<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อนุรักษ์ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 19 Jun 2026 04:28:08 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>อนุรักษ์ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>SIG จับมือ WWF ประเทศไทย เผยความคืบหน้า โครงการ Forests Forward ปีที่ 2   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/sig-join-wwf-forests-forward-ep2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Jun 2026 04:28:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[Conservation]]></category>
		<category><![CDATA[Forests Forward]]></category>
		<category><![CDATA[Forests Forward ปีที่ 2]]></category>
		<category><![CDATA[SIG]]></category>
		<category><![CDATA[WWF]]></category>
		<category><![CDATA[ความหลากหลายทางชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บวชป่า]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐพล พิทักษ์เทพสมบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[วรภัทร คำไคร้]]></category>
		<category><![CDATA[วัชรพงศ์ อึงศรีสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล]]></category>
		<category><![CDATA[อนุรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[เอสไอจี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42545</guid>

					<description><![CDATA[<p>SIG ผู้นำด้านโซลูชันบรรจุภัณฑ์ระดับโลก และ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) ประกาศความคืบหน้าความร่วมมือปีที่ 2 ในโครงการ Forests Forward ที่มุ่งอนุรักษ์ และยกระดับการจัดการผืนป่าอย่างยั่งยืนครอบคลุมพื้นที่กว่า 375,000 ไร่ (60,000 เฮกตาร์) ใน 3 พื้นที่ยุทธศาสตร์ของประเทศ ได้แก่ พื้นที่แนวเชื่อมต่อผืนป่าแม่ปิง–แก่งกรุง พื้นที่ลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง และกลุ่มผืนป่า ดงพญาเย็น–ทับลาน ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศ และวิถีชีวิตของชุมชนที่อาศัยอยู่ร่วมกับผืนป่าและพื้นที่ชุ่มน้ำโดยรอบ โดยโครงการนี้ยังสอดคล้องกับแนวทาง 30&#215;30 ของประเทศไทย ซึ่งตั้งเป้าอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่บนบกและทางทะเลให้ได้ 30% ภายในปี 2573 โดยมุ่งยกระดับความสมบูรณ์ของผืนป่า เสริมความแข็งแรงของระบบนิเวศ และสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นให้สามารถอยู่ร่วมกับทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 โครงการได้ขับเคลื่อนการฟื้นฟูระบบนิเวศและการอนุรักษ์ป่าในหลายมิติ ทั้งการฟื้นฟูพื้นที่ป่า การเสริมศักยภาพเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการติดตามและเฝ้าระวัง รวมถึงการส่งเสริมบทบาทของชุมชนในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ โดยผลลัพธ์สำคัญประกอบด้วย การฟื้นฟูพื้นที่ป่าโดยตรงรวม 435.75 ไร่ (69.72 เฮกตาร์) ในพื้นที่เป้าหมาย 5 แห่ง การฝึกอบรมด้านระบบลาดตระเวน SMART [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/sig-join-wwf-forests-forward-ep2/">SIG จับมือ WWF ประเทศไทย เผยความคืบหน้า โครงการ Forests Forward ปีที่ 2   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>SIG </strong><strong>ผู้นำด้านโซลูชันบรรจุภัณฑ์ระดับโลก และ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (</strong><strong>WWF) </strong><strong>ประกาศความคืบหน้าความร่วมมือปีที่ </strong><strong>2 </strong><strong>ในโครงการ </strong><strong>Forests Forward</strong> ที่มุ่งอนุรักษ์ และยกระดับการจัดการผืนป่าอย่างยั่งยืนครอบคลุมพื้นที่กว่า 375,000 ไร่ (60,000 เฮกตาร์) ใน 3 พื้นที่ยุทธศาสตร์ของประเทศ</p>
<p><span id="more-42545"></span></p>
<p>ได้แก่ พื้นที่แนวเชื่อมต่อผืนป่าแม่ปิง–แก่งกรุง พื้นที่ลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง และกลุ่มผืนป่า ดงพญาเย็น–ทับลาน ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศ และวิถีชีวิตของชุมชนที่อาศัยอยู่ร่วมกับผืนป่าและพื้นที่ชุ่มน้ำโดยรอบ โดยโครงการนี้ยังสอดคล้องกับแนวทาง 30&#215;30 ของประเทศไทย ซึ่งตั้งเป้าอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่บนบกและทางทะเลให้ได้ 30% ภายในปี 2573 โดยมุ่งยกระดับความสมบูรณ์ของผืนป่า เสริมความแข็งแรงของระบบนิเวศ และสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นให้สามารถอยู่ร่วมกับทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 โครงการได้ขับเคลื่อนการฟื้นฟูระบบนิเวศและการอนุรักษ์ป่าในหลายมิติ ทั้งการฟื้นฟูพื้นที่ป่า การเสริมศักยภาพเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการติดตามและเฝ้าระวัง รวมถึงการส่งเสริมบทบาทของชุมชนในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ โดยผลลัพธ์สำคัญประกอบด้วย การฟื้นฟูพื้นที่ป่าโดยตรงรวม 435.75 ไร่ (69.72 เฮกตาร์) ในพื้นที่เป้าหมาย 5 แห่ง การฝึกอบรมด้านระบบลาดตระเวน SMART Patrol แก่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า 120 คน การเสริมความเข้มแข็งให้แก่ป่าชุมชน 47 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 59,298 ไร่ (9,883 เฮกตาร์) รวมถึงการจัดตั้งเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำชุมชน 31 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 887.5 ไร่ (142 เฮกตาร์) ในลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42547 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/นายวรภัทร-คำไคร้-ผู้ใหญ่บ้านหนองโสน-จังหวัดตาก.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อีกทั้งยังพบรายงานเหตุความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าลดลงถึง 30% โดยมีทีมตอบสนองเหตุฉุกเฉินจำนวน 5 ทีม พร้อมฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ 25 คนให้สามารถใช้โดรนตรวจจับความร้อน (Thermal Drone) เพื่อเฝ้าระวังและติดตามช้างป่าในพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดความขัดแย้ง ขณะเดียวกัน ยังมีการติดตั้งระบบเฝ้าระวังไฟป่าแบบเรียลไทม์ครอบคลุมพื้นที่กว่า 156,250 ไร่ (25,000 เฮกตาร์) ในแนวผืนป่าแม่ปิง โดยใช้โดรนและระบบกล้องถ่ายทอดสด เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจจับและตอบสนองต่อภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น</p>
<p><strong>นายวัชรพงศ์ อึงศรีสวัสดิ์ ผู้อำนวยการเขตประเทศไทย ลาว พม่า และกัมพูชา เอสไอจี</strong> กล่าวว่า “ป่าที่สมบูรณ์เป็นรากฐานสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ ช่วยรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และคุณภาพชีวิตของชุมชนที่พึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ ความร่วมมือกับ WWF ประเทศไทยสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ SIG ในการดำเนินงานที่สร้างผลลัพธ์เชิงบวกอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การฟื้นฟูป่า การพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ การส่งเสริมการอนุรักษ์ที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน ไปจนถึงการลดความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า ทั้งหมดนี้สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจ ด้านการฟื้นฟูธรรมชาติของ SIG ที่เชื่อมโยงการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ การเสริมสร้างความยืดหยุ่นของระบบนิเวศ และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในระยะยาว”</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42546 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/นายวัชรพงศ์-ร่วมปลูกป่า-โครงการ-Forests-Forward-ปีที่-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>เนื่องในโอกาสวันสิ่งแวดล้อมโลก 2569 (5 มิถุนายน) ผู้บริหารระดับสูงจาก SIG และ WWF ประเทศไทย ร่วมกับตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ เครือข่ายพันธมิตร และชาวบ้านหนองโสนกว่า 180 คน ในตำบลย่านรี อำเภอสามเงา จังหวัดตาก ได้เข้าร่วมพิธีบวชป่าตามประเพณีและกิจกรรมปลูกต้นไม้เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศท้องถิ่น โดยภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการแสดงความคืบหน้าของโครงการ พร้อมพิธีมอบประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติบุคคลและองค์กรชุมชนที่มีบทบาทสำคัญในโครงการอนุรักษ์</p>
<p><strong>นายรัฐพล พิทักษ์เทพสมบัติ รองผู้อำนวยการฝ่ายอนุรักษ์และผู้อำนวยการส่วนงานกลุ่มป่าไม้องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล สำนักงานประเทศไทย</strong> กล่าวว่า “ความท้าทายสำคัญของการอนุรักษ์ป่าในปัจจุบัน คือการสร้างสมดุลระหว่างวิถีชีวิตของผู้คนกับการอยู่รอดของสัตว์ป่า ความร่วมมือกับ SIG ช่วยให้เราสามารถนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการอนุรักษ์ ไม่ว่าจะเป็นระบบเฝ้าระวังไฟป่าแบบเรียลไทม์ หรือการใช้โดรนตรวจจับความร้อนเพื่อติดตามช้างป่าในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งผลลัพธ์คือการลดความขัดแย้งระหว่างคนและสัตว์ป่าลงได้ 30% และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต จึงเป็นบทพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีและการมีส่วนร่วมของชุมชนสามารถช่วยปกป้องผืนป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ”</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42548 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/นายรัฐพล-พิทักษ์เทพสมบัติ-รองผู้อำนวยการฝ่ายอนุรักษ์-และผู้อำนวยการส่วนงานกลุ่มป่า.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ด้านนายวรภัทร คำไคร้ ผู้ใหญ่บ้านหนองโสน จังหวัดตาก</strong> กล่าวว่า “สำหรับชุมชนของเรา พิธีบวชป่าเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่แสดงเจตนาของชุมชนในการดูแลและปกป้องผืนป่าที่เป็นแหล่งพึ่งพิงของทุกคน การฟื้นฟูป่าไม่เพียงช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่ยังช่วยคืนความชุ่มชื้น แหล่งอาหาร และความสมดุลให้กับระบบนิเวศ เมื่อป่ามีความสมบูรณ์ สัตว์ป่าก็สามารถอาศัยอยู่ในถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติ ขณะที่ชุมชนก็สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงและปลอดภัยมากขึ้น นี่คือสิ่งที่เราอยากรักษาไว้ให้ลูกหลานและคนรุ่นต่อไป”</p>
<p>ทั้งนี้ ในปีที่ 3 ของโครงการ SIG และ WWF ประเทศไทย จะยังคงเดินหน้าต่อยอดผลการดำเนินงานในทั้ง 3 พื้นที่เป้าหมาย โดยให้ความสำคัญกับการเสริมประสิทธิภาพการจัดการพื้นที่คุ้มครอง การสนับสนุนงานอนุรักษ์ที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน การยกระดับระบบติดตามและเฝ้าระวัง ตลอดจนการขยายผลแนวทางที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกในพื้นที่เป้าหมายต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42550 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/แม่น้ำสงคราม-ช่วงบ้านท่าโข่ง-บริเวณโค้งกุดซวย.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/sig-join-wwf-forests-forward-ep2/">SIG จับมือ WWF ประเทศไทย เผยความคืบหน้า โครงการ Forests Forward ปีที่ 2   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เพราะ &#8216;ธรรมชาติ&#8217; คือ รากฐานสำคัญของการพัฒนา แต่การขับเคลื่อนธุรกิจ ทั้งพึ่งพาและสร้างผลกระทบให้ระบบนิเวศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/global-trends-nature-positive-by-iucn/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 30 May 2026 16:29:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity Collapse]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity Loss]]></category>
		<category><![CDATA[Collapse]]></category>
		<category><![CDATA[Conservation]]></category>
		<category><![CDATA[Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[IUCN]]></category>
		<category><![CDATA[Nature Positive]]></category>
		<category><![CDATA[NatureBased]]></category>
		<category><![CDATA[NatureBasedSolutions]]></category>
		<category><![CDATA[NbS]]></category>
		<category><![CDATA[Regeneration]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[ความหลากหลายทางชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพยากร]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[พรฤทัย โชติวิจิตร]]></category>
		<category><![CDATA[ฟื้นฟู]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศ]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[อนุรักษ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42115</guid>

					<description><![CDATA[<p>เพราะ &#8216;ธรรมชาติ&#8217; คือรากฐานของการพัฒนา ขณะที่ในปัจจุบันการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจตามปกติ (Business-as-usual) กำลังขับเคลื่อนการเสื่อมถอยให้แก่ธรรมชาติ โดยธุรกิจนั้น มีทั้งการพึ่งพา ขณะเดียวกันก็สร้างผลกระทบต่อความหลากหลายทางธรรมชาติด้วย ข้อมูลจากเวที Biodiversity Collapse : ธรรมชาติเสื่อม กับความเสี่ยงและการปรับตัว ​ภายใต้งานครบรอบ 33 ปี สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย  &#8216;สิ่งแวดล้อมโลก สิ่งแวดล้อมไทย : ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด สู่ความท้าทายสิ่งแวดล้อมไทย&#8217;  พื้นที่แลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ และมุมมองต่อสัญญาณเตือนของวิกฤติธรรมชาติเสื่อมถอยและการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งในระดับโลก ภูมิภาคอาเซียน และ ประเทศไทย โดย​นำเสนอแนวคิด เครื่องมือ และทิศทางใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการรับมือวิกฤติสิ่งแวดล้อม อาทิ รายงานสิ่งแวดล้อมโลก แนวโน้มการพัฒนาแบบ (Nature-Positive) การปรับตัวของภาคธุรกิจที่รับผิดชอบต่อธรรมชาติ ทิศทางนโยบายสีเขียวของอาเซียน (Green Policy) เส้นทางและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรป (EU) เครื่องมือทางการเงิน Nature Credits ที่เชื่อมโยง &#8216;ธรรมชาติ–เศรษฐกิจ&#8217; ตลอดจนแนวทาง Green Development ของจีน และบทบาทประเทศไทยต่อพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/global-trends-nature-positive-by-iucn/">เพราะ &#8216;ธรรมชาติ&#8217; คือ รากฐานสำคัญของการพัฒนา แต่การขับเคลื่อนธุรกิจ ทั้งพึ่งพาและสร้างผลกระทบให้ระบบนิเวศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เพราะ &#8216;<strong>ธรรมชาติ&#8217;</strong> คือรากฐานของการพัฒนา ขณะที่ในปัจจุบันการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจตามปกติ (Business-as-usual) กำลังขับเคลื่อนการเสื่อมถอยให้แก่ธรรมชาติ โดยธุรกิจนั้น มีทั้งการพึ่งพา ขณะเดียวกันก็สร้างผลกระทบต่อความหลากหลายทางธรรมชาติด้วย</p>
<p><span id="more-42115"></span></p>
<p>ข้อมูลจากเวที <strong>Biodiversity Collapse : ธรรมชาติเสื่อม กับความเสี่ยงและการปรับตัว</strong> ​ภายใต้งานครบรอบ 33 ปี <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs"><span class="xt0psk2"><span class="xjp7ctv">สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย  &#8216;<strong>สิ่งแวดล้อมโลก สิ่งแวดล้อมไทย : ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด สู่ความท้าทายสิ่งแวดล้อมไทย&#8217;  </strong></span></span></span>พื้นที่แลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ และมุมมองต่อสัญญาณเตือนของวิกฤติธรรมชาติเสื่อมถอยและการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งในระดับโลก ภูมิภาคอาเซียน และ ประเทศไทย</p>
<p>โดย​นำเสนอแนวคิด เครื่องมือ และทิศทางใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการรับมือวิกฤติสิ่งแวดล้อม อาทิ รายงานสิ่งแวดล้อมโลก แนวโน้มการพัฒนาแบบ (Nature-Positive) การปรับตัวของภาคธุรกิจที่รับผิดชอบต่อธรรมชาติ ทิศทางนโยบายสีเขียวของอาเซียน (Green Policy) เส้นทางและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรป (EU) เครื่องมือทางการเงิน Nature Credits ที่เชื่อมโยง &#8216;ธรรมชาติ–เศรษฐกิจ&#8217; ตลอดจนแนวทาง Green Development ของจีน และบทบาทประเทศไทยต่อพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่ คุ้มครอง (OECMs: Other Effective area-based Conservation Measures)</p>
<p>เวทีนี้มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนมุมมองจากวิทยากร ผู้เชี่ยวชาญ และผู้มีประสบการณ์ตรง เพื่อร่วมกันมองหาแนวทางการปรับตัวและความร่วมมือ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับประเทศไทย อันจะนำไปสู่การพัฒนาที่สมดุลอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืนต่อไป</p>
<div dir="auto" style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-42117 size-large" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/0021-1024x576.jpg" alt="" width="1024" height="576" /></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">
<p><strong>คุณพรฤทัย โชติวิจิตร</strong> เจ้าหน้าที่ติดตามและประเมินผลโครงการ องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ​ระบุว่า <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ระบบนิเวศ</span> คือรากฐานสำคัญที่มนุษย์กำลังพึ่งพาอยู่ โดย​องค์ประกอบ​ทุกอย่างในการดำรงชีวิตล้วนอยู่ภายใต้ <strong>&#8216;บริการของระบบนิเวศ&#8217;</strong> ในมิติด้านการสนับสนุนต่อไปนี้</p>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<p><strong>&#8211; นิเวศบริการด้านการเป็นแหล่งผลิต</strong> (Provisioning Services) ในฐานะแหล่งกำเนิดทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ เช่น น้ำสะอาด แร่ธาตุ วัตถุดิบต่างๆ รวมถึงเป็นแหล่งอาหาร ยา และแหล่งรวมความหลากหลายทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต</p>
<p><strong>&#8211; นิเวศบริการด้านการควบคุม</strong> (Regulating Services) ทั้งการควบคุมปรากฏการณ์และกระบวนการทางธรรมชาติ เช่น ควบคุมสภาพภูมิอากาศ ผลิตออกซิเจน กักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ ช่วยป้องกันการกัดเซาชายฝั่ง การย่อยสลาย การผสมเกษร เป็นต้น</p>
<p><strong>&#8211; นิเวศบริการด้านวัฒนธรรม</strong> (Cultural Services) การสร้างคุณค่าทางสังคมและวัฒนธรรม เช่น คุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศาสนา ประเพณี แหล่งศึกษาความรู้ ไปจนถึงแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ</p>
</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">ขณะที่ 5 ปัจจัยสำคัญ ที่นำไปสู่การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ประกอบไปด้วย</div>
<div dir="auto"><strong>1. การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินและมหาสมุทร :</strong> ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพถิ่นที่อยู่ของชนิดพันธุ์ท้องถิ่น เช่น การทำลายป่า การทำลายระบบนิเวศจากการใช้ประโยชน์เกินปริมาณ ทำให้แหล่งที่อยู่ของชนิดพันธุ์เกิดการกระจายตัว จนเกิดความลำบากในการขยายพันธุ์ การอยู่อาศัย และการหาอาหาร</div>
<div dir="auto"><strong>2. การใช้ทรัพยากรเกินขีดจำกัด :</strong> ทั้งการใช้ประโยชน์จากชนิดพันธุ์พืช สัตว์ และระบบนิเวศโดยทั่วไป เช่น การล่าสัตว์ การทำไม้อย่างไม่ยั่งยืน การทำประมงเกินขนาด</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>3. การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ :</strong> เกิดการเปลี่ยนแปลงทางอุณหภูมิ ฤดูกาล ปริมาณน้ำฝน ความแรงลมพายุ ซึ่งมีสาเหตุมาจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ</div>
<div dir="auto"><strong>4. การก่อมลพิษ :</strong> การปล่อยสารอันตราย เช่น การใช้สารเคมี ซึ่งส่งผลต่อระบบนิเวศ รวมถึงมลพิษจากแสงและเสียง</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>5. การแพร่กระจายของชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน :</strong> โดยการเข้ามาของสายพันธุ์ต่างถิ่นและแพร่กระจายได้ตามธรรมชาติ เป็นชนิดพันธุ์เด่นในสิ่งแวดล้อมใหม่ (Dominant Species) และเป็นชนิดพันธุ์ที่อาจทำให้ชนิดพันธุ์พื้นเมืองสูญพันธุ์ รวมไปถึงส่งผลคุกคามต่อความหลากหลายทางชีวภาพและก่อให้เกิดความสูญเสียทางสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสุขอนามัย</div>
</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto" style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-42118 size-large" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/0032-1024x592.jpg" alt="" width="1024" height="592" /></div>
<div dir="auto"></div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">ทั้งนี้ จะเกิดผลกระทบและความเสียหายเหล่านี้ตามมา หากในระบบนิเวศเกิดการ​สูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Loss)</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>1. ระบบนิเวศอ่อนแอลง ไม่สามารถฟื้นตัวได้เหมือนเดิม</strong></div>
<p>&#8211; ทนต่อการเปลี่ยนแปลงได้น้อยลง ทั้งโลกร้อน โรคระบาด ชนิดพันธุ์รุกราน</p>
<p>&#8211; ความสามารถในการฟื้นตัวลดลง มีความเสี่ยงต่อการล่มสลายของระบบนิเวศ</p>
<p>&#8211; เกิดปัญหาต่อเนื่อง เช่น ดินเสื่อมคุณภาพ ดินพังทลาย ส่งผลต่อการเกษตรและความสามารถของพื้นที่ในการหล่อเลี้ยงชีวิต</p>
<p><strong>2. บริการระบบนิเวศ ที่มนุษย์พึ่งพาจะเสื่อมลง</strong></p>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<p>&#8211; เพราะความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นผู้ให้บริการทั้ง น้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ เป็นผู้ช่วยผสมเกษร การสร้างดินใหม่ การกักเก็บคาร์บอนและการควบคุมคุณภาพอากาศ</p>
<p>&#8211; เมื่อความหลากหลายลดลง ส่งผลให้ประสิทธิภาพการให้บริการเหล่านี้ลดลง</p>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>3. กระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของมนุษย์โดยตรง</strong></div>
<p>&#8211; หลายพื้นที่ทั่วโลกสูญเสียพื้นที่ชุ่มน้ำกว่า 95%</p>
<p>&#8211; แม่น้ำใหญ่ 2 ใน 3 ถูกกั้นด้วยเขื่อนจนระบบนิเวศเปลี่ยน</p>
<p>&#8211; ชุมชนที่พึ่งพาน้ำและปลาในพื้นที่ เผชิญวิกฤตแหล่งอาหารและน้ำจืดอย่างรุนแรง</p>
</div>
<div dir="auto" style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-42119 size-large" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/0041-1024x576.jpg" alt="" width="1024" height="576" /></div>
<div dir="auto"></div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">ดังนั้น การขับเคลื่อน<strong> Nature Positive</strong> จึงเป็นเป้าหมายระดับโลกในการ &#8216;<strong>หยุดยั้งการสูญเสียและพลิกฟื้นธรรมชาติ&#8217;</strong> ภายในปี 2030 เทียบกับปีฐานในปี 2020 รวมทั้งสามารถมุ่งสู่การฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ได้ (Full Recovery) ภายในปี 2050 โดยวัดจากการเพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมของความอุดมสมบูรณ์ ความหลากหลาย และความสามารถในการปรับตัวของทั้งชนิดพันธุ์ ระบบนิเวศ และกระบวนการทางธรรมขาติ</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">รวมทั้งการสร้างผลกระทบเชิงบวกที่สามารถวัดผลได้ทั้งต่อมนุษย์และธรรมชาติ เพื่อสะท้อนความเชื่อมโยงที่สำคัญทั้งการมีสุขภาพที่ดี และเศรษฐกิจที่ดี อยู่บนพื้นฐานของการมีธรรมชาติที่ดี ภายใต้ความร่วมมือในการเปลี่ยนของภาคเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ จากการมีส่วนร่วมทั้งการขับเคลื่อนในระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับท้องถิ่น</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ตลอดจนการพัฒนานวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และการวิจัย เพื่อส่งเสริมการปรับตัวโดยเฉพาะการทำธุรกิจจากรูปแบบปกติ มาสู่การทำธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อธรรมชาติ ผ่านการอนุรักษ์และฟื้นฟู เพื่อลดผลกระทบต่อธรรมชาติ และช่วยฟื้นฟูความหลากหลายทางธรรมชาติให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42143 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/6-1.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/global-trends-nature-positive-by-iucn/">เพราะ &#8216;ธรรมชาติ&#8217; คือ รากฐานสำคัญของการพัฒนา แต่การขับเคลื่อนธุรกิจ ทั้งพึ่งพาและสร้างผลกระทบให้ระบบนิเวศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีพีแรม เดินหน้ายุทธศาสตร์ความยั่งยืน ปกป้อง – ฟื้นฟูระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ “ซีพีแรมรวมน้ำใจ ฟื้นฟูป่า” สร้างสมดุลระบบนิเวศป่าต้นน้ำบนผืนแผ่นดินไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/cpram-plating-forest-project/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 03 Jan 2026 07:58:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[3 ประโยชน์]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[CP RAM]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[จุไรรัตน์ ลิ้มประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพีแรม]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพีแรมรวมน้ำใจ ฟื้นฟูป่า]]></category>
		<category><![CDATA[ณัชโชติ เหมทอง]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกป่า]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศ]]></category>
		<category><![CDATA[สาวิตรี เชื้อพงษ์]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อนุรักษ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39241</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณณัชโชติ เหมทอง รองกรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยผู้บริหาร และพนักงาน บริษัท ซีพีแรม จำกัด ร่วมขับเคลื่อนโครงการ “ซีพีแรมรวมน้ำใจ ฟื้นฟูป่า” หนึ่งในภารกิจขับเคลื่อนความยั่งยืนของซีพีแรม ด้านการป้องกัน ฟื้นฟูระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อส่งเสริม และฟื้นฟูป่าต้นน้ำ และความอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เป็นแหล่งอาหารให้กับสัตว์ป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ และสร้างสมดุลระบบนิเวศบนพื้นแผ่นดินไทย ในการนี้ได้รับเกียรติจาก คุณสาวิตรี เชื้อพงษ์ นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติพุเตย และ คุณจุไรรัตน์ ลิ้มประเสริฐ รองปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลวังยาว เข้าร่วมงานในครั้งนี้ ซีพีแรม มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจเคียงข้างสังคมไทยอย่างเกื้อกูล ด้วยหลักธรรมาภิบาล เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ความยั่งยืน ด้านการปกป้อง ฟื้นฟูระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพมาอย่างต่อเนื่อง เป็นหนึ่งในภารกิจขับเคลื่อนความยั่งยืนของซีพีแรม เพื่อฟื้นฟูแหล่งป่าต้นน้ำ และความอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติพุเตย อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี นับว่าโครงการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการมีส่วนร่วมและตระหนักรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับแนวทางของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และปรัชญา 3 ประโยชน์ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่มุ่งสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน สังคม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/cpram-plating-forest-project/">ซีพีแรม เดินหน้ายุทธศาสตร์ความยั่งยืน ปกป้อง – ฟื้นฟูระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ “ซีพีแรมรวมน้ำใจ ฟื้นฟูป่า” สร้างสมดุลระบบนิเวศป่าต้นน้ำบนผืนแผ่นดินไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คุณณัชโชติ เหมทอง รองกรรมการผู้จัดการ</strong> พร้อมด้วยผู้บริหาร และพนักงาน บริษัท ซีพีแรม จำกัด ร่วมขับเคลื่อนโครงการ <strong>“</strong><strong>ซีพีแรมรวมน้ำใจ ฟื้นฟูป่า</strong><strong>”</strong> หนึ่งในภารกิจขับเคลื่อนความยั่งยืนของซีพีแรม ด้านการป้องกัน ฟื้นฟูระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อส่งเสริม และฟื้นฟูป่าต้นน้ำ และความอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เป็นแหล่งอาหารให้กับสัตว์ป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ และสร้างสมดุลระบบนิเวศบนพื้นแผ่นดินไทย</p>
<p><span id="more-39241"></span></p>
<p>ในการนี้ได้รับเกียรติจาก <strong>คุณสาวิตรี เชื้อพงษ์ นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติพุเตย</strong> และ <strong>คุณจุไรรัตน์ ลิ้มประเสริฐ รองปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลวังยาว</strong> เข้าร่วมงานในครั้งนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39242 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/คุณณัชโชติ-เหมทอง-รองกรรมการผู้จัดการ-บริษัท-ซีพีแรม-จำกัด2.jpeg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ซีพีแรม มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจเคียงข้างสังคมไทยอย่างเกื้อกูล ด้วยหลักธรรมาภิบาล เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ความยั่งยืน ด้านการปกป้อง ฟื้นฟูระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพมาอย่างต่อเนื่อง เป็นหนึ่งในภารกิจขับเคลื่อนความยั่งยืนของซีพีแรม เพื่อฟื้นฟูแหล่งป่าต้นน้ำ และความอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติพุเตย อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39244 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/ภาพประกอบข่าว_ซีพีแรม_8.jpeg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>นับว่าโครงการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการมีส่วนร่วมและตระหนักรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับแนวทางของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และปรัชญา 3 ประโยชน์ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่มุ่งสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน สังคม และประเทศชาติ ให้เกิดความยั่งยืนสืบไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/cpram-plating-forest-project/">ซีพีแรม เดินหน้ายุทธศาสตร์ความยั่งยืน ปกป้อง – ฟื้นฟูระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ “ซีพีแรมรวมน้ำใจ ฟื้นฟูป่า” สร้างสมดุลระบบนิเวศป่าต้นน้ำบนผืนแผ่นดินไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำรวจ พื้นที่ &#8216;ป่าไม้&#8217; ประเทศไทย ​หายไปไหน? เมื่อพื้นที่ป่า ลดลง New Low รอบ 10 ปี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/thailand-forest-area-monitoring/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 26 Oct 2025 17:18:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Absorption]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[CarbonCredit]]></category>
		<category><![CDATA[Deforestation]]></category>
		<category><![CDATA[Forest]]></category>
		<category><![CDATA[NatureBasedSolutions]]></category>
		<category><![CDATA[Preservation]]></category>
		<category><![CDATA[Restoration]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ดูดซับคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ต้นไม้]]></category>
		<category><![CDATA[ตัดไม้]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพยากร]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าไม้]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่ป่า]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อนุรักษ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37467</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8216;ป่าไม้&#8217; ถือเป็นแหล่งดูดซับคาร์บอน ​Carbon Sink ที่สำคัญของโลก รายงานพบว่า ในรอบ 5 ปี มีการตัดไม้ทั่วโลกกว่า 625 ล้านไร่ต่อปี โดย 90% เกิดขึ้นในเขตร้อน โดยเฉพาะทวีปแอฟริกา จากการเติบโตของประชากร และเกษตรกรรม ป่า กับกับดูดซับคาร์บอน การสำรวจพื้นที่ป่าทั่วโลก พบว่า มีพื้นที่รวมกว่า 4 พันล้านเฮกตาร์  หรือราว 2.5 หมื่นล้านไร่ (31%)  หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของพื้นที่ทั่วโลก Top 5 ประเทศที่มีพื้นที่ป่ามากที่สุด โดยพื้นที่มากกว่าครึ่ง ​​(54%) ของพื้นที่ป่าทั่วโลก อยู่ใน 5 ประเทศ ต่อไปนี้ ​1. รัสเซีย : มีพื้นที่ 815 ล้านเฮกตาร์  คิดเป็น 20% ของพื้นที่ป่าทั่วโลก 2. บราซิล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/thailand-forest-area-monitoring/">สำรวจ พื้นที่ &#8216;ป่าไม้&#8217; ประเทศไทย ​หายไปไหน? เมื่อพื้นที่ป่า ลดลง New Low รอบ 10 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs x126k92a">
<div dir="auto"><strong>&#8216;ป่าไม้&#8217;</strong> ถือเป็นแหล่งดูดซับ<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">คาร์บอน</span> ​<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Carbon Sink</span> ที่สำคัญของโลก รายงานพบว่า ในรอบ 5 ปี มีการตัดไม้ทั่วโลกกว่า 625 ล้านไร่ต่อปี โดย 90% เกิดขึ้นในเขตร้อน โดยเฉพาะทวีปแอฟริกา จากการเติบโตของประชากร และเกษตรกรรม</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ป่า</span> กับกับดูดซับคาร์บอน</strong></div>
<div dir="auto">การสำรวจพื้นที่ป่าทั่วโลก พบว่า มีพื้นที่รวมกว่า 4 พันล้านเฮกตาร์  หรือราว 2.5 หมื่นล้านไร่ (31%)  หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของพื้นที่ทั่วโลก</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Top 5</span></strong> ประเทศที่มีพื้นที่ป่ามากที่สุด โดยพื้นที่มากกว่าครึ่ง ​​(54%) ของพื้นที่ป่าทั่วโลก อยู่ใน 5 ประเทศ ต่อไปนี้</div>
<div dir="auto">​1. รัสเซีย : มีพื้นที่ 815 ล้านเฮกตาร์  คิดเป็น 20% ของพื้นที่ป่าทั่วโลก</div>
<div dir="auto">2. บราซิล : มีพื้นที่ 497 ล้านเฮกตาร์ คิดเป็น12% ของพื้นที่ป่าทั่วโลก</div>
<div dir="auto">3. แคนาดา : มีพื้นที่ 347 ล้านเฮกตาร์ คิดเป็น 9% ของพื้นที่ป่าทั่วโลก</div>
<div dir="auto">4. สหรัฐอเมริกา : มีพื้นที่ 310 ล้านเฮกตาร์ คิดเป็น 8% ของพื้นที่ป่าทั่วโลก</div>
<div dir="auto">5. จีน : มีพื้นที่ 220 ล้านเฮกตาร์ คิดเป็น 5% ของพื้นที่ป่าทั่วโลก</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ขณะที่ประสิทธิภาพในการดูดซับคาร์บอน จะขึ้นอยู่กับชนิดของป่าแต่ละประเภท ได้แก่</div>
<ul>
<li dir="auto">ป่าธรรมชาติ ดูดซับคาร์บอน 0.95 ตัน CO2/ไร่/ปี</li>
<li dir="auto">ป่าเศรษฐกิจ ดูดซับคาร์บอน 1.36 ตัน CO2/ไร่/ปี</li>
<li dir="auto">ป่าชายเลน ดูดซับคาร์บอน 2.75 ตัน CO2/ไร่/ปี</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>‘ป่าไม้ไทย’ หายไปไหน?</strong></div>
<div dir="auto">สำหรับ<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ประเทศไทย</span> มีพื้นที่ป่า 31.5% หรือ 102 ล้านไร่ คิดเป็นอันดับ 31 ของโลก ข้อมูลในช่วง​ปี 2565 &#8211; 2567 พื้นที่ป่าทั่วประเทศ ลดลงราว 3.5 แสนไร่ ซึ่งถือว่าการลดลงมากที่สุดในรอบ 10 ปีย้อนหลัง</div>
<div dir="auto">โดยเหตุผลที่​พื้นที่ป่ายังคง ‘ลดลง’ ทุกปี มาจากสาเหตุต่อไปนี้</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<ul>
<li dir="auto">การเปลี่ยนที่ดินเป็นพื้นที่เกษตรกรรม</li>
<li dir="auto">สิ่งปลูกสร้างรองรับการท่องเที่ยว</li>
<li dir="auto">การลักลอบตัดไม้ หาของป่า ปัญหาไฟป่า</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>ร่วมปกป้องพื้นที่ป่า ฟื้นฟูระบบนิเวศ ​ </strong></div>
<div dir="auto">สำหรับแนวทางในการขับเคลื่อน เพื่อ​สามารถช่วยปกป้องและฟื้นฟูป่าไม้ของไทย อาทิเช่น</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<ul>
<li dir="auto">หลัก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">4Ps</span> (Public-People-Private Partnerships) ความร่วมมือระหว่างรัฐ ประชาชน เอกชน</li>
<li dir="auto">มาตรการจูงใจให้ทุกภาคส่วนมีบทบาทอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม</li>
<li dir="auto">ภาครัฐเร่งทบทวนนโยบายแนวเขตป่า ปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารจัดการ</li>
<li dir="auto">บังคับใช้ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">กฎหมาย</span> ด้านป่าไม้ และการใช้ที่ดิน</li>
<li dir="auto">การจัดการพื้นที่แนวกันชนรอบป่า และกลไก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">คาร์บอนเครดิต</span> ภาคป่าไม้ หรือการส่งเสริม <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ป่าชุมชน</span></li>
<li dir="auto">ส่งเสริมการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกพื้นที่คุ้มครอง (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">OECMs</span>)</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/thailand-forest-area-monitoring/">สำรวจ พื้นที่ &#8216;ป่าไม้&#8217; ประเทศไทย ​หายไปไหน? เมื่อพื้นที่ป่า ลดลง New Low รอบ 10 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;ป่ารักน้ำ -บ้านเล็กในป่าใหญ่&#8217; พระราชปณิธานแห่งการอนุรักษ์ป่าและดูแลราษฎร โครงการพระราชดำริ &#8216;สมเด็จพระพันปีหลวง&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/hm-queen-sirikit-royal-initiative-projects/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 25 Oct 2025 11:06:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[Forest]]></category>
		<category><![CDATA[Forest Conservation]]></category>
		<category><![CDATA[Her Majesty The Queen Sirikit]]></category>
		<category><![CDATA[QueenSirikit]]></category>
		<category><![CDATA[Royal Initiative Projects]]></category>
		<category><![CDATA[royal project]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าไม้]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ฟื้นฟูดิน]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์]]></category>
		<category><![CDATA[สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[สมเด็จพระพันปีหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[สวรรคต]]></category>
		<category><![CDATA[อนุรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[อนุรักษ์ป่าไม้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37580</guid>

					<description><![CDATA[<p>“พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันจะสร้างป่า” พระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานแก่ราษฎรบ้านถ้ำติ้ว อ.ส่องดาว จ.สกลนคร เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2525 ​พระราชดำรัสอันสะท้อนพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระราชประสงค์ทั้งการดูแลผืนป่า ธรรมชาติ ไปจนถึงความยากไร้และการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของราษฎร นำมาซึ่งพระราชเสาวณีย์ให้จัดตั้งโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่กระจายการพัฒนาไปในหลากหลายพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อช่วยแก้ไขทั้งปัญหาดินเสื่อมโทรม การดูแลป่า ขจัดความแห้งแล้งตามธรรมชาติ และความยากไร้ เพื่อให้พสกนิกรชาวไทยมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น มีอาชีพ พึ่งพาตนเองได้  สามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน ภายใต้การ​เกื้อกูลซึ่งกันและกัน &#8211; โครงการป่ารักน้ำ :  คืนความชุ่มชื้นสู่ผืนดิน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงตระหนักถึงปัญหาความเสื่อมโทรมของป่าไม้ ​สาเหตุของความแห้งแล้ง และดินเสื่อมสภาพ อันเป็นปัจจัยสำคัญในการประกอบอาชีพของราษฎรในชนบท และทรงเห็นความเหนื่อยยากของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรที่ทรงอุทิศพระองค์ในการแก้ไขปัญหาดิน และจัดหาแหล่งน้ำให้ราษฎรในท้องถิ่นห่างไกลและทุรกันดารมาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งหลายพื้นที่มีปัญหาดินเค็ม และหลายพื้นที่เต็มไปด้วย​ฝุ่นทราย และถูกทิ้งร้างไว้นับสิบไร่​ โดยไม่มีพืชพรรณเติบโตขึ้นได้ ประกอบกับความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของราษฎร ที่ตัดไม้ใหญ่ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ เช่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/hm-queen-sirikit-royal-initiative-projects/">&#8216;ป่ารักน้ำ -บ้านเล็กในป่าใหญ่&#8217; พระราชปณิธานแห่งการอนุรักษ์ป่าและดูแลราษฎร โครงการพระราชดำริ &#8216;สมเด็จพระพันปีหลวง&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div dir="auto">
<p><em><strong>“พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันจะสร้างป่า”</strong></em></p>
<p>พระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานแก่ราษฎรบ้านถ้ำติ้ว อ.ส่องดาว จ.สกลนคร เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2525</p>
</div>
<p><span id="more-37580"></span></p>
<p>​พระราชดำรัสอันสะท้อนพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระราชประสงค์ทั้งการดูแลผืนป่า ธรรมชาติ ไปจนถึงความยากไร้และการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของราษฎร</p>
<p>นำมาซึ่งพระราชเสาวณีย์ให้จัดตั้งโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่กระจายการพัฒนาไปในหลากหลายพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อช่วยแก้ไขทั้งปัญหาดินเสื่อมโทรม การดูแลป่า ขจัดความแห้งแล้งตามธรรมชาติ และความยากไร้ เพื่อให้พสกนิกรชาวไทยมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น มีอาชีพ พึ่งพาตนเองได้  สามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน ภายใต้การ​เกื้อกูลซึ่งกันและกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37582 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/1.png" alt="" width="586" height="362" /></p>
<p><strong>&#8211; โครงการป่ารักน้ำ :  คืนความชุ่มชื้นสู่ผืนดิน</strong></p>
<p>สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงตระหนักถึงปัญหาความเสื่อมโทรมของป่าไม้ ​สาเหตุของความแห้งแล้ง และดินเสื่อมสภาพ อันเป็นปัจจัยสำคัญในการประกอบอาชีพของราษฎรในชนบท และทรงเห็นความเหนื่อยยากของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรที่ทรงอุทิศพระองค์ในการแก้ไขปัญหาดิน และจัดหาแหล่งน้ำให้ราษฎรในท้องถิ่นห่างไกลและทุรกันดารมาเป็นเวลานาน</p>
<p>โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งหลายพื้นที่มีปัญหาดินเค็ม และหลายพื้นที่เต็มไปด้วย​ฝุ่นทราย และถูกทิ้งร้างไว้นับสิบไร่​ โดยไม่มีพืชพรรณเติบโตขึ้นได้ ประกอบกับความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของราษฎร ที่ตัดไม้ใหญ่ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ เช่น ไม้แดง และไม้ประดู่เป็นจำนวนมาก หากไม่แก้ไขอาจทำให้พื้นที่กลายเป็นทะเลทรายได้ในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37583 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Queen-DWR.png" alt="" width="1200" height="803" /></p>
<p>​พระองค์จึงมีพระราชดำริฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติโดยอาศัยความร่วมมือของประชาชน ด้วยทรงตระหนักว่าการรักษาป่าไม้ไว้ให้ได้นั้น จำเป็นต้องสร้างความรู้สึกรักและหวงแหนต้นไม้ให้เกิดแก่ประชาชนเสียก่อน โดยให้ประชาชนรักป่าเหมือนเป็นสมบัติของตนเอง<strong> &#8216;โครงการป่ารักน้ำ&#8217;</strong> จึงถือกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2525ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นแห่งแรก ณ บ้านถ้ำติ้ว อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร</p>
<p><strong>&#8216;โครงการป่ารักน้ำ&#8217;</strong> จึง​เป็นพระราชปณิธานอันแน่วแน่ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่จะบรรเทาวิกฤติการขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง พระองค์ทรงตรัสว่า &#8216;<strong>ขาดน้ำ ทุกชีวิตสิ้นสุดทันที&#8217;</strong> การรักษาแหล่งน้ำไว้เป็นที่พึ่งพาอาศัยของมวลสัตว์โลกทั้งหลายนั้นน่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด น้ำ นอกจากจะมีประโยชน์ในการอุปโภคและบริโภคกับคนแล้ว ยังมีประโยชน์กับระบบนิเวศสิ่งแวดล้อมและสัตว์ป่าทุกชนิด เพราะเป็นการฟื้นฟูสภาพของป่าที่เสื่อมโทรมบริเวณของต้นน้ำลำธาร ให้กลับสภาพเป็นพื้นที่ดูดซับน้ำได้เหมือนเดิม ซึ่งการอนุรักษ์ป่าไม้และสัตว์ป่า จะทำให้พื้นที่บริเวณป่าชุ่มชื้น อุดมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ เป็นการรักษาป่าและต้นน้ำลำธาร ของพื้นที่ป่าและบริเวณใกล้เคียงได้เป็นอย่างดียิ่ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37584 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Queen4.png" alt="" width="1200" height="838" /></p>
<p><strong>&#8211; โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ :  ส่งเสริมให้คนอยู่ร่วมกับป่า</strong></p>
<p>อีกหนึ่งพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงทำเพื่อผืนแผ่นดินไทยและพสกนิกรชาวไทย เพื่อรักษา​ป่าไม้และแหล่งต้นน้ำลำธารให้อุดมสมบูรณ์ และมีพระราชประสงค์ให้คนกับป่าอยู่ร่วมกัน พึ่งพาอาศัย​เกื้อกูลกัน และสร้างความเจริญงอกงามให้แก่กันและกัน โดยเฉพาะผู้คนและชุมชนที่อาศัยอยู่โดยรอบพื้นที่ป่าไม้</p>
<p>จากการที่ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งโครงการ &#8216;บ้านเล็กในป่าใหญ่&#8217;  ทั้งในภาคเหนือ ​ภาคอีสาน รวมทั้งในทุกภูมิภาค เพื่อให้ราษฎรผู้ยากไร้ในพื้นที่ชนบทได้มีที่อยู่ที่ทำกินเป็นหลักแหล่ง โดยมอบที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกินบริเวณโดยรอบป่าสงวนแห่งชาติพร้อมมอบหน้าที่ให้ชาวบ้าน​ในโครงการร่วมดูแลและอนุรักษ์ฟื้นฟูพื้นที่ป่าบริเวณใกล้เคียง เพื่อเป็นกำลังสำคัญร่วมกับเจ้าหน้าที่ในการ<b>​</b>​ช่วยอนุรักษ์และฟื้นฟู​ป่าไม้ แหล่งต้นน้ำให้มีความอุดมสมบูรณ์ รวมทั้งสัตว์ป่านานาชนิด พร้อม​สนับสนุนอาชีพเสริมให้กับประชาชน เพื่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีรายได้เพียงพอ ต่อการเลี้ยงครอบครัว ช่วยแก้ปัญกา​การบุกรุกทำลายป่าไม้ และหันมาช่วยดูแลรักษาป่าไม้ ให้มีสภาพสมบูรณ์ดังเดิม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37585 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Queen-8.png" alt="" width="1624" height="912" /></p>
<p>โครงการ<strong> &#8216;บ้านเล็กในป่าใหญ่&#8217;</strong> จากพระอัจฉริยภาพและพระราชปณิธานอันแรงกล้าในการทรงงานด้านการอนุรักษ์ป่าและแหล่งต้นน้ำ เพื่อสนับสนุนการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยมีน้ำเพียงพอต่อการดำรงชีพ และการเกษตร เพื่อมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยจัดตั้งโครงการแรกขึ้นที่ บ้านห้วยไม้หก อ. อมก๋อย จ.เชียงใหม่ พ.ศ. 2534 ก่อนจะต่อยอดออกไปอีกในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ราษฎรมีที่อยู่ที่ทำกินเป็นหลักแหล่ง มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีอาชีพพึ่งพาตนเองได้ และสามารถอยู่กับป่าได้ โดยไม่ต้องทำลาย หรือบุกรุกป่า และยังมีส่วน​ร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/hm-queen-sirikit-royal-initiative-projects/">&#8216;ป่ารักน้ำ -บ้านเล็กในป่าใหญ่&#8217; พระราชปณิธานแห่งการอนุรักษ์ป่าและดูแลราษฎร โครงการพระราชดำริ &#8216;สมเด็จพระพันปีหลวง&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Thailand Privilege Card มอบเงิน 100,000 บาท แก่ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ สัตหีบ สนับสนุนกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/08/thailand-privilege-card-csr-project/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 Aug 2025 05:24:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[Sea Turtle Conservation Center]]></category>
		<category><![CDATA[Small Acts Big Change]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Privilege Card]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[มนาเทศ อันนวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์อนุรักษ์​พันธุ์เต่าทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[อนุรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เต่าทะเล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35477</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายมนาเทศ อันนวัฒน์ เพรสซิเดนท์ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด ผู้ดำเนินโครงการบัตรสมาชิก “ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด” ภายใต้การกำกับดูแลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงานจิตอาสากว่า 30 ท่าน ลงพื้นที่ทำกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด “Small Acts, Big Change” ณ ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อร่วมทำกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลหายาก อาทิ การสนับสนุนเงินเพื่อการอนุรักษ์เต่าทะเลไทย,การสนับสนุนอุปกรณ์ทำความสะอาดบ่ออนุบาลเต่า,การปล่อยเต่าคืนสู่ธรรมชาติ เพื่อสร้างความสมดุลให้แก่ระบบนิเวศทางทะเล  พร้อมมอบเงินสนับสนุนเพื่อการอนุรักษ์เต่าทะเล เป็นจำนวน 100,000 บาท โดยมี นาวาเอกจรัญ ดิศอรุณ ผู้บังคับการกรมต่อสู้อากาศยานที่ 2 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ให้เกียรติเป็นผู้บรรยายและรับมอบในครั้งนี้ “กิจกรรม CSR ภายใต้แนวคิด “Small Acts, Big Change” สะท้อนถึงความเชื่อที่ว่า การร่วมมือจากกิจกรรมเล็กๆ ของทุกคนสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้แก่สังคมได้ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ แต่ยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกแห่งการเป็นผู้ให้แก่พนักงานของบริษัทฯ และในการทำกิจกรรมครั้งนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/thailand-privilege-card-csr-project/">Thailand Privilege Card มอบเงิน 100,000 บาท แก่ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ สัตหีบ สนับสนุนกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นายมนาเทศ อันนวัฒน์ เพรสซิเดนท์ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด ผู้ดำเนินโครงการบัตรสมาชิก “ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด” ภายใต้การกำกับดูแลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)</strong> พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงานจิตอาสากว่า 30 ท่าน ลงพื้นที่ทำกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด <strong>“</strong><strong>Small Acts, Big Change”</strong> ณ ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี</p>
<p><span id="more-35477"></span></p>
<p>เพื่อร่วมทำกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลหายาก อาทิ การสนับสนุนเงินเพื่อการอนุรักษ์เต่าทะเลไทย,การสนับสนุนอุปกรณ์ทำความสะอาดบ่ออนุบาลเต่า,การปล่อยเต่าคืนสู่ธรรมชาติ เพื่อสร้างความสมดุลให้แก่ระบบนิเวศทางทะเล  พร้อมมอบเงินสนับสนุนเพื่อการอนุรักษ์เต่าทะเล เป็นจำนวน 100,000 บาท โดยมี นาวาเอกจรัญ ดิศอรุณ ผู้บังคับการกรมต่อสู้อากาศยานที่ 2 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ให้เกียรติเป็นผู้บรรยายและรับมอบในครั้งนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35478 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/TPV1.jpg" alt="" width="1200" height="701" /></p>
<p>“กิจกรรม CSR ภายใต้แนวคิด “<strong>Small Acts, Big Change</strong><strong>”</strong> สะท้อนถึงความเชื่อที่ว่า การร่วมมือจากกิจกรรมเล็กๆ ของทุกคนสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้แก่สังคมได้ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ แต่ยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกแห่งการเป็นผู้ให้แก่พนักงานของบริษัทฯ และในการทำกิจกรรมครั้งนี้ ตอกย้ำเจตนารมณ์ของบริษัทฯในการเดินหน้าสนับสนุนโครงการดีๆเพื่อสาธารณประโยชน์อย่างต่อเนื่อง เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป นายมนาเทศ กล่าวเสริม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/thailand-privilege-card-csr-project/">Thailand Privilege Card มอบเงิน 100,000 บาท แก่ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ สัตหีบ สนับสนุนกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สวทช. จับมือ โครงการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์ฯ จังหวัดตาก เดินหน้าฟื้นฟูป่าและยกระดับเศรษฐกิจชุมชน  ส่งมอบไผ่รวกใหญ่ 5,000 ต้น และ Seed Balls กว่า 2,500 ลูก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/06/nstda-bcg-model-in-tak/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Jun 2025 23:49:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Model]]></category>
		<category><![CDATA[NSTDA]]></category>
		<category><![CDATA[Seed Balls]]></category>
		<category><![CDATA[กานดิษฏ์ สิงหากัน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ชาญวิทย์ สุริยฉัตรกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ยี่โถ ทัพภะทัต]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อนุรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ BCG]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอเทค]]></category>
		<category><![CDATA[ไผ่รวก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34061</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ โครงการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดตาก จัด “กิจกรรมส่งมอบไผ่รวกใหญ่รู้อายุ และกิจกรรมปลูกฟื้นฟูป่าด้วย Seed balls และกล้าไผ่” ณ พระธาตุผาแดง อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยได้ทำการส่งมอบไผ่รวก 5,000 ต้น และ Seed Balls กว่า 2,500 ลูก ให้กับโครงการฯ เพื่อร่วมกันพัฒนาพื้นที่เหมืองผาแดง ที่เดิมเป็นเหมืองแร่สังกะสี ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติเพื่อการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน และช่วยส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สร้างเศรษฐกิจชุมชน ให้ชุมชนมีรายได้จากการท่องเที่ยวและความหลากหลายทางชีวภาพที่เพิ่มขึ้นจากการฟื้นฟูป่า โดยมีนายสัญญา เพชรเศษ นายอำเภอแม่สอด ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ร่วมเป็นสักขีพยานและร่วมรับมอบในงาน พร้อมด้วยเยาวชนนักเรียนและชุมชนกว่า 100 คนร่วมในงาน นายกานดิษฏ์ สิงหากัน หัวหน้าโครงการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดตาก กล่าวว่า โครงการฯ ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจาก ไบโอเทค สวทช. ในการดำเนินชุดโครงการ “การอนุรักษ์ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพและเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนในพื้นที่เหมืองผาแดงฯ” โดยใช้โมเดลเศรษฐกิจ BCG เป็นแนวทางในการขับเคลื่อน ซึ่งได้ก่อให้เกิด 9 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/nstda-bcg-model-in-tak/">สวทช. จับมือ โครงการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์ฯ จังหวัดตาก เดินหน้าฟื้นฟูป่าและยกระดับเศรษฐกิจชุมชน  ส่งมอบไผ่รวกใหญ่ 5,000 ต้น และ Seed Balls กว่า 2,500 ลูก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ โครงการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดตาก จัด “กิจกรรมส่งมอบไผ่รวกใหญ่รู้อายุ และกิจกรรมปลูกฟื้นฟูป่าด้วย </strong><strong>Seed balls </strong><strong>และกล้าไผ่” ณ พระธาตุผาแดง อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก</strong></p>
<p><span id="more-34061"></span></p>
<p><strong> โดยได้ทำการส่งมอบไผ่รวก 5</strong><strong>,</strong><strong>000 ต้น และ </strong><strong>Seed Balls </strong><strong>กว่า 2</strong><strong>,</strong><strong>500 ลูก ให้กับโครงการฯ เพื่อร่วมกันพัฒนาพื้นที่เหมืองผาแดง ที่เดิมเป็นเหมืองแร่สังกะสี ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติเพื่อการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน และช่วยส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สร้างเศรษฐกิจชุมชน ให้ชุมชนมีรายได้จากการท่องเที่ยวและความหลากหลายทางชีวภาพที่เพิ่มขึ้นจากการฟื้นฟูป่า โดยมีนายสัญญา เพชรเศษ นายอำเภอแม่สอด ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ร่วมเป็นสักขีพยานและร่วมรับมอบในงาน พร้อมด้วยเยาวชนนักเรียนและชุมชนกว่า </strong><strong>100 </strong><strong>คนร่วมในงาน</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34064 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/08.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>นายกานดิษฏ์ สิงหากัน หัวหน้าโครงการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดตาก</strong> กล่าวว่า โครงการฯ ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจาก ไบโอเทค สวทช. ในการดำเนินชุดโครงการ “การอนุรักษ์ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพและเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนในพื้นที่เหมืองผาแดงฯ” โดยใช้โมเดลเศรษฐกิจ BCG เป็นแนวทางในการขับเคลื่อน ซึ่งได้ก่อให้เกิด 9 โครงการย่อย ที่มุ่งสร้างองค์ความรู้ พัฒนาผลิตภัณฑ์ และถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน กิจกรรมในวันนี้เป็นการเริ่มต้นการส่งมอบผลงานด้วยการส่งมอบ “อนาคตสีเขียว” คืนสู่ผืนดิน โดย สวทช. ได้ส่งมอบ “กล้าไผ่รวกใหญ่” จำนวน 5,000 กล้า พร้อมทั้งร่วมกันทำกิจกรรมปลูกฟื้นฟูป่าด้วย “Seed balls” ซึ่งเป็นผลผลิตจากงานวิจัยของ สวทช. เช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34068 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/IMG_6657.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>ดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง รองผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช. </strong>กล่าวว่า ไบโอเทค สวทช. ได้ส่งมอบกล้าไผ่รวกใหญ่ให้กับโครงการฯ เพื่อใช้ในการฟื้นฟูสภาพป่า โดยกล้าไผ่นี้เป็นผลผลิตจากโครงการคัดเลือกไผ่รู้อายุพันธุ์ดี และการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชในห้องปฏิบัติการ ทำให้ได้กล้าไผ่ที่มีคุณภาพดี สม่ำเสมอ ปลอดโรค ซึ่งจะช่วยให้การวางแผนการปลูกและการคาดการณ์การเจริญเติบโตแม่นยำยิ่งขึ้น ส่งผลให้การฟื้นฟูป่ารวดเร็วกว่าเดิม รวมถึง<strong> “Seed balls”</strong> ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผลงานวิจัยของไบโอเทค โดย Seed balls คือการนำเมล็ดพันธุ์ไม้ป่ามาห่อหุ้มด้วยดินเหนียวและสารอาหารที่จำเป็น ทำหน้าที่เป็นเกราะคุ้มกันและเสบียงอาหารให้แก่เมล็ดพันธุ์ ช่วยปกป้องจากศัตรูพืชและสภาพอากาศแห้งแล้ง อีกทั้งยังเพิ่มอัตราการงอกให้สูงขึ้น ทำให้ปลูกป่าได้ง่ายขึ้น เพียงแค่นำไปวางหรือโยนในพื้นที่เป้าหมายก็สามารถเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34063 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/05.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ด้าน <strong>ดร.ชาญวิทย์ สุริยฉัตรกุล หัวหน้าทีมวิจัยความหลากหลายและการใช้ประโยชน์จุลินทรีย์ ไบโอเทค สวทช.</strong> ให้ข้อมูลว่าในโครงการนี้ได้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้และมีการเตรียม Seed balls เสริมด้วยจุลินทรีย์ส่งเสริมการเจริญของพืชกว่า 2,500 ลูกจากพืชป่ามากกว่า 10 ชนิด อาทิ จามจุรีสีทอง(พฤกษ์) ชัยพฤกษ์ กาฬพฤกษ์ พะยูง ประดู่ป่า ชิงชัน กระพี้จั่น สาธร เสลา อินทนิล และไม้แดง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพืชที่มีดอกสวยงามสีชมพูม่วง และพืชเศรษฐกิจที่ให้เนื้อไม้มูลค่าสูง ทั้งนี้ Seed balls เป็นนวัตกรรมที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการฟื้นฟูป่าในพื้นที่ลาดชันและพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก โดยไบโอเทคได้ใช้องค์ความรู้เรื่องจุลินทรีย์ส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชโดยใช้จุลินทรีย์พื้นถิ่นที่แยกจากพืชป่าในพื้นที่เหมืองผาแดงมาใช้เพื่อเพิ่มอัตราการงอกและการรอดชีวิตของพืชป่าเป้าหมาย โดยจุลินทรีย์ดังกล่าวจะช่วยเพิ่มธาตุอาหาร ผลิตฮอร์โมนพืช และเพิ่มความทนทานต่อสภาวะที่ไม่เหมาะสมทำให้พืชมีอัตราการรอดชีวิตที่สูงขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34066 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/IMG_6590.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>และ <strong>ดร.ยี่โถ ทัพภะทัต นักวิจัยทีมวิจัยนวัตกรรมโรงงานผลิตพืชสมุนไพร ไบโอเทค สวทช.</strong> ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ไบโอเทค สวทช. ได้ส่งมอบ “ต้นไผ่รวกใหญ่รู้อายุ” จำนวน 5,000 ต้นที่ผ่านการคัดเลือกจากการเพาะเมล็ดว่ามีลักษณะที่ดีเด่น สม่ำเสมอ และใช้เป็นต้นแม่พันธุ์ในการขยายต้นพันธุ์ด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในห้องปฏิบัติการ ให้แก่โครงการฯ เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูป่าและส่งเสริมไผ่เศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ปัจจุบัน นอกเหนือจากวิธีการคัดเลือกพันธุ์ไผ่จากเมล็ดด้วยการบูรณาการทั้งด้านจีโนมิกส์และฟีโนมิกส์แล้ว ทางไบโอเทค ยังมีนวัตกรรมเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อระบบโซมาติกเอมบริโอเจเนซิส สำหรับการตัดอายุของไผ่ที่ออกดอกและกำลังทยอยตาย โดยการสร้างเอมบริโอใหม่จากดอกของต้นแม่พันธุ์ลักษณะดี ซึ่งไผ่สายพันธุ์ใหม่ที่ได้ จะมีอายุเริ่มต้นเหมือนการเพาะเมล็ดแต่มีลักษณะดีเด่นเหมือนต้นแม่ที่กำลังตายขุย สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน  ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็วและมีคุณภาพเพียงพอต่อความต้องการในการปลูกป่าไผ่ในวงกว้าง เทคโนโลยีนี้จึงเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรไผ่ และเป็นฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34065 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/10.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>กิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้เป็นเครื่องมือในการอนุรักษ์ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และคาดหวังว่าเครื่องมือเหล่านี้จะเป็นประโยชน์และช่วยเร่งให้พื้นที่ผาแดงกลับมาอุดมสมบูรณ์เป็นแหล่งเรียนรู้สีเขียวต่อไป</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/nstda-bcg-model-in-tak/">สวทช. จับมือ โครงการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์ฯ จังหวัดตาก เดินหน้าฟื้นฟูป่าและยกระดับเศรษฐกิจชุมชน  ส่งมอบไผ่รวกใหญ่ 5,000 ต้น และ Seed Balls กว่า 2,500 ลูก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กาแฟมีวนา เปิดแคมเปญ &#8216;มีวนา ปลูกมาจนโต&#8217; ตั้งเป้าปลูกป่าต้นน้ำเชียงราย 10,000 ต้น เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูป่า พร้อมช่วยลดปัญหา PM 2.5</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/06/mivana-living-together-growing-together/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Jun 2025 12:55:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[MiVana]]></category>
		<category><![CDATA[​MiVana Living Together Growing Together]]></category>
		<category><![CDATA[MiVana Organic Forest Coffee]]></category>
		<category><![CDATA[Positive Impacts]]></category>
		<category><![CDATA[Social Enterprise]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มบริษัทพรีเมียร์]]></category>
		<category><![CDATA[กอดป่า Challenge]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟรักษาป่า]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟอินทรีย์]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟอินทรีย์รักษาป่า]]></category>
		<category><![CDATA[ดรรชนี คุณาวิชยานนท์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท มีวนา จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกป่า]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าต้นน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ปลูกกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่ป่า]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่ป่ากาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟื้นฟูพื้นที่ป่า]]></category>
		<category><![CDATA[มีวนา]]></category>
		<category><![CDATA[มีวนา ปลูกมาจนโต]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศ]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบวนเกษตรอินทรีย์]]></category>
		<category><![CDATA[วนเกษตรอินทรีย์]]></category>
		<category><![CDATA[อนุรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกร]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรอินทรีย์]]></category>
		<category><![CDATA[เชอรี่ เข็มอัปสร สิริสุขะ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการกาแฟอินทรีย์รักษาป่า มีวนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34008</guid>

					<description><![CDATA[<p>มีวนา กาแฟอินทรีย์รักษาป่า ภายใต้ บริษัท มีวนา จำกัด เปิดตัวแคมเปญ &#8216;มีวนา ปลูกมาจนโต..MiVana Living Together, Growing Together&#8217; เชิญชวนผู้บริโภคร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม &#8216;มีวนาชวนปลูก 10,000 ต้น&#8217; เพื่อรักษาป่าต้นน้ำและสิ่งแวดล้อม บริษัท มีวนา จำกัด (ในเครือกลุ่มบริษัทพรีเมียร์) ผู้ดำเนินกิจการภายใต้แนวทางธุรกิจเพื่อสังคม ผลิตกาแฟอาราบิก้าด้วยระบบวนเกษตรอินทรีย์ ผู้ริเริ่มโครงการกาแฟอินทรีย์รักษาป่า แบรนด์มีวนา เพื่ออนุรักษ์ และฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของป่าต้นน้ำและสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่ป่าต้นน้ำแม่ลาว แม่สรวย และแม่กรณ์ พร้อมทั้งสนับสนุนและส่งเสริมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของเกษตรกร 7 หมู่บ้าน จังหวัดเชียงราย มากว่า 13 ปี และในโอกาส​ก้าวสู่ ปีที่ 14 ​จึงได้จัดแคมเปญ &#8216;มีวนา ปลูกมาจนโต..MiVana Living Together, Growing Together&#8217; เพื่อเชิญชวนผู้บริโภคมาร่วมเป็นพลังขับเคลื่อนอนุรักษ์และฟื้นฟูผืนป่า ผ่านทุกแก้วของกาแฟอินทรีย์รักษาป่า มีวนา ภายใต้แคมเปญ  &#8216;มีวนา ปลูกมาจนโต..MiVana Living [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/mivana-living-together-growing-together/">กาแฟมีวนา เปิดแคมเปญ &#8216;มีวนา ปลูกมาจนโต&#8217; ตั้งเป้าปลูกป่าต้นน้ำเชียงราย 10,000 ต้น เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูป่า พร้อมช่วยลดปัญหา PM 2.5</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>มีวนา กาแฟอินทรีย์รักษาป่า ภายใต้ บริษัท มีวนา จำกัด </strong>เปิดตัวแคมเปญ <strong>&#8216;</strong><strong>มีวนา ปลูกมาจนโต</strong><strong>..MiVana Living Together, Growing Together&#8217; </strong>เชิญชวนผู้บริโภคร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม<strong> &#8216;มีวนาชวนปลูก </strong><strong>10,000 </strong><strong>ต้น&#8217; </strong>เพื่อรักษาป่าต้นน้ำและสิ่งแวดล้อม</p>
<p><span id="more-34008"></span></p>
<p><strong>บริษัท มีวนา จำกัด</strong> (ในเครือกลุ่มบริษัทพรีเมียร์) ผู้ดำเนินกิจการภายใต้แนวทางธุรกิจเพื่อสังคม ผลิตกาแฟอาราบิก้าด้วยระบบวนเกษตรอินทรีย์ ผู้ริเริ่มโครงการกาแฟอินทรีย์รักษาป่า แบรนด์มีวนา เพื่ออนุรักษ์ และฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของป่าต้นน้ำและสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่ป่าต้นน้ำแม่ลาว แม่สรวย และแม่กรณ์ พร้อมทั้งสนับสนุนและส่งเสริมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของเกษตรกร 7 หมู่บ้าน จังหวัดเชียงราย มากว่า 13 ปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34018 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/ภาพหมู่-2.jpg" alt="" width="1200" height="785" /></p>
<p>และในโอกาส​ก้าวสู่ ปีที่ 14 ​จึงได้จัดแคมเปญ &#8216;<strong>มีวนา ปลูกมาจนโต</strong><strong>..MiVana Living Together, Growing Together&#8217; </strong>เพื่อเชิญชวนผู้บริโภคมาร่วมเป็นพลังขับเคลื่อนอนุรักษ์และฟื้นฟูผืนป่า ผ่านทุกแก้วของกาแฟอินทรีย์รักษาป่า มีวนา ภายใต้แคมเปญ  <strong>&#8216;</strong><strong>มีวนา ปลูกมาจนโต</strong><strong>..MiVana Living Together, Growing Together&#8217; </strong><strong>โดยทุก 7 แก้ว ของ​กาแฟอินทรีย์รักษาป่า &#8216;มีวนา&#8217;​ จะเท่ากับการส่งต่อต้นกล้าให้ป่าต้นน้ำ 1 ต้น​ ที่ร้านมีวนา ทั้ง 3 สาขา ตั้งแต่วันนี้ จนถึง </strong><strong>31 </strong><strong>ธันวาคม </strong><strong>2568</strong></p>
<p><strong>และเมื่อสะสมต้นกล้าครบทุกๆ </strong><strong>1,000 </strong><strong>ต้น มีวนาพร้อมมอบส่วนลดพิเศษ 15% <em>เฉพาะเมนูกาแฟในวันถัดไป </em></strong>หลังจากประกาศผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียและสื่อหน้าร้านของมีวนา ทุกสาขา (ยกเว้นสาขาดอนเมือง)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34017 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/ภาพบรรยากาศภายในงาน-5.jpg" alt="" width="1200" height="814" /></p>
<p><strong><em>&#8216;มีวนา&#8217; กาแฟอินทรีย์รักษาป่า เพิ่มพื้นที่ ไม้ร่มเงา สร้างสมดุลคืนสู่ระบบนิเวศ</em></strong></p>
<p>จากปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM 2.5 ซึ่งกำลังเป็นภัยอันตรายที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบัน โดยหนึ่งในสาเหตุหลักเนื่องมาจากการสูญเสียผืนป่า จนขาดสมดุลทางธรรมชาติ ทำให้ในปีนี้ มีวนาตั้งเป้าปลูกต้นกาแฟในป่าใหญ่ร่วมกับผู้บริโภคเพิ่มเติมอีก <strong>10</strong><strong>,</strong><strong>000 </strong>ต้น ซึ่งทุกปีก่อนหน้านี้ มีวนาจะปลูกกล้าไม้พันธุ์ต่างๆ จำนวนกว่า 100,000 ต้น ในพื้นที่ 7 หมู่บ้านตลอดมา ซึ่งสามารถเข้าร่วมแคมเปญได้ถึง 31 ธันวาคม 2568 ที่มีวนาคอฟฟี่ ทั้ง 3 สาขา ได้แก่ <strong>มีวนาคอฟฟี่ แฟล็กชิพสโตร์</strong> (ซอยศรีนครินทร์ 57 ข้างพาราไดซ์ พาร์ค), <strong>มีวนาคอฟฟี่</strong> <strong>บ้านสาทร </strong>(ซอยนราธิวาสฯ 7) และ <strong>มีวนาคอฟฟี่ สนามบินนานาชาติดอนเมือง </strong>(เทอร์มินอล 1 ชั้น 3 ตรงข้าม Gate 1-7)  <strong>และเมื่อสะสมต้นกล้าครบทุกๆ </strong><strong>1,000 </strong><strong>ต้น มีวนาพร้อมมอบส่วนลดพิเศษ 15% <em>เฉพาะเมนูกาแฟในวันถัดไป </em></strong>หลังจากการประกาศผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียและสื่อหน้าร้านของมีวนา ทุกสาขา (ยกเว้นสาขาสนามบินนานาชาติดอนเมือง)</p>
<p>ทั้งนี้ สถิติของกรมป่าไม้ ระบุว่า พื้นที่ป่าในประเทศไทยมีทั้งสิ้น 31.47% ของพื้นที่โดยรวมทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่ป่า 101.8 ล้านไร่ ลดลงไปจากปี 2558 ที่มีอยู่ 102.24 ล้านไร่  เห็นว่าจำนวนพื้นที่ป่านั้นลดจำนวนลงทุกๆ ปี ทำให้ทางมีวนา​ ตระหนักว่า​ ปัญหานี้​จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง จึงเป็นที่มาของการเริ่มฟื้นฟูป่าต้นน้ำเชียงราย และเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการ <strong>&#8216;กาแฟอินทรีย์รักษาป่า มีวนา&#8217;</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34019 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/MIVANA3.jpg" alt="" width="800" height="800" /></p>
<p>โดยริเริ่มและส่งเสริมการปลูกกาแฟ ด้วยวิถีเกษตรอินทรีย์ภายใต้ร่มไม้ใหญ่ (Organic Shade Grown Forest Coffee) โดยไม่จำเป็นต้องตัดไม้ทำลายป่า ขณะนี้มีเกษตรกรที่เข้าร่วมและเป็นสมาชิกโครงการฯ ทั้งสิ้น 223 ครัวเรือน จาก 7 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านขุนลาว, บ้านห้วยไคร้, บ้านห้วยคุณพระ, บ้านดอยช้าง, บ้านใหม่พัฒนา, บ้านผาแดงหลวง และ บ้านร่มเย็น  ครอบคลุมพื้นที่ป่าต้นน้ำ แม่ลาว, แม่สรวย และแม่กรณ์ ของจังหวัดเชียงราย</p>
<p>ที่ผ่านมา มีวนาได้ทำ MOU ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อขออนุญาตให้เกษตรกรปลูกกาแฟอินทรีย์และใช้เป็นพื้นที่ทำกินให้กับสมาชิกเกษตรกรกาแฟมีวนา</p>
<p><em><strong>ปัจจุบัน มีวนา มีพื้นที่ป่ากาแฟทั้งสิ้น 6,531 ไร่ และมีต้นกาแฟทั้งหมด 1.6 ล้านต้น โดยสมาชิกเกษตรกร มีวนา จะปลูกกาแฟด้วยวิถีวนเกษตรอินทรีย์ ควบคู่ไปกับการปลูกไม้ยืนต้นให้ร่มเงา และไม้เศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ ความหลากหลายทางชีวภาพ ให้ระบบนิเวศกลับมามีความสมดุลอีกครั้ง</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34020 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/MIVANA1.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ที่สำคัญจะช่วยส่งผลในการลดปัญหาการเกิดไฟป่าและ ฝุ่น PM 2.5  และยังช่วยลดปัญหาน้ำท่วมจากน้ำป่าไหลหลาก เพราะมีต้นไม้ช่วยดูดซับน้ำไว้</p>
<p>ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เกษตรกรในพื้นที่ช่วยกันดูแลป่าต้นน้ำ​ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายส่งเสริมของมีวนา หลังจากพัฒนาโครงการร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว มีวนาได้ร่วมมือกับสำนักพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (BEDO) เพื่อประเมินมูลค่าระบบนิเวศในพื้นที่ ซึ่งมีมูลค่ารวมถึง 555.47 ล้านบาท/ปี อันเนื่องมาจาก ‘<strong>โครงการกาแฟอินทรีย์รักษาป่า มีวนา’</strong> ที่เป็นประโยชน์สำหรับมนุษย์ที่จะได้รับจากระบบนิเวศ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม</p>
<p>จึงทำให้มีวนามีจุดยืนที่แตกต่างและชัดเจนในการเป็นแบรนด์กาแฟอินทรีย์รักษาป่า ที่ยังคงเดินหน้าปกป้องและฟื้นฟูผืนป่าต้นน้ำร่วมกับเกษตรกร 7 หมู่บ้าน เพื่อสร้างระบบนิเวศให้ คน สัตว์และป่า อยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล เติบโตแบบยั่งยืน และมีความสุขไปด้วยกัน</p>
<p><strong><em>ชวนร่วมกิจกรรม</em></strong><strong><em> &#8216;</em></strong><strong><em>มีวนา ชวนปลูก </em></strong><strong><em>10,000 </em></strong><strong><em>ต้น&#8217;</em></strong></p>
<p><strong>คุณดรรชนี คุณาวิชยานนท์ </strong>กรรมการผู้จัดการบริษัท มีวนา จำกัด กล่าวว่า แคมเปญ <strong>มีวนา ปลูกมาจนโต… MiVana Living Together, Growing Together</strong>​ เกิดขึ้น​จากการตระหนักถึงปัญหาจำนวนพื้นที่ป่าในประเทศไทยที่ลดลงทุกปี และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทั่วทุกภาคของไทย ซึ่งจุดยืนของมีวนา มิใช่เป็นเพียงแค่ผู้ผลิตกาแฟอินทรีย์ แต่ยังให้ความสำคัญในการอนุรักษ์และฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของป่าต้นน้ำเป็นหลัก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34016 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/ภาพบรรยากาศภายในงาน-3.jpg" alt="" width="1200" height="808" /></p>
<p>ขณะเดียวกัน มีวนายังทำหน้าที่สนับสนุนและส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่มีความเป็นอยู่ที่ดี มีรายได้ที่เพิ่มขึ้นด้วยการปลูกกาแฟอินทรีย์ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูผืนป่า โดยตลอดระยะเวลา 13 ปีที่ผ่านมา  มีวนามีส่วนร่วมในการเป็นตัวกลางเพื่อช่วยผลักดันและเชื่อมโยงระหว่างคนที่อยู่ต้นน้ำ คือ เกษตรกร และผู้บริโภคให้สามารถสื่อสารถึงกันได้</p>
<p>อีกทั้งมีความตั้งใจที่จะทำให้การปลูกป่าเป็นเรื่องที่ง่ายและใกล้ตัวขึ้นสำหรับทุกคน  ผ่านกิจกรรม<strong> &#8216;</strong><strong>มีวนา ชวนปลูก </strong><strong>10,000 </strong><strong>ต้น&#8217;</strong> โดยตั้งเป้าหมายในการปลูกต้นกาแฟเพิ่มขึ้น จำนวน 10,000 ต้น ภายในสิ้นปี 2568 เพื่อทดแทนต้นที่เสื่อมโทรมไป และปลูกพันธุ์ไม้อื่นๆ ที่ช่วยเพิ่มร่มเงาให้กับป่าต้นน้ำอีก อย่างน้อย 10,000 ต้น</p>
<p>โดยที่ผ่านมามีวนาร่วมกับเกษตรกร 7 หมู่บ้าน ปลูกต้นกล้า​เพิ่มทุก​​ปี ปีละกว่าหนึ่งแสนต้น  และปีนี้​​มีวนามีความตั้งใจเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรม​ผ่านทุกแก้วกาแฟอินทรีย์รักษาป่า มีวนา <strong>เพียงแค่ดื่มกาแฟอินทรีย์รักษาป่า มีวนา ทุกๆ </strong><strong>7 </strong><strong>แก้ว จะเป็นการส่งต่อต้นกล้าให้ป่าต้นน้ำ 1 ต้น</strong> <strong>เท่ากับทุกคนจะมีส่วนร่วมในการปลูกป่า </strong>ซึ่งหากทุกคนร่วมใจกันช่วยปลูกต้นไม้ และดูแลผืนป่าในประเทศไทย ก็สามารถสร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน และสามารถส่งต่อผืนป่าสมบูรณ์ให้รุ่นลูกรุ่นหลาน​ต่อไปได้​</p>
<p><em>“กาแฟมีวนา เป็นแบรนด์กาแฟอินทรีย์ของคนไทย ที่เป็นมากกว่ากาแฟ ร่วมส่งต่อเรื่องราวที่มีคุณค่า​ให้เป็นที่รับรู้ โดยมุ่งหวังที่จะขยายผลกระทบเชิงบวกด้านความยั่งยืน (Positive Impacts of Sustainability) จากผู้บริโภคในวงกว้างขึ้น  ผ่านการ​ถ่ายทอดโดยคนรักป่า​ 2 ท่าน คือ <strong>คุณเชอรี่ เข็มอัปสร สิริสุขะ</strong> ในบทบาทของนักอนุรักษ์ธรรมชาติ และ<strong>คุณโจโฉ</strong> ยูทูปเปอร์สายเดินป่าชื่อดัง​ ช่วยส่งต่อเรื่องราวของเกษตรกรกาแฟอินทรีย์ มีวนาทั้ง 7 หมู่บ้าน เพื่อสะท้อนถึงวิถีชีวิตและมุมมองของเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟอินทรีย์ใต้ร่มเงาป่า รวมทั้ง​ความผูกพันของเกษตรกรกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายส่งเสริมของมีวนาที่คอยให้การสนับสนุนและให้คำแนะนำเรื่องวิถีวนเกษตรอินทรีย์ และพันธุ์พืชอื่นๆ ที่มีวนาร่วมพัฒนาไปพร้อม​กับเกษตรกรในพื้นที่​ เพื่อรับรู้ถึงแหล่งที่มาของเมล็ดกาแฟทุกเมล็ด รู้จักคนปลูก และอยากให้รับรู้ถึงความเอาใจใส่ ซึ่งสะท้อนให้เห็น​ความแตกต่างของแบรนด์กาแฟอินทรีย์รักษาป่ามีวนา ที่ไม่เพียงได้รับรองมาตรฐานออแกนิกส์อย่าง IFOAM และ USDA ยังทำให้ผู้บริโภค​รู้จักแต่ละหมู่บ้านมาก​ขึ้น​ ​​ผ่านทุกช่องทางของมีวนา ทั้งในร้านและเพจ MiVana Organic Forest Coffee รวมถึงช่องทางโซเชียลมีเดียของ คุณเชอร์รี่ เข็มอัปสร และคุณโจโฉ ” </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34021" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/โปสเตอร์แคมเปญ-1.jpg" alt="" width="640" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ มีวนา ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรม <strong>&#8216;</strong><strong>กอดป่า </strong><strong>Challenge&#8217;</strong> ที่อยากเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมถ่ายภาพ &#8216;<strong>กอดต้นไม้ในแบบฉบับของคุณ พร้อมข้อความเชิญชวนปลูกป่า&#8217;</strong> และส่งมาที่ Facebook ของมีวนา โดยกิจกรรมนี้ จะเริ่มขึ้นในวันที่ 16 มิถุนายน – 31 สิงหาคม 2568 และจะประกาศผู้โชคดีต้นเดือนกันยายน 2568 พร้อมลุ้นรางวัลพิเศษจากกาแฟมีวนา และร่วมทริปปลูกป่ากับกาแฟมีวนา ที่จังหวัดเชียงรายจำนวน 4 ท่าน</p>
<p>กาแฟมีวนา เชิญชวน​ร่วม​เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและมีส่วนร่วมช่วยกันฟื้นฟูผืนป่าไปด้วยกัน ผ่านทุกแก้วกาแฟอินทรีย์รักษาป่า มีวนา ซึ่งสามารถติตามรายละเอียด แคมเปญ &#8216;<strong>มีวนา ปลูกมาจนโต… MiVana Living Together, Growing Together&#8217; </strong> และข้อมูลผลิตภัณฑ์กาแฟอินทรีย์รักษาป่า มีวนา ได้ที่เพจ <a href="https://www.facebook.com/share/1Cn3XnJfGF/" target="_blank" rel="noopener">MiVana Organic Forest Coffee</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/mivana-living-together-growing-together/">กาแฟมีวนา เปิดแคมเปญ &#8216;มีวนา ปลูกมาจนโต&#8217; ตั้งเป้าปลูกป่าต้นน้ำเชียงราย 10,000 ต้น เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูป่า พร้อมช่วยลดปัญหา PM 2.5</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ศรีพันวา ร่วมส่งคืนความสมบูรณ์สู่ท้องทะเลไทย จัด“Turtle &#038; Sea Animal Charity” ร่วมอนุรักษ์พันธุ์เต่าและสัตว์ทะเลหายาก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/sri-panwa-turtle-and-sea-animal-charity/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 12 May 2025 05:27:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Sri Panwa]]></category>
		<category><![CDATA[Turtle & Sea Animal Charity]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[มิรันด้า มิเรียนาชวิลี]]></category>
		<category><![CDATA[ศรีพันวา]]></category>
		<category><![CDATA[สงกรานต์ อิสสระ]]></category>
		<category><![CDATA[สมาวิษฎ์ สุพรรณไพ]]></category>
		<category><![CDATA[อนุรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[อมิตา ทาทา ยัง]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการอนุรักษ์พันธุ์เต่าและสัตว์ทะเลหายาก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33449</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรงแรมศรีพันวาภูเก็ต นำโดย คุณสงกรานต์ อิสสระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ คุณมิรันด้า มิเรียนาชวิลี นักร้องและนักแสดงหญิงชาวจอร์เจียที่มีชื่อเสียงในด้านการแสดงที่เต็มไปด้วยอารมณ์และความหลงใหล และได้รับการยกย่องว่าเป็นศิลปินที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกผ่านเสียงเพลงได้อย่างลึกซึ้ง ​จัดกิจกรรมคอนเสิร์ตและดินเนอร์การกุศล “Turtle &#38; Sea Animal Charity” เพื่อหารายได้สมทบทุนสนับสนุนโครงการอนุบาลเต่ามะเฟือง พะยูน และการฟื้นฟูหญ้าทะเล ของศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน และโครงการอนุรักษ์เต่าทะเล ของทัพเรือภาคที่ 3 เพื่อสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล การฟื้นฟูและปกป้อง ระบบนิเวศทางทะเลให้คงความสมดุล รองรับกับความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต และร่วมกันปกป้องสัตว์ทะเลจากภัยคุกคามต่างๆ ทั้งจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง การสูญเสียถิ่นอาศัย และการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ภายในงานได้รับเกียรติจากคุณสมาวิษฎ์ สุพรรณไพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ขึ้นกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วยคุณสงกรานต์ อิสสระ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน โดยมีพลเรือตรีภุชงค์ รอดนิกร รองผู้บัญชาการ ทัพเรือภาคที่ 3 คุณทิพามาศ อุปน้อย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน คุณเกษสุดา ไรวา คุณเปอร์-สุวิกรม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/sri-panwa-turtle-and-sea-animal-charity/">ศรีพันวา ร่วมส่งคืนความสมบูรณ์สู่ท้องทะเลไทย จัด“Turtle &#038; Sea Animal Charity” ร่วมอนุรักษ์พันธุ์เต่าและสัตว์ทะเลหายาก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โรงแรมศรีพันวาภูเก็ต</strong> นำโดย <strong>คุณสงกรานต์ อิสสระ</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ <strong>คุณมิรันด้า มิเรียนาชวิลี </strong>นักร้องและนักแสดงหญิงชาวจอร์เจียที่มีชื่อเสียงในด้านการแสดงที่เต็มไปด้วยอารมณ์และความหลงใหล และได้รับการยกย่องว่าเป็นศิลปินที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกผ่านเสียงเพลงได้อย่างลึกซึ้ง</p>
<p><span id="more-33449"></span></p>
<p>​จัดกิจกรรมคอนเสิร์ตและดินเนอร์การกุศล <strong>“</strong><strong>Turtle &amp; Sea Animal Charity” </strong>เพื่อหารายได้สมทบทุนสนับสนุนโครงการอนุบาลเต่ามะเฟือง พะยูน และการฟื้นฟูหญ้าทะเล ของศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน และโครงการอนุรักษ์เต่าทะเล ของทัพเรือภาคที่ 3 เพื่อสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล การฟื้นฟูและปกป้อง ระบบนิเวศทางทะเลให้คงความสมดุล รองรับกับความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต และร่วมกันปกป้องสัตว์ทะเลจากภัยคุกคามต่างๆ ทั้งจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง การสูญเสียถิ่นอาศัย และการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33451 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/SRI1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ภายในงานได้รับเกียรติจาก<strong>คุณสมาวิษฎ์ สุพรรณไพ</strong> รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ขึ้นกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย<strong>คุณสงกรานต์ อิสสระ</strong> กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน โดยมีพลเรือตรีภุชงค์ รอดนิกร รองผู้บัญชาการ ทัพเรือภาคที่ 3 คุณทิพามาศ อุปน้อย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน คุณเกษสุดา ไรวา คุณ<em>เปอร์-สุวิกรม อัมระนันทน์ คุณ</em>ยิหวา-ปรียากานต์  ใจกันทะ เข้าร่วมงาน พร้อมสัมผัสบรรยากาศอันเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขกับบทเพลงอันไพเราะจากศิลปินชื่อดัง <strong>คุณ</strong><em><strong>อมิตา-ทาทา ยัง และ </strong></em><strong>คุณมิรันด้า มิเรียนาชวิลี</strong> มาร่วมถ่ายทอดบทเพลงอันไพเราะในครั้งนี้ ณ TU Rooftop Yaya Convention Hall โรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต เมื่อเร็วๆ นี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33453 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/SRI3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับโครงการอนุรักษ์พันธุ์เต่าและสัตว์ทะเลหายาก เป็นโครงการที่โรงแรมศรีพันวาให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล ด้วยการจัดกิจกรรมเพื่อฟื้นฟูและปกป้องท้องทะเลไทยมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนค่าอาหาร, การอนุบาลลูกเต่าทะเลเพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ รวมไปถึงการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ในการดำเนินการช่วยเหลือระบบการจัดการอนุบาลพันธุ์เต่าทะเล เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบปั๊มน้ำ ให้กับศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน และสนับสนุนงบประมาณดำเนินการ เรื่องวัสดุการซ่อมแซมอาคารที่พักเจ้าหน้าที่เกาะหูยง จังหวัดพังงา ที่ชำรุดให้คืนสภาพพร้อมใช้งาน ให้กับฐานทัพเรือพังงา-ทัพเรือภาคที่ 3</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/sri-panwa-turtle-and-sea-animal-charity/">ศรีพันวา ร่วมส่งคืนความสมบูรณ์สู่ท้องทะเลไทย จัด“Turtle &#038; Sea Animal Charity” ร่วมอนุรักษ์พันธุ์เต่าและสัตว์ทะเลหายาก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เจาะปัญหา #SAVEทับลาน กับปัญหาที่ทับซ้อนมานาน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/insight-save-tablan-issue/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Jul 2024 11:02:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[#SAVEทับลาน]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[การบุกรุกพื้นที่ป่า]]></category>
		<category><![CDATA[ความขัดแย้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ทับลาน]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่การเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่ทับซ้อน]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่ป่า]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศ]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สปก.]]></category>
		<category><![CDATA[อนุรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27295</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในช่วงสัปดาห์นี้ ในแวดวงผู้สนใจเรื่องทรัพยากรป่าไม้คงไม่มีกระแสใดแรงเท่า #SAVEทับลาน ที่ปรากฏอยู่ตามหน้าสื่อต่างๆ รวมทั้งโซเชียลมีเดีย การปะทะทางความคิดของกลุ่มที่ต้องการอนุรักษ์ผืนป่าแห่งนี้ กับกลุ่มที่มีความเห็นว่าชุมชนที่อยู่มาก่อนมีการประกาศเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติควรมีสิทธิเหนือที่ดินนั้นเป็นไปอย่างเข้มข้นและเป็นที่จับตาของผู้คนในสังคม ที่มาของ #SAVEทับลาน เกิดจากการที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดรับฟังความคิดเห็นในการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2566 เห็นชอบแนวทางของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ใช้เส้นปรับปรุงการสำรวจแนวเขตปี พ.ศ. 2543 ซึ่งจะมีผลให้เนื้อที่อุทยานลดลงประมาณ 2.65 แสนไร่ จึงทำให้ประชาชนที่เป็นห่วงทรัพยากรป่าไม้ของประเทศออกมาแสดงความคิดเห็นและคัดค้านการใช้เส้นปรับปรุงแนวเขตดังกล่าว ปัญหาที่ดินทับซ้อนระหว่างพื้นที่ทำกินของชุมชน พื้นที่ป่าไม้ หรือพื้นที่ที่ถูกประกาศให้เป็นป่าอนุรักษ์ เป็นปัญหาเรื้อรังยาวนานที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ ไม่เฉพาะกับอุทยานแห่งชาติทับลานเท่านั้น ต้นตอของปัญหาส่วนใหญ่มีความคล้ายคลึงกันคือ เกิดจากการที่ราษฎรเข้าไปบุกเบิกแผ้วถางทำกินในพื้นที่ ซึ่งในขณะนั้นอาจเป็นพื้นที่ป่าไม้ตาม พรบ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 หรือพื้นที่ป่าสงวน บางพื้นที่การเกิดขึ้นของชุมชนอาจเกิดจากนโยบายของรัฐเป็นตัวกระตุ้น เช่น การส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจ การย้ายถิ่นฐานที่เกิดขึ้นในยุคสงครามเย็น หรือการส่งเสริมการท่องเที่ยว เป็นต้น แต่เมื่อมีการประกาศพื้นที่อนุรักษ์ อาจด้วยระยะเวลาในการดำเนินงานที่จำกัด เทคโนโลยีที่ยังไม่ก้าวหน้า หรือด้วยอีกหลายปัจจัย ทำให้เกิดแนวเขตซ้อนทับกับที่ทำกินของชุมชน หรืออีกประการหนึ่งคือการที่ราษฎรบุกรุกพื้นที่ป่าไม้เพื่อการเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจ จนทำให้พื้นที่ไม่คงสภาพป่า จึงมีการมอบพื้นที่นั้นให้กับสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร (สปก.) นำไปจัดสรรให้แก่เกษตรกรเพื่อประกอบอาชีพทางการเกษตรต่อไป [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/insight-save-tablan-issue/">เจาะปัญหา #SAVEทับลาน กับปัญหาที่ทับซ้อนมานาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในช่วงสัปดาห์นี้ ในแวดวงผู้สนใจเรื่องทรัพยากรป่าไม้คงไม่มีกระแสใดแรงเท่า <strong>#SAVEทับลาน</strong> ที่ปรากฏอยู่ตามหน้าสื่อต่างๆ รวมทั้งโซเชียลมีเดีย การปะทะทางความคิดของกลุ่มที่ต้องการอนุรักษ์ผืนป่าแห่งนี้ กับกลุ่มที่มีความเห็นว่าชุมชนที่อยู่มาก่อนมีการประกาศเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติควรมีสิทธิเหนือที่ดินนั้นเป็นไปอย่างเข้มข้นและเป็นที่จับตาของผู้คนในสังคม</p>
<p><span id="more-27295"></span></p>
<p>ที่มาของ <strong>#SAVEทับลาน</strong> เกิดจากการที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดรับฟังความคิดเห็นในการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2566 เห็นชอบแนวทางของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ใช้เส้นปรับปรุงการสำรวจแนวเขตปี พ.ศ. 2543 ซึ่งจะมีผลให้เนื้อที่อุทยานลดลงประมาณ 2.65 แสนไร่ จึงทำให้ประชาชนที่เป็นห่วงทรัพยากรป่าไม้ของประเทศออกมาแสดงความคิดเห็นและคัดค้านการใช้เส้นปรับปรุงแนวเขตดังกล่าว</p>
<p>ปัญหาที่ดินทับซ้อนระหว่างพื้นที่ทำกินของชุมชน พื้นที่ป่าไม้ หรือพื้นที่ที่ถูกประกาศให้เป็นป่าอนุรักษ์ เป็นปัญหาเรื้อรังยาวนานที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ ไม่เฉพาะกับอุทยานแห่งชาติทับลานเท่านั้น ต้นตอของปัญหาส่วนใหญ่มีความคล้ายคลึงกันคือ เกิดจากการที่ราษฎรเข้าไปบุกเบิกแผ้วถางทำกินในพื้นที่ ซึ่งในขณะนั้นอาจเป็นพื้นที่ป่าไม้ตาม พรบ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 หรือพื้นที่ป่าสงวน</p>
<p>บางพื้นที่การเกิดขึ้นของชุมชนอาจเกิดจากนโยบายของรัฐเป็นตัวกระตุ้น เช่น การส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจ การย้ายถิ่นฐานที่เกิดขึ้นในยุคสงครามเย็น หรือการส่งเสริมการท่องเที่ยว เป็นต้น แต่เมื่อมีการประกาศพื้นที่อนุรักษ์ อาจด้วยระยะเวลาในการดำเนินงานที่จำกัด เทคโนโลยีที่ยังไม่ก้าวหน้า หรือด้วยอีกหลายปัจจัย ทำให้เกิดแนวเขตซ้อนทับกับที่ทำกินของชุมชน</p>
<p>หรืออีกประการหนึ่งคือการที่ราษฎรบุกรุกพื้นที่ป่าไม้เพื่อการเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจ จนทำให้พื้นที่ไม่คงสภาพป่า จึงมีการมอบพื้นที่นั้นให้กับสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร (สปก.) นำไปจัดสรรให้แก่เกษตรกรเพื่อประกอบอาชีพทางการเกษตรต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27300 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/ภาพประกอบ-3.jpg" alt="" width="1200" height="822" /></p>
<p>และแม้ว่าเงื่อนไขของที่ดิน สปก.นั้น ห้ามซื้อขายเปลี่ยนมือ และมีวัตถุประสงค์เพื่อการเกษตรเท่านั้น แต่บริเวณอุทยานแห่งชาติทับลาน จะเห็นโรงแรม ที่พัก รีสอร์ท ตั้งอยู่ในพื้นที่ สปก.จำนวนมาก ซึ่งไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้</p>
<p>​กรณีของอุทยานแห่งชาติทับลานนั้น การยกเลิกแนวเขตเดิมและใช้แนวเขตใหม่จะทำให้พื้นที่ 3 กลุ่มคือ กลุ่มที่มีปัญหาที่ดินทับซ้อนกับ สปก. กลุ่มที่อยู่อาศัยมาก่อนมติครม. 2541-2557 และ กลุ่มนายทุนที่มีคดีความอยู่กว่า 400 คดี อยู่นอกเขตอุทยานแห่งชาติโดยอัตโนมัติ ซึ่งเสียงจากคนในพื้นที่ระบุว่าพื้นที่เหล่านั้นไม่ได้เป็นพื้นที่ที่มีสภาพป่าแต่อย่างใด และคนในพื้นที่เองก็ต้องการให้มีการปรับปรุงแนวเขตอุทยานฯ เพื่อการแก้ไขปัญหาแนวเขตทับซ้อนอย่างจริงจัง</p>
<p>ความตั้งใจในการรักษาพื้นที่ป่าไม้ของชาติไว้เพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศนั้นเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง แต่สิทธิของชุมชนก็เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพื้นที่ที่จะถูกกันออกไม่มีสภาพเป็นป่าแล้วก็ควรจะส่งเสริมให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน</p>
<p>ในส่วนของพื้นที่ที่มีคดีความเรื่องการบุกรุกพื้นที่อุทยานฯ ก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย และหากชุมชนสามารถพิสูจน์ได้ว่าตั้งถิ่นฐานมาก่อนการประกาศเป็นพื้นที่อุทยานฯ หรือก่อนมติครม. 2541-2557 ก็ควรมีสิทธิได้รับความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยเช่นกัน แต่รัฐควรส่งเสริมอาชีพ และการทำเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม บนฐานการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ที่ยั่งยืน โดยเร่งรีบดำเนินการพิสูจน์สิทธิในที่ดินควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นและเป็นธรรม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/insight-save-tablan-issue/">เจาะปัญหา #SAVEทับลาน กับปัญหาที่ทับซ้อนมานาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
