<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สิ่งทอ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%ad/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 02 Aug 2025 12:15:22 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>สิ่งทอ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เอปสัน ย้ำผู้นำตลาด B2B​ เปิดตัวซีรีส์ SureColor นวัตกรรมใหม่เครื่องพิมพ์หน้ากว้าง เดินเกม &#8216;นวัตกรรม +ยั่งยืน&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/08/epson-thailand-launch-sure-color-series/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 02 Aug 2025 12:15:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[B2B]]></category>
		<category><![CDATA[EPSON]]></category>
		<category><![CDATA[Epson Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[innovation]]></category>
		<category><![CDATA[​SureColor]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Textile]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[พรินเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ยรรยง มุนีมงคลทร]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งทอ]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมป้าย]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องพิมพ์]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เอปสัน]]></category>
		<category><![CDATA[เอปสัน ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เอสเอ็มอี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35162</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอปสัน ประเทศไทย เสิร์ฟนวัตกรรมใหม่  ​SureColor เจาะกลุ่มธุรกิจป้ายโฆษณาและสิ่งทอ ในรอบ 9 ปี รักษาแชมป์ผู้นำตลาด B2B หวังเพิ่มแชร์เครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์​แตะ 30% ภายในสิ้นปีนี้ คุณยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เอปสันยกระดับเทคโนโลยีในกลุ่มเครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมครั้งใหญ่ในรอบ 9 ปี ​พร้อมแนะนำเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการและพฤติกรรมผู้ใช้งานในกลุ่มอุตสาหกรรมป้ายและสิ่งทอครบทุกมิติ โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านและปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล ทำให้ทั้งลูกค้าและผู้ใช้งานต่างมองหาสินค้าที่มีคุณภาพและมาพร้อมความคุ้มค่า ​​รองรับงานพิมพ์ที่หลากหลายและมีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น รวมทั้งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเอปสันซีรีส์ SureColor สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการได้อย่างครอบคลุม ทั้งนี้ ในกลุ่มเครื่องพิมพ์ป้ายโฆษณา ได้เปิดตัว 3 รุ่น ได้แก่ ​SureColor SC-S9130, SC-S8130 และ SC-S7130 เครื่องพิมพ์หน้ากว้าง 64 นิ้ว ระบบ Eco Solvent ที่พิมพ์ได้ทั้งงานภายในและนอกอาคาร มาพร้อมหัวพิมพ์ PrecisionCore Micro TFP รุ่นใหม่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/epson-thailand-launch-sure-color-series/">เอปสัน ย้ำผู้นำตลาด B2B​ เปิดตัวซีรีส์ SureColor นวัตกรรมใหม่เครื่องพิมพ์หน้ากว้าง เดินเกม &#8216;นวัตกรรม +ยั่งยืน&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เอปสัน ประเทศไทย</strong> เสิร์ฟนวัตกรรมใหม่  ​SureColor เจาะกลุ่มธุรกิจป้ายโฆษณาและสิ่งทอ ในรอบ 9 ปี รักษาแชมป์ผู้นำตลาด B2B หวังเพิ่มแชร์เครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์​แตะ 30% ภายในสิ้นปีนี้</p>
<p><span id="more-35162"></span></p>
<p><strong>คุณยรรยง มุนีมงคลทร </strong>ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เอปสันยกระดับเทคโนโลยีในกลุ่มเครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมครั้งใหญ่ในรอบ 9 ปี ​พร้อมแนะนำเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการและพฤติกรรมผู้ใช้งานในกลุ่มอุตสาหกรรมป้ายและสิ่งทอครบทุกมิติ โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านและปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล ทำให้ทั้งลูกค้าและผู้ใช้งานต่างมองหาสินค้าที่มีคุณภาพและมาพร้อมความคุ้มค่า ​​รองรับงานพิมพ์ที่หลากหลายและมีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น รวมทั้งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเอปสันซีรีส์ <strong>SureColor</strong> สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการได้อย่างครอบคลุม</p>
<p>ทั้งนี้ ในกลุ่มเครื่องพิมพ์ป้ายโฆษณา ได้เปิดตัว 3 รุ่น ได้แก่ ​<strong>SureColor SC-S9130, SC-S8130 และ SC-S7130</strong> เครื่องพิมพ์หน้ากว้าง 64 นิ้ว ระบบ Eco Solvent ที่พิมพ์ได้ทั้งงานภายในและนอกอาคาร มาพร้อมหัวพิมพ์ PrecisionCore Micro TFP รุ่นใหม่ ที่พิมพ์ได้เร็วขึ้น พร้อมมีระบบตรวจจับการอุดตันและปรับคุณภาพการพิมพ์ให้มีความคมชัดของตัวอักษรขนาดเล็กได้มากถึง 3 พอยต์ พร้อมหมึกที่ได้รับมาตรฐาน​ Greenguard Gold ที่เป็นมิตรทั้งต่อผู้ใช้งานและ​สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะรุ่นไฮไลท์อย่าง SC-S9130 ที่มีระบบหมึกถึง 11 สี ซึ่งมากที่สุดในตลาด และเพิ่มหมึกสีเขียว (Green) ช่วยให้พิมพ์ด้วยขอบเขตที่กว้างและเก็บรายละเอียดของสีได้มากและแม่นยำขึ้น รองรับงานระดับพรีเมียม เช่น โปสเตอร์สินค้าแบรนด์หรู สติกเกอร์แร็ปรถ ฉลากเครื่องสำอาง งานศิลปะ ไปจนถึงงานออกแบบที่มีสีสันสะดุดตา เป็นต้น</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35165 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/ยรรยง-มุนีมงคลทร_Epson-2-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ส่วนกลุ่มสิ่งทอ ได้เพิ่ม 1 รุ่น คือ <strong>SureColor SC-G6030 </strong>เครื่องพิมพ์ระบบ DTFilm รุ่นแรกของบริษัท เข้ามาเติมในพอร์ตโฟลิโอ ทำให้​ปัจจุบัน​​เอปสันเป็นแบรนด์เดียวในตลาดที่มีเครื่องพิมพ์หน้ากว้างครอบคลุมทุกกลุ่มการใช้งานในอุตสาหกรรมสิ่งทอ​ ทั้งกลุ่ม Dye Sublimation สำหรับงานผ้าโพลีเอสเตอร์ เช่น เสื้อกีฬาและแฟชั่น กลุ่ม Direct-to-Garment (DTG) สำหรับพิมพ์ตรงลงบนผ้าฝ้าย และล่าสุดคือ Direct-to-Film (DTFilm) ที่มีความยิดหยุ่นสูงสามารถ​พิมพ์​ลงบนฟิล์ม​​ก่อนนำไปถ่ายโอนบนวัสดุได้หลากหลายชนิด เหมาะสำหรับสินค้ากลุ่มเสื้อยืด รองเท้า ถุงผ้า และของที่ระลึกต่างๆ เป็นต้น</p>
<p><em>&#8220;ความโดดเด่นของซีรีส์นี้อยู่ที่ขอบเขตความกว้างและแม่นยำในการให้สีของงานพิมพ์​ ​จึงตอบโจทย์กลุ่มผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี หรือภาคธุรกิจได้มากขึ้น ​เพราะปัจจุบัน ผู้ให้บริการงานพิมพ์ ผู้ผลิตป้ายโฆษณา รวมถึงนักออกแบบ ต่างมองหาโซลูชันมากกว่าแค่เครื่องพิมพ์ แต่ต้องการเครื่องมือช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต จึงเป็นเหตุผลในการพัฒนาเครื่องพิมพ์กลุ่ม SureColor เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ครอบคลุมทุกความต้อง​ลูกค้ายุคใหม่ ทั้งแอปพลิเคชันที่หลากหลาย รองรับงานออกแบบได้ไม่จำกัด ช่วยให้ลูกค้าผลิตงานตามออเดอร์ขนาดเล็กได้อย่างคุ้มค่า พร้อมการใช้งานที่ง่ายและการดูแลรักษาที่ไม่ยุ่งยาก ช่วยลดต้นทุนแรงงาน โดยไม่จำเป็นต้องใช้พนักงานที่มีทักษะสูงในการควบคุมเครื่อง ทั้งยังมีรอบการผลิตที่รวดเร็ว ตอบสนองตลาดได้ทันเวลา และที่สำคัญเครื่องพิมพ์ของเอปสันยังออกแบบมาโดยคำนึงถึงความยั่งยืนทั้งในแง่ของการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดของเสีย และเลือกใช้หมึกที่ปลอดภัยต่อผู้ใช้งานและสิ่งแวดล้อม ช่วยให้ลูกค้าก้าวข้ามขีดจำกัดด้านความคิดสร้างสรรค์ คว้าโอกาสใหม่ทางธุรกิจได้อย่างมั่นใจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม​&#8221; </em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-35166 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/Epson-S9130-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณยรรยง</strong> กล่าวต่อว่า <em><strong>การออกนวัตกรรมใหม่มาเสริมพอร์ตในกลุ่มเครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์ในครั้งนี้ จะทำให้เอปสันสามารถรักษาความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำตลาดเครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมไว้ได้ พร้อมทั้งสามารถเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดได้มากขึ้นเป็น 30% จากปีที่ผ่านมามีส่วนแบ่งในตลาด 28%</strong></em> โดยแบ่งเป็นรายผลิตภัณฑ์​​ดังนี้ กลุ่มเครื่องพิมพ์ป้ายโฆษณา (Signage) มีส่วนแบ่งตลาดสูงเป็นอันดับหนึ่งที่ 30% ครอบคลุมเครื่องพิมพ์ในระบบหมึก Eco Solvent, Solvent และ Latex ส่วนเครื่องพิมพ์สิ่งทอ (Graphic Textile) เอปสันเป็นแบรนด์ที่มียอดขายมากที่สุด ครองส่วนแบ่ง 30% ของตลาด เช่นเดียวกับกลุ่มเครื่องพิมพ์ภาพถ่าย (Photographic) ที่ครองส่วนแบ่งตลาดถึง 32%​</p>
<p>นอกจากนี้<em> <strong>คาดว่าภายใน 3 ปี จะสามารถผลักดันให้ยอดขาย​สินค้าในกลุ่มเครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์และธุรกิจ​เพิ่มขึ้นแตะ 20% ได้  จากปัจจุบันมีสัดส่วนราว 17-18%</strong> </em>ขณะที่สัดส่วนยอดขายหลักของเอปสัน ประเทศไทย ยังอยู่ในกลุ่มเครื่องพิมพ์ขนาดเล็ก (รวมสแกนเนอร์ เครื่องถ่ายเอกสาร) ด้วยสัดส่วนกว่า 60-65% ส่วนกลุ่มโปรเจ็กเตอร์​มียอดขายราว 15%</p>
<p><em>&#8220;โอกาสขับเคลื่อนการเติบโตในประเทศไทย ยังมาจากการผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ธุริกจดิจิทัล โดยเฉพาะในกลุ่มสิ่งทอ ที่ธุรกิจรายใหญ่ส่วนใหญ่ยังใช้ระบบการทำงานแบบอะนาล็อก ซึ่งเอปสันจะเร่งขับเคลื่อนให้เกิด​การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลในอุตสาหกรรมการพิมพ์ ทั้งการชูนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพ ประสิทธิภาพในการผลิต ความสะดวกในการใช้งาน รวมทั้งคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และโซลูชั่นการให้บริการที่ครบทั้งเรื่องของคุณภาพ และความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เชื่อว่าจะสามารถเข้ามาเจาะตลาดได้ทั้งกลุ่มเครื่องใหม่ และเครื่องทดแทนได้&#8221;​</em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-35167 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/Epson-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ปัจจุบัน เอปสันมีฐานลูกค้าครอบคลุมตั้งแต่โรงงานสิ่งทอ ผู้ให้บริการด้านการพิมพ์ นักออกแบบ แบรนด์สินค้า ไปจนถึงผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่เริ่มต้นธุรกิจการพิมพ์แบบออนดีมานด์ และเชื่อว่าจะสามารถขยายกลุ่มเป้าหมายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากความโดดเด่นด้าน​การผสานเทคโนโลยีการพิมพ์ ซอฟต์แวร์ การบริการ และโมเดลธุรกิจเข้าด้วยกันอย่างครบวงจร รวมทั้งการตอบโจทย์ด้านความยั่งยืน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ภาคธุรกิจให้ความสำคัญ โดยเฉพาะการดูแลให้ทั้งซัพพลายเชนใช้ผลิตภัณฑ์ที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และลดการปลดปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ลง​อย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/epson-thailand-launch-sure-color-series/">เอปสัน ย้ำผู้นำตลาด B2B​ เปิดตัวซีรีส์ SureColor นวัตกรรมใหม่เครื่องพิมพ์หน้ากว้าง เดินเกม &#8216;นวัตกรรม +ยั่งยืน&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยเบฟ-มธ. ร่วมสร้างคุณค่า “ผ้าไทย” ตอบแทนสู่สังคม 2 องค์กรหลัก ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการ ขับเคลื่อนกิจกรรมภายใต้โครงการ Creative Young Designers Season 4 ยกระดับผ้าย้อมคราม-ผ้ามัดหมี่ สร้างคุณค่าเพิ่ม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/03/thaibev-creative-young-designers-season-4/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 Mar 2024 07:02:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Creative Young Designers Season 4]]></category>
		<category><![CDATA[Thaibev]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมพร สุทธิบุญ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.สรรพจน์ มาพบสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ผ้าครามบ้านเชียง]]></category>
		<category><![CDATA[พวนคอลเลคชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สมบัติ  มัญญะหงส์]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งทอ]]></category>
		<category><![CDATA[ออกแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[อุดรธานี]]></category>
		<category><![CDATA[เมธารัตน์ คำพิมาน]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยเบฟ x มธ.]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยเบฟฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยเบฟเวอเรจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=24138</guid>

					<description><![CDATA[<p>อีกก้าวจากความตั้งใจของ ที่มุ่งมั่นสร้างประโยชน์ทุกๆ ด้านเพื่อตอบแทนสังคม ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งการสนับสนุน “ผ้าไทย” เป็นหนึ่งในโครงการ Creative Young Designers Season 4 ซึ่งไทยเบฟได้ร่วมกับ โครงการชุมชนดีมีรอยยิ้ม และคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์ เอกสิ่งทอ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.)  เมื่อเร็วๆ นี้ ไทยเบฟและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ลงพื้นที่รับโจทย์ชุมชน เรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าครามบ้านเชียง  จังหวัดอุดรธานี ร่วมขับเคลื่อนเอกลักษณ์ไทย โดย ผศ.สรรพจน์ มาพบสุข รองคณบดีฝ่ายบริหาร  คณะศิลปกรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า เป้าหมายในการลงพื้นที่คือให้ได้ใช้ความรู้ในด้านการออกแบบแฟชั่นและออกแบบสิ่งทอมาพัฒนาชุมชน โดยนำกระบวนการเรียนในห้องเรียนมาทำงานร่วมกับชุมชน เริ่มจากการเก็บข้อมูลในเบื้องต้นได้เห็นความเป็นอยู่ของชาวบ้าน วัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น หากชาวบ้านนั้นเป็นผู้ประกอบการอยู่แล้ว ต้องสอบถามว่าเขาผลิตอะไร ขายให้กับใคร และใครเป็นลูกค้า และเมื่อได้ข้อมูลมาแล้วต้องนำมาวิเคราะห์ว่าเราจะพัฒนาอะไรให้กับชุมชนได้ &#8220;จากที่ได้เก็บข้อมูลในเบื้องต้นนั้น ชุมชนบ้านเชียงเป็นผู้ผลิตที่อยู่ในระดับที่ดีแล้ว เพียงแต่ต้องการความคิดไอเดียของนักศึกษาของกลุ่มคนรุ่นใหม่ไปต่อยอดและพัฒนาสินค้าให้มีความทันสมัยและมีดีไซน์ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น เมื่อนักศึกษาเก็บโจทย์ต่างๆ ที่ชุมชนต้องการแล้ว นักศึกษาต้องนำโจทย์นั้นกลับไปตีความและร่างแบบ สรุปคอนเซ็ปต์ส่งให้ทางคณะฯ พิจารณา  จากนั้นทางคณะฯ ก็จะประมวลผลและส่งผ่านกลับให้ทางชุมชนว่าตรงกับโจทย์ไหม   หากมีการคัดเลือกเรียบร้อยมีการออกแบบดีไซน์ตรงกับที่ชุมชนต้องการก็ทำการตัดเย็บและส่งรูปแบบนั้นกลับให้ทางชุมชนดำเนินการเป็นลำดับถัดไป&#8220; นอกจากนี้ ทางมหาวิทยาลัยต้องการให้ความรู้เพิ่มเติมจากฝั่งอาจารย์และนักวิจัย  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/thaibev-creative-young-designers-season-4/">ไทยเบฟ-มธ. ร่วมสร้างคุณค่า “ผ้าไทย” ตอบแทนสู่สังคม 2 องค์กรหลัก ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการ ขับเคลื่อนกิจกรรมภายใต้โครงการ Creative Young Designers Season 4 ยกระดับผ้าย้อมคราม-ผ้ามัดหมี่ สร้างคุณค่าเพิ่ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>อีกก้าวจากความตั้งใจของ ที่มุ่งมั่นสร้างประโยชน์ทุกๆ ด้านเพื่อตอบแทนสังคม ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งการสนับสนุน “<strong>ผ้าไทย</strong>” เป็นหนึ่งในโครงการ<strong> Creative Young Designers Season 4</strong> ซึ่งไทยเบฟได้ร่วมกับ โครงการชุมชนดีมีรอยยิ้ม และคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์ เอกสิ่งทอ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.)  เมื่อเร็วๆ นี้</p>
<p><span id="more-24138"></span></p>
<p>ไทยเบฟและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ลงพื้นที่รับโจทย์ชุมชน เรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าครามบ้านเชียง  จังหวัดอุดรธานี ร่วมขับเคลื่อนเอกลักษณ์ไทย โดย <strong>ผศ</strong><strong>.</strong><strong>สรรพจน์ มาพบสุข</strong> รองคณบดีฝ่ายบริหาร  คณะศิลปกรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า เป้าหมายในการลงพื้นที่คือให้ได้ใช้ความรู้ในด้านการออกแบบแฟชั่นและออกแบบสิ่งทอมาพัฒนาชุมชน โดยนำกระบวนการเรียนในห้องเรียนมาทำงานร่วมกับชุมชน เริ่มจากการเก็บข้อมูลในเบื้องต้นได้เห็นความเป็นอยู่ของชาวบ้าน วัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น หากชาวบ้านนั้นเป็นผู้ประกอบการอยู่แล้ว ต้องสอบถามว่าเขาผลิตอะไร ขายให้กับใคร และใครเป็นลูกค้า และเมื่อได้ข้อมูลมาแล้วต้องนำมาวิเคราะห์ว่าเราจะพัฒนาอะไรให้กับชุมชนได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24241 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/อาจารย์ศึกษาลายละเอียดผ้าจากพ่อชุมพร-ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนประกายไหมไทย.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>&#8220;จากที่ได้เก็บข้อมูลในเบื้องต้นนั้น ชุมชนบ้านเชียงเป็นผู้ผลิตที่อยู่ในระดับที่ดีแล้ว เพียงแต่ต้องการความคิดไอเดียของนักศึกษาของกลุ่มคนรุ่นใหม่ไปต่อยอดและพัฒนาสินค้าให้มีความทันสมัยและมีดีไซน์ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น เมื่อนักศึกษาเก็บโจทย์ต่างๆ ที่ชุมชนต้องการแล้ว นักศึกษาต้องนำโจทย์นั้นกลับไปตีความและร่างแบบ สรุปคอนเซ็ปต์ส่งให้ทางคณะฯ พิจารณา <strong> </strong>จากนั้นทางคณะฯ ก็จะประมวลผลและส่งผ่านกลับให้ทางชุมชนว่าตรงกับโจทย์ไหม   หากมีการคัดเลือกเรียบร้อยมีการออกแบบดีไซน์ตรงกับที่ชุมชนต้องการก็ทำการตัดเย็บและส่งรูปแบบนั้นกลับให้ทางชุมชนดำเนินการเป็นลำดับถัดไป<b>&#8220;</b></p>
<p>นอกจากนี้ ทางมหาวิทยาลัยต้องการให้ความรู้เพิ่มเติมจากฝั่งอาจารย์และนักวิจัย  โดยการสอนทำแพทเทริ์นรูปแบบพิเศษให้กับช่างเย็บช่างทำแพทเทริ์นของชุมชนบ้านเชียง และกระบวนการด้านสิ่งทอที่ทำให้เกิดอัตลักษณ์ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น <strong> </strong>นอกจากลายผ้าบ้านเชียงที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากที่อื่นแล้ว ยังให้ความรู้เพิ่มในรูปแบบเฉพาะทั้งเรื่องการย้อม พัฒนาเทคนิคการย้อม สีย้อม เทคนิคการทอ ลายทอ เป็นเทคนิคเฉพาะทางด้านสิ่งทอ เพื่อพัฒนาในเรื่องของการออกแบบตัดเย็บให้กับบุคคลเฉพาะกลุ่ม เช่น กลุ่มเด็ก กลุ่มคนรุ่นใหม่ กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มนักท่องเที่ยวเป็นต้น อันเป็นการครบกระบวนการเรียนรู้เรื่องสิ่งทอและแฟชั่น ทางคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต้องขอขอบคุณ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินกิจกรรม โครงการชุมชนดีมีรอยยิ้ม และโครงการ Creative Young Designer Season 4 ซึ่งทำให้วิชาเรียนมีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นเพราะมีความเชื่อมโยงที่เป็นประโยชน์ให้กับนักศึกษา ได้มีการเรียนรู้ร่วมไปกับชุมชน ได้เห็นความจริงได้โจทย์จริงจากชุมชน การทำงานร่วมกับชุมชนและสร้างผลิตภัณฑ์สร้างประโยชน์กับชุมชนโดยแท้จริง <em>   </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24246 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/น้องๆ-ศึกษาเส้นใยผ้าเพื่อนำไปพัฒนาด้านสิ่งทอ.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>ผ้าไทยบ้านเชียงกับแหล่งมรดกโลก</strong> เมื่อเอ่ยถึง<strong> “</strong><strong>แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง”</strong> อ.หนองหาน จ.อุดรธานี เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ย้อนหลังไปหลายพันปี จากหลักฐานที่ค้นพบนี้แสดงให้เห็นถึงขั้นตอนสำคัญของวิวัฒนาการทางสังคมและวัฒนธรรม การดำรงชีวิตในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ในยุคกว่า 5,000 ปีที่แล้ว ซึ่งความสำคัญนี้เองจึงทำให้แหล่งโบราณคดีบ้านเชียงได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จากองค์การยูเนสโก UNESCO เมื่อปี พ.ศ. 2535</p>
<p>ชุมชนบ้านเชียง เป็นกลุ่มชาติพันธุ์พวนที่อาศัยอยู่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมืองเชียงขวาง และต่อมาได้อพยพโยกย้ายถิ่นฐานมาที่บ้านเชียงในปัจจุบัน วิถีชีวิตของชาวบ้านเชียง ผูกพันกับอารยธรรมเก่าแก่โบราณมีการสืบสาน รักษา และต่อยอด ถ่ายทอดภูมิปัญญา วิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณี และอัตลักษณ์ของชาติพันธุ์ ไทพวนบ้านเชียง ไม่ว่าจะเป็น ภาษาไทพวน อาหาร ศิลปะการแสดง และเครื่องแต่งกาย</p>
<p>เครื่องแต่งกายในสมัยโบราณแต่งกายด้วยชุดผ้าฝ้ายที่ทอและย้อมเองใช้สีกรมท่าหรือดำ เครื่องแต่งกายในชีวิตประจำวัน ผู้ชายใส่เสื้อผ้าฝ้ายแขนสามส่วนย้อมครามคอกลม ผ่าหน้า ผูกเชือก นุ่งกางเกงครึ่งแข้ง ส่วนผู้หญิงใส่เสื้อแขนยาวผ้าฝ้ายและใส่ผ้าถุงเป็นผ้าฝ้ายย้อมครามเช่นเดียวกัน</p>
<p>ปัจจุบันการแต่งกายได้นำเอาภูมิปัญญาของบรรพบุรุษมาสานต่อให้เกิดเป็นชิ้นงานที่มีคุณค่ามีเอกลักษณ์ สร้างสรรค์ลวดลายที่มาจากเครื่องปั้นดินเผา และลวดลายโบราณ โดยลวดลายผ้าไทพวนมีลวดลายคล้ายลายนิ้วมือ ก้นหอย หรือรูปทรงไห ซึ่งความแตกต่างจากผ้าพื้นเมืองในแถบอื่น นอกจากนี้ยังมีการคิดค้นวิธีการย้อมคราม และการมัดลายด้วยตนเอง  นับว่าเป็นการยกระดับผ้าย้อมคราม-ผ้ามัดหมี่ สร้างคุณค่าเพิ่ม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24245 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/ประชุม-แบ่งกลุ่มก่อนศึกษางานในชุมชน.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>นายเมธารัตน์ คำพิมาน</strong> หรือน้องแบงค์ เจ้าของร้าน “<strong>พวนคอลเลคชั่น</strong>” ซึ่งดำเนินกิจการเกี่ยวกับด้านเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทยโดยเฉพาะ โดยเริ่มจากความที่ชื่นชอบในศิลปวัฒนธรรมและงานหัตถกรรม จึงทำเป็นแบรนด์สินค้าของตัวเอง  มีการเข้าร่วมอบรมกับหน่วยงานกรมการพัฒนาชุมชน ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพ ศูนย์ส่งเสริมพาณิชย์ เยาวชนโอท็อป  ต่อจากนั้นจึงได้เข้าร่วมการประกวดเรื่องการออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่นดีไซน์ต่างๆ ทำให้ พวนคอลเลคชั่น เป็นร้านที่ใช้ผ้าทอย้อมครามหรือผ้ามัดหมี่บ้านเชียงที่มีความเป็นเอกลักษณ์โบราณเฉพาะถิ่น ลายเครื่องปั้นดินเผา ลายก้นหอย ของกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองเทศบาลบ้านเชียงของพ่อสมบัติ  มัญญะหงส์ มาตัดเย็บ ผสมร่วมกับกลุ่มผ้าทอย้อมครามและผ้ามัดหมี่ ของที่อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มทอผ้าบ้านหนองวัวซอ กลุ่มทอผ้าบ้านพิบูลย์รักษ์ เป็นต้น  ที่ผ่านมา พวนคอลเลคชั่น ได้ดำเนินธุรกิจการตลาดโดยขายสินค้าที่หน้าร้าน และออกงานอีเว้นท์ เป็นหลัก แต่ต่อมาด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด ทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวที่บ้านเชียงและงานอีเว้นท์ก็ไม่มีการจัดงาน ดังนั้นจึงทำให้รูปแบบการซื้อขายเปลี่ยนไป โดยเน้นไปทำการตลาดออนไลน์มากยิ่งขึ้น   ปัจจุบันรายได้ที่มาจากการตลาดออนไลน์มากกว่า 85% และท้ายนี้อยากจะเชิญชวนให้คนไทยสวมใส่ผ้าไทย ผ้าไทยสวมใส่สบายสามารถใส่ในชีวิตประจำวันได้ ให้เห็นคุณค่าของผ้าไทยร่วมกันอนุลักษณ์ไว้ และภูมิใจในความเป็นไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24248 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/ผ้าหลากหลาย.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>นายชุมพร สุทธิบุญ</strong> หรือพ่อชุมพร ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนประกายไหมไทย ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนนี้ได้ก่อตั้งขึ้นมาแล้วเป็นเวลา   35 ปี ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและสร้างงานให้แก่ชุมชน โดยใช้ภูมิปัญญาของคนพื้นถิ่นเป็นผู้ทอผ้าโดยตรง ซึ่งมีทั้งผ้าย้อมครามและผ้ามัดหมี่ โดยมีการลองผิดลองถูกและพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ จนกระทั่งได้คัดสรรจากกรมพัฒนาชุมชชนได้รับโอทอประดับ 5 ดาว โดยมีองค์กรจากภาครัฐเข้ามาสนับสนุน  นอกจากนี้อยากฝากให้ คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์ เอกสิ่งทอ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เข้ามาช่วยพัฒนาสินค้าเข้าสู่สากล ใส่แฟชั่นดีไซน์ ให้เป็นที่น่าสนใจกลุ่มคนทั่วไปสามารถสวมใส่ได้ทุกวัน และให้คนรุ่นใหม่มีความสนใจสินค้าพื้นเมือง   ผ้าฝ้ายทอมือ ผ้าไหมทอมือ เพื่อสืบทอดวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่นอันเป็นเอกลัษณ์ของชุมชนบ้านเชียง และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชน</p>
<p><strong>นายสมบัติ  มัญญะหงส์</strong> หรือพ่อสมบัติ ประธานกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองเทศบาลบ้านเชียง หรือ ส.หงษ์แดง เป็นวิสาหกิจชุมชนบ้านเชียงที่มีความชำนาญด้านการทอผ้าและย้อมสีธรรมชาติมาตั้งแต่ ปี 2514 ซึ่งเป็นยุคสมัยคุณตายาย โดยยุคของพ่อสมบัติเป็นยุคที่ 3 ซึ่งมีการปรับปรุงและพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ ทั้งเครื่องการทอและสีสรรลวดลายก็มีการพัฒนาขึ้นมาต่อเนื่อง เพราะบ้านเชียงของเราเป็นแหล่งท่องเที่ยวมรดกโลก ดังนั้นจึงได้ถอดลวดลายจากภาชนะบ้านเชียงให้มาอยู่บนพื้นผ้า เมื่อคนทั่วไปมาเห็นก็จะรู้ได้เลยว่าเป็นเอกลักษณ์ของบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี  ปัญหาที่พบเจอคือเรื่องของการออกแบบลวดลายผ้านั้นมีเอกลักษณ์ของความเป็นบ้านเชียง แต่รูปแบบของแฟชั่นดีไซน์ยังไม่ทันสมัยเข้ากับคนรุ่นใหม่ อยากจะให้ทางคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เข้ามาช่วยพัฒนา อยากให้ชุมชนมีความพร้อม มีความเข้มแข็ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24242 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/เยี่ยมชมผ้าพื้นเมือง-ไทพวน.jpg" alt="" width="1200" height="718" /></p>
<p>นอกจากนี้แล้วปัญหาที่เกิดขึ้นภายในชุมชนคือปัจจุบันมีผู้สูงวัยแยะ คนที่ทอผ้าและเย็บผ้ามีน้อย สุขภาพไม่ดี มองไม่ค่อยชัด ไม่มีผู้สืบทอดในเรื่องของวัฒนธรรมการทอผ้าไปสู่ลูกหลาน อยากให้ทางมหาวิทยาลัยจัดทำเป็นหลักสูตรมาตรฐาน หลักสูตรท้องถิ่น ให้เด็กมีจิตวิญญาณของบ้านเชียง สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้เกิดความยั่งยืนแก่ชุมชน  ท้ายนี้อยากให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่ชุมชนบ้านเชียง เที่ยวแหล่งมรดกโลกและเรียนรู้วัฒนธรรมของชุมชนบ้านเชียง ทั้งในเรื่องของการทอผ้าย้อมคราม ทอผ้ามัดหมี่ บ้านเชียง เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง และชิมรสอาหารของชาวไทพวนบ้านเชียง กิจกรรมดังกล่าวเป็นความตั้งใจของไทยเบฟในการตอบแทนสังคม  เพราะเชื่อมั่นว่า “การสร้างสรรค์และแบ่งปันคุณค่าจากการเติบโต” เป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาชุมชนและสังคม สร้างความยั่งยืนสู่เศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็ง และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/thaibev-creative-young-designers-season-4/">ไทยเบฟ-มธ. ร่วมสร้างคุณค่า “ผ้าไทย” ตอบแทนสู่สังคม 2 องค์กรหลัก ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการ ขับเคลื่อนกิจกรรมภายใต้โครงการ Creative Young Designers Season 4 ยกระดับผ้าย้อมคราม-ผ้ามัดหมี่ สร้างคุณค่าเพิ่ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
