<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>องค์การพลังงานระหว่างประเทศ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 29 Aug 2023 04:50:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>องค์การพลังงานระหว่างประเทศ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ซีเค พาวเวอร์​ ผนึก BEM ร่วมสร้างประวัติศาสตร์ &#8220;ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ขับเคลื่อนรถไฟฟ้าใต้ดิน&#8221; ครั้งแรกของประเทศไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/08/ckp-mou-bem-use-solar-power-drive-mass-rapid-transit/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 29 Aug 2023 04:50:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[BEM]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutral]]></category>
		<category><![CDATA[CKP]]></category>
		<category><![CDATA[CKPower]]></category>
		<category><![CDATA[IEA]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Mass Rapid Transit]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[solar power]]></category>
		<category><![CDATA[The International Energy Agency]]></category>
		<category><![CDATA[ซีเค พาวเวอร์​]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สมบัติ กิจจาลักษณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนวัฒน์ ตรีวิศวเวท]]></category>
		<category><![CDATA[บริการขนส่งมวลชน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[รถไฟฟ้าสายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง)]]></category>
		<category><![CDATA[รถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน)]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การพลังงานระหว่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการเดินรถไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=20731</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower​ หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนชั้นนำของอาเซียน และ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM​ ผู้ให้บริการขนส่งมวลชนรถไฟฟ้ามหานครสองสายในกรุงเทพฯ และทางด่วน ร่วมลงนามข้อตกลงการใช้กระแสไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานแสงอาทิตย์ในการเดินรถขนส่งมวลชนด้วยรถไฟฟ้าระบบรางครั้งแรกในประเทศไทย ข้อตกลงดังกล่าวเป็นการผนึกความร่วมมือระหว่างสองบริษัท ในการนำองค์ความรู้และทรัพย์สินเพื่อ ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการเดินรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) และสายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) เพื่อให้บริการขนส่งมวลชน 54 สถานีทั่วกรุงเทพฯ รวมระยะทางกว่า 71 กิโลเมตร ภายใต้ระยะเวลา 25 ปี โดยคาดว่า ตลอดความร่วมมือครั้งนี้จะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าป้อนให้กับระบบรถไฟฟ้าใต้ดินได้ปริมาณมหาศาลถึง 452 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง หรือคิดเป็น 12% ของปริมาณกระแสไฟฟ้าที่รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสายสีม่วงต้องใช้รวมกันทั้งหมด คุณธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ​นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่มีการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ขับเคลื่อนระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนทางรางในขอบเขตการทำงานขนาดใหญ่ ซึ่งความร่วมมือระหว่าง CKPower และ BEM [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/08/ckp-mou-bem-use-solar-power-drive-mass-rapid-transit/">ซีเค พาวเวอร์​ ผนึก BEM ร่วมสร้างประวัติศาสตร์ &#8220;ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ขับเคลื่อนรถไฟฟ้าใต้ดิน&#8221; ครั้งแรกของประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>CKPower​</strong> หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนชั้นนำของอาเซียน และ <strong>บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>BEM​</strong> ผู้ให้บริการขนส่งมวลชนรถไฟฟ้ามหานครสองสายในกรุงเทพฯ และทางด่วน ร่วมลงนามข้อตกลง<strong>การใช้กระแสไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานแสงอาทิตย์ในการเดินรถขนส่งมวลชนด้วยรถไฟฟ้าระบบรางครั้งแรกในประเทศไทย</strong></p>
<p><span id="more-20731"></span></p>
<p>ข้อตกลงดังกล่าวเป็นการผนึกความร่วมมือระหว่างสองบริษัท ในการนำองค์ความรู้และทรัพย์สินเพื่อ<strong> ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการเดินรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) และสายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง)</strong> เพื่อให้บริการขนส่งมวลชน 54 สถานีทั่วกรุงเทพฯ รวมระยะทางกว่า 71 กิโลเมตร ภายใต้ระยะเวลา 25 ปี โดยคาดว่า <strong>ตลอดความร่วมมือครั้งนี้จะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าป้อนให้กับระบบรถไฟฟ้าใต้ดินได้ปริมาณมหาศาลถึง 452 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง หรือคิดเป็น 12%</strong> ของปริมาณกระแสไฟฟ้าที่รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสายสีม่วงต้องใช้รวมกันทั้งหมด</p>
<p><strong>คุณธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ​นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่มีการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ขับเคลื่อนระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนทางรางในขอบเขตการทำงานขนาดใหญ่ ซึ่งความร่วมมือระหว่าง CKPower และ BEM ในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนภายในประเทศให้เพิ่มมากขึ้น และถือเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของบริษัทที่ได้เข้ามามีส่วนเป็นผู้บุกเบิกการนำพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์มาต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20733 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/1-CKP_Thanawat-Resize.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“คาดว่างานออกแบบจะแล้วเสร็จราวเดือนมกราคม 2567 และจะเริ่มงานก่อสร้างภายในเดือนกุมภาพันธ์ปีเดียวกัน โดยใช้ระยะเวลาก่อสร้างราว 6 เดือน และจะสามารถเริ่มจ่ายไฟเข้าระบบให้รถไฟฟ้าทั้งสายสีน้ำเงินและสายสีม่วงได้ภายในเดือนสิงหาคม 2567 ซึ่งจะทยอยส่งมอบจนเต็มระบบได้ภายในปีหน้า ราวเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ขณะที่ความสำเร็จจากการขับเคลื่อนโครงการนี้จะสามารถเป็นต้นแบบให้โครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนอื่นๆ ร่วมเปลี่ยนผ่านมาใช้พลังงานหมุนเวียนเพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ และมีสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มสูงขึ้น เช่นเดียวกับระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนของเยอรมัน ที่เป็นภาคส่วนที่มีการใช้พลังงานหมุนเวียนสูงที่สุดของประเทศเยอรมนี”</em></p>
<p><strong>ดร.สมบัติ กิจจาลักษณ์ </strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือของทั้งสองบริษัทในครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งจุดเริ่มต้นสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ ของการพัฒนาต่อยอดเพื่อเพิ่มสัดส่วนการนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ในระบบขนส่งที่กำลังขยายตัว และมีแนวโน้มความต้องการพลังงานที่เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของบริษัทในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยไปสู่การใช้พลังงานสะอาด และสามารถบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2608</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-20763 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/BEM_Sombat.jpg" alt="" width="1200" height="782" /></p>
<p><em>“ภายใต้ข้อตกลงนี้ จะทำการติดตั้งพื้นที่เพื่อใช้รับพลังงานแสงอาทิตย์ในการนำมาผลิตกระแสไฟฟ้าทั้งหมด 6 จุด ครอบคลุมพื้นที่กว่า 106,000 ตารางเมตร อาทิ หลังคาของศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้า อาคารที่จอดรถ และอาคารสำนักงานของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสายสีม่วง โดยคาดว่าจะช่วยให้บริษัทสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 300,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ พร้อมทั้งมีส่วนช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าในการดำเนินงานของบริษัทให้ลดลงได้อีกทางหนึ่งด้วย​”</em></p>
<p>ด้าน <strong>คุณธนวัฒน์</strong> กล่าวต่อว่า การดำเนินโครงการภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ยังสอดคล้องกับเป้าหมาย 3 ปี ของซีเค พาวเวอร์ ที่ได้เริ่มขับเคลื่อนมาตั้งแต่ปี 2565 โดยตั้งเป้าไว้ว่าจะขยายขนาดของธุรกิจให้ใหญ่ขึ้นมากกว่าเท่าตัว ภายในปี 2567 พร้อมเพิ่มกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าจาก 2,000 เมกะวัตต์ เป็น 4,800 เมกะวัตต์ โดยกำลังผลิตที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดจะต้องมาจากพลังงานหมุนเวียนเท่านั้น ประกอบด้วย พลังแสงอาทิตย์ พลังลม และพลังน้ำ ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมากที่สุดของกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ทั้งหมดของประเทศไทย โดยมีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนถึง 93% จากกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งโดยรวม 3,627 เมกะวัตต์</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-20735 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/7-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“ซีเค พาวเวอร์​ ถือเป็น​หนึ่งในผู้นำและผู้บุกเบิกการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนของภูมิภาค ที่มีองค์ความรู้เฉพาะทางครบวงจร รวมทั้งมีความเชี่ยวชาญ ในการออกแบบด้านวิศวกรรม ติดตั้งและก่อสร้างระบบไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ ตลอดจนดูแลเรื่องความพร้อมในการจ่ายไฟและการบำรุงรักษาหลังการติดตั้งอย่างครบวงจร โดยปี 2565 ที่ผ่านมา สามารถผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดให้ประเทศไทยได้ 9,767 กิกะวัตต์ชั่วโมง หรือประมาณ 4.5% ของไฟฟ้าที่ใช้ภายในประเทศ และช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศลงได้ราว 5 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี  โดย​ปัจจุบันบริษัทมีโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ทั้งหมด 9 แห่ง และโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ บางเขนชัย จ.นครราชสีมา ถือเป็นโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท”​</em></p>
<p>อย่างไรก็ตาม <strong>องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (The International Energy Agency: IEA)</strong> ประเมินว่าภายในปี 2569 กว่า 95% ของการลงทุนผลิตกระแสไฟฟ้าทั่วโลกจะเป็นการผลิตโดยใช้พลังงานหมุนเวียน โดยกว่าครึ่งหนึ่งจะเป็นการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และจะเป็นแหล่งพลังงานที่ทวีความสำคัญขึ้นเรื่อยๆ และมีราคาถูกที่สุดเมื่อเทียบกับการลงทุนพลังงานหมุนเวียนประเภทอื่นๆ โดยเฉพาะประเทศในแถบเส้นศูนย์สูตร เช่น ประเทศไทย ถือว่ามีความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์เนื่องจากมีแสงแดดตลอดทั้งปี ​ช่วยให้มีต้นทุนลดลงสำหรับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20736 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/8-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่าในอีกไม่ถึง 20 ปีข้างหน้านี้ ความต้องการพลังงานในกลุ่มประเทศอาเซียนจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว โดยมีการวิเคราะห์ไว้ว่า ในอนาคตภาคการขนส่งจะเป็นผู้ใช้พลังงานรายใหญ่ที่สุดในอาเซียน และสูงกว่าภาคอุตสาหกรรม​ได้ในที่สุด</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/08/ckp-mou-bem-use-solar-power-drive-mass-rapid-transit/">ซีเค พาวเวอร์​ ผนึก BEM ร่วมสร้างประวัติศาสตร์ &#8220;ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ขับเคลื่อนรถไฟฟ้าใต้ดิน&#8221; ครั้งแรกของประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
