<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อังกฤษ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%A9/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 29 Jul 2023 11:18:45 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>อังกฤษ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>อังกฤษ​บริโภค &#8216;กาแฟแคปซูล&#8217; 800 ล้านชิ้นต่อปี  Podback จับมือห้างดัง Morrisons เร่ง​รีไซเคิล​บรรจุภัณฑ์ก่อนขยะล้น</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/07/morrisons-partnership-with-coffee-pod-recycler-podback/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 29 Jul 2023 10:32:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[.Nespresso]]></category>
		<category><![CDATA[Aluminium]]></category>
		<category><![CDATA[Capsule]]></category>
		<category><![CDATA[Coffee]]></category>
		<category><![CDATA[coffee pods]]></category>
		<category><![CDATA[Jacob Douwe Egberts]]></category>
		<category><![CDATA[Morrisons]]></category>
		<category><![CDATA[Nescafé Dolce Gusto]]></category>
		<category><![CDATA[Nestlé]]></category>
		<category><![CDATA[Partnership]]></category>
		<category><![CDATA[Podback]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Tassimo]]></category>
		<category><![CDATA[UK]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[จาค็อบ]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[อลูมีเนียม]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[เนสท์เล่]]></category>
		<category><![CDATA[แคปซูลกาแฟ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=20175</guid>

					<description><![CDATA[<p>Morrisons ประกาศตัวเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตรายแรกในสหราชอาณาจักร ที่ให้การสนับสนุนโครงการ Podback โปรเจ็กต์การบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์แคปซูลกาแฟหลังจากการบริโภค ​ภายใต้การก่อตั้งของ 2 ผู้ประกอบการกาแฟรายใหญ่อย่าง Nestle (Nespresso, Nescafé Dolce Gusto ) และ Jacob Douwe Egberts (Tassimo) อีกหนึ่งความสำเร็จของโครงการ Podback ในการขยายพันธมิตรผู้เป็นตัวกลางในการเก็บกลับแคปซูลกาแฟเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล  เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคได้มากขึ้น และรองรับการบริโภคกาแฟที่บ้าน​ที่เติบโตขึ้น ซึ่งในปีที่ผ่านมามีการจำหน่ายกาแฟแคปซูลไปมากกว่า 800 ล้านแคปซูล รวมท้ังร่วมสร้างความตระหนักและประชาสัมพันธ์โครงการ​ จากข้อมูลที่ทาง Podback พบว่า มีผู้บริโภคถึง 1 ใน 3 ที่ยังไม่ทราบว่าแคปซูลกาแฟนั้น สามารถนำไปรีไซเคิลได้ ขณะที่ 9 ใน 10 ของผู้บริโภคต้องการรีไซเคิลแคปซูลกาแฟได้ง่ายๆ เหมือนสินค้าครัวเรือนทั่วไป การมีพันธมิตรในกลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ตอย่าง Morrisons จะช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงจุดรีไซเคิลได้ง่ายขึ้น ผ่านสาขานำร่อง 29 แห่งทั่วอังกฤษ โดยลูกค้าสามารถรับถุง Podback recycling bags สำหรับไส่แคปซูลหลังจากบริโภคแล้ว โดยแยกสีตามประเภทระหว่างอลูมิเนียมที่จะทิ้งในถุงสีขาว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/morrisons-partnership-with-coffee-pod-recycler-podback/">อังกฤษ​บริโภค &#8216;กาแฟแคปซูล&#8217; 800 ล้านชิ้นต่อปี  Podback จับมือห้างดัง Morrisons เร่ง​รีไซเคิล​บรรจุภัณฑ์ก่อนขยะล้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Morrisons</strong> ประกาศตัวเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตรายแรกในสหราชอาณาจักร ที่ให้การสนับสนุนโครงการ<strong> Podback</strong> โปรเจ็กต์การบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์แคปซูลกาแฟหลังจากการบริโภค ​ภายใต้การก่อตั้งของ 2 ผู้ประกอบการกาแฟรายใหญ่อย่าง Nestle (Nespresso, Nescafé Dolce Gusto ) และ Jacob Douwe Egberts (Tassimo)</p>
<p><span id="more-20175"></span></p>
<p>อีกหนึ่งความสำเร็จของโครงการ<strong> Podback</strong> ในการขยายพันธมิตรผู้เป็นตัวกลางในการเก็บกลับแคปซูลกาแฟเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล  เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคได้มากขึ้น และรองรับการบริโภคกาแฟที่บ้าน​ที่เติบโตขึ้น ซึ่งในปีที่ผ่านมามีการจำหน่ายกาแฟแคปซูลไปมากกว่า 800 ล้านแคปซูล รวมท้ังร่วมสร้างความตระหนักและประชาสัมพันธ์โครงการ​ จากข้อมูลที่ทาง Podback พบว่า มีผู้บริโภคถึง 1 ใน 3 ที่ยังไม่ทราบว่าแคปซูลกาแฟนั้น สามารถนำไปรีไซเคิลได้ ขณะที่ 9 ใน 10 ของผู้บริโภคต้องการรีไซเคิลแคปซูลกาแฟได้ง่ายๆ เหมือนสินค้าครัวเรือนทั่วไป</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20177 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/1-18.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>การมีพันธมิตรในกลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ตอย่าง Morrisons จะช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงจุดรีไซเคิลได้ง่ายขึ้น ผ่านสาขานำร่อง 29 แห่งทั่วอังกฤษ โดยลูกค้าสามารถรับถุง Podback recycling bags สำหรับไส่แคปซูลหลังจากบริโภคแล้ว โดยแยกสีตามประเภทระหว่างอลูมิเนียมที่จะทิ้งในถุงสีขาว และแคปซูลพลาสติกจะทิ้งในถุงสีเขยว เพื่อความสะดวกในการนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลต่อไป</p>
<p>ทั้งนี้ แคปซูลที่เก็บไว้จะนำไปรีไซเคิลตามประเภทวัสดุ โดยแคปซูลอลูมิเนียม จะนำไปผลิตกลับเป็นบรรจุภัณฑ์อีกครั้ง เช่น กระป๋องเครื่องดื่ม ขณะที่แคปซูลพลาสติก จะนำไปเป็นวัสดุรีไซเคิลต่างๆ เช่น วัสดุก่อสร้าง ลังไม้ หรือเป็นเม็ดพลาสติกสำหรับเป็นบรรจุภัณฑ์พลาติกอีกคร้ัง ขณะที่กากกาแฟก็สามารถนำไปใช้เป็นวัสดุชีวภาพ หรือสารปรับปรุงดินต่างๆ ได้</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-20178 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Podback-Bag.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ความร่วมมือครั้งนี้เป็นอีกความพยายามในการสร้างให้เกิดการรีไซเคิลแบบ end to end ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อช่วยลดปริมาณขยะที่จะไปเพิ่มในหลุมฝังกลบให้น้อยลงได้อีกทางหนึ่ง โดยเฉพาะการเพิ่มพันธมิตรเข้าร่วมโครงการในหลายภาคส่วนทั้งผู้ผลิตกาแฟ ร้านค้าต่าง กลุ่มภาครัฐที่ดูแลบริหารจัดการขยะในแต่ละพื้นที่ ​รวมทั้งความร่วมมือกับกลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ตในครั้งล่าสุดนี้ เพื่อเพิ่มความสามารถในการนำบรรจุภัณฑ์เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้มากที่สุด</p>
<p><a href="https://www.morrisons-corporate.com/media-centre/corporate-news/morrisons-becomes-first-uk-supermarket-to-introduce-coffee-pod-recycling-points/" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p><a href="https://www.podback.org/news/morrisons-podback-introduce-in-store-coffee-pod-recycling-points" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/morrisons-partnership-with-coffee-pod-recycler-podback/">อังกฤษ​บริโภค &#8216;กาแฟแคปซูล&#8217; 800 ล้านชิ้นต่อปี  Podback จับมือห้างดัง Morrisons เร่ง​รีไซเคิล​บรรจุภัณฑ์ก่อนขยะล้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อังกฤษ เตรียมแบน &#8216;ทิชชู่เปียก&#8217; ช่วยลดปัญหามลภาวะทางน้ำจากท่อระบายน้ำอุดตัน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/04/uk-proposes-ban-on-plastic-wet-wipes/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Apr 2023 09:13:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Ban Plastic]]></category>
		<category><![CDATA[Ban Wet Wipe]]></category>
		<category><![CDATA[Fatberg]]></category>
		<category><![CDATA[Single Use]]></category>
		<category><![CDATA[Water Pollution]]></category>
		<category><![CDATA[Wet Wipe]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ทิชชู่เปียก]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[สหราชอาณาจักร]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=18108</guid>

					<description><![CDATA[<p>สหราชอาณาจักรกำลังพิจารณาเพื่อสั่งแบนการใช้ทิชชู่เปียกที่มีส่วนผสมของพลาสติก เนื่องจากเป็นสาเหตุสำคัญให้ท่อระบายน้ำของประเทศเกิดปัญหาการอุดตัน ตามรายงานของ ​Water UK ที่ได้ตรวจสอบปัญหาการอุดตันของท่องระบายน้ำ 53 แห่งทั่วประเทศ พบว่า ทิชชู่เปียก เป็นเศษวัสดุที่มีส่วนสร้างปัญหาให้เกิดการอุดตันถึง 93% และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดต่อปีสูงถึง 100 ล้านปอนด์ หรือกว่า 114 ล้านยูโรเลยทีเดียว ทำให้ทางรัฐบาลอยู่ระหว่างการตัดสินใจเพื่อประกาศยกเลิกการใช้งานวัสดุดังกล่าว โดยเฉพาะประเภทที่มีส่วนผสมของพลาสติก ซึ่งร้านค้าปลีกหลายแห่ง อาทิ เทสโก้ ซูเปอร์มาร์เก็ต รวมทั้งร้านด้านสุขภาพและความงามอย่างบู๊ทส์ ได้ทำการหยุดขายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแล้ว โดยหันไปจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพแทน แต่ถึงแม้จะมีทางเลือกเพิ่มมากขึ้น แต่ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ก็ยังคงมีส่วนผสมจากพลาสติกที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ และกลายเป็นก้อนภูเขาไขมัน หรือ Fatberg ทำให้เกิดปัญหาการอุดตันขึ้นในระบบการระบายน้ำ นำมาสู่การเตรียมเสนอมาตรการ &#8216;ห้ามการใช้ทิชชู่เปียกที่มีส่วนผสมของพลาสติก&#8216; เพื่อยกระดับเป็นข้อกำหนดทางกฏหมายต่อไป หลังจากทางสหภาพยุโรปได้ประกาศคำสั่งห้ามใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง (Single-use) มาตั้งแต่ปี 2021 เช่น หลอดพลาสติก ขวดพลาสติก และบรรจุภัณฑ์สำหรับบรรจุอาหารที่มีส่วนผสมของพลาสติก แต่ยังไม่ได้รวมถึงการใช้งานทิชชู่เปียก มีเพียงมาตรการบางอย่างเพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งาน เช่น การให้ระบุรายละเอียดไว้ในฉลาก เพื่อบอกว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของพลาสติก และห้ามทิ้งลงในชักโครก เป็นต้น โด​ยตามนโยบายความรับผิดชอบเพิ่มเติมของผู้ผลิต ผู้ผลิตทิชชู่เปียกจะต้องช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาด จากผลกระทบที่มีส่วนทำให้เกิดมลภาวะต่างๆ ขึ้นด้วย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/uk-proposes-ban-on-plastic-wet-wipes/">อังกฤษ เตรียมแบน &#8216;ทิชชู่เปียก&#8217; ช่วยลดปัญหามลภาวะทางน้ำจากท่อระบายน้ำอุดตัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สหราชอาณาจักรกำลังพิจารณาเพื่อสั่งแบนการใช้ทิชชู่เปียกที่มีส่วนผสมของพลาสติก เนื่องจากเป็นสาเหตุสำคัญให้ท่อระบายน้ำของประเทศเกิดปัญหาการอุดตัน</p>
<p><span id="more-18108"></span></p>
<p>ตามรายงานของ ​Water UK ที่ได้ตรวจสอบปัญหาการอุดตันของท่องระบายน้ำ 53 แห่งทั่วประเทศ พบว่า ทิชชู่เปียก เป็นเศษวัสดุที่มีส่วนสร้างปัญหาให้เกิดการอุดตันถึง 93% และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดต่อปีสูงถึง 100 ล้านปอนด์ หรือกว่า 114 ล้านยูโรเลยทีเดียว</p>
<p>ทำให้ทางรัฐบาลอยู่ระหว่างการตัดสินใจเพื่อประกาศยกเลิกการใช้งานวัสดุดังกล่าว โดยเฉพาะประเภทที่มีส่วนผสมของพลาสติก ซึ่งร้านค้าปลีกหลายแห่ง อาทิ เทสโก้ ซูเปอร์มาร์เก็ต รวมทั้งร้านด้านสุขภาพและความงามอย่างบู๊ทส์ ได้ทำการหยุดขายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแล้ว โดยหันไปจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพแทน</p>
<p>แต่ถึงแม้จะมีทางเลือกเพิ่มมากขึ้น แต่ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ก็ยังคงมีส่วนผสมจากพลาสติกที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ และกลายเป็นก้อนภูเขาไขมัน หรือ Fatberg ทำให้เกิดปัญหาการอุดตันขึ้นในระบบการระบายน้ำ</p>
<p>นำมาสู่การเตรียมเสนอมาตรการ <strong>&#8216;ห้ามการใช้ทิชชู่เปียกที่มีส่วนผสมของพลาสติก</strong>&#8216; เพื่อยกระดับเป็นข้อกำหนดทางกฏหมายต่อไป หลังจากทางสหภาพยุโรปได้ประกาศคำสั่งห้ามใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง (Single-use) มาตั้งแต่ปี 2021 เช่น หลอดพลาสติก ขวดพลาสติก และบรรจุภัณฑ์สำหรับบรรจุอาหารที่มีส่วนผสมของพลาสติก แต่ยังไม่ได้รวมถึงการใช้งานทิชชู่เปียก มีเพียงมาตรการบางอย่างเพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งาน เช่น การให้ระบุรายละเอียดไว้ในฉลาก เพื่อบอกว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของพลาสติก และห้ามทิ้งลงในชักโครก เป็นต้น</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-18111 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Wet-Wipe3.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>โด​ยตามนโยบายความรับผิดชอบเพิ่มเติมของผู้ผลิต ผู้ผลิตทิชชู่เปียกจะต้องช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาด จากผลกระทบที่มีส่วนทำให้เกิดมลภาวะต่างๆ ขึ้นด้วย</p>
<p>ซึ่งที่มาของการเตรียมที่จะห้ามการใช้งาน​ทิชชู่เปียกนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนบริการจัดการน้ำของรัฐบาลอังกฤษ​ เพื่อปรับปรุงคุณภาพของน้ำในประเทศ​ ซึ่งจะรวมถึงมาตรการอื่นๆ เช่น การห้ามใช้สารโพลีฟลูออโรอัลคิล (PFAS) ซึ่งเป็นสารเคมีในกลุ่มสิ่งทอ หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดต่างๆ รวมทั้งการใช้มาตรการในการปรับแบบไม่จำกัดวงเงิน สำหรับบริษัทที่ทำการปล่อยน้ำเสียหรือสิ่งปฏิกูลลงสู่แหล่งน้ำโดยไม่ผ่านการบำบัดให้ได้มาตรฐานเสียก่อน ​​</p>
<p><a href="https://www.euronews.com/green/2023/04/04/all-blocked-up-uk-proposes-ban-on-plastic-wet-wipes-to-tackle-water-pollution" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/uk-proposes-ban-on-plastic-wet-wipes/">อังกฤษ เตรียมแบน &#8216;ทิชชู่เปียก&#8217; ช่วยลดปัญหามลภาวะทางน้ำจากท่อระบายน้ำอุดตัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โรงเรียน 90%ในอังกฤษ จ่อล้มละลายในปีการศึกษาหน้า จากค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น และงบประมาณที่ถูกตัด</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/10/schools-in-england-will-run-out-of-money-next-year/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Oct 2022 06:25:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Child]]></category>
		<category><![CDATA[Crisis]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Learning]]></category>
		<category><![CDATA[NAHT]]></category>
		<category><![CDATA[Quality of life]]></category>
		<category><![CDATA[School]]></category>
		<category><![CDATA[SDG]]></category>
		<category><![CDATA[the National Association of Head Teachers]]></category>
		<category><![CDATA[Youth]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[การเรียนรู้]]></category>
		<category><![CDATA[งบประมาณการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[เด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[เยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=15219</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรงเรียน 9 ใน 10 แห่ง ของอังกฤษ ต้องแบกรับต้นทุนด้านพลังงานและค่าครองชีพ จาก​ปัญหาเงินเฟ้อ และค่าแรงบุคคลากรที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น​ ขณะที่งบประมาณช่วยเหลือด้านการศึกษาจากภาครัฐกลับลดลง สมาคมครูใหญ่แห่งชาติ ประเทศอังกฤษ (the National Association of Head Teachers (​NAHT))​ ระบุว่า 50% ของหัวหน้าสถานศึกษาในอังกฤษมองว่าโรงเรียนของพวกเขาจะขาดดุลในปีนี้ และจะในปีหน้าจะมีบัญชีสีแดง เมื่อทุนสำรองที่มีอยู่หมดลง ซึ่งเป็นผลกระทบจากส่วนหนึ่งของมาตรการในการลดงบประมาณของรัฐบาล  โดยที่อาจารย์ใหญ่และผู้นำสถาบันการศึกษาต่างเตือนว่าแนวทางที่จะลดงบเพิ่มเติม จะเป็นการผลักให้โรงเรียนไปยืนอยู่ที่หน้าผา และอาจต้องสูญเสียทรัพยากรทั้งในส่วนของบุคลากรหรือแนวทางที่เคยได้รับการสนับสนุนต่างๆ Paul Whiteman เลขาธิการ NAHT กล่าวว่า โรงเรียนไม่สามารถลดค่าใช้จ่ายอะไรได้อีก เพราะถูกตัดขาดมาจนถึงกระดูกแล้ว จากนี้จะหมายถึงการตัดชั่วโมงการสอน ผู้ช่วยสอน และครู​ โดยก่อนหน้านี้ครูใหญ่หรือผู้นำโรงเรียนได้สูญเสียอัตราเงินเดือนราว 24% มาตั้งแต่ปี 2010 ขณะที่เงินทุนเพื่อการศึกษาได้ถูกลดลงไป 3%  จากค่าพลังงานที่สูงขึ้น และอัตราเงินเฟ้อ ทำให้กระทบกับการจ่ายค่าแรงครู ด้วยเหตุนี้ ผู้นำโรงเรียนจึงถูกบังคับให้ลดค่าใช้จ่ายที่ท้ายที่สุดแล้วไม่สามารถช่วยได้ แต่จะส่งผลในทางลบต่อการศึกษาและสวัสดิภาพของเด็กตามมา Steve Chalke  ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโอเอซิส และเปิดสถาบันการศึกษา 52 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/10/schools-in-england-will-run-out-of-money-next-year/">โรงเรียน 90%ในอังกฤษ จ่อล้มละลายในปีการศึกษาหน้า จากค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น และงบประมาณที่ถูกตัด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โรงเรียน 9 ใน 10 แห่ง ของอังกฤษ ต้องแบกรับต้นทุนด้านพลังงานและค่าครองชีพ จาก​ปัญหาเงินเฟ้อ และค่าแรงบุคคลากรที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น​ ขณะที่งบประมาณช่วยเหลือด้านการศึกษาจากภาครัฐกลับลดลง</p>
<p><span id="more-15219"></span></p>
<p>สมาคมครูใหญ่แห่งชาติ ประเทศอังกฤษ (the National Association of Head Teachers (​NAHT))​ ระบุว่า 50% ของหัวหน้าสถานศึกษาในอังกฤษมองว่าโรงเรียนของพวกเขาจะขาดดุลในปีนี้ และจะในปีหน้าจะมีบัญชีสีแดง เมื่อทุนสำรองที่มีอยู่หมดลง ซึ่งเป็นผลกระทบจากส่วนหนึ่งของมาตรการในการลดงบประมาณของรัฐบาล  โดยที่อาจารย์ใหญ่และผู้นำสถาบันการศึกษาต่างเตือนว่าแนวทางที่จะลดงบเพิ่มเติม จะเป็นการผลักให้โรงเรียนไปยืนอยู่ที่หน้าผา และอาจต้องสูญเสียทรัพยากรทั้งในส่วนของบุคลากรหรือแนวทางที่เคยได้รับการสนับสนุนต่างๆ</p>
<p>Paul Whiteman เลขาธิการ NAHT กล่าวว่า โรงเรียนไม่สามารถลดค่าใช้จ่ายอะไรได้อีก เพราะถูกตัดขาดมาจนถึงกระดูกแล้ว จากนี้จะหมายถึงการตัดชั่วโมงการสอน ผู้ช่วยสอน และครู​ โดยก่อนหน้านี้ครูใหญ่หรือผู้นำโรงเรียนได้สูญเสียอัตราเงินเดือนราว 24% มาตั้งแต่ปี 2010 ขณะที่เงินทุนเพื่อการศึกษาได้ถูกลดลงไป 3%  จากค่าพลังงานที่สูงขึ้น และอัตราเงินเฟ้อ ทำให้กระทบกับการจ่ายค่าแรงครู ด้วยเหตุนี้ ผู้นำโรงเรียนจึงถูกบังคับให้ลดค่าใช้จ่ายที่ท้ายที่สุดแล้วไม่สามารถช่วยได้ แต่จะส่งผลในทางลบต่อการศึกษาและสวัสดิภาพของเด็กตามมา</p>
<p class="dcr-2v2zi4">Steve Chalke  ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโอเอซิส และเปิดสถาบันการศึกษา 52 แห่งในอังกฤษ กล่าวว่า ค่าไฟฟ้าและค่าน้ำมันสำหรับโรงเรียนในเครือข่ายของเขาพุ่งขึ้นมากกว่า 3 เท่า จาก 26,000 ปอนด์ต่อปี เป็น 89,000 ปอนด์ แม้จะมีการกำหนดเพดานราคาสูงสุดไว้ 6 เดือนก็ตาม ซึ่งมูลนิธิยังต้องหาเงินเพิ่มอีก 4.5 ล้านปอนด์สำหรับค่าจ้างครูที่เพิ่มขึ้นราว 5% แต่ส่วนใหญ่ก๋ยังต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้ออย่างมีนัยสำคัญ  พร้อมแสดงความผิดหวังที่รัฐบาลกำลังวางแผนที่จะลดงบประมาณด้านการศึกษาเพิ่มเติมอีก ซึ่งถือเป็นการละเลยสวัสดิการและกาศึกษาของลูกหลายและอาจกระทบต่อสุขภาพจิตของผู้คนในประเทศเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15223 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/01school-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้านโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า “เราเข้าใจดีว่าโรงเรียนกำลังเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ระดับนานาชาติที่ผลักดันราคาพลังงานให้สูงขึ้น”  พร้อมได้วางมาตรการในการบรรเทาภาระด้านพลังงาน โดยโรงเรียนจะได้รับเงินทุนหลัก 5.38 หมื่นล้านปอนด์ในปีนี้ ​ รวมถึงจะได้รับเงินสดเพิ่มขึ้นอีก 4 พันล้านปอนด์</p>
<p><a href="https://metro.co.uk/2022/10/23/90-of-schools-will-go-bust-next-year-headteachers-warn-17617655/" target="_blank" rel="noopener">source </a></p>
<p><a href="https://www.theguardian.com/education/2022/oct/22/exclusive-90-of-uk-schools-will-go-bust-next-year-heads-warn" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/10/schools-in-england-will-run-out-of-money-next-year/">โรงเรียน 90%ในอังกฤษ จ่อล้มละลายในปีการศึกษาหน้า จากค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น และงบประมาณที่ถูกตัด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พรีเมียร์ลีกนำช่วงเบรกพักดื่มน้ำกลับมาใช้ในการแข่งขัน ด้านรัฐบาลอังกฤษเริ่มมาตรการจำกัดน้ำรับภัยแล้ง หลังสถิติความร้อนสูงสุดรอบ 87 ปี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/08/high-temperature-soared-nationwide-of-uk/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 13 Aug 2022 01:51:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[heat wave]]></category>
		<category><![CDATA[Premier League]]></category>
		<category><![CDATA[UK]]></category>
		<category><![CDATA[คลื่นความร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัดน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบ]]></category>
		<category><![CDATA[พรีเมียร์ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยแล้ง]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการประหยัดน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=13416</guid>

					<description><![CDATA[<p>พรีเมียรลีกเตรียมนำช่วงเบรกพักดื่มน้ำ (Drink Break) กลับมาใช้ในการแข่งขันใหม่อีกครั้ง หลังอุณหภูมิทั่วประเทศทะยานสูงขึ้นต่อเนื่อง  ด้านรัฐบาลอังกฤษประกาศสภาวะภัยแล้ง หลังเกิดคลื่นความร้อนต่อเนื่องไปทั่วประเทศอังกฤษ พร้อมกำลังพิจารณาถึงข้อจำกัดการใช้น้ำ การบังคับใช้มาตรการดังกล่าวรวมพื้นที่ในลอนดอน ซึ่งจะถูกนำกลับมาใช้เป็นครั้งแรกในรอบสี่ปี ภายหลังอังกฤษระบุว่าเดือนกรกฎาคม เป็นเดือนที่ร้อนที่สุดตั้งแต่ปี 1935 เป็นต้นมา หรือในรอบ 87 ปี ปัจจุบันอุณหภูมิยังคงทะยานเพิ่มสูงขึ้นไปทั่วประเทศ โดยคาดว่าปรอทในเมืองหลวงช่วงสุดสัปดาห์นี้จะสูงทะลุ 35 องศาเซลเซียสอีกครั้ง เจ้าหน้าที่อุตุวิทยา ส่งคำเตือนระดับสีเหลืองถึงอุณหภูมิทางตอนใต้และตอนกลางของอังกฤษและบางส่วน​ ที่คาดว่าจะสูงถึง 37 องศาเซลเซียส ขณะที่การแข่งขันพรีเมียร์ลีก จะนำการพักเบรกเพื่อดื่มน้ำ หรือ Drink Breaks ในระหว่างการแข่งขันกลับมาใช้อีกครั้งตลอดสุดสัปดาห์นี้ จากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังหยุดกิจกรรมนี้ไปในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด -19 โดยตามข้อกำหนดของพรีเมียร์ลีกจะมีช่วงพักระหว่างการแข่งขัน หรือ Drink Breaks ​เมื่ออุณหภูมิข้างสนามสูงเกินกว่า 30 องศาเซลเซียส หรือสูงกว่า โดยจะทำการเรียกพักในช่วงครึ่งทางของแต่ละครึ่งของเกมในช่วงเวลาที่เหมาะสม เช่น เมื่อลูกออกจากการเล่น เป็นต้น นอกจากนี้ มาตราการประหยัดน้ำในอังกฤษ ยังกลายเป็นความท้าทายสำคัญของสวนพฤกษศาสตร์หลวงของเมืองคิว ทางตอนใต้ของลอนดอน และเป็นหนึ่งในมรดกโลกของ UNESCO โดยสนามหญ้าของมรดกโลกแห่งนี้ได้กลายเป็นสีน้ำตาล ขณะเดียวกันยังส่งผลกระทบต่อพืชเมืองร้อนภายในสวน  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/08/high-temperature-soared-nationwide-of-uk/">พรีเมียร์ลีกนำช่วงเบรกพักดื่มน้ำกลับมาใช้ในการแข่งขัน ด้านรัฐบาลอังกฤษเริ่มมาตรการจำกัดน้ำรับภัยแล้ง หลังสถิติความร้อนสูงสุดรอบ 87 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>พรีเมียรลีกเตรียมนำช่วงเบรกพักดื่มน้ำ (Drink Break) กลับมาใช้ในการแข่งขันใหม่อีกครั้ง หลังอุณหภูมิทั่วประเทศทะยานสูงขึ้นต่อเนื่อง  ด้านรัฐบาลอังกฤษประกาศสภาวะภัยแล้ง หลังเกิดคลื่นความร้อนต่อเนื่องไปทั่วประเทศอังกฤษ พร้อมกำลังพิจารณาถึงข้อจำกัดการใช้น้ำ</p>
<p><span id="more-13416"></span></p>
<p>การบังคับใช้มาตรการดังกล่าวรวมพื้นที่ในลอนดอน ซึ่งจะถูกนำกลับมาใช้เป็นครั้งแรกในรอบสี่ปี ภายหลังอังกฤษระบุว่าเดือนกรกฎาคม เป็นเดือนที่ร้อนที่สุดตั้งแต่ปี 1935 เป็นต้นมา หรือในรอบ 87 ปี</p>
<p>ปัจจุบันอุณหภูมิยังคงทะยานเพิ่มสูงขึ้นไปทั่วประเทศ โดยคาดว่าปรอทในเมืองหลวงช่วงสุดสัปดาห์นี้จะสูงทะลุ 35 องศาเซลเซียสอีกครั้ง</p>
<p>เจ้าหน้าที่อุตุวิทยา ส่งคำเตือนระดับสีเหลืองถึงอุณหภูมิทางตอนใต้และตอนกลางของอังกฤษและบางส่วน​ ที่คาดว่าจะสูงถึง 37 องศาเซลเซียส</p>
<p>ขณะที่การแข่งขันพรีเมียร์ลีก จะนำการพักเบรกเพื่อดื่มน้ำ หรือ Drink Breaks ในระหว่างการแข่งขันกลับมาใช้อีกครั้งตลอดสุดสัปดาห์นี้ จากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังหยุดกิจกรรมนี้ไปในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด -19</p>
<p>โดยตามข้อกำหนดของพรีเมียร์ลีกจะมีช่วงพักระหว่างการแข่งขัน หรือ Drink Breaks ​เมื่ออุณหภูมิข้างสนามสูงเกินกว่า 30 องศาเซลเซียส หรือสูงกว่า โดยจะทำการเรียกพักในช่วงครึ่งทางของแต่ละครึ่งของเกมในช่วงเวลาที่เหมาะสม เช่น เมื่อลูกออกจากการเล่น เป็นต้น</p>
<p>นอกจากนี้ มาตราการประหยัดน้ำในอังกฤษ ยังกลายเป็นความท้าทายสำคัญของสวนพฤกษศาสตร์หลวงของเมืองคิว ทางตอนใต้ของลอนดอน และเป็นหนึ่งในมรดกโลกของ UNESCO โดยสนามหญ้าของมรดกโลกแห่งนี้ได้กลายเป็นสีน้ำตาล ขณะเดียวกันยังส่งผลกระทบต่อพืชเมืองร้อนภายในสวน  ซึ่งเจ้าหน้าที่กล่าวว่า ผลกระทบจากคลื่นความร้อนจะยังคงอยู่ต่อไปอีก 1 หรือ 2 เดือน ขณะที่<span class="s1"> Kew Gardens </span>จำเป็นต้องปรับตัวต่อผลกระทบจาก<span class="s1"> Cliamte Change </span>​ในช่วงหลายทศวรรษข้างหน้า<span class="s1"> </span> ​</p>
<p><a href="https://www.bbc.com/sport/football/62504094" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p><a href="https://www3.nhk.or.jp/nhkworld/en/news/20220813_02/" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p><a href="https://www.manchestereveningnews.co.uk/sport/football/football-news/manchester-united-city-heatwave-break-24732619" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/08/high-temperature-soared-nationwide-of-uk/">พรีเมียร์ลีกนำช่วงเบรกพักดื่มน้ำกลับมาใช้ในการแข่งขัน ด้านรัฐบาลอังกฤษเริ่มมาตรการจำกัดน้ำรับภัยแล้ง หลังสถิติความร้อนสูงสุดรอบ 87 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เกิดปัญหา &#8216;รันเวย์ละลาย&#8217; ในหลายพื้นที่ของอังกฤษ จากสภาพอากาศที่ร้อนสุดขั้ว</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/07/heatwave-melted-runways-in-uk/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Jul 2022 06:28:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Global Warming]]></category>
		<category><![CDATA[Heatwave]]></category>
		<category><![CDATA[Luton]]></category>
		<category><![CDATA[รันเวย์ละลาย]]></category>
		<category><![CDATA[สนามบิน]]></category>
		<category><![CDATA[สหราชอาณาจักร]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[อุณหภูมิ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงสร้างพื้นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=12929</guid>

					<description><![CDATA[<p>Sky News ในอังกฤษ รายงานว่า กองทัพอากาศอังกฤษ ไม่สามารถลงจอดที่ฐานทัพอากาศไบร้ซ์ นอร์ตัน และต้องหันไปใช้สนามบินที่ฐานทัพอากาศอ็อกซ์ฟอร์ดเชียร์แทน หลังหน่วยข่าวกรองทางทหารแจ้งปัญหากับศูนยก์การบินว่าเกิดปัญหา &#8216;รันเวย์ละลาย&#8216; ในวันที่อากาศร้อนที่สุดของปี  เมื่อ 18  ก.ค. 2565 ที่ผ่านมา ด้วยอุณหภูมิที่สูงกว่า 100 องศาฟาเรนไฮต์ หรือ 38 องศาเซลเซียส ในหลายพื้นที่ของประเทศ รวมถึงในซัฟโฟล์คและบางส่วนของเวลส์ ปัญหาจากรันเวย์ที่หลอมละลาย ส่งผลให้กองทัพอากาศต้องระงับเที่ยวบินทั้งในและนอกฐานทัพอากาศ แต่ยังคงสามารถเปิดทำการบินต่อไปได้โดยไม่ต้องหยุดปฏิบัติการทั้งหมด ด้วยการเปลี่ยนเส้นทางเที่ยวบินไปยังฐานทัพอากาศใกล้เคียงในอ็อกซ์ฟอร์ดเชียร์ ขณะที่กองทัพอากาศโพสต์ผ่านทวิตเตอร์ว่า จากปัญหาอุณหภูมิที่สูงสุดขั้ว และทางกองทัพอากศให้ความสำคัญในเรื่องของความปลอดภัยมาเป็นอันดับแรก จึงเลือกใช้สนามบินทางเลือกตามแผนที่วางไว้ ทำให้ไม่กระทบต่อการปฏิบัติการของกองทัพอากาศ อย่างไรก็ตาม Brize Norton ไม่ใช่สนามบินแห่งเดียวที่ได้รับผลกระทบจากความร้อนจัดในวันดังกล่าว แต่ยังมีรายงานว่าสนามบิน Luton ในลอนดอน ซึ่งเป็นศูนย์กลางสายการบินราคาประหยัดของสหราชอาณาจักร อาทิ  easyJet, Ryanair และ Wizzair ประกาศถึงความล่าช้าในการเดินทางหลายครั้ง เนื่องจาก มีรันเวย์หรือทางวิ่งอีกแห่งหนึ่งได้รับความเสียหายจากความร้อนจัด โดยทวิตเตอร์ทางการของสนามบินลูตัน (Luton) ในลอนดอน แจ้งขออภัยถึงปัญหาที่มีต่อพื้นผิวของรันเวย์จากสภาพอากาศที่ร้อนจัด พร้อมทั้งได้ทำการแจ้งให้วิศวกรไปดูแลซ่อมแซมในพื้นที่ทันที เพื่อเร่งดำเนินการให้สามารถกลับมาใช้งานได้โดยเร็วที่สุด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/07/heatwave-melted-runways-in-uk/">เกิดปัญหา &#8216;รันเวย์ละลาย&#8217; ในหลายพื้นที่ของอังกฤษ จากสภาพอากาศที่ร้อนสุดขั้ว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div data-google-query-id="CLyEwYGmhPkCFU6ESwUd7_oN1Q">
<p class="p1"><span class="s1">Sky News </span>ในอังกฤษ รายงานว่า กองทัพอากาศอังกฤษ ไม่สามารถลงจอดที่ฐานทัพอากาศไบร้ซ์ นอร์ตัน และต้องหันไปใช้สนามบินที่ฐานทัพอากาศอ็อกซ์ฟอร์ดเชียร์แทน หลังหน่วยข่าวกรองทางทหารแจ้งปัญหากับศูนยก์การบินว่าเกิดปัญหา<span class="s1"> &#8216;</span>รันเวย์ละลาย<span class="s1">&#8216;</span></p>
</div>
<p><span id="more-12929"></span></p>
<p>ในวันที่อากาศร้อนที่สุดของปี<span class="s1">  </span>เมื่อ<span class="s1"> 18  </span>ก<span class="s1">.</span>ค<span class="s1">. 2565 </span>ที่ผ่านมา ด้วยอุณหภูมิที่สูงกว่า<span class="s1"> 100 </span>องศาฟาเรนไฮต์ หรือ<span class="s1"> 38 </span>องศาเซลเซียส ในหลายพื้นที่ของประเทศ รวมถึงในซัฟโฟล์คและบางส่วนของเวลส์<span class="s1"><br />
</span></p>
<p class="p1">ปัญหาจากรันเวย์ที่หลอมละลาย ส่งผลให้กองทัพอากาศต้องระงับเที่ยวบินทั้งในและนอกฐานทัพอากาศ แต่ยังคงสามารถเปิดทำการบินต่อไปได้โดยไม่ต้องหยุดปฏิบัติการทั้งหมด ด้วยการเปลี่ยนเส้นทางเที่ยวบินไปยังฐานทัพอากาศใกล้เคียงในอ็อกซ์ฟอร์ดเชียร์</p>
<p class="p1">ขณะที่กองทัพอากาศโพสต์ผ่านทวิตเตอร์ว่า จากปัญหาอุณหภูมิที่สูงสุดขั้ว และทางกองทัพอากศให้ความสำคัญในเรื่องของความปลอดภัยมาเป็นอันดับแรก จึงเลือกใช้สนามบินทางเลือกตามแผนที่วางไว้ ทำให้ไม่กระทบต่อการปฏิบัติการของกองทัพอากาศ</p>
<p class="p1">อย่างไรก็ตาม<span class="s1"> Brize Norton </span>ไม่ใช่สนามบินแห่งเดียวที่ได้รับผลกระทบจากความร้อนจัดในวันดังกล่าว แต่ยังมีรายงานว่าสนามบิน<span class="s1"> Luton </span>ในลอนดอน ซึ่งเป็นศูนย์กลางสายการบินราคาประหยัดของสหราชอาณาจักร อาทิ<span class="s1">  easyJet, Ryanair </span>และ<span class="s1"> Wizzair </span>ประกาศถึงความล่าช้าในการเดินทางหลายครั้ง เนื่องจาก มีรันเวย์หรือทางวิ่งอีกแห่งหนึ่งได้รับความเสียหายจากความร้อนจัด</p>
<p class="p1">โดยทวิตเตอร์ทางการของสนามบินลูตัน<span class="s1"> (Luton) </span>ในลอนดอน แจ้งขออภัยถึงปัญหาที่มีต่อพื้นผิวของรันเวย์จากสภาพอากาศที่ร้อนจัด พร้อมทั้งได้ทำการแจ้งให้วิศวกรไปดูแลซ่อมแซมในพื้นที่ทันที เพื่อเร่งดำเนินการให้สามารถกลับมาใช้งานได้โดยเร็วที่สุด</p>
<p class="p1">และแม้ว่าจะมีเพียงสนามบิน<span class="s1"> Luton </span>ที่เกิดปัญหารันเวย์ละลาย แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นส่งผลให้มีหลายเที่ยวบินที่ต้องดีเลย์ และย้ายไปลงในสนามบินใกล้เคียงอื่นๆ และกิดผลกระทบตามมาด้วยในที่สุด</p>
<p class="p1">ขณะที่คาดว่า คลื่นความร้อนจะไม่ลดลงจนถึงปลายสัปดาห์<span class="s1">  </span>และจะเพิ่มระดับได้สูงกว่า<span class="s1"> 102 </span>องศาฟาเรนไฮต์ ซึ่งผลกระทบของอุณหภูมิที่สูงขึ้นจนทำลายสถิติ ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอาจเพิ่งเริ่มต้นขึ้น เพราะคาดว่าอากาศในวันถัดมาจะสูงถึง<span class="s1"> 39 </span>องศาเซลเซียส ในบางส่วนของ<span class="s1"> UK  </span>ซึ่งสถานการณ์อาจจะยิ่งเลวร้ายกว่านี้ และเป็นความท้าทายของการดูแลโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต</p>
<p><a href="https://metro.co.uk/2022/07/18/flights-suspended-after-high-temperatures-case-defect-on-runway-17022059/" target="_blank" rel="noopener noreferrer">source </a></p>
<p><a href="https://fortune.com/2022/07/18/how-bad-is-uk-heat-wave-royal-air-force-melted-runway-heatrow-luton-brize-norton/" target="_blank" rel="noopener noreferrer">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/07/heatwave-melted-runways-in-uk/">เกิดปัญหา &#8216;รันเวย์ละลาย&#8217; ในหลายพื้นที่ของอังกฤษ จากสภาพอากาศที่ร้อนสุดขั้ว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;เรื่องเหงา เรื่องใหญ่&#8217; Britain Get Talking แคมเปญส่งเสียงถึงคนเหงาในอังกฤษ เฝ้าระวังปัญหาด้านสุขภาพจิต</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/05/itv-and-uncommon-run-britain-get-talking/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 May 2022 09:31:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creative]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Britain Get Talking]]></category>
		<category><![CDATA[ITV]]></category>
		<category><![CDATA[loneliness]]></category>
		<category><![CDATA[Mental Health]]></category>
		<category><![CDATA[Mental Health Awareness Week]]></category>
		<category><![CDATA[Uncommon]]></category>
		<category><![CDATA[Voice Note]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อความเสียง]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหงา]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาสุขภาพจิต]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคซึมเศร้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=11781</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าว ITV ในประเทศอังกฤษจับมือกับครีเอทีฟเอเจนซี Uncommon ​ร่วมโปรโมทแคมเปญ Britain Get Talking เชิญชวนให้ส่งข้อความเสียงถึงคนรอบข้าง เพื่อเป็นกำลังใจให้กับคนที่กำลังอยู่ในภาวะเหงา เนื่องจากความเหงาถือเป็นจุดเริ่มต้นของหลายๆ ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิตของผู้คนตามมา แคมเปญ “Britain Get Talking” โดย ITV และ Uncommon จึงต้องการสะท้อนผลกระทบของความเหงา​ที่ส่งผลต่อสุขภาพจิต ผ่านโฆษณาเพื่อให้เห็นถึงความสำคัญของการส่งเสียงถึงคนที่กำลังเหงา และคนที่เหงาก็สามารถเข้ามารับฟังความห่วงใยที่คนทั้งหลายส่งถึงคุณได้  ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Mental Health Awareness Week  ช่วงสัปดาห์แห่งการตระหนักถึงการดูแลปัญหาด้านสุขภาพจิต ระหว่างวันที่ 9-15 พฤษภาคม 2565  เพื่อสนับสนุนให้เกิดการพูดคุยกันของคนในครอบครัว หรือเพื่อนๆ แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ใกล้กัน แต่การส่งข้อความเสียงถึงกันก็สามารถเป็นแรงซัพพอร์ตให้กับคนที่เรารักได้เช่นกัน โดยในแคมเปญจะมีสองนักจัดรายการคนดังอย่าง Philip Schofield และ Laura Whitmore ที่จะคอยมาแชร์ความสำคัญของการเป็นที่พักพิงทางใจและการพูดคุยกับคนในครอบครัวหรือเพื่อนที่อาจจะกำลังตกอยู่ในภาวะเหงาผ่านข้อความเสียง เนื่องจาก คนที่กำลังเหงาหรือไม่สบายใจมักจะซ่อนความรู้สึกของตัวเองเอาไว้โดยไม่บอกให้ใครรู้ ขณะที่ข้อความห่วงใยและกำลังใจจากผู้คนจำนวนมาก สามารถเข้าถึงได้ผ่าน​การสแกน QR Code ที่ทางแคมเปญจะนำไปติดไว้ตามสถานที่ต่างๆ ที่เราต้องผ่านในแต่ละวัน อาทิ ​ประตูทางเข้าร้านคาเฟ่ ในแท็กซี่  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/05/itv-and-uncommon-run-britain-get-talking/">&#8216;เรื่องเหงา เรื่องใหญ่&#8217; Britain Get Talking แคมเปญส่งเสียงถึงคนเหงาในอังกฤษ เฝ้าระวังปัญหาด้านสุขภาพจิต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สำนักข่าว ITV ในประเทศอังกฤษจับมือกับครีเอทีฟเอเจนซี Uncommon ​ร่วมโปรโมทแคมเปญ Britain Get Talking เชิญชวนให้ส่งข้อความเสียงถึงคนรอบข้าง เพื่อเป็นกำลังใจให้กับคนที่กำลังอยู่ในภาวะเหงา เนื่องจากความเหงาถือเป็นจุดเริ่มต้นของหลายๆ ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิตของผู้คนตามมา</p>
<p><span id="more-11781"></span></p>
<p>แคมเปญ “Britain Get Talking” โดย ITV และ Uncommon จึงต้องการสะท้อนผลกระทบของความเหงา​ที่ส่งผลต่อสุขภาพจิต ผ่านโฆษณาเพื่อให้เห็นถึงความสำคัญของการส่งเสียงถึงคนที่กำลังเหงา และคนที่เหงาก็สามารถเข้ามารับฟังความห่วงใยที่คนทั้งหลายส่งถึงคุณได้  ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Mental Health Awareness Week  ช่วงสัปดาห์แห่งการตระหนักถึงการดูแลปัญหาด้านสุขภาพจิต ระหว่างวันที่ 9-15 พฤษภาคม 2565  เพื่อสนับสนุนให้เกิดการพูดคุยกันของคนในครอบครัว หรือเพื่อนๆ แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ใกล้กัน แต่การส่งข้อความเสียงถึงกันก็สามารถเป็นแรงซัพพอร์ตให้กับคนที่เรารักได้เช่นกัน</p>
<p>โดยในแคมเปญจะมีสองนักจัดรายการคนดังอย่าง Philip Schofield และ Laura Whitmore ที่จะคอยมาแชร์ความสำคัญของการเป็นที่พักพิงทางใจและการพูดคุยกับคนในครอบครัวหรือเพื่อนที่อาจจะกำลังตกอยู่ในภาวะเหงาผ่านข้อความเสียง เนื่องจาก คนที่กำลังเหงาหรือไม่สบายใจมักจะซ่อนความรู้สึกของตัวเองเอาไว้โดยไม่บอกให้ใครรู้ ขณะที่ข้อความห่วงใยและกำลังใจจากผู้คนจำนวนมาก สามารถเข้าถึงได้ผ่าน​การสแกน QR Code ที่ทางแคมเปญจะนำไปติดไว้ตามสถานที่ต่างๆ ที่เราต้องผ่านในแต่ละวัน อาทิ ​ประตูทางเข้าร้านคาเฟ่ ในแท็กซี่  ป้ายรถเมล์ หรือแม้แต่ในป้ายเครื่องดื่ม หรือจานรองแก้วในคาเฟ่ต่างๆ  เป็นต้น</p>
<p>โฆษณาชิ้นนี้จะเข้ามาช่วยตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญในการมอบความห่วงใยและใส่ใจคนรอบข้าง แม้เพียงเวลาแค่เสี้ยววินาทีของคุณก็สามารถสร้างวันสดใสให้กับใครบางคนได้ หรือในบางครั้งอาจจะสามารถช่วยชีวิตบางชีวิตให้รอดพ้นจากอันตรายได้ด้วย</p>
<p>สำหรับ Britain Get Talking เป็นแคมเปญที่ต้องการระตุ้นให้ผู้คนหันมาใส่ใจดูแลปัญหาด้านสุขภาพจิต โดยเฉพาะการให้ความสำคัญในการสื่อสารกับคนรอบข้าง เริ่มมาตั้งแต่ปี 2019 ในรายการ Britain’s Got Talent ซึ่งตั้งแต่เริ่มเปิดตัวจนถึงปัจจุบันมีการส่งเสียงสนทนาเพื่อให้กำลังใจกันมากกว่า 100 ล้านข้อความแล้ว  ขณะที่ปัญหาทางด้านสุขภาพจิตของคนอังกฤษ​มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โรคระบาดที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว</p>
<p><iframe loading="lazy" title="YouTube video player" src="https://www.youtube.com/embed/1CIH7CS-d2w" width="687" height="386" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p><a href="https://www.trendhunter.com/trends/itv?fbclid=IwAR0k_gUnSlyPoajSNdMUM6IdbP9uTDvnHREHxQg8M36U-vovPpSjLrNhHn4" target="_blank" rel="noopener noreferrer">source</a></p>
<p><a href="https://www.thedrum.com/creative-works/project/uncommon-itv-britain-get-talking-3?fbclid=IwAR2xF_QuUSt2rgPoAFJ_Sd2PHBsui6zrqJOXP_X-BggIah-EsefbahSMRQI" target="_blank" rel="noopener noreferrer">source</a></p>
<p><a href="https://www.itv.com/presscentre/press-releases/itvs-britain-get-talking-campaign" target="_blank" rel="noopener noreferrer">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/05/itv-and-uncommon-run-britain-get-talking/">&#8216;เรื่องเหงา เรื่องใหญ่&#8217; Britain Get Talking แคมเปญส่งเสียงถึงคนเหงาในอังกฤษ เฝ้าระวังปัญหาด้านสุขภาพจิต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อังกฤษเตรียมเก็บ &#8220;ภาษี ลาเต้&#8221; (Latte Levy) ลดปริมาณแก้วใช้แล้วทิ้ง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2018/01/britain-latte-levy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin t]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Jan 2018 10:21:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Bag Levy]]></category>
		<category><![CDATA[Environment Ministry]]></category>
		<category><![CDATA[Latte Levy]]></category>
		<category><![CDATA[Mary Creagh]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[แก้วกาแฟกระดาษ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=1440</guid>

					<description><![CDATA[<p>เพราะว่าอัตราการเติบโตของธุรกิจร้านกาแฟในอังกฤษพุ่งสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Starbucks หรือร้านอย่าง Pret A Manger, Costa Coffee, Caffe Nero และ Greggs จนกระทั่ง ทำให้ปริมาณการใช้แก้วกระดาษที่ใช้แล้วทิ้งในอังกฤษ พุ่งทะยานถึง 2.5 ล้านใบต่อปี ถ้านำจำนวนแก้วดังกล่าวมาวางต่อกัน จะสามารถวางต่อกันรอบโลกได้ถึง 5 รอบครึ่ง ในขณะเดียวกันพฤติกรรมของผู้บริโภคมีเพียง 1-2% เท่านั้นที่นำแก้วกาแฟเซรามิคไปซื้อกาแฟจากทางร้าน ดังนั้น Committee of Lawmakers (คณะกรรมการร่างกฎหมาย) ของอังกฤษ จึงเล็งเห็นว่าการใช้ระบบจัดเก็บภาษีโดยเพิ่มราคากาแฟราว 25 เพนนี จะเป็นมาตรการที่กระตุ้นให้คนให้แก้วกาแฟกระดาษน้อยลง อีกทั้งยังหวังนำเงินดังกล่าวไปใช้ในโครงการรีไซเคิลของรัฐอีกด้วย Mary Creagh หัวหน้าคณะกรรมการฯ กล่าวว่า &#8220;เราเรียกร้องให้เกิดแอ็คชั่นในเรื่องของการลดปริมาณแก้วที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง โปรโมทแก้วที่สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่ภายในปี 2023&#8221; ก่อนหน้านี้อังกฤษเคยประสบความสำเร็จกับ Bag Levy หรือ &#8220;ภาษีถุงพลาสติค&#8221; มาแล้ว ในเดือนตุลาคม 2015 อังกฤษเริ่มต้นชาร์จเงิน 5 เพนนี สำหรับถุงพลาสติกในร้านค้าขนาดใหญ่ และปรากฏว่ามาตรการนี้ได้ผล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/01/britain-latte-levy/">อังกฤษเตรียมเก็บ &#8220;ภาษี ลาเต้&#8221; (Latte Levy) ลดปริมาณแก้วใช้แล้วทิ้ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4>เพราะว่าอัตราการเติบโตของธุรกิจร้านกาแฟในอังกฤษพุ่งสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Starbucks หรือร้านอย่าง Pret A Manger, Costa Coffee, Caffe Nero และ Greggs</h4>
<p><span id="more-1440"></span></p>
<p>จนกระทั่ง ทำให้ปริมาณการใช้แก้วกระดาษที่ใช้แล้วทิ้งในอังกฤษ พุ่งทะยานถึง 2.5 ล้านใบต่อปี ถ้านำจำนวนแก้วดังกล่าวมาวางต่อกัน จะสามารถวางต่อกันรอบโลกได้ถึง 5 รอบครึ่ง</p>
<p>ในขณะเดียวกันพฤติกรรมของผู้บริโภคมีเพียง 1-2% เท่านั้นที่นำแก้วกาแฟเซรามิคไปซื้อกาแฟจากทางร้าน ดังนั้น Committee of Lawmakers (คณะกรรมการร่างกฎหมาย) ของอังกฤษ จึงเล็งเห็นว่าการใช้ระบบจัดเก็บภาษีโดยเพิ่มราคากาแฟราว 25 เพนนี จะเป็นมาตรการที่กระตุ้นให้คนให้แก้วกาแฟกระดาษน้อยลง อีกทั้งยังหวังนำเงินดังกล่าวไปใช้ในโครงการรีไซเคิลของรัฐอีกด้วย</p>
<p>Mary Creagh หัวหน้าคณะกรรมการฯ กล่าวว่า <em><strong>&#8220;เราเรียกร้องให้เกิดแอ็คชั่นในเรื่องของการลดปริมาณแก้วที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง โปรโมทแก้วที่สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่ภายในปี 2023&#8221;</strong></em></p>
<p>ก่อนหน้านี้อังกฤษเคยประสบความสำเร็จกับ <strong>Bag Levy</strong> หรือ<strong> &#8220;ภาษีถุงพลาสติค&#8221;</strong> มาแล้ว ในเดือนตุลาคม 2015 อังกฤษเริ่มต้นชาร์จเงิน 5 เพนนี สำหรับถุงพลาสติกในร้านค้าขนาดใหญ่ และปรากฏว่ามาตรการนี้ได้ผล สามารถลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติคลงได้ถึง 83%</p>
<p>กระทรวงสิ่งแวดล้อม(Environment Ministry) จึงทำงานร่วมกันอย่างหนักกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มจำนวนการใช้สินค้าที่รีไซเคิลได้ให้มากขึ้น ทางด้านโฆษกของกระทรวงได้ออกมาแสดงความเห็นเพิ่มเติมว่า</p>
<p><strong><em>&#8220;เราต้องการกระตุ้นให้อุตสาหกรรมมีแอ็คชั่นเรื่องการใช้แก้วกระดาษมากขึ้น รวมทั้งตอนนี้ก็พยายามทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่า ได้ส่วนลดเมื่อพวกเขาใช้แก้วรีไซเคิล ในขณะเดียวกันเราก็ยังพิจารณาข้อเสนอของคณะกรรมการร่างกฎหมายอย่างระมัดระวังอีกด้วย&#8221;</em></strong></p>
<p>นี่คงเป็นตัวอย่างของการตระหนักในเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ทุกวันนี้ต้องบอกว่า ไลฟ์สไตล์ดื่มกาแฟ เป็นเรื่องใกล้ตัวผู้บริโภคทั่วโลก โดยเป็นความพยายามจากภาครัฐที่ต้องออกมาวางมาตรการเอาไว้</p>
<p><strong>ต่อไปก็คงต้องเป็นเรื่องของเอกชนที่จะต้องวางโปรโมชั่นจูงใจให้ลูกค้านำแก้วกาแฟมาเอง ไม่เช่นนั้นภาระก็จะถูกผลักไปสู่ผู้บริโภคเอง ฟังดูแล้วอาจจะเหมือนไม่แฟร์นัก แต่พอนึกภาพแก้วกาแฟที่วางแล้วสามารถพันรอบโลกได้ตั้ง 5-6 รอบแล้วก็แอบสยองขวัญ….ปริมาณขนาดนี้นี่แค่อังกฤษประเทศเดียวนะ ลองนึกภาพประเทศใหญ่ๆ อย่าง สหรัฐอเมริกา หรือจีนดูสิ ปริมาณขยะจากอุตสาหกรรมนี้เมื่อรวมกันจะมากขนาดไหน …ไปกลับโลก-ดาวอังคารได้กี่รอบ </strong></p>
<p><em><strong>ว่าแล้วก็ขอตัวไปซื้อ ทัมเบลอร์เก๋ๆ สักใบก่อนนะคะ !</strong></em></p>
<p>Source:</p>
<p>https://www.voanews.com/a/britain-latte-levy-to-reduce-cup-waste/4193519.html</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/01/britain-latte-levy/">อังกฤษเตรียมเก็บ &#8220;ภาษี ลาเต้&#8221; (Latte Levy) ลดปริมาณแก้วใช้แล้วทิ้ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
