<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อาคารสีเขียว &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 15 May 2025 11:30:27 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>อาคารสีเขียว &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ยูโอบี จัดสัมมนา UOB Sustainability Compass Forum เสริมความรู้เอสเอ็มอี เริ่มต้นลดคาร์บอน เพื่อความยั่งยืนและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/uob-sustainability-compass-forum/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 May 2025 11:30:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CFNT]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Finance Network Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Direct Emissions]]></category>
		<category><![CDATA[Green Building]]></category>
		<category><![CDATA[Green Financing]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[PwC]]></category>
		<category><![CDATA[PwC ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[Scope 3]]></category>
		<category><![CDATA[SME]]></category>
		<category><![CDATA[Solar Rooftop]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[UOB]]></category>
		<category><![CDATA[UOB Sustainability Compass]]></category>
		<category><![CDATA[UOB Sustainability Compass Forum]]></category>
		<category><![CDATA[ชยาธร ฉันท์เรืองวณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. ธีรเดช ทังสุบุตร]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารยูโอบี]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เดอะ ครีเอจี้ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พณิตตรา เวชชาชีวะ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาณุ เภตรา]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[อาคารสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[อาทิตย์ เวชกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เอสเอ็มอี]]></category>
		<category><![CDATA[โซล่าเซลล์]]></category>
		<category><![CDATA[โสฬส ยอดมงคล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33549</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย จัดงานสัมมนา UOB Sustainability Compass Forum เพื่อตอกย้ำบทบาทการสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอีให้สามารถเริ่มต้นเส้นทางการลดการปล่อยคาร์บอน (Decarbonization) ได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเตรียมความพร้อมให้ธุรกิจเหล่านี้สามารถอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว งานเสวนาครั้งนี้ เป็นการเปิดพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น รวมถึงข้อมูลกฎระเบียบที่กำลังจะส่งผลกระทบ และแชร์มุมมองจากธุรกิจที่เริ่มต้นเรื่องความยั่งยืน คุณ​พณิตตรา เวชชาชีวะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ Financial Institutions และ ESG Solutions ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า​ ธนาคารยูโอบี ได้เปิดตัว UOB Sustainability Compass ในปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นเครื่องมือ​สนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจ เอสเอ็มอี ในการเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่ความยั่งยืน มีธุรกิจที่ให้ความสนใจแล้วมากกว่า 1,600 ราย &#8220;ปัจจุบันสถานการณ์ด้านความยั่งยืนมีปัจจัยจากหลายด้าน ที่ผลักดันให้ภาคธุรกิจต้องเตรียมรับมือ งาน UOB Sustainability Compass Forum จึงเกิดขึ้น โดยธนาคารได้ร่วมมือกับพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของความยั่งยืน เพื่อสร้างการตระหนักรู้ และตื่นตัวในการเปลี่ยนแปลง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน” จากภาคสมัครใจสู่ภาคบังคับ ผู้นำทั่วโลกตระหนักตรงกันว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความเสี่ยงสำคัญที่สุดในทศวรรษนี้ คำถามสำคัญคือ ทำอย่างไรจึงจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกควบคู่ไปกับการรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจและธุรกิจได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/uob-sustainability-compass-forum/">ยูโอบี จัดสัมมนา UOB Sustainability Compass Forum เสริมความรู้เอสเอ็มอี เริ่มต้นลดคาร์บอน เพื่อความยั่งยืนและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย จัดงานสัมมนา <strong>UOB Sustainability Compass Forum เ</strong>พื่อตอกย้ำบทบาทการสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอีให้สามารถเริ่มต้นเส้นทางการลดการปล่อยคาร์บอน (Decarbonization) ได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><span id="more-33549"></span></p>
<p>พร้อมเตรียมความพร้อมให้ธุรกิจเหล่านี้สามารถอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว งานเสวนาครั้งนี้ เป็นการเปิดพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น รวมถึงข้อมูลกฎระเบียบที่กำลังจะส่งผลกระทบ และแชร์มุมมองจากธุรกิจที่เริ่มต้นเรื่องความยั่งยืน</p>
<p><strong>คุณ​พณิตตรา เวชชาชีวะ</strong> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ Financial Institutions และ ESG Solutions ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า​ ธนาคารยูโอบี ได้เปิดตัว <strong>UOB Sustainability Compass</strong> ในปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นเครื่องมือ​สนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจ เอสเอ็มอี ในการเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่ความยั่งยืน มีธุรกิจที่ให้ความสนใจแล้วมากกว่า 1,600 ราย</p>
<p><em>&#8220;ปัจจุบันสถานการณ์ด้านความยั่งยืนมีปัจจัยจากหลายด้าน ที่ผลักดันให้ภาคธุรกิจต้องเตรียมรับมือ งาน <strong>UOB Sustainability Compass Forum</strong> จึงเกิดขึ้น โดยธนาคารได้ร่วมมือกับพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของความยั่งยืน เพื่อสร้างการตระหนักรู้ และตื่นตัวในการเปลี่ยนแปลง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน”</em></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33556 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/01-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>จากภาคสมัครใจสู่ภาคบังคับ</strong></p>
<p>ผู้นำทั่วโลกตระหนักตรงกันว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความเสี่ยงสำคัญที่สุดในทศวรรษนี้ คำถามสำคัญคือ ทำอย่างไรจึงจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกควบคู่ไปกับการรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจและธุรกิจได้</p>
<p><strong>ดร. ธีรเดช ทังสุบุตร</strong> Partner บริษัท เดอะ ครีเอจี้ จำกัด และกรรมการบริหารเครือข่ายการเงินเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวน (Climate Finance Network Thailand หรือ CFNT) กล่าวว่า ​นอกเหนือจากความร่วมมือภาคสมัครใจแล้ว หลายประเทศทั่วโลกเริ่มมีการร่างและออกกฎเกณฑ์และกฎหมายที่เริ่มมีผลบังคับใช้และจะมีเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ ในอนาคตอันใกล้ เพื่อมุ่งสู่ระบบเศรษฐกิจ Net Zero ซึ่งกลไกเหล่านี้จะเป็นกติกาของเกมธุรกิจใหม่ บริษัทที่เข้าใจเกมใหม่นี้ก่อนก็จะสามารถเพิ่มโอกาสและสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจและการค้าในบริบทการแข่งขันบนกติกาใหม่นี้</p>
<p><em>&#8220;ประเทศไทยอยู่ระหว่างการพิจารณาผ่านกฎหมาย พรบ. ลดโลกร้อน รวมถึงกลไกต่างๆ ที่จะอยู่ภายใต้ พรบ. ซึ่งคาดว่าจะประกาศใช้ในอนาคตอันใกล้นี้ และยังมีความพยายามจากหลายหน่วยงานร่วมกันจัดทำมาตรฐาน Thailand Taxonomy ซึ่งเป็นมาตรฐานการจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ที่ทุกหน่วยงานสามารถนำไปใช้อ้างอิงได้โดยสมัครใจเพื่อส่งเสริมและช่วยขับเคลื่อนการลงทุนที่ยั่งยืน”</em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-33559 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/04.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ มาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศว่าด้วยการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนและสภาพภูมิอากาศ (IFRS S1 และ S2) รวมถึงแนวปฏิบัติการรายงานความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ต่างก็ได้กำหนดให้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 1, 2 และ 3</p>
<p><strong>Scope 1</strong> คือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตรง (Direct Emissions) ที่เกิดจากกิจกรรมขององค์กรหรือภายใต้การควบคุมขององค์กร Scope 2 คือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน (Indirect Emissions) Scope 3 คือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ (Other Indirect Emissions) หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นในห่วงโซ่อุปทานทั้งจากต้นน้ำและปลายน้ำ นำมาซึ่งความสำคัญของการเก็บข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อทำการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และลดความเสี่ยงจาก Climate Change</p>
<p><strong>มาตรฐาน IFRS S1 &#8211; S2</strong> กำหนดให้มีการเปิดเผยบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1, 2, และ 3 อย่างไรก็ตาม ในมุมของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีแนวทางให้บริษัทพยายามรวบรวมข้อมูล Scope 3 ให้ได้มากที่สุด โดยให้ระยะเวลา 5 ปี สำหรับการจัดเก็บข้อมูลดังกล่าว หลังจากนั้น ทุกบริษัทต้องปฏิบัติตามมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด สำหรับบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีการทำรายงานความยั่งยืน (TCFD: Task Force on Climate-related Financial Disclosures) ซึ่งหนึ่งในประเด็นสำคัญคือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปัจจุบัน ให้ความสำคัญกับ Scope 1 และ 2 เป็นหลัก และคาดว่า ภายใน 5 ปีข้างหน้าจะมีการดำเนินมาตรการเกี่ยวกับ Scope 3 อย่างจริงจัง</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-33560 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/05-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>เอสเอ็มอีเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทาน Scope 3</strong></p>
<p><strong>คุณชยาธร ฉันท์เรืองวณิชย์</strong> หุ้นส่วน บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวว่า การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Decarbonization) มีความสำคัญ เพราะในบางอุตสาหกรรม เช่น ภาคการเงินและการลงทุน อาจมีสัดส่วนของการปล่อย Scope 3 สูงถึง 99.98% อันมาจากการปล่อย GHGs ของลูกค้าของธนาคาร ทำให้เอสเอ็มอี จะต้องเก็บข้อมูลและจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อตอบโจทย์คู่ค้าที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานของบริษัทฯ ที่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน IFRS S1 &#8211; S2</p>
<p><em><b>&#8220;</b>หลักการทำ Supply Chain Decarbonization ทั้งในขอบเขตที่ 1 และขอบเขตที่ 2 ​มีหลักการเหมือนกัน คือเริ่มจากการเก็บรวบรวมข้อมูล จากนั้นดูในส่วนของ baseline และพิจารณาว่ามีส่วนไหนบ้างที่สามารถปรับปรุงเพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อที่จะนำมากำหนดเป็นแผนดำเนินการในการเริ่มลงมือจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งเอสเอ็มอีเสามารถเริ่มต้นการเก็บข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เลย เพื่อที่จะสามารถวางแผนการจัดการในอนาคตได้”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33558 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/03.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ธุรกิจลดต้นทุนได้ ด้วยโซลูชันลดคาร์บอน</strong><br />
<strong>คุณภาณุ เภตรา</strong> รองกรรมการผู้จัดการบริษัทในเครือเภตรากรุ๊ป ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์รายใหญ่ ซึ่งดำเนินธุรกิจมามากกว่า 30 ปี กล่าวว่า ​บริษัทวางหัวใจ 4 ข้อในการทำธุรกิจคือ บริษัท พนักงาน ลูกค้า และชุมชนและสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทเริ่มทำเรื่องความยั่งยืนมามากกว่า 10 ปี เริ่มจากการทำโชว์รูมรถยนต์ให้ได้มาตรฐานอาคารสีเขียว (Green Building) และทำหลังคาโซลาเซลล์ (Solar Rooftop) นำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ พร้อมแบตเตอรี่เก็บพลังงาน รวมถึงการดำเนินการเรื่องขยะอาหาร การรีไซเคิลชิ้นส่วนนำกลับมาใช้ใหม่ พัฒนาประสิทธิภาพการทำงานเพื่อลดการทำงานของพนักงานลง สำหรับแผนระยะยาวคือการพัฒนาพนักงานทุกคนในองค์กรเป็นแกนหลักในการคิดและพัฒนารูปแบบการทำงานเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</p>
<p><em>“บริษัทเน้นลดและประหยัดเพื่อสิ่งแวดล้อม และปรับทัศคติของพนักงาน กว่าที่บริษัทจะเดินทางมาจนถึงวันนี้วันที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและอยู่บนเส้นทางสู่ความยั่งยืนได้ บริษัทต้องใช้เวลาและทรัพยกรจำนวนมากในการทำ แต่เมื่อได้มารู้จักกับ UOB Sustainability Compass เป็นแผนที่นำทางสำหรับผู้เริ่มต้นใหม่ที่เริ่มต้นเส้นทางความยั่งยืนได้ง่ายมาก ที่จะช่วยให้ เอสเอ็มอีสามารถมีแนวทางชัดเจน เป็นผู้ช่วยที่ดี มีข้อมูลครบในทุกมิติและทุกอุตสาหกรรม”</em></p>
<p><strong>คุณโสฬส ยอดมงคล</strong> ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัท ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า <em>“การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกคือคนของทั้งองค์กร ตั้งแต่ระดับผู้บริหารจนถึงระดับพนักงานต้องมีความเข้าใจ มีความรู้ และร่วมมือกัน บริษัทมีการตั้งคณะกรรมการด้านความยั่งยืน ที่ทำงานแบบ Cross Function ทุกหน่วยงานต้องมีส่วนร่วม</em>”</p>
<p>ทั้งนี้ ในอนาคตจะมีปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจหากไม่มุ่งหน้าสู่ความยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นข้อกำหนดในการเปิดเผยข้อมูลทั้งจากผู้มีส่วนได้เสียทั้งภาครัฐและภาคเอกชน หรืออาจจะไปถึง Carbon Tax บริษัทควรพิจารณาและวางแผนว่าจะทำอย่างไร กับต้นทุนที่จะเพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่น การพิจารณาใช้เทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนในกระบวนการทำงาน ทำให้ต้นทุนการทำงานรวมลดลง บริษัทต้องเตรียมอย่างรวดเร็ว</p>
<p>ด้าน <strong>คุณอาทิตย์ เวชกิจ</strong> ประธานคณะกรรมการ บริษัท นีโอ คลีน เอนเนอร์ยี่ จำกัด กล่าวว่า พรบ. โลกร้อน จะออกภายในปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า ทุกธุรกิจจะต้องเข้าสู่ภาคบังคับเรื่องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งพลังงานแสงอาทิตย์เป็นหนึ่งในความต้องการของธุรกิจในการทำการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หากธุรกิจไหนไม่มีแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Low Carbon Plan) อาจจะได้รับผลกระทบทางธุรกิจหากปรับตัวไม่ทันกับข้อกำหนดของคู่ค้าที่มีความต้องการด้านนี้</p>
<p>การลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะช่วยให้องค์กรสามารถลดลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและได้ผลตอบแทนจากการลงทุน นอกจากนี้ BOI มีการสนับสนุนเรื่องการทำ Renewable Energy และ Efficiency Energy รวมถึงการลงทุนนวัตกรรมเพื่อลดการปล่อยคาร์บอน บริษัทสามารถนำเงินลงทุน 50% ไปลดหย่อนภาษีนิติบุคคลได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33561 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/06.jpg" alt="" width="1200" height="1074" /></p>
<p><strong>ยูโอบี พร้อมสนับสนุนการลดคาร์บอน</strong><br />
พันธกิจหลักของธนาคารยูโอบี คือการปล่อยสินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบ ธนาคารพยายามให้สินเชื่อเพื่อความยั่งยืนผ่านกรอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ยั่งยืนเพื่อเมืองอัจฉริยะ (Smart City Sustainable Financing Framework) เป็นการให้การสนับสนุนสินเชื่อแก่กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม อาทิ การติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ การก่อสร้างอาคารประหยัดพลังงาน การปรับเปลี่ยนอาคารให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น การบริหารจัดการขยะ การบริหารจัดการน้ำ การให้สินเชื่อเกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้า</p>
<p><em>“ความยั่งยืนเป็นทั้งโอกาสและการบริหารความเสี่ยง ว่าทำอย่างไรให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน ธนาคารยูโอบี ต้องการเป็นพันธมิตรกับทุกภาคส่วนในการเดินไปสู่ความยั่งยืนร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น UOB Sustainability Compass ที่เป็นคู่มือเริ่มต้น หรือการเชื่อมลูกค้าเอสเอ็มอีกับผู้ให้บริการทั้งผู้ให้บริการโซลูชันต่างๆ รวมทั้งการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน</em></p>
<p><em>นอกจากนั้น เรายังมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ โดยมีเป้าหมายที่จะเปิดโอกาสให้ลูกค้าที่ได้เริ่มดำเนินการด้านความยั่งยืนแล้ว ได้พบปะและแลกเปลี่ยนกับผู้ให้บริการโซลูชันต่างๆ และในครึ่งหลังของปีนี้ เราจะจัดโครงการนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนอย่างต่อเนื่องจากปีที่แล้ว เนื่องจากความยั่งยืนเป็นประเด็นที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และธนาคารยูโอบี ก็พร้อมเป็นส่วนหนึ่งเพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืนไปด้วยกัน</em>” ​คุณพณิตตรากล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/uob-sustainability-compass-forum/">ยูโอบี จัดสัมมนา UOB Sustainability Compass Forum เสริมความรู้เอสเอ็มอี เริ่มต้นลดคาร์บอน เพื่อความยั่งยืนและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“คอนโดต้นไม้”ต้นแบบอาคารสูงสำหรับเมืองสีเขียวในอนาคต</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2020/08/the-bosco-verticale-the-forest-tower/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Aug 2020 14:20:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[The Bosco Verticale]]></category>
		<category><![CDATA[คอนโดต้นไม้]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าแนวตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[อาคารรักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[อาคารสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[อาคารสีเขียวในอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[อาคารในอนาคต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=7988</guid>

					<description><![CDATA[<p>นับเป็นการออกแบบอาคารสูงที่ดูแปลกตาเป็นอย่างมากสำหรับ The Bosco Verticale ที่ไม่ได้คำนึงถึงความสวยงามของอาคารเท่านั้น แต่ยังใส่ใจสิ่งแวดล้อมด้วยการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้แก่อาคาร ที่ให้ความรู้สึกเหมือนมีสวนลอยฟ้าอยู่กลางเมือง โดยอาคารดังกล่าวได้รับรางวัล The 2014 International Highrise Award จาก The Frankfurt Museum of Architecture ในฐานะเป็นอาคารสูงกว่า 100 เมตร ที่มีโครงสร้างที่งดงามและนำสมัยที่สุด นอกจากนี้อาคารดังกล่าวถูกยกให้เป็นตัวอย่างที่ทรงพลังของการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมและธรรมชาติได้อย่างลงตัวสำหรับการพัฒนาอาคารสูงระฟ้าในอนาคต ผลงานสุดล้ำชิ้นนี้ตั้งอยู่ในเขตปกครอง Porta Nuova เมืองมิลาน เป็นผลงานของ Boeri Studios ที่สร้างสรรค์ด้วยการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับอาคารสูง โดยใช้วิธียกต้นไม้จากพื้นดินไปจัดวางตามระเบียงห้องกว่า 800 ต้น และยังมีไม้พุ่มอีกกว่า 2,000 ต้น ที่มาพร้อมกับแมลงกว่า 1,200 ตัว ที่จะคอยสร้างสมดุลให้แก่ระบบนิเวศบนอาคารสูงเอาไว้ ทั้งนี้ The Bosco Verticale มีความหมายว่า “ป่าแนวตั้ง” คือการนำพื้นที่สีเขียวขนาด 3.5 เอเคอร์ ขึ้นไปยังอาคารสูงในเมืองมิลาน ซึ่งนับเป็นเมืองที่มีพื้นที่สีเขียวน้อยและยังเป็นหนึ่งในเมืองที่มีปัญหามลพิษทางอากาศมากที่สุดในภูมิภาคยุโรปเลยก็ว่าได้ แม้ว่าพื้นที่สีเขียวดังกล่าวจะยู่บนอาคารสูง แต่ก็จะยังคงช่วยกรองอานุภาคฝุ่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2020/08/the-bosco-verticale-the-forest-tower/">“คอนโดต้นไม้”ต้นแบบอาคารสูงสำหรับเมืองสีเขียวในอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">นับเป็นการออกแบบอาคารสูงที่ดูแปลกตาเป็นอย่างมากสำหรับ The Bosco Verticale ที่ไม่ได้คำนึงถึงความสวยงามของอาคารเท่านั้น แต่ยังใส่ใจสิ่งแวดล้อมด้วยการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้แก่อาคาร ที่ให้ความรู้สึกเหมือนมีสวนลอยฟ้าอยู่กลางเมือง</span></h4>
<p><span id="more-7988"></span><br />
โดยอาคารดังกล่าวได้รับรางวัล <strong>The 2014 International Highrise Award</strong> จาก<strong> The Frankfurt Museum of Architecture</strong> ในฐานะเป็นอาคารสูงกว่า 100 เมตร ที่มีโครงสร้างที่งดงามและนำสมัยที่สุด นอกจากนี้อาคารดังกล่าวถูกยกให้เป็นตัวอย่างที่ทรงพลังของการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมและธรรมชาติได้อย่างลงตัวสำหรับการพัฒนาอาคารสูงระฟ้าในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-7991 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/PP-1.jpg" alt="" width="577" height="384" /></p>
<p>ผลงานสุดล้ำชิ้นนี้ตั้งอยู่ในเขตปกครอง Porta Nuova เมืองมิลาน เป็นผลงานของ <strong>Boeri Studios</strong> ที่สร้างสรรค์ด้วยการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับอาคารสูง โดยใช้วิธียกต้นไม้จากพื้นดินไปจัดวางตามระเบียงห้องกว่า 800 ต้น และยังมีไม้พุ่มอีกกว่า 2,000 ต้น ที่มาพร้อมกับแมลงกว่า 1,200 ตัว ที่จะคอยสร้างสมดุลให้แก่ระบบนิเวศบนอาคารสูงเอาไว้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-7989 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/PP-3.jpg" alt="" width="655" height="273" /></p>
<p>ทั้งนี้ The Bosco Verticale มีความหมายว่า “ป่าแนวตั้ง” คือการนำพื้นที่สีเขียวขนาด 3.5 เอเคอร์ ขึ้นไปยังอาคารสูงในเมืองมิลาน ซึ่งนับเป็นเมืองที่มีพื้นที่สีเขียวน้อยและยังเป็นหนึ่งในเมืองที่มีปัญหามลพิษทางอากาศมากที่สุดในภูมิภาคยุโรปเลยก็ว่าได้ แม้ว่าพื้นที่สีเขียวดังกล่าวจะยู่บนอาคารสูง แต่ก็จะยังคงช่วยกรองอานุภาคฝุ่น ดูดซึมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และยังป้องกันอาคารจากรังสีได้อีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-7990 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/PP-2.jpg" alt="" width="580" height="386" /></p>
<p>นอกจากนี้ The Bosco Verticale ถือได้ว่าเป็นต้นแบบของการสร้างอาคารในอนาคตที่จะช่วยแก้ปัญหาในหลายๆด้านที่สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร และพื้นที่เมืองที่ขยายอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสิ่งแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของสถาปัตยกรรมที่กำลังเติบโตไปสู่การเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้แก่อาคาร โดย Christoph Inegenhoven ประธานกรรมการตัดสินรางวัล กล่าวว่า “การออกแบบนี้นับเป็นไอเดียที่ท้าทายสำหรับเมืองในอนาคตเลยก็ว่าได้”</p>
<p><strong>Credit : www.dwell.com/article/pair-of-skyscrapers-sneak-a-2800-plant-park-into-milan-8fc1e2db</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2020/08/the-bosco-verticale-the-forest-tower/">“คอนโดต้นไม้”ต้นแบบอาคารสูงสำหรับเมืองสีเขียวในอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
