<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อภิชัย เอกวนากุล &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%ad%e0%b8%a0%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 13 Sep 2023 05:04:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>อภิชัย เอกวนากุล &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>GC จับมือภาครัฐ ชุมชนชาวระยอง​ จัดโครงการ &#8220;ยิ่งปลูก ยิ่งดี&#8221; ร่วมปลูกป่าชายเลน ​ดูแลทั้งสิ่งแวดล้อมและชุมชนไปพร้อมกัน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/09/gc-drive-mangrove-planting-project-in-rayong/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Sep 2023 05:04:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[GC Chemistry for Better Living]]></category>
		<category><![CDATA[GC Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดระยอง]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. คงกระพัน อินทรแจ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ดีต่อโลก]]></category>
		<category><![CDATA[ดีอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ทช.]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ปล่อยปูแสม]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกป่าชายเลน]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาชมุชน]]></category>
		<category><![CDATA[ยิ่งปลูก ยิ่งดี]]></category>
		<category><![CDATA[อภิชัย เอกวนากุล]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=20945</guid>

					<description><![CDATA[<p>เพราะ​ &#8220;ระยอง คือ ​บ้าน&#8221; ในฐานะหนึ่งพื้นที่หลักที่ธุรกิจอย่าง บริษัท​ พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)​ หรือ GC​ ได้เข้าไปดำเนินธุรกิจอยู่ และถือเป็นสมาชิกคนหนึ่ง​ของบ้าน การดูแลความสะอาดเรียบร้อยภายในบ้าน รวมทั้งส่งเสริมให้ทุกคนภายในบ้านอยู่กันอย่างมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี ​พร้อมทั้งมีสภาพแวดล้อมที่สะอาดและปลอดภัย จึงถือเป็นหนึ่งในหน้าที่สำคัญที่ต้องทุกค​นภายในบ้านไม่อาจละเลยได้ GC​ จึงได้จับมือกับ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) รวมทั้ง ชุมชนตำบลเนินฆ้อ และตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ร่วมกันจัดกิจกรรมปลูกป่าชายเลนพร้อม​ปล่อยปูแสม ภายใต้โครงการ “ยิ่งปลูก ยิ่งดี” เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกให้สิ่งแวดล้อม ทั้งช่วยลดและดูดซับก๊าซเรือนกระจกจากชั้นบรรยากาศ ​กักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ และเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ พร้อมช่วยส่งเสริมอาชีพ เพิ่มคุณภาพชีวิตให้คนในชุมชน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero และ​สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน​ภายในจังหวัดระยอง สำหรับการขับเคลื่อนโครงการครั้งนี้ ​ได้รับความร่วมมือและสนับสนุนจากหลายภาคส่วนภายในพื้นที่ ทั้งภาครัฐ เอกชน และผู้คนในชุมชน โดย ทช. และ GC ร่วมกับชุมชนเนินฆ้อและ​ทางเกวียน​ จังหวัดระยอง  ร่วมกันปลูกต้นไม้เพื่อพัฒนาและฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/gc-drive-mangrove-planting-project-in-rayong/">GC จับมือภาครัฐ ชุมชนชาวระยอง​ จัดโครงการ &#8220;ยิ่งปลูก ยิ่งดี&#8221; ร่วมปลูกป่าชายเลน ​ดูแลทั้งสิ่งแวดล้อมและชุมชนไปพร้อมกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เพราะ​ <strong>&#8220;ระยอง คือ ​บ้าน&#8221;</strong> ในฐานะหนึ่งพื้นที่หลักที่ธุรกิจอย่าง <strong>บริษัท​ พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)​ หรือ GC​</strong> ได้เข้าไปดำเนินธุรกิจอยู่ และถือเป็นสมาชิกคนหนึ่ง​ของบ้าน การดูแลความสะอาดเรียบร้อยภายในบ้าน รวมทั้งส่งเสริมให้ทุกคนภายในบ้านอยู่กันอย่างมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี ​พร้อมทั้งมีสภาพแวดล้อมที่สะอาดและปลอดภัย จึงถือเป็นหนึ่งในหน้าที่สำคัญที่ต้องทุกค​นภายในบ้านไม่อาจละเลยได้</p>
<p><span id="more-20945"></span></p>
<p><strong>GC​</strong> จึงได้จับมือกับ <strong>กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง </strong><strong>(</strong><strong>ทช.</strong><strong>)</strong> รวมทั้ง <strong>ชุมชนตำบลเนินฆ้อ และตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง</strong> ร่วมกันจัดกิจกรรมปลูกป่าชายเลนพร้อม​ปล่อยปูแสม ภายใต้โครงการ <strong>“</strong><strong>ยิ่งปลูก ยิ่งดี</strong><strong>” </strong>เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกให้สิ่งแวดล้อม ทั้งช่วยลดและดูดซับก๊าซเรือนกระจกจากชั้นบรรยากาศ ​กักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ และเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ พร้อมช่วยส่งเสริมอาชีพ เพิ่มคุณภาพชีวิตให้คนในชุมชน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero และ​สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน​ภายในจังหวัดระยอง</p>
<p>สำหรับการขับเคลื่อนโครงการครั้งนี้ ​ได้รับความร่วมมือและสนับสนุนจากหลายภาคส่วนภายในพื้นที่ ทั้งภาครัฐ เอกชน และผู้คนในชุมชน โดย <strong>ทช.</strong> และ <strong>GC</strong> ร่วมกับชุมชนเนินฆ้อและ​ทางเกวียน​ จังหวัดระยอง  ร่วมกันปลูกต้นไม้เพื่อพัฒนาและฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม พร้อมทั้งส่งเสริมการเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลน โดย​วางแผนต่อยอดขยายผล​ไปยัง​จังหวัดจันทบุรี ตราด และเพชรบุรี รวมกว่า 3,400 ไร่ ซึ่งเมื่อ​โครงการเสร็จสมบูรณ์ นอกจากจะทำให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพของป่าชายเลนแล้ว จะสามารถสนับสนุนการสร้างงานสร้างอาชีพ สร้างความแข็งแรงทางด้านเศรษฐกิจให้กับผู้คนในชุมชนด้วย</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20949 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/3-4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>กิจกรรมครั้งนี้มี<strong> คุณไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์  ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง </strong>เป็นประธานในพิธี ร่วมด้วย<strong> คุณอภิชัย เอกวนากุล </strong>รักษาการอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) และ <strong>ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ GC  พร้อมทั้งผู้บริหาร ชุมชนในพื้นที่ และพนักงานจิตอาสาร่วมกิจกรรมปลูกป่าชายเลน ณ พื้นที่ตำบลเนินฆ้อ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง</p>
<p><strong>ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)</strong> (GC) กล่าวว่า GC มีความมุ่งมั่นพร้อมสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน ผ่านแนวคิด​ Chemistry for Better Living  ที่ต้องการ​ส่งต่อโลก​ที่ดีกว่าให้กับคนรุ่นต่อไปในฐานะพลเมืองที่ดีของโลก โดยเฉพาะการช่วยดูแลรักษาสภาพแวดล้อม ผ่านการปลูก ฟื้นฟู และรักษาป่าร่วมกับภาครัฐ เอกชน และชุมชนท้องถิ่น โดยมีเป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจกลงให้ได้ 20% ภายในปี 2030 และพร้อมเดินหน้าสู่ Net Zero ในปี 2050</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-20952 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/1-3.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>“GC ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อน​กิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งเพิ่มแนวทางจัดหาคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2013 โดยปัจจุบัน ดำเนินงานแล้วในพื้นที่กว่า 6,000 ไร่ ส่วนการขับเคลื่อน​โครงการครั้งนี้  มีแผนดำเนินงานให้ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด คือ จังหวัดระยอง ตราด จันทบุรี และเพชรบุรี รวมทั้งหมดประมาณ 3,500 ไร่ โดยคาดว่าจะช่วยลดคาร์บอนได้ประมาณ 23,700 ตัน CO2e ต่อปี พร้อมทั้งยังส่งเสริมกิจกรรมปล่อยปูพันธุ์แสม ณ สะพานรักษ์แสม  เพื่อเพาะพันธุ์ปูในพื้นที่อนุบาล ช่วยส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ให้กับชาวประมงในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตชุมชนอีกด้วย”</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-20950 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/4-3.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>ด้าน <strong>คุณอภิชัย เอกวนากุล รักษาการอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)</strong> กล่าวว่า โครงการปลูกป่าชายเลน ทำให้เห็นความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในพื้นที่​ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน เพื่อ​ร่วมฟื้นฟูป่าชายเลนที่เสื่อมโทรมหรือถูกบุกรุก ให้กลับมามีระบบนิเวศที่มีความอุดมสมบูรณ์ พร้อมช่วยแก้ไขวิกฤตโลกร้อน จากการ​​เพิ่มพื้นที่ในการช่วยดูดซับก๊าซเรือนกระจก และยังสร้างประโยชน์ให้ชุมชนจากการจำหน่ายคาร์บอนเครดิต​ ซึ่งได้​รับการรับรองมาตรฐานทั้งปริมาณคาร์บอนเครดิต รวมถึงการควบคุม กำกับ ดูแล และติดตามการดำเนินงานโครงการฯ  การยื่นคำขอขึ้นทะเบียนโครงการ T-VER กับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ซึ่งมีหน้าที่ดูแลและ​บริหารจัดการโดยตรง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20951 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/7-1.jpg" alt="" width="1200" height="578" /></p>
<p>โครงการนี้นับเป็นอีกหนึ่ง Best Practice ในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างแนวทางในการพัฒนาธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมให้เติบโตไปด้วยกัน  ภายใต้ความร่วมมือจาก Stakeholder ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุนชน ทำให้เกิดเป็นโครงการที่​สามารถสร้างให้เกิดประโยชน์ทั้งในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และยังประโยชน์ในการสร้างให้เกิดงาน อาชีพ และเศรษฐกิจชุมชนที่แข็งแรงในอนาคตต่อไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/gc-drive-mangrove-planting-project-in-rayong/">GC จับมือภาครัฐ ชุมชนชาวระยอง​ จัดโครงการ &#8220;ยิ่งปลูก ยิ่งดี&#8221; ร่วมปลูกป่าชายเลน ​ดูแลทั้งสิ่งแวดล้อมและชุมชนไปพร้อมกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>WHO ขับเคลื่อนวาระ &#8216;ยาสูบ : ภัยคุกคามต่อสิ่งแวดล้อม&#8217; หวังลดจำนวนผู้เลิกสูบบุหรี่​​ โอกาสวันงดสูบบุหรี่โลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/05/who-launch-campaign-world-no-tobacco-day-2022/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 31 May 2022 00:08:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Tobacco Exposed]]></category>
		<category><![CDATA[WHO]]></category>
		<category><![CDATA[world no tobacco 2022]]></category>
		<category><![CDATA[World no tobacco day]]></category>
		<category><![CDATA[กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะจากบุหรี่]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะชายฝั่งทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[จอส ฟอนเดลาร์]]></category>
		<category><![CDATA[ทช.]]></category>
		<category><![CDATA[บุหรี่]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่]]></category>
		<category><![CDATA[ยาสูบภัยคุกคามสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[รองศาสตราจารย์ ดร.เนาวรัตน์ เจริญค้า]]></category>
		<category><![CDATA[วันงดสูบบุหรี่โลก]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[สสส.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การอนามัยโลก]]></category>
		<category><![CDATA[อภิชัย เอกวนากุล]]></category>
		<category><![CDATA[โอลิเวีย นีเวอราส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=11549</guid>

					<description><![CDATA[<p>องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศประเด็น “ยาสูบ : ภัยคุกคามต่อสิ่งแวดล้อม” รณรงค์เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนเนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก 31 พฤษภาคม 2565 ​ชี้ให้เห็นถึงตลอดเส้นทางของบุหรี่ ล้วนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่กระบวนการผลิต การจัดจำหน่าย จนถึงของเสียและขยะที่เกิดจากการสูบบุหรี่ ซึ่งทุกปีจะมีขยะจากก้นบุหรี่ 4.5 ล้านล้านชิ้น ขณะที่การผลิตบุหรี่ 1 มวน ต้องใช้น้ำ 3.7 ลิตร รวมทั้งเราต้องเสียต้นไม้ 1 ต้น สำหรับการผลิตบุหรี่ห้ได้ 300 มวน นพ.จอส ฟอนเดลาร์  ผู้แทนองค์กรอนามัยโลกประจำประเทศไทย ให้ข้อมูลว่า การที่องค์กรอนามัยโลกใช้แนวคิดสื่อสารที่เชื่อมโยงการสูบบุหรี่เข้ากับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อาจช่วยให้มีจำนวนผู้เลิกสูบบุหรี่ได้เพิ่มขึ้น​  ด้วยการสร้างความตระหนักให้แก่ประชาชนถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากวงจรการปลูก การผลิต การจัดจำหน่ายยาสูบ ของเสีย และขยะที่เกิดจากการสูบบุหรี่ เพราะทั้งกระบวนการในการปลูก การผลิต และการใช้ยาสูบ ล้วนก่อมลพิษให้แก่ แหล่งน้ำ ดิน ชายหาด และถนนหนทาง ซึ่งเกิดจากการปนเปื้อนของสารพิษในดินและน้ำ ขยะก้นบุหรี่ รวมถึงไมโครพลาสติก และขยะจากชิ้นส่วนของบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงต้นไม้เป็นจำนวนมากถูกตัดเพื่อแผ้วถางพื้นที่สำหรับการทำไร่ยาสูบ “การผลิตบุหรี่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/05/who-launch-campaign-world-no-tobacco-day-2022/">WHO ขับเคลื่อนวาระ &#8216;ยาสูบ : ภัยคุกคามต่อสิ่งแวดล้อม&#8217; หวังลดจำนวนผู้เลิกสูบบุหรี่​​ โอกาสวันงดสูบบุหรี่โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศประเด็น <strong>“ยาสูบ : ภัยคุกคามต่อสิ่งแวดล้อม” </strong>รณรงค์เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนเนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก 31 พฤษภาคม 2565 ​ชี้ให้เห็นถึงตลอดเส้นทางของบุหรี่ ล้วนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่กระบวนการผลิต การจัดจำหน่าย จนถึงของเสียและขยะที่เกิดจากการสูบบุหรี่ ซึ่งทุกปีจะมีขยะจากก้นบุหรี่ 4.5 ล้านล้านชิ้น ขณะที่การผลิตบุหรี่ 1 มวน ต้องใช้น้ำ 3.7 ลิตร รวมทั้งเราต้องเสียต้นไม้ 1 ต้น สำหรับการผลิตบุหรี่ห้ได้ 300 มวน <span id="more-11549"></span></p>
<p><strong>นพ.จอส ฟอนเดลาร์</strong><strong>  </strong>ผู้แทนองค์กรอนามัยโลกประจำประเทศไทย ให้ข้อมูลว่า การที่องค์กรอนามัยโลกใช้แนวคิดสื่อสารที่เชื่อมโยงการสูบบุหรี่เข้ากับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อาจช่วยให้มีจำนวนผู้เลิกสูบบุหรี่ได้เพิ่มขึ้น​  ด้วยการสร้างความตระหนักให้แก่ประชาชนถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากวงจรการปลูก การผลิต การจัดจำหน่ายยาสูบ ของเสีย และขยะที่เกิดจากการสูบบุหรี่ เพราะทั้งกระบวนการในการปลูก การผลิต และการใช้ยาสูบ ล้วนก่อมลพิษให้แก่ แหล่งน้ำ ดิน ชายหาด และถนนหนทาง ซึ่งเกิดจากการปนเปื้อนของสารพิษในดินและน้ำ ขยะก้นบุหรี่ รวมถึงไมโครพลาสติก และขยะจากชิ้นส่วนของบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงต้นไม้เป็นจำนวนมากถูกตัดเพื่อแผ้วถางพื้นที่สำหรับการทำไร่ยาสูบ</p>
<p><strong>“การผลิตบุหรี่ ต้องใช้ต้นไม้ 1 ต้นในการผลิตบุหรี่ 300 มวน ขณะที่กระบวนการผลิตบุหรี่ 1 มวน ต้องใช้ปริมาณน้ำถึง 3.7 ลิตร โดยเฉลี่ยหากนักสูบ 1 คนเลิกสูบบุหรี่ได้ จะช่วยประหยัดน้ำได้ถึง 74 ลิตรต่อวัน นอกจากนี้ ชาวไร่ยาสูบเองก็ได้รับนิโคตินจากการสัมผัสใบยาในปริมาณสูงเทียบเท่าการได้รับจากบุหรี่ 50 มวนต่อวัน มีการประมาณการว่า แต่ละปีมีขยะก้นบุหรี่ถึง 4.5 ล้านล้านชิ้นถูกทิ้งลงสู่สิ่งแวดล้อม”  </strong></p>
<p>ทั้งนี้ พบว่าบุหรี่คร่าชีวิตประชาชนทั่วโลกสูงถึงกว่า 8 ล้านคนต่อปี เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และยังทำลายสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่กระบวนการปลูก การผลิต การจัดจำหน่าย การบริโภค และขยะหลังการบริโภค ซึ่งผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากอุตสาหกรรมยาสูบและจากการสูบบุหรี่นั้น มหาศาลและเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อโลกที่มีทรัพยากรจำกัด และมีระบบนิเวศน์ที่เปราะบางอยู่ก่อนแล้ว ดังนั้น จึงถึงเวลาแล้วที่เราควรจะเลิกบุหรี่เพื่อรักษาสุขภาพและโลกของเรา</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจถึงผลกระทบของบุหรี่ท่ีมีต่อสิ่งแวดล้อม จากงานสัมมนาภาคีเครือข่ายในวันงดสูบบุหรี่โลก 31 พฤษภาคม 2565 โด​ยมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และองค์การอนามัยโลก ประเทศไทย จากภาคส่วนต่าง อาทิ</p>
<p><strong>ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ </strong>ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่  กล่าวว่า บริเวณ​ตามชายหาดจะพบก้นบุหรี่ถูกทิ้งเกลื่อนกลาดเป็นจำนวนมาก ซึ่งก้นบุหรี่มีส่วนผสมของพลาสติกที่ย่อยสลายยาก รวมไปถึงเศษยาเส้นที่หลงเหลืออยู่ เป็นมลพิษต่อชายหาด ทำให้น้ำทะเลปนเปื้อน ซึ่งในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา มีการออกกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ตามชายหาดหลายแห่ง ขณะที่สเปนกำหนดห้ามสูบบุหรี่ที่ชายหาดทั่วประเทศ เพื่อลดขยะก้นบุหรี่ที่ถูกทิ้งลงสู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งผู้ฝ่าฝืนต้องเสียค่าปรับถึง 5 หมื่นบาท ขณะที่ประทศไทยก็เริ่มตื่นตัวและกำหนดห้ามสูบบุหรี่ตามชายหาดต่าง ๆ บ้างแล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11843 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/tobacco-beach2.jpg" alt="" width="1200" height="718" /></p>
<p class="normalPara"><strong>แพทย์หญิงโอลิเวีย นีเวอราส </strong>ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไม่ติดต่อ องค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย ให้ข้อมูลว่า บุหรี่สร้างผลกระทบต่อแหล่งน้ำ หากทิ้งก้นบุหรี่ลงไปในน้ำ ประมาณ 96 ชั่วโมง ปลาส่วนใหญ่ในน้ำจะตาย ขณะที่ผืนป่าในแต่ละปีพื้นที่ประมาณ 1.25 ล้านไร่ทั่วโลก ถูกแผ้วถางเพื่อทำการเพาะปลูก และบ่มใบยาสูบ และต้องใช้เวลาถึง 10 ปีในการย่อยสลายก้นบุหรี่ ซึ่งมีสารเคมีกว่า 7,000 ชนิด ปนเปื้อนลงสู่ดิน โดย 70 ชนิดเป็นสารก่อมะเร็ง และก้นบุหรี่ ถือเป็นขยะที่ถูกทิ้งมากที่สุดและเป็นขยะที่พบบ่อยที่สุดบนชายหาด</p>
<p><b><strong>รองศาสตราจารย์ ดร.เนาวรัตน์ เจริญค้า </strong></b>ภาควิชาวิศวกรรมสุขาภิบาล คณะสาธารณสุขศาสตร์ ม.มหิดล และสถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ อธิบายว่า​  การผลิตบุหรี่ 1 มวน ตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงการกำจัดทิ้ง จะมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 14 กรัม ดังนั้น แต่ละปีการผลิตยาสูบทำให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกือบ 84 ล้านเมตริกตัน นอกจากนี้ ควันบุหรี่ ยังสร้างก๊าซเรือนกระจก เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมทั้งภายในอาคารและกลางแจ้งอย่างชัดเจน มีผลสำรวจพบว่าใน 100 คนจะมี 65 คนที่ทิ้งก้นบุหรี่อย่างไม่เหมาะสม เช่น ทิ้งตามทางเท้า ทิ้งบนชายหาด เป็นต้น ซึ่งก้นบุหรี่จะเป็นขยะชิ้นเล็ก ๆ ที่เรามักมองข้ามไป แต่พอเก็บมากองรวมกันจะกลายเป็นขยะพิษกองมหึมา เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยิ่ง ขณะที่ก้นกรองบุหรี่ยังทำมาจากเส้นใยเซลลูโลสอะซิเตท ซึ่งยากต่อการย่อยสลายและเป็นสาเหตุของการปนเปื้อนไมโครพลาสติกในสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องใช้เวลาเป็น 10 ปีในการย่อยสลาย</p>
<p><strong>นายอภิชัย เอกวนากุล </strong>รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวเสริมว่า ขยะก้นบุหรี่พบบ่อยมากในชายหาด และหลายครั้งที่ทำการผ่าพิสูจน์ซากสัตว์ทะเลที่เกยตื้นเสียชีวิต เช่น เต่า ปลาวาฬ และพะยูน จะเจอขยะพลาสติกและก้นบุหรี่อุดตันในท้องจำนวนมาก และจากการลงพื้นที่สำรวจปริมาณก้นบุหรี่บนชายหาด จำนวน 5 แห่ง พบว่า ชายหาดแต่ละแห่งมีก้นบุหรี่ตกค้างอยู่ถึง 1 แสนชิ้น ยังไม่นับรวมก้นบุหรี่ที่ไหลลงสู่ท้องทะเล จึงได้มีการจัดทำโครงการชายหาดปลอดบุหรี่ พร้อมกำหนดโทษผู้ฝ่าฝืนทิ้งก้นบุหรี่ลงบนชายหาด โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ</p>
<p>ทั้งนี้ การทิ้งก้นบุหรี่ลงบนชายหาด ส่งผลกระทบต่อคน สัตว์น้ำและสิ่งแวดล้อม ดังนี้</p>
<p class="normalPara"><strong>1. ขยะจากก้นกรองบุหรี่ ประกอบด้วยสารเคมี</strong> เช่น ท็อกซิน นิโคติน สารหนู ยาฆ่าแมลง สารก่อมะเร็ง สามารถทำให้น้ำทะเลปนเปื้อนและสะสมสารพิษ</p>
<p class="normalPara"><strong>2. ส่งผลโดยตรงต่อจุลินทรีย์และสิ่งมีชีวิตน้อยใหญ่</strong> เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา ส่วนสัตว์น้ำขนาดใหญ่ เช่น ปลาวาฬ พะยูน และเต่าทะเล มักได้รับผลกระทบจากการกินขยะประเภทนี้ จนเกิดการอุดตันของทางเดินหายใจและทางเดินอาหาร</p>
<p class="normalPara"><strong>3. ก้นกรองบุหรี่เป็นขยะพลาสติก</strong> ใช้เวลาในการย่อยสลายมากกว่า 2-12 ปี ตกค้างอยู่ในสิ่งแวดล้อม กลายเป็นสารพิษทำลายสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะสิ่งแวดล้อมทางทะเล</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มาข้อมูล : สสส. ; <a href="https://www.thaihealth.or.th/Content/56051-%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%20%E0%B8%9B%E0%B8%B5%202565%20%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%9A%20:%20%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1.html" target="_blank" rel="noopener noreferrer">ยาสูบ : ภัยคุคามสิ่งแวดล้อม</a>,​  <a href="https://www.thaihealth.or.th/Content/56166-%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%88%20%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1.html" target="_blank" rel="noopener noreferrer">หยุดบุหรี่ หยุดทำลายส่ิงแวดล้อม</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/05/who-launch-campaign-world-no-tobacco-day-2022/">WHO ขับเคลื่อนวาระ &#8216;ยาสูบ : ภัยคุกคามต่อสิ่งแวดล้อม&#8217; หวังลดจำนวนผู้เลิกสูบบุหรี่​​ โอกาสวันงดสูบบุหรี่โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
