<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ห่วงโซ่การผลิต &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%8B%E0%B9%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%95/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 28 Apr 2026 11:19:43 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.8</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ห่วงโซ่การผลิต &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>หอการค้าไทยผนึกกำลังภาคเอกชน ประกาศปฏิญญาขับเคลื่อน &#8216;ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)&#8217; ยกระดับเกษตรปลอดเผา สร้างความโปร่งใสในห่วงโซ่</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/04/traceability-system-declaration/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Apr 2026 11:16:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Traceability]]></category>
		<category><![CDATA[Traceability System Declaration]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Burn]]></category>
		<category><![CDATA[ซัพพลายเชน]]></category>
		<category><![CDATA[ฐิติ ลุจินตานนท์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วัลลภ มานะธัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[ประกาศปฏิญญา]]></category>
		<category><![CDATA[​ระบบตรวจสอบย้อนกลับ]]></category>
		<category><![CDATA[ห่วงโซ่การผลิต]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรปลอดเผา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41441</guid>

					<description><![CDATA[<p>หอการค้าไทย และภาคธุรกิจขนาดใหญ่ของไทย อาทิ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) มิตรผล เนสท์เล่ ข้าวหงษ์ทอง และผู้ประกอบการรายสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม กว่า 100 องค์กร ผนึกกำลังภายใต้การนำของหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประกาศปฏิญญาขับเคลื่อน &#8216;ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)&#8217; ร่วม​ยกระดับความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตร และใช้เป็นกลไกแก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 จากต้นเหตุอย่างเป็นระบบ ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ผู้รับซื้อวัตถุดิบหลัก ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และอ้อย ไปจนถึงผู้แปรรูปและผู้ส่งออก โดยมีหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงสถาบันการศึกษาและองค์กรภาคประชาสังคมเข้าร่วมประกาศปฏิญญาอย่างกว้างขวาง ครอบคลุมผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทาน อาทิ กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเกษตร เช่น มิตรผล เนสท์เล่ เจียเม้ง–ข้าวหงษ์ทอง ข้าวตราฉัตร เอสแอนด์พี น้ำตาลสระบุรี กรุงเทพโปรดิวส์ และเจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส์ ขณะที่ภาควิชาการมีสถาบันการศึกษาชั้นนำ ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และมหาวิทยาลัยแม่โจ้  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/traceability-system-declaration/">หอการค้าไทยผนึกกำลังภาคเอกชน ประกาศปฏิญญาขับเคลื่อน &#8216;ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)&#8217; ยกระดับเกษตรปลอดเผา สร้างความโปร่งใสในห่วงโซ่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หอการค้าไทย และภาคธุรกิจขนาดใหญ่ของไทย อาทิ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) มิตรผล เนสท์เล่ ข้าวหงษ์ทอง และผู้ประกอบการรายสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม กว่า 100 องค์กร ผนึกกำลังภายใต้การนำของหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย <em><strong>ประกาศปฏิญญาขับเคลื่อน &#8216;ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)&#8217;</strong> </em>ร่วม​ยกระดับความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตร และใช้เป็นกลไกแก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 จากต้นเหตุอย่างเป็นระบบ</p>
<p><span id="more-41441"></span></p>
<p>ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ผู้รับซื้อวัตถุดิบหลัก ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และอ้อย ไปจนถึงผู้แปรรูปและผู้ส่งออก โดยมีหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงสถาบันการศึกษาและองค์กรภาคประชาสังคมเข้าร่วมประกาศปฏิญญาอย่างกว้างขวาง ครอบคลุมผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทาน อาทิ กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเกษตร เช่น มิตรผล เนสท์เล่ เจียเม้ง–ข้าวหงษ์ทอง ข้าวตราฉัตร เอสแอนด์พี น้ำตาลสระบุรี กรุงเทพโปรดิวส์ และเจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส์</p>
<p>ขณะที่ภาควิชาการมีสถาบันการศึกษาชั้นนำ ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และมหาวิทยาลัยแม่โจ้  โดยมีสักขีพยาน ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน)</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41443 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/04_ปฎิญญา.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>พร้อมหน่วยงานด้านมาตรฐานและการตรวจสอบ เช่น บริษัท เอสจีเอส (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท คอนโทรล ยูเนี่ยน (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท อีอาร์เอ็ม-สยาม จำกัด รวมถึงองค์กรภาคประชาสังคมและสมาคมต่าง ๆ อาทิ มูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง สมาคมทุเรียนไทย และบริษัท ไทยชูการ์ มิลเลอร์ จำกัด เข้าร่วมเป็นภาคีในครั้งนี้</p>
<p><strong>ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์</strong> ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า​​ ปัญหาฝุ่น PM2.5 มีความเชื่อมโยงกับหลายภาคส่วนของระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเผาในภาคเกษตร ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ หอการค้าไทยจึงทำหน้าที่เป็นตัวกลางประสานความร่วมมือของภาคธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงจากต้นทางของระบบการผลิต ทั้งนี้ การนำระบบ Traceability มาใช้เป็นมาตรฐานร่วม จะช่วยให้วัตถุดิบสามารถตรวจสอบที่มาได้อย่างชัดเจน และเพิ่มความรับผิดชอบร่วมกันของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับความโปร่งใสและมาตรฐานของภาคเกษตรไทยให้สอดคล้องกับแนวทางสากล</p>
<p>สำหรับสาระของปฏิญญา ภาคส่วนที่เข้าร่วมได้แสดงเจตจำนงร่วมกันใน 7 ด้าน ได้แก่</p>
<p>&#8211; การมุ่งสู่การไม่เผา</p>
<p>&#8211; การขับเคลื่อน Traceability ครอบคลุม 100%</p>
<p>&#8211; การส่งเสริมการผลิตอย่างยั่งยืน</p>
<p>&#8211; การปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานสากล</p>
<p>&#8211; การสร้างการมีส่วนร่วมตลอดห่วงโซ่อุปทาน</p>
<p>&#8211; การเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส</p>
<p>&#8211; การพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41444 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/03_ปฎิญญา.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ในส่วนของภาคเอกชน ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมข้าว อาหารสัตว์ และน้ำตาล ระบุว่าจะนำระบบ Traceability มาใช้ครอบคลุมตั้งแต่แหล่งผลิตจนถึงปลายทาง โดยเชื่อมโยงข้อมูลผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น การใช้ข้อมูลดาวเทียมในการตรวจจับจุดความร้อน (hotspot) การระบุพิกัดแปลงเพาะปลูก และการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อบันทึกข้อมูลอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้</p>
<p><strong>ดร.วัลลภ มานะธัญญา</strong> ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บางซื่อโรงสีไฟเจียเม้ง จำกัด เจ้าของแบรนด์ข้าวหงษ์ทอง กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจข้าวที่เชื่อมโยงกับตลาดส่งออก ทำให้ความโปร่งใสของแหล่งที่มาเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค บริษัทจึงนำระบบ Traceability มาใช้ในกระบวนการจัดหาและการผลิต เพื่อให้สามารถตรวจสอบที่มาของวัตถุดิบได้อย่างครบถ้วน และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล</p>
<p><strong>คุณฐิติ ลุจินตานนท์</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า เครือซีพี โดยบริษัทกรุงเทพโปรดิ๊วส (BKP) วาง<strong> &#8216;ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)&#8217;</strong> เป็นมาตรฐานหลักในการจัดหาวัตถุดิบ โดยเชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่เกษตรกรผู้ปลูก ผู้รวบรวม ไปจนถึงโรงงาน ผ่านเทคโนโลยีดาวเทียม การตรวจจับจุดความร้อน (hotspot) และบล็อกเชน พร้อมการตรวจสอบโดยหน่วยงานอิสระ เพื่อยืนยันว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทุกล็อตต้องตรวจสอบที่มาได้ และไม่เกี่ยวข้องกับการเผาหรือการรุกพื้นที่ป่า ทั้งนี้ บริษัทกำหนดเงื่อนไขไม่รับซื้อวัตถุดิบจากแหล่งที่ไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อใช้กลไกตลาดขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนที่ต้นทาง และยกระดับมาตรฐานห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาคในระยะยาว</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41445 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/07_ปฎิญญา-re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ภายในงานยังมีการจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ <strong>&#8216;ระบบตรวจสอบย้อนกลับ&#8230;เกษตรปลอดเผานำไทยสู่ความยั่งยืน&#8217;</strong> โดยผู้เชี่ยวชาญจากภาควิชาการ ภาคธุรกิจ และหน่วยงานตรวจสอบอิสระ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาระบบ Traceability ในเชิงปฏิบัติ ทั้งในด้านเทคโนโลยี การจัดการข้อมูล และกระบวนการตรวจสอบ โดยเน้นการสร้างความน่าเชื่อถือของข้อมูลผ่านการรับรองจากหน่วยงานอิสระ</p>
<p>ทั้งนี้ การประกาศปฏิญญาในครั้งนี้สะท้อนการยกระดับความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการกำหนดมาตรฐานใหม่ของห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรของไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว และสำคัญที่สุดคือเพื่อเป็นมาตรการลดการเผาในพื้นที่เกษตรซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุการเกิดหมอกควันและฝุ่น PM 2.5</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/traceability-system-declaration/">หอการค้าไทยผนึกกำลังภาคเอกชน ประกาศปฏิญญาขับเคลื่อน &#8216;ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)&#8217; ยกระดับเกษตรปลอดเผา สร้างความโปร่งใสในห่วงโซ่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรุงไทยชี้เทรนด์ Sustainable Sourcing มาแรง กระทบมูลค่าส่งออกเกษตรและอาหารกว่า 2 แสนล้านบาท   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/10/krungthai-compass-sustainable-sourcing-report/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 01 Oct 2024 12:19:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[BBFAW]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Krungthai COMPASS]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Sourcing]]></category>
		<category><![CDATA[Traceability]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจกสูง]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดหาวัตถุดิบที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ตรวจสอบย้อนกลับ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเกษตรและอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ปศุสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคเกษคร]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐานการค้า]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[วัตถุดิบ]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งออก]]></category>
		<category><![CDATA[สวัสดิภาพสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ห่วงโซ่การผลิต]]></category>
		<category><![CDATA[อภินันทร์ สู่ประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[เงื่อนไขทางการค้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29346</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ชี้ ประเทศคู่ค้าของประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะบังคับใช้มาตรฐานและกฎระเบียบในด้านการจัดหาวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ Sustainable Sourcing ที่เข้มงวดขึ้น แนะผู้ประกอบการ 3 กลุ่มหลัก ซึ่งมีมูลค่าส่งออกรวมกันกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี เร่งดำเนินการเรื่อง Sustainable Sourcing อย่างจริงจัง โดยเริ่มตั้งเป้าหมาย Sustainable Sourcing และจัดเก็บข้อมูลห่วงโซ่การผลิตในรูปแบบดิจิทัล ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ Chief Economist ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมเกษตรและอาหารไทยเป็นอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึง 25% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของประเทศไทย โดยเฉพาะกิจกรรมต้นน้ำ เช่น การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ ที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึง 70% ของห่วงโซ่การผลิตทั้งหมดในภาคเกษตรและอาหาร ทำให้ประเทศคู่ค้ามีแนวโน้มที่จะบังคับใช้มาตรฐานและกฎระเบียบในด้านการจัดหาวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคทางการค้าสำหรับผู้ส่งออกไทยในกลุ่มผู้ประกอบการกลางน้ำและปลายน้ำที่ใช้วัตถุดิบในการผลิตจากสินค้าเกษตรได้หากปรับตัวไม่ทัน “Sustainable Sourcing เป็นแนวทางการจัดหาวัตถุดิบที่ยั่งยืนซึ่งครอบคลุมในหลายมิติตั้งแต่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้ทรัพยากรดินและน้ำอย่างคุ้มค่า ไปจนถึงการให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพแรงงาน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมเกษตรและอาหารไทยที่ต้องพึ่งการส่งออกต่อผลผลิตรวมในประเทศมากกว่า 70%  ขณะที่ผู้ประกอบการในภาคเกษตรและอาหารไทยเป็น SMEs มากกว่า 80% ของจำนวนผู้ประกอบการทั้งหมด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/krungthai-compass-sustainable-sourcing-report/">กรุงไทยชี้เทรนด์ Sustainable Sourcing มาแรง กระทบมูลค่าส่งออกเกษตรและอาหารกว่า 2 แสนล้านบาท   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS</strong> ชี้ ประเทศคู่ค้าของประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะบังคับใช้มาตรฐานและกฎระเบียบในด้านการจัดหาวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ <strong>Sustainable Sourcing</strong> ที่เข้มงวดขึ้น แนะผู้ประกอบการ 3 กลุ่มหลัก ซึ่งมีมูลค่าส่งออกรวมกันกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี เร่งดำเนินการเรื่อง Sustainable Sourcing อย่างจริงจัง โดยเริ่มตั้งเป้าหมาย Sustainable Sourcing และจัดเก็บข้อมูลห่วงโซ่การผลิตในรูปแบบดิจิทัล</p>
<p><span id="more-29346"></span></p>
<p><strong>ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ</strong> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ Chief Economist ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมเกษตรและอาหารไทยเป็นอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึง 25% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของประเทศไทย โดยเฉพาะกิจกรรมต้นน้ำ เช่น การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ ที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึง 70% ของห่วงโซ่การผลิตทั้งหมดในภาคเกษตรและอาหาร</p>
<p>ทำให้ประเทศคู่ค้ามีแนวโน้มที่จะบังคับใช้มาตรฐานและกฎระเบียบในด้านการจัดหาวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคทางการค้าสำหรับผู้ส่งออกไทยในกลุ่มผู้ประกอบการกลางน้ำและปลายน้ำที่ใช้วัตถุดิบในการผลิตจากสินค้าเกษตรได้หากปรับตัวไม่ทัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29349 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/High-Emission.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p>“Sustainable Sourcing เป็นแนวทางการจัดหาวัตถุดิบที่ยั่งยืนซึ่งครอบคลุมในหลายมิติตั้งแต่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้ทรัพยากรดินและน้ำอย่างคุ้มค่า ไปจนถึงการให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพแรงงาน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมเกษตรและอาหารไทยที่ต้องพึ่งการส่งออกต่อผลผลิตรวมในประเทศมากกว่า 70%  ขณะที่ผู้ประกอบการในภาคเกษตรและอาหารไทยเป็น SMEs มากกว่า 80% ของจำนวนผู้ประกอบการทั้งหมด จึงอาจไม่พร้อมในการเผชิญมาตรฐานการค้าที่ให้ความสำคัญกับการจัดหาวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งปัจจุบันมีมาตรฐานสากลด้านการจัดหาแหล่งวัตถุดิบอย่างยั่งยืนที่แตกต่างกันไปในแต่ละสินค้า อาทิ มาตรฐานการจัดการสวัสดิภาพสัตว์ในอุตสาหกรรมอาหาร (BBFAW) สำหรับกลุ่มเนื้อสัตว์แปรรูป มาตรฐานการผลิตน้ำตาลอย่างยั่งยืน (Bonsucro) สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้น้ำตาลเป็นวัตถุดิบหลัก มาตรฐานการประมงที่ยั่งยืน (MSC) หรือมาตรฐานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน (ASC)  สำหรับกลุ่มอาหารทะแลแปรรูป ”</p>
<p><strong>คุณอภินันทร์ สู่ประเสริฐ</strong> นักวิเคราะห์ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS กล่าวเสริมว่า การยกระดับการจัดหาวัตถุดิบไปสู่ Sustainable Sourcing โดยเฉพาะในมิติการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นเทรนด์ที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญจะเป็นหนึ่งในแนวทางที่ช่วยให้ภาคเกษตรและอาหารไทยบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้และช่วยลดแรงกดดันจากมาตรการของคู่ค้า นอกจากนี้ ยังตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่มีการจัดหาแหล่งวัตถุดิบอย่างยั่งยืน ขณะที่ผู้ประกอบอาหารรายใหญ่ทั้งของโลกและไทยต่างมีการตื่นตัวในเรื่องการจัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืนแล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29350 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Demand-CU.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p><em>“ผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรและอาหารกลางน้ำและปลายน้ำที่ควรเร่งปรับตัวสู่ Sustainable Sourcing ก่อน ได้แก่ ผู้ประกอบการสินค้าในกลุ่มเนื้อสัตว์แปรรูป อาหารทะเลแปรรูป และผลิตภัณฑ์ที่ใช้น้ำตาลเป็นวัตถุดิบหลัก เช่น ขนมหวาน ลูกอม ลูกกวาด เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีสัดส่วนการส่งออกต่อผลผลิตรวม และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการจัดหาวัตถุดิบอยู่ในระดับที่สูงเมื่อเทียบกับสินค้าในกลุ่มเกษตรและอาหารกลางน้ำและปลายน้ำอื่นๆ โดยสินค้าในกลุ่มที่กล่าวมาข้างต้น มีมูลค่าการส่งออกรวมกันถึง 2 แสนล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นราว 20% ของมูลค่าส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารของไทย ซึ่งอยู่ที่กว่า 1 ล้านล้านบาทต่อปี”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29351 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Demand-Brand-.jpg" alt="" width="1200" height="673" /></p>
<p><strong>คุณปราโมทย์ วัฒนานุสาร</strong> นักวิเคราะห์ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS กล่าวเสริมว่า ธุรกิจเกษตรและอาหารควรเริ่มตั้งเป้าหมายในด้านการจัดหาวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเร่งจัดเก็บข้อมูลห่วงโซ่การผลิตในรูปแบบดิจิทัลเพื่อช่วยให้การตรวจสอบย้อนกลับในสินค้าเกษตรและอาหารทำได้ง่ายขึ้น  รวมถึงสร้างความร่วมมือกันทั้ง Ecosystem นอกจากนี้ ภาครัฐจะต้องเป็นแกนหลักในการยกระดับมาตรฐานและการรับรองด้านการจัดหาวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจเกษตรและอาหารไทยสามารถยกระดับไปสู่การผลิตสีเขียวได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>“ผู้ประกอบการควรต้องทำความเข้าใจ และเตรียมความพร้อมสำหรับมาตรฐานและการรับรองด้านการจัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืนอย่างจริงจัง  อีกทั้งเริ่มประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของวัตถุดิบ ได้แก่ การใช้ IoT  และ Blockchain ในการเก็บข้อมูลแหล่งที่มาของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เพื่อให้การตรวจสอบแหล่งที่มาของวัตถุดิบทำได้อย่างโปร่งใส รวมถึงสร้างความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีด้านการตรวจสอบย้อนกลับอาหาร รวมไปถึงหน่วยงานที่ให้คำปรึกษาด้านมาตรฐานอาหารที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืน เช่น สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ สถาบันอาหาร เป็นต้น”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29352 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Key-to-Success.jpg" alt="" width="1200" height="680" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/krungthai-compass-sustainable-sourcing-report/">กรุงไทยชี้เทรนด์ Sustainable Sourcing มาแรง กระทบมูลค่าส่งออกเกษตรและอาหารกว่า 2 แสนล้านบาท   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อาลีบาบา เริ่มเดินสโคป 3 จับมือ ยูนิลีเวอร์ เนสท์เล่ ​เร่งเครื่อง Green Supply Chainsในจีน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/02/alibaba-drive-green-supply-chain-in-ecosystem/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Feb 2023 08:34:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Alibaba Cloud]]></category>
		<category><![CDATA[Alibaba Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon footprints]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Expert]]></category>
		<category><![CDATA[Green Supply Chains]]></category>
		<category><![CDATA[Nestlé]]></category>
		<category><![CDATA[Unilever]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ซัพพลายเชน]]></category>
		<category><![CDATA[ซัพพลายเออร์]]></category>
		<category><![CDATA[ทีมอลล์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิลีเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศอาลีบาบา]]></category>
		<category><![CDATA[ห่วงโซ่การผลิต]]></category>
		<category><![CDATA[อาลีบาบา คลาวด์]]></category>
		<category><![CDATA[เนสท์เล่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17013</guid>

					<description><![CDATA[<p>อาลีบาบา กรุ๊ป กำลังเร่งขับเคลื่อนการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ Green Supply Chains ในประเทศจีน โดยใช้ประโยชน์จากพลังของแพลตฟอร์มและความสามารถในการประมวลผลบนคลาวด์ จาก 2 แพลตฟอร์มสำคัญใน Alibaba Ecosystem ทั้ง ทีมอลล์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต แพลตฟอร์มร้านสะดวกซื้อออนไลน์ และ Energy Expert ระบบจัดการพลังงาน​และความยั่งยืนที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของอาลีบาบา คลาวด์ ตามรายงานของ​ Ernst &#38; Young บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำระดับโลก ระบุว่าปริมาณก๊าซเรือนกระจกมากกว่า 90% เกิดจากซัพพลายเชนขององค์กร และอีกไม่ต่ำกว่า 70% มาจากระบบการดำเนินงานต่างๆ ดังนั้น หากสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากทั้งสองแหล่งดังกล่าว จะช่วยให้อาลีบาบาลดปริมาณก๊าซคาร์บอนรวมลงได้อย่างมหาศาล และเข้าใกล้เป้าหมายสู่การสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอนได้เร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในขั้นตอนที่ท้าทายที่สุด คือ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ตลอดทั้งซัพพลายเชน หรือในสโคปที่ 3 ทั้งนี้ ได้ขยายการผนึกกำลังไปสู่ผู้ค้าระดับโลกที่มีอิทธิพลต่อการดำเนินธุรกิจของซัพพลายเออร์อย่าง ยูนิลีเวอร์ (Unilever) และ เนสท์เล่ (Nestlé) เพื่อร่วมกันพัฒนาการดำเนินงานในซัพพลายเชนของตนให้มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จากที่ก่อนหน้านี้ แนวคิดเรื่องความยั่งยืนอาจจะยังไม่ได้เป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ในการเลือกซัพพลายเออร์มากนัก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/02/alibaba-drive-green-supply-chain-in-ecosystem/">อาลีบาบา เริ่มเดินสโคป 3 จับมือ ยูนิลีเวอร์ เนสท์เล่ ​เร่งเครื่อง Green Supply Chainsในจีน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>อาลีบาบา กรุ๊ป กำลังเร่งขับเคลื่อนการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ <strong>Green Supply Chains</strong> ในประเทศจีน โดยใช้ประโยชน์จากพลังของแพลตฟอร์มและความสามารถในการประมวลผลบนคลาวด์ จาก 2 แพลตฟอร์มสำคัญใน <strong>Alibaba Ecosystem</strong> ทั้ง <strong>ทีมอลล์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต</strong> แพลตฟอร์มร้านสะดวกซื้อออนไลน์ และ <strong>Energy Expert</strong> ระบบจัดการพลังงาน​และความยั่งยืนที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของอาลีบาบา คลาวด์</p>
<p><span id="more-17013"></span></p>
<p>ตามรายงานของ​<strong> Ernst &amp; Young</strong> บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำระดับโลก ระบุว่าปริมาณก๊าซเรือนกระจกมากกว่า 90% เกิดจากซัพพลายเชนขององค์กร และอีกไม่ต่ำกว่า 70% มาจากระบบการดำเนินงานต่างๆ ดังนั้น หากสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากทั้งสองแหล่งดังกล่าว จะช่วยให้อาลีบาบาลดปริมาณก๊าซคาร์บอนรวมลงได้อย่างมหาศาล และเข้าใกล้เป้าหมายสู่การสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอนได้เร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในขั้นตอนที่ท้าทายที่สุด คือ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ตลอดทั้งซัพพลายเชน หรือในสโคปที่ 3</p>
<p>ทั้งนี้ ได้ขยายการผนึกกำลังไปสู่ผู้ค้าระดับโลกที่มีอิทธิพลต่อการดำเนินธุรกิจของซัพพลายเออร์อย่าง<strong> ยูนิลีเวอร์ (Unilever) </strong>และ<strong> เนสท์เล่ (Nestlé)</strong> เพื่อร่วมกันพัฒนาการดำเนินงานในซัพพลายเชนของตนให้มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จากที่ก่อนหน้านี้ แนวคิดเรื่องความยั่งยืนอาจจะยังไม่ได้เป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ในการเลือกซัพพลายเออร์มากนัก</p>
<figure id="attachment_17043" aria-describedby="caption-attachment-17043" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-17043 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/Ali-Green-Suply2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-17043" class="wp-caption-text"><em>วิศวกรจากอาลีบาบา คลาวด์ กำลังช่วยผู้ประกอบการวางแผนลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในโรงงาน</em></figcaption></figure>
<p>ทั้งนี้ ทีมวิศวกรจาก Energy Expert ของอาลีบาบา คลาวด์ จะพัฒนาแนวทางในการตรวจวัดและลดการสร้างคาร์บอนในกระบวนการผลิต ด้วยการเข้าไปแนะนำให้โรงงานต่างๆ ที่อยู่ในซัพพลายเชนของแบรนด์หรือองค์กรต่างๆ  เปลี่ยนมาผลิตบรรจุภัณฑ์โดยใช้วัสดุที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ และเลิกใช้เครื่องจักรเก่าเพื่อทำให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น รวมทั้งการช่วยดูแลระบบจัดการและบำบัดน้ำเสียของโรงงาน​เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ หรือการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนให้มากขึ้น</p>
<p><strong>Yuan Can </strong>ผู้จัดการฝ่ายเทคนิคของ Energy Expert มองว่า ทางทีมจะสามารถเข้าไปช่วยปรับปรุงช่องว่างในกระบวนการผลิตของโรงงานต่างๆ เช่น การนำระบบความร้อนและพลังงานกลับมาใช้ใหม่ หรือการรีไซเคิลขยะจากกระบวนการผลิต หรืออาจจะต้องมีการลงทุนเปลี่ยนเครื่องจักรหรือติดตั้งระบบประหยัดพลังงานต่างๆ เพื่อช่วยทั้งลดการใช้พลังงานรวมทั้งลดการปล่อยคาร์บอนจากกระบวนการผลิตด้วย โดยปีที่ผ่านมาสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ถึง 140 ตัน และยังลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้มากถึง 300,000 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ต่อปี ซึ่งเทียบเท่ากับการใช้พลังงานโดยเฉลี่ยของชาวจีนเกือบ 400 ครัวเรือน</p>
<p>ด้าน <strong>Pei Yunlong</strong> หัวหน้าฝ่ายซัพพลายเชนเพื่อสิ่งแวดล้อม ของทีมอลล์ ซุเปอร์มาร์เก็ต กล่าวว่า นอกจากการชี้แจงข้อมูลด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากผลิตภัณฑ์ให้ผู้บริโภคทราบแล้ว ทีมอลล์ยังต้องการสนับสนุนซัพพลายเออร์และผู้ผลิตนำมาตรการเพื่อสิ่งแวดล้อม (Green measures) มาปรับใช้ได้ด้วย นำมาสู่การพัฒนาสินค้าอุปโภคบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถึง 20 รายการ บนทีมอลล์ ซุเปอร์มาร์เก็ต อาทิ ถ้วยบรรจุอาหาร และกระดาษรองอบที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ เป็นต้น​ นับตั้งแต่เปิดตัวในเมษายนปีที่แล้ว</p>
<figure id="attachment_17044" aria-describedby="caption-attachment-17044" style="width: 765px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-17044" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ali-Green-Supply-chain1.jpg" alt="" width="765" height="718" /><figcaption id="caption-attachment-17044" class="wp-caption-text"><em>ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบรอยเท้าคาร์บอน (Carbon footprints) ของผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ที่ ทีมอลล์ ซุเปอร์มาร์เก็ต</em></figcaption></figure>
<p>นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างวางแผนขยายความร่วมมือกับซัพพลายเออร์ที่มีมาตรการด้านความยั่งยืน เพื่อเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายสู่ Zero Waste ในกระบวนการผลิต รวมทั้งการขยายความร่วมมือกับผู้ค้าปลีกรายอื่นๆ ต่อไป เพื่อรวบรวมขวดพลาสติกที่ใช้แล้วมารีไซเคิลเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค</p>
<p><em>&#8220;ทีมอลล์ฯ ​ยังกระตุ้นให้ซัพพลายเออร์ปรับปรุงประสิทธิภาพด้านความยั่งยืนด้วยการติดแท็กผลิตภัณฑ์ <strong>“eco-friendly”</strong> และผู้บริโภคที่ซื้อผลิตภัณฑ์จะได้คะแนน ซึ่งสามารถนำไปแลกรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ บนแพลตฟอร์มบัญชีแยกประเภทคาร์บอนของอาลีบาบาได้ เพื่อจูงใจให้ผู้บริโภคเลือกซื้อผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำภายในระบบนิเวศของอาลีบาบา ซึ่งตามผลวิจัยของ China Chain Store &amp; Franchise Association แสดงให้เห็นว่า 80% ของผู้บริโภคในจีน ยินดีจ่ายเงินสูงขึ้นถึง 10% สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนสนับสนุนความยั่งยืน&#8221;​</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/02/alibaba-drive-green-supply-chain-in-ecosystem/">อาลีบาบา เริ่มเดินสโคป 3 จับมือ ยูนิลีเวอร์ เนสท์เล่ ​เร่งเครื่อง Green Supply Chainsในจีน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
