<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เกาหลีใต้ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 23 Sep 2025 04:13:23 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>เกาหลีใต้ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ธนาคารกรุงเทพ ร่วมกับ บี.กริม เพาเวอร์ เยี่ยมชมโครงการฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งขนาดใหญ่ ในเกาหลีใต้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/bgrimm-and-bbl-visiting-offshore-wind-farm-in-south-korea/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Sep 2025 04:13:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Bank]]></category>
		<category><![CDATA[BBL]]></category>
		<category><![CDATA[Investment]]></category>
		<category><![CDATA[Nakwol Blue Heart]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[ชาติศิริ โสภณพนิช]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ฮาราลด์ ลิงค์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บี.กริม เพาเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลีใต้]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งนักวอล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36612</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารกรุงเทพ ซึ่งเป็นธนาคารเอกชนรายใหญ่ของประเทศไทย ร่วมกับบริษัทพลังงานชั้นนำของไทย บี.กริม เพาเวอร์ พิจารณาขยายการลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 บริษัท Nakwol Blue Heart Co., Ltd. ผู้พัฒนาโครงการฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างในเขตนักวอล (Nakwol-myeon) ยองกวาง (Yeonggwang County) จังหวัดช็อลลานัมโด (Jeollanam-do) ประเทศเกาหลีใต้ ได้แถลงว่า คุณชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ได้เดินทางเยี่ยมชมไซต์โครงการระหว่างการเยือนประเทศเกาหลีใต้ในช่วงวันที่ 9–13 กันยายน 2568 โดยธนาคารกรุงเทพได้พิจารณาให้การสนับสนุนทางการเงินแก่โครงการนี้มากกว่า 600,000 ล้านวอนเกาหลี เพื่อการออกแบบ จัดหา และก่อสร้างโครงการ (EPC Financing) ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา โครงการฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งยองกวาง–นักวอล มีความคืบหน้าโดยรวมแล้วกว่า 62% ระหว่างการเยี่ยมชมไซต์งานก่อสร้างเมื่อวันที่ 10 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/bgrimm-and-bbl-visiting-offshore-wind-farm-in-south-korea/">ธนาคารกรุงเทพ ร่วมกับ บี.กริม เพาเวอร์ เยี่ยมชมโครงการฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งขนาดใหญ่ ในเกาหลีใต้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ธนาคารกรุงเทพ ซึ่งเป็นธนาคารเอกชนรายใหญ่ของประเทศไทย ร่วมกับบริษัทพลังงานชั้นนำของไทย บี.กริม เพาเวอร์ พิจารณาขยายการลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของประเทศเกาหลีใต้</p>
<p><span id="more-36612"></span></p>
<p>เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 บริษัท Nakwol Blue Heart Co., Ltd. ผู้พัฒนาโครงการฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างในเขตนักวอล (Nakwol-myeon) ยองกวาง (Yeonggwang County) จังหวัดช็อลลานัมโด (Jeollanam-do) ประเทศเกาหลีใต้ ได้แถลงว่า คุณชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ได้เดินทางเยี่ยมชมไซต์โครงการระหว่างการเยือนประเทศเกาหลีใต้ในช่วงวันที่ 9–13 กันยายน 2568</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36613 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BBL-BGrimm1.jpg" alt="" width="1200" height="901" /></p>
<p>โดยธนาคารกรุงเทพได้พิจารณาให้การสนับสนุนทางการเงินแก่โครงการนี้มากกว่า 600,000 ล้านวอนเกาหลี เพื่อการออกแบบ จัดหา และก่อสร้างโครงการ (EPC Financing) ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา โครงการฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งยองกวาง–นักวอล มีความคืบหน้าโดยรวมแล้วกว่า 62%</p>
<p>ระหว่างการเยี่ยมชมไซต์งานก่อสร้างเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 ผู้บริหารของธนาคารกรุงเทพ และบี.กริม เพาเวอร์ ได้เยี่ยมชมความก้าวหน้าของโครงการอย่างใกล้ชิด ฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งแห่งนี้ ตั้งอยู่ในน่านน้ำบริเวณเกาะซงอี (Songi Island) เขตนักวอล ซึ่งจะติดตั้งกังหันลมจำนวน 64 เครื่อง แต่ละเครื่องมีกำลังการผลิต 5.7 เมกะวัตต์ รวมกำลังการผลิตติดตั้งทั้งหมด 364.8 เมกะวัตต์ โดยมีเป้าหมายที่จะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์บางส่วนกำลังการผลิต 91.2 เมกะวัตต์ ภายในสิ้นปีนี้ และดำเนินการเชิงพาณิชย์เต็มกำลังการผลิตได้ภายในเดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-36615 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BBL-BGrimm3.jpg" alt="" width="600" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.ฮาราลด์ ลิงค์</strong> ประธานกรรมการ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด มหาชน ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับสองของโครงการฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งนักวอล ได้ร่วมกับ <strong>คุณชาติศิริ โสภณพนิช</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เดินทางเยี่ยมชมไซต์การก่อสร้าง เพื่อยืนยันพันธสัญญาร่วมกันในการผลักดันโครงการสู่ความสำเร็จ ซึ่งในแถลงการณ์ของบริษัท Nakwol Blue Heart ระบุว่า ธนาคารกรุงเทพ และ บี.กริม เพาเวอร์ ไม่เพียงแต่เดินหน้าสนับสนุนโครงการพลังงานลมนอกชายฝั่งเท่านั้น แต่ยังคงพิจารณาขยายการลงทุนไปสู่โครงการพลังงานหมุนเวียนประเภทอื่น ๆ และโครงการด้าน AI ในประเทศเกาหลีใต้อีกด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/bgrimm-and-bbl-visiting-offshore-wind-farm-in-south-korea/">ธนาคารกรุงเทพ ร่วมกับ บี.กริม เพาเวอร์ เยี่ยมชมโครงการฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งขนาดใหญ่ ในเกาหลีใต้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;Waste Journey in Korea&#8217; การขับเคลื่อนมาตรการลดขยะและรีไซเคิลเศษวัสดุของเกาหลีใต้ ตามหลักการ Circular Economy</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/waste-journey-in-south-korea/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 12 May 2025 11:44:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Behavior]]></category>
		<category><![CDATA[Best Practice]]></category>
		<category><![CDATA[Case Study]]></category>
		<category><![CDATA[circular]]></category>
		<category><![CDATA[Consumers]]></category>
		<category><![CDATA[DITP]]></category>
		<category><![CDATA[EPR]]></category>
		<category><![CDATA[extended producer responsibility]]></category>
		<category><![CDATA[South Korea]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[waste]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลีใต้]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แยกขยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33514</guid>

					<description><![CDATA[<p>รายงานปริมาณการเกิดขยะของเกาหลีใต้ ในปี 2560  อยู่ที่ราว 1.02 กิโลกรัม/ คน/วัน ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 3 เมื่อเทียบกับปริมาณในปี 2534 ​พร้อมทั้งยังมีอัตราการรีไซเคิลขยะ​ที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 86%  หนึ่งใน Role Model ประเทศต้นแบบการลดขยะ เกาหลีใต้ถือเป็น​ประเทศที่มีระบบการจัดการขยะที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วยการมีระบบการคัดแยกขยะอย่างมีประสิทธิภาพมาเป็นเวลานาน มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในการจัดการขยะทั่วไป และขยะเศษอาหารตามปริมาณการทิ้ง นอกจากนี้ยังใช้ระบบ Extended Producer Responsibility (EPR) หรือระบบความรับผิดชอบต่อการจัดการผลิตภัณฑ์เพื่อขยายความรับผิดชอบไปยังผู้ผลิต ซึ่งจะต้องรับผิดชอบในการจัดการผลิตภัณฑ์ของตนเอง เพื่อลดการเกิดขยะได้ทั้งวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ โดยต้อง​รับผิดชอบตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การลดปริมาณขยะในขั้นตอนการผลิต การจัดเก็บและกำจัดผลิตภัณฑ์หลังการใช้งาน และผลิตภัณฑ์ที่หมดอายุ รวมถึงการให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับวิธีการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์เพื่อลดปริมาณขยะและส่งเสริมการรีไซเคิลให้มากขึ้น เกาหลีใต้ยังมีการควบคุมการใช้ผลิตภัณฑ์แบบใช้แล้วทิ้งอย่างเข้มงวดมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น มาตรการลดปริมาณการใช้แก้วพลาสติกหรือแก้วกระดาษ​ในร้านกาแฟ ​ลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกในซุปเปอร์มาร์เก็ต ​รวมทั้งยังมีการออกนโยบายใหม่ๆ ​เพื่อจัดการทรัพยากร​​เพื่อส่งเสริม​​เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)​ ด้านภาคธุรกิจต่างๆ ที่ผลิตสินค้าที่ก่อให้เกิดขยะจะต้องมีส่วนรับผิดชอบในการรีไซเคิลขยะ รวมถึง​ต้องออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ง่ายต่อการรีไซเคิล เป้าหมายและมาตรการเกี่ยวกับการรีไซเคิลและการนำกลับมาใช้ใหม่ เกาหลีใต้ประกาศใช้  &#8216;มาตรการจัดการการรีไซเคิลขยะแบบครบวงจร (Comprehensive Measures of Waste Recycling)&#8217; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/waste-journey-in-south-korea/">&#8216;Waste Journey in Korea&#8217; การขับเคลื่อนมาตรการลดขยะและรีไซเคิลเศษวัสดุของเกาหลีใต้ ตามหลักการ Circular Economy</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>รายงานปริมาณการเกิดขยะของเกาหลีใต้ ในปี 2560  อยู่ที่ราว 1.02 กิโลกรัม/ คน/วัน ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 3 เมื่อเทียบกับปริมาณในปี 2534 ​พร้อมทั้งยังมีอัตราการรีไซเคิลขยะ​ที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 86% <span id="more-33514"></span></p>
<p><strong>หนึ่งใน Role Model ประเทศต้นแบบการลดขยะ</strong></p>
<p>เกาหลีใต้ถือเป็น​ประเทศที่มีระบบการจัดการขยะที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วยการมีระบบการคัดแยกขยะอย่างมีประสิทธิภาพมาเป็นเวลานาน มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในการจัดการขยะทั่วไป และขยะเศษอาหารตามปริมาณการทิ้ง</p>
<p>นอกจากนี้ยังใช้ระบบ <strong>Extended Producer Responsibility</strong> (EPR) หรือระบบความรับผิดชอบต่อการจัดการผลิตภัณฑ์เพื่อขยายความรับผิดชอบไปยังผู้ผลิต ซึ่งจะต้องรับผิดชอบในการจัดการผลิตภัณฑ์ของตนเอง เพื่อลดการเกิดขยะได้ทั้งวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์</p>
<p>โดยต้อง​รับผิดชอบตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การลดปริมาณขยะในขั้นตอนการผลิต การจัดเก็บและกำจัดผลิตภัณฑ์หลังการใช้งาน และผลิตภัณฑ์ที่หมดอายุ รวมถึงการให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับวิธีการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์เพื่อลดปริมาณขยะและส่งเสริมการรีไซเคิลให้มากขึ้น</p>
<p>เกาหลีใต้ยังมีการควบคุมการใช้ผลิตภัณฑ์แบบใช้แล้วทิ้งอย่างเข้มงวดมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น มาตรการลดปริมาณการใช้แก้วพลาสติกหรือแก้วกระดาษ​ในร้านกาแฟ ​ลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกในซุปเปอร์มาร์เก็ต ​รวมทั้งยังมีการออกนโยบายใหม่ๆ ​เพื่อจัดการทรัพยากร​​เพื่อส่งเสริม​​เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)​</p>
<p>ด้านภาคธุรกิจต่างๆ ที่ผลิตสินค้าที่ก่อให้เกิดขยะจะต้องมีส่วนรับผิดชอบในการรีไซเคิลขยะ รวมถึง​ต้องออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ง่ายต่อการรีไซเคิล</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-33516 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Recycle1.png" alt="" width="1200" height="777" /></p>
<p><strong>เป้าหมายและมาตรการเกี่ยวกับการรีไซเคิลและการนำกลับมาใช้ใหม่</strong></p>
<p>เกาหลีใต้ประกาศใช้  &#8216;<strong>มาตรการจัดการการรีไซเคิลขยะแบบครบวงจร (Comprehensive Measures of Waste Recycling)&#8217;</strong> ในปี 2561 ​​ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การบริโภค การกำจัดขยะ การรวบรวมและคัดแยกขยะ จนถึงการรีไซเคิล <em><strong>โดยตั้งเป้าหมาย​ลดปริมาณขยะพลาสติกลง 50% และนำขยะพลาสติกมาใช้ใหม่ (รีไซเคิล) ให้ได้ 70%  ภายในปี 2573</strong></em></p>
<p>จากรายงาน​ในปี 2559 ขยะ​ทั้งหมดในเกาหลีใต้ ได้รับการรีไซเคิล ​ 84.8%  ขณะที่ 6.2% ถูกนำไปเผาทำลาย และ  8.8% ถูกฝังกลบ</p>
<p>ซึ่งหากพิจารณาเชิงลึก จะพบว่าภาคครัวเรือน มีอัตราการรีไซเคิล​ 60% ซึ่งยังเป็นปริมาณที่ต่ำ เมื่อเทียบกับภาคอุตสาหกรรมที่มีปริมาณการรีไซเคลขยะ​ 88.5% พร้อมทั้งพบว่า ปริมาณขยะทั้งในครัวเรือนและอุตสาหกรรมยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>จึง​ต้องมีมาตรการเชิงนโยบายที่มีประสิทธิภาพ ​เพื่อลดการเกิดขยะตลอดวงจรผลิตภัณฑ์ และส่งเสริมการหมุนเวียน ทรัพยากรผ่านการขับเคลื่อน <strong>แผนว่าด้วยการหมุนเวียนทรัพยากร ปี พ.ศ 2561- 2570   (The Basic Plan on Resource Circulation 2018-2027) </strong></p>
<p>ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อกำหนดเป้าหมายเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์​​ระยะกลางถึงระยะยาวโดยวางวิสัยทัศน์  ได้แก่ การสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านยุทธศาสตร์​สำคัญ ได้แก่ การจัดตั้งระบบการหมุนเวียนทรัพยากรแบบครบวงจร ตั้งแต่การผลิตไปจนถึง การบริโภค การจัดการ และการรีไซเคิล การลดการเกิดขยะ</p>
<p>พร้อม​ส่งเสริมการรีไซเคิลวัสดุเหลือใช้ที่มีคุณภาพสูง และการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการขยะระดับชุมชน โดยบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน  พร้อมกำหนดบทบาท​ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่า​จะเป็นรัฐบาล  ส่วนปกครองท้องถิ่น ผู้ผลิต และผู้บริโภค เพื่อเปลี่ยน​รูปแบบการผลิตและการบริโภค ให้สามารถ​ลดขยะในครัวเรือน รวมถึงพลาสติก รวมท้ังการหาแนวทางต่างๆ ในการกำจัดขยะ เพื่อบรรลุเป้าหมาย​ลดการเกิดขยะพลาสติก 50% และยกระดับอัตราการรีไซเคิลพลาสติก​​เป็น 70% ภายในปี2573</p>
<figure id="attachment_33515" aria-describedby="caption-attachment-33515" style="width: 1320px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-33515 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Package1.jpg" alt="" width="1320" height="462" /><figcaption id="caption-attachment-33515" class="wp-caption-text">ภาพ : DITP (Food &amp; Beverage News: https://www.thinkfood.co.kr)</figcaption></figure>
<p>สำหรับรูปแบบการจัดการขยะของเกาหลีใต้ในแต่ละขั้นตอน อาทิ</p>
<p><strong>ด้านการผลิต (Production) </strong></p>
<p>มีการประเมินความสามารถในการรีไซเคิลของวัสดุบรรจุภัณฑ์ทั้งหมด รวมถึงขวดพลาสติก และจะนำผลการประเมินมา​ใช้เป็นเกณฑ์เพื่อให้ผู้ผลิตชำระค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการรีไซเคิลในอัตราที่แตกต่างกันไป ซึ่งพบว่า​ในปี 2563 ขวดพลาสติกชนิดมีสี ถูกแทนที่ด้วยขวดพลาสติกใสเพื่อให้ง่ายต่อการรีไซเคิลขยะ ​</p>
<p><strong>ด้านการบริโภค (Consumption)</strong></p>
<p>การกำหนดมาตรฐานการรีไซเคิลสำหรับบรรจุภัณฑ์  เนื่องจากภาคธุรกิจมีการใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งสูงขึ้น (Single-use) จึง ตั้งเป้าหมายในปี 2565 ให้ลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกและแก้วพลาสติกลง 35% โดยเน้นการใช้ถุงผ้า (Eco-Bag) และแก้วส่วนตัว (Personal Cup) มากขึ้น</p>
<p><strong>ด้านการจัดการขยะ (Disposal) </strong></p>
<p>มีการจัดการขยะอย่างเคร่งครัด ทำให้ผู้บริโภคตื่นรู้และปฎิบัติตามวิธีการแยกขยะได้อย่างถูกต้อง รวมถึงมีการจัดทำคู่มือและแอปพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือให้สามารถใช้งานง่าย เสริมสร้างศักยภาพให้กับ องค์กรส่วนท้องถิ่นและชุมชนมนการจัดการขยะในท้องถิ่นด้วย</p>
<figure id="attachment_33518" aria-describedby="caption-attachment-33518" style="width: 1338px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-33518 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Refill.jpg" alt="" width="1338" height="428" /><figcaption id="caption-attachment-33518" class="wp-caption-text">ภาพ : DITP (Amore Pacific website)</figcaption></figure>
<p><strong>ด้านการรีไซเคิล (Recycling)</strong></p>
<p>ใช้มาตรฐาน Extended Producer Responsibility (EPR) หรือ ระบบความรับผิดชอบต่อการจัดการผลิตภัณฑ์เพื่อขยายความรับผิดชอบไปยังผู้ผลิต เพื่อส่งเสริมการผลิตสินค้าที่เป็น มิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงมีการลงทุนเกี่ยวกับเทคโนโลยีในการรีไซเคิลเชิงนวัตกรร​ม  เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดรีไซเคิล และส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาที่เกี่ยวข้อง การปรับปรุงการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงและขยะอัดแท่ง (Solid Refused Feul: SRF) เป็นต้น</p>
<p>การขับเคลื่อนอย่างจริงจังและบูรณาการในทุกภาคส่วน ทำให้ประสิทธิภาพในการลดขยะ และรีไซเคิลของเกาหลีใต้ดีขึ้น พร้อมทั้งสร้างให้เกิด <strong>เทรนด์ในการพัฒนาสินค้าและบรรจุภัณฑ์ที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม </strong>กระจายตัวไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาคธุรกิจและแบรนด์ชั้นนำต่างๆ รวมทั้งการพัฒนารูปแบบหรือโมเดลธุรกิจเพื่อตอบโจทย์ Zero Waste ไม่ว่าจะเป็น Zero Waste Store, Zero Waste Market โดยเฉพาะร้านรีฟิลต่างๆ ที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ด้วยการมีจุดเติมสินค้าที่ผู้บริโภคสามารถนำขวด หรือบรรจุภัณฑ์มาเอง เพื่อเติมสินค้าต่างๆ  ทั้งน้ำยา​ทำความสะอาด สบู่ แชมพู ข้าวสาร ธัญพืช เครื่องปรุงรส หรือน้ำมัน รวมไปถึงแบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำ ที่ต้องการตอบโจทย์ประสบการณ์ที่คุ้มค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม​</p>
<figure id="attachment_33517" aria-describedby="caption-attachment-33517" style="width: 1356px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-33517 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Package2.jpg" alt="" width="1356" height="432" /><figcaption id="caption-attachment-33517" class="wp-caption-text">ภาพ : DITP (Each company’s website)</figcaption></figure>
<p>เช่นเดียวกับ <strong>เทรนด์บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก </strong>ที่เติบโตและได้รับการส่งเสริมอย่างแพร่หลาย​มากเช่นกัน ทั้งการลดปริมาณบรรจุภัณฑ์ที่เกินความจำเป็นลง การเลือกใช้วัสดุที่ย่อยสลายได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นกระดาษ หรือพลาสติกชีวภาพ ​รวมทั้งการเลือกหมึกพิมพ์จากธรรมชาติ  หรือแม้แต่การออกแบบดีไซน์เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ลดการใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดเครื่องดื่ม การใช้เทปปิดกล่องที่ทำมาจากกระดาษแทนพลาสติก รวมทั้งหีบห่อที่สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมี <strong>การพัฒนานวัตกรรมการออกแบบวัสดุรีไซเคิล</strong> สำหรับสินค้าแฟชั่น ที่ให้ความสำคัญกับการนำวัสดุรีไซเคิล และการแปรรูป​วัสดุเหลือใช้ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น โดยมีหลายแบรนด์ที่สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จากวัสดุเหลือใช้ (Recycling and Upcycling) จาก​แบรนด์ชั้นนำที่เป็นที่นิยม ไม่ว่าจะเป็นการนำของค้างสต๊อก หรือเศษวัสดุมาต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม จากดีไซเนอร์ที่มีชื่อเสียงทำให้ได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น</p>
<p>ข้อมูล : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP)</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/waste-journey-in-south-korea/">&#8216;Waste Journey in Korea&#8217; การขับเคลื่อนมาตรการลดขยะและรีไซเคิลเศษวัสดุของเกาหลีใต้ ตามหลักการ Circular Economy</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>3 แนวทางจัดการ Food Waste ของเกาหลีใต้ จากประเทศที่ท่วมด้วยขยะอาหารจากวัฒนธรรมการกิน จนเหลือทิ้งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/11/best-practice-south-korea-manage-food-waste-from-cutural/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Nov 2023 14:45:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Best Practice]]></category>
		<category><![CDATA[Economic Intelligence Center]]></category>
		<category><![CDATA[EIC]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเกาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลีใต้]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องเคียงเกาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยพาณิชย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=22167</guid>

					<description><![CDATA[<p>เกาหลีใต้​เป็นตัวอย่างประเทศที่เผชิญปัญหาขยะอาหารค่อนข้างสูง แต่สามารถแก้ไขและจัดการปัญหาขยะได้เป็นอย่างดี เนื่องจาก วัฒนธรรมการกินอาหารของเกาหลีใต้ ที่จะประกอบด้วยจานเครื่องเคียงหลากหลาย จึงทำให้เกิดปริมาณขยะอาหารมากถึง 130 กิโลกรัมต่อคนต่อปี และมีอัตราที่สูงกว่าหลายประเทศทั่วโลก ทั้งนี้ รัฐบาลเกาหลีใต้​มีแนวทางในการวางแผนเพื่อบริหารจัดการขยะอาหารอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการออกมาตรการอย่างจริงจังในหลายด้าน เพื่อแก้ไขปัญหาขยะอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น 1. ระบบจ่ายเท่าที่ทิ้ง (Pay-As-You-Throw) ซึ่งกำหนดให้ประชาชนต้องแยกขยะอาหารจากขยะอื่น ๆ และจ่ายค่าจัดการขยะอาหารตามปริมาณที่ทิ้งผ่านถังขยะอัตโนมัติ หรือ Smart bins ซึ่งจะทำหน้าที่ชั่งน้ำหนักพร้อมคำนวณค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะ 2. ระบบจัดการขยะอาหารด้วยการรีไซเคิล โดยมีการตั้งศูนย์รีไซเคิลขึ้นทั่วประเทศ ซึ่งช่วยให้ปัจจุบันขยะอาหารของประเทศสามารถนำไปรีไซเคิลมากกว่า 90% เพิ่มขึ้นจากไม่ถึง 3% ก่อนการออกมาตรการของภาครัฐ 3. การขับเคลื่อนผ่านความตระหนักของภาคประชาชน เพื่อสร้างความตระหนักถึงปัญหาขยะอาหารและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร เพื่อลดขยะอาหารและลดค่าใช้จ่าย โดยการขับเคลื่อนมาตรการต่าง ๆ ดังกล่าวเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ปริมาณขยะอาหารของภาคครัวเรือนในเกาหลีใต้ลดลงต่อเนื่องอย่างเห็นได้ชัด โดยตัวเลขที่บันทึกไว้​ในปี 2021 ​อยู่ที่ 71 กิโลกรัมต่อคนต่อปี  ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยนที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลก ซึ่ง​อยู่ที่ 74 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ข้อมูล : ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ Economic Intelligence Center [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/11/best-practice-south-korea-manage-food-waste-from-cutural/">3 แนวทางจัดการ Food Waste ของเกาหลีใต้ จากประเทศที่ท่วมด้วยขยะอาหารจากวัฒนธรรมการกิน จนเหลือทิ้งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เกาหลีใต้​เป็นตัวอย่างประเทศที่เผชิญปัญหาขยะอาหารค่อนข้างสูง แต่สามารถแก้ไขและจัดการปัญหาขยะได้เป็นอย่างดี เนื่องจาก วัฒนธรรมการกินอาหารของเกาหลีใต้ ที่จะประกอบด้วยจานเครื่องเคียงหลากหลาย จึงทำให้เกิดปริมาณขยะอาหารมากถึง 130 กิโลกรัมต่อคนต่อปี และมีอัตราที่สูงกว่าหลายประเทศทั่วโลก</p>
<p><span id="more-22167"></span></p>
<p>ทั้งนี้ รัฐบาลเกาหลีใต้​มีแนวทางในการวางแผนเพื่อบริหารจัดการขยะอาหารอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการออกมาตรการอย่างจริงจังในหลายด้าน เพื่อแก้ไขปัญหาขยะอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น</p>
<p><strong>1. ระบบจ่ายเท่าที่ทิ้ง (Pay-As-You-Throw)</strong> ซึ่งกำหนดให้ประชาชนต้องแยกขยะอาหารจากขยะอื่น ๆ และจ่ายค่าจัดการขยะอาหารตามปริมาณที่ทิ้งผ่านถังขยะอัตโนมัติ หรือ Smart bins ซึ่งจะทำหน้าที่ชั่งน้ำหนักพร้อมคำนวณค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะ</p>
<p><strong>2. ระบบจัดการขยะอาหารด้วยการรีไซเคิล</strong> โดยมีการตั้งศูนย์รีไซเคิลขึ้นทั่วประเทศ ซึ่งช่วยให้ปัจจุบันขยะอาหารของประเทศสามารถนำไปรีไซเคิลมากกว่า 90% เพิ่มขึ้นจากไม่ถึง 3% ก่อนการออกมาตรการของภาครัฐ</p>
<p>3. การขับเคลื่อนผ่านความตระหนักของภาคประชาชน เพื่อสร้างความตระหนักถึงปัญหาขยะอาหารและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร เพื่อลดขยะอาหารและลดค่าใช้จ่าย</p>
<p>โดยการขับเคลื่อนมาตรการต่าง ๆ ดังกล่าวเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ปริมาณขยะอาหารของภาคครัวเรือนในเกาหลีใต้ลดลงต่อเนื่องอย่างเห็นได้ชัด โดยตัวเลขที่บันทึกไว้​ในปี 2021 ​อยู่ที่ 71 กิโลกรัมต่อคนต่อปี  ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยนที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลก ซึ่ง​อยู่ที่ 74 กิโลกรัมต่อคนต่อปี</p>
<p>ข้อมูล : ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ Economic Intelligence Center ธนาคารไทยพาณิชย์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/11/best-practice-south-korea-manage-food-waste-from-cutural/">3 แนวทางจัดการ Food Waste ของเกาหลีใต้ จากประเทศที่ท่วมด้วยขยะอาหารจากวัฒนธรรมการกิน จนเหลือทิ้งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เกาหลีใต้ หนุน 4 เครื่องจักร เสริมกำลัง Soft Power วางกลยุทธ์ 3E ดัน K-content แจ้งเกิดในยุโรป อเมริกา และตะวันออกกลาง หวังบูมได้เหมือนเอเชีย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/06/south-korea-drive-3e-built-korean-wave-soft-power/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Jun 2023 09:02:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[DITP]]></category>
		<category><![CDATA[Effect]]></category>
		<category><![CDATA[Expansion]]></category>
		<category><![CDATA[Extension]]></category>
		<category><![CDATA[Global Soft Power Index]]></category>
		<category><![CDATA[Hallyu]]></category>
		<category><![CDATA[K-beauty]]></category>
		<category><![CDATA[K-content]]></category>
		<category><![CDATA[K-food]]></category>
		<category><![CDATA[K-travel]]></category>
		<category><![CDATA[Korean wave]]></category>
		<category><![CDATA[Soft Power]]></category>
		<category><![CDATA[กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ซอฟต์เพาเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมเกาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลีใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=19076</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระแส​ Hallyu หรือ Korean wave ​กลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก จากการให้ความสำคัญกับสื่อบันเทิงและวัฒนธรรมในประเทศของเกาหลีใต้ โดย​จากการจัดอันดับ Global Soft Power Index ของ Brand Finance เมื่อปี 2565 ที่ผ่านมา ระบุว่า ​ความแข็งแรงด้าน Soft Power ของเกาหลีใต้ในปีล่าสุดนี้ อยู่อันดับที่ 12 ของโลก ทั้งนี้ รัฐบาลได้เชื่อมโยงการพัฒนาอุตสาหกรรมที่สามารถนำมาต่อยอดเพื่อสนับสนุนให้เกิดการเติบโตผ่าน Soft power ได้มากขึ้น ประกอบด้วย 1.อุตสาหกรรมสื่อและความบันเทิง (K-content) 2.เครื่องสำอางและความงาม (K-beauty)  3.อาหาร (K-food) และ 4.การท่องเที่ยว (K-travel) โดย K-content ถือเป็นแกนนำในการส่งออก ซึ่งข้อมูลของ Korea Creative Content Agency ในปี 2565 มูลค่าการส่งออก K-Content​ ทั้งอุตสาหกรรมเพลงเกาหลี ละคร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/south-korea-drive-3e-built-korean-wave-soft-power/">เกาหลีใต้ หนุน 4 เครื่องจักร เสริมกำลัง Soft Power วางกลยุทธ์ 3E ดัน K-content แจ้งเกิดในยุโรป อเมริกา และตะวันออกกลาง หวังบูมได้เหมือนเอเชีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กระแส​ Hallyu หรือ Korean wave ​กลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก จากการให้ความสำคัญกับสื่อบันเทิงและวัฒนธรรมในประเทศของเกาหลีใต้ โดย​จากการจัดอันดับ <strong>Global Soft Power Index</strong> ของ Brand Finance เมื่อปี 2565 ที่ผ่านมา ระบุว่า ​ความแข็งแรงด้าน Soft Power ของเกาหลีใต้ในปีล่าสุดนี้ อยู่อันดับที่ 12 ของโลก</p>
<p><span id="more-19076"></span></p>
<p>ทั้งนี้ รัฐบาลได้เชื่อมโยงการพัฒนาอุตสาหกรรมที่สามารถนำมาต่อยอดเพื่อสนับสนุนให้เกิดการเติบโตผ่าน Soft power ได้มากขึ้น ประกอบด้วย <strong>1.อุตสาหกรรมสื่อและความบันเทิง</strong> (K-content) <strong>2.เครื่องสำอางและความงาม</strong> (K-beauty)  <strong>3.อาหาร</strong> (K-food) และ <strong>4.การท่องเที่ยว</strong> (K-travel) โดย K-content ถือเป็นแกนนำในการส่งออก ซึ่งข้อมูลของ Korea Creative Content Agency ในปี 2565 มูลค่าการส่งออก K-Content​ ทั้งอุตสาหกรรมเพลงเกาหลี ละคร ภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์และเกม อยู่ที่ 1.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 4.42% จากปี 2564 ถือเป็นการสร้างสถิติใหม่ให้กับอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19087 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/shutterstock_2064023096.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะที่​<strong><em>รัฐบาลของประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ</em> คุณยุน ซอกยอล มีแผนผลักดันสื่อบันเทิงของเกาหลีใต้ให้มีมูลค่าส่งออกถึง 2.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในปี 2570 และจะขยายการส่งออกไปอีกหลายประเทศ เพื่อเพิ่มความนิยมต่อ K-content จากทั่วโลก</strong> ซึ่งจะส่งผลต่อการเติบโตของขนาดการส่งออกและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อีกมหาศาล จากการสร้างมูลค่าเพิ่มให้​ K-content เชื่อมโยงเข้ากับเรื่องของแฟชั่น การท่องเที่ยว อาหาร และไอที</p>
<p>โดยรัฐบาลจะสนับสนุนทางการเงินสูงถึง 7.90 แสนล้านวอน เพื่อส่งเสริมตัวแทนของ K-Content ที่อยู่ในตลาดโลก เช่น K-Pop เกม ละคร ภาพยนตร์และเว็บตูนอย่างจริงจัง รวมทั้งจัดตั้งระบบการบริหารอุตสาหกรรมสื่อและคอนเทนต์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งขยายสาขาต่างประเทศของหน่วยงานที่ช่วยสนับสนุนการส่งออกของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น แฟชั่น สินค้าเพื่อความงาม ผ่าน K-Expo รวมไปถึงการเข้าไปสนับสนุนสตาร์ทอัพและการร่วมลงทุน​ต่างๆ เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19088 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/shutterstock_1708667083.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>วางกลยุทธ์ 3E ขยายแนวรบ​ K-content </strong></p>
<p>รัฐบาลเกาหลีใต้ตั้งเป้าหมายขยายตลาด K-content ไปยังตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกาเหนือ ซึ่งสื่อของเกาหลียังไม่ได้รับความนิยมเมื่อเทียบกับประเทศในเอเชีย โดยใช้หลักการ 3E ได้แก่</p>
<p><strong>Expansion :  </strong>การขยายตลาดใหม่ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเปิดทางให้ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมของเกาหลีเติบโตในตลาดต่างประเทศ เช่น การจัดงาน K-Content Expo ในสหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักรในปีนี้ รวมทั้งการศูนย์บริการธุรกิจต่างประเทศของ Korea Creative Content Agency (KOCCA) เพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการขยาย K-content ในต่างประเทศ รวมทั้งอุตสาหกรรมการผลิตและบริการที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงการวางแผนที่จะร่วมกันส่งเสริมเนื้อหาเชื่อมโยงกับเครื่องสำอาง ​หรืออาหาร ที่สอดคล้องกับกระแส Hallyu โดยการใช้ศูนย์ประชาสัมพันธ์ K-Brand Overseas Public Relations Center</p>
<p><strong>Extension :</strong> การขยายขอบเขตของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ เช่น การสนับสนุนการ์ตูนบนเว็บ บริการสตรีมมิ่งออนไลน์และบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการผลิต รวมไปถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมคอนเทนต์โดยใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ในอนาคต อย่างเช่น Metaverse และ AI เช่น Chat GPT​ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมคอนเทนต์ จึงจำเป็นต้องมีมาตรการที่อาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ซึ่งภาครัฐจะลงทุนราว 1.35 แสนล้านวอน ในงบประมาณการวิจัยและพัฒนา (R&amp;D) เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัยและสามารถนำไปปรับใช้ในวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวได้ รวมทั้งการจัดตั้ง K-Content Metaverse World​​ เพื่อเป็นศูนย์กลางสำหรับการเผยแพร่ K-content ผ่าน Metaverse เช่น เกมที่มีภาพเคลื่อนไหวเสมือนจริง คอนเสิร์ต และสถานที่ท่องเที่ยว เป็นต้น</p>
<p><strong>Effect :</strong> การต่อยอดจากการเติบโตของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ที่มีอิทธิพลในเชิงบวกต่อการส่งออกของอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น สินค้าอาหาร แฟชั่น ความงาม เครื่องใช้ในบ้าน และไอที เช่น การเปิดเผยชื่อสินค้าที่อยู่ในสื่อบันเทิง หรือคอนเสิร์ตต่างๆ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19085 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/shutterstock_2163797873.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ทางรัฐบาลได้วางเป้าหมาย 5 ปี ​หรือภายในปี 2570 หลังจากผลักดันให้มีการเติบโตของ Soft Power ผ่านการขับเคลื่อนในทุกมิติที่เกี่ยวข้อง ​ไว้ดังต่อไปนี้</p>
<p>​- ศูนย์บริการธุรกิจในต่างประเทศของ Korea Creative Content Agency (KOCCA) จะขยายถึง 50 สาขา</p>
<p>&#8211; รัฐบาลคาดว่ายอดจำหน่าย (Total Sales) ของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จะเพิ่มขึ้นจาก 137 ล้านล้านวอนในปี 2564 เป็น 200 ล้านล้านวอน หรือมากกว่า 5.4 ล้านล้านบาท</p>
<p>&#8211; นอกจากนี้ ยอดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและการท่องเที่ยวที่ได้รับอิทธิพลจาก K-content คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 4.66 พันล้านเหรียญสหรัฐเป็น 8 พันล้านเหรียญสหรัฐ และจะมีผู้ชื่นชอบกระแส K-Wave เพิ่มเป็น 360 ล้านคนทั่วโลก</p>
<p>&#8211; คาดว่าขนาดอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะเพิ่มมูลค่าจาก 108 ล้านล้านวอน เป็น 180 ล้านล้านวอน และจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจาก 5 ล้านคน เพิ่มเป็น 30 ล้านคน</p>
<p>&#8211; จากนโยบายส่งเสริมวัฒนธรรม คาดว่าจะขยายรายการมรดกโลกได้ถึง 65 แห่งและจะส่งผลดีต่อกระแส Korean wave การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของเกาหลีด้วย</p>
<p>&#8211; ขยายตลาดอุตสาหกรรมกีฬาจาก 5 ล้านล้านวอน ให้ถึง 100 ล้านล้านวอน หรือเติบโตขึ้นได้ราว 20 เท่า</p>
<p>ข้อมูล : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19086 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/shutterstock_1272001582.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/south-korea-drive-3e-built-korean-wave-soft-power/">เกาหลีใต้ หนุน 4 เครื่องจักร เสริมกำลัง Soft Power วางกลยุทธ์ 3E ดัน K-content แจ้งเกิดในยุโรป อเมริกา และตะวันออกกลาง หวังบูมได้เหมือนเอเชีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;เครื่องสำอางวีแกน&#8217; ไอเท็มมาแรงในกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นเกาหลีใต้ยุค Post-covid พร้อมช่วยแบรนด์แก้วิกฤต ดึงลูกค้ากลับเข้าหน้าร้าน​ ​</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/02/vegan-and-clean-beauty-as-trends-young-consumers/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Feb 2023 04:16:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Be Clean]]></category>
		<category><![CDATA[Clean Beauty]]></category>
		<category><![CDATA[Hyundai]]></category>
		<category><![CDATA[Korea]]></category>
		<category><![CDATA[Label C]]></category>
		<category><![CDATA[Nuancier]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung C&T Fashion]]></category>
		<category><![CDATA[Vegan]]></category>
		<category><![CDATA[Vegan Beauty Store]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[วัยรุ่นเกาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[วีแกน]]></category>
		<category><![CDATA[ห้างสรรพสินค้าล็อตเต้]]></category>
		<category><![CDATA[ห้างสรรพสินค้าฮุนได]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลีใต้]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอางวีแกน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17371</guid>

					<description><![CDATA[<p>เทรนด์ คลีนบิวตี้ (Clean beauty) และ วีแกนบิวตี้ (Vegan beauty) เป็นที่นิยมในกลุ่มผู้บริโภคหนุ่มสาวรุ่นใหม่ของเกาหลีใต้ ซึ่งช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเครื่องสำอางในยุค Post-covid หลังจากไม่ต้องสวมหน้ากากแล้ว โดยข้อมูลจาก​ห้างสรรพสินค้า Hyundai ​ระบุ​ว่า​ ลูกค้าหลักของร้าน Be Clean ซึ่งเป็น Vegan Beauty Store ในเครือของ​ Hyundai คือกลุ่มลูกค้าในช่วงอายุ​​ 20 &#8211; 30 ปี ที่สร้างรายได้ให้ร้านมากกว่า 70% ขณะที่ร้านเครื่องสำอางอื่นๆ ในห้าง มีสัดส่วนยอดขายจากกลุ่มนี้อยู่ที่ราว 33.7% ​ สำหรับ Be Clean เป็นร้านเครื่องสำอาง vegan beauty store ที่ปราศจากผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลพลอยได้จากสัตว์​ รวมทั้งเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้เพื่อความยั่งยืน ซึ่งเปิดให้บริการสาขาแรก​ที่ห้างสรรพสินค้า The Hyundai Seoul ใน Yeouido ทางตะวันตกของกรุงโซล ในปี 2564 และ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/02/vegan-and-clean-beauty-as-trends-young-consumers/">&#8216;เครื่องสำอางวีแกน&#8217; ไอเท็มมาแรงในกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นเกาหลีใต้ยุค Post-covid พร้อมช่วยแบรนด์แก้วิกฤต ดึงลูกค้ากลับเข้าหน้าร้าน​ ​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เทรนด์ <strong>คลีนบิวตี้ (Clean beauty)</strong> และ <strong>วีแกนบิวตี้ (Vegan beauty)</strong> เป็นที่นิยมในกลุ่มผู้บริโภคหนุ่มสาวรุ่นใหม่ของเกาหลีใต้ ซึ่งช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเครื่องสำอางในยุค Post-covid หลังจากไม่ต้องสวมหน้ากากแล้ว</p>
<p><span id="more-17371"></span></p>
<p>โดยข้อมูลจาก​ห้างสรรพสินค้า Hyundai ​ระบุ​ว่า​ ลูกค้าหลักของร้าน <strong>Be Clean</strong> ซึ่งเป็น Vegan Beauty Store ในเครือของ​ Hyundai คือกลุ่มลูกค้าในช่วงอายุ​​ 20 &#8211; 30 ปี ที่สร้างรายได้ให้ร้านมากกว่า 70% ขณะที่ร้านเครื่องสำอางอื่นๆ ในห้าง มีสัดส่วนยอดขายจากกลุ่มนี้อยู่ที่ราว 33.7% ​</p>
<p>สำหรับ Be Clean เป็นร้านเครื่องสำอาง vegan beauty store ที่ปราศจากผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลพลอยได้จากสัตว์​ รวมทั้งเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้เพื่อความยั่งยืน ซึ่งเปิดให้บริการสาขาแรก​ที่ห้างสรรพสินค้า The Hyundai Seoul ใน Yeouido ทางตะวันตกของกรุงโซล ในปี 2564 และ เปิดสาขาเพิ่มอีก 2 สาขา ที่สาขา Pangyo และสาขา Mokdong  ในปี 2565</p>
<p>ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2564 ที่ผ่านมา ในกรุงโซล มีร้าน Vegan Beauty Stores  เปิดให้บริการอย่างต่อเนื่อง​ ซึ่งนอกจาก Be Clean ของห้างสรรพสินค้าฮุนไดแล้ว แบรนด์คลีนบิวตี้ของ Samsung C&amp;T Fashion อย่าง <strong>Label C </strong>ก็ได้เปิดร้านเรือธงใน Garosu-gil, ทางตอนใต้ของกรุงโซลในเดือนกันยายน 2564 ซึ่งมียอดขายเติบโตขึ้น 10% ในปีก่อนหน้า และเชื่อว่าในปีนี้ก็จะเติบโตได้อย่างต่อเนื่องกว่า 10% เช่นเดียวกัน ​รวมทั้งคลีนบิวตี้ของห้างสรรพสินค้าล็อตเต้ อย่างร้าน <strong>Nuancier</strong> เปิดให้บริการในเดือนมีนาคม 2565 ด้วย</p>
<p>​นอกจากนี้ คีย์เวิร์ดคำว่า <strong>&#8220;วีแกน&#8221; (Vegan)</strong> และ <strong>&#8220;คลีนบิวตี้&#8221; (clean beauty)</strong> กลายเป็นคำหลักที่ได้รับความนิยมในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง​  ซึ่งเป็นกระแสที่ต่อยอดมาจากความนิยมเกี่ยวกับธรรมชาติ (naturalism) ​ที่ได้รับความนิยม​ในกลุ่มลูกค้าวัยหนุ่มสาวที่มีความตั้งใจในการบริโภคอย่างมีจริยธรรม</p>
<p>สิ่งสะท้อนถึงความ​นิยมของร้าน​ Be Clean ได้อย่างชัดเจน จากตัวเลขการจัดอีเวท์ Brand Pop-up ใน​ The Hyundai Seoul เมื่อปี 2565 ที่ผ่านมา มีจำนวนถึง 251 งาน หรือราว ​4 หรือ 5 ครั้งต่อสัปดาห์ รวมทั้งเพิ่มความถี่ในการ​เปิดตัวหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ความงามใหม่ๆ ขึ้นกว่าเท่าตัว​ จากสองครั้งต่อปี มาเป็นทุกไตรมาสอีกด้วย ​</p>
<p>​อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์คลีนบิวตี้เป็นตลาดเพิ่งเกิดใหม่ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางของเกาหลี ซึ่งถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ได้แก่ แบรนด์หรูระดับพรีเมียมที่จำหน่ายอยู่ในห้างสรรพสินค้า และร้านเพื่อสุขภาพราคาไม่แพง​ รวมทั้งร้านเสริมสวยตามท้องถนนทั่วไป และถึงแม้ว่าสินค้าคลีนบิวตี้บางแบรนด์อาจจะไม่ใช่แบรนด์ที่ได้รับความนิยมหรือเป็นที่รู้จักมากนัก  แต่ก็สามารถได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ เนื่องจากภาพลักษณ์ที่บริสุทธิ์และให้ความรู้สึกด้านบวก</p>
<p>โฆษกของห้างสรรพสินค้า Hyundai กล่าวว่า ความนิยมใน<em>&#8220;วีแกนบิวตี้และคลีนบิวตี้ ได้ช่วยคลายวิกฤตในการดึงดูดกลุ่มลูกค้าหนุ่มสาวให้เข้าสู่ช็อปเครื่องสำอางได้อีกครั้ง จากที่ก่อนหน้านี้</em><em>ผู้บริโภคมักจะไปที่ช็อปเพื่อลองผลิตภัณฑ์และกลับไปซื้อทางออนไลน์ ซึ่งเป็นหนึ่งในวิกฤตที่ร้านค้าออฟไลน์กำลังเผชิญอยู่ แต่ในทางกลับกัน​ร้านที่มีผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางวีแกนและผลิตภัณฑ์คลีนบิวตี้ กลับสามารถดึงดูดใหลูกค้าเลือกที่จะมาซื้อสินค้าที่ร้านค้าออฟไลน์แทน หลังจากได้เห็นผลิตภัณฑ์ผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ ”</em></p>
<p><a href="https://koreajoongangdaily.joins.com/2023/02/14/business/industry/cosmetics-vegan-beauty-clean-beauty/20230214142414823.html" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/02/vegan-and-clean-beauty-as-trends-young-consumers/">&#8216;เครื่องสำอางวีแกน&#8217; ไอเท็มมาแรงในกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นเกาหลีใต้ยุค Post-covid พร้อมช่วยแบรนด์แก้วิกฤต ดึงลูกค้ากลับเข้าหน้าร้าน​ ​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ประชากร  Vegan ในเกาหลีใต้เติบโตต่อเนื่อง ส่งผลตลาดอาหารปราศจากเนื้อสัตว์ขยายตัวทั้งออนไลน์และออฟไลน์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/12/monitor-vegan-food-in-south-korea-market/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Dec 2022 14:20:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Lacto-vegetarian]]></category>
		<category><![CDATA[Ovo-vegetarian]]></category>
		<category><![CDATA[Plant-Based Meat]]></category>
		<category><![CDATA[Vegan]]></category>
		<category><![CDATA[vegan food]]></category>
		<category><![CDATA[Vegetarian]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[มังสวิรัติ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารวีแกน]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลีใต้]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[เนื้อสัตว์ทดแทนจากพืช]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=15962</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผู้บริโภคกลุ่มวีแกน (Vegan) ​หรือกลุ่มที่ไม่รับประทานอาหารที่ทำมาจากเนื้อสัตว์ทุกชนิด และไม่มีขั้นตอนใดๆ ที่เกี่ยวกับสัตว์ รวมถึงไม่รับประทานไข่ นม และเครื่องปรุงรสต่างๆ โดยจะรับประทานอาหารที่ทำมาจากผัก ผลไม้ และธัญพืชต่างๆ เท่านั้น ​รวมถึงไม่ซื้อหรือสนับสนุนผลิตภัณฑ์ใดๆ ที่มีการทดลองในสัตว์ (Cruelty-free) อีกด้วย กลุ่มวีแกนมีความแตกต่างกับมังสวิรัติ (Vegetarian) ที่จะงดเนื้อสัตว์ แต่ยังรับประทานผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น ไข่และนมได้ และสามารถแบ่งย่อยเป็นกลุ่มที่เลือกบริโภคเฉพาะไข่หรือนมเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่ Ovo-vegetarian ซึ่งรับประทานไข่ แต่งดเนื้อสัตว์และนม กับ Lacto-vegetarian ซึ่งรับประทานนมและ ผลิตภัณฑ์จากนม แต่งดเนื้อสัตว์และไข่ จากแนวโน้มการเลือกบริโภคอาหารและผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากเนื้อสัตว์กำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้ตลาดอาหารวีแกนของเกาหลีใต้ปรับตัว และมีความหลากหลายมากขึ้นตามไปด้วย ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล รายงานว่า ตลาดสินค้าอาหารสำหรับกลุ่มวีแกน (Vegan) ของเกาหลีใต้ อยู่ในช่วงกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจำนวของผู้บริโภควีแกนในเกาหลีใต้ เพิ่มเป็น 2.5 ล้านคน ในปี 2564 และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ดังนั้น อาหารสำหรับชาววีแกนจึงเป็นกระแสสำคัญในอุตสาหกรรมของอาหารของเกาหลี​ โดยปี 2564 มีสินค้าอาหารได้การรับรองถึง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/12/monitor-vegan-food-in-south-korea-market/">ประชากร  Vegan ในเกาหลีใต้เติบโตต่อเนื่อง ส่งผลตลาดอาหารปราศจากเนื้อสัตว์ขยายตัวทั้งออนไลน์และออฟไลน์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ผู้บริโภคกลุ่มวีแกน (Vegan) ​หรือกลุ่มที่ไม่รับประทานอาหารที่ทำมาจากเนื้อสัตว์ทุกชนิด และไม่มีขั้นตอนใดๆ ที่เกี่ยวกับสัตว์ รวมถึงไม่รับประทานไข่ นม และเครื่องปรุงรสต่างๆ โดยจะรับประทานอาหารที่ทำมาจากผัก ผลไม้ และธัญพืชต่างๆ เท่านั้น ​รวมถึงไม่ซื้อหรือสนับสนุนผลิตภัณฑ์ใดๆ ที่มีการทดลองในสัตว์ (Cruelty-free) อีกด้วย</p>
<p><span id="more-15962"></span></p>
<p>กลุ่มวีแกนมีความแตกต่างกับมังสวิรัติ (Vegetarian) ที่จะงดเนื้อสัตว์ แต่ยังรับประทานผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น ไข่และนมได้ และสามารถแบ่งย่อยเป็นกลุ่มที่เลือกบริโภคเฉพาะไข่หรือนมเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่ <strong>Ovo-vegetarian</strong> ซึ่งรับประทานไข่ แต่งดเนื้อสัตว์และนม กับ <strong>Lacto-vegetarian</strong> ซึ่งรับประทานนมและ ผลิตภัณฑ์จากนม แต่งดเนื้อสัตว์และไข่</p>
<p>จากแนวโน้มการเลือกบริโภคอาหารและผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากเนื้อสัตว์กำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้ตลาดอาหารวีแกนของเกาหลีใต้ปรับตัว และมีความหลากหลายมากขึ้นตามไปด้วย</p>
<p>ข้อมูลจาก<strong>สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล </strong>รายงานว่า ตลาดสินค้าอาหารสำหรับกลุ่มวีแกน (Vegan) ของเกาหลีใต้ อยู่ในช่วงกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจำนวของผู้บริโภควีแกนในเกาหลีใต้ เพิ่มเป็น 2.5 ล้านคน ในปี 2564 และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง</p>
<figure id="attachment_15968" aria-describedby="caption-attachment-15968" style="width: 573px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-15968 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/VEGAN.-POPUlation.jpg" alt="" width="573" height="432" /><figcaption id="caption-attachment-15968" class="wp-caption-text"><em>ข้อมูล : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล </em></figcaption></figure>
<p>ดังนั้น อาหารสำหรับชาววีแกนจึงเป็นกระแสสำคัญในอุตสาหกรรมของอาหารของเกาหลี​ โดยปี 2564 มีสินค้าอาหารได้การรับรองถึง 286 ชนิด จาก <strong>Korea Agency of Vegan Certification and Services</strong> ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 114 ชนิดในปี 2563 ​ขณะที่บริษัทอาหารหลายแห่งกำลังขยายการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Vegan Food เช่น อาหารวีแกนพร้อมทานผ่านร้านสะดวกซื้อ และคาดว่าขนาดตลาดจะขยายตัวในอนาคต เพื่อรองรับผู้บริโภคในกลุ่มนี้ที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน</p>
<h3><strong>เทรนด์ตลาดสินค้าอาหารวีแกน (Vegan Food)</strong></h3>
<p>กระแสการรับประทานอาหารวีแกนได้รับการตอบรับที่ดี ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์อาหารวีแกน มีการพัฒนาทั้งในด้านของรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ นอกจากเมนูอาหารที่ปรุงสดจากผัก ผลไม้ และธัญพืชแล้ว ยังมีการแปรรูปวัตถุดิบจากธรรมชาติเป็นอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทานเพื่อให้สะดวกมากขึ้น</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>1. ผลิตภัณฑ์อาหารทดแทนจากพืช (Plant-Based Food) </strong></span></p>
<p>ปัจจุบันเกาหลีใต้มีความหลากหลายในตลาดอาหารวีแกน โดยมีการผลิตสินค้าจากพืชที่ให้โปรตีนสูง เช่น ถั่ว ข้าวโอ๊ต และอัลมอนด์ โดยพัฒนารสชาติ กลิ่น และสีให้ใกล้เคียงเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อสัตว์ทดแทน เกี๊ยว กิมจิ หรือเครื่องดื่มอย่างนมโอ๊ต เป็นต้น</p>
<figure id="attachment_15967" aria-describedby="caption-attachment-15967" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-15967 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/VEGAN6.jpg" alt="" width="1200" height="399" /><figcaption id="caption-attachment-15967" class="wp-caption-text"><em>ข้อมูล : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล </em></figcaption></figure>
<p>โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ทดแทนจากพืช (Plant-Based Meat) ถือเป็น 1 ในสินค้าอาหารที่ผู้บริโภควีแกน สามารถรับประทานได้ จึงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ด้วยรสชาติและลักษณะที่เหมือนเนื้อสัตว์  สำหรับวัตถุดิบที่นำมาผลิตอาหารเนื้อสัตว์ทดแทนจากพืชนั้น สามารถแบ่งได้เป็นถั่ว 62% รองลงมาคือผัก 29.3% และ ธัญพืช 8.7% ของตลาดทั้งหมด</p>
<p>ในปี 2563 ขนาดของตลาดเนื้อสัตว์ทดแทนจากพืช (Plant-based meat) ในเกาหลีเพิ่มขึ้น 23.7% จาก ปี 2559 เป็น 17.4 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2.089 หมื่นล้านวอน ซึ่งเติบโตขึ้น 5.6%</p>
<p>โดยคาดการณ์ว่าในอีก 5 ปี หรือปี 2568 ขนาดของตลาดสินค้าเนื้อสัตว์จากพืชในเกาหลีใต้จะเพิ่มขึ้นอีกถึง 29.7% เป็น 22.6 ล้านเหรียญสหรัฐหรือ ประมาณ 2.71 หมื่นล้านวอน เมื่อเทียบกับปี2563</p>
<figure id="attachment_15966" aria-describedby="caption-attachment-15966" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-15966 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/VEGAN5.jpg" alt="" width="1200" height="382" /><figcaption id="caption-attachment-15966" class="wp-caption-text"><em>ข้อมูล : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล </em></figcaption></figure>
<p>ตลาดอาหารเนื้อสัตว์จากพืชกำลังเติบโตในบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมถึงสตาร์ทอัพที่ผลิตสินค้าออกมาเรื่อยๆ ซึ่งผลิตภัณฑ์จากบริษัทดังกล่าวคิดเป็น 75.8% ของการผลิตเนื้อสัตว์จากพืชทั้งหมด ​กล่าวได้ว่า ขณะนี้บริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีสำหรับการผลิตเนื้อสัตว์จากพืช</p>
<p>อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่นานมานี้บริษัทขนาดใหญ่ก็ได้เริ่มให้ความสนใจกับผู้บริโภคกลุ่มนี้ และได้ ผลิตสินค้า Plant-based Meat ออกมาเพื่อตีตลาดกับ SMEs และสตาร์ทอัพ</p>
<figure id="attachment_15965" aria-describedby="caption-attachment-15965" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-15965 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/VEGAN3.jpg" alt="" width="1200" height="625" /><figcaption id="caption-attachment-15965" class="wp-caption-text"><em>ข้อมูล : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล </em></figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>2. สินค้าอาหารวีแกนบนช่องทางออนไลน์ของไฮเปอร์มาร์เก็ต</strong> </span></p>
<p>อาหารวีแกนจำนวน 228 ชนิด ได้ถูกวางจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ของไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ เช่น Emart Lottemart และ Homeplus โดยแฮมเป็นที่นิยมมากที่สุด ตามด้วยหมูทอดและสเต็ก และเนื้อที่ทำจากพืช นอกจากนี้ มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารว่าง อาหารทะเล เครื่องปรุงรส และอาหารเสริม แต่จำนวนผลิตภัณฑ์ ยังค่อนข้างน้อยอยู่</p>
<figure id="attachment_15964" aria-describedby="caption-attachment-15964" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-15964 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/VEGAN2.jpg" alt="" width="1200" height="395" /><figcaption id="caption-attachment-15964" class="wp-caption-text"><em>ข้อมูล: สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล </em></figcaption></figure>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>3. พื้นที่ของอาหารวีแกนที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะภายในไฮเปอร์มาร์เก็ต </strong></span></p>
<p>ภายในไฮเปอร์มาร์เก็ตหลักของเกาหลี ก็ได้เพิ่มตู้แช่แข็งและขยายพื้นที่สำหรับอาหารวีแกน เพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายชึ้น โดย E-Mart เพิ่ม<strong> &#8220;โซนอาหารวีแกน&#8221;</strong> จาก 20 แห่งในปี 2563 เป็น 33 แห่งในปีที่แล้ว</p>
<p>นอกจากนี้ร้านสะดวกซื้ออย่าง GS25, CU, 7-Eleven และ Emart 24 ก็มีการจำหน่ายสินค้าอาหารวีแกน และคาดว่าจะเพิ่มจำนวนชนิดขึ้นตามแนวโน้มของตลาด เช่น GS25 วางแผนที่จะเพิ่มสินค้าอาหารวีแกนเป็น 30 ชนิดในอนาคต ซึ่งปัจจุบันมีจำหน่ายอยู่ 15 ชนิด โดยผลิตภัณฑ์อาหารวีแกนที่ผู้บริโภคชาวเกาหลีคุ้นเคยมากที่สุด ได้แก่ เนื้อจากพืช (61.8%), นมจากพืช (61.3%), ก๋วยเตี๋ยววีแกน (55.5%), ขนมปังวีแกน (48.5%) และอาหารวีแกนสำเร็จรูป (47.6%) เป็นต้น</p>
<figure id="attachment_15963" aria-describedby="caption-attachment-15963" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-15963 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/VEGAN-HYPER.jpg" alt="" width="1200" height="447" /><figcaption id="caption-attachment-15963" class="wp-caption-text"><em>ข้อมูล : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล </em></figcaption></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/12/monitor-vegan-food-in-south-korea-market/">ประชากร  Vegan ในเกาหลีใต้เติบโตต่อเนื่อง ส่งผลตลาดอาหารปราศจากเนื้อสัตว์ขยายตัวทั้งออนไลน์และออฟไลน์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปริมาณถ้วยกาแฟใช้แล้วทิ้งต่อปีในเกาหลีทะลุ 1 พันล้านชิ้นครั้งแรก เตรียมใช้ระบบมัดจำหวังเพิ่มยอดเก็บกลับ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/09/disposable-cups-over-1-billion-during-pandemic-years/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 Sep 2022 00:37:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Deposit]]></category>
		<category><![CDATA[Korea]]></category>
		<category><![CDATA[Korea Research]]></category>
		<category><![CDATA[packaging]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Return Rate]]></category>
		<category><![CDATA[single-use plastic]]></category>
		<category><![CDATA[ถ้วยกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์พลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติกใช้แล้วทิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการ]]></category>
		<category><![CDATA[ยอดเก็บกลับ]]></category>
		<category><![CDATA[ยอดเก็บกลับบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลีใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=14567</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปีที่แล้วเป็นปีแรกที่ปริมาณขยะจากถ้วยกาแฟแบบใช้แล้วทิ้งมีปริมาณทะลุเกินกว่า 1 พันล้านชิ้นเป็นครั้งแรก ข้อมูลจากกระทรวงส่ิงแวดล้อมของเกาหลี ระบุว่า ตลอดระยะเวลา 5 ปี ที่ผ่านมา มีปริมาณถ้วยกาแฟพลาสติกและกระดาษแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง จากคาเฟ่ 14 แห่ง และเชนร้านอาหารยอดนิยม 4 แห่ง อยู่ที่ 4.34 พันล้านช้ิน แต่ปีที่แล้วเพียงปีเดียว ตัวเลขพุ่งขึ้นมาเป็น 1.02 พันล้านชิ้น จากปี 2019 มีจำนวน 770 ล้านชิ้น​ ขณะที่ค่าเฉลี่ยตลอด 5 ปีที่ผ่านมา มีจำนวนราว 870 ล้านชิ้นต่อปี​ แต่ถึงแม้ว่าช่วง 5 ปีนี้ จะมีปริมาณการใช้ถ้วยกาแฟแล้วทิ้งเพิ่มมากขึ้น แต่ยอดเก็บกลับของบรรจุภัณฑ์ หรือ Return rate เพื่อนำกลับมารีไซเคิลก็ยังอยู่ในระดับต่ำไม่ถึง 1 ใน 3 โดยมีสัดส่วนการเก็บกลับ 27.5% หรือประมาณ 238.57 ล้านถ้วย ซึ่งเกือบ 80% เป็นถ้วยพลาสติก และอีกกว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/disposable-cups-over-1-billion-during-pandemic-years/">ปริมาณถ้วยกาแฟใช้แล้วทิ้งต่อปีในเกาหลีทะลุ 1 พันล้านชิ้นครั้งแรก เตรียมใช้ระบบมัดจำหวังเพิ่มยอดเก็บกลับ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="" data-block="true" data-editor="3qek3" data-offset-key="aliem-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="aliem-0-0"><span data-offset-key="aliem-0-0">ปีที่แล้วเป็นปีแรกที่ปริมาณขยะจากถ้วยกาแฟแบบใช้แล้วทิ้งมีปริมาณทะลุเกินกว่า 1 พันล้านชิ้นเป็นครั้งแรก </span>ข้อมูลจากกระทรวงส่ิงแวดล้อมของเกาหลี ระบุว่า ตลอดระยะเวลา 5 ปี ที่ผ่านมา มีปริมาณถ้วยกาแฟพลาสติกและกระดาษแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง จากคาเฟ่ 14 แห่ง และเชนร้านอาหารยอดนิยม 4 แห่ง อยู่ที่ 4.34 พันล้านช้ิน</div>
</div>
<p><span id="more-14567"></span></p>
<p>แต่ปีที่แล้วเพียงปีเดียว ตัวเลขพุ่งขึ้นมาเป็น 1.02 พันล้านชิ้น จากปี 2019 มีจำนวน 770 ล้านชิ้น​ ขณะที่ค่าเฉลี่ยตลอด 5 ปีที่ผ่านมา มีจำนวนราว 870 ล้านชิ้นต่อปี​</p>
<p>แต่ถึงแม้ว่าช่วง 5 ปีนี้ จะมีปริมาณการใช้ถ้วยกาแฟแล้วทิ้งเพิ่มมากขึ้น แต่ยอดเก็บกลับของบรรจุภัณฑ์ หรือ Return rate เพื่อนำกลับมารีไซเคิลก็ยังอยู่ในระดับต่ำไม่ถึง 1 ใน 3 โดยมีสัดส่วนการเก็บกลับ 27.5% หรือประมาณ 238.57 ล้านถ้วย ซึ่งเกือบ 80% เป็นถ้วยพลาสติก และอีกกว่า 20% เป็นถ้วยกระดาษ</p>
<p>ทางกระทรวงฯ จึงได้เสนอมาตรการเพื่อเพิ่มความตระหนักในการลดการใช้บรรจุภัณฑ์แบบใช้แล้วทิ้ง​ ผ่านการใช้ระบบมัดจำค่าบรรจุภัณฑ์​ (deposit system)​ ที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค. นี้เป็นต้นไป โดยจะให้แบรนด์แฟรนไชส์กว่า 100 แห่ง ทำการชาร์จค่าบรรจุภัณฑ์จากลูกค้าเพิ่มขึ้น 300 วอนต่อถ้วย และลูกค้าจะได้รับเงินคืนหลังจากนำบรรจุภัณฑ์กลับมาคืนให้กับร้าน</p>
<p>บริษัทวิจัย Korea Research ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นประชาชนจำนวน 1,000 คน เมื่อวันที่ 8 เมษายน ที่ผ่านมา และพบว่า 81% ของผู้ตอบแบบสอบถามยินดีที่จะยอมรับความไม่สะดวกที่จะเกิดขึ้นจากระบบที่กำลังจะประกาศใช้นี้</p>
<p>กระทรวงสิ่งแวดล้อมของเกาหลียังเชื่อว่า มาตรการใหม่นี้จะช่วยเพิ่ม Return Rate ของบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วทิ้งพวกนี้กลับคืนเข้ามาในระบบได้สูงถึง 90% เลยทีเดียว พร้อมทั้งยังได้จัดสรรงบ 8.75 พันล้านวอน (6.35 ล้านเหรียญสหรัฐ) เพื่อติดตั้งเครื่องจัดเก็บแก้วเปล่าไว้ตามสถานที่สาธารณะกว่า 500 แห่ง และตามสาขาแฟรนไชส์ร้านเครื่องดื่มต่างๆ กว่า 1,000 แห่งท่ัวประเทศ​ เพื่อช่วยเพิ่มอัตรา Return Rate ให้มากขึ้น</p>
<p>ทั้งนี้ เมื่อราวเดือนเมษายน ที่ผ่านมา เกาหลีใต้ได้เริ่มมาตรการแบนกลุ่มบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบ Single-use รวมไปถึงช้อนส้อมพลาสติก ไม่จิ้มฟัน และพลาสติกที่ใช้ปูโต๊ะ พร้อมระบุโทษหากฝ่าฝืนจะถูกปรับเป็นเงิน 5 แสน -2 ล้านวอน ซึ่งเป็นโทษสูงสุด ขึ้นอยู่กับขนาดของร้าน และการกระทำความผิด​ แต่หลังจากนั้น 3 เดือนก็ได้ถูกผ่อนผันให้ระงับโทษปรับชั่วคราว เนื่องจากการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส ส่งผลต่อผู้ประกอบการจำนวนมากโดยเฉพาะขนาดเล็ก แต่หลังจากวันที่ 24 พ.ย. นี้ จะเริ่มนำมาตรการกลับมาใช้อีกครั้ง หลังพิจารณาอัตราการแพร่ระบาดของเชื้อ</p>
<p>Park Yong-beom เจ้าหน้าที่จากกระทรวงสิ่งแวดล้อม ให้ความเห็นว่า &#8220;การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้พลาสติกใช้แล้วทิ้งอย่างกระทันหัน จะไม่สามารถให้ผลในเชิงปฏิบัติ แต่การค่อยๆ ดำเนินการและมีมาตรการในการจัดเก็บค่าปรับ และระบบการมัดจำมาใช้ จะทำให้ประชาชนค่อยๆ เรียนรู้และซึมซับปรับพฤติกรรม เพื่อป้องกันทั้งเจ้าของร้านและลูกค้ามีการคัดค้านมาตรการเหล่านี้&#8221;</p>
<p><a href="https://www.koreaherald.com/view.php?ud=20220511000744&amp;np=1&amp;mp=1" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/disposable-cups-over-1-billion-during-pandemic-years/">ปริมาณถ้วยกาแฟใช้แล้วทิ้งต่อปีในเกาหลีทะลุ 1 พันล้านชิ้นครั้งแรก เตรียมใช้ระบบมัดจำหวังเพิ่มยอดเก็บกลับ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เกาหลีใต้โชว์แผนที่จำลองการฟื้นฟูสภาพอากาศ ชี้พื้นที่โลก 89% ​ยังเสี่ยง​ แม้จะลดก๊าซเรือนกระจกได้เท่ายุคก่อนอุตสาหกรรมก็ตาม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/09/south-korea-study-and-show-climate-recovery-map/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Sep 2022 11:12:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Recovery]]></category>
		<category><![CDATA[CO2]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Hot spot]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Recovery]]></category>
		<category><![CDATA[Yonsei University]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซคารค์บอนไดออกไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยยอนเซ]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลีใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=14389</guid>

					<description><![CDATA[<p>น่าจะเป็นผลการศึกษาที่สร้างความวิตกให้ชาวโลกได้อยู่ไม่น้อย เมื่อทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยยอนเซ ประเทศเกาหลีใต้ ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับการกู้คืนสภาพอากาศ ตีพิมพ์ผ่านวารสาร Nature Climate Change พร้อมแสดงแผนที่โลกจำลองการกู้คืนสภาพอากาศเป็นครั้งแรกของโลก เกาหลีใต้ศึกษาเกี่ยวกับการกู้คืนสภาพอากาศ และพบว่าแม้จะลดระดับความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศลงไปจนเทียบเท่ายุคก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรมแล้ว ก็ยังเป็นเรื่องยากที่จะทำให้สภาพภูมิอากาศกลับคืนไปสู่จุดเดิม (original state)ได้อีก ศาสตราจารย์ An Soon-il นักวิทยาศาสตร์ด้านชั้นบรรยากาศ หัวหน้าทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยยอนเซ ได้พัฒนาแผนที่โลกจำลองเกี่ยวกับ climate recovery เป็นครั้งแรกของโลก ซึ่งออกแบบถึงความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิบนพื้นผิวโลกรวมทั้งปริมาณหยดน้ำในชั้นบรรยากาศ เมื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในแต่ละภูมิภาคของโลก ในช่วงเวลามากกว่าศตวรรษ กลุ่มผู้วิจัยใช้โมเดลเพื่อจำลองระบบของโลก ตามสถานการณ์สมมติในแต่ละแบบเกี่ยวกับแนวทางที่มนุษย์จะนำมาใช้เพื่อลดการเผาผลาญคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศที่เทียบเท่าได้กับช่วงก่อนยุคอุตสาหกรรม ซึ่งแม้ว่าจะสามารถลดปริมาณการปล่อย CO2 ลงได้ แต่การศึกษาพบว่า 89% ของพื้นที่โลกที่เผชิญกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิจะไม่สามารถกลับไปแก้ไขให้เป็นเหมือนเดิมได้ ขณะที่ 58% ก็ยังคงต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องของปริมาณน้ำในชั้นบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงไปเช่นเดียวกัน   ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าพื้นที่ในแถบแอฟริกา และอเมริกาใต้ จะเป็นภูมิภาคที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นนี้ได้ ส่วนพื้นที่แถบอเมริกาเหนือ ยุโรป และกลุ่มเอเชียตะวันออก สถานการณ์ด้านสภาพภูมิอากาศจะสามารถดีขึ้นได้ในอนาคต   หนึ่งในผู้ร่วมศึกษาอย่าง Kim Soong-ki ระบุว่า การศึกษาทำให้ค้นพบว่า แม้จะมีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงจำนวนมากในหลายภาคส่วนของโลก ก็ไม่ได้ช่วยทำให้สภาพอากาศกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ ถึงแม้จะสามารถลบก๊าซเรือนกระจกออกจากชั้นบรรยากาศ แต่ผลกระทบต่างๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/south-korea-study-and-show-climate-recovery-map/">เกาหลีใต้โชว์แผนที่จำลองการฟื้นฟูสภาพอากาศ ชี้พื้นที่โลก 89% ​ยังเสี่ยง​ แม้จะลดก๊าซเรือนกระจกได้เท่ายุคก่อนอุตสาหกรรมก็ตาม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="" data-block="true" data-editor="jeet" data-offset-key="dcd25-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="dcd25-0-0"><span data-offset-key="dcd25-0-0">น่าจะเป็นผลการศึกษาที่สร้างความวิตกให้ชาวโลกได้อยู่ไม่น้อย เมื่อทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยยอนเซ ประเทศเกาหลีใต้ ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับการกู้คืนสภาพอากาศ ตีพิมพ์ผ่านวารสาร Nature Climate Change พร้อม</span>แสดงแผนที่โลกจำลองการกู้คืนสภาพอากาศเป็นครั้งแรกของโลก</div>
</div>
<p><span id="more-14389"></span></p>
<div class="" data-block="true" data-editor="jeet" data-offset-key="duaap-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="duaap-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="dcd25-0-0">เกาหลีใต้ศึกษาเกี่ยวกับการกู้คืนสภาพอากาศ และพบว่าแม้จะลดระดับความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศลงไปจนเทียบเท่ายุคก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรมแล้ว ก็ยังเป็นเรื่องยากที่จะทำให้สภาพภูมิอากาศกลับคืนไปสู่จุดเดิม (original state)ได้อีก</div>
<div data-offset-key="dcd25-0-0"></div>
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="dcd25-0-0"><strong>ศาสตราจารย์ An Soon-il</strong> นักวิทยาศาสตร์ด้านชั้นบรรยากาศ หัวหน้าทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยยอนเซ ได้พัฒนาแผนที่โลกจำลองเกี่ยวกับ climate recovery เป็นครั้งแรกของโลก ซึ่งออกแบบถึงความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิบนพื้นผิวโลกรวมทั้งปริมาณหยดน้ำในชั้นบรรยากาศ เมื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในแต่ละภูมิภาคของโลก ในช่วงเวลามากกว่าศตวรรษ</div>
<div data-offset-key="dcd25-0-0"></div>
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="dcd25-0-0">กลุ่มผู้วิจัยใช้โมเดลเพื่อจำลองระบบของโลก ตามสถานการณ์สมมติในแต่ละแบบเกี่ยวกับแนวทางที่มนุษย์จะนำมาใช้เพื่อลดการเผาผลาญคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศที่เทียบเท่าได้กับช่วงก่อนยุคอุตสาหกรรม</div>
<div data-offset-key="dcd25-0-0"></div>
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="dcd25-0-0">ซึ่งแม้ว่าจะสามารถลดปริมาณการปล่อย CO2 ลงได้ แต่การศึกษาพบว่า 89% ของพื้นที่โลกที่เผชิญกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิจะไม่สามารถกลับไปแก้ไขให้เป็นเหมือนเดิมได้ ขณะที่ 58% ก็ยังคงต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องของปริมาณน้ำในชั้นบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงไปเช่นเดียวกัน</div>
</div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="jeet" data-offset-key="7oukq-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="7oukq-0-0"><span data-offset-key="7oukq-0-0"> </span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="jeet" data-offset-key="ck59u-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="ck59u-0-0"><span data-offset-key="ck59u-0-0">ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าพื้นที่ในแถบแอฟริกา และอเมริกาใต้ จะเป็นภูมิภาคที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นนี้ได้ ส่วนพื้นที่แถบอเมริกาเหนือ ยุโรป และกลุ่มเอเชียตะวันออก สถานการณ์ด้านสภาพภูมิอากาศจะสามารถดีขึ้นได้ในอนาคต </span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="jeet" data-offset-key="1cio9-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="1cio9-0-0"></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="jeet" data-offset-key="22kp4-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="22kp4-0-0"></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="jeet" data-offset-key="90jjl-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="90jjl-0-0">
<figure id="attachment_14392" aria-describedby="caption-attachment-14392" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-14392 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Yonhub.jpg" alt="" width="1200" height="607" /><figcaption id="caption-attachment-14392" class="wp-caption-text">แผนที่ HotSpot แสดงพื้นที่ที่ฟื้นฟูสภาพอากาศได้น้อยที่สุด แม้จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (มหาวิทยาลัยยอนเซ)</figcaption></figure>
</div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="jeet" data-offset-key="3nj69-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="3nj69-0-0"><span data-offset-key="3nj69-0-0"> </span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="jeet" data-offset-key="bca5q-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="bca5q-0-0"><span data-offset-key="bca5q-0-0">หนึ่งในผู้ร่วมศึกษาอย่าง Kim Soong-ki ระบุว่า การศึกษาทำให้ค้นพบว่า แม้จะมีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงจำนวนมากในหลายภาคส่วนของโลก ก็ไม่ได้ช่วยทำให้สภาพอากาศกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ ถึงแม้จะสามารถลบก๊าซเรือนกระจกออกจากชั้นบรรยากาศ แต่ผลกระทบต่างๆ ก็ยังคงอยู่ต่อไปในระยะยาว </span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="jeet" data-offset-key="6qd2d-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="6qd2d-0-0"><span data-offset-key="6qd2d-0-0"> </span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="jeet" data-offset-key="1h9l3-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="1h9l3-0-0"><span data-offset-key="1h9l3-0-0">โดยยังพบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ ระหว่างประเทศที่พัฒนาแล้ว กับประเทศกำลังพัฒนา </span>ต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของภาพอากาศ โดยมีข้อบ่งชี้ว่ากลุ่มประเทศกำลังพัฒนาจะเป็นพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมาก</div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="jeet" data-offset-key="e8ebg-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="e8ebg-0-0"><span data-offset-key="e8ebg-0-0"> </span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="jeet" data-offset-key="c06jl-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="c06jl-0-0"><span data-offset-key="c06jl-0-0">กลุ่มผู้วิจัย ได้ทำเครื่องหมาย hotspots ไว้บนพื้นที่ที่มีการคาดการณ์ว่า จะสามารถเข้าไปแก้ไขปัญหาจากการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพอากาศได้น้อยที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะไปตกอยู่ในพื้นที่ของประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก </span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="jeet" data-offset-key="bqi6l-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="bqi6l-0-0"><span data-offset-key="bqi6l-0-0"> </span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="jeet" data-offset-key="aujrd-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="aujrd-0-0"><span data-offset-key="aujrd-0-0">ศาสตราจารย์ An ได้เขียนข้อเสนอแนะจากการศึกษาในครั้งนี้ว่า จำเป็นต้องกำหนดนโยบายที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น เกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพราะแม้ว่าจะสามารถพิชิตเป้าหมายในการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ตามเป้าหมายของข้อตกลงปารีสได้ ก็ไม่ใช่ทางแก้ปัญหาที่สมบูรณ์ในการแก้ไขปัญหาเรื่องของสภาพอากาศ</span></div>
</div>
<div data-offset-key="aujrd-0-0"></div>
<div data-offset-key="aujrd-0-0"><a href="https://www.koreaherald.com/view.php?ud=20220902000543&amp;np=1&amp;mp=1" target="_blank" rel="noopener">Source</a></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/south-korea-study-and-show-climate-recovery-map/">เกาหลีใต้โชว์แผนที่จำลองการฟื้นฟูสภาพอากาศ ชี้พื้นที่โลก 89% ​ยังเสี่ยง​ แม้จะลดก๊าซเรือนกระจกได้เท่ายุคก่อนอุตสาหกรรมก็ตาม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;อูยองอูเอฟเฟ็กต์&#8217; พลังซอฟต์พาวเวอร์​ดันต้น Hackberry ในซีรีส์ดัง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติแล้ว</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/08/hackberry-tree-in-woo-yong-woo-become-natural-monument/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Aug 2022 16:44:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[CHA]]></category>
		<category><![CDATA[Cultural Heritage Administration]]></category>
		<category><![CDATA[Effect]]></category>
		<category><![CDATA[Extraordinary Attorney Woo]]></category>
		<category><![CDATA[Hackberry]]></category>
		<category><![CDATA[Soft Power]]></category>
		<category><![CDATA[ซอฟต์เพาเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[สมบัติชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[อนุสรณ์สถานธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[อูยองอู ทนายอัจฉริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลีใต้]]></category>
		<category><![CDATA[แฮกเบอร์รี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=13598</guid>

					<description><![CDATA[<p>อีกหนึ่งพลังแห่ง Soft Power  เมื่อต้นไม้ใหญ่เก่าแก่ในซีรีส์ดัง &#8216;Extraordinary Attorney Woo : อูยองอู ทนายอัจฉริยะ&#8217; ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานตามธรรมชาติของเกาหลีจริงๆ แล้ว ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องราวในซีรีส์เท่านั้น คณะกรรมการมรดกวัฒนธรรม  (Cultural Heritage Administration : CHA) ของเกาหลีใต้ ตัดสินใจให้ต้นแฮกเบอร์รี่ ที่ได้ปรากฏอยู่ใน Ep.7 และ 8 ของซีรีส์ดัง ได้ขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติแล้ว ภายหลังการประชุมคณะกรรมการเมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา ขณะที่การตัดสินใจในเรื่องดังกล่าวก็ได้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนทันที เนื่องจากเป็นเรื่องที่ประชาชนกำลังให้ความสนใจ จากปกติการประชุมก่อนหน้าจะมีการประกาศผลการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ในราวอีกหนึ่งอาทิตย์ต่อมา ความสนใจต่อต้นแฮกเบอร์รี่ หลังซีรีส์ได้กล่าวถึงปัญหาในการก่อสร้างถนนอย่างไม่ถูกต้องเข้ามาในหมู่บ้านสมมติที่ชื่อโซด็อก ทำให้แบ่งหมู่บ้านออกจากกันและต้องตัดต้นไม้เก่าแก่อายุ 500 ปี ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขา เหมือนเป็นสัญลักษณ์ของเมือง และมีความผูกพันกับทุกคน เป็นเหมือนร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับคนในหมู่บ้าน จึงเป็นที่มาของการนำเรื่องยื่นเสนอให้ขึ้นทะเบียนต้นไม้ดังกล่าวให้เป็นอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติ  จนสุดท้ายพวกเขาสามารถชนะคดี ทำให้ช่วยปกป้องต้นไม้และหมู่บ้านไว้ได้ในที่สุด เอฟเฟ็กต์จากความนิยมของซีรีส์หลัง EP ดังกล่าวออกอากาศในช่วงเดือนกรกฎาคม ทำให้สถานที่ถ่ายทำจริงในจุดที่มีต้นแฮกเบอร์รี่ ซึงอยู่ในหมู่บ้าน Dongbu เมือง Changwon ดึงดูดให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่จำนวนมาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/08/hackberry-tree-in-woo-yong-woo-become-natural-monument/">&#8216;อูยองอูเอฟเฟ็กต์&#8217; พลังซอฟต์พาวเวอร์​ดันต้น Hackberry ในซีรีส์ดัง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติแล้ว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>อีกหนึ่งพลังแห่ง Soft Power  เมื่อต้นไม้ใหญ่เก่าแก่ในซีรีส์ดัง &#8216;<strong>Extraordinary Attorney Woo : อูยองอู ทนายอัจฉริยะ&#8217;</strong> ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานตามธรรมชาติของเกาหลีจริงๆ แล้ว ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องราวในซีรีส์เท่านั้น</p>
<p><span id="more-13598"></span></p>
<p>คณะกรรมการมรดกวัฒนธรรม  (Cultural Heritage Administration : CHA) ของเกาหลีใต้ ตัดสินใจให้ต้นแฮกเบอร์รี่ ที่ได้ปรากฏอยู่ใน Ep.7 และ 8 ของซีรีส์ดัง ได้ขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติแล้ว ภายหลังการประชุมคณะกรรมการเมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา ขณะที่การตัดสินใจในเรื่องดังกล่าวก็ได้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนทันที เนื่องจากเป็นเรื่องที่ประชาชนกำลังให้ความสนใจ จากปกติการประชุมก่อนหน้าจะมีการประกาศผลการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ในราวอีกหนึ่งอาทิตย์ต่อมา</p>
<p>ความสนใจต่อต้นแฮกเบอร์รี่ หลังซีรีส์ได้กล่าวถึงปัญหาในการก่อสร้างถนนอย่างไม่ถูกต้องเข้ามาในหมู่บ้านสมมติที่ชื่อโซด็อก ทำให้แบ่งหมู่บ้านออกจากกันและต้องตัดต้นไม้เก่าแก่อายุ 500 ปี ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขา เหมือนเป็นสัญลักษณ์ของเมือง และมีความผูกพันกับทุกคน เป็นเหมือนร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับคนในหมู่บ้าน จึงเป็นที่มาของการนำเรื่องยื่นเสนอให้ขึ้นทะเบียนต้นไม้ดังกล่าวให้เป็นอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติ  จนสุดท้ายพวกเขาสามารถชนะคดี ทำให้ช่วยปกป้องต้นไม้และหมู่บ้านไว้ได้ในที่สุด</p>
<p>เอฟเฟ็กต์จากความนิยมของซีรีส์หลัง EP ดังกล่าวออกอากาศในช่วงเดือนกรกฎาคม ทำให้สถานที่ถ่ายทำจริงในจุดที่มีต้นแฮกเบอร์รี่ ซึงอยู่ในหมู่บ้าน Dongbu เมือง Changwon ดึงดูดให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่จำนวนมาก รวมทั้งทำให้หน่วยงานภาครัฐอย่าง CHA เข้ามาตรวจสอบเพื่ออนุรักษ์ต้นไม้เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางธรมชาติได้เหมือนเรื่องราวในซีรีส์</p>
<p>สำหรับต้นแฮกเบอร์รี่ต้นนี้ มีอายุกว่า 500 ปี สูง 16 เมตร และเส้นรอบวง 6.8 เมตร และสามารถแผ่ร่มเงาได้กว้างถึง 27 เมตร เลยทีเดียว ซึ่งอยู่ภายใต้การคุ้มครองของรัฐบาลท้องถิ่นมาตั้งแต่ปี 2015</p>
<p>ทั้งนี้ Korea Tomes  ระบุความเห็นของ CHA ที่มีต่อต้นไม้ใหญ่แห่งนี้ว่า ​เป็นต้นไม้นี้มีคุณค่าในฐานะมรดกทางวัฒนธรรม โดยพิจารณาจากรูปร่าง อายุ และสภาพการเจริญเติบโต พร้อมทั้งเริ่มการตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญ เจ้าหน้าที่ของรัฐในท้องถิ่น และ ก่อนจะตัดสินใจว่าจะกำหนดให้เป็นอนุสาวรีย์ธรรมชาติหรือไม่ จนกระทั่งมีคำตัดสินออกมาล่าสุดนี้</p>
<p>ส่วนเหตุผลในการอนุมัติการขึ้นทะเบียนในครั้งล่าสุด เนื่องจาก คำนึงถึงคุณค่าทั้งทางประวัติศาสตร์ วิชาการ และทัศนียภาพ รวมทั้งคุณค่าของการเป็นศูนย์รวมจิตใจต่อผู้คนในพื้นที่ เพราะเป็นศูนย์กลางของชุมชน  เป็นสถานที่ในการจัดกิจกรรมงานเทศกาลต่างๆ บริเวณต้นไม้นี้ในทุกๆ ปี จึงควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ และจะทำการรวบรวมความคิดเห็นจากสาธารณชน เป็นเวลา 30 วัน หลังจากการประกาศก่อนจะทำการสรุปแผนในขั้นสุดท้าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13599 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/UYU2.jpg" alt="" width="1200" height="936" /></p>
<p>โดยในปัจจุบัน มีต้นแฮกเบอร์รี่จำนวน 2 ต้น ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติไปก่อนหน้านี้ ได้แก่ ต้นในเขตทางตะวันออกเฉียงใต้ของ Yecheon และเขตทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมือง Gochang</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="https://www.allkpop.com/article/2022/07/extraordinary-attorney-woo-creates-a-new-tourist-spot-as-visitors-flock-to-the-small-town-where-the-hackberry-tree-is-located" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p><a href="https://www.allkpop.com/article/2022/07/extraordinary-attorney-woo-creates-a-new-tourist-spot-as-visitors-flock-to-the-small-town-where-the-hackberry-tree-is-located" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/08/hackberry-tree-in-woo-yong-woo-become-natural-monument/">&#8216;อูยองอูเอฟเฟ็กต์&#8217; พลังซอฟต์พาวเวอร์​ดันต้น Hackberry ในซีรีส์ดัง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติแล้ว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฝนตกหนักถล่มกรุงโซล ภาพน้ำท่วมสถานีรถไฟ รถจมน้ำ ว่อนโซเชียล</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/08/seoul-was-flooded-from-heavy-rain/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Aug 2022 18:05:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Disaster]]></category>
		<category><![CDATA[Heavy Rain]]></category>
		<category><![CDATA[Seoul]]></category>
		<category><![CDATA[South Korea]]></category>
		<category><![CDATA[คังนัม]]></category>
		<category><![CDATA[ฝนถล่มกรุงโซล]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลีใต้]]></category>
		<category><![CDATA[โซล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=13335</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภาพความเสียหายและผลกระทบจากฝนที่ตกอย่างหนักต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางวันในหลายพื้นที่ของกรุงโซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้ ถูกเผยแพร่ผ่านสังคมออนไลน์ของเกาหลีจำนวนมาก  ทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ ที่แสดงให้เห็นถึงระดับน้ำท่วมสูง พร้อมด้วยภาพการสัญจรไปมาท่ามกลางสายฝน  ขณะที่บางพื้นที่น้ำท่วมสูงจนมิดหลังคารถ  แม้กระทั่งภายในสถานีรถไฟใต้ดินก็มีกระแสน้ำไหลมาตามบันไดเข้าไปภายในสถานี สำนักข่าวยอนฮัป รายงานว่า ฝนที่ตกอย่างหนักทำให้น้ำท่วมและไฟดับในบางภูมิภาค ขณะผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ลุ่มต่ำต้องอพยพเพื่อความปลอดภัย และมีการระงับการให้บริการของรถไฟใต้ดิน โดยเมื่อช่วง 20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นในเกาหลี เมื่อวันจันทร์ที่ 8 ส.ค. 2565 ที่ผ่านมา มีรายงานระดับน้ำฝนในกรุงโซลอยู่ที่ 90.5 มิลลิเมตร จากระดับ 60 มิลลิเมตร ในช่วงบ่าย ขณะที่ในเขตทงจักทางตอนใต้ของกรุงโซลยังมีปริมาณน้ำฝน 137 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งถือเป็นปริมาณน้ำฝนที่ตกหนักที่สุดในรอบหลายทศวรรษ​ ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานการบาดเจ็บล้มตายในพื้นที่เหล่านั้น แต่เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน รวมถึงการพลัดถิ่นของผู้อยู่อาศัยสองคนในชอวอน ขณะที่ประชาชนชาวเกาหลีจำนวนมาก มีการทวีตถึงความเดือดร้อนจากผลกระทบที่สถานีรถไฟปิดให้บริการ  บางส่วนรายงานสภาพอากาศที่ฝนตกตลอดทั้งวัน และบางส่วนแสดงความเห็นว่าเป็นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศจากภาวะโลกร้อน Source Source Source</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/08/seoul-was-flooded-from-heavy-rain/">ฝนตกหนักถล่มกรุงโซล ภาพน้ำท่วมสถานีรถไฟ รถจมน้ำ ว่อนโซเชียล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ภาพความเสียหายและผลกระทบจากฝนที่ตกอย่างหนักต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางวันในหลายพื้นที่ของกรุงโซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้ ถูกเผยแพร่ผ่านสังคมออนไลน์ของเกาหลีจำนวนมาก  ทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ ที่แสดงให้เห็นถึงระดับน้ำท่วมสูง</p>
<p><span id="more-13335"></span></p>
<p>พร้อมด้วยภาพการสัญจรไปมาท่ามกลางสายฝน  ขณะที่บางพื้นที่น้ำท่วมสูงจนมิดหลังคารถ  แม้กระทั่งภายในสถานีรถไฟใต้ดินก็มีกระแสน้ำไหลมาตามบันไดเข้าไปภายในสถานี</p>
<p>สำนักข่าวยอนฮัป รายงานว่า ฝนที่ตกอย่างหนักทำให้น้ำท่วมและไฟดับในบางภูมิภาค ขณะผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ลุ่มต่ำต้องอพยพเพื่อความปลอดภัย และมีการระงับการให้บริการของรถไฟใต้ดิน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13340 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/Korea4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยเมื่อช่วง 20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นในเกาหลี เมื่อวันจันทร์ที่ 8 ส.ค. 2565 ที่ผ่านมา มีรายงานระดับน้ำฝนในกรุงโซลอยู่ที่ 90.5 มิลลิเมตร จากระดับ 60 มิลลิเมตร ในช่วงบ่าย ขณะที่ในเขตทงจักทางตอนใต้ของกรุงโซลยังมีปริมาณน้ำฝน 137 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งถือเป็นปริมาณน้ำฝนที่ตกหนักที่สุดในรอบหลายทศวรรษ​</p>
<div class="comp-box text-group">
<div class="inner">
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13337 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/Korea2.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
</div>
</div>
<div class="comp-box text-group">
<div class="inner">
<p>ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานการบาดเจ็บล้มตายในพื้นที่เหล่านั้น แต่เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน รวมถึงการพลัดถิ่นของผู้อยู่อาศัยสองคนในชอวอน ขณะที่ประชาชนชาวเกาหลีจำนวนมาก มีการทวีตถึงความเดือดร้อนจากผลกระทบที่สถานีรถไฟปิดให้บริการ  บางส่วนรายงานสภาพอากาศที่ฝนตกตลอดทั้งวัน และบางส่วนแสดงความเห็นว่าเป็นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศจากภาวะโลกร้อน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-13341" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/Korea-6-225x300.jpg" alt="" width="397" height="529" /> <img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-13339" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/Korea8-225x300.jpg" alt="" width="398" height="530" /></p>
</div>
</div>
<p><a href="https://en.yna.co.kr/view/AEN20220808003253315?input=tw" target="_blank" rel="noopener">Source</a></p>
<p><a href="https://www.koreaherald.com/view.php?ud=20220808000840" target="_blank" rel="noopener">Source</a></p>
<p><a href="https://www.channelnewsasia.com/asia/seoul-gangnam-flood-south-korea-heavy-rain-blackout-train-station-2867336" target="_blank" rel="noopener">Source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/08/seoul-was-flooded-from-heavy-rain/">ฝนตกหนักถล่มกรุงโซล ภาพน้ำท่วมสถานีรถไฟ รถจมน้ำ ว่อนโซเชียล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
