<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อินโดนีเซีย &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 02 Jan 2026 05:27:06 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>อินโดนีเซีย &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เบื้องหลัง &#8216;แบงก์กรุงเทพ&#8217; ซื้อ &#8216;ธนาคารเพอร์มาตา&#8217; ฐานกำลังสำคัญในอินโดนีเซีย สปริงบอร์ดสู่​ Top 3 Regional Bank พร้อมแผน &#8216;One Family One Team&#8217; ดันกำไรธุรกิจต่างประเทศแตะหมื่นล้าน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/07/bbl-visit-permata-bank-in-indonesia/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 06 Jul 2025 13:04:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Finance & Invest]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Bank]]></category>
		<category><![CDATA[Banking]]></category>
		<category><![CDATA[BBL]]></category>
		<category><![CDATA[Connecting ASEAN]]></category>
		<category><![CDATA[Deal]]></category>
		<category><![CDATA[Financing]]></category>
		<category><![CDATA[Indonesia]]></category>
		<category><![CDATA[International Banking]]></category>
		<category><![CDATA[M&A]]></category>
		<category><![CDATA[One Family One Team]]></category>
		<category><![CDATA[Permata]]></category>
		<category><![CDATA[Permata Bank]]></category>
		<category><![CDATA[ชาติศิริ โสภณพนิช]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารเพอร์มาตา]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจธนาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[อาเซียน]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดนีเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[เมลิสา รุสลิ]]></category>
		<category><![CDATA[แบงก์กรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34566</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้จะมีโมเดลในการทำ International Banking  มายาวนานหลายสิบปีไม่ต่างกับการรุกธุรกิจการเงินในประเทศไทยที่ดำเนินการมากว่า 80 ปีแล้ว  แต่ที่ผ่านมา ธุรกิจต่างประเทศของ ธนาคารกรุงเทพ มักจะทำเพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มคอปอเรท หรือการค้าขายระหว่างประเทศเป็นหลัก ทำให้การเพิ่ม Value Added หรือการเพิ่มบริการต่างๆ ให้ลูกค้าเป็นไปได้ค่อนข้างจำกัด ขณะที่ Big Move ล่าสุดในฟาก International Banking ของ BBL คือการขยายฐานลูกค้ามาสู่​กลุ่มรีเทล เหมือนที่มีให้บริการในประเทศไทย เพื่อทำความรู้จักและเข้าใจลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น โดยเลือกประเทศที่มีศักยภาพสูงอย่าง &#8216;อินโดนีเซีย&#8217; ด้วยการเข้าไปซื้อกิจการ &#8216;ธนาคารเพอร์มาตา&#8217;  ตั้งแต่ปี 2563 พร้อมควบรวมเข้ากับธนาคารกรุงเทพที่ให้บริการในอินโดนีเซีย 3 แห่ง ได้แก่ สาขาจาการ์ตา สาขาสุรายาบา และสาขาเมดาน ​ภายใต้ชื่อ &#8216;ธนาคารเพอร์มาตา&#8217; ซึ่งเป็นภาษาอินโดนีเซียที่แปลว่า อัญมณี หรือเพชรพลอย เพื่อสร้างความใกล้ชิดและคุ้นเคยกับชาวอินโดนีเซียได้มากกว่า พร้อมได้ปรับเปลี่ยนโลโกมาเป็นสัญลักษณ์ดอกบัวหลวง ​ของธนาคารกรุงเทพเหมือนที่ใช้อยู่ในประเทศไทย เพื่อเป็นสัญลักษณ์​​แสดงถึงการเป็นกลุ่มธุรกิจภายใต้ครอบครัวเดียวกัน​ โฟกัส &#8216;อินโดนีเซีย -อาเซียน&#8217; ตลาดแห่งอนาคต ทั้งนี้ หากจะโฟกัสให้เห็น​ศักยภาพของอินโดนีเซียนั้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/bbl-visit-permata-bank-in-indonesia/">เบื้องหลัง &#8216;แบงก์กรุงเทพ&#8217; ซื้อ &#8216;ธนาคารเพอร์มาตา&#8217; ฐานกำลังสำคัญในอินโดนีเซีย สปริงบอร์ดสู่​ Top 3 Regional Bank พร้อมแผน &#8216;One Family One Team&#8217; ดันกำไรธุรกิจต่างประเทศแตะหมื่นล้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แม้จะมีโมเดลในการทำ <strong>International Banking</strong>  มายาวนานหลายสิบปีไม่ต่างกับการรุกธุรกิจการเงินในประเทศไทยที่ดำเนินการมากว่า 80 ปีแล้ว  แต่ที่ผ่านมา ธุรกิจต่างประเทศของ ธนาคารกรุงเทพ มักจะทำเพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มคอปอเรท หรือการค้าขายระหว่างประเทศเป็นหลัก ทำให้การเพิ่ม Value Added หรือการเพิ่มบริการต่างๆ ให้ลูกค้าเป็นไปได้ค่อนข้างจำกัด</p>
<p><span id="more-34566"></span></p>
<p>ขณะที่ Big Move ล่าสุดในฟาก International Banking ของ BBL คือการขยายฐานลูกค้ามาสู่​กลุ่มรีเทล เหมือนที่มีให้บริการในประเทศไทย เพื่อทำความรู้จักและเข้าใจลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น โดยเลือกประเทศที่มีศักยภาพสูงอย่าง<strong> &#8216;อินโดนีเซีย&#8217;</strong> ด้วยการเข้าไปซื้อกิจการ &#8216;ธนาคารเพอร์มาตา&#8217;  ตั้งแต่ปี 2563 พร้อมควบรวมเข้ากับธนาคารกรุงเทพที่ให้บริการในอินโดนีเซีย 3 แห่ง ได้แก่ สาขาจาการ์ตา สาขาสุรายาบา และสาขาเมดาน ​ภายใต้ชื่อ<em><strong> &#8216;ธนาคารเพอร์มาตา&#8217; ซึ่งเป็นภาษาอินโดนีเซียที่แปลว่า อัญมณี หรือเพชรพลอย</strong></em> เพื่อสร้างความใกล้ชิดและคุ้นเคยกับชาวอินโดนีเซียได้มากกว่า</p>
<p>พร้อมได้ปรับเปลี่ยนโลโกมาเป็นสัญลักษณ์ดอกบัวหลวง ​ของธนาคารกรุงเทพเหมือนที่ใช้อยู่ในประเทศไทย เพื่อเป็นสัญลักษณ์​​แสดงถึงการเป็นกลุ่มธุรกิจภายใต้ครอบครัวเดียวกัน​</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34570 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Timeline-Logo.jpg" alt="" width="1200" height="666" /></p>
<p><strong>โฟกัส &#8216;อินโดนีเซีย -อาเซียน&#8217; ตลาดแห่งอนาคต</strong></p>
<p>ทั้งนี้ หากจะโฟกัสให้เห็น​ศักยภาพของอินโดนีเซียนั้น ถือได้ว่าเป็นตลาดสำคัญทั้งจากขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 16 ของโลก และเป็นอันดับต้นๆ ของภูมิภาคทั้งเอเชียและอาเซียน พร้อมทั้งคาดว่าจะเป็นโลเกชั่นที่จะกลายเป็นตลาดแห่งอนาคต โดยเชื่อว่าในช่วง 5 ปีจากนี้ จะเติบโตกลายเป็นเขตเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก</p>
<p>รวมทั้งจำนวนประชากรที่มีกว่า 280 ล้านคน มากเป็นอันดับ 4 ของโลก และ​ส่วนใหญ่เป็นวัยหนุ่มสาวที่เป็นกำลังสำคัญในการสร้างการเติบโตให้ประเทศ ขณะที่มีการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ประกอบกับมีเสถียรภาพและความเชื่อมั่นที่ดี รวมทั้งยังเป็นประเทศสมาชิกในกลุ่มผู้นำเศรษฐกิจโลกอย่าง BRICS  และ  G20 จึงเป็นโอกาสที่ดีทั้งของธนาคารและภาคธุรกิจที่ต้องการขยายการลงทุนเข้ามาในอินโดนีเซีย</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-34574 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Permata-Group1.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>ขณะที่ใน​ช่วงครึ่งแรกของปี 2567 มีมูลค่าการลงทุนจากประเทศไทยในอินโดนีเซียสูงถึง 225 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และตลอด​ปี 2560-2565 นักลงทุนไทยมีการลงทุนรวม 1.52 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในกว่า 1,400 โครงการทั่วประเทศอินโดนีเซีย  จึงนับเป็นคู่ค้าที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของไทย โดย​ปีที่ผ่านมาประเทศไทยส่งออกสินค้าไปยังอินโดนีเซียมูลค่า 10.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ไทยเป็นจุดหมายส่งออกใหญ่อันดับ 4 ของอินโดนีเซีย โดยมีมูลค่าส่งออกถึง 7.22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ</p>
<p><strong>เร่งยุทธศาสตร์ Connecting ASEAN ​</strong></p>
<p><strong>คุณ​ชาติศิริ โสภณพนิช </strong>กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารกรุงเทพ ในฐานะ &#8216;ธนาคารชั้นนำระดับภูมิภาค&#8217; และธนาคารต่างชาติแห่งแรกของอาเซียนที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารในอินโดนีเซีย ตั้งแต่ปี 2511 เนื่องจากเล็งเห็นศักยภาพทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียในระยะยาว  ก่อนจะเข้าซื้อเพอร์มาตาในปี 2563 เพื่อขยายโอกาสธุรกิจและการเติบโตในอนาคต</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-34572 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/K-Chatsiri1.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ซึ่งภายหลังจากเพอร์มาตาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งใน​พอร์ตของกลุ่มธนาคารต่างประเทศก็มีการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี ​และยังมีโอกาสเติบโตเพิ่มขึ้นได้อีกมาก จากภารกิจหลักของธนาคารในการขับเคลื่อน​ยุทธศาสตร์<strong> Connecting ASEAN</strong> หรือการเชื่อมโยงอาเซียน เพื่อ Synergy ความแข็งแกร่งด้านเครือข่ายของเพอร์มาตาในตลาด Local ​รวมทั้ง  BBL ที่มีความแข็งแรงในตลาดต่างประเทศ และมี Network กระจายใน 14 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก เพื่อตอกย้ำบทบาทในการเป็น Regional Banking หรือธนาคารแห่งภูมิภาคได้อย่างแท้จริง</p>
<p><em>&#8220;หลังการเข้าซื้อกิจการ BBL จะมุ่ง​​สนับสนุนและเพิ่มโอกาสเติบโตให้เพอร์มาตา ผ่านการจัดตั้งหน่วยงานบริการที่ชื่อว่า <strong>ฝ่ายพัฒนาและที่ปรึกษาธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Development and Advisory Directorate)</strong> เพื่อเป็นศูนย์การรองรับลูกค้าในเครือข่ายของธนาคาร ทั้งในกลุ่มอาเซียน จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ที่ต้องการเข้ามาลงทุนในอินโดนีเซีย และลูกค้าในอินโดนีเซียที่ต้องการไปลงทุนประเทศอื่นในภูมิภาค  ​โดยมุ่งเสริมสร้างศักยภาพในการพัฒนาธุรกิจระหว่างประเทศ จัดหาเงินทุนสำหรับโครงการและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เช่น กลุ่มโครงการโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สอดคล้องกับหลัก ESG ตามการผลักดันของรัฐบาลอินโดนีเซีย&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34573 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/K-Melisa.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>ด้าน <strong>คุณเมลิสา รุสลิ</strong> กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพอร์มาตา  กล่าวว่า ประเทศอินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูง พร้อมด้วยทรัพยากรและแรงงาน โดยปัจจุบันรัฐบาลได้ดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์ <strong>Golden Indonesia</strong> ที่เน้นขับเคลื่อนโครงการเศรษฐกิจสีเขียว การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ และโครงการด้านเทคโนโลยีดิจิทัล มุ่งสู่การเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลกภายในปี 2588</p>
<p>จากยุทธศาสตร์นี้ ธนาคารเพอร์มาตา ได้เล็งเห็นโอกาสสำคัญและผลักดันลูกค้าและพันธมิตรในภูมิภาคเพื่อคว้าโอกาสต่างๆที่จะเกิดขึ้น ผ่านบริการและผลิตภัณฑ์ทางการเงินอย่างครบวงจร สำหรับกลุ่มลูกค้าบุคคลและกลุ่มลูกค้าธุรกิจ โดยมีทั้งบริการการเงินทั่วไปและระบบการเงินอิสลาม (Sharia)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34577 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Permata9.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p><em>“นโยบายของรัฐบาลอินโดนีเซียในขณะนี้ สอดคล้องกับการดำเนินงานของธนาคารเพอร์มาตาภายใต้การสนับสนุนของธนาคารกรุงเทพ เพื่ออำนวยความสะดวกลูกค้าในหลายด้าน เช่น บริการ Asia Same Day Payment ซึ่งให้บริการโอนเงินแก่ลูกค้านำเข้าและส่งออกได้ภายในวันเดียวแบบเรียลไทม์ระหว่างไทยกับอินโดนีเซียผ่านคิวอาร์โค้ด  รวมทั้งเร่งผลักดันลูกค้าเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจสีเขียว โดยสนับสนุนสินเชื่อต่างๆ พร้อมทั้งดูแลและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาบริการและผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ครบทุกมิติ” </em></p>
<p><strong> มุ่งเติบโตอย่างบูรณาการผ่าน &#8216;One Family One Team&#8217;</strong></p>
<p>ภายหลัง​ธนาคารกรุงเทพ​รวมสาขาในอินโดนีเซียเข้ากับธนาคารเพอร์มาตา ส่งผลให้ธนาคารเพอร์มาตาเป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีอัตราส่วนเงินกองทุนแข็งแกร่งที่สุดในอินโดนีเซีย และเป็น 1 ใน 10 ​ธนาคารที่มีสินทรัพย์รวมใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซียโดยมีเครือข่ายสาขาให้บริการ 240 สาขา กระจายอยู่ใน 82 เมืองสำคัญทั่วประเทศ และมีฐานลูกค้ารวมกว่า 6.2 ล้านราย ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34575 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Dr-Kobsak3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล</strong> กรรมการรองผู้จัดการใหญ่และเลขานุการบริษัท และ <strong>คุณไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์</strong> รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)  กล่าวร่วมกันว่า ทั้ง BBL และเพอร์มาตา มุ่ง​​​​​ขับเคลื่อนแผนงานอย่างบูรณาการ หลังควบรวมกิจการ ด้วยแนวคิด <strong>&#8216;One Family One Team&#8217; </strong>เพื่อสามารถบรรลุเป้าหมายในการ​ผนวกระบบการทำงาน วิธีคิด วัฒนธรรมองค์กร ไปจนถึงแลกเปลี่ยนนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการให้บริการ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้​ตอบโจทย์ความต้องการและมอบประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมายได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ ในโมบายแบงกิ้ง หรืออินเทอร์เน็ตแบงกิ้ง ไปจนถึงโซลูชันทางการเงินสำหรับภาคธุรกิจ และโครงสร้างพื้นฐานในการให้บริการทางการเงินของการทำธุรกรรมทั้งในประเทศ และระหว่างประเทศ เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34580 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Permata-2.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญ ​คือ การมุ่งสู่ Top 3 ​ธนาคารแห่งภูมิภาค หรือ Regional Banking จากฐานการให้บริการที่หลากหลายและครอบคลุมทั่วทั้งภูมิภาค เพื่อ​​รองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจใน​อาเซียนที่มีแนวโน้มขยับเป็นตลาดอันดับ 4 ของโลก โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว การมีฐานจากประเทศที่เศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาขึ้นจะช่วยรักษาผลประกอบการภาพรวมให้เติบโตได้ต่อเนื่อง ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34581 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Permata5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;การมีเพอร์มาตา ยังทำให้ BBL สามารถเพิ่มบริการใหม่ หรือให้บริการที่ครบวงจรแก่ลูกค้าได้มากขึ้น ผ่านโครงสร้างการให้บริการของเพอร์มาตาที่มีครบทั้งลูกค้ากลุ่มธุรกิจ ลูกค้าองค์กร และลูกค้าบุคคล รวมทั้งมี​แพลตฟอร์มการให้บริการที่รองรับการทำธุรกรรมลูกค้าแต่ละกลุ่มได้อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะการมีฐานลูกค้าบุคคลในต่างประเทศเป็นครั้งแรก ทำให้ธนาคารสามารถให้บริการเงินฝาก และสามารถเข้าถึงแหล่งเงินที่มีต้นทุนที่ต่ำลงเพื่อนำไปต่อยอดการให้บริการหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลาย เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และเข้าถึงลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น เพิ่มโอกาสในการทำกำไรจากกลุ่ม International Banking ได้มากขึ้น จาก​ก่อนหน้าที่มีสัดส่วนกำไรไม่มากนัก จากรูปแบบการให้บริการที่จำกัดและมีต้นทุนการเงินที่ค่อนข้างสูง&#8221;</em></p>
<p>ส่งผลให้ปีที่ผ่านมาเพอร์มาตามีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ด้วยสัดส่วนสินเชื่อ​ 12%​ ในพอร์ตสินเชื่อธนาคารกรุงเทพ พร้อมทั้งช่วยเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อในต่างประเทศให้เพิ่มจาก 17% เป็น 25% (ข้อมูล ณ ธันวาคม 2567) ขณะที่​​กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 38% หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 6 พันล้านบาท ซึ่งในอนาคตเชื่อว่าจะขยับขึ้นแตะหลักหมื่นล้านบาทได้อย่างแน่นอน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34576 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Permata3.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/bbl-visit-permata-bank-in-indonesia/">เบื้องหลัง &#8216;แบงก์กรุงเทพ&#8217; ซื้อ &#8216;ธนาคารเพอร์มาตา&#8217; ฐานกำลังสำคัญในอินโดนีเซีย สปริงบอร์ดสู่​ Top 3 Regional Bank พร้อมแผน &#8216;One Family One Team&#8217; ดันกำไรธุรกิจต่างประเทศแตะหมื่นล้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ธนาคารกรุงเทพ ผสานจุดแข็ง ธนาคารเพอร์มาตา เสริมศักยภาพบริการ ดึงการค้าการลงทุนตามยุทธศาสตร์ Connecting ASEAN เชิญคณะสื่อมวลชนศึกษาดูงาน ณ ประเทศอินโดนีเซีย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/07/bangkok-bank-visit-permata-bank-connecting-asean/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 03 Jul 2025 05:35:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Bank]]></category>
		<category><![CDATA[BBL]]></category>
		<category><![CDATA[Connecting ASEAN]]></category>
		<category><![CDATA[Permata Bank]]></category>
		<category><![CDATA[ชาติศิริ โสภณพนิช]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารเพอร์มาตา]]></category>
		<category><![CDATA[อาเซียน]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดนีเซีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34461</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารชั้นนำระดับภูมิภาค :  ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นำโดย นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ นางสาวนิรมาณ ไหลสาธิต กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ และเลขานุการบริษัท นายไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่ นางสาวนิธาวดี ลิมโปดม ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ กิจการธนาคารต่างประเทศ พร้อมคณะผู้บริหาร นำคณะสื่อมวลชนไทยเดินทางไปยังประเทศอินโดนีเซีย เพื่อเข้าร่วมชมการดำเนินงานของธนาคารเพอร์มาตา สาขาจาการ์ตา และสาขาบาหลี โดยมี นางเมลิสา รุสลิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพอร์มาตา พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงร่วมให้การต้อนรับ นับเป็นการตอกย้ำถึงการผสานจุดแข็งของทั้งสองธนาคารเข้าด้วยกันเพื่อเสริมศักยภาพบริการ มอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้า อีกทั้งยังเป็นช่องทางการจับคู่ทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพภายใต้การสนับสนุนด้านการเงินอย่างครบวงจร โดยชูธนาคารเพอร์มาตาเป็นจุดศูนย์กลางดึงนักธุรกิจเข้าลงทุนในประเทศอินโดนีเซียและภูมิภาคอาเซียน ทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และโครงการจากนโยบายเศรษฐกิจสีเขียว ตามยุทธศาสตร์การเชื่อมโยงอาเซียน(Connecting ASEAN) ของธนาคารกรุงเทพในฐานะ‘เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน’ ที่พร้อมสนับสนุนการค้า การลงทุนด้วยบริการทางการเงินที่ทันสมัย ครบวงจรจากทั้งสองธนาคาร หนุนการเติบโตทางธุรกิจของลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ทั้งนี้ ธนาคารกรุงเทพ ได้เข้าซื้อกิจการธนาคารเพอร์มาตาตั้งแต่ปี 2563 ส่งผลให้สัดส่วนสินเชื่อในต่างประเทศต่อสินเชื่อรวมของธนาคารกรุงเทพเพิ่มขึ้นจาก 17% เป็น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/bangkok-bank-visit-permata-bank-connecting-asean/">ธนาคารกรุงเทพ ผสานจุดแข็ง ธนาคารเพอร์มาตา เสริมศักยภาพบริการ ดึงการค้าการลงทุนตามยุทธศาสตร์ Connecting ASEAN เชิญคณะสื่อมวลชนศึกษาดูงาน ณ ประเทศอินโดนีเซีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ธนาคารชั้นนำระดับภูมิภาค : </strong> ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นำโดย <strong>นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ นางสาวนิรมาณ ไหลสาธิต กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ และเลขานุการบริษัท นายไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่ นางสาวนิธาวดี ลิมโปดม ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ กิจการธนาคารต่างประเทศ</strong> พร้อมคณะผู้บริหาร นำคณะสื่อมวลชนไทยเดินทางไปยังประเทศอินโดนีเซีย เพื่อเข้าร่วมชมการดำเนินงานของธนาคารเพอร์มาตา สาขาจาการ์ตา และสาขาบาหลี</p>
<p><span id="more-34461"></span></p>
<p>โดยมี <strong>นางเมลิสา รุสลิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพอร์มาตา</strong> พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงร่วมให้การต้อนรับ นับเป็นการตอกย้ำถึงการผสานจุดแข็งของทั้งสองธนาคารเข้าด้วยกันเพื่อเสริมศักยภาพบริการ มอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34464 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/BBL_08.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อีกทั้งยังเป็นช่องทางการจับคู่ทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพภายใต้การสนับสนุนด้านการเงินอย่างครบวงจร โดยชูธนาคารเพอร์มาตาเป็นจุดศูนย์กลางดึงนักธุรกิจเข้าลงทุนในประเทศอินโดนีเซียและภูมิภาคอาเซียน ทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และโครงการจากนโยบายเศรษฐกิจสีเขียว ตามยุทธศาสตร์การเชื่อมโยงอาเซียน(Connecting ASEAN) ของธนาคารกรุงเทพในฐานะ<strong>‘เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน’</strong> ที่พร้อมสนับสนุนการค้า การลงทุนด้วยบริการทางการเงินที่ทันสมัย ครบวงจรจากทั้งสองธนาคาร หนุนการเติบโตทางธุรกิจของลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34462 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/BBL_10.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ ธนาคารกรุงเทพ ได้เข้าซื้อกิจการธนาคารเพอร์มาตาตั้งแต่ปี 2563 ส่งผลให้สัดส่วนสินเชื่อในต่างประเทศต่อสินเชื่อรวมของธนาคารกรุงเทพเพิ่มขึ้นจาก 17% เป็น 25% (ข้อมูล ณ ธันวาคม 2567) และทำให้ปัจจุบันธนาคารเพอร์มาตาเป็น 1 ใน 10 ของธนาคารที่มีสินทรัพย์รวมใหญ่ที่สุดในประเทศอินโดนีเซีย มีเครือข่ายสาขาให้บริการ 240 สาขา กระจายอยู่ใน 82 เมืองสำคัญทั่วประเทศ รองรับการให้บริการลูกค้ากว่า 6.2 ล้านราย (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2568)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34490 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/BBL-Indo.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/bangkok-bank-visit-permata-bank-connecting-asean/">ธนาคารกรุงเทพ ผสานจุดแข็ง ธนาคารเพอร์มาตา เสริมศักยภาพบริการ ดึงการค้าการลงทุนตามยุทธศาสตร์ Connecting ASEAN เชิญคณะสื่อมวลชนศึกษาดูงาน ณ ประเทศอินโดนีเซีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำความรู้จัก WALHI (วาลฮี) ผู้สร้างต้นแบบความร่วมมือ​ &#8216;ป่าชุมชน&#8217; ในอินโดนีเซีย กลไกสร้างแนวร่วมอนุรักษ์พร้อมต่อสู้ไฟป่าจากคนในพื้นที่</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/04/walhi-community-based-land-management-in-indonesia/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 07 Apr 2024 10:02:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Air Quality Index]]></category>
		<category><![CDATA[AQI]]></category>
		<category><![CDATA[Case Study]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[Indonesia]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Wahana Lingkungan Hidup Indonesia]]></category>
		<category><![CDATA[WALHI]]></category>
		<category><![CDATA[Wilayah Kelola Rakyat]]></category>
		<category><![CDATA[WKR]]></category>
		<category><![CDATA[กรณีศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[การบุกรุกป่า]]></category>
		<category><![CDATA[การอนุรักษ์พื้นที่ป่า]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[พ.ร.บ.ป่าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[วาลฮี]]></category>
		<category><![CDATA[หมอกควัน]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดนีเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกร]]></category>
		<category><![CDATA[เกาะบอร์เนียว]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟป่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25014</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประเทศไทยกำลังเผชิญ​ความ​ท้าทายในการต่อสู้กับปัญหาไฟป่าที่คุกคามระบบนิเวศ​ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ทางภาคเหนือที่กำลังเผชิญกับความท้าทายของไฟป่า และปัญหาฝุ่น PM 2.5 จนติดอันดับเป็นพื้นที่อันตรายอันดับแรกๆ ของโลก จากการประเมินข้อมูลคุณภาพอากาศตามมาตรฐาน AQI (Air Quality Index) ​​ข้อมูลจากกรมป่าไม้ ให้ข้อมูลสภาพพื้นที่ป่าไม้ในปี 2566 พบว่า ประเทศไทยมีพื้นที่ป่าไม้ จำนวน 101 ล้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 31.47% ของประเทศ แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา พื้นที่ป่าไม้ของไทยต้องเผชิญ​ภัยคุกคามอย่างรุนแรง โดยปี 2566 ​ประเทศไทยต้องสูญเสียพื้นที่ป่าไปกว่า 317,000 ไร่ หรือคิดเป็น 0.31 ของผืนป่าทั้งหมด ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน ปัญหาไฟป่า และการบุกรุกทำลายป่า ปัญหาดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อชุมชน และก่อให้เกิดหมอกควันและฝุ่น PM 2.5 ที่กระทบต่อสุขภาพของประชาชน ทำให้ คุณนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งรางวัลนำจับผู้ลักลอบเผาป่า โดยตั้งรางวัลให้ 10,000 บาท สำหรับผู้ที่แจ้งเบาะแสการจับกุม และนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ทั้งนี้ สาเหตุหลักของปัญหาทั้งไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นจาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/walhi-community-based-land-management-in-indonesia/">ทำความรู้จัก WALHI (วาลฮี) ผู้สร้างต้นแบบความร่วมมือ​ &#8216;ป่าชุมชน&#8217; ในอินโดนีเซีย กลไกสร้างแนวร่วมอนุรักษ์พร้อมต่อสู้ไฟป่าจากคนในพื้นที่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ประเทศไทยกำลังเผชิญ​ความ​ท้าทายในการต่อสู้กับปัญหาไฟป่าที่คุกคามระบบนิเวศ​ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ทางภาคเหนือที่กำลังเผชิญกับความท้าทายของไฟป่า และปัญหาฝุ่น PM 2.5 <span data-offset-key="7v5f8-0-0">จนติดอันดับเป็นพื้นที่อันตรายอันดับแรกๆ ของโลก จากการประเมินข้อมูลคุณภาพอากาศตามมาตรฐาน </span><span class="_5zk7" spellcheck="false" data-offset-key="7v5f8-1-0"><span data-offset-key="7v5f8-1-0">AQI (Air Quality Index)</span></span></p>
<p><span id="more-25014"></span></p>
<p>​​ข้อมูลจากกรมป่าไม้ ให้ข้อมูลสภาพพื้นที่ป่าไม้ในปี 2566 พบว่า ประเทศไทยมีพื้นที่ป่าไม้ จำนวน 101 ล้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 31.47% ของประเทศ แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา พื้นที่ป่าไม้ของไทยต้องเผชิญ​ภัยคุกคามอย่างรุนแรง โดยปี 2566 ​ประเทศไทยต้องสูญเสียพื้นที่ป่าไปกว่า 317,000 ไร่ หรือคิดเป็น 0.31 ของผืนป่าทั้งหมด ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน ปัญหาไฟป่า และการบุกรุกทำลายป่า</p>
<p>ปัญหาดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อชุมชน และก่อให้เกิดหมอกควันและฝุ่น PM 2.5 ที่กระทบต่อสุขภาพของประชาชน ทำให้ <strong>คุณนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร</strong> ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งรางวัลนำจับผู้ลักลอบเผาป่า โดยตั้งรางวัลให้ 10,000 บาท สำหรับผู้ที่แจ้งเบาะแสการจับกุม และนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี</p>
<p>ทั้งนี้ สาเหตุหลักของปัญหาทั้งไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นจาก PM2.5 ล้วนเกิดขึ้นจากฝีมือของคน โดยเฉพาะการใช้วิถีชีวิตเดิมๆ ที่มักจะ​เผา​เศษซาก​พืชหลังการเก็บเกี่ยว การแผ้วถางพื้นที่สำหรับเพาะปลูก และการหาผลิตภัณฑ์จากป่า ซึ่ง​ตอกย้ำ​ถึงความขัดแย้งระหว่างกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้อย่างชัดเจน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25021 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/5.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประเทศไทยมี พ.ร.บ.ป่าชุมชน พ.ศ. 2562 ที่เปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมและมีสิทธิในการตัดสินใจร่วมดูแลป่าไม้ โดยการจัดการในรูปแบบป่าชุมชน ซึ่งเป็นพื้นที่ป่านอกเขตป่าอนุรักษ์ ที่ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งเป็นป่าชุมชน ซึ่งชุมชนจะเข้ามามีส่วนร่วมกับรัฐในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูจัดการ บำรุงรักษา ตลอดจนใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพในป่าชุมชนอย่างสมดุลและยั่งยืน</p>
<p>ดังนั้น &#8216;ป่าชุมชน&#8217; จึงมีบทบาทสำคัญในการ​ดูแลและจัดการกับปัญหาไฟป่าได้อย่างทันท่วงที ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีป่าชุมชมทั้งสิ้น 11,985 โครงการ หรือมีเนื้อที่รวม 6.56  ล้านไร่</p>
<p>การจัดการปัญหาไฟป่าอย่างได้ผล คือการให้สิทธิชุมชนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมการจัดการผืนป่า ซึ่งอาจจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายเพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างรัฐและชุมชน สร้างระบบการจัดการทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืนและเสมอภาค เมื่อชุมชนได้รับความไว้วางใจให้มีบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในการจัดการกับป่าไม้ พวกเขาจะเลือกใช้แนวปฏิบัติอย่างระมัดระวังถึงผลกระทบต่อป่าไม้</p>
<p>และ​จะเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยป้องกันไฟป่า และรักษาระบบนิเวศ​ให้ป่าไม้ ภูมิปัญญา และความรู้ดั้งเดิมของชาวบ้านในชุมชน กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือและแนวร่วม​สำคัญในการป้องกันไฟป่า และช่วยบรรเทาผลกระทบเมื่อเกิดเหตุขึ้นได้อย่างทันท่วงที</p>
<p><strong>กรณีศึกษา </strong><strong>WALHI กับการจัดการป่าไม้โดยชุมชนในอินโดนีเซีย</strong></p>
<p>การมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและชุมชนในการจัดการกับป่าไม้ ​หรือ <strong>&#8216;ป่าชุมชน&#8217;</strong> เป็นแนวทางเดียวกับที่​ <strong>วาลฮี</strong> (<strong>WALHI</strong>: Wahana Lingkungan Hidup Indonesia) องค์กรพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมของเอกชนที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในอินโดนีเซีย ผู้บุกเบิกแนวทาง &#8216;<strong>วิไลยะ เกอโลลา รากยัท</strong>&#8216;  (<strong>WKR</strong>: Wilayah Kelola Rakyat) หรือรูปแบบความร่วมมือเพื่อให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25018 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/1-2.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>WKR เป็นกระบวนการจัดการที่ผสมผสานระหว่างการกำกับดูแล การผลิต การจัดจำหน่าย และการบริโภค ของชุมชน เพื่อให้มั่นใจว่าการจัดการนี้จะไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งเรื่องที่ดินระหว่างชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ</p>
<p>วาลฮีประกอบด้วยสมาชิก 487 องค์กร จากองค์กรพัฒนาเอกชนและองค์กรอนุรักษ์ธรรมชาติ พร้อม​สมาชิก 203 ราย ที่กระจายอยู่ใน 28 เมืองของอินโดนีเซีย และ นับตั้งแต่ปี 2523 ​วาลฮีได้ขับเคลื่อนการปกป้องและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมในอินโดนีเซีย มุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการยอมรับสิทธิด้านสิ่งแวดล้อม การคุ้มครองสิทธิเหล่านี้ และการปฏิบัติตามสิทธิมนุษยชน ซึ่งสะท้อนถึงความรับผิดชอบของรัฐในการปกป้องทรัพยากรที่จำเป็น</p>
<p>​แม้การขับเคลื่อนจะเต็มไปด้วยความท้าทายที่เพิ่มขึ้น ทั้งการดูแลอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และความท้าทายจากอิทธิพลของระบบทุนนิยม การเมือง อุตสาหกรรม และเศรษฐกิจโลก เพื่อรักษาไว้และส่งเสริมความยุติธรรมทางเศรษฐกิจ สังคม และระบบนิเวศสำหรับคนรุ่นปัจจุบันและอนาคต ผาสนการเคลื่อนไหวทางสังคมที่เข้มแข็งของสมาชิก</p>
<p>ทั้งนี้ วาลฮีได้นำแนวทาง WKR  หรือการจัดการป่าชุมชนของอินโดนีเซีย เพื่อช่วยเหลือชุมชนดายัค เมราตุส (Dayak Meratus) หนึ่งในชุมชนพื้นเมืองบนเกาะบอร์เนียว ที่ยังคงมีวิถีการพึ่งแนวทางการใช้ทรัพยากรธรรมชาติแบบดั้งเดิมที่ยังคงมีการบุกรุกและเผาทำลายพื้นที่ป่า โดยได้เข้าไปส่งเสริมการทำเกษตรกรรมแบบหมุนเวียน พร้อมป้องกันการเข้าไปแผ้วถาง หรือเผาในพื้นที่ที่มีระบบนิเวศเปราะบาง พร้อมทั้งการให้ความรู้ในเรื่องของการฟื้นฟูดิน การพักดินหลังจากการเก็บเกี่ยว ด้วยการสลับพื้นที่ในการทำแปลงเพาะปลูก ภายใต้ความ​ร่วมมือและเรียนรู้ร่วมกันระหว่างองค์กรพัฒนาและคนในชุมชน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25020 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/4-2.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ขณะเดียวกัน ยังได้เข้าไปส่งเสริมให้ชุมชนเรียนรู้การปลูกพืชแบบผสมผสาน ​ด้วยการปลูกพืชหลากหลายชนิดในแปลงเดียวกัน เพื่อช่วยเพิ่มความสมดุลให้ระบบนิเวศควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อเทียบกับการปลูกพืชเชิงเดี่ยวแบบที่ผ่านมา</p>
<p>ทั้งนี้ วาลฮี​มีเป้าหมายที่จะเผยแพร่แนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนเหล่านี้ให้ทั่วอินโดนีเซีย โดยสร้างจุดแข็งขึ้นใน​แต่ละพื้นที่และวางแนวทางปฏิบัติให้กับสมาชิกใน​ชุมชน เพื่อสามารถสร้างรายได้จากผลผลิตที่หลากหลาย และลดการสร้างผลกระทบเชิงลบต่อพื้นที่ป่าให้น้อยลง​</p>
<p>ความสำเร็จจากการขับเคลื่อนของวาลฮี ตามแนวทาง WKR ได้ช่วยเหลือชุมชน 161,019 ครัวเรือน ใน 28 จังหวัดของอินโดนีเซีย ที่เปลี่ยนแปลงมาสู่​แนวทางปฏิบัติตามกรอบของความยั่งยืนและเป็นไปตามข้อกฎหมายอย่างถูกต้อง ซึ่งอาจจะมีความเข้มงวดในกิจกรรมที่เกี่ยวกับการตัดไม้ ทำเหมือง หรือการเพาะปลูก แต่แนวทาง WKR ได้เปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลป่าไม้จากภูมิปัญญาท้องถิ่น และก่อให้เกิดการจัดสรรทรัพยากรอย่างเท่าเทียม ช่วยปกป้องป่าไม้จากการบุกรุกของภาคอุตสาหกรรมอย่างได้ผล ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการจัดการให้กับประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งในหลายพื้นที่มักจะมีปัญหาในลักษณะที่ใกล้เคียงกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25019 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/3.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>การจัดการที่ดินอย่างยั่งยืนและการดูแลป่าไม้โดยชุมชน​ตามโมเดล​ WKR ของวาลฮี จึงถือเป็นต้นแบบการดำเนินการ​ที่สามารถนำมาปรับใช้ได้ในประเทศไทย ​รวมถึงทุกประเทศที่กำลังต่อสู้กับปัญหาและความท้าทายจากปัญหาที่คล้ายคลึงกัน ด้วยการนำโมเดลเหล่านี้มาปรับใช้อย่างสอดคล้องกับแต่ละพื้นที่ เพื่อ​เพิ่มศักยภาพให้ชุมชนท้องถิ่นมีความแข็งแรง พร้อมทั้งสามารถรักษาภูมิปัญญาดั้งเดิมไว้ได้ ตามแนวทางการเติบโตอย่างยั่งยืนได้ในที่สุด</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/walhi-community-based-land-management-in-indonesia/">ทำความรู้จัก WALHI (วาลฮี) ผู้สร้างต้นแบบความร่วมมือ​ &#8216;ป่าชุมชน&#8217; ในอินโดนีเซีย กลไกสร้างแนวร่วมอนุรักษ์พร้อมต่อสู้ไฟป่าจากคนในพื้นที่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรีนพีซ เปิดผลศึกษา &#8216;มลพิษทางอากาศ&#8217; ชี้คนไทยทั้งประเทศ ได้รับ PM 2.5 สูงกว่า​ WHO แนะนำ แถมเกือบครึ่งประเทศเข้าไม่ถึงข้อมูลด้านคุณภาพอากาศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/09/greenpeace-open-the-inequity-air-research/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 11 Sep 2022 09:46:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Air Inequity]]></category>
		<category><![CDATA[Air Pollution]]></category>
		<category><![CDATA[Greenpeace]]></category>
		<category><![CDATA[PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[pollution]]></category>
		<category><![CDATA[WHO]]></category>
		<category><![CDATA[WHO Guideline]]></category>
		<category><![CDATA[กรีนพีซ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำจากมลพิษทางอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ตุรกี]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ฟิลิปปินส์]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษทางอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[มาเลเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[วิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การอนามัยโลก]]></category>
		<category><![CDATA[อินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดนีเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[แอฟริกาใต้]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=14483</guid>

					<description><![CDATA[<p>มลพิษทางอากาศ นับเป็นวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นทั่วโลก และเป็นความเสี่ยงด้านสุขภาพอันดับต้นๆ ของโลก เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยและเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของคนนับล้านคนในแต่ละปีทั่วโลก โดยภาระด้านสุขภาพมักจะตกอยู่กับประชากรในประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลาง อากาศที่สะอาด ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความเท่าเทียมและเป็นธรรมที่ทุกคนควรเข้าถึงอากาศที่สะอาดได้สำหรับการหายใจ  แต่วิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นทั่วโลกยังส่งผลกระทบต่อความเหลื่อมล้ำ ซึ่งกลุ่มเปราะบางมักเป็นกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด​ กรีนพีซ ได้เผยแพร่รายงาน “ความแตกต่างใต้ท้องฟ้าเดียวกัน: ความเหลื่อมล้ำจากมลพิษทางอากาศ” หลังทำการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับคุณภาพอากาศและสถานการณ์มลพิษจาก PM 2.5 ใน 7 ประเทศ ประกอบด้วย อินเดีย มาเลเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ตุรกี และแอฟริกาใต้ รายงานระบุว่า มลพิษทางอากาศเป็นปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูงหรือร่างกายอ่อนแอ​ ได้แก่ เด็กทารก ผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 65 ปี และหญิงตั้งครรภ์ ที่มีแนวโน้มว่าจะได้รับมลพิษสูง หรือมีความยากลำบากในการเข้าถึงข้อมูลด้านมลพิษทางอากาศเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรทั้งหมดของประเทศ ขณะที่ผลการศึกษาในครั้งนี้ ได้ค้นพบประเด็นที่น่าสนใจ ได้แก่ &#8211; มากกว่า 99% ของประชากรในแต่ละประเทศที่ระบุไว้ในรายงาน ซึ่งคิดเป็นจำนวนมากกว่า 1 ใน 4 ของประชากรโลก ได้รับฝุ่น PM2.5 สูงเกินกว่าค่าแนะนำด้านคุณภาพอากาศขององค์การอนามัยโลก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/greenpeace-open-the-inequity-air-research/">กรีนพีซ เปิดผลศึกษา &#8216;มลพิษทางอากาศ&#8217; ชี้คนไทยทั้งประเทศ ได้รับ PM 2.5 สูงกว่า​ WHO แนะนำ แถมเกือบครึ่งประเทศเข้าไม่ถึงข้อมูลด้านคุณภาพอากาศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>มลพิษทางอากาศ นับเป็นวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นทั่วโลก และเป็นความเสี่ยงด้านสุขภาพอันดับต้นๆ ของโลก เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยและเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของคนนับล้านคนในแต่ละปีทั่วโลก โดยภาระด้านสุขภาพมักจะตกอยู่กับประชากรในประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลาง</p>
<p><span id="more-14483"></span></p>
<p>อากาศที่สะอาด ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความเท่าเทียมและเป็นธรรมที่ทุกคนควรเข้าถึงอากาศที่สะอาดได้สำหรับการหายใจ  แต่วิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นทั่วโลกยังส่งผลกระทบต่อความเหลื่อมล้ำ ซึ่งกลุ่มเปราะบางมักเป็นกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด​</p>
<p dir="ltr">กรีนพีซ ได้เผยแพร่รายงาน “ความแตกต่างใต้ท้องฟ้าเดียวกั<wbr />น: ความเหลื่อมล้ำจากมลพิ<wbr />ษทางอากาศ” หลังทำการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับคุณภาพอากาศและสถานการณ์มลพิษจาก PM 2.5 ใน 7 ประเทศ ประกอบด้วย อินเดีย มาเลเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ตุรกี และแอฟริกาใต้</p>
<p dir="ltr">รายงานระบุว่า มลพิษทางอากาศเป็นปัจจัยเสี่<wbr />ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุ<wbr />ดต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสู<wbr />งหรือร่างกายอ่อนแอ​ ได้แก่ เด็กทารก ผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 65 ปี และหญิงตั้งครรภ์ ที่มีแนวโน้มว่<wbr />าจะได้รับมลพิษสูง หรือมีความยากลำบากในการเข้าถึ<wbr />งข้อมูลด้านมลพิษทางอากาศเมื่<wbr />อเทียบกับจำนวนประชากรทั้<wbr />งหมดของประเทศ</p>
<p>ขณะที่ผลการศึกษาในครั้งนี้ ได้ค้นพบประเด็นที่น่าสนใจ ได้แก่</p>
<p dir="ltr" role="presentation">&#8211; มากกว่า 99% ของประชากรในแต่ละประเทศที่ระบุ<wbr />ไว้ในรายงาน ซึ่งคิดเป็นจำนวนมากกว่า 1 ใน 4 ของประชากรโลก ได้รับฝุ่น PM2.5 สูงเกินกว่าค่าแนะนำด้านคุ<wbr />ณภาพอากาศขององค์การอนามัยโลก (WHO Guideline) เพิ่มขึ้นจากในปี 2562 ที่มีสัดส่วน 90% <em>(อ้างอิงจากผลกระทบด้านสุขภาพจากมลพิษทางอากาศ โดยมีการปรับค่ามลพิษในระดับต่ำกว่าที่เคยพิจารณามาก่อนที่ไม่เกิน 5  ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งหากได้รับฝุ่นเป็นเวลานาน แม้จะมีความเข้มข้นของค่ามลพิษต่ำ ก็เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยด้วยโรคที่สำคัญได้​)​</em></p>
<p dir="ltr" role="presentation">&#8211; อินเดียเป็นหนึ่งในประเทศที่มี<wbr />คุณภาพอากาศแย่ที่สุด โดยมีสัดส่วนผู้ที่ได้รับฝุ่น PM2.5 สูงกว่า WHO Guideline กำหนดไว้กว่า 5 เท่า ถึง 95% <em>(ความเข้มข้นมากกว่า 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ) และ  57% ที่ได้รับฝุ่น PM 2.5 สูงกว่า​ WHO Guideline </em>​ถึง 10 เท่า <em>(ความเข้มข้นมากกว่า 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ) </em>โดยเฉพาะกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่<wbr />ที่มีมลพิษทางอากาศสูงเมื่อเที<wbr />ยบกับจำนวนประชากรทั้งหมด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-14490 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Air-pollution-thai.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p dir="ltr" role="presentation">&#8211;  ประชากรทั้ง 100% ในประเทศไทย ได้รั<wbr />บฝุ่น PM2.5 มากกว่าที่​ WHO Guideline กำหนดไว้ แม้แต่ในจังหวัดที่มีฝุ่นน้อยที่สุดก็ตาม โดยมีถึง 44 จังหวัดทั่วประเทศ ที่มีปริมาณฝุ่น PM2.5 สูงกว่าที่ WHO Guideline กำหนดไว้ถึง 5 เท่า ซึ่งมากเป็นอันดับ 3 ของการศึกษาครั้งนี้ รองจาก อินเดีย และตุรกี</p>
<p dir="ltr" role="presentation">&#8211; ขณะที่เด็กทารกและผู้สูงอายุของไทย มีแนวโน้<wbr />มอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มี<wbr />ความเข้มข้นของฝุ่น PM 2.5 สูงกว่า WHO Guideline กำหนดไว้ถึง 5 เท่า (ความเข้มข้นมากกว่า 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ซึ่งเด็กทารกทั้ง 100% ได้รับฝุ่น PM2.5 สูงกว่าที่ WHO Guideline กำหนดไว้</p>
<p dir="ltr" role="presentation">&#8211; ไม่เพียงแค่ความเสี่ยงจากการต้องเผชิญกับมลพิษเท่านั้น แต่ยังมีความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมอีกด้วย โดยประชากรมากกว่าครึ่งหนึ่งในเกือบทุกประเทศที่ศึ<wbr />กษาในรายงานนี้ รวมทั้งประเทศไทย (48%) ​ไม่สามารถเข้าถึงสถานีวัดคุ<wbr />ณภาพอากาศภายในรัศมี  25 กิโลเมตร โดยเฉพาะในอินเดีย ที่มากกว่า 70% ของประชากรทั้งหมดในประเทศไม่<wbr />สามารถเข้าถึงข้อมูลของสถานี<wbr />ตรวจวัดคุณภาพอากาศภายในระยะรั<wbr />ศมี 25 กิโลเมตรได้</p>
<p dir="ltr"><strong>อวินาช ชันชาล ผู้จัดการฝ่ายงานรณรงค์ กรีนพีซ อินเดีย</strong> กล่าวว่า “รายงานฉบับนี้ ทำให้เห็นว่าสถานีตรวจวัดคุ<wbr />ณภาพอากาศของอินเดียมีจำนวนน้<wbr />อยจนน่าตกใจเมื่อพิ<wbr />จารณาจากขนาดของประเทศ การรายงานคุณภาพอากาศแบบเรี<wbr />ยลไทม์คือขั้นตอนแรกของการแก้<wbr />ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องดำเนิ<wbr />นการจัดทำระบบตรวจวัดคุ<wbr />ณภาพอากาศที่มีประสิทธิภาพทั่<wbr />วทั้งประเทศ และเผยแพร่ข้อมูลสู่<wbr />สาธารณะแบบเรียลไทล์ควบคู่ไปกั<wbr />บการแนะนำด้านสุขภาพ และมีระบบการแจ้งเตือน เช่น “การแจ้งเตือนสีแดง” สำหรับวันที่มีมลพิษทางอากาศสูง เพื่อให้ประชาชนสามารถปกป้องสุ<wbr />ขภาพของตัวเองได้ และกำหนดมาตรการให้ผู้ที่ปล่<wbr />อยมลพิษลดการปล่อยมลพิษเพื่อเป็<wbr />นการปกป้องสิ่งแวดล้อม”</p>
<p dir="ltr"><strong>เฉินหย่งเหริน  ผู้ประสานงานรณรงค์อาวุโส ฝ่ายงานรณรงค์ด้านมลพิ<wbr />ษทางอากาศทั่วโลก</strong> กล่าวว่า “การเข้าถึงข้อมูลด้านคุ<wbr />ณภาพอากาศ และการเข้าถึงอากาศสะอาดคือปั<wbr />ญหาของความเหลื่อมล้ำ ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงคือผู้ที่<wbr />ต้องการใช้ประโยชน์สูงสุ<wbr />ดจากการเข้าถึงข้อมูลด้านคุ<wbr />ณภาพอากาศ ซึ่งทุกคนควรมีสิทธิได้เข้าถึ<wbr />งอากาศสะอาดและสิ่งแวดล้อมที่ดี<wbr />  นโยบายของรัฐเพื่อให้<wbr />ประชาชนสามารถเข้าถึ<wbr />งอากาศสะอาดถือเป็นเรื่องเร่งด่<wbr />วนและสำคัญในการรักษาสิทธิขั้<wbr />นพื้นฐานของประชาชน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-14492 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Air-pollution.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ส่วนในประเทศไทย สถานีตรวจวัดคุ<wbr />ณภาพอากาศของภาครัฐในไทยยังมีน้<wbr />อยเมื่อเทียบกับประชากรทั้<wbr />งหมดของประเทศ ประชาชนในบางจังหวัดไม่<wbr />สามารถเข้าถึงข้อมูลจากสถานี<wbr />ตรวจวัดคุณภาพอากาศได้ในระยะรั<wbr />ศมี 25 กิโลเมตร มีประชากรเพียงร้อยละ 26.8 เท่านั้นที่พักอาศัยอยู่<wbr />ในระยะรัศมี 5 กิโลเมตร การรับรู้ข้อมูลด้านคุณภาพอากาศ ณ สถานที่และเวลาจริงจะช่วยให้<wbr />ประชาชนสามารถปกป้องสุขภาพตั<wbr />วเองได้ และหน่วยงานรัฐสามารถนำข้อมู<wbr />ลไปแก้ไขปัญหาด้านมลพิ<wbr />ษทางอากาศได้ตรงจุดมากขึ้น</p>
<p><strong>อัลลิยา เหมือนอบ </strong>ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านมลพิ<wbr />ษทางอากาศกรีนพีซ ประเทศไทย กล่าวว่า “เพื่อให้การแก้ปัญหามลพิ<wbr />ษทางอากาศของไทยมีประสิทธิ<wbr />ภาพและเป็นรูปธรรม รัฐบาลต้องประกาศใช้กฎหมายควบคุ<wbr />มการปล่อยฝุ่น PM2.5 จากปลายปล่องโรงงานอุตสาหกรรม และกฎหมายการรายงานและเปิดเผยข้<wbr />อมูลการปลดปล่อยและเคลื่อนย้<wbr />ายสารมลพิษ (Pollutant Release and Transfer Register หรือ PRTR) และระบุให้ฝุ่น PM2.5 อยู่ในรายชื่อสารที่ภาคอุ<wbr />ตสาหกรรมต้องรายงานข้อมูลการปล่<wbr />อยสู่สาธารณะ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้ามามี<wbr />ส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และป้องกันสุขภาพประชาชนจากฝุ่น PM2.5 ได้”</p>
<p>ทั้งนี้ รายงาน “ความแตกต่างใต้ท้องฟ้<wbr />าเดียวกัน: ความเหลื่อมล้ำจากมลพิ<wbr />ษทางอากาศ” ในส่วนของประเทศไทย สามารถดูได้ที่ <a href="https://www.greenpeace.org/thailand/publication/24564/climate-airpollution-inequity-report/" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.greenpeace.org/thailand/publication/24564/climate-airpollution-inequity-report/&amp;source=gmail&amp;ust=1662963731462000&amp;usg=AOvVaw2nlFcK99VBfyEc0LDsdRu6">https://www.greenpeace.org/<wbr />thailand/publication/24564/<wbr />climate-airpollution-inequity-<wbr />report/</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/greenpeace-open-the-inequity-air-research/">กรีนพีซ เปิดผลศึกษา &#8216;มลพิษทางอากาศ&#8217; ชี้คนไทยทั้งประเทศ ได้รับ PM 2.5 สูงกว่า​ WHO แนะนำ แถมเกือบครึ่งประเทศเข้าไม่ถึงข้อมูลด้านคุณภาพอากาศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
