<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%82/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 19 Jun 2026 04:28:08 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.7</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>SIG จับมือ WWF ประเทศไทย เผยความคืบหน้า โครงการ Forests Forward ปีที่ 2   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/sig-join-wwf-forests-forward-ep2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Jun 2026 04:28:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[Conservation]]></category>
		<category><![CDATA[Forests Forward]]></category>
		<category><![CDATA[Forests Forward ปีที่ 2]]></category>
		<category><![CDATA[SIG]]></category>
		<category><![CDATA[WWF]]></category>
		<category><![CDATA[ความหลากหลายทางชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บวชป่า]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐพล พิทักษ์เทพสมบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[วรภัทร คำไคร้]]></category>
		<category><![CDATA[วัชรพงศ์ อึงศรีสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล]]></category>
		<category><![CDATA[อนุรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[เอสไอจี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42545</guid>

					<description><![CDATA[<p>SIG ผู้นำด้านโซลูชันบรรจุภัณฑ์ระดับโลก และ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) ประกาศความคืบหน้าความร่วมมือปีที่ 2 ในโครงการ Forests Forward ที่มุ่งอนุรักษ์ และยกระดับการจัดการผืนป่าอย่างยั่งยืนครอบคลุมพื้นที่กว่า 375,000 ไร่ (60,000 เฮกตาร์) ใน 3 พื้นที่ยุทธศาสตร์ของประเทศ ได้แก่ พื้นที่แนวเชื่อมต่อผืนป่าแม่ปิง–แก่งกรุง พื้นที่ลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง และกลุ่มผืนป่า ดงพญาเย็น–ทับลาน ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศ และวิถีชีวิตของชุมชนที่อาศัยอยู่ร่วมกับผืนป่าและพื้นที่ชุ่มน้ำโดยรอบ โดยโครงการนี้ยังสอดคล้องกับแนวทาง 30&#215;30 ของประเทศไทย ซึ่งตั้งเป้าอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่บนบกและทางทะเลให้ได้ 30% ภายในปี 2573 โดยมุ่งยกระดับความสมบูรณ์ของผืนป่า เสริมความแข็งแรงของระบบนิเวศ และสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นให้สามารถอยู่ร่วมกับทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 โครงการได้ขับเคลื่อนการฟื้นฟูระบบนิเวศและการอนุรักษ์ป่าในหลายมิติ ทั้งการฟื้นฟูพื้นที่ป่า การเสริมศักยภาพเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการติดตามและเฝ้าระวัง รวมถึงการส่งเสริมบทบาทของชุมชนในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ โดยผลลัพธ์สำคัญประกอบด้วย การฟื้นฟูพื้นที่ป่าโดยตรงรวม 435.75 ไร่ (69.72 เฮกตาร์) ในพื้นที่เป้าหมาย 5 แห่ง การฝึกอบรมด้านระบบลาดตระเวน SMART [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/sig-join-wwf-forests-forward-ep2/">SIG จับมือ WWF ประเทศไทย เผยความคืบหน้า โครงการ Forests Forward ปีที่ 2   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>SIG </strong><strong>ผู้นำด้านโซลูชันบรรจุภัณฑ์ระดับโลก และ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (</strong><strong>WWF) </strong><strong>ประกาศความคืบหน้าความร่วมมือปีที่ </strong><strong>2 </strong><strong>ในโครงการ </strong><strong>Forests Forward</strong> ที่มุ่งอนุรักษ์ และยกระดับการจัดการผืนป่าอย่างยั่งยืนครอบคลุมพื้นที่กว่า 375,000 ไร่ (60,000 เฮกตาร์) ใน 3 พื้นที่ยุทธศาสตร์ของประเทศ</p>
<p><span id="more-42545"></span></p>
<p>ได้แก่ พื้นที่แนวเชื่อมต่อผืนป่าแม่ปิง–แก่งกรุง พื้นที่ลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง และกลุ่มผืนป่า ดงพญาเย็น–ทับลาน ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศ และวิถีชีวิตของชุมชนที่อาศัยอยู่ร่วมกับผืนป่าและพื้นที่ชุ่มน้ำโดยรอบ โดยโครงการนี้ยังสอดคล้องกับแนวทาง 30&#215;30 ของประเทศไทย ซึ่งตั้งเป้าอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่บนบกและทางทะเลให้ได้ 30% ภายในปี 2573 โดยมุ่งยกระดับความสมบูรณ์ของผืนป่า เสริมความแข็งแรงของระบบนิเวศ และสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นให้สามารถอยู่ร่วมกับทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 โครงการได้ขับเคลื่อนการฟื้นฟูระบบนิเวศและการอนุรักษ์ป่าในหลายมิติ ทั้งการฟื้นฟูพื้นที่ป่า การเสริมศักยภาพเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการติดตามและเฝ้าระวัง รวมถึงการส่งเสริมบทบาทของชุมชนในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ โดยผลลัพธ์สำคัญประกอบด้วย การฟื้นฟูพื้นที่ป่าโดยตรงรวม 435.75 ไร่ (69.72 เฮกตาร์) ในพื้นที่เป้าหมาย 5 แห่ง การฝึกอบรมด้านระบบลาดตระเวน SMART Patrol แก่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า 120 คน การเสริมความเข้มแข็งให้แก่ป่าชุมชน 47 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 59,298 ไร่ (9,883 เฮกตาร์) รวมถึงการจัดตั้งเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำชุมชน 31 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 887.5 ไร่ (142 เฮกตาร์) ในลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42547 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/นายวรภัทร-คำไคร้-ผู้ใหญ่บ้านหนองโสน-จังหวัดตาก.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อีกทั้งยังพบรายงานเหตุความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าลดลงถึง 30% โดยมีทีมตอบสนองเหตุฉุกเฉินจำนวน 5 ทีม พร้อมฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ 25 คนให้สามารถใช้โดรนตรวจจับความร้อน (Thermal Drone) เพื่อเฝ้าระวังและติดตามช้างป่าในพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดความขัดแย้ง ขณะเดียวกัน ยังมีการติดตั้งระบบเฝ้าระวังไฟป่าแบบเรียลไทม์ครอบคลุมพื้นที่กว่า 156,250 ไร่ (25,000 เฮกตาร์) ในแนวผืนป่าแม่ปิง โดยใช้โดรนและระบบกล้องถ่ายทอดสด เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจจับและตอบสนองต่อภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น</p>
<p><strong>นายวัชรพงศ์ อึงศรีสวัสดิ์ ผู้อำนวยการเขตประเทศไทย ลาว พม่า และกัมพูชา เอสไอจี</strong> กล่าวว่า “ป่าที่สมบูรณ์เป็นรากฐานสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ ช่วยรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และคุณภาพชีวิตของชุมชนที่พึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ ความร่วมมือกับ WWF ประเทศไทยสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ SIG ในการดำเนินงานที่สร้างผลลัพธ์เชิงบวกอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การฟื้นฟูป่า การพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ การส่งเสริมการอนุรักษ์ที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน ไปจนถึงการลดความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า ทั้งหมดนี้สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจ ด้านการฟื้นฟูธรรมชาติของ SIG ที่เชื่อมโยงการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ การเสริมสร้างความยืดหยุ่นของระบบนิเวศ และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในระยะยาว”</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42546 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/นายวัชรพงศ์-ร่วมปลูกป่า-โครงการ-Forests-Forward-ปีที่-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>เนื่องในโอกาสวันสิ่งแวดล้อมโลก 2569 (5 มิถุนายน) ผู้บริหารระดับสูงจาก SIG และ WWF ประเทศไทย ร่วมกับตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ เครือข่ายพันธมิตร และชาวบ้านหนองโสนกว่า 180 คน ในตำบลย่านรี อำเภอสามเงา จังหวัดตาก ได้เข้าร่วมพิธีบวชป่าตามประเพณีและกิจกรรมปลูกต้นไม้เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศท้องถิ่น โดยภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการแสดงความคืบหน้าของโครงการ พร้อมพิธีมอบประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติบุคคลและองค์กรชุมชนที่มีบทบาทสำคัญในโครงการอนุรักษ์</p>
<p><strong>นายรัฐพล พิทักษ์เทพสมบัติ รองผู้อำนวยการฝ่ายอนุรักษ์และผู้อำนวยการส่วนงานกลุ่มป่าไม้องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล สำนักงานประเทศไทย</strong> กล่าวว่า “ความท้าทายสำคัญของการอนุรักษ์ป่าในปัจจุบัน คือการสร้างสมดุลระหว่างวิถีชีวิตของผู้คนกับการอยู่รอดของสัตว์ป่า ความร่วมมือกับ SIG ช่วยให้เราสามารถนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการอนุรักษ์ ไม่ว่าจะเป็นระบบเฝ้าระวังไฟป่าแบบเรียลไทม์ หรือการใช้โดรนตรวจจับความร้อนเพื่อติดตามช้างป่าในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งผลลัพธ์คือการลดความขัดแย้งระหว่างคนและสัตว์ป่าลงได้ 30% และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต จึงเป็นบทพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีและการมีส่วนร่วมของชุมชนสามารถช่วยปกป้องผืนป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ”</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42548 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/นายรัฐพล-พิทักษ์เทพสมบัติ-รองผู้อำนวยการฝ่ายอนุรักษ์-และผู้อำนวยการส่วนงานกลุ่มป่า.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ด้านนายวรภัทร คำไคร้ ผู้ใหญ่บ้านหนองโสน จังหวัดตาก</strong> กล่าวว่า “สำหรับชุมชนของเรา พิธีบวชป่าเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่แสดงเจตนาของชุมชนในการดูแลและปกป้องผืนป่าที่เป็นแหล่งพึ่งพิงของทุกคน การฟื้นฟูป่าไม่เพียงช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่ยังช่วยคืนความชุ่มชื้น แหล่งอาหาร และความสมดุลให้กับระบบนิเวศ เมื่อป่ามีความสมบูรณ์ สัตว์ป่าก็สามารถอาศัยอยู่ในถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติ ขณะที่ชุมชนก็สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงและปลอดภัยมากขึ้น นี่คือสิ่งที่เราอยากรักษาไว้ให้ลูกหลานและคนรุ่นต่อไป”</p>
<p>ทั้งนี้ ในปีที่ 3 ของโครงการ SIG และ WWF ประเทศไทย จะยังคงเดินหน้าต่อยอดผลการดำเนินงานในทั้ง 3 พื้นที่เป้าหมาย โดยให้ความสำคัญกับการเสริมประสิทธิภาพการจัดการพื้นที่คุ้มครอง การสนับสนุนงานอนุรักษ์ที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน การยกระดับระบบติดตามและเฝ้าระวัง ตลอดจนการขยายผลแนวทางที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกในพื้นที่เป้าหมายต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42550 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/แม่น้ำสงคราม-ช่วงบ้านท่าโข่ง-บริเวณโค้งกุดซวย.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/sig-join-wwf-forests-forward-ep2/">SIG จับมือ WWF ประเทศไทย เผยความคืบหน้า โครงการ Forests Forward ปีที่ 2   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>WWF ประเทศไทย ผนึกกำลัง LINE MAN Wongnai และ foodpanda ดึงภาคธุรกิจร่วมลดใช้พลาสติกอย่างยั่งยืน ขยายผลโครงการ Plastic ACTion สู่ระดับประเทศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/09/wwf-thailand-business-collaboration-for-plastic-action/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 Sep 2024 11:23:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[‘No Plastic in Nature Initiative]]></category>
		<category><![CDATA[FOOD DELIVERY]]></category>
		<category><![CDATA[foodpanda]]></category>
		<category><![CDATA[foodpanda ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[LINE MAN Wongnai]]></category>
		<category><![CDATA[No Plastic in Nature]]></category>
		<category><![CDATA[packaging]]></category>
		<category><![CDATA[PACT]]></category>
		<category><![CDATA[Plastic ACTion]]></category>
		<category><![CDATA[plastic waste]]></category>
		<category><![CDATA[single-use plastic]]></category>
		<category><![CDATA[WWF-Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[จุฑารัตน์ มณิปันตี]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. มาลียา โชติสกุลรัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[ฟู้ดเดลิเวอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[ฟู้ดแพนด้า]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐพล พิทักษ์เทพสมบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[ลด-เพิ่ม-แลกเปลี่ยน]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล]]></category>
		<category><![CDATA[ไลน์แมน วงใน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29011</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่มีการใช้ขยะพลาสติก​ Single-use หรือพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งในปริมาณมาก คือ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะจากแพลตฟอร์ม Food Delivery ที่เติบโตขึ้นอย่างมากหลังการแพร่ระบาดของโควิด ซึ่งที่ผ่านมาเราจะได้เห็นความพยายามของผู้ให้บริการออนดีมานด์เหล่านี้ ในการเข้ามามีส่วนร่วม​แสดงความรับผิดชอบ เพื่อให้​สามารถดำเนินธุรกิจโดยที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้​  โดยเฉพาะการพัฒนาฟีเจอร์ในแพลตฟอร์มเพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือก &#8216;ไม่รับช้อนส้อมพลาสติก&#8216; หรือการไม่รับเครื่องปรุงต่างๆ รวมทั้งความพยายามริเริ่มโครงการหรือบริการใหม่ๆ เพื่อมีส่วนลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น ล่าสุด มีความร่วมมือระหว่าง WWF Thailand (องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล สำนักงานประเทศไทย) และแพลตฟอร์ม Food Delivery On Demand อย่าง LINE MAN Wongnai (ไลน์แมน วงใน) และ foodpanda (ฟู้ดแพนด้า) ในการขยายโครงการ PACT หรือ Plastic ACTion ​ซึ่งเป็นโครงการลดพลาสติกทั่วโลกของ WWF ภายใต้กรอบ &#8216;No Plastic in Nature&#8216; เพื่อลดการรั่วไหลของพลาสติกสู่ธรรมชาติ โดยมีเป้าหมายระดับโลก ในการลดขยะพลาสติกลง 30%  ภายในปี 2030 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/wwf-thailand-business-collaboration-for-plastic-action/">WWF ประเทศไทย ผนึกกำลัง LINE MAN Wongnai และ foodpanda ดึงภาคธุรกิจร่วมลดใช้พลาสติกอย่างยั่งยืน ขยายผลโครงการ Plastic ACTion สู่ระดับประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่มีการใช้ขยะพลาสติก​ Single-use หรือพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งในปริมาณมาก คือ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะจากแพลตฟอร์ม Food Delivery ที่เติบโตขึ้นอย่างมากหลังการแพร่ระบาดของโควิด</p>
<p><span id="more-29011"></span></p>
<p>ซึ่งที่ผ่านมาเราจะได้เห็นความพยายามของผู้ให้บริการออนดีมานด์เหล่านี้ ในการเข้ามามีส่วนร่วม​แสดงความรับผิดชอบ เพื่อให้​สามารถดำเนินธุรกิจโดยที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้​  โดยเฉพาะการพัฒนาฟีเจอร์ในแพลตฟอร์มเพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือก &#8216;<strong>ไม่รับช้อนส้อมพลาสติก</strong>&#8216; หรือการไม่รับเครื่องปรุงต่างๆ รวมทั้งความพยายามริเริ่มโครงการหรือบริการใหม่ๆ เพื่อมีส่วนลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น</p>
<p>ล่าสุด มีความร่วมมือระหว่าง <strong>WWF Thailand</strong> (องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล สำนักงานประเทศไทย) และแพลตฟอร์ม Food Delivery On Demand อย่าง<strong> LINE MAN Wongnai</strong> (ไลน์แมน วงใน) และ<strong> foodpanda</strong> (ฟู้ดแพนด้า) ในการขยายโครงการ <strong>PACT</strong> หรือ <strong>Plastic ACTion </strong>​ซึ่งเป็นโครงการลดพลาสติกทั่วโลกของ WWF ภายใต้กรอบ <strong>&#8216;No Plastic in Nature</strong>&#8216; เพื่อลดการรั่วไหลของพลาสติกสู่ธรรมชาติ โดยมีเป้าหมายระดับโลก ในการลดขยะพลาสติกลง 30%  ภายในปี 2030 โดยมุ่งเน้นการกำจัดพลาสติกที่ไม่จำเป็นทั้งหมด พร้อมส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ใหม่และรีไซเคิลได้ ​​รวมทั้งลดปริมาณการใช้พลาสติกใหม่ (Virgin Plastic) ให้น้อยลง เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบหมุนเวียน และกำจัดปัญหาขยะพลาสติกในธรรมชาติ ซึ่งเป็นโครงการที่ริเริ่มในสิงคโปร์ ก่อนจะขยายผลไปในหลายพื้นที่ทุกภูมิภาคทั่วโลก ทั้งฮ่องกง เกาหลี เอกวาดอร์ เปรู และไทย</p>
<p><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29016 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/1-5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></strong></p>
<p><strong>ขยายผล Plastic ACTion ใน​ประเทศไทย</strong></p>
<p>สำหรับการขยายโครงการ PACT ในประเทศไทย ได้​​ร่วมกับภาคี​นำร่องเพื่อดำเนินการคู่ขนานไปกับโครงการ <strong>Plastic Smart Cities</strong> ที่​มุ่งแก้ไขปัญหามลพิษจากขยะพลาสติกที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศชายฝั่งและความหลากหลายทางชีวภาพ ผ่านความร่วมมือกับผู้ประกอบการท้องถิ่น 38 ราย ในอุตสาหกรรมเป้าหมายท้ังอาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งธุรกิจบริการ ของ 4 เมืองภาคใต้ ได้แก่ สุราษฎร์ธานี เกาะสมุย สงขลา และหาดใหญ่ เพื่อสนับสนุนการลดขยะพลาสติกในพื้นที่ ผ่านการร่วมมือกับเทศบาลนคร โรงเรียน และชุมชนในท้องถิ่น โดยมีกิจกรรม เช่น โรงเรียนปลอดพลาสติก ธนาคารขยะชุมชน ศูนย์คัดแยกขยะ และจุดรับคืนบรรจุภัณฑ์ เป็นต้น ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีทั้งจากผู้ประกอบการในพื้นที่ รวม​ทั้งผู้บริโภคที่สนับสนุนแนวทางในการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน</p>
<p>ขณะที่การขยายความร่วมมือออกมานอกพื้นที่ ผ่านกลุ่ม Food Delivery นำร่อง 2 แพลตฟอร์ม อย่างไลน์แมน วงใน และฟู้ดแพนด้า ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจที่สร้าง Single-use Plastic ​ปริมาณมาก เพื่อ​ร่วมมือกันสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ในระดับประเทศ ​และเปลี่ยนผ่านสู่แนวทางการใช้พลาสติกอย่างยั่งยืน ผ่านการให้คำปรึกษา สนับสนุนเครื่องมือและทักษะในการวัดและประเมินผลข้อมูล รวมทั้งสนับสนุนด้านการสื่อสารเพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และสร้างเครือข่ายให้แก่ธุรกิจตลอดห่วงโซ่ผ่าน​ 3 แนวทาง ประกอบด้วย</p>
<p><strong>1. ลด</strong>: สนับสนุนการลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวในระบบการจัดส่งอาหาร</p>
<p><strong>2. เพิ่ม</strong>: ส่งเสริมการใช้วัสดุที่ยั่งยืน บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ เพื่อทดแทนการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง</p>
<p><strong>3. แลกเปลี่ยน</strong>: แบ่งปันข้อมูลที่เกี่ยวข้อง การดำเนินงานตามนโยบาย กรณีศึกษาและแนวปฏิบัติต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29015 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/นายรัฐพล-พิทักษ์เทพสมบัติ-รองผู้อำนวยการฝ่ายอนุรักษ์-WWF-ประเทศไทย_2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณรัฐพล พิทักษ์เทพสมบัติ รองผู้อำนวยการฝ่ายอนุรักษ์ </strong><strong>WWF </strong><strong>ประเทศไทย</strong> เปิดเผยว่า ขยะพลาสติกเป็นประเด็นปัญหาระดับโลกที่เกี่ยวข้องกับชีวิตทุกคน ทุกปีมีการผลิตพลาสติก  430 ล้านตันทั่วโลก  โดยประเทศไทย​มีขยะพลาสติก​ 75% หรือราว 1.5 ล้านตันต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบรรจุภัณฑ์อาหารแบบใช้ครั้งเดียว และไม่มีการนำกลับไปใช้ประโยชน์ใหม่ ​เสี่ยงต่อการรั่วไหลสู่ธรรมชาติและสามารถตกค้างอยู่ในมหาสมุทรได้เป็นเวลาหลายร้อยปี  ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ความมั่นคงทางอาหาร รวมถึงความเป็นอยู่ของมนุษย์</p>
<p>&#8220;การแก้ไขปัญหามลพิษจากขยะพลาสติก​เป็นภารกิจที่ WWF ให้ความสำคัญ และมุ่งผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการผลิตและบริโภค รวมถึงกระบวนการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพที่ครอบคลุมตลอดวัฏจักรชีวิต (Life Cycle) ของพลาสติก ซึ่งการขับเคลื่อน PACT ระดับโลก เช่น ในสิงคโปร์ ​<em><strong>WWF ได้จับมือกับองค์กรธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี่ในปี 2019  ริเริ่มฟีเจอร์ ‘ไม่รับช้อนส้อมพลาสติกแบบอัตโนมัติ’ บนแอปพลิเคชัน และสามารถลดปริมาณขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งได้มากกว่า 1 ล้านชิ้นต่อสัปดาห์ </strong>ส่วนในประเทศไทยเชื่อว่าการได้ </em><em>ไลน์แมน วงใน และฟู้ดแพนด้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Plastic ACTion จะสามารถขยายผลของในการลดปริมาณขยะพลาสติก และผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับอุตสาหกรรมต่อไป รวมทั้งขยายให้เกิดอิมแพ็กในระดับประเทศได้ต่อไป&#8221;</em></p>
<p><strong>ดึง​บริการแพลตฟอร์ม​ ร่วมสร้าง Impact</strong></p>
<p><strong>ดร.บุญชนิต ว่องประพิณกุล</strong> ผู้จัดการโครงการ Plastic Smart Cities WWF ประเทศไทย กล่าวถึงศักยภาพในการร่วมมือกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม เนื่องจาก เป็นตัวกลางที่สามารถเข้าถึงได้ทั้งในกลุ่มผู้ประกอบการ รวมทั้งผู้บริโภค ทำให้สามารถรณรงค์ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสู่การบริโภคที่ยั่งยืน​ทั้งจากฟากของดีมานด์และซัพพลาย ขณะเดียวกันแพลตฟอร์มเองยังทำหน้าที่ในการเป็นช่องทางประชาสัมพันธ์เพื่อขับเคลื่อนทั้งการด้านตระหนักรู้ และ​ให้​ความรู้​แก่ลูกค้าและร้านค้าเรื่องการบริโภคที่ยั่งยืน การจัดการขยะ หรือการส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ​ขณะที่การขยายผลในอนาคตตั้งเป้าให้ครอบคลุมทั้งกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มในทุกแพลตฟอร์ม กลุ่มธุรกิจบริการ อีคอมเมอร์ซและโลจิสติกส์ รวมทั้งกลุ่มธรกิจค้าปลีก เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29017 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/3-4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร. มาลียา โชติสกุลรัตน์</strong> ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายนโยบายสาธารณะ และรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai กล่าวว่า ไลน์แมน วงในให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อมีส่วนช่วยลดขยะพลาสติก โดยเฉพาะการพัฒนา UX UI บนแพลตฟอร์ม เพื่อให้ผู้ใช้งานกว่า 10 ล้านคนต่อเดือน มีส่วน​ร่วมในการลดปริมาณขยะ โดยเฉพาะการมีฟีเจอร์ไม่รับช้อนส้อมพลาสติก ที่พัฒนามาในปี 2021 ซึ่งช่วงกว่า 2 ปีที่ผ่านมา สามารถลดขยะพลาสติกได้กว่า 3,286 ตัน พร้อมทั้ง​พยายามเพิ่มให้ลูกค้ามีส่วนร่วมมากขึ้น ด้วยการปรับการวางปุ่มเพื่อให้ลูกค้าสังเกตุง่ายขึ้นและมีส่วนร่วมบ่อยๆ จนสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมลูกค้าให้รับได้เฉพาะในช่วงที่จำเป็นได้ในที่สุด</p>
<p><em>&#8220;ทางแพลตฟอร์มยังได้ต่อยอดมาสู่การเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าในส่วนอื่นๆ เช่น การไม่รับเครื่องปรุง ที่นำร่องมาได้ราว 2 เดือน ซึ่งสามารถช่วยลดขยะจากซองเครื่องปรุงลงได้กว่า 20 ล้านซอง รวมทั้งการจูงใจร้านค้าในแพลตฟอร์มให้ปรับเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ขณะที่แพลตฟอร์มก็จะสนับสนุนให้ร้านค้ากลุ่มนี้ที่มีกว่า  1,400 ราย ให้มีอัตราการมองเห็นจากลูกค้าได้ดีมากขึ้น เพื่อมีส่วนช่วยผลักดันยอดขายให้สามารถชดเชยต้นทุนที่อาจจะเพิ่มขึ้นจากการใช้บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน ขณะที่การมาเข้าร่วม PACT กับทาง WWF และได้ลงพื้นที่เพื่อศึกษาโครงการ <strong>Plastic Smart Cities</strong> ในพื้นที่นำร่อง ทำให้สามารถนำมาต่อยอดไอเดีย​ รวมท้ังการเข้าถึงความรู้ ข้อมูล เพื่อนำมาต่อยอดให้ธุรกิจสามรถสร้างอิมแพ็กได้เพิ่มมากขึ้นในอนาคต&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29018 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/UX-UI3.jpg" alt="" width="1200" height="666" /></p>
<p>ด้าน<strong> คุณจุฑารัตน์ มณิปันตี</strong> ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กรและรรัฐกิจสัมพันธ์​ foodpanda ประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ฟู้ดแพนด้าริเริ่มพัฒนาฟีเจอร์ไม่รับช้อนส้อมใน 11 ตลาด ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มาต้ังแต่ปี 2018 โดยในประเทศไทยมีลูกค้าถึง 85% ที่เลือกไม่รับช้อนส้อม โดยมีการเติบโตเฉลี่ยปีละ 20-30% และส่วนใหญ่คนที่เคยกดแล้วมักจะกดซ้ำนำมาสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดการสร้างขยะได้ในที่สุด โดยในปี 2023 ที่ผ่าน สามารถลดปริมาณขยะพลาสติกได้ 246 ตัน หรือตลอด 6 ปี สามารถลดลงได้มากกว่า 2,500 ตัน  รวมทั้งการสนับสนุนให้ร้านค้าหันมาใช้บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน ด้วยการจับมือกับแบรนด์เกรซ ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อสนับสนุนบรรจุภัณฑ์กว่า 1.5 ล้านกล่อง เพื่อมอบให้ร้านค้าในแพลตฟอร์มกว่า 4,500 ร้านค้า นำไปใช้บรรจุอาหารให้ลูกค้า ซึ่งช่วยลดโอกาสเกิดขยะไปได้ 1.5 ล้านชิ้นเช่นกัน</p>
<p><em>&#8220;ขณะที่การผลักดันเพื่อให้ลดปริมาณขยะบรรจุภัณฑ์ลงได้มากขึ้น จากการต่อยอดความร่วมมือในโครงการ PACT เพื่อนำข้อมูล หรืออินไซต์ที่ได้ไปขยายผลต่อผ่านการสื่อสาร เพื่อกระตุ้นทั้งด้าน Awareness และการเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกค้า ส่วนแผนในการผลักดันให้ร้านค้าเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์ยั่งยืนให้มากขึ้น ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรด้านบรรจุภัณฑ์เพื่อเสนอเงื่อนไขพิเศษให้กับทางร้านค้า เพื่อมีส่วนดึงดูดร้านค้าอื่นๆ ที่อยู่ภายในแพลตฟอร์มให้หันมาใช้บริการจากทางแบรนด์เพิ่มมากขึ้น​​ เพื่อสามารถขยายผลเชิงบวกได้เป็นวงกว้างได้มากขึ้น&#8221; ​ </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29019 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/UX-UI-F1.jpg" alt="" width="1200" height="681" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/wwf-thailand-business-collaboration-for-plastic-action/">WWF ประเทศไทย ผนึกกำลัง LINE MAN Wongnai และ foodpanda ดึงภาคธุรกิจร่วมลดใช้พลาสติกอย่างยั่งยืน ขยายผลโครงการ Plastic ACTion สู่ระดับประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตลาดหลักทรัพย์ฯ จับมือพันธมิตร จัดงาน “Green Economy: Next Growth and Survive” ส่งเสริมการขับเคลื่อนภาคเอกชนสู่การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนเพื่อมุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/02/set-green-economy-next-growth-and-survive/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 22 Feb 2024 11:26:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Finance]]></category>
		<category><![CDATA[Green Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Green Economy: Next Growth and Survive]]></category>
		<category><![CDATA[SET]]></category>
		<category><![CDATA[SET Social Impact]]></category>
		<category><![CDATA[SET…Make it Work for Everyone]]></category>
		<category><![CDATA[The Gold Standard Foundation]]></category>
		<category><![CDATA[TIJ]]></category>
		<category><![CDATA[WWF]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. พิเศษ สอาดเย็น]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. ภากร ปีตธวัชชัย]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์ฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[วีรวิชญ์ เธียรชัยนันท์]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[หม่อมหลวง ชโยทิต กฤดากร]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=24024</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ก้าวสู่ปีที่ 50 จับมือสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (USAID) และ The Gold Standard Foundation จัดงาน “Green Economy: Next Growth and Survive” โดยได้รับเกียรติจากหม่อมหลวง ชโยทิต กฤดากร ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ผู้แทนการค้าไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษการขับเคลื่อนประเทศไทยมุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว พร้อมเชิญภาครัฐ ภาคเอกชน บริษัทจดทะเบียน ร่วมรับฟังโมเดลและรูปแบบนวัตกรรมทางสังคมที่ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ดร. ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ “To Make the Capital Market ‘Work’ for Everyone” ได้ขับเคลื่อนประเทศไทยให้เกิดการเติบโตอย่างมีสมดุล โดยมีการดำเนินการทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านความยั่งยืน และงานพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐที่มุ่งส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว และตอบเป้าประสงค์การพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (SDGs) จึงเกิดเป็นความร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์ฯ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/set-green-economy-next-growth-and-survive/">ตลาดหลักทรัพย์ฯ จับมือพันธมิตร จัดงาน “Green Economy: Next Growth and Survive” ส่งเสริมการขับเคลื่อนภาคเอกชนสู่การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนเพื่อมุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย</strong> ก้าวสู่ปีที่ 50 จับมือสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (USAID) และ The Gold Standard Foundation จัดงาน <strong>“Green Economy: Next Growth and Survive”</strong></p>
<p><span id="more-24024"></span></p>
<p>โดยได้รับเกียรติจากหม่อมหลวง ชโยทิต กฤดากร ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ผู้แทนการค้าไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษการขับเคลื่อนประเทศไทยมุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว พร้อมเชิญภาครัฐ ภาคเอกชน บริษัทจดทะเบียน ร่วมรับฟังโมเดลและรูปแบบนวัตกรรมทางสังคมที่ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม</p>
<p><strong>ดร. ภากร ปีตธวัชชัย</strong> กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ <strong>“To Make the Capital Market ‘Work’ for Everyone”</strong> ได้ขับเคลื่อนประเทศไทยให้เกิดการเติบโตอย่างมีสมดุล โดยมีการดำเนินการทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านความยั่งยืน และงานพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐที่มุ่งส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว และตอบเป้าประสงค์การพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (SDGs) จึงเกิดเป็นความร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์ฯ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (USAID) และThe Gold Standard Foundation จัดงาน “Green Economy: Next Growth and Survive” ขึ้น เพื่อร่วมกันส่งเสริมภาคเอกชนสู่การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน มุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว</p>
<p>“งานในครั้งนี้ ทุกภาคส่วนตั้งแต่ภาครัฐ ภาคสังคม และภาคธุรกิจ จะร่วมเสนอวิสัยทัศน์ นโยบายเชิงกลยุทธ์ และแลกเปลี่ยน โมเดลและรูปแบบนวัตกรรมทางสังคมที่ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและสังคมไปพร้อมกัน รวมถึงการนำกลไกคาร์บอนเครดิตมาร่วมพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งจะเป็นกรณีศึกษาให้ภาคเอกชนพัฒนาแนวทางการดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อมุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว ขับเคลื่อนอนาคตของทุกภาคส่วนที่จะโตไปด้วยกันอย่างสมดุลและยั่งยืน” ดร. ภากร กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24054 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/2-5.jpg" alt="" width="1200" height="780" /></p>
<p><strong>นายวีรวิชญ์ เธียรชัยนันท์</strong> ผู้อำนวยการโครงการแม่โขงเพื่ออนาคต องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล กล่าวว่า โครงการแม่โขงเพื่ออนาคตขององค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) ดำเนินงานโดยองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) เพื่อสร้างความร่วมมือแก้ไขปัญหาข้ามพรมแดน ผ่านการมีส่วนร่วมของเครือข่ายภาคประชาสังคม พันธกิจของคณะผู้จัดงานในครั้งนี้มีความสอดคล้องด้านกลยุทธ์เรื่องสภาพภูมิอากาศของ USAID เป็นอย่างมาก โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบสูงและเร่งด่วน ผ่านกลไกการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน โครงการรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่สามารถเชื่อม Gold Standard โปรแกรมรับรองคาร์บอนเครดิต ให้มาเป็นส่วนหนึ่งของงานในครั้งนี้ โดยโปรแกรมนี้มีต้นกำเนิดมาจาก WWF ที่มุ่งเน้นการรับรองคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูง เพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านความมั่นคงทางสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืนผ่านความร่วมมือกับองค์กรภาคประชาสังคมและทุกภาคส่วน</p>
<p><strong>ดร.พิเศษ สอาดเย็น</strong> สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) กล่าวว่า TIJ เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่ผลักดันให้เกิดการรวมตัวของภาคีเครือข่ายองค์กรต่างๆ จากทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ผ่านโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำรุ่นใหม่ด้านหลักนิติธรรมและการพัฒนา (Rule of Law and Development Program) หรือ RoLD Program โดยเครือข่ายผู้นำรุ่นใหม่ด้านหลักนิติธรรมและการพัฒนา (RoLD Fellows) ได้นำประเด็นปัญหาฝุ่นและหมอกควันข้ามแดน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่เกี่ยวพันกับหลายประเทศอาเซียน มาสร้างวงสนทนาแลกเปลี่ยนผ่านมุมมองที่มองผ่านเลนส์ในประเด็นด้านความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม (Environmental Justice) โดยมีข้อเสนอที่น่าสนใจเกี่ยวกับการแก้ปัญหาฝุ่นและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือของไทย คือ การแสวงหาข้อเท็จจริงของสาเหตุการเกิดฝุ่นควันที่มาจากการเผาในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและนำแนวทาง “การพัฒนาทางเลือก” (Alternative Development) มาช่วยทำให้ประชาชนในพื้นที่ลดการเผาในที่โล่ง พร้อมกับมีอาชีพทางเลือกใหม่และมีรายได้ที่มั่นคงมาทดแทน ซึ่งจะช่วยลดการกล่าวโทษประชาชน แต่เปลี่ยนไปเป็นการร่วมมือกันของทุกฝ่ายเพื่อวางแนวทางการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน การจัดงานครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญของการส่งเสริมความเข้มแข็งของเครือข่าย เพื่อขับเคลื่อนประเด็นทางสังคมด้านทรัพยากร ธรรมชาติสิ่งแวดล้อมให้เกิดความเป็นธรรมควบคู่กับการพัฒนาที่ยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24055 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/3-6.jpg" alt="" width="1200" height="634" /></p>
<p>งาน “<strong>Green Economy: Next Growth and Survive”</strong> จะมีการปาฐกถาพิเศษโดย<strong>หม่อมหลวง ชโยทิต กฤดากร</strong> ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ผู้แทนการค้าไทย และเสวนา <strong>“Carbon Credit: Mechanism for Green Economy?</strong>” โดยวิทยากรรับเชิญ ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการพัฒนาสิ่งแวดล้อม ผู้เชี่ยวชาญด้าน Carbon Finance และ Carbon Credit จากองค์กรระดับสากล และผู้ประกอบการเพื่อสังคมที่สร้างนวัตกรรมทางสังคมในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมทางภาคเหนือ งานจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 22 ก.พ. 2567 เวลา 13:00-16:00 น. ที่อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ ผู้สนใจสามารถรับฟังงานสัมมนาย้อนหลังผ่านช่องทางออนไลน์ Facebook : SET Social Impact</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/set-green-economy-next-growth-and-survive/">ตลาดหลักทรัพย์ฯ จับมือพันธมิตร จัดงาน “Green Economy: Next Growth and Survive” ส่งเสริมการขับเคลื่อนภาคเอกชนสู่การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนเพื่อมุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอปสันสานความร่วมมือ WWF ฟื้นฟูผืนป่าทั่วโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/07/epson-join-wwf-recovering-the-forrest/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Jul 2023 05:00:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[EPSON]]></category>
		<category><![CDATA[WWF]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ฟื้นฟูผืนป่า]]></category>
		<category><![CDATA[ยรรยง มุนีมงคลทร]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล]]></category>
		<category><![CDATA[เอปสัน]]></category>
		<category><![CDATA[โตอาบิ ซาดาโยสิ]]></category>
		<category><![CDATA[ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=19855</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น ประกาศความร่วมมือกับองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF องค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระดับโลก ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือระยะเวลา 3 ปี ในการฟื้นฟูและอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้ทั่วโลก ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น และ WWF มีจุดยืนร่วมกันในด้านการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม และเคยทำงานร่วมกันในโครงการอนุรักษ์ทางทะเลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อมีนาคม 2565 ก่อนจะจับมือกันเป็นพันธมิตร เพื่อดำเนินงานภายใต้วัตถุประสงค์ 3 ประการ ประกอบด้วย 1) จัดการกับรอยเท้านิเวศของเอปสัน 2) สนับสนุนโครง การฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าของ WWF ใน 7 ประเทศทั่ว 4 ภูมิภาค และ 3) สร้างการรับรู้และความเข้าใจต่อประเด็นสิ่งแวดล้อม เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว เอปสันจะทำการสนับสนุนเงิน 240 ล้านเยน หรือประมาณ 59 ล้านบาท ในระยะ เวลา 3 ปี เริ่มตั้งแต่มีนาคม 2566 สำหรับใช้ในโครงการด้านป่าไม้ของ WWF โดยตลอดระยะเวลาความร่วมมือ เอปสันในฐานะองค์กรสมาชิกในโครงการ Forests Forward ของ WWF จะร่วมสนับสนุนกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ป่าไม้และฟื้นฟูธรรมชาติในผืนป่าที่เสียหายจากการถูกตัดไม้ในพื้นที่ต่างๆ ที่ WWF เข้าดำเนินงาน และจะช่วยปรับปรุงด้านความยั่งยืนในห่วงโซอุปทานให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ความร่วมมือนี้ยังจะมุ่งสร้างโลกที่มีธรรมชาติที่ดีขึ้นกว่าเดิม (nature-positive) ผ่านการผลักดันการใช้ทรัพยากรป่าไม้ (กระดาษ) ในภาคธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ รวมถึงการอนุรักษ์ระบบนิเวศน้ำสะอาดและกิจกรรมที่จะนำไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนซึ่งจะมีตามมาในอนาคต นายยาสึโนริ โอกาว่า ประธานบริษัท ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “เอปสันรู้สึกยินดีที่ได้ลงนามในข้อ ตกลงความร่วมมือกับ WWF โลกกำลังเผชิญกับความหายนะทางสิ่งแวดล้อม จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่เราจะต้องลงมือทันที เพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของโลกใบนี้เอาไว้ก่อนที่มันจะสายเกินไป การร่วมเป็นพันธมิตรครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเอปสันในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดปริมาณของเสีย และทำให้แน่ใจว่าการใช้ทรัพยากรธรรมชาตินั้นเป็นไปอย่างยั่งยืน ด้วยเป้าหมายที่จะสร้างอนาคตที่ผู้คนสามารถใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน องค์กร WWF จึงเหมาะสมที่สุดสำหรับเอปสัน” “ในปี 2564 เอปสันได้ประกาศวิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อม โดยตั้งเป้าที่จะก้าวไปเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ เป็นลบรวมถึงไม่มีการใช้ทรัพยากรใต้ดินให้ได้ภายในปี 2593 และเพื่อทำให้เป้าหมายนี้เป็นจริงขึ้นมาได้ บริษัทฯ ได้ริเริ่มกระบวนการใหม่ๆ ที่รวมถึงการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ การใช้ทรัพยากรแบบวงปิด การสร้างผลิตภัณฑ์และบริการที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม เอปสันตระหนักดีว่าการมีส่วนร่วมของชุมชนมีความจำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายในการสร้างสังคมที่ยั่งยืน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/epson-join-wwf-recovering-the-forrest/">เอปสันสานความร่วมมือ WWF ฟื้นฟูผืนป่าทั่วโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH"><strong>ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น</strong> ประกาศความร่วมมือกับ<strong>องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสาก</strong>ล หรือ </span>WWF <span lang="TH">องค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระดับโลก ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือระยะเวลา </span>3 <span lang="TH">ปี ในการฟื้นฟูและอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้ทั่วโลก</span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span id="more-19855"></span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น และ </span>WWF <span lang="TH">มีจุดยืนร่วมกันในด้านการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม และเคยทำงานร่วมกันในโครงการอนุรักษ์ทางทะเลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อมีนาคม </span>2565<span lang="TH"> ก่อนจะจับมือกันเป็นพันธมิตร เพื่อดำเนินงานภายใต้วัตถุประสงค์ </span>3 <span lang="TH">ประการ ประกอบด้วย </span>1) <span lang="TH">จัดการกับรอยเท้านิเวศของเอปสัน </span>2)<span lang="TH"> สนับสนุนโครง การฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าของ </span>WWF <span lang="TH">ใน </span>7<span lang="TH"> ประเทศทั่ว </span>4<span lang="TH"> ภูมิภาค และ </span>3) <span lang="TH">สร้างการรับรู้และความเข้าใจต่อประเด็นสิ่งแวดล้อม</span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว เอปสันจะทำการสนับสนุนเงิน </span>240<span lang="TH"> ล้านเยน หรือประมาณ </span>59<span lang="TH"> ล้านบาท ในระยะ เวลา </span>3 <span lang="TH">ปี เริ่มตั้งแต่มีนาคม </span>2566<span lang="TH"> สำหรับใช้ในโครงการด้านป่าไม้ของ </span>WWF<span lang="TH"> โดยตลอดระยะเวลาความร่วมมือ เอปสันในฐานะองค์กรสมาชิกในโครงการ </span>Forests Forward <span lang="TH">ของ </span>WWF<span lang="TH"> จะร่วมสนับสนุนกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ป่าไม้และฟื้นฟูธรรมชาติในผืนป่าที่เสียหายจากการถูกตัดไม้ในพื้นที่ต่างๆ ที่ </span>WWF <span lang="TH">เข้าดำเนินงาน และจะช่วยปรับปรุงด้านความยั่งยืนในห่วงโซอุปทานให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ความร่วมมือนี้ยังจะมุ่งสร้างโลกที่มีธรรมชาติที่ดีขึ้นกว่าเดิม (</span>nature-positive) <span lang="TH">ผ่านการผลักดันการใช้ทรัพยากรป่าไม้ (กระดาษ) ในภาคธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ รวมถึงการอนุรักษ์ระบบนิเวศน้ำสะอาดและกิจกรรมที่จะนำไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนซึ่งจะมีตามมาในอนาคต</span></p>
<p class="x_MsoNormal"><b><span lang="TH">นายยาสึโนริ</span></b><b> <span lang="TH">โอกาว่า</span> <span lang="TH">ประธานบริษัท ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น</span></b> <span lang="TH">กล่าวว่า “เอปสันรู้สึกยินดีที่ได้ลงนามในข้อ ตกลงความร่วมมือกับ </span>WWF <span lang="TH">โลกกำลังเผชิญกับความหายนะทางสิ่งแวดล้อม จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่เราจะต้องลงมือทันที เพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของโลกใบนี้เอาไว้ก่อนที่มันจะสายเกินไป การร่วมเป็นพันธมิตรครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเอปสันในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดปริมาณของเสีย และทำให้แน่ใจว่าการใช้ทรัพยากรธรรมชาตินั้นเป็นไปอย่างยั่งยืน ด้วยเป้าหมายที่จะสร้างอนาคตที่ผู้คนสามารถใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน องค์กร </span>WWF <span lang="TH">จึงเหมาะสมที่สุดสำหรับเอปสัน</span>”</p>
<p class="x_MsoNormal">“<span lang="TH">ในปี </span>2564<span lang="TH"> เอปสันได้ประกาศวิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อม โดยตั้งเป้าที่จะก้าวไปเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ เป็นลบรวมถึงไม่มีการใช้ทรัพยากรใต้ดินให้ได้ภายในปี </span>2<span lang="TH">5</span>93 <span lang="TH">และเพื่อทำให้เป้าหมายนี้เป็นจริงขึ้นมาได้ บริษัทฯ ได้ริเริ่มกระบวนการใหม่ๆ ที่รวมถึงการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ การใช้ทรัพยากรแบบวงปิด การสร้างผลิตภัณฑ์และบริการที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม เอปสันตระหนักดีว่าการมีส่วนร่วมของชุมชนมีความจำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายในการสร้างสังคมที่ยั่งยืน เช่นเดียวกับความร่วมมือจากพันธมิตรที่มีแนวคิดเดียวกัน อย่าง </span>WWF <span lang="TH">ที่จะร่วมกันสร้างความตระหนักรู้และดำเนินการอย่างกล้าหาญ เพื่อแก้ ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่โลกกำลังเผชิญอยู่&#8221;</span></p>
<p class="x_MsoNormal"><b><span lang="TH">นายโตอาบิ ซาดาโยสิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร</span></b><b> WWF <span lang="TH">ประเทศญี่ปุ่น</span></b><span lang="TH"> กล่าวว่า </span>“WWF<span lang="TH"> มีความยินดีที่ได้ร่วม มือกับเอปสัน เพื่ออนาคตของป่าไม้ และไม่ใช่แค่เพียงความมุ่งมั่นของบริษัทเพียงบริษัทเดียว แต่นี่ยังสะท้อนให้เห็นถึงย่างก้าวที่สำคัญของความพยายามอย่างเร่งรีบจากภาคเอกชน เพื่อป้องกันความเสื่อมโทรมของธรรมชาติ โดย เฉพาะป่าไม้ที่เราทุกคนต้องพึ่งพา”</span></p>
<p class="x_MsoNormal">“<span lang="TH">การคุ้มครองและการจัดการต่อระบบนิเวศในผืนป่าด้วยความรับผิดชอบเป็นวาระสำคัญในการประชุมระดับโลกเมื่อเร็วๆ นี้ อย่าง การประชุม </span>UN COP27<span lang="TH"> ว่าด้วยเรื่องสภาพภูมิอากาศ และ </span>UN COP15<span lang="TH"> ว่าด้วยเรื่องความหลาก หลายทางชีวภาพ แสดงให้เห็นว่าประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องวิกฤตที่ทุกองค์กรจะต้องช่วยกันขับเคลื่อน ด้วยการให้คำมั่นที่แน่วแน่และสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเร่งด่วน เพราะนี่คือสิ่งจำเป็นต่อการฟื้นคืนความสูญเสียของความหลากหลายทางชีวภาพ และการสร้างสังคมที่มีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ด้วยการเป็นพันธมิตรและการมีส่วนร่วมในโครงการ </span>Forests Forward <span lang="TH">เอปสัน และ </span>WWF <span lang="TH">จะมุ่งมั่นรักษาผืนป่าที่ถูกคุกคาม ทั้งภายในและนอกเหนือประเทศที่เอปสันมีห่วงโซ่อุปทานไปถึง ผ่านการบริหารจัดการป่าไม้และฟื้นฟูธรรมชาติให้ดียิ่งขึ้น</span>”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19857 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/ยรรยง-มุนีมงคลทร_Epson_1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">ด้าน <b>นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด </b>กล่าวว่า </span>“<span lang="TH">เอปสันและ </span>WWF <span lang="TH">ได้มีการร่วมงานกันตั้งแต่ปี </span>2565 <span lang="TH">ในโครงการอนุรักษ์ทางทะเล เพื่อฟื้นฟูความสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เริ่มจากการฟื้นฟูปะการังที่สิงคโปร์ ก่อนจะขยายไปยังอินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย รวมถึงการฟื้นฟูป่าชายเลนในฟิลิปปินส์ โดยให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง และพันธมิตรทางด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคู่ค้าและสื่อมวลชน สำหรับประเทศไทย เอปสันจะยังสานต่อกิจกรรมอนุรักษ์ทางทะเล ทั้งยังขยายขอบเขตการทำงานร่วมกับ </span>WWF <span lang="TH">ประเทศไทยในการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าไม้ เพื่อปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพทั้งบนบกและใต้น้ำ</span>”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/epson-join-wwf-recovering-the-forrest/">เอปสันสานความร่วมมือ WWF ฟื้นฟูผืนป่าทั่วโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอปสันสานความร่วมมือ WWF ฟื้นฟูผืนป่าทั่วโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/06/epson-mou-wwf-environmental-caring/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Jun 2023 05:12:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[WWF]]></category>
		<category><![CDATA[การอนุรักษ์ป่าไม้และฟื้นฟูธรรมชาติในผืนป่า]]></category>
		<category><![CDATA[ฟื้นฟูผืนป่า]]></category>
		<category><![CDATA[ยาสึโนริ โอกาว่า]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล]]></category>
		<category><![CDATA[โตอาบิ ซาดาโยสิ]]></category>
		<category><![CDATA[ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=19358</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น ประกาศความร่วมมือกับองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF องค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระดับโลก ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือระยะเวลา 3 ปี ในการฟื้นฟูและอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้ทั่วโลก ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น และ WWF มีจุดยืนร่วมกันในด้านการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม และเคยทำงานร่วมกันในโครงการอนุรักษ์ทางทะเลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อมีนาคม 2565 ก่อนจะจับมือกันเป็นพันธมิตร เพื่อดำเนินงานภายใต้วัตถุประสงค์ 3 ประการ ประกอบด้วย 1) จัดการกับรอยเท้านิเวศของเอปสัน 2) สนับสนุนโครง การฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าของ WWF ใน 7 ประเทศทั่ว 4 ภูมิภาค และ 3) สร้างการรับรู้และความเข้าใจต่อประเด็นสิ่งแวดล้อม เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว เอปสันจะทำการสนับสนุนเงิน 240 ล้านเยน หรือประมาณ 59 ล้านบาท ในระยะ เวลา 3 ปี เริ่มตั้งแต่มีนาคม 2566 สำหรับใช้ในโครงการด้านป่าไม้ของ WWF โดยตลอดระยะเวลาความร่วมมือ เอปสันในฐานะองค์กรสมาชิกในโครงการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/epson-mou-wwf-environmental-caring/">เอปสันสานความร่วมมือ WWF ฟื้นฟูผืนป่าทั่วโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น ประกาศความร่วมมือกับองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF องค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระดับโลก ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือระยะเวลา 3 ปี ในการฟื้นฟูและอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้ทั่วโลก</strong></p>
<p><span id="more-19358"></span></p>
<p>ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น และ WWF มีจุดยืนร่วมกันในด้านการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม และเคยทำงานร่วมกันในโครงการอนุรักษ์ทางทะเลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อมีนาคม 2565 ก่อนจะจับมือกันเป็นพันธมิตร เพื่อดำเนินงานภายใต้วัตถุประสงค์ 3 ประการ ประกอบด้วย 1) จัดการกับรอยเท้านิเวศของเอปสัน 2) สนับสนุนโครง การฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าของ WWF ใน 7 ประเทศทั่ว 4 ภูมิภาค และ 3) สร้างการรับรู้และความเข้าใจต่อประเด็นสิ่งแวดล้อม</p>
<p>เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว เอปสันจะทำการสนับสนุนเงิน 240 ล้านเยน หรือประมาณ 59 ล้านบาท ในระยะ เวลา 3 ปี เริ่มตั้งแต่มีนาคม 2566 สำหรับใช้ในโครงการด้านป่าไม้ของ WWF โดยตลอดระยะเวลาความร่วมมือ เอปสันในฐานะองค์กรสมาชิกในโครงการ Forests Forward ของ WWF จะร่วมสนับสนุนกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ป่าไม้และฟื้นฟูธรรมชาติในผืนป่าที่เสียหายจากการถูกตัดไม้ในพื้นที่ต่างๆ ที่ WWF เข้าดำเนินงาน และจะช่วยปรับปรุงด้านความยั่งยืนในห่วงโซอุปทานให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ความร่วมมือนี้ยังจะมุ่งสร้างโลกที่มีธรรมชาติที่ดีขึ้นกว่าเดิม (nature-positive) ผ่านการผลักดันการใช้ทรัพยากรป่าไม้ (กระดาษ) ในภาคธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ รวมถึงการอนุรักษ์ระบบนิเวศน้ำสะอาดและกิจกรรมที่จะนำไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนซึ่งจะมีตามมาในอนาคต</p>
<p><strong>นายยาสึโนริ</strong><strong> </strong><strong>โอกาว่า</strong><strong> </strong><strong>ประธานบริษัท ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น</strong> กล่าวว่า “เอปสันรู้สึกยินดีที่ได้ลงนามในข้อ ตกลงความร่วมมือกับ WWF โลกกำลังเผชิญกับความหายนะทางสิ่งแวดล้อม จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่เราจะต้องลงมือทันที เพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของโลกใบนี้เอาไว้ก่อนที่มันจะสายเกินไป การร่วมเป็นพันธมิตรครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเอปสันในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดปริมาณของเสีย และทำให้แน่ใจว่าการใช้ทรัพยากรธรรมชาตินั้นเป็นไปอย่างยั่งยืน ด้วยเป้าหมายที่จะสร้างอนาคตที่ผู้คนสามารถใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน องค์กร WWF จึงเหมาะสมที่สุดสำหรับเอปสัน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19361 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Epson3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“ในปี 2564 เอปสันได้ประกาศวิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อม โดยตั้งเป้าที่จะก้าวไปเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ เป็นลบรวมถึงไม่มีการใช้ทรัพยากรใต้ดินให้ได้ภายในปี 2593 และเพื่อทำให้เป้าหมายนี้เป็นจริงขึ้นมาได้ บริษัทฯ<br />
ได้ริเริ่มกระบวนการใหม่ๆ ที่รวมถึงการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ การใช้ทรัพยากรแบบวงปิด การสร้างผลิตภัณฑ์และบริการที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม เอปสันตระหนักดีว่าการมีส่วนร่วมของชุมชนมีความจำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายในการสร้างสังคมที่ยั่งยืน เช่นเดียวกับความร่วมมือจากพันธมิตรที่มีแนวคิดเดียวกัน อย่าง WWF ที่จะร่วมกันสร้างความตระหนักรู้และดำเนินการอย่างกล้าหาญ เพื่อแก้ ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่โลกกำลังเผชิญอยู่&#8221;</p>
<p><strong>นายโตอาบิ ซาดาโยสิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร</strong><strong> WWF </strong><strong>ประเทศญี่ปุ่น</strong> กล่าวว่า “WWF มีความยินดีที่ได้ร่วม มือกับเอปสัน เพื่ออนาคตของป่าไม้ และไม่ใช่แค่เพียงความมุ่งมั่นของบริษัทเพียงบริษัทเดียว แต่นี่ยังสะท้อนให้เห็นถึงย่างก้าวที่สำคัญของความพยายามอย่างเร่งรีบจากภาคเอกชน เพื่อป้องกันความเสื่อมโทรมของธรรมชาติ โดย เฉพาะป่าไม้ที่เราทุกคนต้องพึ่งพา”</p>
<p>“การคุ้มครองและการจัดการต่อระบบนิเวศในผืนป่าด้วยความรับผิดชอบเป็นวาระสำคัญในการประชุมระดับโลกเมื่อเร็วๆ นี้ อย่าง การประชุม UN COP27 ว่าด้วยเรื่องสภาพภูมิอากาศ และ UN COP15 ว่าด้วยเรื่องความหลาก หลายทางชีวภาพ แสดงให้เห็นว่าประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องวิกฤตที่ทุกองค์กรจะต้องช่วยกันขับเคลื่อน ด้วยการให้คำมั่นที่แน่วแน่และสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเร่งด่วน เพราะนี่คือสิ่งจำเป็นต่อการฟื้นคืนความสูญเสียของความหลากหลายทางชีวภาพ และการสร้างสังคมที่มีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ด้วยการเป็นพันธมิตรและการมีส่วนร่วมในโครงการ Forests Forward เอปสัน และ WWF จะมุ่งมั่นรักษาผืนป่าที่ถูกคุกคาม ทั้งภายในและนอกเหนือประเทศที่เอปสันมีห่วงโซ่อุปทานไปถึง ผ่านการบริหารจัดการป่าไม้และฟื้นฟูธรรมชาติให้ดียิ่งขึ้น”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19360 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Epson2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน <strong>นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด </strong>กล่าวว่า “เอปสันและ WWF ได้มีการร่วมงานกันตั้งแต่ปี 2565 ในโครงการอนุรักษ์ทางทะเล เพื่อฟื้นฟูความสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เริ่มจากการฟื้นฟูปะการังที่สิงคโปร์ ก่อนจะขยายไปยังอินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย รวมถึงการฟื้นฟูป่าชายเลนในฟิลิปปินส์ โดยให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง และพันธมิตรทางด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคู่ค้าและสื่อมวลชน สำหรับประเทศไทย เอปสันจะยังสานต่อกิจกรรมอนุรักษ์ทางทะเล ทั้งยังขยายขอบเขตการทำงานร่วมกับ WWF ประเทศไทยในการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าไม้ เพื่อปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพทั้งบนบกและใต้น้ำ”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/epson-mou-wwf-environmental-caring/">เอปสันสานความร่วมมือ WWF ฟื้นฟูผืนป่าทั่วโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
