่ง เมกะเทรนด์สำคัญที่เคลื่อนตัวเคียงคู่กับเทคโนโลยี คือ การสร้างความยั่งยืน (</strong><strong>Sustainability</strong><strong>) จากเมกะเทรนด์ดังกล่าว</strong> <strong>จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ผนึกกำลังกันถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านผู้เชี่ยวชาญในการนำเอไอไปใช้ในการดำเนินธุรกิจเชื่อมประสานกับกลยุทธ์สร้างความยั่งยืน</strong></p>
<p><strong>รวมถึงการสนับสนุนเครื่องมือต่างๆ ที่เป็นจุดแข็งของแต่ละองค์กร อาทิ แหล่งเงินทุน เครือข่ายภาครัฐ-เอกชน เพื่อเสริมแกร่งให้กับเอสเอ็มอี สู่การเป็น “องค์กรฐานนวัตกรรมดิจิทัล” เติบโตสู่อนาคตที่ยั่งยืน ท้าชนการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ผันผวน ด้วยหลักสูตร </strong><strong>IBE6 Digital Sustainovation </strong><strong>สร้างองค์กรฐานนวัตกรรมดิจิทัลสู่ความยั่งยืน</strong></p>
<p><strong>ไทยพาณิชย์ ชู “3 เอส” เคลื่อนเอสเอ็มอีสู่ความยั่งยืน </strong></p>
<p><strong>นางสาวกองแก้ว บุญประสิทธิ์</strong> ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Business Banking L2 ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า หลักสูตร<strong> IBE6 Digital Sustainovation </strong>สะท้อนถึงความสำคัญของดิจิทัลและนวัตกรรมในการขับเคลื่อนการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับเอสเอ็มอี ขณะที่ความร่วมกับ NIA และ depa ทั้งสององค์กรเป็นทั้งแหล่งความรู้  แหล่งเงินทุน เป็นเครื่องมือให้เอสเอ็มอีที่มีนวัตกรรมสามารถสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนได้ ทั้งนี้ การออกแบบหลักสูตรคำนึงถึง 3 S กล่าวคือ SMEs ซึ่งเป็นผู้ประกอบการที่เป็นพื้นฐานเศรษฐกิจของประเทศ S ที่สองคือ Start คือการเริ่มต้นทำตั้งแต่วันนี้ และ S ที่สาม คือ Sustainability เพราะเมื่อเอสเอ็มอีมีความยั่งยืนก็จะสามารถเติบโตสู่อนาคตที่ดีได้</p>
<p><strong>นายวิชาญ กุลาตี</strong> นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ชี้ว่า แม้โลกจะเผชิญปัญหาความเสี่ยงจากเศรษฐกิจภายในและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะนโยบายการค้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แต่พบว่าในบางธุรกิจยังมีโอกาส มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ได้แก่ ธุรกิจที่เกี่ยวโยงกับดิจิทัล ธุรกิจสีเขียวและธุรกิจที่มุ่งเน้น ESG ซึ่งเป็นไปตามเมกะเทรนด์โลกที่ผู้คนใส่ใจดูแลสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี</p>
<p><strong>NIA </strong><strong>หนุนดอกเบี้ยแก่เอสเอ็มอีที่มีนวัตกรรมดี</strong></p>
<p><strong>ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง</strong> ผู้อำนวยการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NIA) กล่าวว่า หลักสูตรนี้ถือเป็นการบ่มเพาะ (Groom) เอสเอ็มอี ที่สร้างผลลัพธ์สูง โดยผู้เข้าอบรมจะรู้ถึงกลไกภาครัฐในการสนับสนุนการเติบโตของเอสเอ็มอี รู้เทรนด์นวัตกรรมโลก รู้จักเครือข่ายของผู้เข้าอบรม รู้ถึงปัญหาที่ชัดเจนของธุรกิจตนเองและความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา โดยในส่วนของ NIA มีเงินทุนสนับสนุน รวมถึงการลดภาระดอกเบี้ยให้กับเอสเอ็มอีที่มีนวัตกรรม ผ่านการประสานกับหลายสถาบันการเงิน เป็นต้น</p>
<p>สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติจึงได้นำ 4 แนวทางประกอบด้วย Groom, Grant, Growth และ Global โดยหวังที่จะเห็นธุรกิจไทยให้ความสำคัญกับการมีนวัตกรรมผนวกเข้าไปในธุรกิจ ด้วยการบ่มเพาะผู้ประกอบการ สนับสนุนการสร้างการเติบโตในมิติการลงทุนที่เชื่อมโยงธนาคาร การช่วยสนับสนุนดอกเบี้ยให้แก่ธุรกิจที่มีนวัตกรรม และสุดท้าย การชวนเอสเอ็มอีปักธงสินค้าและบริการในต่างประเทศ ซึ่งเอสเอ็มอีสามารถเปลี่ยนภาพลักษณ์ประเทศไทย ให้เป็นชาตินวัตกรรมได้</p>
<p><strong>depa</strong><strong> เร่งเอสเอ็มอีต้องปรับตัวมุ่งความยั่งยืน รับแรงกดดันระเบียบโลกใหม่ </strong></p>
<p><strong>ดร.รัฐศาสตร์ กรสูตร</strong> รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ระบุว่า การพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัลไปพร้อมกับการคำนึงถึงความยั่งยืน ไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็นความจำเป็น เพื่อสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ จากแรงกดดันของระเบียบโลกใหม่ ที่หลายประเทศนำมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมมาเป็นกติกาการค้า ขณะเดียวกันตลาดยังตื่นตัวตอบรับสินค้านวัตกรรมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ทำให้เอสเอ็มอีต้องเร่งปรับตัว โดยผู้ที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้ ย่อมได้เปรียบในการลดต้นทุน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขณะที่หลักสูตรนี้จะร้อยเรียงตั้งแต่การปูพื้นฐานติดกระดุมเม็ดแรกในการทำธุรกิจให้ถูกต้อง ไปสู่การสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ ในการทรานส์ฟอร์มเอสเอ็มอีสู่ความแข็งแกร่ง</p>
<p><strong>หลักสูตร</strong> <strong>IBE6 Digital Sustainovation </strong><strong>พลิกเกมเอสเอ็มอี อยู่รอดอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p><strong>นายอุกฤษฏ์ ตั้งสืบกุล </strong>Co-Founder บริษัท เรียลสมาร์ท จำกัด ในฐานะ Co-Director หลักสูตร IBE6 Digital Sustainovation กล่าวว่า หลักสูตรนี้จะทำให้เอสเอ็มอี ไม่ต้องพึ่งนโยบายเศรษฐกิจ สามารถควบคุมชะตาชีวิตด้วยตนเองได้ ซึ่งผู้เข้าร่วมหลักสูตรจะได้เข้าใจวิถีการสร้างสินค้าและบริการด้วยนวัตกรรม ที่ไม่เพียงเป็นทางลัดของการเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ยังช่วยให้ธุรกิจสามารถอยู่รอดอย่างยั่งยืน ด้วยการเข้าถึงวิสัยทัศน์ผู้นำที่ใช่ เปลี่ยนเอไอเป็นเพื่อนคู่คิด ยกระดับธุรกิจด้วยดิจิทัลและความยั่งยืนอย่างมีกลยุทธ์ ทั้งยังสร้างเครือข่ายธุรกิจเพื่อต่อยอดในการเป็นองค์กรฐานนวัตกรรมดิจิทัลที่ยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/ibe6-digital-sustainovation-program-for-sustainable-growth/">ไทยพาณิชย์ผนึกพันธมิตร แนะผู้ประกอบการสู้เมกะเทรนด์โลก เร่งโตด้วย “นวัตกรรมดิจิทัล” และ “ความยั่งยืน”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>AIS ยืนหนึ่งวงการสตาร์ทอัพไทย คว้ารางวัล Prime Minister Award ในหมวด National Startup 2024  สาขา Best Brotherhood of the Year</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/08/ais-won-prime-minister-award-national-startup-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Aug 2024 06:57:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AIS]]></category>
		<category><![CDATA[AIS The StartUp]]></category>
		<category><![CDATA[Best Brotherhood of the Year]]></category>
		<category><![CDATA[National Startup 2024]]></category>
		<category><![CDATA[NIA]]></category>
		<category><![CDATA[Partnership for Inclusive Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Prime Minister Award]]></category>
		<category><![CDATA[StartUp]]></category>
		<category><![CDATA[การเติบโตร่วมกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[สมชัย เลิศสุทธิวงค์]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[เอไอเอส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27772</guid>

					<description><![CDATA[<p>AIS ยืนหนึ่งวงการสตาร์ทอัพไทย คว้ารางวัล Prime Minister Award ในหมวด National Startup 2024  สาขา Best Brotherhood of the Year  ตอกย้ำเป้าหมาย Partnership for Inclusive Growth  การทำงานเพื่อสร้างโอกาสการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน ด้วยเป้าหมายการทำงานร่วมกับผู้ประกอบการ Startup ของ AIS ที่มีแนวทางการทำงานอย่างชัดเจนโดยมุ่งสนับสนุนและทำงานร่วมกันกับผู้ประกอบการ Startup อย่างรอบด้านด้วยแนวคิด Partnership for Inclusive Growth เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน ล่าสุด AIS The StartUp คว้ารางวัล Prime Minister Award ในหมวด National Startup 2024 สาขา Best Brotherhood of the Year โดยรางวัลดังกล่าวจัดขึ้นโดยรัฐบาลไทย เพื่อมอบให้กับองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนที่มีผลงานโดดเด่นในการผลักดันนวัตกรรม (innovation) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/ais-won-prime-minister-award-national-startup-2024/">AIS ยืนหนึ่งวงการสตาร์ทอัพไทย คว้ารางวัล Prime Minister Award ในหมวด National Startup 2024  สาขา Best Brotherhood of the Year</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>AIS </strong><strong>ยืนหนึ่งวงการสตาร์ทอัพไทย คว้ารางวัล</strong><strong> Prime Minister Award </strong><strong>ในหมวด </strong><strong>National Startup 2024  </strong><strong>สาขา </strong><strong>Best Brotherhood of the Year </strong><strong> ตอกย้ำเป้าหมาย</strong><strong> Partnership for Inclusive Growth  </strong><strong>การทำงานเพื่อสร้างโอกาสการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน </strong><span id="more-27772"></span></p>
<p>ด้วยเป้าหมายการทำงานร่วมกับผู้ประกอบการ Startup ของ AIS ที่มีแนวทางการทำงานอย่างชัดเจนโดยมุ่งสนับสนุนและทำงานร่วมกันกับผู้ประกอบการ Startup อย่างรอบด้านด้วยแนวคิด Partnership for Inclusive Growth เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน <strong><em>ล่าสุด</em></strong><strong><em> AIS The StartUp </em></strong><strong><em>คว้ารางวัล </em></strong><strong><em>Prime Minister Award </em></strong><strong><em>ในหมวด </em></strong><strong><em>National Startup </em></strong><strong><em>2024 สาขา </em></strong><strong><em>Best Brotherhood of the Year</em></strong> โดยรางวัลดังกล่าวจัดขึ้นโดยรัฐบาลไทย เพื่อมอบให้กับองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนที่มีผลงานโดดเด่นในการผลักดันนวัตกรรม (innovation) และผู้ประกอบการทางเทคโนโลยี (Tech Entrepreneurs) ในประเทศไทย รวมถึงส่งเสริมยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้ Ecosystem ของวงการ Startup ไทยสามารถเติบโตอย่างยั่งยืน และแข่งขันในระดับนานาชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong>นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร </strong><strong>AIS</strong> กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา AIS เป็นผู้ให้บริการดิจิทัลที่สร้างโอกาสในการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนให้กับกลุ่มผู้ประกอบการ Startup ภายใต้ในแนวคิด <strong>Partnership for Inclusive Growth</strong> ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเรามุ่งมั่นใช้ศักยภาพทั้งจากภายใน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม องค์ความรู้ ทั้งของ AIS และในกลุ่มบริษัท รวมถึงการเชื่อมต่อกับพาร์ทเนอร์และกลุ่มนักลงทุนไปจนถึงโอกาสในการทำการตลาด  เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตให้กับกลุ่มผู้ประกอบการ Startup ได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>นั่นจึงเป็นเหตุผลที่วันนี้เรารู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้รับอีกหนึ่งรางวัลอันทรงเกียรติ Prime Minister Award ในหมวด National Startup 2024 สาขา Best Brotherhood of the Year สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจและวิสัยทัศน์การทำงานที่มุ่งผลักดันและสนับสนุนสร้างเวทีให้กับผู้ประกอบการ Startup รวมถึงการส่งต่อไอเดียสู่โลกธุรกิจจริงผ่านการสร้างนวัตกรรมรูปแบบบริการใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคและลูกค้าในปัจจุบัน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27768 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Photo-03-AIS-ยืนหนึ่งวงการสตาร์ทอัพไทย-คว้าPrime-Minister-Award.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“ขอขอบคุณกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA ที่เล็งเห็นถึงความความตั้งใจของ AIS The StartUpโดยเรายืนยันว่า จะยังคงทำงานตามเจตนารมณ์ข้างต้นเพื่อเคียงข้างผู้ประกอบการทุกกลุ่ม เพราะนอกจากจะส่งเสริมความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจประเทศแล้ว ยังจะนำไปสู่การสนับสนุน การสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อเป็นมูลค่าเพิ่มทางการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนอีกด้วย”</em> <strong>นายสมชัย </strong>กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/ais-won-prime-minister-award-national-startup-2024/">AIS ยืนหนึ่งวงการสตาร์ทอัพไทย คว้ารางวัล Prime Minister Award ในหมวด National Startup 2024  สาขา Best Brotherhood of the Year</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อิมแพ็ค เมืองทองธานี เซ็น MOU สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ปั้นเมืองทองธานีสู่ย่านวัตกรรมแห่งใหม่</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/impact-muang-thong-mou-nia-develop-innovation-district/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Jul 2024 14:11:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[IMPACT Muang Thong Thani]]></category>
		<category><![CDATA[NIA]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พอลล์ กาญจนพาสน์]]></category>
		<category><![CDATA[ย่านนวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[อิมแพ็ค เมืองทองธานี]]></category>
		<category><![CDATA[อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27611</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด (ลำดับที่3 จากขวา) ผู้บริหารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA (ลำดับที่ 4 จากซ้าย) ร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือพัฒนาย่านนวัตกรรม ระหว่าง อิมแพ็ค เมืองทองธานี กับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) โดยมีวัตถุประสงค์ในการร่วมดำเนินการ ส่งเสริมและสร้างเครือข่ายในการพัฒนาเมืองนวัตกรรม ด้วยการพัฒนาพื้นที่เมืองทองธานีให้เป็นย่านนวัตกรรมแห่งใหม่ พร้อมแลกเปลี่ยน เสริมสร้างความรู้ ประสบการณ์บุคลากรระหว่างหน่วยงานและข้อมูลทางวิชาการ  ณ โซนC ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/impact-muang-thong-mou-nia-develop-innovation-district/">อิมแพ็ค เมืองทองธานี เซ็น MOU สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ปั้นเมืองทองธานีสู่ย่านวัตกรรมแห่งใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="font-weight: 400;"><strong>คุณพอลล์ กาญจนพาสน์</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด (ลำดับที่3 จากขวา) ผู้บริหารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี <strong>ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง</strong> ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA (ลำดับที่ 4 จากซ้าย) ร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือพัฒนาย่านนวัตกรรม ระหว่าง อิมแพ็ค เมืองทองธานี กับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)</p>
<p><span id="more-27611"></span></p>
<p style="font-weight: 400;">โดยมีวัตถุประสงค์ในการร่วมดำเนินการ ส่งเสริมและสร้างเครือข่ายในการพัฒนาเมืองนวัตกรรม ด้วยการพัฒนาพื้นที่เมืองทองธานีให้เป็นย่านนวัตกรรมแห่งใหม่ พร้อมแลกเปลี่ยน เสริมสร้างความรู้ ประสบการณ์บุคลากรระหว่างหน่วยงานและข้อมูลทางวิชาการ  ณ โซนC ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/impact-muang-thong-mou-nia-develop-innovation-district/">อิมแพ็ค เมืองทองธานี เซ็น MOU สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ปั้นเมืองทองธานีสู่ย่านวัตกรรมแห่งใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดตัว CANVAS VENTURES บริษัทหนุนการร่วมลงทุนสตาร์ทอัพ ลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส โฉมหน้าใหม่ของผู้พลิกวงการบิ๊กเทค และผู้กรุยทางนวัตกรรมในโกลบอลเทรนด์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/03/opening-canvas-ventures-and-partners/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Mar 2024 07:42:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Canvas Ventures]]></category>
		<category><![CDATA[Crafting every dot of imagination]]></category>
		<category><![CDATA[Deep Tech]]></category>
		<category><![CDATA[French Private Equity]]></category>
		<category><![CDATA[LGBTQIA2S+]]></category>
		<category><![CDATA[NIA]]></category>
		<category><![CDATA[Orange Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Pink Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Pink Tech Startup]]></category>
		<category><![CDATA[กวิน ว่องกุศลกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร]]></category>
		<category><![CDATA[ความหลากหลายทางเพศ]]></category>
		<category><![CDATA[ณฐพล อุลิตร]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนะชัย กุลสมบูรณ์สินธ์]]></category>
		<category><![CDATA[นันทวัฒน์ ชนะจรัญวิทย์]]></category>
		<category><![CDATA[บุญศักดิ์ ศรีประเสริฐยิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ปิแอร์ จาร์ฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ทิพวรรณ ปิ่นวนิชย์กุล]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์ทอัพ]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์ทอัพพิ้งค์เทค]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[อลิกซ์ แอนดลอเออร์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีเชิงลึก]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสีชมพู]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสีส้ม]]></category>
		<category><![CDATA[แคนวาส เวนเจอร์ส]]></category>
		<category><![CDATA[โกลบอลเทรนด์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=24342</guid>

					<description><![CDATA[<p>เปิดตัว แคนวาส เวนเจอร์ส : Canvas Ventures บริษัทร่วมลงทุนสัญชาติไทยรุ่นใหม่ที่พร้อมขับเคลื่อนสตาร์ทอัพไทยสู่เวทีโลก นำโดยผู้มากประสบการณ์ด้านสตาร์ทอัพและนักอนาคตศาสตร์ของไทย ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA โดย Canvas Ventures มาพร้อมกับเป้าหมายตั้งแต่การเพิ่มจำนวน เพิ่มการเติบโต และเพิ่มพอร์ตการลงทุนให้กับสตาร์ทอัพไทยและต่างประเทศ ในระยะเริ่มต้นและในระยะเติบโต โดยเฉพาะธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง (ดีพเทค) และเทคโนโลยีเชิงสร้างสรรค์ นอกจากนี้ ยังมีโซลูชั่นที่จะช่วยปรับแนวทางการเติบโตของสตาร์ทอัพไทยให้เหมาะกับตลาดเอเชีย รวมทั้งให้ความสำคัญในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงโลก อาทิ ภาวะโลกร้อน การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร และความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIA2S+) ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ประธานและผู้ร่วมก่อตั้ง เปิดเผยว่า Canvas Ventures เป็นพลังขับเคลื่อนใหม่สำหรับธุรกิจนวัตกรรมไทย ซึ่งเล็งเห็นถึงระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยที่ปัจจุบันสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกในตลาด รวมถึงหลาย ๆ ธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพสูงที่พร้อมก้าวไปสู่ระดับโลก โดย Canvas Ventures ไม่ได้สนับสนุนทางการเงินเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีความเป็นเชี่ยวชาญในการให้คำแนะนำด้านการพัฒนากลยุทธ์และรูปแบบธุรกิจ ผ่านกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ ที่เป็นเวนเจอร์พาร์ทเนอร์ (Venture Partners) ของบริษัท พร้อมช่วยเหลือบริษัทสตาร์ทอัพที่อยู่ในพอร์ตให้เติบโตและประสบความสำเร็จ ตลอดจนการเข้าถึงบางตลาดที่ปัจจุบันค่อนข้างมีความซับซ้อน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/opening-canvas-ventures-and-partners/">เปิดตัว CANVAS VENTURES บริษัทหนุนการร่วมลงทุนสตาร์ทอัพ ลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส โฉมหน้าใหม่ของผู้พลิกวงการบิ๊กเทค และผู้กรุยทางนวัตกรรมในโกลบอลเทรนด์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เปิดตัว <strong>แคนวาส เวนเจอร์ส : Canvas Ventures</strong> บริษัทร่วมลงทุนสัญชาติไทยรุ่นใหม่ที่พร้อมขับเคลื่อนสตาร์ทอัพไทยสู่เวทีโลก นำโดยผู้มากประสบการณ์ด้านสตาร์ทอัพและนักอนาคตศาสตร์ของไทย <strong>ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์</strong> อดีตผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA</p>
<p><span id="more-24342"></span></p>
<p>โดย Canvas Ventures มาพร้อมกับเป้าหมายตั้งแต่การเพิ่มจำนวน เพิ่มการเติบโต และเพิ่มพอร์ตการลงทุนให้กับสตาร์ทอัพไทยและต่างประเทศ ในระยะเริ่มต้นและในระยะเติบโต โดยเฉพาะธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง (ดีพเทค) และเทคโนโลยีเชิงสร้างสรรค์</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีโซลูชั่นที่จะช่วยปรับแนวทางการเติบโตของสตาร์ทอัพไทยให้เหมาะกับตลาดเอเชีย รวมทั้งให้ความสำคัญในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงโลก อาทิ ภาวะโลกร้อน การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร และความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIA2S+)</p>
<p><strong>ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์</strong> ประธานและผู้ร่วมก่อตั้ง เปิดเผยว่า Canvas Ventures เป็นพลังขับเคลื่อนใหม่สำหรับธุรกิจนวัตกรรมไทย ซึ่งเล็งเห็นถึงระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยที่ปัจจุบันสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกในตลาด รวมถึงหลาย ๆ ธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพสูงที่พร้อมก้าวไปสู่ระดับโลก</p>
<p>โดย Canvas Ventures ไม่ได้สนับสนุนทางการเงินเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีความเป็นเชี่ยวชาญในการให้คำแนะนำด้านการพัฒนากลยุทธ์และรูปแบบธุรกิจ ผ่านกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ ที่เป็นเวนเจอร์พาร์ทเนอร์ (Venture Partners) ของบริษัท พร้อมช่วยเหลือบริษัทสตาร์ทอัพที่อยู่ในพอร์ตให้เติบโตและประสบความสำเร็จ ตลอดจนการเข้าถึงบางตลาดที่ปัจจุบันค่อนข้างมีความซับซ้อน โดยมาพร้อมกับปรัชญาทางธุรกิจ <strong>“Crafting every dot of imagination”</strong> หรือ “รังสรรค์ทุกจุดของจินตนาการ” ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญกับการผสานเทคโนโลยีเชิงลึก และความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดเป็นสิ่งใหม่ที่เพิ่มได้ทั้งมูลค่า คุณค่า และประสบการณ์ด้านนวัตกรรม เสริมทัพด้วยการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายของผู้ร่วมก่อตั้งที่มีการทำงานที่คล่องตัว และนักลงทุนที่มีวิสัยทัศน์ เพื่อทำให้เกิดแนวทางการลงทุนแบบร่วมมือกันที่แท้จริง อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24347 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Venture4.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ด้าน <strong>นายอลิกซ์ แอนดลอเออร์</strong> ผู้ร่วมก่อตั้งและหุ้นส่วน (managing partner) ชาวฝรั่งเศสที่มีประสบการณ์ในด้านการประกอบการธุรกิจนานาชาติ (serial entrepreneur) เปิดเผยว่า Canvas Ventures ปักหมุดให้สำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางเพื่อการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ล้ำสมัย และเป็นจุดเชื่อมโยงในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้พัฒนาและผู้ลงทุนด้านเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลก ไม่ว่าจะเป็น จีน หรือยุโรป ที่ปัจจุบันทางบริษัทมีเครือข่ายทั้งที่เป็นกลุ่มภาครัฐและเอกชนอยู่เป็นจำนวนมาก พร้อมมุ่งให้เครือข่ายเหล่านี้เห็นความสำคัญกับแนวทางการลงทุนร่วมกัน และนำเสนอแนวทางใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการเติบโตของธุรกิจสตาร์ทอัพและบริษัทเทคโนโลยี</p>
<p>โดยนอกจากกรุงเทพฯ แล้วยังมีสำนักงาน ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมนักลงทุนชาวไทยและเอเชียที่สนใจใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมของฝรั่งเศสและเชื่อมโยงกับเครือข่ายผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ (Ultra High Net Worth) เพื่อการลงทุนธุรกิจนวัตกรรมในระดับนานาชาติอย่างแท้จริง ซึ่งทางบริษัทจะมีการอำนวยความสะดวกการลงทุนระหว่างฝรั่งเศสและไทยให้ง่ายขึ้นกว่าที่ผ่านมา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24346 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Venture3.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>ขณะที่ <strong>นายปิแอร์ จาร์ฟ</strong> คณะกรรมการบริษัท กล่าวเน้นย้ำว่าบริษัทฯ พร้อมปูทางให้ธุรกิจสตาร์ทอัพเทคโนโลยีเชิงลึกจากไทยให้เข้าถึงเครือข่ายวิจัยและนวัตกรรมในระดับนานาชาติ และมีโอกาสขยายตลาดในระดับโลกต่อไป โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการต่อยอดความร่วมมือด้านการลงทุนเทคโนโลยีเชิงลึกที่กำลังจะเกิดขึ้นระหว่าง Canvas Ventures กับธุรกิจกองทุน PE ในฝรั่งเศส (French Private Equity) และธุรกิจเงินร่วมลงทุน (VC) ด้านอากาศยาน การบินและอวกาศ และความมั่นคงปลอดภัย โดยความร่วมมือครั้งนี้มีความสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลไทยที่ต้องการเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางอากาศของภูมิภาค</p>
<p><strong>นายกวิน ว่องกุศลกิจ</strong> กรรมการบริษัทฯ และผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย เปิดเผยว่าเศรษฐกิจสีส้ม (Orange Economy) มีศักยภาพการเติบโตสูงในภูมิภาคเอเชีย บริษัทฯ จึงได้ตระหนักถึงการผลักดันกลุ่มธุรกิจนี้ ศักยภาพที่มีอยู่มากมายในประเทศไทย รวมถึงอุตสาหกรรมการบริการและการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงให้เป็นผู้นำระดับโลกผ่านนวัตกรรม โดยมองเห็นถึงอิทธิพลที่มีต่อไลฟ์สไตล์ผู้คน เช่น AI ใน อุตสาหกรรมเกมส์และบันเทิง และ อุตสาหกรรมแฟชั่นและอาร์ตทอย ซึ่งมีโมเดลธุรกิจที่แตกต่างจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยสามารถเพิ่มมูลค่าและสร้างบทบาทใหม่ในภาคธุรกิจ แก่สาขาดนตรี ศิลปะ และ อุตสาหกรรมโรงแรม รวมถึงร้านอาหารไทยที่ปัจุบันยังคงไล่ตามห่วงโซ่มูลค่าโลกอยู่ได้ และได้กำหนดให้เป็นอีกหนึ่งความสำคัญที่จะต้องเร่งสรรหาเครือข่ายการลงทุน และ Canvas Ventures ตั้งเป้าที่จะเข้ามามีบทบาทและเป็นผู้นำในธุรกิจนวัตกรรมเหล่านี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24348 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Venture6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน <strong>นายธนะชัย กุลสมบูรณ์สินธ์</strong> ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวเรือสำคัญในการขับเคลื่อนประชาคมด้าน LGBTQIA2S+ กล่าวเสริมว่า อีกหนึ่งการลงทุนที่ Canvas Ventures ให้ความสำคัญคือเศรษฐกิจสีชมพู (Pink Economy) ซึ่งเป็นการสร้างสรรค์นวัตกรรมให้ตอบโจทย์กับความหลากหลาย รวมถึงกลุ่มเพศทางเลือกที่ปัจจุบันจะเห็นได้ว่าในหลายช่วงวัยมีอัตราการเติบโตด้านกำลังซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีไม่แพ้กลุ่มอื่น ๆ การสนับสนุนลงทุนเหล่านี้จะใช้ปัจจัยจากการที่กรุงเทพฯ ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองหลวงของเอเชียในการใช้ชีวิตของ LGBTQIA2S+ และจะทำให้กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางการลงทุนด้านสตาร์ทอัพพิ้งค์เทค (Pink Tech Startup) เพื่อทำให้เศรษฐกิจสีชมพูของไทยเติบโตและมีโอกาสที่จะเป็นผู้นำในระดับโลก พร้อมทั้งยังสร้างระบบนิเวศและเมืองที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตของชาว LGBTQIA2S+ ในระยะยาวได้อีกด้วย</p>
<p><strong>นายบุญศักดิ์ ศรีประเสริฐยิ่ง</strong> ที่ปรึกษาด้านการลงทุน และ <strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ทิพวรรณ ปิ่นวนิชย์กุล</strong> คณะกรรมการบริษัท กล่าวว่า ถึงแม้ว่าฤดูหนาวของการลงทุน หรือที่รู้จักกันในชื่อ Venture Winter ยังไม่หมดไป แต่ถือเป็นเวลาที่เหมาะสมในการลงทุน เนื่องจากขณะนี้มีสัญญาณบวกจากการประกาศการลงทุนด้านเทคโนโลยีเชิงลึกใหม่ ตั้งแต่ทวีปตะวันออกกลางมาจนถึงประเทศญี่ปุ่น โดยสัญญาณเหล่านี้นี้ชี้ให้เห็นถึงความ เป็นไปได้ในการเกิดขึ้น – การกลับคืนของระบบนิเวศการลงทุนที่มีชีวิตชีวา ซึ่งเป็นโอกาสให้สตาร์ทอัพมีโอกาสกลับมาคึกคักอีกครั้ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24344 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Venture1.jpg" alt="" width="1200" height="801" /><br />
<strong>นายนันทวัฒน์ ชนะจรัญวิทย์</strong> ผู้จัดการด้านเครือข่ายและระบบนิเวศและประเทศจีน และ <strong>นายณฐพล อุลิตร</strong> ผู้จัดการด้านการพัฒนาธุรกิจและการสื่อสาร กล่าวปิดท้ายว่า ในฐานะที่เป็นผู้คลุกคลีกับนวัตกรรุ่นใหม่ และมีความหลงใหลที่จะผลักดัน พัฒนาธุรกิจสตาร์ทอัพในพอร์ตฟอลิโอของบริษัทฯ ผ่านความร่วมมือไตรภาคี (Triple Helix) ในระดับนานาชาติโดยเฉพาะประเทศจีน และขับเคลื่อนข้อมูลนวัตกรรม (Data Driven Innovation) มาเป็นแผนการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตและประสบความสำเร็จในระยะยาว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/opening-canvas-ventures-and-partners/">เปิดตัว CANVAS VENTURES บริษัทหนุนการร่วมลงทุนสตาร์ทอัพ ลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส โฉมหน้าใหม่ของผู้พลิกวงการบิ๊กเทค และผู้กรุยทางนวัตกรรมในโกลบอลเทรนด์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอ็นไอเอหนุน2  “นวัตกรหญิง”  ตอกย้ำแนวคิดด้านวิทยาศาสตร์ใหม่ “ผู้หญิงก็ทำได้”</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/02/thailand-innovation-award-20-th/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Feb 2022 15:35:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[NIA]]></category>
		<category><![CDATA[PEAPO]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Innovation Award 20]]></category>
		<category><![CDATA[ความเท่าเทียมทางเพศ]]></category>
		<category><![CDATA[ถั่วหรั่ง]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรหญิงเก่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากเปลือกกาแฟNa Ha Thai]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=10898</guid>

					<description><![CDATA[<p>NIA เผยถึงความสามารถของผู้หญิงยุคใหม่ในปัจจุบันที่เลือกนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี มาต่อยอดสร้างธุรกิจนวัตกรรมให้เติบโตได้อย่างก้าวกระโดด และมีอัตราการประสบความสำเร็จไม่ได้น้อยไปกว่านวัตกรชาย ซึ่งสอดคล้องกับทั้งนี้ NIA พร้อมเป็นส่วนหนึ่งที่จะผลักดันให้กลุ่มนวัตกรหญิงไทยได้มีโอกาสก้าวสูเวทีนวัตกรรมระดับสากลมากขึ้นผ่านกลไกต่างๆ ของ NIA ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เปิดเผยว่า “วันที่ 11 กุมภาพันธ์ของทุกปี สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้ประกาศให้เป็น “วันสตรีและเด็กหญิงในสาขาวิทยาศาสตร์สากล เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศและบทบาทการมีส่วนร่วมของผู้หญิงและเด็กผู้หญิงในวงการวิทยาศาสตร์ โดยในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 7 ณ สำนักงานใหญ่ของสหประชาชาติในรัฐนิวยอร์ก ภายใต้แนวคิด “ความเท่าเทียม ความหลากหลาย และการรวมทุกกลุ่มคน: น้ำรวมเราเป็นหนึ่ง” ซึ่งเป็นการรวมตัวของผู้หญิงในวงการวิทยาศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญ ข้าราชการระดับสูง ผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ และภาคเอกชนจากทั่วโลก มาหารือเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อให้บรรลุหลัก 3 ประการของการพัฒนาที่ยั่งยืน ได้แก่ ความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ ความเสมอภาคทางสังคม และความสมบูรณ์ของสิ่งแวดล้อม” ประเทศไทยในปัจจุบันพบว่ามีสัดส่วนของผู้หญิงและเยาวชนหญิงในวงการวิทยาศาสตร์เพิ่มมากขึ้น และมีจำนวนไม่น้อยที่ก้าวสู่การเป็น “นวัตกรหญิง” ด้วยการใช้องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาสร้างสรรค์ต่อยอดเป็นธุรกิจนวัตกรรมจนประสบความสำเร็จ ซึ่ง NIA พร้อมเปิดกว้างและร่วมสนับสนุนอย่างเต็มที่ผ่านกลไกของสำนักงาน ตั้งแต่การให้ความรู้ บ่มเพาะ ไปจนถึงการให้เงินทุนสนับสนุนการสร้างสรรค์ธุรกิจนวัตกรรมทั้งระดับเยาวชน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/02/thailand-innovation-award-20-th/">เอ็นไอเอหนุน2  “นวัตกรหญิง”  ตอกย้ำแนวคิดด้านวิทยาศาสตร์ใหม่ “ผู้หญิงก็ทำได้”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">NIA เผยถึงความสามารถของผู้หญิงยุคใหม่ในปัจจุบันที่เลือกนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี มาต่อยอดสร้างธุรกิจนวัตกรรมให้เติบโตได้อย่างก้าวกระโดด และมีอัตราการประสบความสำเร็จไม่ได้น้อยไปกว่านวัตกรชาย ซึ่งสอดคล้องกับทั้งนี้ NIA พร้อมเป็นส่วนหนึ่งที่จะผลักดันให้กลุ่มนวัตกรหญิงไทยได้มีโอกาสก้าวสูเวทีนวัตกรรมระดับสากลมากขึ้นผ่านกลไกต่างๆ ของ NIA</span></h4>
<p><span id="more-10898"></span></p>
<p>ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เปิดเผยว่า “วันที่ 11 กุมภาพันธ์ของทุกปี สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้ประกาศให้เป็น “วันสตรีและเด็กหญิงในสาขาวิทยาศาสตร์สากล เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศและบทบาทการมีส่วนร่วมของผู้หญิงและเด็กผู้หญิงในวงการวิทยาศาสตร์ โดยในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 7 ณ สำนักงานใหญ่ของสหประชาชาติในรัฐนิวยอร์ก ภายใต้แนวคิด “ความเท่าเทียม ความหลากหลาย และการรวมทุกกลุ่มคน: น้ำรวมเราเป็นหนึ่ง” ซึ่งเป็นการรวมตัวของผู้หญิงในวงการวิทยาศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญ ข้าราชการระดับสูง ผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ และภาคเอกชนจากทั่วโลก มาหารือเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อให้บรรลุหลัก 3 ประการของการพัฒนาที่ยั่งยืน ได้แก่ ความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ ความเสมอภาคทางสังคม และความสมบูรณ์ของสิ่งแวดล้อม”</p>
<figure id="attachment_10899" aria-describedby="caption-attachment-10899" style="width: 560px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-10899 " src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/0.jpg" alt="" width="560" height="373" /><figcaption id="caption-attachment-10899" class="wp-caption-text">ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)</figcaption></figure>
<p>ประเทศไทยในปัจจุบันพบว่ามีสัดส่วนของผู้หญิงและเยาวชนหญิงในวงการวิทยาศาสตร์เพิ่มมากขึ้น และมีจำนวนไม่น้อยที่ก้าวสู่การเป็น “นวัตกรหญิง” ด้วยการใช้องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาสร้างสรรค์ต่อยอดเป็นธุรกิจนวัตกรรมจนประสบความสำเร็จ ซึ่ง NIA พร้อมเปิดกว้างและร่วมสนับสนุนอย่างเต็มที่ผ่านกลไกของสำนักงาน ตั้งแต่การให้ความรู้ บ่มเพาะ ไปจนถึงการให้เงินทุนสนับสนุนการสร้างสรรค์ธุรกิจนวัตกรรมทั้งระดับเยาวชน สตาร์ทอัพ ผู้ประกอบการนวัตกรรม โดยเชื่อมั่นในพลังและศักยภาพของสตรีว่าเป็นจะกำลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวหน้าและมีความทัดเทียมกับนานาชาติทั้งในมิติเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างแน่นอน</p>
<p>นอกจากนี้ NIA ยังมีเป้าหมายในการสร้างผู้ที่มีความสามารถทางนวัตกรรมทั้งระดับเยาวชน สตาร์ทอัพ และผู้ประกอบการ ซึ่งไม่ได้หวังเพียงแค่การมีส่วนร่วม หรือเป็นเพียงนโยบายเท่านั้น แต่เน้นทั้งการเป็นศูนย์กลางให้คนที่มีความสนใจสามารถเข้าถึงการสนับสนุน และเป็นหน่วยขับเคลื่อนที่ออกไปค้นหาผู้มีศักยภาพเพื่อร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรมผ่านการสนับสนุนตามความต้องการ หรือแม้กระทั่งการสร้างแรงจูงใจ สร้างต้นแบบ พี่เลี้ยง นอกจากนี้ ยังมุ่งผลักดันให้งานด้านวิจัย วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเป็นหนึ่งงานในฝัน หรืออาชีพในอุดมคติของกลุ่มสตรีและกลุ่มคนที่มีความหลากหลาย โดยเน้นย้ำให้เห็นถึงความมั่นคง การต่อยอดในอนาคต การเพิ่มขึ้นของรายได้ รวมทั้งการเป็นธุรกิจที่มีทางรอดสามารถแข่งขันได้บนโลกยุคใหม่ที่มีความเป็นดิจิทัล</p>
<figure id="attachment_10900" aria-describedby="caption-attachment-10900" style="width: 549px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-10900" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/1-10.jpg" alt="" width="549" height="304" /><figcaption id="caption-attachment-10900" class="wp-caption-text">ดาวใจ ศรลัมพ์ นวัตกรหญิง เจ้าของผลิตภัณฑฺ์บำรุงผิวจากเปลือกาแฟ</figcaption></figure>
<p>ดาวใจ ศรลัมพ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ขวัญดาว โปรเจ็ค จำกัด เจ้าของ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากเปลือกกาแฟNa Ha Thai หนึ่งในนวัตกรหญิงที่นำวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีมาต่อยอดสู่ธุรกิจนวัตกรรม เปิดเผยว่า การเปิดโอกาสการเข้าถึงวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันกว้างขวางกว่าในอดีตมาก และผู้หญิงยุคใหม่เริ่มให้ความสนใจในด้านอาชีพนวัตกร นักวิจัย เจ้าของเทคโนโลยี ฯลฯ เพิ่มอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ดีต่อวงการวิทยาศาสตร์ไทยที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้ก้าวหน้า พร้อมสร้างแรงบันดาลใจจากบุคคลตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ จนนำมาสู่การคิดค้นสิ่งที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ บริการ และสร้างคนที่มีความสามารถให้เกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-10901 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/2-5.jpg" alt="" width="508" height="337" /></p>
<p>“สำหรับการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ในกาสร้างสรรค์ธุรกิจนวัตกรรมของตนเองนั้น เพื่อสร้างความแตกต่างกับสิ่งที่มีอยู่ในท้องตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีคู่แข่งจำนวนมาก ทำให้การแข่งขันด้วยราคาเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ จึงพยายามสร้างความแตกต่างด้วยการนำความรู้และเทคนิคการสกัดสารออกฤทธิ์สำคัญจากเปลือกหุ้มเมล็ดกาแฟที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและปริมาณของสารสกัด รวมทั้งลดระยะเวลาในการสกัดอีกด้วย ซึ่งสามารถนำสารสกัดที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระนี้ไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าจากเปลือกกาแฟได้ ซึ่งนอกจากผู้บริโภคจะได้ใช้สินค้าคุณภาพดีแล้ว ยังช่วยให้ครอบครัวชาวไทยภูเขาผู้ปลูกกาแฟมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสิ่งสำคัญกระบวนการผลิตยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-10902 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/3-2.jpg" alt="" width="488" height="396" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม การเพิ่มสัดส่วนผู้หญิงหรือผลักดันให้ผู้หญิงเข้ามามีบทบาทในวงการวิทยาศาสตร์ที่ไมได้อยู่แค่ในห้องเรียนเพียงอย่างเดียวนั้นเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ นอกจากนี้ ความโดดเด่นของผู้หญิงที่ควรสนับสนุนหรือร่วมกันขับเคลื่อนก็คือ ความละเอียด ความช่างสังเกต ความห่วงใย และการชอบศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วมาต่อยอดเป็นสิ่งใหม่ ซึ่งตนเชื่อว่าไมได้มีเพียงแค่ผู้หญิง ผู้ชาย LGBTQ หรือเพศไหนก็สามารถทำได้และมีส่วนช่วยขับเคลื่อนวงการวิทยาศาสตร์ได้เช่นเดียวกัน ดาวใจ กล่าวสรุป</p>
<p>ส่วนนัฐสุนันท์ ไชยเทพ ผู้คิดค้นและพัฒนาเนื้อจากพืช พีโปมี้ท : PEAPO และตัวแทนคนรุ่นใหม่ในด้านวิจัยและพัฒนาจาก จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า โลกปัจจุบันเปิดกว้างมากขึ้นสำหรับอาชีพที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ซึ่งทำให้ตนในฐานะคนรุ่นใหม่ที่เป็นกลุ่มสตรีได้มีโอกาสเข้าถึง และสานฝันที่จะเป็นผู้ประกอบการธุรกิจนวัตกรรมได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยขณะนี้ได้นำสิ่งที่คิดค้น วิจัย และพัฒนาคือ “ถั่วหรั่ง” พืชท้องถิ่นจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เบอร์เกอร์เนื้อจากพืช อาหารที่ช่วยควบคุมน้ำหนัก ตอบเทรนด์ในด้านการดูแลสุขภาพ และลดการทำลายทรัพยากรโลก และยังช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่</p>
<figure id="attachment_10903" aria-describedby="caption-attachment-10903" style="width: 524px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-10903" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/4.jpg" alt="" width="524" height="392" /><figcaption id="caption-attachment-10903" class="wp-caption-text">นัฐสุนันท์ ไชยเทพ ผู้คิดค้นและพัฒนาเนื้อจากพืช พีโปมี้ท : PEAPO</figcaption></figure>
<p>ซึ่งการดำเนินธุรกิจดังกล่าวได้รับการสนับสนุนทั้งจากสถาบันการศึกษาที่ตนเรียน และ NIA ซึ่งถือว่าเป็นนโยบายที่ดีที่ภาครัฐพยายามกระจายโอกาสให้ถึงบุคคลที่สนใจวิทยาศาสตร์ในหลากหลายกลุ่ม และผลักดันให้เกิดขึ้นในทุกพื้นที่</p>
<p>อย่างไรก็ตามในฐานะการเป็นสตรีที่เข้ามาอยู่ในวงการวิจัยและวิทยาศาสตร์มองว่าทุกเพศ ทุกกลุ่มล้วนมีความสามารถและโอกาสที่เท่าเทียมกัน ดังนั้น จึงไม่สามารถที่จะแบ่งแยกได้ว่าเพศไหน หรือสถานะใดมีความโดดเด่นหรือศักยภาพที่เก่งกว่า แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่การมีโอกาสและใช้โอกาสนั้นเพื่อบรรลุเป้าหมายอะไร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-10904 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/5.jpg" alt="" width="541" height="371" /><br />
ซึ่งขณะนี้สิ่งที่ตนกำลังพยายามใช้บทบาทของตนเองคือ ทำให้คนในพื้นที่ที่มีความแตกต่างกันในเรื่องวัย วิถีการใช้ชีวิต ความเชื่อ ความเข้าใจประโยชน์ที่แท้จริงของนวัตกรรมและวิทยาศาสตร์ เพื่อเชื่อมความเชื่อระหว่างวิถีทางมุสลิมว่าวิทยาศาสตร์ไม่ใช่สิ่งที่ทำลายหรือทำให้วิถีการใช้ชีวิตผิดแผกไปจากเดิม แต่คือตัวสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดี และทำให้ชุมชนก้าวทันกับความก้าวหน้าของบริบทโลก อีกทั้งวิถีทางศาสนาอิสลามต่าง ๆ ก็ยังสามารถทำให้มีคุณค่าหรือมูลค่าด้วยนวัตกรรมได้เช่นเดียวกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/02/thailand-innovation-award-20-th/">เอ็นไอเอหนุน2  “นวัตกรหญิง”  ตอกย้ำแนวคิดด้านวิทยาศาสตร์ใหม่ “ผู้หญิงก็ทำได้”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอ็นไอเอ &#8211; กกพ. เปิดวาร์ป 5 ว่าที่นวัตกรผู้สร้างโลก คืนชีพขยะให้มีมูลค่</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/01/the-electric-playground/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Jan 2022 05:29:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[GARBAGEMAN]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[The Electric Playground]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ตู้แยกขวดพลาสติกสำหรับคนตาบอด]]></category>
		<category><![CDATA[ทีม Heavycrazywaste]]></category>
		<category><![CDATA[ทีมฟูริน]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องผลิตพลังงานไฟฟ้าจากเตาเผาขยะฯ]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสร้างพลังงานไฟฟ้าจากขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[เยาวชนกับขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการสนามการเรียนรู้นวัตกรรมพลังงานไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=10699</guid>

					<description><![CDATA[<p>เสร็จสิ้นกันไปแล้วสำหรับการค้นหาเยาวชนคนเก่งจากโครงการสนามการเรียนรู้นวัตกรรมพลังงานไฟฟ้า (The Electric Playground) ภายใต้การดำเนินงานของ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในการเฟ้นหาเด็กและเยาวชน ผู้ที่จะมาเป็นนวัตกรรุ่นใหม่ ในการผลักดันสร้างอนาคตการจัดการขยะสู่การผลิตไฟฟ้าในประเทศไทย ลองไปดูไอเดียสุดเจ๋งของ 5 ว่าที่นวัตกรผู้สร้างโลก กับการคืนชีพขยะให้มีมูลค่าว่า การนำนวัตกรรมมาผสมผสานกับการจัดการปัญหาขยะจะออกมาเป็นผลงานอย่างไรบ้าง ไม่รอช้า ไปดูกันเลย!! GARBAGEMAN ทีม Heavycrazywaste เผยว่า แรงบันดาลใจในการสร้างนวัตกรรมถังแยกขยะอัตโนมัติ GARBAGEMAN โดยใช้ Machine Learning พร้อมกับแอปพลิเคชั่นในการสะสมคะแนนนี้ เกิดจากประเทศไทยประสบกับปัญหาขยะล้นเมือง ซึ่งในปี 2563 พบว่ามีขยะมูลฝอยมากถึง 25.37 ล้านตัน และปัญหาจากคนส่วนใหญ่ที่ขาดความรู้ความเข้าใจในการแยกขยะ และมีความสับสนในการแยกขยะ ดังนั้นเจึงสร้างนวัตกรรมนี้ขึ้นเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว และเพื่อส่งเสริมให้ผู้ใช้มีความสนใจในการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเจาะกลุ่มโรงเรียน นักเรียนอายุ 12-18 ปี เนื่องจากกลุ่มนี้มีความกระตือรือร้นในการทำกิจกรรมและการแยกขยะ เริ่มจากลงพื้นที่เพื่อเก็บ Data Set หรือรูปภาพขยะประเภทต่างๆ มาทำ AI ซึ่งตอนนี้มีการทดสอบระบบได้ความแม่นยำถึง 90% [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/01/the-electric-playground/">เอ็นไอเอ &#8211; กกพ. เปิดวาร์ป 5 ว่าที่นวัตกรผู้สร้างโลก คืนชีพขยะให้มีมูลค่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">เสร็จสิ้นกันไปแล้วสำหรับการค้นหาเยาวชนคนเก่งจากโครงการสนามการเรียนรู้นวัตกรรมพลังงานไฟฟ้า (The Electric Playground) ภายใต้การดำเนินงานของ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในการเฟ้นหาเด็กและเยาวชน ผู้ที่จะมาเป็นนวัตกรรุ่นใหม่ ในการผลักดันสร้างอนาคตการจัดการขยะสู่การผลิตไฟฟ้าในประเทศไทย</span></h4>
<p><span id="more-10699"></span></p>
<p>ลองไปดูไอเดียสุดเจ๋งของ 5 ว่าที่นวัตกรผู้สร้างโลก กับการคืนชีพขยะให้มีมูลค่าว่า การนำนวัตกรรมมาผสมผสานกับการจัดการปัญหาขยะจะออกมาเป็นผลงานอย่างไรบ้าง ไม่รอช้า ไปดูกันเลย!!</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #993366;"><strong>GARBAGEMAN</strong></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-10700 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/01/1-3.jpg" alt="" width="487" height="354" /></p>
<p>ทีม Heavycrazywaste เผยว่า แรงบันดาลใจในการสร้างนวัตกรรมถังแยกขยะอัตโนมัติ GARBAGEMAN โดยใช้ Machine Learning พร้อมกับแอปพลิเคชั่นในการสะสมคะแนนนี้ เกิดจากประเทศไทยประสบกับปัญหาขยะล้นเมือง ซึ่งในปี 2563 พบว่ามีขยะมูลฝอยมากถึง 25.37 ล้านตัน และปัญหาจากคนส่วนใหญ่ที่ขาดความรู้ความเข้าใจในการแยกขยะ และมีความสับสนในการแยกขยะ ดังนั้นเจึงสร้างนวัตกรรมนี้ขึ้นเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว และเพื่อส่งเสริมให้ผู้ใช้มีความสนใจในการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเจาะกลุ่มโรงเรียน นักเรียนอายุ 12-18 ปี เนื่องจากกลุ่มนี้มีความกระตือรือร้นในการทำกิจกรรมและการแยกขยะ</p>
<p>เริ่มจากลงพื้นที่เพื่อเก็บ Data Set หรือรูปภาพขยะประเภทต่างๆ มาทำ AI ซึ่งตอนนี้มีการทดสอบระบบได้ความแม่นยำถึง 90% ขั้นตอนการทำงานคือ เมื่อผู้ใช้นำขยะมาทิ้งที่ถัง GARBAGEMAN จะมีกล้องจับภาพขยะ แล้วส่งไปประมวลผลที่คอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก เมื่อประมวลผลเสร็จจะส่งผลลัพธ์ไปให้ระบบมอเตอร์ เพื่อดึงระบบถาดเทโดยใช้สายพานส่งขยะให้ไปสู่ตำแหน่งที่ถูกต้อง นอกจากนี้ในส่วนแอปพลิเคชัน ก็จัดตั้งระบบมีหน้าโปรไฟล์ แสดงข้อมูลผู้ใช้ คะแนนสะสม เพื่อใช้แลกรับของรางวัล พร้อมสร้างเพจเฟซบุ๊กเพื่อให้คนได้มาติดต่อข้อมูลข่าวสารการใช้นวัตกรรมนี้</p>
<p><span style="color: #993366;">ข้อมูลทีม Heavycrazywaste โรงเรียนบ้านไผ่</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #993366;"><strong>ตู้แยกขวดพลาสติกสำหรับคนตาบอด</strong></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-10701 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/01/2-2.jpg" alt="" width="461" height="307" /></p>
<p>ทีมฟูริน ทำนวัตกรรมนี้เพื่อช่วยให้ผู้พิการทางสายตาสามารถรู้ตำแหน่งและแยกประเภทขยะได้ โดยจุดเริ่มต้นที่สนใจกลุ่มผู้พิการทางสายตา เริ่มจากได้โจทย์จากครูให้ไปสอบถามคนในชุมชน หรือคนเก็บขยะว่า ทำไมถึงไม่แยกขยะกัน เหตุผลทที่ได้รับคือคนในชุมชนรู้สึกยุ่งยาก และไม่รู้ว่าถังขยะสีต่าง ๆมีไว้ทิ้งขยะอะไรบ้าง</p>
<p>ในทีมจึงเกิดคำถามว่า คนธรรมดายังแยกขยะได้ยาก แล้วถ้าผู้พิการโดยเฉพาะผู้พิการทางสายตาที่ไม่สามารถมองเห็นขยะได้ จะสามารถแยกขยะได้อย่างไร จึงคิดค้นทำนวัตกรรม “ตู้แยกขวดพลาสติกสำหรับคนตาบอด” เพื่อช่วยให้ผู้พิการทางสายตาทิ้งขยะได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งใช้ระยะเวลาในการทำร่วม 8 เดือน และจะพัฒนาผลงานต่อไปเพื่อให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น แยกขวดพลาสติกได้หลากหลายแบบมากขึ้น และพัฒนาระบบด้วย Raspberry ซึ่งตลอดการร่วมโครงการ The Electric Playground ได้รับความช่วยเหลือจากอาจารย์มหาวิทยาลัย หลักสูตร STEAM4INNOVATOR และพี่ๆ ในโครงการทุกคนหลายอย่าง</p>
<p><span style="color: #993366;">ข้อมูล ทีมฟูริน จากโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #993366;"><strong>เครื่องสร้างพลังงานไฟฟ้าจากขยะ</strong></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-10702 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/01/3-3.jpg" alt="" width="470" height="313" /></p>
<p>ทีมสร้างพลังงานโดยใช้ความร้อน เปิดเผยถึงแรงบันดาลใจในการคิดค้นนวัตกรรมเครื่องสร้างพลังงานไฟฟ้าจากขยะที่เปลี่ยนขยะให้เป็นพลังงานไฟฟ้านี้ เกิดจากการเห็นประชากร มนุษย์โลกที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ทำให้จำนวนขยะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย หนึ่งในนั้นคือขยะอย่างยางรถยนต์หรือขยะพลาสติก จึงเกิดคำถามว่าถ้าเรานำขยะเหล่านี้มาเผาแล้วได้พลังงานไฟฟ้า และได้เพิ่มมูลค่าให้กับขยะด้วย</p>
<p>ทางทีมจึงคิดค้นนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหานี้ โดยนำยางรถยนต์หรือขยะพลาสติกมาเผา ผ่านระบบที่มีเตาเผา ตัวควบคุมการชาร์จ ระบบระบายความร้อนด้วย Cooling Tower ระบบจำกัดควัน ซึ่งได้ผลลัพธ์คือพลังงานไฟฟ้าและยิปซัม ตลอดการเข้าร่วมโครงการฯ และทำนวัตกรรมนี้นานร่วม 3 เดือน ได้รับคำแนะนำจากอาจารย์มหาวิทยาลัยมาช่วยพัฒนาผลงาน และส่วนตัวมองว่าการจัดกิจกรรมอบรมเช่นโครงการนี้ ก็สามารถส่งต่อการปลูกฝังการจัดการขยะและการแก้ปัญหาได้ดี</p>
<p><span style="color: #993366;">ข้อมูล ทีมสร้างพลังงานโดยใช้ความร้อน จากโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #993366;"><strong>“TAOYAA (ต้าวหยะ)”</strong></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-10703 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/01/4-2.jpg" alt="" width="414" height="251" /></p>
<p>ทีม Bajaangs(บ๊ะจ่าง) เผยว่า การคิดทำแอปพลิเคชันเพื่อ เป็นตัวกลางระหว่างคนที่จะขายขยะกับร้านที่รับซื้อขยะ โดยมีพาร์ทเนอร์เป็น Rider โดยจุดเริ่มต้นในการทำเกิดจากมีการลงพื้นที่สัมภาษณ์ผู้คนแถวบ้านที่เกาะแก้ว จ.ภูเก็ต ว่าปัญหาคืออะไร ซึ่งที่เกาะแก้วมีการแยกขยะอยู่แล้ว แต่ซาเล้งที่มารับซื้อขยะมาบ้าง ไม่มาบ้าง และมาแต่ละครั้งก็ไม่ทราบว่ามีการซื้อขายไปอย่างไร ขณะเดียวกันก็ไม่ใช่ทุกคนที่พร้อมนำขยะของตนไปที่ร้านรับซื้อขยะ</p>
<p>จึงได้คิดค้นทำนวัตกรรม TAOYAA (ต้าวหยะ) เพื่อเชื่อมทุกฝ่ายให้มารวมกันผ่านแอปพลิเคชันนี้ โดยใช้เวลาทำร่วม 6 เดือน ซึ่งตลอดโครงการฯ ได้รับคำแนะนำจากพี่ๆ ในโครงการช่วยพัฒนาแอปฯ อย่างมาก ให้ไปศึกษาแอปพลิเคชันต่างๆ ในการพัฒนาเป็นนวัตกรรม แก้ปัญหาเพื่อปิดรูรั่วต่างๆ มีการวางแผน Business Model ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก<br />
ขณะนี้ทีม Bajaangs(บ๊ะจ่าง) ได้ติดต่อกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเพื่อช่วยประสานงาน โดยตำบลเกาะแก้วจะเป็นที่แรกในการใช้แอปฯ นี้ และมีแผนขยายไปใช้ในจังหวัดอื่นๆ ด้วย ซึ่งน่าจะใช้เวลาพัฒนาแอปฯ เพิ่มอีกร่วม 6 เดือน</p>
<p><span style="color: #993366;">ข้อมูล ทีม Bajaangs(บ๊ะจ่าง) จากโรงเรียนขจรเกียรติศึกษา</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #993366;"><strong>เครื่องผลิตพลังงานไฟฟ้าจากเตาเผาขยะฯ</strong></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-10705 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/01/5-2.jpg" alt="" width="421" height="293" /></p>
<p>ทีม save the world เผยว่า แรงบันดาลใจในการทำนวัตกรรมเครื่องผลิตพลังงานไฟฟ้าจากเตาขยะด้วยเทคโนโลยีเทอร์โมอิเล็กทริก หรือเรียกสั้นๆ ว่า TEG เกิดจากต้องการเปลี่ยนไอเสียรถยนต์ ความร้อนที่เกิดความร้อนใต้พิภพหรือโซลาร์เซลล์ ซึ่งเป็นความร้อนสูญเสียที่ทำให้เกิดปริมาณก๊าซเรือนกระจก มาสร้างพลังงานสะอาดเปลี่ยนให้เป็นพลังงานไฟฟ้า ซึ่งในต่างประเทศก็มีการทำ Renewable Energy Certificate ใบรับรองการทำธุรกิจแบบคาร์บอนเครดิตเพื่อลดภาษีคาร์บอน ทั้งยังสามารถลดต้นทุนโดยรวมขององค์กรทางอ้อมได้<br />
ทางทีมจึงนำมาเป็นปรับพัฒนานวัตกรรม ซึ่งกระบวนการการทำงานของนวัตกรรมคือ เมื่อเกิดความร้อน และระบบ Cooling ที่ช่วยระบายความร้อนทำงาน ตัวเทคโนโลยีเทอร์โมอิเล็กทริกจะเริ่มผลิตไฟฟ้า ซึ่งจะได้ปริมาณมากหรือน้อยจะขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของแหล่งความร้อนและระบบน้ำหล่อเย็น เมื่อได้ไฟมาแล้วจะเก็บไว้ในแบตเตอรี่ และนำไปใช้งานต่อไป ทั้งนี้ยังออกแบบให้มีการใช้พื้นที่ติดตั้งน้อย การซ่อมบำรุงไม่ยุ่งยากร่วมด้วย</p>
<p><span style="color: #993366;">ข้อมูล ทีม save the world จากโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) 2</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/01/the-electric-playground/">เอ็นไอเอ &#8211; กกพ. เปิดวาร์ป 5 ว่าที่นวัตกรผู้สร้างโลก คืนชีพขยะให้มีมูลค่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
