<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อเล็กซ์ เรนเดลล์ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b9%8c/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 27 Feb 2025 04:20:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.10</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>อเล็กซ์ เรนเดลล์ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เอไอเอ ประเทศไทย จับมือ อเล็กซ์ เรนเดลล์ นำทีมเพาะกล้าไม้ นำกลับคืนสู่ป่าชายเลน ตอกย้ำความสำเร็จแคมเปญ “ลดการพรินต์ เพิ่มการปลูก สู่หมื่นต้นกับ AIA+”</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/02/aia-plus-go-green-mangrove-planting/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Feb 2025 04:20:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AIA+]]></category>
		<category><![CDATA[AIA+ Go Green]]></category>
		<category><![CDATA[e-Document]]></category>
		<category><![CDATA[e-Receipt]]></category>
		<category><![CDATA[EEC]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. คริสเตียน โรแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชายเลน]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการพรินต์ เพิ่มการปลูก สู่หมื่นต้นกับ AIA+]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[อเล็กซ์ เรนเดลล์]]></category>
		<category><![CDATA[เอไอเอ ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32042</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอไอเอ ประเทศไทย จับมือ อเล็กซ์ เรนเดลล์ นำทีมเพาะกล้าไม้ นำกลับคืนสู่ป่าชายเลน ตอกย้ำความสำเร็จแคมเปญ “ลดการพรินต์ เพิ่มการปลูก สู่หมื่นต้นกับ AIA+” พร้อมเดินหน้าสานต่อแคมเปญเป็นปีที่ 2 ชวนผู้ถือกรมธรรม์เปลี่ยนมาใช้งาน e-Document และ e-Receipt ผ่านแอป AIA+ AIA+ (เอไอเอ พลัส) แอปพลิเคชันที่รวมทุกบริการจาก เอไอเอ เพื่อความสะดวกในการจัดการกรมธรรม์แบบครบวงจรตามสโลแกน &#8220;แอปเดียวจบ ครบทุกบริการ&#8221; ตอกย้ำความสำเร็จของแคมเปญ AIA+ Go Green ที่ชวนผู้ถือกรมธรรม์ เอไอเอ ร่วมลดการใช้กระดาษผ่านบริการ e-Document และ e-Receipt บนแอปพลิเคชัน AIA+ ในทุก ๆ 10 กรมธรรม์ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง เอไอเอ จะช่วยปลูกต้นไม้ 1 ต้น ตามสโลแกน &#8220;ลดการพรินต์ เพิ่มการปลูก สู่หมื่นต้นกับ AIA+&#8221; โดยตั้งแต่เดือนสิงหาคมจนถึงเดือนธันวาคม 2567 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/aia-plus-go-green-mangrove-planting/">เอไอเอ ประเทศไทย จับมือ อเล็กซ์ เรนเดลล์ นำทีมเพาะกล้าไม้ นำกลับคืนสู่ป่าชายเลน ตอกย้ำความสำเร็จแคมเปญ “ลดการพรินต์ เพิ่มการปลูก สู่หมื่นต้นกับ AIA+”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เอไอเอ ประเทศไทย จับมือ อเล็กซ์ เรนเดลล์ นำทีมเพาะกล้าไม้ นำกลับคืนสู่ป่าชายเลน </strong><strong>ตอกย้ำความสำเร็จแคมเปญ “ลดการพรินต์ เพิ่มการปลูก สู่หมื่นต้นกับ </strong>AIA+” พร้อมเดินหน้าสานต่อแคมเปญเป็นปีที่ 2 ชวนผู้ถือกรมธรรม์เปลี่ยนมาใช้งาน e-Document และ e-Receipt ผ่านแอป AIA+<span id="more-32042"></span></p>
<p><strong>AIA+ (</strong><strong>เอไอเอ พลัส) </strong>แอปพลิเคชันที่รวมทุกบริการจาก เอไอเอ เพื่อความสะดวกในการจัดการกรมธรรม์แบบครบวงจรตามสโลแกน &#8220;แอปเดียวจบ ครบทุกบริการ&#8221; ตอกย้ำความสำเร็จของแคมเปญ <strong>AIA+ Go Green </strong><strong>ที่ชวนผู้ถือกรมธรรม์ เอไอเอ ร่วมลดการใช้กระดาษผ่านบริการ </strong><strong>e-Document </strong><strong>และ </strong><strong>e-Receipt</strong> บนแอปพลิเคชัน AIA+ ในทุก ๆ 10 กรมธรรม์ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง เอไอเอ จะช่วยปลูกต้นไม้ 1 ต้น ตามสโลแกน &#8220;ลดการพรินต์ เพิ่มการปลูก สู่หมื่นต้นกับ AIA+&#8221; โดยตั้งแต่เดือนสิงหาคมจนถึงเดือนธันวาคม 2567 แคมเปญสามารถบรรลุเป้าหมายลดการใช้กระดาษ 400,000 แผ่น พร้อมประกาศต่อยอดสู่การเพาะกล้าไม้ป่าชายเลน 10,000 ต้นในปี 2568 ตามเป้า หมายที่ตั้งไว้</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32046 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/AIA5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ล่าสุด AIA+ ได้จับมือกับศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (EEC) นำโดย <strong>คุณอเล็กซ์ เรนเดลล์</strong> ผู้ก่อตั้งศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา เพื่อสานต่อภารกิจ ESG ด้วยกิจกรรมเพาะกล้าไม้ป่าชายเลน กิจกรรมในครั้งนี้ มีผู้บริหารและพนักงานจิตอาสาจาก เอไอเอ ประเทศไทย ร่วมเพาะกล้าไม้ป่าชายเลน ตลอดจนเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้และรักษาธรรมชาติ ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและอนุรักษ์ป่าชายเลนเพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ จังหวัดชลบุรี</p>
<p>กิจกรรมเพาะกล้าไม้ป่าชายเลนร่วมกับศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษาในครั้งนี้ มุ่งสร้างความตระหนักรู้ถึงบทบาทของทุกคนในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และความสำคัญของป่าชายเลนในการดูดซับก๊าซคาร์บอน ซึ่งประกอบด้วย 4 กิจกรรมหลัก ได้แก่ 1) การเรียนรู้แนวคิดการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนในมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG), 2) การสำรวจเส้นทางธรรมชาติระยะทาง 1.2 กิโลเมตร 3) เพื่อศึกษาความสำคัญของป่าชายเลนและ Blue Carbon (คาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกกักเก็บไว้ในระบบนิเวศชายฝั่งทะเล) พร้อมร่วมเก็บขยะในป่าชายเลน 4) และรวมถึงกิจกรรมไฮไลต์อย่างการลงมือเพาะกล้าไม้ป่าชายเลน โดยทางศูนย์ศึกษาธรรมชาติฯ จะดูแลต้นกล้าเป็นเวลา 3-6 เดือน ก่อนนำไปปลูกในพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่าต้นไม้จะเติบโตแข็งแรงและสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ระบบนิเวศอย่างยั่งยืน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-32045 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/AIA3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ <strong>คุณอเล็กซ์</strong> ยังได้สาธิตวิธีปลูกต้นไม้ในพื้นที่จำกัดสไตล์คนเมือง พร้อมชวนผู้ร่วมกิจกรรมปลูกผักสวนครัวไว้รับประทานเอง อาทิ ผักกาด ต้นอ่อนทานตะวัน บรอกโคลี หัวไชเท้า และโต้วเหมี่ยว เพื่อเป็นการตอกย้ำว่าการปลูกป่าในเมืองนั้นเป็นเรื่องใกล้ตัวและทำได้ไม่ยาก</p>
<p><strong>ดร. คริสเตียน โรแลนด์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์และดิจิทัล เอไอเอ ประเทศไทย</strong> กล่าวว่าความสำเร็จของแคมเปญ AIA+ Go Green ที่สามารถเชิญชวนให้ลูกค้าเปลี่ยนมาใช้บริการ e-Document และ e-Receipt กว่า 105,000 กรมธรรม์ในปี 2567 ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าลูกค้า เอไอเอ เล็งเห็นถึงความสำคัญต่อการลดการใช้กระดาษและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง กิจกรรมในวันนี้ ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ เอไอเอ ในการขับเคลื่อนนโยบาย ESG และสร้างการมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-32047 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/AIA4.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>“ในปี 2568 นี้ เรายังคงเดินหน้าสานต่อยอดความสำเร็จของแคมเปญ AIA+ Go Green ในทุกมิติ ด้วยการรณรงค์ลดการใช้กระดาษพร้อมทั้งส่งเสริมการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในประเทศไทย นอกจากนี้ เอไอเอ ประเทศไทย จะยังคงสร้างสรรค์โครงการและกิจกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างคุณค่าให้กับโลกของเราและสังคมในระยะยาว สอดคล้องกับพันธกิจ AIA One Billion ที่มุ่งส่งเสริมให้ผู้คนกว่าหนึ่งพันล้านคนทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีสุขภาพที่ดีขึ้น ใช้ชีวิตที่ยาวขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นภายในปี 2573&#8243;</p>
<p><strong>คุณอเล็กซ์ เรนเดลล์ ผู้ก่อตั้งศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา</strong> กล่าวว่า &#8220;ป่าชายเลนเป็นระบบนิเวศที่มีความสำคัญต่อการดูดซับคาร์บอนและรักษาสมดุลของธรรมชาติ ผมรู้สึกยินดีที่ได้ร่วมมือกับ เอไอเอ ประเทศไทย ในการสร้างความตระหนักรู้และได้พาผู้บริหารและพนักงานมาลงพื้นที่ทำกิจกรรมฟื้นฟูป่าชายเลน การที่องค์กรหันมาให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและเชิญชวนให้ลูกค้ามามีส่วนร่วมในการลดการใช้ทรัพยากรได้ง่าย ๆ เช่นนี้ ถือเป็นการช่วยสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน&#8221;</p>
<p><strong>AIA+ Go Green </strong><strong>มุ่งมั่นที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงและสร้างความยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมายในการสร้างความตระหนักรู้และเชิญชวนลูกค้าให้หันมาทำธุรกรรมแบบไร้กระดาษ ผ่านบริการ </strong><strong>e-Document </strong><strong>และ </strong><strong>e-Receipt </strong><strong>พร้อมคาดหวังถึงผลกระทบเชิงบวกทั้งการอนุรักษ์ ส่งเสริมการเพาะกล้าไม้ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว และส่งเสริมการจัดการเอกสารอย่างยั่งยืนผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งแอปพลิเคชัน </strong><strong>AIA+ </strong><strong>ได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดการกรมธรรม์แบบครบวงจรภายใต้สโลแกน “แอปเดียวจบ ครบทุกบริการ” พร้อมประยุกต์ใช้เทคโนโลยี </strong><strong>AI </strong><strong>ทำให้สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32044 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/AIA2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่กับ เอไอเอ เพียงเปลี่ยนสู่ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีความสะดวกและปลอดภัย ด้วยการดาวน์โหลดแอป AIA+ พร้อมสมัครรับบริการ e-Document และ e-Receipt เพียงเท่านี้ก็สามารถช่วยรักษ์โลกไปกับ เอไอเอ ประเทศไทย</p>
<p>ลูกค้า เอไอเอ สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน AIA+ และลงทะเบียนรับ e-Document และ e-Receipt ได้แล้ววันนี้ผ่านสมาร์ตดีไวซ์บนระบบปฏิบัติการ iOS และ Android</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/aia-plus-go-green-mangrove-planting/">เอไอเอ ประเทศไทย จับมือ อเล็กซ์ เรนเดลล์ นำทีมเพาะกล้าไม้ นำกลับคืนสู่ป่าชายเลน ตอกย้ำความสำเร็จแคมเปญ “ลดการพรินต์ เพิ่มการปลูก สู่หมื่นต้นกับ AIA+”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TCP Spirit พยาบาลลุ่มน้ำ รุ่น3 ชวนไปแอ่วกว๊านพะเยา เรียนรู้การบริหารจัดการน้ำ”บ้านตุ่นโมเดล”</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2020/12/tcp-spirit-phayao/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 04 Dec 2020 17:01:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[TCP Spiritพยาบาลลุ่มน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มTCP]]></category>
		<category><![CDATA[กว๊านพะเยา]]></category>
		<category><![CDATA[จิตอาสา]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.รอยล จิตรดอน]]></category>
		<category><![CDATA[ลุ่มน้ำไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สราวุฒิ อยู่วิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อเล็กซ์ เรนเดลล์]]></category>
		<category><![CDATA[แหล่งผลิตปลาส้ม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=8573</guid>

					<description><![CDATA[<p>“TCP Spirit….พยาบาลลุ่มน้ำ เย่!” เสียงปลูกเร้าพลังดังกึกก้องจากเหล่าจิตอาสาสมัครหนุ่มสาวที่เดินทางมาจากทั่วประเทศ 60 คน เพื่อมาปฏิบัติภารกิจร่วมกัน 3 วัน 2 คืน ในการเรียนรู้ความสำเร็จการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำจาก “บ้านตุ่นโมเดล” ต้นแบบการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ณ ชุมชนบ้านตุ่น ตำบลบ้านตุ่น จังหวัดพะเยา และหวังว่าคนรุ่นใหม่เหล่านี้จะนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดพัฒนาชุมชนสู่ความยั่งยืน “ชุมชนบ้านตุ่น” ได้รับเลือกจากมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริแห่งที่ 11 ของประเทศ ในปี 2559 และเป็นตัวอย่างความสำเร็จการบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กและแก้มลิง ด้วยเหตุนี้กลุ่มธุรกิจ TCP ได้ร่วมกับมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ (อพ.) และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.) จัดกิจกรรม ‘TCP Spirit พยาบาลลุ่มน้ำ ชวนก๊วนไปแอ่วกว๊าน Limited’ เพื่อพาจิตอาสา รุ่นที่ 3 มาศึกษาเรียนรู้ความสำเร็จของการจัดการทรัพยากรน้ำของที่นี่ โดยกิจกรรมนี้ เป็นส่วนหนึ่งของ ‘TCP โอบอุ้มลุ่มน้ำไทย’ ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน เพื่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน สราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2020/12/tcp-spirit-phayao/">TCP Spirit พยาบาลลุ่มน้ำ รุ่น3 ชวนไปแอ่วกว๊านพะเยา เรียนรู้การบริหารจัดการน้ำ”บ้านตุ่นโมเดล”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4 style="text-align: center;"><span style="color: #993366;">“TCP Spirit….พยาบาลลุ่มน้ำ เย่!”</span><br />
<span style="color: #993366;">เสียงปลูกเร้าพลังดังกึกก้องจากเหล่าจิตอาสาสมัครหนุ่มสาวที่เดินทางมาจากทั่วประเทศ 60 คน เพื่อมาปฏิบัติภารกิจร่วมกัน 3 วัน 2 คืน ในการเรียนรู้ความสำเร็จการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำจาก “บ้านตุ่นโมเดล” ต้นแบบการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ณ ชุมชนบ้านตุ่น ตำบลบ้านตุ่น จังหวัดพะเยา และหวังว่าคนรุ่นใหม่เหล่านี้จะนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดพัฒนาชุมชนสู่ความยั่งยืน</span></h4>
<p><span id="more-8573"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-8574 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/12/TCP-1.jpg" alt="" width="554" height="369" /><br />
<strong>“ชุมชนบ้านตุ่น”</strong> ได้รับเลือกจากมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริแห่งที่ 11 ของประเทศ ในปี 2559 และเป็นตัวอย่างความสำเร็จการบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กและแก้มลิง ด้วยเหตุนี้กลุ่มธุรกิจ TCP ได้ร่วมกับมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ (อพ.) และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.) จัดกิจกรรม <strong>‘TCP Spirit พยาบาลลุ่มน้ำ ชวนก๊วนไปแอ่วกว๊าน Limited’</strong> เพื่อพาจิตอาสา รุ่นที่ 3 มาศึกษาเรียนรู้ความสำเร็จของการจัดการทรัพยากรน้ำของที่นี่ โดยกิจกรรมนี้ เป็นส่วนหนึ่งของ ‘TCP โอบอุ้มลุ่มน้ำไทย’ ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน เพื่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน</p>
<p><strong>สราวุฒิ อยู่วิทยา</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP กล่าวถึงที่มาของการเข้ามาเรียนรู้เรื่องน้ำจาก “บ้านตุ่นโมเดล” ว่าที่นี่เป็นชุมชนเข้มแข็งในการจัดการทรัพยากรน้ำ “ น้ำเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิตที่สุด ในการเกษตรกรรมทั้งหลาย องค์กรเราจึงทำโครงการ TCP โอบอุ้มลุ่มน้ำร่วมกับมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ (อพ.) และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.) โดยเริ่มมาตั้งแต่ปี 2562 เป้าหมาย เพื่อทำให้เกิดความยั่งยืนกับลุ่มน้ำแต่ละแห่ง โครงการ TCP Spirit ชักชวนคนรุ่นใหม่ลุกขึ้นมาสร้างความเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมให้กับสังคมไทย”</p>
<figure id="attachment_8575" aria-describedby="caption-attachment-8575" style="width: 563px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-8575" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/12/TCP-2.jpg" alt="" width="563" height="375" /><figcaption id="caption-attachment-8575" class="wp-caption-text">สราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP</figcaption></figure>
<p>ด้าน <strong>ดร. รอยล จิตรดอน กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ</strong> และประธานกรรมการ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า “มูลนิธิอุทกพัฒน์ และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ต่างมีพันธกิจสำคัญในการสนับสนุนให้ประเทศไทยบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพโดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตามแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) เพื่อให้ชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและสามารถสร้างรายได้ตลอดทั้งปี โดยร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง</p>
<p>กิจกรรมครั้งนี้ได้สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของการรวมพลังระหว่างชุมชน อพ. สสน. และกลุ่มธุรกิจ TCP ที่มีจุดมุ่งหมายร่วมกันในการส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ภายใต้โครงการ TCP โอบอุ้มลุ่มน้ำไทย เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการพัฒนาแหล่งน้ำสำคัญในพื้นที่ตำบลบ้านตุ่นจะได้รับการสานต่ออย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งต่อความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่อื่นๆ ต่อไป”กิจกรรมครั้งนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #993366;"><strong>บ้านตุ่นโมเดล</strong></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-8576 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/12/TCP-4.jpg" alt="" width="556" height="417" /></p>
<p>ตำบลบ้านตุ่น จังหวัดพะเยา เป็นพื้นที่ต้นน้ำที่มีความสำคัญ โดยมีต้นน้ำทอดยาวจากยอดดอยหลวง ผ่านที่ลุ่มเกษตรกรรม จนถึงกว๊านพะเยา อันเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ทางภาคเหนือของประเทศไทยและเป็นแหล่งน้ำสำคัญที่เป็นชีวิตของคนพะเยา เพราะเป็นแหล่งผลิตน้ำประปา และยังเป็นแหล่งที่อยู่ของปลาหลากชนิด ก่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำอิงไปรวมตัวกับแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย ในอดีตลำห้วยตุ่นประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำที่ใช้ในการทำเกษตรกรรมรวมถึงน้ำป่าหลากในฤดูฝน จากความร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชนในการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบตลอดระยะเวลา 25 ปี ทำให้ลำห้วยตุ่นกลับมามีความอุดมสมบูรณ์ และมีน้ำใช้เพียงพอตลอดทั้งปี ชุมชนสามารถบริหารจัดการน้ำอย่างทั่วถึง เพื่อให้ทุกพื้นที่สามารถทำเกษตรกรรมและมีน้ำใช้ในชีวิตประจำวันอย่างเพียงพอ</p>
<p>ส่งผลให้สามารถสร้างรายได้ตลอดทั้งปี โดยมีชุมชนและเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์จากลำห้วยตุ่นถึง 11 หมู่บ้าน หรือ 1,683 ครัวเรือน คิดเป็นจำนวนประชากร 5,462 คน นอกจากนี้ ยังได้ขยายผลความสำเร็จสู่ความช่วยเหลือแก่ชุมชนอื่นๆ อีกด้วย</p>
<p><strong>คุณพ่อสม หลวงมะโนชัย ผู้นำชุมชนบ้านตุ่น</strong>เล่าย้อนหลังถึงเส้นทางปัญหาของ ต.แม่ตุ่น ที่กว่าจะประสบความสำเร็จว่าบ้านตุ่นเป็นพื้นที่ลาดเอียงตั้งแต่ภูเขาจนถึงกว๊านพะเยา การไหลของน้ำจะไหลเร็วและนำตะกอนลงมาด้วย เมื่อก่อนชุมชนขาดการดูแลตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ ทำให้ตะกอนทับถมในลำห้วย ไม่สามารถเก็บกักน้ำได้ซึ่งเป็นปัญหาหลักที่ชุมชนเจอ วิธีแก้คือร่วมมือกับมูลนิธิอุทกพัฒน์และสสน. เก็บข้อมูลตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ เพื่อใช้ในการบริหารจัดการน้ำ หลังจากสำรวจเสร็จก็ดำเนินการแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ</p>
<figure id="attachment_8577" aria-describedby="caption-attachment-8577" style="width: 557px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-8577" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/12/TCP-5.jpg" alt="" width="557" height="370" /><figcaption id="caption-attachment-8577" class="wp-caption-text">คุณพ่อสม หลวงมะโนชัย ผู้นำชุมชนบ้านตุ่น</figcaption></figure>
<p>“กว่าจะตกลงเรื่องแบ่งปันน้ำต้องใช้เวลาพูดคุยกันถึง 3 ปี จนหน้าแล้งทุกคนก็ทำนาไม่ได้ เดือดร้อนกันทุกครัวเรือน ในที่สุดต้องหันหน้ามาประชุมกันว่าเราต้องมารวมใจกันแบ่งปันน้ำอย่างเป็นธรรมเพื่อให้ทุกคนสามารถใช้น้ำได้ทั่วถึง”</p>
<p>หนึ่งในภูมิปัญญาที่นำมาใช้แก้ปัญหาเรื่องน้ำคือ “แตปากฉลาม “ ซึ่งคุณพ่อสม เล่าถึงที่มาให้ฟังว่าเมื่อสมัยก่อนที่มีการแย่งน้ำกันจนเกิดปัญหาโต้เถียงระหว่างชาวบ้าน จนปี 2552 คุณพ่อสมคิดจึงนวัตกรรม“แตปากฉลาม” ซึ่งเป็นเครื่องผันน้ำไปยังที่สูงโดยไม่ใช้พลังงาน เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำของชุมชนที่สูง โดยมีลักษณะคล้ายสามเหลี่ยม ตั้งกั้นบริเวณรอยต่อของลำเหมืองสองสาย เมื่อกระแสน้ำพัดมาก็จะมีแรงดันส่งน้ำส่วนหนึ่งไหลไปยังที่สูงกว่าได้ ปัจจุบันในชุมชนนี้สร้างไว้ 3 จุดโดยใช้งบประมาณจากการเรี่ยไรเงินบ้านละ 60 บาทมาเป็นค่าวัสดุในการก่อสร้าง นอกจากนี้ ยังมี “ต๊างนา” ร่องน้ำที่ใช้ในการลำเลียงน้ำเข้านา และ “ยอยน้ำ” ร่องน้ำที่ใช้ทยอยน้ำออกจากนา</p>
<p>คุณพ่อสมกล่าวสรุปว่าทุกวันนี้ชุมชนบ้านตุ่มร่วมกันสร้างกฎระเบียบเพื่อจัดสรรน้ำให้ทุกครัวเรือนมีน้ำใช้เพียงพอ เช่น มีการกำหนดวันปล่อยน้ำ และมีการคณะกรรมการจัดการน้ำทุกหมู่บ้าน มีการกำหนดเวลาเปิด-ปิดเพื่อจ่ายน้ำ และทุกปีจะมีการประกาศให้คนในชุมชนมา”เลาะเหมือง” คือขุดลอกลำราง ลำเหมือง และดายหญ้า เตรียมพื้นที่ให้พร้อมสำหรับการรับน้ำ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #993366;"><strong>กว๊านพะเยา&#8230;น้ำคือชีวิต</strong></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-8578 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/12/TCP-6.jpg" alt="" width="587" height="391" /></p>
<p>ดร.รอยล กล่าวชื่นชมบ้านตุ่นโมเดลเป็นตัวอย่างของชาวบ้านที่มีการบริหารจัดการน้ำย่างเป็นระบบ ว่า “กว๊านพะเยาที่สวยมาได้ทุกวันนี้เพราะการมีส่วนร่วมของชุมชน วันนี้เรามาเรียนรู้การรักษาต้นน้ำดอยหลวง” เริ่มจากเมื่อ ปี 2551 ชาวบ้านบ้านตุ่นจึงทำแผนดูแลทั้งลุ่มน้ำพะเยา โดยมูลนิธิชัยพัฒนาและมูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรทางน้ำ ร่วมกับชุมชนท้องถิ่นเพื่อแก้ปัญหาเรื่องน้ำจากลำสาขาย่อยก่อน มี 11 ลำสาขา อ่างเก็บน้ำ 21 อ่าง</p>
<p>“ จุดเด่นที่นี่คือเป็นลุ่มน้ำย่อยของลุ่มน้ำแม่อิงมีน้ำประมาณ 330 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่มีที่เก็บน้ำเพีนง 80 ล้าน ลบ.ม จึงต้องแก้ปัญหาที่ป่าลุ่มน้ำ เมื่อก่อนนี้กว๊านพะเยาที่มีตะกอนเยอะมากจนเป็นบ่อเกิดของผักตบชวา เมื่อชาวบ้านแก้ปัญหาเรื่องตะกอนได้ ทุกวันนี้กว๊านพะเยาก็กลับมาใสเหมือนเดิม”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-8583 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/12/TCP-11.jpg" alt="" width="558" height="377" /></p>
<p>“น้ำคือชีวิต” เมื่อสายน้ำที่ไหลจากเขาหลวงสู่กว๊านพะเยาได้รับการดูแลจากชุมชน ส่งผลให้ทุกพื้นที่มีน้ำกินน้ำใช้อุดมสมบูรณ์ สายน้ำนี้ยังสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่ทุกคนที่อาศัยอยู่โดยรอบพื้นที่ จากเมื่อก่อนชุมชนแห่งนี้ประกอบอาชีพทำนาอย่างเดียว ซึ่งบางปีน้ำน้อยก็ทำนาไม่ได้ แต่พอฟื้นป่าต้นน้ำชาวบ้านสามารถปลูกไม้ไผ่แดง พอหมดหน้านาทุกครอบครัวก็จะนำไม้ไผ่มาสานทำผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่เป็นอาชัพเสริม จนปัจจุบันกลายเป็นแหล่งผลิตเครื่องจักสานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยป้อนไปขายทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมีอาชีพเสริมคือปลูกถั่วดาวอินคาได้อีกด้วย</p>
<p>ถ้าสายน้ำคือชีวิต “กว๊านพะเยา”ก็คือหัวใจของคนพะเยา ที่ทำให้ทุกชีวิตดำรงอยู่ได้ กว๊านพะเยาเป็นแหล่งน้ำจืดสร้างขึ้นเมื่อปี 2482 มีพื้นที่กว้าง 12,831 ไร่ ความอุดมสมบูรณ์ของกว๊านทำให้เป็นแหล่งอาศัยของปลาถึง 52 สายพันธุ์ รวมถึงเป็นที่วางไข่ของปลาน้ำจืดที่ว่ายมาจากแม่น้ำโขง สมศักดิ์ เทพตุ่น ประธานชาวประมงพื้นบ้าน จังหวัดพะเยา เล่าถึงวิถีชาวประมงที่เป็นอาชีพดั้งเดิมของ 17 ชุมชนรอบกว๊าน และปัจจุบันชาวบ้านก็ยังทำหน้าที่อนุรักษ์พันธุ์ปลาไปด้วยเพื่อให้เกิดอาชีพประมงที่มีความยั่งยืน ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของกว๊านที่มีปลาชุกชุมทำให้นี่เป็นแหล่งผลิตปลาส้มรายใหญ่และขึ้นชื่อ จนกลายเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงของจังหวัดพะเยา</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #993366;"><strong>สร้างจิตอาสาส่งต่อรักษ์น้ำอย่างยั่งยืน</strong></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-8579 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/12/TCP-3.jpg" alt="" width="581" height="387" /></p>
<p>สราวุฒิ ได้คาดหวังกับคนรุ่นใหม่ที่มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ว่า “ อยากให้เด็กรุ่นใหม่มาเห็นการทำงานของชุมชนที่เข้มแข็ง ถ้าประเทศไทยมีชุมชนบ้านตุ่นโมเดลแบบนี้มาก ๆ ประเทศก็จะเข้มแข้ง ต้องการให้เรื่องที่พามาดูลุ่มน้ำครั้งนี้เป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่มาสนใจเรื่องน้ำ รักษาน้ำกันอย่างไร และนำน้ำมาใช้ประโยชน์อย่างสูงสุด”</p>
<p>ดังนั้นนอกจากอาสาสมัครTCP Spirit รุ่น 3 จำนวน 60 คนมาศึกษาเรียนรู้ดูงานที่พะเยาแล้ว เพื่อให้โครงการนี้สู่เป้าหมายการดูแลลุ่มน้ำอย่างยั่งยืน จิตอาสาทั้ง 60 คนจึงเป็นคนรุ่นใหม่ที่ตระหนักเรื่องการรักษาอนุรักษ์น้ำมาเรียนรู้ภูมิปัญญาชาวบ้านจากคนรุ่นเก่า เพิ่มพูนต่อยอดด้วยความรู้คนหนุ่มสาวในเรื่องเทคโนโลยี คาดหวังว่าจะมีการส่งต่อกำลังใจไปสู่คนรุ่นใหม่ ให้อาสาสมัครมาเรียนรู้อย่างเข้าใจ เข้าถึงและนำความรู้ที่มาดูงานกลับไปแบ่งปันพัฒนาในชุมชนของตัวเอง อยากให้ทุกคนเริ่มจากบ้านตัวเองก่อน</p>
<p>ท่ามกลางน้อง ๆ อาสาสมัคร TCP Spirit รุ่น 3 ที่มีจิตมุ่งมั่นในการเรียนรู้ดูงาน ทริปนี้ก็ยังมี<strong> อเล็กซ์ เรนเดลล์</strong> TCP Spirit Brand Ambassador และทูตสันถวไมตรี โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ คนแรกของประเทศไทย ได้อยู่ร่วมตลอดทริป เพื่อดูแลและคอยชี้แนะถึงการร่วมกิจกรรมให้แก่น้อง ๆ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-8580 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/12/TCP-10.jpg" alt="" width="595" height="395" /></p>
<p>อเล็กซ์ เรนเดลล์ กล่าวถึงกิจกรรมนี้ว่า “การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนต้องเริ่มต้นจากต้นตอของปัญหา ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับน้ำ ไม่ว่าจะภัยแล้งหรือน้ำท่วม จึงจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขตั้งแต่ต้นน้ำเช่นกัน การเป็น TCP Spirit Brand Ambassador ถึง 3 ปีทำให้ผมได้เรียนรู้โดยตรงจากผู้ที่พัฒนาการบริหารจัดการแหล่งน้ำในชุมชน รวมถึงประสบการณ์ที่ได้ร่วมลงมือแก้ปัญหาไปพร้อมๆ กับทุกคน และโอกาสที่ได้ส่งต่อพลังความตั้งใจในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้กับน้องๆ อาสาสมัคร ซึ่งจะเติบโตเป็นพลังแห่งการดูแลสิ่งแวดล้อมที่สำคัญในอนาคตต่อไป”</p>
<p><strong>บอย &#8211; กิตติพงษ์ ก้างยาง</strong> เจ้าหน้าที่สภาเด็กและเยาวชน จังหวัดเชียงราย เป็นหนึ่งในอาสาสมัคร TCP Spirit เป็นปีที่ 3 ที่ตั้งใจมาเข้าร่วมโครงการนี้เพื่อคาดหวังว่าจะนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดกับโครงการฝายที่ตนเองกำลังจะเริ่มทำ<br />
“สภาเด็กฯกำลังทำเรื่องฝายหลวงอยู่ จึงตั้งใจมาเข้าค่ายนี้เพื่อจะนำความรู้ที่ได้ไปแก้ปัญหา เนื่องจากเชียงรายมีปัญหาเรื่องเผาป่า ฝุ่น PM 2.5 ซึ่งสภาเด็กเล็งเห็นว่าจะมีผลกระทบต่อชาวบ้าน เด็กและเยาวชน ดังนั้นถ้าเราทำฝายชะลอน้ำเพื่อเป็นที่กักเก็บน้ำ ถ้าเกิดไฟป่าขึ้นเราก็จะมีน้ำไว้ดับไฟได้ ”</p>
<figure id="attachment_8581" aria-describedby="caption-attachment-8581" style="width: 534px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-8581" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/12/TCP-8.jpg" alt="" width="534" height="356" /><figcaption id="caption-attachment-8581" class="wp-caption-text">บอย &#8211; กิตติพงษ์ ก้างยาง (คนซ้ายมือ)</figcaption></figure>
<p>ในช่วงทำกิจกรรมนี้ บอย-กิตติพงษ์ ได้เรียนหลายสิ่งหลายอย่างจากบ้านตุ่นโมเดล ซึ่งเขาคิดว่าเป็นตัวอย่างที่ดีในการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบและสามารถทำได้ประสบความสำเร็จ “ ผมจะนำหลายอย่างที่ได้เรียนรู้จากที่นี่ไปใช้ปรับปรุงฝายหลวงที่กำลังสร้างอยู่ที่เชียงราย เช่นเมื่อเช้านี้ผมขึ้นไปดูที่ต้นน้ำเขาหลวง ชาวบ้านขุดคลองน้ำซึ่งไม่จำเป็นต้องขุดให้กว้าง เพียงแค่ขุดให้น้ำไหลผ่านได้เร็วเท่านั้น ผมจึงคิดว่าจะนำความรู้นี้ไปใช้ขุดคลองบนดอยบ้าง”<br />
นอกจากนี้ บอย-กิตติพงษ์ ยังตั้งใจจะเผยแพร่ความที่ได้จากบ้านตุ่นโมเดลเรื่องการบริหารจัดการน้ำไปเผยแพร่ทางสื่อโซเชียลมีเดีย เพื่อให้เกิดการรับรู้ในวงกว้างขึ้นอีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-8582 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/12/TCP-9.jpg" alt="" width="553" height="368" /></p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>หนุ่มสาว 60 คนในวันนี้จะกลายเป็นต้นกล้าอ่อนที่พร้อมจะเดินทางกลับไปแตกดอกออกผลไปทั่วประเทศ เพื่อแพร่ขยายความรู้สู่การพัฒนาเรื่องการดูแลต้นน้ำอย่างยั่งยืน</strong></span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2020/12/tcp-spirit-phayao/">TCP Spirit พยาบาลลุ่มน้ำ รุ่น3 ชวนไปแอ่วกว๊านพะเยา เรียนรู้การบริหารจัดการน้ำ”บ้านตุ่นโมเดล”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
