<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>องค์พระพุทธโสภิตพิชิตมาร &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%82%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 15 Aug 2026 07:32:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.7</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>องค์พระพุทธโสภิตพิชิตมาร &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>พระพุทธรูปจากเศษกระเบื้องโบสถ์เก่า อาจารย์จุฬาฯ สร้างคุณค่าใหม่ให้วัสดุชำรุด ด้วยเทคโนโลยีพิมพ์สามมิติ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/08/regenerative-spiritual-value-materials/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 15 Aug 2026 07:23:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[3D Printing]]></category>
		<category><![CDATA[Arch CU]]></category>
		<category><![CDATA[Chula]]></category>
		<category><![CDATA[materials]]></category>
		<category><![CDATA[MMRI]]></category>
		<category><![CDATA[MTEC]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Sci. CU]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[กระบื้องเก่า]]></category>
		<category><![CDATA[กระเบื้องชำรุด]]></category>
		<category><![CDATA[กระเบื้องมุงหลังคาโบสถ์]]></category>
		<category><![CDATA[คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ. ดร.รันดา อดุลเดชจรัส]]></category>
		<category><![CDATA[พระพุทธรูป]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุ]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[องค์พระพุทธโสภิตพิชิตมาร]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องพิมพ์สามมิติ]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นฟิลาเมนต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=43748</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อกระเบื้องมุงหลังคาโบสถ์เก่าแตกร้าวจนต้องรื้อทิ้งระหว่างงานบูรณะ ปลายทางมักจบลงที่กองขยะก่อสร้าง แต่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รันดา อดุลเดชจรัส อาจารย์ภาควิชาสถาปัตยกรรมภายใน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า กระเบื้องมุงหลังคาวัดมีความหมายเกินกว่าที่จะจบลงที่กองขยะ และวิทยาศาสตร์จะช่วยสร้างคุณค่าใหม่ให้กับเศษวัสดุเหล่านี้ได้ “แผ่นกระเบื้องเหล่านี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของหลังคาโบสถ์ที่พระสงฆ์นั่งสวดมนต์ภาวนามานับสิบนับร้อยปี แทนที่จะปล่อยให้กลายเป็นขยะ เราจะสามารถคืนคุณค่าให้กับมันได้หรือไม่” ผศ. ดร.รันดา ตั้งคำถาม และเป็นคำถามที่นำไปสู่การริเริ่ม โครงการวิจัย &#8216;การศึกษาวัสดุรีไซเคิลจากกระเบื้องมุงหลังคาโบสถ์เก่าที่ชำรุด เพื่อนำมาทดสอบการสร้างพระพุทธรูปประติมากรรม (องค์พระพุทธโสภิตพิชิตมาร) ด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ&#8217; งานวิจัยที่ได้รับทุนเฉลิมฉลองสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2568 และมีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ (Arch CU) สถาบันวิจัยโลหะและวัสดุ จุฬาฯ (MMRI) คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ (Sci. CU) และศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ร่วมสนับสนุนการวิจัย อาจารย์รันดา เล่าที่มาของโครงการวิจัยนี้ว่า พระอาจารย์ที่เคารพนับถือแจ้งมาว่ากำลังจะรื้อกระเบื้องหลังคาโบสถ์เก่าออกเพื่อสร้างใหม่ เราเห็นกระเบื้องเก่าถูกรื้อมากองรวมไว้เป็นกองใหญ่ เลยคิดว่าแทนที่จะนำไปทิ้งเป็นขยะก่อสร้าง เราสามารถนำมาสร้างมูลค่าได้ด้วยการนำไปวิจัยทดสอบเพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้กับงานศิลปวัฒนธรรมได้ ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เศษกระเบื้องถูกนำมาแปลงร่างเป็นเส้นฟิลาเมนต์สำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติ ก่อนจะหลอมรวมกับเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์สุดท้ายคือพระพุทธรูปที่งดงาม “หากกระบวนการผลิตเส้นฟิลาเมนต์ทำได้สำเร็จ วัสดุนี้ไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่แค่รูปพระพุทธเจ้าเท่านั้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/08/regenerative-spiritual-value-materials/">พระพุทธรูปจากเศษกระเบื้องโบสถ์เก่า อาจารย์จุฬาฯ สร้างคุณค่าใหม่ให้วัสดุชำรุด ด้วยเทคโนโลยีพิมพ์สามมิติ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อกระเบื้องมุงหลังคาโบสถ์เก่าแตกร้าวจนต้องรื้อทิ้งระหว่างงานบูรณะ ปลายทางมักจบลงที่กองขยะก่อสร้าง แต่ <strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รันดา อดุลเดชจรัส อาจารย์ภาควิชาสถาปัตยกรรมภายใน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย </strong>มองว่า กระเบื้องมุงหลังคาวัดมีความหมายเกินกว่าที่จะจบลงที่กองขยะ และวิทยาศาสตร์จะช่วยสร้างคุณค่าใหม่ให้กับเศษวัสดุเหล่านี้ได้</p>
<p><span id="more-43748"></span></p>
<p><em><strong>“แผ่นกระเบื้องเหล่านี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของหลังคาโบสถ์ที่พระสงฆ์นั่งสวดมนต์ภาวนามานับสิบนับร้อยปี แทนที่จะปล่อยให้กลายเป็นขยะ เราจะสามารถคืนคุณค่าให้กับมันได้หรือไม่</strong></em><strong><em>”</em> </strong>ผศ. ดร.รันดา ตั้งคำถาม</p>
<p>และเป็นคำถามที่นำไปสู่การริเริ่ม <strong>โครงการวิจัย &#8216;การศึกษาวัสดุรีไซเคิลจากกระเบื้องมุงหลังคาโบสถ์เก่าที่ชำรุด เพื่อนำมาทดสอบการสร้างพระพุทธรูปประติมากรรม (องค์พระพุทธโสภิตพิชิตมาร) ด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ&#8217; งานวิจัยที่ได้รับทุนเฉลิมฉลองสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2568</strong> และมี<strong>คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ (</strong><strong>Arch CU) </strong><strong>สถาบันวิจัยโลหะและวัสดุ จุฬาฯ (</strong><strong>MMRI) </strong><strong>คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ (</strong><strong>Sci. CU) </strong><strong>และศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (</strong><strong>MTEC) </strong>ร่วมสนับสนุนการวิจัย</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43750 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/CU10.jpg" alt="" width="1200" height="788" /></p>
<p><strong>อาจารย์รันดา </strong>เล่าที่มาของโครงการวิจัยนี้ว่า พระอาจารย์ที่เคารพนับถือแจ้งมาว่ากำลังจะรื้อกระเบื้องหลังคาโบสถ์เก่าออกเพื่อสร้างใหม่ เราเห็นกระเบื้องเก่าถูกรื้อมากองรวมไว้เป็นกองใหญ่ เลยคิดว่าแทนที่จะนำไปทิ้งเป็นขยะก่อสร้าง เราสามารถนำมาสร้างมูลค่าได้ด้วยการนำไปวิจัยทดสอบเพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้กับงานศิลปวัฒนธรรมได้</p>
<p><em><strong>ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เศษกระเบื้องถูกนำมาแปลงร่างเป็นเส้นฟิลาเมนต์สำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติ ก่อนจะหลอมรวมกับเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์สุดท้ายคือพระพุทธรูปที่งดงาม</strong></em></p>
<p><em>“หากกระบวนการผลิตเส้นฟิลาเมนต์ทำได้สำเร็จ วัสดุนี้ไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่แค่รูปพระพุทธเจ้าเท่านั้น แต่อาจต่อยอดไปเป็นประติมากรรมทางศาสนาอื่น ๆ ได้เช่นกัน”</em> ผศ.ดร.รันดากล่าว</p>
<p><strong>กระเบื้องวัดไม่ใช่วัสดุ แต่เป็นของศักดิ์สิทธิ์</strong></p>
<p>มุมมองที่มีต่อวัตถุดิบเป็นสิ่งที่ทำให้งานวิจัยชิ้นนี้ต่างจากงานวัสดุศาสตร์ทั่วไป สำหรับทีมวิจัย กระเบื้องมุงหลังคาโบสถ์ไม่ได้ถูกมองเป็น <strong><em>&#8216;สิ่งชำรุดหรือของเสียจากการบูรณะ&#8217;</em></strong> หากแต่เป็น <em>&#8216;<strong>วัตถุที่เปี่ยมด้วยพลังศรัทธา ความทรงจำร่วมของชุมชน และสถานะเชิงพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ของศาสนสถาน&#8217;</strong></em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43751 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/CU1.jpg" alt="" width="1200" height="564" /></p>
<p>ดังนั้น การนำวัสดุเหล่านี้เข้าสู่กระบวนการผลิตดิจิทัลจึงเป็นการเสริมต่อเพื่อใช้ประโยชน์จากวัสดุ มากกว่าเป็นการรีไซเคิลเชิงกายภาพเพียงอย่างเดียว แนวคิดนี้เรียกว่า <strong>Regenerative Spiritual Value</strong> <strong>หรือการสร้างคุณค่าใหม่จากสิ่งเก่า</strong></p>
<p><em>“ในความเชื่อของคนไทยมาแต่โบราณ วัตถุที่เคยอยู่ในเขตพุทธาวาสหรือใกล้ชิดกับพิธีกรรมทางศาสนามานาน มักถูกมองว่าซึมซับความศักดิ์สิทธิ์ไว้ในตัวเอง ไม่ต่างจากมวลสารที่ช่างโบราณนิยมนำเศษวัสดุจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มาผสมและสร้างเป็นพระเครื่องเพื่อเพิ่มพุทธคุณ <strong>กระเบื้องเหล่านี้ก็เป็นเช่นนั้น มันเคยอยู่ในโบสถ์ เป็นสถานที่ที่พระสงฆ์ใช้สวดมนต์และวิปัสสนากรรมฐานมายาวนาน แสดงว่าต้องมีความศักดิ์สิทธิ์ในตัวเอง แม้จะยังไม่ได้ผ่านพิธีกรรมปลุกเสกใด ๆ เพิ่มเติมก็ตาม</strong>”</em></p>
<p>อาจารย์รันดา กล่าวเสริมอีกว่าในอนาคต หากจะมีการใช้วัสดุเศษกระเบื้องในการผลิตพระหรือพระเครื่อง ก็อาจไม่จำเป็นต้องผ่านพิธีปลุกเสกแต่อย่างใด เนื่องจากเนื้อวัสดุมีความศักดิ์สิทธิ์อยู่ในตัวแล้ว</p>
<p><strong> </strong><strong>กว่าจะเป็นเส้นฟิลาเมนต์เล็ก ๆ กับความพยายามนับครั้งไม่ถ้วน</strong></p>
<p>ก่อนจะนำกระเบื้องไปใช้งาน ทีมวิจัยต้องคัดแยกเนื้อกระเบื้องส่วนที่ไม่มีวัสดุเคลือบผิวติดอยู่ จากนั้นจึงนำไปพัฒนาต่อเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตเส้นฟิลาเมนต์พิมพ์สามมิติ ซึ่งนับเป็นขั้นตอนที่ท้าทายที่สุดของโครงการ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43753 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/CU4.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><em>“เวอร์ชันแรกที่ทีมวิจัยลองผลิตเส้นฟิลาเมนต์ยังไม่ประสบความสำเร็จ เส้นที่ได้มีลักษณะเป็นคลื่นเป็นจุด ไม่ละเอียดเรียบเนียนพอ เมื่อนำไปพิมพ์จริง พื้นผิวองค์พระจึงออกมาไม่เรียบ ทีมจึงต้องขอความร่วมมือจาก<strong>ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (</strong><strong>MTEC</strong><strong>)</strong> เข้ามาช่วยพัฒนากระบวนการผลิตเส้นให้มีความละเอียดและสม่ำเสมอมากขึ้น จนกลายเป็นความร่วมมือสำคัญของโครงการ” </em></p>
<p>นอกจากนี้ กระบวนการอบไล่ความชื้นออกจากผงกระเบื้องก็สำคัญ  หากไม่นำผงกระเบื้องไปอบไล่ความชื้นออกก่อน ก็จะทำให้กระบวนการผลิตเส้นฟิลาเมนต์มีปัญหาและเกิดของเสียได้ง่าย การอบไล่ความชื้นจึงส่งผลต่อทั้งคุณภาพของเส้นและโทนสีของเนื้อวัสดุที่ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43754 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/CU5.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>จุดที่น่าสนใจอีกอย่างคือ เฉดสีน้ำตาลที่ปรากฏบนองค์พระนั้นใกล้เคียงกับสีของกระเบื้องต้นทางมาก โดยที่ทีมวิจัยไม่ได้แต่งสีเพิ่มเติมแต่อย่างใด ซึ่งความแตกต่างระหว่างองค์พระที่พิมพ์ด้วย PLA บริสุทธิ์ (เม็ดพลาสติกชีวภาพ Polylactic Acid) กับองค์ที่ทำจากวัสดุผสมกระเบื้องคือ  ผิวขององค์พระที่ทำจากวัสดุผสมกระเบื้องจะมีลักษณะด้านและมีเท็กซ์เจอร์เฉพาะตัวที่เด่นชัด เมื่อวางเทียบกัน แทบจะบอกได้ทันทีว่าองค์ไหนมาจากกระเบื้องโบสถ์จริง</p>
<p><strong>พุทธโสภิตพิชิตมาร โจทย์ยากที่ตั้งใจเลือก</strong></p>
<p>สำหรับองค์พระต้นแบบที่ใช้ในโครงการนี้มีชื่อว่า &#8216;<strong>พระพุทธโสภิตพิชิตมาร</strong><strong>&#8216;</strong> ต้นแบบดั้งเดิมเป็นองค์โลหะที่เคยได้รับรางวัลผลงานสร้างสรรค์ดีเด่น ด้านการออกแบบและศิลปกรรม <strong>โครงการสถาปัตย์นิทรรศน์ ครั้งที่ </strong><strong>7 </strong><strong>ประจำปี </strong><strong>2566</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43752 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/CU11.jpg" alt="" width="1200" height="775" /></p>
<p>อาจารย์รันดา เล่าถึงเหตุผลที่เลือกองค์พระนี้มาทดสอบว่า เพราะมีลวดลายกนกและเส้นสายที่อ่อนช้อยซับซ้อนมาก ซึ่งถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับวัสดุที่มีความกรอบและแข็งอย่างเนื้อกระเบื้องผสม เพราะหาก​​ใช้โมเดลที่ง่ายเกินไป ​​ก็จะไม่รู้ศักยภาพที่แท้จริงของวัสดุ การเลือกโจทย์ที่ยากตั้งแต่ต้น จึงเป็นความตั้งใจ เพื่อดูว่าเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติจะไปได้ไกลแค่ไหน​</p>
<p>ทั้งนี้ การพิมพ์องค์พระทั้งองค์สำหรับขนาด 20-25 เซนติเมตร ใช้เวลา 2 วัน ส่วนองค์พระที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้มีขนาด 30 เซนติเมตร ใช้เวลานานกว่า 3-4 วัน</p>
<p>“กว่าจะได้องค์พระที่งดงามสมบูรณ์ ต้องมีโครงสร้างค้ำยัน (support) จำนวนมาก และต้องอาศัยทีมงานคอยแกะส่วนค้ำยันออกด้วยมืออย่างพิถีพิถัน ซึ่งเคยเกิดเหตุการณ์ที่โครงสร้างค้ำยันหักระหว่างการพิมพ์ ทำให้งานเสียหายและต้องเริ่มพิมพ์ใหม่ทั้งหมด” อาจารย์รันดาเล่าเบื้องหลังกระบวนการทำงาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43755 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/CU14.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>สุดท้าย ผลงานที่ออกมามีทั้งองค์พญานาคขนาดใหญ่ที่ถอดประกอบกับองค์พระได้ และองค์เล็กที่ไม่ต้องเคลื่อนย้ายมาก จึงยังคงสภาพสมบูรณ์ที่สุด สะท้อนว่ายิ่งชิ้นงานมีขนาดใหญ่และซับซ้อน ก็ยิ่งเสี่ยงต่อความเสียหายระหว่างการเคลื่อนย้ายและจัดแสดงมากขึ้นตามไปด้วย</p>
<p><strong>ทดสอบความแข็งแรงวัสดุตามมาตรฐานสากล</strong></p>
<p>แม้แรงบันดาลใจจะมาจากศรัทธาและความงามเชิงพุทธศิลป์ แต่ทีมวิจัยไม่ได้ละเลยความเข้มงวดทางวิทยาศาสตร์ <strong>วัสดุผสม</strong><strong>เม็ดพลาสติกชีวภาพ</strong> <strong>PLA</strong><strong> กับผงกระเบื้อง </strong>ถูกนำไปทดสอบเปรียบเทียบกับ <strong>เม็ดพลาสติกชีวภาพ</strong> <strong>PLA </strong><strong>บริสุทธิ์</strong> ทั้งการทดสอบแรงดึง การทดสอบการดัดงอ การวิเคราะห์เสถียรภาพทางความร้อน และการตรวจสอบโครงสร้างจุลภาค เพื่อยืนยันว่าวัสดุที่พัฒนาขึ้นมีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับการขึ้นรูปจริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43756 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/ภาพ14-การทดสอบการพิมพ์สามมิติ.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ผลการทดสอบโดยรวมชี้ให้เห็นว่า วัสดุผสมมีความแตกต่างจาก PLA บริสุทธิ์ในบางด้าน โดยเฉพาะความเหนียวที่ลดลงเล็กน้อย ขณะที่ความสามารถในการรับแรงดัดยังคงอยู่ในระดับที่ใช้งานได้ดี วัสดุผสมนี้จะเปราะขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับพลาสติกล้วน แต่ยังคงความแข็งแรงในการรับแรงดัดไว้ได้ดี</p>
<p>อาจารย์รันดา ให้ความเห็นในมุมของนักออกแบบว่า <strong>“ยิ่งใส่ผงกระเบื้องเข้าไปมากเท่าไร วัสดุก็จะยิ่งกรอบและเหนียวน้อยลง ดังนั้นสัดส่วนที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องของการหาจุดสมดุลระหว่างระดับความเป็นกระเบื้องที่อยากให้ปรากฏ กับความสามารถในการขึ้นรูปที่ยังคงทำได้จริง ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ทีมวิจัยยังคงพัฒนาสูตรกันต่อไป” </strong></p>
<p>ข้อสรุปจากผลทดสอบชี้ชัดว่าวัสดุนี้เหมาะกับชิ้นงานที่ไม่ต้องรับภาระโครงสร้างหลัก แต่เน้นคุณค่าด้านสุนทรียะและความหมายเชิงวัฒนธรรม เช่น พระพุทธรูปประติมากรรม งานพุทธศิลป์ และงานต้นแบบเพื่อการศึกษา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43758 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/CU7.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>ทุกความล้มเหลวชี้ช่องทางในการไปต่อ</strong></p>
<p>กว่าจะเป็นพระพุทธรูป<strong> &#8216;พระพุทธโสภิตพิชิตมาร&#8217;</strong> ที่งดงามไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกขั้นตอนของกระบวนการวิจัยล้วนมีความสำคัญ ทำให้ได้คำตอบที่หนึ่ง สอง สาม จนกว่าจะไปถึงตอนจบ สิ่งที่ดูเหมือนความล้มเหลวในบริบทหนึ่ง อาจกลายเป็นคำตอบให้กับผลิตภัณฑ์อีกรูปแบบหนึ่งได้ในอนาคต</p>
<p><em>“สำหรับก้าวแรกของโครงการนี้ แม้จะยังมีจุดที่ต้องพัฒนาต่อ แต่ก็เป็นก้าวที่ทรงคุณค่าและมีความหมาย เพราะสามารถพิสูจน์ให้เห็นว่าวัสดุเก่าสามารถนำมาแปลงให้เกิดคุณค่าทางวัฒนธรรมขึ้นใหม่ได้จริง”</em></p>
<p><strong>สำหรับ ผศ.ดร.รันดา สิ่งที่ทำให้โครงการนี้มีความหมายไม่ใช่แค่การพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติทำสิ่งนี้ได้จริงเท่านั้น แต่คือการได้เห็นว่าเศษวัสดุที่เคยถูกมองข้ามอย่างกระเบื้องมุงหลังคาโบสถ์เก่า สามารถกลับมามีชีวิตใหม่ในรูปลักษณ์ที่งดงามและเปี่ยมความหมายทางศิลปวัฒนธรรมได้อีกครั้ง</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43757 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/CU6.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><em>“อยากให้นวัตกรรมชิ้นนี้เป็นต้นแบบให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้และต่อยอด เพื่อให้เห็นว่าวัสดุรอบตัวเรานั้นสามารถสร้างคุณค่าได้มากมายกว่าที่คิด”</em> ผศ.ดร.รันดา กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p><strong>ผู้สนใจสามารถติดตามหรือสอบถามผลงานนวัตกรรมที่น่าสนใจนี้ได้ที่ อีเมล </strong><a href="mailto:runda.a@chula.ac.th"><strong>runda.a@chula.ac.th</strong></a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/08/regenerative-spiritual-value-materials/">พระพุทธรูปจากเศษกระเบื้องโบสถ์เก่า อาจารย์จุฬาฯ สร้างคุณค่าใหม่ให้วัสดุชำรุด ด้วยเทคโนโลยีพิมพ์สามมิติ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
