<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สินเชื่อ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 02 Jan 2026 05:26:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>สินเชื่อ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ทีทีบี ตอกย้ำ &#8216;ปีแห่งการช่วยเหลือลูกหนี้&#8217; ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.15% ต่อปี มุ่งช่วยลูกค้าทุกกลุ่มลดภาระทางการเงิน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b8%b5-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%b3-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 May 2025 12:00:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Financing]]></category>
		<category><![CDATA[Make REAL Change]]></category>
		<category><![CDATA[ttb]]></category>
		<category><![CDATA[คุณสู้ เราช่วย]]></category>
		<category><![CDATA[ทีทีบี]]></category>
		<category><![CDATA[ทีทีบี ผ่อนดี.. มีรางวัล]]></category>
		<category><![CDATA[ทีเอ็มบีธนชาต]]></category>
		<category><![CDATA[ปิติ ตัณฑเกษม]]></category>
		<category><![CDATA[ลดดอกเบี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น]]></category>
		<category><![CDATA[ให้ชีวิตการเงินดีทั้งวันนี้และอนาคต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33566</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทีทีบี ตอกย้ำ &#8216;ปีแห่งการช่วยเหลือลูกหนี้&#8217; ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.15% ต่อปี มุ่งช่วยลูกค้าทุกกลุ่มลดภาระทางการเงิน ตั้งรับความเสี่ยงจากเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.15% ต่อปี สอดคล้องกับมติ กนง. เพื่อช่วยลดภาระทางการเงินให้กับลูกค้ารายย่อย ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และลูกค้าธุรกิจ สามารถตั้งรับกับเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง รวมทั้งความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากผลกระทบการค้าโลก คุณปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า ปีนี้ถือเป็นปีแห่งการช่วยเหลือลูกหนี้ของทีทีบี จากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปีนี้ยังมีความไม่แน่นอนสูง ทั้งปัจจัยภายในและนอกประเทศ อาทิ ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่รายได้ไม่สัมพันธ์กับรายจ่าย ความกดดันจากปัญหาเชิงโครงสร้างและการแข่งขันจากสินค้าต่างประเทศ ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายการค้าโลกโดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลัง และผลพวงจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีทิศทางลดลง ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มปรับลดลง และส่งผลต่อลูกค้าทุกกลุ่มตั้งแต่รายย่อย ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ทีทีบี มีความห่วงใยลูกค้าสินเชื่อทุกกลุ่ม จึงปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.15% ต่อปี สอดคล้องกับมติคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อช่วยลดภาระทางการเงินของลูกค้าและเพิ่มสภาพคล่อง ให้สามารถตั้งรับกับเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มปรับลดลง โดยธนาคารจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงทุกประเภท ได้แก่ อัตราดอกเบี้ย MOR ลดลง 0.15% ต่อปี ส่วนอัตราดอกเบี้ย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b8%b5-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%b3-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/">ทีทีบี ตอกย้ำ &#8216;ปีแห่งการช่วยเหลือลูกหนี้&#8217; ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.15% ต่อปี มุ่งช่วยลูกค้าทุกกลุ่มลดภาระทางการเงิน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b> ทีทีบี ตอกย้ำ &#8216;ปีแห่งการช่วยเหลือลูกหนี้&#8217; ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.15% ต่อปี มุ่งช่วยลูกค้าทุกกลุ่มลดภาระทางการเงิน ตั้งรับความเสี่ยงจากเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง</b></p>
<p><span id="more-33566"></span></p>
<p>ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.15% ต่อปี สอดคล้องกับมติ กนง. เพื่อช่วยลดภาระทางการเงินให้กับลูกค้ารายย่อย ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และลูกค้าธุรกิจ สามารถตั้งรับกับเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง รวมทั้งความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากผลกระทบการค้าโลก</p>
<p><strong>คุณปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต</strong> กล่าวว่า ปีนี้ถือเป็นปีแห่งการช่วยเหลือลูกหนี้ของทีทีบี จากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปีนี้ยังมีความไม่แน่นอนสูง ทั้งปัจจัยภายในและนอกประเทศ อาทิ ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่รายได้ไม่สัมพันธ์กับรายจ่าย ความกดดันจากปัญหาเชิงโครงสร้างและการแข่งขันจากสินค้าต่างประเทศ ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายการค้าโลกโดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลัง และผลพวงจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีทิศทางลดลง ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มปรับลดลง และส่งผลต่อลูกค้าทุกกลุ่มตั้งแต่รายย่อย ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และกลุ่มลูกค้าธุรกิจ</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33567 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Re-นายปิติ-ตัณฑเกษม-ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-ทีเอ็มบีธนชาต-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ทีทีบี มีความห่วงใยลูกค้าสินเชื่อทุกกลุ่ม จึงปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด</strong><strong> 0.15</strong><strong>% ต่อปี</strong> สอดคล้องกับมติคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อช่วยลดภาระทางการเงินของลูกค้าและเพิ่มสภาพคล่อง ให้สามารถตั้งรับกับเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มปรับลดลง <strong>โดยธนาคารจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงทุกประเภท</strong> ได้แก่ <strong>อัตราดอกเบี้ย </strong><strong>MOR </strong><strong>ลดลง </strong><strong>0.15</strong><strong>% ต่อปี</strong> ส่วน<strong>อัตราดอกเบี้ย </strong><strong>MLR </strong><strong>ลดลง </strong><strong>0.10% </strong><strong>ต่อปี</strong> และ<strong>อัตราดอกเบี้ย </strong><strong>MRR </strong><strong>ลดลง</strong><strong> 0.05</strong><strong>% ต่อปี</strong> <strong>มีผลตั้งแต่วันที่ </strong><strong>16 </strong><strong>พฤษภาคม </strong><strong>2568</strong><strong> เป็นต้นไป</strong> ทั้งนี้ ธนาคารยังเล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องการออมภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน เพื่อช่วยเหลือผู้ฝากรายย่อยให้มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวในการออมเงินในช่วงนี้ <strong>ธนาคารพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออมทรัพย์ บัญชี ทีทีบี โนฟิกซ์ สูงสุด </strong><strong>0.40% </strong><strong>ต่อปี</strong> ซึ่งเป็นบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง ที่จ่ายดอกเบี้ยทุกเดือนและถอนเมื่อไหร่ก็ได้ ตอบโจทย์ลูกค้าที่มีความกังวลเรื่องสภาพคล่อง มีผลวันที่ 1 มิถุนายน 2568</p>
<p>พร้อมกันนี้ ทีทีบีได้ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย เดินหน้าช่วยเหลือลูกค้าที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน ลดภาระหนี้ผ่านโครงการ <strong>“คุณสู้ เราช่วย” </strong>เพื่อการปรับโครงสร้างหนี้ ที่ช่วยลดดอกเบี้ยเหลือ 0% และลดค่างวดผ่อนตลอด 3 ปี โดยได้ขยายช่วงเวลาการลงทะเบียนไปสิ้นสุด 30 มิถุนายน 2568  และล่าสุดธนาคารยังมีโปรแกรม <strong>“ทีทีบี ผ่อนดี.. มีรางวัล”</strong> ที่ให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่มีประวัติผ่อนดี ถือเป็นลูกค้าอีกกลุ่มที่สำคัญและยังไม่ค่อยได้รับการช่วยเหลือ โดยโปรแกรมนี้ช่วยเหลือครอบคลุมทั้งคนผ่อนดีที่มีบ้าน มีรถ และกลุ่มพนักงานเงินเดือนที่มีสินเชื่อบุคคล ซึ่งการปรับลดดอกเบี้ยลงในครั้งนี้ จะช่วยให้ลูกค้าได้รับสิทธิประโยชน์จากโปรแกรมนี้เพิ่มขึ้น</p>
<p>ทีทีบีพร้อมให้ความช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ต่าง ๆ ตลอดจนส่งเสริมให้ลูกค้าสามารถจัดการภาระหนี้ที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนผ่านโซลูชันรวบหนี้ โซลูชันโอนยอดหนี้ โครงการคุณสู้ เราช่วย และโปรแกรมผ่อนดีมีรางวัลควบคู่กับแนะนำการให้ความรู้ทางการเงิน เพื่อการจัดการหนี้ที่สอดคล้องกับรายได้และความสามารถในการชำระคืน ภายใต้หลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) ตามเป้าหมายของธนาคารที่มุ่งมั่นทำให้คนไทยมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นทั้งวันนี้ และอนาคต</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b8%b5-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%b3-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/">ทีทีบี ตอกย้ำ &#8216;ปีแห่งการช่วยเหลือลูกหนี้&#8217; ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.15% ต่อปี มุ่งช่วยลูกค้าทุกกลุ่มลดภาระทางการเงิน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1 ปี 2568 จำนวน 12,618 ล้านบาท</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/04/bbl-report-profit-first-quarter-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Apr 2025 04:57:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Bank]]></category>
		<category><![CDATA[BBL]]></category>
		<category><![CDATA[กำไร]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33044</guid>

					<description><![CDATA[<p> เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 ปี 2568 เริ่มมีสัญญาณชะลอตัว โดยมีสาเหตุหลักจากการลงทุนภาคเอกชนที่ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับนโยบายการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก ภาคการผลิตยังคงเผชิญแรงกดดัน แม้ว่าการผลิตในกลุ่มยานยนต์จะเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวแต่ระดับการผลิตโดยรวม ยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ภาคบริการยังคงขยายตัว แม้จะได้รับแรงกดดันจากการปรับลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนและค่าใช้จ่ายต่อหัว อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวจากสัญชาติอื่นยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยพยุงภาคการท่องเที่ยวในภาพรวม ภาคการส่งออกเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว แม้จะยังอยู่ภายใต้แรงกดดันจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ส่วนแรงกดดันด้านราคายังคงอยู่ในระดับต่ำสะท้อนอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังไม่เข้มแข็ง ทั้งนี้ แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ยังคงเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญหลายประการ ได้แก่ ความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้าของสหรัฐอเมริกา ความผันผวนของราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจมีผลกระทบในระดับที่สำคัญต่อกำลังซื้อของประชาชน และความเชื่อมั่นของภาคเอกชน ธนาคารกรุงเทพตระหนักถึงความท้าทายที่เพิ่มขึ้นในการดำเนินธุรกิจ และเข้าใจถึงความไม่แน่นอนทางธุรกิจที่ต้องเผชิญอยู่ในช่วงเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากนโยบายการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก การปรับเปลี่ยนนโยบายและกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น รวมถึงความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ผลักดันให้ธุรกิจต้องปรับตัวเพื่อก้าวทันโลกยุคดิจิทัล ธนาคารกรุงเทพพร้อมยืนเคียงข้างลูกค้าในฐานะ “เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน” จึงยังคงเน้นการให้คำปรึกษาและดูแลลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างเหมาะสม ทั้งด้านเงินทุนและองค์ความรู้ที่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง พร้อมสนับสนุนลูกค้าให้ได้ประโยชน์จากโอกาสในการขยายกิจการไปยังต่างประเทศ รวมทั้งยังมุ่งมั่นให้บริการทางการเงินที่รับผิดชอบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ในขณะเดียวกันธนาคารยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง พร้อมทั้งยึดมั่นแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible lending) โดยให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคมและการเติบโตอย่างยั่งยืน ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1 ปี 2568 จำนวน 12,618 ล้านบาท ธนาคารกรุงเทพและบริษัทย่อยรายงานกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1 ปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/bbl-report-profit-first-quarter-2025/">ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1 ปี 2568 จำนวน 12,618 ล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b> </b>เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 ปี 2568 เริ่มมีสัญญาณชะลอตัว โดยมีสาเหตุหลักจากการลงทุนภาคเอกชนที่ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับนโยบายการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก</p>
<p><span id="more-33044"></span></p>
<p>ภาคการผลิตยังคงเผชิญแรงกดดัน แม้ว่าการผลิตในกลุ่มยานยนต์จะเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวแต่ระดับการผลิตโดยรวม ยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ภาคบริการยังคงขยายตัว แม้จะได้รับแรงกดดันจากการปรับลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนและค่าใช้จ่ายต่อหัว</p>
<p>อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวจากสัญชาติอื่นยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยพยุงภาคการท่องเที่ยวในภาพรวม ภาคการส่งออกเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว แม้จะยังอยู่ภายใต้แรงกดดันจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ส่วนแรงกดดันด้านราคายังคงอยู่ในระดับต่ำสะท้อนอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังไม่เข้มแข็ง</p>
<p>ทั้งนี้ แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ยังคงเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญหลายประการ ได้แก่ ความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้าของสหรัฐอเมริกา ความผันผวนของราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจมีผลกระทบในระดับที่สำคัญต่อกำลังซื้อของประชาชน<br />
และความเชื่อมั่นของภาคเอกชน</p>
<p>ธนาคารกรุงเทพตระหนักถึงความท้าทายที่เพิ่มขึ้นในการดำเนินธุรกิจ และเข้าใจถึงความไม่แน่นอนทางธุรกิจที่ต้องเผชิญอยู่ในช่วงเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากนโยบายการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก การปรับเปลี่ยนนโยบายและกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น รวมถึงความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ผลักดันให้ธุรกิจต้องปรับตัวเพื่อก้าวทันโลกยุคดิจิทัล</p>
<p>ธนาคารกรุงเทพพร้อมยืนเคียงข้างลูกค้าในฐานะ “เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน” จึงยังคงเน้นการให้คำปรึกษาและดูแลลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างเหมาะสม ทั้งด้านเงินทุนและองค์ความรู้ที่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง พร้อมสนับสนุนลูกค้าให้ได้ประโยชน์จากโอกาสในการขยายกิจการไปยังต่างประเทศ รวมทั้งยังมุ่งมั่นให้บริการทางการเงินที่รับผิดชอบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ในขณะเดียวกันธนาคารยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง พร้อมทั้งยึดมั่นแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible lending) โดยให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคมและการเติบโตอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส </strong><strong>1 </strong><strong>ปี </strong><strong>2568 </strong><strong>จำนวน </strong><strong>12,618 </strong><strong>ล้านบาท</strong></p>
<p>ธนาคารกรุงเทพและบริษัทย่อยรายงานกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1 ปี 2568 จำนวน 12,618 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.9 จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ส่วนใหญ่จากรายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจำนวน 31,909 ล้านบาท และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิร้อยละ 2.89 ซึ่งเป็นไปตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยในตลาด</p>
<p>สำหรับรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ เพิ่มขึ้นจากการอำนวยสินเชื่อและบริการประกันผ่านธนาคารและบริการกองทุนรวมที่ยังคงเติบโตดี ประกอบกับกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุนและกำไรจากเงินลงทุนเพิ่มขึ้นตามสภาวะตลาด</p>
<p>สำหรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น โดยธนาคารยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการให้ความสำคัญในการบริหารค่าใช้จ่าย ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ร้อยละ 45.5  ทั้งนี้ ธนาคารตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาส 1 ปี 2568 จำนวน 9,067 ล้านบาทอยู่ในระดับใกล้เคียงกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน</p>
<p><strong>ธนาคารกรุงเทพยังคงแนวทางการดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ พร้อมทั้งรักษาเสถียรภาพ<br />
ฐานะการเงิน สภาพคล่อง และเงินกองทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน </strong></p>
<p>ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2568 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อจำนวน 2,720,983 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.0 จากสิ้นปีก่อน จากสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ สำหรับอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อรวมอยู่ที่ร้อยละ 3.0 ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ โดยมีอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ร้อยละ 300.3 เป็นผลจากการที่ธนาคารยึดหลักการตั้งสำรองด้วยความระมัดระวังและรอบคอบอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>ธนาคารมีเงินรับฝาก ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2568  จำนวน 3,225,131 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.8 จากสิ้นปีก่อน และมีอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝากอยู่ที่ร้อยละ 84.4  ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้น อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารและบริษัทย่อยอยู่ที่ร้อยละ 21.0 ร้อยละ 16.5 และร้อยละ 15.8 ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่าอัตราส่วนเงินกองทุนขั้นต่ำตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/bbl-report-profit-first-quarter-2025/">ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1 ปี 2568 จำนวน 12,618 ล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SCB ปักธง​ Net Zero 2050 ตามหลัก SBTi แบงก์แรกในไทย​ ตั้งเป้าเปลี่ยนผ่านพอร์ตสินเชื่อ 2.3 ล้านล้านบาท เป็นสีเขียวทั้งหมด นำร่องงบหนุนเปลี่ยนผ่าน 3 ปีแรก 1.5 แสนล้านบาท</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/09/scb-live-sustainably-annouced-net-zero-2050/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Sep 2024 13:56:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[​ SBTI]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Equator Principles Association]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[GHG Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Implied Temperature Rise]]></category>
		<category><![CDATA[ITR]]></category>
		<category><![CDATA[Live Sustainably]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[Science Based Target Initiatives]]></category>
		<category><![CDATA[SDA]]></category>
		<category><![CDATA[Sectoral Decarbonization Approach]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Banking]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[กฤษณ์ จันทโนทก]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การเงินยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. ยรรยง  ไทยเจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[อยู่ อย่าง ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เปลี่ยนผ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยพาณิชย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28571</guid>

					<description><![CDATA[<p>ออกมาประกาศขับเคลื่อนแผนในการมุ่งสู่ &#8216;ธนาคารชั้นนำแห่งความยั่งยืน&#8217; (The Leading Sustainable Bank ) ภายใต้เนวคิด Live Sustainably &#8216;อยู่ อย่าง ยั่งยืน&#8217; พร้อมประกาศ 3 แนวทางในการขับเคลื่อนเพื่อมุ่งความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งในฐานะพันธมิตรผูสนับสนุนลูกค้า การเปลี่ยนผ่านภายในองค์กร และการมีส่วน​พัฒนาสังคมขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน​​ โดย​ Milestones สุดท้ายตาม Journey ที่วางไว้​​ คือการบรรลุ Net Zero 2050 ​ตามหลัก SBTi​ ในฐานะสถาบันการเงินไทยเพียงรายเดียวที่ใช้มาตรฐานนี้ในการชี้วัด พร้อมเปลี่ยนผ่านพอร์ตสินเชื่อของธนาคารกว่า 2.3 ล้านล้านบาท ให้กลายเป็นพอร์ตสินเชื่อสีเขียวทั้งหมด From Brown to Totally Green Portfolio คุณกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและคาร์บอนต่ำ นำมาซึ่งโอกาสและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่หลากหลาย ทั้งเม็ดเงินจากทั่วโลก ที่จะไหลมาในช่วงการเปลี่ยนผ่านเพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero ไม่ต่ำกว่า 39 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/scb-live-sustainably-annouced-net-zero-2050/">SCB ปักธง​ Net Zero 2050 ตามหลัก SBTi แบงก์แรกในไทย​ ตั้งเป้าเปลี่ยนผ่านพอร์ตสินเชื่อ 2.3 ล้านล้านบาท เป็นสีเขียวทั้งหมด นำร่องงบหนุนเปลี่ยนผ่าน 3 ปีแรก 1.5 แสนล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ออกมาประกาศขับเคลื่อนแผนในการมุ่งสู่ &#8216;<strong>ธนาคารชั้นนำแห่งความยั่งยืน&#8217;</strong> (The Leading Sustainable Bank ) ภายใต้เนวคิด<strong> Live Sustainably &#8216;อยู่ อย่าง ยั่งยืน&#8217; </strong>พร้อมประกาศ 3 แนวทางในการขับเคลื่อนเพื่อมุ่งความยั่งยืนในทุกมิติ</p>
<p><span id="more-28571"></span></p>
<p>ทั้งในฐานะพันธมิตรผูสนับสนุนลูกค้า การเปลี่ยนผ่านภายในองค์กร และการมีส่วน​พัฒนาสังคมขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน​​ โดย​ Milestones สุดท้ายตาม Journey ที่วางไว้​​ คือการบรรลุ Net Zero 2050 ​ตามหลัก SBTi​ ในฐานะสถาบันการเงินไทยเพียงรายเดียวที่ใช้มาตรฐานนี้ในการชี้วัด พร้อมเปลี่ยนผ่านพอร์ตสินเชื่อของธนาคารกว่า 2.3 ล้านล้านบาท ให้กลายเป็นพอร์ตสินเชื่อสีเขียวทั้งหมด</p>
<p><strong>From Brown to Totally Green Portfolio</strong></p>
<p><strong>คุณกฤษณ์ จันทโนทก </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและคาร์บอนต่ำ นำมาซึ่งโอกาสและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่หลากหลาย ทั้งเม็ดเงินจากทั่วโลก ที่จะไหลมาในช่วงการเปลี่ยนผ่านเพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero ไม่ต่ำกว่า 39 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ โดย 40% จะเป็นเม็ดเงินที่มาจากภาคการเงินการธนาคาร รวมทั้งยังนำมาสู่การเกิดตำแหน่งงานใหม่ๆ ทั่วโลกจากการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมอีกกว่า 27 ล้านตำแหน่ง ขณะที่ประเทศไทยเองก็จะมีเม็ดเงินไม่ต่ำกว่า 5 ล้านล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ตามเป้าหมายในปี 2030 รวมทั้งการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลอีกไม่ต่ำกว่า 5 ล้านล้านบาทเช่นเดียวกัน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-28574 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/INFO1.jpg" alt="" width="1200" height="670" /></p>
<p>ขณะที่ SCB จะขับเคลื่อนผ่านกลยุทธ์ <strong>Digital Bank with Human Touch</strong> หรือการผสมผสานพลังคนและเทคโนโลยี​มาเป็นแกนหลักในการร่วมขับเคลื่อนเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน โดยปักหมุดในการบรรลุเป้าหมายสำคัญคือ การเป็น Net Zero​ ​ตามหลัก SBTi​ (Science Based Target Initiatives)​​ พร้อมเปลี่ยนผ่านพอร์ตสินเชื่อที่มีกว่า 2.3 ล้านล้านบาท ไปสู่ Totally Green Loan ภายในปี 2050 ​ โดยวาง Journey ระหว่างทางในการขับเคลื่อน เป็นเป้าหมายระยะสั้น เพื่อการปรับตัวภายในองค์กร ด้วยการลดคาร์บอน (Carbon Reduction) 50% ในปี 2027 และบรรลุ Net zero (Scope 1-2) ภายในปี 2030</p>
<p>ทั้งนี้ ​ SCB ถือเป็นธนาคารไทยแห่งแรกที่ตั้งเป้า Net Zero 2050 จากการให้สินเชื่อและการลงทุนตาม <em><strong>หลักการทางวิทยาศาสตร์ (SBTi) ซึ่งจะมีการใช้ 2 มาตรวัด ในการตั้งเป้าหมาย ทั้ง SDA​ (Sectoral Decarbonization Approach) จากการ​พิจารณาผ่านค่าความเข้มข้นของ GHG Emission ในการดำเนินธุรกิจของลูกค้า  และ ITR (Implied Temperature Rise) จากความมุ่งมั่นในการลด GHG Emission ที่สอดคล้องไปกับเส้นทางที่อุณหภูมิของโลกจะเพิ่มสูงขึ้น </strong></em>และยังเข้าร่วมเป็นสมาชิกสมาคมอีเควเตอร์ <strong>Equator Principles (EP) Association</strong> ที่พิจารณาสินเชื่อโครงการของธนาคาร (Project Finance) จากการกำหนดนโยบายและพัฒนากระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม​ ​พร้อมให้การสนับสนุน​มากกว่าแค่การเงิน แต่มาพร้อมโซลูชั่นที่สอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจ​ลูกค้า รวมถึง​เป็นที่ปรึกษาและจัดหาพาร์ทเนอร์ทางเทคโนโลยีอื่นๆ ในอนาคตเพื่อช่วยบริหารการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและลดต้นทุนระยะยาวให้กับลูกค้าด้วย</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-28577 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/คุณกฤษณ์-_2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;SCB วาง 3 แนวทางในการขับเคลื่อนตาม Journey ทั้ง​มิติของลูกค้า จากภายในองค์กร รวมทั้งการสนับสนุนภาคสังคม ทั้งบทบาทของ <strong>Sustainable Banking</strong> ด้วยการเป็นพันธมิตรเพื่อสนับสนุนลูกค้าในการเปลี่ยนผ่านและบรรลุ Net Zero ที่แต่ละแห่งตั้งเป้าหมายไว้ ด้วยการ​จัดสรร Sustainable finance ​​โดยเบื้องต้น​ตั้งงบประมาณ​สินเชื่อและการลงทุนเพื่อความยั่งยืนไว้​ 1.5 แสนล้านบาท สำหรับการขับเคลื่อนช่วง 3 ปีแรก (2023 -2025) โดย​สิ้นไตรมาส 2 ​ปีนี้ สามารถปล่อยสินเชื่อได้แล้วกว่า 1.11 แสนล้านบาท ​ขณะเดียวกันจะขับเคลื่อนความเป็น <strong>Corporate Practice Excellence</strong>​ เพื่อ​สร้างวัฒนธรรมภายในเพื่อมุ่งสู่องค์กรแห่งความยั่งยืน ​​ตามกรอบ ESG และพัฒนา AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงานต่างๆ ตอกย้ำความเป็น AI-First Bank มุ่งสู่ Net Zero สโคป 1-2 ภายในปี 2030 และการสร้าง <strong>Better Society </strong> เพื่อมีส่วนส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนในสังคม ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและการพัฒนาแบบองค์รวม เพื่อสร้างการเติบโตอย่างทั่วถึง และได้ร่วมช่วยบรรเทาทุกข์ บำรุงสุขแก่เยาวชน ชุมชน และสังคมไทย&#8221;​​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28572 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/SD-Journey-.jpg" alt="" width="1200" height="604" /></p>
<p><strong>Pathway to  Net Zero 2050</strong></p>
<p>ด้าน <strong>ดร. ยรรยง ไทยเจริญ </strong>รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ Wealth และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืน ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวถึงกลยุทธ์เป้าหมาย Net Zero ของธนาคารเพื่อสนับสนุนการปรับตัวของลูกค้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ว่า SCB ตั้งเป้าหมาย<strong>บรรลุ </strong><strong>Net Zero </strong><strong>สำหรับพอร์ตสินเชื่อและการลงทุน (</strong><strong>Scope 3 Category 15 Investment) </strong><strong>ภายในปี </strong><strong>2050</strong><strong> ตามมาตรฐาน </strong><strong>SBTi</strong> ซึ่งถือเป็นมาตรฐานในการขับเคลื่อนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Reduction)​ ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด เพราะขับเคลื่อน​บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ โปร่งใส และตรวจสอบได้ ซึ่ง <em><strong>ได้รับการยอมรับจาก 8,800 องค์กรธุรกิจชั้นนำของโลก​ ในการใช้กรอบ SBTi เพื่อขับเคลื่อน GHG Reduction ขณะที่ประเทศไทยมีเพียง 33 องค์กร และ SCB เป็นสถาบันการเงินเพียงแห่งเดียวของไทย ที่ใช้มาตรฐาน SBTi นี้</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28573 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Emission-Decarbon.jpg" alt="" width="1200" height="672" /></p>
<p><em>&#8220;​ปัจจุบันธนาคารมีภาพรวมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emission) ผ่านการให้สินเชื่อ​จากฐานปี 2023 รวมทั้งสิ้น​  6.7 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) ซึ่ง​การไปสู่ Net Zero และ Totally Green Loan Portfolio ในปี 2050​ จะเน้นการลด Emission แบบรายอุตสาหกรรม โดยให้​สอดคล้องกับพอร์ตสินเชื่อทั้งหมดของธนาคาร <strong> (Net Zero Financed Portfolio Management) </strong>โดยเฉพาะ​ กลุ่มพลังงาน ซึ่งมีสัดส่วนกว่าครึ่งหนึ่ง หรือ 51% ของพอร์ตสินเชื่อรวมของธนาคาร ซึ่ง SCB ยังเป็นผู้นำด้านการปล่อยสินเชื่อโรงงานไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนของไทยมายาวนาน ด้วยวงเงินอนุมัติสินเชื่อกว่า 1.98 แสนล้านบาท (61% ของพอร์ตโรงไฟฟ้าของธนาคาร) มากว่า 14 ปี ​(2011 -2023) และสูงกว่าค่าเฉลี่ยของ TOP 3 ธนาคารระดับโลก ที่มีสัดส่วน 53% ทำให้ค่า SDA ในพอร์ตโรงไฟฟ้าของธนาคารลดลง และอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโรงไฟฟ้าทั่วโลกรวมทั้งต่ำกว่าเส้นทางการบรรลุ Net Zero ตาม Paris Agreement ด้วย  รวมทั้งในอนาคต​ จะมีมาตรการลดการให้สินเชื่อใหม่ในกลุ่ม Fossil Base ซึ่งจัดเป็น​ Brown Loan และเพิ่มวงเงินสินเชื่อให้กลุ่ม Renewable ทั้ง​ลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ รวมทั้งทยอยลดสินเชื่อคงค้าง (Coal Phasing Out) ตามแนวทาง LessBrown จนทั้งพอร์ตกลายเป็นสินเชื่อสีเขียวได้ทั้งหมด&#8221;  </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28576 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/คุณ.-ยรรยง-_2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะที่กลุ่มธุรกิจอื่นๆ ​​ได้นำวิธี <strong>Implied Temperature Rise (ITR) </strong>โดยระดับอุณหภูมิในพอร์ต​สินเชื่อของลูกค้าแต่ละรายจะขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่น (Commitment) ในการกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก​ที่​เปิดเผยต่อสาธารณะ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งการขับเคลื่อนจะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้อย่างมีนัยสำคัญ และเป็นฐานขนาดใหญ่ถึง 84% ของสินเชื่อในกลุ่ม ITR ทั้งหมด (ยอดสินเชื่อทั้งหมด 4.99 แสนล้านบาท) ​รวมทั้ง​​การสนับสนุนลูกค้าให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้านการเงินยั่งยืนที่ครบถ้วน และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกขนาดในแต่ละอุตสาหกรรมได้ทั้งธุรกิจรายใหญ่,  ธุรกิจ SME รวมทั้งกลุ่มลูกค้ารายย่อย พร้อมผลักดัน ‘การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ’ สู่ ‘การยกระดับการเงินที่ยั่งยืน’ เพื่อช่วยลูกค้าลดความเสี่ยงจากการดำเนินธุรกิจ และเพื่อผลักดันการสนับสนุนแก่ลูกค้าและสังคมไปสู่เป้าหมาย การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามหลักการ <strong>Equator Principles (EP) </strong>และถือ​เป็นธนาคารไทยแห่งแรกและแห่งเดียวที่ริเริ่มการนำหลักการ EP มาเป็นกรอบในการบริหารความเสี่ยงสำหรับสถาบันการเงิน ที่นำมาตรฐานสากล Best Practices มาใช้ โดยตั้งแต่ปี 2022 จนถึงปัจจุบัน ได้​​ประเมินโครงการตามหลักการ EP ​รวม 53 โครงการ คิดเป็นมูลค่าโครงการรวมกว่า 75,500 ล้านบาท</p>
<p><em> &#8220;ระดับการตั้งเป้าหมายของลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่มีความหลากหลาย โดยลูกค้า​​ 77 ราย หรือ 47% ของยอดสินเชื่อ มีการกำหนดและประกาศเป้าหมายที่ครบถ้วน แต่อย่างไรก็ดี ยังมีลูกค้าจำนวน 100 ราย หรือคิดเป็นยอดสินเชื่อ 35% ​ที่ยังไม่มีการเก็บข้อมูล GHG และไม่มีการตั้งเป้าหมายแต่อย่างใด ซึ่งทางธนาคาร จะพยายามช่วยทำความเข้าใจ หรือช่วยแก้ไขปัญหาที่ทำให้ภาคธุรกิจยังไม่พร้อมในการเปลี่ยนผ่าน  โดยเน้นความเหมะสมกับบริบทของลูกค้าแต่ละราย เพื่อให้ธุรกิจมีความพร้อมในการตั้งเป้าหมายและเพิ่มยอดการให้สินเชื่อได้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันระดับอุณหภูมิในพอร์ตของลูกค้าขนาดใหญ่ได้ปรับลดลงจาก 2.84 องศาเซลเซียส จากปีฐาน 2021 มาอยู่ที่ 2.65 องศาเซลเซียส ในปี 2023 หรือลดลงได้กว่า 0.19 องศาเซลเซียส ซึ่งธนาคารมีเป้าหมาย​ให้​อุณหภูมิพอร์ตสินเชื่อลดลงสู่ระดับ 2.35 องศาเซลเซียส ภายในปี 2028 และ 1.50 องศาเซลเซียสในปี 2040  ซึ่งจะช่วยให้ระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกบรรลุ Net Zero ได้ในปี 2050 ในที่สุด&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28575 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/คุณกฤษณ์-และ-คุณ.-ยรรยง-_2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณกฤษณ์ </strong>กล่าวทิ้งท้ายเพิ่มเติมว่า  <em>“ความยั่งยืนของไทยพาณิชย์เราเริ่มมาแล้วร้อยกว่าปี และสิ่งที่เราทำในวันนี้ คือการส่งต่ออนาคตที่ยั่งยืนให้กับลูกหลานได้อยู่ต่อไปอีกร้อยปี เพื่อที่จะเดินไปข้างหน้า ผู้คนจะต้องดำเนินชีวิตด้วยคุณภาพชีวิตที่เท่าเทียม ธุรกิจจะต้องเติบโตต่อไปได้อย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไทยพาณิชย์มุ่งมั่นเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืน พร้อมสนับสนุนและร่วมมือกับพันธมิตรส่งต่อความยั่งยืนให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม ผ่านการสร้างสรรค์นวัตกรรมและโซลูชั่นทางการเงิน ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในสังคมได้อยู่ อย่าง ยั่งยืน”</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/scb-live-sustainably-annouced-net-zero-2050/">SCB ปักธง​ Net Zero 2050 ตามหลัก SBTi แบงก์แรกในไทย​ ตั้งเป้าเปลี่ยนผ่านพอร์ตสินเชื่อ 2.3 ล้านล้านบาท เป็นสีเขียวทั้งหมด นำร่องงบหนุนเปลี่ยนผ่าน 3 ปีแรก 1.5 แสนล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลุ่มธุรกิจทางการเงินแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ผลการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2567 กำไรสุทธิ 891 ล้านบาท เดินหน้ารุกสินเชื่อ SME และสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่ความยั่งยืน  ด้านสิ่งแวดล้อม (Green Transition Loan)  </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/lh-financial-group-1st-half-2024-performance/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Jul 2024 05:34:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[​ บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[ESG100]]></category>
		<category><![CDATA[Green Transition Loan]]></category>
		<category><![CDATA[LH Bank]]></category>
		<category><![CDATA[LH Fund]]></category>
		<category><![CDATA[LH Securities]]></category>
		<category><![CDATA[LHFG]]></category>
		<category><![CDATA[SME]]></category>
		<category><![CDATA[กานต์ อรรถธรรมสุนทร]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ฉี ชิง-ฟู่]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจทางการเงินแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[มนรัฐ ผดุงสิทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27655</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายฉี ชิง-ฟู่ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ LHFG และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH Bank กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งแรกของปี 2567 ขยายตัวต่อเนื่องเพียงเล็กน้อยจากการบริโภคภายในประเทศและการท่องเที่ยวที่กลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง อย่างไรก็ดี การลงทุนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนชะลอลงตามการอนุมัติงบประมาณของภาครัฐที่มีความล่าช้าและการส่งออกที่ฟื้นตัวช้า สำหรับเศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งหลังของปีคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นจากช่วงครึ่งปีแรกจากการใช้จ่ายของภาครัฐที่มีแนวโน้มกระเตื้องขึ้น การลงทุนภายในประเทศและการลงทุนจากต่างประเทศที่ขยายตัวดีขึ้น กลุ่มธุรกิจทางการเงินแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ยังคงให้ความสำคัญกับ Sustainable Banking เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืน มุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) จากการดำเนินงานของธุรกิจธนาคาร รวมถึงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อมและการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการปรับตัว สำหรับธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของธนาคารแห่งประเทศไทย และปี 2567 บริษัทได้รับการคัดเลือกให้เป็นบริษัทที่มีการดำเนินงาน โดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมมาภิบาล (ESG100) เป็นปีที่ 9 รวมทั้งได้รับการคัดเลือกให้อยู่ใน Universe ของกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/lh-financial-group-1st-half-2024-performance/">กลุ่มธุรกิจทางการเงินแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ผลการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2567 กำไรสุทธิ 891 ล้านบาท เดินหน้ารุกสินเชื่อ SME และสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่ความยั่งยืน  ด้านสิ่งแวดล้อม (Green Transition Loan)  </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นายฉี ชิง-ฟู่ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>LHFG</strong> <strong>และ</strong> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>LH Bank</strong> กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งแรกของปี 2567 ขยายตัวต่อเนื่องเพียงเล็กน้อยจากการบริโภคภายในประเทศและการท่องเที่ยวที่กลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง</p>
<p><span id="more-27655"></span></p>
<p>อย่างไรก็ดี การลงทุนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนชะลอลงตามการอนุมัติงบประมาณของภาครัฐที่มีความล่าช้าและการส่งออกที่ฟื้นตัวช้า สำหรับเศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งหลังของปีคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นจากช่วงครึ่งปีแรกจากการใช้จ่ายของภาครัฐที่มีแนวโน้มกระเตื้องขึ้น การลงทุนภายในประเทศและการลงทุนจากต่างประเทศที่ขยายตัวดีขึ้น</p>
<p>กลุ่ม<strong>ธุรกิจทางการเงินแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ </strong>ยังคงให้ความสำคัญกับ Sustainable Banking เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืน มุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) จากการดำเนินงานของธุรกิจธนาคาร รวมถึงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อมและการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการปรับตัว สำหรับธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของธนาคารแห่งประเทศไทย และปี 2567 บริษัทได้รับการคัดเลือกให้เป็นบริษัทที่มีการดำเนินงาน โดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมมาภิบาล (ESG100) เป็นปีที่ 9 รวมทั้งได้รับการคัดเลือกให้อยู่ใน Universe ของกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 โดยสถาบันไทยพัฒน์</p>
<p>ผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2567 กลุ่ม<strong>ธุรกิจทางการเงินแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ </strong>มีกำไรสุทธิ 891 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 25.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน<strong> และกำไรจากการดำเนินงานก่อนผลขาดทุนด้านเครดิต ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและภาษีเงินได้จำนวน 1,990 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 19.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหลักๆ เป็นผลจากเงินปันผลที่ลดลงเนื่องจากกลุ่มธุรกิจทางการเงินยังคงลดพอร์ตการลงทุน </strong></p>
<p>รายได้ดอกเบี้ยสุทธิของธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ครึ่งแรกของปี 2567 เติบโตได้ดีผ่านการขยายฐานสินเชื่อลูกค้าทั้งลูกค้ารายย่อยและลูกค้าธุรกิจ ทั้งช่องทางดิจิทัลและพันธมิตรทางธุรกิจ <strong>ธนาคาร</strong>มีกำไรสุทธิจำนวน 846 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 10.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน<strong>เป็นผลจากเงินปันผลที่ลดลง สินเชื่อเติบโตร้อยละ </strong><strong>8.7 </strong><strong>เทียบกับช่วงเดียวกันของปี </strong><strong>2566 </strong><strong>หลักๆ เป็นการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อ</strong>รายย่อย สินเชื่อธุรกิจและกลุ่มลูกค้าไต้หวัน<strong> และสินเชื่อกลุ่มลูกค้าไต้หวันเพิ่มขึ้นร้อยละ </strong><strong>31 </strong>ผ่านเครือข่ายของ CTBC Bank ธนาคารเอกชนอันดับ 1    ของไต้หวัน ที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของกลุ่มธุรกิจ และ Trade Finance เติบโตร้อยละ 19 <strong>ทั้งนี้ ธนาคาร</strong>คุม NPL ให้อยู่ที่ร้อยละ 3 รวมทั้งได้ตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญอย่างระมัดระวังโดย NPL Coverage อยู่ในระดับสูงที่ร้อยละ 188 สูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม</p>
<p>ด้านเงินฝาก ธนาคารได้ขยายฐานลูกค้าเงินฝากรายย่อยเพิ่มขึ้นร้อยละ 22 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ผ่านช่องทาง Digital Banking และออกผลิตภัณฑ์เงินฝากต่างๆ เช่น เงินฝากบัญชีออมทรัพย์ดิจิทัล B-You Wealth ดอกเบี้ยสูงสุด 5.55% แคมเปญผลิตภัณฑ์เงินฝากออมทรัพย์ดิจิทัล รับฟรี บัตรแรบบิท LH Bank Success Infinite Prestige Collection  แคมเปญผลิตภัณฑ์เงินฝากเงินตราต่างประเทศ (FCD) และผลิตภัณฑ์ LH Bank Health Care Saving รวมถึงบัญชีออมทรัพย์เพื่อธุรกิจอัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันได</p>
<p>ทิศทางธุรกิจครึ่งหลังของปี 2567 ธนาคารยังคงเน้นขยายตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยและขับเคลื่อนการเติบโตกลุ่มลูกค้า SMEs ธนาคารได้พัฒนาระบบ Corporate E-Banking และ Mobile Banking เพื่อให้บริการมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการปรับกระบวนการพิจารณาสินเชื่อให้รวดเร็ว และเป็นธนาคารแห่งความยั่งยืน (Sustainable Banking) ที่ดำเนินธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล การบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านการดูแลสิ่งแวดล้อม และล่าสุดธนาคารได้จับมือเป็นพันธมิตรกับสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ “EEI” และอุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ “MASCI” รวมถึงบริษัท เอบีม คอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด “ABEAM” บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจชั้นนำระดับโลก เพื่อดำเนินโครงการเพื่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับผู้ประกอบการ (Green Transition Advisory Loan) เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรม SMEs ไทยให้สามารถปรับตัว        อย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด หรือ </strong><strong>LH Fund</strong> กล่าวว่า ช่วงครึ่งแรกของปี 2567 บริษัทได้ปรับลักษณะการดำเนินการในการบริหารกองทุน โดยเน้นการวิเคราะห์ข้อมูลและปรับเปลี่ยนกองทุนหลัก ( Master Fund ) เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดและ   เพิ่มโอกาสในการสร้างผลการดำเนินงานที่ดีกว่าเดิม ส่วนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ยังคงมีผลการดำเนินงานที่ดีต่อเนื่องโดยเฉพาะ REIT ประเภทโรงแรมและพื้นที่ค้าปลีก ได้แก่ LHHOTEL, LHSC และ QHHRREIT ที่ได้รับอานิสงค์จากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว</p>
<p>กลยุทธ์ครึ่งหลังของปี 2567 บริษัทยังคงขยายฐานลูกค้ากองทุนส่วนบุคคล รวมทั้งขยายฐานลูกค้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ การแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ภายใต้การจัดการ รวมถึงให้ความสำคัญในด้าน ESG เพื่อสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืนให้กับกองทุนรวมและนักลงทุน สำหรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บริษัทได้รับ        ความไว้วางใจจากลูกค้าอย่างต่อเนื่องส่งผลธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทได้       พัฒนาระบบ Life Path เพื่อรองรับการขยายฐานลูกค้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสามารถเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนได้แบบอัตโนมัติ</p>
<p><strong>นายกานต์ อรรถธรรมสุนทร กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (</strong><strong>LH Securities)</strong> กล่าวว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) 6 เดือนแรกของปี 2567 ปรับตัวลดลง 8.1% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2566 มาอยู่ที่ 1,300.96 จุด โดยนักลงทุนต่างชาติยังขายต่อเนื่อง มียอดขายสุทธิ 115,983      ล้านบาท โดยมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 45,238 ล้านบาท ลดลง 22.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยลบที่กดดันดัชนี เช่น ปัจจัยด้านการเมืองในประเทศและต่างประเทศ และท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาที่จะคงอัตราดอกเบี้ยอยู่ระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น</p>
<p>ผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2567 บริษัทมีรายได้รวมจำนวน 158.8 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566 หลักๆ มาจากรายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่ลดลงอย่างมากตามปริมาณ การซื้อขายของตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวลงถึง 22.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในไตรมาสที่ 3 บริษัทจะเปิดให้บริการธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงิน (Financial Advisor : FA) เพื่อต่อยอดการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างครบวงจร รวมทั้งได้พัฒนาบริการด้านระบบเทคโนโลยีผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อสร้าง Engagement ของลูกค้า รวมทั้งการบริหารต้นทุนอย่างเหมาะสมท่ามกลางภาวะตลาดหุ้นที่มีความผันผวนและมีปริมาณการซื้อขายที่ลดลง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/lh-financial-group-1st-half-2024-performance/">กลุ่มธุรกิจทางการเงินแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ผลการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2567 กำไรสุทธิ 891 ล้านบาท เดินหน้ารุกสินเชื่อ SME และสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่ความยั่งยืน  ด้านสิ่งแวดล้อม (Green Transition Loan)  </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ธนาคารกรุงเทพ ตั้งงบ 2 หมื่นล้านบาท ออกสินเชื่อหนุน SME ปรับตัวแข่งขันได้ ยุคดิจิทัล กรีน นวัตกรรม ดอกเบี้ยคงที่ 5% ต่อปี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/01/bbl-launch-bualuang-transformation-loan/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Jan 2024 03:01:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bualuang Transformation Loan]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Technology]]></category>
		<category><![CDATA[green]]></category>
		<category><![CDATA[innovation]]></category>
		<category><![CDATA[loan]]></category>
		<category><![CDATA[SME]]></category>
		<category><![CDATA[ชาติศิริ โสภณพนิช]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อบัวหลวงเพื่อการปรับตัวธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เอสเอ็มอี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23576</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารกรุงเทพ ออก ‘สินเชื่อบัวหลวงเพื่อการปรับตัวธุรกิจ’ งบรวม 20,000 ล้านบาท ดอกเบี้ยคงที่ 5% ต่อปี หนุน SME ฟื้นฟูธุรกิจและปรับตัวเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ให้สามารถเติบโตอย่างยั่งยืน  คุณชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในภาวะเศรษฐกิจและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากการเข้าสู่ยุคดิจิทัล (Digitalization) การเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค (Regionalization) และการขยายตัวของสังคมเมืองและวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ธนาคารกรุงเทพเห็นความสำคัญที่จะสนับสนุนลูกค้าในการปรับตัวให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลง ต่างๆ ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ของธนาคาร ที่มุ่งสนับสนุนภาคธุรกิจไทยให้มีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้นและพร้อมที่จะขยายกิจการออกไปในตลาดต่างประเทศเพื่อรับประโยชน์จากการเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานระดับโลก (Global Supply Chain) ธนาคารจึงออกโครงการสินเชื่อพิเศษ คือ สินเชื่อบัวหลวงเพื่อการปรับตัวธุรกิจ (Bualuang Transformation Loan) วงเงิน 20,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 5 ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 5 ปี สำหรับลูกค้าเอสเอ็มอี 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ประสบปัญหาต่อเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และต้องการการดูแลช่วยเหลือให้ฟื้นตัวและประกอบกิจการต่อไปได้  และกลุ่มที่ต้องการเงินทุนเพื่อลงทุนปรับกิจการให้ทันโลกในยุคดิจิทัลและภาวะปกติใหม่ (Next Normal) ให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ราคาพลังงานที่สูงขึ้น ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ (Disruption) จากปัจจัยอื่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/bbl-launch-bualuang-transformation-loan/">ธนาคารกรุงเทพ ตั้งงบ 2 หมื่นล้านบาท ออกสินเชื่อหนุน SME ปรับตัวแข่งขันได้ ยุคดิจิทัล กรีน นวัตกรรม ดอกเบี้ยคงที่ 5% ต่อปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="font-weight: 400;"><strong>ธนาคารกรุงเทพ ออก </strong><strong>‘สินเชื่อบัวหลวงเพื่อการปรับตัวธุรกิจ’ งบรวม 20,000 ล้านบาท ดอกเบี้ยคงที่ 5% ต่อปี </strong><strong>หนุน </strong><strong>SME ฟื้นฟูธุรกิจและปรับตัวเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน </strong><strong>ให้สามารถเติบโตอย่างยั่งยืน </strong></p>
<p><span id="more-23576"></span></p>
<p><strong>คุณชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยว่า ในภาวะเศรษฐกิจและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากการเข้าสู่ยุคดิจิทัล (Digitalization) การเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค (Regionalization) และการขยายตัวของสังคมเมืองและวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ธนาคารกรุงเทพเห็นความสำคัญที่จะสนับสนุนลูกค้าในการปรับตัวให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลง ต่างๆ ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ของธนาคาร ที่มุ่งสนับสนุนภาคธุรกิจไทยให้มีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้นและพร้อมที่จะขยายกิจการออกไปในตลาดต่างประเทศเพื่อรับประโยชน์จากการเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานระดับโลก (Global Supply Chain) ธนาคารจึงออกโครงการสินเชื่อพิเศษ คือ <strong>สินเชื่อบัวหลวงเพื่อการปรับตัว</strong><strong>ธุรกิจ</strong><strong> (</strong><strong>Bualuang Transformation <em>Loan)</em></strong><em> วงเงิน 20</em><em>,000 </em>ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 5 ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 5 ปี สำหรับลูกค้าเอสเอ็มอี 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ประสบปัญหาต่อเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และต้องการการดูแลช่วยเหลือให้ฟื้นตัวและประกอบกิจการต่อไปได้  และกลุ่มที่ต้องการเงินทุนเพื่อลงทุนปรับกิจการให้ทันโลกในยุคดิจิทัลและภาวะปกติใหม่ (Next Normal) ให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ราคาพลังงานที่สูงขึ้น ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ (Disruption) จากปัจจัยอื่น ๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาวให้กับธุรกิจ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23577 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/BBL_คุณชาติศิริ-โสภณพนิช.jpg" alt="" width="826" height="551" /></p>
<p style="font-weight: 400;">“ธนาคารกรุงเทพให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการดูแลลูกค้าทุกกลุ่มอย่างทั่วถึงต่อเนื่อง พร้อมเป็น “เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน” ที่อยู่เคียงข้างและก้าวผ่านวิกฤตไปด้วยกันในทุกสถานการณ์ สินเชื่อบัวหลวงเพื่อการปรับตัวธุรกิจ หรือ Bualuang Transformation <em>Loan เป็น</em>โครงการสินเชื่อพิเศษเพื่อช่วยเหลือลูกค้าเอสเอ็มอีเพิ่มเติมจากโครงการอื่นๆ ที่ธนาคารได้ออกไปก่อนหน้านี้แล้ว  โดยลูกค้าเอสเอ็มอีกลุ่มที่ต้องการการฟื้นฟู นอกจากการให้สินเชื่อแล้ว ธนาคารจะคอยช่วยติดตามดูแล ร่วมประเมินสถานการณ์และผลกระทบ และเป็นที่ปรึกษาให้กับลูกค้าอย่างใกล้ชิด  สำหรับกลุ่มที่สอง คือ ลูกค้าเอสเอ็มอีที่ต้องการการปรับกิจการให้ทันโลก ทันต่อโอกาสต่าง ๆ ที่เปิดขึ้น ธนาคารจะมุ่งเน้นสนับสนุนการลงทุนเพื่อปรับปรุงหรือพัฒนาในส่วนของเครื่องจักร อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ ตลอดจนระบบหรือกระบวนการต่าง ๆ ภายใต้การปรับตัว 3 รูปแบบหลัก ได้แก่ การดำเนินธุรกิจโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology) การดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green) หรือการดำเนินธุรกิจโดยใช้นวัตกรรมแห่งโลกอนาคต (Innovation) เพื่อเสริมศักยภาพธุรกิจให้สามารถแข่งขันและดำเนินกิจการเติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน”</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>คุณชาติศิริ</strong> กล่าวย้ำว่า “ท่ามกลางความผันผวนทางธุรกิจในระบบเศรษฐกิจโลก ธนาคารกรุงเทพพร้อมช่วยสนับสนุนลูกค้าให้สามารถก้าวผ่านความท้าทายและความยากลำบากต่าง ๆ ไปด้วยกัน โดยนอกจากโครงการสินเชื่อบัวหลวงเพื่อการปรับตัวธุรกิจ หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงและมีความจำเป็นจากปัจจัยอื่น ๆ เพิ่มขึ้นอีก ธนาคารก็จะพิจารณาออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือสนับสนุนเพิ่มเติมต่อไป”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23578 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/BBL-Loan_1st24final.jpg" alt="" width="599" height="748" /></p>
<p style="font-weight: 400;">ผู้ประกอบการที่สนใจ ทั้งลูกค้าปัจจุบันหรือลูกค้าใหม่ สามารถติดต่อสมัคร <strong>สินเชื่อบัวหลวงเพื่อการปรับตัวธุรกิจ (</strong><strong>Bangkok Bank Transformation <em>Loan)</em></strong><em> </em>ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 จนถึง 31 มกราคม 2568 (หรือเมื่อมีลูกค้าใช้สินเชื่อเต็มวงเงินของโครงการ) ได้ที่เจ้าหน้าที่ธุรกิจสัมพันธ์  สำนักธุรกิจ หรือ สาขาธนาคารทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริการบัวหลวงโฟน โทร. 1333 หรือ 0 2645 5555 หรือ <a href="http://www.bangkokbank.com/" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=http://www.bangkokbank.com&amp;source=gmail&amp;ust=1705746443924000&amp;usg=AOvVaw3-ZFSbayfJSVs_VSOq0gNP" target="_blank" rel="noopener">www.bangkokbank.com</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/bbl-launch-bualuang-transformation-loan/">ธนาคารกรุงเทพ ตั้งงบ 2 หมื่นล้านบาท ออกสินเชื่อหนุน SME ปรับตัวแข่งขันได้ ยุคดิจิทัล กรีน นวัตกรรม ดอกเบี้ยคงที่ 5% ต่อปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยพาณิชย์เร่งหนุนภาคธุรกิจเปลี่ยนผ่านเมืองไทยสู่ Net Zero ปล่อยสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนช่วง 9 เดือนแรกแล้วกว่า 52,000 ล้านบาท </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/10/scb-annouce-release-sustainable-finance-q3-52-billion/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 31 Oct 2023 04:51:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[EV Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Green Loan]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[SME]]></category>
		<category><![CDATA[SSME]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Finance]]></category>
		<category><![CDATA[กฤษณ์ จันทโนทก]]></category>
		<category><![CDATA[การเงินยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[การเติบโตอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=22062</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารไทยพาณิชย์ ชี้ความยั่งยืนไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอดที่ทุกคนต้องก้าวไปด้วยกัน เร่งสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยทุกมิติบนเส้นทางสู่ Net Zero ประกาศความสำเร็จให้การสนับสนุนการเงินยั่งยืน (Sustainable Finance) ตลอด 3 ไตรมาสแรก ทะลุ 52,000 ล้านบาท คิดเป็น 52% ของเป้าหมาย 3 ปี ที่ตั้งไว้ 1 แสนล้านบาทภายในปี 2025 โดยผลสำเร็จนี้ เกิดจากความร่วมมือระหว่างธนาคารและลูกค้าทุกกลุ่ม ที่มุ่งมั่นสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้แก่ประเทศไทย เดินหน้าปรับการดำเนินงานภายในธนาคารสู่ Net Zero ในปี 2030 พร้อมผลักดันการเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคมโดยรวมสร้างสรรค์อนาคตที่ยั่งยืน คุณกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ดำเนินธุรกิจอยู่คู่กับคนไทยมากว่า 116 ปี เรายึดมั่นในการดำเนินองค์กรเพื่อความยั่งยืนบนหลักการธรรมภิบาลโดยตระหนักถึงการสร้างคุณค่าให้แก่องค์กร ลูกค้า และสังคมโดยรวม เมื่อทั่วโลกกำลังเผชิญความท้าทายทางด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การดำเนินธุรกิจในปัจจุบันจึงให้ความสำคัญกับการนำนโยบาย ESG เข้ามาผสานไว้ในแผนธุรกิจเพื่อรักษาขีดความสามารถและการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายการปฏิบัติงานเพื่อมุ่งสู่ Net Zero จากการดำเนินงานภายในของธนาคารภายในปี 2030 และ จากการให้สินเชื่อและการลงทุนภายในปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/scb-annouce-release-sustainable-finance-q3-52-billion/">ไทยพาณิชย์เร่งหนุนภาคธุรกิจเปลี่ยนผ่านเมืองไทยสู่ Net Zero ปล่อยสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนช่วง 9 เดือนแรกแล้วกว่า 52,000 ล้านบาท </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ธนาคารไทยพาณิชย์ ชี้ความยั่งยืนไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอดที่ทุกคนต้องก้าวไปด้วยกัน เร่งสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยทุกมิติบนเส้นทางสู่ </strong><strong>Net Zero </strong><strong>ประกาศความสำเร็จให้การสนับสนุนการเงินยั่งยืน </strong><strong>(Sustainable Finance</strong><strong>) ตลอด </strong><strong>3 </strong><strong>ไตรมาสแรก ทะลุ </strong><strong>52,000</strong><strong> ล้านบาท คิดเป็น </strong><strong>52% </strong><strong>ของเป้าหมาย </strong><strong>3 </strong><strong>ปี ที่ตั้งไว้ </strong><strong>1 </strong><strong>แสนล้านบาทภายในปี </strong><strong>2025 </strong></p>
<p><span id="more-22062"></span></p>
<p><strong>โดยผลสำเร็จนี้ เกิดจากความร่วมมือระหว่างธนาคารและลูกค้าทุกกลุ่ม ที่มุ่งมั่นสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้แก่ประเทศไทย เดินหน้าปรับการดำเนินงานภายในธนาคารสู่ </strong><strong>Net Zero</strong><strong> ในปี </strong><strong>2030 </strong><strong>พร้อมผลักดันการเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคมโดยรวมสร้างสรรค์อนาคตที่ยั่งยืน</strong></p>
<p><strong>คุณกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ </strong>กล่าวว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ดำเนินธุรกิจอยู่คู่กับคนไทยมากว่า 116 ปี เรายึดมั่นในการดำเนินองค์กรเพื่อความยั่งยืนบนหลักการธรรมภิบาลโดยตระหนักถึงการสร้างคุณค่าให้แก่องค์กร ลูกค้า และสังคมโดยรวม เมื่อทั่วโลกกำลังเผชิญความท้าทายทางด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การดำเนินธุรกิจในปัจจุบันจึงให้ความสำคัญกับการนำนโยบาย ESG เข้ามาผสานไว้ในแผนธุรกิจเพื่อรักษาขีดความสามารถและการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายการปฏิบัติงานเพื่อมุ่งสู่ Net Zero จากการดำเนินงานภายในของธนาคารภายในปี 2030 และ จากการให้สินเชื่อและการลงทุนภายในปี 2050 โดยมุ่งเน้นการนำพาองค์กร ลูกค้า และสังคม ให้ก้าวไปข้างหน้า สร้างการเติบโตทางธุรกิจและเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน โดยมีแนวทางปฏิบัติใน 3 ส่วน ได้แก่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22063 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/k-Krit.jpg" alt="" width="667" height="1000" /></p>
<p><strong>&#8211; ปรับการดำเนินงานภายในองค์กรสู่ </strong><strong>Net Zero </strong><strong>ภายในปี </strong><strong>2030 </strong>ธนาคารได้เริ่มทยอยปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้พลังงานในอาคารสำนักงานใหญ่เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อาทิ ลดการใช้พลังงานในอาคาร 10-15% ด้วยการเพิ่มแสงสว่างในอาคาร การเปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED และระบบถ่ายเทความร้อนในอาคาร เตรียมการติดตั้ง Solar Cell ที่สำนักงานใหญ่ เปลี่ยนเป็นเครื่องปรับอากาศที่ใช้สารทำความเย็น R32 ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกว่า 3,000 เครื่อง รวมถึงเปลี่ยนการใช้รถยนต์เป็นรถ EV 100% โดยคาดว่าการดำเนินการทั้งหมดจะสำเร็จ 100% ภายในปี 2028</p>
<p><strong>&#8211; </strong><strong>สนับสนุนผลิตภัณฑ์การเงินยั่งยืนให้ลูกค้ามุ่งสู่ </strong><strong>Net Zero </strong><strong>ภายในปี </strong><strong>2050 </strong>ธนาคารต้องการมีส่วนในการผลักดันให้ลูกค้าทุกกลุ่มเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ Low Carbon Economy เพื่อเตรียมความพร้อมสู่เส้นทางของ Net Zero ร่วมกัน ผ่านการสนับสนุนการเงินเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Finance) ในรูปแบบต่างๆ ให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม โดยมีเป้าหมายการให้สินเชื่อและการลงทุนจำนวน 100,000 ล้านบาทภายในปี 2025 พร้อมด้วยการให้ความรู้ สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการปรับองค์กรให้แก่ลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าทุกกลุ่มสามารถปรับตัวรองรับกับโลกใหม่ที่ยั่งยืนไปด้วยกันได้</p>
<p><strong>&#8211; </strong><strong>ผลักดันการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมโดยรวม </strong>ธนาคารดำเนินการให้ความรู้แก่ลูกค้าธุรกิจทั้งขนาดใหญ่และ SME เพื่อปรับตัวสู่ความยั่งยืน โดยปีนี้มีลูกค้าสนใจเข้าร่วมกว่า 500 บริษัท ดำเนินโครงการการช่วยเหลือสังคมเพื่อความยั่งยืนของสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมกว่า 14 โครงการหลัก อาทิ โครงการปลูกและอนุรักษ์ป่า โครงการจัดหาแหล่งน้ำ การพัฒนาชีวิตเยาวชน และชุมชนที่ดำเนินการมามากกว่า 30 ปี มุ่งเน้นผลักดันให้ภาคธุรกิจ และประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนเพื่อให้คนไทยเห็นภาพตรงกันว่าเราต้องเคลื่อนเรื่องนี้ไปด้วยกัน</p>
<p><strong> </strong><strong>นายกฤษณ์</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า “ธนาคารเร่งเสริมสร้างความตระหนักรู้ของลูกค้าในประเด็นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและโอกาสจาการดำเนินธุรกิจ พร้อมจัดสัมมนาและแบ่งปันความรู้ผ่านหลักสูตรต่างๆ รวมถึงเสริมสร้างองค์ความรู้ และแนวทางปฏิบัติที่ดีกับลูกค้าพันธมิตรที่มีประสบการณ์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ เอสเอ็มอี และลูกค้ารายย่อย ให้ความสนใจและปรับตัวเพื่อสอดรับกับเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก ส่งผลให้สินเชื่อและการลงทุนเพื่อความยั่งยืนในรอบ 9 เดือนแรกของปีนี้ทะยานสู่ 52,000ล้านบาท เติบโตมากกว่าเป้าหมายของปีนี้ที่วางไว้ที่ 3 หมื่นล้านบาท และมาครึ่งทางของเป้าหมาย 3 ปี ที่ 1 แสนล้านบาทในปี 2568</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22064 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/SCB-Info.jpg" alt="" width="960" height="1200" /></p>
<p><em><strong>การสนับสนุนการเงินเพื่อความยั่งยืน 52,000ล้านบาทในระยะเวลา 9 เดือนแรกของปี 2023 ครอบคลุมการสนับสนุนลูกค้าทุกกลุ่มของธนาคาร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำในกว่า 11 อุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ อาทิ การท่องเที่ยว พลังงาน และภาคการผลิต เป็นต้น โดยมุ่งเน้นโครงการเปลี่ยนผ่านสู่ไฟฟ้าพลังงานทางเลือกจำนวน 12,600 ล้านบาท กลุ่มธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้ากว่า 10,000 ล้านบาท การสนับสนุนการเงินที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืนกว่า 26,100 ล้านบาท รวมทั้งธุรกิจ SME SSME และลูกค้าบุคคลอีกกว่า 3,000 ล้านบาท</strong></em></p>
<p>นายกฤษณ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ พร้อมจะเป็นกำลังสำคัญ ผ่านการทำหน้าที่ของสถาบันการเงินหลักของประเทศด้วยความมุ่งมั่น และจะเป็นผู้นำในการสนับสนุนด้านการเงินเพื่อความยั่งยืนแก่ลูกค้าทุกระดับ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศและโลกไปสู่เป้าหมาย Net Zero และการรับมือกับความเสี่ยงต่างๆ ตลอดจนร่วมสนับสนุนในการให้ความรู้แก่องค์กรต่างๆ ในการบูรณาการแนวทางความยั่งยืนให้เป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเพื่อให้ทุกคนสามารถเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกั</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/scb-annouce-release-sustainable-finance-q3-52-billion/">ไทยพาณิชย์เร่งหนุนภาคธุรกิจเปลี่ยนผ่านเมืองไทยสู่ Net Zero ปล่อยสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนช่วง 9 เดือนแรกแล้วกว่า 52,000 ล้านบาท </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรุงศรี คอนซูมเมอร์ แนะ ‘5 ข้อชวนคิด…ก่อนตัดสินใจขอสินเชื่อส่วนบุคคล’</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/07/5-tricks-before-ploan-by-krungsri-consumer/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Jul 2023 04:22:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Financial]]></category>
		<category><![CDATA[Financial Literacy]]></category>
		<category><![CDATA[Krungsri Consumer]]></category>
		<category><![CDATA[loan]]></category>
		<category><![CDATA[Personal loan]]></category>
		<category><![CDATA[Tricks]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงศรี คอนซูมเมอร์]]></category>
		<category><![CDATA[วินัยทางการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อส่วนบุคคล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=19849</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในวันที่เรามีปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน แต่มีเรื่องสำคัญและจำเป็นต้องใช้เงินเร่งด่วน  ‘สินเชื่อส่วนบุคคล’ นับเป็นหนึ่งในทางเลือกที่อาจช่วยเพิ่มสภาพคล่อง ตอบโจทย์ชีวิตคุณได้ แต่ทุกการตัดสินใจก็ย่อมมีผลตามมา เช่น ภาระหนี้สิน  กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ผู้ให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ชวนทำความรู้จักกับ ‘สินเชื่อส่วนบุคคล’ ตัวช่วยในวันที่เกิดเรื่องฉุกเฉินด้านการเงิน พร้อมคำแนะนำดี ๆ เพื่อเป็นแนวทางเบื้องต้นก่อนตัดสินใจ สินเชื่อส่วนบุคคล เป็นแหล่งเงินฉุกเฉินที่อนุมัติให้ผู้ขอสินเชื่อสามารถนำเงินก้อนไปใช้จ่ายในเรื่องที่ต้องการได้โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ในการค้ำประกัน สินเชื่อส่วนบุคคลเป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับกลุ่มคนวัยทำงาน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีรายได้ประจำ เช่น พนักงานบริษัท และกลุ่มเจ้าของกิจการหรือผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ เช่น พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ฟรีแลนซ์ เป็นต้น ปัจจุบัน สถาบันการเงินต่าง ๆ นำเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคลหลากหลายรูปแบบเพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า โดยหนึ่งในผลิตภัณฑ์ยอดนิยม คือ ‘บัตรกดเงินสด’  ทั้งนี้ สถาบันการเงินจะพิจารณาให้สินเชื่อจากวงเงินที่ต้องการขอ, เอกสารหรือข้อมูลแสดงรายได้, ภาระหนี้สินในปัจจุบัน รวมทั้งประวัติการชำระหนี้ที่ผ่านมาของผู้ขอสินเชื่อ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า สินเชื่อส่วนบุคคลเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะกับเราหรือไม่และควรขอสินเชื่อเท่าไร ก่อนตัดสินใจ ลองถามตัวเองง่าย ๆ กับ  ‘Checklist 5 ข้อ…ก่อนคิดขอสินเชื่อส่วนบุคคล’ 1. อยากขอสินเชื่อไปทำอะไร ? – แนวคิดพื้นฐานก็คือ ‘คิดก่อนใช้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/5-tricks-before-ploan-by-krungsri-consumer/">กรุงศรี คอนซูมเมอร์ แนะ ‘5 ข้อชวนคิด…ก่อนตัดสินใจขอสินเชื่อส่วนบุคคล’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในวันที่เรามีปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน แต่มีเรื่องสำคัญและจำเป็นต้องใช้เงินเร่งด่วน  <strong>‘สินเชื่อส่วนบุคคล’</strong> นับเป็นหนึ่งในทางเลือกที่อาจช่วยเพิ่มสภาพคล่อง ตอบโจทย์ชีวิตคุณได้ แต่ทุกการตัดสินใจก็ย่อมมีผลตามมา เช่น ภาระหนี้สิน <strong> กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ผู้ให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล</strong> ชวนทำความรู้จักกับ ‘สินเชื่อส่วนบุคคล’ ตัวช่วยในวันที่เกิดเรื่องฉุกเฉินด้านการเงิน พร้อมคำแนะนำดี ๆ เพื่อเป็นแนวทางเบื้องต้นก่อนตัดสินใจ</p>
<p><span id="more-19849"></span></p>
<p><strong>สินเชื่อส่วนบุคคล</strong> เป็นแหล่งเงินฉุกเฉินที่อนุมัติให้ผู้ขอสินเชื่อสามารถนำเงินก้อนไปใช้จ่ายในเรื่องที่ต้องการได้โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ในการค้ำประกัน สินเชื่อส่วนบุคคลเป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับกลุ่มคนวัยทำงาน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีรายได้ประจำ เช่น พนักงานบริษัท และกลุ่มเจ้าของกิจการหรือผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ เช่น พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ฟรีแลนซ์ เป็นต้น ปัจจุบัน สถาบันการเงินต่าง ๆ นำเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคลหลากหลายรูปแบบเพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า โดยหนึ่งในผลิตภัณฑ์ยอดนิยม คือ ‘บัตรกดเงินสด’  ทั้งนี้ สถาบันการเงินจะพิจารณาให้สินเชื่อจากวงเงินที่ต้องการขอ, เอกสารหรือข้อมูลแสดงรายได้, ภาระหนี้สินในปัจจุบัน รวมทั้งประวัติการชำระหนี้ที่ผ่านมาของผู้ขอสินเชื่อ</p>
<p>แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า สินเชื่อส่วนบุคคลเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะกับเราหรือไม่และควรขอสินเชื่อเท่าไร ก่อนตัดสินใจ ลองถามตัวเองง่าย ๆ กับ  <strong>‘Checklist</strong> <strong>5 </strong><strong>ข้อ</strong><strong>…</strong><strong>ก่อนคิดขอสินเชื่อส่วนบุคคล</strong><strong>’</strong></p>
<p><strong>1. อยากขอสินเชื่อไปทำอะไร </strong><strong>? –</strong> แนวคิดพื้นฐานก็คือ ‘คิดก่อนใช้ ใช้เท่าที่จำเป็น’ ก่อนตัดสินใจขอสินเชื่อ ลองถามตัวเองก่อนว่า ต้องการเงินก้อนนี้ไปทำอะไร จำเป็นจริง ๆ หรือไม่ เช่น ขอสินเชื่อเพื่อไปจ่ายค่ารักษาพยาบาลก้อนใหญ่ เพื่อเป็นเงินทุนในการทำธุรกิจ หรือเพื่อรีไฟแนนซ์ลดภาระดอกเบี้ย เป็นต้น และควรถามตัวเองด้วยว่า สามารถรับผิดชอบภาระหนี้สินที่จะตามมาได้หรือไม่</p>
<p><strong>2. ควรขอสินเชื่อวงเงินเท่าไร</strong><strong>?</strong> <strong>–</strong> แน่นอนว่า ใคร ๆ ก็อยากได้เงินก้อนใหญ่ แต่ต้องคิดก่อนว่า เงินก้อนนี้จะตามมาด้วยภาระดอกเบี้ยด้วยเช่นกัน การกำหนดวงเงินที่ต้องการขอสินเชื่อส่วนบุคคลให้เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญ ปกติแล้ว วงเงินสินเชื่อที่สถาบันการเงินอนุมัติ มักจะไม่เกิน 3-5 เท่าของรายได้ โดยเราควรจะคำนวณก่อนว่า หากหักค่าใช้จ่ายประจำ ค่ากินอยู่ในแต่ละเดือนแล้ว เราต้องสามารถรับผิดชอบจ่ายคืนเงินที่ต้องผ่อนชำระในแต่ละเดือนได้โดยไม่ลำบาก หากคำนวณแล้วคิดว่าอาจผ่อนชำระไม่ไหว อาจลดวงเงินที่จะขอสินเชื่อลง หรือยืดระยะเวลาในการผ่อนชำระให้นานขึ้น เพื่อลดภาระหนี้สินในแต่ละเดือนให้บริหารเงินได้คล่องตัวขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19852 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/2-9.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>3. จะชำระเงินคืนได้เมื่อไร</strong><strong>?</strong> <strong>–</strong> เมื่อขอสินเชื่อมาแล้วอย่านิ่งนอนใจ เพราะแต่ละวันที่ผ่านไปก็หมายถึงภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ขั้นตอนต่อไปจึงควรวางแผนวิธีชำระเงินคืนและจัดสรรเงินใช้จ่ายอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาชักหน้าไม่ถึงหลัง</p>
<p><strong>4. แต่ละเดือน สามารถจ่ายคืนได้ตามกำหนดเวลาหรือไม่</strong><strong>?</strong> – กรอบเวลาวันเริ่มและสิ้นสุดการชำระเงินคืน กำหนดให้เรารู้จักรับผิดชอบวางแผนชำระคืนให้ตรงเวลา เพราะหากพลาดไปอาจเกิดภาระดอกเบี้ยตามมา ดังนั้น ก่อนขอสินเชื่อส่วนบุคคลจึงควรมั่นใจว่าจะสามารถบริหารจัดการได้ ไม่ผิดนัดชำระเงินคืนในแต่ละเดือน โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่มีรายได้ประจำ เพื่อรักษาวินัยทางการเงินของตัวเองไว้</p>
<p><strong>5. ควรวางแผนการใช้เงินในแต่ละเดือนอย่างไร</strong><strong>?</strong> – แต่ละเดือนเราควรวางแผนการใช้เงินเพื่อให้เห็นภาพรวมการใช้จ่ายของตัวเอง อย่างน้อยที่สุดเราต้องรู้รายรับ, รายจ่าย, ยอดหนี้ที่ต้องชำระคืน หากทำแบบนี้อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เรารู้ความสามารถในการชำระหนี้ของตัวเอง และสามารถหาทางปลดหนี้ได้เร็วขึ้น โดยอาจหาช่องทางหารายได้เสริม หรือลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลง เพื่อประหยัดเงิน เพิ่มสภาพคล่อง เพื่อให้เราหมดภาระหนี้สินได้เร็วขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19851 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/1-11.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>แนวทางข้างต้นไม่เพียงเป็นหลักให้คิดก่อนตัดสินใจขอสินเชื่อส่วนบุคคลเท่านั้น หากแต่ยังช่วยเพาะบ่มนิสัยสร้างวินัยทางการเงินที่ดีให้เกิดกับตัวคุณได้ด้วย เพราะท้ายที่สุดวินัยทางการเงินที่ดีจะเป็นหลักยึดให้คุณสามารถจัดการเรื่องการเงินของตัวเองได้อย่างมีสติอยู่เสมอ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/5-tricks-before-ploan-by-krungsri-consumer/">กรุงศรี คอนซูมเมอร์ แนะ ‘5 ข้อชวนคิด…ก่อนตัดสินใจขอสินเชื่อส่วนบุคคล’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>KBank ตั้งเป้า ผู้นำ ESG แห่งอาเซียน เตรียมปล่อยสินเชื่อยั่งยืนกว่า 2 แสนล้าน พร้อมช่วยคนตัวเล็กลดเหลื่อมล้ำ 1.9 ล้านคน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/11/kbank-esg-strategy-2566-for-asean-leader-sustaianability/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 Nov 2022 14:23:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Finance & Invest]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[#ClimateChange]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Financial Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Governance)]]></category>
		<category><![CDATA[green]]></category>
		<category><![CDATA[KBank]]></category>
		<category><![CDATA[KBank ESG Strategy 2566]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[Social]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Financing]]></category>
		<category><![CDATA[กฤษณ์ จิตต์แจ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[กสิกร]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=15426</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารกสิกรไทย ​ย้ำภาพ Bank of Sustainability ประกาศยุทธศาสตร์ KBank ESG Strategy 2566  ตั้งเป้าหมายสร้างความยั่งยืนรอบด้านทั้งธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สู่ &#8220;ธนาคารชั้นนำด้าน ESG ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&#8221;  คุณกฤษณ์ จิตต์แจ้ง กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารกำหนดกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการทำงานอย่างเป็นระบบ และสามารถวัดผลได้ โดยมีหลักการและมาตรฐานสากล เพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้าน ESG ของกลุ่มธนาคารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในฐานะธนาคารแรกที่แสดงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนธุรกิจตามกรอบ ESG ​ที่ผสมผสานกลยุทธ์ให้เป็นเนื้อเดียวไปกับการทำธุรกิจ  พร้อมวางเป้าหมายครบทุกมิติไว้อย่างชัดเจน รวมถึงแนวทางในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย ​​​ได้แก่ มิติด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ธนาคารฯ ตั้งเป้า​ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ (Net Zero) เป็นศูนย์ ในปี 2573 สำหรับ Scope 1 และ 2 ซึ่งอยู่ในกระบวนการทำงานของธนาคารเอง เช่น ทยอยเปลี่ยนรถยนต์เป็น EV ติดตั้ง Solar Roof [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/11/kbank-esg-strategy-2566-for-asean-leader-sustaianability/">KBank ตั้งเป้า ผู้นำ ESG แห่งอาเซียน เตรียมปล่อยสินเชื่อยั่งยืนกว่า 2 แสนล้าน พร้อมช่วยคนตัวเล็กลดเหลื่อมล้ำ 1.9 ล้านคน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;">ธนาคารกสิกรไทย ​ย้ำภาพ <strong>Bank of Sustainability</strong> ประกาศยุทธศาสตร์ <strong>KBank ESG Strategy 2566</strong>  ตั้งเป้าหมายสร้างความยั่งยืนรอบด้านทั้งธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สู่ <strong>&#8220;ธนาคารชั้นนำด้าน ESG ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&#8221; </strong></p>
<p><span id="more-15426"></span></p>
<p style="text-align: left;"><strong>คุณก</strong><strong>ฤษณ์ จิตต์แจ้ง</strong> กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารกำหนดกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการทำงานอย่างเป็นระบบ และสามารถวัดผลได้ โดยมีหลักการและมาตรฐานสากล เพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้าน ESG ของกลุ่มธนาคารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในฐานะธนาคารแรกที่แสดงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนธุรกิจตามกรอบ ESG ​ที่ผสมผสานกลยุทธ์ให้เป็นเนื้อเดียวไปกับการทำธุรกิจ  พร้อมวางเป้าหมายครบทุกมิติไว้อย่างชัดเจน รวมถึงแนวทางในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย ​​​ได้แก่</p>
<p><strong>มิติด้านสิ่งแวดล้อม (</strong><strong>Environment</strong><strong>) </strong></p>
<p>ธนาคารฯ ตั้งเป้า​ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ (Net Zero) เป็นศูนย์ ในปี 2573 สำหรับ Scope 1 และ 2 ซึ่งอยู่ในกระบวนการทำงานของธนาคารเอง เช่น ทยอยเปลี่ยนรถยนต์เป็น EV ติดตั้ง Solar Roof บนอาคารสำนักงาน และสาขาที่ธนาคารเป็นเจ้าของพื้นที่ ส่วน Scope 3 ที่ต้องดูแลทั้งพอร์ตสินเชื่อของธนาคาร​ ซึ่งได้วางเป้าหมายเป็น Net Zero ตามเป้าหมายของประเทศไทย</p>
<p>โดยในครึ่งแรกของปี 2565 สามารถลดเรือนกระจก (GHG) ได้แล้ว 13.52% (เทียบปีฐาน 2563) พร้อมการยกระดับเพื่อลด GHG ได้ท้ังพอร์ตสินเชื่อ ตามแผน Decarbonization Strategy ซึ่งจะนำร่องก่อนใน 3 อุตสาหกรรม ได้แก่ กลุ่มโรงไฟฟ้า กลุ่มน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ และกลุ่มเหมืองถ่านหิน ​ซึ่งสร้าง GHG ประมาณ 27% ของ GHG ทั้งหมดในพอร์ตของธนาคาร และในปีถัดไป จะเพิ่มการลด GHG ในอีก 2 อุตสาหกรรม เพื่อขยายสัดส่วนให้ได้ 40%  ก่อนจะครบทั้งพอร์ตในลำดับต่อไป</p>
<p>สำหรับสิ่งที่ธนาคารจะทำเพื่อให้ Achieve เป้าหมายทั้งหมดนี้  ประกอบด้วย</p>
<p>&#8211; <strong>สนับสนุน</strong><strong>​​สินเชื่อและการลงทุนเพื่อความยั่งยืน (</strong><strong>Sustainable Financing (Loan) and Investment)</strong> โดยปี 2565 อนุมัติไปแล้วกว่า 16,000 ล้านบาท พร้อมเตรียมจัดสรรเงินทุนด้านความยั่งยืนรองรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวอย่างต่อเนื่องไว้อีกกว่า 200,000 ล้านบาท ภายในปี 2573 ซึ่งปัจจุบันสินเชื่อในกลุ่มนี้ยังมีสัดส่วนเพียง 1-2% ซึ่งหากในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้สามารถขับเคลื่อนนโยบายด้านความยั่งยืนได้อย่างแข็งแรงและต่อเนื่อง คาดว่า ปริมาณสินเชื่อจะเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ​</p>
<p><strong>&#8211; พัฒนาโซลูชั่นที่มากกว่าแค่บริการทางการเงิน (</strong><strong>Beyond Financial Solutions)</strong>​ เพื่อช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงไลฟ์สไตล์กรีนได้ง่ายขึ้น และกระจายสู่วงกว้างได้ พร้อมเพิ่มศักยภาพในมิติของการดูแลสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้นด้วย อาทิ โครงการ SolarPlus ติดตั้งโซลาร์รูฟให้ประชาชนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย รวมทั้งโครงการส่งเสริมการเช่าใช้งาน EV Bike ที่ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าให้แพร่หลายและช่วยให้ไรเดอร์กลุ่มผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงโอกาสในการประกอบอาชีพ โดยธนาคารจะเดินหน้าขยายโซลูชั่นเหล่านี้ไปสู่ลูกค้าในวงกว้างต่อเนื่อง</p>
<figure id="attachment_15427" aria-describedby="caption-attachment-15427" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-15427 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/1image.jpg" alt="" width="1200" height="799" /><figcaption id="caption-attachment-15427" class="wp-caption-text"><em>คุณกฤษณ์ จิตต์แจ้ง กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย</em></figcaption></figure>
<p style="text-align: left;"><strong>มิติด้านสังคม (</strong><strong>Social</strong><strong>) </strong></p>
<p style="text-align: left;">ธนาคารเน้นการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทางการเงินและรวมถึงการให้ความรู้ทางการเงินและไซเบอร์ (Financial Inclusion and Financial/Cyber Literacy) เพื่อป้องกันภัยคุกคามต่างๆ ที่มาพร้อมเทคโนโลยี รวมถึงการปรับแนวทางการให้สินเชื่อ โดยใช้ข้อมูลประกอบการพิจารณาความเสี่ยง การประเมินความสามารถในการชำระเงิน และบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับลูกค้าธนาคาร พร้อมเพิ่มขีดความสามารถของลูกค้าให้สามารถเติบโตอย่างยั่งยืน</p>
<p style="text-align: left;">โดยวางเป้าหมายให้สินเชื่อสำหรับคนตัวเล็กไว้ 1.9 ล้านราย ภายในอีก 3 ปี จากปัจจุบันมียอดสินเชื่อกว่า 5 แสนราย รวมมูลค่าสินเชื่อ 2.3 หมื่นล้านบาท รวมทั้งสร้างความตระหนักรู้ด้าน Financial and Cyber Literacy ให้ลูกค้าได้กว่า 10 ล้านราย ภายในปี 2566 พร้อมทั้งการพัฒนาประสิทธิภาพในการดูแลข้อมูลส่วนตัว​ของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม</p>
<p><strong>มิติด้านธรรมาภิบาลในธุรกิจ (</strong><strong>Governance</strong><strong>)</strong></p>
<p>เป้าหมายสำคัญจะอยู่ที่การดูแลการให้สินเชื่อจากธนาคาร ต้องไม่ไปสร้างผลกระทบเชิงลบต่อทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดให้ทุกสินเชื่อโครงการและเครดิตเชิงพาณิชย์ของลูกค้าผู้ประกอบการขนาดกลางขึ้นไป ต้องเข้าสู่กระบวนการประเมินความเสี่ยงด้าน ESG ทั้ง 100% ซึ่งในปี 2565 นี้ มีสินเชื่อที่ผ่านกระบวนการนี้กว่า 3.4 แสนล้านบาท</p>
<p>ความท้าทายสำคัญในการขับเคลื่อนตามกลยุทธ์ดังกล่าวคือ ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย รวมทั้งการมีผู้นำที่กล้าออกมาเริ่มและเปลี่ยนแปลง ประกอบกับแนวทางในการขับเคลื่อนช่วงเปลี่ยนผ่านอาจต้องมีทั้งมาตรการการจูงใจ หรือการกำหนดเงื่อนไขเพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนได้ทั้งระบบ รวมทั้งการทำความเข้าใจต่อผลตอบแทนที่ได้จากการขับเคลื่อนนโยบายด้าน ESG ที่ไม่ได้มีผลตอบแทนเพียงผลกำไรเท่านั้น แต่ยังสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อทั้งสังคม และสิ่งแวดล้อมอีกด้วย</p>
<p><em>“</em><em>หากธุรกิจปรับตัวไม่ทันกับวิถีแห่งความยั่งยืน ก็อาจทําให้ต้นทุนในอนาคตสูงขึ้น ต้องใช้เงินลงทุนมากขึ้น ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาสินค้าและบริการสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งความเชื่อมั่นทั้งต่อลูกค้าและนักลงทุน ซึ่งความเชื่อมั่นถือเป็นสิ่งสำคัญที่ธุรกิจต้องรักษาเอาไว้ แต่หากปรับตัวได้ทันก็จะสามารถคว้าโอกาสไว้ได้”  คุณกฤษณ์ ให้เหตุผลเพิ่มเติม</em></p>
<p>​</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/11/kbank-esg-strategy-2566-for-asean-leader-sustaianability/">KBank ตั้งเป้า ผู้นำ ESG แห่งอาเซียน เตรียมปล่อยสินเชื่อยั่งยืนกว่า 2 แสนล้าน พร้อมช่วยคนตัวเล็กลดเหลื่อมล้ำ 1.9 ล้านคน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
