<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สุขภาพ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 07 Oct 2026 17:28:43 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.10</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>สุขภาพ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>จากหนึ่งครัวกลางสู่เจ็ดโรงเรียนและนักเรียนอีก 1,500 คน กรุงเทพมหานครเปิดตัวครัวกลางเพื่อส่งมอบอาหารเพื่อสุขภาพและลดโรคอ้วนในเด็ก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/10/central-kitchen-bangkok-city-for-better-health/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Oct 2026 17:28:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok City for Better Health]]></category>
		<category><![CDATA[NCDs]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพฯ เมืองสุขภาพดี]]></category>
		<category><![CDATA[จิฮาน เซอร์ดาร์ คิซิลจิก]]></category>
		<category><![CDATA[ชัชชาติ สิทธิพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โนโว ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะอ้วนในเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[แดนนี อันนัน]]></category>
		<category><![CDATA[โนโว]]></category>
		<category><![CDATA[โรคอ้วน]]></category>
		<category><![CDATA[โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนวัดดอน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=44769</guid>

					<description><![CDATA[<p>โครงการ &#8220;Bangkok, City for Better Health&#8221; (กรุงเทพฯ เมืองสุขภาพดี) เปิดตัว &#8220;ครัวกลาง&#8221; ที่โรงเรียนวัดดอน ซึ่งช่วยให้สามารถจัดเตรียมอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสำหรับนักเรียนเกือบ 1,500 คน จากโรงเรียนเจ็ดแห่งในเขตสาทรและบางรัก โครงการนี้มุ่งแก้ไขปัญหาอัตราโรคอ้วนที่เพิ่มสูงขึ้นในกรุงเทพมหานคร โดยการรวมศูนย์การจัดเตรียมอาหารเพื่อให้มั่นใจในมาตรฐานทางโภชนาการที่สม่ำเสมอ ยกระดับความปลอดภัยด้านอาหาร ลดภาวะอ้วนในเด็ก และโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอื่น ๆ (NCDs) โครงการนี้ส่งมอบอาหารที่มีคุณค่าทางอาหารและสูตรได้รับการรับรองจากกรุงเทพมหานครในทุกวัน จากโรงเรียนวัดดอนไปยังโรงเรียนอีกหกแห่ง ฝึกอบรมตัวแทนนักเรียนให้เป็นผู้ตรวจสอบอาหาร &#8220;อย. น้อย&#8221; และเป็นส่วนหนึ่งของโครงการระดับโลกของโนโว ซึ่งส่งเสริมเสาหลักด้านหลักสูตรอย่าปล่อยให้เด็กอ้วนและพื้นที่สันทนาการที่ได้ประกาศไปก่อนหน้านี้ กรุงเทพมหานคร (&#8220;กรุงเทพมหานคร&#8221;) สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์ก ประจำประเทศไทย (&#8220;สถานเอกอัครราชทูต&#8221;) และบริษัท โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด (&#8220;โนโว&#8221;) ได้ร่วมกันเปิดตัวโครงการ &#8220;ครัวกลาง&#8221; ที่โรงเรียนวัดดอน ภายใต้โครงการ &#8220;Bangkok, City for Better Health&#8221; โครงการนี้ช่วยให้โรงเรียนวัดดอนสามารถจัดเตรียมอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและมีรสชาติอร่อย ไม่เพียงแต่สำหรับนักเรียนของตนเองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงนักเรียนทั้งหมดเกือบ 1,500 คน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/10/central-kitchen-bangkok-city-for-better-health/">จากหนึ่งครัวกลางสู่เจ็ดโรงเรียนและนักเรียนอีก 1,500 คน กรุงเทพมหานครเปิดตัวครัวกลางเพื่อส่งมอบอาหารเพื่อสุขภาพและลดโรคอ้วนในเด็ก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โครงการ <em>&#8220;</em>Bangkok, City for Better Health&#8221; (กรุงเทพฯ เมืองสุขภาพดี)</strong> เปิดตัว &#8220;<strong>ครัวกลาง</strong>&#8221; ที่โรงเรียนวัดดอน ซึ่งช่วยให้สามารถจัดเตรียมอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสำหรับนักเรียนเกือบ 1,500 คน จากโรงเรียนเจ็ดแห่งในเขตสาทรและบางรัก</p>
<p><span id="more-44769"></span></p>
<p>โครงการนี้มุ่งแก้ไขปัญหาอัตราโรคอ้วนที่เพิ่มสูงขึ้นในกรุงเทพมหานคร โดยการรวมศูนย์การจัดเตรียมอาหารเพื่อให้มั่นใจในมาตรฐานทางโภชนาการที่สม่ำเสมอ ยกระดับความปลอดภัยด้านอาหาร ลดภาวะอ้วนในเด็ก และโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอื่น ๆ (NCDs)</p>
<p>โครงการนี้ส่งมอบอาหารที่มีคุณค่าทางอาหารและสูตรได้รับการรับรองจากกรุงเทพมหานครในทุกวัน จากโรงเรียนวัดดอนไปยังโรงเรียนอีกหกแห่ง ฝึกอบรมตัวแทนนักเรียนให้เป็นผู้ตรวจสอบอาหาร &#8220;อย. น้อย&#8221; และเป็นส่วนหนึ่งของโครงการระดับโลกของโนโว ซึ่งส่งเสริมเสาหลักด้านหลักสูตรอย่าปล่อยให้เด็กอ้วนและพื้นที่สันทนาการที่ได้ประกาศไปก่อนหน้านี้</p>
<p><strong>กรุงเทพมหานคร (&#8220;กรุงเทพมหานคร&#8221;) สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์ก ประจำประเทศไทย (&#8220;สถานเอกอัครราชทูต&#8221;) และบริษัท โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด (&#8220;โนโว&#8221;)</strong> ได้ร่วมกันเปิดตัวโครงการ &#8220;ครัวกลาง&#8221; ที่โรงเรียนวัดดอน ภายใต้โครงการ <strong><em>&#8220;</em></strong><strong>Bangkok, City for Better Health&#8221;</strong> โครงการนี้ช่วยให้โรงเรียนวัดดอนสามารถจัดเตรียมอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและมีรสชาติอร่อย ไม่เพียงแต่สำหรับนักเรียนของตนเองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงนักเรียนทั้งหมดเกือบ 1,500 คน จากโรงเรียนอีกหกแห่ง ในเขตสาทรและบางรักด้วย<em> </em></p>
<p>ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตจากโรคอ้วน โดยประชากรราวร้อยละ 45 มีภาวะน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน<sup>1</sup> อัตราความชุกในกรุงเทพมหานครยิ่งสูงกว่าที่ประมาณร้อยละ 58<sup>2</sup> สำหรับนักเรียนในกรุงเทพมหานคร ความชุกอยู่ที่ประมาณร้อยละ 16<sup>3</sup> ซึ่งโรคอ้วนถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจ หลอดเลือด และโรคทางเมแทบอลิก เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตเรื้อรัง และโรคตับคั่งไขมันที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบเมแทบอลิซึม (MASH)<sup>4</sup> โดยเกือบหนึ่งในสามของผู้ที่ใช้ชีวิตร่วมกับโรคอ้วนต้องเผชิญกับโรคเรื้อรังเหล่านี้<sup>5,6</sup> ความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานคร สถานเอกอัครราชทูต และโนโว มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดีขึ้น พร้อมทั้งป้องกันและจัดการกับโรคอ้วน โรคหัวใจและหลอดเลือดที่เกี่ยวข้องกับระบบเมตาบอลิก และโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอื่น ๆ (NCDs) ในเขตเมืองที่โรคอ้วนส่งผลกระทบรุนแรงที่สุด</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44772 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/Novo3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ครัวกลางได้รับการออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างการเข้าถึงอาหารกลางวันในโรงเรียนที่มีความสมดุล และสนับสนุนพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพในหมู่เด็ก ๆ ด้วยแรงบันดาลใจจากเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี การรวมศูนย์การจัดเตรียมอาหารช่วยสร้างมาตรฐานทางโภชนาการที่สม่ำเสมอ ยกระดับความปลอดภัยด้านอาหาร และช่วยให้โรงเรียนสามารถจัดเสิร์ฟอาหารเพื่อสุขภาพที่หลากหลายมากขึ้นให้แก่นักเรียนในทุกวัน โครงการนี้ยังรวมถึงการฝึกอบรมตัวแทนนักเรียนให้เป็น <em>&#8216;</em>อย. น้อย<em>&#8216; </em>เพื่อตรวจสอบคุณภาพและคุณค่าทางโภชนาการของอาหารที่จัดเสิร์ฟ โครงการนี้ส่งเสริมเสาหลัก <strong>หลักสูตรอย่าปล่อยให้เด็กอ้วน</strong>และ<strong>พื้นที่สันทนาการในสวนเบญจกิติ</strong>ที่ได้ประกาศไปก่อนหน้านี้<em> </em></p>
<p><strong>นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</strong> กล่าวว่า &#8220;ครัวกลางที่โรงเรียนวัดดอนเป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของการที่ความร่วมมือสามารถยกระดับชีวิตประจำวันของนักเรียนในกรุงเทพมหานครได้ ด้วยการจัดหาอาหารที่มีคุณภาพให้แก่โรงเรียนเจ็ดแห่งในเขตสาทรและบางรัก เรากำลังลงทุนเพื่ออนาคตที่มีสุขภาพดีขึ้นสำหรับเด็ก ๆ และกรุงเทพฯ ครัวแห่งใหม่นี้จะจัดเตรียมอาหารตามแนวทางโภชนาการของกรุงเทพมหานคร โดยเน้นสัดส่วนที่สมดุล ผัก โปรตีน และสารอาหารที่จำเป็นอื่น ๆ นอกจากการสนับสนุนสุขภาพของนักเรียนแล้ว โครงการนี้ยังมุ่งสร้างความตระหนักรู้ในหมู่เด็ก ครู และครอบครัว เกี่ยวกับความสำคัญของอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดี</p>
<p><strong>ฯพณฯ นายแดนนี อันนัน เอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย</strong> กล่าวว่า &#8220;ครัวกลางที่โรงเรียนวัดดอนได้รับแรงบันดาลใจจากเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ความสำเร็จและการดำเนินโครงการนี้แสดงให้เห็นถึงพลังของความร่วมมือระหว่างประเทศที่สามารถเปลี่ยนแนวคิดให้กลายเป็นความจริง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อนักเรียนหลายพันคนในกรุงเทพมหานคร ประเทศเดนมาร์กภาคภูมิใจที่ได้สนับสนุนความร่วมมือที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี อันเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน&#8221;</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-44770 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/novo1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายจิฮาน เซอร์ดาร์ คิซิลจิก ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โนโว ประเทศไทย</strong> เน้นย้ำว่า &#8220;ที่โนโว เราเชื่อว่าสุขภาพที่ยั่งยืนเริ่มต้นตั้งแต่วัยเด็ก และการป้องกันมีบทบาทสำคัญในการลดภาระของโรคอ้วนและภาวะแทรกซ้อน ครัวกลางเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ <em>Cities for Better Health </em>ซึ่งเป็นโครงการระดับโลกของโนโว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อให้เมืองมีสุขภาพที่ดีขึ้น&#8221;</p>
<p>ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมกิจกรรมที่จำลองการทำงานของครัวกลาง ตั้งแต่การปรุงอาหารไปจนถึงความท้าทายในการส่งมอบอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ครัวกลางเริ่มดำเนินการตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อส่งมอบอาหารเช้า จากนั้นจึงส่งอาหารกลางวันตามเวลาที่กำหนดไว้ เพื่อให้มั่นใจในความสดใหม่และความปลอดภัยของอาหาร ครัวกลางส่งอาหารจากโรงเรียนวัดดอนไปยังโรงเรียนวัดยานนาวา โรงเรียนวัดมหาพฤฒาราม โรงเรียนวัดม่วงแค โรงเรียนวัดแก้วแจ่มฟ้า โรงเรียนวัดหัวลำโพง และโรงเรียนวัดสวนพลู ให้บริการอาหารแก่นักเรียน 1,500 คนในทุกวัน ทั้งนี้ ในงานได้รับเกียรติจาก <strong>พล.ท. หญิง รศ. พญ. อภัสนี บุญญาวรกุล</strong> นายกสมาคมต่อมไร้ท่อแห่งประเทศไทย <strong>รศ. นพ. เพชร รอดอารีย์</strong> นายกสมาคมเครือข่ายโรคไม่ติดต่อไทย และ <strong>รศ. ดร. พิมพ์ลภัส </strong><strong>“</strong><strong>ชินนี่</strong><strong>”</strong> <strong>ลี้กิจเจริญผล</strong> อาจารย์และนักวิจัยประจำ Technical University of Denmark (DTU)</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/10/central-kitchen-bangkok-city-for-better-health/">จากหนึ่งครัวกลางสู่เจ็ดโรงเรียนและนักเรียนอีก 1,500 คน กรุงเทพมหานครเปิดตัวครัวกลางเพื่อส่งมอบอาหารเพื่อสุขภาพและลดโรคอ้วนในเด็ก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมืองไทยประกันชีวิต ผนึก Jones’ Salad ลุยแคมเปญสุขภาพมิติใหม่  ชูแนวคิด “กินดี + มีประกัน คือ เกราะป้องกันที่ดี (เริ่ด)” ส่งเสริมคนไทยมีสุขภาพและความคุ้มครองที่ดี เพื่อชีวิตที่ยืนยาวมั่นคง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/09/mtl-jones-salad-well-being-campaign/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 Sep 2026 14:43:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Jones’ Salad]]></category>
		<category><![CDATA[Longevity]]></category>
		<category><![CDATA[Muang Thai Life]]></category>
		<category><![CDATA[กินดี + มีประกัน]]></category>
		<category><![CDATA[กินดี + มีประกัน = เกราะป้องกันที่ดี (เริ่ด)]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิตยืนยาวและมั่นคง]]></category>
		<category><![CDATA[สาระ ล่ำซำ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพดี]]></category>
		<category><![CDATA[อาริยะ คำภิโล]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองไทยประกันชีวิต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=44193</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมืองไทยประกันชีวิต เดินหน้าขยายบทบาทจากธุรกิจประกันชีวิตสู่การเป็นแบรนด์ที่สนับสนุนให้คนไทย มีสุขภาพดีในทุกมิติ ล่าสุดจับมือ Jones’ Salad ร้านอาหารสุขภาพยอดนิยม เปิดตัว  ความร่วมมือภายใต้แนวคิด “กินดี + มีประกัน = เกราะป้องกันที่ดี (เริ่ด)” เชื่อม 2 เรื่องใกล้ตัวที่ควรเดินไปด้วยกัน ทั้งการเลือกสิ่งที่ดีให้กับร่างกายในทุกวัน และการเตรียมความพร้อมด้านความคุ้มครองสุขภาพเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนในชีวิต บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)  โดย นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วย นายอาริยะ คำภิโล CEO &#38; Founder และ นางญาณิน คำภิโล  MD &#38; Founder แบรนด์ Jones’ Salad ร้านอาหารสุขภาพยอดนิยม เปิดตัวความร่วมมือด้านการดูแลสุขภาพมิติใหม่อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด “กินดี + มีประกัน = เกราะป้องกันที่ดี (เริ่ด)” ชวนคนไทยเริ่มดูแลสุขภาพจากสิ่งที่เลือกกินในสิ่งที่ดีควบคู่ไปกับการมีความคุ้มครองสุขภาพที่ดีที่สามารถเลือกได้ เพื่อสุขภาพและการใช้ชีวิตได้อย่างยืนยาวและมั่นคงมากยิ่งขึ้น (Longevity) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/mtl-jones-salad-well-being-campaign/">เมืองไทยประกันชีวิต ผนึก Jones’ Salad ลุยแคมเปญสุขภาพมิติใหม่  ชูแนวคิด “กินดี + มีประกัน คือ เกราะป้องกันที่ดี (เริ่ด)” ส่งเสริมคนไทยมีสุขภาพและความคุ้มครองที่ดี เพื่อชีวิตที่ยืนยาวมั่นคง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เมืองไทยประกันชีวิต เดินหน้าขยายบทบาทจากธุรกิจประกันชีวิตสู่การเป็นแบรนด์ที่สนับสนุนให้คนไทย มีสุขภาพดีในทุกมิติ ล่าสุดจับมือ </strong><strong>Jones’ Salad </strong><strong>ร้านอาหารสุขภาพยอดนิยม เปิดตัว  ความร่วมมือภายใต้แนวคิด “กินดี + มีประกัน = เกราะป้องกันที่ดี (เริ่ด)” เชื่อม </strong><strong>2</strong><strong> เรื่องใกล้ตัวที่ควรเดินไปด้วยกัน ทั้งการเลือกสิ่งที่ดีให้กับร่างกายในทุกวัน และการเตรียมความพร้อมด้านความคุ้มครองสุขภาพเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนในชีวิต</strong></p>
<p><span id="more-44193"></span></p>
<p><strong>บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)  โดย นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วย นายอาริยะ คำภิโล </strong><strong>CEO &amp; Founder </strong><strong>และ นางญาณิน คำภิโล  </strong><strong>MD &amp; Founder </strong><strong>แบรนด์ </strong><strong>Jones’ Salad</strong> <strong>ร้านอาหารสุขภาพยอดนิยม</strong> เปิดตัวความร่วมมือด้านการดูแลสุขภาพมิติใหม่อย่างเป็นทางการ <strong>ภายใต้แนวคิด “กินดี + มีประกัน = เกราะป้องกันที่ดี (เริ่ด)”</strong> ชวนคนไทยเริ่มดูแลสุขภาพจากสิ่งที่เลือกกินในสิ่งที่ดีควบคู่ไปกับการมีความคุ้มครองสุขภาพที่ดีที่สามารถเลือกได้ เพื่อสุขภาพและการใช้ชีวิตได้อย่างยืนยาวและมั่นคงมากยิ่งขึ้น (Longevity)</p>
<p>ทั้งนี้ ภายใต้แนวคิด “<strong>กินดี + มีประกัน = เกราะป้องกันที่ดี (เริ่ด)”</strong> เมืองไทยประกันชีวิต และ Jones’ Salad ได้ร่วมกันพัฒนาเมนูสุดพิเศษสำหรับสายเฮลท์ตี้ เริ่มต้นด้วยการนำเสนอเมนูสมูทที ในชื่อ  <strong>“</strong><strong>Pink Me Up by MTL”</strong>  เติมพลังให้คุณสดชื่นได้ในทุกวัน พร้อมส่วนลด 10% สำหรับลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิต สามารถรับสิทธิ์ได้ 1 สิทธิ์ /1 ท่าน /1 วัน ผ่าน MTL Click Application และยังเตรียมรังสรรค์อีก 3 เมนูพิเศษ เพื่อเอาใจสายสุขภาพออกมาอย่างต่อเนื่องตลอดแคมเปญรอติดตามได้เร็ว ๆ นี้</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-44195 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/mtl-Jone2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ เมื่อกินดีแล้ว การมีความคุ้มครองสุขภาพหรือประกันที่ดี ก็เป็นสิ่งสำคัญ เมืองไทยประกันชีวิต จึงได้นำเสนอแบบประกันภัยสำหรับใช้เป็นเกราะป้องกันที่ดี (เริ่ด) ในราคาที่เข้าถึงได้จริง  เริ่มที่ประกันค่ารักษามะเร็ง <strong>“</strong><strong>Care Plus”</strong> โดดเด่นด้วยค่าเบี้ยประกันภัยเริ่มต้นเพียงวันละ 8 บาท(1)  ให้ความคุ้มครองค่ารักษามะเร็งสูงสุด 5 ล้านบาทต่อปีต่อโรค ครอบคลุมการรักษากรณีเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล (IPD) แบบเหมาจ่าย รวมถึงกรณีไม่ต้องนอนโรงพยาบาล (OPD) สำหรับการรักษาด้วยยามุ่งเป้าและเคมีบำบัด  และแบบประกันสุขภาพ <strong>“</strong><strong>D Health Lite”</strong> เบี้ยประกันภัยเริ่มต้นวันละ 50 บาท(2) ให้ความคุ้มครองทั้งโรคทั่วไปและโรคร้ายแรง กรณีเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล (IPD) คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล ค่ายา และค่าผ่าตัดแบบเหมาจ่าย วงเงินสูงสุด 5 ล้านบาทต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง พร้อมให้ความคุ้มครองยาวถึงอายุ 99 ปี และสามารถเลือกแผนความคุ้มครองให้เหมาะสมกับงบประมาณ</p>
<p><strong>นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) </strong>กล่าวว่า “เมืองไทยประกันชีวิต มุ่งมั่นในการขยายบทบาทจากการให้ความคุ้มครองด้านชีวิตและสุขภาพ สู่การเป็นพันธมิตรที่ช่วยดูแลลูกค้าตลอดช่วงชีวิต  ซึ่งความร่วมมือกับ Jones’ Salad ครั้งนี้ เป็นอีกก้าวสำคัญที่ตอกย้ำถึงความตั้งใจที่ต้องการสนับสนุนให้คนไทยดูแลสุขภาพในทุกมิติ เพราะการมีสุขภาพที่ดีไม่ได้เกิดจากการรักษาเมื่อเจ็บป่วยเท่านั้น แต่เริ่มต้นได้จากสิ่งที่เราเลือกในแต่ละวัน ตั้งแต่การเลือกอาหารที่ดี การดูแลร่างกาย ไปจนถึงการวางแผนความคุ้มครองที่เหมาะสม เพราะแม้เราจะดูแลตัวเองอย่างดี แต่ความเจ็บป่วยหรือเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้ การมีทั้งสุขภาพที่ดีและความคุ้มครองที่พร้อมจึงเปรียบเสมือนการสร้างเกราะป้องกันให้กับชีวิต”</p>
<p><strong>ด้าน นายอาริยะ คำภิโล </strong><strong>CEO &amp; Founder Jones&#8217; Salad</strong> กล่าวว่า Jones’ Salad ให้ความสำคัญกับการทำให้เรื่องสุขภาพเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายและเข้าถึงได้ในชีวิตประจำวัน ความร่วมมือกับเมืองไทยประกันชีวิตจึงเป็นการต่อยอดแนวคิดดังกล่าว จากเดิมที่ผู้บริโภคอาจมองเรื่องสุขภาพผ่านสิ่งที่รับประทาน มาเชื่อมโยงกับการเตรียมความพร้อมด้านความคุ้มครอง เพื่อให้การดูแลสุขภาพมีความรอบด้านมากขึ้น เราอยากให้คนรู้สึกว่าการดูแลสุขภาพไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเรื่องใหญ่ แต่อยู่ในทุกสิ่งที่เราเลือกในแต่ละวัน ความร่วมมือครั้งนี้จึงนำเรื่องอาหาร สุขภาพ การออกกำลังกาย และการวางแผนชีวิตมาเชื่อมกัน ผ่านทั้งเมนูอาหารและคอนเทนต์ที่สนุก เข้าใจง่าย และนำไปใช้ได้จริง เพื่อชวนทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพให้ครบองค์รวม และวางแผนชีวิตในระยะยาวมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44196 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Mtl-Jone3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ความร่วมมือระหว่างเมืองไทยประกันชีวิตและ Jones’ Salad จึงเป็นมากกว่าการร่วมกันสร้างเมนูอาหาร แต่เป็นการนำเรื่อง “สุขภาพ” มาเชื่อมกับ “การเตรียมความพร้อม” ผ่านพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การเลือกกิน การดูแลสุขภาพ ไปจนถึงการวางแผนความคุ้มครอง เพื่อสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพดีและใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว</p>
<p>โดยสามารถติดตามคอนเทนต์จาก MTL x Jones’ Salad กิจกรรมเพื่อสุขภาพ และการเปิดตัวอีกเมนูสุขภาพใหม่ ๆ ตลอดแคมเปญ ได้ที่ <a href="https://www.muangthai.co.th/th/partner/jonessalad" target="_blank" rel="noopener">https://www.muangthai.co.th/th/partner/jonessalad</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/mtl-jones-salad-well-being-campaign/">เมืองไทยประกันชีวิต ผนึก Jones’ Salad ลุยแคมเปญสุขภาพมิติใหม่  ชูแนวคิด “กินดี + มีประกัน คือ เกราะป้องกันที่ดี (เริ่ด)” ส่งเสริมคนไทยมีสุขภาพและความคุ้มครองที่ดี เพื่อชีวิตที่ยืนยาวมั่นคง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ร่วมป้องกัน “ภัยเงียบ” ในเด็กไทย: ดานอน ประเทศไทย ร่วมกับภาครัฐ เพื่อรณรงค์ป้องกันและขยายการเข้าถึงการคัดกรองโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในเด็ก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/08/danone-day-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2026 16:19:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Danone Day]]></category>
		<category><![CDATA[IDA]]></category>
		<category><![CDATA[Iron Deficiency Anemia]]></category>
		<category><![CDATA[ขาดธาตุเหล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[ขาดสารอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ดานอน ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยเงียบ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลหิตจาง]]></category>
		<category><![CDATA[วินเซนต์ เต]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[แดนิช ราห์มัน]]></category>
		<category><![CDATA[แพทย์หญิงธญรช ทิพยวงษ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=43682</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดานอน ประเทศไทย เดินหน้าขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก (Iron Deficiency Anemia: IDA) อย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือกับภาครัฐและชุมชนในโอกาสวัน Danone Day โดยในประเทศไทย ปีนี้ถือเป็นปีที่สองที่พนักงานดานอนร่วมลงพื้นที่ทำกิจกรรมคัดกรองเด็กในชุมชน ขณะเดียวกันดานอนยังเดินหน้าขยายความร่วมมือกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และเครือข่ายโรงพยาบาล เพื่อผลักดันให้เกิดการตระหนักรู้และให้เด็กๆ เข้าถึงการคัดกรองความเสี่ยงภาวะโลหิตจางได้โดยไม่ต้องเจาะเลือด IDA: “ภัยเงียบ” ที่ส่งผลระยะยาว หากไม่เฝ้าระวังตั้งแต่ต้น ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก หรือ IDA เป็น “ภัยเงียบ” และเป็นหนึ่งในภาวะขาดสารอาหารที่พบบ่อยในเด็กไทย โดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 5–6 ปี มักเกิดขึ้นโดยไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก แต่สามารถส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโต พัฒนาการทางร่างกาย พัฒนาการทางสมอง การเรียนรู้ และระดับสติปัญญาในระยะยาว หากไม่ได้รับการเฝ้าระวังและดูแลอย่างเหมาะสมตั้งแต่ช่วงต้นของชีวิต ด้วยลักษณะที่ไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรกและสังเกตได้ยาก การสร้างความตระหนักรู้แก่ผู้ดูแลควบคู่กับการคัดกรองความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยระบุความเสี่ยงและนำไปสู่การดูแลที่เหมาะสม ข้อมูลในประเทศไทยยังสะท้อนว่า เด็กไทยประมาณ 1 ใน 3 อาจมีความเสี่ยงต่อภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ซึ่งตอกย้ำความจำเป็นของการขยายการเข้าถึงการเฝ้าระวังและคัดกรองให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ผนึกกำลังระดับประเทศ เสริมศักยภาพการคัดกรองภาวะ IDA ในโรงพยาบาล  ดานอน ประเทศไทย ร่วมมือกับกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/08/danone-day-2026/">ร่วมป้องกัน “ภัยเงียบ” ในเด็กไทย: ดานอน ประเทศไทย ร่วมกับภาครัฐ เพื่อรณรงค์ป้องกันและขยายการเข้าถึงการคัดกรองโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในเด็ก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ดานอน ประเทศไทย</strong> เดินหน้าขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก (Iron Deficiency Anemia: IDA) อย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือกับภาครัฐและชุมชนในโอกาสวัน<strong> Danone Day</strong></p>
<p><span id="more-43682"></span></p>
<p>โดยในประเทศไทย ปีนี้ถือเป็นปีที่สองที่พนักงานดานอนร่วมลงพื้นที่ทำกิจกรรมคัดกรองเด็กในชุมชน ขณะเดียวกันดานอนยังเดินหน้าขยายความร่วมมือกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และเครือข่ายโรงพยาบาล เพื่อผลักดันให้เกิดการตระหนักรู้และให้เด็กๆ เข้าถึงการคัดกรองความเสี่ยงภาวะโลหิตจางได้โดยไม่ต้องเจาะเลือด</p>
<p><strong>IDA: </strong><strong>“ภัยเงียบ” ที่ส่งผลระยะยาว หากไม่เฝ้าระวังตั้งแต่ต้น</strong></p>
<p>ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก หรือ <strong>IDA</strong> เป็น “<strong>ภัยเงียบ</strong>” และเป็นหนึ่งในภาวะขาดสารอาหารที่พบบ่อยในเด็กไทย โดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 5–6 ปี มักเกิดขึ้นโดยไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก แต่สามารถส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโต</p>
<p>พัฒนาการทางร่างกาย พัฒนาการทางสมอง การเรียนรู้ และระดับสติปัญญาในระยะยาว หากไม่ได้รับการเฝ้าระวังและดูแลอย่างเหมาะสมตั้งแต่ช่วงต้นของชีวิต</p>
<p>ด้วยลักษณะที่ไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรกและสังเกตได้ยาก การสร้างความตระหนักรู้แก่ผู้ดูแลควบคู่กับการคัดกรองความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยระบุความเสี่ยงและนำไปสู่การดูแลที่เหมาะสม ข้อมูลในประเทศไทยยังสะท้อนว่า เด็กไทยประมาณ 1 ใน 3 อาจมีความเสี่ยงต่อภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ซึ่งตอกย้ำความจำเป็นของการขยายการเข้าถึงการเฝ้าระวังและคัดกรองให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>ผนึกกำลังระดับประเทศ เสริมศักยภาพการคัดกรองภาวะ </strong><strong>IDA </strong><strong>ในโรงพยาบาล</strong></p>
<figure id="attachment_43689" aria-describedby="caption-attachment-43689" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-43689 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/dd7.jpg" alt="" width="1200" height="715" /><figcaption id="caption-attachment-43689" class="wp-caption-text">แดนิช ราห์มัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดานอนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ลำดับที่ 5 จากซ้าย) นายวินเซนต์ เต ผู้จัดการประจำประเทศไทย (ลำดับที่ 4 จากซ้าย)และตัวแทนพนักงานดานอน ประเทศไทย เข้าปรึกษาหารือความร่วมมือกับกรมการแพทย์ โดยมี แพทย์หญิงธญรช ทิพยวงษ์ ที่ปรึกษากรมการแพทย์ (ลำดับที่ 5 จากขวา) นายนิมิต รัตนรงคาภรณ์ รองผู้อำนวยการกองวิชาการแพทย์ (ลำดับที่ 2 จากขวา) แพทย์หญิงรัชดา เกษมทรัพย์ นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานกุมารเวชศาสตร์ จากสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (ลำดับที่ 4 จากขวา) แพทย์หญิงวรลักษณ์ สุติรัตนชัย นายแพทย์ปฏิบัติการ จากโรงพยาบาลเลิดสิน (ลำดับที่ 3 จากขวา) และ นางสาวภัครนันท์ พันพา พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ จากโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี (ลำดับที่ 1 จากซ้าย) เข้าร่วมการหารือความร่วมมือเพื่อการสร้างความตระหนักรู้ และสนับสนุนการตรวจคัดกรองความเสี่ยงภาวะ IDA แต่เนิ่นๆ</figcaption></figure>
<p><b><i> </i></b>ดานอน ประเทศไทย ร่วมมือกับกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และเครือข่ายโรงพยาบาลในสังกัด ได้แก่ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี โรงพยาบาลเลิดสิน และโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี เพื่อสนับสนุนเครื่องมือคัดกรองความเสี่ยงภาวะ IDA แบบไม่ต้องเจาะเลือด เพื่อสนับสนุนการนำไปใช้ในบริบทของระบบบริการสุขภาพ</p>
<p><strong>แพทย์หญิงธญรช ทิพยวงษ์ ที่ปรึกษากรมการแพทย์</strong> กล่าวว่า <em>“</em><em>กรมการแพทย์ขอขอบคุณดานอน ประเทศไทย ที่มีความตั้งใจในการสนับสนุนงานด้านสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง ด้วยการส่งเสริมการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับผลกระทบของภาวะ </em><em>IDA </em><em>รวมถึงการสนับสนุนให้มีการตรวจคัดกรองแต่เนิ่นๆ และสนับสนุนเครื่องมือเพื่อประโยชน์ด้านสุขภาพของเด็ก ๆ”</em></p>
<p>ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการขยายการดูแลภาวะ IDA ในหลายระดับที่ผ่านมา โดยที่ผ่านมา ดานอน ประเทศไทย ได้ร่วมมือกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และสำนักอนามัย กรุงเทพมหานครในการส่งเสริมการสร้างความตระหนักรู้และการคัดกรองในระดับชุมชนและประชากร <strong>ความร่วมมือกับกรมการแพทย์ในครั้งนี้ ช่วยเสริมบทบาทในระดับโรงพยาบาล ซึ่งเป็นอีกขั้นสำคัญในการรองรับเด็กที่ได้รับการประเมินความเสี่ยงจากชุมชน และเชื่อมต่อเข้าสู่การดูแลในระบบบริการสุขภาพอย่างเหมาะสม</strong></p>
<p><strong>เสียงจากโรงพยาบาล: ความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการคัดกรองภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในเด็ก</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43684 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/dd1.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>นายแพทย์อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวว่า </strong><strong>“</strong><em>การลดความชุกของภาวะ </em><em>IDA </em><em>ในเด็กไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในระยะสั้น แต่ต้องอาศัยความต่อเนื่องในการเฝ้าระวังและดูแล การสนับสนุนเครื่องมือและความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่ช่วยให้เราสามารถดูแลเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะยาว”</em></p>
<p><strong> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43685 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/dd2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></strong></p>
<p><strong>ด้านนายแพทย์เกรียงไกร เบญจวงศ์เสถียร รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กล่าวว่า </strong><strong>“</strong><em>ทางโรงพยาบาลสนับสนุนให้เด็กๆ เข้ารับการตรวจคัดกรองภาวะโลหิตจางแต่เนิ่นๆ  และเชื่อว่าเครื่องมือคัดกรองความเสี่ยงโดยไม่ต้องเจาะเลือดนี้จะเป็นทางเลือกในการประเมินความเสี่ยงเพิ่มเติมที่ช่วยสนับสนุนการป้องกันเชิงรุกได้มากขึ้น เพราะเป็นมิตรต่อเด็กๆ  โดยเฉพาะเด็กเล็ก</em>”</p>
<p><strong> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43686 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/dd3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></strong></p>
<p><strong>นายแพทย์อดิศักด์ งามขจรวิวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลิดสิน กล่าวว่า </strong><strong>“</strong><em>ในบริบทของโรงพยาบาลรัฐ การเข้าถึงการคัดกรองที่สะดวกและรวดเร็วมีความสำคัญอย่างมาก ความร่วมมือในครั้งนี้ช่วยเสริมศักยภาพให้ทางโรงพยาบาลประเมินความเสี่ยงภาวะโลหิตจางได้ง่ายและรวดเร็ว ช่วยให้เด็กที่มีความเสี่ยงได้รับการคัดกรองและเข้ารับการรักษาได้เร็วขึ้น</em><strong><em>”</em></strong></p>
<p><strong> </strong><strong>สร้างความตระหนักรู้สู่เด็กๆ ในชุมชน</strong></p>
<p>ควบคู่กับความร่วมมือในระดับประเทศ ดานอน ประเทศไทย ได้ต่อยอดสู่การลงมือปฏิบัติในระดับพื้นที่ โดยจัดกิจกรรมตรวจคัดกรองความเสี่ยงภาวะ IDA สำหรับเด็กปฐมวัยจำนวน 160 คน ณ โรงเรียนอนุบาลเคหะบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ร่วมกับสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมบางพลี และหน่วยงานในพื้นที่</p>
<p>โดย <strong>ดร.พิไลวรรณ แตงขาว ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเคหะบางพลี</strong> กล่าวว่า <em>“กิจกรรมในวันนี้เป็นโอกาสที่ดีมาก<br />
ที่เด็ก ๆ ได้รับการคัดกรองความเสี่ยงภาวะ </em><em>IDA </em><em>ตั้งแต่ระยะแรก ซึ่งโดยปกติภาวะนี้มักไม่แสดงอาการชัดเจน ทำให้ทั้งโรงเรียนและผู้ปกครองอาจไม่สามารถสังเกตได้เอง อีกทั้งรูปแบบการตรวจที่เป็นมิตรกับเด็ก ยังช่วยให้เด็ก ๆ ไม่รู้สึกกังวลหรือกลัว ในขณะเดียวกัน คุณครูและผู้ปกครองก็ได้มีความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะนี้มากขึ้น สามารถนำไปดูแลเด็กได้อย่างเหมาะสม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของโรงเรียนที่ให้ความสำคัญกับการดูแลเด็กให้มีสุขภาพที่ดีตั้งแต่ช่วงปฐมวัย เพื่อให้พร้อมต่อการเรียนรู้และการเติบโตในระยะยาว”</em></p>
<figure id="attachment_43687" aria-describedby="caption-attachment-43687" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-43687 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/dd4.jpg" alt="" width="1200" height="874" /><figcaption id="caption-attachment-43687" class="wp-caption-text">จากซ้าย: นางสาว นัฏฐ์ภัสสร ธรรมศิรารักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายโครงการปฏิบัติการและการจัดซื้อ ดานอน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้,   นางอภิชญา  หนูทวี รองผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเคหะบางพลี, นางสาวสิวินีย์ ปิ่นทอง ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการดานอน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ดร.พิไลวรรณ แตงขาว ผู้อำนวยการโรงเรียนเคหะบางพลี, ดร.เพียงใจ หาญวัฒนาวุฒิ ผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมบางพลี</figcaption></figure>
<p><strong>ภาคอุตสาหกรรมร่วมขยายการเข้าถึงการเฝ้าระวังในชุมชน</strong></p>
<p>ความร่วมมือในครั้งนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมบางพลี ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการประสานความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและชุมชนในพื้นที่ โดย <strong>ดร.เพียงใจ หาญวัฒนาวุฒิ ผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมบางพลี</strong> กล่าวว่า “<em>บทบาทของนิคมอุตสาหกรรม ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการดูแลภาคอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนโดยรอบ </em><em>กิจกรรมในวันนี้สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ภาคเอกชน และหน่วยงานในพื้นที่ ที่สามารถทำงานร่วมกันเพื่อจัดกิจกรรมให้กับเด็ก ๆ ได้อย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับบริบทของชุมชน เพื่อให้เด็กๆ ในพื้นที่ของเรามีสุขภาพที่ดี</em>”</p>
<p>เบื้องหลังกิจกรรมในครั้งนี้ คือพลังของพนักงานดานอนที่มีความเชื่อร่วมกันว่า การดูแลภาวะ IDA ควรเริ่มตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิต ก่อนที่ผลกระทบจะเกิดขึ้น พนักงานดานอน ประเทศไทย จึงใช้วัน Danone Day เป็นวันพิเศษที่พนักงานได้มีโอกาสร่วมลงมือผลักดันให้เกิดการส่งต่อความรู้และสนับสนุนคัดกรองความเสี่ยงภาวะ IDA ตั้งแต่เนิ่น ๆ ในชุมชนที่ดานอนดำเนินธุรกิจอยู่อย่างนิคมอุตสาหกรรมบางพลี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43690 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/dd5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>เสียงจากดานอน: ร่วมสร้างความตระหนักรู้ เพื่อให้เด็กได้รับการดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ</strong></p>
<p><strong>นายแดนิช ราห์มัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดานอน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้</strong> กล่าวว่า “<em>ภาวะ </em><em>IDA </em><em>เป็นภาวะที่มักไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก แต่ส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กในระยะยาว สิ่งที่ดานอนมุ่งมั่น คือการสร้างความตระหนักรู้และสนับสนุนการตรวจคัดกรองแต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการร่างกายและสมองของเด็กๆ</em> <em>ดานอนจึงขอขอบคุณความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมในครั้งนี้ ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญของการทำงานร่วมกันในระบบสุขภาพ และเรายินดีที่จะสานต่อความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันสนับสนุนการดูแลสุขภาพเด็กในระยะยาว</em>”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/08/danone-day-2026/">ร่วมป้องกัน “ภัยเงียบ” ในเด็กไทย: ดานอน ประเทศไทย ร่วมกับภาครัฐ เพื่อรณรงค์ป้องกันและขยายการเข้าถึงการคัดกรองโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในเด็ก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เพราะสุขภาพของคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องเดียวกัน &#8216;Power Green Camp รุ่น 21&#8217; เชื่อม​แนวคิด &#8216;One Health&#8217; ปลูกทักษะ​เยาวชนไทยคิดอย่างบูรณาการ สร้างต้นน้ำบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมให้ประเทศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/power-green-camp-2026-one-health/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 17 May 2026 10:41:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[5Cs]]></category>
		<category><![CDATA[banpu]]></category>
		<category><![CDATA[One Health]]></category>
		<category><![CDATA[​Power Green Camp]]></category>
		<category><![CDATA[The Science of Survival]]></category>
		<category><![CDATA[ค่ายวิทยาศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[บูรณาการ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อรันย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอน]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยมหิดล]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐพล สุคันธี]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[อยู่ดี มีภูมิ]]></category>
		<category><![CDATA[เพาเวอร์กรีน]]></category>
		<category><![CDATA[เยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[โรคติดต่อ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41845</guid>

					<description><![CDATA[<p>จบไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ &#8216;ค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมเพาเวอร์กรีน&#8217; (Power Green Camp) ที่ขับเคลื่อนมาต่อเนื่องกว่า 2 ทศวรรษ พร้อมเนื้อหาการเรียนรู้ที่เข้มข้น ตอบโจทย์​บริบทและสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมในแต่ละปี เพื่อให้น้องๆ เยาวชนทั้ง 50 คน ที่เข้าร่วมโครงการได้อัปสกิล ​พร้อมเรียนรู้แนวคิดใหม่ๆ ผ่านการต่อยอดองค์ความรู้และกระบวนการคิดทางวิทยาศาสตร์ เพื่อมีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน สำหรับการขับเคลื่อน Power Green Camp ในปีนี้เป็นปี​ที่ 21 ภายใต้ความร่วมมือของ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดค่ายด้วยแนวคิด &#8216;One Health: The Science of Survival – อยู่ดี มีภูมิ&#8217; เพื่อต้องการพัฒนาแนวการคิดและวิเคราะห์ปัญหาอย่างเป็นระบบและ​บูรณาการ (System Thinking) พร้อมสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนไทย ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนและดูแลโลกในอนาคต ภายใต้ปัญหาที่จะมีความซับซ้อนเพิ่มมากขึ้น ​ทำให้จำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้ในหลากหลายมิติเพื่อสามารถเชื่อมโยงมาสู่การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมด้านต่างๆ ในอนาคตได้ เนื่องจาก ​​ปัญหารวมทั้งแนวคิดในการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันไม่สามารถมองแค่มิติสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว เพราะไม่ใช่แค่ปัญหาที่กระทบแค่เรื่องของธรรมชาติ แต่ยังเชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่ต้องพัฒนาร่วมกันทั้งมิติเศรษฐกิจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/power-green-camp-2026-one-health/">เพราะสุขภาพของคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องเดียวกัน &#8216;Power Green Camp รุ่น 21&#8217; เชื่อม​แนวคิด &#8216;One Health&#8217; ปลูกทักษะ​เยาวชนไทยคิดอย่างบูรณาการ สร้างต้นน้ำบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมให้ประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จบไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ <strong>&#8216;ค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมเพาเวอร์กรีน&#8217; (</strong><strong>Power Green Camp) </strong>ที่ขับเคลื่อนมาต่อเนื่องกว่า 2 ทศวรรษ พร้อมเนื้อหาการเรียนรู้ที่เข้มข้น ตอบโจทย์​บริบทและสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมในแต่ละปี เพื่อให้น้องๆ เยาวชนทั้ง 50 คน ที่เข้าร่วมโครงการได้อัปสกิล ​พร้อมเรียนรู้แนวคิดใหม่ๆ ผ่านการต่อยอดองค์ความรู้และกระบวนการคิดทางวิทยาศาสตร์ เพื่อมีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน</p>
<p><span id="more-41845"></span></p>
<p>สำหรับการขับเคลื่อน <strong>Power Green Camp </strong>ในปีนี้เป็นปี​ที่ 21 ภายใต้ความร่วมมือของ<strong> บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</strong> และ <strong>คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล </strong> เปิดค่ายด้วยแนวคิด <strong>&#8216;</strong><strong>One Health: The Science of Survival – </strong><strong>อยู่ดี มีภูมิ&#8217; </strong>เพื่อต้องการพัฒนาแนวการคิดและวิเคราะห์ปัญหาอย่างเป็นระบบและ​บูรณาการ (System Thinking) พร้อมสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนไทย ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนและดูแลโลกในอนาคต ภายใต้ปัญหาที่จะมีความซับซ้อนเพิ่มมากขึ้น ​ทำให้จำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้ในหลากหลายมิติเพื่อสามารถเชื่อมโยงมาสู่การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมด้านต่างๆ ในอนาคตได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41851 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/นนน-คาเฟ่-กาญจนบุรี_-กิจกรรมการเรียนรู้หัวข้อ-_คาเฟ่ใกล้ป่า__-แนวทางการทำธุรกิจที่อย-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>เนื่องจาก ​​ปัญหารวมทั้งแนวคิดในการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันไม่สามารถมองแค่มิติสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว เพราะไม่ใช่แค่ปัญหาที่กระทบแค่เรื่องของธรรมชาติ แต่ยังเชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่ต้องพัฒนาร่วมกันทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม รวมทั้งคุณภาพชีวิตมนุษย์ทั่วโลกด้วย นำมาสู่กรอบสำคัญขับเคลื่อนค่าย <strong>Power Green Camp </strong>ในปีนี้ด้วยแนวคิด <strong>สุขภาพหนึ่งเดียว</strong><strong> (One Health) </strong>เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งองค์ความรู้ และแนวทางการปรับตัวให้คนรุ่นใหม่ได้ทำความเข้าใจและเรียนรู้ ผ่านกิจกรรมต่างใน Power Green Camp​ ​ปีนี้ ซึ่งจัดไป​​ระหว่างวันที่ 27 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา</p>
<p><strong>​คุณรัฐพล สุคันธี</strong> ผู้อำนวยการสายอาวุโส–สื่อสารองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บ้านปูให้ความสำคัญในการ <strong>&#8216;พัฒนาคน&#8217;</strong> โดยเฉพาะพัฒนาและปลูกฝังทักษะแก่เยาวชน ​ผ่าน​มุมมองและเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์เพื่อมาช่วยขับเคลื่อนการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงพัฒนาการของปัญหาที่เปลี่ยนไปในแต่ละปี เพื่อสามารถเชื่อมโยงทักษะ องค์ความรู้ที่ได้จากการในค่ายเพาเวอร์กรีนมาต่อยอดใช้จริงให้เกิดประโยชน์ภายนอกได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม และสามารถปรับตัวรวมทั้งการเลือกใช้องค์ความรู้แต่ละด้านมาใช้ในการแก้ปัญหา และดูแลโลกในอนาคตได้อย่างมีความเข้าใจ และรู้เท่าทัน รวมทั้งสามารถปรับตัวได้อย่างยืดหยุ่นเพื่อรับมือปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างมีภูมิคุ้มกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41854 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/โรงพยาบาลปศุสัตว์และสัตว์ป่า-ปศุปาลัน_-กิจกรรม-Wildlife-Parasite-Lab-9.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ตลอด 21 ปีที่ผ่านมา ค่ายเพาเวอร์กรีน สร้างเครือข่ายเยาวชนได้เกือบ 1,300 คน เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการดูแลปัญหาสิ่งแวดล้อม</strong> โดยเฉพาะในปีล่าสุดนี้ได้ออกแบบให้เกิดการเรียนรู้เพื่อเข้าใจความเชื่อมโยงของโลกอย่างเป็นระบบ รวมทั้งใช้​วิทยาศาสตร์และข้อมูลวิเคราะห์ปัญหา ลงมือออกแบบแนวทางแก้ไข ให้เกิดท้ัง​​ภูมิความรู้​ และ​มิคุ้มกัน​ ผ่านรูปแบบการเรียนรู้ตามแนวทาง <strong>5Cs </strong><strong>(</strong><strong>5C Learning Journey)</strong> ได้แก่</p>
<p><strong>&#8211; Connect the dots </strong>: ทำความเข้าใจแนวคิด One Health และความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพของมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เห็นภาพใหญ่ของปัญหาในโลกปัจจุบัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41856 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ผู้ช่วยศาสตราจารย์-ดร.อรันย์-ศรีรัตนา-ทาบูกานอน-ประธานโครงการค่ายเพาเวอร์กรีน-ครั้งท-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; Confront  the Crisis</strong>: เรียนรู้และเผชิญกับสถานการณ์จริงของโลก ผ่านประเด็นสำคัญ เช่น โรคอุบัติใหม่และโรคติดต่อข้ามสายพันธุ์ การลดความเสี่ยงโรคระบาดและการสร้างเกราะป้องกันโรคในชุมชน ความปลอดภัยทางอาหาร น้ำ และดิน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการบริหารจัดการเมื่อเกิดภัยพิบัติ</p>
<p><strong>&#8211; Crack the Clue</strong>: ฝึกใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และข้อมูล เช่น การตรวจวัดคุณภาพอากาศ การวิเคราะห์คุณภาพน้ำและดิน การเรียนรู้ระบบเฝ้าระวังโรค และการใช้ข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ปัญหาอย่างเป็นระบบ</p>
<p><strong>&#8211;  Create the Cure</strong>: บูรณาการความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ เพื่อพัฒนาแนวทางแก้ไขผ่านการฝึกปฏิบัติและการทำโครงงานกลุ่มวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม</p>
<p><strong>&#8211; Communicate  for Change</strong>: พัฒนาทักษะการสื่อสารและการเล่าเรื่อง เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่สังคมในฐานะผู้สร้างคอนเทนต์ (Content Creator) และสามารถนำความรู้ไปขยายผลในโรงเรียน ชุมชน และสังคม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41847 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบ้องตี้_-กิจกรรม-The-Crisis-Hub_-ภารกิจกอบกู้วิกฤต-One-Health-4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อรันย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอน </strong>รองคณบดีฝ่ายการศึกษาและวิเทศสัมพันธ์  คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะประธานโครงการค่ายเพาเวอร์กรีน ครั้งที่ 21 กล่าวว่า ความท้าทายของโลกในอนาคต ไม่ใช่ปัญหาที่แก้ได้ด้วยความรู้เพียงสาขาเดียว ​ แต่เป็นปัญหาที่ต้องการคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจความเชื่อมโยงของโลกทั้งระบบ ในมุมของการศึกษา สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการให้ความรู้ แต่คือการสร้างวิธีคิด ให้เยาวชนเข้าใจความเสี่ยงของโลก เข้าใจความเชื่อมโยงของปัญหา และสามารถปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงได้ ค่ายเพาเวอร์กรีนจึงไม่ได้มุ่งเพียงให้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม แต่ต้องการพัฒนาเยาวชนให้มีทั้งความรู้ ทักษะ และวิธีคิดแบบบูรณาการ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับโลกอนาคต</p>
<p><em>&#8220;พัฒนาการในการดูแลสิ่งแวดล้อมก็เปลี่ยนแปลงและแตกต่างไปตามบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป จากที่ก่อนหน้าอาจจะหมายถึงการอนุรักษ์หรือดูแลป่าไม้ มาเป็นการขับเคลื่อนในระดับบุคคลได้มากขึ้น ผ่าน 3R การแยกขยะ หรือการขับเคลื่อนของภาคธุรกิจ ผ่านการพัฒนากระบวนการในการลดคาร์บอน การลดก๊าซเรือนกระจก ​แต่ปัจจุบันสิ่งแวดล้อม ผนวกเป็นมิติหนึ่งของความยั่งยืน ซึ่งเป็นการพัฒนาแบบองค์รวม ที่ต้องเชื่อมโยงทั้งเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตเข้ามาไว้รวมกัน รวมทั้งการมองถึงความเสี่ยงรอบด้านมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของสุขภาพ ซึ่งรวมทั้งสภาพแวดล้อมที่ดี ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องทั้งสุจภาพของคนและสัตว์ และยังเป็นวาระที่ทั้งโลกให้ความสนใจ โดยเฉพาะการสร้างภูมิคุ้มกันทั้งในคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม โดยได้ออกแบบเป็นการเรียนรู้ภายในค่ายเพาเวอร์กรีนเพื่อให้น้องๆ ได้สัมผัส และเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อม​​เผชิญสิ่งที่ไม่สามารถคาดเดา แต่สามารถรับมือและปรับตัวได้ ผ่านทักษะและองค์ความรู้ที่ได้รับจากการร่วมกิจกรรมภายในค่ายเพาเวอร์กรีนครั้งนี้&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41853 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/โรงพยาบาลปศุสัตว์และสัตว์ป่า-ปศุปาลัน_-กิจกรรม-การถ่ายพยาธิวัวในการตรวจสุขภาพประจ-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับกิจกรรมต่างๆ ที่ Power Green Camp ออกแบบให้เยาวชนทั้ง 50 คน ได้เรียนรู้ในปีนี้ อาทิ  <strong>การเรียนรู้วิธีคิดแบบบูรณาการเพื่อเชื่อมโยงสุขภาพทั้งคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อมให้เชื่อมโยงเป็นภาพเดียวกัน</strong> พร้อมเรียนรู้วิธีป้องกันเพื่อรับมือ​ความเสี่ยงจากโรคติดต่อจากสัตว์มาสู่​คน โดยเฉพาะปัจจุบันมีโรคอุบัติใหม่เป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงสำคัญเรื่องสุขภาพของผู้คนเพิ่มมากขึ้น ​<strong>การเรียนรู้วงจรชีวิตปรสิตซึ่งเป็นหนึ่งพาหะสำคัญ​ที่ทำให้เกิดการติดต่อต่างๆ ไปจนถึงการเรียนรู้ด้านปศุสัตว์ ผ่านการเลี้ยงวัว ​ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อาหาร</strong> สุขภาพของวัว ตั้งแต่สภาพแวดล้อมในฟาร์ม ไปจนถึงอาหาร น้ำ และสุขภาพของวัว จึง​​มีผลต่อเชื่อมโยงมาสู่สุขภาพมนุษย์ จึงเป็นหนึ่งข้อพิสูจน์ว่าได้ว่า สุขภาพของคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกันและต้องบริหารจัดการร่วมกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</p>
<p><em>​&#8221;บ้านปูมองว่าบทบาทของภาคธุรกิจในการสร้างความยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ แต่คือการมีส่วนร่วมในการพัฒนาคน ตามแนวคิดการดำเนินงานความรับผิดชอบต่อสังคมของบ้านปู &#8216;<strong>เสริมศักยภาพ สร้างพลังแห่งอนาคต (</strong><strong>Embracing Potential, Energizing People)&#8217; </strong>เพราะคนคือกลไกสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนอนาคตของสังคม เราจึงมุ่งสร้างโอกาสทางการเรียนรู้และเสริมศักยภาพคนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ค่ายเพาเวอร์กรีนจึงไม่ใช่เพียงค่ายเยาวชน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้าง <strong>&#8216;</strong><strong>ต้นน้ำของบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ&#8217;</strong> เพื่อพัฒนาเยาวชนให้มีความรู้ มีทักษะ และมีจิตสำนึกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต”</em> <strong>คุณรัฐพล</strong><strong> </strong><strong>กล่าวทิ้งท้าย</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41850 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/มหาวิทยาลัยมหิดล-วิทยาเขตศาลายา_-กิจกรรมฝึกปฏิบัติภาคสนาม-Forest-Therapy_-สุขภาพดีในป่าในเมือ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/power-green-camp-2026-one-health/">เพราะสุขภาพของคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องเดียวกัน &#8216;Power Green Camp รุ่น 21&#8217; เชื่อม​แนวคิด &#8216;One Health&#8217; ปลูกทักษะ​เยาวชนไทยคิดอย่างบูรณาการ สร้างต้นน้ำบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมให้ประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บางกอกเคเบิ้ล จัดงานวิ่งเพื่อพลังงานสะอาด “Powering Bangkok’s Future Run 2026” ส่งต่อรายได้สนับสนุนโซลาร์ให้โรงเรียน พร้อมส่งมอบลานยืดเหยียดให้ กทม.   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/04/bcc-powering-bangkoks-future-run-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 12 Apr 2026 06:10:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Cable]]></category>
		<category><![CDATA[BCC]]></category>
		<category><![CDATA[Powering Bangkok’s Future Run 2026]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิ่งเพื่อพลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พงศภัค นครศรี]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41078</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปิดฉากเช้าวันอาทิตย์สุดคึกคักใจกลาง สวนลุมพินี กับงานวิ่ง “Powering Bangkok’s Future Run 2026” โดย บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด (BCC) ที่ชวนเหล่านักวิ่งและคนเมืองกว่า 600 คน ออกมาร่วมขยับร่างกาย เพื่อสุขภาพและเติมพลังให้ตัวเอง พร้อมส่งต่อพลังเล็กๆ ร่วมกันสร้างเมืองที่น่าอยู่และยั่งยืนยิ่งขึ้น นายพงศภัค นครศรี ประธานเจ้าหน้าที่สายงานขายและการตลาด บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด หรือ Bangkok Cable (BCC) ผู้นำด้านการผลิตและพัฒนาสายไฟฟ้าและสายเคเบิลชั้นนำของประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทได้จัดงานวิ่งเพื่อพลังงานสะอาด “Powering Bangkok’s Future Run 2026” ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อตอกย้ำบทบาทของบางกอกเคเบิ้ลในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศ ที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการพัฒนาเทคโนโลยีหรือระบบพลังงานเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับ “คุณภาพชีวิตของผู้คน” ซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจากกิจกรรม จะนำไปสมทบทุนโครงการ “Power to Learn: เชื่อมต่อพลังงานสะอาด สร้างโอกาสแห่งการเรียนรู้ให้เยาวชนไทย” ที่ดำเนินการร่วมกับ ION Energy [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/bcc-powering-bangkoks-future-run-2026/">บางกอกเคเบิ้ล จัดงานวิ่งเพื่อพลังงานสะอาด “Powering Bangkok’s Future Run 2026” ส่งต่อรายได้สนับสนุนโซลาร์ให้โรงเรียน พร้อมส่งมอบลานยืดเหยียดให้ กทม.   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปิดฉากเช้าวันอาทิตย์สุดคึกคักใจกลาง สวนลุมพินี กับงานวิ่ง <strong>“Powering Bangkok’s Future Run 2026”</strong> โดย <strong>บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด (</strong><strong>BCC)</strong> ที่ชวนเหล่านักวิ่งและคนเมืองกว่า 600 คน ออกมาร่วมขยับร่างกาย เพื่อสุขภาพและเติมพลังให้ตัวเอง พร้อมส่งต่อพลังเล็กๆ ร่วมกันสร้างเมืองที่น่าอยู่และยั่งยืนยิ่งขึ้น</p>
<p><span id="more-41078"></span></p>
<p><strong>นา</strong><strong>ยพงศภัค นครศรี ประธานเจ้าหน้าที่สายงานขายและการตลาด บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด</strong> หรือ <strong>Bangkok Cable (BCC)</strong> ผู้นำด้านการผลิตและพัฒนาสายไฟฟ้าและสายเคเบิลชั้นนำของประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทได้จัดงานวิ่งเพื่อพลังงานสะอาด <strong>“Powering Bangkok’s Future Run 2026”</strong> ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อตอกย้ำบทบาทของบางกอกเคเบิ้ลในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศ ที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการพัฒนาเทคโนโลยีหรือระบบพลังงานเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับ <strong>“</strong><strong>คุณภาพชีวิตของผู้คน</strong><strong>”</strong> ซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน</p>
<p>ทั้งนี้ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจากกิจกรรม จะนำไปสมทบทุนโครงการ <strong>“Power to Learn: </strong><strong>เชื่อมต่อพลังงานสะอาด สร้างโอกาสแห่งการเรียนรู้ให้เยาวชนไทย</strong><strong>”</strong> ที่ดำเนินการร่วมกับ ION Energy เพื่อสนับสนุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์) และระบบการจัดการพลังงาน (Energy Management Platform) รวมถึงการปรับปรุงระบบไฟฟ้า สายไฟฟ้าที่ปลอดภัย ให้กับโรงเรียนในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่อง อันเป็นการต่อยอด <strong>“</strong><strong>พลังงานสะอาด</strong><strong>”</strong> ไปสู่ <strong>“โอกาสทางการศึกษา</strong><strong>”</strong> อย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41080 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/BCC2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ที่ผ่านมา ได้ติดตั้งไปแล้ว 3 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนบ้านขาแหย่งพัฒนา จ.เชียงราย โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย จ.นครนายก และโรงเรียนสวนลุมพินี กรุงเทพฯ โดยสามารถลดค่าไฟให้โรงเรียนสวนลุมพินีถึง 55% เมื่อเทียบกับก่อนติดโซลาร์ ส่งผลให้โรงเรียนสามารถนำค่าใช้จ่ายที่ลดลง ไปลงทุนพัฒนาคุณภาพการศึกษาส่วนอื่นเพิ่มเติมได้</p>
<p>กิจกรรม <strong>“Powering Bangkok’s Future Run </strong><strong>2026</strong><strong>”</strong> ได้รับความสนใจจากนักวิ่งและประชาชนจำนวนมาก โดยแบ่งเป็นระยะทาง 5 และ 10 กิโลเมตร ท่ามกลางบรรยากาศพื้นที่สีเขียวใจกลางเมือง สะท้อนแนวคิดการผสาน <strong>“</strong><strong>สุขภาพ </strong><strong>– </strong><strong>พลังงานสะอาด </strong><strong>– </strong><strong>ความรับผิดชอบต่อสังคม</strong><strong>”</strong> เข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41081 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/BCC3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกเหนือจากกิจกรรมวิ่ง บางกอกเคเบิ้ลยังได้ดำเนินการปรับปรุง <strong>ลานยืดเหยียดและพื้นที่ออกกำลังกาย บริเวณประตู </strong><strong>1</strong><strong> สวนลุมพินี (ฝั่งถนนวิทยุ) </strong>เพื่อยกระดับพื้นที่สาธารณะให้ตอบโจทย์การใช้งานของประชาชน และส่งเสริมการออกกำลังกายในชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งได้ส่งมอบให้แก่กรุงเทพมหานคร (กทม.) อย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจาก <strong>นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</strong> มาเป็นประธานเปิดงานวิ่ง พร้อมเป็นผู้รับมอบลานยืดเหยียด เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา</p>
<p><strong>นายพงศภัค</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับลานยืดเหยียดดังกล่าว มีพื้นที่ประมาณ 300 ตร.ม. โดยบริษัทได้เข้าปรับปรุงพื้นที่ตัวลาน จัดทำประติมากรรม เพิ่มชุดโต๊ะเก้าอี้ และทัศนียภาพโดยรอบ โดยเชื่อมั่นว่าพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นที่ช่วยสร้างพฤติกรรมการดูแลสุขภาพให้กับคนเมือง และสะท้อนแนวคิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียง “ระบบพลังงาน” แต่รวมถึง “โครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพชีวิต” ที่ทุกคนเข้าถึงได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41082 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/BCC4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด</strong> หรือ <strong>Bangkok Cable (BCC)</strong> เป็นผู้นำด้านการผลิตและพัฒนาสายไฟฟ้าและสายเคเบิลชั้นนำของประเทศไทย ก่อตั้งในปี พ.ศ.2507 ให้บริการครอบคลุม 7 กลุ่มการใช้งาน ได้แก่ 1.ระบบผลิตและส่งพลังงานไฟฟ้า (Transmission) 2.ระบบจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า (Distribution) 3.ระบบไฟฟ้าภายในบ้านพักและอาคาร (Construction and Building) 4.ระบบขนส่งและคมนาคม (Transportation and Mobility) 5.ระบบไฟฟ้าในโรงงาน และภาคอุตสาหกรรม (Industrial) 6.พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) และ 7.ระบบไฟฟ้าในรถยนต์ (Automotive) เพื่อสร้างความปลอดภัยและขับเคลื่อนเมืองสู่อนาคต ปัจจุบัน มีลูกค้าโครงการขนาดใหญ่ของทั้งภาครัฐและเอกชนจำนวนมากที่ใช้สายไฟฟ้าของบางกอกเคเบิ้ล อาทิ โครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค สนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 2 โครงการสายไฟฟ้าใต้ดิน รถไฟฟ้าสายสีชมพู โครงการรถไฟทางคู่สายตะวันออก และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบลอยน้ำ เขื่อนอุบลรัตน์ นอกจากนี้ บริษัท มีส่วนสนับสนุนโครงการ ASEAN Power Grid โดยเฉพาะโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนหลวงพระบาง (Luang Prabang Hydropower Project) ในประเทศลาว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/bcc-powering-bangkoks-future-run-2026/">บางกอกเคเบิ้ล จัดงานวิ่งเพื่อพลังงานสะอาด “Powering Bangkok’s Future Run 2026” ส่งต่อรายได้สนับสนุนโซลาร์ให้โรงเรียน พร้อมส่งมอบลานยืดเหยียดให้ กทม.   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โนโว นอร์ดิสค์ เปิดตัวโครงการ “Benchakitti Park for Better Health” เดินหน้าสร้างกรุงเทพฯ สุขภาพดี ลดปัญหาโรคอ้วน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/04/benchakitti-park-for-better-health/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Apr 2026 10:42:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Benchakitti Park for Better Health]]></category>
		<category><![CDATA[Central Kitchen]]></category>
		<category><![CDATA[Childhood Obesity Curriculum]]></category>
		<category><![CDATA[Cities for Better Health]]></category>
		<category><![CDATA[NCDs]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[จิฮาน เซอร์ดาร์ คิซิลจิก]]></category>
		<category><![CDATA[ชัชชาติ สิทธิพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[โนโว นอร์ดิสค์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40931</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพมหานคร สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย และบริษัท โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด (“โนโว นอร์ดิสค์”) เปิดตัวโครงการ “Benchakitti Park for Better Health” พื้นที่สันทนาการใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ ณ สวนเบญจกิตติ พร้อมอุปกรณ์เสริมสร้างกล้ามเนื้อกลางแจ้ง ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพื้นที่โครงการ Cities for Better Health ณ Spor 10 ในกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ปัจจุบันมีประชากรไทยมากกว่าร้อยละ 45i ที่อยู่ในภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน โดยในกรุงเทพมหานครมีอัตราสูงถึงประมาณร้อยละ 58ii ซึ่งโรคอ้วนถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจ หลอดเลือด และโรคทางเมแทบอลิก เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตเรื้อรัง และโรคตับคั่งไขมันที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบเมแทบอลิซึม (MASH) โดยเกือบหนึ่งในสามของผู้ที่มีโรคอ้วนต้องเผชิญกับโรคเรื้อรังเหล่านี้iii,iv โครงการความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานคร สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์ก และโนโว นอร์ดิสค์ จึงมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ พร้อมทั้งป้องกันและรับมือกับโรคอ้วน โรคทางเมแทบอลิก และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) อื่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/benchakitti-park-for-better-health/">โนโว นอร์ดิสค์ เปิดตัวโครงการ “Benchakitti Park for Better Health” เดินหน้าสร้างกรุงเทพฯ สุขภาพดี ลดปัญหาโรคอ้วน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรุงเทพมหานคร</strong> <strong>สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย</strong> และ<strong>บริษัท</strong> <strong>โนโว</strong> <strong>นอร์ดิสค์</strong> <strong>ฟาร์มา</strong><strong> (</strong><strong>ประเทศไทย</strong><strong>) </strong><strong>จำกัด</strong> <strong>(</strong><strong>“</strong><strong>โนโว</strong> <strong>นอร์ดิสค์</strong><strong>”</strong><strong>)</strong> เปิดตัวโครงการ <strong>“Benchakitti Park for Better Health”</strong> พื้นที่สันทนาการใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ ณ สวนเบญจกิตติ พร้อมอุปกรณ์เสริมสร้างกล้ามเนื้อกลางแจ้ง ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพื้นที่โครงการ Cities for Better Health ณ Spor 10 ในกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก</p>
<p><span id="more-40931"></span></p>
<p>ปัจจุบันมีประชากรไทยมากกว่าร้อยละ 45<sup>i</sup> ที่อยู่ในภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน โดยในกรุงเทพมหานครมีอัตราสูงถึงประมาณร้อยละ 58<sup>ii</sup> ซึ่งโรคอ้วนถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจ หลอดเลือด และโรคทางเมแทบอลิก เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตเรื้อรัง และโรคตับคั่งไขมันที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบเมแทบอลิซึม (MASH) โดยเกือบหนึ่งในสามของผู้ที่มีโรคอ้วนต้องเผชิญกับโรคเรื้อรังเหล่านี้<sup>iii,iv</sup> โครงการความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานคร สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์ก และโนโว นอร์ดิสค์ จึงมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ พร้อมทั้งป้องกันและรับมือกับโรคอ้วน โรคทางเมแทบอลิก และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) อื่น ๆ โดยเฉพาะในเขตเมืองที่ปัญหาโรคอ้วนมีความรุนแรงที่สุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40933 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Health2-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โครงการนี้ยังสอดคล้องและต่อยอดจากเสาหลักที่ได้ประกาศไปก่อนหน้านี้ ได้แก่ <strong>หลักสูตรอย่าปล่อยให้เด็กอ้วน</strong><strong> (</strong><strong>Childhood Obesity Curriculum)</strong> และ<strong>โครงการครัวกลาง</strong><strong> (</strong><strong>Central Kitchen)</strong> โดยโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการเข้าถึงพื้นที่ออกกำลังกายที่ครอบคลุมสำหรับคนเมือง</p>
<p>การศึกษาพบว่า แม้ว่าวิถีชีวิตที่ขาดกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายจะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วนและภาวะแทรกซ้อนในผู้ใหญ่ แต่สภาพแวดล้อมเมืองที่เอื้อต่อการออกกำลังกาย เช่น การเข้าถึงสวนสาธารณะและพื้นที่สันทนาการ สามารถช่วยเพิ่มระดับกิจกรรมทางกาย<sup>vi</sup> และส่งผลให้ประชากรมีผลลัพธ์ด้านน้ำหนักที่ดีขึ้น พื้นที่ “Benchakitti Park for Better Health” จึงมีการออกแบบให้เข้าถึงได้สำหรับทุกคน พร้อมอุปกรณ์เสริมสร้างกล้ามเนื้อเพื่อรองรับการออกกำลังกายอย่างครอบคลุม</p>
<p><strong>นายชัชชาติ</strong> <strong>สิทธิพันธุ์</strong> <strong>ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</strong> กล่าวว่า “โครงการ Benchakitti Park for Better Health ถือเป็นก้าวสำคัญในการทำให้การมีสุขภาพดีเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนกรุงเทพฯ การมีอุปกรณ์ออกกำลังกายที่ทันสมัยและปลอดภัยในสวนสาธารณะ จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถออกกำลังกาย เสริมสร้างความแข็งแรง และป้องกันโรคอ้วนรวมถึงโรคเรื้อรังอื่น ๆ ได้”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40934 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Health3-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ฯพณฯ</strong> <strong>นาย</strong> <strong>แดนนี</strong> <strong>แอนนัน</strong> <strong>เอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย</strong> กล่าวว่า “โครงการในสวนเบญจกิติครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงพลังของความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากพื้นที่ Spor 10 ในกรุงโคเปนเฮเกน และเป็นตัวอย่างของความสัมพันธ์ไทย-เดนมาร์กยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน”</p>
<p><strong>นายจิฮาน</strong> <strong>เซอร์ดาร์</strong> <strong>คิซิลจิก</strong> <strong>ผู้จัดการทั่วไปของบริษัท โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด</strong> กล่าวว่า “โนโว นอร์ดิสค์ เชื่อว่าการป้องกันมีบทบาทสำคัญในการลดภาระของโรคทางเมแทบอลิก โดยพื้นที่ออกกำลังกายเสริมสร้างกล้ามเนื้อในสวนเบญจกิติเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความร่วมมือภาครัฐและเอกชนภายใต้โครงการ Bangkok, City for Better Health ที่สนับสนุนให้ผู้คนได้เคลื่อนไหวร่างกาย ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันและจัดการโรคอ้วนในระดับประชากร”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40935 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Health4-1.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>ภายในงานเปิดตัว ยังมีเวทีเสวนาที่ได้รับเกียรติจาก <strong>ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</strong> <strong>ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นพ.ปริญญา สมัครการไถ แพทย์ประจำโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า </strong>และ<strong> ภญ.ยุวดี จิรัฐิติเจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายการเข้าถึงตลาดและนโยบายสาธารณะ โนโว นอร์ดิสค์</strong> โดยการเสวนาได้เน้นย้ำว่า แม้สภาพแวดล้อมในเมืองจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคอ้วน แต่การออกแบบพื้นที่สันทนาการอย่างเหมาะสมสามารถช่วยลดปัญหาดังกล่าวได้ พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคสาธารณสุข และภาคอุตสาหกรรม ในการยกระดับสุขภาพของประชาชนในเมืองที่ได้รับผลกระทบจากโรคอ้วนอย่างกรุงเทพมหานคร</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/benchakitti-park-for-better-health/">โนโว นอร์ดิสค์ เปิดตัวโครงการ “Benchakitti Park for Better Health” เดินหน้าสร้างกรุงเทพฯ สุขภาพดี ลดปัญหาโรคอ้วน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พฤกษา เปิดประสบการณ์พรีเมียม “Well Care @Home” เติมเต็มแนวคิด “อยู่ดี…ทั้งชีวิต” ร่วมกับ รพ.วิมุต ยกระดับการอยู่อาศัย สู่มิติใหม่แห่งการดูแลสุขภาพ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/03/pruksa-lifetime-well-living-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 28 Mar 2026 07:44:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[LIFETIME WELL LIVING]]></category>
		<category><![CDATA[Pruksa]]></category>
		<category><![CDATA[Vimut]]></category>
		<category><![CDATA[Well Care @Home]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ที่อยู่อาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[พฤกษา]]></category>
		<category><![CDATA[วิมุต]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[อยู่ดีทั้งชีวิต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40747</guid>

					<description><![CDATA[<p>“พฤกษา” เดินหน้ายกระดับการอยู่อาศัยสู่มิติใหม่แห่งการดูแลสุขภาพ ภายใต้แนวคิด “Lifetime Well-Living” ผสานการดูแลลูกบ้านเข้ากับการดูแลสุขภาพองค์รวมอย่างไร้รอยต่อ ร่วมกับ โรงพยาบาลวิมุต เปิดประสบการณ์ “Well Care @Home” ส่งต่อบริการด้านสุขภาพด้วยความใส่ใจถึงบ้าน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ใส่ใจสุขภาพ ควบคู่ความสะดวกสบายระดับพรีเมียม พร้อมเดินหน้าดูแลครอบครัวพฤกษาอย่างต่อเนื่อง  “Well Care @Home” เป็นอีกหนึ่งการต่อยอดแนวคิดการพัฒนาการอยู่อาศัยที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตที่ดี เราจึงต้องการทำให้สุขภาพที่ดีเป็นเรื่องใกล้ตัว เข้าถึงง่าย และเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จริงในทุกวัน…ตั้งแต่ในบ้านของเราเอง จึงนำจุดแข็งด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยของพฤกษา ผสานกับความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์จากโรงพยาบาลวิมุต ออกแบบประสบการณ์การดูแลสุขภาพที่เข้าถึงง่าย อบอุ่น และต่อเนื่อง ครอบคลุมคนทุกช่วงวัยในครอบครัว ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ ผ่านกิจกรรมและบริการด้านสุขภาพที่ตอบโจทย์ทั้ง สุขภาพกาย สุขภาพใจ และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต อาทิ กิจกรรมผ่อนคลายและปรับสมดุลกาย–ใจ ด้วยกิจกรรม Sound Bath, พิลาทิส และออกกำลังกายยืดเหยียด บริการตรวจสุขภาพ คัดกรองความเสี่ยงด้านสุขภาพเบื้องต้น ทั้งวัดระดับน้ำตาลในเลือด วัดความดัน วิเคราะห์มวลร่างกาย ตรวจสุขภาพปอด บริการฉีดวัคซีน พร้อมบริการ Ultrasound Therapy ช่วยบรรเทาอาการออฟฟิศซินโดรม บริการให้คำปรึกษาโดยแพทย์ และนักกำหนดอาหารแบบใกล้ชิด ให้ความรู้ด้านสุขภาพ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/pruksa-lifetime-well-living-2/">พฤกษา เปิดประสบการณ์พรีเมียม “Well Care @Home” เติมเต็มแนวคิด “อยู่ดี…ทั้งชีวิต” ร่วมกับ รพ.วิมุต ยกระดับการอยู่อาศัย สู่มิติใหม่แห่งการดูแลสุขภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“พฤกษา” เดินหน้ายกระดับการอยู่อาศัยสู่มิติใหม่แห่งการดูแลสุขภาพ ภายใต้แนวคิด “</strong><strong>Lifetime Well-Living</strong><strong>” </strong><strong>ผสานการดูแลลูกบ้านเข้ากับการดูแลสุขภาพองค์รวมอย่างไร้รอยต่อ ร่วมกับ โรงพยาบาลวิมุต เปิดประสบการณ์ “</strong><strong>Well Care @Home” </strong><strong>ส่งต่อบริการด้านสุขภาพด้วยความใส่ใจถึงบ้าน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ใส่ใจสุขภาพ ควบคู่ความสะดวกสบายระดับพรีเมียม พร้อมเดินหน้าดูแลครอบครัวพฤกษาอย่างต่อเนื่อง</strong></p>
<p><span id="more-40747"></span></p>
<p><strong> “Well Care @Home” </strong>เป็นอีกหนึ่งการต่อยอดแนวคิดการพัฒนาการอยู่อาศัยที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตที่ดี เราจึงต้องการทำให้สุขภาพที่ดีเป็นเรื่องใกล้ตัว เข้าถึงง่าย และเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จริงในทุกวัน…ตั้งแต่ในบ้านของเราเอง จึงนำจุดแข็งด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยของพฤกษา ผสานกับความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์จากโรงพยาบาลวิมุต ออกแบบประสบการณ์การดูแลสุขภาพที่เข้าถึงง่าย อบอุ่น และต่อเนื่อง ครอบคลุมคนทุกช่วงวัยในครอบครัว ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ ผ่านกิจกรรมและบริการด้านสุขภาพที่ตอบโจทย์ทั้ง สุขภาพกาย สุขภาพใจ และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต อาทิ</p>
<ul>
<li>กิจกรรมผ่อนคลายและปรับสมดุลกาย–ใจ ด้วยกิจกรรม Sound Bath, พิลาทิส และออกกำลังกายยืดเหยียด</li>
<li>บริการตรวจสุขภาพ คัดกรองความเสี่ยงด้านสุขภาพเบื้องต้น ทั้งวัดระดับน้ำตาลในเลือด วัดความดัน วิเคราะห์มวลร่างกาย ตรวจสุขภาพปอด บริการฉีดวัคซีน พร้อมบริการ Ultrasound Therapy ช่วยบรรเทาอาการออฟฟิศซินโดรม</li>
<li>บริการให้คำปรึกษาโดยแพทย์ และนักกำหนดอาหารแบบใกล้ชิด ให้ความรู้ด้านสุขภาพ และพัฒนาการเด็ก การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การเข้าถึงบริการผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล การปรึกษาแพทย์ออนไลน์</li>
<li>เสริมทักษะกู้ชีพ และการดูแลไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน</li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40749 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/PrVi2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ซึ่งสะท้อนแนวคิดการทำให้ “<strong>สุขภาพ</strong>” เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และเป็นการอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์ให้กับลูกบ้าน ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง ไม่ต้องรอคิว แต่ยังได้รับบริการจากแพทย์และทีมผู้ชำนาญการ ที่ช่วยแนะนำและดูแลสุขภาพส่วนบุคคลอย่างใกล้ชิด พร้อมรับสิทธิพิเศษเฉพาะสำหรับลูกบ้านพฤกษา ตอกย้ำความตั้งใจของพฤกษาที่ต้องการทำให้ “บ้าน” เป็นมากกว่าพื้นที่อยู่อาศัย เป็นสเปซแห่งการมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างแท้จริง</p>
<p>ในปีนี้พฤกษาพร้อมขยายประสบการณ์ &#8220;<strong>Well Care @Home</strong>&#8221; ไปยังคอมมูนิตี้อื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกบ้านพฤกษาเข้าถึงบริการด้านสุขภาพเชิงป้องกันจากแพทย์และทีมผู้ชำนาญการได้ง่าย เติมเต็มความหมาย ‘อยู่ดี…ทั้งชีวิต’ ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกคอมมูนิตี้ของพฤกษา”​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40750 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/PrVi3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/pruksa-lifetime-well-living-2/">พฤกษา เปิดประสบการณ์พรีเมียม “Well Care @Home” เติมเต็มแนวคิด “อยู่ดี…ทั้งชีวิต” ร่วมกับ รพ.วิมุต ยกระดับการอยู่อาศัย สู่มิติใหม่แห่งการดูแลสุขภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จับตาความหวัง &#8216;พ.ร.บ. ​อากาศสะอาด&#8217;​ เริ่มใหม่ หรือ ไปต่อ ?</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/clean-air-act-in-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 17 Jan 2026 06:53:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[CAA]]></category>
		<category><![CDATA[Clean Air Act]]></category>
		<category><![CDATA[CleanAir]]></category>
		<category><![CDATA[CleanAirAct]]></category>
		<category><![CDATA[Health]]></category>
		<category><![CDATA[PM25]]></category>
		<category><![CDATA[pollution]]></category>
		<category><![CDATA[QualityofLife]]></category>
		<category><![CDATA[Regulation]]></category>
		<category><![CDATA[Regulator]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กกร.]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นPM25]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ระเบียบ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[อากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[อากาศสะอาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39504</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความพยายามของ ประเทศไทย ในการเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด เพื่อควบคุมปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะปัญหา ฝุ่น PM 2.5 ที่ส่งผลต่อสุขภาพคนไทยรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ขณะที่การผลักดันเพื่อนำไปสู่การบังคับใช้ สามารถเดินทางมาถึงโค้งสุดท้าย โดยผ่านที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรครบทั้ง 3 วาระ และอยู่ในระหว่างชั้นการพิจารณาของคณะกรรมาธิการฯ วุฒิสภา วาระที่ 2 แต่สุดท้ายแล้ว ขั้นตอนและกระบวนการต่างๆ ต้องยุติลง เมื่อรัฐบาล​​​ประกาศยุบสภา ​ เส้นทาง พ.ร.บ. อากาศสะอาด จากความกังวลที่มีต่อ​ปัญหาฝุ่น PM2.5 และมลพิษทางอากาศที่รุนแรงขึ้น ทำให้เกิดการเรียกร้อง กฎหมายเฉพาะเกี่ยวกับคุณภาพอากาศ จากภาคธุรกิจและประชาชน ม.ค. 2565 : เครือข่ายอากาศสะอาด (CAN) ยื่นร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดฉบับประชาชนต่อรัฐสภา พร้อมรายชื่อผู้สนับสนุน 22,251 รายชื่อ พ.ย. 2566 : ครม. อนุมัติหลักการฯ และรับทราบร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ รวม 7 ฉบับ ม.ค. [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/clean-air-act-in-thailand/">จับตาความหวัง &#8216;พ.ร.บ. ​อากาศสะอาด&#8217;​ เริ่มใหม่ หรือ ไปต่อ ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">ความพยายามของ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ประเทศไทย</span> ในการเร่งผลักดันร่าง <strong>พ.ร.บ. <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">อากาศสะอาด</span></strong> เพื่อควบคุมปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะปัญหา <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ฝุ่น PM</span> 2.5 ที่ส่งผลต่อสุขภาพคนไทยรุนแรงเพิ่มมากขึ้น</div>
</div>
<p><span id="more-39504"></span></p>
<p>ขณะที่การผลักดันเพื่อนำไปสู่การบังคับใช้ สามารถเดินทางมาถึงโค้งสุดท้าย โดยผ่านที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรครบทั้ง 3 วาระ และอยู่ในระหว่างชั้นการพิจารณาของคณะกรรมาธิการฯ วุฒิสภา วาระที่ 2 แต่สุดท้ายแล้ว ขั้นตอนและกระบวนการต่างๆ ต้องยุติลง เมื่อรัฐบาล​​​ประกาศ<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ยุบสภา</span> ​</p>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>เส้นทาง พ.ร.บ. อากาศสะอาด</strong></div>
<div dir="auto">จากความกังวลที่มีต่อ​ปัญหาฝุ่น PM2.5 และมลพิษทางอากาศที่รุนแรงขึ้น ทำให้เกิดการเรียกร้อง กฎหมายเฉพาะเกี่ยวกับคุณภาพอากาศ จากภาคธุรกิจและประชาชน</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<ul>
<li><strong>ม.ค. 2565</strong> : เครือข่ายอากาศสะอาด (CAN) ยื่นร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดฉบับประชาชนต่อรัฐสภา พร้อมรายชื่อผู้สนับสนุน 22,251 รายชื่อ</li>
<li><strong>พ.ย. 2566</strong> : ครม. อนุมัติหลักการฯ และรับทราบร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ รวม 7 ฉบับ</li>
<li><strong>ม.ค. 2567</strong> : สภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบในหลักการ (วาระ 1) ทั้ง 7 ฉบับ / พร้อมตั้งคณะกรรมการวิสามัญ 39 คน พิจารณาร่างและแก้ไข</li>
<li><strong> ก.ค. &#8211; ส.ค. 2568</strong> : เปิดให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ&#8230;</li>
<li><strong>ก.ย. &#8211; ต.ค. 2568</strong> : ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ผ่านการพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎร วาระ 2 -3</li>
<li><strong>27 ต.ค. 2568</strong> : วุฒิสภารับหลักการ และตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาเพื่อเข้าสู่กระบวนการวาระ 2-3 ต่อไป</li>
<li><strong>11 ธ.ค. 2568</strong> : ขั้นตอนทั้งหมดยุติลง จากการประกาศ ‘ยุบสภา’ ของนายกรัฐมนตรี</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>ลมหายใจคนไทย ที่ต้องแข่งกับเวลา !!</strong></div>
<div dir="auto">แม้การประกาศยุบสภา ของนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2568 ที่ผ่านมา จะทำให้กระบวนการและขั้นตอนต่างๆ เกี่ยวกับการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ต้องหยุดลง แต่ความหวังในการมีกฏหมายเพื่อดูและควบคุมคุณภาพอากาศยังคงไม่หมดไปเสียทีเดียว</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ทั้งนี้ เพราะหลังจากการจัดตั้ง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">รัฐบาลชุดใหม่</span> แล้ว ยังมีเวลาอีกราว 60 วัน หลังการประชุมสภานัดแรก ในการหยิบขึ้นร่างกฏหมายฉบับนี้ขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง ก่อนทุกอย่างจะกลายเป็นศูนย์ และต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 1-2 ปี สำหรับการยื่นร่างกฏหมายฉบับใหม่เข้ามาอีกครั้ง</div>
<div dir="auto"></div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>ประเทศไทย ได้อะไรจาก พ.ร.บ. นี้ ?</strong></div>
<div dir="auto">การมี พ.ร.บ. อากาศสะอาด จะทำให้มีโครงสร้างทางกฎหมายรูปแบบใหม่ในการดูแลคุณภาพอากาศ ตามหลักการ <strong>‘ผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย’ (Polluter Pays Principle) ​ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">3P</span></strong></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>&#8211; กรอบการขับเคลื่อน พ.ร.บ.อากาศสะอาด</strong></div>
<ul>
<li dir="auto">สิทธิใน ‘อากาศสะอาด’ เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน</li>
<li dir="auto">ไม่แยกมิติด้าน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สุขภาพ</span> ออกจาก มิติ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สิ่งแวดล้อม</span></li>
<li dir="auto">บูรณาการการขับเคลื่อนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ</li>
<li dir="auto"><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">กระจายอำนาจ</span> และเพิ่ม <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">การมีส่วนร่วม</span> จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชน</li>
<li dir="auto">มีมาตรการจูงใจ พร้อมทั้งบทลงโทษ (Carrot and Stick)</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>&#8211; วาง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">มาตรการ</span> แบบเฉพาะเจาะจง</strong></div>
<ul>
<li dir="auto">กำหนดมาตรการจัดการมลพิษทางอากาศที่มีการปล่อยมลพิษสูง ได้แก่ ภาคอุตสาหกรรม ภาคคมนาคม ภาคป่าไม้ ภาคเกษตรกรรม ภาคเมือง ภาคมลพิษข้ามแดน</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>&#8211; บทลงโทษ</strong></div>
<ul>
<li dir="auto">กำหนดบท <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ลงโทษ</span> ทั้งแพ่ง อาญา ครอบคลุมทั้งผู้ก่อและผู้มีส่วนก่อมลพิษทางอากาศ</li>
<li dir="auto">มาตรการปรับเป็นพินัย ขึ้นอยู่กับลักษณะของการฝ่าฝืน</li>
<li dir="auto">กำหนดให้สถาบันการเงินที่สนับสนุนทางการเงิน หรือให้คำปรึกษาทางการเงินแก่ผู้ก่อมลพิษ ต้องร่วมรับผิดด้วย โดยอาจมีเหตุยกเว้นความรับผิดหากสามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามเงื่อนไขของกฎหมาย</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>&#8211; มาตรการส่งเสริม</strong></div>
<div dir="auto"><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">กองทุนอากาศสะอาด</span> (Clean Air Fund)</div>
<div dir="auto">ระบบจัดสรร ซื้อขาย และโอนสิทธิในการระบายสารมลพิษในพื้นที่ควบคุม</div>
<div dir="auto">ระบบฝากไว้ได้คืน (Deposit and Refund System)</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong> เผชิญแรงต้านจาก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ภาคเอกชน</span></strong></div>
<div dir="auto">ระหว่างการเร่งผลักดันเพื่อให้มีพิจารณาและ​บังคับใช้ข้อกฎหมายฉบับนี้​ แต่ในอีกฟากหนึ่งก็มีการคัดค้านการบังคับใช้จากทางภาคเอกชนเช่นกัน โดยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">กกร</span>.) ได้แถลงคัดค้านร่างกฎหมาย ด้วยเหตุผลต่อไปนี้</div>
<div dir="auto"><strong>1. ขาดการประเมินผลกระทบทางกฎหมายอย่างรอบด้าน</strong> (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">RIA)</span> พร้อมเสนอให้มีผู้แทนภาคเอกชนเข้าร่วมในคณะกรรมการและองค์กรกำกับนโยบาย</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>2. ร่างกฎหมายซ้ำซ้อนกับกฎหมายเดิมที่มีอยู่แล้ว</strong> เช่น พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม , พ.ร.บ.โรงงาน</div>
<div dir="auto"><strong>3. เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ทับซ้อนกับกฎหมายปัจจุบัน</strong> และส่งผลกระทบต่อต้นทุนผู้ประกอบการทันที</div>
<div dir="auto"><strong>4. การจัดตั้งกองทุนอากาศสะอาด ยังไม่มีลำดับความสำคัญ</strong> หรือการจัดสัดส่วนการใช้เงินอย่างชัดเจน</div>
<div dir="auto"><strong>5. อัตราโทษและบทกำหนดโทษสูงกว่าฉบับอื่นๆ</strong> ทำให้ส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุน</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ส่วนฝ่ายผลักดันอย่าง <strong>ภาคีเครือข่ายอากาศสะอาด </strong>(<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">CAN)</span> ก็ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้อง กกร. ให้ทบทวน ​​เพื่อยุติการคัดค้านและร่วมผลักดันการออกกฎหมายฉบับนี้ร่วมกัน ​พร้อมเสนอให้ทางภาคเอกชนเปลี่ยนมุมมอง จากการมองว่าร่างกฏหมายนี้สร้าง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ภาระ</span> แต่เป็นการ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สนับสนุน</span> เพื่อยกระดับภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมของประเทศไทยสู่ ‘มาตรฐานการผลิตที่ยั่งยืน’ ​ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการขับเคลื่อนของทั่วโลก</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">อย่างไรก็ตาม แม้ยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัด ประกอบกับขั้นตอนการดำเนินการต่างๆ ยุติลงชั่วคราว จากนี้คงต้องจับตาดูว่า หลังฝุ่นทางการเมืองสงบลง และได้รัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศเรียบร้อยแล้ว รัฐบาลชุดใหม่ที่เข้ามานี้ จะมองปัญหาฝุ่นและมลพิษทางอากาศ เป็นเรื่องเร่งด่วนและรีบนำประเด็น<strong> &#8216;อากาศสะอาด&#8217;</strong> ขึ้นมาเป็นวาระในการพิจารณาอีกครั้ง เพื่อผลักดันให้ร่างกฏหมายฉบับนี้ได้ไปต่อหรือไม่</div>
</div>
<div dir="auto"></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/clean-air-act-in-thailand/">จับตาความหวัง &#8216;พ.ร.บ. ​อากาศสะอาด&#8217;​ เริ่มใหม่ หรือ ไปต่อ ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดานอน ประเทศไทย ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ส่งมอบนม 48,000 กล่อง เพื่อสนับสนุนโภชนาการเด็ก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/danone-thailand-donated-unt-milk-for-flood-victims/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Dec 2025 06:01:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Dairy]]></category>
		<category><![CDATA[Dairy Product]]></category>
		<category><![CDATA[กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ]]></category>
		<category><![CDATA[ช่วยเหลือน้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[ดานอน]]></category>
		<category><![CDATA[ดานอน ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[บริจาคนมกล่อง]]></category>
		<category><![CDATA[พลเรือตรี ปณิธาน สิทธิโยธาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[พลเรือตรี สมภูมิ ประยูรอนุเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[แดนิช ราห์มัน]]></category>
		<category><![CDATA[โภชนาการ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38338</guid>

					<description><![CDATA[<p>พลเรือตรี ปณิธาน สิทธิโยธาคาร รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ และ พลเรือตรี สมภูมิ ประยูรอนุเทพ ผู้อำนวยการสำนักจิตวิทยา กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ รับมอบนมกล่อง UHT จำนวน 36,000 กล่อง จากนางกรกต วุฒิหิรัญธำรง Growth Capabilities Director จากดานอน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตัวแทนจากดานอนประเทศไทย จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคใต้ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนจำนวนมาก บริษัท ดานอน สเปเชียลไลซ์ นิวทริชั่น (ประเทศไทย) จำกัด หรือ “ดานอน ประเทศไทย” ผู้ผลิตโภชนาการสำหรับเด็กแบรนด์ไฮคิว และดูเม็กซ์ ดูโกร ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือ โดยเมื่อวานนี้ ดานอนได้ส่งมอบนมกล่อง UHT จำนวน 36,000 กล่อง ให้แก่กองทัพเรือ และเราได้ร่วมมือกับ ผู้ประกอบการสินค้าแม่และเด็กจากกรุงเทพฯ และโคราช เพื่อส่งนมกล่อง UHT อีก 10,800 กล่อง และนมผง 1,200 กล่องไปยังศูนย์พักพิงที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/danone-thailand-donated-unt-milk-for-flood-victims/">ดานอน ประเทศไทย ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ส่งมอบนม 48,000 กล่อง เพื่อสนับสนุนโภชนาการเด็ก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>พลเรือตรี ปณิธาน สิทธิโยธาคาร รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ และ พลเรือตรี สมภูมิ ประยูรอนุเทพ ผู้อำนวยการสำนักจิตวิทยา กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ รับมอบนมกล่อง </em><em>UHT </em><em>จำนวน</em><em> 36,000 </em><em>กล่อง จากนางกรกต วุฒิหิรัญธำรง</em> <em>Growth Capabilities Director </em><em>จากดานอน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตัวแทนจากดานอนประเทศไทย</em></p>
<p><span id="more-38338"></span></p>
<p>จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคใต้ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนจำนวนมาก บริษัท ดานอน สเปเชียลไลซ์ นิวทริชั่น (ประเทศไทย) จำกัด หรือ “ดานอน ประเทศไทย” ผู้ผลิตโภชนาการสำหรับเด็กแบรนด์ไฮคิว และดูเม็กซ์ ดูโกร ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือ โดยเมื่อวานนี้ ดานอนได้ส่งมอบนมกล่อง UHT จำนวน 36,000 กล่อง ให้แก่กองทัพเรือ และเราได้ร่วมมือกับ ผู้ประกอบการสินค้าแม่และเด็กจากกรุงเทพฯ และโคราช เพื่อส่งนมกล่อง UHT อีก 10,800 กล่อง และนมผง 1,200 กล่องไปยังศูนย์พักพิงที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อให้เด็ก ๆ และครอบครัวที่ต้องการความช่วยเหลือได้รับโภชนาการที่ดีในสถานการณ์วิกฤตนี้</p>
<p>“ดานอนมุ่งมั่นในพันธกิจในการส่งมอบสุขภาพที่ดีด้วยอาหารให้แก่ผู้คนให้ได้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ เพราะเราเชื่อว่าโภชนาการที่ดีเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพ โดยเฉพาะในสถานการณ์วิกฤต เราก็หวังว่าจะได้ส่งต่อความห่วงใยและสุขภาพที่ดีให้แก่เด็ก ๆ ที่ประสบภัยครั้งนี้ผ่านโภชนาการของเรา” <strong>แดนิช ราห์มัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดานอน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทย และลาว </strong>กล่าว “ดานอนจึงขอขอบคุณความร่วมมือและความร่วมแรงร่วมใจจากกองทัพเรือและผู้ประกอบการทุกท่านที่ทำให้ความตั้งใจในครั้งนี้ของดานอนไปถึงเด็กๆ และครอบครัวในพื้นที่”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/danone-thailand-donated-unt-milk-for-flood-victims/">ดานอน ประเทศไทย ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ส่งมอบนม 48,000 กล่อง เพื่อสนับสนุนโภชนาการเด็ก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซิลลิค ฟาร์มา เดินหน้าขับเคลื่อนการเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างยั่งยืนในประเทศไทย   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/11/zuellig-pharma-making-healthcare-more-accessible/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Nov 2025 15:15:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Healthcare]]></category>
		<category><![CDATA[NCDs]]></category>
		<category><![CDATA[Zuellig Pharma]]></category>
		<category><![CDATA[ซิลลิค ฟาร์มา]]></category>
		<category><![CDATA[บริการสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พักตร์นลิน บูลกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ยาและเวชภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคเบาหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38154</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่เพิ่มสูงขึ้น ควบคู่ไปกับสังคมผู้สูงอายุที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันประเทศไทยยังตั้งเป้าขับเคลื่อนสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี พ.ศ. 2593 คุณพักตร์นลิน บูลกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด เปิดมุมมองการสร้างซัพพลายเชนที่แข็งแกร่ง พันธมิตรและเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้ที่จะช่วยยกระดับการเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างยั่งยืน  ระบบสุขภาพของประเทศไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ ซึ่งในปี พ.ศ. 2567 โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวานเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของประเทศ ประกอบกับการมีจำนวนประชากรผู้สูงอายุมากกว่า 14 ล้านคนหรือนับเป็น 20.2% ของประชากรในประเทศไทย* นับเป็นความท้าทายของโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์มาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งในปัจจุบันประเทศไทยยังคงมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงทางด้านสภาพภูมิอากาศ โดยตั้งเป้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนให้ได้ภายในปี พ.ศ. 2593** และภาวะการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ.2608*** ซึ่งส่งผลให้ทุกภาคส่วนรวมถึงระบบสุขภาพต้องปรับตัวมุ่งสู่ความยั่งยืนมากขึ้น เพราะฉะนั้นการเข้าถึงยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นจึงไม่ได้แสดงถึงศักยภาพทางด้านโลจิสติกส์เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่มียังบทบาทสำคัญในระดับประเทศที่จะช่วยพัฒนาระบบสุขภาพของไทยในอนาคต “ในฐานะผู้ให้บริการด้านสุขภาพแบบครบวงจรในเอเชีย บทบาทของเรา คือ การให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาและเวชภัณฑ์ด้วยการให้บริการสุขภาพที่เชื่อถือได้อย่างปลอดภัย และมีความรับผิดชอบ” คุณพักตร์นลิน บูลกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด กล่าวต่อ “เรามุ่งขับเคลื่อนนวัตกรรมศูนย์กระจายสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิที่มีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ ด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/zuellig-pharma-making-healthcare-more-accessible/">ซิลลิค ฟาร์มา เดินหน้าขับเคลื่อนการเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างยั่งยืนในประเทศไทย   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (</em><em>NCDs) </em><em>ที่เพิ่มสูงขึ้น ควบคู่ไปกับสังคมผู้สูงอายุที่เติบโตอย่างรวดเร็ว </em><em>ขณะเดียวกันประเทศไทยยังตั้งเป้าขับเคลื่อนสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี พ</em><em>.</em><em>ศ</em><em>. 2593</em><em> </em><em>คุณพักตร์นลิน บูลกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด เปิดมุมมองการสร้างซัพพลายเชนที่แข็งแกร่ง </em><em>พันธมิตรและเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้ที่จะช่วยยกระดับการเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างยั่งยืน</em><strong><em> </em></strong><span id="more-38154"></span></p>
<p>ระบบสุขภาพของประเทศไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ ซึ่งในปี พ.ศ. 2567 โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวานเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของประเทศ ประกอบกับการมีจำนวนประชากรผู้สูงอายุมากกว่า 14 ล้านคนหรือนับเป็น 20.2% ของประชากรในประเทศไทย* นับเป็นความท้าทายของโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์มาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งในปัจจุบันประเทศไทยยังคงมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงทางด้านสภาพภูมิอากาศ โดยตั้งเป้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนให้ได้ภายในปี พ.ศ. 2593** และภาวะการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ.2608*** ซึ่งส่งผลให้ทุกภาคส่วนรวมถึงระบบสุขภาพต้องปรับตัวมุ่งสู่ความยั่งยืนมากขึ้น เพราะฉะนั้นการเข้าถึงยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นจึงไม่ได้แสดงถึงศักยภาพทางด้านโลจิสติกส์เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่มียังบทบาทสำคัญในระดับประเทศที่จะช่วยพัฒนาระบบสุขภาพของไทยในอนาคต</p>
<p><em>“</em><em>ในฐานะผู้ให้บริการด้านสุขภาพแบบครบวงจรในเอเชีย บทบาทของเรา คือ การให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาและเวชภัณฑ์ด้วยการให้บริการสุขภาพที่เชื่อถือได้อย่างปลอดภัย และมีความรับผิดชอบ</em><em>”</em><em> คุณพักตร์นลิน บูลกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด กล่าวต่อ “เรามุ่งขับเคลื่อนนวัตกรรมศูนย์กระจายสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิที่มีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ ด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัย พร้อมเสริมสร้างความร่วมมือเพื่อยกระดับ และเพิ่มความแข็งแกร่งของระบบสุขภาพของประเทศอย่างยั่งยืน</em><em>”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38157 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/Zuellig3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>หัวใจสำคัญในการเป็นผู้นำการให้บริการสุขภาพแบบครบวงจร ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงการกระจายสินค้าเท่านั้น ซิลลิค ฟาร์มา ยังช่วยสนับสนุนพันธมิตรตั้งแต่การสนับสนุนการทดลองยาวิจัย การนำเข้าสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ ไปจนถึงการกระจายสินค้า โมเดลโซลูชันอุตสาหกรรมแบบครบวงจรเช่นนี้เอื้อให้ผู้ผลิต ร้านค้า และบุคลากรทางการแพทย์สามารถส่งมอบอุปกรณ์ ยา และเวชภัณฑ์ให้กับผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลซึ่งมีสภาพอากาศที่ท้าทายต่อการกระจายสินค้าที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ เพื่อให้ทุกชุมชนเข้าถึงยาและนวัตกรรมที่เชื่อถือได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น</p>
<p>การบริหารจัดการห่วงโซ่ความเย็นเป็นหนึ่งในจุดแข็งสำคัญของ ซิลลิค ฟาร์มา ด้วยศักยภาพการดำเนินงานและโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการกระจายยาและเวชภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ซิลลิค ฟาร์มา ได้ส่งมอบวัคซีนมากกว่า 80% ของประเทศไทย รวมถึงชีวเภสัชภัณฑ์ อาทิ ยาต้านมะเร็ง หรือ นวัตกรรมยารักษาโรคเบาหวาน บริษัทจึงมั่นใจว่า สินค้าที่ต้องควบคุมอุณหภูมิสามารถส่งถึงมือผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ล่าสุดซิลลิค ฟาร์มา ได้ลงทุนมากกว่า 130 ล้านบาท เพื่อขยายศูนย์กระจายสินค้าด้านเภสัชภัณฑ์ที่ต้องควบคุมอุณหภูมิระหว่าง 2-8◦C และ -20◦C ที่มาพร้อมด้วยระบบและอุปกรณ์ที่ออกแบบมาโดยคำนึงถึงความยั่งยืนเป็นสำคัญ  ซึ่งสะท้อนถึงพันธกิจหลักและความมุ่งมั่นของซิลลิค ฟาร์มา ในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว</p>
<p>เทคโนโลยีถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ซิลลิค ฟาร์มา เป็นผู้นำด้านการให้บริการสุขภาพแบบครบวงจร eZCooler  บรรจุภัณฑ์ควบคุมอุณหภูมิแบบนำกลับมาใช้ซ้ำได้ของซิลลิค ฟาร์มา สามารถคงอุณหภูมิระหว่าง 2-8◦C ได้นานสูงสุดถึง 4 วัน เพื่อคงคุณภาพสูงสุดของผลิตภัณฑ์พร้อมลดผลกระทบจากการปล่อยคาร์บอน ขณะที่ EZ Rx แพลตฟอร์มสั่งซื้อยาและเวชภัณฑ์แบบดิจิทัล ช่วยให้ร้านขายยา ร้านจำหน่ายเวชภัณฑ์ ผู้ค้าปลีก และพันธมิตรอื่น ๆ สามารถจัดซื้อได้สะดวกขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดงานเอกสาร ลดความผิดพลาด ลดการใช้ทรัพยากร และยังช่วยลดการปล่อยคาร์บอนในการดำเนินงานซัพพลายเชนตั้งแต่ขั้นตอนการจัดซื้อไปจนถึงการกระจายสินค้า เพื่อสนับสนุนความยั่งยืนของอุตสาหกรรมสุขภาพอีกด้วย</p>
<p><em>“</em><em>ระบบห่วงโซ่ความเย็นของเรานั้นเป็นมากกว่าเพียงระบบโลจิสติกส์ แต่ คือ หัวใจสำคัญส่วนหนึ่งของระบบสุขภาพ ซึ่งพันธกิจของซิลลิค ฟาร์มา จะสำเร็จอย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อผู้ป่วยสามารถเข้าถึงวัคซีน ยา และเวชภัณฑ์ได้อย่างทั่วถึง และเชื่อมั่นว่า ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับนั้นปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด” </em>คุณพักตร์นลิน เสริม</p>
<p>นอกเหนือจากธุรกิจยาและเวชภัณฑ์ ซิลลิค ฟาร์มา ยังครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์ด้านเวชศาสตร์ความงาม อุปกรณ์ทางการแพทย์ และผลิตภัณฑ์ดูแลรักษาสุขภาพสัตว์ในช่องทางต่างๆ พร้อมทั้งลงทุนอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาความสามารถในการเป็นพันธมิตรด้านการบริการสำหรับระบบสุขภาพที่ไว้วางใจได้</p>
<p><em>“</em><em>เป้าหมายของเรา คือ การขยายการเข้าถึงการดูแลรักษาสุขภาพให้เป็นไปได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นหลักการสำคัญในการดำเนินงานของเรา</em><em>” </em><em>คุณพักตร์นลินกล่าวย้ำ “เราไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงพันธมิตรด้านโซลูชันภาคธุรกิจเท่านั้น แต่เรายังเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างระบบสุขภาพของประเทศที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนให้ยา วัคซีน เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ และนวัตกรรมต่างๆ สามารถส่งต่อถึงผู้ที่ต้องการได้อย่างแท้จริง</em><em>”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38156 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/Zuellig2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ในฐานะผู้นำด้านการให้บริการสุขภาพแบบครบวงจรของเอเชีย ซิลลิค ฟาร์มา ยังครอบคลุมไปถึงด้านความยั่งยืนและผลกระทบเชิงสังคมด้วย ในระดับภูมิภาค ซิลลิค ฟาร์มาได้รับรางวัล EcoVadis ระดับ Platinum เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับบริษัทที่มีหลักการทำงานด้านความยั่งยืน  และได้รับการประเมินด้านสิ่งแวดล้อมจาก CDP อยู่ในระดับ A ในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลก ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรมการขนส่งทางบก และอยู่ในระดับ A ในด้านการมีส่วนร่วมของซัพพลายเออร์ระดับโลกเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ซึ่งทำให้บริษัทก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำระดับโลกสำหรับการดำเนินงานในอุตสาหกรรมสุขภาพอย่างยั่งยืน</p>
<p>โดยปัจจุบัน บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด ยังคงยืนหยัดด้วยมาตรฐานด้านคุณภาพและความปลอดภัยระดับสากลที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมสุขภาพทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นระบบริหารคุณภาพ ISO 9001:2015 ระบบบริหารคุณภาพสำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ ISO 13485:2016 และระบบบริหารคุณภาพข้อมูลสารสนเทศ ISO 27001:2022 รวมถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการจัดเก็บและกระจายอย่างเหมาะสมตามมาตรฐาน GSDP, GDP ของศูนย์กระจายสินค้าเครื่องมือแพทย์ และ GDP ยาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ตลอดจนแนวปฏิบัติด้านคุณภาพอย่าง GCP และ GMP ตลอดจนมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการจัดการห่วงโซ่อุปทานและการขนส่งสินค้ามูลค่าสูง ภายใต้กรอบมาตรฐาน TAPA อีกทั้งยังได้รับการรับรองจาก UN Women Thailand กับรางวัล WEPs Award ประจำปี พ.ศ. 2567 ที่ตอกย้ำบทบาทของซิลลิค ฟาร์มา ในการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศในสถานที่ทำงาน ซึ่งเสริมสร้างความมั่นใจให้กับเหล่าพนักงาน และช่วยยกระดับคุณภาพการให้บริการพันธมิตรและผู้ป่วย และรางวัลประเภทศูนย์เรียนรู้สุขภาวะคุณธรรม ประจำปี พ.ศ. 2567 จากรางวัล สุข + ดี อย่างมีพลัง โดยศูนย์คุณธรรมและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่สะท้อนความมุ่งมั่นของ ซิลลิค ฟาร์มา ในการปลูกฝังค่านิยมด้านจริยธรรมและความดีงามภายในองค์กร เพื่อส่งมอบบริการด้านสุขภาพแบบครบวงจรอย่างมีความรับผิดชอบและซื่อสัตย์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากนั้นแล้ว ซิลลิค ฟาร์มา ยังได้ดำเนินโครงการแปรรูปขยะเป็นพลังงานด้วยการผลิตเชื้อเพลิงจากขยะมูลฝอย (Refuse Derived Fuel: RDF) โดยเป็นการแปรรูปขยะที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ให้กลายเป็นแหล่งพลังงานที่มีคุณค่า พร้อมทั้งดำเนินการรีไซเคิลขยะอื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมาก รวมถึงการบริหารจัดการยานพาหนะร่วมอย่างมีระบบ (Shared Fleet Management) และยังมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในศูนย์กระจายสินค้าอีกด้วย  ซิลลิค ฟาร์มา ยังคงมุ่งมั่นส่งเสริมความยั่งยืนทางด้านการศึกษา โดยสนับสนุนความรู้และความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในสังคม รวมถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทฯ เชื่อว่า สิ่งเหล่านี้จะสามารถช่วยสร้างสังคมและชุมชนให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นได้</p>
<p><em>คุณพักตร์นลินกล่าวปิดท้าย </em><em>“</em><em>ระบบการดูแลรักษาสุขภาพไม่ได้เกิดจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเท่านั้น หากแต่เป็นระบบที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ หน่วยงานกำกับดูแล ผู้คิดค้นนวัตกรรม ไปจนถึงคนในชุมชน กลยุทธ์ของซิลลิค ฟาร์มา คือ การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบสุขภาพ ผ่านซัพพลายเชนที่พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง โซลูชันที่เชื่อถือได้ และการดำเนินงานที่ยั่งยืน ด้วยการร่วมมือกันของทุกภาคส่วน เราจะสามารถยกระดับทั้งการเข้าถึงและมาตรฐานการดำเนินการต่าง ๆ ของระบบสุขภาพให้พร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน</em><em>”</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/zuellig-pharma-making-healthcare-more-accessible/">ซิลลิค ฟาร์มา เดินหน้าขับเคลื่อนการเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างยั่งยืนในประเทศไทย   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
