<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อาหาร &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 27 May 2026 09:19:20 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.7</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>อาหาร &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>&#8216;CRG ปั้นครัว ปันสุข&#8217;​ ​เซ็ตโมเดลวางมาตรฐานครัว​โรงเรียน ​ยกระดับอาหารกลางวันเพิ่มคุณภาพชีวิตเด็กไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/crg-school-kitchen-project/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 May 2026 09:19:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[CRG]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[food safety]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[ครัวโรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ซีอาร์จี]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐ วงศ์พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำอ้อย สุนทรพฤกษ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารกลางวัน]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัลทำ]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กและเยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการเพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[โชติรส วัฒนวรกิจกุล]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนวัดหนองไม้ซุง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42073</guid>

					<description><![CDATA[<p>ด้วยความเชื่อว่า &#8216;อาหารที่ดี เป็นรากฐานสำคัญในการเติบโตอย่างมีคุณภาพของเด็กไทย&#8216; ประกอบกับความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ใน​ธุรกิจร้านอาหารมากว่า 47 ปี จากการบริหารจัดการดูแลร้านอาหารในเครือรวม 24 แบรนด์ ครอบคลุมมากกว่า 1,450 สาขาทั่วประเทศ ทำให้ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการเพื่อสร้างคุณค่าคืนสู่สังคมอย่าง &#8216;CRG ปั้นครัว ปันสุข&#8217; มุ่งส่งเสริมมาตรฐานครัวอนามัยในโรงเรียน พร้อมยกระดับครัวโรงเรียนและอาหารกลางวันให้สะอาด ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการ พร้อมส่งต่อองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในระยะยาว ต่อยอดความเชี่ยวชาญ สู่การพัฒนาคุณภาพอาหารกลางวันโรงเรียน เป้าหมายสำคัญของโครงการ คือการต่อยอดความเชี่ยวชาญทั้งในเรื่องมาตรฐาน Food Safety รวมทั้งการบริหารจัดการธุรกิจร้านอาหารที่ CRG ​มี นำมาปรับใช้การดูแลการพัฒนาอาหารกลางวันเด็กนักเรียน ทั้งในเรื่องสุขอนามัยและคุณค่าทางโภชนาการต่างๆ เพื่อยกระดับมาตรฐานอาหารในโรงเรียนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อส่งมอบ &#8216;มื้ออาหารที่มีคุณภาพ&#8217; ให้แก่เด็กไทยในวันนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมที่ดี และการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศได้ในอนาคต คุณณัฐ วงศ์พานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) ภายใต้การบริหารงานของกลุ่มเซ็นทรัล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/crg-school-kitchen-project/">&#8216;CRG ปั้นครัว ปันสุข&#8217;​ ​เซ็ตโมเดลวางมาตรฐานครัว​โรงเรียน ​ยกระดับอาหารกลางวันเพิ่มคุณภาพชีวิตเด็กไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ด้วยความเชื่อว่า &#8216;<strong>อาหารที่ดี เป็นรากฐานสำคัญในการเติบโตอย่างมีคุณภาพของเด็กไทย</strong>&#8216; ประกอบกับความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ใน​ธุรกิจร้านอาหารมากว่า 47 ปี จากการบริหารจัดการดูแลร้านอาหารในเครือรวม 24 แบรนด์ ครอบคลุมมากกว่า 1,450 สาขาทั่วประเทศ</p>
<p><span id="more-42073"></span></p>
<p>ทำให้ <strong>บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (</strong><strong>CRG)</strong> เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการเพื่อสร้างคุณค่าคืนสู่สังคมอย่าง <strong>&#8216;</strong><strong>CRG </strong><strong>ปั้นครัว ปันสุข&#8217;</strong> มุ่งส่งเสริมมาตรฐานครัวอนามัยในโรงเรียน พร้อมยกระดับครัวโรงเรียนและอาหารกลางวันให้สะอาด ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการ พร้อมส่งต่อองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในระยะยาว</p>
<p><strong>ต่อยอดความเชี่ยวชาญ สู่การพัฒนาคุณภาพอาหารกลางวันโรงเรียน</strong></p>
<p>เป้าหมายสำคัญของโครงการ คือการต่อยอดความเชี่ยวชาญทั้งในเรื่องมาตรฐาน Food Safety รวมทั้งการบริหารจัดการธุรกิจร้านอาหารที่ CRG ​มี นำมาปรับใช้การดูแลการพัฒนาอาหารกลางวันเด็กนักเรียน ทั้งในเรื่องสุขอนามัยและคุณค่าทางโภชนาการต่างๆ เพื่อยกระดับมาตรฐานอาหารในโรงเรียนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อส่งมอบ<strong> &#8216;มื้ออาหารที่มีคุณภาพ&#8217;</strong> ให้แก่เด็กไทยในวันนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมที่ดี และการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศได้ในอนาคต</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42107 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/2.นายณัฐ-วงศ์พานิช-ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-บริษัท-เซ็นทรัล-เรสตอรองส์-กรุ๊ป-จำกัด-CRG.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณณัฐ วงศ์พานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (</strong><strong>CRG)</strong> ภายใต้การบริหารงานของกลุ่มเซ็นทรัล เปิดเผยว่า โครงการ &#8216;<strong>CRG ปั้นครัว ปันสุข&#8217;</strong> ตอกย้ำแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนขององค์กร ​ในมิติ  CARE for People &amp; Partner หรือการดูแลผู้คนและ​พันธมิตรด้านธุรกิจ ​และให้ความสำคัญเรื่อง Care for Society โดยเฉพาะการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นอนาคตของประเทศ</p>
<p>​โดยเลือก <strong>นำร่องแห่งแรกที่โรงเรียนวัดหนองไม้ซุง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</strong> ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และเป็นโรงเรียนในโครงการพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืนของเซ็นทรัลทำ เพื่อเป็น <strong>โรงเรียนต้นแบบในการพัฒนามาตรฐานด้านครัวโรงเรียน</strong> เพื่อใช้เป็น​โมเดลการพัฒนาขยายไปสู่โรงเรียนอื่นๆ ได้ทั่วประเทศ โดยในปีแรกนี้ ตั้งเป้าจะยกระดับมาตรฐานต้นแบบครัวโรงเรียน จำนวน 2 แห่ง ภายใต้การทำงานอย่างบูรณาการร่วมกันกับทางโครงการเซ็นทรัลทำของกลุ่มเซ็นทรัล</p>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-42106" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/8.-Re-พร้อมทั้งส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้การปลูกผักสวนครัวปลอดสารพิษ-เพื่อนำมาใช้ใ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;เราไม่​เพียงมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจ แต่ให้ความสำคัญในการ​ต่อยอดความเชี่ยวชาญที่มีอยู่เพื่อนำมาสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับสังคมได้ ซึ่งช่วงเบื้องต้นริเริ่มโครงการ ได้พบว่า หลายโรงเรียนในประเทศไทย ยังมีข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานในส่วนของครัวโรงเรียน อาทิ พื้นที่ครัวที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ระบบการจัดเก็บวัตถุดิบที่ยังไม่เป็นระบบ และขาดองค์ความรู้ด้านโภชนาการที่เหมาะสม โครงการปั้นครัว ปันสุข  จึงเข้ามายกระดับแบบองค์รวม ตั้งแต่การปรับปรุงพื้นที่ครัวให้ถูกสุขอนามัย การวางระบบการจัดเก็บวัตถุดิบและอุปกรณ์ ไปจนถึงกระบวนการปรุงอาหารที่ปลอดภัยตามหลักมาตรฐาน โดยใช้ทีมงานในการขยายสาขาของบริษัทเข้ามาดูแล ทั้ง​ทีมก่อสร้างและพัฒนา เพื่อเข้ามาช่วยออกแบบ Layout ครัว ปรับปรุงระบบน้ำ บ่อดักไขมัน ไปจนถึง​ห้องจัดเก็บสต๊อกอย่างถูกสุขลักษณะ รวมทั้งการเช็คมาตรฐานคุณภาพ (QA) ทั้งเรื่องความสะอาด การจัดเก็บวัตถุดิบ รวมทั้งทีมวิจัยและพัฒนา​สูตรอาหาร เพื่อร่วมคิดเมนูให้มีทั้งรสชาติอร่อย และถูกหลักโภชนาการ&#8221;</em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42109 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/school-Kitchen.jpg" alt="" width="1200" height="671" /></p>
<p><strong>ต่อยอดทักษะการเรียนรู้ ที่นำไปใช้ได้จริง</strong></p>
<p>​นอกเหนือจากการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน CRG ยังมุ่งเน้น <strong>การ​ให้ความรู้​</strong> ควบคู่ไปกับการลงมือปฏิบัติจริง โดยจัดกิจกรรมอบรมเพื่อเสริมสร้างทักษะการประกอบอาหารที่ถูกสุขลักษณะและมีโภชนาการที่เหมาะสมให้แก่บุคลากรในโรงเรียน และส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้การปลูกผักสวนครัวปลอดสารพิษ เพื่อนำมาใช้ในโครงการอาหารกลางวัน และสามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ในชุมชน พร้อมส่ทั้งปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านการให้ความรู้เรื่องการคัดแยกขยะ ภายในโรงเรียน เพื่อสร้างวินัยและพฤติกรรมที่ดีให้กับเด็กๆ ในระยะยาว ควบคู่กับการสนับสนุนกองทุนอาหารกลางวัน เพื่อให้นักเรียนได้รับประทานอาหารที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42105 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/17.-CRG-ได้นำความเชี่ยวชาญมาปรับใช้เพื่อยกระดับมาตรฐานอาหารในโรงเรียนอย่างเป็นรูปธรรม.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณโชติรส  วัฒนวรกิจกุล</strong> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล CRG  กล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายในการขับเคลื่อนโครงการ<strong> &#8216;CRG ปั้นครัว ปันสุข&#8217;​</strong> มุ่งสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกได้ครบทุกมิติ ทั้งด้านกายภาพผ่านการพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของครัวโรงเรียน การให้ความรู้เพื่อเพิ่มทักษะให้นักเรียนนำไปต่อยอดทั้งการรักษาสุขลักษณะเพื่ออาหารที่ปลอดภัย รวมทั้งการสอนปลูกผักภายในโรงเรียน เพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบประกอบอาหารภายในโรงเรียน  ส่วนใน​ระดับมัธยมยังได้เพิ่มทักษะ<strong>​ &#8216;ผู้ประกอบการน้อย&#8217;</strong> เพื่อต่อยอดอาชีพในอนาคตได้  ​หรือการร่วม​ส่งเสริม​การสร้างโอกาสในการเรียนรู้ และพัฒนาทักษะชีวิตผ่านแนวคิดการเปิดประสบการณ์ฝึกงานและการเรียนรู้ร่วมกับองค์กร เพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนก้าวสู่อนาคตอย่างมีคุณภาพ</p>
<p><em>&#8220;ในฐานะแบรนด์ที่อยู่ใกล้ชิดผู้บริโภคเราไม่ได้ต้องการให้ผู้คนนึกถึงเราแค่เวลาหิวเท่านั้น แต่อยากเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่สามารถเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภค ในฐานะแบรนด์ที่มีส่วนร่วมในการสร้างชีวิต สร้างโอกาส และอนาคคที่มั่นคงให้คนไทย ขณะที่การดำเนินโครงการนี้ ยังเป็นอีกหนึ่งแนวทางสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานและองค์กร (Employee Engagement) โดยมีพนักงานจากโครงการจิตอาสาของเครือ 50 คน เข้าร่วมสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมร่วมกัน โดยทางบริษัทวาง​เป้าหมายเริ่มต้นให้พนักงานสละเวลาทำงานมาร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคมเพื่อสะสมชั่วโมงความดีอย่างน้อย 1 ชั่วโมงต่อปี ในโครงการ &#8216;1คน  1ชั่วโมง ความดี&#8217; เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกด้านความรับผิดชอบต่อสังคมให้พนักงานได้อีกทางหนึ่ง โดยขับเคลื่อนเป็นปีที่ 2 ส่วนในปีแรกที่ผ่านมา สามารถสะสมชั่วโมงความดีรวมทั้งสิ้นได้ 6,000 ชั่วโมง ทั้งความดีในระดับองค์กร ในระดับทีม และในระดับบุคคล&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42103 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/15.-ทีมจิตอาสาเสิร์ฟอาหารกลางวันให้น้อง.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน <strong>ผอ.น้ำอ้อย สุนทรพฤกษ์</strong> ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดหนองไม้ซุง กล่าวว่าโครงการนี้ช่วยยกระดับครัวของโรงเรียนอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในเรื่องความสะอาด ความเป็นระเบียบ และความมั่นใจในคุณภาพอาหารที่เด็กๆ ได้รับ อีกทั้งองค์ความรู้ที่ได้รับยังสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในระยะยาว</p>
<p><strong>ตั้งเป้าขยายโมเดลมาตรฐานครัวโร​งเรียนทั่วประเทศ</strong></p>
<p>สำหรับการพัฒนา ครัวโรงเรียนต้นแบบ ในปีแรกนี้ ทาง CRG ตั้งเป้านำร่อง 2 แห่ง ทั้งใน จ. อยุธยา และอีก 1 พื้นที่เพิ่มเติม ก่อนจะขยายไปสู่โรงเรียนอื่นๆ ในอนาคต โดยมีแผนขยายโมเดลในการพัฒนาไปยังทุกภูมิภาคท่ัวประเทศ พร้อมทั้งมีแผนในการติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินมาตรฐานครัวอนามัยและ​ห้คำปรึกษาทางโรงเรียนเพิ่มเติม และสามาร​ดำเนินการดูแล พัฒนาต่อยอดได้ด้วยตนเอง เพิ่มโอกาส​​ให้เด็กไทยสามารถเข้าถึงอาหารกลางวันที่ยั่งยืนได้ในวงกว้าง</p>
<p>​​นอกจากนี้ ใน​​โอกาสส่งมอบโครงการ CRG ยังได้จัดกิจกรรมสร้างความสุขให้กับนักเรียน อาทิ การเลี้ยงอาหารกลางวัน และกิจกรรมให้ความรู้ด้านโภชนาการและสุขอนามัย เพื่อเติมเต็มทั้งความรู้และรอยยิ้มให้กับเด็กๆ อย่างครบถ้วน รวมทั้งการมอบทุนการศึกษาให้ทางโรงเรียนนำไปช่วยเหลือนักเรียนที่ขาดโอกาส หรืออยู่ในกลุ่มเปราะบาง เพื่อยังอยู่ในระบบการศึกษาได้อย่างต่อเนื่อง​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42108 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/13.-น้องๆ-รับประทานอาหารกลางวันที่พี่ๆ-CRG-ตั้งใจทำให้.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/crg-school-kitchen-project/">&#8216;CRG ปั้นครัว ปันสุข&#8217;​ ​เซ็ตโมเดลวางมาตรฐานครัว​โรงเรียน ​ยกระดับอาหารกลางวันเพิ่มคุณภาพชีวิตเด็กไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิด 10 เทรนด์โลก ธุรกิจ &#8216;อาหารและเครื่องดื่ม&#8217; ปี 2026  เมื่อผู้บริโภค ไม่ได้ต้องการแค่ &#8216;อิ่ม&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/food-and-beverage-trend-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Dec 2025 06:58:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Behavior]]></category>
		<category><![CDATA[ConsumerTrends]]></category>
		<category><![CDATA[Data]]></category>
		<category><![CDATA[Food Trends]]></category>
		<category><![CDATA[Food Trends 2026]]></category>
		<category><![CDATA[FoodBeverage]]></category>
		<category><![CDATA[Health]]></category>
		<category><![CDATA[Innova Market Insights]]></category>
		<category><![CDATA[InnovaMarket]]></category>
		<category><![CDATA[Insights]]></category>
		<category><![CDATA[Lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Top Food & Beverage Trend 2026]]></category>
		<category><![CDATA[Trends]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[พฤติกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[อินไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์อาหาร 2026]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38643</guid>

					<description><![CDATA[<p>ข้อมูลจาก Innova Market Insights เปิดเผย &#8216;Top Food &#38; Beverage Trend 2026&#8216; รายงานแนวโน้ม &#8216;อาหารและเครื่องดื่ม&#8217; ประจำปี 2026 สะท้อนให้เห็นปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อน อุตสาหกรรมอาหาร ในปีหน้า ทั้งนี้ พบ 4 นวัตกรรมสำคัญ ซึ่งถือเป็นเสาหลักในการผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรม ประกอบด้วย ประโยชน์ต่อสุขภาพ ความเพลิดเพลิน ความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ราคาที่สามารถจับต้องได้ ขณะที่แรงขับเคลื่อนระดับโลก​ พร้อมทั้งการคาดการณ์เทรนด์ประจำปี ผ่านการวิจัยผู้บริโภค และการติดตามการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่​อย่างต่อเนื่อง สามารถสรุป 10 เทรนด์อาหารและเครื่องดื่มของโลกที่น่าสนใจ ในปี 2026 ได้ ต่อไปนี้ 1. Powerhouse Protein : ความเชื่อมโยงที่ชัดเจนขึ้นระหว่าง &#8216;ความต้องการโปรตีน&#8216; และประเด็นเรื่องสุขภาพ โดยพบว่า กว่าครึ่งของผู้บริโภคทั่วโลกพยายามเพิ่มโปรตีนในอาหารอย่างจริงจัง รวมทั้งการมองหาฟังก์ชันนัลในแบบเฉพาะเจาะจงมากขึ้น โดยความต้องการแตกต่างและหลากหลาย เพื่อสร้างจุดเด่นในตลาดที่มีการแข่งขันสูง โดย​ครอบคลุมไปถึงแหล่งที่มาของโปรตีนด้วย 2. Gut Health Hub [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/food-and-beverage-trend-2026/">เปิด 10 เทรนด์โลก ธุรกิจ &#8216;อาหารและเครื่องดื่ม&#8217; ปี 2026  เมื่อผู้บริโภค ไม่ได้ต้องการแค่ &#8216;อิ่ม&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ข้อมูลจาก Innova Market Insights เปิดเผย &#8216;<strong>Top Food &amp; Beverage Trend 2026</strong>&#8216; รายงานแนวโน้ม <strong>&#8216;อาหารและเครื่องดื่ม&#8217;</strong> ประจำปี 2026 สะท้อนให้เห็นปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">อุตสาหกรรมอาหาร</span> ในปีหน้า</div>
</div>
<p><span id="more-38643"></span>ทั้งนี้ พบ 4 นวัตกรรมสำคัญ ซึ่งถือเป็นเสาหลักในการผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรม ประกอบด้วย</p>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<ul>
<li dir="auto">ประโยชน์ต่อสุขภาพ</li>
<li dir="auto">ความเพลิดเพลิน</li>
<li dir="auto">ความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม</li>
<li dir="auto">ราคาที่สามารถจับต้องได้</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ขณะที่แรงขับเคลื่อนระดับโลก​ พร้อมทั้งการคาดการณ์เทรนด์ประจำปี ผ่านการวิจัยผู้บริโภค และการติดตามการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่​อย่างต่อเนื่อง สามารถสรุป 10 เทรนด์อาหารและเครื่องดื่มของโลกที่น่าสนใจ ในปี 2026 ได้ ต่อไปนี้</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>1. Powerhouse <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Protein</span> </strong>: ความเชื่อมโยงที่ชัดเจนขึ้นระหว่าง &#8216;ความต้องการ<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">โปรตีน</span>&#8216; และประเด็นเรื่อง<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สุขภาพ</span> โดยพบว่า กว่าครึ่งของผู้บริโภคทั่วโลกพยายามเพิ่มโปรตีนในอาหารอย่างจริงจัง รวมทั้งการมองหาฟังก์ชันนัลในแบบเฉพาะเจาะจงมากขึ้น โดยความต้องการแตกต่างและหลากหลาย เพื่อสร้างจุดเด่นในตลาดที่มีการแข่งขันสูง โดย​ครอบคลุมไปถึงแหล่งที่มาของโปรตีนด้วย</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>2. <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Gut</span> Health Hub :</strong> ความตระหนักว่า <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สุขภาพลำไส้</span> คือ ประตูสู่สุขภาวะที่ดีแบบ<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">องค์รวม</span> สุขภาพของลำไส้ไม่ได้มีผลแค่ระบบย่อยอาหารแต่คือสุขภาพร่างกายทั้งหมด​รวมถึงเรื่องของจิตใจด้วย ทำให้​ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ หันมาส่งเสริมสุขภาพลำไส้แบบองค์รวมมากขึ้น และ​ให้ความสำคัญกับอาหารโปรไบโอติก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Probiotic</span> และ พรีไบโอติก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Prebiotic</span> เพิ่มมากขึ้น</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>3. Layers of Delight</strong> : สภาพแวดล้อมปัจจุบันที่ท้าทายและตึงเครียดมากขึ้น ทำให้ผู้คนมองหา <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ประสบการณ์</span> ที่ล้ำลึกและดื่มด่ำได้มากขึ้น ทั้งจากโมเมนต์ ความรู้สึก หรือสุขภาพ ผ่านองค์ประกอบ เนื้อสัมผัส และสูตรอาหาร เพื่อ​สร้างช่วงเวลาที่น่าจดจำ สร้างอารมณ์ พร้อมทั้งการสนับสนุนสุขภาพ หรือความน่าสนใจจากเรื่องราวและสูตรอาหาร</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>4. Beverages with Purpose</strong> : นวัตกรรมเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ลึกและหลากหลายขึ้น ตอบโจทย์ได้ทั้ง Functional รสชาติ และความสดชื่น เช่น น้ำมะพร้าวรสชาติกลมกล่อมที่มาพร้อมอิเล็กโทรไลต์เพื่อความชุ่มชื้น หรือนมปรุงแต่งรสที่มีแคลเซียมและโปรตีนสูง​​</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>5. Authentic Plant-Based :</strong> การเปลี่ยนผ่าน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Plantbased</span> จากการเลียนแบบโปรตีนสัตว์ เป็นการให้โปรตีนจากพืชตามธรรมชาติ และผ่านการแปรรูปให้น้อยที่สุด เพราะผลิตภัณฑ์จากพืชมีศักยภาพในการสร้างจุดเด่นจากตัวเอง แทนที่จะเป็นเพียงสิ่งทดแทนอาหารอื่นๆ ประกอบกับผู้บริโภคให้ความสำคัญกับแหล่งโปรตีนตามธรรมชาติมากขึ้น</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>6. Made for Moments :</strong> การพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมตามโอกาสต่างๆ ทั้งการตอบโจทย์โมเมนต์ ​ขนาด หรือรูปแบบบรรจุภัณฑ์ เช่น Single-Serve สำหรับการบริโภคแบบครั้งเดียว หรือ Multi-Serve ที่สามารถแบ่งการรับประทานได้หลายครั้ง โดยนวัตกรรมที่อิงตามโอกาสกำลังเติบโตเพิ่มมากขึ้น</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>7. Worth Every Bite :</strong> นำเสนอ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">คุณค่า</span> และ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความคุ้มค่า</span> ของผลิตภัณฑ์ที่สามารถจับต้องได้ มากกว่าแค่ราคาถูก แต่คุ้มค่าในยุคเศรษฐกิจกดดัน ความสามารถในการดึงดูดและรักษาผู้บริโภคจากการผสมผสานระหว่างราคาที่เหมาะสมและการเข้าถึงได้ง่ายกลายเป็นหัวใจสำคัญในปัจจุบัน</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>8. Mind Balance</strong> : คุณสมบัติในการสร้างความสมดุลทั้งด้านจิตใจ สุขภาวะ การให้พลังงาน บรรเทาความตึงเครียด และบำรุงสมอง สะท้อนภาวะที่ตึงเครียดในยุคปัจจุบัน และผู้บริโภคหันมาพึ่งพาอาหาร/เครื่องดื่มที่สามารถส่งผลด้านสุขภาพจิตได้ตามธรรมชาติ</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>9. Crafting Tradition :</strong> ตอกย้ำมรดกทางวัฒนธรรม พร้อมสะท้อนตัวตนและคุณค่าดั้งเดิม เพื่อสื่อสารถึงความคุ้นเคยสู่ผู้บริโภค ผ่านการใช้สูตรอาหารดั้งเดิมตามวัฒนธรรมของตัวเอง เช่น อาหารประจำถิ่น หรือผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่นและไม่เหมือนใคร</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>10. Justified Choices :</strong> <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความยั่งยืน</span> ยังคงช่วยดึงดูดการตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ของผู้บริโภค การ​ตัดสินใจเลือกอาหารและเครื่องดื่มอย่างรับผิดชอบ สะท้อนความโปร่งใส ให้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน สนับสนุนท้องถิ่น ตระหนักถึงความยั่งยืนของผลิตภัณฑ์ ที่เชื่อมโยงให้เห็นพันธกิจในการใส่ใจโลก เกษตรกร สัตว์ป่า และชุมชน</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/food-and-beverage-trend-2026/">เปิด 10 เทรนด์โลก ธุรกิจ &#8216;อาหารและเครื่องดื่ม&#8217; ปี 2026  เมื่อผู้บริโภค ไม่ได้ต้องการแค่ &#8216;อิ่ม&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รู้หรือไม่ แค่กิน ก็สร้าง &#8216;คาร์บอนฟุตพรินท์&#8217; ให้กับโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/carbonfootprint-from-food-system/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Dec 2025 06:47:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Agricultural]]></category>
		<category><![CDATA[carbon emissions]]></category>
		<category><![CDATA[Carbonfootprint]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Consumers]]></category>
		<category><![CDATA[emissions]]></category>
		<category><![CDATA[Food System]]></category>
		<category><![CDATA[FoodProduction]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[GHG Emissions]]></category>
		<category><![CDATA[Livestock]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Low Emissions]]></category>
		<category><![CDATA[Our World in Data]]></category>
		<category><![CDATA[Plant-based]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Eating]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การกิน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพรินท์ส่วนบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38639</guid>

					<description><![CDATA[<p>รู้หรือไม่!!  แค่การกิน ก็ส่งผลต่อ สภาพอากาศ เพราะทุกคำจากอาหาร ที่เรากิน ล้วนมาพร้อม &#8216;คาร์บอนฟุตพรินท์&#8217; ให้โลก ‘การกิน’ กับ ‘โลกร้อน’ จึงเป็นสิ่งที่อยู่คู่กัน เนื่องจากในกระบวนการ &#8216;การผลิตอาหาร&#8217; ทั้ง การเกษตร และ ปศุสัตว์ จำเป็น​ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก ทั้งการ​ใช้น้ำ และที่ดินเพื่อ เพาะปลูก หรือ เลี้ยงสัตว์ รวมทั้งยังสร้างก๊าซมีเทน และกระทบต่อพื้นที่ป่าให้มีจำนวนลดลง ​ ทั้งนี้ 1 ใน 4 ของ ก๊าซเรือนกระจก ทั่วโลกมาจากอุตสาหกรรมอาหาร ตั้งแต่การผลิต การทำฟาร์ม การแปรรูป และการขนส่ง ดังนั้น การกินในชีวิตประจำวันของ ผู้บริโภค จึงส่งผลต่อปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง Climate Change อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะใน​ทุกกระบวนการมีการปล่อยคาร์บอน Carbon Emissions อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน การเลือกชนิดของอาหารสำหรับ​การรับประทาน ก็​มีส่วน​​ช่วยลดผลกระทบได้อีกทางหนึ่ง เนื่องจาก ปริมาณ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/carbonfootprint-from-food-system/">รู้หรือไม่ แค่กิน ก็สร้าง &#8216;คาร์บอนฟุตพรินท์&#8217; ให้กับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div dir="auto"></div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">
<div dir="auto"><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">รู้หรือไม่!! </span> แค่<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">การกิน</span> ก็ส่งผลต่อ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สภาพอากาศ </span>เพราะทุกคำจาก<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">อาหาร</span> ที่เรากิน ล้วนมาพร้อม <strong>&#8216;คาร์บอนฟุตพรินท์&#8217;</strong> ให้โลก</div>
</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>‘การกิน</strong>’ กับ <strong>‘โลกร้อน</strong>’ จึงเป็นสิ่งที่อยู่คู่กัน เนื่องจากในกระบวนการ &#8216;การผลิตอาหาร&#8217; ทั้ง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">การเกษตร</span> และ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ปศุสัตว์</span> จำเป็น​ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก ทั้งการ​ใช้น้ำ และที่ดินเพื่อ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">เพาะปลูก</span> หรือ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">เลี้ยงสัตว์</span> รวมทั้งยังสร้างก๊าซมีเทน และกระทบต่อพื้นที่ป่าให้มีจำนวนลดลง ​</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ทั้งนี้ 1 ใน 4 ของ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ก๊าซเรือนกระจก</span> ทั่วโลกมาจากอุตสาหกรรมอาหาร ตั้งแต่การผลิต การทำฟาร์ม การแปรรูป และการขนส่ง</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">ดังนั้น การกินในชีวิตประจำวันของ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ผู้บริโภค</span> จึงส่งผลต่อปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Climate Change</span> อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะใน​ทุกกระบวนการมีการปล่อยคาร์บอน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Carbon Emissions</span> อย่างต่อเนื่อง</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ขณะเดียวกัน การเลือกชนิดของอาหารสำหรับ​การรับประทาน ก็​มีส่วน​​ช่วยลดผลกระทบได้อีกทางหนึ่ง เนื่องจาก ปริมาณ Carbon Emissions ของอาหารแต่ละประเภทที่ปลดปล่อยออกมานั้นแตกต่างกัน</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Our World in Data</span> </strong>ได้มีการจัดอันดับกลุ่มอาหารที่มีคาร์บอนฟุตพรินท์ต่ำ และสูง ​สำหรับเปรียบเทียบ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Emissions</span> ที่เกิดจากการผลิตอาหารแต่ละประเภท โดยการคำนวณตามปริมาณการสร้างคาร์บอนฟุตพรินท์ที่เกิดขึ้นจากการผลิตวัตถุดิบอาหารแต่ละประเภทในปริมาณ 1 กิโลกรัม</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>10 กลุ่มอาหาร คาร์บอนฟุตพรินท์สูง (High-Emission Foods)</strong> ประกอบด้วย</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">1. เนื้อวัว (จากฟาร์มโคเนื้อ) ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 99.48 กก.</div>
<div dir="auto">2. ดาร์กช็อกโกแลต ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 46.65 กก.</div>
<div dir="auto">3. เนื้อแกะ ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 39.72 กก.</div>
<div dir="auto">4. เนื้อวัว (จากฟาร์มโคนม) ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 33.3 กก.</div>
<div dir="auto">5. กาแฟ ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 28.53 กก.</div>
<div dir="auto">6. กุ้ง (จากฟาร์ม) ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 26.87 กก.</div>
<div dir="auto">7. ชีส ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 23.88 กก.</div>
<div dir="auto">8. ปลา (จากฟาร์ม) ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 13.63 กก.</div>
<div dir="auto">9. เนื้อหมู ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 12.31 กก.</div>
<div dir="auto">10. เนื้อไก่ (กลุ่มสัตว์ปีก) ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 9.87 กก.</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>5 กลุ่มอาหาร คาร์บอนฟุตพรินท์ต่ำ</strong> (Low-Emission Foods) ประกอบด้วย</div>
<div dir="auto">1. ผลไม้ตระกูลส้ม ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 0.39 กก.</div>
<div dir="auto">2. แอปเปิ้ล / พืชหัวใต้ดิน / ถั่วเปลือกแข็ง ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 0.43 กก.</div>
<div dir="auto">3. มันฝรั่ง ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 0.46 กก.</div>
<div dir="auto">4. หัวหอมและต้นหอม ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 0.5 กก.</div>
<div dir="auto">5. ผักตระกูลกะหล่ำ ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 0.51 กก.</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/carbonfootprint-from-food-system/">รู้หรือไม่ แค่กิน ก็สร้าง &#8216;คาร์บอนฟุตพรินท์&#8217; ให้กับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้ “คนละครึ่งพลัส” ผ่านเดลิเวอรี ทุบสถิติล้านออเดอร์ ช่วยร้านเล็ก-สตรีตฟู้ดเพิ่มยอด 3 เท่า</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/11/grab-benefits-half-half-plus-campaign/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Nov 2025 16:11:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Delivery]]></category>
		<category><![CDATA[Food]]></category>
		<category><![CDATA[GRAB]]></category>
		<category><![CDATA[Grab Food]]></category>
		<category><![CDATA[Half-Half Plus]]></category>
		<category><![CDATA[Insight]]></category>
		<category><![CDATA[คนละครึ่งพลัส]]></category>
		<category><![CDATA[จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[อินไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37966</guid>

					<description><![CDATA[<p>แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่ายผ่านแพลตฟอร์มอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากโครงการคนละครึ่งพลัสที่เติบโตแบบก้าวกระโดดจนทะลุ 1 ล้านออเดอร์นับตั้งแต่เริ่มโครงการฯ ขณะเดียวกันยังช่วยดันยอดขายให้ร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการฯ เพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงปกติ โดยร้านที่ขายดีที่สุดมียอดเติบโตมากถึง 18 เท่า พบอินไซต์ผู้บริโภคนิยมใช้คนละครึ่งพลัสสั่งอาหารในมื้อเที่ยงมากที่สุด โดยมียอดสั่งเฉลี่ยต่อออเดอร์ประมาณ 80 &#8211; 120 บาท โดยเฉพาะอาหารจานเดียวอย่างส้มตำ ก๋วยเตี๋ยว และไก่ทอด ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ขณะที่ชาไทยยังคงยืนหนึ่งเครื่องดื่มยอดนิยม และคนกรุงเทพฯ ครองแชมป์การใช้คนละครึ่งพลัสผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรีมากที่สุด รองลงมาคือ ชลบุรี ขอนแก่น โคราช และเชียงใหม่ นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า “โครงการคนละครึ่งพลัสในครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามทั้งจากผู้บริโภคและผู้ประกอบการร้านค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจร้านอาหาร ไม่เฉพาะแต่การใช้จ่ายที่หน้าร้าน แต่ยังรวมถึงการสั่งอาหารผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรีด้วย ในฐานะแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีชั้นนำ แกร็บร่วมส่งเสริมนโยบายของรัฐบาลอย่างเต็มที่โดยให้การสนับสนุนทั้งผู้ประกอบการ ร้านอาหารและผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็น การคิด GP ในอัตราพิเศษเพียง 7% จัดส่งฟรี 5 กิโลเมตร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/grab-benefits-half-half-plus-campaign/">แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้ “คนละครึ่งพลัส” ผ่านเดลิเวอรี ทุบสถิติล้านออเดอร์ ช่วยร้านเล็ก-สตรีตฟู้ดเพิ่มยอด 3 เท่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ</strong><strong> “</strong><strong>คนละครึ่งพลัส</strong><strong>” </strong><strong>ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่ายผ่านแพลตฟอร์มอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากโครงการคนละครึ่งพลัสที่เติบโตแบบก้าวกระโดดจนทะลุ </strong><strong>1 </strong><strong>ล้านออเดอร์นับตั้งแต่เริ่มโครงการฯ</strong></p>
<p><span id="more-37966"></span></p>
<p><strong> ขณะเดียวกันยังช่วยดันยอดขายให้ร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการฯ เพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง </strong><strong>3 </strong><strong>เท่าเมื่อเทียบกับช่วงปกติ โดยร้านที่ขายดีที่สุดมียอดเติบโตมากถึง </strong><strong>18 </strong><strong>เท่า พบอินไซต์ผู้บริโภคนิยมใช้คนละครึ่งพลัสสั่งอาหารในมื้อเที่ยงมากที่สุด โดยมียอดสั่งเฉลี่ยต่อออเดอร์ประมาณ </strong><strong>80 &#8211; 120 </strong><strong>บาท โดยเฉพาะอาหารจานเดียวอย่างส้มตำ ก๋วยเตี๋ยว และไก่ทอด ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ขณะที่ชาไทยยังคงยืนหนึ่งเครื่องดื่มยอดนิยม และคนกรุงเทพฯ ครองแชมป์การใช้คนละครึ่งพลัสผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรีมากที่สุด รองลงมาคือ ชลบุรี ขอนแก่น โคราช และเชียงใหม่</strong></p>
<p><strong>นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า</strong> “โครงการคนละครึ่งพลัสในครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามทั้งจากผู้บริโภคและผู้ประกอบการร้านค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจร้านอาหาร ไม่เฉพาะแต่การใช้จ่ายที่หน้าร้าน แต่ยังรวมถึงการสั่งอาหารผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรีด้วย ในฐานะแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีชั้นนำ แกร็บร่วมส่งเสริมนโยบายของรัฐบาลอย่างเต็มที่โดยให้การสนับสนุนทั้งผู้ประกอบการ</p>
<p>ร้านอาหารและผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็น การคิด GP ในอัตราพิเศษเพียง 7% จัดส่งฟรี 5 กิโลเมตร รวมถึงการให้ส่วนลดสูงสุดถึง 3,000 บาทสำหรับผู้บริโภคที่สั่งอาหารผ่านโครงการคนละครึ่งพลัส เป็นต้น”</p>
<p>“ในเฟสนี้<strong><u>มีร้านอาหารที่ลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมโครงการฯ กับแกร็บเพิ่มขึ้นกว่า </u></strong><strong><u>50%</u></strong>  โดยเฉพาะร้านขนาดเล็กและสตรีตฟู้ด ขณะเดียวกันเราได้เห็นความคึกคักของฝั่งผู้บริโภคนับตั้งแต่วันแรก สะท้อนผ่านการใช้จ่ายบนแพลตฟอร์มที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ <strong><u>โดยมีผู้ใช้บริการสั่งอาหารผ่านโครงการคนละครึ่งพลัสกับแกร็บจนมากกว่า </u></strong><strong><u>1 </u></strong><strong><u>ล้านออเดอร์ในช่วงเวลาไม่กี่วันนับตั้งแต่เริ่มโครงการฯ</u></strong> <strong>ไม่เพียงเท่านั้น ยังช่วย<u>ดันยอดขายให้ร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการฯ เติบโตขึ้นกว่า </u></strong><strong><u>3 </u></strong><strong><u>เท่า</u></strong> ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่สะท้อนความสำเร็จของนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาลด้วย”</p>
<p>นอกจากนี้ แกร็บ ยังเผยอินไซต์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับพฤติกรรมการสั่งอาหารเดลิเวอรีผ่านโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ในช่วง 5 วันแรก อาทิ</p>
<ul>
<li>คนส่วนใหญ่นิยมสั่งอาหารเดลิเวอรีผ่านโครงการคนละครึ่งพลัสด้วยมูลค่าประมาณ <strong><u>80 &#8211; 120 </u></strong><strong><u>บาทต่อออเดอร์</u></strong> รองลงมาคือมูลค่า 120 &#8211; 150 บาทต่อออเดอร์</li>
<li>ออเดอร์ที่มีมูลค่าสูงสุด คือ <strong><u>เมนูสเต็กเนื้อ จากร้านเฮงเจริญ บุชเชอรี่</u> </strong>ในย่านลาดพร้าว ด้วยมูลค่ารวม 2,935 บาท</li>
<li>มื้อกลางวันคือช่วงเวลาที่มีคนสั่งอาหารเดลิเวอรีผ่านโครงการคนละครึ่งพลัสมากที่สุด โดยเฉพาะ<strong><u>ระหว่างเวลา </u></strong><strong><u>11.00 &#8211; 12.00 </u></strong><strong><u>น.</u></strong></li>
<li>โครงการคนละครึ่งพลัสช่วยกระตุ้นให้มีความถี่ในการสั่งอาหารเดลิเวอรีเพิ่มขึ้น โดยพบว่า <strong><u>มีคนสั่งอาหารตั้งแต่ </u></strong><strong><u>2 </u></strong><strong><u>ออเดอร์ต่อวันขึ้นไปเพิ่มขึ้นถึง </u></strong><strong><u>2.5 </u></strong><strong><u>เท่า</u></strong>เมื่อเทียบกับช่วงปกติ</li>
<li>เมนูอาหารที่คนนิยมสั่งผ่านโครงการคนละครึ่งพลัสมากที่สุด คือ <strong><u>ส้มตำ</u> </strong>รองลงมาคือ <strong><u>ก๋วยเตี๋ยว และ ไก่ทอด</u></strong> ขณะที่ <strong><u>ชาไทย</u></strong> ยืนหนึ่งในฐานะเครื่องดื่มยอดนิยม ตามมาด้วย <strong><u>ชาเขียวหรือมัทฉะ และโกโก้เย็น</u></strong></li>
<li>ร้านอาหารที่มียอดขายเติบโตสูงสุดจากโครงการคนละครึ่งพลัส คือ <strong>“</strong><strong><u>ร้านอยู่นี่ ตามสั่ง ข้าวผัด สเต็ก</u></strong><strong>” </strong>ในกรุงเทพฯ <strong><u>โดยมียอดขายเติบโตถึง </u></strong><strong><u>18 </u></strong><strong><u>เท่าจากช่วงปกติ</u></strong> จากยอดขายหลักร้อยกลายเป็นหลักหมื่นต่อวัน</li>
<li>ขณะที่ <strong>“</strong><strong>ร้านพาสต้า บ่</strong><strong>?” </strong>ในย่านจรัญ 35 ทำสถิติสร้างยอดขายสูงที่สุดจากการเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส <strong><u>ด้วยยอดขายเฉลี่ยต่อวันสูงกว่าครึ่งแสนบาท</u></strong></li>
<li>5 จังหวัดที่มีการสั่งอาหารเดลิเวอรีผ่านโครงการคนละครึ่งพลัสมากที่สุด คือ <strong>กรุงเทพฯ ชลบุรี ขอนแก่น โคราช และเชียงใหม่</strong></li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37968 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/GRAB-Half2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“โครงการคนละครึ่งพลัสไม่เพียงช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในกลุ่มผู้บริโภค และสร้างยอดขายที่เพิ่มขึ้นให้กับร้านอาหาร แต่ยังส่งผลเชิงบวกไปถึงคนในอีโคซิสเต็มอย่าง<strong><u>ไรเดอร์ผู้จัดส่งอาหาร ซึ่งมีรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงเพิ่มขึ้น </u></strong><strong><u>13% </u></strong><strong><u>นับตั้งแต่เริ่มโครงการฯ</u></strong> นอกจากนี้ กลุ่มผู้ผลิตและจัดจำหน่ายวัตถุดิบสำหรับอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องยังได้รับอานิสงส์ไปด้วย ทั้งนี้ แกร็บจะยังคงเดินหน้าสนับสนุนโครงการคนละครึ่งพลัสในเฟสต่อๆ ไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับมหภาคและขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงเวลาทุกคนต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายจากสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน” <strong>นางสาวจันต์สุดา กล่าวเสริม</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/grab-benefits-half-half-plus-campaign/">แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้ “คนละครึ่งพลัส” ผ่านเดลิเวอรี ทุบสถิติล้านออเดอร์ ช่วยร้านเล็ก-สตรีตฟู้ดเพิ่มยอด 3 เท่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สรุป 9 เทรนด์อาหารโลกจากงาน &#8216;ANUGA 2025 เยอรมนี&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/11/food-trends-in-anuga-2025-by-ditp/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 08 Nov 2025 11:11:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Anuga]]></category>
		<category><![CDATA[Anuga 2025]]></category>
		<category><![CDATA[DITP]]></category>
		<category><![CDATA[Food Trends]]></category>
		<category><![CDATA[Innova Market Insights]]></category>
		<category><![CDATA[Snackification]]></category>
		<category><![CDATA[กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[สคต.]]></category>
		<category><![CDATA[สคต.​ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต]]></category>
		<category><![CDATA[สํานักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์อาหาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37847</guid>

					<description><![CDATA[<p>สํานักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต (เยอรมนี) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ สรุป 9 เทรนด์อาหารโลกจากงาน &#8216;ANUGA 2025 เยอรมนี&#8217; สะท้อนเทรนด์สำคัญในอุตสาหกรรมอาหารที่มาแรงตลอดปี 2025 ทั้งนี้ ​ Anuga 2025 เป็นงาน​แสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก จัดขึ้นในเดือน​ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี  ​มีจำนวน​ผู้เข้าร่วมงานกว่า 8,000 รายจาก 110 ประเทศ พื้นที่​แสดงสินค้ากว่า 3 ​แสนตารางเมตร รองรับผู้เข้าชมงาน​กว่า 145,000 คนจากทั่วโลก โดย DITP นำผู้ประกอบการไทยร่วมแสดงสินค้าด้วย 114 ราย Anuga ในฐานะผู้นำตลาดการค้าระหว่างประเทศและตลาดอาหารและเครื่องดื่มระดับโลกร่วมกับ Innova Market Insights ผู้นำด้านการวิจัยตลาดอาหารและเครื่องดื่ม ร่วมนำเสนอเทรนด์สำคัญของอุตสาหกรรมอาหารสำหรับปี 2025 ที่เกิดขึ้นใน Anuga 2025 ซึ่งถือเป็น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/food-trends-in-anuga-2025-by-ditp/">กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สรุป 9 เทรนด์อาหารโลกจากงาน &#8216;ANUGA 2025 เยอรมนี&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สํานักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต (เยอรมนี) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ สรุป <strong>9 เทรนด์อาหารโลกจากงาน &#8216;ANUGA 2025 เยอรมนี&#8217; </strong>สะท้อนเทรนด์สำคัญในอุตสาหกรรมอาหารที่มาแรงตลอดปี 2025</p>
<p><span id="more-37847"></span></p>
<p>ทั้งนี้ ​<strong> Anuga 2025</strong> เป็นงาน​แสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก จัดขึ้นในเดือน​ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี  ​มีจำนวน​ผู้เข้าร่วมงานกว่า 8,000 รายจาก 110 ประเทศ พื้นที่​แสดงสินค้ากว่า 3 ​แสนตารางเมตร รองรับผู้เข้าชมงาน​กว่า 145,000 คนจากทั่วโลก โดย DITP นำผู้ประกอบการไทยร่วมแสดงสินค้าด้วย 114 ราย</p>
<p><strong>Anuga</strong> ในฐานะผู้นำตลาดการค้าระหว่างประเทศและตลาดอาหารและเครื่องดื่มระดับโลกร่วมกับ <strong>Innova Market Insights</strong> ผู้นำด้านการวิจัยตลาดอาหารและเครื่องดื่ม ร่วมนำเสนอเทรนด์สำคัญของอุตสาหกรรมอาหารสำหรับปี 2025 ที่เกิดขึ้นใน <strong>Anuga 2025</strong> ซึ่งถือเป็น &#8216;<strong>สัญญาณสำคัญ</strong>&#8216; ที่ผู้ผลิตอาหารไทยควรจับตา ประกอบด้วยเทรนด์ต่อไปนี้</p>
<p><strong>1. อาหารเฉพาะบุคคล : ตอบโจทย์ผู้บริโภคแต่ละคน</strong></p>
<p>ความต้องการอาหารเฉพาะบุคคลกำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลก &#8216;Personalised Food&#8217; หมายถึงอาหารและเครื่องดื่มที่ออกแบบให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการรับประทานอาหารและความต้องการของแต่ละบุคคล ทั้งในด้านโภชนาการ ฟังก์ชันการทำงาน และการควบคุมน้ำหนัก โดยเฉพาะผู้บริโภคในกลุ่ม Millennials / Gen Z</p>
<p><strong>รายงาน Innova Trends Survey 2025</strong> พบว่า ผู้บริโภคกว่า 60% ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ และมากกว่าครึ่งหนึ่งวางแผนการบริโภคอาหารเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของตนเอง และผู้บริโภคมากกว่า 1 ใน 3 เลือกบริโภคอาหารเสริมและเครื่องดื่มที่มีสารอาหารเฉพาะเพื่อบำรุงสุขภาพ โดยตลาดอาหารควบคุมน้ำหนักเติบโตเฉลี่ยปีละ 8% (ระหว่างปี 2022–2024) นำโดยสหรัฐอเมริกา อินเดีย และสหราชอาณาจักร ขณะที่เยอรมนีเป็นประเทศที่มีอัตราเติบโตสูงสุดในยุโรป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37851 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/Re9.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>2. ความยั่งยืน : ความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมขับเคลื่อนตลาด</strong></p>
<p>ความยั่งยืนกลายเป็นปัจจัยสำคัญของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะโปรตีนจากพืช เช่น ถั่วฟาวา (Fava Beans) ซึ่งมีการเติบโตของตลาดเฉลี่ย 11% ต่อปี (2022–2024) เยอรมนี สหราชอาณาจักร และฟินแลนด์เป็นผู้นำตลาด ขณะที่สวิตเซอร์แลนด์มีอัตราเติบโตสูงถึง 108%</p>
<p>ในเวลาเดียวกัน ความต้องการวัตถุดิบทดแทนสำหรับพืชที่อ่อนไหวต่อสภาพภูมิอากาศ เช่น โกโก้ กาแฟ และน้ำส้ม ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน บริษัทต่างๆ จึงหันมาใช้วัตถุดิบใหม่ที่ยั่งยืนกว่า เช่น คาโรบ (Carob) แทนโกโก้, กาแฟลูปิน (Lupin Coffee) แทนกาแฟทั่วไป และ น้ำผลไม้หมักแทนน้ำส้ม เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ กว่าครึ่งของผู้บริโภคทั่วโลกระบุว่าจะหลีกเลี่ยงหรือเลิกบริโภคผลิตภัณฑ์ หากรู้ว่าไม่ได้มีการผลิตอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37850 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/Re6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>3. โปรตีนทางเลือก : กระแส Flexitarian มาแรง</strong></p>
<p>หนึ่งเทรนด์ใน Anuga 2025 คือการเติบโตของผลิตภัณฑ์จากพืชที่ไม่ใช่แค่ทดแทนเนื้อสัตว์แต่เป็น <strong>&#8216;โลกอาหารใหม่&#8217;</strong> อาทิ ชีสแคมแอมเบิร์ตจากเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ (fermented cashew camembert) หรือเนื้อปลาทูน่าทดแทนจากพืช เป็นต้น</p>
<p>ความนิยมในโปรตีนทางเลือกเติบโตอย่างต่อเนื่อง ระหว่างปี 2020–2024 โปรตีนจากพืชเพิ่มขึ้น 5% ขณะที่โปรตีนเพาะเลี้ยง (Cultivated) และโปรตีนจากจุลินทรีย์ (Microbial) เพิ่มขึ้นถึง 15% ผลิตภัณฑ์กลุ่มที่เติบโตสูงสุดคือ อาหารทดแทนเนื้อสัตว์ (43%), อาหารพร้อมรับประทาน (13%) และ ของหวาน/ไอศกรีม (11%)</p>
<p>นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้บริโภคทั่วโลกราว 40% สนใจทดลองบริโภคเนื้อสัตว์ไฮบริด ที่ผสานโปรตีนจากเนื้อสัตว์และโปรตีนทางเลือกเข้าด้วยกัน ตามข้อมูลของ Innova ยังพบว่านอกจากการมุ่ง​พัฒนารสชาติและเนื้อสัมผัสให้ใกล้เคียงกับผลิตภัณฑ์จากสัตว์แล้ว บริษัทต่างๆ ยังให้ความสำคัญกับการผลิตผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขภาพของผู้บริโภคอีกด้วย</p>
<p><strong>4. อาหารเพื่อความสะดวกและของทานเล่น : อร่อยได้โดยไม่ต้องยอมเสียสุขภาพ</strong></p>
<p>กระแส<strong> Snackification</strong> หรือการบริโภคของทานเล่นยังคงเป็นเมกะเทรนด์ทั่วโลก ราวครึ่งหนึ่งของผู้บริโภคทานของว่างอย่างน้อยวันละหนึ่งครั้ง ผู้ผลิตจึงเน้นพัฒนาขนาดบรรจุที่เล็กลงและรสชาติใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ทั้งความอร่อยและความสะดวก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37849 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/Re3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>5. แบรนด์ร้านค้า (Private Label) : กำลังเติบโตทั่วโลก</strong></p>
<p>สินค้าแบรนด์ร้านค้าได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในยุโรปและอเมริกาเหนือ ปี 2023 มีผู้บริโภคเกือบหนึ่งในสามเลือกซื้อสินค้าแบรนด์ร้านค้าบ่อยขึ้น โดยยุโรปครองสัดส่วนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สูงสุดถึง 62% ตามด้วยอเมริกาเหนือและเอเชีย กลุ่มสินค้าที่โดดเด่น ได้แก่ เบเกอรี (13%), เนื้อสัตว์ ปลา และไข่ (12%), และ อาหารพร้อมรับประทาน (12%)</p>
<p><strong>6. สินค้าอาหารเกรดพรีเมียม : คุณภาพ ยั่งยืน และพิเศษเฉพาะตัว</strong></p>
<p>ผู้บริโภคยุคใหม่มองหาผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพียงพรีเมียม แต่ยังต้องมีจริยธรรมและดีต่อสุขภาพ สินค้าพรีเมียมที่เติบโตโดดเด่น ได้แก่ กลุ่มเครื่องดื่มร้อน (11%), ซอสและเครื่องเทศ (10%), และของว่าง (9%)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37852 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/Re1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>7. สุขภาพลำไส้ Gut &amp; Digestive Health: สุขภาพเริ่มต้นจากภายใน</strong></p>
<p>กว่า 50% ของผู้บริโภคให้ความสนใจอาหารและเครื่องดื่มที่มีไฟเบอร์สูง โดยตลาดอาหารที่มีประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหารเติบโตเฉลี่ย 3% ต่อปี (2022–2024) กลุ่มสินค้าที่โดดเด่น ได้แก่ อาหารเสริม (47%) และ อาหารสำหรับเด็กเล็ก (26%) ซึ่งได้รับความนิยมสูงในสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และจีน</p>
<p><strong>8. ตลาดฮาลาล: เติบโตทั่วโลกพร้อมนวัตกรรม</strong></p>
<p>ตลาดอาหารฮาลาลทั่วโลกเติบโตเฉลี่ยปีละ 8% ตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่ม เบเกอรี (15%), ซอสและเครื่องเทศ (13%), และ ของว่าง (11%)</p>
<p><strong>9. Clean Label : ความโปร่งใสคือปัจจัยการตัดสินใจ</strong></p>
<p>ผู้บริโภคหันมามองหาอาหารที่ไม่มีสารปรุงแต่งสังเคราะห์มากขึ้น โดยกลุ่มสินค้าที่มีสัดส่วน Clean Label สูง อาทิ ซอสและเครื่องเทศ (13%), เบเกอรี (10%), และ ของว่าง (9%) เป็นต้น</p>
<p>จากเทรนด์ที่เกิดขึ้น  สคต.​ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต ยังชี้โอกาสให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะการต่อยอดวัตถุดิบท้องถิ่น เช่น สมุนไพร เห็ด และถั่วไทย ให้เป็นอาหารฟังก์ชันหรือผลิตภัณฑ์พืชทางเลือก รวมถึงการใช้แนวคิด Clean Label และความยั่งยืนในการสร้างมูลค่าเพิ่ม</p>
<p>นอกจากนี้ ตลาดยุโรปยังนิยมอาหารเอเชียที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ เช่น อาหารไทยแบบแช่แข็งคุณภาพสูง หรือซอสเครื่องปรุงที่ผลิตจากพืช ซึ่งสามารถตอบโจทย์ทั้งความอร่อยและสุขภาพได้พร้อมกัน ที่สำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือ ผู้ซื้อและผู้ค้าปลีกยุโรปเริ่มคัดเลือกผู้ผลิตที่มีการผลิตอย่างยั่งยืนและตรวจสอบห่วงโซ่การผลิตตามกฎระเบียบของสหภาพยุโรป ผู้ผลิตไทยควรเตรียมตัวด้านการผลิตให้ยั่งยืนและตรวจสอบที่มาของวัตถุดิบทั้งในด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/food-trends-in-anuga-2025-by-ditp/">กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สรุป 9 เทรนด์อาหารโลกจากงาน &#8216;ANUGA 2025 เยอรมนี&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่องสถานการณ์ &#8216;ขยะอาหาร&#8217; พร้อมเป้าหมายขับเคลื่อนประเทศไทย สู่ &#8216;Zero Food Waste&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/zero-food-waste-roadmap/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 26 Oct 2025 17:25:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Consumption]]></category>
		<category><![CDATA[Data]]></category>
		<category><![CDATA[Food Bank]]></category>
		<category><![CDATA[Food Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[FoodLoss]]></category>
		<category><![CDATA[FoodSecurity]]></category>
		<category><![CDATA[FoodWaste]]></category>
		<category><![CDATA[FoodWasteManagement]]></category>
		<category><![CDATA[info]]></category>
		<category><![CDATA[Responsible]]></category>
		<category><![CDATA[Roadmap]]></category>
		<category><![CDATA[SurplusFood]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[UN SDG Goals]]></category>
		<category><![CDATA[WorldFoodDay]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูล]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูลขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ความมั่นคงทางอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37472</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; ปี 2567 ประเทศไทยมีขยะอาหารกว่า 10.1 ล้านตัน/ปี หรือ 154 กิโลกรัม/คน/ปี สัดส่วนขยะอาหาร คิดเป็น 36.79% หรือราว 1 ใน 3 ของปริมาณมูลฝอยทั้งประเทศ 40% ยังรับประทานได้ และ 60% ไม่สามารถรับประทานได้ แหล่งกำเนิด สำคัญของ ขยะอาหาร ประกอบด้วย ตลาดสด มีปริมาณขยะอาหารถึง 77.26% จากปริมาณมูลฝอยโดยรวมที่เกิดขึ้น​ ห้าง/ร้าน มีปริมาณขยะอาหาร 54.94% สำนักงาน มีปริมาณขยะอาหาร 41.41% คอนโดมิเนียม มีปริมาณขยะอาหาร 40.98% โรงแรม มีปริมาณขยะอาหาร 37.03% วัด มีปริมาณขยะอาหาร 35.82% ครัวเรือน มีปริมาณขยะอาหาร 35.29% สถานศึกษา มีปริมาณขยะอาหาร 30.48% นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการจัดการ Food Waste ในประเทศไทย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/zero-food-waste-roadmap/">ส่องสถานการณ์ &#8216;ขยะอาหาร&#8217; พร้อมเป้าหมายขับเคลื่อนประเทศไทย สู่ &#8216;Zero Food Waste&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p>ปี 2567 ประเทศไทยมีขยะอาหารกว่า 10.1 ล้านตัน/ปี หรือ 154 กิโลกรัม/คน/ปี สัดส่วนขยะอาหาร คิดเป็น 36.79% หรือราว 1 ใน 3 ของปริมาณมูลฝอยทั้งประเทศ 40% ยังรับประทานได้ และ 60% ไม่สามารถรับประทานได้</p>
<p><span id="more-37472"></span></p>
<p><strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">แหล่งกำเนิด</span> สำคัญของ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ขยะอาหาร</span> ประกอบด้วย</strong></p>
<ul>
<li>ตลาดสด มีปริมาณขยะอาหารถึง 77.26% จากปริมาณมูลฝอยโดยรวมที่เกิดขึ้น​</li>
<li>ห้าง/ร้าน มีปริมาณขยะอาหาร 54.94%</li>
<li>สำนักงาน มีปริมาณขยะอาหาร 41.41%</li>
<li>คอนโดมิเนียม มีปริมาณขยะอาหาร 40.98%</li>
<li>โรงแรม มีปริมาณขยะอาหาร 37.03%</li>
<li>วัด มีปริมาณขยะอาหาร 35.82%</li>
<li>ครัวเรือน มีปริมาณขยะอาหาร 35.29%</li>
<li>สถานศึกษา มีปริมาณขยะอาหาร 30.48%</li>
</ul>
<p><br class="html-br" />นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการจัดการ Food Waste ในประเทศไทย มีสาเหตุสำคัญ ต่อไปนี้</p>
<p>1. ขาดฐานข้อมูลปริมาณขยะอาหารจากแต่ละภาคส่วน<br class="html-br" />2. การเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค (การบริโภค &#8211; การทิ้ง)<br class="html-br" />3. ไม่มีแนวปฏิบัติ ป้องกัน ลด และใช้ประโยชน์ขยะอาหารจากแหล่งกำเนิด<br class="html-br" />4. การบริจาคและส่งต่ออาหารส่วนเกินไม่ครอบคลุมทั้งประเทศ<br class="html-br" />5. ขาดแรงจูงใจ เครื่องมือ กลไก ให้ภาคธุรกิจปรับเปลี่ยนแนวปฏิบัติ ขณะที่เทคโนโลยียังมีราคาแพง<br class="html-br" />6. ไม่มีระบบคัดแยกขยะ ขาดระบบการจัดเก็บ และรายงานข้อมูลขยะอาหาร<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>เส้นทางสู่ Zero Food Waste</strong></p>
<p>ประเทศไทย ได้มีการจัดทำโรดแม็พจัดการขยะอาหาร (พ.ศ.2566 &#8211; 2573) โดยวางเป้าหมายให้สอดคล้องกับ UN SDG Goals ในเป้าหมาย 12.3 ด้านการผลิตและบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Consumption &amp; Production) โดยโฟกัสมิติลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร โดยได้กำหนด​แผนขับเคลื่อน ออกเป็น 2 ระยะ คือ</p>
<ul>
<li>ระยะที่ 1 การพัฒนารูปแบบการลดขยะอาหาร (พ.ศ.2566-2570) ตั้งเป้าลดปริมาณอาหารจากแหล่งกำเนิดขยะให้น้อยลงกว่า 25% ในปี 2570</li>
<li>ระยะที่ 2 การขยายผลการลดขยะอาหาร (พ.ศ.2571-2573) ตั้งเป้าลดปริมาณอาหารจากแหล่งกำเนิดขยะให้น้อยกว่า 50% ในปี 2573</li>
</ul>
<p>โดยในแต่ละปี ได้กำหนดมาตรการสำคัญ เพื่อสามารถขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย​ที่วางไว้ ไว้ดังนี้</p>
<p><br class="html-br" /><strong>ปี 2566</strong></p>
<ul>
<li>ป้องกัน ลด จัดการขยะอาหารในภาคผู้จำหน่าย/ผู้ประกอบการ</li>
<li>ปรับพฤติกรรมผู้บริโภค แนวปฏิบัติผู้จำหน่าย/ผู้ประกอบการ ลดขยะอาหาร</li>
</ul>
<p><strong>ปี 2567</strong></p>
<ul>
<li>ผลักดันให้ประชาชนคัดแยกขยะอาหาร</li>
<li>ผลักดันระบบคัดแยก เก็บขนขยะแบบแยกประเภท</li>
<li>จัดระบบการจัดการขยะมูลฝอย ณ สถานที่กำจัดขยะมูลฝอย</li>
</ul>
<p><strong>ปี 2568</strong></p>
<ul>
<li>พัฒนาระบบข้อมูลขยะอาหาร</li>
<li>พัฒนาแพลตฟอร์มเครือข่าย Networking</li>
<li>พัฒนารูปแบบ Business to Business Model</li>
<li>สร้างระบบ Food Waste Knowledge Hub</li>
</ul>
<p><strong>ปี 2569-2570</strong></p>
<ul>
<li>พัฒนานวัตกรรมการจัดการขยะอาหารสำหรับผู้ประกอบการและชุมชน</li>
<li>สร้างเครือข่ายการจัดการและใช้ประโยชน์ขยะอาหาร</li>
<li>สร้างกลไกแรงจูงใจด้านการเงินหรือภาษีผู้จำน่ายและผู้ประกอบการ</li>
</ul>
<p><strong>ปี 2571-2573 <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Goal</span></strong></p>
<ul>
<li>ประกาศ Zero Food Waste ณ แหล่งกำเนิด</li>
<li>เพิ่มเครือข่ายการนำอาหารส่วนเกินไปใช้ประโยชน์</li>
</ul>
<p>​<br class="html-br" />อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมความตระหนักรู้ในเรื่องของ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">การบริโภคที่ยั่งยืน</span> เป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถช่วยลดปริมาณขยะอาหารจากแหล่งกำเนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ​ ซึ่งสามารถปลูกฝังได้ผ่านแนวทาง ต่อไปนี้</p>
<ul>
<li>บริโภคอย่างพอเพียงและมีสติ ซื้อเท่าที่จำเป็น</li>
<li>เข้าถึงข้อมูลที่โปร่งใส ฉลากสิ่งแวดล้อม วันหมดอายุ คุณค่าอาหาร</li>
<li>พฤติกรรมผู้บริโภคใหม่ หนุนสินค้าท้องถิ่น เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</li>
<li>การมีส่วนร่วมของสังคม วัฒนธรรมแบ่งปัน Food Sharing/Food Bank</li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/zero-food-waste-roadmap/">ส่องสถานการณ์ &#8216;ขยะอาหาร&#8217; พร้อมเป้าหมายขับเคลื่อนประเทศไทย สู่ &#8216;Zero Food Waste&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำไม? &#8216;โปรตีนจากพืช&#8217;​ ถึงเป็นความยั่งยืนแห่งอนาคต</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/plant-based/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 07 Sep 2025 23:45:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Emission]]></category>
		<category><![CDATA[FoodSecurity]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[InfoGraphic]]></category>
		<category><![CDATA[Livestock]]></category>
		<category><![CDATA[MadreBrava]]></category>
		<category><![CDATA[Opportunity]]></category>
		<category><![CDATA[Plantbased]]></category>
		<category><![CDATA[Protein]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ครัวโลก]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ปศุสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารจากพืช]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[โปรตีนจากถั่ว]]></category>
		<category><![CDATA[โปรตีนจากพืช]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36153</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากเทียบปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก GHG Emissions พบว่า การผลิตโปรตีนจากสัตว์มีปริมาณการปลดปล่อยสูงกว่า​​ &#8216;โปรตีนจากพืช&#8217; ​หลายเท่าตัว โดยอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์สร้าง GHG Emissions ​สัดส่วนถึง 15% ของการปลดปล่อยทั่วโลก รวมทั้งความคุ้มค่าในการใช้พื้นที่ เพราะการทำปศุสัตว์ที่กินพื้นที่ถึง 80% ของโลก แต่ผลิตอาหารให้มนุษย์ไม่ถึง 20%หรือหากเทียบการผลิตโปรตีนแต่ละชนิด ในปริมาณ 100 กรัม เช่น การผลิตเนื้อวัว จะสร้าง Emission เกือบ 50 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (KgCO2e) กุ้งเลี้ยงมากกว่า 18 KgCO2e หรือนมจากสัตว์ ปลดปล่อย 9.5 KgCO2e ขณะที่กลุ่มธัญพืช ปล่อย GHG เพียง 2.7 KgCO2e เต้าหู้ 1.98 KgCO2e หรือพืชตระกูลถั่วต่างๆ ปล่อยไม่ถึง 1 KgCO2e เป็นต้นขณะที่ &#8216;ประเทศไทย&#8217; มีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางโปรตีนจากพืชของภูมิภาคได้ ผ่านการสร้างความหลากหลายของอาหารที่ให้โปรตีน ในฐานะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/plant-based/">ทำไม? &#8216;โปรตีนจากพืช&#8217;​ ถึงเป็นความยั่งยืนแห่งอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หากเทียบปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">GHG Emissions</span> พบว่า การผลิตโปรตีนจากสัตว์มีปริมาณการปลดปล่อยสูงกว่า​​ <strong>&#8216;โปรตีนจากพืช&#8217; </strong>​หลายเท่าตัว โดยอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์สร้าง GHG Emissions ​สัดส่วนถึง 15% ของการปลดปล่อยทั่วโลก รวมทั้งความคุ้มค่าในการใช้พื้นที่ เพราะการทำปศุสัตว์ที่กินพื้นที่ถึง 80% ของโลก แต่ผลิตอาหารให้มนุษย์ไม่ถึง 20%<br class="html-br" /><br class="html-br" />หรือหากเทียบการผลิตโปรตีนแต่ละชนิด ในปริมาณ 100 กรัม เช่น การผลิตเนื้อวัว จะสร้าง Emission เกือบ 50 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (KgCO2e) กุ้งเลี้ยงมากกว่า 18 KgCO2e หรือนมจากสัตว์ ปลดปล่อย 9.5 KgCO2e ขณะที่กลุ่มธัญพืช ปล่อย GHG เพียง 2.7 KgCO2e เต้าหู้ 1.98 KgCO2e หรือพืชตระกูลถั่วต่างๆ ปล่อยไม่ถึง 1 KgCO2e เป็นต้น<br class="html-br" /><br class="html-br" />ขณะที่ &#8216;ประเทศไทย&#8217; มีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางโปรตีนจากพืชของภูมิภาคได้ ผ่านการสร้างความหลากหลายของอาหารที่ให้โปรตีน ในฐานะ &#8216;ครัวของโลก&#8217; และการเร่งเปลี่ยนผ่านเพื่อส่งเสริมโปรตีนจากพืช เพื่อเพิ่มโอกาสทางการแข่งขันให้ประเทศ ทั้ง​การพัฒนาทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมที่​ยั่งยืนในประเทศไทย<br class="html-br" /><br class="html-br" />จึงจำเป็นต้องมีมาตรการเร่งด่วนเพื่อ​ส่งเสริมการขยายสัดส่วนโปรตีนจากพืชเพื่อทดแทนโปรตีนจากสัตว์ในระบบการผลิตของประเทศไทย ให้ได้​ 50% ภายในปี 2050 เพื่อนำมาซึ่งประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มในมิติต่างๆ ได้ต่อไปนี้<br class="html-br" /><br class="html-br" />• การสร้างมูลค่าเศรษฐกิจได้ถึง 1.3 ล้านล้านบาท<br class="html-br" />• เพิ่มความสามารถในการพึ่งพาตัวเอง จากโอกาสในการสร้างงานได้สูงสุดถึง 1.15 ล้านตำแหน่ง ในกลุ่มอุตสาหกรรมโปรตีนจากพืช<br class="html-br" />• ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 35.5 ล้านตันต่อปี เทียบเท่าการลดจำนวนรถยนต์ 8.45 ล้านคันในสหรัฐอเมริกา<br class="html-br" />• ประหยัดพื้นที่การผลิตถึง 21,700 ตารางกิโลเมตร เทียบเท่ากับพื้นที่ของ จ.นครราชสีมา</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/plant-based/">ทำไม? &#8216;โปรตีนจากพืช&#8217;​ ถึงเป็นความยั่งยืนแห่งอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เริ่มแล้ว! แม็คโคร โฮเรก้า ภูมิภาค โรดโชว์ ครั้งที่ 18 จุดพลังธุรกิจทั่วไทย ติดอาวุธสู่การเติบโตยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Food Infinity – ธุรกิจอาหารโตได้ไม่สิ้นสุด”</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/06/makro-horeca-regional-roadshow/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Jun 2025 14:03:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CP AXTRA]]></category>
		<category><![CDATA[CPAXT]]></category>
		<category><![CDATA[Food]]></category>
		<category><![CDATA[Food Infinity]]></category>
		<category><![CDATA[HoReCa Regional Roadshow]]></category>
		<category><![CDATA[Makro]]></category>
		<category><![CDATA[Makro HoReCa]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี แอ็กซ์ตร้า]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิภาค]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[แม็คโคร]]></category>
		<category><![CDATA[แม็คโคร โฮเรก้า]]></category>
		<category><![CDATA[แม็คโคร โฮเรก้า ภูมิภาค โรดโชว์]]></category>
		<category><![CDATA[แม็คโคร-โลตัส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34095</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก “แม็คโคร-โลตัส” เดินหน้าสนับสนุนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน เปิดงาน แม็คโคร โฮเรก้า ภูมิภาค โรดโชว์ ครั้งที่ 18 ภายใต้แนวคิด “Food Infinity – ธุรกิจอาหารโตได้ไม่สิ้นสุด” เสริมแกร่งผู้ประกอบการกลุ่มโฮเรก้า จุดประกายไอเดียสร้างสรรค์อาหารสไตล์เอเชีย พร้อมส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบที่หลากหลายต่อยอดสู่เมนูอาหารที่มีเอกลักษณ์ เจาะกลุ่มผู้ประกอบการและลูกค้าทั่วไปที่สนใจธุรกิจอาหาร เสิร์ฟครบจบทุกความต้องการในที่เดียว พร้อมอัดแน่น! กิจกรรมเติมเต็มความรู้ และอัปเดทเทรนด์ใหม่ ๆ  เดินสายปลุกพลังธุรกิจใน 5 ภูมิภาคหลักทั่วประเทศ โดยในงานได้รับเกียรติจากคุณอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานแม็คโคร โฮเรก้า ภูมิภาค โรดโชว์ ณ แม็คโคร สาทร อย่างเป็นทางการ พบกับ 3 กิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ในงาน “แม็คโคร โฮเรก้า ภูมิภาค โรดโชว์” &#8211; โฮเรก้า ชาเลนจ์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/makro-horeca-regional-roadshow/">เริ่มแล้ว! แม็คโคร โฮเรก้า ภูมิภาค โรดโชว์ ครั้งที่ 18 จุดพลังธุรกิจทั่วไทย ติดอาวุธสู่การเติบโตยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Food Infinity – ธุรกิจอาหารโตได้ไม่สิ้นสุด”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก “แม็คโคร-โลตัส”</strong> เดินหน้าสนับสนุนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน เปิดงาน <strong>แม็คโคร โฮเรก้า ภูมิภาค โรดโชว์ ครั้งที่ 18 </strong>ภายใต้แนวคิด <strong>“Food Infinity – ธุรกิจอาหารโตได้ไม่สิ้นสุด”</strong></p>
<p><span id="more-34095"></span></p>
<p>เสริมแกร่งผู้ประกอบการกลุ่มโฮเรก้า จุดประกายไอเดียสร้างสรรค์อาหารสไตล์เอเชีย พร้อมส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบที่หลากหลายต่อยอดสู่เมนูอาหารที่มีเอกลักษณ์ เจาะกลุ่มผู้ประกอบการและลูกค้าทั่วไปที่สนใจธุรกิจอาหาร เสิร์ฟครบจบทุกความต้องการในที่เดียว พร้อมอัดแน่น! กิจกรรมเติมเต็มความรู้ และอัปเดทเทรนด์ใหม่ ๆ  เดินสายปลุกพลังธุรกิจใน 5 ภูมิภาคหลักทั่วประเทศ โดยในงานได้รับเกียรติจากคุณอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานแม็คโคร โฮเรก้า ภูมิภาค โรดโชว์ ณ แม็คโคร สาทร อย่างเป็นทางการ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34096 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/MHo1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>พบกับ 3 กิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ในงาน “แม็คโคร โฮเรก้า ภูมิภาค โรดโชว์”</p>
<p><strong>&#8211; โฮเรก้า ชาเลนจ์</strong> การแข่งขันปรุงอาหารแห่งปี ชิงแชมป์ประเทศไทย เฟ้นหาสุดยอดเชฟจากทั่วประเทศ เพื่อเป็นตัวแทนไปแข่งขันระดับนานาชาติ ภายใต้โจทย์ “เมนูอาหารเอเชีย Hot Cooking Challenge ในแบบสมัยใหม่” ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 500,000 บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ รับรองมาตรฐานโดยสมาคม<br />
เชฟโลก</p>
<p><strong>&#8211; ครีเอทีฟ ดริ๊งก์ ชาเลนจ์</strong> การแข่งขันนักผสมเครื่องดื่มสุดสร้างสรรค์ชิงแชมป์ประเทศไทย กับโจทย์ “Taste of Asia เสน่ห์แห่งเอเชีย” ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 200,000 บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ</p>
<p><strong>&#8211; โฮเรก้า เวิร์กชอป</strong> สุดยอดเวิร์กชอปแห่งปี เพื่อผู้ประกอบการ โดยกูรูวงการผสมเครื่องดื่ม Mixologist แถวหน้าของประเทศ ที่มาร่วมแชร์ประสบการณ์ ถ่ายทอดความรู้และเคล็ดลับในการสร้างสรรค์เครื่องดื่มระดับมืออาชีพ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทย ร่วมด้วยการแสดงสินค้าจากพันธมิตรร้านค้าที่เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34098 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Mho3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>“แม็คโคร โฮเรก้า” เดินหน้าหนุนผู้ประกอบการร้านอาหาร รับมือเศรษฐกิจยุคใหม่ คาดดึงผู้เข้าร่วมงานกว่า 70</strong><strong>,</strong><strong>000 คน</strong></p>
<p>ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารและภัตตาคารต่างต้องเร่งปรับตัว พัฒนาแนวคิดธุรกิจ และมองหาเครื่องมือใหม่เพื่อรักษาฐานลูกค้า พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในประเทศและตลาดโลก <strong>“</strong><strong>แม็คโคร โฮเรก้า”</strong> พร้อมเดินหน้าตอกย้ำบทบาทในฐานะแพลตฟอร์มระดับประเทศ ที่มุ่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทย ผ่านการเชื่อมโยงองค์ความรู้ เครื่องมือที่ทันสมัย และเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจจากหลากหลายภาคส่วน ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 70,000 คนทั่วประเทศ นอกจากนี้ ในงาน “แม็คโคร โฮเรก้า” ได้เตรียมกิจกรรมที่ครอบคลุมทุกมิติของธุรกิจอาหาร ทั้งการแข่งขัน เวิร์กชอป และเวทีสัมมนา ไปจนถึงโปรโมชั่นเชิงกลยุทธ์ ที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนความมุ่งมั่นในการยกระดับผู้ประกอบการไทยสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>“แม็คโคร โฮเรก้า ภูมิภาค โรดโชว์” พร้อมเดินสาย 5 ภูมิภาคทั่วไทย เสริมพลังธุรกิจอาหารไทยเติบโตยั่งยืน</strong></p>
<p>เตรียมพบกับ “<strong>แม็คโคร โฮเรก้า ภูมิภาค โรดโชว์”</strong> มหกรรมธุรกิจอาหารระดับภูมิภาคครั้งสำคัญ ที่จะเดินสายครอบคลุม 5 ภูมิภาคหลักทั่วประเทศ ประเดิมภูมิภาคแรกที่ภาคกลาง ณ แม็คโคร สาทร วันที่ 12-13 มิถุนายน 2568 ต่อด้วยภาคตะวันออกที่แม็คโคร ชลบุรี วันที่ 19-20 มิถุนายน 2568 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่แม็คโคร ขอนแก่น วันที่ 10-11 กรกฎาคม 2568 ภาคเหนือ ที่แม็คโคร เชียงใหม่ วันที่ 17-18 กรกฎาคม 2568 และปิดท้ายที่ภาคใต้ ณ แม็คโคร หาดใหญ่ วันที่ 24-25 กรกฎาคม 2568</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34099 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/MHo4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>พิเศษ! ภายในงานพบกับขบวนสินค้าลดราคากว่า 100 รายการ ที่ขนมาให้เลือกช้อปถึง 4 โปรโมชั่นพิเศษ เฉพาะช่วงงานเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นสินค้า Special Offer สินค้าราคาพิเศษที่สาขาที่ร่วมรายการกว่า 160 สาขาทั่วประเทศ และสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก Chef’s Club by Makro และ Makro PRO รับ Makro PRO Point ฟรี 10 พอยท์ เมื่อซื้อสินค้าที่ร่วมรายการครบ 1,500 บาท</p>
<p>“แม็คโคร โฮเรก้า ภูมิภาค โรดโชว์” เป็นโอกาสสำคัญในการเปิดมุมมองใหม่ เพิ่มทักษะ และเชื่อมต่อกับพันธมิตรทางธุรกิจทั้งสำหรับผู้ประกอบการโฮเรก้า และบุคคลทั่วไปที่สนใจ ติดตามรายละเอียดได้ที่ Chef’s Club by Makro ได้ที่เว็บไซต์ <a href="https://chefsclub.makro.co.th" target="_blank" rel="noopener">https://chefsclub.makro.co.th</a> หรือเฟซบุ๊ก<a href="https://www.facebook.com/chefsclub.makro" target="_blank" rel="noopener">https://www.facebook.com/chefsclub.makro</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/makro-horeca-regional-roadshow/">เริ่มแล้ว! แม็คโคร โฮเรก้า ภูมิภาค โรดโชว์ ครั้งที่ 18 จุดพลังธุรกิจทั่วไทย ติดอาวุธสู่การเติบโตยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Food Infinity – ธุรกิจอาหารโตได้ไม่สิ้นสุด”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>DITP ดันส่งออกอาหาร “ฮาลาล–ออร์แกนิก” สู่ตลาดโลก ในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2025   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/halal-and-organic-showcase-in-thaifex-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 31 May 2025 06:23:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[DITP]]></category>
		<category><![CDATA[Halal Showcase]]></category>
		<category><![CDATA[Organic Showcase]]></category>
		<category><![CDATA[THAIFEX]]></category>
		<category><![CDATA[THAIFEX – ANUGA ASIA]]></category>
		<category><![CDATA[THAIFEX – ANUGA ASIA 2025]]></category>
		<category><![CDATA[กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพาณิช]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารออแกนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารฮาลาล]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรรมอาหาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33876</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากแนวโน้มความต้องการอาหารฮาลาลและอาหารออร์แกนิกที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดโลก กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ จึงเดินหน้าส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยในกลุ่มสินค้าดังกล่าวอย่างเข้มข้น โดยมีการจัดแสดง Halal Showcase และ Organic Showcase ภายในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2025 งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ระหว่างวันที่ 27-31 พฤษภาคม 2568 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จุดเด่นของ Halal Showcase ในครั้งนี้คือการรวบรวมผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลคุณภาพ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ ครอบคลุมทั้ง อาหารแปรรูป ขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่ม และวัตถุดิบปรุงอาหารจากธรรมชาติ ที่สะท้อนถึงคุณภาพ รสชาติ และกระบวนการผลิตที่คำนึงถึงหลักศาสนาอิสลามอย่างเคร่งครัด ขณะที่ Organic Showcase มุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารจากวัตถุดิบออร์แกนิกที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ ทำให้มั่นใจได้ถึงคุณภาพและความปลอดภัย ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่นำมาจัดแสดงนั้นมีความหลากหลาย ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม และวัตถุดิบอาหารคุณภาพสูง การจัด Halal Showcase และ Organic Showcase ในครั้งนี้ นับเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ของ DITP [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/halal-and-organic-showcase-in-thaifex-2025/">DITP ดันส่งออกอาหาร “ฮาลาล–ออร์แกนิก” สู่ตลาดโลก ในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2025   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากแนวโน้มความต้องการอาหารฮาลาลและอาหารออร์แกนิกที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดโลก <strong>กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (</strong><strong>DITP) </strong><strong>กระทรวงพาณิชย์</strong> จึงเดินหน้าส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยในกลุ่มสินค้าดังกล่าวอย่างเข้มข้น โดยมีการจัดแสดง <strong>Halal Showcase</strong> และ <strong>Organic Showcase</strong> ภายในงาน <strong>THAIFEX – ANUGA ASIA </strong><strong>2025 </strong>งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ระหว่างวันที่ 27-31 พฤษภาคม 2568 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี</p>
<p><span id="more-33876"></span></p>
<p>จุดเด่นของ <strong>Halal Showcase</strong> ในครั้งนี้คือการรวบรวมผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลคุณภาพ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ ครอบคลุมทั้ง อาหารแปรรูป ขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่ม และวัตถุดิบปรุงอาหารจากธรรมชาติ ที่สะท้อนถึงคุณภาพ รสชาติ และกระบวนการผลิตที่คำนึงถึงหลักศาสนาอิสลามอย่างเคร่งครัด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33877 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Halal1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะที่ <strong>Organic Showcase</strong> มุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารจากวัตถุดิบออร์แกนิกที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ ทำให้มั่นใจได้ถึงคุณภาพและความปลอดภัย ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่นำมาจัดแสดงนั้นมีความหลากหลาย ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม และวัตถุดิบอาหารคุณภาพสูง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33879 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Halal3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>การจัด <strong>Halal Showcase</strong> และ <strong>Organic Showcase</strong> ในครั้งนี้ นับเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ของ DITP ในการสร้างโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการไทย โดยใช้ประโยชน์จากเวทีงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือให้กับสินค้าไทยในสายตาผู้นำเข้าและผู้ซื้อทั่วโลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33880 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Halal4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน </strong><strong>THAIFEX – ANUGA ASIA </strong><strong>2025 ได้ที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (</strong><strong>DITP) </strong><strong>โทร.1169 หรือ </strong><strong>www.ditp.go.th </strong><strong>และ </strong><strong>www.thaifex-anuga.com</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/halal-and-organic-showcase-in-thaifex-2025/">DITP ดันส่งออกอาหาร “ฮาลาล–ออร์แกนิก” สู่ตลาดโลก ในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2025   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘เบทาโกร’ รุกตลาดอาหารสิงคโปร์ เข้าซื้อกิจการ Eggriculture มูลค่ากว่า 1,900 ล้านบาท  มุ่งขับเคลื่อนกลยุทธ์ “Regional Player” สร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืน   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/02/betagro-synergy-eggriculture-expand-to-horeca/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 02 Feb 2025 06:00:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Betagro]]></category>
		<category><![CDATA[BTG]]></category>
		<category><![CDATA[Eggriculture]]></category>
		<category><![CDATA[HoReCa]]></category>
		<category><![CDATA[Investment]]></category>
		<category><![CDATA[Regional Player]]></category>
		<category><![CDATA[Synergy]]></category>
		<category><![CDATA[ชยธร แต้ไพสิฐพงษ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน)​]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[วสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์]]></category>
		<category><![CDATA[หม่า ชิน ชิว]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[เบทาโกร]]></category>
		<category><![CDATA[ไข่ไก่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31656</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ “BTG” เดินหน้ากลยุทธ์ “Regional Player” เข้าซื้อกิจการ Eggriculture ผู้ผลิตไข่ไก่ครบวงจรรายใหญ่ในสิงคโปร์ ด้วยมูลค่ากว่า 1,900 ล้านบาท เปิดแผนสร้าง Synergy มุ่งเสริมความแข็งแกร่งแบรนด์เบทาโกรในตลาดสิงคโปร์ทั้งในช่องทางร้านค้าปลีกและขยายฐานลูกค้ากลุ่ม HORECA พร้อมยกระดับประสิทธิภาพและผลผลิตของห่วงโซ่คุณค่า เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต วางเป้าหมายรายได้เบทาโกรในประเทศสิงคโปร์ปี 2568 โต 400% เมื่อเทียบกับปี 2567   นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ “BTG” เปิดเผยว่า บริษัทฯ มุ่งสร้างการเติบโตระยะยาว ก้าวสู่การเป็นผู้นำอุตสาหกรรมอาหารในระดับภูมิภาคอาเซียนด้วยการขยายธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศที่มีศักยภาพสูง โดยประเทศสิงคโปร์ถือเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคให้ความสำคัญกับอาหารที่มีคุณภาพและความปลอดภัยสูง นอกจากนี้นโยบายด้านความมั่นคงทางอาหารของรัฐบาลสิงคโปร์ที่ตั้งเป้าผลิตอาหารภายในประเทศให้ได้ 30% ของความต้องการภายในปี 2573 ยังสนับสนุนการเติบโตของผู้ผลิตในประเทศ เบทาโกร จึงเห็นโอกาสสำคัญในการเข้าซื้อกิจการบริษัท Eggriculture Foods Limited หรือ Eggriculture [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/betagro-synergy-eggriculture-expand-to-horeca/">‘เบทาโกร’ รุกตลาดอาหารสิงคโปร์ เข้าซื้อกิจการ Eggriculture มูลค่ากว่า 1,900 ล้านบาท  มุ่งขับเคลื่อนกลยุทธ์ “Regional Player” สร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืน   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong> บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ “</strong><strong>BTG</strong><strong>” เดินหน้ากลยุทธ์ “</strong><strong>Regional Player</strong><strong>”</strong><strong> เข้าซื้อกิจการ </strong><strong>Eggriculture </strong><strong>ผู้ผลิตไข่ไก่ครบวงจรรายใหญ่ในสิงคโปร์</strong><strong> ด้วยมูลค่ากว่า </strong><strong>1,900 </strong><strong>ล้านบาท </strong></p>
<p><span id="more-31656"></span></p>
<p><strong>เปิดแผนสร้าง </strong><strong>Synergy</strong> <strong>มุ่ง</strong><strong>เสริมความแข็งแกร่งแบรนด์เบทาโกร</strong><strong>ในตลาดสิงคโปร์</strong><strong>ทั้งในช่องทางร้านค้าปลีกและขยายฐานลูกค้ากลุ่ม </strong><strong>HORECA </strong><strong>พร้อมยกระดับประสิทธิภาพและผลผลิตของห่วงโซ่คุณค่า </strong><strong>เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต วางเป้าหมายรายได้เบทาโกรในประเทศสิงคโปร์ปี </strong><strong>2568</strong><strong> โต </strong><strong>400</strong><strong>% เมื่อเทียบกับปี </strong><strong>2567 </strong><strong> </strong></p>
<p><strong>นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ </strong><strong>บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ “</strong><strong>BTG</strong><strong>” </strong>เปิดเผยว่า บริษัทฯ มุ่งสร้างการเติบโตระยะยาว ก้าวสู่การเป็นผู้นำอุตสาหกรรมอาหารในระดับภูมิภาคอาเซียนด้วยการขยายธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศที่มีศักยภาพสูง โดยประเทศสิงคโปร์ถือเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคให้ความสำคัญกับอาหารที่มีคุณภาพและความปลอดภัยสูง นอกจากนี้นโยบายด้านความมั่นคงทางอาหารของรัฐบาลสิงคโปร์ที่ตั้งเป้าผลิตอาหารภายในประเทศให้ได้ 30% ของความต้องการภายในปี 2573 ยังสนับสนุนการเติบโตของผู้ผลิตในประเทศ</p>
<p>เบทาโกร จึงเห็นโอกาสสำคัญในการเข้าซื้อกิจการบริษัท Eggriculture Foods Limited หรือ Eggriculture ผู้ผลิตไข่ไก่ครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ ด้วยงบลงทุนกว่า 1,900 ล้านบาท โดยโครงสร้างของผู้ถือหุ้น เบทาโกรอยู่ที่ 75% และ Radiant Grand International Limited (RGI) อยู่ที่ 25%  ทั้งนี้ Eggriculture มีส่วนแบ่งตลาด 20% ณ สิ้นปีงบประมาณ 2567 อีกทั้งยังมีผลการดำเนินงานในช่วง 3 ปี (2564-2566) อย่างแข็งแกร่ง  โดยมีอัตราการเติบโตของรายได้ 27.1% ต่อปี (CAGR) ในปีงบประมาณล่าสุด จึงคาดว่าจะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อผลประกอบการรวม (P&amp;L) ในทันที และส่งผลดีต่อการเพิ่มความสามารถทำกำไรโดยรวมของกลุ่มบริษัทเบทาโกรอย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31659 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/BT3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายชยธร แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่ กลุ่มงานกลยุทธ์และนวัตกรรม</strong> <strong>บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ “</strong><strong>BTG</strong><strong>” </strong><strong>กล่าวว่า</strong> การเข้าซื้อกิจการ Eggriculture ครั้งนี้ เป็นการนำศักยภาพของทั้งสองบริษัทฯ มาผนึกกำลังสร้าง Synergy ในหลายมิติ โดยเบทาโกรจะนำความเชี่ยวชาญและประสบการณ์กว่า 57 ปี ในฐานะผู้นำธุรกิจอาหารและเกษตรอุตสาหกรรมครบวงจรชั้นนำระดับสากล มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของ Eggriculture ในด้านการจัดการฟาร์ม การพัฒนาสายพันธุ์สัตว์ สูตรอาหารสัตว์ และการใช้เทคโนโลยีทันสมัยเพื่อเพิ่มผลผลิต นอกจากนี้<br />
ยังมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารให้หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการและรูปแบบการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างความมั่นใจในผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณภาพและปลอดภัยสูงตามมาตรฐานสากลให้กับผู้บริโภคทุกคน</p>
<p>ขณะที่ Eggriculture ผู้ผลิตไข่ไก่ครบวงจรรายใหญ่ในสิงคโปร์ ซึ่งมีเครือข่ายช่องทางการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่ง ทั้งในช่องทางการขายปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) และช่องทางการบริการอาหาร (HORECA) ครอบคลุมทั้งโรงแรม ร้านอาหาร และบริการจัดเลี้ยง จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แบรนด์สินค้าของเบทาโกรเป็นที่รู้จักและขยายฐานลูกค้าในวงกว้างมากขึ้น</p>
<p>“เบทาโกรเชื่อว่าการสร้าง Synergy กับ Eggriculture ครั้งนี้ จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับภูมิภาคอาเซียน ผ่านการส่งมอบอาหารที่มีคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดให้ผู้บริโภคในประเทศสิงคโปร์โดยบริษัทฯ คาดการณ์รายได้ในประเทศสิงคโปร์ปี 2568 จะเติบโต 400% เมื่อเทียบกับปี 2567 พร้อมตั้งเป้าก้าวสู่การเป็นผู้นำอุตสาหกรรมอาหารระดับภูมิภาคอาเซียน เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน” <strong>นายชยธร กล่าว</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31657 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/BT1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>มิสเตอร์ หม่า ชิน ชิว, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท </strong><strong>Eggriculture</strong> กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเบทาโกร และเป็นโอกาสสำคัญสำหรับ Eggriculture ในการเพิ่มศักยภาพการผลิตไข่ไก่ที่มีคุณภาพสูง ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคสิงคโปร์ที่ต้องการอาหารคุณภาพและความปลอดภัย  การที่เบทาโกรมีความรู้เชิงลึกและประสบการณ์ที่หลากหลายในอุตสาหกรรมอาหาร จะช่วยให้เราสามารถเสริมสร้างโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และตอบสนองต่อนโยบายด้านความมั่นคงทางอาหารของรัฐบาลสิงคโปร์ได้อย่างเต็มรูปแบบ”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/betagro-synergy-eggriculture-expand-to-horeca/">‘เบทาโกร’ รุกตลาดอาหารสิงคโปร์ เข้าซื้อกิจการ Eggriculture มูลค่ากว่า 1,900 ล้านบาท  มุ่งขับเคลื่อนกลยุทธ์ “Regional Player” สร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืน   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
