<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อาทิตย์ ทองเจริญ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%8d/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 24 Dec 2023 09:56:31 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>อาทิตย์ ทองเจริญ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>SCB WEALTH เร่งเครื่องขยายการลงทุน ESG มุ่งสร้างผลตอบแทนเชิงบวก​​ คาดแนวโน้มทั่วโลกลงทุนพลังงานสะอาดเพิ่มเป็น 3.2 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ ในปี 2573</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/12/scb-wealth-net-zero-2050-with-wealth-management/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 24 Dec 2023 09:56:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Amundi]]></category>
		<category><![CDATA[BlackRock]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Investment]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero 2050 กับธุรกิจ Wealth ในประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[SCB Investment Forum for Wealth 2024]]></category>
		<category><![CDATA[SCB WEALTH]]></category>
		<category><![CDATA[Schroders]]></category>
		<category><![CDATA[Thai ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Wealth Management]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารความมั่งคั่ง]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ธณาพล อิทธินิธิภัค]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ผลตอบแทน]]></category>
		<category><![CDATA[วีรวัฒน์ คิรินทร์รัตนะ]]></category>
		<category><![CDATA[ศรชัย สุเนต์ตา]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล]]></category>
		<category><![CDATA[อาทิตย์ ทองเจริญ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23100</guid>

					<description><![CDATA[<p>SCB WEALTH เดินหน้าขยายการลงทุนเพิ่มด้าน ESG มุ่งสร้างผลตอบแทนเชิงบวกให้ลูกค้า พร้อมนำมาใช้ในการดำเนินธุรกิจทั้งการคัดเลือกผลิตภัณฑ์  และการให้คำแนะนำการลงทุนกับลูกค้า ยกระดับเรื่อง ESG เข้มข้นขึ้นต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่มาตรฐานระดับสูง ในด้านการระดมเงินลงทุนในกิจการที่คำนึงถึง ESG  ด้าน Blackrock คาดการลงทุนในพลังงานสะอาดทั่วโลก มีแนวโน้มเพิ่มเป็น 3.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2573 ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี การใช้พลังงานสะอาดมีต้นทุนต่ำลง น่าสนใจ   ส่วน Amundi  เผยผลวิเคราะพบว่า ในปี 2565 มากกว่า 60% ของเงินลงทุนในกองทุน ETF จะคำนึงถึงประเด็น ESG ส่วนผลิตภัณฑ์ ETF ใหม่ๆ จะเป็น ETF ด้าน ESG ถึง 77% ขณะที่ Schroders มองอนาคตรายงานทางการเงิน และ Fund Fact Sheet มีแนวโน้มต้องเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและ ESG เพิ่มขึ้น ส่วนการจัดพอร์ตลงทุน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/scb-wealth-net-zero-2050-with-wealth-management/">SCB WEALTH เร่งเครื่องขยายการลงทุน ESG มุ่งสร้างผลตอบแทนเชิงบวก​​ คาดแนวโน้มทั่วโลกลงทุนพลังงานสะอาดเพิ่มเป็น 3.2 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ ในปี 2573</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>SCB WEALTH </strong><strong>เดินหน้าขยายการลงทุนเพิ่มด้าน </strong><strong>ESG </strong><strong>มุ่งสร้างผลตอบแทนเชิงบวกให้ลูกค้า พร้อมนำมาใช้ในการดำเนินธุรกิจทั้งการคัดเลือกผลิตภัณฑ์  และการให้คำแนะนำการลงทุนกับลูกค้า ยกระดับเรื่อง </strong><strong>ESG </strong><strong>เข้มข้นขึ้นต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่มาตรฐานระดับสูง ในด้านการระดมเงินลงทุนในกิจการที่คำนึงถึง </strong><strong>ESG</strong></p>
<p><span id="more-23100"></span></p>
<p><strong>  </strong><strong>ด้าน</strong><strong> Blackrock </strong><strong>คาดการลงทุนในพลังงานสะอาดทั่วโลก มีแนวโน้มเพิ่มเป็น 3.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2573 ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี การใช้พลังงานสะอาดมีต้นทุนต่ำลง น่าสนใจ  </strong></p>
<p><strong>ส่วน </strong><strong>Amundi</strong><strong>  เผยผลวิเคราะพบว่า ในปี </strong><strong>2565 </strong><strong>มากกว่า </strong><strong>60% </strong><strong>ของเงินลงทุนในกองทุน </strong><strong>ETF </strong><strong>จะคำนึงถึงประเด็น </strong><strong>ESG </strong><strong>ส่วนผลิตภัณฑ์ </strong><strong>ETF </strong><strong>ใหม่ๆ จะเป็น</strong><strong> ETF</strong><strong> ด้าน </strong><strong>ESG </strong><strong>ถึง </strong><strong>77% ขณะที่</strong><strong> </strong><strong>Schroders </strong><strong>มองอนาคต</strong><strong>รายงานทางการเงิน และ </strong><strong>Fund Fact Sheet </strong><strong>มีแนวโน้มต้องเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและ</strong><strong> ESG </strong><strong>เพิ่มขึ้น</strong> <strong>ส่วนการจัดพอร์ตลงทุน ควรเน้นผสมผสานบริษัทที่ดำเนินการได้ดีด้าน</strong><strong> ESG </strong><strong>และบริษัทที่กำลังดำเนินการปรับตัวสู่ </strong><strong>Net Zero </strong><strong> เพื่อสร้างความสมดุลของพอร์ตให้ยังคงมีผลการดำเนินงานที่ดี</strong></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23101 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Photo-SCB-CIO-Forum-2024-.jpg" alt="" width="1200" height="690" /></p>
<p><strong>คุณศรชัย สุเนต์ตา</strong><strong>, </strong>CFA SCB Wealth Chief Investment Officer ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารฝ่าย Investment Office and Product Function กลุ่มธุรกิจ Wealth ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า SCB WEALTH จัดงานสัมมนา <strong>SCB Investment Forum For Wealth 2024</strong> โดยได้รับเกียรติจากพันธมิตรทางธุรกิจบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) ระดับโลก ได้แก่  Blackrock, Amundi และ Schroders มาร่วมเปิด มุมมองการลงทุน ในหัวข้อ ‘<strong>Net Zero 2050 กับธุรกิจ Wealth ในประเทศไทย&#8217;</strong> เพื่อสะท้อนให้เห็นพัฒนาการด้านการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ แผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ (Net Zero)  ที่ประเทศไทยประกาศเจตนารมณ์ที่จะบรรลุเป้าหมายภายในปี  2050 ควบคู่กับการให้ความสำคัญ ในเรื่อง สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) โดยมองว่า<strong><em> การลงทุนที่ให้ความสำคัญกับ ESG จะมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นอย่างเด่นชัดในทุกๆปี เพราะทั้งผู้ประกอบการและนักลงทุนต่างตระหนักให้ความสำคัญในเรื่องนี้อย่างจริงจังกันมากขึ้น</em></strong></p>
<p>ทั้งนี้ SCB WEALTH  มีการนำเรื่อง ESG มาใช้ในการดำเนินธุรกิจ ทั้งด้านการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ และการให้คำแนะนำการลงทุนกับลูกค้า โดยเรามุ่งมั่น​ยกระดับการใช้ประเด็น ESG เข้มข้นขึ้นต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่มาตรฐานระดับสูง ในด้านการระดมเงินลงทุนในกิจการที่คำนึงถึงเรื่อง ESG  เรามีแผนขยายการลงทุนทางด้านนี้เพิ่มขึ้น ผ่านการนำเสนอกองทุนรวมที่มุ่งสร้างผลตอบแทนเชิงบวก สำหรับการลงทุนสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับ ESG</p>
<p>ล่าสุด ได้สนับสนุนการจำหน่ายกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) ไทยพาณิชย์ จำกัด ที่คัดสรรให้นักลงทุนได้เลือก 3 กองทุน ได้แก่<strong> 1) กองทุน SCBTM (Thai ESG)</strong> ลงทุนแบบผสมหุ้นไทยและตราสารหนี้ <strong> 2) กองทุน SCBTA (Thai ESG)</strong> ลงทุนหุ้นไทยแบบ Active และ<strong> 3) กองทุน SCBTP (Thai ESG)</strong> ลงทุนหุ้นไทยแบบ Passive ซึ่งเราเชื่อว่า กองทุน Thai ESG นี้ จะเป็นทางเลือกที่ดีที่ช่วยให้ผู้ลงทุนได้มีส่วนร่วมสร้างผลเชิงบวกต่อโลก ทั้งยังมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีอย่างยั่งยืนในระยะยาว จากการลดความเสี่ยงจากประเด็นเชิงลบที่เกี่ยวข้องกับ ESG ได้อีกด้วย</p>
<p><strong>คุณธณาพล อิทธินิธิภัค</strong> Director and Head of Thai Business, Blackrock กล่าวว่า  บริษัทให้ความสำคัญกับการลงทุนยั่งยืน โดย​​มีระบบช่วย​วิเคราะห์ความเสี่ยงบริหารพอร์ตการลงทุนและเทรดสินทรัพย์ต่างๆ (Aladdin)  ซึ่งสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์และติดตามการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของบริษัทต่างๆ โดย​พบว่า <em><strong>ในระยะข้างหน้า บริษัทที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อยอดขายในระดับสูง จะมีแนวโน้มในการทำกำไรที่ต่ำเมื่อเทียบกับปริษัทที่มีการปล่อยก๊าซฯที่น้อยกว่า</strong></em> ทั้งจากเรื่องค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นและผลกระทบจากนโยบายของภาครัฐ ดังนั้น การเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด จึงเป็นแนวโน้มที่จะได้เห็นในทศวรรษต่อจากนี้</p>
<p>ทั้งนี้ คาดว่า การลงทุนในพลังงานสะอาดทั่วโลก มีแนวโน้มเพิ่มเป็น 3.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2573 จากสิ้นปี 2565 มีการลงทุน 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ที่ทำให้การใช้พลังงานสะอาดมีต้นทุนต่ำลงและน่าสนใจ ซึ่งในเอเชียมีบริษัทที่ทำธุรกิจนี้ค่อนข้างมากและเติบโตอย่างรวดเร็ว เช่น จีน มีบริษัทผลิตแผงโซลาร์ใหญ่ที่สุดในโลก และมีแหล่งผลิตนิกเกิลและลิเธียม ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในห่วงโซ่อุปทานพลังงานสะอาด คิดเป็นสัดส่วนเกินครึ่งนึงของโลก  ​เกาหลีที่มีแหล่งผลิตพลังงานลมขนาดใหญ่ หรือออสเตรเลียที่มีการมุ่งเน้นพัฒนา Battery storage เป็นต้น</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-23103 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/5-7.jpg" alt="" width="1200" height="769" /></p>
<p><strong>คุณวีรวัฒน์ คิรินทร์รัตนะ</strong> Head of Distribution Sales Thailand, Amundi กล่าวว่า ​​ทุกภาคส่วนของไทยทั้งรัฐบาลและเอกชน เริ่มตื่นตัวกับกระแสการดำเนินงานที่มุ่งสู่ Net Zero มากขึ้น โดยในส่วนของ Amundi มองว่า การดำเนินการตามเป้าหมาย Net Zero ต้องใช้ความพยายามเปลี่ยนแปลงในทันที ซึ่งเราได้ดำเนินการผ่าน 3 ด้าน คือ<strong> 1) ผลิตภัณฑ์</strong> ผ่านการนำเสนอทางเลือกลงทุนที่มุ่งสู่ Net Zero ที่สอดคล้องกับนักลงทุนทุกประเภท <strong>2) การเข้าไปมีส่วนร่วมและให้คำแนะนำแก่ลูกค้า</strong> การดำเนินการที่สอดคล้องกับ Net Zero และ <strong>3) บริษัทที่เราเข้าไปลงทุน</strong> โดยมีส่วนร่วมส่งเสริมการปรับใช้และดำเนินการตามแผนการเปลี่ยนแปลงที่น่าเชื่อถือเพื่อมุ่งสู่ Net Zero</p>
<p>นอกจากนี้ เรายังใช้แนวทางที่ดีที่สุดเพื่อคัดกรองบริษัททั้งหมดที่ไม่ตรงตามเกณฑ์ ESG ของเราออกไป จากนั้นก็จะประเมินบริษัทที่เข้าเกณฑ์ ESG เป็นรายบริษัท เพื่อให้คะแนน ESG และวิเคราะห์ด้านอื่นๆ เพื่อประเมินความเหมาะสม สำหรับพอร์ตโฟลิโอ โดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์การลงทุนที่วางไว้</p>
<p>สำหรับ กระแสการลงทุนใน ESG  เราพบว่า ในปี 2565 มากกว่า 60% ของเงินลงทุนในกองทุนรวมดัชนี (ETF) จะอยู่ในกองทุนที่คำนึงถึงประเด็น ESG ส่วนผลิตภัณฑ์ ETF ใหม่ๆ ที่ออกมาในปี 2565 เป็น ETF ด้าน ESG ถึง 77%  พร้อมมีมุมมองว่าการลงทุนผ่านกองทุนที่คำนึงถึงเรื่อง ESG จะทำให้นักลงทุนคาดหวังผลตอบแทนพร้อมกับการสร้างความยั่งยืนให้กับโลกได้  ขณะที่การลงทุนบนธีม ESG ควรกลายเป็นเงินลงทุนส่วนหลักของพอร์ต (Core Portfolio) ไม่ใช่เพียงการลงทุนในธีมเฉพาะทางที่เป็นส่วนเสริมของพอร์ต (Satellite Portfolio) อีกต่อไป</p>
<p><strong>คุณอาทิตย์ ทองเจริญ</strong> Head of Thailand Business, Schroders กล่าวว่า Schroders ​จัดตั้งหน่วยงานเกี่ยวกับ ESG โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2541 เพื่อกำหนดนโยบายด้านความยั่งยืน นำประเด็น ESG มาเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการลงทุน โดยปัจจุบัน มีการนำกระบวนการพิจารณาด้านความยั่งยืนและ ESG มาใช้ในการพิจารณาการลงทุนในสินทรัพย์ทั้งหมดของ Schroders โดยเรามองว่า นับจากนี้จะได้เห็นบริษัทต่างๆ เปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนมากขึ้น เช่น ผลกระทบในเชิงบวกที่กองทุนมีต่อสังคม ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุน  ประเด็นเรื่องความหลากหลายและการอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม (diversity &amp; inclusion) ของบริษัทที่ลงทุน ประเด็นเรื่องความโปร่งใสในการเปิดเผยรายงาน เป็นต้น</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-23107 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/3-10.jpg" alt="" width="1200" height="734" /></p>
<p>นอกจากนี้ เรามองว่า ในอนาคต Fund Fact Sheet ของกองทุนรวมต่างๆ ในไทย ต้องนำประเด็น ESG มาเผยแพร่เพิ่มเติม จากปัจจุบันเผยแพร่เพียงลงทุนอะไร มีสินทรัพย์ประเภทไหนบ้าง ลงทุนประเทศต่างๆ สัดส่วนเท่าไหร่ และผลการดำเนินงานเป็นอย่างไร เพราะประเด็น ESG เป็นสิ่งที่นักลงทุนให้ความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มาพร้อมโอกาสและความเสี่ยงในการลงทุน นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง 4 ด้านที่มีผลต่อมูลค่า (Valuation) ธุรกิจ ได้แก่<strong>  </strong><strong>การกำกับ</strong> หากบริษัทใดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มากกว่าที่ดูดซับได้ อาจจะต้องชดเชยด้วยคาร์บอนเครดิต ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัท <strong>ด้านเทคโนโลยี</strong> ที่บริษัทต้องลงทุนเพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงาน</p>
<p><strong>ด้านเชื้อเพลิงฟอสซิล</strong> ซึ่งบริษัทที่ธุรกิจด้านพลังงานดั้งเดิม เช่นพลังงานจากฟอสซิส ก็ต้องมีการปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจเพื่อเข้าสู่พลังงานสะอาดมากขึ้น มิฉะนั้นก็จะกระทบกับ Valuation และ  <strong>ด้านความเสี่ยงทางกายภาพ</strong> กรณีที่ปรับตัวช้าทำให้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกระทบเชิงกายภาพ บริษัทก็ได้รับผลกระทบตามด้วย</p>
<p>ในส่วนของนักลงทุน แม้การลงทุนโดยพิจารณาถึงสิ่งแวดล้อมจะมีความสำคัญมากขึ้น แต่จำนวนบริษัทที่มุ่งเน้นไปสู่ง Net Zero ปัจจุบันอาจจะมีสัดส่วนหรือจำนวนที่ยังไม่มากนักเพียงพอให้เลือกลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม หากมีการลงทุนโดยมุ่งเน้นเรื่องของสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อผลตอบแทน และความเสี่ยงของการลงทุนที่กระจุกตัวจนเกินไป จึงควรมีการปรับพอร์ตแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยควรผสมผสานลงทุนในบริษัทที่มีการดำเนินการที่ดีด้านนี้ และบริษัทที่แม้ว่ายังมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่อยู่ในขั้นปรับตัว เพื่อลดการปล่อยก๊าซ เพื่อให้มีจำนวนบริษัทที่ลงทุนได้มากขึ้น ทั้งยังเกิดประโยชน์ ด้านสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับด้านเม็ดเงินลงทุนเพื่อพัฒนาปรับปรุงบริษัทไปสู่ Net Zero ด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/scb-wealth-net-zero-2050-with-wealth-management/">SCB WEALTH เร่งเครื่องขยายการลงทุน ESG มุ่งสร้างผลตอบแทนเชิงบวก​​ คาดแนวโน้มทั่วโลกลงทุนพลังงานสะอาดเพิ่มเป็น 3.2 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ ในปี 2573</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
