<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อุตสาหกรรมอาหาร &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 01 May 2026 03:13:30 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.9</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>อุตสาหกรรมอาหาร &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เบทาโกรตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอาหาร คว้าสองรางวัลใหญ่ด้านธรรมาภิบาล และความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/btg-thailands-most-admired-company/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 May 2026 03:13:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Betagro]]></category>
		<category><![CDATA[BTG]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand’s Most Admired Company]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน)​]]></category>
		<category><![CDATA[ริรินดา ตังทัตสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[เบทาโกร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41518</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ “BTG” บริษัทอาหารครบวงจรชั้นนำของไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอาหารอย่างต่อเนื่อง ด้วยการคว้าสองรางวัลเกียรติยศสูงสุด ได้แก่ รางวัล White Brand Award ประจำปี 2026 และรางวัล Thailand’s Most Admired Company ประจำปี 2025-2026 ซึ่งจัดขึ้นโดยนิตยสาร BrandAge ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของบริษัทในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม ตลอดจนมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งเสริมความแข็งแกร่งของเบทาโกรในฐานะแบรนด์ต้นแบบด้านธรรมาภิบาลและความยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหารอย่างแท้จริง จากการร่วมโหวตของผู้บริโภค เบทาโกรถือเป็นผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารเพียงรายเดียวที่ได้รับรางวัล White Brand Award ประจำปี 2026 ซึ่งจัดโดยนิตยสาร BrandAge ร่วมกับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงความเป็นเลิศด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี การส่งต่อคุณค่าสู่สังคม และการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม นอกเหนือจากการดำเนินงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้แล้ว บริษัทยังมีพันธกิจในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ การรักษามาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยด้านอาหารขั้นสูงสุด, การมุ่งสู่เป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero) ภายในปี 2050, การพัฒนาชุมชนและสังคมแบบองค์รวมให้เข้มแข็ง, การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน และการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในการทำงานด้วยเป้าหมายอุบัติเหตุเป็นศูนย์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/btg-thailands-most-admired-company/">เบทาโกรตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอาหาร คว้าสองรางวัลใหญ่ด้านธรรมาภิบาล และความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ “</strong><strong>BTG</strong><strong>”</strong> <strong>บริษัทอาหารครบวงจรชั้นนำของไทย</strong> <strong>ตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอาหารอย่างต่อเนื่อง ด้วยการคว้าสองรางวัลเกียรติยศสูงสุด ได้แก่ รางวัล </strong><strong>White Brand Award </strong><strong>ประจำปี </strong><strong>2026 </strong><strong>และรางวัล </strong><strong>Thailand’s Most Admired Company </strong><strong>ประจำปี </strong><strong>2025-2026</strong></p>
<p><span id="more-41518"></span></p>
<p>ซึ่งจัดขึ้นโดยนิตยสาร BrandAge ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของบริษัทในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม ตลอดจนมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งเสริมความแข็งแกร่งของเบทาโกรในฐานะแบรนด์ต้นแบบด้านธรรมาภิบาลและความยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหารอย่างแท้จริง</p>
<p>จากการร่วมโหวตของผู้บริโภค เบทาโกร<strong>ถือเป็นผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารเพียงรายเดียวที่ได้รับรางวัล </strong><strong>White Brand Award </strong><strong>ประจำปี </strong><strong>2026</strong> ซึ่งจัดโดยนิตยสาร BrandAge ร่วมกับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงความเป็นเลิศด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี การส่งต่อคุณค่าสู่สังคม และการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม นอกเหนือจากการดำเนินงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้แล้ว บริษัทยังมีพันธกิจในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ การรักษามาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยด้านอาหารขั้นสูงสุด, การมุ่งสู่เป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero) ภายในปี 2050, การพัฒนาชุมชนและสังคมแบบองค์รวมให้เข้มแข็ง, การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน และการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในการทำงานด้วยเป้าหมายอุบัติเหตุเป็นศูนย์ (Zero Accident)</p>
<p>นอกจากนี้ เบทาโกรยังตอกย้ำความเป็นผู้นำอีกขั้นด้วยการ<strong>คว้าอันดับ </strong><strong>1 </strong><strong>ด้านความยั่งยืนในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทาน (</strong><strong>Ready-to-Eat </strong><strong>หรือ </strong><strong>RTE) </strong><strong>จากผลสำรวจ </strong><strong>Thailand’s Most Admired Company </strong><strong>ประจำปี </strong><strong>2025-2026 </strong><strong>ซึ่งเป็นหมวดรางวัลที่เพิ่มขึ้นใหม่เป็นปีแรก</strong> โดยบริษัทได้สร้างมาตรฐานระดับสูงในด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน และสะท้อนถึงความสามารถในการครองใจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคท่ามกลางตลาดที่มีการแข่งขันสูง</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41520 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/BTG2.jpg" alt="" width="1200" height="765" /></p>
<p><strong>นางสาวริรินดา ตังทัตสวัสดิ์</strong><strong> ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มงานกลยุทธ์และนวัตกรรม บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า </strong>&#8220;การได้รับทั้งสองรางวัลนี้ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับทุกภาคส่วนตลอด 58 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่พันธมิตรทางธุรกิจ เกษตรกร ชุมชน พนักงาน ไปจนถึงลูกค้า ที่ร่วมกันยกระดับอุตสาหกรรมอาหารของไทยและขยายสู่กว่า 30 ประเทศทั่วโลก&#8221;</p>
<p>&#8220;สำหรับเรา ความเชื่อมั่นในเบทาโกรเกิดจากการมุ่งมั่นในการเพิ่มมาตรฐานสู่ระดับสากล ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยและคุณภาพ รวมถึงการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืน&#8221; <strong>นางสาวริรินดา กล่าวเพิ่มเติม</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/btg-thailands-most-admired-company/">เบทาโกรตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอาหาร คว้าสองรางวัลใหญ่ด้านธรรมาภิบาล และความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีพีแรม เน้นบริหารซัพพลายเชนใกล้ชิดรับวิกฤต​ ขับเคลื่อน FOOD 3S ส่งเสริม &#8216;ปูม้ายั่งยืน&#8217; ตลอดห่วงโซ่ หนุนขึ้นทะเบียน &#8216;ปูม้าพุมเรียง&#8217; สินค้า GI สุราษฎร์ธานี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/04/cpram-phumriang-blue-crab-conservation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 04 Apr 2026 09:50:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[CPRAM)]]></category>
		<category><![CDATA[Food 3S]]></category>
		<category><![CDATA[food safety]]></category>
		<category><![CDATA[Food Security]]></category>
		<category><![CDATA[Food Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[GI]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain Management]]></category>
		<category><![CDATA[Young Crab]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีพีแรม จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บันดาล สถิรชวาล]]></category>
		<category><![CDATA[ปูม้าพุมเรียง]]></category>
		<category><![CDATA[ปูม้ายั่งยืน คู่ทะเลไทย]]></category>
		<category><![CDATA[วิเศษ วิศิษฏ์วิญญู]]></category>
		<category><![CDATA[สุราษฎร์ธานี]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารพร้อมทาน]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมอาหาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40843</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในฐานะผู้นำธุรกิจอาหารพร้อมทานของประเทศ บริษัท ซีพีแรม จำกัด มุ่งให้ความสำคัญในการขับเคลื่อบภารกิจเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารตามแนวทาง FOOD 3S ​ ได้แก่ Food Safety , Food Security และ Food Sustainability ​ซึ่งตอบโจทย์ทั้งด้านความปลอดภัย​​ ความมั่นคง  และความยั่งยืน ภายใน​ห่วงโซ่ธุรกิจอาหารของประเทศได้อย่างต่อเนื่อง โดยมี​โครงการ &#8216;ปูม้ายั่งยืน คู่ทะเลไทย&#8217; เป็นหนึ่งโครงการสำคัญที่สะท้อนการขับเคลื่อนตามปณิธาน FOOD 3S ได้อย่างชัดเจน ​ตลอดระยะเวลา 14 ปี โดยในปีนี้ได้ทำการ​ปล่อยพันธุ์ลูกปูม้าในระยะ Young Crab ซึ่งเป็นระยะที่มีโอกาสในการรอดสูง  จำนวน 2 แสนตัว และคิดเป็นจำนวนการปล่อยสะสมในพื้นที่รวมแล้ว 1.8 ล้านตัว สำหรับการขับเคลื่อนโครงการ​ ปูม้ายั่งยืน คู่ทะเลไทย​ เป็นการ​ผนึกกำลังกันทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในพื้นที่​ ทั้งส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี, กรมประมง โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 3 (สุราษฎร์ธานี), บริษัท วิยะเครป [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/cpram-phumriang-blue-crab-conservation/">ซีพีแรม เน้นบริหารซัพพลายเชนใกล้ชิดรับวิกฤต​ ขับเคลื่อน FOOD 3S ส่งเสริม &#8216;ปูม้ายั่งยืน&#8217; ตลอดห่วงโซ่ หนุนขึ้นทะเบียน &#8216;ปูม้าพุมเรียง&#8217; สินค้า GI สุราษฎร์ธานี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในฐานะผู้นำธุรกิจอาหารพร้อมทานของประเทศ บริษัท ซีพีแรม จำกัด มุ่งให้ความสำคัญในการขับเคลื่อบภารกิจเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารตามแนวทาง <strong>FOOD 3S</strong> ​ ได้แก่ <strong>Food Safety , Food Security และ Food Sustainability</strong> ​ซึ่งตอบโจทย์ทั้งด้านความปลอดภัย​​ ความมั่นคง  และความยั่งยืน ภายใน​ห่วงโซ่ธุรกิจอาหารของประเทศได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p><span id="more-40843"></span></p>
<p>โดยมี​โครงการ <strong>&#8216;ปูม้ายั่งยืน คู่ทะเลไทย&#8217;</strong> เป็นหนึ่งโครงการสำคัญที่สะท้อนการขับเคลื่อนตามปณิธาน <strong>FOOD 3S</strong> ได้อย่างชัดเจน ​ตลอดระยะเวลา 14 ปี โดยในปีนี้ได้ทำการ​ปล่อยพันธุ์ลูกปูม้าในระยะ Young Crab ซึ่งเป็นระยะที่มีโอกาสในการรอดสูง  จำนวน 2 แสนตัว และคิดเป็นจำนวนการปล่อยสะสมในพื้นที่รวมแล้ว 1.8 ล้านตัว</p>
<p>สำหรับการขับเคลื่อนโครงการ​ <strong>ปูม้ายั่งยืน คู่ทะเลไทย</strong>​ เป็นการ​ผนึกกำลังกันทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในพื้นที่​ ทั้งส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี, กรมประมง โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 3 (สุราษฎร์ธานี), บริษัท วิยะเครป โปรดักส์ จำกัด กลุ่มอนุรักษ์พันธุ์ปูม้า (ธนาคารปู) และชาวประมงพื้นบ้าน เพื่อจัดกิจกรรมปล่อยลูกพันธุ์ปูม้าระยะ Young Crab กว่า 2 แสนตัว ณ เกาะเสร็จ บ้านพุมเรียง ตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-40847 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/8F0A9AC0-ADDF-4B0C-96BF-6A8AD37ACF6F.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณวิเศษ วิศิษฏ์วิญญู</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด กล่าวว่า ​โครงการ &#8216;<strong>ปูม้ายั่งยืน คู่ทะเลไทย&#8217;</strong> สามารถ​ตอบโจทย์ได้ทั้งการสร้างความมั่นคงทางอาหาร การส่งเสริมเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตประชาชนและชาวประมงในพื้นที่ เนื่องจากปูม้าเป็นหนึ่งในวัตถุดิบหลักสำคัญของ​บริษัท โดยเฉพาะเมนูยอดนิยมอย่าง <strong>&#8216;ข้าวผัดปู</strong>&#8216; ​ทำให้มีการรับซื้อวัตถุดิบจำนวนมาก และช่วยสร้างรายได้ให้กับทั้งชาวประมง รวมทั้งรายได้จากการแกะเนื้อปูให้กับคนในชุมชน การมีโครงการอนุรักษ์และดูแลปูม้าในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จึงเป็นการรักษาความสมบูรณ์ของทรัพยากรปูม้าให้มีปริมาณเพียงพอได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนภายในพื้นที่ในการดูแลพื้นที่อาศัยของสัตว์เศรษฐกิจชุมชน ไปจนถึงการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมต่างๆ บนเกาะ เพื่อมีส่วนช่วยอนุรักษ์ทั้งความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำ ควบคู่ไปกับการช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลภายในพื้นที่ เพื่อสามารถต่อยอดสู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่สามารถดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่เพิ่มมากขึ้นได้อีกทางหนึ่ง</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-40848 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/23FA7AB7-9298-490B-8362-237F26510312.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณบันดาล สถิรชวาล</strong> รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ปูม้าเป็นทรัพยากรสำคัญของชาวประมงท้องถิ่น และมีบทบาทอย่างมากต่อระบบนิเวศชายฝั่ง โดยเฉพาะปูม้าในพื้นที่พุมเรียง ​มีความเป็นเอกลักษณ์จากรสชาติที่หวาน เพราะอยู่ในพื้นที่ประมงชายฝั่งอ่าวพุมเรียง-เกาะเสร็จ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นเขตที่อุดมสมบูรณ์ด้วยหญ้าทะเล มีระดับความเค็มของน้ำทะเลที่เหมาะสม และภูมิศาสตร์เอื้อต่อการอนุบาลลูกพันธุ์ปูม้า รวมทั้ง​มีการดูแลระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ​ต่อเนื่อง ทาง​จังหวัดสุราษฎร์ธานีจึงเตรียมเสนอให้ &#8216;<strong>ปูม้าพุมเรียง&#8217;</strong> เป็นอีกหนึ่งสินค้า GI หรือ​​สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ​ประเภทที่ 8 ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี จากปัจจุบันมีแล้ว 7 รายการ ประกอบด้วย ไข่เค็มไชยา หอยนางรมสุราษฎร์ธานี เงาะโรงเรียนนาสาร มะพร้าวเกาะพะงัน ขมิ้นชันสุราษฎร์ธานี ปลาเม็งสุราษฎร์ธานี และกระท้อนคลองน้อย โดยเตรียมให้ทางกรมประมง ยื่นขอการรับรองเพื่อดำเนินการตามขั้นตอน โดยคาด​ใช้เวลาราว 1 ปี  ซึ่งจะเป็นการช่วยสร้างเอกลักษณ์และความแตกต่าง​ให้​ปูม้าพุมเรียง รวมทั้งเป็นหนึ่ง​วัตถุดิบสำคัญในเมนูข้าวผัดปูของซีพีแรม ทำให้ช่วยเพิ่มการสนับสนุนสินค้า GI และเพิ่มการรับรู้ถึงแหล่งกำเนิดปูม้าพุมเรียงในวงกว้างได้อีกทางหนึ่งด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40849 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/677DA2C5-01EC-4D85-98EC-EDA7245524EB.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับสถานการณ์ธุรกิจอาหารพร้อมทานในปัจจุบันนั้น คุณวิเศษ กล่าวเพิ่มเติมว่า ซีพีแรมเป็นหนึ่งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ​​โดยตรงจากวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะผลกระทบจากราคาน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนหลักของโลจิสติกส์หรือระบบขนส่ง และส่งผลต่อเนื่องไปสู่วัตถุดิบทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร อาหารทะเล เนื้อสัตว์ หรือผักผลไม้ต่างๆ เนื่องจาก วัตถุดิบทุกตัวจำเป็นต้องมีการขนส่งมาผลิตภายในโรงงาน รวมทั้ง​บรรจุภัณฑ์ ซึ่งเม็ดพลาสติกมีผลิตภัณฑ์ต้นทางมาจากกลุ่มปิโตรเลียม ซึ่งคาดว่าปริมาณพลาสติกในประเทศที่มีอยู่สามารถรองรับได้ถึงราวเดือนพฤษภาคม ซึ่งจำเป็นต้องมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีความผันผวนในระดับสูง และแตกต่างกันไปตามประเภทสินค้าและสถานการณ์ตลาดในแต่ละช่วงเวลา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40852 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/FB42A33A-8739-4398-A219-20F187370EB7.jpg" alt="" width="1200" height="901" /></p>
<p><em>&#8220;ด้วยภาวะต้นทุนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการอาหาร​ทั้งรายเล็ก และรายใหญ่ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น และเชื่อว่าจะมีหลายรายที่ไม่สามารถแบกรับไหว และจะทยอยปรับขึ้นราคาสินค้าในอนาคตอันใกล้  ขณะที่การปรับตัวของซีพีแรม จะไม่เลือกการขึ้นราคาเป็นทางเลือกแรก แต่จะ​</em><em>ใช้วิธีบริหารจัดการภายในซัพพลายเชนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต เพื่อสามารถลดค่าใช้จ่ายให้น้อยลง ชดเชยกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น  และการบริหารความเสี่ยงเพื่อป้องกัน​การขาดแคลนบรรจุภัณฑ์ โดยยืนยันจุดยืนของ​ซีพีแรมในการตรึงราคาไว้ให้นานที่สุด ​เพื่อมีส่วนช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคให้สามารถเข้าถึงอาหารคุณภาพดี ในราคาประหยัดให้ได้นานที่สุด ส่วนการปรับราคาในอนาคต จะพิจารณาผลกระทบจากปัจจัยต่างๆ  อาทิ ระดับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนไม่สามารถบริหารจัดการได้อีกต่อไป ความผันผวนของราคาพลังงานและนโยบายของประเทศมหาอำนาจ ตลอดจนความเสี่ยงด้านการขาดแคลนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ หากสถานการณ์ดังกล่าวรุนแรงถึงจุดที่บริษัทไม่สามารถแบกรับต้นทุนได้ บริษัทจึงจะพิจารณาปรับราคา โดยยืนยันว่า ซีพีแรมจะเป็น​ &#8216;รายสุดท้าย&#8217; ที่จะทำการปรับขึ้นราคาสินค้า&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40850 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/FC3E5141-3B64-4688-AD5A-44905657E104.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับการขับเคลื่อนโครงการ &#8216;<strong>ปูม้ายั่งยืน คู่ทะเลไทย&#8217;</strong> เป็นหนึ่งโครงการที่สะท้อนความมุ่งมั่นของซีพีแรม ในการให้ความสำคัญต่อการสร้างความยั่งยืนในระบบ Food Supply Chain ซึ่งดำเนินการ​ต่อเนื่องมากว่า 14 ปี และ​เป็นกรณีศึกษาการจัดการตลอดห่วงโซ่อุปทานของซีพีแรม หรือ <strong>Supply Chain Management</strong> ที่เกิดผลตามปณิธาน <strong>FOOD 3S</strong> ขององค์กร โดยผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ อันได้แก่ ชาวประมง , บริษัท วิยะเครปโปรดักส์ จำกัด (ผู้ส่งมอบ   เนื้อปู) , บริษัท ซีพีแรม จำกัด (ผู้ผลิตอาหาร) และผู้บริโภค รวมถึงศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 3  (สุราษฎร์ธานี) ผู้สนับสนุนความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อให้การจัดการอนุรักษ์คุ้มครอง และการพัฒนาการประมงปูม้าในทะเลไทยบรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>ตลอด 14 ปีของโครงการ ​<strong>ปูม้ายั่งยืน คู่ทะเลไทย </strong>ยังสะท้อนจุดยืนของซีพีแรมในฐานะผู้ผลิตอาหารพร้อมรับประทานที่ให้ความสำคัญ ใส่ใจทั้งต่อผู้บริโภค ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ขององค์กร โดยซีพีแรมดำเนินธุรกิจเคียงข้างสังคมอย่างเกื้อกูลมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความเชื่อมั่นว่าการส่งมอบอาหารคุณภาพ ปลอดภัย ต้องควบคู่กับการดูแลโลกใบนี้อย่างยั่งยืน เพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40851 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/F551229B-0364-48C2-B461-E72E358BC1BC.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/cpram-phumriang-blue-crab-conservation/">ซีพีแรม เน้นบริหารซัพพลายเชนใกล้ชิดรับวิกฤต​ ขับเคลื่อน FOOD 3S ส่งเสริม &#8216;ปูม้ายั่งยืน&#8217; ตลอดห่วงโซ่ หนุนขึ้นทะเบียน &#8216;ปูม้าพุมเรียง&#8217; สินค้า GI สุราษฎร์ธานี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำไม? &#8216;โปรตีนจากพืช&#8217;​ ถึงเป็นความยั่งยืนแห่งอนาคต</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/plant-based/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 07 Sep 2025 23:45:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Emission]]></category>
		<category><![CDATA[FoodSecurity]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[InfoGraphic]]></category>
		<category><![CDATA[Livestock]]></category>
		<category><![CDATA[MadreBrava]]></category>
		<category><![CDATA[Opportunity]]></category>
		<category><![CDATA[Plantbased]]></category>
		<category><![CDATA[Protein]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ครัวโลก]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ปศุสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารจากพืช]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[โปรตีนจากถั่ว]]></category>
		<category><![CDATA[โปรตีนจากพืช]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36153</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากเทียบปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก GHG Emissions พบว่า การผลิตโปรตีนจากสัตว์มีปริมาณการปลดปล่อยสูงกว่า​​ &#8216;โปรตีนจากพืช&#8217; ​หลายเท่าตัว โดยอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์สร้าง GHG Emissions ​สัดส่วนถึง 15% ของการปลดปล่อยทั่วโลก รวมทั้งความคุ้มค่าในการใช้พื้นที่ เพราะการทำปศุสัตว์ที่กินพื้นที่ถึง 80% ของโลก แต่ผลิตอาหารให้มนุษย์ไม่ถึง 20%หรือหากเทียบการผลิตโปรตีนแต่ละชนิด ในปริมาณ 100 กรัม เช่น การผลิตเนื้อวัว จะสร้าง Emission เกือบ 50 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (KgCO2e) กุ้งเลี้ยงมากกว่า 18 KgCO2e หรือนมจากสัตว์ ปลดปล่อย 9.5 KgCO2e ขณะที่กลุ่มธัญพืช ปล่อย GHG เพียง 2.7 KgCO2e เต้าหู้ 1.98 KgCO2e หรือพืชตระกูลถั่วต่างๆ ปล่อยไม่ถึง 1 KgCO2e เป็นต้นขณะที่ &#8216;ประเทศไทย&#8217; มีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางโปรตีนจากพืชของภูมิภาคได้ ผ่านการสร้างความหลากหลายของอาหารที่ให้โปรตีน ในฐานะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/plant-based/">ทำไม? &#8216;โปรตีนจากพืช&#8217;​ ถึงเป็นความยั่งยืนแห่งอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หากเทียบปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">GHG Emissions</span> พบว่า การผลิตโปรตีนจากสัตว์มีปริมาณการปลดปล่อยสูงกว่า​​ <strong>&#8216;โปรตีนจากพืช&#8217; </strong>​หลายเท่าตัว โดยอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์สร้าง GHG Emissions ​สัดส่วนถึง 15% ของการปลดปล่อยทั่วโลก รวมทั้งความคุ้มค่าในการใช้พื้นที่ เพราะการทำปศุสัตว์ที่กินพื้นที่ถึง 80% ของโลก แต่ผลิตอาหารให้มนุษย์ไม่ถึง 20%<br class="html-br" /><br class="html-br" />หรือหากเทียบการผลิตโปรตีนแต่ละชนิด ในปริมาณ 100 กรัม เช่น การผลิตเนื้อวัว จะสร้าง Emission เกือบ 50 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (KgCO2e) กุ้งเลี้ยงมากกว่า 18 KgCO2e หรือนมจากสัตว์ ปลดปล่อย 9.5 KgCO2e ขณะที่กลุ่มธัญพืช ปล่อย GHG เพียง 2.7 KgCO2e เต้าหู้ 1.98 KgCO2e หรือพืชตระกูลถั่วต่างๆ ปล่อยไม่ถึง 1 KgCO2e เป็นต้น<br class="html-br" /><br class="html-br" />ขณะที่ &#8216;ประเทศไทย&#8217; มีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางโปรตีนจากพืชของภูมิภาคได้ ผ่านการสร้างความหลากหลายของอาหารที่ให้โปรตีน ในฐานะ &#8216;ครัวของโลก&#8217; และการเร่งเปลี่ยนผ่านเพื่อส่งเสริมโปรตีนจากพืช เพื่อเพิ่มโอกาสทางการแข่งขันให้ประเทศ ทั้ง​การพัฒนาทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมที่​ยั่งยืนในประเทศไทย<br class="html-br" /><br class="html-br" />จึงจำเป็นต้องมีมาตรการเร่งด่วนเพื่อ​ส่งเสริมการขยายสัดส่วนโปรตีนจากพืชเพื่อทดแทนโปรตีนจากสัตว์ในระบบการผลิตของประเทศไทย ให้ได้​ 50% ภายในปี 2050 เพื่อนำมาซึ่งประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มในมิติต่างๆ ได้ต่อไปนี้<br class="html-br" /><br class="html-br" />• การสร้างมูลค่าเศรษฐกิจได้ถึง 1.3 ล้านล้านบาท<br class="html-br" />• เพิ่มความสามารถในการพึ่งพาตัวเอง จากโอกาสในการสร้างงานได้สูงสุดถึง 1.15 ล้านตำแหน่ง ในกลุ่มอุตสาหกรรมโปรตีนจากพืช<br class="html-br" />• ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 35.5 ล้านตันต่อปี เทียบเท่าการลดจำนวนรถยนต์ 8.45 ล้านคันในสหรัฐอเมริกา<br class="html-br" />• ประหยัดพื้นที่การผลิตถึง 21,700 ตารางกิโลเมตร เทียบเท่ากับพื้นที่ของ จ.นครราชสีมา</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/plant-based/">ทำไม? &#8216;โปรตีนจากพืช&#8217;​ ถึงเป็นความยั่งยืนแห่งอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;แกร่งทั้งซัพพลายเชนไม่พอ ต้องยกระดับได้ทั้งประเทศ&#8217; ซีพีแรมลงทุนกว่า 100 ล้านบาท สร้าง FTEC เปิดกว้างแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี เพิ่มศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารไทยเติบโตระดับโลกอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/cpram-launch-food-technology-exchange-center/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 10 May 2025 10:43:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[CPRAM)]]></category>
		<category><![CDATA[Food Industry]]></category>
		<category><![CDATA[Food Innovation]]></category>
		<category><![CDATA[Food Science]]></category>
		<category><![CDATA[Food Technology Exchange Center]]></category>
		<category><![CDATA[FTEC]]></category>
		<category><![CDATA[Ready to Eat]]></category>
		<category><![CDATA[RTE]]></category>
		<category><![CDATA[SMAFT]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี ฟู้ดเเล็บ]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพีแรม]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐสิทธิ์ อึ๊งภากรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พัชรี กิตติสุบรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.เดโช ปลื้มใจ]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีพีแรม จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญาภิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[พิภักดิ์ จรูญลักษณ์คนา]]></category>
		<category><![CDATA[วิเศษ วิศิษฏ์วิญญู]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารพร้อมรับประทาน]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมอาหาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33425</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน เปิดตัว FTEC (Food Technology Exchange Center) ที่อาคารฟู้ด เทคโนโลยี ธาราพาร์ค ถนนแจ้งวัฒนะ จังหวัดนนทบุรี เพื่อเป็นศูนย์กลางความร่วมมือและแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีอาหาร  เสริมศักยภาพอุตสาหกรรมอาหาร​ของประเทศ พร้อมผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารโลก โดยใช้​งบลงทุนในเฟสแรกนี้ราว​ 100 ล้านบาท เพื่อสร้างศูนย์กลาง​ความร่วมมือและแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีอาหารกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นส่วนของต้นน้ำ กลางน้ำ หรือปลายน้ำ ​​​ทั้งผู้ประกอบการที่อยู่ภายในซัพพลายเชนธุรกิจเดียวกัน หรือ​อยู่นอกซัพพลายเชน ​ทั้งภาครัฐ  เอกชน ผู้ประกอบการในประเทศ  ต่างประเทศ รวมถึงวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี  เพื่อร่วมผลักดันการพัฒนาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ พร้อมทั้งเทคโนโลยีในธุรกิจอาหารร่วมกัน เปิดตัว FTEC ​เพิ่มศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารประเทศไทยแบบไร้พรมแดน คุณวิเศษ วิศิษฏ์วิญญู กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด เปิดเผยว่า การตั้ง FTEC เพื่อมุ่งมั่นสร้างความร่วมมือแบบไร้พรมแดนให้เกิดขึ้นได้จริง เพื่อตอกย้ำความเป็น &#8216;ครัวโลก&#8217; ของประเทศไทย ​ที่มีศักยภาพในการแข่งขัน และมีการพัฒนาในทุกเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่การเป็นครัวโลกแค่ในนาม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/cpram-launch-food-technology-exchange-center/">&#8216;แกร่งทั้งซัพพลายเชนไม่พอ ต้องยกระดับได้ทั้งประเทศ&#8217; ซีพีแรมลงทุนกว่า 100 ล้านบาท สร้าง FTEC เปิดกว้างแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี เพิ่มศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารไทยเติบโตระดับโลกอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) </strong>ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน เปิดตัว FTEC (Food Technology Exchange Center) ที่อาคารฟู้ด เทคโนโลยี ธาราพาร์ค ถนนแจ้งวัฒนะ จังหวัดนนทบุรี เพื่อเป็นศูนย์กลางความร่วมมือและแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีอาหาร  เสริมศักยภาพอุตสาหกรรมอาหาร​ของประเทศ พร้อมผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารโลก</p>
<p><span id="more-33425"></span></p>
<p>โดยใช้​งบลงทุนในเฟสแรกนี้ราว​ 100 ล้านบาท เพื่อสร้างศูนย์กลาง​ความร่วมมือและแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีอาหารกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นส่วนของต้นน้ำ กลางน้ำ หรือปลายน้ำ ​​​ทั้งผู้ประกอบการที่อยู่ภายในซัพพลายเชนธุรกิจเดียวกัน หรือ​อยู่นอกซัพพลายเชน ​ทั้งภาครัฐ  เอกชน ผู้ประกอบการในประเทศ  ต่างประเทศ รวมถึงวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี  เพื่อร่วมผลักดันการพัฒนาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ พร้อมทั้งเทคโนโลยีในธุรกิจอาหารร่วมกัน</p>
<p><strong>เปิดตัว FTEC ​เพิ่มศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารประเทศไทยแบบไร้พรมแดน</strong></p>
<p><strong>คุณวิเศษ วิศิษฏ์วิญญู</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด เปิดเผยว่า การตั้ง FTEC เพื่อมุ่งมั่นสร้างความร่วมมือแบบไร้พรมแดนให้เกิดขึ้นได้จริง เพื่อตอกย้ำความเป็น &#8216;ครัวโลก&#8217; ของประเทศไทย ​ที่มีศักยภาพในการแข่งขัน และมีการพัฒนาในทุกเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่การเป็นครัวโลกแค่ในนาม แต่กลับไม่สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33432 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/นายวิเศษ-วิศิษฏ์วิญญู-กรรมการผู้จัดการ-บริษัท-ซีพีแรม-จำกัด.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ ซีพีแรมในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน จึงมุ่งมั่นยกระดับความแข็งแกร่ง ความหลากหลาย แ​ละศักยภาพทั้งในการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์  การทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคและตลาดมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพให้ซัพพลายเออร์ตลอดทั้งซัพพลายเชน​ ยกระดับคุณภาพการผลิต ความสามารถในการดูแลต้นทุนและใช้ทรัพยากรต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>แต่การยกระดับ​ศักยภาพ เพียงแค่ภายในซัพพลายเชนธุรกิจของตัวเองยังไม่เพียงพอที่จะขับเคลื่อนประเทศให้แข่งขันในตลาดโลกได้อย่างแข็งแกร่ง การเปิดกว้างเพื่อร่วมมือ และแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีระหว่างกันจึงเป็นเป้าหมาย​​สำคัญในการเพิ่มความสามารถการแข่งขันในระดับประเทศ โดยเฉพาะใน 3 เทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทหลักในอุตสาหกรรมอาหารอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็น <strong>Biotech</strong> สำหรับการพัฒนานวัตกรรมอาหาร ทั้งคุณภาพ ความปลอดภัย และความหลากหลายต่างๆ  <strong>Robotech</strong> เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิต  ทั้งการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดต้นทุน หรือพัฒนาระบบ Automation​ และ Digitech เพื่อสร้างมาตรฐานและความแม่นยำภายในอุตสาหกรรมได้เพิ่มมากขึ้น โดยเชื่อว่าภายใต้ความร่วมมือภายใน FTEC นี้ จะสามารถช่วยให้​อุตสาหกรรมอาหารของไทยบริหารต้นทุนได้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น หรือลดต้นทุนในภาพรวมตลอดทั้งซัพพลายเชนลงได้ราว 20%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33427 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/FTEC-Food-Technology-Exchange-Center10.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;การสร้าง​ความร่วมมืออย่างไร้พรมแดน​​ จำเป็นต้องมีศูนย์กลางให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งนักวิจัย นักพัฒนา และนักธุรกิจ ผู้ประกอบการได้มาพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้บูรณาการศาสตร์ต่างๆ  รวมทั้งเทคโนโลยี ระดมความคิด โดยนักวิจัยได้โจทย์จริงไปทำวิจัยและพัฒนา ส่วนนักธุรกิจ ​​​​​ และผู้ประกอบการก็ได้นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญทั้งภาครัฐ และเอกชน มาช่วยแก้โจทย์ มาร่วมกันพัฒนานวัตกรรมอาหาร ผ่านโครงการวิจัย ซีพีแรมจะทำหน้าที่เป็นตัวกลาง ที่ช่วยเปิดประตูให้​ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหารได้มาพบ และร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาไปด้วยกัน โดยสนับสนุนการจัดทำห้องปฏิบัติการ บุคลากร เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์  ​เพื่อยกระดับขีดความสามารถอุตสาหกรรมอาหารของไทย ตั้งแต่ต้นน้ำ​​ถึงปลายน้ำ ผ่านการทดลองสมมติฐาน การศีกษาวิเคราะห์ตลาดและผู้บริโภคร่วมกัน จนสามารถขยายสเกลการผลิตและทำตลาดไปสู่ระดับประเทศ รวมทั้งสามารถเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระดับนานาชาติได้ &#8220;</em></p>
<p><strong>Biotech นำร่อง​เฟสแรก​ ก่อนต่อจิ๊กซอว์ ด้วย Robotech และ Digitech​  </strong></p>
<p>สำหรับการวางโครงสร้างพื้นฐานภายใน FTEC ในเฟสแรกนี้ จะเน้นที่ Biotech ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจอาหาร ทั้งการพัฒนานวัตกรรม การควบคุมคุณภาพ  รวมทั้งการพัฒนาบุคลากรสำคัญอย่างนักวิจัยเข้ามาเติมเต็มในอุตสาหกรรม ทำให้ภายใน FTEC ในเฟสแรกจะมีทั้ง ซีพี ฟู้ดแลป ครัวกลาง  รวมทั้งการอยู่ในพื้นที่เดียวกับ <strong>คณะวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการจัดการอาหาร</strong> (SMAFT)  สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM)  เพื่อร่วมกันพัฒนาและเตรียมความพร้อมด้า​นบุคลากรสำหรับอุตสาหกรรมอาหารได้อย่างมีคุณภาพสูงสุด ก่อนที่ในเฟสต่อไป จะเริ่มเติมเต็มด้าน Robotech และ  Digitech ให้มีความสมบูรณ์เพิ่มมากขึ้นในอนาคต ภายใต้งบลงทุนเพิ่มเติมอีกราว 100 -200 ล้านบาท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33430 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/ภาพประกอบข่าว_FTEC-Food-Technology-Exchange-Center4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.เดโช ปลื้มใจ</strong> คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการจัดการอาหาร (SMAFT) สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ กล่าวถึงการสนับสนุน​เพื่อพัฒนาความพร้อมด้านบุคลากรในอุตสาหกรรมอาหาร โดยซีพีแรมได้สนับสนุนการพัฒนาหลักสูตรยกระดับคุณภาพการเรียน ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ไปจนถึงการฝึกงาน รวมถึงมอบทุนการศึกษาตลอดหลักสูตร ขยายโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนไทย และร่วมพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ให้มีองค์ความรู้ และทักษะมาตรฐานขั้นสูง เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรมอาหาร รองรับการเติบโตสร้างผลกระทบเชิงบวกในการพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมอาหารอย่างยั่งยืนในอนาคต  รวมถึงบริษัท ซีพี ฟู้ดแล็บ จำกัด ได้ร่วมสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญ และผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมแลกเปลี่ยนและแบ่งปันองค์ความรู้ รวมถึงสนับสนุนงานด้านการวิจัย เพื่อต่อยอดองค์ความรู้และนวัตกรรม รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมอาหารในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33426 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/FTEC-Food-Technology-Exchange-Center8.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณณัฐสิทธิ์ อึ๊งภากรณ์ </strong>ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส บริษัท ซีพีแรม จำกัด ในฐานะกำกับดูแล FTEC (Food Technology Exchange Center) กล่าวว่า ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเกิดได้จากทั้งภายใน   และภายนอกองค์กร ภายในห่วงโซ่อุปทานไปจนถึงหน่วยงานภายนอก เพียงแค่มีการคิดและร่วมมือกันทำ ก็จะทำให้เกิดการพัฒนาต่อไปได้ไม่มีที่สิ้นสุด  ขยายความร่วมมือทั้งเชิงลึกและเชิงกว้าง  และเชื่อว่าการจัดตั้ง​ FTEC ​ จะมีบทบาทในการทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสร้างความร่วมมือและแลกเปลี่ยนกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหาร  ของไทย ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนถึงวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี อย่างไร้พรมแดน</p>
<p><strong>ดร.พัชรี กิตติสุบรรณ</strong> ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซีพี ฟู้ดเเล็บ จำกัด กล่าวว่า ซีพี ฟู้ดแล็บ เป็นศูนย์กลางข้อมูลความรู้ด้านการวิจัยเพื่อรองรับการวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารในเครือเจริญโภคภัณฑ์ และบริษัทอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางประสานงานความร่วมมือด้านวิจัยเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารอย่างยั่งยืน โดยมุ่ง​ตอบสนองความต้องการ​ผู้บริโภคอย่างเหมาะสม ​​ทั้งอายุ อาชีพ หรือกลุ่มผู้ป่วยหรือผู้ที่ต้องการโภชนาการเฉพาะเจาะจง รวมไปถึงการส่งเสริมสุขภาพในทางที่ดีขึ้น ​​ และเป็นอีกหนึ่งภาคส่วนที่เข้ามาร่วมขับเคลื่อน FTEC ​​ในการ​ยกระดับเทคโนโลยีนวัตกรรมทางด้านอาหารสู่ความมั่นคงและความยั่งยืนทางอาหาร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33435 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/FTEC-Food-Technology-Exchange-Center1.jpg" alt="" width="533" height="800" /></p>
<p><strong>ตลาดอาหารพร้อมทานประเทศไทยเติบโตต่อเนื่อง</strong></p>
<p><strong>คุณพิภักดิ์ จรูญลักษณ์คนา</strong> รองผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซีพีแรม จำกัด ในฐานะกำกับดูแล​​ครัวกลาง (Central Kitchen) กล่า​วถึงตลาดอาหารพร้อมรับประทานในประเทศไทย ซึ่งเป็นตลาดหลักที่ซีพีแรมทำตลาดอยู่ โดยตลาดเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง คาดว่าในปี 2568 นี้ กลุ่มอาหารพร้อมทาน (Ready to Eat and Go) ตลาดจะขยายตัวได้อีกมาก จากไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์คนเมือง ทั้งขนาดครอบครัวที่เล็กลง การอาศัยในคอนโดเพิ่มขึ้น รวมทั้งการต้องการความสะดวก และวิถีชีวิตที่เร่งรีบ</p>
<p>ขณะที่ซีพีแรมสามารถตอบโจทย์ตลาดได้ ทั้งความสะดวกสบาย ความหลากหลาย และรสชาติอาหารที่ดี โดยมุ่งพัฒนาตลาดอาหารพร้อมรับประทานและเบเกอรี่ที่มีคุณภาพสูงและคุณค่าทางโภชนาการสูงขึ้น เพื่อขยายส่วนแบ่งตลาด​ พร้อมเจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-บน โดยแต่ละปีมีการพัฒนาสินค้าใหม่มาทำตลาด 450 -500 รายการ หรือราววันละ 1-2 รายการ​ พร้อมพัฒนาอาหารท้องถิ่น​ หรือ​อาหารจากภูมิภาคต่างๆ ให้กลายเป็นที่นิยมในตลาดแมส เช่น ใบเหลียงผัดไข่ ข้าวซอยไก่ ก๋วยจั๊บญวน จากความ​เข้าใจอินไซต์​ผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ ผ่านเครือข่ายนักพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ  ทำให้สามารถ​รักษามาตรฐานรสชาติให้สม่ำเสมอทุกภูมิภาค ขยายขีดความสามารถด้านนวัตกรรมอาหาร พร้อมรับมือพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ โดยซีพีแรมมุ่งสร้างนวัตกรรมอาหารเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่ม​ ด้วยทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์กว่า 200 คน ทำให้สามารถนำเสนออาหารใหม่ๆ ที่มีคุณภาพและหลากหลายสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33428 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/RTE-CP-RAM.jpg" alt="" width="1200" height="671" /></p>
<p><strong>คุณวิเศษ</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า  ซีพีแรมสามารถตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่ ด้วยการเป็น Catering Kitchen ซึ่งสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และวิถีชีวิตในปัจจุบันมากกว่ารูปแบบ Home Kitchen แบบที่ผ่านมา ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงอาหารคุณภาพ รสชาติดี และราคาคุ้มค่า รวมทั้งมีความหลากหลายและครบถ้วนทั้งอาหาร ของว่าง เบเกอรี่ ทำให้ปัจจุบันซีพีแรมเป็นผู้นำในตลาดอาหารพร้อมทาน โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารแช่เย็นที่มีส่วนแบ่งราว 60% ขณะที่กลุ่มแช่แข็งมีส่วนแบ่งราว 20% รวมทั้งสามารถรักษาการเติบโตต่อเนื่องได้ทุกปีที่ 12-13%  สร้างยอดขายปีที่ผ่านมาได้ราว 3.1 หมื่นล้าน และคาดว่าจะเติบโตเพิ่มเป็น 3.4 หมื่นล้านในปีนี้</p>
<p><em>&#8220;ซีพีแรมทำธุรกิจภายใต้ปณิธาน FOOD 3S เพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมอาหารของไทยอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับ <strong>Food Safet</strong>y (ความปลอดภัยทางอาหาร), <strong>Food Security </strong>(ความมั่นคงทางอาหาร) และ<strong> Food Sustainability</strong> (ความยั่งยืนทางอาหาร) ขณะที่การเปิด FTEC เป็นหนึ่งในการตอกย้ำ​ตามปณิธาน ที่​สะท้อน​​ความมุ่งมั่นของซีพีแรมในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารของไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง และยั่งยืน พร้อม​เดินหน้าสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคในทุกระดับ และเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมอาหารของไทยให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารโลก&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33431 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/ภาพประกอบข่าว_FTEC-Food-Technology-Exchange-Center5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/cpram-launch-food-technology-exchange-center/">&#8216;แกร่งทั้งซัพพลายเชนไม่พอ ต้องยกระดับได้ทั้งประเทศ&#8217; ซีพีแรมลงทุนกว่า 100 ล้านบาท สร้าง FTEC เปิดกว้างแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี เพิ่มศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารไทยเติบโตระดับโลกอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรุงไทยชี้เทรนด์ Sustainable Sourcing มาแรง กระทบมูลค่าส่งออกเกษตรและอาหารกว่า 2 แสนล้านบาท   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/10/krungthai-compass-sustainable-sourcing-report/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 01 Oct 2024 12:19:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[BBFAW]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Krungthai COMPASS]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Sourcing]]></category>
		<category><![CDATA[Traceability]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจกสูง]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดหาวัตถุดิบที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ตรวจสอบย้อนกลับ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเกษตรและอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ปศุสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคเกษคร]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐานการค้า]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[วัตถุดิบ]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งออก]]></category>
		<category><![CDATA[สวัสดิภาพสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ห่วงโซ่การผลิต]]></category>
		<category><![CDATA[อภินันทร์ สู่ประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[เงื่อนไขทางการค้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29346</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ชี้ ประเทศคู่ค้าของประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะบังคับใช้มาตรฐานและกฎระเบียบในด้านการจัดหาวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ Sustainable Sourcing ที่เข้มงวดขึ้น แนะผู้ประกอบการ 3 กลุ่มหลัก ซึ่งมีมูลค่าส่งออกรวมกันกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี เร่งดำเนินการเรื่อง Sustainable Sourcing อย่างจริงจัง โดยเริ่มตั้งเป้าหมาย Sustainable Sourcing และจัดเก็บข้อมูลห่วงโซ่การผลิตในรูปแบบดิจิทัล ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ Chief Economist ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมเกษตรและอาหารไทยเป็นอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึง 25% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของประเทศไทย โดยเฉพาะกิจกรรมต้นน้ำ เช่น การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ ที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึง 70% ของห่วงโซ่การผลิตทั้งหมดในภาคเกษตรและอาหาร ทำให้ประเทศคู่ค้ามีแนวโน้มที่จะบังคับใช้มาตรฐานและกฎระเบียบในด้านการจัดหาวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคทางการค้าสำหรับผู้ส่งออกไทยในกลุ่มผู้ประกอบการกลางน้ำและปลายน้ำที่ใช้วัตถุดิบในการผลิตจากสินค้าเกษตรได้หากปรับตัวไม่ทัน “Sustainable Sourcing เป็นแนวทางการจัดหาวัตถุดิบที่ยั่งยืนซึ่งครอบคลุมในหลายมิติตั้งแต่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้ทรัพยากรดินและน้ำอย่างคุ้มค่า ไปจนถึงการให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพแรงงาน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมเกษตรและอาหารไทยที่ต้องพึ่งการส่งออกต่อผลผลิตรวมในประเทศมากกว่า 70%  ขณะที่ผู้ประกอบการในภาคเกษตรและอาหารไทยเป็น SMEs มากกว่า 80% ของจำนวนผู้ประกอบการทั้งหมด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/krungthai-compass-sustainable-sourcing-report/">กรุงไทยชี้เทรนด์ Sustainable Sourcing มาแรง กระทบมูลค่าส่งออกเกษตรและอาหารกว่า 2 แสนล้านบาท   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS</strong> ชี้ ประเทศคู่ค้าของประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะบังคับใช้มาตรฐานและกฎระเบียบในด้านการจัดหาวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ <strong>Sustainable Sourcing</strong> ที่เข้มงวดขึ้น แนะผู้ประกอบการ 3 กลุ่มหลัก ซึ่งมีมูลค่าส่งออกรวมกันกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี เร่งดำเนินการเรื่อง Sustainable Sourcing อย่างจริงจัง โดยเริ่มตั้งเป้าหมาย Sustainable Sourcing และจัดเก็บข้อมูลห่วงโซ่การผลิตในรูปแบบดิจิทัล</p>
<p><span id="more-29346"></span></p>
<p><strong>ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ</strong> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ Chief Economist ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมเกษตรและอาหารไทยเป็นอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึง 25% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของประเทศไทย โดยเฉพาะกิจกรรมต้นน้ำ เช่น การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ ที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึง 70% ของห่วงโซ่การผลิตทั้งหมดในภาคเกษตรและอาหาร</p>
<p>ทำให้ประเทศคู่ค้ามีแนวโน้มที่จะบังคับใช้มาตรฐานและกฎระเบียบในด้านการจัดหาวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคทางการค้าสำหรับผู้ส่งออกไทยในกลุ่มผู้ประกอบการกลางน้ำและปลายน้ำที่ใช้วัตถุดิบในการผลิตจากสินค้าเกษตรได้หากปรับตัวไม่ทัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29349 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/High-Emission.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p>“Sustainable Sourcing เป็นแนวทางการจัดหาวัตถุดิบที่ยั่งยืนซึ่งครอบคลุมในหลายมิติตั้งแต่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้ทรัพยากรดินและน้ำอย่างคุ้มค่า ไปจนถึงการให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพแรงงาน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมเกษตรและอาหารไทยที่ต้องพึ่งการส่งออกต่อผลผลิตรวมในประเทศมากกว่า 70%  ขณะที่ผู้ประกอบการในภาคเกษตรและอาหารไทยเป็น SMEs มากกว่า 80% ของจำนวนผู้ประกอบการทั้งหมด จึงอาจไม่พร้อมในการเผชิญมาตรฐานการค้าที่ให้ความสำคัญกับการจัดหาวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งปัจจุบันมีมาตรฐานสากลด้านการจัดหาแหล่งวัตถุดิบอย่างยั่งยืนที่แตกต่างกันไปในแต่ละสินค้า อาทิ มาตรฐานการจัดการสวัสดิภาพสัตว์ในอุตสาหกรรมอาหาร (BBFAW) สำหรับกลุ่มเนื้อสัตว์แปรรูป มาตรฐานการผลิตน้ำตาลอย่างยั่งยืน (Bonsucro) สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้น้ำตาลเป็นวัตถุดิบหลัก มาตรฐานการประมงที่ยั่งยืน (MSC) หรือมาตรฐานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน (ASC)  สำหรับกลุ่มอาหารทะแลแปรรูป ”</p>
<p><strong>คุณอภินันทร์ สู่ประเสริฐ</strong> นักวิเคราะห์ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS กล่าวเสริมว่า การยกระดับการจัดหาวัตถุดิบไปสู่ Sustainable Sourcing โดยเฉพาะในมิติการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นเทรนด์ที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญจะเป็นหนึ่งในแนวทางที่ช่วยให้ภาคเกษตรและอาหารไทยบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้และช่วยลดแรงกดดันจากมาตรการของคู่ค้า นอกจากนี้ ยังตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่มีการจัดหาแหล่งวัตถุดิบอย่างยั่งยืน ขณะที่ผู้ประกอบอาหารรายใหญ่ทั้งของโลกและไทยต่างมีการตื่นตัวในเรื่องการจัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืนแล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29350 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Demand-CU.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p><em>“ผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรและอาหารกลางน้ำและปลายน้ำที่ควรเร่งปรับตัวสู่ Sustainable Sourcing ก่อน ได้แก่ ผู้ประกอบการสินค้าในกลุ่มเนื้อสัตว์แปรรูป อาหารทะเลแปรรูป และผลิตภัณฑ์ที่ใช้น้ำตาลเป็นวัตถุดิบหลัก เช่น ขนมหวาน ลูกอม ลูกกวาด เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีสัดส่วนการส่งออกต่อผลผลิตรวม และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการจัดหาวัตถุดิบอยู่ในระดับที่สูงเมื่อเทียบกับสินค้าในกลุ่มเกษตรและอาหารกลางน้ำและปลายน้ำอื่นๆ โดยสินค้าในกลุ่มที่กล่าวมาข้างต้น มีมูลค่าการส่งออกรวมกันถึง 2 แสนล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นราว 20% ของมูลค่าส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารของไทย ซึ่งอยู่ที่กว่า 1 ล้านล้านบาทต่อปี”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29351 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Demand-Brand-.jpg" alt="" width="1200" height="673" /></p>
<p><strong>คุณปราโมทย์ วัฒนานุสาร</strong> นักวิเคราะห์ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS กล่าวเสริมว่า ธุรกิจเกษตรและอาหารควรเริ่มตั้งเป้าหมายในด้านการจัดหาวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเร่งจัดเก็บข้อมูลห่วงโซ่การผลิตในรูปแบบดิจิทัลเพื่อช่วยให้การตรวจสอบย้อนกลับในสินค้าเกษตรและอาหารทำได้ง่ายขึ้น  รวมถึงสร้างความร่วมมือกันทั้ง Ecosystem นอกจากนี้ ภาครัฐจะต้องเป็นแกนหลักในการยกระดับมาตรฐานและการรับรองด้านการจัดหาวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจเกษตรและอาหารไทยสามารถยกระดับไปสู่การผลิตสีเขียวได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>“ผู้ประกอบการควรต้องทำความเข้าใจ และเตรียมความพร้อมสำหรับมาตรฐานและการรับรองด้านการจัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืนอย่างจริงจัง  อีกทั้งเริ่มประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของวัตถุดิบ ได้แก่ การใช้ IoT  และ Blockchain ในการเก็บข้อมูลแหล่งที่มาของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เพื่อให้การตรวจสอบแหล่งที่มาของวัตถุดิบทำได้อย่างโปร่งใส รวมถึงสร้างความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีด้านการตรวจสอบย้อนกลับอาหาร รวมไปถึงหน่วยงานที่ให้คำปรึกษาด้านมาตรฐานอาหารที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืน เช่น สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ สถาบันอาหาร เป็นต้น”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29352 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Key-to-Success.jpg" alt="" width="1200" height="680" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/krungthai-compass-sustainable-sourcing-report/">กรุงไทยชี้เทรนด์ Sustainable Sourcing มาแรง กระทบมูลค่าส่งออกเกษตรและอาหารกว่า 2 แสนล้านบาท   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เริ่มแล้ว! “ภูมิธรรม” เปิด THAIFEX – ANUGA ASIA 2024 งานแสดงสินค้าอาหารระดับโลก หนุน SME สินค้านวัตกรรม เพิ่ม GDP คาดทำเงินร่วมแสนล้าน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/05/grand-opening-thaifex-anuga-asia-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 May 2024 23:48:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[DITP]]></category>
		<category><![CDATA[Food Industry]]></category>
		<category><![CDATA[THAIFEX – ANUGA ASIA 2024]]></category>
		<category><![CDATA[กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[งานแสดงสินค้านานาชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิธรรม เวชยชัย]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมอาหาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26119</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน THAIFEX-ANUGA ASIA 2024 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ยิ่งใหญ่และครบวงจรที่สุดแห่งเอเชีย เป็นเวทีสำคัญของไทยในการสร้างพันธมิตรระดับโลกและยกระดับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยเพิ่ม GDP ประเทศ ให้เป็นศูนย์กลางทางด้านอาหาร โดยมี นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เอกอัครราชทูตจากประเทศต่าง ๆประจำประเทศไทย นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายเจอราล์ด บูเซอ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โคโลญเมสเซ่ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมด้วย นายภูมิธรรม กล่าวว่า จากจุดแข็งด้านเกษตรกรรมของไทย ซึ่งเป็นต้นน้ำของการผลิตและภาคอุตสาหกรรม รวมถึงความสามารถคิดค้นนวัตกรรมทางด้านอาหาร มาตรฐานความปลอดภัย และความสามารถในการตอบสนองความต้องการของตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตามนโยบาย ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ของรัฐบาล อุตสาหกรรมอาหารถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย โดยในปี 2566 การส่งออกสินค้าอาหาร ขยายตัว 2.7% จากปีก่อนหน้า มูลค่ากว่า 39,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1.37 ล้านล้านบาท ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการสินค้าอาหารในภูมิภาคต่าง ๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/grand-opening-thaifex-anuga-asia-2024/">เริ่มแล้ว! “ภูมิธรรม” เปิด THAIFEX – ANUGA ASIA 2024 งานแสดงสินค้าอาหารระดับโลก หนุน SME สินค้านวัตกรรม เพิ่ม GDP คาดทำเงินร่วมแสนล้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นายภูมิธรรม เวชยชัย </strong>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน <strong>THAIFEX-ANUGA ASIA </strong><strong>2024</strong> ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ยิ่งใหญ่และครบวงจรที่สุดแห่งเอเชีย เป็นเวทีสำคัญของไทยในการสร้างพันธมิตรระดับโลกและยกระดับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยเพิ่ม GDP ประเทศ ให้เป็นศูนย์กลางทางด้านอาหาร</p>
<p><span id="more-26119"></span></p>
<p>โดยมี <strong>นายนภินทร ศรีสรรพางค์</strong> รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ <strong>นายสุชาติ ชมกลิ่น</strong> รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เอกอัครราชทูตจากประเทศต่าง ๆประจำประเทศไทย <strong>นายสนั่น อังอุบลกุล</strong> ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย <strong>นายเจอราล์ด บูเซอ</strong> ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โคโลญเมสเซ่ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมด้วย</p>
<p><strong>นายภูมิธรรม</strong> กล่าวว่า จากจุดแข็งด้านเกษตรกรรมของไทย ซึ่งเป็นต้นน้ำของการผลิตและภาคอุตสาหกรรม รวมถึงความสามารถคิดค้นนวัตกรรมทางด้านอาหาร มาตรฐานความปลอดภัย และความสามารถในการตอบสนองความต้องการของตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตามนโยบาย ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ของรัฐบาล</p>
<p>อุตสาหกรรมอาหารถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย โดยในปี 2566 การส่งออกสินค้าอาหาร ขยายตัว 2.7% จากปีก่อนหน้า มูลค่ากว่า 39,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1.37 ล้านล้านบาท ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการสินค้าอาหารในภูมิภาคต่าง ๆ ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะจีน (+25.9%) และอาเซียน (+21.5%) โดยประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารอันดับที่ 12 ของโลก ปรับตัวดีขึ้นจากอันดับที่ 15 ของโลกในปี 2565 สำหรับปี 2567 คาดว่าการส่งออกสินค้าอาหารของไทยจะขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 2% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 1.4 ล้านล้านบาท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26120 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/thaifex1.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>งาน<strong> THAIFEX – ANUGA ASIA</strong> ในครั้งนี้ เป็นการจัดงานครั้งที่ 32 ถือเป็นงานแสดงสินค้านานาชาติในประเทศ ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ได้รับความเชื่อถือจากทั้งผู้จัดแสดงและผู้เข้าชมงานทั่วทุกมุมโลก ในปีนี้มีผู้เข้าร่วมจัดแสดงสินค้ารวมกว่า 3,000 บริษัท มากกว่า 6,000 คูหา จากกว่า 50 ประเทศ และมีผู้เข้าชมงานจากกว่า 130 ประเทศ คาดการณ์ผู้เข้าชมงานมากกว่า 80,000 ราย เป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะ SMEs และกลุ่ม Startup รวมถึงผู้ประกอบการจากส่วนภูมิภาคที่จะมีโอกาสนำเสนอสินค้าและบริการ พบปะกับผู้นำเข้า/ผู้ซื้อที่มีศักยภาพจากต่างประเทศ</p>
<p><em>“คาดว่างานนี้จะมีเม็ดเงินสะพัดประมาณ 100,000 ล้านบาท เป็นของผู้ประกอบการไทยประมาณ 60,000 ล้านบาท ถือว่าเป็นยอดที่ดีในการจัดงาน 4-5 วัน เป็นงานที่กระทรวงพาณิชย์ภาคภูมิใจ และให้ความสำคัญในการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เป็นเวทีที่ทำให้ผู้ค้ากับผู้นำเข้าเจอกันโดยตรง นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะใช้ร้านอาหารไทยในต่างประเทศที่ได้รับตรา Thai SELECT เป็นโชว์รูมสินค้าไทยโชว์ให้กับชาวต่างชาติ ช่วยเผยแพร่ซอฟต์พาวเวอร์ไทย และยังมีแผนที่จะสร้างแบรนด์ประเทศไทย ให้เห็นว่าประเทศไทยมีดี”</em> นายภูมิธรรม กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26121 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/Thaifex2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ระบุว่า งาน <strong>THAIFEX-ANUGA ASIA 2024</strong> จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หอการค้าไทย และโคโลญเมสเซ่ ภายใต้แนวคิด Beyond Food Experience เปิดประสบการณ์ที่มากกว่างานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม ที่รวมทุกความต้องการไว้ในงานเดียว บนพื้นที่กว่า 130,000 ตร.ม. ที่ Challenger 1-3 และ IEC Hall 5-12 อิมแพ็ค เมืองทองธานี มีพื้นที่จัดแสดงสินค้าที่หลากหลายถึง 11 โซน 1.อาหารทะเล 2.อาหารแช่แข็ง 3.ข้าว 4.ผักและผลไม้ 5.ขนมหวานและขนมขบเคี้ยว 6.เครื่องดื่ม 7.ชาและกาแฟ 8.เทคโนโลยีอาหาร 9.เนื้อสัตว์ 10.บริการด้านอาหาร 11.อาหาร Fine Food และโซนสินค้าพิเศษ 3 โซน 1.โซนอาหารฮาลาล 2.อาหารออร์แกนิกซ์ และ 3.อาหารแห่งอนาคต ซึ่งผู้ซื้อและผู้ค้าจากทั่วทุกมุมโลกจะได้รับโอกาสซึ่งไม่สามารถหาได้จากที่ไหนในการเรียนรู้กลยุทธ์สำหรับเพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม โดยงานฯ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม ถึง 1 มิถุนายน 2567</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26122 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/Thaifex3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>วันเจรจาธุรกิจ : 28 &#8211; 31 พฤษภาคม 2567 ระหว่างเวลา 10.00-18.00 น. (วันอังคาร-วันศุกร์) สามารถลงทะเบียนได้ที่ https://registration.thaifex-anuga.com/el/t7pq98 และวันเจรจาธุรกิจและจำหน่ายปลีก : 1 มิถุนายน 2567 ระหว่างเวลา 10.00-20.00 น. (วันเสาร์) ไม่ต้องลงทะเบียนเข้าชมงาน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/grand-opening-thaifex-anuga-asia-2024/">เริ่มแล้ว! “ภูมิธรรม” เปิด THAIFEX – ANUGA ASIA 2024 งานแสดงสินค้าอาหารระดับโลก หนุน SME สินค้านวัตกรรม เพิ่ม GDP คาดทำเงินร่วมแสนล้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีพีแรม ผนึกกำลังพันธมิตรทุกภาคส่วน ดีเดย์จัดงานประชุมวิชาการ Food Innovation and Technology Symposium : FIATS 2023 ยกระดับขีดความสามารถอุตสาหกรรมอาหารของไทยสู่ความมั่นคง และยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/12/food-innovation-and-technology-symposium/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Dec 2023 13:51:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[FIATS 2023]]></category>
		<category><![CDATA[Food Innovation and Technology Symposium]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ธันยวัต สมใจทวีพร]]></category>
		<category><![CDATA[นลินี โรบินสัน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีพีแรม จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.สุธีรา วัฒนกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.เกรียงศักดิ์ ไทยพงษ์]]></category>
		<category><![CDATA[วิเศษ วิศิษฏ์วิญญู]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สุวิมล กีรติพิบูล]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมอาหาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=22915</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ซีพีแรม จำกัด จับมือพันธมิตรทุกภาคส่วน อาทิ จากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา หรือภาคธุรกิจ ร่วมเปิดงานประชุมวิชาการ Food Innovation and Technology Symposium : FIATS 2023 งานสัมมนา เวทีแห่งการแลกเปลี่ยนทั้งประสบการณ์และความคิดเห็นเชิงสร้างสรรค์ อันจะนำไปสู่การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารของประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการแบ่งปันความรู้ด้านนวัตกรรม และเทคโนโลยีร่วมกันตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสร้างความเชื่อมโยงของเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน และเพื่อร่วมมือพัฒนาศักยภาพด้านงานวิจัยและพัฒนาร่วมกันซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-13 ธันวาคม 2566 ณ บริษัท ซีพีแรม จำกัด (บ่อเงิน) จังหวัดปทุมธานี นำโดย นายวิเศษ วิศิษฏ์วิญญู กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยผู้บริหาร บริษัท ซีพีแรม จำกัด , นางนลินี โรบินสัน ผู้บริหารสูงสุดสายงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (ซีพีเอฟ), ศ.ดร.สุวิมล กีรติพิบูล ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญด้าน Food Safety, ผศ.ดร.เกรียงศักดิ์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/food-innovation-and-technology-symposium/">ซีพีแรม ผนึกกำลังพันธมิตรทุกภาคส่วน ดีเดย์จัดงานประชุมวิชาการ Food Innovation and Technology Symposium : FIATS 2023 ยกระดับขีดความสามารถอุตสาหกรรมอาหารของไทยสู่ความมั่นคง และยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em><strong>บริษัท ซีพีแรม จำกัด จั</strong>บมือพันธมิตรทุกภาคส่วน อาทิ จากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา หรือภาคธุรกิจ ร่วมเปิดงานประชุมวิชาการ </em><em>Food Innovation and Technology Symposium : FIATS </em><em>2023 </em></p>
<p><span id="more-22915"></span></p>
<p><em>งานสัมมนา เวทีแห่งการแลกเปลี่ยนทั้งประสบการณ์และความคิดเห็นเชิงสร้างสรรค์ อันจะนำไปสู่การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารของประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการแบ่งปันความรู้ด้านนวัตกรรม และเทคโนโลยีร่วมกันตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสร้างความเชื่อมโยงของเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน และเพื่อร่วมมือพัฒนาศักยภาพด้านงานวิจัยและพัฒนาร่วมกันซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-13 ธันวาคม 2566 ณ บริษัท ซีพีแรม จำกัด (บ่อเงิน) จังหวัดปทุมธานี</em></p>
<p>นำโดย <strong>นายวิเศษ วิศิษฏ์วิญญู</strong> กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยผู้บริหาร บริษัท ซีพีแรม จำกัด , <strong>นางนลินี โรบินสัน</strong> ผู้บริหารสูงสุดสายงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (ซีพีเอฟ), <strong>ศ.ดร.สุวิมล กีรติพิบูล</strong> ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญด้าน Food Safety, <strong>ผศ.ดร.เกรียงศักดิ์ ไทยพงษ์</strong> อาจารย์ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตรกำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน, <strong>ผศ.ดร.สุธีรา วัฒนกุล</strong> สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และ <strong>ดร.ธันยวัต สมใจทวีพร</strong> ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM)  ร่วมนำเสนอผลงานและสัมมนาเชิงวิชาการ ทั้งในรูปแบบการบรรยายและรูปแบบ   สื่อสิ่งพิมพ์ประเภทโปสเตอร์เพื่อแสดงผลงานทางวิชาการ แบ่งปันองค์ความรู้ ภายในงาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22917 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/C2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายวิเศษ วิศิษฎ์วิญญู</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด กล่าวว่า งานประชุมวิชาการ Food Innovation and Technology Symposium ; FIATS 2023 นับเป็นก้าวสำคัญอีกก้าวหนึ่งของการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทย ที่ได้เห็นผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมอาหาร ทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา หรือภาคธุรกิจ ได้นำเอาผลงานการค้นคว้า วิจัยและพัฒนาด้านนวัตกรรม และเทคโนโลยีอาหารมาแลกเปลี่ยน และแบ่งปันกันในรูปแบบของการประชุมวิชาการ อีกทั้งสาขาวิชาการก็เปิดกว้างมีหลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็นด้านการผลิต ด้านการตลาด ด้านการเงิน ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ด้านส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น จากสถานการณ์ด้านต่างๆ ของโลก ที่มีการเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว และมีความไม่แน่นอนที่สูงขึ้น ทำให้มีความจำเป็น ที่จะมีความร่วมมือในทุกด้านจากทุกภาคส่วนอย่างไร้พรมแดนมากยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารของไทยให้สูงขึ้น ทัดเทียมหรือเหนือกว่านานาประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22918 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/C1.png" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ ความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อสร้างคุณค่าให้กับสังคมส่วนรวมอย่างทั่วถึง ทั้งภายในองค์กรและภายนอกองค์กร ตลอดห่วงโซ่อุปทานอาหาร จะทำให้เกิดการพัฒนาต่อไปได้ไม่มีที่สิ้นสุด ร่วมสร้างและขยายความร่วมมือทั้งเชิงลึกและเชิงกว้าง เพื่อที่จะสร้างคุณค่าให้กับสังคม ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจ   เคียงข้างสังคมไทยอย่างเกื้อกูล นี่เป็นเป้าหมายหนึ่งที่สำคัญของ “ซีพีแรม”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/food-innovation-and-technology-symposium/">ซีพีแรม ผนึกกำลังพันธมิตรทุกภาคส่วน ดีเดย์จัดงานประชุมวิชาการ Food Innovation and Technology Symposium : FIATS 2023 ยกระดับขีดความสามารถอุตสาหกรรมอาหารของไทยสู่ความมั่นคง และยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เจาะลึก 5 ยุทธศาสตร์ความยั่งยืน ‘เบทาโกร’ มุ่งส่งมอบคุณค่าตลอด Ecosystem พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมอาหาร</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/11/5-strategies-betagro-builts-sustainable-growth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Nov 2023 06:35:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Betagro]]></category>
		<category><![CDATA[BTG]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change Management]]></category>
		<category><![CDATA[Community Development]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Food Quality and Safety]]></category>
		<category><![CDATA[Occupational Health and Safety]]></category>
		<category><![CDATA[SDG]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน)​]]></category>
		<category><![CDATA[วสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[เบทาโกร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=22548</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืน เพื่อสามารถสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งให้กับทุกผลิตภัณฑ์และบริการตลอดทั้งห่วงโซ่ ควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้กรอบ ESG (Environmental, Social, Governance) พร้อมวางแนวทาง​ขับเคลื่อนที่สอดคล้อง​กับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN SDGs) โดยเน้นหนักใน 5 มิติสำคัญที่สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจ ได้แก่ เป้าหมาย​ข้อ 2 เพื่อ​ขจัดความอดอยาก สร้างความมั่นคงทางอาหาร, ข้อ 3 การการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคน​, ข้อ 12 การสร้างรูปแบบการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน, ข้อ 13 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ ข้อ​ 17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน คุณวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า การขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนของเบทาโกร จะคำนึงถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกมิติทั้ง Ecosystem ​​นำมาสู่การวาง 5 ยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างการเติบโตให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของ UN พร้อมวางโรดแม็พ 3 ปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/11/5-strategies-betagro-builts-sustainable-growth/">เจาะลึก 5 ยุทธศาสตร์ความยั่งยืน ‘เบทาโกร’ มุ่งส่งมอบคุณค่าตลอด Ecosystem พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมอาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน)</strong> ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืน เพื่อสามารถสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งให้กับทุกผลิตภัณฑ์และบริการตลอดทั้งห่วงโซ่ ควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้กรอบ ESG (Environmental, Social, Governance)</p>
<p><span id="more-22548"></span></p>
<p>พร้อมวางแนวทาง​ขับเคลื่อนที่สอดคล้อง​กับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN SDGs) โดยเน้นหนักใน 5 มิติสำคัญที่สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจ ได้แก่ เป้าหมาย​ข้อ 2 เพื่อ​ขจัดความอดอยาก สร้างความมั่นคงทางอาหาร, ข้อ 3 การการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคน​, ข้อ 12 การสร้างรูปแบบการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน, ข้อ 13 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ ข้อ​ 17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22550 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/Resize-BTG_03_เบทาโกร-ชู-5-ยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืน.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า การขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนของเบทาโกร จะคำนึงถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกมิติทั้ง Ecosystem ​​นำมาสู่การวาง 5 ยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างการเติบโตให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของ UN พร้อมวางโรดแม็พ 3 ปี (2023-2025) ​สำหรับสร้างการเติบโตทั้งในมิติของธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม (ESG) ดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>1. คุณภาพและความปลอดภัยด้านอาหาร</strong> (Food Quality and Safety) โดยเฉพาะความเชื่อมั่นจาก​ <strong>‘S-Pure’</strong> ซึ่งเป็นแบรนด์แรกและหนึ่งเดียวของไทยที่ได้รับรอง <strong>“</strong><strong>การเลี้ยงที่ไม่มียาปฏิชีวนะ (</strong><strong>Raised Without Antibiotics – RWA)”</strong> จาก <strong>“</strong><strong>NSF </strong><strong>สหรัฐอเมริกา”</strong> ทั้งผลิตภัณฑ์เนื้อไก่ เนื้อหมู และไข่ไก่ พร้อมเป้าหมายลดการใช้ยาปฎิชีวนะต้านจุลชีพสำหรับสัตว์ลง 50% ภายในปี 2027 จากปีฐาน 2021 โดยหันมา​ใช้นวัตกรรมการเลี้ยงที่ทำให้สัตว์มีสุขภาพดี รวมทั้งเดินหน้า​สนับสนุนฟาร์มภายนอกฯ ให้เกิดความตระหนักถึง​การใช้ยาต้านจุลชีพอย่างสมเหตุผล และสอดคล้องกับระเบียบข้อบังคับภายในประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22551 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/Resize-BTG_04_เบทาโกร-ชู-5-ยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืน.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>2</strong><strong>. การจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</strong> (Climate Change Management) เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่​การใช้พลังงานหมุนเวียน โดยเน้นใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ตลอดจนศึกษาและนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ โดยตั้งเป้าลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อมลงมากกว่า 20% ในปี 2030 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2022 และมุ่งมั่นสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2050</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22553 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/Resize-BTG_07_เบทาโกร-ชู-5-ยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืน.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>3</strong><strong>. การพัฒนาชุมชน</strong> (Community Development) ด้วยการมีส่วนร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตคนใน​ชุมชนและสังคมให้เข้มแข็ง ​ด้วยแนวคิด <strong>“</strong><strong>เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา</strong><strong>”</strong> และการพัฒนาเชิงพื้นที่แบบองค์รวม ด้วยการขับเคลื่อน​ร่วมกับหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกองค์กร โดยมี​​เป้าหมายภายในปี 2025 ​​ทั้งการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเชิงพื้นที่แบบองค์ร่วมกับชุมชนรอบโรงงานและฟาร์มในประเทศได้ทั้ง 100% รวมถึง​สถานประกอบของคู่ค้า เพื่อสามารถ​สร้างผล​กระทบเชิงบวกให้กับ​ 20,000 ครัวเรือน และสร้างอาชีพให้กับกลุ่มคนพิการได้จำนวน 50 โครงการ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22554 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/Resize-BTG_08_เบทาโกร-ชู-5-ยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืน.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>4</strong><strong>. การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน</strong> (Sustainable Packaging) ผ่านการออกแบบ ปรับปรุง และพัฒนาบรรจุภัณฑ์ (Re-design) เพื่อให้บรรจุภัณฑ์ทั้ง 100% มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco – friendly packaging) ​ทั้งการนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reusable)​ นำกลับมาใช้ใหม่ (Recyclable) หรือย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (Compostable) รวมถึงลดการใช้ทรัพยากร (Reduce) เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและประโยชน์สูงสุดภายในปี 2030 ซึ่งปัจจุบันบรรจุภัณฑ์กว่า 97% มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22552 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/Resize-BTG_06_เบทาโกร-ชู-5-ยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืน.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>5</strong><strong>. อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการปฏิบัติงานเพื่อให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี</strong> (Occupational Health and Safety) ด้วยความ​ตระหนักว่า “พนักงานทุกคนเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า เราจึงมุ่งมั่นที่จะดูแลพนักงานให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ภายใต้สถานที่ทำงานและกระบวนการทำงานที่ปลอดภัย” โดยใช้หลักจัดการความปลอดภัยกระบวนการผลิต (Process Safety Management – PSM) ​เป็นแนวทางพัฒนา BETAGRO Safety Framework​​ โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อลดอุบัติเหตุเป็นศูนย์ (Zero Incident) ภายในปี 2024</p>
<p><strong>ยุทธศาสตร์ทั้ง </strong><strong>5</strong><strong> ด้านนี้ ไม่เพียง​สร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนให้เบทาโกรเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับอุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทย สร้างความเข้มแข็งและเติบโตไปด้วยกัน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำการเป็นบริษัทอาหารครบวงจรชั้นนำของไทยที่มุ่งมั่นเพิ่มคุณค่าชีวิตทุกคน ด้วยอาหารที่ดีกว่า เพื่อชีวิตที่ยั่งยืนสำหรับทุกคนอีกด้วย</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/11/5-strategies-betagro-builts-sustainable-growth/">เจาะลึก 5 ยุทธศาสตร์ความยั่งยืน ‘เบทาโกร’ มุ่งส่งมอบคุณค่าตลอด Ecosystem พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมอาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เฟสท์​ (Fest)​ โดย SCGP ขยายตลาดบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนสู่กลุ่ม​ Process Food รับดีมานด์ในอุตสาหกรรมพุ่ง คาด 5 ปี ดันยอดขายโต 18 เท่า</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/10/fest-by-scgp-expand-sistainable-packaging-in-processed-food-market/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Oct 2023 06:28:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Fest]]></category>
		<category><![CDATA[Fest by SCGP]]></category>
		<category><![CDATA[Food Service]]></category>
		<category><![CDATA[Mega trend]]></category>
		<category><![CDATA[Processed Food]]></category>
		<category><![CDATA[SCGP]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[กิตติชัย ทัศนวิญญู]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดบรรจุภัณฑ์​]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ผลิตภัณฑ์กระดาษไทย จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เฟสท์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=21653</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดีมานด์ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนขยายตัวมากขึ้นตาม 3 เมกะเทรนด์โลก ทั้งการที่แบรนด์อาหารรายใหญ่ๆ เริ่มมีการตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ขณะที่ในมิติของผู้บริโภคเองก็ให้ความสำคัญในเรื่องความยั่งยืนมากขึ้น รวมไปถึงการมองหาความสะดวก และมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน เทรนด์เหล่านี้ส่งผลให้ตลาดอาหารในกลุ่มพร้อมปรุง และพร้อมทานต่างๆ รวมทั้งตู้จำหน่ายเครื่องดื่มอัตโนมัติมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง นำมาสู่โอกาสสำคัญของ Fest by SCGP หรือ เฟสท์ ในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยและมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมขยายโอกาสไปสู่ตลาดใหม่ๆ ในกลุ่ม Processed Food เพื่อตอกย้ำภาพความเป็นผู้เชี่ยวชาญในการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยและมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวลด้อมมากขึ้น ในมิติของการพัฒนานวัตกรรมให้ตอบโจทย์กระบวนการผลิตในกลุ่มผู้ประกอบการอาหารแต่ละกลุ่ม จากที่ก่อนหน้ามีความแข็งแรงในตลาด Food Service หรือการผลิตบรรจุภัณฑ์สำหรับรองรับการบรรจุอาหารในกลุ่มร้านอาหารทั้งรายเล็ก รายใหญ่ และตลาด Food Delivery อยู่แล้ว คุณกิตติชัย ทัศนวิญญู Food Service Packaging Solution Manager บริษัท ผลิตภัณฑ์กระดาษไทย จำกัด ผู้ผลิตและทำตลาดบรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยและยั่งยืน ภายใต้แบรนด์ Fest by SCGP กล่าวว่า เฟสท์ขยายตลาดบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนมาสู่กลุ่มธุรกิจผลิตอาหารและเครื่องดื่มมากขึ้น ซึ่งต้องยกระดับความเชี่ยวชาญจากความสามารถในการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่รองรับความต้องการใช้งานได้หลากหลายประเภท​ ​มาสู่การมีนวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์กระบวนการผลิตอาหารในระดับอุตสาหกรรม หรือกลุ่มโรงงานต่างๆ ซึ่งบรรจุภัณฑ์ต้องมีความแข็งแรงมากขึ้น ทนความต่างของอุณหภูมิทั้งร้อนจัดหรือเย็นจัดได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/fest-by-scgp-expand-sistainable-packaging-in-processed-food-market/">เฟสท์​ (Fest)​ โดย SCGP ขยายตลาดบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนสู่กลุ่ม​ Process Food รับดีมานด์ในอุตสาหกรรมพุ่ง คาด 5 ปี ดันยอดขายโต 18 เท่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ดีมานด์ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนขยายตัวมากขึ้นตาม 3 เมกะเทรนด์โลก ทั้งการที่แบรนด์อาหารรายใหญ่ๆ เริ่มมีการตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ขณะที่ในมิติของผู้บริโภคเองก็ให้ความสำคัญในเรื่องความยั่งยืนมากขึ้น รวมไปถึงการมองหาความสะดวก และมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน</p>
<p><span id="more-21653"></span></p>
<p>เทรนด์เหล่านี้ส่งผลให้ตลาดอาหารในกลุ่มพร้อมปรุง และพร้อมทานต่างๆ รวมทั้งตู้จำหน่ายเครื่องดื่มอัตโนมัติมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง นำมาสู่โอกาสสำคัญของ<strong> Fest by SCGP </strong>หรือ <strong>เฟสท์</strong> ในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยและมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมขยายโอกาสไปสู่ตลาดใหม่ๆ ในกลุ่ม Processed Food เพื่อตอกย้ำภาพความเป็นผู้เชี่ยวชาญในการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยและมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวลด้อมมากขึ้น ในมิติของการพัฒนานวัตกรรมให้ตอบโจทย์กระบวนการผลิตในกลุ่มผู้ประกอบการอาหารแต่ละกลุ่ม จากที่ก่อนหน้ามีความแข็งแรงในตลาด Food Service หรือการผลิตบรรจุภัณฑ์สำหรับรองรับการบรรจุอาหารในกลุ่มร้านอาหารทั้งรายเล็ก รายใหญ่ และตลาด Food Delivery อยู่แล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21655 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/DSC09212.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณกิตติชัย ทัศนวิญญู</strong> Food Service Packaging Solution Manager บริษัท ผลิตภัณฑ์กระดาษไทย จำกัด ผู้ผลิตและทำตลาดบรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยและยั่งยืน ภายใต้แบรนด์ <strong>Fest by SCGP</strong> กล่าวว่า เฟสท์ขยายตลาดบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนมาสู่กลุ่มธุรกิจผลิตอาหารและเครื่องดื่มมากขึ้น ซึ่งต้องยกระดับความเชี่ยวชาญจากความสามารถในการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่รองรับความต้องการใช้งานได้หลากหลายประเภท​ ​มาสู่การมีนวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์กระบวนการผลิตอาหารในระดับอุตสาหกรรม หรือกลุ่มโรงงานต่างๆ ซึ่งบรรจุภัณฑ์ต้องมีความแข็งแรงมากขึ้น ทนความต่างของอุณหภูมิทั้งร้อนจัดหรือเย็นจัดได้ ทนต่อความชื้น รวมทั้งต้องมีมาตรฐานการผลิตที่สามารถควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นได้ในระดับสูง</p>
<p><em>“เบื้องต้นเฟสท์จะนำร่องใน 3 ตลาด ทั้งการพัฒนาถาดกระดาษสำหรับเนื้อสดแช่เย็น (Fest Fresh Pak) ถาดกระดาษสำหรับอาหารพร้อมทานแช่เย็น (Fest Redi Pak) และแก้วกระดาษสำหรับตู้กดเครื่องดื่มอัตโนมัติ (Fest Vending Pak)โดยยังเน้นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้กระดาษจากป่าปลูก และการใช้วัสดุหมุนเวียนเป็นองค์ประกอบสำคัญกว่า 80-90% รวมทั้งยังสามารถช่วยยืดอายุของอาหารที่บรรจุ รวมทั้งทนอุณหภูมิได้ทั้งร้อนและเย็น โดยปัจจุบันมีลูกค้าเช่น  Reo’s Deli (รีโอส์ เดลิ) ผู้ผลิตอาหารพร้อมทานที่จำหน่ายผ่าน 7-Eleven ซึ่งสามารถนำบรรจุภัณฑ์เข้าไมโครเวฟได้ทั้งชิ้นโดยไม่ต้องถอดปลอก และยังร้อนเร็ว ช่วยลดพลังงานในการอุ่นเมื่อลูกค้าซื้อ รวมทั้งเต่าบิน ในกลุ่มแก้วกระดาษในเครื่องอุตโนมัติ ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษให้รองรับการใช้งานในตู้อัตโนมัติ รวมทั้งยังมีบริการโซลูชันการพิมพ์ เพื่อช่วยสร้างแบรนด์ รวมทั้งการจัดแคมเปญ หรืออกแบบลายลิมิเต็มในช่วงเทศกาลต่างๆ ให้ลูกค้าได้ด้วย”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21656 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/DSC09085.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>หวังดันยอดขายเติบโตได้ 18 เท่า</strong></p>
<p>หลังเริ่มทำตลาดในกลุ่ม Processed Food ปัจจุบัน Fest สามารถมีส่วนแบ่งในตลาดที่ราว 1% จากมูลค่าตลาดกว่า 2,700 ล้านบาท ขณะที่ตลาดมีการเติบโตต่อปีราว 5-8% ตามการขยายตัวของตลาด Ready to eat รวมทั้งกลุ่มอาหารแช่เย็นและแช่แข็งต่างๆ โดยในอีก 5 ปีข้างหน้า เฟสท์ตั้งเป้าจะเติบโตได้ถึง 18% โดยเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดให้ได้ 10% ​เพิ่มรายได้เป็น​ 330 ล้านบาท หรือสร้างยอดขายได้มากกว่า 200 ล้านชิ้นต่อปี โดยสัดส่วนหลักจะมาจากบรรจุภัณฑ์ในกลุ่มอาหารพร้อมทาน ตามมาด้วยตู้กดเครื่องดื่ม และบรรจุภัณฑ์สำหรับเนื้อสัตว์แช่เย็นต่างๆ</p>
<p>ขณะที่รายได้จากตลาดหลักในกลุ่ม Food Service  ยังตั้งเป้าเติบโตได้มากกว่าเท่าตัว โดยตั้งเป้ารายได้มากกว่า 1,180 ล้านบาท หรือขายได้มากกว่า 700 ล้านชิ้นต่อปี จากมูลค่าตลาดปัจจุบันกว่า 22,300 ล้านบาท และเติบโตเฉลี่ย 3-5% ต่อปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21657 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/DSC09169-copy.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ภาพรวมบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนของไทยยังมีสัดส่วนในตลาดไม่มากนักในตลาดรวมบรรจุภัณฑ์โดยรวม โดยเฉพาะในตลาด  Food Service ยังมีขนาดที่ราว 10-15% เทียบกับในหลายประเทศที่มีการขับเคลื่อนมานานจะมีสัดส่วนราว 35-40% แต่เชื่อว่าตลาดในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยบวกทั้งเทรนด์เรื่องความยั่งยืน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความตระหนักในเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ขณะที่ความท้าทายในการเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์ของผู้บริโภคยังเป็นความท้าทายสำคัญ โดยเฉพาะในอาหารหรือเครื่องดื่มบางประเภทที่ลูกค้ายังให้ความสำคัญในเรื่องของ Feeling หรือ Emotional ในการบริโภค ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ผลิตอย่าง Fest ที่ต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สามารถตอบโจทย์ที่ทั้งดีต่อโลก และในขณะเดียวกันก็สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคไปได้พร้อมๆ กันด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21661 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/PAK-.jpg" alt="" width="1200" height="676" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/fest-by-scgp-expand-sistainable-packaging-in-processed-food-market/">เฟสท์​ (Fest)​ โดย SCGP ขยายตลาดบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนสู่กลุ่ม​ Process Food รับดีมานด์ในอุตสาหกรรมพุ่ง คาด 5 ปี ดันยอดขายโต 18 เท่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
